ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ

บรรยากาศใน พ.ศ.2517 เป็นช่วงที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระหว่างนักศึกษากับรัฐบาลเผด็จการในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 นักศึกษายังเป็นกลุ่มปัญญาชนที่พยายามผลักดันช่วยเหลือสังคม...

ธุรกิจไนต์คลับ บาร์ และเพศพาณิชย์ ยังคงบูม ผู้หญิงจำนวนมากหาเงินด้วยการขายร่างกายทั้งด้วยการยินยอมและโดนบังคับ โดยอยู่ในความดูแลของนักเลง มาเฟีย อั้งยี่และผู้มีอิทธิพลมากมาย

และสาวโรงงานคืออาชีพสำคัญสำหรับเด็กสาวจากต่างจังหวัด

เพชร เด็กหนุ่มวัย 17 เติบโตในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงแห่งความรุ่งเรืองในยุคนั้น...

เพชรเรียนจบแค่ ป.4 ทำงานที่อู่ของเฮียตงที่มีความเมตตา เพชรทำงานอย่างขยันขันแข็งมุ่งมั่นหมั่นศึกษาจนมีฝีมือการซ่อมรถที่ลูกค้าเชื่อถือทั้งด้านฝีมือ ความ รับผิดชอบและความซื่อตรง

วันนี้เพชรรับซ่อมรถเก่าคันหนึ่ง ซ่อมแล้วให้ลุงเจ้าของรถลองสตาร์ตดู ปรากฏว่าสตาร์ตติด

“เรียบร้อย” เพชรภูมิใจบอกลุงว่า “แบตมันเก่าแล้วน่ะลุง ขั้วก็หลวม สายไฟก็เริ่มเปื่อยหมดแล้ว  ถ้าลุงว่างก็เอารถไปอู่เฮียตงนะ เดี๋ยวผมช่วยดูให้อีกที”

ลุงขอบใจเพชรแล้วเอาค่าเสียเวลาให้ เพชรบอกไม่เป็นไร เล็กน้อยเอง บอกลุงให้รีบไปเถอะป้ารอนานแล้ว เดี๋ยวโดนเล่นงานอีก ลุงนึกได้ ขอบใจแล้วรีบไป

พอลุงขับรถออกไป เพชรก็สะดุ้งเพราะได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเด็กสาว เพชรออกมามองตามเสียง เห็นที่ลานโล่งฝั่งตรงข้าม ชายฉกรรจ์สองคน กำลังฉุดกระชากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ที่ดิ้นรนหวีดร้องอย่างหวาดกลัว เด็กผู้ชายอีกคนอายุประมาณ 10 ปีพยายามเข้าไปช่วยแต่ถูกชายฉกรรจ์ถีบจนคว่ำแล้วลากเด็กหญิงไป

เพชรมองตามชายฉกรรจ์ที่ลากเด็กหญิงไปแล้ววิ่งลัดตัดไปอย่างชำนาญเส้นทาง พลางตะโกนบอกคนแถวนั้นให้แจ้งตำรวจด้วย

ที่อีกมุมหนึ่งในสลัม ณรงค์กับเอ กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่อย่างตึงเครียด ณรงค์ตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดว่า “มึงตัดหน้ากูไอ้เอ...งานนี้เป็นของกู มึงต้องแบ่งเงินมาให้กูด้วย”

“อะไรของมึงวะรงค์ งานอะไร คนสูงส่งมีเกียรติอย่างมึงจะมีงานอะไรให้กูแย่งได้ งานของกูมีแต่งานร้อนๆ ผิดกฎหมาย หรือว่ามึงก็ทำงานแบบนี้...ถ้ามึงอยากได้เงิน ก็ไปบอกแม่มึงให้มาจัดการให้เหมือนทุกครั้ง...กล้าไหมล่ะ ไอ้ลูกแหง่”

“ไอ้เอ อย่าคิดว่ากูไม่กล้านะมึง...ไอ้วุธ” ณรงค์หันไปเรียกวุธที่ยืนอยู่ใกล้ๆ วุธโวยอย่างรู้ทันว่ากูไม่เกี่ยว มึงอยากได้ก็เข้าไปเอาเองสิวะ ณรงค์คำราม “มึง” จ้องหน้าวุธ ต่างมองเกี่ยงกัน

เอมองทั้งสองอย่างดูถูกแล้วหมุนตัวออกไปก็ต้องตกใจร้องเฮ้ย! เมื่อถูกเพชรที่วิ่งตะบึงมาชนอย่างจัง จนกระเด็น “ไอ้เพชร อะไรของเอ็งวะ”

“ไอ้พวกจับเด็กพี่...มันมาอีกแล้ว...ผมจะไปดักมันที่ริมถนน”

“ไอ้พวกสารเลว เอ็งวิ่งตามมันไม่ทันหรอก...” เอเข้าไปกระชากวุธออกจากมอเตอร์ไซค์ “ไปเพชร ไปกระทืบไอ้พวกเดนนรกพวกนั้นด้วยกัน”

เพชรโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ทันที วุธที่นั่งกองอยู่กับพื้นลุกไม่ทัน ได้แต่ตะโกนโหวกเหวก

“ไอ้เอ รถกู...รงค์ ไอ้เอมันเกี่ยวอะไรด้วยวะ หรือมันกลายเป็นพวกจอมเสือกเหมือนไอ้เพชรอีกคนนึง”

“ก็เรื่องผู้หญิงไง...ผู้หญิงเหมือนแม่มัน ไอ้นี่มันทำเป็นเจ๋งไม่สนใจใคร แต่ถ้าเรื่องผู้หญิงมันอยู่เฉยไม่ได้หรอก” ณรงค์เหยียดปากอย่างดูถูก

ooooooo

รถกระบะทรงสูงมีผ้าใบปิดทึบเลี้ยวออกมาจากซอยอย่างเร็ว แต่แล้วก็ติดหนึบเพราะการจราจรที่ติดขัด มอเตอร์ไซค์ที่เอกับเพชรขี่ซ้อนกันมาพุ่งออกมาจากซอยอีกฝั่ง เพชรชี้

“พี่เอ...นั่นไงพี่ คันนั้นไง”

เอพุ่งรถไปจอดข้างรถกระบะแล้วโดดลงไปเคาะประตูรถฝั่งคนขับ ส่วนเพชรวิ่งไปกระชากผ้าใบแต่มันมัดไว้แน่นหนามาก เพชรร้องขอมีดจากเอแล้วกรีดผ้าใบแหวกออก

คนขับรถเปิดประตูลงมาถูกเอถีบจนตัวงอ แล้ววิ่งไปหาเพชรที่พยายามดึงผ้าใบออก มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากใต้ผ้าใบ เพชรขอมีดจากเอแล้วกรีดผ้าใบพยายามช่วยเด็กออกมา

ทันใดนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด ชายฉกรรจ์สามคนกรูออกมาตรงเข้าล้อมกรอบเพชร เอกลับไปเล่นงานคนขับ ชายฉกรรจ์คนหนึ่งวิ่งไปช่วยคนขับแต่กลับถูกเอไล่ถลุง

ขณะที่เพชรกำลังยืนประจันหน้ากับชายฉกรรจ์สองคนอยู่นั้น ณรงค์ขี่รถตามมาหยุดดู พูดอย่างสะใจ

“มึงตายแน่ไอ้เพชร ชอบแส่เรื่องชาวบ้านดีนัก”

แต่แล้วเสียงไซเรนรถตำรวจ ดังมาจากหลายทาง ทุกคนหยุดชะงัก มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งตัดสินใจพุ่งเข้าไปหยิบของในรถก่อนวิ่งหนีไป เพชรจะตามก็ถูกพวกมันถีบล้มแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

เพชรชะงักเมื่อได้ยินเสียงเอร้องอย่างเจ็บปวดที่รถ วิ่งไปเห็นเอนอนเค้เก้อยู่หน้ารถเพราะถูกรุม เพชรประคองถามว่าเป็นไงมั่งพี่ เอบอกว่าไม่เป็นไร แต่เจ็บใจที่มันหนีไปได้หมด ถามว่าเด็กเป็นยังไง ก็ได้ยินเสียงณรงค์พูดอย่างภูมิอกภูมิใจว่า

“ลงมาเลย ลงมา น้องไม่เป็นไรแล้วครับ ผมมาช่วยไว้ทัน”

เพชรกับเอจึงอ้อมมาดู เห็นณรงค์กำลังโอ้อวดกับตำรวจ เพชรกับเอมองหน้ากันแล้วยิ้มขำๆก่อนเดินหนีไปอีกทาง

ooooooo

เอกับเพชรเดินคุยทั้งขำทั้งสมเพชการกระทำของณรงค์ว่าทำไมมันหน้าด้านแบบนี้...ป่านนี้หน้ามันคงบานเป็นกระด้งไปแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าตนไม่ชอบตำรวจ ก็คงได้ไปยืนเสนอหน้าแข่งกับมันสนุกไปแล้ว

