ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พริกกับเกลือ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่ถนนคนเดินกลางคืน ศุวิมลพาลูกศิษย์ไปเดินดูแผงหนังสือเก่า แนะให้ลองซื้อหนังสือท่องเที่ยวที่ฝรั่งเขียนไปอ่านดูจะได้ฝึกทักษะการแปล ของตัวเอง

    ขณะกำลังเพลินๆกับลูกศิษย์นั่นเอง ศุวิมลเหลือบเห็นยอดชายที่มองมาพอดี เธอสะบัดบ๊อบใส่ทันที ยอดชายหัวเราะหึๆ บอกตัวเองว่า “ถึงเวลาสนุกแล้ว...”

    ศุวิมลเดินอ้าวไปจนลูกศิษย์ถามว่าครูหนีใคร หรือ เธอบอกว่าหนีสัมภเวสี ลูกศิษย์งงๆ ยอดชายพูดแทรกขึ้นว่า

    “คนครับ ไม่ใช่ผีเร่ร่อน” แล้วชิงรุกต่อ บอกพวกลูกศิษย์ ศุวิมลที่กำลังงงๆว่า “พี่เป็นแฟนยัยอาจารย์เพี้ยนนี่จ้ะ”

    พวกลูกศิษย์มองกันตาค้าง ส่วนศุวิมลร้อง “เฮ้ย!!!!!” ทิ้งช่วงไปนานกว่าจะปฏิเสธว่า “เปล่านะ”

    ยอดชายยิ่งคึก บอกพวกลูกศิษย์ว่า “เราสองคนคลิกกันเลยตกลงคบหาดูใจกันตั้งแต่เมื่อวานนี้เอง... สดๆร้อนๆข้าวใหม่ปลามัน จริงไหมจ๊ะตัวเอง” พูดแล้วเข้าไปโอบศุวิมลทำเอาเธอเหวออายมาก

    พวกลูกศิษย์ไม่อยากอยู่เป็น ก.ข.ค.เลยพากันไหว้ลา ศุวิมลตั้งหลักได้ก็กระทืบเท้ายอดชายเหยียบขยี้ๆจนเขาร้องลั่น

    ooooooo

    หลังจากฟังดิ่งพูดเป็นปริศนาให้คิดแล้ว จี๊ดคาดเดาไปต่างๆ นานา แล้วมาสะดุดที่เทวัญ คิดแล้วก็ช็อกเอง

    เงาะถูกเอาตัวไปกักไว้ที่คอนโดฯเทวัญจริงๆ เพราะหลังจากที่เงาะไล่จี๊ดกลับไปแล้ว เทวัญก็มาเคาะประตูเรียก ถามว่าเธอบอกอะไรจี๊ดไปหรือเปล่า เงาะตกใจกลัวตัวสั่นยืนยันว่าไม่ได้บอก

    “อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ไปอยู่กับฉัน ยังไงน้องจี๊ดก็ไม่มีทางไปที่บ้านฉัน...ที่นั่นจะเป็นที่ที่เธอจะอยู่อย่าง ปลอดภัยที่สุด โดยที่น้องจี๊ดหรือใครก็ไม่มารบกวน ไป!” เทวัญกระชากเงาะไป เธอกลัวจนร้องไห้แทบขาดใจ

    หลังจากนั้น เงาะก็ถูกกักไว้ที่คอนโดฯ เธอกลัวจนกอดตัวเองร้องไห้ตลอดเวลา...

    พอจี๊ดฉุกคิดได้ก็ชวนดิ่งไปที่คอนโดฯเทวัญคืนนั้นเลย ดิ่งถามว่าแน่ใจแล้วหรือ

    “ไม่รู้ รู้แต่ว่า ถ้าจริง ฉันก็จะได้ช่วยเพื่อนแต่ถ้าไม่จริง นายก็ช่วยฉันด้วยแล้วกัน” ดิ่งถามว่าจะให้ช่วยยังไง “ก็...ช่วยหาผ้าซับน้ำตาให้ด้วย เพราะคราวนี้พี่เทวัญคงได้เลิกกับฉันแน่ๆ แล้วฉันก็จะต้องเสียใจ เสียน้ำตา”

    มาถึงหน้าห้องเทวัญ จี๊ดเคาะประตูเรียก แต่ข้างในเงียบกริบ เธอเคาะเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังเงียบอยู่อย่างนั้น

    แต่ในห้อง เงาะแทบจะกลั้นหายใจกลัวข้างนอกได้ยิน เธอหวาดผวาจนร้องไห้ไม่ออก มีแต่ความตระหนกตื่นกลัว...

    ดิ่งแนะให้ลองโทร.ดู จี๊ดโทร.ปรากฏว่าเทวัญปิดเครื่อง จี๊ดหันไปจะเคาะประตูอีก ดิ่งจับมือเธอไว้บอกให้พอเถอะเล่นบุกแบบนี้แถมยังเสียงดังอย่างกับพูดออก ไมโครโฟนกระต่ายก็ตื่นตูมหมด บอกให้กลับไปก่อนถ้ายังสงสัยว่าเงาะอยู่ที่นี่ค่อยหาทางกันอีกที

    โชคดี ที่กำลังจะกลับก็เจอทันวิทย์ที่เพิ่งกลับจากออกค่ายพอดี ทันวิทย์เปิดประตูเข้าไปถามจี๊ดว่ามีเรื่องอะไรกับเทวัญหรือ ถามว่าดิ่งเป็นใครมากับเธอได้ยังไง จี๊ดตัดบทว่าช่างเถอะ ตอนนี้ตนอยากรู้ว่าเทวัญเอาเงาะมาไว้ที่นี่หรือเปล่า แล้วบอกให้ดิ่งค้นให้ทั่ว ค้นถึงห้องนอนเลย

    “ผมดูให้เองก็ได้ แต่ผมมั่นใจว่ายังไงพี่เทวัญก็ไม่มีทางทำอย่างที่พี่จี๊ดกล่าวหาเด็ดขาด มันงี่เง่ามากเลยรู้ป่ะ” จี๊ดถามว่าใครงี่เง่า “ก็พี่จี๊ดไง ไปฟังใครเป่าหูมา เอ้า...ดูเลย ดูให้เต็มตา” ทันวิทย์เดินนำเข้าไปในห้องนอน พลันเขาก็ชะงักกึก

