ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ

เพชรกับรินทร์นั่งรถมาด้วยกัน คุยกันอย่างตื่นเต้น เต็มไปด้วยความหวัง...

“ถึงรินทร์จะเชื่อมาตลอดนะคะพี่เพชร ว่าคนเราทำดีแล้วต้องได้รับอะไรดีๆตอบแทนกลับมาบ้าง แต่ครั้งนี้กับสัญญาว่าจ้างครั้งนี้ มันมากมายเหลือเกินค่ะ ถึงคุณพลกับคุณเพ้งจะบอกว่ามันไม่ได้มากมายอะไรเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่พี่เพชรช่วยและดูแลพวกเขาสองคนมาตลอด”

“พี่ขอยกความดีทุกอย่างให้ย่าเลยจ้ะรินทร์ เพราะย่าคนเดียวที่ทำให้พี่ยึดมั่นและศรัทธาในการทำสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือคนอื่นก็ตาม...และถ้าเราพยายามทำแต่สิ่งดีๆมันก็จะดึงดูดคนดีๆเข้ามาอยู่ในชีวิตของเราด้วย...รินทร์เชื่อแบบนั้นไหม”

“เชื่อเต็มหัวใจเลยค่ะ อยากให้ทุกคนรู้เรื่องสัญญาขนส่งงวดนี้เร็วๆจังเลยค่ะ”

“งั้นเราแวะไปรับพ่อแล้วรีบกลับบ้านดีกว่านะ จะได้บอกข่าวดีกับทุกๆคนไปพร้อมกัน”

รินทร์พยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุข...

เวลาเดียวกันไกรสรปั่นจักรยานมาถึงกลางซอยปรากฏว่าที่บันไดจักรยานมีปัญหา ลงมาดูแล้วหัวเราะขำตัวเองที่ซ่อมรถให้คนอื่นแต่ไม่ดูรถของตัวเองเลย กะระยะทางแล้วตัดสินใจกลับไปที่ลานจอดรถคิดว่าพอจะซ่อมได้ แต่พอเข็นจักรยานไปได้ระยะหนึ่งก็เห็นควันดำพุ่งโขมงจากลานจอดรถ เขาทิ้งจักรยานวิ่งไปทันที

พอไปถึงลานจอดรถ เห็นที่รถกระบะทั้งสองคันไฟกำลังลุกโชนและตามพื้นที่มีแอ่งน้ำมันไฟก็กระพือท่วม ไกรสรตะลึงทำอะไรไม่ถูก แต่พอนึกถึงสินค้าของเพชรที่อยู่ในโกดังก็วิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไปทันที

แม้ร่างกายจะไม่สมประกอบมือใช้ไม่ถนัด แต่ไกรสรก็พยายามสุดชีวิตที่จะขนสินค้าที่เพชรจะเอาไปส่งขึ้นรถเข็น พยายามลากออกไปอย่างทุลักทุเล สำลักควันไฟไอจนหายใจไม่ออกก็ไม่ยอมแพ้

เพชรกับรินทร์เข้ามาเห็นควันไฟ ใกล้เข้าไปเห็นจักรยานของพิมก็ยิ่งตกใจรีบขับรถไปที่ลานจอด

ไกรสรลากรถเข็นเอากล่องสินค้าออกมา นึกได้อุทาน “เงินของเพชรกับพิม” ก็วิ่งกลับเข้าไปอีกพอดีเพชรกับรินทร์มาเห็นตกใจร้องเรียก “พ่อ!...ลุง!” แต่ไกรสรวิ่งเข้าไปแล้ว เพชรกระโดดลงจากรถวิ่งตามไปแต่เสียงระเบิดจากรถกระบะทำให้เขาต้องหลบ รินทร์กำลังจะลงจากรถตะโกนถาม

“พี่เพชร...เป็นอะไรไหมคะ”

“ไม่เป็นไรครับ” เพชรตะโกนตอบแล้ววิ่งเข้าโกดังเก็บสินค้า รินทร์ชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วง

เพชรเข้าไปในโกดังเห็นไกรสรกำลังรื้อหาอะไรในห้องเก็บเอกสาร สำลักควันไอรุนแรง เพชรตะโกนให้พ่อออกไป ไกรสรเหนี่ยวตู้เอกสารไม้ที่ไฟกำลังไหม้ โงนเงนแล้วล้มฟาดมาทางเพชรพอดี

รินทร์เอาสายยางฉีดดับไฟที่รถกระบะ เห็นเพชรประคองไกรสรออกมา บอกให้รินทร์ช่วยขับรถพาพ่อส่งโรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยแวะแจ้งตำรวจ พอดียุทธขี่มอเตอร์ไซค์มา เพชรจึงบอกให้ยุทธแจ้งตำรวจก่อนแล้วกลับมาดับไฟ ตนจะรีบกลับมาช่วย

ooooooo

เสี่ยทรงชัยนับวันไว้ใจณรงค์มาก ชมว่าฉลาดคิด ช่างวางแผน โชคดีที่ตนได้มาช่วยงาน ทันใดนั้นปริมก็ผลักประตูเข้ามาหน้าตาตื่น ถามว่าไฟไหม้ลานจอดรถสำนักงานของเพชร ฝีมือณรงค์หรือเปล่า

ณรงค์ไม่ตอบแต่ยิ้มร้ายสะใจ ทำให้ปริมยิ่งหงุดหงิดคาดคั้นว่าใช่ไหม! ณรงค์ตอบอย่างเลือดเย็นว่า

“ก็ตามที่คุณต้องการ บีบมันให้จนมุม แล้วก็ให้มันซมซานมาขอความช่วยเหลือจากคุณไงครับ”

ปริมมองณรงค์อย่างมีความหวังแล้วผละไป เสี่ยทรงชัยมองทั้งสองแล้วเตือนณรงค์ว่า

“เลิกตามใจยัยปริมแบบบ้าๆบอๆได้แล้ว ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมีอะไรดีนักหนานะ ยัยปริมถึงคลั่งได้ ขนาดนี้ ทั้งๆที่ตัวเองมีผู้ชายรวยๆดีๆมีอิทธิพลคอยอยู่เต็มไปหมด เห็นทีจะต้องจับมันแต่งงานกับใครสักคนแล้ว ไอ้พวกที่หวังลมๆแล้งๆว่าจะตกถังข้าวสาร มันจะได้เลิกฝันกลางวันแบบโง่ๆ สักที เธอว่าดีไหมณรงค์”

เสี่ยปรามณรงค์เป็นนัย ณรงค์เจ็บแต่ฝืนยิ้มบอกเสี่ยว่า “ก็ตามที่เสี่ยพูดเลยครับ”

ooooooo

ไกรสรถูกนำส่งโรงพยาบาล ทุกคนจึงรู้ว่าเขาวิ่งเข้าไปเอากล่องเหล็กเก่าๆที่มีเงินใส่ซองเขียนไว้ว่า “ค่าเทอมพิมพา” พิมร้องไห้สะเทือนใจที่พ่อทำเพื่อตนถึงขนาดนี้ ย่าบอกให้เพชรกลับไปดูที่อู่ ทางนี้ย่าจะดูแลพ่อเอง

เพชรลงมาถึงล็อบบี้โรงพยาบาลก็เจอปริมนั่งรออยู่ ปริมปราดเข้าหาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าตนเป็นห่วงมาก และขอเวลาสักครู่ ตนมีข้อเสนอบางอย่าง

คุยกับปริมแล้วเพชรไปที่ลานจอดรถ นอกจากซากรถกระบะสองคันแล้วยังพบซองที่เขียนชื่อ “เพชร”

เมื่อเพชรเทของในซองออก พบว่าเป็นเหรียญราคาต่างๆและแบงก์ย่อยๆอีกหลายใบ เพชรรู้ว่านั่นคือเศษเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่เหลือจากค่าเทอมของพิมที่พ่อเก็บไว้ให้ตน เขาซุกหน้ากับเข่าตัวเองอย่างสะเทือนใจ

