ข่าว

วิดีโอ



เพชรกลางไฟ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เอกลิขิต

กำกับการแสดงโดย: อดุลย์ บุญบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ, นิษฐา จิรยั่งยืน

อุรวศีเดินหนีอนลออกมาจากห้อง ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นดวงแขยืนหน้าตาดุดันอยู่กับสาวใช้ พออนลตามออกมาในสภาพไม่ได้สวมเสื้อมีผ้าพันแผลรอบลำตัว ดวงแขก็โมโหหึง

“อัปรีย์ บัดสีบัดเถลิง ผู้หญิงชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้สินะที่พี่อนลชอบ”

อนลโกรธจัด “มากเกินไปแล้วนะครับคุณพี่ จู่ๆ คุณพี่ก็มาที่เรือนคนอื่น แล้วยังมาด่าทอเขาอย่างหยาบคาย ที่นี่ไม่มีใครเป็นบ่าวคุณพี่นะครับ”

“อย่ามาเรียกฉันอย่างนี้นะ ฉันไม่เคยถือว่าการรดน้ำกับคนชั่วอย่างอ้ายอนึกเป็นการแต่งงาน ที่ชีวิตฉันตกต่ำอย่างนี้ก็เพราะมัน เพราะมันคนเดียว”

อนลไม่พอใจที่ลามปามมาว่าพี่ชายตน อุรวศีปรามให้ใจเย็น โกรธไปมีแต่จะแย่ลง แล้วขอตัวไปที่เรือนแพบุญทัน ดวงแขเข้ากระชากไม่ให้ไปไหน อนลโกรธผลักดวงแขออกอย่างแรงจนเกิดอาการเจ็บแผลที่ท้อง ท่านหญิงจึงเข้าประคอง ดวงแขโมโหกับภาพบาดตาบาดใจโถมเข้าจะผลักอุรวศี ท่านหญิงเบี่ยงหลบทำให้ดวงแขพลัดตกน้ำกรีดร้องลั่น อนลไม่สนใจเดินเคียงคู่ท่านหญิงไปเรือนแพบุญทัน ดวงแขร้องลั่นเรียกอนลให้กลับมาช่วยตน

เย็นวันนั้น อนลกลับมาที่เรือน พระยาไกรชื่นชมยินดีที่อนลปราบเสือป่วงได้ บอกให้อนลพักนานๆ

กลับไปงานบวชและเยี่ยมคุณหญิงนวมได้ไม่ถือว่าขาดราชการ อนลทำหน้างง

“อ้าว ก็เมื่อเช้าอาเจอบ่าวบ้านพ่อนลที่ท่าน้ำ เขากำลังจะมาบอกอากับพ่อนลเรื่องงานบวช อาก็เลยให้แม่ดวงแขไปบอกพ่อนลอีกที นี่จนป่านนี้แล้วแม่ดวงแขยังไม่ได้เจอกับพ่อนลอีกรึ”

อนลกระอักกระอ่วนไม่รู้จะเล่าอย่างไร ในขณะที่ดวงแขถูกคุณหญิงไกรตำหนิอย่างแรงที่คิดจะทำการใช้เสน่ห์มารยากับอนล แต่เมื่อดวงแขยืนกรานถ้าแม่ไม่ช่วยตนจะฆ่าตัวตายเพราะอับอายที่ต้องแพ้แม่ค้าชั้นต่ำ ด้วยความรักลูก คุณหญิงจำต้องให้ความร่วมมือ

ooooooo

อรุณวาสีตรากตรำเฝ้าไข้หม่อมต่วนจนอ่อนเพลีย ให้แปลกไปนอนพักแต่แล้วตัวเองก็เผลอหลับ หม่อมต่วนกระสับกระส่ายเรียกหาน้ำกิน เมื่อไม่มีใครได้ยินก็โมโหคว้ากาน้ำชาปาใส่หัวอรุณวาสีอย่างจัง แถมตะคอกถ้าจะนอนหลับเป็นตายก็อย่าเสนอหน้ามาให้เห็น

หม่อมเอื้อนกับสุรคมแวะเอามะม่วงมาฝาก เห็นอรุณวาสีกำลังทำแผลหัวที่แตกให้ตัวเอง สุรคมปรี่เข้าไปช่วยทำให้ หม่อมเอื้อนถอนใจทำไมหม่อมต่วนถึงดุร้ายเพียงนี้ อรุณวาสีแก้ต่างแทนว่าแม่หงุดหงิดเพราะอาการป่วย ปกติไม่เคยทำร้ายตน เดี๋ยวตนก็ต้องกลับไปดูแลแม่เพราะไม่มีใครรู้ใจแม่เท่าตน หม่อมเอื้อนกับสุรคม

สงสารท่านหญิงจับใจ สุรคมตัดสินใจพูดเรื่องเสกสมรสระหว่างเรา หม่อมเอื้อนตาโพลงไม่รู้มาก่อนว่าลูกชายใจอ่อนแล้ว

อรุณวาสีน้ำตาคลอปลาบปลื้มและเสียใจระคนกัน ดีใจที่เขาเห็นคุณค่าของตน แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมีความสุข ตนต้องดูแลแม่ เพราะไม่มีใครสนใจไยดีแม่เลย สุรคมยิ่งประทับใจและมั่นใจว่าตัดสินใจเลือกคนสมรสด้วยไม่ผิด
เย็นวันนั้น อนลกำลังจะทานข้าวที่เรือนเล็ก บ่าวเรือนใหญ่มาตามถึกกับคล้อง คุณหญิงให้ไปช่วยขน

ผลไม้ในสวนเพราะจะมีคนมาซื้อ อนลเอะใจรู้สึกมีอะไรแปลกๆ แอบสั่งบางอย่างกับถึกและคล้อง...พอตะวันคล้อย อนลกำลังเล่นจะเข้อยู่ลำพัง รู้สึกเจ็บแผลจึงเดินมายืดเส้นยืดสายที่ระเบียง ทันใดต้องตกใจเมื่อเห็นดวงแขแต่งตัวสวยเดินกรีดกรายขึ้นมา เขาตั้งสติเอ่ยปาก

“คุณพี่มีธุระอะไรหรือครับ”

“พี่อนลยังจะพูดให้ดวงแขช้ำใจอีกหรือคะ คำก็คุณพี่สองคำก็คุณพี่ รู้ทั้งรู้ว่าดวงแขต้องเสื่อมเสียเพราะเรื่องนี้มากขนาดไหนก็ยังจะ...” ดวงแขบีบน้ำตาทำทีพูดไม่ออก