    เงาะกำลังเปิดตู้เสื้อผ้าจะเข้าไปซ่อน เธอส่งสัญญาณไม่ให้ทันวิทย์บอกจี๊ด พริบตานั้นจี๊ดเบียดตัวเองเข้าไป แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว ทันวิทย์ได้ทีทำใจเย็นสู้เสือ ท้าให้ดูทุกซอกทุกมุมเลย หรือจะดูตู้เสื้อผ้าด้วยก็ได้จะเปิดให้ดูเดี๋ยวนี้

    “ก็ดีนะ” ดิ่งขยับจะไปที่ตู้ ทันวิทย์ใจหายวาบ พลันจี๊ดก็บอกว่าไม่ต้อง ไม่มีก็ไม่มี แล้วกลายเป็นบ่นดิ่งว่า

    “ฉันมันปัญญาอ่อนเอง ถ้าพี่เทวัญคิดจะทำอะไรเลวๆ แบบนั้นจริง เขาคงไม่โง่พาเงาะมาอยู่ที่นี่หรอก ฉันไม่น่าเชื่อนายเลย มันทำให้ฉันดูโง่มาก”

    ดิ่งโต้ว่าตนไม่ได้บอกสักคำว่าเทวัญพาเงาะมาอยู่ที่นี่ จี๊ดพาลกระแชงประชดว่าตนผิดเอง พอใจหรือยัง ถามว่าจะกลับไหมหรือจะเดินกลับเอง ดิ่งเลยจำต้องเงียบเดินตามไป จี๊ดหันกำชับทันวิทย์ว่า

    “ไม่ต้องบอกพี่เทวัญเรื่องนี้นะ พี่ไม่อยากให้พี่เทวัญโกรธพี่มากไปกว่านี้” แล้วตวัดเสียงสั่ง “นายดิ่ง...กลับ”

    ทันวิทย์รีบปิดประตูล็อก เข้าไปถามเงาะที่ออกจากตู้เสื้อผ้านั่งร้องไห้อยู่ว่า “พี่จี๊ดตามหาคุณใช่ไหม” เงาะพยักหน้า ทันวิทย์หน้าเครียด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

    ฝ่ายจี๊ด พอกลับถึงบ้านก็ตะบึงตะบอนใส่ดิ่งโทษว่าเขาทำให้ตนดูเป็นคนงี่เง่า แต่พออยู่คนเดียว เธอหยิบรูปถ่ายตัวเองคู่กับเทวัญขึ้นดู พึมพำ... “พี่เทวัญ...จี๊ดภาวนานะ ขอให้จี๊ดเข้าใจผิด...”

    ooooooo

    เมื่อหลอกได้เงินจากเศกแล้ว มารศรีก็นัดพบเทวัญที่บาร์ในบ่อน แต่คืนนี้เทวัญดูลุกลี้ลุกลน ไม่นานก็จะกลับ

    “อะไรกัน ฉันเพิ่งได้เงินจากสามีมาสดๆ ร้อนๆ ตั้งสองล้านแน่ะ ช่วยฉันลุ้นหน่อยสิ น่า...อย่าเพิ่งกลับนะ”

    เงินสองล้านกับการออดอ้อนของมารศรีทำให้เทวัญลุกเดินตามเธอเข้าไปข้างใน

    กลับมาถึงคอนโดฯ เทวัญหงุดหงิดเมื่อถูกทันวิทย์ถามเรื่องเงาะ เทวัญอารมณ์เสียบอกว่าตนมีอะไรกับเงาะจริงๆ ทันวิทย์ผิดหวังมากต่อว่าพี่ชายที่ทำกับเพื่อนสนิทของจี๊ดที่เป็นคู่หมั้น ตัวเอง ซ้ำยังเอามาอยู่ที่ห้องจนจี๊ดเกือบจับได้

    เมื่อเงาะออกมาอ้อนวอนให้ปล่อยตนไปเสียตนจะไม่ทำให้เขาเดือดร้อน ถูกเทวัญตวาดว่า ขู่ตนไว้มาก จะปล่อยให้ไปปากสว่างหรือไง เงื้อมือจะตบเงาะ ทันวิทย์ทนไม่ได้เข้าไปขวาง บอกพี่ชายว่าถ้าไม่ปล่อยเงาะ ตนจะไปบอกจี๊ดเอง

    “ทันวิทย์ ไอ้น้องเลว แกขู่ฉัน...แกน่าจะตายไปพร้อมกับแม่และพ่อตั้งแต่อุบัติเหตุรถคว่ำวันนั้น ไม่น่ารอดมาเป็นหอกข้างแคร่ฉันเลย!” เทวัญพรวดพราดเข้าห้องปิดประตูปัง

    เงาะรีบถามทันวิทย์ว่าตนไปได้หรือยัง “คุณรีบไปเถอะแล้วอย่าลืมทำตามที่พูดนะ อย่าให้พี่จี๊ดรู้เรื่องนี้”

    “พี่สัญญา พี่จะไม่บอกจี๊ด จี๊ดจะไม่มีทางรู้ว่า จริงๆ แล้วคู่หมั้นของเขาเลวทรามขนาดไหน”

    เงาะรับปากแต่ในใจคิดว่าไม่เอาไว้แน่ พอเงาะ วิ่งออกไป ทันวิทย์ก็ทรุดนั่งอย่างเหนื่อยใจ...

    ooooooo

    คืนนี้ มารศรีกลับบ้านเอาตอนตี 5 กว่าๆ เศกนั่งรออยู่ เขาข่มความรู้สึกถามว่าไปไหนมากลับบ้านเกือบเช้าทุกวัน มารศรีในสภาพมึนๆ ไม่ตอบ จนเศกโมโหเสียงดังใส่ เธอพูดเกือบเป็นตวาดว่าตนไม่จำเป็นต้องตอบ

    ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง เศกถามว่าตนทำอะไรให้ไม่พอใจหรือทำอะไรไม่ดีพอจนเธอต้องประชดกันแบบนี้ ศุวิมลได้ยินเสียงพ่อทะเลาะกับมารศรี จึงลุกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

    มารศรีเปลี่ยนท่าทีเป็นเล่นละครดราม่าทันที รำพึงรำพันว่าตนยังมีความต้องการแต่เศกไม่เคยมองเห็นว่ามันสำคัญสำหรับคน เป็นเมียอย่างตน คร่ำครวญว่า