เมื่อเพชรไปดูซากรถและโกดังที่ถูกไฟไหม้ข้าวของกระจัดกระจาย เขาถอนใจหนักหน่วง แล้วก็นึกถึงเรื่องที่คุยกับปริมที่ล็อบบี้ เธอถามและพูดอย่างมีอารมณ์มากว่า

“อิทธิพลของคุณพ่อปริมมันไม่ดีตรงไหนคะ คุณเพชรคิดจริงๆเหรอคะว่าตัวคุณเองจะทำสำเร็จได้จริงๆโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร กี่ครั้งแล้วที่คุณเพชรต้องผิดหวังล้มเหลว คุณเพชรทำให้ย่าทำให้พ่อแล้วก็คนอื่นๆผิดหวังและเสียใจมากี่ครั้งแล้ว คุณจะต้องทำร้ายพวกเขาด้วยความเชื่อมั่นแบบผิดๆของตัวเองอีกเหรอคะ คุณเพชรจะต้องล้มอีกกี่ครั้งถึงจะคิดได้ว่าคุณทำคนเดียวไม่ได้ คุณจะโตโดยไม่มีใครหนุนหลังไม่ได้...ไม่มีทาง”

หลายประโยคของปริมกระทบความรู้สึกของเพชรอย่างรุนแรง ขณะนั้นเองครูหมายมามองเพชรอย่างสงสารจับใจถามว่า “แล้วเอ็งจะทำยังไง”

“ก็เริ่มใหม่ครับครู ผมมาไกลขนาดนี้แล้ว ผมจะไม่มีวันยอมถอยเด็ดขาดครับ”

“ดี” ครูหมายหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋า “งั้นไปหาเจ้าของไอ้นี่กัน...ข้าเก็บได้ตอนที่มาช่วยไอ้ยุทธมันดับไฟ”

เพชรรับจี้รูปพยัคฆ์เหยียบเมฆมาดู ตกใจถามว่าทำไมมันมาอยู่ที่นี่! ครูบอกว่าตนก็อยากรู้เหมือนกัน

จี้พยัคฆ์เหยียบเมฆ คือสัญลักษณ์ของแก๊งเอ เมื่อเอาไปให้เอดู เอโกรธจัดสั่งป๋องให้เรียกลูกน้องสามคนมา เอมองหน้าลูกน้องทีละคน พอคนสุดท้ายมันหลบตา ป๋องตรงเข้ากระชากคอเสื้อมันออก ที่คอว่างเปล่าไม่มีจี้ ลูกน้องคนนั้นถึงกับเข่าอ่อน ยกมือไหว้

“พี่เอ...ผมขอโทษ...พี่เพชรผมขอโทษ”

“เอ็งทำไปทำไม” เพชรเข้าไปถาม

“พี่เพชรผมขอโทษ ผมแค่อยากได้เงิน ก็พี่เอ... กำลังตก กำลังจะโดนเล่นงาน ผม...ผมแค่อยากได้เงิน”

“ใครจ้างเอ็ง” เพชรถามน้ำเสียงเย็นยะเยือก

ooooooo

ณรงค์นับวันเหิมเกริม คืนนี้ขณะสั่งลูกน้องในอู่เฮียตงให้เฝ้าอยู่ที่นี่เที่ยงคืนวุธจะพาคนมาเอาของไป สั่งว่าถ้าตี๋วุ่นวายก็จัดการเสียจะได้อยู่เงียบๆ เลิกทำตัวกร่างเสียที

ทันใดวุธหน้าตื่นเข้ามาถามว่ารู้เรื่องลูกน้องเอคนนั้นหรือยัง ณรงค์ปรามว่าทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น

“เอ็งไม่กลัวมันซัดทอดเอ็งหรือไงวะ แล้วยังไอ้เออีก ถ้ามันรู้...”

“ไอ้วุธ...มึงเป็นอะไรของมึง มึงจะกลัวอะไรไปทุกอย่างเลยรึไง...กูไม่ได้โง่นะโว้ย เรื่องลูกน้องไอ้เอต่อให้มันซัดทอดเรื่องก็มาไม่ถึงกู แล้วพอเลยนะ ไอ้ท่าทางล่กๆ มึงแบบนี้ กูไม่อยากเห็น ถ้ามึงจะเดินไปกับกู มึงต้องกล้า ต้องนิ่งกว่านี้ มึงดูไอ้ป๋อง ถ้ามึงเป็นแบบมันไม่ได้ ก็อย่ามาหาว่ากูใจร้ายทีหลังก็แล้วกัน”

ณรงค์ปรามแล้วเดินออกไป วุธมองตามพึมพำหวั่นใจ...

“ก็มึงมันเหี้ยมขึ้นทุกวันนี่หว่ารงค์...มึงมันไม่ใช่เพื่อนกูคนเดิมแล้ว”

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเอกสารที่พัวพันถึงหลายคน รินทร์ถามเพชรว่าเชื่อจริงๆ หรือว่าเป็นฝีมือของตี๋ เพชรตอบอย่างสับสนว่าไม่รู้ ครูหมายบอกว่าอย่าเพิ่งปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ พรุ่งนี้ไปคุยกับตี๋ให้รู้เรื่องอย่างที่ชาญวิทย์บอก

ครูหมายบอกว่าถ้าตี๋ทำจริงก็ปล่อยให้ตำรวจจัดการไป ส่วนเพชรควรทำใจทำสมองให้โล่งเพราะมีเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่จะต้องทำอีกหลายอย่าง มองหน้าและถามเตือนสติว่า

“เอ็งบอกครูเองไม่ใช่เหรอเพชร ว่าเอ็งจะสู้ต่อ เอ็งจะไม่ยอมถอยง่ายๆ”

“ครับครู...ผมไม่ยอมให้เรื่องนี้มาหยุดผมได้หรอกครับ”

เพชรท่าทีผ่อนคลายขึ้น ครูหมายและทุกคนมองอย่างโล่งใจ แต่รินทร์ก็ยังอดห่วงใยไม่ได้

ฝ่ายจิตราสมน้ำหน้าสะใจมากที่อู่ของเพชรถูกเผา บอกณรงค์ว่าน่าจะเผาให้ราบเป็นหน้ากลองไปเลยด้วยซ้ำ ณรงค์บอกว่าไฟไหม้ครั้งนี้มันลามไปถึงไอ้พวกโง่ปัญญาอ่อนแถวนั้นด้วย แต่ณรงค์ยังไม่พูดพาดพิงถึงใครเพราะรู้แก่ใจดีว่าแม่ยังเกรงใจเฮียตงอยู่

วันต่อมา ชาญวิทย์ เพชร และรินทร์ก็ไปที่บ้านเฮียตง เอาเช็คที่ยังไม่ได้ขึ้นเงินให้ตี๋ดู ตี๋ตกใจบอกหลินว่าตนไม่ได้ทำ ตนไม่รู้ หลินดูเช็ค มองหน้าชาญวิทย์แล้วถามตี๋

“ตี๋...แล้วไอ้คนนี้มันเป็นใคร ลื้อเขียนเช็คให้มันทำไม”

ตี๋บอกว่าวันๆตนจ่ายเงินไปตั้งหลายคน แล้วไอ้บ้านี่ตนจะทำไปทำไม ชาญวิทย์เล่าว่า...

