ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ

เสี่ยทรงชัยเรียกณรงค์ไปที่บ้านบอกว่าเพชรได้ประกันตัวไปแล้ว แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ บอกว่าเมื่อวานตนถูกตำรวจตาม ลูกน้องบอกว่ามันตามเด็กของเขามา

ณรงค์ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้เพราะวุธกับลูกน้องมันไม่ได้ไปป้วนเปี้ยนแถวนั้นแน่

“ลื้อไม่มีวิธีพิสูจน์ความจริงใจที่มันดีกว่านี้ใช่ไหม” ณรงค์นิ่ง “ถ้าคิดไม่ออกเดี๋ยวอั๊วช่วยลื้อคิดเอง”

ณรงค์ถามว่าเสี่ยจะให้ตนทำอะไรตนยินดีทำทุกอย่าง ขอแต่ให้เสี่ยสั่งมาเท่านั้น

จากนั้นวุธก็ได้รับคำสั่งให้เอาของไปปล่อยในถ้ำเสือกับจิ๊บ วุธบอกว่ามันเสี่ยงนะพี่

“แค่นี้ปอดแหกแล้วหรือไง มึงไม่ต้องกลัวตำรวจหรอกน่า เสี่ยเขาเคลียร์ได้” วุธบอกว่าตนไม่กลัวตำรวจแต่กลัวเจ้าถิ่นมันเอาตนตายแน่ “ถิ่นใครกูไม่สน ถ้ามึงไม่เสี่ยงแล้วจะซื้อใจเสี่ยเขาได้ยังไง”

วุธจะติง ณรงค์ตัดบทว่างานนี้ตนปฏิเสธเสี่ยไม่ได้ ถ้าวุธปอดตนก็จะให้คนอื่นทำแทน งานนี้เสี่ยงก็จริง แต่ถ้าวางแผนดีๆมันก็ไม่ยากหรอก วุธหันไปถามจิ๊บว่าไง จิ๊บบอกว่าพี่ว่าไงผมก็ว่างั้น วุธบอกณรงค์ว่างั้นก็ได้

ตี๋มาเห็นจิ๊บท่าทางขี้ยาก็ไม่พอใจถามว่าทำอะไรกัน แล้วนั่นใคร ณรงค์รีบออกหน้ารับแทนว่า

“นี่จิ๊บครับเฮีย เพื่อนไอ้วุธมัน ผมเห็นหน่วยก้านมันดีเลยจะชวนมาลองงานที่นี่ เผื่อจะมาเป็นลูกมือในอู่ได้” เห็นตี๋มองไม่แน่ใจก็บอกว่า “ถ้าเฮียไม่สบายใจ ผมให้มันกลับไปก็ได้ครับ” สั่งวุธให้พาเพื่อนกลับไปก่อน แล้วขอโทษตี๋ที่ตนไม่ได้บอกก่อน

ณรงค์รับปากว่าตนจะช่วยดูแลเด็กที่นี่เต็มที่ ตนรักอู่นี้เหมือนที่พ่อตนรัก เฮียอย่ากังวลเลยเดี๋ยวจะเครียดเปล่าๆ

“งั้นทีหลังจะทำอะไรก็บอกก่อนนะ อย่าให้เตือนอีก” ตี๋ปรามแล้วเข้าไปในอู่ ณรงค์มองตามยิ้มเยาะ...

“เฮียก็ได้แต่เตือนเท่านั้นแหละ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

ตกเย็นกลับถึงบ้านเล่าเรื่องตี๋ให้จิตราฟังอย่างหงุดหงิด จิตราผสมโรงตำหนิตี๋เอาใจลูกทันทีว่า

“คุณตี๋นี่ก็จริงๆเลย รงค์อุตส่าห์ช่วยยังมีหน้ามาด่าอีก ไม่เอาล่ะ แม่ไม่ยอมแล้ว แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แม่ต้องคุยกับคุณหลินแล้วไม่ว่าจะเป็นไอ้ตี๋ ไอ้เอ ไอ้เพชร รงค์ก็เหยียบหัวมันให้จมดิน ไม่ให้มันได้โงหัวขึ้นมามองหน้าใครได้อีกเลย ไอ้เพชรกับไอ้เอนั่นแม่เข้าใจนะลูก แต่ยังไงคุณตี๋น่ะ เขา...”

“แม่ไม่ต้องไปยกย่องมันหรอก มันก็แค่คนมีเงินที่โง่ แล้วก็เก่งแต่ปากเท่านั้นเอง ทำมากร่าง แต่อีกไม่นานหรอกนะแม่ เสี่ยไว้ใจรงค์เมื่อไหร่ ตอนนั้นล่ะรงค์จะใช้ทุกอย่างที่มีเอาคืนกับพวกมันให้หมดทุกคน โดยเฉพาะไอ้เพชร”

ณรงค์จิกตาแค้น เกลียดชัง จนจิตรามองอึ้ง

ooooooo

เอเตือนให้เพชรระวังตัวเพราะณรงค์จะไม่ปล่อยเขาไว้แน่ เพชรบอกว่าตนพอจะเดาได้เหมือนกันเพราะพี่รงค์กับอาจิตเกลียดตนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

เอถามว่าแล้วเพชรจะทำยังไงต่อไป ถามว่าจะปล่อยมันไปง่ายๆแบบนี้เลยหรือ มันเล่นงานเอ็งแรงขึ้นทุกวันเลยนะ

“แรงแค่ไหนผมก็ต้องทนให้ได้” เพชรหน้าสลด

“เออ...เอ็งทนได้ก็ทนไปเถอะ แต่เอ็งเชื่อพี่เหอะว่าอาอ่องของเอ็งน่ะต้องเสียใจแน่ๆที่เอ็งและคนในครอบครัวเอ็งมัวแต่ยอม หงอให้ไอ้รงค์กันแบบนี้ แต่นั่นมันก็เรื่องของเอ็งนะเพชร เอ็งทนได้เพราะอยากแก้ตัวกับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นก็เรื่องของเอ็ง แต่สำหรับข้าไม่มีทาง”

เพชรหวั่นใจแทนณรงค์ แต่เอบอกว่าไปกังวลแทนมันทำไมหรือเอ็งคิดว่าข้าเป็นคนโหดเหี้ยมไม่มีเหตุผล เพชรนิ่ง ไม่ทันพูดอะไรเด็กขนของในบริษัทก็วิ่งออกมาบอกว่ารถอีแก่ของหัวหน้ารวนอีกแล้วให้เพชรไปช่วยดูหน่อย หัวหน้าต้องเอาไปทำงานคืนนี้ด้วย

เพชรจึงขอตัวกับเอไปดูรถให้หัวหน้าก่อน บอกเอว่า

“แล้วเรื่องพี่รงค์ ถือว่าผมขอได้ไหมพี่”

“เออๆ ข้าจะไม่ยุ่งกับมันก็ได้” เพชรยิ้มขอบคุณจับมือเอเขย่าแรงๆ “เออๆพอแล้ว ไอ้เด็กนี่มันงงใหญ่แล้ว”

เพชรพยักหน้าแล้วรีบเข้าไปในบริษัท เอยืนมองตาม...

ooooooo

เพชรไปซ่อม “อีแก่” ให้หัวหน้าที่ยืนบ่นว่าจะไปรอดไหมเนี่ย งวดนี้หลายเที่ยวด้วย คันอื่นก็ไม่อยากไปสักคน ทั้งขอร้องทั้งบังคับยังไม่มีใครยอมเลย

เด็กรถบอกว่าเพิ่มค่าแรงค่าเที่ยวให้หนักหน่อยรับรองเงินถึงใครๆก็อยากไปทั้งนั้น

“ถ้าไม่มีใครอยากไป เดี๋ยวผมวิ่งให้ก็ได้ครับเอาเส้นที่ไกลที่สุดก่อนก็ได้ ส่วนอีแก่คันนี้ผมว่าจะไปไกลสุดแค่ประจวบก็พอนะครับ แล้วต้องรีบเอากลับมาเข้าอู่อีกที สภาพเต็มทีแล้วเหมือนกัน”