    “ศรีไม่เคยนอกใจคุณ แต่ศรีแค่ขอไปเที่ยวสนุกกับเพื่อนเพื่อชดเชยความเหงาไม่ได้เหรอคะ” เธอเอียงคอเปิดไหล่ยื่นไปท้าให้พิสูจน์ว่ามีกลิ่นผู้ชายติดตัวมาหรือเปล่า

    เศกอึ้ง เริ่มเครียด ทำให้ปวดหัวใจ จนศุวิมลขอให้มารศรีหยุดพูดได้แล้ว พลางประคองเศกไปนั่ง แต่มารศรียังพล่ามไม่เลิกหาว่าเศกดูถูกตน จนศุวิมลทนไม่ได้ พูดเสียงดัง “บอกให้พอได้แล้ว”

    “อย่าลูก...อย่าไปว่าเขา...พ่อผิดเอง...คุณศรี...ผม...”

    เศกพูดไม่ทันจบ มารศรีก็สะบัดไปแล้ว แต่แอบยิ้มสมใจที่ทำให้เศกเจ็บปวดได้ ศุวิมลขอร้องพ่อให้พักก่อน ตนจะตามหมอมาเดี๋ยวนี้เลย

    สายๆ ศุวิมลโทร.บอกดิ่งว่า มารศรีก่อเรื่องอีกแล้วเพิ่งกลับมาเมื่อเกือบสว่างเมามาด้วย ตอนนี้สภาพของคุณพ่อแย่มากเลย

    “แล้วอาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”

    “ลุงหมอบอกว่าคุณพ่อมีอาการของโรคหัวใจ อย่าทำให้ท่านเครียดอีก มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ ไหนจะโรคเก่า แล้วยังมาโรคนี้อีก...พี่ดิ่งกลับมาสักทีได้ไหม ศุเซ็งเรื่องบ้าๆนี่เต็มที อยากให้มันจบๆเสีย”

    ดิ่งนิ่งอึ้ง ใจหนึ่งอยากกลับไปดูอาการของพ่อ แต่อีกใจก็ลังเล กลัวพ่อจะรับไม่ได้

    ooooooo

    ที่บ้านจี๊ด...เจตนากับวันดีก็มีเรื่องกันไม่ได้หยุดหย่อน วันนี้วันดีก็ตำหนิเจตนาว่าทำเกินไปที่ให้ดิ่งตีสนิทกับจี๊ด หาว่าเขาพยายามที่จะให้ดิ่งขึ้นมา เทียบเท่าเทวัญ ปรามว่าทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างหรือเปล่า

    “ผมคิดทุกอย่างที่ผมทำและก็ไม่ได้ตีค่าของคนที่ฐานะ คุณค่าของคนมันวัดกันที่จิตใจ”

    วันดีสวนไปทันทีว่าจิตใจของดิ่งนั้นคือหาทางขยับฐานะตัวเองมาปอกลอกฮุบสมบัติของเราโดยผ่านจี๊ด เจตนามองอึ้งถามว่า “คุณคิดได้ยังไง”

    วันดีโต้ว่าตนพูดความจริง โลกนี้ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลให้ตัวเอง เจตนามองวันดี พูดอย่างผิดหวังว่า

    “นี่คือผู้หญิงที่ผมเคยรักและตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยเพราะความดีคนเดิมหรือเปล่า หรือผู้หญิงคนนั้นจริงๆแล้วไม่เคยมีตัวตน นี่ต่างหากคือธาตุแท้...ผมบอกเป็นครั้งสุดท้ายนะ ผมอาจจะหมดความอดทนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ก็ได้ ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวร้ายกาจและมีความคิดที่น่าเกลียดแบบนี้”

    พอเจ้านายทะเลาะกัน บรรดาคนรับใช้ในบ้านก็พากันตึงเครียด เจตนาสั่งแช่มให้เอารถออก สำรวยเร่งแช่มที่กำลังกินข้าวเสียจนข้าวเกือบติดคอตาย

    ooooooo

    ขณะที่ดิ่งยืนรอจี๊ดเพื่อไปทำงานนั้น สมองเขายังเครียดเรื่องพ่อ แต่พอจี๊ดออกมาทั้งสองก็มีเรื่องยั่วแหย่โต้เถียงกันตามเคย จี๊ดโมโหไล่เขาให้ไปเองไม่ให้นั่งรถตน ก็พอดีดิ่งได้รับโทรศัพท์จากรัตนาบอกว่าได้ประวัติของผู้ชายที่เขาถ่ายรูปไว้แล้ว เราคงต้องคุยกันนาน นัดไปพบกันที่ร้านกาแฟคุณมดใกล้ออฟฟิศ ย้ำว่าให้รีบหน่อย

    ดิ่งวิ่งไปที่รถจี๊ดเปิดประตูขึ้นไปนั่งหน้าตาเฉย จี๊ดไล่ก็ไม่ลงอ้างว่า ถ้าไม่ได้ไปรถเธอตนสายแน่ จี๊ดยัง ลอยหน้าว่าเขาไม่หยุด จนดิ่งร้อนใจลงไปเปิดประตูด้านคนขับดันเธอไปนั่งอีกเบาะแล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว

    แต่แทนที่จะไปที่ทำงาน เขากลับไปจอดที่ร้านกาแฟคุณมด บอกว่าจะไปซื้อกาแฟ จี๊ดไม่เชื่อตามไปด้วยความอยากรู้ว่าเขารีบมาที่นี่ทำไม

    รัตนากำลังไปที่ร้านกาแฟอย่างเร่งรีบ นอกจากกระเป๋าสะพายแล้วเธอยังถือซองเอกสารมาด้วย

    ด้วงรับงานจากเทวัญกำลังสะกดรอยจะจัดการรัตนาแต่คนมากจัดการไม่สะดวกจึงตามไปเรื่อยๆโดยที่รัตนาไม่รู้ตัว จนได้จังหวะลับตาคนมันใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าพุ่งเข้าเอามีดจี้ รัตนาตกใจยอมให้กระเป๋าแต่หนีบซองเอกสารไว้แน่น มันผลักรัตนากระเด็นไปชนผนังจนสลบแล้วแย่งซองเอกสารไป