“คนลงมือเขาบอกว่าคุณแค้นเพชรเพราะเคยมีเรื่องกันจนคุณไล่เพชรออก”

ตี๋บอกว่าจริงแต่เรื่องนานแล้วและตนก็ไม่ได้สนใจเพชรอีกเลยแล้วตนจะทำทำไม ชาญวิทย์จึงอ่านคำให้การของผู้ต้องหาให้ฟังว่า ตี๋อิจฉาที่เพชรเป็นเด็กจากสลัมแต่กลับทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะอู่ที่เขาดูแลอยู่กำลังขาดทุน แต่อู่ที่เพชรทำกำลังเจริญก้าวหน้าเขาก็เลยสั่งสอนนายเพชรให้เจียมตัว

ตี๋ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ เฮียตงเข้ามาบอกว่าเมื่อไม่ได้ทำจริงๆก็ต้องบอกมาให้ได้ว่าเช็คใบนี้มันมาได้ยังไง เฮียตงถามตี๋ว่าเป็นเจ้าของเงินแต่ปล่อยเงินออกไปแล้วบอกว่าไม่รู้ได้ยังไง ด่าว่า

“อั๊วไม่เคยเลี้ยงให้ลื้อเป็นคนโง่ไม่ทันคนอื่นแบบนี้”

“อั๊วไม่ได้โง่ ไม่มีใครมาหลอกอั๊วได้ทั้งนั้น ไอ้พวกที่อู่มันก็แค่ช่างกระจอกๆ...เตี่ยไม่ต้องมาหาเรื่องอั๊วเลย เตี่ยก็แค่หวงไอ้อู่สกปรกเฮงซวยนั่น อั๊วขยะแขยงมันจะตายอยู่แล้ว ให้มันเจ๊งฉิบหายไปเลยก็ดี”

“ไอ้ตี๋” เฮียตงตบหน้าตี๋เต็มแรงแล้วนิ่งไปด้วยความเสียใจที่ทำร้ายลูก

เพชรบอกว่าเถ้าแก่อย่าเพิ่งตำหนิคุณตี๋เลย คุณตี๋อาจจะนึกไม่ออกจริงๆ ให้คุณตี๋กลับไปดูเอกสารก่อน บางทีอาจมีการผิดพลาดตรงไหนสักที่ แล้วขอร้องชาญวิทย์วันนี้อย่าเพิ่งตั้งข้อหาอะไรเลย ขอให้คุณตี๋กลับไปดูเอกสารให้ละเอียดอีกหน่อย ชาญวิทย์บอกว่าเมื่อเจ้าทุกข์ขอเช่นนั้นก็ได้ ขอให้ตี๋รีบหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะกรณีนี้ต่อให้เจ้าทุกข์ไม่เอาความแต่ทางกฎหมายยอมความไม่ได้

ooooooo

ตี๋เรียกณรงค์มาที่อู่โวยวายว่าณรงค์จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เพราะเป็นคนเอาเช็คมาให้ตนเซ็น เขาต้องรู้ว่าจ่ายให้ใคร

ณรงค์บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ ตนให้ตี๋เซ็นเฉพาะที่จ่ายจริงเท่านั้น นอกนั้นตี๋จะจ่ายให้ใครทำอะไรบ้างตนไม่รู้ อย่าดึงตนเข้าไปเกี่ยว ตี๋ชี้ว่าลายมือที่เขียนชื่อเป็นลายมือเขา ณรงค์บอกว่าไม่ใช่ลายมือตน ตนไม่รู้จักคนนี้ แล้วเบี่ยงเบนว่าเช็คใบนี้เป็นของจริงหรือเปล่า ยุแหย่ว่า

“คุณตี๋ไม่ใช่คนโง่นะครับ ลองดูดีๆ บางทีไอ้เช็คใบนี้มันอาจจะเป็นของปลอมที่ไอ้เพชรมันตั้งใจจะหาเรื่องคุณก็ได้ ไอ้นี่มันเก่งนะครับเรื่องแหกตาคน อย่าไปหลงเชื่อมันง่ายๆเลยครับ” ตี๋ยอมรับว่าลายมือตนจริงตนจำได้ “อ้าว...งั้นก็แสดงว่าคุณเป็นคนเซ็นจริง งั้นคุณก็ต้องไปหาข้อแก้ตัวเอาเองนะครับ แต่อย่าดึงผมไปยุ่งเกี่ยวด้วย”

ณรงค์โมเมแล้วเดินไปเลย ตี๋ตะโกนให้หยุดตนยังพูดไม่จบ ณรงค์หยุดมองนิ่ง ตี๋ตะโกนสั่ง

“ผมเป็นเจ้านายคุณ คุณต้องฟังคำสั่งผม”

“คุณจะทำอะไรผมได้จริงๆเหรอครับคุณตี๋ ถ้าผมไป อู่ที่พ่อคุณรักนักหนาจะเป็นยังไง”

ตี๋หน้าเสีย แต่ณรงค์ยิ้มเย้ยยั่วแล้วเดินออกไป ตี๋มองตามแต่ทำอะไรไม่ได้ หันไปทุบโต๊ะระบายอารมณ์

oooooo

เมื่อคุยกับตี๋แล้ว เพชรกลับมาสั่งงานยุทธ โก้และโต้ง ให้ไปส่งของตามเส้นทางที่ตนเคยทำเพราะตัวเพชรเองไม่อาจไปไกลได้ ยังมีคดีความอยู่

ส่วนพวกผู้หญิง มีย่าพุดกรอง พิม รินทร์และแก้วตาก็ช่วยกันทำขนมส่งอย่างเอาการเอางาน หลังจากขนขนมขึ้นรถแล้ว รินทร์บอกว่า

“เดี๋ยวรินทร์ไปส่งย่า แก้ว พิม ที่ร้านแล้วจะแวะไปหาคุณพล เอาสัญญาไปคืนก่อน คุณพลจะได้มีเวลาหารถเจ้าใหม่”

ทุกคนหน้าเจื่อน เพชรกอดเอวย่าปลอบ...

“ไม่เป็นไรนะจ๊ะย่า เราก็แค่เริ่มต้นใหม่...อีกครั้ง” มองหน้าสามสาวแล้วพูดอย่างเข้มแข็งว่า “ทั้งหมด มันแค่ปัญหาที่ผ่านเข้ามาแล้วอีกไม่นานมันก็จะผ่านไป...ใช่ไหมจ๊ะย่า ไม่ว่าทุกข์หรือสุข สุดท้ายเดี๋ยวมันก็ผ่านไปก็จะเหลือแต่ความรัก ความผูกพันของพวกเราเท่านั้นที่มันจะคงอยู่ตลอดไป...นะจ๊ะย่า” เพชรมองหน้าทุกคนบอก “เรามาสู้กันใหม่อีกสักตั้งนะ”

แก้วตายื่นมือออกไปก่อน บอกรินทร์ให้ยื่นออกมาให้จับมือกันแบบนักกีฬา ย่ายื่นออกไปทันที พิมตาโตยื่นออกไปด้วย แล้วยุทธ โก้กับโต้งก็วิ่งกรูเข้ามาร้อง “เอาด้วยๆ” แล้วยื่นมือไปแตะกัน โต้งตะโกนขึ้นก่อน

“เอาพวกเรา สู้!”

ทุกคนร้องพร้อมกัน แตะมือเขย่ากันอย่างฮึกเหิม

แต่พอพวกรินทร์ออกไปทำงานแล้ว หลินก็ขับรถเข้ามา ลงจากรถแล้ววิ่งไปเปิดประตูอีกด้าน เฮียตงค่อยๆ ไต่ลงจากรถ

“เถ้าแก่...” เพชรอุทาน

ยุทธ โต้ง โก้ รีบวิ่งเข้ามาประคองเฮียตง หลินยิ้มเจื่อนให้เพชรแล้วเดินเข้าหา

ooooooo

ส่วนที่โรงพัก...วุธเดินขึ้นโรงพักท่าทางกลัวๆ กล้าๆ ตำรวจและคนบนโรงพักต่างมองด้วยความสนใจ วุธมองหาห้องขังพอจะเดินไปก็ได้ยินชาญวิทย์เดินคุยกับจ่ามา ได้ยินชาญวิทย์กำชับจ่าว่า

“ยังไงก็ต้องคอยดูหมอนี่ไว้ให้ดี อย่าให้มีกรณีแบบนายจิ๊บอีก...พูดถึงนายจิ๊บถ้าหมอนั่นมันให้การได้เมื่อไหร่ จ่ารีบแจ้งผมทันทีนะครับ คนดีๆ แบบเพชรยังรอการสะสางคดีอยู่”

“ครับหมวด เรื่องนายจิ๊บนี่ทางโรงพยาบาลแจ้งมาแล้วว่าหมอนั่นพ้นโคม่าแล้วครับ น่าจะตอบอะไรได้เร็วขึ้นครับ”

วุธตกใจ ค่อยๆเร้นตัวไปอย่างร้อนใจ ชาญวิทย์รู้สึกคุ้นๆหน้าแต่พอมองไปก็เห็นแต่หลังวุธเท่านั้น

