ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ

เย็นนี้วุธขี่มอเตอร์ไซค์คันโตมีณรงค์ซ้อนท้ายมาจอดที่หน้าร้านไนซ์ ณรงค์ลงจากรถมายืนมองร้าน

“ที่นี่แหละพี่รงค์ ร้านสะอาด น่านั่ง เพลงเพราะ แล้วก็มีแต่คนรวยๆมาเที่ยวกัน ผู้หญิงรวยๆก็เยอะ มาคนเดียวก็มีพี่ พวกนี้แหละที่น่าสนใจ จ่ายง่ายไม่จุกจิก”

“ดี...ถ้าโชคดีจะได้เลิกทำงานเฮงซวยที่อู่นั่นเสียที” ณรงค์กระหยิ่ม

ขณะนั้นเองเพชรขับรถของรินทร์เข้ามาจอดแล้วลงวิ่งมาเปิดประตูพยุงรินทร์ลงจากรถพาเข้าร้าน วุธถามว่าแฟนมันเหรอพี่ ณรงค์บอกว่าอยากรู้ก็ต้องเข้าไปดู

ผู้จัดการร้านนั่งสำรวจเท้าของรินทร์อย่างเป็นห่วง แก้วตานั่งใกล้ๆเหลือบมองเป็นระยะ ผู้จัดการถามว่าไหวหรือรินทร์ พักสักวันดีกว่าไหม รินทร์บอกว่าไหวแต่ขอเป็นเพลงช้าทั้งหมด บอกแก้วตาว่าขอกีตาร์ด้วยดีกว่า

“ได้หมดแหละ...” แก้วตาบอก แล้วกระซิบถามรินทร์ว่า “พี่เพชรใช่ไหม แล้วยังไง ทำไมมากับแก”

 รินทร์บอกเพชรว่าตนมาถึงโดยสวัสดิภาพแล้วคุณกลับไปเถอะ พลันก็มองไปข้างหลังเพชรบอก

“ขอโทษนะคะ ร้านยังไม่เปิดค่ะ”

ทุกคนหันมองเป็นณรงค์กับวุธเดินเข้ามาหน้าตาเฉย เพชรมองแปลกใจ แต่ผู้จัดการเดินไปบอกว่าขอโทษร้านเปิด 1 ทุ่มตรง ถ้าอยากฟังเพลงก็ต้องประมาณ 3 ทุ่ม ณรงค์กับวุธจึงจำต้องออกไป

เพชรมองตามอย่างไม่สบายใจ

วันนี้เป็นวันครบรอบปีที่ครูแหม่มจากไป รินทร์จึงจะไปทำบุญ แก้วตาบอกว่าทำที่วัดก็พอ รินทร์บอกว่ายังไงตนก็ต้องไป แก้วตาบอกให้ค่อยๆไปไม่ต้องรีบ

รินทร์รับปากและให้แก้วตากลับไปทำงานเสีย

พอแก้วตาไป ณรงค์กับวุธก็โผล่มาจากเงามืดถามรินทร์ว่า

“แกเลี้ยงมันหรือมันเลี้ยงแก” รินทร์มองอย่างไม่เข้าใจ “โธ่อีโง่...ฉันถามว่าแกเป็นอีตัวเลี้ยงไอ้แมงดาเพชรนั่น หรือไอ้เศษสวะนั่นมันต้องหาเงินเลี้ยงอีตัวอย่างแก” รินทร์ถามว่าคุณเมายาหรือเมาเหล้าถึงมาระรานกันแบบนี้ “ไม่ต้องมาเสแสร้งพูดดีหรอกน่า แกมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ ก็เหมาะกับคนชั้นต่ำแบบไอ้เพชร แต่บางทีของเน่าๆต่ำๆ มันก็น่าลองเหมือนกันนะ ไป ฉันเหมา แกจะคิดเท่าไหร่”

ณรงค์ตรงเข้าดึงมือรินทร์ รินทร์สะบัดอย่างแรงจนณรงค์เซไปชนวุธที่ยืนคุมเชิงอยู่ ณรงค์จ้องหน้ารินทร์ตะคอก “เล่นตัวนักเหรอมึง!” แล้วย่างสามขุมเข้าหาอย่างดุร้าย

ooooooo

ณรงค์เดินคุกคามเข้าหารินทร์ รินทร์ตกใจผลักจนณรงค์หงายหลัง พอตั้งหลักได้ก็จะโจนเข้าหารินทร์อีก แต่โดนมือหนึ่งกระชากไว้เต็มแรง

“เสี่ยใหญ่” รินทร์อุทาน

เสี่ยใหญ่เดินเข้ามาพร้อมลูกน้องหน้าเหี้ยมสองคน วุธที่ยืนคุมเชิงอยู่ค่อยๆหลบไป ณรงค์ถูกลูกน้องเสี่ยจับไว้ ก็ตะโกนให้ปล่อย ถามว่าพวกมึงเป็นใคร

“มึงนั่นแหละเป็นใคร มายุ่งกับรินทร์ของกู” เสี่ยเข้ามาตบหน้าณรงร์ตวาดกลับ ณรงค์เห็นท่าขึงขังของเสี่ยก็เสียงอ่อนบอกว่าเปล่า เสี่ยตวาดว่าโกหก มึงทำร้ายรินทร์ กูเห็นอยู่ รินทร์บอกว่าไม่ใช่ ณรงค์ได้ทีถามว่าเห็นไหมตนไม่ได้ทำอะไร

เสี่ยใหญ่ตบหน้าณรงค์อย่างแรงอีกครั้ง ด่า “มึงนี่มันตอแหลเก่งจริงๆ กูเห็นอยู่”

“เออ...กูทำเองแล้วมึงจะทำไม” ณรงค์โกรธจนลืมกลัว “มันเป็นอีตัวของมึงใช่ไหม แล้วมึงรู้หรือเปล่าว่ามันก็เป็นเมียของไอ้เศษสวะจากสลัมด้วย มึงกำลังโดนอีนี่มันหลอก มึงรู้ตัวไหม ไอ้โง่!”

ณรงค์ตะโกนใส่หน้าเสี่ยใหญ่ด้วยความโกรธ

รินทร์ตกใจพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน เสี่ยใหญ่พุ่งเข้าเตะต่อยณรงค์ที่ถูกลูกน้องล็อกตัวไว้อย่างฉุนเฉียว

รินทร์ขอร้องเสี่ยอย่าทำอะไรเขา เขาไม่รู้เรื่อง แล้วตะโกนให้คนมาช่วย

“ร้องให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยหรอก รินทร์จะปฏิเสธใครก็ได้แต่ไม่ใช่ผม” แล้วสั่งลูกน้องลองให้ดูหน่อยว่าคนที่คิดจะมีเรื่องกับตนต้องเจออะไรบ้าง

ลูกน้องทั้งสามของเสี่ยกรูกันเข้าเล่นงานณรงค์ ณรงค์ปัดป้องและร้องขอชีวิต ทันใดนั้นแสงไฟจากหน้ารถแท็กซี่สาดเข้ามา รินทร์หันมองเห็นเพชรลงจากรถมา อุทาน...

“คุณรินทร์...พี่รงค์”

“มึงนี่เองไอ้กุ๊ย เฮ้ยเส็ง จัดการมันอีกคน” เสี่ยสั่ง

แต่ไม่ทันที่เส็งจะทำอะไร เพชรก็กระโดดถีบจนล้มแล้วหันไปจัดการกับอีกสองคนที่กำลังรุมณรงค์อยู่ ลูกน้องทั้งสามคนของเสี่ยล้มลุกคลุกคลานด้วยฝีมือของเพชร เสี่ยใหญ่หน้าเสีย เพชรเดินเข้าหารินทร์ที่ถูกเสี่ยใหญ่จับอยู่ใช้ส้นสูงกระทืบเท้าเสี่ยเต็มแรงจนเสี่ยปล่อยมือ เพชรรีบดึงรินทร์มาไว้ข้างหลัง

รินทร์ตะโกนให้คนช่วยเรียกตำรวจที ตะโกนให้เด็กรับรถช่วยตนด้วย

เด็กรับรถได้ยินเสียงรินทร์ก็วิ่งไปตามเสียง ส่วนหนึ่งรีบไปบอกผู้จัดการ เสี่ยกับสมุนเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีและคลานตามกันไป รินทร์เข้ามาแตะแขนเพชรถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่ครับ แต่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณกับพี่รงค์ถึง...”