หัวหน้าถามว่าถึงประจวบแน่นะ งั้นก็เอาแค่เที่ยวนี้เที่ยวสุดท้ายของมัน กลับมาก็ต้องปลดระวาง ไม่งั้นก็ต้องพึ่งเพชรทุกที แทนที่เพชรจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนแบบคนอื่นเขา เพชรมองรถอย่างครุ่นคิด หัวหน้าสั่งว่า เส้นทางปักษ์ใต้เดี๋ยวให้ไปดูแผนที่โรงงานที่สุราษฎร์ที่ห้องทำงานตนเลย

ooooooo

รินทร์ไปร้องเพลงที่ห้องอาหารเหมือนปกติ เพื่อนนักร้องอีกสองคนยืนรอที่จะร้องเพลงต่อไป ชมว่า

“รินทร์มันเสียงดี๊ดีเนอะ เสียดายนะที่มันบอกว่าจะเลิกร้องเพลงแล้ว”

“ก็เลิกร้องตามร้านเท่านั้นแหละ แต่ตามงานวันเกิดงานแต่งงานรินทร์มันก็ยังรับอยู่นะ ถ้าคิดถึงก็ตามไปฟังได้นี่” แก้วตาบอก

นักร้องอีกคนบ่นว่างานแต่งงานก็ใหญ่ๆทั้งนั้น ใครจะตามเข้าไปได้ นึกได้ถามว่า

“เออ...แล้วที่โรงแรมล่ะ เห็นบอกว่ามันไปคุยกับเขามานี่ ตกลงเขารับมันหรือเปล่า”

แก้วตาบอกไม่รู้เห็นเงียบไป แล้วชะงักถามว่า “เอ๊ะ อะไรน่ะ” แก้วตาชี้ไปที่กลุ่มวัยรุ่นที่นั่งกินเหล้ากันอยู่หน้าเวทีที่กำลังลุกขึ้นมา

รินทร์ร้องเพลงอยู่บนเวทีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ตาจ้องที่วัยรุ่นกลุ่มนั้น

วัยรุ่นกลุ่มนั้นเข้ามาป่วนรินทร์ให้เปลี่ยนเพลงได้ไหม เพลงนี้เบื่อแล้ว ซ้ำถามอย่างปากโสโครกว่า

“เป็นนักร้องอย่างเดียวหรือเปล่า หรือว่าขายด้วย”

“ไอ้บ้านั่นมันพูดอะไรของมัน” แก้วตาฉุนขาด นักร้องอีกคนบอกว่ามันเมาแน่ๆเลย บอกติ๋วให้ไปตามพวกหลังร้านมาทีเผื่อไอ้พวกนี้มันอาละวาด

วัยรุ่นกลุ่มนั้นยังป่วนไม่เลิก ตะโกนว่าไม่อยากฟังเพลง อยากอย่างอื่นมากกว่า

รินทร์ยิ้มเยือกเย็น ถามเสียงอ่อนโยนว่า

“แล้วน้องคิดว่าพี่ขายหรือเปล่าจ๊ะ อุ๊ย...แต่น้องคงเดาไม่ออกหรอกนะ เพราะพี่ดูจากหน้าตาท่าทางแล้วน้องน่าจะเพิ่งจบประถมมาใช่ไหม ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลยนี่” แล้วถามผู้จัดการว่าทำไมให้น้องคนนี้เข้ามาเที่ยวดึกๆแบบนี้ เดี๋ยวผู้ปกครองที่บ้านเป็นห่วงแย่ เร่งให้รีบกลับบ้านกันทั้งโต๊ะเลยเดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วง

แขกในร้านหัวเราะชอบใจ วัยรุ่นกลุ่มนั้นทำฮึดฮัดแต่ถูกเด็กหลังร้านที่ตัวใหญ่ล่ำเข้ามาที่โต๊ะ พวกนั้นหน้าเสียเลยเดินออกไปเอง แขกในร้านปรบมือชอบอกชอบใจ แก้วตาพยักหน้าให้รินทร์อย่างชอบใจ

ooooooo

เพราะเฮียตงป่วยและตี๋มาทำงานแทนระยะหนึ่ง วันนี้ตี๋นั่งดูเอกสารเกี่ยวกับการเงินของอู่แล้วหัวเสียโวยวายณรงค์ว่าเบิกค่าอะไรอีก ทำอะไรแบบนี้ใครจะไปรู้เรื่อง

หลินเข้ามาถามว่าเป็นอะไรเสียงดังไปถึงข้างนอก ตี๋จะเอาเอกสารให้ดูเหมือนที่ผ่านมา ก็ชะงักเมื่อเฮียตงเดินย่องแย่งเข้ามาพูดทีละคำไม่ชัดแต่ฟังได้ว่า เตี่ยบอกแล้วว่าให้เอาเสมียนบัญชีของเตี่ยมาดูให้ ตี๋สวนทันควันว่าบอกแล้วว่าตนไม่เอา เตี่ยจะมาบังคับทำไม ตัดพ้อว่าเตี่ยไม่เคยไว้ใจไม่เคยเชื่อตนเลยไม่ว่าเรื่องอะไร

หลินบอกว่าเตี่ยหวังดี ให้พูดกับเตี่ยดีๆ ตี๋โต้ว่าเตี่ยคอยจับผิดตน ให้เสมียนคอยเช็กงาน ตามเช็กเงินจากลูกค้าจากร้านอะไหล่มาตั้งแต่ตนมาทำอู่ ถามว่าแค่นี้เตี่ยก็ไม่ไว้ใจ ตนโง่ขนาดทำอู่กระจอกๆคนเดียวไม่ได้เลยรึไง! เฮียตงถามว่าแล้วทำได้ไหม ตี๋จ้องหน้าบอกว่าตนทำได้ เตี่ยคอยดูก็แล้วกัน ว่าแล้วก็หอบเอกสารทั้งหมดออกไป หลินรีบตาม เฮียตงได้แต่มองอย่างหนักใจ

ฝ่ายไกรสรเมื่อผ่านการบำบัดและทำกายภาพจนดีขึ้นแล้วก็ช่วยงานแม่กับพิมอย่างเอาการเอางาน ไม่เลือกว่าจะเป็นงานอะไร สายวันนี้พอตลาดใกล้จะวายก็มากวาดตลาดที่เลอะเทอะเฉอะแฉะ แม้จะทำอย่างลำบากเพราะแขนไม่ดีแต่ก็ไม่ย่อท้อ จนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างมองอย่างดีใจที่ไกรสรเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่พอณรงค์มาเห็นก็ด่าไกรสรที่กำลังกวาดเก็บขยะว่าเกะกะ เอาขยะโสโครกมากองไว้ตรงนี้ทำไม พอไกรสรมองก็ตะคอกว่ามองทำไม มีหน้าที่กวาดขยะก็กวาดไป บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเริ่มมองณรงค์อย่างไม่พอใจ

เมื่อเห็นณรงค์แกล้งเตะกระป๋องให้น้ำสกปรกกระเด็นใส่หน้าไกรสร ยายเจียมทนไม่ได้วิ่งมาด่าลั่นตลาด ด่าทั้งณรงค์และจิตราที่ไม่สั่งสอนลูก

“อีป้าปากดีอย่ามาพาดพิงถึงแม่กู อยากโดนใช่ไหม” ไกรสรพยายามเรียกเตือนณรงค์ก็ถูกด่าว่า

“ไม่ต้องมาเรียกชื่อกูด้วยปากสกปรกของมึง กูไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกโสโครกแบบมึง ไม่ต้อง...”