    แต่ด้วงไม่ทันหนี ดิ่งกับจี๊ดก็มาถึง ดิ่งพุ่งทะยานเข้าถีบมันกระเด็นแล้วจะตามซ้ำ ถูกมันถีบจนเซไปชนจี๊ด มันอาศัยจังหวะนั้นจะวิ่งหนีไป จี๊ดถอดรองเท้าปาถูกหัวมันอย่างจังจนมันล้ม จี๊ดวิ่งเข้าไปตะลุมบอนมันทั้งจิกตีกัดข่วน จนดิ่งร้องเตือนให้ระวังตัว ไม่ทันขาดคำด้วงก็ตบจี๊ดเต็มแรงจนหน้าหงาย ดิ่งรีบวิ่งมาดู ด้วงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีรอดไปได้ ทั้งสองจึงรีบไปดูรัตนา

    ooooooo

    เทวัญพยายาม โทร.เข้ามือถือของจี๊ดแต่ไม่มีคนรับสายเพราะเธอรีบตามดิ่งไปเลยไม่ได้เอากระเป๋าไปด้วย เทวัญบ่นอย่างหัวเสียว่าไปไหนของเขา เจ๊ยุพาสาระแนเข้ามาบอกว่าดิ่งก็ยังไม่มาเหมือนกัน ตนจะเอาเอกสารฝ่ายขายมาเสนอท่านเซ็นปรากฏว่ารัตนาก็ไม่อยู่

    เทวัญได้ยินชื่อรัตนาก็ฉุกคิดถึงงานที่ให้ด้วงไปทำ เขาพรวดพราดออกไปทันที

    ที่มุมลับตาคน เทวัญได้รับเอกสารจากด้วง พอดึงออกมาดู เขาอ่านเบาๆ “ประวัติของคุณโชค”

    เทวัญนึกถึงวันที่นัดพบนักธุรกิจที่ห้างสรรพสินค้าและรัตนามาเห็น เขาเดาได้ทันทีว่ารัตนากำลังทำอะไร ขยำกระดาษแผ่นนั้นคำรามอย่างเจ็บใจ “นังรัตนา!!”

    เขาถามด้วงว่ามีใครเห็นหน้าหรือเปล่า ด้วงบอกว่าตนใส่หมวกไอ้โม่ง ถามอีกว่าสภาพรัตนาเป็นอย่างไร

    “พอดีไอ้ดิ่งกับคุณจี๊ดไม่รู้โผล่จากไหน ผมเลยไม่ทันได้จัดการมัน” เทวัญตกใจเมื่อรู้ว่าสองคนนั้น

    รู้เรื่องรัตนา ด้วงทวงค่าจ้าง เทวัญควักให้หนึ่งหมื่น

    ด้วงทักท้วงว่าเราตกลงกันไว้สองหมื่น “เพราะนังรัตนา

    มันไม่ได้อาการสาหัสอย่างที่ฉันอยากให้เป็น เอาไปแค่นั้น!”

    ด้วงจะไม่ยอม ถูกเทวัญขัดขึ้นเสียงเข้ม “อย่าต่อรอง เพราะยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะรับงานจากฉันมาจัดการแกถ้าแกเรื่องมาก! หรือปากโป้ง!”

    ขู่แล้วเทวัญเดินออกไป ด้วงมองเงินในมืออย่างเจ็บใจที่ถูกเบี้ยวได้มาแค่ครึ่งเดียว

    ooooooo

    โชคดีที่รัตนาแค่หัวโน ดิ่งกับจี๊ดจึงพาเธอกลับบ้าน ดิ่งร้อนใจเพราะมีเรื่องจะคุยกับรัตนา หาทางให้จี๊ดกลับไปก่อน แต่เธอไม่ยอมกลับเพราะอยากรู้ว่าเขาจะคุยอะไรกัน

    จังหวะนั้นเอง เจตนากับยอดชายก็เข้ามาด้วยความเป็นห่วงรัตนา ยอดชายถามว่าตำรวจว่ายังไงบ้าง ดิ่งบอกว่าลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และจะเร่งสืบหาตัวคนร้ายต่อไป

    เจตนาบ่นรัตนาว่าบอกให้ซื้อรถไว้ใช้ก็ไม่ซื้อสักที เป็นผู้หญิงคนเดียวไปไหนมาไหนจะได้ปลอดภัย ถามว่าแล้วไปทำอะไรที่นั่น รัตนาบอกว่าตนจะปรึกษาดิ่งเรื่อง...ถูกจี๊ดขัดขึ้นว่าทำไมต้องปรึกษาดิ่งในเมื่อตัวเองเป็นเลขาของคุณพ่อ เจตนาพอจะเดาออกว่าคงต้องเป็นเรื่องใกล้ตัวจี๊ด รัตนาจึงไม่สะดวกจะพูด

    “ยัยจี๊ดกลับออฟฟิศไปก่อนไป” เจตนาสั่ง เห็นจี๊ดทำท่าจะไม่ไปเลยบอกว่า “เทวัญตามหาตัวเราอยู่ เห็นว่ามีเรื่องจะคุย” จี๊ดอ้างว่าตนไม่มีอะไรจะคุย “งั้นช่วยไปประชุมฝ่ายขายแทนพ่อที ไปรับรู้แทนพ่อ แต่ไม่ต้องตัดสินใจ มารายงานพ่อก่อน”

    จี๊ดทำท่าจะงอแงอีก ดิ่งเลยดักคอว่า “หรือไม่กล้า”

    “ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จิตรวรรณทำไม่ได้ รู้จักฉันน้อยไป” จี๊ดฮึดขึ้นมาลุกเดินฉับๆ ออกไป ทุกคนเลยโล่งใจ

    “เรื่องนายเทวัญใช่ไหม” เจตนาถามรัตนาเธอ ตอบรับว่าใช่

    ฟังรายละเอียดจากรัตนาแล้ว เจตนาตั้งข้อสังเกตว่า คนฉลาดอย่างเทวัญทำไมถึงได้นัดทำอะไรที่ใกล้ออฟฟิศเราขนาดนี้ ยอดชายคาดว่าไม่มีใครสนใจ

    “หรือไม่...ก็อาจจะเป็นการขุดบ่อล่อปลา” ดิ่งคาดคะเน เจตนาถามว่าหมายความว่ายังไง “เพื่อจะดูว่า...มีใครกำลังจับตามองเขาอยู่หรือเปล่า”