เฮียตงเอาเงินมาให้เพชรเพื่อช่วยที่อู่ถูกเผา เพชรบอกว่าตนไม่เชื่อว่าตี๋จะเป็นคนทำเรื่องนี้และไม่ขอรับเงินชดเชยนี้ แต่เฮียตงบอกว่าตี๋จะทำเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็มาจากเงินในบัญชีของตน เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย ขอให้เพชรรับไว้เถิด

เพชรหันมองยุทธ โต้งกับโก้ ที่ยืนยิ้มอย่างลุ้นให้เพชรรับไว้

เมื่อกลับถึงบ้าน เฮียตงบอกว่าตนมองคนไม่ผิด เพชรต้องทำได้ ต้องไปได้ไกลกว่านี้ ชมว่า

“อีเป็นคนเก่ง ขยัน และเป็นคนซื่อสัตย์ต่อตัวเองอย่างแท้จริง อีเลยซื้อใจคนรอบข้างให้ช่วยทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจกับอีได้ แม้แต่ในเวลาที่ยากลำบากแบบนี้”

แต่พอตี๋รู้ก็โวยวายว่าเตี่ยไปหงอให้มันแบบนี้ก็เท่ากับเตี่ยยอมรับว่าอั๊วเป็นคนผิดน่ะสิ เตี่ยทำแบบนี้ได้ไง เฮียตงมองตี๋อย่างสมเพช ถอนใจแล้วลุกเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร

“เตี่ย...เตี่ย...” เมื่อเฮียตงไม่ฟังก็ฟ้องหลิน “ม้า อั๊วไม่ยอม เตี่ยทำแบบนี้ไม่ได้ อั๊วไม่ได้ทำ...เตี่ยมาหักหน้าอั๊วต่อหน้าไอ้เด็กคนงานแบบนั้นไม่ได้ ม้า!”

ตี๋โวยวายลั่นอย่างเอาแต่ใจ หลินได้แต่มองอย่างกลุ้มใจแต่ทำอะไรลูกไม่ได้

ooooooo

วุธแอบไปดูห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาล มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ วุธหันมองวัยรุ่นคนนั้น กำชับ

“มึงร้องแล้วดิ้นนะ ให้ดังที่สุด แรงที่สุด พอตำรวจไป มึงต้องดึงไว้นะ” แล้วล้วงเงินให้ “เอาไปก่อนแล้วถ้ามึงทำเสร็จ ค่อยมาเอาที่เหลือ...ไป”

วัยรุ่นคนนั้นวิ่งไปครู่เดียวก็มีเสียงเด็กร้องดังขึ้นอย่างเจ็บปวดและเสียงข้าวของตกแตก ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องนั้นมองๆแล้วเดินไปดู วุธรอให้ตำรวจไปไกลแล้วก็เปิดประตูผลุบเข้าไปในห้อง เห็นจิ๊บนอนตัวซีดอยู่

“จิ๊บ...กูขอโทษ กูไม่น่าพามึงมาเจอคนใจเหี้ยมอย่างไอ้รงค์เลย”

“วุธ...มึงมาทำไม”

“กูขอร้องมึงนะจิ๊บ...เรื่องไอ้เพชรมึงต้องรับคนเดียว อย่าซัดทอดไอ้รงค์”

“ไม่...กู...”

“มึงฟังกู” วุธบีบแขนจิ๊บแน่น “มึงต้องทำตามที่กูบอก ถ้ามึงยังไม่อยากตาย...มึงต้องเชื่อกู”

วุธเสียงเข้ม เหี้ยม จนจิ๊บเงียบไป

เพชร ยุทธ โก้ โต้ง ไปที่บ้านชาญวิทย์พร้อมซองเงินที่ได้รับจากเฮียตง โก้พูดขึ้นอย่างเห็นใจเฮียตงว่าแกเป็นคนดีมากแต่กลับมีลูกแบบคุณตี๋

“ใช่ แกเหมือนอาอ่องเลย อาอ่องก็ดีสุดดีแบบนั้น แต่กลับมีลูกแบบไอ้รงค์” ยุทธเสริม

“พูดถึงไอ้พี่รงค์...ถ้าใครบอกว่ามันเป็นคนทำ ฉันยังเชื่อมากกว่าคุณตี๋นะพี่” โต้งเอ่ย ทุกคนนิ่งเพราะคิดตรงกัน พอดีโทรศัพท์บ้านดังขึ้น โก้ที่อยู่ใกล้กว่าเพื่อนวิ่งไปรับ ยุทธถามเพชรว่าจะทำยังไงกับเงินที่เถ้าแก่ให้มา เพชรบอกว่าระหว่างที่ตนยังเดินทางไปไหนไกลๆไม่ได้เพราะเรื่องคดีก็จะตระเวนหารถมาเพิ่มอีกสักคัน

ทันใดโก้ก็วิ่งกลับมาบอกเพชรกับยุทธให้ไปที่ลานจอดรถด่วนเพราะรินทร์โทร.มาน้ำเสียงตื่นเต้นมากไม่รู้เรื่องอะไร เพชรถามว่ารินทร์อยู่ไหน โก้บอกว่าอยู่โรงพยาบาลไปรับลุงสรแต่สั่งให้พวกเรารีบไป

ooooooo

เพชร ยุทธ โก้และโต้ง ขับรถเข้ามาที่ลานจอดรถ เห็นการเคลื่อนไหวที่ลานจอดรถแล้วมองหน้ากัน

ซากรถที่ถูกไฟเผาสองคันถูกยกไปกองรวมกันที่มุมหนึ่ง มีรถกระบะสภาพดีสองคันมาจอดแทนที่ อีกมุมหนึ่งเห็นพลกับเพ้งกำลังสั่งลูกน้องให้เก็บกวาดทำความสะอาดตึกสำนักงาน ครูหมายก็กำลังบอกเด็กในชุมชนที่คุ้นหน้าคุ้นตาให้ช่วยลากซากต้นไม้ที่ถูกไฟเผาไปกองรวมกันแล้วยกต้นไม้ใหม่ที่ใบเขียวสดมาวางแทน

เพชรกับพวกเดินเข้ามางงๆ ครูหมายบอกว่า

“ข้ากับลูกค้าเอ็งน่ะใจตรงกันว่ะเพชร ของข้ามีแต่ต้นไม้กับแรงงานเด็กๆ  แต่ของคุณพลกับเฮียเพ้งมีรถกับแรงงานดีมาช่วย แล้วเอ็งไม่ต้องปฏิเสธหรือโต้แย้งเรื่องรถคันใหม่นะ ข้าเกริ่นไปแล้วแต่โดนเฮียเพ้งดุกลับมา”

“ดุครูเนี่ยนะ” ยุทธทำเสียงไม่เชื่อ

“เออ...ข้านี่แหละ แต่แกดุอย่างมีเหตุผลโว้ย เอ็งไม่ต้องมาพูดมากเลยยุทธ ไปช่วยดูพวกเด็กๆทำงานเลย ไป...เอ็งสองคนด้วย”

โก้กับยุทธรีบวิ่งไปช่วยงาน เพชรมองครูหมายอย่างขอบคุณ โดนครูปรามเบาๆ

“ไม่ต้องมาทำซึ้งกับข้า ไปขอบคุณคุณพลกับเฮียเพ้งเถอะ ทั้งสองคนนั้นร่ำรวย มีทุกอย่างมากมายมหาศาลแต่ไม่เคยลืมบุญคุณคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครมาจากไหน ข้าอยากให้เอ็งจดจำเรื่องนี้ไว้ แล้วถือเป็นคุณธรรมที่เอ็งต้องยึดมั่นไว้กับชีวิตตลอดไป เข้าใจนะเพชร”

“ครับครู ผมจะไม่มีวันลืม” เพชรรับคำหนักแน่นด้วยความซึ้งใจ

ณรงค์กับวุธมานั่งรอเสี่ยทรงชัยในห้องทำงานที่บ้าน ครู่หนึ่งเสี่ยเข้ามาบอกณรงค์ว่า

“เพื่อนนายที่โดนตำรวจจับไปตอนนี้มันฟื้นแล้ว ...มันรับสารภาพทั้งหมดว่ามันทำเอง มันแค้นไอ้เพชรก็เลยเอาของไปใส่รถเพื่อสร้างเรื่องให้ไอ้เพชรโดนจับ”