อนลเห็นว่ามืดค่ำจึงขอให้ดวงแขกลับไปก่อน แต่เธอกลับร่ำไห้หนักขึ้น ขอโทษที่เมื่อวานทำตัว

น่าอับอาย ไม่อยากให้เขาโกรธ อนลตัดบทโพล่งขึ้นว่ามีหนังสือจะฝากไปให้ท่านเจ้าคุณ ขอให้ดวงแขรอสักครู่ แล้วรีบเดินเข้าห้องทำงานปิดประตูลงกลอน...อนลเดินพล่านทำไมถึกกับคล้องยังไม่กลับมา ดวงแขเคาะประตูจะเข้าไปช่วยหา อนลกระอักกระอ่วนแก้ตัวไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งได้ยินเสียงคุณหญิงไกรดังขึ้น

“พ่ออนล พาลูกสาวฉันมาทำอะไรสองต่อสอง ไม่เกรงใจกันหรือไร”

แต่พอคุณหญิงเดินขึ้นมากลับเห็นดวงแขยืนหน้าตูมคนเดียว เอ่ยถามอนลอยู่ไหน อนลส่งเสียงออกมาว่าตนอยู่ในห้องเชิญนั่งรอสักครู่ ขณะนั้นเองถึกกับคล้องถือถาดน้ำมาจากข้างใน คุณหญิงหน้าเสียที่อนลไม่ได้อยู่คนเดียวบนเรือน อนลเดินออกมาจากห้องทำงานพูดดักคอก่อน

“ผมไม่ได้อยู่ลำพังสองต่อสองกับคุณดวงแขนะครับ ผมเข้าไปอยู่ในห้อง ส่วนคุณดวงแขอยู่ข้างนอกครับ บ่าวสองคนเป็นพยานได้ครับ”

ถึกกับคล้องรีบบอกว่าถึงพวกตนอยู่หลังเรือนแต่ก็ได้ยินทุกอย่าง ไม่มีอะไรเสียหายแน่นอน ดวงแขขยิบตาให้แม่เล่นงานต่อ คุณหญิงจึงทำเสียงดุว่า “ถึงกระนั้นก็เถอะ ใครผ่านมาเห็นก็ไม่งามอยู่ดี พ่ออนลเป็นผู้ชายไม่เสียหายแต่ลูกสาวฉันสิเสียหาย พ่ออนลจะรับผิดชอบอย่างไร”

อนลถูกรุกหนักเข้า กล่าวหน้านิ่งๆ “ครับ ถึงคุณดวงแขจะกรุณามาเยี่ยมถึงเรือนของผม ผมมิได้ไปถึงเรือนของเธอ แต่ถ้าใครทราบเข้าก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี ผมขอชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นครับ”

ดวงแขตาวาวคิดว่าแผนการสำเร็จ คุณหญิงหลบตาอายแทบแทรกแผ่นดินหนี อนลหน้าขรึมตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

รุ่งเช้าอนลพายเรือมาหาอุรวศีแต่เช้า ผ่องไม่กีดกันอีกต่อไป หันไปเรียกผิวแล้วนึกได้ไม่ต้องปิดบังอนลแล้ว จึงเรียกใหม่ให้จันไปตามท่านหญิง จันยิ้มขำๆ ไม่ทันจะไป อุรวศีเดินออกมาเสียก่อน ถามเขามีอะไรถึงมาแต่เช้า อนลส่งยิ้ม

“มีสองเรื่อง เรื่องแรกฉันจะมาบอกแม่อุษาว่าคุณพ่อของฉันจะบวช วันนี้ฉันคงต้องกลับพระนครเพื่อไปงานบวชและอาจต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่สักหลายวัน”

“ดีแล้วค่ะ ฉันขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ แล้วเรื่องที่สองล่ะคะ”

อนลขรึมลงบอกว่าตนลาออกจากราชการแล้ว ท่านหญิง จันและผ่องตกใจตามๆกัน...อนลพาอุรวศี

พายเรือไปตามคลองลำพังสองคน เห็นเธอนิ่งเงียบจึงเอ่ยถามไม่พอใจอะไรตน ท่านหญิงยิ้ม เพียงแค่คิดว่าเขาทิ้งอนาคตเพื่อหนีผู้หญิงคนเดียวมันคุ้มกันไหม อนาคตราชการของเขายังไปได้ไกล แต่อนลกลับเห็นว่าแม้ไม่คุ้มก็สบายใจ เพราะไม่อยากให้พ่อกับอาต้องมามองหน้ากันไม่ติด และตนก็อึดอัดกับดวงแขมามากพอแล้ว ที่ผ่านมาตนไม่กล้ากราบเรียนพ่อแม่ว่าได้มอบหัวใจให้หญิงคนหนึ่งไปแล้ว ท่านหญิงหลบตาเขินอาย

“แม่อุษา...จะรังเกียจรึเปล่าที่ต่อไปฉันไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีเกียรติยศอะไรอีกแล้ว อย่างมากก็คงเป็นแค่พ่อค้าหรือไม่ก็เป็นเสมียนให้ฝาหรั่งเท่านั้นเอง”

“ฉันจะรังเกียจคนค้าขายหรือเสมียนได้อย่างไร ทุกวันนี้ฉันไม่ใช่แม่ค้าขนมจีนหรอกรึ”

อนลกล่าวอย่างจริงจังว่าต่อไปถ้าทุกอย่างสงบลง ท่านหญิงอยากกลับพระนคร ตนก็เข้าใจไม่เอาความ ปรารถนาของตัวเองมาดึงให้ต้องตกต่ำ แค่ได้รักตนก็พอใจแล้ว อุรวศีนิ่งไปชั่วครู่

“ฉันอยู่กับเกียรติยศและศักดิ์ศรีมาตั้งแต่เกิดนะอนล มันนานพอที่ฉันจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ มีค่าน้อยกว่าน้ำใจที่คนอื่นมอบให้ฉัน ถ้าให้ฉันเลือก ฉันขออยู่ท่ามกลางน้ำใสใจจริงของคนที่รักฉันจริง มากกว่าจะกลับไปอยู่ท่ามกลางกองไฟของความเกลียดชัง”

“ได้ยินอย่างนี้ฉันก็สิ้นกังวลแล้ว จะได้กล้าพูดเรื่องต่อไปเสียที” อนลหยิบแหวนทองราคาไม่แพงออกมา “มันฉุกละหุก ฉันจึงหามาได้เพียงเท่านี้ แต่ฉันก็อยากให้แม่อุษารับไว้”

“เธอคงไม่ได้ชวนฉันมาพายเรือเพราะตั้งใจทำอย่างนี้ตั้งแต่ต้นหรอกนะ” อนลยิ้มด้วยสายตาเปี่ยมรัก เรียกท่านหญิงของกระหม่อม อุรวศีเอ็ดไม่ให้ใช้ราชาศัพท์อีก

“ขอพูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถิดกระหม่อม กระหม่อมอยากทูลว่านับตั้งแต่วันแรกที่กระหม่อมได้เห็นพระพักตร์ กระหม่อมก็ตกหลุมรักท่านหญิงมาโดยตลอด หลายครั้งที่กระหม่อมพยายามหักห้ามใจเพราะรู้ตัวว่าไม่บังควร แต่ก็แพ้ใจตัวเองทุกครั้งไป ยิ่งนานวันเข้ากระหม่อมก็ยิ่งรักท่านหญิงมากขึ้น มากขึ้นเสียจนขาดไม่ได้ เหมือนเป็นลมหายใจของกระหม่อม...ท่านหญิงจะทรงรับรักกระหม่อมได้หรือไม่” อนลสบตาน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างจริงใจ

อุรวศีน้ำตาคลอพูดอะไรไม่ออก ค่อยๆยื่นมือซ้ายออกไปให้อนลสวมแหวนที่นิ้วนาง เขาบรรจงจูบที่แหวนอย่างอ่อนโยน น้ำตาท่านหญิงร่วงลงด้วยความซาบซึ้ง อนลเองไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ เขาจูบที่มือท่านหญิงอีกครั้งด้วยความรักหมดหัวใจ

พออนลพายเรือกลับมาที่เรือนแพ จันเข้ามาเรียนว่ามีคนมารอพบเขา พระยาไกรเดินเข้ามา อุรวศียกมือไหว้ตามมารยาทก่อนจะขอตัวเลี่ยงไป...ท่านเจ้าคุณรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น รู้สึกละอายใจอย่างมาก แต่หยิกเล็บก็เหมือนเจ็บเนื้อ จึงมาขอเสนอจะทำเรื่องย้ายอนลไปรับราชการที่อื่นแทน มีที่ชัยนาทกับอุทัย อนลซาบซึ้งในความกรุณาขอเลือกที่อุทัยเพราะไม่ไกลจากที่นี่

ด้านดวงแข พระยาไกรตัดสินใจให้แต่งงานกับวอน คุณหญิงก็ไม่อาจช่วยอะไรลูกได้อีก เพราะท่านเจ้าคุณเอาเรื่องเสือป่วงมาขู่รู้ว่าเป็นฝีมือดวงแขที่ให้คนไปป่าว ประกาศจนโจรมาปล้นเรือนแพ ดวงแขร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่มีใครช่วยเหลือตนได้อีก

ooooooo

อาการหม่อมต่วนหนักขึ้นเรื่อยๆ เพ้อดิ้นทุรนทุรายว่ามีไฟไหม้ในห้องทั้งที่ไม่มีอะไร เห็นทุกคนที่ตนฆ่ามาปรากฏตัว กรีดร้องจนแปลกกลัวลาน สิ่งเดียวที่ทำให้หม่อมต่วนหยุดอาละวาดและก้มลงกราบท่าทางหวาดกลัว คือเห็นเสด็จในกรมมายืนต่อว่า

“แม่ต่วน เธอมันใจยักษ์ใจมาร ฆ่าผู้หญิงที่ฉันรักยังไม่พอ ยังฆ่าลูกสาวที่ฉันรักที่สุดอีก ฉันขอสาปแช่งเธอ” เท่านั้นหม่อมต่วนก็กรีดร้องสุดเสียง กลัวแล้วๆ

อรุณวาสีหลับใหลด้วยพิษไข้และฤทธิ์ยาจากอาการบาดเจ็บที่หัว สาวใช้พากันหวาดกลัว ติโลตตมาระอากับอาการหลอนของแม่ไม่ไปดูดำดูดีเอาแต่ชื่นชมเครื่องเพชรที่เอามาครอบครอง ส่วนอทริกาก็พากันออกเที่ยวกับพุ่มและสำอาง ไม่คิดจะไปดูแลแม่แต่อย่างใด...อรชุนอยากพักผ่อนต้องมาหงุดหงิดกับเสียงร้องของแม่ แปลกวิ่งเตลิดออกมาจากห้องชนเข้ากับท่านชายพอดี แปลกร้องไห้หวาดกลัวไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

อรชุนเข้ามาในห้อง หม่อมต่วนเกาะขาลูกชายให้ช่วยดับไฟ อรชุนหงุดหงิดก้มลงแกะมือ หม่อมต่วนเห็นสร้อยสภาพหน้าเละมีแผลไฟไหม้ยืนอยู่ข้างหลังลูก ก็ตกใจกรีดร้องถอยหนี

“คุณสร้อย ฉันไม่ได้ตั้งใจฆ่าคุณ ไปให้พ้น ฉันกลัวแล้ว ชายใหญ่ไล่พวกมันไป คุณสร้อย หญิงหลง พวกไฟคลอกตายมันมาทวงชีวิตแม่ ไล่มันไป...อีพวกศัตรูทั้งแม่ทั้งลูก เห็นมันก็เป็นหนามยอกอก ถ้ามันจมน้ำตายอย่างอีพิณเสียก็หมดเรื่อง ใส่หีบเอาก้อนหินถ่วงศพไว้ มันก็ไม่ลอยขึ้นมา”

อรชุนตกใจมากเมื่อรู้ว่าทุกคนตายเพราะฝีมือแม่ตัวเอง รวมทั้งหม่อมพิณที่ใครๆเข้าใจว่าหนีออกจากวังไป หม่อมต่วนเพ้อเล่าถึงการตายของหม่อมพิณจนหมดเปลือก อรชุนไม่คิดว่าแม่จะโหดร้ายขนาดนี้ตัดสินใจไม่ขอยุ่งเกี่ยว “โธ่แม่ช่างทำได้ ถ้าใครรู้เข้า หน้าที่ราชการของชายจะเหลืออะไร ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ ชายจะไม่รับรู้อะไรด้วยทั้งนั้น”

หม่อมต่วนเห็นลูกชายที่รักเดินออกจากห้องก็ร้องเรียกให้มาช่วยดับไฟก่อน ทันใดมีเสียงคนกระทืบเท้าจึงหันมองแล้วต้องหวาดกลัวมากขึ้นเมื่อเห็นเสด็จจ้องด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวคำรามเสียงกร้าว “ไม่มีใครช่วยเธอได้ทั้งนั้นแหละแม่ต่วน ถึงเธอจะมีอำนาจวาสนาจนกฎหมายเอื้อมไม่ถึง แต่ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมพ้นไปได้ กฎที่เที่ยงตรงและเป็นธรรมต่อทุกชีวิต”