    ทุกคนฟังการวิเคราะห์ของดิ่งแล้วต่างเห็นด้วย ดิ่งเองรู้สึกกังวลไม่น้อย

    ooooooo

    จี๊ดกลับไปที่ออฟฟิศ จับได้ว่ายุพากำลังโทรศัพท์เล่าเรื่องรัตนาให้ฟังอย่างออกรสเมามันว่าเจตนาถึงกับรีบแจ้นไปดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลทีเดียว

    จี๊ดทนฟังไม่ได้ถามอย่างเอาเรื่องว่า เล่าเรื่องอะไรให้แม่ตนฟัง พูดเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพราะรัตนาไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแต่กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว ตนเป็นคนพาไปเอง

    จี๊ดไล่ยุพาออกจากงาน เทวัญมาเจอเข้าถามว่า มีเรื่องอะไรกัน พอจี๊ดกล่าวโทษว่ายุพาทำตัวเป็นพนักงาน ปากโทรโข่งชอบขยายเรื่องจนผิดเพี้ยนบิดเบือนไม่สนว่าจะเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงกับใครบ้าง ตนขอไล่ออก

    ยุพาอ้อนวอนเทวัญให้ช่วยตนด้วย เทวัญบอกจี๊ดว่าให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งวู่วาม

    “ก็ได้ จี๊ดจะใจเย็น แต่ถ้าการเม้าท์ไม่มีเบรกของเจ๊ยุพาทำให้ครอบครัวของจี๊ดเดือดร้อน จี๊ดเครียดเมื่อไหร่ ได้เห็นดีกันแน่”

    ยุพาโล่งใจ ขอบคุณเทวัญที่ช่วยไว้ เทวัญบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนรู้ว่าเธอทำไปด้วยความปรารถนาดี ตนจะปกป้องเอง แล้วตบท้ายว่า

    “ยังไงก็ตามผมอยากให้คุณช่วยเป็นหูเป็นตาให้คุณวันดีแบบนี้ต่อไป เชื่อผม คุณทำดีแล้ว...ผมภาวนานะ ให้คุณวันดีลุกขึ้นมาทำอะไรที่เด็ดขาดได้สักที”

    “ค่ะ...ยุพาเห็นด้วย” ยุพาสอพลอดี๊ด๊า แล้วจะไปเข้าห้องประชุม พลันก็ชะงักตกใจเมื่อวันดีมาดักเรียกไว้

    เมื่อได้เวลาประชุม ยุพายังไม่เข้ามา จี๊ดถามหา พนักงานคนหนึ่งบอกว่าเมื่อกี้เห็นเดินมาแล้ว จี๊ดลุกเดินออกมากำลังจะหันมองไปทางวันดีกับยุพา เทวัญรีบเรียกเบนความสนใจ บอกว่า “พี่อยากคุยด้วยนะ”

    “จี๊ดต้องประชุมค่ะ ไม่ว่าง” พูดแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูปังใส่หน้าเทวัญ จนเขาไม่พอใจมาก

    ooooooo

    ด้วยความเป็นห่วงและตอบแทนความดีของรัตนา เจตนาให้รถเธอไว้ใช้ก็ไม่เอา เจตนาจึงออกคำสั่งให้รับไว้ เขาพูดกับทุกคนตรงนั้นว่า

    “ฉันต้องขอบใจพวกเธอมากนะที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ฉัน...คงมีเรื่องต้องคุยกับเทวัญอย่างจริงจังเสียแล้ว”

    “แต่ตอนนี้คุณมีเรื่องต้องคุยกับฉันก่อน!” วันดีโพล่งขึ้น แล้วเดินเข้ามาพร้อมยุพา

    “คุณมาที่นี่ได้ยังไง” เจตนาถามหลังจากหายตะลึง

    “ทำอะไรไว้ล่ะ กลิ่นมันถึงได้เน่าโชยจนทำให้ฉันตามมาถูก ทำอะไรมียางอายบ้างไหมคุณเจตนา!”

    ยอดชายพยายามบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ แต่ไม่มีใครเย็น เจตนาโมโหถามวันดีว่าใครทำอะไรพูดมาเลย

    “นังเมียน้อยมันสำออยอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงได้ตามมาดูแลกันถึงบ้าน แต่เมียตัวเองช้ำใจจนกระอักเลือดตาย กลับไม่เคยสนใจ!” รัตนาพยายามจะชี้แจง ถูกวันดีตวาดว่า “ฉันไม่ได้คุยกับหล่อนนังผู้หญิงไม่มีสำนึก!”

    วันดีตบรัตนาจนหน้าหัน แล้วจะตามซ้ำ เจตนารีบเข้าไปขวาง สั่งให้หยุด ดิ่งก็เข้าไปช่วยห้าม ถูกวันดีตวาดอย่ามายุ่งจนเจตนาขอร้องให้ฟังตนก่อน ถูกตวาดสวนทันที

    “หมดเวลาฟังแล้ว วันนี้ไม่ฉันก็มันต้องพังกัน ไปข้าง!”

    ยอดชายจ้องหน้ายุพา เธอหลบสายตาเขาแล้วค่อยๆเดินเลี่ยงออกไป ยอดชายตามไปทันที

    ส่วนเจตนาโกรธจนลืมตัว ตวาดให้วันดีหยุด พร้อมกับตบหน้าเธออย่างแรง แล้วทั้งเจตนาและวันดีต่างมองกันตะลึง เจตนายังคงยืนอึ้งอยู่ ส่วนวันดีค่อยๆหันมองสามีด้วยแววตาเสียใจ ตัดพ้อ...

    ยุพาแก้ตัวกับยอดชายว่าตนถูกบังคับ ปฏิเสธวันดีไม่ได้ แล้วรีบขอตัว ยอดชายมองตามแล้วกดโทรศัพท์ถึงจี๊ดทันที

    ooooooo

    เมื่อกลับถึงบ้าน วันดีผิดหวัง เสียใจมาก ตัดพ้อต่อว่าเจตนาว่านับแต่แต่งงานมาเขาไม่เคยทำร้ายตนแม้แต่ปลายเล็บ แต่พอรัตนาเข้ามาเขาก็ทำกับตนแบบนี้ เจตนาบอกว่าเพราะเธอบ้าไปแล้ว ไม่มีสติ

    วันดีโทษว่านิสัยเจ้าชู้ไม่รู้จักพอของเขาทำให้ตนเป็นบ้า จี๊ดขอร้องแม่ให้ฟังตนก่อน วันดีตวาด “ไม่ฟัง!”