“พี่รงค์เขาก็เป็นแบบนี้แหละ เขาชอบทางนี้ซะแล้ว ปล่อยเขาไปเหอะพี่”

“เอ็งมันก็ชอบปิดทองหลังพระ แต่ทำแบบนี้

เมื่อไหร่คนเขาจะรู้ว่าเอ็งต่างหากที่เป็นคนทำ”

“แหมพี่เอ ผมก็ไม่ได้ดีอะไรมากขนาดนั้น ผมช่วยใครได้ผมก็ช่วย ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างเขาเถอะ ผมไม่ได้สนใจ ขอแค่ย่ากับหนูพิมรู้ แค่นี้ผมก็พอใจแล้วพี่”

เพชรพูดถึงย่าพุดกรองกับหนูพิมน้องสาววัย 10 ขวบของตนอย่างรักใคร่ห่วงใย เอมองอย่างชื่นชมแกมหมั่นไส้แล้วจะแยกไปอีกทาง สวนกับภารโรงสมที่วิ่งออกมาอย่างดีใจที่เจอเพชร บอกให้ไปดูพ่อคือไกรสรที่เมาอาละวาดอีกแล้ว เพชรกับเอมองหน้ากันยิ้มแหยอย่างเกรงใจภารโรงสม แล้วรีบเดินตามเข้าไปในโรงเรียน

ooooooo

ที่ตลาดสด...แม่ค้าพ่อค้าที่มีแผงขายก็ดูดีมีของขายเยอะและบ้างก็แบกะดินมีของเล็กๆน้อยๆวางระเกะระกะ ถัดจากตลาดสดคือร้านอาหารโต้รุ่งที่ขายอาหารทั้งที่สำเร็จและตามสั่งสลับกันขายทั้งวันทั้งคืน

อ่อง ชายวัยกลางคนกำลังเดินตามจิตราภรรยาที่เดินกรีดกรายรับไหว้การทักทายจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอย่างไว้ตัว พ่อค้าคนหนึ่งทักอย่างรู้เรื่องดีว่า

“อ้าว...คุณนายจิตกลับจากโรงพักแล้วเหรอครับ แล้วคุณรงค์เป็นไงบ้างครับ ได้โล่ได้รางวัลอะไรจากทางการบ้างหรือเปล่าครับ”

“อุ้ย...รางวี่รางวัลอะไรกัน ตารงค์น่ะเขาเป็นเด็กดี ชอบช่วยเหลือผู้คนแบบนี้เอง ไม่ได้อยากทำดีเอาหน้าเอารางวัลอะไรหรอก” จิตราพูดถึงณรงค์อย่างปลื้มอกปลื้มใจ

ขณะพ่อค้าแม่ค้ากำลังยอลูกชายให้จิตราได้ปลื้มอยู่นั้น เสียงเอะอะจากขี้เมาไกรสรก็ขัดจังหวะขึ้น

“ปล่อยกู อย่ามายุ่งกับกู”

“แหมพ่อ...ถ้าปล่อยจริงๆพ่อจะเดินไหวเหรอ” เสียงเพชรถามพ่ออย่างใจเย็น

ทุกคนหันมองไกรสรอย่างชินตากับสภาพเมาหัวราน้ำ ของเขา จิตรามองอย่างรังเกียจ แต่อ่องที่เป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ของเฮียตงเป็นเพื่อนรักกับไกรสรและคนในครอบครัว เพราะย่าพุดกรองเลี้ยงโตมาด้วยกันกับไกรสรกลับมองขำๆ ที่เอะอะโวยวายไม่ยอมกลับบ้านในขณะที่เพชรก็พยายามจะพากลับบ้านบอกว่าย่าเป็นห่วงพ่อมากนะ

อ่องถามเพชรว่าไปเจอซากพ่อที่ไหน เพชรบอกว่าหน้าโรงเรียน อ่องถามไกรสรว่าเมื่อไหร่เอ็งจะเลิกก็ถูกไกรสรตวาดว่าไม่ใช่เรื่องของเอ็งอย่ามายุ่ง แล้วเดินไปฟ้องจิตราที่ยืนทำหน้าแหยงสมเพชอยู่ว่า

“จิตจ๋า ช่วยพี่สรด้วย บอกไอ้ผัวตัวดีของจิตว่าอย่ามายุ่งกับพี่”

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ ไอ้ขี้เมา” จิตราถอยห่าง ไกรสรเลยเสียหลักเซล้มลงไปในรถเข็นเล็กๆ ก็เลยเป็นจังหวะดีที่อ่องกับเพชรช่วยกันเข็นรถพาไกรสรกลับบ้าน

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นย่าพุดกรองกับพิมอยู่ที่บ้าน กำลังถูกแก๊งทวงหนี้คุกคามอย่างหนัก ย่าอ้อนวอนขอผัดอีกสองวันจะเอาดอกไปส่งที่บ้านเจ๊เอง แต่วันนี้ขอเอาเงินไปจ่ายค่าหมอก่อน

นักเลงตะคอกว่าไม่ได้ ต้องส่งทุกวันก็คือทุกวัน ใครจะเจ็บจะตายไม่เกี่ยว แล้วสั่งพรรคพวกให้ไปค้นที่รถเข็นและตัวย่า ย่าถูกกระชากจากพิมไปค้นตัวจนข้าวของกระจัดกระจาย พิมร้องไห้อย่างหวาดกลัว

ขณะที่ย่ากำลังเผชิญกับแก๊งทวงหนี้โหดอยู่นั้น เพชรกับอ่องก็กำลังทุลักทุเลกับการพยายามพาไกรสรกลับบ้าน

ขณะนั้นเอง เบี้ยว หลานชายวัย 7 ขวบของยายเจียมก็วิ่งมาบอกให้เพชรไปช่วยยายพุดหน่อย ยายแย่แล้ว เพราะไอ้พวกทวงหนี้มันจะเอาเงินจากยาย แต่ยายไม่มี มันก็เลย...

เพชรไม่รอฟังจบ เขาวิ่งข้ามสะพานไปทันที

เบี้ยววัย 7 ขวบแต่ใจสู้ ซอยเท้ายิกๆตามไป อ่องจึงดูแล ไกรสรคนเดียว

เมื่อเพชรไปเห็นยายเจียมกำลังกอดปลอบพิมและย่ากำลังเก็บข้าวของที่ระเนระนาดยับเยินรวมใส่หาบเพชรหยุดกึกสีหน้าเปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นโกรธแค้น ย่าเห็นสีหน้าเพชรก็ตกใจแต่ไม่ทันที่ย่าจะลุกไปหาเพชรก็วิ่งตะบึงไปแล้ว

เพชรวิ่งทะลุซอยนั้นซอยนี้ตามหาพวกแก๊งทวงหนี้ที่ทำร้ายย่ากับน้อง พอวิ่งเข้าซอยหนึ่งก็ถูกท่อนไม้ใหญ่ยื่นมาขวาง ทำให้เพชรสะดุดตัวลอยกระแทกพื้นจนจุก

เพชรถูกโบ้คู่อริรุ่นพี่ดักเล่นงาน พอเพชรล้มจุก โบ้ก็ถือท่อนไม้ใหญ่หัวเราะร่าออกมาถามเย้ยกวนๆ

“จะไปไหนวะไอ้ขี้ดิน อ้อ หรือกำลังจะไปตามหาแม่ที่หนีตามผู้ชายอื่นไป เหมือนพ่อขี้เมาของมึง”

โบ้พูดเยาะเย้ยดูถูกเพชรอย่างคะนองปาก ถูกเพชรจ้องเขม็งก็เดินเข้าหาสั่งลูกน้องให้จัดการเลย เอาให้หายซ่าสักที เพชรจึงถูกลูกน้องโบ้ 4 คนดาหน้าเข้าหา แต่เพชรไม่มีท่าทีหวาดกลัวตั้งการ์ดสู้เต็มที่ พอลูกน้องเข้าล็อกตัวเพชร โบ้ก็กร่างเดินเข้าหาพูดเย้ย

“มึงจะทนได้สักเท่าไหร่วะ”

“รุมกัดกันเป็นหมาเลยนะพวกเอ็ง” เสียงเอดังขึ้น พวกโบ้หันมองเห็นเอเดินเข้ามาพร้อมพวกที่มากกว่า “5 รุม 1 แบบนี้ มันไม่ทุเรศไปหน่อยเหรอวะไอ้โบ้ ไหนเอ็งคุยโม้นักไงวะ ว่าเอ็งน่ะเป็นลูกศิษย์เอกของครูหมาย แล้วทำไมไม่กล้าสู้ตัวต่อตัวกับไอ้เพชรมันล่ะวะ”