หม่อมต่วนกลัวเกรงก้มลงกราบแทบเท้า “หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยนะเพคะ”

ทันใดเกิดอาการเจ็บหัวใจจนต้องเอามือกุมอกล้มนอนหงายดิ้นไปมา วิญญาณคนที่ตายด้วยมือเธอยืนล้อมรอบ ร่างหม่อมกระตุกๆแล้วนิ่งลงขาดใจดวงตาเบิกโพลง

ooooooo

อนลกลับมาถึงบ้านรัชปาลี เกื้อเดินกะเผลกออกมารับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ให้อนลรีบเข้าไปหานวม อาการนวมแย่ลงแต่พอได้เห็นหน้าลูกชายก็ยิ้มดีใจ อนลน้ำตาไหลพรากไม่คิดว่าแม่จะอาการหนักขนาดนี้ นวมบอกทุกคนว่าจะไปอยู่กับอนึกและจะคอยดูแลทุกคนเหมือนเดิม

“ท่านเจ้าคุณคะ ท่านเจ้าคุณยกโทษให้พ่อใหญ่ได้หรือเปล่าคะ” น้ำเสียงนวมแผ่วเบา

“ฉันยกโทษให้ลูกนานแล้ว นี่ก็ตั้งใจจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ด้วยซ้ำ พ่อใหญ่ทำดีมาร้อยครั้งทำพลาดไปครั้งเดียวไม่ทำให้ฉันรักลูกน้อยลงหรอกนะ แต่ที่แล้วมาเพราะฉันถือทิฐิเลยไม่เคยพูดให้แม่นวมรู้ ทำให้แม่นวมต้องทุกข์ใจจนถึงวันนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ได้ยินอย่างนี้ฉันก็หมดเรื่องติดค้างในใจแล้ว” นวมยิ้มหมดห่วงกังวล ค่อยๆหลับตาลงสิ้นใจอย่างสงบ

อนลก้มกราบแทบเท้าร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน เกื้อจับบ่าหลานชายให้กำลังใจทั้งที่ตัวเองน้ำตานองหน้า ท่านเจ้าคุณปล่อยน้ำตาไหลรินไม่อาจกลั้นไว้ได้อีก

ด้านอุรวศีได้รับจดหมายจากจางวางสม ส่งข่าวการตายของหม่อมต่วน และถามว่าจะกลับคืนฐานันดรหรือจะอยู่ที่ปากน้ำโพต่อไป หม่อมสลวยเห็นว่าหมดเวรหมดกรรมเสียที ลูกน่าจะกลับคืนฐานันดร แต่ท่านหญิงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าไม่กลับ เพราะคิดแล้วว่ากลับไปพวกพี่ๆก็ต้องหวาดกลัวว่าตนจะเอาที่ดินนครปฐมคืน ถ้ากลับไปก็เหมือนกลับเข้าสู่ความเกลียดชังอีก

ในขณะที่ยังไม่เสร็จงานศพหม่อมต่วน ติโลตตมาก็อาละวาดใส่อรชุนต่อหน้าอลัมพุษา อทริกา และอรุณวาสี โดยมีพุ่มและสำอางเป็นลูกคู่ให้อทริกา เพราะอรชุนจะยึดสมบัติคนเดียวในฐานะเป็นพี่ชายใหญ่ ติโลตตมาไม่ยอม อทริกาเห็นด้วย พุ่มช่วยโวยว่าเป็นความคิดโบราณที่พี่ชายคนโตจะครอบครองสมบัติคนเดียว อรชุนโกรธตวาดใส่พุ่มอีคนลักเพศ อทริกาโกรธต่อว่าพี่ชาย อลัมพุษาคอยปรามแต่ละคนและพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

“พี่ชายใหญ่คะ หากเรื่องครั้งนี้มีพินัยกรรมหรือมีคำสั่งเสียของแม่ หญิงจะทำตามโดยไม่มีข้อแม้ แต่นี่แม่เสียโดยมิได้สั่งอะไรไว้เลย สมบัติก็ควรเป็นของเราห้าคนพี่น้องไม่ใช่หรือคะ”

อรชุนท้าให้ไปฟ้องเอา ติโลตตมาไม่กลัวแม้เขาจะไปขอร้องให้พระญาติองค์อื่นช่วย อรชุนตอกกลับที่เธอเอาบาญชีกับกุญแจห้องเก็บสมบัติจากอรุณวาสีไปเก็บไว้เอง นึกหรือว่าตนไม่รู้ อลัมพุษาปรามให้เบาเสียงอายบ่าวไพร่ อรชุนตวาดกลับว่าเธอไม่ควรมาเกี่ยวข้องเพราะออกเรือนไปแล้ว พระสวามีของเธอก็ร่ำรวย อลัมพุษาเถียงว่าสมบัติของท่านชายไม่เกี่ยวอะไรอย่ามาเอาเปรียบตน ติโลตตมาชี้หน้าอรชุนว่าตนไม่กลัวค้าความจะเอาให้ถึงที่สุด อทริกาเห็นด้วย มีเพียงอรุณวาสีที่ทนไม่ไหวเดินร้องไห้ออกไปไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องน่าอับอายนี้

เสร็จงานศพนวม อนลตัดสินใจบอกพ่อกับเกื้อว่าตนมีผู้หญิงที่รักและอยากแต่งงานด้วย เป็นหลานสาวจางวางสม เกื้อยิ้มขำๆเพราะเหตุนี้เองถึงทำท่าเหมือนจะตายตอนให้แต่งงานกับดวงแข พระยารัชปาลีถอนใจถ้าบอกแต่แรกป่านนี้คงได้แต่งงานจนมีลูกไปนานแล้ว

“ตอนนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่างครับ ผมจึงไม่กล้ากราบเรียนคุณพ่อคุณแม่ แต่หลังจากที่ไปเจอกันอีกที่ปากน้ำโพ ผมก็เลยแน่ใจ”

เกื้อบอกชะรอยจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ ท่านเจ้าคุณขอให้เกื้อจัดการไปสู่ขอหลังจากออกทุกข์แล้ว เพราะตนจะบวชตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ อนลชะงักแต่แล้วยกมือไหว้อนุโมทนาบุญ

ooooooo

ห้าเดือนผ่านไป อนลกับอุรวศีเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบๆ โดยมีเกื้อเป็นญาติฝ่ายอนล ยกขันหมากมาไม่น้อย ท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีของจางวางสม ผ่อง และบุญทัน มีเพียงหม่อมสลวยที่ไม่ยินดีที่ลูกต้องแต่งกับคนต่ำศักดิ์กว่า