“เดี๋ยวเล่าให้ฟัง นายพาหมอนี่ขึ้นรถไปก่อน เดี๋ยวฉันเคลียร์กับน้องๆก่อน”

เพชรเห็นกลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาก็เข้าใจ รีบเอาณรงค์ที่หมดสติขึ้นมา มองสภาพยับเยินของณรงค์อย่างหนักใจ

ooooooo

อ่องมาโรงพยาบาลกับจิตราที่อยู่ในชุดนอน พอมาเห็นเพชรกับรินทร์นั่งกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องฉุกเฉินจิตราก็ตรงเข้าไปด่า แม้อ่องจะบอกให้ฟังเพชรก่อนก็ไม่สนใจ

จิตราด่าเพชรจนรินทร์ถามว่าคุณรู้ได้ไงว่าคุณเพชรทำร้ายลูกคุณ หรือคุณเห็น จิตราก็หันมาด่ารินทร์

“ไม่ใช่เรื่องของแก นังโสข้างถนน ฉันไม่ฟังคำพูดของพวกเศษเดนขยะสังคมอย่างพวกหล่อนหรอก”

เพชรตกใจพยายามจะห้าม ถูกจิตราแหวใส่ว่าจี้ใจดำรึไงแล้วด่าสาดเสียเทเสียอีก จนอ่องถามว่าจะมาดูลูกไม่ใช่เหรอเข้าไปดูลูกเลย พอจิตราไปอ่องก็หันมองเพชรกับรินทร์อย่างเสียใจ

รินทร์ถามเพชรว่าทำไมเขากับอาอ่องจึงทนกับผู้หญิงคนนั้นได้ นี่ดีที่อาอ่องมีความยุติธรรมยินดีรับฟังเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ได้โวยวายบ้าบอแบบเมีย ถามเพชรว่า

“แล้วนายทนได้ยังไง ทนให้เขาดูถูกและทำร้ายแบบนั้นได้ยังไง”

“ก็ใครจะกล้าหือกับอาจิตล่ะ แล้วถ้าเราโดนบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินไปเอง” เพชรตอบยิ้มแหย

รินทร์บอกว่าตนจะไม่ทนให้ใครมาดูถูกแบบนี้แน่ เพชรอึ้งไปอีกอย่างรู้สึกผิดกับเรื่องที่ผ่านมา เอ่ยขอโทษรินทร์ที่ตนเคยทำกับเธอแบบนี้ด้วยความโมโหวู่วาม ขอโทษที่ทำให้เธอไม่สบายใจ

รินทร์บอกว่าเขาขอโทษตนไปแล้วและเขาก็พยายามทำหลายอย่างเพื่อไถ่โทษ เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองแบบนี้ได้แล้ว ตนลืมไปหมดแล้วจริงๆ

“ขอบคุณครับ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเรื่องทั้งหมดที่คุณช่วยผมและครอบครัวมาตลอด”

“พอ...พอแล้ว เราหายกัน เราเลิกแล้วต่อกันนะ ดีไหม”

เพชรยิ้มหล่อให้จนรินทร์อึ้ง เพชรถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า รินทร์บอกว่าเปล่า ยิ้มเขินๆบอกว่าตนกลับบ้านดีกว่า

“เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ คุณยังขาเจ็บ แล้วยังเสียเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของผมทั้งคืนเลย นะครับ...เดี๋ยวผมไปส่ง ไม่เกี่ยวกับบุญคุณหรืออะไรทั้งนั้น แค่...วันนี้เป็นวันแย่ๆที่เราได้เจอทั้งวัน เพราะฉะนั้น...”

 “เพราะฉะนั้น ถ้าฉันจะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นใช่ไหม... เอาเถอะมาตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน ไม่ต้องกลัวนะฉันไม่ทำอันตรายนายหรอก”  รินทร์รวบรัดแล้วเดินนำไปเลย เพชรพูดไม่ออก มองตามงงๆ

ooooooo

รินทร์ให้เพชรขับรถไปที่บางแสน เพชรบอกว่าตนไม่เคยเห็นทะเลเลย ถามว่าทำไมต้องไปทะเลตอนดึกอย่างนี้ด้วย

รินทร์บอกว่าเรื่องของตนไม่ซับซ้อนอะไรเลย แค่พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบวันที่คนที่ตนรักมากจากไปและตนก็สัญญาไว้ว่าจะส่งดอกไม้ที่ครูชอบไปให้ทุกปีในตอนเช้าที่แสนสวยของชายหาดที่ครูชอบมากๆ

เพชรบอกว่าตนไม่เคยมาจริงๆเธอจึงต้องบอกทางให้ รินทร์ขอโทษที่รู้ว่าเขาไม่เคยมาทะเล เพชรงงว่าทำไมต้องขอโทษ เพราะตนไม่เคยคิดว่าเป็นปมด้อยหรืออายเรื่องแบบนี้เลย รินทร์บอกว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักฟอร์มจัดแล้วก็รู้อะไรมากมายไปหมด ตนเลยคิดว่าเขาจะอายเรื่องอะไรแบบนี้

“ไม่...ผมไม่เคยอายเลย ผมมีความสุขดีกับชีวิตแบบนี้ ผมรับได้กับทุกสิ่งที่ผมเป็น ไม่ว่ามันจะต่ำต้อยด้อยราคาหรือดูไร้ค่าในสายตาของใคร แต่ผมก็ยอมรับมันได้”

“ทำไมล่ะ เพราะบางคนก็ทนไม่ได้ที่จะให้ใครรู้ว่าตัวตนของตัวเองจริงๆมันเป็นยังไง”

“ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการโกหกหรือปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองตั้งแต่แรก แล้วที่เหลือในชีวิตของเราจะมีอะไรที่เป็นเรื่องจริงได้อีกล่ะ”

เพชรพูดจริงจังจริงใจ รินทร์พยักหน้าเห็นด้วย ชมว่า

“ดีจังที่นายคิดได้แบบนี้ โอเค งั้นพอไปถึงทะเล เรามาเริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่นะ แบบจริงใจไม่มีอคติใดๆต่อกัน”

“ได้ครับ...เริ่มต้นกันใหม่กับวันใหม่ที่สวยงามแบบที่คุณบอก”

เพชรกับรินทร์ยิ้มให้กันอย่างเปิดเผย จริงใจ

เพชรไม่ได้กลับบ้าน เช้ามืดวันนี้ย่าพุดลุกจากที่นอนก็ไปดูที่นอนของเพชร หน้าหมองเมื่อที่นอนอยู่ในสภาพเดิม ย่าลุกเดินไปยืนที่ประตูแล้วเดินกลับมาพึมพำกังวล...

“เพชร...”

เช้ามืดวันเดียวกัน เพชรกับรินทร์อยู่ที่ชายหาดบางแสนแล้ว เพชรคอยดูแลรินทร์อย่างระมัดระวังเพราะเท้าเธอยังเจ็บ รินทร์บอกว่าตนจะเดินช้าๆเพื่อดูสิ่งที่สวยงามที่สุดด้วยกัน

ทั้งสองออกเดินไปด้วยกัน เพชรนึกได้ย้อนกลับมาที่รถเอาช่อดอกไม้ไปให้บอกรินทร์ว่าคุณลืมนี่ครับ รินทร์เกาะแขนเพชรเดินไปตามชายหาด เพชรมองขอบฟ้าสีส้มแดงด้วยใบหน้านิ่งสงบและมีความสุข

“สวยที่สุด...เป็นแสงเช้าที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ” เพชรรำพึงเหมือนอยู่ในความฝัน

ooooooo

ที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล อ่องถามณรงค์ว่าไปทำรุ่มร่ามอะไรกับผู้หญิงคนนั้นก่อนใช่ไหม และเพชรก็ไม่ได้ทำร้ายแต่ช่วยแกใช่ไหม

จิตราโต้แย้งและปกป้องณรงค์ทุกเรื่อง จนอ่องบอกว่าเราต้องรู้เรื่องจริงจากปากของลูกเพื่อเราจะได้ขอโทษผู้หญิงคนนั้นที่เราทำไม่ดีกับเขา

จิตราแผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราดว่าตนไม่มีวันลดตัวไปขอโทษมัน พวกมันต่างหากที่ต้องมาขอโทษตนถามอ่องว่าเมื่อไหร่พี่จะตาสว่างสักที

ทั้งสองโต้เถียงกันจนณรงค์แผดเสียงถามว่าจะทะเลาะกันไปถึงไหน บอกแล้วว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อจะไปสนใจมันทำไม อ่องมองหน้าณรงค์อย่างผิดหวัง เอ่ยอย่างเสียใจว่า

“แกเข้าใจผิดแล้วรงค์...เพชรมันมีคุณค่า มีความดีงามที่ประเมินไม่ได้...สำหรับคนมากมายที่อยู่รอบตัวมัน และสำหรับพ่อ เพชรมันเป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริงที่กล้ารับทั้งผิดทั้งชอบมาตลอดชีวิตของมัน ที่พ่อไม่เคยได้จากแก”

อ่องพูดแล้วเดินออกไป ณรงค์ตะโกนตามหลังอย่างโกรธจัดว่าพ่อด่าตน ฟ้องแม่ว่าพ่อด่าตนไม่รักตนแล้ว จนพยาบาลต้องมาเตือนว่าที่นี่โรงพยาบาล ก็ถูกจิตราตวาดว่า

“ฉันรู้น่า ไม่ต้องมาบอก” แล้วบอกณรงค์ว่า “ไม่ต้องสนใจเขา เขาไม่รักก็ช่างเขา แม่รักรงค์ของแม่คนเดียวก็ได้ ไม่เป็นไรนะลูก ไม่ต้องเสียใจนะรงค์ รงค์ลูกรักของแม่...” แล้วดึงณรงค์เข้าไปกอดอย่างปกป้อง

เมื่อณรงค์ย้ายมาอยู่ห้องพักผู้ป่วย จิตราเฝ้าอยู่จนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ณรงค์ขยับตัวตื่น อ่องรีบลุกไปดู ณรงค์มองพ่ออย่างหมางเมิน น้อยใจ แต่ลึกๆคือหวาดกลัวความผิดของตัวเอง

อ่องมองลูกอย่างเข้าใจ เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและห่วงใย แต่ณรงค์กลับเบือนหน้าหนี

อ่องค่อยๆหุบยิ้ม มองณรงค์หน้าหม่นหมอง...

ooooooo

ที่ชายหาดบางแสน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าที่อบอุ่นสวยงาม เพชรประคองรินทร์เดินลงไปในทะเลพร้อมกับช่อดอกไม้ รินทร์ประคองช่อดอกไม้ขึ้นจูบ เอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“ครูขา...รินทร์ฝากความรักของรินทร์ให้กับดอกไม้นี่นะคะ...ขอให้ครูมีความสุขนะคะ”

รินทร์ยกช่อดอกไม้ขึ้นกอดอย่างรักใคร่แล้วค่อยๆ วางบนคลื่นเล็กๆตรงหน้า เพชรยืนมองยิ้มให้กำลังใจ รินทร์วางช่อดอกไม้แล้วหันมายิ้มกับเพชร

“ขอบคุณนะคะ...คุณ...เอ่อ พี่เพชร...รินทร์ขอเรียกว่าพี่เพชรเหมือนพิมกับยุทธนะคะ เรื่องวุ่นๆที่ผ่านมาก็ช่างมันเนอะ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกันใหม่นะคะ... พี่เพชร”

“ก็ดีครับ...เอ่อ...”

“รินทร์...หรือไอ้รินทร์ก็ได้”

“รินทร์เฉยๆดีกว่า” เพชรบอกขำๆ แต่แล้วก็ตกใจเมื่อคลื่นใหญ่ม้วนซัดเข้ามาทำให้รินทร์ที่เจ็บขาเสียหลัก เพชรรีบคว้าตัวไว้และล้มไปในน้ำด้วยกัน พอทะลึ่งขึ้นมาก็คลานเข้าฝั่งหัวเราะกันเสียงดัง

เพชรเอามือลูบหน้า ร้องว่าเค็มจริงๆ เหมือนที่ย่าบอกเลย เพชรทิ้งตัวนอนที่ชายหาดถอนใจพึมพำอย่างมีความสุข

“ชีวิตมันแปลกๆแบบนี้จริงๆนะ เรื่องที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิด จู่ๆมันเกิดขึ้นมาซะอย่างงั้น แต่อย่างบางเรื่องเราพยายามแทบตายก็ยังไม่เคยเกิดขึ้น”

รินทร์บอกว่าพี่เพชรต้องเข้มแข็ง อย่ายอมแพ้ เพชรบอกว่าตนไม่ได้หมายถึงเรื่องที่บ้านหรือปัญหามากมายที่เกิดขึ้น...พี่หมายถึง...เพชรทำท่าลังเลก่อนดีดตัวขึ้นมองหน้ารินทร์ เอ่ยหน้านิ่งจริงจัง

“อย่าหาว่าพี่เพ้อเจ้อเลยนะ พี่แค่...มีความฝันของตัวเอง สำหรับคนอย่างพี่มันอาจจะดูเป็นเรื่องยากที่ไม่มีทางเกิดขึ้น...แต่มันทำให้พี่มีกำลังแรงใจในการทำอะไรต่างๆมากมายกับเรื่องที่ผ่านมาในชีวิต ความฝันก็ไม่ทำให้พี่เคยท้อหรือยอมแพ้กับอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นเลย รินทร์เชื่อไหมล่ะ”

“เชื่อค่ะ”

รินทร์ตอบทันทีอย่างหนักแน่นจริงใจ บอกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนตนคงยิ้มเยาะในใจและไม่เชื่อสักอย่าง

แต่ตอนนี้ตนได้เห็นกับตาและหัวสมองของตัวเองแล้วทำให้เชื่อได้อย่างสนิทใจ” รินทร์ยิ้มถามว่า “แล้วบอกรินทร์ได้ไหมคะ ว่าความฝันของพี่เพชรคืออะไร”

ooooooo

เพชรหายไปทั้งคืน เช้านี้ย่าพุดจึงถามยุทธ ยุทธบอกว่าที่อู่ก็ไม่มี แต่อาอ่องบอกว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องนิดหน่อย ย่าหน้าเสียกำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พอดีเพชรกับรินทร์เดินมา เพชรเดินเกือบเป็นวิ่งเข้ามากอดย่าอย่างประจบขอโทษที่หายไปทั้งคืน

“เป็นความผิดของรินทร์เองค่ะย่าพุด ย่าอย่าดุพี่เพชรเลยนะคะ” รินทร์รีบออกตัวรับแทน ย่าถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถามเพชรว่าทำอะไรไม่ดีกับหนูรินทร์หรือเปล่า ทั้งสองตอบพร้อมกันว่าเปล่า แล้วรินทร์ขอเป็นคนเล่า

เมื่อรินทร์กลับไปถึงบ้านเช่า แก้วตาดีใจที่เห็นเพื่อนรักกลับมา ซักถามแทบไม่ได้หายใจจนรินทร์ไม่มีช่องตอบ รินทร์ขอเอารถเข้าบ้านก่อนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แก้วตาบอกชาญวิทย์ที่ยืนอยู่ด้วยให้ช่วยเอารถเข้าแล้วปิดบ้านให้เรียบร้อยด้วย บอกว่าตนหิวแล้วขอข้าวเช้าอร่อยๆด้วย บอกรินทร์ให้ไปอาบน้ำแล้วรีบมาเล่าให้หมดเลย ตนอยากฟังมากๆ

รินทร์อาบน้ำสระผมแล้ว ขณะนั่งเช็ดผมก็เอาถุงเล็กๆมาเปิด หยิบเกาะเล็กๆที่ทำจากเปลือกหอยมีต้นมะพร้าวสองต้นออกมาดู คิดถึงวันที่เพชรเล่าโครงการในความฝันของตนให้ฟังแล้วพูดเขินๆว่า ไม่รู้ว่าตนคิดเพ้อเจ้อเกินไปหรือเปล่า