“งั้นก็แสดงว่าไอ้เลวนั่นมันหลุดคดีค้ายาไปแล้ว” ณรงค์หงุดหงิด

“อย่าเพิ่งโมโหไปณรงค์ เพราะไอ้นั่นมันไม่ได้แค่หลุดคดีนะ ไอ้กิจการขนส่งที่เพิ่งโดนเผาก็กำลังกลับมาเริ่มงานใหม่ด้วยความช่วยเหลือของใครหลายๆคนทีเดียวแหละ”

ณรงค์หัวเสียขยับจะลุก เสี่ยบอกให้ปล่อยมันไปเพราะเขามีงานสำคัญที่ต้องทำ สั่งณรงค์ให้นั่งลงแล้วไปจัดการเรื่องงานของตัวเอง เลิกตอแยกับมันได้แล้ว แม้ณรงค์จะนั่งลงแต่แววตาเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต

เมื่ออู่ของเพชรเริ่มทำงานใหม่ โก้ขี่รถไปรับศักดิ์ที่บ้านมาทำงาน ทุกคนทำงานกันอย่างคึกคักสนุกสนาน ขณะนั้นเองชาญวิทย์ก็ขับรถเข้ามาบอกข่าวดีเรื่องคดีของเพชร ขณะทุกคนกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจกันอยู่นั้น แก้วตาขับรถของรินทร์พาย่าพุดกับครูสร้อยเข้ามา พวกหนุ่มๆวิ่งเข้าไปช่วยยกของลงจากรถ พอ

ทั้งสามได้ข่าวดีของเพชรก็ดีใจมาก โดยเฉพาะย่าพุดยิ้มเต็มหน้าอย่างมีความสุขมาก...

ไกรสรเอาพวงมาลัยไปคล้องที่โกศของอ่องเล่าข่าวดีของเพชรให้เพื่อนรักฟังอย่างมีความสุข

แต่คืนนี้เอง ป๋องกับลูกน้องเอก็ขี่รถมาวนดูลานจอดรถของเพชรอย่างระแวดระวัง แล้วป๋องก็สั่งลูกน้องท่าทางเป็นเด็กใหม่ให้เฝ้าอยู่ที่ลานจอดรถ ตัวเองกลับไปรายงานเอเกี่ยวกับเรื่องของเพชร เอฟังด้วยสีหน้าผ่อนคลาย กำชับให้ป๋องสั่งเด็กพวกนั้นให้เฝ้าให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบที่ผ่านมาซ้ำอีก แล้วสั่งป๋อง...

“ส่วนเอ็ง ไปคอยตามเรื่องผู้หญิงที่ไอ้รงค์มันจะพามา หาทางตีสนิทสักคนให้เร็วที่สุด...ต่อให้เสี่ยพงษ์หรือเฮียเน้าก็ขวางข้าเรื่องผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้” พอป๋องออกไป เอเอนพิงพนักเก้าอี้พึมพำ “เอ็งต้องรอดนะเพชร”

เช้าวันนี้เพชรชวนรินทร์ไปพบลูกค้าด้วยกันในฐานะหุ้นส่วน บอกรินทร์ว่าเราจะทำงานกับใครถ้าเราไม่เคยไปเจอหน้าเขาเลยก็เหมือนกับเป็นการไม่ให้เกียรติกัน ต่อไปนี้รินทร์ต้องไปทำความรู้จักกับลูกค้าให้ครบ

รินทร์บอกว่าตนไม่มีปัญหาแต่เอกสารบางอย่างต้องรีบส่ง เพชรบอกว่าพิมรับปากจะทำให้แล้ว

“รินทร์สังเกตไหมจ๊ะว่าเราทุกคนเข้มแข็งขึ้น เพราะทุกคนผ่านการหลอมอย่างรุนแรงมาแล้วครั้งหนึ่ง และมันจะยังมีครั้งต่อๆไปอีกแน่นอน...แต่พี่ไม่กลัวแล้ว เพราะพี่เชื่อว่าถ้าเราจับมือกันไว้ ยังไงเราก็ต้องผ่านพ้นไปได้ในที่สุด”

“ค่ะ...รินทร์ก็จะเชื่อมั่นแบบนั้นเหมือนกัน”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมั่นใจ

ooooooo

แต่ขณะทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นด้วยดีก็มีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อโก้ไปขนปุ๋ยที่โรงงานส่งลูกค้า โก้บรรทุกเกินน้ำหนัก ยุทธเตือนก็บอกว่าอยากช่วยพี่เพชรประหยัดน้ำมัน

เมื่อเพชรมาตรวจโก้บอกว่าเกินไม่กี่กิโลเองและตนก็ขับอย่างระวังที่สุดไม่เป็นไรหรอก

“ข้ารู้ว่าเอ็งหวังดีโก้...แต่พี่เตือนไว้ก็เพราะพี่หวังดีเหมือนกัน รถของเรามันไม่ใช่รถใหม่ เราต้องใช้งานมันอย่างระมัดระวังที่สุด แล้วอีกอย่างน้ำหนักบรรทุกมันคือกฎข้อบังคับที่คนในอาชีพอย่างเราต้องยึดมั่นนะโก้”

เพชรพยายามบอกให้โก้ยึดกฎที่เขาเขียนขึ้นมา ถ้าเราไม่ยึดมั่นและเคารพในกฎกติกาของอาชีพเราแล้วจะหวังให้ใครมาเชื่อถือในตัวเรา เพชรขอให้โก้ทำตามกฎกติกาอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ถามว่า

“เอ็งคงไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายกับงานของเอ็งหรอกนะ”

“จ้ะ...พี่ ฉันขอโทษ”

แต่เย็นนี้เองพิมก็มาบอกเพชรหน้าตาตื่นตกใจว่า ยุทธโทร.มาว่าโก้ขับรถตกข้างทางให้เพชรโทร.ไปด่วน

วันนี้ณรงค์นอนเอกเขนกอยู่ที่ห้องรับแขก รอบตัวมีซองเงิน นาฬิกาหรู แหวนทองวงใหญ่หลายวง จิตรา ลงมาเห็นอุทานตาโตว่าทำไมรงค์มีของเยอะแยะอย่างนี้ ณรงค์บอกว่าตนทำงานให้เสี่ยทรงชัยสำเร็จ เสี่ยให้ค่าแรงบวกรางวัลอีกนิดหน่อย

จิตราปลาบปลื้มมากชมว่าลูกชายคนเก่งของแม่อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรัก ทำงานอะไรก็สำเร็จด้วยตัวเองไม่ต้องไปหน้าด้านเป็นขอทานกับใครแล้วยังมีหน้ามาชูคออวดเก่ง ณรงค์ถามว่าแม่หมายถึงไอ้เพชรใช่ไหม

“ใช่...แม่รำคาญไอ้อีในตลาดมันพร่ำพูดกันอยู่นั่นแหละว่ามันเก่งอย่างนั้นอย่างนี้...”