ในขณะที่ทุกคนรดน้ำอวยพรให้บ่าวสาว พอถึงหม่อมสลวยกลับทำใจไม่ได้เดินหนีไปดื้อๆ เกื้องงว่าเกิดอะไรขึ้น บุญทันกับจางวางสมรีบตามไปคุย จางวางสมตำหนิ เป็นแม่แท้ๆกลับไม่ยินดีกับลูก บุญทันเห็นว่าอนลดีพร้อมทุกอย่าง หม่อมสลวยไม่เถียง ถ้าลูกเป็นคนธรรมดาได้คู่อย่างนี้ถือว่าประเสริฐสุด แต่นี่ลูกเกิดมาสูงศักดิ์ได้คู่ที่ต่ำกว่าจะให้ตนดีใจได้อย่างไร

อุรวศีตามมาแอบฟัง จางวางสมพยายามบอกว่าปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ต้องตามใจผู้นอน ในเมื่อท่านหญิงเลือกแล้ว แม่มาทำแบบนี้จะอึดอัดกันไปหมด หม่อมสลวยพรั่งพรูความเสียใจ “ฉันสู้อุตส่าห์ยอมให้คนประณามหยามเหยียดว่าใฝ่ต่ำหนีตามพี่บุญทันมา ก็เพราะอะไรถ้าไม่ใช่เพราะห่วงความปลอดภัยของหญิงหลง ตอนนี้หม่อมต่วนก็ตายแล้ว ฉันก็หวังว่าหญิงจะคืนสู่ศักดิ์ฐานะของตัวเอง แต่หญิงกลับเลือกทิ้งทุกอย่าง จะไม่ให้ฉันเสียใจได้ยังไง”

อุรวศีแปลกใจเปิดประตูเข้ามาถามว่าความปลอดภัยอะไร ทั้งสามตกใจ บุญทันตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ท่านหญิงฟัง ถึงเรื่องที่หม่อมต่วนฆ่าทุกคนและหม่อมสลวยเห็นเหตุการณ์ เกรงท่านหญิงจะไม่ปลอดภัยจึงพาไปอยู่ในวังและตัวเองหนีออกมา โดยไม่ปริปากบอกใคร ด้วยกลัวคนรู้มาก ความปลอดภัยก็น้อยลง ท่านหญิงน้ำตาคลอคุกเข่าลงกราบที่ตักแม่

“หญิงขอโทษค่ะแม่ที่เคยน้อยใจว่าแม่ทิ้งหญิงไป แม่อภัยให้หญิงด้วยนะจ๊ะ”

เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย จางวางสมจึงเผยความรู้สึกว่าตนเองก็เสียใจมานานแล้วที่ไม่รู้มาก่อนว่าลูกกับบุญทันรักใคร่ชอบพอกัน จึงยกลูกให้เสด็จเพราะคิดถึงความสุขสบายของลูก ฉะนั้นไม่อยากให้ท่านหญิงต้องพรากกับคนรักซ้ำรอยอีก หม่อมสลวยอึ้งกอดลูกน้ำตาไหลพราก

หม่อมสลวยรดน้ำสังข์ให้บ่าวสาว อนลรับปากต่อหน้าทุกคนว่าจะรักและภักดีต่ออุษาตลอดชีวิต หม่อมสลวยยิ้มบางๆเอ่ยขอให้มีหลานไวๆ ท่านหญิงเขินอาย ทุกคนหัวเราะชอบใจ

เสร็จพิธีแต่งงาน อนลพาอุรวศีนั่งเรือมาอุทัยธานีทันที เขาเป็นห่วงว่าเธอจะเหน็ดเหนื่อยแต่ท่านหญิงกลับเพลิดเพลินมองแม่น้ำสะแกกรัง...พอเข้าห้องหอ ต่างคนต่างเขินนั่งอ่านหนังสือคนละมุมห้อง อนลรวบรวมความกล้าเข้ามานั่งข้างๆชวนคุย

“พูดตรงๆนะแม่อุษา ฉันตื่นเต้นมากไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย คืนนี้เป็นคืนส่งตัว ฉันก็อยากหาเรื่องพูดคุย กับแม่อุษา แต่มันนึกอะไรไม่ออก ในหัวมันตื้อตันไปหมด”

อุรวศียิ้มขำๆ อนลบอกใจตนเต้นแรงมาก ดึงมือเธอให้มาสัมผัส ท่านหญิงเขินจะดึงมือออกแต่เขารั้งไว้ ท่านหญิงบ่น “คนเจ้าอุบาย มีใครรู้บ้างไหมคะว่าคุณพี่ ไม่ได้ซื่อสักเท่าไหร่เลย”

“พี่เจ้าอุบายแต่เฉพาะแม่อุษาคนเดียวเท่านั้น อย่ากลัวเลยว่าพี่จะไปใช้อุบายกับหญิงอื่น” อนลยื่นหน้ามาหอมแก้มอุรวศี เธอสะดุ้งเขินหน้าแดง อนลเอื้อนเอ่ยบทกลอนที่เคยเขียนให้

มิอาจพบประสบพักตร์ ใช่ว่าจักคิดหักใจ...ท่านหญิงกล่าวต่อ ต่างสลับกันต่อกลอนจนใบหน้าค่อยๆชิดใกล้ จบลงที่ริมฝีปากทั้งสองประกบกัน ไม่อาจหักห้ามใจที่มีต่อกันไว้ได้อีก

ooooooo

สามเดือนต่อมา หม่อมเรี่ยมมาดูแลชายเดียว บุตรของอธิปกับเมรา พลันได้ยินเสียงเมราทะเลาะกับอธิปเสียงดังลั่นวังโวยวายที่เมราขอหย่า หาว่ามาแต่ตัวยังเนรคุณ เมราโมโหสวน

“เจ้าพี่มีบุญคุณอะไรกับหญิงมิทราบคะ สินสอดทองหมั้นมันเป็นสิ่งที่ต้องให้กันตามธรรมเนียมอยู่แล้ว และตั้งแต่เสกสมรสกันมา หญิงก็ทำหน้าที่โดยไม่ขาด ตกบกพร่อง แต่ที่ต้องหย่ากันก็เพราะเจ้าพี่เองต่างหาก”

“โทษฉันงั้นรึ ฉันทำอะไรผิดอย่ามาอ้างเรื่องเมียน้อยนะ เพราะก่อนจะเสกสมรส ฉันก็บอกเธอไปหมดแล้ว”