    “คุณแม่ฟังแต่คนอื่น แต่ไม่เคยฟังจี๊ด ฟังคุณพ่อ คนในครอบครัวคือคนที่คุณแม่ควรจะฟัง ไม่ใช่คนอื่นนะคะ”

    วันดีอ้างว่าเพราะคนอื่นหวังดีกับตนมากกว่า เจตนารู้ว่าวันดีกู่ไม่กลับแล้ว บอกจี๊ดว่าไม่ต้องพูดแล้ว เพราะถ้าแม่เขาไม่เปิดใจพูดไปก็เท่านั้น พูดแล้วเดินหนีออกไป ถูกวันดีตวาดไล่หลังว่า

    “จะไปไหน จะเอายังไง วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

    “ผมจะไปอยู่ที่อื่น รอให้คุณสงบลงก่อนเราค่อยคุยเรื่องหย่า”

    วันดีท้าว่าแน่จริงให้คุยวันนี้เลย เจตนาบอกว่าตนไม่คุยอะไรอีกแล้ว เขาเดินพรวดๆออกไปเลย จี๊ดตกใจร้องเรียกคุณพ่อ วันดีตะโกนไล่หลัง “ไปเลยไป๊... ไปเลย!!” แล้วร้องไห้แทบขาดใจ

    จี๊ดสงสารโผเข้ากอดแม่ก็ถูกผลักไส จี๊ดจึงค่อยๆถอยออกไปด้วยความเสียใจ...

    ดิ่งมองจี๊ดที่เดินออกมาด้วยความเห็นใจ ทันใดก็ต้องชะงักเมื่อเทวัญเดินเข้าไปหาจี๊ด พอจี๊ดบอกว่าพ่อกับแม่จะหย่ากันแล้วร้องไห้อย่างหนัก เทวัญกอดเธอไว้ ปลอบ โยนอย่างอบอุ่น...

    “ไม่เป็นไรนะน้องจี๊ด เข้มแข็งเอาไว้ พี่ยังอยู่เคียงข้างน้องจี๊ดเสมอ”

    ดิ่งมองภาพนั้นอย่างเจ็บลึก จนถูกแช่มมาตบไหล่พูดให้หายเครียดว่า

    “มองคนระดับเดียวกันดีกว่า...นั่นน่ะเครื่องบิน มองไปก็เมื่อยเปล่าๆไม่ได้นั่งหรอก”

    แล้วแช่มก็หน้าเสียค่อยๆเดินเลี่ยงไปเมื่อถูกดิ่งมองอย่างไม่ขำด้วย เขาหันมองเทวัญกับจี๊ดอีกครั้ง...

    เทวัญใช้ช่วงเวลาที่จี๊ดกำลังเสียใจ สับสน ว้าเหว่นี้ แสดงความรักความห่วงใยจนจี๊ดใจอ่อน เมื่อเขาเสนอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จี๊ดขอเวลาอีกหน่อย เพราะตอนนี้ตนสับสนไปหมดแล้ว

    ดิ่งมองอยู่ แม้ไม่ได้ยินอะไร แต่เห็นท่าทีที่อ่อนลงของจี๊ด เขาพึมพำ “ความรักทำให้คนตาบอดเสมอ...”

    ooooooo

    เจตนาเรียกเทวัญไปคุย พูดตรงๆเรื่องเขากำลังขายความลับของบริษัทให้กับคู่แข่งนอกสายตาอย่างโชคมนูญกิจออโต้

    เทวัญทำเป็นนึกได้ พูดขำๆว่าคงเป็นวันนั้นเอง เจตนาบอกให้อธิบาย เทวัญยังคงเล่าสบายๆว่า

    “เขาต้องการให้ผมขายความลับของโมเดิร์นคาร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพราะเขาต้องการขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดแทนเรา แต่ผมบอกปฏิเสธ” เจตนาจ้องหน้าถามว่าแน่ใจหรือ “ผมไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดของผมที่จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าผมทำหรือไม่ได้ทำ หากสิ่งที่เราคิดไปเป็นของโชคมนูญกิจ ค่อยเอาผิดผม”

    เทวัญพูดอย่างมั่นใจ มองเจตนาด้วยความเชื่อมั่น จนเจตนาเริ่มลังเล

    เมื่อเจตนาให้แช่มกับดิ่งไปส่งที่โรงแรมหรูแล้ว เขาบอกแช่มให้กลับไปดูแลวันดีกับจี๊ดตนขับรถเองได้ ส่วนดิ่งมาขออนุญาตออกไปอยู่ข้างนอก เจตนาตามใจเพราะเมื่อเขาไม่อยู่ดิ่งก็คงอยู่ยาก

    “ท่านครับ...ท่านตัดสินใจแน่แล้วเหรอครับ” ดิ่งทำใจกล้าถามอย่างเป็นห่วง

    เจตนาพูดอย่างเจ็บปวดว่า จริงๆแล้วตนไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย แต่จะให้ทนถูกกดดันอย่างนั้นทุกวันก็คงไม่ไหว ดิ่งภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะ ไม่เพียงตัวเจตนาหรือวันดีเท่านั้นที่เจ็บปวด จี๊ดเองก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย เจ็บปวดกันทุกคน พูดแล้วเอ่ยลา ยกมือไหว้ขอบคุณสำหรับความเมตตา ตนจะไม่ลืมพระคุณ ตลอดไป

    แต่พอดิ่งจะออกไป เจตนาเรียกไว้บอกว่า “เรื่องเทวัญ ไม่ต้องสืบหาอะไรต่อแล้วนะ ขอบใจที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้”

    ดิ่งรับคำเดินออกไปอึ้งๆ

    ooooooo

    จี๊ดเฝ้าวันดีอยู่ด้วยความสงสารเป็นห่วง เห็นแม่นอนนิ่งๆเธอจะไปพักผ่อน วันดีกลับเรียกไว้ ขอให้รับปากว่าจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง วันดีคร่ำครวญว่า ชีวิตครอบครัวของแม่ล้มเหลวไม่เป็นไร แต่แม่จะไม่ยอมให้เกิดกับลูกแบบนี้