“ให้มันหลงละเลิงไปกับความสำเร็จกระจอกๆนั่นไปก่อนเถอะแม่ รอให้รงค์ทำงานให้สำเร็จก่อน รงค์จะจัดการมันเอง” ณรงค์จิกตาร้าย

แม้ไกรสรจะยังร่างกายไม่สมบูรณ์แต่เขาก็ใช้ความสามารถของตัวเองทำงานช่วยครอบครัวและยังช่วยสร้าง ซ่อมรถเข็นให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจนเป็นที่ชื่นชมและรักใคร่ของทุกคน

วันนี้ไกรสรไปซื้อข้าวร้านปรุง เจอเจียมถามว่าโก้เป็นยังไงบ้างเจ็บหนักหรือเปล่า ไกรสรบอกว่ายังไม่รู้จะถามเพชรก็ไม่ทัน เพราะพอรู้ข่าวเพชรก็ไปเลย บ่นตัวเองว่าอยากไปช่วยเพชรแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ มองมือตัวเองบอกว่าขับรถก็ไม่ถนัด

เจียมปลอบว่าคนเรามันจะทำทุกอย่างได้ยังไง ชี้ให้ดูรถเข็นของพ่อค้าแม่ค้าที่ไกรสรสร้างและซ่อมให้ บอกว่าเขาถนัดทางนี้และร่างกายก็ไม่อำนวยแต่ก็ทำเต็มที่แล้ว อย่ามัวแต่คร่ำครวญสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอก

ขณะไกรสรกำลังคุยกับเจียม แตนในสภาพทรุดโทรมก็เข้ามาทักอย่างดีใจ เจียมกับปรุงหันมองแตนอึ้ง แล้วเจียมก็รีบไปตามย่าพุดมาดู เห็นแตนกำลังกอดไกรสรร้องห่มร้องไห้ ไกรสรพยายามแกะแตนออก ขออโหสิกรรมและขอให้เราจบสิ้นกันแค่นี้เถิด

แตนที่กำลังร้องห่มร้องไห้ก็เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทันที ด่า ไอ้ง่อย ไอ้ชาติชั่ว ทุบตีไกรสรตะโกน

“กูไม่ให้ กูไม่ให้อภัยใครทั้งนั้น ไม่มีใครต้องการมึงหรอกไอ้ง่อย ไอ้ตัวอุบาทว์”

ย่าพุดที่ดูอยู่กับเจียมและปรุงทนไม่ได้เข้าไปสั่งแตนให้หยุดและไล่ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับลูกชายตนอีก แตนไม่พอใจหาว่าย่าพุดมาไล่ตนเหมือนหมูเหมือนหมา ย่าพุดเลยให้เจียมช่วยเรียกผู้หมวดชาญวิทย์ให้ที บอกว่านังแตนมันกลับมาแล้ว

พอย่าพุดเอาจริงแตนก็ด่าไปถอยไปว่าไม่กลัวหรอก ตนไม่ได้ทำผิดอะไร อาฆาตว่า “จำไว้กูไม่ยอมให้พวกมึง มารุมเล่นงานกูฝ่ายเดียวหรอก”

พอแตนถอยไป ไกรสรหันมองหน้าแม่ยิ้มให้อย่างโล่งใจที่หลุดพ้นจากแตนมาได้

ooooooo

แตนไปหาณรงค์ที่บ้าน โวยวายกับณรงค์ว่า

“เธอลากตัวฉันมาเธอต้องรับผิดชอบนะ ฉันไม่ยอมกลับไปจมปลักที่ชายแดนอีกแล้ว เธอต้องช่วยฉัน”

“รู้แล้วน่า ยังไงฉันก็ต้องให้เธอได้แก้แค้นแน่ๆ เพราะฉันก็ต้องการแก้แค้นพวกมันเหมือนกันรวมทั้งผู้ชายโง่ๆที่ยอมตายเพราะมันด้วย”

จิตราลงมาได้ยิน เข้าไปในห้องเห็นแตนนั่งอยู่กับณรงค์ไม่พอใจปรี่เข้าจิกด่า

“แก...อีสารเลว” ณรงค์รั้งแม่ไว้ จิตราดิ้นตะโกน “แม่จะฆ่ามัน มันทำให้พ่อตาย มันฆ่าพ่อรงค์”

ณรงค์บอกให้แม่เงียบ พอจิตราเงียบ ณรงค์บอกว่า

“รงค์จำเป็นต้องใช้แตน แตนจะมาช่วยรงค์ทำลายครอบครัวของไอ้เพชร แม่ก็อยากให้รงค์ทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ” จิตราไม่ยอมเพราะมันทำให้พ่อตาย “ไม่ใช่ พ่อตายเพราะไอ้สารเลวพวกนั้น พ่อตายเพราะรักมันมากกว่ารงค์ แล้วพ่อก็จะต้องเสียใจกับสิ่งที่พ่อทำกับรงค์” แล้วณรงค์ก็บอกแตนว่า “เธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วล่ะ”

ณรงค์บอกจิตราว่าแม่อยู่เฉยๆอย่าเอาเรื่องแตนไปพูดกับใครถ้าไม่อยากให้ตนมีปัญหา

ณรงค์พาแตนไปให้เสี่ยทรงชัย ปริมกับหนิงแอบดูจากช่องประตูที่แง้มอยู่ หนิงบอกปริมว่า

“คุณอย่ายอมนะ คนนี้กำลังพาเรื่องยุ่งยากมาให้คุณพ่อคุณ นังคนนั้นเป็นผู้หญิงโสโครก อย่ายอมนะ”

“ถ้าไม่ยอม...แล้วใครจะทำอะไรได้...ใครจะกล้าห้ามคุณพ่อ...ใครจะกล้าทำ”

ปริมพูดอย่างเจ็บปวดก่อนเดินผละไป หนิงมองปริม แล้วหันดูในห้อง เห็นแตนกำลังกราบตักเสี่ยทรงชัยส่งสายตายั่วยวน และเห็นณรงค์แอบทำหน้าขยะแขยง

วันนี้ตี๋เข้าไปที่อู่เห็นรถลูกค้าที่เอามาซ่อมยังเหมือนเดิม เอะอะกับลูกน้องณรงค์ว่าไหนบอกว่าเสร็จทันไง  ทำไมมันยังเหมือนเดิม ทำไมไม่ทำกัน ลูกน้องณรงค์บอกว่า “พี่รงค์ไม่ได้สั่ง”

ตี๋บอกว่าตนสั่งไว้แต่ทำไมไม่ทำ ลูกน้องณรงค์เดินผ่านไปอย่างไม่แยแสทำให้ตี๋ยิ่งโมโหไล่ออกไปให้หมด ลูกน้องณรงค์หันจ้องหน้าตี๋ตะคอก

“กูไม่ไป มึงจะทำอะไรพวกกูหาไอ้ตี๋” ลูกน้องณรงค์ขยับเข้าล้อมตี๋ ซ้ำปรามาสว่ากระดูกอ่อนแบบนี้จะทำอะไรใครได้ ด่าไอ้กระจอก ตี๋เลือดขึ้นหน้า ผลักลูกน้องณรงค์กระเด็น คำรามอาฆาตก่อนรีบออกไปว่า

“กูจะทำแน่ๆมึงคอยดู”

ooooooo

โก้กับยุทธต่างเลือดร้อนใส่กันเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกินและตกถนนทำให้สินค้าเสียหาย โก้เถียงจนชกต่อยกัน เพชรเรียกทั้งสองที่เคยเป็นรุ่นน้องและมาเป็นลูกน้องมาคุยอย่างหนักใจ

เพชรเอ่ยถึงอดีตที่เคยกลมเกลียวกันตอนที่พวกเราลำบากกว่านี้ แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ ทั้งสองต่างโทษกันว่าอีกฝ่ายไม่ยอมฟังใครเลย ยุทธโต้ว่า ตนไม่เคยขัดคำสั่งพี่เพชร ไม่เคยทำให้พี่เพชรเดือดร้อน ทำท่าจะฮึ่มฮั่มใส่กันอีก

“หยุด!” เพชรเฉียบขาด บอกว่าสองคนกำลังทำให้ตนลำบากใจ ตนตั้งใจให้สองคนมาทำงานด้วยกันเพราะเชื่อและไว้ใจว่าจะทำงานให้ตนเต็มที่ สองคนก็ทำจริงๆอย่างตั้งใจกับงานของตนที่เพิ่งเริ่มต้น แต่ตอนนี้สองคนกำลังช่วยกันทำลายสิ่งที่พวกเราร่วมกันสร้างขึ้นมา

เพชรไม่เพียงตำหนิสองคนแต่ตำหนิตัวเองด้วยว่าอาจเป็นคนทำให้สองคนแตกสามัคคีกัน ถามว่าตนเผลอวางตัวเป็นเจ้านายสั่งให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือเปล่า โต้งฟังอยู่บอกว่าไม่ใช่ ตนว่าพี่เพชรใจดีกับพวกเรามากเกินไปต่างหาก ชี้ว่า