ณรงค์ต้องหยุดกึกเมื่อคนในตลาดฮือเข้ามาด้วยความโกรธแค้น ไล่ณรงค์ออกไปให้พ้น คิดว่าตัวสูงนักก็ไปที่อื่น ที่นี่เป็นตลาดมีแต่คนทำมาหากิน อย่ามาเก่งกับคนที่ไม่อยากมีเรื่อง ณรงค์ถูกรุมด่ารุมไล่ก็ตกใจ วุธกระซิบให้รีบไปเถอะอย่าเสี่ยงเลยไม่คุ้มหรอก แล้วลากณรงค์ออกไปท่ามกลางเสียงด่าไล่ของคนในตลาด

เฮียงพ่อค้าหมูเข้ามาให้กำลังใจบอกว่าดีใจที่ไกรสรกลับตัวได้ ถ้าอยากทำงานเพิ่มคืนนี้ให้มาช่วยตนเหมือนที่เพชรเคยมาทำ ไกรสรมองแขนข้างพิการของตน เฮียงบอกว่าแขนไม่ได้ด้วน ข้างเดียวก็ทำงานได้ขอแต่ให้ตั้งใจจริง ไกรสรบอกว่างั้นตนช่วยงานแม่เสร็จแล้วจะมา ขอบคุณเฮียงกับน้าเจียมที่มาช่วยตน

“ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก เอ็งเป็นแบบนี้ข้าก็ดีใจจะแย่แล้ว ไป...ไปทำงานต่อเหอะ” ยายเจียมชื่นชม

ไกรสรหันไปทำงานต่ออย่างมีความสุขที่ชาวบ้านเริ่มรู้สึกดีกับตน

ฝ่ายเพชรรับงานที่คนอื่นไม่ยอมทำ ขับรถไปจอดริมถนนที่สองข้างเต็มไปด้วยสวนยาง ลงไปล้างหน้าให้สดชื่น หยิบแผนที่มาดู บอกตัวเองอย่างดีใจว่า ครึ่งทางแล้ว ใกล้ความจริงแล้ว แล้วขึ้นรถขับต่อไป

ooooooo

ไกรสรเดินกลับบ้านด้วยความดีใจที่ได้งานใหม่ที่ได้รับ เจอณรงค์ขวางหน้าตะคอกถาม

“จะรีบไปไหนไอ้ฆาตกร”

ไกรสรไม่ทันจะหันไปมองก็ถูกถุงขยะขว้างใส่ ทั้งขยะและน้ำสกปรกเลอะเทอะไปทั้งตัว ณรงค์ด่าไกรสรว่าทำไมไม่ตายเสีย กลับมาทำไมอีก ไกรสรขอโทษ ณรงค์ตวาดว่าไม่อยากฟัง แล้วลูกน้องณรงค์ก็กรูกันเข้าถีบ เตะต่อยกระทืบไกรสรที่นอนกองกับพื้น

“ไอ้รงค์!” เสียงครูหมายตวาดแล้วเข้าเล่นงานวุธกับพวกที่กำลังรุมไกรสร ด่า “ไอ้พวกหมาหมู่...มาสิ ถ้ามึงอยากสู้มึงมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย มาสิ ไอ้รงค์...มา!”

ครูหมายเข้าลุยครู่เดียวก็เล่นงานพวกเด็กกระดูกอ่อนจนหมอบราบ ไกรสรร้องห้าม ขอร้องครูปล่อยมันไปเถอะ ครูหมายจึงปล่อยมือจากณรงค์ที่น่วมไปทั้งตัวลงกองกับพื้น ปรามดุดัน

“พวกเอ็งจำใส่กะโหลกหนาๆไว้เลยนะ ถ้าเอ็งอยากแก้แค้นมาบอกข้า ข้าจะจัดเวทีให้ตัวต่อตัว จะฟัดกันจนปางตายยังไงก็ได้ข้าไม่ยุ่ง แต่ถ้าพวกเอ็งมาทำตัวเป็นหมาหมู่แบบนี้อีก พวกเอ็งได้เจอกับข้าแน่ ไป... ไปให้พ้น”

วุธกับพวกรีบช่วยประคองณรงค์ที่โดนหนักกว่าเพื่อนตะลีตะลานออกไป ไกรสรขอบใจครู ครูบอกให้รีบกลับไปทำแผลเสีย ไกรสรขอร้องครูหมายอย่าบอกเรื่องนี้กับแม่และเพชร แม้ครูหมายจะไม่เข้าใจแต่ก็ตามใจเมื่อไกรสรไม่ให้พูดก็จะไม่พูด บอกว่า “เอาเหอะ เอ็งเล่าแบบที่เอ็งอยากเล่าก็แล้วกัน แต่รีบไปทำแผลเสียก่อน”

แต่เมื่อไกรสรกลับไป แม่กับพิมถามว่าไปโดนอะไรมา ไกรสรปดว่าหกล้อม แม้ย่าพุดจะไม่เชื่อแต่ก็ไม่ซักไซ้อะไร

รุ่งขึ้นไกรสรถือตะกร้าใบใหญ่เดินย่องแย่งออกจากบ้านครูหมาย เจอรินทร์กลางทาง รินทร์ถามว่าไปโดนอะไรมา ไกรสรปดตามเดิมว่าหกล้ม รินทร์ไม่เชื่อเพราะที่เห็นเป็นรอยโดนชก แต่เมื่อไกรสรยืนยันอย่างนั้นก็ได้แต่เตือนว่าต่อไปให้ระวังตัวด้วย ไกรสรรับคำ แล้วบ่น

“เอ็งนี่มันถอดแบบจากแม่ลุงจริงๆเลยว่ะ ลุงไปแล้วเดี๋ยวสายของจะหมดเอา” ว่าแล้วก็เดินโขยกเขยกไป รินทร์ได้แต่มองตามอย่างสงสัย

ooooooo

เพชรขับรถไปตามแผนที่ที่ลอกมาจากหัวหน้า ผ่านทางแยกเล็กๆที่จะเข้าหมู่บ้านก็เอะใจเมื่อเห็นบางอย่างผิดปกติ เลี้ยวรถกลับไปดูอีกครั้งจึงเห็น “อีแก่” ของหัวหน้าที่ตนเพิ่งซ่อมจอดอยู่ข้างทาง

เพชรคิดถึงที่หัวหน้าบอกว่าเส้นทางนี้โจรชุมยิ่งกว่ายุง นึกเอะใจว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ จึงไปหยิบเหล็กกับประแจเบอร์ใหญ่ถือติดมือไว้ป้องกันตัวแล้วเดินไปดู เห็นพวกโจรกำลังค้นหาของมีค่าในรถและหัวหน้าที่ฟกช้ำไปทั้งตัวนั่งอยู่ที่พื้น พวกมันค้นไม่ได้อะไรก็ตะคอกถามว่า “มึงเก็บเงินไว้ที่ไหน”

“ไม่มี...ผมแค่เอาของมาส่งไม่ได้มาเก็บเงินลูกค้า”

สิ้นเสียงหัวหน้าพวกโจรก็เข้ารุมจะบีบให้บอกที่ซ่อนเงินให้ได้ เพชรย่องเข้าไปแต่เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นข้างหลัง เพชรหันขวับก็เจอปืนลูกซองจ่อหลังแล้ว

พวกโจรตะคอกถามว่ามาด้วยกันใช่ไหม ซ่อนเงินไว้ที่ไหน โจรที่ถือปืนกับมีดยาวทำท่าจะเล่นงานแต่ถูกเพชรใช้ประแจฟาดจนอาวุธหลุดมือ ไม่กี่นาทีเพชรก็เล่นงานพวกโจรทั้งสามจนหมอบ

หัวหน้าทึ่งฝีมือของเพชร ขอบใจที่เสี่ยงมาช่วยถามว่าเพชรรู้ได้ยังไงว่าตนโดนปล้นที่นี่ เพชรมองไปที่อีแก่ที่จอดอยู่ หัวหน้าเดินไปแตะรถพูดกับอีแก่ว่า

“สงสัยเอ็งกับมันน่าจะเป็นคู่กันจริงๆแล้วว่ะ” เพชรตื่นเต้นถามว่าหัวหน้าขายอีแก่นี่ให้ตนแล้วเหรอ พอหัวหน้าพยักหน้า เพชรดีใจมากขอบคุณหัวหน้าไม่หยุดปาก

“เอ็งไม่ต้องขอบคุณหรอกว่ะเพชร ทั้งหมดนี่ก็มาจากสิ่งที่เอ็งทำทั้งนั้นแหละ แต่บอกก่อนนะเพชร อีแก่นี่เอาไปแล้วเอ็งอย่ามาคืนก็แล้วกัน เพราะเอ็งก็รู้แล้วว่านังนี่มันฤทธิ์เยอะแค่ไหน”

