ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ

ณรงค์กับแตนกลับไปที่บ้าน ทั้งสองข่มขู่ ยื้อแย่งและขโมยทรัพย์สินมีค่าจากจิตราหนีไป จิตราช็อกกับสิ่งที่ณรงค์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำ

ผิดกับอู่เพชรที่เริ่มกิจการอย่างคึกคัก คืนนี้ขณะเพชรกำลังเช็กอุปกรณ์การทำงานอยู่ เอก็ขับรถเข้ามา

เพชรดีใจมากรีบออกไปรับถามว่าทำไมมาเสียดึก นึกว่ารถเสียจัดแจงจะดูให้

“เฮ้ย...ใจเย็นๆ รถข้าไม่ได้เสีย แต่ข้าเพิ่งว่างก็เลยแวะมาดูกิจการใหม่ของเอ็งสักหน่อย อู่สวยดี เนื้อที่ กว้างขวาง หมดไปเท่าไหร่วะ หรือต้องไปกู้เงินใครมาอีกหรือเปล่า”

“เปล่าจ้ะพี่ ทั้งอู่ ทั้งที่ดิน ทั้งอุปกรณ์ เถ้าแก่กับเจ๊หลินขายให้ราคาถูก แถมยังให้ผ่อนได้นานไม่มีดอกเบี้ยจ้ะ”

เอบอกว่าเพชรสมควรที่จะได้รับทุกอย่างที่ได้ ขอให้เพชรพยายามทำให้ดีที่สุด ให้ประสบผลสำเร็จให้มากที่สุด เพราะชีวิตของเพชรจะทำให้คนที่ทำดีรู้สึกฮึกเหิมและมีแรงใจ ย้ำกับเพชรว่า

“เพราะคนอย่างเอ็งคือคำตอบที่ชัดเจนของคำว่า ทำดีได้ดี”

เอยังเปรียบเทียบเพชรกับณรงค์ว่าชีวิตเพชรติดลบแต่ก็สู้มาถึงตรงนี้ แต่ณรงค์มีทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม แต่เขากลับทำลายชีวิตตัวเองจนป่นปี้ เอหัวเราะสะใจบอกเพชรว่า

“ไม่รู้มันหนีเตลิดไปอยู่ไหนแล้ว แต่มันคงไม่กล้ามาที่นี่แน่ๆเอ็งสบายใจได้ เพราะโดนเสี่ยทรงชัยไล่ล่าอยู่” เอยังพูดถึงตี๋ว่าให้เพชรสืบๆค้นๆดูให้ดี เผื่อจะโชคดีได้หลักฐานมาจัดการกับไอ้รงค์สักที

เพชรขอบคุณที่เอมา เอบอกว่าตนเป็นหนี้ชีวิตเพชรไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มองไปรอบๆบอกก่อนกลับว่า

“แล้วยังเรื่องนี้อีก...อย่างน้อยพี่ก็ได้ร่วมฝันไปกับเอ็งด้วย...โชคดีไอ้น้องชาย”

ณรงค์กับแตนทั้งจี้ ปล้น ขโมยทรัพย์สินของจิตรามาแล้วก็ให้วุธเอาไปขายเพื่อหนีไปอยู่ชายแดน แตนมองหาเหล้าบอกให้วุธเอามาให้ณรงค์หน่อยจะได้หายคลั่ง วุธมองพฤติกรรมของณรงค์กับแตนอย่างหวาดกลัว

แม้ว่าเพชรจะเปิดอู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเก่ามีทั้งช่างมีฝีมือและลูกมือที่เอาการเอางาน แต่ย่าพุดก็ยังทำขนมขายจนมีคนทักว่ายังจะทำขนมขายอีกหรือเห็นหลานมีกิจการขนาดนี้แล้ว ย่าพุดบอกว่า

“ทำสิ ฉันต้องทำไปเรื่อยๆนั่นแหละจนกว่าจะทำไม่ไหว”

ยายเจียมคุยอย่างมีความสุขว่าตนได้มาช่วยยายพุดทำขนม ส่วนเพชรได้ดีแล้วไม่เคยลืมใครเลย  ได้ให้เจ้าเบี้ยวหลานตนไปฝึกงานที่อู่หลังเลิกเรียน นอกจากนี้เพชรยังให้เด็กๆในสลัมที่เป็นลูกศิษย์ครูหมายมาช่วยงานที่อู่กับที่ขนส่งอีกด้วย ยายเจียมคุยปลื้มว่า

“เห็นไหม คนมันกตัญญูมาจากข้างใน ต่อให้มันได้ดียังไงมันก็ไม่เคยลืมตัว ได้ดีแล้วก็ยังแจกจ่ายไปให้คนอื่นด้วย...ฉันล่ะปลื้มใจแทนแกจริงๆนะนังพุด”

ขณะนั้นจิตราเดินผ่านมาฟังเสียงชื่นชมเพชรอย่างเจ็บปวดแล้วรีบเดินเลี่ยงไป ย่าพุดเห็นจึงเรียกแต่จิตรารีบเดินหนี ย่าพุดมองตามอย่างสงสาร

วันนี้เพชรไปหาครูหมายที่บ้าน ครูถามถึงเฮียตงว่าเป็นยังไงบ้าง เพชรบอกว่าตนกำลังหาหลักฐานมาแก้ต่างให้ตี๋อยู่แต่ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหนเพราะหลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่คุณตี๋คนเดียว แต่ทุกคนค่อนข้างแน่ใจว่าตี๋ไม่รู้เรื่องด้วยแน่ๆ ตัวการน่าจะเป็นณรงค์แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ครูหมายบอกทุกคนว่า

“เออ...ก็ต้องช่วยกันไปนะ แต่เอ็งจำเอาไว้นะเพชร คนจะเป็นหัวหน้ามันต้องดูคนให้เป็นนะว่าลูกน้องคนไหนเป็นยังไง เหมาะที่จะทำงานแบบไหน ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นแบบคุณตี๋นี่แหละ”

ฝ่ายเสี่ยทรงชัยกำลังตกที่นั่งลำบาก ถูกตำรวจตามล่าจนต้องโทร.ไปหานายที่เยาวราช ตะโกนอย่างโกรธแค้น

“เฮีย...ทั้งหมดเพราะไอ้เอ มันเป็นคนบอกตำรวจ เฮียต้องจัดการให้ผมนะ มันเป็นคนของเฮีย...ไม่ได้ เฮียทำแบบนี้ผมก็ตายสิ เฮีย...เฮ้ย...เฮีย” เสี่ยทรงชัยหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ปลายสายวางไปแล้ว ตะโกน “เฮ้ย...มีใครอยู่บ้างวะ เตรียมรถที ไปบ้านนายที่เยาวราช”

ปริมที่แอบฟังอยู่พอรู้ว่าพ่อทำอะไรก็เสียใจร้องไห้ ตัดพ้อว่าพ่อทำงานชั่วร้ายพวกนั้นจริงๆ ถามว่าพ่อทำอย่างนั้นทำไม แล้วตนจะเอาหน้าไปไว้ไหนที่มีพ่อเป็นอาชญากร เป็นโจร เสี่ยทรงชัยสั่งให้ปริมเงียบ แต่ปริมยังกรีดร้องอย่างสติแตก

ทันใดนั้นมีเสียงคนวิ่งขึ้นมา เสี่ยทรงชัยตกใจเห็นตำรวจวิ่งกรูเข้ามาถามว่าเข้ามาได้ยังไง เข้ามาทำไม ชาญวิทย์บอกว่าตนมาตามหมายจับและคนที่เปิดประตูให้ตำรวจเข้ามาก็คือหนิง

เสี่ยทรงชัยถูกตำรวจจับไปในขณะที่ปริมยังนั่งร้องไห้ฟูมฟายซุกหน้าอยู่ด้วยความอาย

ชาญวิทย์โทร.บอกเพชรเรื่องเสี่ยทรงชัยถูกจับ เพชรถามถึงปริม พอฟังปลายสายก็หน้าสลด รินทร์แอบมองเพชรอย่างไม่สบายใจจนเพชรสงสัยถามว่าเป็นอะไร เดาว่าเธอคิดว่าตนเป็นห่วงปริมใช่ไหม รินทร์นิ่ง เพชรชี้แจงว่าตนแค่ห่วงใยเพื่อนคนนึงที่เรารู้จักเท่านั้น รินทร์ไม่ต้องกังวล ยืนยันว่าตนเป็นคนรักษาคำพูดและสัญญาของตัวเอง ย้ำอีกครั้งว่า

“พี่เคยพูดไว้ว่าในชีวิตจะมีผู้หญิงแค่สามคนเท่านั้นที่พี่จะรัก ดูแล และปกป้องด้วยชีวิต จนถึงตอนนี้พี่ก็จะมีแค่นั้นจริงๆ”

รินทร์มองหน้าเพชรเหมือนมีอะไรในใจ พอเพชรถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือ รินทร์ตอบเขินๆว่า

“ก็...ก็ตอนนั้นพี่พูดแค่ดูแลและปกป้องด้วยชีวิตเท่านั้นนี่คะ ไม่มี...เรื่อง...”

“ก็ตอนนั้นพี่เป็นแค่ไอ้เพชร ผู้ชายจนๆจากสลัมคนนึงเท่านั้นเองนี่จ๊ะ พี่เลยไม่กล้าที่จะพูดหรือทำอะไรมากกว่าที่ผ่านมา แต่ตอนนี้...พี่คิดว่าพี่พร้อมแล้ว ที่จะ...”