“ใครบอกว่าข้าไม่กล้า แต่ไอ้ขี้ดินที่สะเออะอยากจะเป็นเพชรนี่ต่างหากที่มันไม่กล้าสู้ เอาแต่หลบอยู่หลังผ้าถุงย่าของมัน”

เอมองเพชรที่หน้าตาโกรธแค้นเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเห็น คิดแผนบางอย่างออก ถามเพชรว่ากลัวโบ้จริงหรือ เพชรบอกว่าเปล่า

“งั้นทำไมเอ็งไม่กล้าสู้กับมันวะ”

“ผมรับปากกับครูหมายไว้แล้วว่าจะไม่ใช้วิชาของครูไปมีเรื่องกับใคร”

โบ้เยาะเย้ยว่ากลัวก็บอกมาเถอะ  อย่าอ้างย่ากับครู เพชรจะถลันเข้าหาโบ้ เอรีบขวาง

“เฮ้ย...ใจเย็นๆโว้ยเพชร มาตีกันตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก เผลอๆใครมาเห็นเดี๋ยวก็ซวยกันหมด พี่ว่าถ้าเอ็งอยากกระทืบใครแก้เครียด โดยเฉพาะไอ้โบ้ เอ็งไปหาที่เงียบๆกระทืบมันดีกว่า แล้วเผลอๆเอ็งอาจจะได้เงินไปใช้เล่นๆด้วยนะโว้ย”

“หมายความว่าไงวะเอ” โบ้งง

“ก็ถ้าเอ็งอยากจะฟัดกันแล้วจะปล่อยให้มันเสียเปล่าทำไมวะ ถ้ามีอะไรติดปลายหมัดสักหน่อยมันจะสนุกกว่าไหมวะโบ้ หรือเอ็งไม่กล้า”

“ถ้าไอ้ลูกแหง่นี่ชนะข้าได้ เอ็งเอาไปอีก 2 เท่าเลยไอ้เอ ว่าแต่เอ็งลากมันไปให้ได้เหอะวะ ไอ้แหยเนี่ยมันไม่กล้าหรอก” โบ้ดูถูกเพชรทั้งด้วยคำพูดและสายตา

เอมองเพชรหยั่งท่าที ถามว่าจะเอาด้วยไหม เพชรนิ่ง เอโวยว่า

“เฮ้ย...ไม่เห็นต้องคิดเยอะเลย งั้นเอาแบบนี้ ถ้าเอ็งชนะไอ้โบ้ได้ ข้าจะเป็นพยานว่าไอ้โบ้มันจะไม่มายุ่งกับเอ็งอีก ดีไหม” แล้วเอก็ถามโบ้อย่างท้าทายว่า “เอ็งกล้ารับกติกานี้ไหมวะโบ้”

โบ้หน้าเครียดแต่ไม่ยอมเสียเชิงตะโกนบอกลูกน้องให้ไปเลือกที่นั่งดีๆดูไอ้กากเพชรนี่เละคาตีนตน

โบ้เดินนำลูกน้องไปอย่างฮึกเหิม เอมองหน้าเพชรที่ยืนนิ่งครุ่นคิด

ooooooo

การประลองกำลังเปิดฉากที่มุมเปลี่ยวในสลัม โดยมีไทยมุงทั้งที่เป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่มุงดูและลุ้นกัน ป๋องลูกน้องเอเห็นเพชรตัวเล็กกว่าโบ้และถูกโบ้ไล่ถลุงก็กระซิบถามเอ

“มันจะไหวไหมเนี่ยพี่ ไอ้โบ้ตัวมันใหญ่กว่าตั้งเยอะ โธ่...ถ้าแพ้เสียดายเงินแย่เลย”

“ใจเย็นๆโว้ยป๋อง ไอ้เพชรน่ะตัวมันเล็กแต่ใจมันเด็ดนะโว้ย มันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกเอ็งคอยดู”

เพชรพลาดถูกโบ้ถลุงล้มกลิ้ง พอโบ้จะตามกระทืบซ้ำ เพชรก็กลิ้งหลบได้เฉียดฉิวแต่ยังลุกไม่ขึ้น โบ้ตามกระทืบเพชรที่กลิ้งหลบไปทั่ว จนป๋องทนไม่ไหวตะโกนให้เพชรลุกขึ้น!

โบ้ย่ามใจทั้งไล่กระทืบทั้งดูถูกเพชรว่ากลิ้งหาชายผ้าถุงย่ามึงเหรอ ด่าสวะ ท้าให้ลุกขึ้นมาสู้ เย้ยว่า

“เพราะมึงตาขาวแบบนี้ไง  พ่อกับแม่มึงถึงไม่สนใจมึง”

เพชรกัดฟันกรอดนอนนิ่งไม่กลิ้งหนี โบ้ย่ามใจกระโดดกระทืบถูกเพชรจับเท้าเหวี่ยงกระเด็นแล้วพยายามลุกขึ้น ร้องท้า

“มา ไอ้โบ้ อย่าดีแต่เห่าเหมือนหมาขี้เรื้อนข้างถนน”

กองเชียร์สองฝ่ายต่างตะโกนกันอย่างเมามัน

“อัดมันให้คว่ำเลยนะโว้ยเพชร เอ็งเก่งกว่ามันแน่ๆ ข้าเชื่อมือเอ็ง ทำให้มันรู้ไปเลยว่า เด็กแม่ทิ้งอย่างเอ็ง กับเด็กที่แม่เลี้ยงด้วยมือด้วยตีนแบบไอ้โบ้ ใครมันจะแน่กว่ากัน” เอตะโกนสุดเสียง

โบ้ย่ามใจว่าตัวเองเหนือกว่าพุ่งเข้าหาเพชร ถูกเพชรสวนหมัดเข้าชายโครงจนสะดุ้งเฮือกหน้าเหยเก ทรุดลงอย่างหมดท่า แต่เพชรไม่ซ้ำถอยไปยืนตั้งหลัก ในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตนั่นเอง ตุ้ยลูกน้องโบ้ก็ควักสนับมือไปยัดใส่มือให้โบ้ โบ้ปรี่เข้าหาเพชร เงื้อหมัดที่ใส่สนับมือจะซัดหน้าเพชร

ทันใดนั้นมือใหญ่หนาแข็งแรงก็ยื่นเข้ามากระชากแขนโบ้อย่างแรงจนหงายหลัง ทุกคนตกใจ

ครูหมายนั่นเอง!

“เก่งนักใช่ไหมเอ็ง ไอ้โบ้” ครูหมายจ้องโบ้เขม็ง โบ้หน้าเสีย ครูหมายบีบมือโบ้อย่างแรงจนมันร้องว่ายอมแล้วครู ทิ้งสนับมือลงพื้น ครูเตะสนับมือออกไป เหวี่ยงโบ้ไปอีกทาง กวาดตามองไปรอบๆปรามดุดัน

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาฟัดกันเป็นกุ๊ยข้างถนนแบบนี้”

เพชรไม่กล้าสู้ตาครู เอจึงออกมารับหน้าแทนว่า

“แต่มันไม่ได้กัดกันเล่นๆนะครับครู ครั้งนี้มีข้อตกลงระหว่างกันด้วย เพราะถ้าไอ้เพชรมันชนะ ไอ้โบ้มันรับปากแล้วว่าจะเลิกหาเรื่องวุ่นวายกับเพชรอีก...ใช่ไหมโบ้”

“ใช่ครับครู”

“ดี...ถ้าพวกเอ็งอยากต่อยกันนัก งั้นก็เอาเลย ข้าเป็นกรรมการให้เอง แต่ถ้าใครตุกติก ข้าจะจัดการเอง เข้าใจไหม”

“ครับ” เพชรกับโบ้ตอบพร้อมกัน

ครูหมายมองไปที่ลูกน้องของโบ้กับเอและกลุ่มวัยรุ่นให้ขยับถอยหลัง แล้วเข้าไปจับคอเสื้อโบ้กับเพชรลากมากลางวง ประกาศกติกา

“กฎกติกาพวกเอ็งรู้อยู่แล้ว ถ้าอยากแสดงความเก่งกล้าของลูกผู้ชายก็ใช้แต่ฝีมือของตัวเอง อย่าตุกติก เหมือนหมาลอบกัด”

ครูหมายปล่อยมือจากทั้งสองแล้วถอยออกมาคุมเชิง

โบ้โถมเข้าใส่เพชรที่ยังไม่ทันตั้งตัวจนเพชรกระเด็นกองกับพื้น เพชรลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่โบ้ แล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันด้วยฝีมือล้วนๆจนโบ้เริ่มเซและเดินหนี ขณะที่เพชรยังไล่ถลุงอย่างมันมือ จนกระทั่งโบ้ถูกหมัดเพชรเข้าปลายคางกระเด็นลงไปกองกับพื้น เพชรหยุดแล้วถอยไปดูนิ่งๆ