เพชรบอกว่าตนรับมือได้ หัวหน้าบอกว่างั้นก็ไปซ่อมบำรุงเตรียมทรหดกับเส้นทางที่เพชรต้องเจอ เพชรรับคำหนักแน่นมอง “อีแก่” อย่างมั่นใจเปี่ยมด้วยความหวัง

เพชรกลับมาบ้านครูหมาย เล่าให้ทุกคนฟังเรื่องหัวหน้ามอบหมายให้ตนดูแลการขนส่งตั้งแต่นครฯจนถึงหาดใหญ่ บอกว่าไปแต่ละเที่ยวคงต้องใช้เวลาหลายวัน พิมเป็นห่วงว่าเส้นทางนั้นมีพวกโจรเยอะ เพชรบอกว่าตนเจอมาแล้ว แต่ตนจะระวังตัวให้มาก ย่ากับพิมไม่ต้องห่วง

ครูหมายถามเรื่องรถว่าต้องจ่ายเงินให้เขายังไง มีหนังสือทำสัญญาอะไรไว้หรือเปล่า เพชรบอกว่าหัวหน้าร่างสัญญาไว้เรียบร้อยแล้ว ชมว่า

“หัวหน้าเขาเขียนไว้ยุติธรรมดีครับ เขาให้เพชรจ่ายเป็นงวดๆด้วยการหักออกจากค่าจ้าง แต่เพชรต้องวิ่งให้ได้เที่ยวมากขึ้นกว่าเดิมอีกประมาณ 5 เที่ยวถึงจะมีเงินเหลือมาให้ย่าใกล้เคียงกับยอดเดิม...”

ย่าบอกให้เพชรวิ่งตามปกตินั่นแหละ ทำเท่าที่ทำได้ก็พอไม่ต้องฝืน หักโหมมากร่างกายจะพังเอา

“จ้ะย่า เพชรไม่ยอมป่วยไม่ยอมตาย จะต้องอยู่หาเงินให้หนูพิมเรียนจบและอยู่ดีกินดีซะก่อน ถูกไหมจ๊ะหนูพิม”

เพชรหยอกน้องสาวอย่างเอ็นดู ไกรสรมองลูกชายลูกสาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ooooooo

เสี่ยทรงชัยเร่งให้ณรงค์หาผู้หญิงเข้ามา บอกว่าเรื่องนี้ตนอยากทำมานานแล้วแต่ติดอยู่ที่เอ ด่าเอว่า

“ไอ้เลวนั่นมันมือดี ใจถึง พวกตัวใหญ่ๆแล้วก็ที่เยาวราชชอบใจมันทั้งนั้นก็เลยยอมละเว้นละแวกนี้ให้ตามที่มันขอ แต่ครั้งนี้ฉันจะลองดูซิว่ามันซื้อง่ายขายคล่อง ทั้งยา ทั้งผู้หญิง นายใหญ่กับพวกนั้นมันจะกล้าอะไรฉันหรือเปล่า...ไอ้สลัมนั่นมันเสวยสุขข้ามหัวฉันมานานแล้ว ถึงเวลาเขี่ยไอ้คางคกนั่นลงจากวอทองสักที”

วันต่อมาเอคุยโทรศัพท์กับปลายสายที่เขาเรียกว่า “เฮีย” อย่างเคร่งเครียดว่าตนไม่มีวันยอม เฮียปล่อยให้พวกมันทำอย่างนี้ไม่ได้ ตนขอไว้แล้ว ย้ำเสียงเครียดว่า

“เขตนี้เป็นของผม ไอ้เสี่ยบ้ากามมันไม่มีสิทธิ์” เอหยุดฟังปลายสาย แต่ยังพูดเสียงเครียด “ขอบคุณที่เฮียเป็นห่วงผมแต่ผมมาไกลเกินกว่าจะลงให้เสี่ยทรงชัยที่กำลังโดนไอ้สารเลวณรงค์มันจูงจมูกอยู่” เอหยุดฟังปลายสายแล้วรับปาก “ครับเฮีย...” แต่พอวางสายแล้วพูดกับป๋องที่ฟังอยู่ว่า

“ไอ้รงค์มันกัดไม่ปล่อย” บอกป๋องให้ตามไปดูณรงค์กับพวกมันไว้ “ตอนนี้ข้ายังทำอะไรมันไม่ได้ แต่ข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยๆโดยไม่รู้อะไรเลยสักอย่างแน่ๆ”

ณรงค์ให้วุธไปกว้านหญิงสาวกร้านโลกมาไว้ที่บ้านเช่าเก่าของเพชร วุธหัวเราะพูดอย่างย่ามใจว่า

“พี่รงค์นี่ร้ายจริงๆ เอาบ้านของศัตรูมาทำเป็นซ่อง... ถ้ามึงรู้ มึงจะเป็นยังไงวะไอ้เพชร”

รินทร์ยังคงช่วยครอบครัวของเพชรหาตลาดขายขนมและยังช่วยส่งอีกด้วย เอะใจว่าไกรสรหายไปไหน พิมบอกไปทำงาน ทำที่ไหนพ่อไม่บอกออกไปแต่เช้าและกลับดึกทุกวัน ย่าบอกว่ากลับมาเสื้อผ้ามีแต่ฝุ่นแต่ไม่มีกลิ่นเหล้า ทุกคนฟังแล้วโล่งใจที่ไกรสรไม่กลับไปติดเหล้าอีก

 เพชรไปส่งของกลับมา หัวหน้าบอกว่าลูกค้าโทร.มาชมว่าส่งของได้ตรงเวลาดีและยังช่วยดูรถให้ลูกค้าด้วย เอากุญแจรถพร้อมเอกสารเกี่ยวกับรถให้ เพชรดีใจมากกับรถคันแรกของตน

แต่พอขับมาใกล้ตลาดเครื่องก็รวน เพชรเดินเข้าไปในตลาดเพื่อขอความช่วยเหลือก็เจอภาพสะเทือนใจเมื่อเห็นพ่อกำลังพยายามเข็นรถผักที่หนักมากและเข่งผักก็ซ้อนกันโงนเงน จนไกรสรต้องพยายามอย่างมากในการจัดให้เข้าที่ เพชรมองพ่ออย่างตื้นตันและสะเทือนใจ

ooooooo

เพชรกลับมาพยายามซ่อมอีแก่อีก กะว่าซ่อมเสร็จจะไปรับพ่อกลับบ้านด้วยกัน แต่ซ่อมไม่ทันเสร็จก็เห็นไกรสรมายืนรอรถเมล์ที่ป้ายแล้ว เพชรเข้าทัก พอไกรสรรู้ก็มาช่วยดูให้ ครู่เดียวก็เจอปัญหา

ไกรสรบอกว่าสายไฟเก่าจนขาดมันถึงชาร์จไฟไม่เข้า เพชรจึงหาสายไฟเก่ามาให้เปลี่ยนเพื่อขับไปให้ถึงบ้านก่อนแล้วค่อยแก้ไขต่อไป สองคนพ่อลูกช่วยกันซ่อมอีแก่กันด้วยบรรยากาศอบอุ่น

คืนเดียวกันนี้ร้านอาหารที่รินทร์ร้องเพลงก็ถูกพวกวัยรุ่นกลุ่มเดิมมาป่วนอีก ดีที่คราวนี้ชาญวิทย์อยู่ด้วยจึงเข้าแก้สถานการณ์ แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นบอกกันว่าไอ้นี่เป็นตำรวจเพื่อนมัน พวกวัยรุ่นรุมกันเล่นงานชาญวิทย์ตะลุมบอนกับมันจนร้านเละ ผู้จัดการวิ่งมาตะโกนลั่น

“อะไรกัน เกิดบ้าอะไรกันขึ้นมา รินทร์นั่นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ โอ้ย...หยุด หยุด! ร้านพังหมดแล้ว”

เมื่อกลับถึงบ้านเช่า ชาญวิทย์ขอโทษรินทร์ที่ทำให้เธอเดือดร้อนไปด้วย รินทร์บอกว่าแขกกลุ่มนี้ตั้งใจมาป่วนรินทร์อยู่แล้ว ชาญวิทย์แน่ใจว่าพวกมันต้องรู้จักรินทร์และคนรอบตัวรินทร์ดี เพราะรู้ด้วยว่าตนเป็นตำรวจ