“คุณเพชร...คุณเพชร...” เสียงปริมขัดขึ้น ทั้งเพชรและรินทร์ต่างหันมองแล้วต้องตกใจเมื่อปริมมาในสภาพหน้าตาเขียวช้ำ เนื้อตัวสกปรกมอมแมม เดินเท้าเปล่า วิ่งเข้ามากอดเพชรร้องไห้อย่างน่าเวทนา รินทร์มองอึ้ง

ย่าพุดพาปริมไปที่ห้องนอนแขกที่บ้านหลังใหม่ของเพชรในบริเวณอู่ ปลอบปริมว่าอยู่กับเราที่นี่ไม่มีอะไรต้องกลัว ทุกข์ภัยร้ายกาจอะไรก็เข้ามาทำอะไรคุณไม่ได้ ปริมกอดย่าพุดร้องไห้เหมือนเด็กเสียขวัญ

จิตราอยู่ในสภาพเหลือตัวคนเดียวทั้งเป็นห่วงณรงค์และเสียขวัญจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยิ่งเมื่อออกไปนอกบ้านเจอสายตาชาวบ้านที่มองอย่างรังเกียจก็ทนไม่ได้ถามว่ามองอะไร อยากรู้อะไรก็ถาม อย่ามองอย่างกับตนไปฆ่าใครมา เพื่อนบ้านคนหนึ่งจึงเอาหนังสือพิมพ์ให้ดู พูดใส่หน้าว่า

“อ่านซะนะ แล้วจะได้รู้ว่าคุณฆ่าคนตายทางอ้อมไปกี่คนแล้ว”

จิตราดูหนังสือพิมพ์แล้วตกใจ เสียใจ กรีดร้องสติแตกจนเป็นลมล้มพับไป

แตนกับณรงค์หนีไปอยู่ที่บ้านเช่าของวุธ อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกับที่จิตราอ่านแล้วผลุนผลันจะออกไป แตนถามว่าจะไปไหน

“ฉันจะกลับไปเอาเรื่องพวกมัน มันจะมาเขียนให้ร้ายกันแบบนี้ไม่ได้”

“กลับไปให้พวกมันลากตัวเข้าคุกน่ะเหรอ” แตนถามเย้ย ถามว่า “บ้าหรือเปล่า ใครจะช่วยแกได้ ไอ้เสี่ยทรงชัยก็โดนจับไปแล้ว ไอ้เอก็กลับมาคุมแถวบ้านแกอีกแล้ว แกไม่เหลืออะไรแล้วนะณรงค์ แกไม่เหลืออะไรแล้ว เข้าใจไหม”

แตนตะโกนใส่หน้าณรงค์จนเขาสลดเมื่อเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงของตัวเอง

วุธมองแตนกับณรงค์สลับไปมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว

ooooooo

ชาญวิทย์เล่าสภาพของเสี่ยทรงชัยให้เพชรฟังที่สถานีตำรวจว่า ทางการได้อายัดทรัพย์สินของเสี่ยและปริมไว้หมดแล้ว เพราะจากประวัติปริมไม่เคยทำงานมีรายได้อะไรเลย ฉะนั้นทรัพย์สินน่าจะมาจากการค้ายาของเสี่ย ถามเพชรว่าแล้วตอนนี้ปริมเป็นยังไงบ้าง

“ก็ยังไม่ดีขึ้นเลยครับ ย่าช่วยดูแลอยู่ บอกว่ารอให้พอทำใจได้ก่อนแล้วจะขยับขยายยังไงค่อยว่ากัน” ชาญวิทย์มองเพชรอย่างมีคำถาม เพชรเข้าใจบอกว่า “รินทร์รู้และเข้าใจทุกอย่างครับ”

ขณะนั้นเอง ตำรวจเข้ามาบอกชาญวิทย์ว่าเถ้าแก่ตงมาถึงแล้ว ทั้งสองจึงลุกไป

ภาพที่ชาญวิทย์กับเพชรเห็นคือ ตี๋ออกจากห้องขังโผเข้ากอดหลินร้องไห้โฮแล้วผละจากแม่มากราบเท้าเฮียตงร้องไห้ขอโทษเตี่ย เฮียตงประคองตี๋ขึ้นมากอดปลอบให้เข้มแข็ง

เพชรเห็นพ่อแม่ลูกกอดและเข้าใจกันก็ยิ้มสบายใจขึ้น

ooooooo

เย็นนี้เองขณะเอยืนคุยกับครูหมายที่กำลังอบรมเด็กสองคนที่ริมถนน ก็ถูกมอเตอร์ไซค์สองคันพุ่งเข้ามาคนซ้อนท้ายสองคนยิงกราดไปที่ครูหมาย เอ และป๋องอย่างหมายชีวิต

ป๋องกระโดดมากันเอกับครูหมายและเด็กไว้ แต่ครูหมายก็คว้ามือเอและเด็กสองคนหลบกระสุนทัน แต่ป๋องถูกกระสุนถากที่แขน ป๋องถามเอว่าพวกมันเป็นใครทำไมกล้าขนาดนี้ ครูหมายมองเอถามว่า

“เอ็งจะต้องตามล่าคนที่หวังจะโค่นเอ็งไปอีกกี่ครั้งวะเอ เอ็งถึงจะเข้าใจ”

และคืนนี้ที่บ้านเช่าวุธ ณรงค์นั่งกินเหล้ากรอกเอา ...กรอกเอา บ่นด่าทุกคนที่ทำให้ตนเป็นแบบนี้ว่า

“คอยดูนะ กูจะต้องเอาคืนพวกมันทุกตัว ไอ้เอ ไอ้เพชร ไอ้แก่หมาย แล้วก็นังปริม คนอย่างณรงค์ไม่มี ทางตกอับหรอกโว้ย...พวกมึงจำคำกูไว้...ใช่ไหมไอ้วุธ” แล้วบอกวุธให้ไปเอาเหล้ามาอีก เหล้าในไม่เอาเอาแต่เหล้านอก

แต่พอวุธเปิดประตูออกไปก็เจอแตนเข้ามาบอกว่าพวกที่ชายแดนส่งข่าวมาแล้วว่าณรงค์ไปอยู่ที่โน่นได้และ “พวกมันยินดีรับซื้อพวกที่แกจะพาไปด้วยทุกคน ด้วยราคาที่น่าสนใจเชียวล่ะ”

“ดี...ไอ้วุธ มึงไปตามไอ้พวกที่เหลือ เอาคนที่ไว้ใจได้นะ มีเท่าไหร่ลากคอมาให้ครบทุกคน” วุธถาม ณรงค์ว่าจะทำอะไรอีก “คนอย่างกูไม่หนีไปอย่างหมาจนตรอกหรอกวุธ พวกมันต้องเจ็บมากกว่ากูหลายเท่า”

เวลาเดียวกันเอก็เรียกป๋องมา เอาเงินให้ปึกใหญ่บอกว่าเอาไปแบ่งกัน ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกมา กำชับให้ระวังตัวด้วย เอพูดขรึมแล้วเดินไป ป๋องมองอย่างรู้ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ

ที่อู่เพชร นอกจากงานซ่อมที่ลูกค้ามีความเชื่อถือทยอยกันมามากขึ้นทุกทีแล้ว วันนี้มีลูกค้าขับรถเข้ามาเห็นยุทธกำลังล้างอีแก่อยู่เลยฝากล้างของตนด้วย พอเพชรรู้ก็มีความคิดใหม่ๆขึ้นมาอีก จึงเอาแนวคิดไปปรึกษาเฮียตงซึ่งคร่ำหวอดในวงการและมีเครือข่ายกว้างขวาง

เฮียตงแนะนำให้นำสินค้าอื่นทั้งของใหม่และมือสองมาวาง ที่สำคัญยังแนะนำให้ไปติดต่อมิสเตอร์โรเบิร์ทที่ดูแลเรื่องอะไหล่รถของพวกอเมริกัน เขาเป็นคนพูดง่ายใจถึง ให้เพชรลองเอาโครงการนี้ไปคุยดู ทั้งยังให้เบอร์โทร.คุณศุภกิจที่เป็นคนนำเข้ารถญี่ปุ่นด้วย ให้บอกไปเลยว่าตนแนะนำมา ยังไงก็ต้องสำเร็จ

เพชรรับคำแนะนำจากเฮียตงมาด้วยความดีใจและมีความหวัง

ooooooo

ย่าพุดกรองกับรินทร์ไปหาจิตราด้วยความเป็นห่วงสภาพจิตใจ ไปเจอจิตรากำลังขวัญเสีย พอเห็นย่าพุดก็โผกอดร้องไห้ขอให้ช่วยด้วย ย่าพุดกอดปลอบอย่างเมตตาสงสาร

ณรงค์มาเห็นแม่กอดกับย่าพุดก็แค้นใจคำรามก่อนผลุนผลันออกไป

“แม่หักหลังรงค์”

คืนนี้ที่ตรอกเล็กๆในชุมชน วุธไปยืนชะเง้อบ่นอย่างว้าวุ่นใจ

“เมื่อไหร่จะมาวะ ก็ไหนมันบอกว่าจะมาทุกวันไง ต้องมานะโว้ยไอ้ป๋อง ยังไงวันนี้มึงต้องมา”

“ถ้ามันมาแล้วมึงจะทำอะไร” เสียงเหี้ยมของณรงค์แทรกขึ้น วุธตกใจผงะแทบหงายหลัง “มึงจะหักหลังกูใช่ไหมไอ้วุธ...ใช่ไหม!”