ครูหมายมองเพชรอย่างถูกใจ แล้วเดินไปดูโบ้ที่นอนตาลอยเรียกจนโบ้ได้สติขานรับ ครูจึงพยักหน้า ลูกน้องโบ้รีบเข้าไปพยุงลูกพี่ให้ลุกขึ้น

ครูหมายถามโบ้ว่ายังจะสู้ต่อไปไหม โบ้ฝืนใจ

บอกว่า “ไม่” ครูหมายย้ำว่างั้นก็ต้องยอมรับกติกา โบ้ฝืนใจบอกว่าก็ได้ เอย้ำว่า “งั้นต่อไปนี้ เอ็งห้ามมายุ่งกับเพชรมันอีก ใช่ไหมวะ”

โบ้จ้องหน้าเออย่างไม่พอใจ ถามครูหมายว่าตนไปได้แล้วใช่ไหมแล้วเดินออกไปเลย เพชรไหว้ขอบคุณครู ครูหมายถามว่าจะกลับบ้านสภาพนี้ย่าจะว่ายังไง ครูจะไปส่ง แต่เพชรบอกว่าไม่เป็นไร ตนทำผิดก็ต้องยอมรับผิด แล้วไหว้ลาครูและหันขอบคุณเอ เอกระซิบบอกเพชรว่า

“เรื่องเงินเดี๋ยวค่อยคุยกันนะ ข้าก็กลับเหมือนกัน ไปโว้ยป๋อง”

เอเหลือบมองครูหมายแล้วเดินไป เพชรมองตามแล้วมองครูหมายก่อนเดินออกไป ครูหมายมองทั้งสองก่อนจะเดินตามเอไป

ooooooo

เย็นนี้ครูหมายคุยกับเอที่มุมหนึ่งในสลัม แต่เอเดินหนี ครูเดินไปดักหน้า

“เอ...ครูรับปากกับแม่ของเอ็งไว้นะ ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เอ็งมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เอ็งจะต้องไม่จบลงในสลัมนี้ แม่ของเอ็ง...”

“แม่ตายไปแล้ว ครูไม่จำเป็นต้องรักษาสัญญาบ้าๆบอๆ ของผู้หญิงหากินที่ติดโรคจนเสียสติแบบนี้หรอกนะ”

ครูหมายดุว่าทำไมพูดถึงแม่แบบนั้น ยังไงก็เป็นแม่นะ เอยกมือไหว้ครูบอกว่าไม่ต้องพยายามช่วยอะไรตน ตนอยู่ได้ เด็กสลัมอย่างตนจะมีชีวิตที่ดีงามสวยหรูแบบที่ครูต้องการไม่ได้หรอก ครูหมายบอกว่าได้ ให้ดูอย่างเพชรสิ

เอบอกว่าเพชรอายุแค่นั้นครูจะแน่ใจได้ยังไง เอพูดอย่างเจ็บปวดกับชะตาชีวิตตัวเองว่า

“ครูเป็นครูมวย เป็นนักมวย เป็นอะไรหลายๆอย่างที่ใครๆก็นับถือ แต่คนอย่างพวกผม อย่างไอ้เพชรจะมีใครมานับถือยกย่อง ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี...สำหรับเศษเดนอย่างพวกเราที่อยู่ในสลัมนี้ เราสูงส่งไปกว่านี้ไม่ได้หรอกครู แม้แต่ไอ้เพชรเองก็เถอะ มันจะอดทนได้สักเท่าไหร่ โลกนี้ไม่มีที่ยืนให้เด็กสลัมหรอกครู อย่าพยายามให้เสียเปล่าเลย”

เอพูดเคร่งขรึมแล้วเดินผ่านครูหมายที่นิ่งอึ้งไปอีกทาง ครูหมายได้แต่มองเออย่างผิดหวังเสียใจ

พอครูหมายกลับถึงบ้านก็เจอย่าพุดกรองกำลังนั่งคุยกับสร้อยภรรยาครูอย่างร้อนใจ ครูถามว่าน้าพุดมีเรื่องอะไร ไอ้สรเป็นอะไรหรือเปล่า ย่าพุดบอกว่าเปล่าแต่เพชรที่วิ่งตามพวกทวงหนี้หายตัวไป

ครูหมายทำท่าจะบอกแต่ยั้งปากไว้ ย่าพุดถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ครูทำหน้ายุ่งยากใจเพราะรู้ว่าบอกไปแบบไหนย่าพุดก็ต้องไม่ชอบใจอยู่ดี

เพชรเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านไม่กล้าเข้าบ้านในสภาพหน้าตายับเยิน แต่ในที่สุดตัดสินใจเป็นไงเป็นกันทำผิดแล้วต้องกล้ารับผิด พอเข้าบ้านก็ปะเหลาะ ย่าถามว่า ทำไมหน้าตาบูดบึ้งอย่างนี้ หยอกหนูพิมว่าทำอะไรให้ย่าโกรธหรือเปล่า

หนูพิมตกใจ ย่าจ้องหน้าเพชรเขม็ง เพชรตลกไม่ออก ยิ้มแหยทำท่าหาไม้เรียวจะให้ย่าตี ถูกย่าปรามว่าอย่ามาประจบ ถามหน้าตึงว่า “ทำไมเอ็งขัดคำสั่งย่า” เพชรบอกว่าเพราะไอ้โบ้มันหาเรื่องตนก่อน

“แต่ทุกครั้งเอ็งก็หลบมันได้ แล้วทำไมครั้งนี้เอ็งถึงไปมีเรื่องกับมัน”

“เพชรโกรธ เพชรโมโห” เพชรตะโกนอย่างเจ็บแค้น “เพชรอยากต่อยมัน อยากกระทืบมัน พวกมันทุกคน ทั้งไอ้โบ้ ไอ้พวกเจ้าหนี้ แล้วก็ไอ้พวกที่มาทำร้ายย่ากับหนูพิม เพชรอยากทำให้มันรู้ว่าคนที่โดนทำร้ายรังแกมันเจ็บปวดแค่ไหน ถ้ามันรู้ว่าเราสู้ เราไม่กลัว พวกมัน จะได้ไม่ทำร้ายเราอีก เพชรอยากให้มันรู้ว่าเพชรไม่ยอม เพชรไม่กลัวพวกมัน”

ย่าถามว่าทำแล้วรู้สึกดีขึ้นไหมแล้วหันคว้าไม้เรียวฟาดเพชร สอนว่าถ้าจะสู้ก็ต้องสู้แบบอื่นไม่ใช่สู้ด้วยกำลังและอารมณ์แบบนี้ หนูพิมแอบดูอยู่ร้องไห้ทั้งกลัวและสงสารพี่ชาย

เพชรถามย่าว่าแล้วย่าจะให้สู้แบบไหน ถ้าไม่สู้แบบนี้ตนจะคุ้มครองปกป้องพ่อ ดูแลน้องได้ยังไง ถามว่า

“ย่าจะให้เพชรเป็นไอ้ขี้แพ้แบบที่ไอ้โบ้มันพูดใช่ไหม”

“แล้วเอ็งก็ฟังที่มันพูด เอ็งยอมเกะกะเกเรเป็นนักเลงหัวไม้ตามคำพูดของคนอื่น มากกว่าจะฟังสิ่งที่ข้าพยายามสอนให้อดทน อดกลั้น และไม่ทำร้ายคนอื่นมาตลอดชีวิตของเอ็ง...ข้าเสียใจที่ข้าสอนเอ็งไม่ดีพอ” พูดแล้วย่าเดินเศร้าออกไปอย่างเสียใจ เพชรมองตามย่าด้วยความรู้สึกผิดมาก

ย่ายังโทษตัวเองว่าไม่เคยฟูมฟักเลี้ยงดูใครให้ดีได้เลย ขอโทษเจ้าสร ขอโทษนะเจ้าเพชร เพชรถลาเข้าหาย่าอย่างสำนึกผิด ขอโทษย่าและย่าอย่าโทษตัวเองเลย ย่าไม่ได้ทำผิดอะไร จับมือย่ามาทุบลงโทษตัวเองจนย่ามองเพชรอย่างเวทนา ฝืนมือตัวเองไม่ให้ทุบ ลูบหัวเพชรที่ยังสะอื้นปลอบใจว่า

“ใจเย็นๆ อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือจิตใจของเรา ตอนนี้เอ็งก็กำลังให้ความเศร้า เสียใจ ครอบงำตัวเองอยู่...ถ้าเอ็งจะขอโทษหรืออยากจะพูดอะไรก็ตาม เอ็งต้องทำตัวเองมีสติสมบูรณ์ อย่าให้ความรัก โลภ โกรธ หลง มามีผลต่อสิ่งที่เอ็งทำ เข้าใจไหม”