จุดประสงค์มันต้องการมาป่วนการทำงานของรินทร์ เชื่อว่ารินทร์กับแก้วตาน่าจะเดาได้ว่าเป็นฝีมือของใคร

แก้วตาเชื่อว่าเป็นฝีมือปริม จะว่าทำเพราะหึงพี่เพชรหรือ พี่เพชรก็ไม่เคยมีท่าทีอะไรด้วยเลย ชาญวิทย์บอกว่าจะยังไงก็แล้วแต่รินทร์กับแก้วตาต้องระวังตัวหน่อย ตนอาจจะอยู่ด้วยทุกครั้งไม่ได้ เน้นให้รู้ว่า

“เพราะช่วงนี้เรื่องผู้มีอิทธิพลในละแวกนี้มันดุดันเหลือเกิน แล้วยังมีเรื่องคดีของเพชรอีก” รินทร์ถามว่าคดีไปถึงไหนแล้ว “ก็คืบหน้าไปเยอะเลยล่ะ แต่พี่ยังบอกอะไรมากไม่ได้นะ แต่รินทร์ไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงพี่ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของเพชรให้ได้”

รินทร์บอกให้ชาญวิทย์ทุ่มไปเรื่องของเพชรให้เต็มที่เลย เรื่องของตนตนพอจะรับมือได้ สัญญาว่าจะระวังตัวให้มากที่สุด แก้วตาเตือนชาญวิทย์ว่าจะทำอะไรก็ต้องระวังตัวด้วย อย่าบุ่มบ่ามวู่วามแบบวันนี้อีก

ooooooo

วันนี้ขณะเสี่ยทรงชัยนั่งอ่านนิตยสารอยู่ในห้อง ปริมผลักประตูเข้ามาถามว่ามีอะไรที่หน้าบ้าน ทำไมพวกลูกน้องพ่อไปยืนกันเต็มไปหมด ทำอย่างกับบ้านเจ้าพ่อ พวกมือปืน ตนไม่ชอบเลย

“ก็แค่แป๊บเดียวเองน่าลูก พ่อสั่งให้พวกมันรีบจัดการแล้วเดี๋ยวก็เรียบร้อย”

“สั่งอะไรคะ...แล้วตกลงมีเรื่องอะไรคะ”

พอดีมีเสียงเคาะประตู เสี่ยทรงชัยมองที่ประตูสั่ง

“เข้ามาโว้ย” ลูกน้องเข้ามาบอกว่ามันไปแล้วครับ “อะไรวะ มันยอมง่ายๆแบบนั้นเลยเหรอวะ”

ลูกน้องบอกว่าไม่ได้โวยวาย แต่มันบอกว่าจะมาเอาคืนเรื่องนี้แน่ๆ

“ก็ลองดู” เสี่ยยิ้มเหี้ยม ปริมเห็นหน้าพ่อก็ไม่กล้าเซ้าซี้อีก เสี่ยยิ้มอ่อนโยนลุกไปหาปริม “ไม่มีอะไรแล้วลูก หนูจะไปไหนก็ไปได้เลยนะลูก จะขับรถไปเองหรือจะให้คนของพ่อขับไปส่งดีล่ะ เออ...แล้วตกลงเรื่องไอ้ช่างเพชรเป็นยังไงบ้างล่ะลูก พ่อก็มัวแต่วุ่นวายเรื่องงานเลยไม่ได้ตามข่าวเลย”

ปริมสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาทันที เสี่ยทรงชัยหัวเราะหยอกว่า

“ท่าทางแบบนี้แสดงว่ายังไม่สำเร็จอีกแล้วล่ะสิ เออ...ไอ้นี่มันดวงดีจริงๆ พ่อว่าหนูเลิกสนใจมันเถอะ มีคนดีๆมีอนาคตอีกเยอะแยะเลยนะสำหรับปริมของพ่อ”

“ไม่ค่ะ ปริมไม่มีวันยอม” ปริมเสียงแข็งแล้วเดินออกไปเลย เสี่ยทรงชัยมองตามส่ายหน้าพึมพำ...ผู้หญิงแล้วสั่งลูกน้อง “ไปส่งของขวัญให้ไอ้เอมันหน่อย เอาแค่เบาะๆให้มันรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนกลัวมัน”

แล้วเอก็ถูกมอเตอร์ไซค์ขี่มาประกบและปาระเบิดใส่รถขณะแล่นอยู่บนถนน เอสั่งป๋องให้ทิ้งรถแล้วโดดลงจากรถได้ก่อนระเบิดจะทำงาน ทั้งสองปลอดภัยอย่างหวุดหวิด

เมื่อกลับถึงบ้าน เอได้รับโทรศัพท์จาก “เฮีย” เขาบอกเฮียว่าตนไม่เป็นไร ฟังปลายสายแล้วรับคำ “ครับเฮีย...ได้ครับเฮีย” หลังจากนั้นก็นั่งนิ่งพยายามระงับความพลุ่งพล่าน เดือดดาล

ฝ่ายปริมแปลกใจที่เข้าไปในห้องพ่อแล้วเห็นณรงค์นั่งหน้าบานอยู่ ถามพ่อว่าแล้วลูกน้องพ่อหายไปไหนหมด

“อ้าว ก็นี่ไง ณรงค์นี่ไง ลูกน้องคนใหม่ของพ่อ คนสำคัญซะด้วย”

“เธอทำอะไรสำเร็จเหรอณรงค์ คุณพ่อถึงได้ปลื้มเธอขนาดนี้”

“โอ้ย...สำเร็จมหาศาลเลยล่ะ เพราะความใจกล้าใจถึงของณรงค์ทำให้กิจการของพ่อจะต้องเดินหน้าไปได้ไกล และได้เงินกลับมาอย่างมหาศาลแน่ๆ” ทรงชัยตอบแทน

“เหรอคะ...ในที่สุดก็มีอะไรที่เธอทำได้สักทีนะ หลังจากล้มเหลวไม่เป็นท่ามาหลายครั้ง” ปริมยิ้มเหยียด

ณรงค์โกรธที่ถูกเหยียดแต่พยายามปั้นหน้าให้ดูอ่อนโยน เอ่ยอ่อนน้อม

“ผมต้องขอโทษนะครับคุณปริมสำหรับเรื่องต่างๆที่ผ่านมา แต่สำหรับตอนนี้ ถ้าคุณอยากให้ผมลองทำอะไรให้ใหม่อีกครั้ง ผมรับรองว่าจะทำให้คุณพอใจได้แน่ๆ...คุณพอจะให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหมครับ”

ณรงค์คุยโวแต่ท่าทางอ่อนน้อม ปริมมองนิ่ง...

ooooooo

เอกลับบ้านไปด้วยความแค้นที่ถูกลอบกัด ครูหมายไปหา เอพาลประชดว่าถ้าครูจะมาดูว่าตนตายหรือยังก็เสียใจด้วยเพราะตนยังไม่ตาย

“เอ็งต้องต่อสู้กับเรื่องแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนวะเอ” เอมองหน้าครูนิ่ง “ข้าไม่ได้จะมาซ้ำเติมหรือสมน้ำหน้าเอ็ง แต่ข้ามาเพื่อจะบอกให้เอ็งรู้ ชี้ให้เอ็งเห็นว่าไอ้วงการที่เอ็งพยายามยืนน่ะ มันเป็นดินแดนแห่งความทรยศ หักหลังแล้วก็หลอกลวง เอ็งก็น่าจะเห็นแล้วนี่ เอ็งทำทุกอย่าง แต่สุดท้ายเอ็งก็โดนลอยแพ เอ...ถอนตัวซะเถอะว่ะ ถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้ เอ็งยังมีเวลากลับเนื้อกลับตัวอีกเยอะ อย่าปล่อยชีวิตตัวเองให้จมดิ่งลงนรกไปมากกว่านี้เลยว่ะ”

เอบอกครูหมายว่าช้าไปแล้ว ตนจมอยู่ในนรกนั่นแทบมิดหัวแล้ว แต่ตนก็ไม่เคยเสียใจ ตนมีความสุขดีกับชีวิตแบบนี้ เออ้างว่าถ้าตนรามือตั้งแต่ตอนนี้ต่อไปในชุมชนของครู บนถนนที่ลูกศิษย์ครูเดินไป ก็จะมีทั้งยาเสพติด ทั้งผู้หญิงหากินอยู่เกลื่อนไปหมด ตนจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่ๆ แล้วเอก็พูดดักคอครูว่า

“ครูอาจจะหัวเราะดูถูกในใจว่าแล้วที่ผ่านมามันต่างกันตรงไหน ยังไงไอ้สลัมเหม็นๆนั่นก็มีแต่ยาเสพติดเต็มไปหมดอยู่ดี แต่...”