รินทร์ตื่นเต้นบอกว่ามันดีมากเลยและมันต้องทำได้แน่ เพราะพี่เพชรเก่งเรื่องรถอยู่แล้ว แต่เรื่องบริการครบวงจรแบบนี้ตนคิดไม่ถึงจริงๆ จับแขนเพชรอย่างลืมตัว พูดอย่างตื่นเต้นมั่นใจว่า

“พี่เพชรต้องทำได้แน่ๆ รินทร์มั่นใจ รินทร์ตื่นเต้นแทนเลย พี่เพชรต้องทำนะ ต้องทำจริงๆ อย่าทิ้งความฝันเรื่องนี้นะ...นะ...พี่เพชร” รินทร์จับแขนเพชรเขย่าอย่างลืมตัว แต่เมื่อรู้สึกตัว ต่างมองแขนและมือที่จับ รินทร์ปล่อยมือเขินๆ เพชรมองขำๆ แล้วต่างมองไปที่ชายหาด

เด็กสองคนกำลังช่วยกันหิ้วตะกร้าขายของที่ระลึกมา เพชรลุกขึ้นวิ่งไปหาเด็กครู่หนึ่งกลับมาพร้อมของระลึกที่เป็นเกาะเล็กๆมาให้ รินทร์ถามว่า “ซื้อมาทำไมคะ เปลืองตังค์”

“ไม่เปลืองหรอก พี่อยากให้รินทร์เก็บไว้...เพราะรินทร์เป็นคนแรกที่พี่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง...และนอกจาก

รินทร์จะไม่หัวเราะเยาะพี่แล้ว ความยินดีที่จริงใจของรินทร์ที่ให้พี่ ทำให้พี่มีกำลังใจมากๆอย่างที่พี่ไม่รู้จะพูดยังไงเลยล่ะ เพราะฉะนั้นรับไปเถอะนะ มันอาจจะไม่ได้มีราคาอะไร แต่...”

“แต่มันมีคุณค่าที่สุดค่ะ...รินทร์จะเก็บไว้อย่างดีที่สุดเลยค่ะ”

รินทร์คิดถึงเช้าวันนั้น มองเกาะเล็กๆในมือแล้วยิ้มปลื้ม...

ฝ่ายเพชรก็ถูกโก้กับโต้งสองหนุ่มวัยคะนองมียุทธผสมโรงด้วยถามซอกแซกแซวทะเล้นว่าหายไปสองคนทั้งคืนกลับมาตอนเช้า หมายความว่า...เพชรทำหน้าขรึมบอกว่าไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น ไล่ให้ไปทำงานได้แล้ว ทำท่าขยับแข้งขา ยุทธรีบบอกว่าไปแล้วๆ วันนี้ตนมาทำงานวันสุดท้ายอยากทิ้งทวนทำงานให้ดีที่สุด

ก่อนที่ทั้งสามจะแยกกันไปทำงานโต้งถามยุทธว่าเปลี่ยนใจเรื่องไอ้รงค์แล้วจริงเหรอ ยุทธบอกว่าทำไม่ลงเพราะมันก็โดนหนักแล้วปล่อยไปดีกว่า โก้ถามว่าแล้วพี่บอกว่าจะเปิดโปงเรื่องอะไร บอกหน่อยได้ไหมเผื่อเอาไว้เป็นไม้ตายขู่ไอ้รงค์มัน

ยุทธบอกเพชรว่าอยากเล่าแต่จะเล่าแค่เรื่องที่ไอ้รงค์มันเคยเป็นเด็กวิ่งส่งยาเหมือตนแต่มันทำงานก่อนตน และวันที่กวาดล้างครั้งใหญ่ ไอ้รงค์มันหักหลังพี่โบ้ หักหลังทุกคนเอาตัวรอดคนเดียว เพชรปรามว่าเรื่องมันผ่านมาแล้วอย่าไปรื้อฟื้นเลยไม่มีประโยชน์กับใคร

“มีสิเพชร มีมากด้วย” เสียงอ่องแทรกขึ้นจนทุกคนสะดุ้ง โก้กับโต้งสะกิดกันแล้วหลบไป

อ่องจ้องหน้าเพชรกับยุทธด้วยสีหน้าเจ็บปวด ยุทธอยากกลั้นใจตายไปตรงนั้นเลย แต่แล้วก็รอดตายเมื่อศักดิ์มาบอกว่าเถ้าแก่เรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน ยุทธลุกวิ่งไปทันที อ่องมองหน้าเพชรถามอย่างเจ็บปวดว่า

“เพชร ยุทธมันพูดจริงใช่ไหม เพชรรู้เรื่องนี้ด้วยใช่ไหม”

เพชรมองหน้าอ่องด้วยสีหน้าลำบากใจ...

ooooooo

หลังจากพิมหนีไปแล้ว แตนตื่นตระหนกมากเมื่อได้รับโทรศัพท์จากเสี่ยให้เอาตัวพิมกลับมาให้ได้

แตนจึงวางแผนให้ไกรสรไปเอาตัวพิมมาคืนนี้แตนกลับมาเห็นไกรสรนอนหลับรอบตัวมีขวดเหล้าเกลื่อนก็ตรงเข้าไปทุบปลุกให้ตื่นไปเอาตัวพิมมา ไม่อย่างนั้นคราวนี้ได้ตายกันหมดแน่ๆ ไกรสรตื่นขึ้นมาเมาๆงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก

วันเดียวกันนี้ รินทร์เปิดลิ้นชักของตนในห้องแต่งตัว เจอจดหมายและเศษกระดาษหลายใบในลิ้นชักและเมื่อคลี่อ่านก็แปลกใจมาก นัดชาญวิทย์มาพบที่ลานจอดรถแล้วเอาให้ดู ชาญวิทย์พึมพำว่าใบเสนอราคา ถามว่ารินทร์กับแก้วตาก็เจอแบบนี้บ่อยๆไม่ใช่หรือ

รินทร์บอกว่าเคยเจอแต่ไม่เยอะขนาดนี้ทั้งกระดาษและจำนวนเงิน ที่ผ่านมาตนกับแก้วก็พยายามห่างจากพวกเจ้าพ่อมาหลายปี พี่เองก็มีส่วนช่วยทำให้คนมองกันว่าตนกับแก้วเป็นเด็กของคนในเครื่องแบบ บ่นๆว่า

“แต่พักหลังๆมันมีเพิ่มขึ้น และมันก็เหมือนเจาะจงมาที่รินทร์คนเดียวซึ่งมันแปลกมาก...อย่างกรณีของเสี่ย ทำไมจู่ๆถึงกล้าเข้ามาหารินทร์แบบนี้...รินทร์ว่ามันแปลกๆนะพี่”

ชาญวิทย์ฟังแล้วเห็นด้วย บอกรินทร์ไม่ต้องห่วงตนจะตามเรื่องให้แบบเงียบๆ รับรองไม่ให้แก้วรู้เพราะตนกลัวหูชาเหมือนกัน เผลอๆจะโดนทุบจนน่วมด้วยซ้ำ แต่ระหว่างนี้ให้รินทร์ระวังตัวด้วย ตนจะแว่บมาดูบ่อยเท่าที่จะทำได้

ooooooo

วันนี้ขณะณรงค์จะขับรถออกจากบ้าน อ่องมาเปิดประตูให้ พ่อลูกต่างบึ้งตึงเย็นชาต่อกัน จู่ๆยุทธก็เข้ามาเดินผ่านอ่องไปหาณรงค์ที่นั่งอยู่ในรถ กระชากประตูด้านคนขับยื่นหน้าไปกระซิบ

“มึง...ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าหัวมึงกำลังจะขาด” ณรงค์โวยวายฟ้องอ่องว่ายุทธจะต่อยตน “มึงดีแต่ลอบกัด ถ้ามึงไม่รู้ก็ฟังไว้ พี่เอเขารู้ทุกอย่างว่ามึงทำอะไรไว้ รถที่มึงทุบแล้วโยนความผิดให้กู เป็นรถที่พี่เอต้องใช้งานคราวนี้มึงระวังหัวให้ดีๆ ถ้าพี่เพชรเปลี่ยนใจไม่ช่วยมึง คราวนี้แหละมึงเสร็จแน่ เสร็จเหมือนที่มึงเคยทำไว้กับคนอื่น...ไอ้ตาขาว!”

ณรงค์หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ยุทธพูดจบก็เดินไปเลย อ่องมองอย่างรู้ว่าความเดือดร้อนกำลังจะมา...