เพชรพยักหน้าสะอื้นซบกับอกย่า ย่าแกล้งโวยวายว่าเสื้อย่าเปียกหมดแล้วทั้งน้ำมูก น้ำตา เพชรถามว่าย่าไม่โกรธตนแล้วใช่ไหม ย่าบอกว่าย่าโกรธตัวเองมากกว่า

ย่าบอกว่าที่พวกนั้นมาทำกับย่าเขาก็ทำตามหน้าที่ ย่าผิดสัญญากับเขาเอง...ก็สมควรแล้วที่เราจะต้องโดนลงโทษจากสิ่งที่เราทำโดยไม่มีสิทธิ์โกรธหรือแค้นใครทั้งนั้น เพชรมองหน้าย่าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“เอาเถอะ วันนี้ยังไม่เข้าใจต่อไปเอ็งจะเข้าใจที่ย่าพูด แต่จากวันนี้ย่าขอเถอะนะเพชร เอ็งต้องอดทน อดกลั้นและใช้สติควบคุมชีวิตให้ดีกว่านี้ ถือว่าเป็นคำขอร้องของย่าได้ไหมลูก”

“จ้ะย่า” เพชรกอดย่าอย่างประจบ “เพชรให้ย่าได้ทุกอย่าง และเพชรสัญญา ต่อไปนี้เพชรจะไม่ทำให้ย่าเสียใจแล้วเพชรรับปาก”

“เออ...ย่าเชื่อเอ็ง” ย่าลูบหัวเพชรอย่างรักใคร่

หนูพิมเห็นย่ากอดเพชรก็โวยว่าพี่เพชรขี้โกง กอดย่าคนเดียว ย่าเป็นของหนูพิมด้วย แล้วหนูพิมก็โผกอดย่าอีกคน

สามย่าหลานกอดกันหัวเราะอย่างร่าเริง

ooooooo

ที่บ้านครูหมาย สร้อยภรรยาครูหมายเห็นครูเสียใจที่กล่อมเอไม่สำเร็จ สร้อยบอกว่า

“พี่หมายทำดีที่สุดแล้วนะ อย่างน้อยที่ผ่านมาพี่ก็ช่วยเด็กๆหลายคนให้มีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้เยอะแยะแล้ว แต่พี่จะช่วยไปทุกคนไม่ได้หรอกนะ” เรื่องของเอนั้นสร้อยบอกว่า “เอเขาเลือกชีวิตของเขาแล้ว เราทำอะไรไม่ได้แล้ว...ฉันว่าพี่เอาเวลาเอาสมองมาคิดช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆดีกว่านะ พี่ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ต้องการการชี้นำที่ถูกต้องของพี่”

ครูหมายพยักหน้าเห็นด้วยกับที่สร้อยพูด

ที่อู่เฮียตง ช่างพูดกันว่าไม่เห็นเพชรมาทำงานหลายวันแล้ว วันนี้น่าจะมา อ่องถามว่ารู้ได้ไง ช่างบอกว่าวันนี้วันเงินเดือนออกพี่สรจำได้แม่น ช่างอีกคนบ่นสงสารเพชรทำงานจนไม่ได้เรียนหนังสือแต่มันก็ดีสมชื่อมัน อ่องเห็นด้วยว่ามันแข็งแกร่งเหมือนเพชรน้ำดี ที่พ่อมันเคยตั้งใจไว้

แต่ไกรสรที่ตั้งชื่อเพชรตั้งใจให้เหมือนเพชรน้ำดีนั้น ตัวเองกลับเมาหัวราน้ำทุกวัน แต่พุดกรองก็ดูแลลูกอย่างดี วันนี้เมื่อไกรสรมาขอเงินไปกินเหล้า พุดกรองบอกว่าไม่มีก็บ่นต่างๆนานาแล้วจะไปเอาเงินเดือนของเพชรที่ออกวันนี้

เพชรรับเงินเดือนแล้ว อ่องบอกว่าคราวนี้จะได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไว้สักทีนะ เพชรบอกว่าจะตั้งใจเรียนให้จบ พอเรียนจบก็จะเก็บเงินไปเรียนช่างต่ออีก บอกว่าตนอยากเป็นช่างยนต์เก่งๆแบบอาอ่อง เฮียตงก็ให้กำลังใจ เตือนว่าถึงจะมีคนชื่นชมก็อย่าเหลิง เพชรบอกว่าตนจะไม่ลืมตัวเด็ดขาด

ขณะนั้นเองไกรสรก็เข้ามาขอเบิกเงินกับเฮียตง เฮียตงบอกว่าไม่มาทำงานสักวันจะเบิกเงินได้ไง ไกรสรจะขอเบิกส่วนของเพชร เฮียตงบอกว่าเพชรเบิกไปแล้ว ก็หันไปบีบเอาจากเพชร ในที่สุดเพชรก็ให้พ่อไปบอกอ่องที่ทักท้วงว่า ให้พ่อไปเถอะ ถ้าพ่อเอาไปแล้วมีความสุขก็ไม่เป็นไร แล้วเพชรก็ขออนุญาตเฮียตงไปหาครูหมาย

อ่องสงสารเพชรที่จะเก็บเงินไปเรียนแต่ถูกไกรสรเอาไปกินเหล้า จะเอาเงินของตนให้เพชรก็เชื่อว่าเพชรไม่รับแน่จึงเอาเงินไปฝากย่าพุดกรองให้เพชร ย่าขอบคุณขอรับแต่น้ำใจ อ่องหน้าเจื่อนเป็นห่วงว่าเพชรจะเป็นยังไงก็ไม่รู้

เพชรไปนั่งซึมดูใบสมัครเรียนที่ศาลาเก่าริมคลองน้ำเน่าในสลัม เอเข้าไปชวนไปทำงานด้วยกันเพราะงานที่อู่ทั้งเหนื่อยทั้งสกปรกทนทำมาได้ไงเป็นสิบปี เพชรว่า แต่มันก็ทำให้ตนกับที่บ้านมีเงินพอประทังชีวิตมาได้ เอบอกว่าตามใจ แล้วเอาเงินให้ เพชรถามว่าค่าอะไร

“ก็ที่เอ็งฟัดไอ้โบ้วันนั้นไง ข้าบอกแล้วว่าถ้าเอ็งชนะเอ็งจะได้ส่วนแบ่งด้วย เอ็งเอาไปให้ย่าเอ็งเอาไปใช้หนี้ หรือเอาไปซื้อเสื้อผ้ารองเท้าดีๆก็แล้วแต่เอ็ง”

เพชรมองเงินแล้วล้วงเอาใบสมัครเรียนในกระเป๋าออกมาดู เอบอกว่าแค่ไม่กี่สิบบาทถ้าเพชรจะเปลี่ยนใจไปทำงานกับตนก็จะได้เงินอีกก้อนโต

ระหว่างนั้นย่ามายืนแอบดูอย่างหนักใจ

เพชรขอบใจที่เอให้โอกาสแต่ตนทำไม่ได้ เพราะรับปากกับย่าไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไรที่ทำให้ย่าทุกข์ใจ ยืนยันกับเอว่า

“ต่อให้ต้องอดทน ต่อสู้ และเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน ผมก็จะไม่ยอมแพ้ ขอให้ผมได้ต่อสู้ในเส้นทางที่ผมเลือกแล้วเถอะนะพี่”

เอไม่พอใจหาว่าเพชรว่าตนชวนไปเป็นโจรท้าตีท้าต่อย พอเอไม่พอใจลูกน้องก็กรูเข้ามาเล่นงานเพชรทันที ย่าพุดกรองที่แอบดูอยู่ตะโกนด่าเพชรว่ามาก่อเรื่องอีกแล้ว เรียกให้คนแถวนั้นช่วยตามตำรวจที พวกเอเลยแตกหนีกันไป พอพวกเอหนีไป ย่าก็เข้าไปหาเพชรถามว่า

“ไม่เจ็บใช่ไหมลูก ย่ามาช่วยทันใช่ไหม”

“ย่า” เพชรมองย่างงๆแล้วก็เข้าใจแผนการของย่า ย่าดึงเพชรเข้าไปกอด เพชรกอดย่าอย่างตื้นตันใจ

จิตราได้ข่าวว่าอ่องเอาเงินไปช่วยเพชรก็ไม่พอใจ ทั้งเรื่องต้องเสียเงินและรังเกียจไม่อยากให้อ่องไปสัมพันธ์กับคนในสลัม อ่องบอกว่าที่ผ่านมาน้าพุดกับเพชรก็ใช้เงินคืนจนหมดทุกครั้ง บอกจิตราว่า

“คนบ้านนี้ถึงจะจนถึงจะลำบากแต่เขาก็มีศักดิ์ศรี มีความซื่อสัตย์ในความเป็นมนุษย์ ไม่ต่างจากคนร่ำรวยคนไหนเลยนะจิต แล้วจำไว้ด้วยนะ เพชรมันไม่ได้รับ น้าพุดก็ไม่รับ ไม่มีใครยอมรับเงินที่พี่ช่วยอีกแล้ว เข้าใจไหม”