“แต่เอ็งไม่เคยชักจูงเด็กที่ใฝ่ดีคนไหนให้มายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด...แล้วก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่โดนหลอกไปขายตัว  เอ็งส่งงานให้กับคนที่ยอมทำลายชีวิตตัวเองเท่านั้น แต่เอ็งไม่เคยบังคับหรือฝืนใจใครทั้งนั้น คนที่สลัมนั่น

ต่างก็เลือกชีวิตของตัวเองด้วยตัวเองทุกคน เอ็งไม่เคยหลอกล่อให้ใครเดินทางเส้นนี้ทั้งนั้น”

เอสูดลมหายใจลึกๆก่อนยิ้มบอกว่า

“ครูรู้ทุกอย่าง แล้วครูก็น่าจะรู้อีกเรื่องนะ ว่าผมยังยืนยันคำเดิม ผมต้องหาทางไปของผมเองจนได้ ครูไปเถอะ อย่ามาเสียเวลากับผมเลย” ครูหมายถอนใจลุกขึ้น “ครูครับ...บอกเพชรด้วยนะครับว่าไม่ต้องมา”

ครูหมายพยักหน้าแล้วเดินออกจากบ้านเอไป เมื่อครูหมายมาเล่าให้เพชรฟัง ปลอบใจเพชรว่าอย่าคิดมากเลย เอใจแข็ง ดื้อรั้นแบบนี้แหละ บอกเพชรว่าครูเห็นด้วยที่เอบอกว่าตอนนี้เพชรอย่าเพิ่งเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของเอเลย เพราะเรื่องคดีของเพชรก็ยังไม่คลี่คลาย ถ้าเข้าไปแวะเวียนแถวบ้านเอเดี๋ยวเรื่องจะยิ่งดูไม่ดี

“ตอนนี้เอ็งมีงานสำคัญที่ต้องทำก็รีบทำซะเถอะ อย่าให้เรื่องเอมาทำให้เอ็งไขว้เขวเลย”

เพชรรับคำครูแล้วชวนยุทธไปช่วยกันซ่อมรถ 

ครูหมายมองเพชร ไกรสร ยุทธ โก้กับโต้งที่ช่วยกันซ่อมรถด้วยความรู้สึกทั้งโล่งใจที่เด็กคนหนึ่งกำลังเริ่มต้นใหม่ด้วยดี แต่อีกคนกำลังเข้าตาจน

ooooooo

คืนนี้ที่บ้านชาญวิทย์ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามากลางดึก ชาญวิทย์รับโทรศัพท์แล้วนิ่ง ถามว่าแกเป็นใคร ไม่มีเสียงตอบ แต่มีเสียงขว้างก้อนหินใส่กระจกแตก ชาญวิทย์จะลุกไปดู เสียงโทรศัพท์ก็เรียกไว้อีก ชาญวิทย์ฟังแล้วถามเสียงดัง

“เพชร...ทำไม แกจะทำอะไรเพชร เฮ้ย...เดี๋ยวสิโว้ย แกมีหลักฐานอะไร...เฮ้ย” ชาญวิทย์มองโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปดูที่หน้าต่าง เห็นก้อนกระดาษสีขาววางอยู่บนเศษกระจกที่แตกจึงหยิบมาคลี่อ่าน

“ถ้าอยากได้ข้อแก้ต่างให้เพื่อนแก ตามหาไอ้จิ๊บ”

ชาญวิทย์มองกระดาษในมือแล้วเดินกลับมาที่กองเอกสารรื้อบางแผ่นออกมาดู พึมพำ...

“ข้อมูลตรงกัน แกเสร็จแน่ไอ้จิ๊บ”

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้นณรงค์ก็โวยวายกับวุธที่ยืนจ๋องอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านว่าไอ้จิ๊บโดนไหม มันโดนจับหรือเปล่า วุธยืนจ๋อย ณรงค์ด่าลั่น

“ไอ้โง่เอ๊ย...ไหนมึงบอกไงว่าไอ้จิ๊บมันเจ๋ง มันเอาตัวรอดได้แน่ๆ แล้วทำไมมันโดนจับ มันโดนเรื่องอะไร”

“เรื่องไอ้เพชร”

จิตราได้ยินเสียงโวยวายลงมาดูได้ยินพอดีถามว่าไอ้เพชรมันหาเรื่องอะไรรงค์อีก ณรงค์ทำใจเย็นปดแม่ว่าก็น่าจะเป็นคดีของมัน ตำรวจคงหาทางช่วยไอ้เพชร ก็เลยมาลากตัวไอ้จิ๊บไป

จิตราแค้นว่าทำแบบนี้ได้ยังไง กฎหมายลงโทษมันไม่ได้  แม่จะเอาสังคมไปลงโทษมันเองแล้วผลุนผลันออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย พอจิตราออกไปแล้ว ณรงค์ถามวุธว่ามันจะพูดไหม วุธอึกอัก ณรงค์ยิ้มเหี้ยมบอก

“กูจะทำให้มันพูดไม่ได้เอง!”

จิตราพาเจ๊ไฝเจ้าแม่เงินกู้ไปที่บ้านครูหมาย เจอรินทร์ แก้วตา พิม ย่าพุดกรองและครูสร้อยกำลังจัดอาหารและของหวานใส่ปิ่นโตกันอย่างสดใสชื่นบาน ก็แหวเข้าไปทันทีว่า

“รวมหัวกันอยู่นี่เอง ตกลงบ้านนี้เป็นแหล่งรวมพวกชั่วร้าย เดนสังคมไปแล้วเหรอครูสร้อย” ครูสร้อยถามว่ามีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า จิตราชี้หน้าด่ากราดว่านั่นไง โคตรเหง้าของพวกค้ายากับพวกพาร์ตเนอร์ราคาถูก หันไปถามไฝว่าคนแบบนี้หรือที่เจ๊จะใจดีกับพวกมัน ยุว่าเจ๊ให้มันยืมเงินแล้วเจ๊ไม่กลัวรึไงว่าคนอื่นจะมองว่าเจ๊เป็นพวกค้ายาแบบไอ้เพชร

รินทร์กับแก้วตาออกมาโต้ บอกว่าจะไปแจ้งความหมิ่นประมาท จิตราเงื้อมือที่ถือกระเป๋าจะฟาดแก้วตา แก้วตาหลบจิตราเลยถลาจะล้มแต่กลับโวยวายว่า “นี่พวกแกรุมฉันหรือ”

“ไม่มีใครรุมคุณสักคนนะคะคุณนาย มาร้องแรกแหกกระเชอสร้างความเดือดร้อนในเขตบ้านฉันนี่ ฉันแจ้งความได้นะคะถ้าคุณนายไม่หยุด”

ชาวบ้านได้ยินเสียงจิตราโวยวายก็พากันออกมาดู จิตราโพนทะนาให้ชาวบ้านมาดูพวกหน้าด้านเป็นหนี้แล้วไม่ยอมจ่าย ถามครูสร้อยว่าคนแบบนี้เอามาอยู่ในบ้านได้ยังไง

ย่าพุดรู้ว่าจิตรามาด่าตนก็ตอบโต้ว่าตนไม่คิดจะโกงจ่ายดอกเบี้ยครบทุกครั้งไม่เคยขาด เงินต้นก็ส่งสม่ำเสมอ จะมาป้ายสีกันอย่างนี้ไม่ได้