ถามแล้วไม่รอคำตอบ ณรงค์ทั้งเตะต่อยกระทืบวุธ แตนยืนดูอยู่อย่างสะใจ ยุว่า

“ถ้าทำให้มันเงียบไม่ได้ ก็เก็บมันซะเถอะณรงค์ เพื่อนแกมันปอดแหกจนเก็บอาการไม่อยู่แล้ว ขืนปล่อยมันไว้งานเราจะพัง”

ณรงค์ทำท่าจะหยิบอะไรบางอย่าง วุธตกใจยกมือไหว้อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ตนยอมแล้ว จะให้ทำอะไรตนยอมทุกอย่าง แล้วก้มกราบณรงค์อย่างหวาดกลัว

เย็นนี้เองวุธก็ไปขี่รถวนรอบๆอู่ของเพชร เห็นคนงานทยอยกันกลับ พิมเพิ่งกลับเข้ามากับรินทร์ก็มาช่วยกันทำงานอยู่ในอู่ วุธกลับไปรายงานณรงค์ ณรงค์กับแตนจึงพาลูกน้องไปที่อู่ ยิงปืนขู่แล้วสั่งให้ลูกน้องลากตัวสองคนออกมา พูดอย่างสะใจว่า

“ไอ้เพชรมันจะทำยังไงถ้ามันรู้ว่ามึงสองคนต้องไปขายตัวอยู่ที่ชายแดน”

ย่าพุดได้ยินเสียงปืนวิ่งเข้ามาพร้อมปริม ย่าพุดมาถามณรงค์ว่าทำอะไร ณรงค์พูดอย่างสะใจว่าปริมก็อยู่ที่นี่งั้นไปด้วยกันเลย ย่าพุดพยายามขวางก็ถูกณรงค์ใช้ปืนฟาดที่หน้าจนล้ม ตวาด “อย่ายุ่ง”

รินทร์กับพิมจะเข้าไปดูย่าก็ถูกแตนตบหน้าและกระชากไปด่าไป ณรงค์ยิงปืนขู่อีกนัด ตะคอก

“จะออกไปง่ายๆหรืออยากให้กระสุนนัดต่อไปเจาะกะโหลกอีแก่นี่ก่อน”

รินทร์กับพิมร้องห้ามสุดเสียงแล้วจำต้องไปกับแตน ส่วนณรงค์ลากปริมผ่านย่าพุดที่ฟุบกับพื้นไป

ยายเจียมได้ยินเสียงปืนวิ่งออกมาดู เจอย่าพุดฟุบอยู่ถลาเข้าไปถามว่าเป็นอะไร ย่าพุดรีบบอก

“เพชร สร...เจียม ตามลูกหลานข้ามาทีเร็ว...เร็ว...”

ooooooo

รถตู้พา รินทร์ พิม และปริม มาที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง รินทร์กอดปลอบพิมกับปริมที่ร้องไห้ตลอดเวลา ณรงค์มองแล้วพูดเยาะ...

“ทำเป็นเก่งไปเถอะอีพาร์ตเนอร์โสโครก ฉันจะคอยดูตอนแกถูกไอ้พวกที่ชายแดนมันเช็กสภาพ ดูซิว่า แกจะทำเป็นเก่งแบบนี้อีกไหม”

เมื่อรถจอด แตนสั่งให้ทุกคนลงมา ณรงค์กระโดดลงไปถามวุธว่าแล้วพวกนั้นอยู่ไหน ไหนบอกว่าให้พวกมันมารอแล้วไง วุธตอบกลัวๆว่าไม่รู้ ตนบอกมันแล้ว บอกแล้วจริงๆ

แตนบอกว่าช่างมันเถอะ ให้วุธลากพวกนี้เข้าไปก่อนเดี๋ยวมีคนสงสัย ณรงค์ชะโงกหน้าไปเย้ยปริมว่า

“คราวนี้...ใครจะมาช่วยพวกคุณได้ คุณปริม”

เพชรกับไกรสรกลับมาที่อู่ บอกย่าพุดว่าพี่ชาญวิทย์กำลังให้คนตามอยู่ บอกให้ตนกับพ่อมาอยู่ที่นี่ก่อน ย่าพุดนั่งรำพึงอย่างเสียใจมาก...

“รงค์...ทำไมเอ็งทำแบบนี้...ทำไม...”

ที่บ้านร้าง ณรงค์ลากปริมเข้ามา บอกปริมว่าระหว่างรอพวกนั้นให้เธอมาใช้หนี้ที่ค้างกับตนก่อน ปริมตกใจร้องห้ามดิ้นร้องให้ปล่อย รินทร์บอกณรงค์ให้ปล่อยคุณปริม ถูกณรงค์ด่า “อย่าแส่!” แล้วลากปริมออกไป

แตนสั่งวุธให้เอาเชือกมาล่ามพวกนี้ไว้ แต่มองหาไม่เห็นวุธ ณรงค์ลากปริมเข้ามาโยนไปรวมกับรินทร์และพิมสั่งให้มัดรวมด้วยกัน สามสาวจึงถูกแตนลากไปมัดรวมกัน รินทร์พยายามกล่อมแตนว่า

“แตน...อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยพวกเราไปเถอะ ...แล้วมอบตัวเสีย ฉันจะช่วยพูดให้ เธอจะได้...”

“เงียบ แล้วอย่าคิดหนี ถ้าใครโผล่ออกไปก็เตรียมตัวตายได้เลย” ขู่แล้วรีบวิ่งออกไป

รินทร์บอกพิมกับปริมให้เข้มแข็ง เราต้องมีสติ ต้องเอาตัวรอดไปจากที่ตรงนี้ก่อน บอกปริมกับพิมให้ช่วยกันแก้มัดเพราะดูแตนรีบมากไม่น่าจะมัดได้แน่นหนา ปริมกับพิมตั้งสติพยายามช่วยกันแก้มัด

 ooooooo

ยายเจียมนั่งอยู่กับย่าพุดและแก้วตา ถามขึ้นอย่างหมดความอดทนว่าจะนั่งรอกันอย่างนี้อีกนานแค่ไหน ป่านนี้ไอ้รงค์มันพานังพิมกับคนอื่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ไกรสรโพล่งว่าถ้ารู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนตนก็ไม่นั่งรอแบบนี้หรอก ก็พอดีชาญวิทย์กับลูกน้องเดินเข้ามาบอกเพชรกับไกรสรว่าได้เบาะแสแล้ว ถามย่าพุดว่า

“พวกมันใช้รถตู้สีขาวใช่ไหมครับ”

ย่าพุดนิ่ง พยายามคิด ก็พอดีวุธโผล่เข้ามาบอกด้วยท่าทางร้อนรนหวาดกลัวว่า

“ใช่...แล้วฉันก็รู้ว่ามันจอดไว้ที่ไหน”

ทุกคนมองวุธอย่างมีความหวัง

เวลาเดียวกันที่บ้านร้าง แตนเดินตะโกนเรียกวุธรอบบ้านอย่างหัวเสีย เมื่อไม่เจอก็หันไปเล่นงานณรงค์

“เห็นไหม ฉันบอกแกแล้วให้เก็บมัน เพื่อนแกมันปอดแหก ซวยเลย ไม่รู้ว่ามันเผ่นไปถึงไหนแล้ว โง่ทั้ง ลูกพี่ลูกน้องเลย” ณรงค์หันตวาดปรามแตน แตนตวาดกลับทันที “ทำไม หรือว่าไม่จริง แกมันใจเสาะ เตรียมตัวซวยเพราะไอ้เพื่อนเฮงซวยของแกได้เลย ไปเลย ไปช่วยกันลากอีสามตัวนั่นไปหลบที่อื่นก่อน”

แต่พอแตนเข้าไปในบ้านร้างก็ร้องบอกณรงค์ว่าพวกมันหายไปหมดแล้ว รินทร์ที่แอบอยู่มุมหนึ่งพุ่งเข้าเอามืออุดปากแตน ปริมกับพิมโผล่มาจากอีกมุมแต่ยืนละล้าละลังหาจังหวะเข้าไปช่วยรินทร์ไม่ได้เพราะแตนดิ้นสุดแรง รินทร์ตะโกนให้ปริมกับพิมรีบหนีไปตามคนมาช่วย พิมจึงลากปริมออกไป

แตนพยายามวิ่งไปขวางแต่ถูกรินทร์กระชากเหวี่ยงไปอีกมุมหนึ่งลงไปกองจุกกับพื้น รินทร์วิ่งออกไปแต่แล้วก็ชะงักเมื่อพิมกับปริมถอยกลับมาใบหน้าซีดเผือด

“อยากจะลองดีกับฉันนักใช่ไหม” ณรงค์ถือปืนตวาดถาม

รินทร์บอกว่าตนเป็นต้นคิดไม่เกี่ยวกับพิมและปริม ณรงค์หันปืนมาทางรินทร์

“อย่านะณรงค์...อีพวกนี้มันจะเป็นตัวทำเงินให้พวกเราที่ชายแดนนะ รอให้มันตกนรกทั้งเป็นที่ชายแดนก่อน” แตนตะโกนแล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นไปตบหน้ารินทร์จนคว่ำไปกับพื้นแล้วระเบิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