    จี๊ดขอแม่ว่าเรื่องนี้ให้ตนตัดสินใจเองได้ไหม ตนยังต้องการพิสูจน์เทวัญบางอย่าง ทำให้วันดีโกรธหาว่านับแต่คบกับดิ่งเธอก็เปลี่ยนไป วันดีโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาละวาดโวยวาย จนจี๊ดต้องเรียกป้าเพ็ญให้ช่วยตามหมอมาเร็วๆ

    เมื่อดิ่งรู้จากป้าเพ็ญ เขาเป็นห่วงรีบขึ้นไปข้างบน เป็นเวลาที่วันดีอาละวาดผลักจี๊ดจนล้มกระแทกพื้น ดิ่งมาเห็นพอดีไม่ทันทำอะไร ก็ถูกวันดีไล่ตะเพิด ทั้งดิ่งและจี๊ดพยายามปลอบให้วันดีใจเย็นๆ จี๊ดบอกว่ายังไม่มีใครทำอะไรอย่างที่คุณแม่คิดเลย

    “ไม่จริง...ไม่ต้องมาหลอกฉัน...กรี๊ดดดด...” วันดีแผดเสียงร้องจนหมดสติไป

    หมอเวทย์ถูกตามตัวด่วน มาดูแลวันดีจนเธอ สงบแล้วจึงกลับ ดิ่งดักถามอย่างเป็นห่วงว่าคุณนายเป็น อย่างไรบ้าง

    “หมอให้ยาระงับประสาทไปแล้ว คุณวันดีมีปัญหากับการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ถ้ายังไม่เปิดใจรับฟังเหตุผลของใครยึดตัวเองเป็นใหญ่อยู่อย่างนี้ ก็จะยังเป็นอยู่ เหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ พอไม่ได้อย่างใจก็... กราดเกรี้ยว” แล้วหมอก็แนะว่า “ทางที่ดี พาคุณวันดีแกเข้าวัดเข้าหาทาง ธรรมบ้างก็ดีนะ เผื่อจะเจอวิธีคิดที่ถูกต้อง คนวัยนี้น่าจะ นิ่งหรือเรียนรู้ชีวิตได้มากกว่านี้”

    พูดแล้วหมอจะกลับ ดิ่งเดินไปส่ง ยังไม่ทันออกจากบ้านจี๊ด หมอก็ได้รับโทรศัพท์จากศุวิมลว่าเศกมีอาการเหนื่อยมาก หมอบอกว่าเดี๋ยวจะไปดูให้ ดิ่งอาสาขับรถไปส่งเป็นห่วงว่าหมอจะเหนื่อยเกินไป

    เมื่อดิ่งขับรถไปถึงบ้านเศก หมอถามว่ารู้หรือเปล่าว่าสองบ้านนี้ไม่ค่อยอยากสุงสิงกันเท่าไหร่ แต่ใช้บริการหมอคนเดียวกัน พูดขำๆว่าไม่รู้จะตั้งป้อมอะไรกันนักหนา ดิ่งไม่แสดงความเห็นบอกหมอว่ารีบไปดูอาการของเศกเถอะ ตนจะรออยู่ที่รถไม่ไปรบกวน

    ศุวิมลมารับหมอ เห็นดิ่งก็แปลกใจว่ามาได้ยังไง แต่ก็ทำเป็นไม่รู้จักกัน รับหมอไปดูพ่อแล้ว ศุวิมลแอบมาพบดิ่ง เขาถามว่าอาการของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง

    “ลุงหมอตรวจอยู่ค่ะ ท่านหายใจไม่ค่อยออกคง เพราะเครียดเรื่องที่ทะเลาะกับยัยมารศรี คุณพ่อหลง

    ยัยนั่นมาก ทำอะไรน่าเกลียดๆ คุณพ่อก็ไม่เคยว่าอะไรเลย กลับเอาแต่โทษตัวเอง” บ่นแล้วถาม “พี่ดิ่งเมื่อไหร่จะกลับมาเปิดโปงยัยนั่นสักทีศุเหม็นหน้าจะแย่แล้ว”

    ทันใดนั้น เสียงมารศรีมาเรียกศุวิมล ดิ่งรีบหันหลังให้ มารศรีเขม้นมองถามว่านั่นใคร ศุวิมลบอกว่าคนขับรถของลุงหมอ มารศรีบอกว่าเศกเรียกหา ศุวิมลจึงเดินเบี่ยงๆไป มารศรียังมองดิ่งคลับคล้ายคลับคลาจะจำได้แต่ไม่ติดใจ เลยกลับไป

    หมอตรวจเสร็จจะกลับ เศกเห็นมารศรีแต่งตัวจะออกข้างนอกถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปคุยเรื่องงาน การกุศลที่คุยค้างอยู่เมื่อวาน ศุวิมลติงว่าคุณพ่อไม่ค่อยสบายอยู่

    “ไม่เป็นไรยัยศุ...ไปเถอะคุณศรี อย่ากลับดึกนักล่ะ ผมเป็น...” เศกจะบอกว่าเป็นห่วงแต่พูดไม่ทันจบมารศรีก็ เดินออกไปแล้ว เศกหน้าเสียกลับเข้าห้องไปเศร้าๆ ศุวิมลกับ หมอมองตามไปด้วยความเป็นห่วง ส่วนดิ่งพึมพำอย่างหนักใจ

    “ถ้าผมกลับ...พ่ออาจจะยิ่งเสียใจมากไปกว่านี้...”

    ooooooo

    มารศรีไปที่บาร์ในบ่อนเจอเทวัญที่นั่น เธออ่อยว่า นึกว่าจะไม่เจอเขาที่นี่เสียแล้ว เทวัญถามว่าคิดถึงตนมากหรือไง มารศรียิ้มยั่ว หยอกแกมหยิกว่าเข้าข้างตัวเอง มีคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน

    “แต่กำลังจะไม่ใช่ เพราะเพื่อนกระจอกของคุณ” เทวัญอารมณ์เสีย

    มารศรีไม่พอใจพูดเยาะว่าเขาไร้น้ำยา เทวัญโมโหกระชากเธอเข้าไปจนร่างแนบชิดกันคำรามว่าประเมินตนต่ำเกินไปแล้ว มารศรียั่วเขาว่าอย่าประมาทดิ่งเป็นอันขาด ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้ดิ่งเป็นเสร็จทุกราย คู่หมั้นเขาก็ไม่รอดแน่