จิตรายุให้เจ๊ไฝทวงหนี้เอาทั้งต้นทั้งดอกคืนให้หมดเลย อ้างว่าไม่อยากให้เงินบริสุทธิ์ไปแปดเปื้อนกับเงินค้ายาค้าผู้หญิง

ไกรสรกับเพชรกลับมา จิตราด่าไกรสรว่าไอ้ฆาตกร ยุชาวบ้านว่าดูซิ ทำไมครูจึงให้พวกชั่วร้ายเหล่านี้มาอยู่ด้วย ไกรสรปรามว่าอย่าลามปามถึงครูสร้อยกับครูหมาย จิตรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุด่ากราดหนักกว่าเดิมจนครูหมายออกมาประกาศว่า

“ตอนนี้ถ้าใครไม่ออกไปจากบ้านข้า ข้าก็จะลากตัวไปเข้าคุกจนไม่ได้ผุดได้เกิดเหมือนกัน”

เจ๊ไฝเห็นท่าไม่ดีขยับจะถอย จิตราดึงไว้ตราหน้าว่าครูหมายทำได้ก็แต่กับเด็กไม่มีทางสู้เท่านั้น แต่ตนเป็นแม่ตนไม่กลัว ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกตนฝ่ายเดียวแน่ ครูหมายถามว่าที่แท้จิตราต้องการมาหาเรื่องที่ตนกระทืบณรงค์ใช่ไหม จิตรารับว่าใช่ ถามว่าครูทำลูกชายตนได้ยังไง ลูกชายตนเป็นเด็กดีไม่เหมือนไอ้เพชรที่ค้ายา พ่อมันก็เป็นอาชญากร ยุเจ๊ไฝให้ทวงหนี้คืนให้หมดเลย

เพชรไม่อยากให้ครูลำบากใจจึงเอาเงินทั้งหมดของตนให้แต่ก็ยังไม่พอ ครูหมายบอกครูสร้อยเอาเงินมาเติมให้ครบแล้วไล่จิตรากับเจ๊ไฝออกจากบ้านไป

ooooooo

หลังจากณรงค์บอกว่าจะทำให้จิ๊บพูดไม่ได้ เช้านี้ผู้ต้องขังห้องเดียวกับจิ๊บก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะทุกคนถูกวางยาโดยเฉพาะจิ๊บ จ่าบอกว่าหนักกว่าใครเพื่อน จะรอดหรือไม่ก็ไม่รู้

วุธได้ข่าวก็ไม่พอใจต่อว่าณรงค์ว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ เพราะจิ๊บเป็นเพื่อนตน ณรงค์ปรามว่าไม่อยากฟังเรื่องเพื่อนโง่ๆแบบนั้นอีกแล้ว บอกวุธให้ทำงานให้เสร็จอย่าโชว์โง่เหมือนเพื่อนอีก

เพชรไม่สบายใจที่มาอยู่บ้านครูหมายแล้วทำให้ครูเดือดร้อน ชาญวิทย์บอกว่าตนอยู่คนเดียวและบ้านก็กว้างขวาง รินทร์เสนอว่าน่าจะแบ่งบ้านให้เพชรเช่าเพราะอยู่คนเดียว และเวลาเขาไม่อยู่บ้านก็จะได้มีคนเฝ้าบ้าน ทั้งยังจะได้กินฝีมือกับข้าวอร่อยๆจากย่าพุดทุกวันด้วย

เมื่อตกลงกันแล้ว ย่าพุดก็จะย้ายไปอยู่พรุ่งนี้เลย ปรุงถามยุทธว่าแล้วงานของเพชรล่ะ

“พี่เพชรก็จะซ่อมรถเท่าที่พอจะใช้ได้ เพราะพี่เพชรรับปากหัวหน้าคิวรถไว้แล้วว่าจะเริ่มวิ่งส่งของให้รอบแรกวันอาทิตย์นี้”

ปรุงให้ยุทธนั่งรถไปกับเพชร อย่างน้อยรถเสียก็จะได้ช่วยกันซ่อมช่วยกันดู ยุทธบอกว่าตนกับโต้งและโก้ก็คิดอย่างนั้น ปรุงกำชับว่าจะไปวันไหนให้บอก แม่จะได้เตรียมอาหารไว้ให้แม่ลูกคุยกันโดยไม่รู้ว่าวุธผ่านมาและแอบฟังเก็บข้อมูลอย่างละเอียดไปแล้ว

รินทร์รู้ว่าภาระของเพชรมากจะให้เงินมาแก้ปัญหาเพชรก็คงไม่เอา จึงเสนอเอาเงินมาร่วมทุนและจะช่วยทำงานด้วยเพราะตัวเองก็ตั้งใจจะลดงานร้องเพลงลงแล้ว เป็นข้อเสนอที่เพชรรับได้ ทั้งสองจึงร่วมงานกันในฐานะหุ้นส่วน

ในวันต่อมานั่นเอง เจ้าของร้านอาหารก็ให้ผู้จัดการมาบอกเลิกจ้างรินทร์ร้องเพลง แม้จะเสียใจที่ไม่ได้ทำงานที่รักอย่างกะทันหันแต่รินทร์ก็ทำใจได้เพราะเตรียมการมาบ้างแล้ว

แก้วตาบอกชาญวิทย์ว่า ตนเชื่อว่าทุกเรื่องที่เกิดกับรินทร์นั้นเป็นฝีมือของปริม เพราะนับแต่ปริมเข้ามาชีวิตของรินทร์ก็มีแต่ความวุ่นวาย เพชรฟังอยู่รู้สึกผิดเพราะเหมือนตัวเองเป็นคนชักนำปริมเข้ามาในชีวิตของรินทร์ ไกรสรดูออกจึงเอากุญแจรถให้เพชรบอกให้เอารถไปลองแล้วขากลับให้แวะซื้อโจ๊กร้านไนซ์มาฝากด้วย

คืนนี้รินทร์กล่าวอำลาแฟนเพลงและขอมอบเพลงสุดท้ายแก่แฟนๆด้วยความรัก เพชรเข้าไปซื้อโจ๊กจึงรู้เรื่องของรินทร์ เขามองรินทร์ด้วยความเห็นใจและห่วงใย

เมื่อรับรินทร์กลับ เพชรขอโทษรินทร์ที่นับแต่รู้จักกันชีวิตรินทร์ก็เหมือนมีแต่เรื่องแย่ๆเกิดขึ้น รินทร์บอกไม่ใช่เลย แต่ถ้าเขามีเรื่องไม่สบายใจอะไรตนก็พร้อมที่จะรับฟังทุกอย่าง เพชรบอกว่าตนไม่มีอะไรจริงๆ ถามรินทร์ว่าเสียใจมากไหมกับเรื่องวันนี้

“ก็เสียใจนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ดีแล้ว มันก็แค่อีกเรื่องนึงในชีวิตที่จบไปแล้ว...ก็เท่านั้น”

“แต่จุดจบของบางเรื่องมันมักจะเป็นจุดเริ่มต้นของอีกเรื่องเสมอไม่ใช่เหรอจ๊ะ วันนี้รินทร์ต้องจบบทบาทของการเป็นนักร้องเพื่อที่พรุ่งนี้รินทร์จะได้เริ่มต้นใหม่ในฐานะหุ้นส่วนของงานที่เราและอีกหลายๆ คนจะช่วยกันทำไงจ๊ะ”

“พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ใช่ไหมคะ”

“จ้ะ...พรุ่งนี้มักจะมาพร้อมความหวัง และความฝันที่สวยงามเสมอ”

ทั้งสองจับมือให้กำลังใจและความหวังแก่กัน

ooooooo

ที่อู่เฮียตงที่ตี๋มาดูแลแทนเตี่ย เพราะขาดช่างมีฝีมือและไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เอาอะไหล่ด้อยคุณภาพ กระทั่งของปลอมมาเปลี่ยนให้ลูกค้า พลที่เอารถมาซ่อมจับได้ว่าทางอู่โกง แต่พอต่อว่าตี๋ก็เอาเอกสารการซื้ออะไหล่ให้ดูแต่ตัวเองดูไม่ออกอ่านไม่เข้าใจ พอดีเห็นศักดิ์ยืนอยู่ก็เรียกมาอธิบายให้พลแทน

