ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พริกกับเกลือ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มารศรีเล่นละครตบตาดิ่งได้แนบเนียนสมจริงด้วยการบีบน้ำตารำพันว่าเธอยังรักเขาอยู่ คิดถึงเขาตลอดเวลาที่จากมา ตอนแรกดิ่งหมางเมินไม่อยากฟัง แต่พอเธอเว้าวอนหนักเข้าเขาก็ทำท่าจะใจอ่อน

    “คุณคงจะโกรธและเกลียดฉันมากเลยใช่ไหม”

    “จู่ๆผู้หญิงที่ผมรักก็หายตัวไป...แล้วจู่ๆผมก็รู้ว่าเธอไปแต่งงานกับพ่อตัวเอง ผมควรจะรู้สึกอย่างนั้นไหม”

    “แล้วคุณคิดว่าฉันอยากให้เป็นอย่างนี้เหรอ”

    “แต่ที่ผมเห็น คุณมีความสุขมาก”

    “ไม่เคยมีความสุขเลย ไม่มีสักวินาทีเดียว เพราะฉันต้องทำ...เพราะฉันไม่มีทางเลือก”

    “ทางเลือกอะไรที่ทำให้คุณทำเรื่องทุเรศๆแบบนี้ คุณรู้ใช่ไหมว่าท่านเป็นพ่อผม แล้วทำไมคุณ...”

    “พ่อคุณข่มขืนฉัน!”

    มารศรีสวนขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ดิ่งตกใจแทบช็อก ค้านว่าไม่จริง พ่อของตนเป็นคนดี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด

    “ไม่มีใครดีพร้อมไปหมดทุกอย่างหรอกนะ พ่อคุณชอบฉัน อยากได้ฉัน ทั้งๆที่ฉันบอกเขาไปแล้วว่าฉันเป็นแฟนคุณ”

    “คุณโกหก!”

    “ฉันจะโกหกเพื่ออะไร ทั้งๆที่มันทำให้ฉันอับอาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ไม่เหลือคุณค่า ไม่กล้ากลับไปสู้หน้าคุณแบบนี้ ฉันจะทำทำไม?”

    มารศรีน้ำตาไหลพรากวิ่งหนีไป ดิ่งวิ่งตามเพราะรู้สึกเป็นห่วงและเริ่มหวั่นไหวกับเหตุผลของเธอ พอเห็นปฏิกิริยาดิ่งอ่อนลง มารศรียิ่งจัดหนัก ทำทีจะโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตาย ดิ่งหลงกลเหนี่ยวรั้งเธอไว้สุดแรง แล้วพาเธอมานั่งสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อไป

    “ที่ฉันต้องรีบกลับเมืองไทยเพราะโรงงานของพ่อกับแม่มีปัญหา...ท่านอาจจะกลายเป็นคนล้มละลาย ฉันสงสารท่านมาก ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง แล้วคุณเศกก็เข้ามา...ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณพ่อ ฉันดีใจที่รู้ว่าเขาเป็นคุณพ่อของดิ่ง ฉันเลยแนะนำตัวว่าเป็นแฟนดิ่ง แต่เขาไม่สนใจ เขาบอกว่าชอบฉันตั้งแต่แรกพบ ถึงฉันจะพยายามถอยห่าง...จนวันหนึ่งในงานเลี้ยงประจำปีของลักชัวรี่คาร์ ฉันเป็นตัวแทนพ่อกับแม่ไปแสดงความยินดี... ขากลับคุณเศกอาสาไปส่งฉัน ฉันปฏิเสธ เพราะไม่อยากใกล้ชิดเขา”

    มารศรีเสริมเติมแต่งเหตุการณ์เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากดิ่ง ทั้งที่ความจริงเธอนั่นแหละที่เป็นคนทอดสะพานให้นายเศกผู้ร่ำรวย เนื่องจากจมไม่ลงในฐานะครอบครัวตัวเองที่เปลี่ยนไป เธอถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก แต่ยังมีหน้าเล่าให้ดิ่งฟังว่าถูกเศกข่มขืนจนต้องยอมแต่งงานด้วย เพื่อรักษาเกียรติยศของตัวเองและพ่อแม่

    “คุณเข้าใจฉันหรือเปล่า ว่าฉันไม่มีทางเลือก” ดิ่งฟังแล้วอึ้ง กำมือแน่น ทั้งแค้นและเสียใจ “ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นไปสิ ไปถามพ่อคุณเองว่ามันจริงอย่างที่ฉันพูดหรือเปล่า”

    “ผมไม่มีทางกลับไปเหยียบบ้านนั้นอีก” ดิ่งโพล่งออกมาอย่างเจ็บปวด “ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนแบบนั้น...และคุณ ก็ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก คุณเลือกได้ศรี คุณไม่จำเป็นต้องอยู่กับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณ ถ้าคุณไม่ได้รักเขา...หรือว่าคุณรักพ่อผม”

    “ฉันไม่เคยรักเขา แต่ฉันรักพ่อและแม่ของฉัน ฉันทำเพื่อพวกท่านค่ะ”

    มารศรีตีหน้าเศร้า แต่พอดิ่งผลุนผลันไปแล้ว ใบหน้าเศร้าๆนั้นเปลี่ยนเป็นสะใจสมใจขึ้นมาทันที