เมื่อไปที่อู่ อ่องขอคุยกับเพชร เพชรมองหน้าอ่องอย่างเห็นใจ รับว่าพี่เอรู้เรื่องที่ณรงค์ทำทั้งหมด และรถคันนั้นก็เป็นเดิมพันสำคัญ ตนไม่รู้ว่าเดิมพันอะไรกัน แต่บอกอ่องว่า

“ไม่ต้องกังวลครับ ผมตกลงกับพี่เอแล้วว่าผมจะทำ แล้วพี่เอจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่รงค์หรือยุทธอย่างเด็ดขาด อาอ่องสบายใจได้” อ่องมองเพชรอย่างเกรงใจ “ไม่เป็นไรครับอาอ่อง ผมจะทำเต็มที่...อาเชื่อผมนะครับ อย่างน้อยผมก็โตมากับอู่ คลุกคลีกับรถทุกแบบ ขับรถมาแล้วทุกชนิด เพราะฉะนั้นถือว่าผมได้เปรียบคนอื่นและผมจะใช้ความได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์ครับ”

“ขอบใจนะเพชร ขอบใจที่เพชรช่วยรงค์อีกครั้ง” อ่องเอ่ยอย่างซึ้งใจ

เอมีแหล่งซ่องสุมอยู่ที่โรงงานร้าง เป็นทั้งแหล่งซ่องสุมและที่ทำงาน ป๋องเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องสองคน หยิบปืนในกระเป๋าออกมา

“เฮียเน้าฝากให้พี่เป็นพิเศษ ส่วนปืนที่จะส่งต่อ เดี๋ยวเฮียเขาเอามาให้เองที่สนาม” เอพยักหน้า ป๋องถามว่า “พี่เอ...พี่แน่ใจจริงๆเหรอว่าแผนนี้จะได้ผล”

“ได้ผลสิวะ เอ็งเตรียมเก็บเงินเดิมพันจากไอ้พวกฝั่งธนได้เลย รับรองว่าคราวนี้นอกจากข้าจะได้มาคุมเขตนี้อย่างเต็มตัวแล้ว เรายังจะมีเงินใช้สบายๆไปอีกหลายเดือนเลย”

แต่ไม่ทันไรลูกน้องอีกคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา เอถามว่ามีอะไร ลูกน้องไม่ทันตอบ ครูหมายก็เดินตามเข้ามาหน้าตาเคร่งขรึมแบบที่เอรู้สถานการณ์ดี

ooooooo

ที่บ้านอ่อง ขณะจิตรากำลังดูหนังสือที่ณรงค์เอามาให้อย่างเพลิดเพลิน อ่องก็เข้ามาถามณรงค์หน้าเครียดว่าสนุกมากใช่ไหม จิตราไม่พอใจบอกว่าพี่จะทำอะไร ลูกกำลังสนุก

“ก็อยากสั่งสอนมันไง...ที่จริงพี่ควรสั่งสอนมันมาตั้งนานแล้ว สั่งสอนให้มันมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ ลุกขึ้น ไปกับพ่อ ลุก!”

จิตราไม่ให้ณรงค์ไป หาว่าอ่องชอบทำร้ายจิตใจลูก แค่นี้ลูกก็เจ็บปวดมากพอแล้ว

“มันแค่เจ็บปวดหัวใจ แต่จิตรู้ไหมว่าลูกชายคนดีของจิตมันทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของคนอื่นมากมายแค่ไหนแล้ว รู้บ้างไหม” จิตราเถียงข้างๆคูๆ ถามว่าลูกเลวร้ายตรงไหน “ตรงที่มันเป็นเด็กส่งยาไงล่ะ เด็กส่งยาให้พวกชั่วที่สลัมฝั่งโน้นไง มันเป็นคนหยิบยื่นความตายให้คนอื่นรู้ไหม เข้าใจหรือยัง”

ณรงค์ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอ่อง จิตราได้แต่ครางถาม “จริงเหรอรงค์...รงค์...”

อ่องเสียใจมากไปเล่าให้ย่าพุดฟัง ถามว่าตนทำผิดใช่ไหม ตนเป็นคนทำร้ายรงค์ใช่ไหม ย่าพุดลูบหัวอ่องที่ซบตักอย่างห่วงใย ให้กำลังใจว่า

“ความผิดของพ่อแม่คือรักอย่างไร้เหตุผลเท่านั้นเอง ต่อไปนี้เอ็งก็ต้องใช้เหตุและผลให้มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก มันอาจจะใช้เวลานานพอสมควร กว่า

ณรงค์มันจะเข้าใจและคิดได้ แต่เชื่อย่านะอ่อง ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใหม่ วันนี้อาจจะแย่ที่สุด แต่วันนี้เวลานี้กำลังจะผ่านไป เรื่องดีหรือร้ายแค่ไหนเดี๋ยวมันก็ต้องผ่านไป ทำใจให้เข้มแข็งนะลูก อย่ายอมแพ้”

อ่องซึ้งในความรักห่วงใยของย่าพุดจนน้ำตาซึม ย่าปลอบให้เข้มแข็ง พูดติดตลกให้อ่องผ่อนคลายว่าเดี๋ยวเจ้าพิมกลับมาเห็นจะถูกหัวเราะเยาะเอา ถ้าไม่สบายใจก็มาไหว้พระกันก่อน อ่องถามว่าพระช่วยได้เหรอ

“ท่านช่วยให้เราสมหวังในสิ่งที่เราขอไม่ได้หรอกอ่อง แต่ท่านช่วยให้เราสงบขึ้น จิตใจสงบขึ้น ไม่ฟุ้งซ่านจะทำให้เราคิดอะไรได้ดีกว่านะอ่อง”

ที่โรงงานร้าง ป๋องเอารถสำหรับแข่งเดิมพันมาสองคัน เอถามเพชรว่าแน่ใจหรือว่าจะเอาชนะพวกมันได้ เพชรพยักหน้าบอกว่าทั้งสองคันเครื่องดีมาก

“ดี...เพราะถ้าข้าชนะ ข้าก็จะอยู่ที่นี่แบบไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกแล้ว” เอกระหยิ่ม

ทันใดนั้นมีเสียงคนวิ่งมาจากมุมหนึ่ง ทุกคนตกใจ เอตะโกนว่าใคร ท้าให้โผล่หัวออกมา และจะไปตามเสียง เพชรกระโจนคว้าไว้ “พี่เอ ระวังพี่” เพชรกับเอล้มลงกับพื้นพร้อมกับเสียงปืนแผดสนั่นขึ้น

มันเป็นพวกนักเลงจากฝั่งธน 4 คนที่จะมาเก็บเอ เอบอกเพชรหลบไปเพราะมันมุ่งมาเก็บตน เพชรกระโดดขึ้นรถถอยมาบังเอที่พวกนักเลงฝั่งธนเล็งปืนใส่ เปิดประตูเรียกเอให้รีบขึ้นรถ พอเอกระโดดขึ้นรถ ป๋องกับลูกน้องก็กระโดดขึ้นรถอีกคันขับตามไป

“ไปเอารถมาเร็ว” เสียงนักเลงต่างถิ่นตะโกนบอกกัน

ooooooo

เจ๊แหม่มกับแตนไปซุ่มดูพิมขายขนมที่ตลาด เจ๊แหม่มถามแตนอย่างไม่สบายใจว่าต้องเป็นคนนี้หรือให้แตนไปหาเด็กใจแตกคนใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ ตนไม่อยากโดนพี่ชายมันหักคอ

แตนบอกว่าถ้าทำได้ตนทำไปแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเสี่ยถึงอยากได้มันนัก เจ๊แหม่มโทษว่าเพราะแตนที่โฆษณาไว้มาก และคนอย่างเสี่ยพงษ์อยากได้ใครก็ต้องได้ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจ แล้วบ่นปวดหัว

“จะปวดหัวตอนนี้หรือจะปวดตอนโดนลูกน้องเสี่ยรุมกระทืบ ก็เลือกเอา” แตนทิ้งไพ่ตาย

พิมขายของหมดก็เก็บหาบเตรียมกลับพูดคุยกับบรรดาแม่ค้าอย่างร่าเริง หารู้ไม่ว่าแตนกับแหม่มเลี่ยงออกไปก่อนแล้ว