แต่จิตราก็ยังรังเกียจเหยียดชั้นว่า ศักดิ์ศรีสวะ พวกนั้นมีศักดิ์ศรีตรงไหน...จิตราดูถูกเหยียดหยามเพชรกับพุดกรองจนอ่องทนฟังไม่ได้ปิดกระโปรงรถปัง โยนของในมือแล้วเดินไปเลย จิตรายังตะโกนตามหลังไปอีก

“พูดไม่ได้ แตะไม่ได้เลย สูงส่งกันเหลือเกิน ก็แค่ไอ้พวกเหลือขอในสลัม”

ooooooo

เพชรทำงานหามรุ่งหามค่ำ กลางคืนก็ไปทำงานเช็ดโต๊ะล้างจานที่ตลาดโต้รุ่ง คืนนี้ถูกณรงค์ที่ขี่รถผ่านมาเห็นพาลูกน้องเข้าไปหาเรื่องเพชร

ลูกค้าเข้าร้านมาสั่งต้มจืดที่นึ่งร้อนๆอยู่บนเตา เพชรเห็นไม่มีใครไปดูเลยเข้าไปรอรับคำสั่งจากลูกค้า ณรงค์เข้าไปแกล้งเดินชนเพชรเซไปทางลูกค้า ลูกค้าเสียหลักจะล้มใส่หม้อนึ่ง เพชรจึงปัดหม้อไปด้านหลังของตัวเองลูกค้าเลยโดดหลบทัน แต่ณรงค์โดนน้ำแกง ร้อนๆกระเด็นใส่ร้องลั่น หันตะคอก

“ไอ้เพชร มึงจะฆ่ากูใช่ไหม”

“เพชรมีอะไร เฮ้ย...แกงหกหมดเลย ใครทำวะ” เจ้าของร้านวิ่งออกมาดู

ณรงค์กำลังจะฟ้องเจ้าของร้านก็พอดีอ่องโผล่มาบอกว่า หม้อมันตั้งไม่ดี มันจะหกใส่ลูกค้า เพชรช่วยปัดไปต่างหาก อ่องดึงมือเพชรที่ถูกน้ำแกงร้อนๆลวกจนแดงให้เจ้าของร้านดู

“โห...ไปทำแผลก่อนเพชร” เจ้าของร้านบอกเพชรถามว่าใครเป็นคนจัดของในร้าน ถามลูกค้าว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ลูกค้าส่ายหน้าจึงเชิญเข้าไปนั่งก่อน

อ่องจ้องหน้าณรงค์อย่างรู้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น ณรงค์หลบไม่กล้าสู้หน้าพ่อ แต่พอกลับถึงบ้านก็ฟ้องจิตราว่าถูกเพชรแกล้ง ซ้ำพ่อยังหาว่าตนแกล้งมันอีกด้วย

จิตราด่าอ่องบอกว่าคราวนี้ตนไม่ยอมแน่ ลิ่วไปที่บ้านเพชรซึ่งย่าพุดกำลังทำแผลให้เพชรอยู่ กระแทกประตูเข้าไปแหวทันที

“ยายพุด หลานตัวดีแกอยู่ไหม”

“แม่จิต มีอะไรถึงเข้ามาดึกๆดื่นๆขนาดนี้” ย่าพุดถามพลางขยับตัวปกป้องเพชร

จิตราหาว่าเพชรทำร้ายตารงค์ลูกชายตน ย่าพุดพูดอย่างเยือกเย็นว่าถ้ามันเป็นความผิดของเพชรตนก็ขอโทษด้วย ต่อไปจะไม่ให้หลานไปยุ่งกับลูกชายแม่จิตอีก จิตราบอกถ้าจะให้ดีก็อย่ายุ่งกับพี่อ่องด้วย คนเรามันต่างชั้นกันก็ต้องต่างคนต่างอยู่

“ได้จ้ะ ถ้าแม่จิตต้องการแบบนั้นก็ได้ทุกอย่างเลยจ้ะ คราวหน้าคราวหลังแม่จิตจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลดตัวมาเหยียบบ้านสกปรกๆแบบนี้อีก” จิตรากระแทกเสียงว่านึกว่าตนอยากมาเหยียบนักรึไง “จ้ะ ถ้าไม่ชอบก็กลับไปได้ตลอดเวลานะจ๊ะ แล้วปิดประตูให้ด้วยนะ กลอนที่หน้าบ้านมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

พอจิตรากระแทกกระทั้นกลับไป เพชรบอกย่าว่า “ย่าครับ เพชรไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับ”

“ย่ารู้ว่าเพชรเป็นคนยังไง”

“แต่ทำไมย่าถึง...”

“เพราะย่าไม่สนใจแม่จิตน่ะสิ ย่ารู้ว่าเขาไม่ชอบเรา เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่เขาคิดเขาทำเกี่ยวกับเรามันก็จะมีแต่อคติมาบังตาบังใจตลอดเวลา เราแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างย่าก็ไม่ได้เป็นพวกโขนพวกละครสักหน่อย”

เพชรกับหนูพิมมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ แล้วหันมองย่าเชิงถาม ย่ายิ้มอธิบายให้หลานฟังว่า

“ก็พวกโขนพวกละครเขามีหน้าที่เต้นไปรำไปตามคำร้องคำบอกของคนอื่นใช่ไหมล่ะ แต่เราไม่ใช่นะลูก เราเป็นคน มีชีวิตเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราต้องกำหนดชีวิตตัวเอง จะดีจะชั่วเราต้องกำหนดเอง อย่าให้ใครหรืออะไรมาเป็นสิ่งกำหนดชีวิตของเรา จำเอาไว้นะลูก”

เพชรกับหนูพิมพยักหน้าอย่างเข้าใจคำสอนของย่า

ooooooo

เพราะไกรสรกินเหล้าหัวราน้ำมาเป็นเวลานาน คืนนี้จึงอ้วกเป็นเลือดทั้งที่ขวดเหล้ายังคามือล้มพิงรั้วโรงเรียนหมดสติไป ภารโรงสมมาเจอจึงไปบอกอ่อง อ่องไปบอกย่าพุดกับเพชรที่บ้าน

เมื่อพาไกรสรส่งโรงพยาบาลอยู่ในห้องอนาถา มีย่ากับหนูพิมในสภาพมอมแมมเพราะวุ่นมาทั้งคืนนั่งซบกันมองไกรสรที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

เพชรกับอ่องไปคุยกับหมอ ออกจากห้องหมอ อ่องบอกเพชรว่า

“ไม่ต้องกลัวนะเพชร อายังอยู่ ยังไงอาก็ไม่ปล่อยให้พ่อเอ็งเป็นอะไรไปแน่นอน แค่อาการแรกของพิษสุราเรื้อรัง ยังไงเราก็ต้องหาทางช่วยกันรักษาพ่อเอ็งให้หายให้ได้...ไปหาย่ากันเถอะ แกคงอยากรู้อาการของพ่อเอ็งแล้วล่ะ”

อ่องโอบไหล่เพชรไปอย่างให้กำลังใจ

อ่องหาทางช่วยเพชรกับย่าพุด ไปหาครูหมายเล่าเหตุการณ์และอาการของไกรสรให้ฟัง ครูหมายถามว่า ไกรสรต้องอยู่โรงพยาบาลกี่วัน อ่องบอกว่าเบาะๆก็ 3-4 วัน

“โธ่...แล้วอย่างนี้น้าพุดจะทำยังไงล่ะ ค่ามดค่าหมอมันจะหมดไปอีกเท่าไหร่” สร้อยกังวล

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่น้าพุดแกสั่งเด็ดขาด ไม่ให้ข้ายุ่งเรื่องนี้เพราะแกไม่อยากให้จิตเขาไม่สบายใจ เอ็งช่วยหน่อยได้ไหมวะครู เอาเงินข้าไปแล้วบอกว่าเป็นเงินเอ็ง”

ครูหมายไม่เอา เพราะถ้าน้าพุดรู้ตนโดนด่าแน่ บอกให้ช่วยกันหาวิธีอื่นดีกว่า ตนจะไปดูในตลาด ไปหางานให้เพชร วิธีนี้น่าจะดีที่สุด อ่องเห็นด้วยแต่เป็นห่วงว่าเพชรต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก บ่นหงุดหงิดว่า

“ไอ้สรนะไอ้สร เมื่อไหร่จะตาสว่างสักทีวะ”

ในภาวะที่ปกติก็มีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว เมื่อไกรสรเข้าโรงพยาบาลจึงต้องดิ้นรนหาเงินค่ารักษาเพิ่ม เพชรทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่หลับไม่นอน ง่วงจนหลับคาจานข้าว เพื่อนๆในอู่มองอย่างเห็นใจ