“เจ้าพี่จะมีผู้หญิงซักกี่คนหญิงไม่ใส่ใจหรอกค่ะ แต่ที่หญิงทนไม่ได้มันเป็นเรื่องอารมณ์ร้ายและความหยาบคายของเจ้าพี่มากกว่า หรือเจ้าพี่จะให้หญิงเรียกหมอมาเป็นพยานคะ ว่าหญิงถูกทำร้ายกี่ครั้งและโดนอะไรบ้าง”

หม่อมเรี่ยมยืนน้ำตาคลอเพิ่งเคยได้ยินว่าลูกเจอเรื่องแบบนี้ เมราหันมาเห็นแม่ก็หน้าเสีย อธิปมองตามเบะปากใส่ แล้วบอกว่าตนยอมหย่าให้แต่จะไม่ให้ทรัพย์สินอะไรอีก

“ก็ได้ค่ะ แต่วังนี้ต้องเป็นของชายเดียว เพราะชายเดียวเป็นลูกที่เกิดจากชายาเอก จะให้อยู่โดยไม่มีวังหรือต้องอยู่ร่วมกับลูกเมียน้อยไม่ได้เป็นอันขาด”

อธิปจะไม่ยอม เมราจึงท้าให้ไปเจอกันในศาล พระญาติจะได้ทราบกันทั่วหน้า อธิปแค้นใจ “อยากได้นักก็รอฉันตายก่อนก็แล้วกัน ฉันจะทำพินัยกรรมไว้ให้ แต่ถ้าฉันยังอยู่ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้นั่งชูคออยู่ในวังนี้อีก”

เมราน้ำตาคลอเดินเข้ากอดแม่ที่ยืนร้องไห้ด้วยสงสารตน หม่อมเรี่ยมติงทำไมไม่บอก ทำไมอดทนถึงเพียงนี้ ตนจะไม่ขวางการหย่าร้างอีก...

ด้านอุรวศีมีความสุขกับชีวิตคู่ที่เป็นอุษาสาวชาวบ้าน ปรนนิบัติอนลข้าราชการอนาคตยาวไกล มีจัน มาอยู่ด้วย ทำขนมจีนขายเลี้ยงตัวจนร่ำรวย...อนลมักจะกลับมากินข้าวกลางวันที่บ้าน และวันนี้เขากลับมาก็สวมกอดอุรวศีหอมแก้มฟอดใหญ่ ทันใดเสียงหม่อมสลวยกระแอมขัดจังหวะ อนลสะดุ้งถอยห่างยกมือไหว้ หม่อมสลวยยิ้มขำๆแต่ก็ปลื้มใจเห็นลูกมีความสุข

จันรีบปิดร้านเก็บขนมจีนที่ปกติจะขายหมด เอากลับมาให้หม่อมสลวยกับผ่องชิม ว่าฝีมือตนจะสู้ครูผ่องได้หรือไม่ ทั้งผ่องและหม่อมสลวยยอมรับว่าอร่อยไม่แพ้กัน หม่อมสลวยเป็นห่วงอยากส่งเรือนแพหลังใหญ่มาให้ จะได้กว้างขวางขึ้น ท่านหญิงปฏิเสธ

“อย่าเลยค่ะแม่ คุณพี่เป็นลูกพระยาคนอิจฉาก็มีมาก และตำแหน่งคุณพี่ก็ยังเล็ก ถ้าเรากินอยู่เกินตำแหน่งไป จะเป็นเรื่องให้ครหาเสียเปล่าๆ”

“อย่างนั้นก็ตามใจลูกเถิดจ้ะ...ตาฝากมาให้จ้ะ มีข่าวมาบอกหลายเรื่องเลย” หม่อมสลวยส่งจดหมายให้อุรวศี จันรีบถามมีข่าวท่านหญิงเมราบ้างไหม

อุรวศีอ่านจดหมายสักพักเล่าว่าเมราหย่าขาดกับอธิปแล้ว ได้สินสอดมากโขอยู่สบายไปทั้งชาติกับลูกชาย ผ่องถอนใจเล่าเรื่องที่ตำหนักหม่อมต่วน

“แต่เรื่องลูกๆหม่อมต่วนก็เป็นไปอย่างที่ท่านหญิงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ตอนนี้ฟ้องร้องเรื่องมรดกกันอีนุงตุงนัง พ่อบอกว่าเป็นข่าวครึกโครมกันไปทั่วพระนครเลยเชียว”

จันสมน้ำหน้าให้ แต่นึกห่วงอรุณวาสี อุรวศีบอกไม่ต้องห่วง ตาเขียนเล่ามาว่า ท่านหญิงสละสิทธิ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกองมรดก และได้เสกสมรสกับสุรคมไปแล้ว จันดีใจที่ลงเอยกันได้เสียที

เย็นวันนั้น อนลนั่งเขียนกลอนลงสมุดบันทึกอยู่ที่สนามหน้าเรือน อุรวศีเข้ามานั่งข้างๆ อนลอ่านบทกลอนที่เขียนบรรยายความรักที่มีต่อเธอให้ฟัง ท่านหญิงปลาบปลื้มที่นิ้วนางซ้ายยังคงสวมแหวนทองวงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แสดงถึงความรักที่มีต่อเขาไม่ได้อยู่ที่ความมั่งมีแม้แต่น้อย ทั้งสองสวมกอดกัน มีแต่ความรักและความผูกพันให้แก่กันตลอดจนชั่วชีวิต

ooooooo

ผ่านมา 100 กว่าปี คำกลอนในสมุดบันทึกของ อนลถูกสลักบนหินอ่อนสีขาว ล้อมกรอบสีทอง วางประดับบนโต๊ะไม้เก่าแก่ที่ห้องโถงบ้านรัชปาลี สุรสายลูกชายคนเล็กของสุรคมวัย 90 ปี นั่งอยู่บนรถเข็นกำลังอ่านบทกลอนอย่างตั้งใจ โดยมีสุรางค์หลานสาววัย 22 ปียืนอยู่ข้างๆ

บ้านรัชปาลีปัจจุบันกลายเป็นบูทีคโฮเต็ลหรูหรา และเป็นร้านอาหารชื่อดัง ลูกค้าแน่นร้าน บนกำแพงมีภาพใหญ่แขวนประดับ เป็นภาพอนลในชุดข้าราชการเต็มยศ ยืนอยู่หลังอุษาที่นั่งบนเก้าอี้ ทั้งสองยังสวยสง่าทั้งที่วัยใกล้หกสิบ ถัดมาเป็นภาพหม่อมสลวย บุญทัน จางวางสม ผ่อง จัน ถึกและคล้องติดอยู่เต็มผนัง