พอตกเย็นยายเจียมก็วิ่งหน้าตาตื่นไปหายายพุดบอกข่าวเรื่องพิม แล้วย่าพุดกับยายเจียมรีบไปหาครูหมายขอให้ช่วยพิม เจอยุทธกำลังบอกครูหมายว่าเพชรกับเอแย่แล้ว มีคนบอกว่าพวกฝังธนส่งคนมาเก็บเอ พวกที่มีบ้านอยู่แถวโรงงานร้างได้ยินเสียงปืนรัวสนั่น ถามครูว่าจะทำยังไงดี

แต่พิมถูกส่งถึงมือเสี่ยพงษ์แล้ว เสี่ยพงษ์ลวนลามพิมอย่างหื่น ไม่สนใจว่าพิมจะอ้อนวอนอย่างไร แต่เสี่ยก็ถูกขัดจังหวะเมื่อลูกน้องเข้ามาบอกว่ามีเรื่อง เสี่ยให้ลูกน้องเอาพิมไปเก็บไว้ในห้อง แล้วไปโทรศัพท์หน้าเครียด

ที่โรงงานร้าง นักเลงจากฝั่งธนเอารถมอเตอร์ไซค์สองคันซ้อนกันไล่ตามรถของเพชรกับป๋องไปทันที

เอค้นหาปืนในรถ สบถหัวเสียที่ไม่มีสักกระบอก บอกเพชรว่าตนไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้พวกมัน ถามเพชรว่าไม่เป็นไรใช่ไหม เพชรบอกว่าไม่เป็นไร ชี้ให้ดูแยกหน้า เอบอกว่าซอยเล็กมาก จะทำอะไร

“ต้องวัดกับมันพี่ ว่ามันจะบ้าบิ่นแค่ไหน” เพชรบอกแล้วเร่งเครื่องห่างพวกนักเลง พวกมันร้องบอกกัน

“เฮ้ย...เร็วสิวะ มันเผ่นแล้ว” แล้วรถมอเตอร์ไซค์สองคันก็เร่งความเร็วตามรถของเพชรไป

เพชรขับรถเข้าไปในซอยแคบขนาดรถเก๋งคันเดียวที่ข้างๆเป็นพงหญ้า เอบอกเพชรให้หลบไปก่อนตนจะลุยเอง เพชรบอกไม่ทันแล้ว พวกมันมาแล้ว ถามเอว่าพี่พร้อมแล้วใช่ไหม

แล้วเพชรก็เร่งเครื่องสวนออกไปทำเอานักเลงต่างถิ่นตกใจรับมือไม่ทัน มันพยายามถอยหนีแต่ถูกรถของเพชรพุ่งเข้าหาและเปิดประตูกระแทกมันอย่างแรงจนล้มกลิ้งกันไม่เป็นท่า

เอโดดลงไปแย่งปืนจากมันเล็งใส่พวกมันที่กองกับพื้น เพชรวิ่งตามมาร้องห้าม

“พี่เอ...อย่านะพี่” เอบอกว่าเอ็งไม่ต้องยุ่ง

ถ้าไม่ฆ่ามันก็ต้องถูกมันฆ่า ยกปืนเล็งใส่มันคำราม...เอ็งพลาด เอ็งตาย “พี่เอ ถ้าพี่ข้ามเส้นนี้ไปชีวิตของพี่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่”

เอนิ่งจ้องหน้าเพชรที่มายืนขวาง ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นข้างหลังเอ เอกับเพชรสะดุ้ง นักเลงเล็งปืนที่เอ

“มึงก็พลาดที่ไม่จัดการพวกกูตั้งแต่แรก”

“แกก็พลาดนะ ที่ลืมไปว่าบ้านเมืองนี้ยังมีตำรวจอยู่” เสียงชาญวิทย์แทรกขึ้นแล้วเดินเข้ามาพร้อมตำรวจอาวุธครบมือ เย้ยพวกนักเลงว่า “แกไม่เร็วไปกว่าฉันหรอกไอ้ดำ”

เอจ้องหน้าดำ จำได้ว่ามันเป็นมือขวาของเฮียหลง ขยับจะเข้าไปหามัน เพชรรีบห้าม นักเลงเย้ยว่าตำรวจจะทำอะไรตนได้ แล้วทำท่าจะลั่นไก แต่ถูกชาญวิทย์ยิงที่แขนจนล้มกลิ้ง แล้วตรงเข้าไปเตะปืนออก ตำรวจที่เหลือรีบเข้ารวบตัวพวกนักเลงทันที ชาญวิทย์ถามว่าพวกมันแค่สามคนใช่ไหม เพชรจะตอบ แต่เอชิงบอกก่อนว่า “ใช่...พวกมันมีแค่นี้”

พอดีป๋องวิ่งเข้ามาหาเอ เอถามว่าหายหัวไปไหนมาปล่อยให้ตนโดนหมาบ้าพวกนี้ไล่กัดอยู่ได้

“ผมตามมาติดๆพี่ แต่ผมเห็นแล้วว่าใครมาช่วยพี่ ไอ้ยุทธมันไปโวยวายลั่นไปหมด แต่มันยังมีอีกเรื่องพี่”

เพชรมองขวับถามว่าเรื่องอะไร ป๋องหน้าเสียบอกอย่าพูดตรงนี้เลย รีบไปก่อนเถอะ ไม่งั้นต้องคุยกับตำรวจอีกยาว เอมองตำรวจแล้วพยักหน้า

“เออ...ไปทางนี้ แล้วเอ็งไปลากไอ้ตัวที่นอนจมอยู่ในปลักมาด้วย เงียบๆนะมึง...ไปเพชร”

เพชร เอกับป๋องหลบออกไปเงียบกริบ

ชาญวิทย์มองลูกน้องจัดการกับคนร้ายแล้วมองหาพวกเพชร พึมพำ “ไปไหนกันหมดแล้ว” เดินไปดูรถที่เพชรขับมา แล้วมองไปรอบๆที่มีแต่ความมืด...

ขณะที่ที่บ้านครูหมาย...ทั้งย่าพุด ครูสร้อย ยายเจียม รินทร์กับแก้วตากำลังนั่งเป็นทุกข์กันนั้น อ่องกับครูหมายเดินเข้ามา ย่าพุดถามว่าได้เรื่องไหม ทั้งสองส่ายหน้า รินทร์ถามว่าแล้วยุทธล่ะ ยุทธไปไหน อ่องกับครูหมายมองหน้ากัน อ่องถามว่า “นั่นสิ เจ้ายุทธมันหายไปตอนไหน”

“เพชรกลับมาหรือยังครับ” ชาญวิทย์เดินเข้ามาถามอย่างร้อนใจ

ทุกคนหันมองชาญยุทธเป็นตาเดียวอย่างร้อนใจยิ่งกว่า...

ooooooo

ป๋องไปบอกเพชรเรื่องหนูพิมถูกเสี่ยพงษ์เอาไป เพชรพรวดออกไปทันทีจนยุทธต้องกระโจนเข้ารั้งไว้ เพชรตะโกนให้ปล่อยสะบัดจนหลุดจากยุทธ

เอผละจากนักเลงคนที่สี่ที่นอนสลบอยู่มาบอกเพชร

“ใจเย็นๆเพชร ยังไงเราก็ต้องไปช่วยพิมด้วยกัน” เอมองนักเลงที่สลบอยู่  บอก “และมันจะเป็นตัวไขปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

เมื่อไปถึงบ้านหรูของเสี่ยพงษ์ เพชรกระโดดลงจากรถ เอโดดตามบอกให้ใจเย็นๆ ป๋องกับยุทธวิ่งตามลากนักเลงคนที่ 4 ที่เพิ่งได้สติมาด้วย เอบอกด้วยสายตาดุดันว่า

“เอ็งสองคนรอตรงนี้” ป๋องจะแย้งก็ถูกขัด “เอ็งไม่ต้องกลัวแทนข้าไอ้ป๋อง เสี่ยพงษ์อาจจะน่ากลัว แต่คราวนี้คนที่ต้องกลัวไม่ใช่ข้าแน่นอน” พูดพลางมองนักเลงคนที่ 4 ที่ยืนจ้องอย่างหวาดกลัว