ทันใดก็มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้น ณรงค์ถามแตนว่าใช่พวกที่นัดไว้หรือเปล่า แตนงงๆ ณรงค์สั่งให้พาพวกนี้ไปหลบก่อน แตนลากทั้งสามไปหลบที่มุมหนึ่ง ณรงค์หาที่หลบอีกมุม

ที่หน้าบ้านร้าง เพชรบอกวุธว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วไม่ต้องกลัว ยังไงตำรวจก็จะกันเขาไว้เป็นพยาน วุธถามว่าถ้าแตนรู้ว่าไม่ใช่พวกที่มันรอล่ะ

“ต้องรู้แน่ๆ แต่กว่าจะรู้เราจะจัดการได้ แต่นายแน่ใจนะว่าณรงค์มีปืนคนเดียว” วุธพยักหน้า “งั้นก็ไม่ต้องกลัว ไป”

ตำรวจสามนายเดินประกบวุธเข้าไป เพชรมองตามอย่างไม่สบายใจ ชาญวิทย์ปลอบเพชรให้ใจเย็นๆแต่พอสิ้นเสียงก็มีเสียงปืนดังขึ้นในบ้านพร้อมกับมีเสียงกรีดร้อง ทุกคนมองหน้ากันตกใจมาก

พริบตานั้นณรงค์กับแตนวิ่งออกมา ชาญวิทย์ยกปืนเข้าขวาง

“หยุด...วางอาวุธซะณรงค์”

ณรงค์จับแตนเหวี่ยงใส่ชาญวิทย์จนคว่ำไปทั้งสองคน เพชรเตะแขนณรงค์จนปืนร่วง ณรงค์กระโจนเข้าใส่เพชร ด่า “ไอ้เลว เพราะมึงคนเดียว ชีวิตกูฉิบหายป่นปี้เพราะมึง”

ชาญวิทย์จะไปช่วยเพชรแต่เห็นแตนกำลังจะไปหยิบปืนของณรงค์จึงหันไปดึงแตนและพยายามแย่งปืน ทำให้ปืนทั้งสองกระบอกกระเด็นไปทางณรงค์กับเพชร ณรงค์กระโจนเข้าคว้าปืน พอดีเห็นรินทร์ พิมกับปริมเดินออกมา ณรงค์เลยยิงใส่ทั้งกลุ่ม เพชรกระโจนเข้าบังรินทร์กับพิมจนล้มไปด้วยกัน ตำรวจดึงปริมไปอีกทาง

ทันใดเสียงแตนกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ชาญวิทย์รีบวิ่งไปดูร้องขอรถพยาบาลและให้เพชรไปช่วย ปรากฏว่าแตนตายแล้ว เพชรถามหาวุธ รินทร์บอกว่าวุธก็ถูกณรงค์ยิง

“พี่รงค์...มันเกิดอะไรขึ้น พี่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ยังไง” เพชรพึมพำหนักใจ

ooooooo

ป๋องกับลูกน้องเอหลายคนชะเง้อคอยชิดที่ให้ไปหาข่าวแต่ไม่กลับมาสักที เสียงรถหวอตำรวจแว่วมา เอออกมามองแปลกใจถามว่าใครโดนกวดอีกเหรอ ทำไมคืนนี้ตำรวจถึงครึกครื้นดีจัง

พอดีชิดกลับมาบอกว่ายุทธกับพวกบอกว่า ณรงค์กับแตนจับพวกสาวๆที่บ้านพี่เพชรไป ป๋องถามว่ามันจับไปไหน ไม่ทันที่ชิดจะตอบ เอก็พรวดออกไปแล้ว ป๋องกับลูกน้องมองเลิ่กลั่กแล้ววิ่งตามเอไป

ขณะณรงค์วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาถึงมุมหนึ่งก็คำราม “อย่าหวังว่ากูจะยอมพวกมึงง่ายๆ ไอ้สารเลว”

“หยุด ไอ้รงค์ มึงไม่มีทางรอดแน่วันนี้” เสียงเอดังจากอีกด้านหนึ่ง

เอบอกณรงค์ให้มอบตัวเสีย ณรงค์ตะโกนว่า กูไม่มอบ...ตายเป็นตาย! แล้วยกปืนเล็งใส่เอแต่กระสุนหมด ณรงค์โยนปืนทิ้งอย่างหัวเสีย เอจึงดึงปืนของตัวเองโยนทิ้งให้ณรงค์เห็น ร้องท้า

“กูมือเปล่า ถ้ามึงอยากรอดมาวัดกับกูดีกว่า ถ้ามึงชนะกูจะไม่ยุ่งกับมึงเลย แต่ถ้ามึงแพ้ มึงต้องมอบตัว”

ณรงค์กระโจนเข้าใส่เอที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ถูกเอโต้กลับจนตัวเองกระเด็นไปกองกับพื้น ณรงค์สู้อย่างจนตรอกเพราะกระดูกคนละเบอร์กับเอ จนจิตรามาตะโกนให้เอหยุด อย่าทำลูกตน แล้วถลาเอาตัวบังณรงค์ไว้ เอถามจิตราว่า

“ถ้ามันเอาชนะผมได้ ผมจะไม่ยุ่งกับมัน แต่ถ้ามันแพ้มันต้องมอบตัว...คุณจะให้ลูกคุณเป็นแบบไหน”

“กูไม่มอบตัว แม่ช่วยรงค์ด้วย แม่ต้องช่วยรงค์นะ” เอเตือนว่าครั้งนี้ณรงค์ทำเรื่องเลวร้ายมาก คิดว่าแม่จะช่วยเขาได้หรือ “ต้องได้ แม่กูต้องช่วยได้...ใช่ไหมแม่” จิตราอ้ำอึ้ง ณรงค์ขัดใจตวาดลั่น “แม่!!!”

ณรงค์ที่หลบอยู่ข้างหลังจิตราแอบหยิบปืนอีกกระบอกออกมา แต่ไม่ทันยิงเสียงปืนลูกซองก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของซอย ทุกคนตกใจหันมอง เห็นครูหมายเดินออกมาพูดกับณรงค์

“มึงก็ลองดูไอ้รงค์ นัดเดียวของกูกับปืนในมือสั่นๆ ของมึงใครจะถึงเป้าก่อนกัน”

จิตราดีใจที่ครูหมายมา บอกณรงค์ว่าครูหมายช่วยเด็กได้ทุกคนและจะช่วยณรงค์ได้ใช่ไหม ครูบอกว่าอยู่ที่ณรงค์อยากให้ตนช่วยหรือเปล่า ณรงค์ตวาดทันทีว่า

“อย่ามายุ่ง กูเกลียดมึง มึงก็เหมือนพ่อกู มึงไม่เคยเห็นหัวกู มึงไม่เคยสนใจกู มึงก็พวกเดียวกันกับไอ้เอไอ้เพชร”

จิตรากับครูหมายพยายามหว่านล้อมณรงค์ แต่ณรงค์กลับจับจิตราเป็นตัวประกันพร่ำบอกว่ายังไงแม่ต้องช่วยรงค์แล้วลากจิตราออกไป จิตราตกใจเข่าอ่อน ครูหมายกับเอมองอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ณรงค์ทำกับแม่ตัวเอง รีบวิ่งตามไป

เมื่อเพชรรู้ว่าณรงค์จับแม่ตัวเองเป็นตัวประกันก็รีบตามไป เจอครูหมายยังพยายามกล่อมณรงค์ให้ปล่อยจิตราออกมา อย่าทำร้ายแม่ตัวเองมากกว่านี้เลย ณรงค์กดปืนใส่จิตราแน่น ไล่ทุกคนไปให้พ้น ไม่งั้นตนยิงจริงๆ จิตราร้องไห้อ้อนวอนณรงค์อย่าทำแบบนี้ บอกว่าแม่รักลูกมาก ก็ถูกณรงค์ตวาดให้เงียบ!