“พี่ใจดีจนทำให้ทั้งพี่ยุทธทั้งไอ้โก้มันลืมนึกไปว่าตัวเองต้องทำอะไร ทำแค่ไหน” โต้งมองยุทธกับโก้ถามว่า “จริงไหมล่ะ พี่ยุทธ ไอ้โก้ ลองนึกดูดีๆว่าเราเคยกลัวพี่เพชรเหมือนที่เรากลัวเฮียตงหรืออาอ่องหรือเปล่า”

โต้งกับโก้นั่งจ๋อง ศักดิ์เปิดประตูเข้ามาพอดี มองยุทธกับโก้ถามว่า

“พวกเอ็งตอบกันไม่ได้ก็เพราะไอ้โต้งมันพูดถูกใช่ไหมล่ะ” ศักดิ์มองเพชรอย่างเกรงใจ “น้าขอโทษนะเพชรที่เข้ามาโดยพลการ แต่บังเอิญได้ยินพอดี แล้วน้าจะขออนุญาตพูดอะไรกับไอ้สามตัวนี้ในฐานะที่น้าเป็นลูกจ้าง ที่เข้าใจวิถีชีวิตของลูกน้องให้พวกมันฟังหน่อยได้ไหม”

เพชรพยักหน้าบอกว่าสำหรับน้าศักดิ์ก็ยังเป็นน้าที่ตนพร้อมจะรับฟังทุกคำสอนอยู่เหมือนเดิม ศักดิ์ชมว่าเพชรเสมอต้นเสมอปลายมาตลอดมันเป็นเรื่องดีแต่ก็สอนว่า

“บางทีหัวโขนที่เราต้องสวมก็จะทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีร้อง วิธีรำในชีวิตเราใหม่ แต่ถ้าเอ็งร้องและรำในหัวโขนใหม่ของเอ็งอย่างมีจรรยาบรรณ มีศีลธรรม มีจริยธรรม มีอะไรธรรมๆที่ดีทั้งหมด อย่างที่คนควรจะเป็น ไม่ว่าเอ็งจะสวมหัวโขนไหนเอ็งก็ยังจะคงวิถีของคนดีอย่างที่เอ็งเป็นมาตลอดได้เหมือนเดิม ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนได้”

ทุกคนฟังศักดิ์อย่างตั้งใจ

“ส่วนพวกเรา...เออ ข้าหมายถึงเอ็งสามคนกับข้าด้วยแหละ พวกเราทุกคนที่เป็นลูกจ้างเป็นลูกน้องก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ถูกต้องด้วย เอ็งสวมหัวพลลิงแต่เอ็งจะทำท่าวางก้ามเดินเบ่งเป็นทหารยักษ์มันก็ไม่ใช่ใช่ไหมวะ”

ศักดิ์พูดจนยุทธกับโก้ต่างรู้สึกผิดและขอโทษกัน จนโต้งบอกว่าไม่ต้องแย่งกันขอโทษ เรามีกันอยู่แค่นี้อย่าทะเลาะกันเลย

เพชรนึกได้ถามว่าน้าศักดิ์มาถึงที่นี่มีอะไรหรือเปล่า ศักดิ์จึงเล่าเรื่องอู่เฮียตงให้ฟังว่าคุณตี๋จะไม่ทำอู่ต่อแล้ว ทุกคนตกใจและเสียใจ ศักดิ์ถามว่า

“พวกเอ็งยังตกใจเสียใจเลยใช่ไหม แต่คนที่อาการหนักกว่าพวกเอ็งคือเฮียตง แกเสียใจมาก อาการป่วยก็เลยแย่ลงไปอีก คุณหลินกับเด็กที่บ้านมาบอกข้า คิดว่าข้าจะช่วยได้ แต่ข้าแค่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ข้าคิด อะไรไม่ออกก็เลยมาหาเอ็งนี่แหละวะเพชร”

จากวันนั้นเพชรก็อ่านหนังสือค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องยนต์อย่างเคร่งเครียดและจดบันทึก ไกรสรถามว่าหนังสือกับที่เพชรจดๆเขียนๆไว้มันจะช่วยอู่ไว้ได้จริงๆหรือ เพชรบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะ...

“อู่ของเถ้าแก่โดนปล่อยปละละเลยมานาน แถมช่วงหลังๆยังมีแต่ไอ้พวกนั้นมาอยู่ การที่จะเรียกลูกค้าและสร้างความเชื่อมั่นกลับมาใหม่ เพชรว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“แต่เอ็งก็ไม่ยอมแพ้ใช่ไหม”

“ไม่ยอมแน่นอนครับพ่อ เพชรยังจำได้ดีว่าที่อู่นั่นเป็นบ้านที่แสนสุขของใครหลายๆคนโดยเฉพาะพ่อกับอาอ่อง” เพชรเล่าว่าตอนนั้นแม้ตนจะเด็กมาก

แต่จำได้ดีว่า วันที่พ่อ อาอ่องและเถ้าแก่คุยกันเรื่องจะทำอู่ให้เป็นอู่ที่ดีที่สุดให้ทุกคนผ่านเข้ามาแล้วไม่ผ่านเลย คุยกันว่าจะหาช่างที่เก่งที่สุดเพื่อดูแลรถที่ลูกค้ารักที่สุดอย่างสุดหัวใจ เพชรบอกว่ามันเป็นความฝันของพ่อ และมันก็เป็นความฝันของตนด้วยเหมือนกัน

ไกรสรฟังอดีตแล้วน้ำตาซึม บอกว่า “ใช่ พ่อ อ่อง กับเฮียตง เราสามคนเชื่อตรงกันว่าในอนาคตโลกเราจะต้องขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กลไกพวกนี้ รถทุกชนิดจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของคน เรา

สามคนก็เลยพยายามจะสร้างอู่ที่ดีที่สุดเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่มันจะต้องเกิดขึ้น แต่...พ่อเอง...พ่อ...”

“พ่อกลับมาแล้วครับ” เพชรแตะมือพ่อให้กำลังใจ “พ่อกลับมาสร้างความฝันใหม่แล้วไงครับ เพชรกับพ่อ เราจะช่วยกันสร้างอู่ซ่อมรถแห่งความฝันของพ่อ อาอ่องและเถ้าแก่ ให้กลับมาอีกครั้งนะครับพ่อ”

สองพ่อลูกต่างให้กำลังใจกันและช่วยกันค้นคว้าหาความรู้เรื่องเครื่องยนต์จากหนังสืออย่างจริงจัง

ooooooo

เฮียตงเจ็บปวดมากเมื่อตี๋ปิดอู่ หนีหลินไปดูอู่ทั้งๆที่สุขภาพทรุดโทรมมาก หลินตามมาจะพากลับบ้าน ก็พอดีลูกน้องณรงค์เข้ามา มันไม่รู้จักเฮียตง ตะคอกถามว่ามาหาใคร ที่นี่ปิดแล้วไม่รับซ่อมรถแล้ว

เฮียตงโกรธถามว่าพวกเขาเป็นใคร มันสำรากว่าจะรู้ทำไมออกไปเลยที่นี่ปิดแล้ว แล้วสั่งลูกน้องให้ลากเฮียตงออกไป เดี๋ยวพี่รงค์กลับมาเจอจะอาละวาดอีก ลูกน้องรุมกันเข้ามาลากเฮียตงออกไปโยนที่หน้าร้าน แล้วปิดประตูใส่หน้า หลินรีบเข้าประคองเฮียตงที่เจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสาหัส

เอกับลูกน้องมาซุ่มดูอู่เฮียตงที่ฝั่งตรงข้าม เห็นณรงค์กำลังสั่งลูกน้องกับวุธให้ขนกล่องหลายใบเข้าไปในอู่ เพชรกับไกรสรขับรถมาจอดที่หน้าอู่ ป๋องชี้ให้เอดู พอณรงค์หันมาเห็นเพชรกับไกรสรก็ตวาดว่าที่นี่ไม่ต้อนรับไอ้พวกสวะ สั่งวุธให้ลากออกไปแล้วปิดประตูล็อกให้ดี