เพชรไปทำงานที่ตลาดโต้รุ่งทำความสะอาดจัดร้านและล้างถ้วยจานทำทุกอย่างเพื่อหารายได้มารักษาพ่อที่ป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล

ทำงานได้เงินเพชรก็เอามาให้ย่าหน้าตายิ้มแย้มแม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด

“ค่าจ้างที่ร้านข้าวต้มกับค่าขนผักในตลาดครับย่า เดี๋ยวตอนตี 3 เพชรจะไปช่วยพี่สมรที่แผงหมูครับครูหมายบอกว่าคนงานพี่เขาขาดพอดี”

ย่าบอกว่างานที่แผงหมูหนักจะไหวหรือ เพราะตอนเช้าเพชรยังต้องทำงานที่อู่อีก เพชรบอกว่าตนไหว ยังไงก็ต้องหาเงินให้มากกว่าเดิม เพราะนอกจากค่ายา ค่าหมอแล้ว เมื่อพ่อออกจากโรงพยาบาลก็ต้องกิน

อาหารดีๆ แบบที่หมอบอกด้วย เห็นย่าเป็นห่วง เพชรจึงยืนยันว่า

“ย่าครับ เพชรยังไหวจริงๆครับ ย่าไม่ต้องห่วงนะครับ เพชรจะไม่ทำอะไรเกินตัว เพชรต้องรักษาตัวเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปอีกคนเหมือนพ่อ ย่าไว้ใจเพชรนะครับ”

ย่าเองก็จะทำขนมขายให้มากขึ้น เพชรห่วงสุขภาพของย่า ย่าบอกว่าก็คงต้องนอนน้อยลงไปอีกนิด แต่ถ้ามันทำให้ครอบครัวเราไปรอด ย่าก็ต้องสู้ หนูพิมนั่งฟังอยู่บอกว่าตนก็จะช่วยย่าขายขนม ตอนเย็นช่วยทำกับข้าวและช่วยกวาดบ้านถูบ้าน ย่ากับพี่เพชรจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก

ย่ากับเพชรมองหนูพิมที่ทำหน้าขึงขังยืนยันคำพูดของตนอย่างปลาบปลื้มที่แค่สิบขวบแต่มีจิตสำนึกดี

ooooooo

เพชรทำงานในตลาดอย่างขันแข็งและมีน้ำใจช่วยแม่ค้ายกของหนักไม่เลือกว่าจะเป็นใคร จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกคน

เอมาเห็นเพชรก็มาชวนให้ไปทำงานกับตนอีก บอกว่าตนชอบความมุ่งมั่นและฝีมือของเพชรจึงอยากให้โอกาสอีกครั้ง คราวนี้ตนจะทำงานใหญ่ต้องการคนเก่งๆมาช่วย ล่อใจว่า

“รับรองว่าพอเสร็จงานนี้เอ็งจะมีเงินมากมาย แล้วชีวิตเอ็งจะเปลี่ยนไปจนเอ็งนึกไม่ถึง”

“ขอบคุณนะพี่เอที่พยายามช่วยผม แต่ผม...ชอบชีวิตแบบนี้จริงๆนะพี่ ถึงจะยังไม่เห็นอนาคตแต่อย่างน้อยผมก็ได้มองเห็นความสว่างสดใสของท้องฟ้า และชีวิตที่เป็นปกติแบบคนอื่นๆทั่วไปนะพี่ ผมไปทำงานก่อนนะพี่”

เพชรเข็นรถออกไปอย่างไม่เกรงกลัวบารมีและหน้าถมึงทึงอย่างหัวเสียของเอ

“เอ็งเลือกแบบนี้เองนะโว้ยไอ้เพชร ถ้าต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเอ็งก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”

เอตะโกนตามหลังเพชรไปอย่างเกรี้ยวกราด

เพชรยังคงเข็นรถไปอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวกับความเกรี้ยวกราดฉุนเฉียวของเอ

ooooooo

เอไม่พอใจที่เพชรบังอาจปฏิเสธข้อเสนอของตน ลูกน้องอาสาจะไปเล่นงานให้ เอว่าอย่าหาเรื่องเจ็บตัวเพราะรู้อยู่ว่าฝีมือเพชรไม่ใช่ย่อย ตนจะจัดการเอง

แต่ไม่ทันทำอะไร โบ้กับแก๊งค้ายาหน้าตาเหี้ยมก็ดาหน้าเข้ามา โบ้ชี้ว่าไอ้นี่แหละที่มันโกงเงินขายยาของพวกพี่ แล้วเข้าซัดเอจนล้ม สมุนก็กรูกันเข้าถลุงโบ้แต่พอเอตั้งตัวได้ก็ไล่ถลุงโบ้จนโบ้ร้องให้สมุนช่วย สมุนโบ้เข้ารุมจนเอลงไปกองกับพื้น ถูกแก๊งค้ายากรูกันเข้ารุมกระทืบอย่างสะใจ

ที่ลานฝั่งสลัม เพชรถือถุงผักเดินกลับบ้าน ได้ยินเด็กสองคนที่เดินสวนมาคุยกันอย่างสยองว่า

“ข้าว่าพี่เอไม่รอดแน่เลยว่ะ พี่โบ้พาคนไปเยอะขนาดนั้น”

เพชรหันไปจ้องหน้าคาดคั้นว่าใครเป็นอะไร เด็กมองกันหน้าเจื่อน

ณรงค์อยู่ที่มุมหนึ่งในตลาดดีใจมากที่วุธวิ่งเอากระดาษมาให้ ณรงค์รีบเปิดดูถึงกับตาลุกว่าสั่งเยอะดีรีบไปหาพี่ปืนกันเลย ถ้าขายได้ทั้งหมดที่วุธไปรับใบสั่งมา คราวนี้ได้มีเงินเที่ยวอีกเป็นเดือนแน่

เอถูกรุมยำเละแล้วถูกหิ้วปีกไปที่ลานใต้สะพาน หัวหน้าแก๊งค้ายาตะคอกถามว่า เงินของข้าอยู่ไหน

“เงินของมึงก็อยู่กับมึงสิ เงินของกูคือเงินของกู ไม่เกี่ยวกับมึง” เอสวนไปทันที

หัวหน้าแก๊งเอามีดจ่อขู่เอ ทันใดมันก็ร้องลั่นเอามือกุมหัว ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก้อนหินใหญ่ถูกขว้างใส่หัวโบ้ หัวหน้าและแก๊งค้ายาอย่างแม่นฉมังและรุนแรง จนพวกมันทรุดกองกับพื้น ปล่อยเอร่วงลงพื้น เอตะเกียกตะกายหาที่หลบ เพชรโผล่จากซอกแคบๆโยนหินก้อนเล็กใส่เอ เอเห็นก็รีบตะกายไปหา

โบ้เห็นเอหนีก็ตะโกนบอกหัวหน้าแก๊ง คำราม “ไอ้เพชร มึงนี่เอง!” แต่มันไม่ทันทำอะไรเพชรก็คว้าคอเสื้อเอลากออกทางซอยเล็กๆพาหนีตายกันอย่างทุลักทุเล

โบ้กับพวกวิ่งตามเพชรแต่ไม่เจอณรงค์กับวุธแอบดูอยู่อีกฟาก ณรงค์สงสัยว่าพวกนั้นทำอะไรกัน วุธจำได้บอกว่าพวกนั้นมันเป็นลูกน้องพี่ปืนที่มาจากฝั่งธน ณรงค์ก็จำได้แต่สงสัยว่าพวกนั้นมาทำอะไรกัน

โบ้พาลูกน้องตามหาเพชรไม่เจอก็ประกาศกร้าวว่ามันคงหนีไปได้ไม่ไกล วันนี้ยังไงตนต้องจัดการมันให้ได้ แล้วพาลูกน้องตามหาต่อไป

เพชรค่อยๆโผล่มาดูลาดเลาแล้วหิ้วเอออกมา

ไปคนละทางกับโบ้ ณรงค์เห็นเพชรก็ตาโตมองตามเพชรไปอย่างหมายมาด

เพชรหิ้วปีกเอมาถึงตรอกเล็กๆ บอกเอให้อดทนอีกนิด เดี๋ยวก็ถึงบ้านครูหมายแล้ว พอเพชรพูดจบเอก็สะบัดจากเพชรอย่างแรง บอกให้เพชรหนีไปเลยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา

“เกี่ยวสิพี่ ก็เงินนั่นเงินเดิมพันใช่ไหมล่ะ...ถึงผมไม่ได้รับ แต่ผมก็มีส่วนในเรื่องนี้ แล้วที่สำคัญถ้าผมจะหนีตอนนี้ ผมก็ไม่เข้ามาช่วยพี่ตั้งแต่แรกหรอกนะ ป่านนี้ผมกลับไปกินผัดผักฝีมือย่าตั้งนานแล้ว”