“รงค์...เอ็งทำผิดแต่เอ็งยังแก้ตัวได้ ได้ยินไหม ชีวิตยังให้โอกาสกับทุกคนที่อยากแก้ไข กลับตัว เอ็งอย่าทำให้ตัวเองจนตรอกแบบนี้ เอ็งต้องกล้าสิวะ กล้ายอมรับความผิด แก้ไขตัวเอง” ครูหมายยังพยายาม

ณรงค์สติแตกประกาศให้ทุกคนถอยไปไม่อย่างนั้น “กูเป่ากะโหลกแม่กูแน่ๆ”

เพชรมาถึงถามณรงค์ว่าเกลียดตนไม่ใช่หรืองั้นก็มาจับตนทำร้ายตนแต่อย่าทำกับอาจิตแบบนี้ บอกณรงค์ว่า “อาจิตรักพี่ พี่อย่าทำกับอาจิตแบบนี้เลย”

เอก็บอกว่าถ้าณรงค์เกลียดตนกับเพชรก็มาจัดการเลยทำร้ายแม่ตัวเองทำไม 

ไม่ว่าใครจะหว่านล้อมอย่างไรแม้แต่จิตราที่บอกรักณรงค์มาก ณรงค์คือชีวิตของแม่ อย่าคิดแบบนี้ ก็ถูกณรงค์ตวาด “หยุดได้แล้ว หยุด ถอยไป อย่ามาขวางกู” ณรงค์มองทุกคนอย่างคลุ้มคลั่ง

ชาญวิทย์พูดในแง่กฎหมายว่าตอนนี้ณรงค์ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา เราแค่ต้องการสอบถามบางอย่างเท่านั้น “แต่ถ้านายทำร้ายคุณจิตราหรือคนอื่น เงื่อนไขของนายก็เปลี่ยนไปนะ นายจะไม่มีทางต่อรองอะไรกับใครได้เลย”

“มึงโกหก...กูรู้ กูฆ่าไอ้วุธ ยังไงกูก็ติดคุก กูไม่ยอมให้มึงจับ...กูไม่ยอม”

ทันใดตำรวจที่มากับชาญวิทย์ก็อ้อมจากอีกด้านซึ่งเป็นด้านหลังของณรงค์ ณรงค์หันยิงใส่ตำรวจทันที ปล่อยมือจนจิตราทรุดกับพื้นแล้วยิงเพชรกับเอที่ยืนอยู่ ครูหมายกระโจนเข้าหาเพชรแล้วล้มไปด้วยกัน ณรงค์คลั่งหันยิงใส่คนที่เหลือแล้ววิ่งหนีไป ตำรวจวิ่งตาม จิตราหัวใจแทบสลายกับสิ่งที่ณรงค์ทำ

เพชรประคองครูหมายที่เลือดทะลักออกจากบาดแผลที่ถูกณรงค์ยิงจากด้านหลังทะลุมาด้านหน้า ร้องบอกเอให้พาครูไปหาหมอ

ครูหมายพยายามยกมือห้าม บอกว่า

“ไม่...ครูรู้...ฝากครูสร้อยด้วย ฝากบอกครูสร้อยด้วย อย่าทิ้งเด็ก อย่าทิ้งใคร...” ครูพยายามจับมือเอกับเพชรคนละข้าง สั่งเสีย “เพชร...เอ...ใช้ชีวิตให้ดี อย่าทำลายชีวิตตัวเอง อย่าให้เหมือนไอ้รงค์ เอ...เอ็งเป็นคนดีได้ เอ็งทำได้ ให้อภัยตัวเอง อย่าลงโทษตัวเอง อย่ากลัวที่จะทำความดี อย่ากลัว...”

ครูหมายสะอึกกระอักเลือดออกมาในประโยคสุดท้ายแล้วแน่นิ่งไป คลายมือจากเพชรและเอลง

เพชรกับเอซบหน้ากับอกครูร้องไห้เสียใจอย่างที่สุด จิตรามองอย่างเจ็บปวดกับการสูญเสียจากน้ำมือของณรงค์ เสียงปืนดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่ง จิตราผวาเฮือกร้องออกมาสุดเสียง

“รงค์...ลูกแม่!” แล้วกระเสือกกระสนวิ่งไปทางเสียงปืน เพชรตกใจบอกเอว่าฝากครูด้วยแล้ววิ่งตามจิตราไปทั้งที่น้ำตายังเต็มหน้า

ที่ซอยในชุมชน ชาญวิทย์กำลังหว่านล้อมให้ณรงค์ยอมมอบตัว แต่ณรงค์กลับยิงใส่ทำให้ตำรวจที่ล้อมอยู่จำต้องยิงตอบโต้หลายนัดจนณรงค์ทรุดกองกับพื้น

จิตรากับเพชรวิ่งมาเห็นพอดี จิตราทรุดฮวบลง ดีที่เพชรเข้าประคองไว้ทัน

ooooooo

ที่บ้านเพชร ย่าพุดกรองกอดปลอบจิตราที่ร้องไห้ฟูมฟาย ปริมยืนดูที่หน้าห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเพราะถูกณรงค์ทำร้ายไว้มาก

พิมเข้ามาหาปริม พูดความรู้สึกของตนอย่างอ่อนโยนว่า

“ย่าสอนเรามาตลอดเรื่องการให้อภัยต่อกัน...

พิมเองไม่เคยเข้าใจและคิดว่าตัวเองไม่น่าจะทำได้ แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด พิมว่าเราต่างก็โดนกันมาอย่างหนักแล้วทุกคน เรารอดมาได้อย่างหวุดหวิด ต้องถือว่าทุกคนโชคดี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ดีอย่างที่พี่เพชรบอกไว้ คำพูดสุดท้ายของครูหมายไงคะ”

“จ้ะพิม คำพูดสุดท้ายของครูหมาย...อย่ากลัวที่จะทำความดี อย่ากลัวที่จะให้อภัยกับความชั่วร้ายที่เกิดขึ้น... ขอบใจนะพิม ขอบใจจ้ะ”

ปริมพูดแล้วยิ้มให้พิมทั้งที่น้ำตานองหน้า...

ฝ่ายแก้วตาก็ทำใจเรื่องณรงค์ไม่ได้ แต่รินทร์พยายามพูดจนสุดท้ายบอกแก้วตาว่า

“ความโกรธเกลียดในใจ มันมีแต่จะบดบังความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ทำให้เราเผลอดึงชีวิตตัวเองให้ตกต่ำได้ง่ายอย่างที่เราไม่รู้ตัวมาก่อน”

“เหมือนณรงค์” แก้วตาพึมพำ แล้วบอกรินทร์ว่า “ก็ได้ ฉันจะลองดู เพราะแกแล้วก็ย่าพุดกับพิมที่โดนมาหนักกว่าฉัน เอาเถอะ แกไปทำงานเถอะ ฉันจะลองดู” พูดแล้วเดินเข้าข้างใน

แม้จะไม่ได้รับคำตอบ แต่รินทร์ก็มองตามแก้วตาไปอย่างโล่งใจที่รับปากว่าจะลองดู

ooooooo

เพชรเศร้าเสียใจอย่างที่สุดกับการจากไปของครูหมาย แต่ในยามที่ชีวิตต้องสูญเสียอย่างใหญ่หลวงนี้ เขายังมีรินทร์คอยให้กำลังใจ บอกเขาอย่างเข้าใจความรู้สึกของปุถุชนว่า

“รินทร์รู้ว่าพี่เพชรไม่ร้องไห้แน่ๆ เพราะพี่เพชรใช้เวลามาทั้งชีวิตเพื่อสร้างเกราะที่แข็งแรงให้กับหัวใจตัวเอง...บางครั้งน้ำตามันก็ไม่ได้แสดงว่าเราอ่อนแอนะคะพี่เพชร”

รินทร์ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ กุมมือเพชรไว้บอกว่า “รินทร์จะไม่มอง แต่จะอยู่ตรงนี้ เป็นมืออุ่นให้พี่เพชรได้รู้สึกว่าพี่เพชรไม่ต้องอดทนกับความเสียใจอยู่คนเดียว”

“ขอบคุณนะจ๊ะรินทร์...ที่เป็นแสงสว่างในช่วงเวลาที่มืดมิดของชีวิตพี่ รินทร์เป็นความอบอุ่นในหัวใจของพี่เสมอ ขอบคุณที่อยู่ข้างกันตลอด” เพชรก้มลงจนหน้าผากแตะหน้าผากรินทร์อย่างซึ้งใจ

แม้ครูสร้อยจะเสียใจอย่างที่สุดกับการจากไปของครูหมาย เก็บข้าวของของครูหมายใส่กล่องใส่ลัง แต่ครูก็ยังเข้มแข็งที่จะอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ เพื่อช่วยเด็กต่อไป ขอแต่ให้เพชรกับยุทธตั้งใจทำงานของตัวเองและประสบความสำเร็จในชีวิต

เอยืนดูอยู่มุมหนึ่ง เขานิ่งอึ้ง ก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไปเมื่อกลับถึงอู่ เพชร ไกรสร ศักดิ์ จุดธูปไหว้รูปของอ่องและครูหมายที่วางอยู่บนหิ้งด้วยความเคารพ

เพชรสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเต็มความสามารถ จะไม่มีวันท้อหรือยอมแพ้ บอกอ่องกับครูหมายว่า

“ให้คอยดูว่าไอ้เพชรจากเด็กสลัมคนนี้มันจะไปได้ไกลแค่ไหน ครูกับอาคอยดูผมนะครับ”

ไกรสรก็บอกอ่องกับครูหมายว่าจะช่วยดูแลครอบครัวของทั้งสองให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น

ศักดิ์ถามไกรสรว่าถ้าเจ้ารงค์มันฟื้นขึ้นมาจากอาการโคม่ามันจะยอมให้พี่ดูแลหรือ ไกรสรบอกว่ายอมหรือไม่ยอมตนก็ไม่ยอมแพ้ ขอแต่ให้มันฟื้นขึ้นมาก่อนเท่านั้น ถามเพชรว่าไม่มีข่าวเลยหรือ

“ยังจ้ะ ยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตายนะพ่อ...ยังไม่ตาย” เพชรสูดลมหายใจลึกๆ

อย่างรวบรวมพลัง “เราก็ยังไม่ตาย เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มงานใหม่กันเลยนะครับพ่อ น้าศักดิ์”