เพชรกับไกรสรบอกณรงค์ว่าตนแค่แวะมาดูอู่ที่เคยทำงานเท่านั้น แต่ก็ถูกณรงค์สามหาวใส่ว่า

“พวกมึงไปให้พ้น ตอนนี้กูเป็นคนดูแลที่นี่ ใครก็ขัดคำสั่งไม่ได้” แล้วสั่งลูกน้องให้จัดการ ป๋องเห็นก็ขยับจะไปช่วย เอบอกให้อยู่เฉยๆชี้ให้ดูไกรสรที่ไปคว้าท่อนเหล็กมาอย่างพร้อมจะลุยกับพวกมัน วุธวิ่งมากระซิบณรงค์ว่าจะมีเรื่องกับพวกมันทำไม เดี๋ยวไอ้ตำรวจเพื่อนมันมาจะซวยกันหมด

ณรงค์ตะโกนสั่งลูกน้องให้เข้าไปในอู่ เฝ้าอู่ให้ดีอย่าให้ใครหน้าไหนเข้าไปได้ อาฆาตเพชรกับไกรสรว่า

“ฝากไว้ก่อนนะมึง กูมาเอาคืนแน่ๆ”

เอคุยกับป๋องว่าทำไมมันยอมง่ายๆอย่างนี้ สงสัยข้างในต้องมีอะไรสำคัญมากๆแน่ แล้วชวนกันกลับไปรอฟังข่าวสนุกๆของไอ้รงค์ดีกว่า

เอกับป๋องกลับไปแล้ว เพชรกับไกรสรยืนมองอู่อย่างไม่สบายใจ แต่เข้าไปไม่ได้

คืนนี้เอกับป๋องกลับมาซุ่มที่หน้าอู่อีกเห็นรถเก๋งของณรงค์เข้ามาจอดแล้ววุธก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เปิดประตูเข้าไปแล้วรีบปิดทันที

ครู่หนึ่งรถตำรวจหลายคันแล่นเข้ามา ชาญวิทย์กับตำรวจพยายามเคาะประตูเรียก ณรงค์มองหน้าทุกคนถามว่าตำรวจมาทำไมวะ ลูกน้องบอกว่าตำรวจจะพังประตูเข้ามาแล้วทำไงดี

ณรงค์สั่งลูกน้องให้ค่อยๆเก็บของ ตนจะไปถ่วงเวลาไว้ มันไม่น่ารู้ว่าเราเก็บอะไรไว้ที่นี่ สิ้นเสียงณรงค์ตำรวจก็พังประตูกรูกันเข้าไปท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวาย

ณรงค์แทรกตัวออกมาจากช่องเล็กๆมุมหนึ่ง 

วุธขี่รถมารับ ณรงค์กระโดดซ้อนท้ายรถวุธหนีไป ทิ้งความวุ่นวายในอู่ไว้เบื้องหลัง เอมองอยู่แกล้งกดแตรเสียงดัง ณรงค์หันเห็นเอก็คำราม

“ไอ้เอ!” วุธถามว่าจะไปไหนดี “กลับบ้านก่อน”

เอแกล้งกดแตรยั่วณรงค์แล้วหันมองที่อู่เห็น

ตำรวจกำลังลากลูกน้องณรงค์และของกลางออกมา...

ooooooo

หลินกับเฮียตงตกใจมากเมื่อได้ยินตี๋คุยโทรศัพท์โวยวายเรื่องตำรวจเจอยาเสพติดกับปืนในอู่ พอตี๋หันมาเห็นเตี่ยกับแม่ก็บอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แต่รู้ว่าใครเป็นคนทำ

เมื่อสถานการณ์เลยเถิด วุธบอกณรงค์ว่าตนไม่เอาแล้ว ไม่อยากรวยแล้ว ถูกณรงค์ว่าวุธเป็นคนสอนตนตั้งแต่แรกให้มาทำงานสบายๆ วุธบอกว่าไม่คิดว่าณรงค์จะทำขนาดนี้ ตนแค่จะให้เขาเกาะผู้หญิงรวยๆ ณรงค์บอกว่า ตนต้องรวยต้องมีอำนาจ “แค่เกาะอีปริมแบบนั้น กูไม่ทำ ตอนนี้กูมีโอกาสแล้ว กูไม่ยอมถอยแน่”

ขณะนั้นเองตี๋มากดกริ่งแช่ พอเข้ามาก็กระโจนเข้าหาณรงค์ถามว่าณรงค์เอายากับอาวุธไปไว้ที่อู่ใช่ไหมชกณรงค์จนคว่ำ วุธเข้าแยกล็อกตี๋ไว้ ณรงค์จึงเข้าเล่นงานตี๋อย่างบ้าคลั่ง พอดีเพชรเข้ามาห้ามแต่ตี๋ก็หมดสภาพกองกับพื้นไปแล้ว ณรงค์เห็นอาการของตี๋ก็ใจไม่ดีสั่งวุธให้ไปกับตนทันที

แล้วคืนนี้ณรงค์ก็คุมลูกน้องเสี่ยทรงชัยไปเผาบ้านเอ ใครหนีออกมาให้ยิงทิ้งและถ้าเจอเอก็ให้ลากคอมาให้ตน แต่พวกณรงค์ไม่ทันทำอะไรก็ถูกเอตลบหลังฉายสปอตไลต์ล้อมพวกณรงค์ไว้แล้วก็ประกาศกร้าวว่า

“กูจะให้โอกาสมึงกับพวกทุกตัว กูนับถึง 3 ถ้าใครยังเหยียบพื้นที่หน้าบ้านกูอยู่ กูจะถือว่ามึงเบื่อโลกนี้แล้ว เพราะฉะนั้นกูจะเลือกสรรวิธีการตายให้มึงอย่างสาสม ที่สุด...”

พอเอเริ่มนับหนึ่ง วุธก็ชวนณรงค์กลับ พอเอนับสอง ลูกน้องเสี่ยก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ณรงค์ยังวางฟอร์มนิ่งแต่ขาสั่น พอเอนับ สา...เท่านั้นลูกน้องเสี่ยก็กระโดดขึ้นรถหนีไป วุธลากณรงค์ขึ้นรถหนีแทบไม่ทัน

เพชรนอกจากจะพยายามช่วยตี๋เรื่องคดี หาหลักฐานและทนายให้แล้วยังช่วยคิดกู้อู่เฮียตงให้กลับมาเหมือนเดิม ทั้งเฮียตงและหลินซาบซึ้งใจมากจึงขายกิจการให้เพชร เพราะจะยกให้เฉยๆย่าพุดกรองต้องไม่เอาแน่ และหลินยังจะยกที่ดินมรดกของตนให้เพชรสร้างอู่ใหม่ด้วย

บรรยากาศการเปิดอู่ใหม่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวังของทุกคน ศักดิ์ก็ลาออกจากที่เดิม มาทำงาน กับเพชรที่อู่ใหม่

ณรงค์ถูกเสี่ยทรงชัยสั่งให้เก็บตัวระยะหนึ่ง แต่พอไปเห็นเอเข้าร้านอาหารหรูแล้วได้รับการต้อนรับอย่างนอบน้อมจากทางร้านก็เจ็บใจจะเข้าไปหาเรื่อง จนวุธต้องทั้งเตือนทั้งรั้งไว้และพาณรงค์กลับ

กลับถึงบ้านเสี่ยทรงชัย ณรงค์ดื่มเหล้าเมา แตนมาเตือนก็ขว้างขวดเหล้าใส่ ด่าและไล่ พอดีปริม เดินผ่านมาณรงค์ก็หน้ามืดจะเข้าปล้ำบอกปริมว่าเธอผิดเองที่ไม่เลือกตนแล้วก้มจะจูบ พลันก็ถูกกระชาก หน้าหงาย ณรงค์แทบหายเมาเมื่อเห็นเสี่ยทรงชัยจ้องหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อ และแตนก็ถูกลูกน้องเสี่ยจิกหัวจนตาเหลือก

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ตอนที่ 7 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ 26 ก.พ. 2562 09:07 2019-02-28T02:13:16+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