เพชรพูดติดตลก แต่เอไม่ขำบอกเพชรว่าพวกมันไม่ธรรมดา เพชรบอกว่านั่นยิ่งทำให้ตนทิ้งพี่ไปไม่ได้

“พี่เอ...ถึงพี่จะทำอะไรมากมายในงานของพี่ แต่ในเรื่องส่วนตัว สำหรับผมพี่เป็นพี่ชายที่ผมนับถือในหลายๆเรื่องมาตลอด แล้วพี่ก็ช่วยผมมาหลายครั้งแล้ว อย่าเพิ่งมาเถียงกันเลยพี่ รีบไปเหอะ ยังไงบ้านครูหมายก็ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเรา”

เอเชื่อว่าพวกนั้นคงไม่คิดว่าเพชรจะพาตนมาที่นี่ เดี๋ยวตนไปเอง แต่พูดไม่ทันขาดคำเสียงโบ้ถามณรงค์ว่าแน่ใจหรือว่าสองตัวนั้นมาทางนี้ และไม่ทันที่เอกับเพชรจะตั้งตัว โบ้กับลูกน้องก็เดินตรงเข้ามาพร้อมมีดไม้ เพชรกับเอตกใจ ณรงค์กับวุธโผล่มาแอบดูอย่างสะใจ

โบ้บอกเอให้คืนเงินให้พี่เขาเรื่องจะได้จบ เอด่าโบ้ว่าขี้ขลาด คนอย่างนี้ต้องเอาผ้านุ่งมาคลุมหัวถึงจะเหมาะ โบ้กระโจนเข้าหาเอทันที เพชรจ้องอยู่ เหวี่ยงถุงผักสวนโบ้ไปเต็มแรงแล้วถีบซ้ำกลางอากาศจนโบ้ทรุด

เอกับเพชรช่วยกันปัดป้องต่อสู้เต็มที่จนพวกโบ้แม้จะมากกว่าก็ทำอะไรไม่ได้ ซ้ำยังเสียอาวุธให้เอกับเพชรอีก แก๊งค้ายาเห็นพวกโบ้เสียท่าจึงชักปืนออกมายิงขู่ เพชรรีบลากเอมาหลบใกล้ๆ

“เลิกซ่าได้แล้ว เอาเงินของกูคืนมา แล้วก็เงินค่าเสียหายที่ทำพวกกูเสียเวลาด้วย” หนึ่งในแก๊งค้ายายกปืนขู่ท่าทางขึงขัง เพชรกับเอมองปืนที่จ่อหน้านิ่ง ณรงค์ที่แอบดูอยู่ยิ้มอย่างสะใจ แต่แล้วก็หงุดหงิดที่แก๊งค้ายาไม่ยิงสักที

แก๊งค้ายาเดินเข้าหาเพชรกับเออย่างคุกคาม

ถามว่าคิดจะลองดีกับกูใช่ไหม

ทันใดทุกคนก็สะดุ้งเมื่อมีเสียงขึ้นลำกล้องปืนลูกซองดังขึ้น แล้วครูหมายก็เดินหน้าเครียดเข้ามา

“เอ็งกล้ามากนะที่มาทำร้ายเด็กในถิ่นของข้า”

พวกนั้นตกใจกับท่าทีดุดันของครูหมาย ครูหมายเดินผ่านทุกคนไปลากตัวเพชรกับเอออกมา แก๊งค้ายา

บอกว่าเด็กของครูล้ำเส้นตนก่อน มันเอาเงินของตนไป เอโต้ว่าไม่จริง เงินนั่นตนได้มาเพราะเพชรชนะไอ้โบ้วันที่พวกมันซัดกันคราวก่อน เพราะฉะนั้นเงินนั่นต้องเป็นของตน บอกพวกค้ายาว่า

“ถ้ามึงอยากได้คืน มึงก็ไปรีดเอาจากไอ้โบ้สิวะ มันเอาของมึงมาใช้ ไม่เกี่ยวอะไรกับกู”

แก๊งค้ายาหันไปถามโบ้ โบ้หน้าเสียหันรีหันขวางแล้วตะกายหนีไป แก๊งค้ายามองครูหมายที่ยืนนิ่งแล้ววิ่งตามโบ้ไป

ครูหมายมองสภาพของเพชรบอกว่ากลับไปแบบนี้มีหวังโดนย่าฟาดน่วมแน่ บอกให้ไปทำแผลที่บ้านครูก่อนค่อยกลับบ้าน

เพชรบอกว่าไม่เป็นไร ตนต้องรีบไปทำกับข้าวให้ย่ากิน ป้าอิ่มฝากผักมาให้ย่า แต่เละแบบนี้ไม่รู้ย่าจะว่ายังไง แล้วลากลับเลย เอก็ทำท่าจะกลับ ครูหมายบอกว่าอย่าเพิ่งไป ให้ไปทำแผลก่อน แล้วลากเอไปเลย

เพชรที่แอบดูอยู่ยิ้มพอใจ ภาวนาให้เอยอมรับความช่วยเหลือจากครูหมายแบบนี้ตลอดไปเถิด

วุธถามณรงค์ว่าใจคออยากให้เพชรกับเอโดนยิงจริงหรือ ณรงค์บอกว่าอยากให้เพชรตาย พ่อจะได้เลิกยกย่องมัน และถ้าไม่มีเอ เขตนี้ก็ต้องเป็นของตน วุธแย้งว่ายังมีโบ้อยู่

“อย่างไอ้โบ้เหรอ กระจอกว่ะ ไอ้นั่นมันมีแต่แรง ไม่มีสมอง” ณรงค์สบถหัวเสียว่าครูไม่น่ามายุ่งเลย

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้านก็ปะเหลาะย่าหวังว่าย่าอารมณ์ดีจะได้ไม่ลงโทษตนที่ไปมีเรื่องมา หนูพิมก็พยายามช่วยพี่ชายเอาไม้เรียวไปซ่อนแกล้งหยิบไม้คานมาให้ย่าแทน

แต่คราวนี้ย่ากลับบอกว่าครั้งนี้เพชรไม่ผิด เพชรสู้เพื่อปกป้องคนอื่นไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องหรือทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ย่าบอกว่า

“เพราะงั้นข้าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำโทษเอ็งนะเพชร ที่ข้ายอมให้เอ็งไปเรียนมวยกับครูหมายก็เพื่อป้องกันตัวเอง ปกป้องคนอื่น...ใช่ไหม”

เพชรรีบพยักหน้าหายเครียด ย่าบอกว่างั้นก็จบเรื่อง พูดอย่างรู้ทันหนูพิมว่า รู้นะว่าเอาไม้เรียวไปซ่อน เพราะไม่อยากให้พี่เอ็งโดนตี หนูพิมยิ้มแหย ย่าลูบหัวอย่างเอ็นดูแล้วไล่ให้ไปช่วยกันทำกับข้าว

เช้าวันรุ่งขึ้นเพชรไปกวาดบริเวณอู่ตั้งแต่ศักดิ์ยังไม่เปิดประตู ครู่เดียวเฮียตงก็มาบอกเพชรว่าพ่อหายไปจากโรงพยาบาล เพชรกับอ่องจึงช่วยกันตามจนเจอหิ้วปีกกลับ ไกรสรก็ยังตะโกนขอเหล้าจากแม่ไปตลอดทาง

อ่องให้เพชรไปจัดการเรื่องยาที่โรงพยาบาล

ตนจะกลับไปทำงาน มีอะไรให้ไปตามที่อู่ เน้นกับเพชรว่า

“ไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งนั้น อาเป็นอาของเพชร แล้วก็เป็นลูกคนนึงของน้าพุดมาตลอด จำไว้นะเพชร”

เพชรออกไปเห็นตำรวจจับวัยรุ่นคุ้นหน้าหลายคนไป พลันก็สะดุ้งเมื่อถูกยุทธมาจับมือขอร้องให้ช่วยด้วยตนไม่อยากโดนจับ เพชรจึงรู้ว่ายุทธมาเดินยา ยุทธบอกว่าเพิ่งทำครั้งแรกเพราะโบ้เอาเงินมาให้

“ถ้าพี่ช่วยเอ็งแล้วเอ็งจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องชั่วร้ายพวกนี้ไหม” เพชรถาม ยุทธบอกว่าเงินมันดีตนไม่มีทางเลือก เพชรบอกว่าต้องมีเพราะย่าบอกว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เกิดแล้วจะดีเลวแค่ไหนอยู่ที่การเลือกของเรา บอกยุทธให้โยนยาทิ้งเสียแล้วเริ่มใหม่ หรือไม่ก็เป็นอาชญากรที่รู้แก่ใจดีว่าสุดท้ายจะจบลงยังไง

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ตอนที่ 1 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "เพชร" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย รังสิ สานกิ่งทอง, อิษยา ฮอสุวรรณ 12 ก.พ. 2562 09:38 2019-02-14T02:53:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