ทั้งไกรสรและศักดิ์ต่างบอกว่าพร้อมที่จะลุยไปกับเพชรแล้ว

ทันใดทุกคนชะงักเมื่อเสียงเฮียตงด่าลั่นเข้ามาว่า “ไอ้ฝรั่งเก๋าเจ้ง มึงพูดหมาๆแบบนี้ได้ยังไงวะ” ทุกคนหันมอง เพชรถามว่าเถ้าแก่มีอะไรหรือ เฮียตงเล่าอย่างแค้นใจว่าไอ้โรเบิร์ตที่ตนให้เพชรไปคุยเรื่องออโต้เซ็นเตอร์ที่เพชรคิดโครงการนั้น มันขโมยความคิดของเพชรไปทำเองแล้ว

เพชรบอกเฮียตงว่าไม่เป็นไร เป็นแบบนี้ยิ่งสนุกเพราะเท่ากับตนมีคู่แข่งแล้ว การมีคู่แข่งทำให้เราต้องทำให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม เฮียตงติงว่าแต่เราก็ไม่ใช่เจ้าแรกทั้งๆที่เพชรคิดเป็นคนแรก

“จะเป็นเจ้าแรกหรือเจ้าสุดท้ายก็ไม่สำคัญเท่ากับเราจะเป็นเจ้าที่ดีและลูกค้าไว้วางใจมากที่สุดนะครับ เพราะถ้าเราเป็นแบบนั้นได้ ต่อให้เราอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ยังไงลูกค้าก็ต้องตามมาที่ศูนย์บริการของเรา ผมคิดแบบนั้นครับ”

เฮียตงชื่นชมวิธีคิดของเพชร ชมเพชรว่าแกร่งดี แล้วหยิบเอกสารรายชื่อติดต่อกับอะไหล่เจ้าอื่นๆให้ บอกเพชรว่าไปทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พูดให้กำลังใจว่า

“อั๊วจะคอยดูลื้อยืนอยู่ที่เส้นชัยที่เป็นเดอะเบสต์ของวงการช่างยนต์ทั้งหมด”

“ครับเถ้าแก่ ผมจะต้องทำให้ได้” เพชรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เอตัดสินใจเอากุญแจดอกเล็กๆให้ป๋อง บอกให้ป๋องจัดการแทนตน ย้ำว่า “ข้าเชื่อใจเอ็งนะป๋อง อย่าทำให้ข้าผิดหวัง” ป๋องถามว่าพี่เอจะไปไหน “ข้าก็ยังไม่รู้ แต่ข้าไม่อยากให้พวกเอ็งที่ซื่อสัตย์และภักดีกับข้าต้องลำบาก เอ็งจัดการแทนข้าทีนะป๋อง แบ่งให้ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุด แล้วหนีไปให้ไกลอย่าย้อนกลับมาอีก”

ป๋องตกใจน้ำตาซึมขอร้องพี่เออย่าทำอย่างนี้ อย่าทิ้งพวกตนไปแบบนี้ เอดึงป๋องเข้าไปกอดอย่างห่วงใย ขยี้หัวป๋องอย่างเอ็นดู ปลอบอย่าร้องไห้...อย่าร้อง ขอบใจป๋องและขอให้ป๋องโชคดีแล้วอย่ากลับมาอีก แล้วเอก็เดินจากไป เอไปกราบขอโทษครูสร้อยร้องไห้อย่างสำนึกผิด ครูสร้อยกอดปลอบอย่างอบอุ่นว่า

“ไม่เป็นไรลูก เอ...ไม่เป็นไร ครูหมายเขาผ่านไปแล้วนะ ครูไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมานอีกแล้ว เอก็อย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลยนะลูก คนที่อยู่ข้างหลังก็ต้องเข้มแข็งให้เหมือนครูนะลูก”

“ครับ...ครู...แม่สร้อย” เอรับคำอ่อนโยนกราบที่ตักครูสร้อย “ครูแม่สร้อยรอผมนะครับ ผมจะต้องกลับมาใช้ชีวิตอย่างที่ครูหมายสอนไว้ให้ได้...นะครับ”

ครูสร้อยพยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเอกราบอีกครั้งและลุกไปแล้ว ครูสร้อยบอกครูหมายว่า

“พี่หมาย...พี่ทำสำเร็จแล้วนะ...พี่ต้องอยู่ช่วยเป็นกำลังใจให้เอด้วยนะ...พี่หมาย”

ooooooo

คืนเดียวกัน เอไปหาเพชรที่อู่ เพชรถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เอบอกว่าตอนนี้ยังไม่มี แต่ถ้าพรุ่งนี้มีอะไรเกิดขึ้นเอ็งไม่ต้องห่วงพี่นะ เพชรกังวลใจถามว่าพี่เอจะทำอะไร เอยิ้มกอดเพชรบอกว่า

“เอ็งไม่ต้องห่วง ขอแค่ส่งกำลังใจให้พี่เข้มแข็งแบบเอ็งก็แล้วกัน โชคดีนะไอ้น้องชาย...โชคดี”

เอคลายกอดตบหัวเพชรอย่างเอ็นดูแล้วเดินขึ้นรถตัวเองขับออกไป เพชรได้แต่มองอย่างกังวลใจ

ออกจากเพชรแล้ว เอไปหาชาญวิทย์ตามนัดมีเอกสารซองใหญ่ไปให้ ชาญวิทย์ถามว่าแน่ใจหรือว่าจะทำเรื่องนี้ เอหัวเราะตอบอย่างสบายใจหนักแน่นว่า

“แน่ใจสิครับหมวด หรือหมวดไม่อยากกวาดล้างเรื่องเลวร้ายพวกนี้ให้หมดไปจากพื้นที่ของหมวด” ชาญวิทย์บอกว่าอยากทำ ถ้าไม่เสี่ยงกับชีวิตของใคร “ก็ถ้าชีวิตของผมมันจะทำให้บ้านที่ผมเกิดมาสะอาดและน่าอยู่มากขึ้น ผมยินดี”

ชาญวิทย์มองหน้าเอเต็มตา พยักหน้า บอกเอว่าในฐานะผู้รักษากฎหมายตนคงพูดอะไรมากไม่ได้กับสิ่งที่เอทำมาทั้งหมด แต่ในฐานะเพื่อน ตนดีใจที่เอเลือกทางเดินใหม่อีกครั้ง ยืนยันกับเอว่า

“ผมจะพยายามหาทางทำให้คุณปลอดภัยให้มากที่สุด”

“ขอบคุณครับหมวด...ขอบคุณเพื่อน” เอยิ้มสบายใจ โล่งใจแล้วจับมือกันแน่น

เพชรกับรินทร์ที่เป็นหุ้นส่วนกันมุมานะทำงานหามรุ่งหามค่ำ ช่วยกันออกตระเวนหาบริษัทสินค้ามาวางขายที่อู่ แต่ก็ต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า รินทร์ปรารภกับเพชรอย่างท้อใจว่าไม่มีบริษัทไหนสนใจเอาสินค้าไปวางขายที่ศูนย์ของเราเลย เพชรบอกอย่าเพิ่งยอมแพ้ วันนี้อาจจะยังไม่มีแต่เราต้องเชื่อมั่นว่าจะต้องมีคนมองเห็นและเข้าใจสิ่งที่เราตั้งใจทำ

ความเข้มแข็งแน่วแน่ของเพชรทำให้รินทร์มีกำลังใจขึ้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังกังวลและไม่พอใจพนักงานบางบริษัทที่มีท่าทีดูแคลนที่อู่ซ่อมรถสกปรกจะเอาสินค้าราคาแพงของตนไปวางขาย เล่าให้ไกรสรฟัง ถามว่าแบบนี้ลุงจะโกรธไหม ไกรสรบอกว่าโกรธ แต่ขยี้หัวรินทร์หยอกว่า “เอ็งไม่น่าจะเป็นคนใจร้อนแบบนี้นี่หว่า นังร้าย” แล้วหันไปถามเพชรว่าไม่โกรธจริงหรือ

“ไม่ครับ คำพูดแค่นี้จากคนที่ไม่รู้จักเพชร ทำอะไรเพชรไม่ได้หรอกครับพ่อ...”

เพชรเล่าว่าบริษัทผู้ผลิตและเป็นตัวแทนจำหน่ายไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว ตนจะเข้าไปทุกที่ ทำให้เขาเห็นว่าจุดมุ่งหมายธุรกิจของเราคืออะไร สร้างความมั่นใจให้กับการบริการของเรา พูดแล้วถามรินทร์ว่ายังไหวอยู่ไหม รินทร์บอกว่าไหวและต่อไปตนก็จะพยายามใจเย็นกว่านี้

ขณะกำลังคุยกันอยู่นั่นเอง ปริมก็ร้องเข้ามาอย่างขวัญเสียว่า “ช่วยด้วย ช่วยคุณพ่อปริมด้วย” ทุกคนดูหนังสือพิมพ์ที่ปริมถือเข้ามาพาดหัวข่าวกรอบรองว่า “เสี่ยนักฟอกเงินดับสยองคาเรือนจำ”

เพชรไปหาชาญวิทย์ที่โรงพัก ชาญวิทย์ฟันธงว่าโดนสั่งเก็บแน่นอน ตอนนี้ทางเรือนจำก็วุ่นไปหมด ไม่รู้ว่าปล่อยให้เสี่ยโดนจัดการง่ายดายแบบนี้ได้ยังไง มองหน้าเพชรที่สีหน้ากังวลถามว่าเป็นห่วงเอใช่ไหม แล้วบอกเพชรว่าไม่ต้องกังวล เพราะเสี่ยโดนเก็บแบบนี้ก็เป็นเพราะข้อมูลต่างๆที่เราได้จากเอด้วย ทุกอย่างมีประโยชน์มากจนทำให้พวกนั้นอยู่ไม่เป็นสุข ต้องดิ้นหนีตายกันจ้าละหวั่น