อนุวัฒน์ หนุ่มหล่อวัย 25 ปีเหลนของอนลกับอุษาซึ่งเป็นเจ้าของบ้านรัชปาลีคนปัจจุบันและได้ดัดแปลงเป็นโฮเต็ลและร้านอาหาร ใช้เรือนของเกื้อเป็นบ้านพักอาศัย...อนุวัฒน์กำลังถ่ายเซลฟี่กับลูกค้าสาวๆอย่างไม่ถือตัว ยิ้มทักทายลูกค้าทั่วถึง จนนำเมนูมาส่งให้สุรสายที่รอโต๊ะอยู่ สุรสายทักถามว่าเขาเป็นเหลนของคุณพระนรารักษากับคุณอุษาหรือ

“ใช่ครับ ท่านรู้จักคุณทวดของผมด้วยเหรอครับ”

“ผมเคยเจอท่าน ท่านพ่อของผมเป็นเพื่อนกับพระนรา พอเกษียณท่านพ่อก็เลยให้ผมพามาเยี่ยมคุณพระ ตอนนั้นคุณพระท่านเกษียณจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็เพิ่งย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ได้ไม่นาน”

สุรสายยิ้มแย้มเมื่อได้รื้อฟื้นความหลัง และชี้ไปยังภาพคู่อนล

“ตอนผมเจอท่าน ท่านอายุมากกว่าในรูปนี้นิดหน่อย มีเรื่องตลกด้วยนะ ท่านพ่อของผมเคยไปตู่ว่าคุณอุษาเป็นน้าของผม ผมต้องขอโทษขอโพยเสียแทบแย่ เอ้อ ลืมบอกไป ท่านพ่อผมชื่อหม่อมเจ้าสุรคม ส่วนท่านแม่ผมชื่อหม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี ส่วนท่านน้าผม...”

สุรางค์แทรกขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ชื่อหม่อมเจ้าหญิงอุรวศีค่ะ นี่เรื่องโปรดเลยนะคะ รำลึกความหลังทีไร ต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทุกที”

“เอ๊ะไอ้เจ้าคนนี้ ชอบขัดคอปู่ซะเรื่อยเลย”

สุรสายเอ็ดหลานด้วยความเอ็นดู อนุวัฒน์รู้ถึง ความสนิทสนมของปู่กับหลาน จึงนั่งร่วมโต๊ะคุยด้วยอยู่นาน อนุวัฒน์เล่าว่า เกื้อซึ่งเป็นเทียดของตน เป็นอาของคุณทวด ชอบเขียนไดอารี่ จดไว้ละเอียดยิบ ทำให้ตนรู้เรื่องที่ผ่านมาของรุ่นคุณทวด และรู้ว่ามีข่าวครึกโครมในสมัยนั้น

สุรสายจำได้ถ้าครึกโครมก็มีเรื่องมรดกเรื่องเดียว เรื่องเงินๆทองๆไม่เข้าใครออกใคร ญาติทางพ่อตนก็แตกกันจนมองหน้าไม่ติด ขนาดเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน สุรางค์ถามว่าเรื่องนี้ทำไมตนตกข่าว สุรสายส่ายหน้าบอกว่า

“ก็เรื่องมันไม่เป็นเรื่อง ตอนนั้นปู่ยังไม่เกิดท่านพ่อเล่าให้ฟังอีกที ฟังแล้วก็อ่อนใจ”

สุรสายเล่าถึงตอนที่สุรคม เมราและหม่อมเรี่ยมมาร่วมงานศพท่านหญิงทิพย์ขนิษฐาของอธิป แต่อธิปเอาแต่เมาหาว่าทุกคนมาเยาะเย้ยที่ตนไม่ได้เลื่อนยศตำแหน่งเหมือนสุรคม จนมีตำแหน่งต่ำกว่าและทนไม่ได้ลาออกมา

สุรางค์ฟังแล้วสงสัย ถ้าลาออกแล้วกินอยู่อย่างไร

“ท่านลุงเป็นคนหลงใครก็ทุ่มไม่อั้นจนสมบัติหมดเกลี้ยง ดีแต่ว่าสิ้นชีพิตักษัยไปก่อนเลยไม่ลำบาก ลูกแต่ละคนก็หนักหนาอยู่ เว้นแต่พี่ชายเดียวที่เกิดกับท่านป้าเมรา ได้ทั้งสมบัติของท่านป้าแล้วก็ยังได้วังของท่านลุงไปอีก”

อนุวัฒน์เคยอ่านหนังสือเจอว่าท่านป้าของสุรสายเป็นผู้ก่อตั้งห้องเสื้อเมรา สุรางค์เล่าเสริมว่าไม่มีการประกวดนางงามที่ไหนก็ต้องใช้บริการ เป็นแบรนด์ดังของไทยที่อยู่เป็นร้อยปี สุรสายเล่าว่าตอนก่อตั้งใช้ชื่อหม่อมเรี่ยมเพราะคนจะดูถูกว่าเจ้านายมาค้าขาย เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อรุ่นลูกหลานนี่เอง

อนุวัฒน์ตื่นเต้นที่ได้รู้เรื่องอดีตของบรรพบุรุษ สุรางค์แซวว่ายังไม่ถึงช่วงสำคัญสุด นี่เพิ่งปูเรื่องเท่านั้น สุรสายถลึงตาใส่หลานสาวที่ชอบดักคอ แล้วสุรสายก็เล่าต่อว่า

“ญาติทางพ่อผมว่าแตกกันแล้ว ทางแม่ต้องเรียกว่าไม่มีชิ้นดีเลย อย่างที่คุณว่ามันเป็นข่าวครึกโครมดังไปทั่ววงสังคม แต่มีไม่กี่คนหรอกที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ... ท่านลุงท่านป้าผมฟ้องร้องกันเรื่องมรดกของหม่อมยาย ทำให้ระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด ไม่มีใครใช้เงินจากกองมรดกได้แม้แต่บาทเดียว ท่านลุงใหญ่รับราชการเลยไม่เดือดร้อน ส่วนพระสวามีของท่านป้าใหญ่ก็ทรงร่ำรวย มีแต่ท่านป้ากลางกับท่านป้านิดเท่านั้นที่ลำบาก...”

เงินใช้จ่ายหมดลงถึงขนาดในตำหนักต้องกินข้าวต้มผักดอง ท่านหญิงกลางก็ไม่ลดละเอาสมบัติส่วนตัวออกมากินใช้ ส่วนท่านหญิงนิดถูกพุ่มปอกลอกเงินจนหมดแล้วทิ้งไปมีความสุขกับสำอาง...