พลบอกว่าไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกเพราะตนดูแล้วเครื่องไม่ตรงกับที่ซ่อมแน่ๆ ตี๋โมเมว่าแสดงว่าพวกศักดิ์โกง ศักดิ์บอกว่าตอนที่พลเอารถมาซ่อมพวกตนออกจากอู่ไปแล้ว ตี๋เลยถามหาณรงค์ที่ยังไม่มา

พลไม่พอใจถามว่าจะเอายังไง ทำงานแบบนี้ปิดอู่เลยดีไหม ศักดิ์จึงแนะนำให้ไปซ่อมที่อื่นเพราะที่นี่ไม่เหมือนเดิมแล้ว พลถามศักดิ์ซ่อมที่อู่ไหนตนจะเอาไปซ่อม ศักดิ์บอกว่าไม่ได้ซ่อมแล้วตนรับจ้างทำอะไรก๊อกแก๊กไปเรื่อย ส่วนเพชรได้งานขนส่งมาทำ แล้วศักดิ์ก็เล่างานของเพชรให้พลฟัง

พลกับเฮียเพ้งจึงเสนอมาช่วยเพชรขยายกิจการ เฮียเพ้งถามว่าเพชรต้องการรถกี่คันให้บอกพลเพราะตนจะใช้งานของบริษัทเพชรเท่านั้น ถ้าเพชรไม่ทำก็เท่ากับตนจะไม่มีของมาส่งโรงงาน เพชรเกรงใจที่เฮียเพ้งเอางานให้แล้วยังจะเอารถให้อีก มูลค่ามากเกินไป

“มากเหรอ...สองครั้งสองหนที่ลื้อช่วยชีวิตอั๊ว อาเพชร อั๊วจะทำอะไรให้ลื้อเท่าไหร่มันก็ทดแทนกันไม่ได้ ลื้อเข้าใจไหม”


ในที่สุดเพชรก็รับการช่วยเหลือจากเฮียเพ้งด้วยความซึ้งใจ รินทร์นั่งฟังอยู่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ พอแก้วตารู้ก็ยกมือท่วมหัวอวยพรให้งานของเพชรเจริญก้าวหน้าด้วยดี อย่าให้มีอุปสรรคใดๆเลย

ไกรสร ยุทธ โต้งกับโก้และเพชรช่วยกันรับซ่อมรถอย่างจริงจังด้วยความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ย่าพุดกับพิมก็ช่วยดูแลเรื่องอาหารและการต้อนรับลูกค้า ทุกคนทำงานกันอย่างมีความสุข จนเพชรเสนอกับหุ้นส่วนรินทร์ว่าเห็นทีเราจะต้องขยับขยายกันแล้ว รินทร์เห็นด้วย

เพชรหาที่ได้ในซอยอีกฝั่งไม่ไกลจากที่นี่ มีบริเวณกว้างแต่ค่อนข้างรกต้องปรับที่ตัดหญ้าและซ่อมอาคารเล็กน้อย เพชรคิดจะไปหาคนมาช่วยจึงไปที่บ้านครูหมาย แต่ชาญวิทย์ติงว่าช่วงนี้เขาไม่ควรไปเพราะแถบนั้นค่อนข้างสับสน มีคนแปลกหน้าเข้ามาป้วนเปี้ยนบ่อยๆ ที่สำคัญบ้านเพชรเดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นซ่องไปแล้ว

เพชรไม่สบายใจจึงไปซุ่มดู เจอเอบอกว่าเมื่อเพชรก้าวออกไปจากที่นี่แล้วก็ไม่ควรมาอีก แต่ควรไปให้ไกลๆ ไปให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างเราจะทำได้ แต่ตนไม่มีโอกาสได้ทำอย่างเพชรแล้ว บอกให้ลูกน้องสองคนไปส่งเพชรให้ถึงฝั่งโน้น บอกเพชรว่า

“ไป...กลับไปเดินบนเส้นทางของเอ็งได้แล้ว”

พอเพชรไป เอก็หันสั่งป๋องว่า

“เอ็งไปเคลียร์เด็กเดินยากับยาของเราทั้งหมด อย่าให้เหลือที่นี่ แล้วรีบส่งข่าวให้หมวดชาญเหมือนเดิม อ้อ...วางคนไว้คอยดูนังพวกนั้นในบ้านของเพชรด้วย ให้มันโดนตำรวจต้อนไปยังดีกว่า อย่าให้มันโดนแขกทำร้ายจนตายเลย”

สั่งแล้วเอมองไปที่บ้านเพชรด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆในใจ...

ooooooo

ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่นานอู่ใหม่ของเพชรกับรินทร์ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น ทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับงานที่ทำ

แต่ที่อู่เฮียตง มาวันนี้สภาพเหมือนอู่ร้าง ตี๋ก็ไม่สนใจนั่งอ่านนิตยสารดูทีวีฟังเพลงอย่างไม่ทุกข์ร้อน เฮียตงเดินมาดูถามตี๋ว่าทำไมไม่ไปทำงาน อู่ไม่มีรถมาซ่อมหรือ ตี๋บอกว่ามีแต่ไม่มีช่าง

เฮียตงถามว่าช่างที่เตี่ยหามาให้ล่ะ ตี๋บอกว่าน่ารำคาญสั่งอะไรก็ไม่เข้าใจเลยให้ณรงค์ไล่ออกไปหมดแล้ว

เฮียตงถามว่าเขาเป็นเจ้านายประเภทไหน เป็นเจ้าของอู่ที่ไม่รู้เรื่องงานของตัวเอง มาดูแลอู่ตั้งหลายปี เข้าใจงานของตัวเองดีหรือยัง ตี๋โวยวายว่าทำไมต้องรู้ เรามีเงินก็จ้างให้มันทำแทนเราสิ บ่นเฮียตงว่า

“เตี่ยอย่ามาหาเรื่องด่าอั๊วเลย มันก็แค่อู่กระจอกๆ อั๊วไม่ทำ เตี่ยไม่ทำ เราก็ไม่อดตายหรอกน่า”

ตี๋ลุกเดินผ่านเฮียตงไปอย่างหงุดหงิด

ที่บ้านเสี่ยทรงชัย เสี่ยยื่นเงินให้ณรงค์ปึกใหญ่บอกว่านี่คือรางวัลสำหรับความกล้าและบ้าบิ่นที่ยุให้ตนเหยียบถิ่นไอ้เอ ณรงค์ไหว้อย่างนอบน้อมขอบคุณที่เสี่ยกรุณาตน

ขณะนั้นปริมเดินผ่านห้องรับแขกไปอย่างอ่อนระโหยโรยแรง เสี่ยบอกว่าปริมเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว ชี้ว่าเพราะเรื่องเพชรนั่นแหละไม่รู้ทำไมถึงหลงมันนักหนา ณรงค์ยุว่าไอ้บ้านั่นมันเก่งเรื่องแบบนี้ สร้างภาพตัวเองให้ดูดีหลอกลวงคนให้หลงเชื่อ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมือขึ้นมีคนช่วยมันหลายคน แล้วขอตัวไปคุยกับปริมเผื่อจะทำให้เธอดีขึ้น

เสี่ยพยักหน้าอย่างเบื่อหน่าย ณรงค์ลุกไปอย่างนอบน้อม

ที่ลานจอดรถอู่ใหม่ของเพชร...เย็นนี้ไกรสรดูแลความเรียบร้อยของอู่แล้วก็ปิดประตูล็อกดูความเรียบร้อยรอบๆ ก่อนขี่จักรยานออกไปจากลานจอดรถ

ไม่นานก็มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งออกจากที่รกร้างข้างอู่มองไปทั่วบริเวณแล้วพยักหน้าให้กัน พวกมันเดินมาพร้อมกับถังน้ำมันคนละถังกระจายกันสาดน้ำมันไปทั่วบริเวณรวมทั้งรถกระบะที่จอดอยู่สองคัน แล้วคนหนึ่งก็จุดไฟโยนเข้าไปในแอ่งน้ำมันหน้ารถกระบะคันหนึ่งทันที

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ตอนที่ 6 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ 23 ก.พ. 2562 07:24 2019-02-26T02:06:23+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