ชาญวิทย์บอกว่าตนขอความแน่นอนจากทางผู้ใหญ่ให้ดูแลเออย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้ต้องหาคนหนึ่งจะได้รับ เพราะตนเชื่อว่าเอไม่ใช่คนชั่วโดยสันดาน คนเรามีโอกาสเลือกเส้นทางผิดพลาดได้กันทั้งนั้น

“เออาจทำอะไรเลวร้ายมามากมาย แต่ในชีวิตเขาก็มีเส้นคั่นบางอย่างที่ทำให้เขายั้งตัวเองเอาไว้ไม่ทำลายคนอื่นมากไปกว่านี้ แล้วยิ่งตอนนี้เขาเสี่ยงชีวิตมากนะที่ยอมเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่เป็นประโยชน์สำหรับการกวาดล้างไอ้พวกชั่วร้ายในสายเลือดแบบเสี่ยทรงชัยกับนายใหญ่ของเขา”

ชาญวิทย์ยอมรับว่าการกระทำหลายอย่างของเอทำให้ตนรู้สึกนับถือเขาอยู่ในใจ เอเป็นลูกผู้ชายแท้ๆ คนหนึ่ง ชาญวิทย์พูดปลื้มว่า

“ผมดีใจนะที่ได้รู้จักเพชร รู้จักเอ ลูกผู้ชายสองคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับใครก็ตามที่กำลังสับสนและหลงทางในชีวิตตัวเอง โดยเฉพาะณรงค์”

“พี่รงค์ฟื้นแล้วหรอครับ”

“แต่ยังไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น กระสุนโดนจุดสำคัญหลายที่ หมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าณรงค์จะกลับมาในสภาพแบบไหน...” ถามเพชรว่าจะบอกคุณจิตราไหม เพชรบอกว่าต้องบอก “ผมเชื่อว่ายังไงคุณจิตราก็ต้องรับมือได้ เพราะคุณจิตราอยู่กับย่าพุดกรอง”

“ใช่ ยังไงย่าก็ต้องจัดการได้” เพชรมั่นใจ

ทุกคนก็เชื่อว่ามีย่าพุดคอยดูแลยังไงก็ต้องช่วยจิตราได้ ห่วงแต่ปริมที่ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินไม่พูดกับใคร รินทร์เสนอว่าคงต้องพึ่งพี่เพชรเสียแล้ว เพชรพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่แก้วตานึกฉุนรินทร์ที่เสนอทำให้เพชรต้องไปใกล้ชิดกับปริมอีก พอต่อว่ารินทร์ว่าทำไมต้องช่วยปริมถึงขนาดนั้น รินทร์บอกว่ากลัวปริมคิดสั้น แต่พอเพชรไปเคาะประตูเรียก ปริมเปิดประตูออกมาโผกอดเพชรร้องไห้โฮและเพชรกอดปลอบ รินทร์ก็อดหวั่นไหวไม่ได้

แก้วตาบอกรินทร์ว่าถ้าไม่สบายใจก็บอกพี่เพชรไปตรงๆเลย รินทร์บอกว่าคุณปริมน่าสงสารขนาดนั้นและพี่เพชรเองก็งานยุ่งมากจะให้ตนพูดเรื่องกวนใจอะไรอีกหรือ

แก้วตายังโวยวายที่รินทร์ทำใจเย็นอยู่ได้ ตนไม่เข้าใจเลย รินทร์ได้แต่ยิ้มเจื่อน แต่ปริมที่แอบได้ยิน ฟังแล้วสับสนวุ่นวายใจ

ด้วยความรักความเมตตาที่ย่าพุดปฏิบัติต่อปริม ทำให้ปริมสะเทือนใจถามว่าทำไมย่าทำได้ ตนไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นอย่างย่าเลย ปริมร้องไห้คร่ำครวญว่าตอนนี้ตนไม่เหลือใครเลย ย่าพุดบอกว่ายังมีย่าไม่ใช่หรือและยังมีคนรอบข้างที่ห่วงปริมอยู่

วันนี้ปริมนั่งกระสับกระส่ายอยู่ที่โซฟา พิมกับแก้วตาสงสัยว่าเธอเป็นอะไรจึงแอบดู ครู่หนึ่งเพชรเดินเข้าไปในห้องรับแขก ปริมตามเข้าไป

ปริมถามเพชรว่าทำไมดีกับตนอย่างนี้  เพชรบอกว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อน ปริมถามว่าเพชรรู้ใช่ไหมว่าตนคิดอย่างไรกับเขา รู้สึกบ้างไหมว่าท่าทีที่ดีกับตนอย่างมากนี้เป็นการฆ่าตนอย่างเลือดเย็น เพชรตกใจและรู้สึกผิดรีบขอโทษที่ตนไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเธอเลย พูดซื่อๆจริงใจว่า

“ผมแค่อยากช่วย อยากให้คุณรู้ว่าต่อให้ชีวิตของเรามันจะย่ำแย่เลวร้ายสักแค่ไหน ขอแค่เรายังมีเพื่อน ยังมีคนที่รัก หวังดีและจริงใจอยู่ข้างๆ มันก็จะทำให้ความเลวร้ายทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ผมมัวแต่คิดแบบนี้แต่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกอีกด้านนึงของคุณเลย ผมขอโทษครับ ขอโทษจากใจจริง”

“คุณไม่ต้องมาขอโทษปริม เพราะสำหรับคุณปริมเป็นได้แค่เพื่อนที่คุณมีให้แค่ความหวังดี แต่คุณต้องไปขอโทษคุณรินทร์ คนที่เขาก็ต้องเจ็บปวดจากความหวังดีของคุณเหมือนกัน”

แก้วตากับพิมฟังแล้วตกใจมองหน้ากัน เห็นปริมยังจ้องหน้าเพชรนิ่ง พูดอย่างเยือกเย็นว่า

“รินทร์เป็นคนดี ดีอย่างที่ปริมไม่มีทางเป็นได้ อย่าให้ใครต้องเจ็บแบบปริมอีกเลย โดยเฉพาะรินทร์”

ปริมพูดแล้วเดินออกมาเจอแก้วตากับพิมที่แอบฟังอยู่ ทั้งสองหน้าเจื่อน พิมขอโทษปริม แต่ปริมบอกว่า

“พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษพิม เธอด้วยแก้วตา สำหรับทุกอย่างที่ฉันทำ”

แก้วตาพูดอะไรไม่ออก ดึงปริมเข้าไปกอด พิมตกใจ แต่แล้วก็ยิ้มออกเมื่อปริมกอดตอบ

ooooooo

คืนนี้เอง เพชรบอกรินทร์ว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ ให้ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าไม่สะดวกตนไปคนเดียวก็ได้ รินทร์บอกไม่ได้  เราเป็นหุ้นส่วนกันไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน เพชรเร่งให้ไปกันเลยกว่าจะถึงก็คงเช้าพอดี

แต่เช้ามืดวันรุ่งขึ้น พิมเห็นปริมถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กผ่านห้องรับแขกไปหงอยๆ แล้วปริมก็สะดุ้งเมื่อเห็นย่าพุด ไกรสร พิม แก้วตาและชาญวิทย์นั่งรออยู่ พิมตัดพ้อปริมว่า

“ทำไมพี่ปริมจะหนีไปโดยไม่บอกพวกเราล่ะคะ”

“พี่...ปริมขอโทษนะคะ  แต่ปริมไม่กล้า ปริมไม่ได้อยากจากที่นี่ แต่ยิ่งอยู่มันยิ่งเจ็บปวด ปริม...” พูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้จนพูดไม่ออก ย่าพุดเข้าไปกอดปลอบว่า

“ย่ารู้...คุณเก่งแล้วที่กล้าก้าวออกไป ไม่ร้องแล้วนะลูก ไม่ร้อง”

ปริมถามว่าย่ากับลุงสรไม่โกรธตนใช่ไหม ไกรสรพูดอย่างผู้ใหญ่ที่เข้าใจปริมว่า

“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ที่พวกเรารอคุณอยู่แบบนี้เพื่อที่จะบอกว่าคุณไปได้นานเท่าที่คุณอยากไป แต่ยังไงก็อย่าลืมว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว พวกเราอยู่ที่บ้านนี้ยังรอคุณอยู่...คุณกลับมาที่นี่ได้ทุกเวลา”

ปริมทำท่าจะร้องไห้อีก ย่าพุดบอกว่าไม่ร้องแล้วนะ เดินทางทั้งทีอย่าร้องไห้ มันเป็นลางไม่ดี

“ค่ะ...ปริมไม่ร้องแล้ว แล้วย่ากับทุกคนรู้ได้ยังไงคะว่าปริมจะไปวันนี้”

แก้วตาบอกว่าพี่ชาญเป็นคนบอก เพราะพี่ชาญเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณเลยให้คนคอยตามดูเลยรู้ว่าคุณจัดการเรื่องตั๋วเรื่องการเดินทาง บอกปริมว่า “อย่าโกรธพี่ชาญเลยนะคะ พวกเราเป็นห่วงคุณค่ะ”