คดีความสู้กันยาวนานกว่ายี่สิบปี ท่านหญิงนิดสิ้นชีพิตักษัยไปก่อน ตอนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ท่านหญิงใหญ่กับพระสวามีพร้อมโอรสธิดาต้องลี้ภัยไปอยู่ปีนังและสิ้นชีพิตักษัยที่นั่น

สุรางค์แย็บว่ามีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นในงานพระศพ สุรสายเหน็บว่าทีอย่างนี้จำแม่น ก่อนจะเล่าต่อยิ้มๆว่า ในศาลาสวดศพอลัมพุษาหรือท่านหญิงใหญ่ สองท่านหญิง เมรากับอรุณวาสีเดินคุยกันเข้ามาในศาลาหลังงานสวดคืนนั้นเสร็จสิ้น แล้วต้องแปลกใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกราบพระศพอยู่ จึงเอ่ยขอบคุณที่มา

แต่พอผู้หญิงคนนั้นหันมา ทั้งสองตกตะลึงที่หน้าเหมือนอุรวศีแม้จะมีอายุมากขึ้น ท่านหญิงเองก็ตกใจรีบก้มหน้าเดินหนี สองท่านหญิงรีบเดินตาม แต่อนลโผล่มาขวาง ทักทายราวกับตนเพิ่งมา สองท่านหญิงถามเขาว่าเห็นอุรวศีไหม อนลตีหน้าตาย
“ท่านหญิงอุรวศีสิ้นชีพิตักษัยไปนานแล้วนี่ กระหม่อม และตอนที่กระหม่อมเดินเข้ามา ก็ไม่มีใครเดินสวนออกไปแม้แต่คนเดียวนะกระหม่อม”

อรุณวาสีไม่เชื่อเพราะตนจำน้องสาวคนเดียวได้ อนลยืนกรานว่าไม่เห็นใครเลยจริงๆ เมราจึงคิดว่าวิญญาณ อุรวศีคงมารับวิญญาณอลัมพุษาไปอยู่ด้วยกัน อนลแอบถอนใจโล่งอก

สุรางค์ฟังเรื่องนี้ทีไรให้ขนลุกทุกที สุรสายเอ็ดว่าบรรพบุรุษของเราจะกลัวทำไม อนุวัฒน์ถามว่าท้ายสุดคดีใครชนะ สุรสายส่ายหน้าจะเรียกว่าชนะก็ไม่ได้ เพราะคดียังไม่สิ้นสุดก็ทยอยสิ้นชีพิตักษัยกันไป คนต่อมาคือ อรชุนหรือท่านลุงใหญ่ ตนได้ไปเยี่ยมตอนอายุราวสิบขวบ ท่านลุงพูดคุยกับท่านแม่ด้วยดีเพราะเป็นน้องที่ไม่คิดแย่งสมบัติ แถมชื่นชมท่านพ่อที่มีอนาคตราชการก้าวไกลเป็นถึงรองอธิบดีเพราะเป็นคนเก่งจริง ไม่เหมือนท่านลุงที่ถูกออกจากราชการก่อนกำหนด และยังต้อง
มาอยู่บ้านกับคนใจยักษ์

พูดไม่ทันไรหญิงกลางแหวเข้ามาว่าเมื่อไหร่จะตายๆไปเสียที แล้วทั้งสองก็ทะเลาะกันต่อหน้าน้องและหลาน จากนั้นไม่นานอรชุนก็สิ้นชีพิตักษัย สมบัติทั้งหมดตกเป็นของหญิงกลางไปโดยปริยาย แต่กรรมก็ตามทัน โจรบุกปล้นวังและแทงแปลกตายต่อหน้าหญิงกลาง ทำให้ทรงเสียสติ โชคยังดีที่ท่านหญิงเอาเงินทองทรัพย์สมบัติฝากธนาคารไว้ พวกโจรจึงได้ไปเพียงเล็กน้อย

หญิงกลางนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตลอดชีวิตโดยมีท่านป้อมซึ่งกลายมาเป็นผู้ช่วยหมอคอยดูแลไปจนตายจากกัน สมบัติทั้งหมดตกเป็นของหญิงเล็กหรืออรุณวาสี

อนุวัฒน์ฟังแล้วทึ่ง แสดงว่าของของใครก็ต้องเป็นของของคนนั้น สุรสายพยักหน้ารับ

“ก็คงจะใช่ แต่ท่านพ่อท่านแม่ของผมกลัวว่าลูกๆจะแตกแยกกันเพราะสมบัติ ก็เลยเอาสมบัติทั้งหมดมาเป็นกองกลาง แล้วจ้างคนอื่นมาบริหาร ส่วนพวกเราก็รับแต่ดอกผล จนพี่ๆของผมขึ้นสวรรค์กันไปหมด พวกเราก็ไม่เคยทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้เลย”

อนุวัฒน์เห็นว่าสมบัติมากแค่ไหนก็ไม่คุ้ม ถ้าพี่น้องแตกแยกกัน ครั้นสุรสายเอ่ยถามทำไมที่นี่กลายเป็นร้านอาหาร อนุวัฒน์เล่าว่า ตอนคุณทวดเกษียณกลับมา ชวดจันกับชวดอุษาช่วยกันทำร้านอาหาร ส่วนที่เป็นโรงแรมตนเพิ่งทำเองได้สองปี

สุรางค์แซวปู่เรื่องอุษาอีก ทำให้อนุวัฒน์อยากฟังอย่างละเอียด สุรสายจึงเล่าถึงตอนที่ท่านพ่อสุรคมเกษียณแล้ว ตนพามาเยี่ยมบ้านรัชปาลีแล้วได้เจออุษา ท่านพ่อเชื่อว่าคืออุรวศีแน่ๆ ใครจะพูดอย่างไรก็ไม่เชื่อแล้วพาลโกรธทุกคนหมด

หลังจากนั้นหลายปี อุษาก็เสียชีวิตลงท่ามกลางความเสียใจของลูกหลาน อนลทำศพให้สมเกียรติ พอเสร็จสิ้นงานศพก็ล้มป่วยและเสียชีวิตตามไป ทุกคนโจษจันถึงความรักของทั้งสองจนเก็บกลอนเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความรักที่ยั่งยืนมีจริง

เมื่อการสนทนาจบลง อนุวัฒน์ออกมาส่งสุรสายและสุรางค์ที่หน้าโรงแรม เอ่ยปากชวนให้กลับมารับประทานอาหารโปรโมชั่นพิเศษอีก สุรสายได้แต่หวังว่าตนจะมีชีวิตได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ก็ดีใจที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นหลังได้รับฟัง

ooooooo

–อวสาน–


ละครเพชรกลางไฟ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านเพชรกลางไฟ ติดตามเพชรกลางไฟ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ, นิษฐา จิรยั่งยืน 28 ก.พ. 2560 09:17 2017-03-03T02:16:16+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