    พูดยั่วแล้วมารศรีเดินออกไป บอกว่าไประบายอารมณ์ ที่อื่นดีกว่าเพราะเขาไม่มีน้ำยา เทวัญมองตามคำรามแค้น

    “สักวัน...เธอจะต้องเปลี่ยนคำพูด มารศรี”

    ooooooo

    ด้วยความสงสารเป็นห่วงแม่ จี๊ดรับปากกับวันดี ว่าจะแต่งงานกับเทวัญ เมื่อเจอดิ่งเธอบอกเขาว่ารับปากกับคุณแม่ว่าจะแต่งงานกับเทวัญเพื่อให้คุณแม่สบายใจ แต่ตัวเองไม่แน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า

    ดิ่งอึ้งไปนาน จึงพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ผมคิดว่า...คุณเต็มใจ...”

    “ฉันไม่รู้แล้วว่าตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่กันแน่ ฉันไม่แน่ใจ ฉันสับสน แต่ฉันก็ไม่อยากทำให้คุณแม่ต้องเสียใจอีก แค่เรื่องคุณพ่อก็หนักหนาพอแล้ว” พูดแล้วก็ร้องไห้อย่างอัดอั้น

    ดิ่งสงสาร โอบปลอบประโลมใจ จี๊ดอึ้งไปด้วยความรู้สึกถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นจริงใจของเขา เธอกอดตอบโดยไม่รู้ตัวเหมือนเด็กขาดที่พึ่ง

    ครู่หนึ่ง จี๊ดผละออก ดิ่งถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนั้น

    “แล้วฉันมีทางเลือกที่ดีกว่านี้เหรอ...ตอนนี้ฉันใจไม่แข็งพอที่จะไม่แคร์ความรู้สึกของคุณแม่ ฉันไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู ฉันอยากทำหน้าที่แทนคุณพ่อเข้าใจไหม”

    “ผมเข้าใจ...เข้าใจ” ดิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาของจี๊ดนิ่ง...นาน...จนต่างรู้สึกหวั่นไหว

    ที่มุมหนึ่ง มารศรีแอบดูอยู่ เธอพึมพำอย่างเจ็บใจ “คุณเคยรักฉัน...คุณเคยรักฉัน...คุณต้องรักฉัน!”

    ooooooo

    ด้วงเอาเงินที่ได้จากเทวัญไปใช้หนี้แต่ไม่พอ ถูกขีดเส้นตายว่าอีกสองวันไม่มีให้ได้ตายแน่ ด้วงเครียดมาก เมื่อถูกโพมาดักถามว่าไปเอาเงินจากไหน จับได้ว่าด้วงรับจ้างเทวัญทำร้ายรัตนา โพโกรธมาก

    ที่น้องเห็นแก่เงินจนทำร้ายผู้หญิง ด้วงไม่แยแส

    เมื่อหาเงินไม่ได้จึงทำร้ายโพและแย่งกระเป๋าเงินไป ทิ้งโพให้นอนบาดเจ็บอยู่เพียงลำพัง

    ศุวิมลไปหาดิ่งที่ทำงาน ยอดชายเห็นเข้าก็พึมพำขำๆว่า “ยัยเพี้ยนเจอคุณดิ่งหักอก”

    ยอดชายเดินไปเจอจี๊ด เธอถามว่าเห็นนายดิ่งไหม ยอดชายพูดอย่างคะนองปากว่าเจอ เห็นคุยกับอดีตแฟนอยู่ จี๊ดถามว่าคนไหน เดาว่ามารศรีใช่ไหมเพราะเธอเพิ่งได้ยินมาจากเทวัญว่ามารศรีเป็นแฟนเก่าของดิ่ง ยอดชายปฏิเสธเสียงสูงว่า

    “ไม่ใช่...ไม่ใช่เลย”

    เมื่อเจอดิ่ง จี๊ดพูดอย่างเอาเรื่องว่าเขามีเรื่องที่ยังบอกตนไม่หมด ยอดชายรีบตามมาแก้ว่าแฟนเก่าของดิ่งนั้นไม่ใช่มารศรีแต่คือศุวิมลที่เจอกันที่โรงพยาบาล แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ถามจี๊ดว่า มารศรีมาเกี่ยวอะไรด้วย เทวัญบอกอะไรเธอหรือ

    ดิ่งบอกว่ามารศรีเป็นเพื่อนตน จี๊ดดักคอว่าเพื่อนหรือแฟน ด่าเขาว่าคนโกหก ดิ่งเลยเล่าให้เจ็บใจว่า

    “อยากได้ยินว่าเป็นแฟนเหรอ ได้...ผมกับมารศรีเคยเป็นเพื่อนกัน ต่อมาเราก็รักกันจนเกือบจะแต่งงานกัน แต่จู่ๆเธอหายไปจากชีวิตผม ผมอกหัก เรียนไม่จบ

    กลับมาเมืองไทย โกหกตรงไหน”

    ขณะนั้น เทวัญเดินออกมาสมทบ ชี้ว่าดิ่งทำตัวน่าสงสัยจี๊ดจึงต้องซักไซ้ ดิ่งไม่แคร์บอกว่าอยากสงสัยอะไรก็สงสัย ไป ตนห้ามความคิดใครไม่ได้ บอกได้คำเดียวว่าตนไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่ต้องมาระแวงกัน พูดแล้วเดินไปเลย

    เทวัญทำเป็นปลอบจี๊ดให้ใจเย็นๆ ตนสัญญาว่าจะฉีกหน้ากากนายดิ่งออกมาให้ได้ จี๊ดบอกว่าช่างมันเถอะ เทวัญถามว่าไม่สงสัยดิ่งแล้วหรือ เธอตัดบทว่าไม่รู้ ตอนนี้ตนเครียดแล้วเดินผละไป

    “เครียดหรือหึง!” เทวัญพึมพำหน้าเครียด แต่ที่อีกมุมหนึ่ง เงาะแอบดูเทวัญอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น

    จี๊ดกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานครู่เดียวเสียงมือถือก็ดังขึ้น พอหยิบดูเบอร์ เธอพึมพำด้วยความดีใจมาก

    “เงาะ...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:56 น.