เพชรกับเอเดินตามลูกน้องเสี่ยพงษ์เข้าไปในบ้านหรู เอลากคอเสื้อนักเลงคนที่ 4 เข้าไปด้วยพลางกระซิบบอกเพชรว่าเสี่ยพงษ์เป็นคนดูแลฝั่งนี้ทั้งหมด ถามเพชรว่าอยากมีบ้านใหญ่โตหรูหราแบบนี้ไหมล่ะ ถ้าจะเปลี่ยนใจ ตอนนี้ตนกำลังจะ...เพชรขัดขึ้นทันทีว่า

“ไม่เปลี่ยนหรอกพี่ ผมยอมรับว่าอยากมีบ้านหลังใหญ่โตและมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมไม่อยากมีบ้านที่ต้องปิดทึบ แล้วก็ต้องคอยระวังตัวอยู่แบบนี้ ผมชอบอยู่ในที่สว่างสดใสมากกว่าพี่”

ขณะเดียวกันที่หน้าบ้านหรูที่ป๋องกับยุทธยืนคอยเพชรกับเออยู่ จู่ๆรินทร์กับชาญวิทย์และตำรวจนอกเครื่องแบบอีกหลายคนก็ขับรถและขี่มอเตอร์ไซค์มา ยุทธถามว่ามากันได้ยังไง ชาญวิทย์บอกว่าอย่าลืมว่าตนเป็นตำรวจ รินทร์ก็บอกว่าพี่ชาญวิทย์เขาทำหน้าที่ของตัวเองเพราะได้รับแจ้งว่าอาจมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแถวนี้ บอกยุทธขึงขังว่า “แต่ยุทธนั่นแหละที่ต้องตอบมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

เมื่อเอกับเพชรพานักเลงคนที่ 4 เข้าไปพบเสี่ยพงษ์ที่มีนักเลงห้อมล้อมอยู่ถึง 4 คน เอบอกว่า

“มันเป็นลูกน้องเฮียหลงแน่ๆ แล้วมันก็กล้ามากที่เข้ามาเหยียบจมูกเสี่ยถึงนี่ แสดงว่ามันไม่ได้สนใจเลยว่า ใครที่ดูแลแถวนี้ งั้นก็แสดงว่าไอ้เรื่องแข่งรถกับเรื่อง

ส่งของที่เป็นข้อตกลงนี่เสี่ยเป็นคนคิดขึ้นมา ไม่มีใครสนใจเลย...แบบนี้ชื่อเสี่ยพงษ์จะมีความหมายอะไร”

“ไอ้เอ...มันจะมากไปแล้วนะโว้ย”

“ใช่ มันมากเกินกว่าที่ผมจะทนแล้วนะเสี่ย พวกมันตั้งใจไล่ฆ่าผมโดยไม่สนใจกฎอะไรทั้งนั้น แล้วเฮียเน้าก็ไว้ใจให้เสี่ยดูแลเรื่องทั้งหมด แต่เสี่ยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันเข้ามา แล้วถ้าผมตายไปใครจะรับผิดชอบ”

“ถ้ามึงตายใครก็ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งนั้น แต่ตอนนี้มึงยังไม่ตาย กูเองนี่แหละที่จะจัดการเรื่องนี้เอง”

เสี่ยพงษ์สั่งลูกน้องที่รายล้อมให้กลับไปได้แล้วพลางตัวเองจะออกไป เอบอกว่ายังมีอีกเรื่อง คือเรื่องเด็กผู้หญิงที่เสี่ยเอามาวันนี้ ตนเคยขอเฮียเน้าไว้แล้วว่าถ้าตนทำงานทั้งหมดสำเร็จ เฮียเน้าจะช่วยพูดเรื่องเด็กให้ เสี่ยพงษ์ถามว่าจะมายุ่งอะไรกับเด็กของตน เสี่ยพงษ์ปรามว่ามากไปแล้วและสั่งลูกน้องให้จัดการเอ แต่ถูกเพชรโดดเข้ามาเล่นงานจนเสี่ยตกใจและพอใจฝีมือของเพชร ชวนมาทำงานด้วยแลกกับการที่ตนจะไม่ยุ่งกับพิม

เพชรขอบคุณ แต่ตนไม่คิดที่จะเป็นอะไรนอกจากช่าง ขอความเมตตาเสี่ยปล่อยน้องสาวตนเถิด เสี่ยไม่พอใจและลูกน้องก็ชักปืนออกมาจะเล่นงานเพชร ก็พอดีลูกน้องเข้ามาบอกว่าเฮียเน้าโทร.มาบอกว่ามีเรื่องด่วน

ในที่สุดเพชรก็ประคองพิมออกมาท่ามกลางความดีใจของทุกคนที่รออยู่หน้าบ้าน และเพชรก็กอดขอบคุณเอที่ช่วยเรื่องพิมครั้งนี้

ooooooo

พิมกลับบ้านอย่างปลอดภัย รุ่งขึ้นยายเจียมก็รดน้ำมนต์ให้จนพิมหนาว เพชรบอกยายเจียมว่ารดจนพิมตัวเปื่อยหมดแล้ว ย่าบอกให้รดเถอะเมื่อวานพิมเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้

เพชรบอกเรื่องมันจบแล้วต่อไปหนูพิมจะปลอดภัยจากคนพวกนั้น แต่เพื่อความอุ่นใจตนจะให้พิมไปเรียนกับครูหมายเพื่อให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ยุทธออกจากอู่แล้วก็มาช่วยแม่ขายอาหาร เมื่อเพชรมาบอกเรื่องจะให้พิมไปฝึกกับครูหมาย ยุทธเลยจะให้ยุวดีไปฝึกมวยด้วยเพื่อไว้ป้องกันตัว

ยุทธมาช่วยแม่ขายอาหารเห็นแม่ทำงานหนักแล้วสงสารที่ต้องทำงานเลี้ยงลูกๆคนเดียวมาตลอด บอกเพชรว่าเป็นพ่อค้าก็ไม่ได้เลวร้ายหรือน่าอับอายอย่างที่ตนคิด เพชรบอกว่าเราสองคนโชคดีที่เติบโตมากับผู้หญิงที่เข้มแข็ง ต่อไปนี้เราต้องดูแลปกป้องผู้หญิงทุกคนของเราอย่างเต็มความสามารถ มองหน้าและบอกยุทธเหมือนสัญญาต่อกันว่า

“อย่าให้ความคิดโง่ๆหรืออารมณ์เลวร้ายมาทำให้เราเป็นคนชั่วที่จะทำให้ผู้หญิงที่เรารักเสียใจ”

พอดีอ่องมาบอกยุทธว่าอู่เถ้าแก่บุ๋นต้องการคนงานเพิ่ม ให้ยุทธไปทำได้เลยตนคุยให้แล้ว ยุทธไหว้ขอบคุณแต่ตนเริ่มสนุกกับชีวิตตอนนี้แล้วพูดอย่างมุ่งมั่นภูมิใจว่า

“ตอนนี้ผมเป็นพ่อค้า เป็นช่าง แล้วกำลังจะเป็นคนสอนมวยที่บ้านครูหมายอีก ที่สำคัญผมอยากช่วยแม่ให้มากที่สุดจนกว่าทุกอย่างจะลงตัว แล้วค่อยกลับไปเริ่มงานประจำใหม่”

ยุทธขอบคุณอ่องที่ช่วยตน อ่องบอกว่ายังไงก็ต้องช่วย เพราะยุทธช่วยรงค์ไว้

“ไม่เอาแล้วอาเรื่องมันผ่านมาแล้ว ผมเข้าใจนะว่าความรักของพ่อแม่มันเป็นยังไง ดูอย่างแม่ผมสิไม่บ่นสักคำเรื่องที่ผมออกจากงาน หรือจริงๆอาจจะเป็นเพราะพี่เพชรไปช่วยพูดก็ไม่รู้ แต่เอาจริงๆผมไม่โกรธหรอก ไม่โกรธแล้ว...แต่กับพี่รงค์ผมให้อภัยไม่ได้” เห็นอ่องหน้าเสียยุทธบอกว่า “ในตอนนี้นะ แต่ต่อไปก็ว่ากันไปตามสถานการณ์นะอา”

เพชรมองยุทธอย่างภูมิใจที่วันนี้ยุทธมีความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว

วันนี้ขณะแตนอยู่ในห้องแต่งตัวที่คาเฟ่ เอเข้าไปบอกแตนห้ามไปยุ่งกับครอบครัวของเพชรอีกไม่ว่าใครก็ตาม ร้านนี้อยู่ในความดูแลของตน แล้วถ้ายังอยากมีที่ทำมาหากินก็เปลี่ยนวิธีการหากินเสีย

ไกรสรเห็นแตนคุยกับเอท่าทางแตนตกอกตกใจก็ถามว่าเอทำอะไร ถูกแตนมองอย่างเกลียดชังตวาดไล่

“ไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับฉัน...ไป!”

ไกรสรเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของแตนก็ตกใจ

ooooooo

ไกรสรถูกแตนพามาทิ้งไว้ที่ใกล้กองขยะหลังร้าน อ่องมาเจอถามว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้  ไกรสรบอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับตน แตนสั่งให้รออยู่ตรงนี้ตนก็รอ

อ่องพยายามบอกไกรสรว่าแตนไม่ใช่คนดี เป็นคนหลอกพิมเอาไปขายให้เสี่ยพงษ์และยังหลอกเด็กสาวคนอื่นๆให้หลงเดินทางผิด แตนเป็นแม่เล้า แตนทำให้ย่าพุดเจ็บปวด

แต่ไกรสรที่ทั้งเมาและหลงแตนหัวปักหัวปํา ด่าอ่องว่าไอ้ปากชั่ว แตนของตนเป็นคนดี อ่องยิ่งพูดเพื่อให้ไกรสรตาสว่าง แต่ไกรสรกลับหาว่าอ่องใส่ร้ายแตน ทั้งคู่เถียงกันจนในที่สุดก็ชกต่อยคลุกอยู่ในกองขยะ

อ่องไปชำระสะสางตัวเองที่บ้านครูหมาย เพชรมองอ่องอย่างรู้สึกผิดแทนพ่อ แต่อ่องกลับขำบอกเพชรว่าเมื่อก่อนตนกับไกรสรซัดกันหนักกว่านี้ ถามว่ารู้ไหมว่าใครที่ปราบพวกเราเสียอยู่หมัด เพชรถามว่าย่าตนหรือ

ครูหมายบอกว่าย่าพุดปราบทุกคนได้อยู่หมัด แต่สำหรับไกรสรอาจยากกว่าเพราะย่าพุดรักมากจนไม่กล้า ทำอะไรมันเยอะ อ่องเปรยว่า “ใช่ ความรักที่มากเกินไปของพ่อแม่”

“แต่ความรักของพ่อกับแม่ก็ยิ่งใหญ่เสมอนะครับ อาอ่อง...ผมเชื่อครับว่าวันนึงพ่อหรือพี่รงค์จะต้องเข้าใจและเริ่มต้นทำอะไรที่จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้ในสักวัน”

อ่องพยักหน้า ชวนครูหมายลงนวมกันเผื่อต้องฟัดกับไกรสรอีกจะได้ล้มมันได้ ให้กำลังใจเพชรว่า

“อาไม่ยอมแพ้หรอกเพชร พ่อเอ็งจะอยู่แบบนั้นไปตลอดไม่ได้ อาต้องพามันกลับมาให้ได้”

เมื่อกลับไปเล่าให้ย่าฟัง เพชรบอกย่าว่าไม่ต้องกังวล ตนกับอาอ่องจะพาพ่อคนเดิมกลับมาให้ได้

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงไกรสร คืนนี้อ่องเดินเข้าไปในร้านกวาดตาหาไกรสร เห็นถูกแตนตวาดไล่

“กูไม่ใช่เมียมึง อย่ามายุ่งกับกู พวกตัวซวยไปให้พ้น”

ขณะนั้นเอง นะที่เพิ่งออกจากคุกเข้ามาตะคอก “ใคร ใครมายุ่งกับแตนเมียกู”

ทั้งไกรสรและนะต่างอ้างว่าตนเป็นผัวแตน แตนชี้หน้าไกรสรบอกนะว่าคนขี้เมาชอบมายุ่งกับตน นะเล่นงาน ไกรสรจนอ่องเข้าประคองจะพาออกไปแต่ก็กลับถูกนะแทงเข้าที่แขนแล้วจะแทงไกรสร แต่อ่องพุ่งเข้าขวางเลยถูกนะแทงที่ลิ้นปี่จนมิดด้าม ชักมีดออกแล้วแทงซ้ำๆ ไม่ยั้ง เพชรวิ่งตามเสียงเอะอะเข้ามารีบเข้าช่วยอ่อง ส่วนแตนคว้าแขนนะหนีไปทันที

เพชรประคองอ่องที่เลือดท่วมตัว อ่องก็ยังพยายามถามว่าไกรสรไม่เป็นอะไรใช่ไหม เพชรบอกว่าพ่อไม่เป็นอะไร แล้วพาอ่องส่งโรงพยาบาล ไกรสรเพิ่งได้สติบอกเพชรว่าจะไปด้วย พอดีรินทร์ แก้วตากับชาญวิทย์เข้ามาจึงช่วยกันพาอ่องขึ้นรถไปโรงพยาบาล รินทร์บอกเพชรว่า “เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ”

จิตรากับณรงค์ด่าเพชรกับไกรสรว่าทำพ่อตนอีกแล้ว อ่องที่บาดเจ็บสาหัสรู้ตัวว่าไม่รอดให้พยาบาลเรียกจิตรา ณรงค์ ไกรสรกับเพชรเข้าไปในห้อง จิตรายังด่าไกรสรกับเพชรว่าทำให้อ่องต้องเป็นแบบนี้

“จิต...อย่าคิดแบบนั้น พี่เป็นเพื่อน เป็นครอบครัว ยังไงพี่ก็ต้องทำ” อ่องปกป้องเพชรกับไกรสร และบอกณรงค์ “พ่อรักลูกนะรงค์...รักมากกว่าอะไรทั้งหมด พ่อขอโทษที่ทำให้รงค์เสียใจนะลูก พ่อเสีย...”

อ่องพูดไม่ทันจบก็สิ้นใจไปต่อหน้าทุกคน จิตราร้องไห้โฮ ณรงค์ก็เสียขวัญเมื่อพ่อจากไป

ในงานศพของอ่อง ไกรสรที่วันนี้ไม่เมาจะเข้าไปกราบศพอ่องถูกทั้งจิตราและณรงค์ทั้งด่าทั้งไล่ไม่ให้ไปกราบศพอ่อง จนในที่สุดไกรสรบอกเพชรว่าตนจะกลับไปรออ่องที่บ้านเผื่ออ่องจะแวะไปหาเหมือนที่เคยทำ

ย่าพุดกรองกับพิมไปที่วัดก็ถูกจิตราไล่ไม่ให้ไปกราบศพอ่อง พิมถามย่าว่าอาอ่องตายเพราะพ่อจริงๆหรอ

ครูหมายให้สร้อยพาพิมกับยุวดีไปล้างหน้าแล้วค่อยไปไหว้อ่อง ตน ย่าพุดกรองกับปรุงจะเข้าไปไหว้ลาอ่องก่อน

เมื่อกลับถึงบ้าน ย่าพุดเห็นไกรสรนั่งกินเหล้าอยู่ในบ้านก็เข้าไปถามว่ากินข้าวหรือยังเดี๋ยวแม่ทำให้ กลับถูกไกรสรผลักจนเซ พิมประคองย่าถามว่าเจ็บไหม หันเสียงดังกับไกรสรว่า พ่อจะทำแบบนี้อีกกี่ครั้ง ต้องฆ่าคนอีกกี่คนพ่อถึงจะพอใจ ตะโกนถามว่า

“อาอ่องทำผิดอะไร ทำไมพ่อต้องทำร้ายอาอ่องแบบนี้ พิมเกลียดพ่อ เกลียดที่สุด ทำไมพ่อไม่ตายแทนอาอ่อง ทำไม...ทำไม!!”

ไกรสรได้แต่มองพิมอย่างเจ็บปวด ย่ามองไกรสรกับพิม ทั้งตกใจและเจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ตอนที่ 3 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ 16 ก.พ. 2562 06:57 2019-02-19T02:56:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