ปริมบอกว่าไม่โกรธ เพราะรู้ว่าทุกคนหวังดีกับตน ขอบคุณทุกคนและไหว้ลาทั้งน้ำตา พิมกับแก้วตากอดปริมแน่น ไกรสรกับชาญวิทย์ยืนมองสามสาวกอดกันอย่างกลมเกลียวอย่างปลื้มใจ...

ooooooo

เพชรขับรถพารินทร์มาถึงชายหาดตอนรุ่งเช้าพอดี เพชรพารินทร์ไปที่ปลายสะพาน พูดอย่างอ่อนโยนและนอบน้อมว่า

“ครูครับ ผมเพชรนะครับ ภวัต เอี่ยมธำรง วันนี้ผมมาขออนุญาตครูแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกของผมครับ ผมสัญญาครับว่าผมจะดูแลรินทร์อย่างดีที่สุด จะไม่ทำให้รินทร์ต้องทุกข์ใจหรือเสียใจเป็นอันขาด”

เพชรขอโทษรินทร์เรื่องปริมที่ตนไม่ได้ห่วงความรู้สึกของรินทร์เลยว่าจะรู้สึกยังไง รินทร์บอกว่าตนไม่เห็นต้องรู้สึกอะไร ถามว่ามาพูดอะไรกับครูไม่เห็นถามตนก่อนเลย

เพชรออดอ้อนว่าถึงรินทร์จะไม่ได้รักตนก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงตนก็จะรักรินทร์แบบนี้ แล้วขยับเข้าใกล้จนปากแนบหน้าผากรินทร์ เว้าวอนอ่อนหวานว่า

“ถ้ารินทร์ยังใจแข็งไม่รักเพชร” แล้วเลื่อนลงมาจนจมูกชิดกัน บอกว่า “พี่ก็จะรออยู่อย่างนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

รินทร์ถามว่าเขาจะไม่เสียใจใช่ไหมที่แต่งงานกับนักร้อง พาร์ตเนอร์หรือผู้หญิงกลางคืนอย่างที่ใครๆพูดถึงตน

“คนพวกนั้นไม่รู้จักรินทร์ดีเท่าพี่ ย่าบอกเสมอว่ามีแต่พวกโขน ละครงิ้ว ลิเก เท่านั้นที่เต้นไปตามเสียงร้องเสียงพากย์ของคนอื่น แต่เราไม่ใช่ เรารู้จักตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องเต้นไปตามลมปากของใครทั้งนั้น... แต่งงานกับพี่นะรินทร์”

รินทร์ถามว่าแน่ใจหรือ เพชรบอกว่าไม่มีอะไรมั่นใจเท่านี้ รินทร์ตอบตกลงเพราะเพชรคือคนที่ตนรักมากที่สุดในชีวิตเหมือนกัน เพชรไม่มีแหวนหรูให้ แต่มีเฟืองเป็นค่ามัดจำไว้ก่อน ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอยู่ริมหาดที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงทอง

ส่วนชาญวิทย์กับแก้วตาก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันได้ ชาญวิทย์บอกแก้วตาที่เคยทำงานกลางคืนว่า

“มันไม่สำคัญหรอกนะว่าชีวิตเราจะเป็นมายังไง สิ่งสำคัญคือเราเลือกที่จะมีชีวิตแบบไหนมากกว่า ตอนนี้แก้วเลือกแล้ว พี่รอได้อีกนะ หรือถ้าแก้วยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร”

“งั้นพี่ก็ไม่ต้องรอแล้ว” แก้วตาตอบทันที ทำเอาชาญวิทย์ดีใจยิ้มเต็มหน้าจนตาหยี

ooooooo

เพราะหลินกับตี๋ไปเที่ยวเมืองจีนกัน เฮียตงเลยมีเวลาติดต่อสั่งยางและสินค้าอื่นมาวางขายที่อู่เพชรมากมาย ใช้รถขนมาเป็นสิบคัน ศักดิ์ตื่นเต้นมากแต่ก็หนักใจถามเพชรว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย

นอกจากนี้เฮียตงยังบอกกล่าวและบอกต่อโฆษณาอู่เพชรที่มีคุณภาพจนลูกค้ามาใช้บริการกันคับคั่ง

หลายปีผ่านไปเพชรอยู่ในวัยกลางคนแล้ว พวกเด็กๆก็โตและเพชรก็สนับสนุนให้แต่ละคนมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยุทธ โก้กับโต้งที่เป็นเด็กกะโปโล

เมื่อก่อน วันนี้ทั้งสามอยู่ในวัย 30 ต่างเป็นผู้ใหญ่แต่งตัวดี ร้านของเพชรก็เป็นศูนย์บริการครบวงจร ขยายสาขาไปถึง 9 สาขา และเพชรก็ให้ศักดิ์เป็นผู้ดูแลมีสิทธิ์บริหารงานและตัดสินใจเองคนเดียวอย่างเบ็ดเสร็จในสาขาที่ 9

เพราะกิจการขยายอย่างมั่นคง เจ้าของที่ตั้งชุมชนที่พวกเพชรอยู่ตกลงยอมขายที่ให้เพชรเพื่อขยายกิจการ ทุกคนดีใจกับข่าวนี้มากและมีความหวัง มุ่งมั่นที่จะทำงานให้ดียิ่งขึ้นและทุกคนได้ก้าวไปพร้อมกัน

ooooooo

เพชรไม่เพียงพัฒนาอู่จนรุ่งเรืองทุกคนมีความสุขเท่านั้น เพชรยังไม่ลืมครูสร้อย ช่วยครูสร้อยดูแลเวทีมวยที่ครูหมายปลุกปั้นมาเพื่อเด็กในชุมชน ครูสร้อยบอกว่าจะถามพวกลูกศิษย์เก่าๆของครูหมายดูว่ามีใครต่อยมวยหรือเป็นครูมวยอยู่อีก

เพชรบอกว่าถ้าช่วงแรกยังไม่มีใคร แต่ถ้ามีเด็กมาเรียน ตนกับยุทธมาช่วยสอนได้ ยังความปลื้มปีติแก่ครูสร้อยมากที่ทั้งสองยังระลึกถึงครูหมาย

ขณะกำลังคุยกันนั่นเอง เอในวัย 40 เศษแต่งตัวเรียบง่ายแต่สะอาดก็โผล่มาบอกว่าขึ้นชกที่ไหน เวทีใหญ่หรือทันสมัยแค่ไหนก็ไม่เคยตรึงใจเหมือนที่นี่

ทั้งเอ เพชร และศักดิ์ต่างดีใจที่ได้พบกันอีก เอแสดงความยินดีกับธุรกิจของเพชร ชมว่าเพชรดูดีจริงๆ เพชรขอให้เอเรียกและคุยกันเหมือนเดิม ตนยังเป็นไอ้เพชรของพี่อยู่ เคยเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น

เอเข้าไปก้มกราบครูสร้อยบอกว่า “ผมกลับมาแล้วครับ ครูแม่สร้อย ผมกลับมาตามสัญญา” ครูสร้อยประคองเอขึ้นน้ำตาซึม เพชรมองภาพนั้นอย่างสุขใจมาก

รินทร์กลายแม่ของลูกๆ เย็นแล้วก็ไปเคาะประตูห้องทำงานของเพชรเร่งว่าลูกๆจะกลับมาแล้ว เดินเข้ามาดูเห็นเพชรกำลังวาดแปลนสนามกีฬาที่มีเวทีมวยด้วย เพชรบอกว่านี่คือศูนย์กีฬาประจำชุมชน พี่เอรับปากแล้วว่าจะมาช่วยสอนเด็กๆในชุมชนให้

“พี่เอจะดุเหมือนครูหมายไหม”  รินทร์ถามขำๆ

“ไม่หรอก ครูหมายน่ะเด็ดขาด ใจแข็ง แต่พี่เอน่ะทำเป็นดุไปอย่างนั้นแหละ จริงๆแล้วพี่เอใจดีอ่อนโยนมาก พี่เชื่อว่าพี่เอจะต้องเป็นครูที่ดีแน่ๆ”

“เด็กๆต้องดีใจแน่ ฟังวีรกรรมของลุงเอมาตั้งนานแล้ว คราวนี้จะได้เจอลุงเอตัวจริงสักที ดูซิว่าใครจะได้วิชามวยจากลุงเอบ้าง”

เพชรว่าคงจะได้ทั้งสองคนนั่นแหละ ก็พอได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวมา บอกรินทร์ว่ามากันแล้ว เร่งรินทร์

“ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวค่อยขึ้นมาทำต่อ ยังไงที่นั่นก็อยู่ในความดูแลของพี่เอ แล้วพี่ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อชีวิตของเด็กๆอีกหลายคนจะได้ไม่ต้องจมปลักอยู่กับความมืดมิดของสิ่งชั่วร้ายแบบที่พี่เผชิญมา”

“รินทร์เชื่อค่ะว่าพี่จะทำได้ พรุ่งนี้ของเด็กๆในชุมชนจะต้องดีกว่าวันนี้แน่นอน”

รินทร์พูดกับเพชรอย่างเชื่อมั่นศรัทธา เพชรดึงรินทร์เข้าไปกอดอย่างขอบคุณที่เป็นแรงใจและช่วยผลักดันตนจนมาถึงวันนี้ได้

ooooooo

จบซีรีส์ลูกผู้ชาย...เพชร


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ตอนที่ 8 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ 28 ก.พ. 2562 09:13 2019-03-02T01:18:31+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