    “เมื่อคุณไม่กลับ...มรดกส่วนที่เป็นของคุณก็จะกลายมาเป็นของฉันมากขึ้น...เงินทำให้ฉันสบาย... ไม่ใช่ความรัก” มารศรีพึมพำด้วยความดีใจ ก้าวเดินออกไปอีกทางอย่างมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือก

    ooooooo

    หลังคลาดสายตาจากดิ่งมาอย่างน่าเสียดาย จี๊ดรีบกลับเข้าบริษัทมาบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้พ่อฟัง และเมื่อดิ่งกลับมา เจตนาจึงเรียกเขามาพบในทันที โดยที่จี๊ดก็ตามเข้ามาเตรียมสมน้ำหน้าเขาด้วย

    “ยายจี๊ดบอกฉันว่า...นายไปเจอกับคุณมารศรี ภรรยาคุณเศก เจ้าของบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของฉัน”

    ดิ่งชะงัก ไม่คิดว่าจี๊ดจะตามไปเห็น แถมเธอยังลอยหน้าฟ้องพ่อว่า ท่าทางทั้งคู่สนิทสนมกันมากด้วย

    “ยายจี๊ด...ออกไปก่อน พ่อจะคุยกับเขาเอง”

    “ไม่ค่ะ จี๊ดจะอยู่ดูน้ำหน้าพวกไส้ศึก ยอมรับมาเลยว่านายคือคนที่คุณมารศรีว่าจ้างให้มาเป็นสายลับล้วงข้อมูลของบริษัทเรา”

    “คุณมารศรีกับผมเป็นเพื่อนกันครับ”

    “คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายมีเพื่อนระดับคุณมารศรีเหรอ เพ้อเจ้อ โกหกหน้าด้านๆ”

    “ผมพูดความจริงครับ ผมกับคุณมารศรีเคยรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันนานมาก”

    “เรียนอะไร เรียนที่ไหน โรงเรียนอะไร”

    จี๊ดใส่เป็นชุด จนเจตนาต้องปรามให้พอที แต่ลูกสาวยังไม่ลดละ คาดคั้นจะเอาคำตอบจากนายดิ่งให้ได้

    “โรงเรียนอะไรล่ะ บอกมาสิ ฉันจะไปเช็กว่ามีจริงหรือเปล่า ซึ่งขอเดาว่านายมั่ว สารภาพความจริงมาเดี๋ยวนี้”

    “จี๊ด...พ่อบอกให้พอ ออกไปได้แล้ว”

    “คุณพ่อจะไม่ไล่หมอนี่ออกเหรอ ไม่ได้นะคะ”

    “จะให้พ่อไล่ออกเพราะแค่เขาเป็นเพื่อนกับภรรยาคู่แข่งเหรอจี๊ด”

    “เพื่อนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือถึงจะจริง...คุณพ่อไม่กลัวความลับบริษัทรั่วไหลไปถึงหูเขาเหรอ มันไม่คุ้มกันเลย ยังไงคุณพ่อก็ต้องไล่มันออกไป”

    “ดิ่ง...ออกไปทำงานไป”

    ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินออกไป จี๊ดไม่พอใจอย่างแรง ฮึดฮัดขัดใจที่พ่อไม่เข้าข้าง

    “ถ้าไม่มีหลักฐาน พ่อไม่ไล่ใครออกทั้งนั้น แกก็ออกไปทำงานได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อจะไล่แกออก”

    จี๊ดแค้นใจเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป เจตนาเหนื่อยใจกับจี๊ดมาก ส่วนเรื่องของดิ่งเขาคิดแค่ว่า โลกกลมจริงๆ ที่ดิ่งเป็นเพื่อนกับภรรยานายเศก

    ooooooo

    วันเดียวกัน เศกซึมเศร้าอยู่กับบ้าน ไม่ยอมไป ทำงานจนพนักงานที่บริษัทต้องนำเอกสารมาให้เซ็น ศุวิมลทราบดีว่าพ่อยังทำใจไม่ได้เรื่องลูกชายคนโต แต่เธอก็ไม่อยากเห็นพ่อตกอยู่ในสภาพแบบนี้

    “ศุกำลังให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยตามหาพี่ดิ่งให้แล้ว อีกไม่นานต้องได้ข่าวแน่ๆค่ะ คุณพ่ออย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวังนะคะ”

    “ถ้าคุณดิ่งตั้งใจจะหลบหน้า ตามหาไปก็เท่านั้นแหละค่ะ” มารศรีเอ่ยขึ้นมาด้วยความมั่นใจ

    “ความคิดของพี่ดิ่ง มีแต่พี่ดิ่งที่รู้ คนที่ไม่รู้ กรุณาอย่าสันนิษฐานให้คนอื่นเสียหาย”

    “ศรีพูดไปตามเนื้อผ้านะคะคุณศุ ไม่เห็นต้องว่าศรีขนาดนี้เลย”

    “แกเลิกก้าวร้าวคุณศรีได้แล้ว ตอนนี้คุณศรีเป็นคนในครอบครัว เป็นเมียพ่อ ให้เกียรติเขาบ้าง”

    “แต่เมียพ่อก็ควรจะรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด โดยเฉพาะเรื่องพี่ดิ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเขา”

    “พ่อไม่อยากได้ยินชื่อไอ้ลูกเนรคุณ ห้ามใครพูดถึงมันอีก ในเมื่อมันตัดพ่อออกจากชีวิตของมันได้ พ่อก็ตัดมันออกจากชีวิตของพ่อได้เหมือนกัน”

    ศุวิมลตกใจคาดไม่ถึง เศกเดินหนีไปทันที มารศรีแอบยิ้มสมใจ ก่อนจะตีหน้าเศร้าตามไปเอาใจเศก...

    ส่วนที่ศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์ ยามนี้ดิ่งกำลังเหนื่อยหน่ายใจกับคุณหนูจี๊ดตัวแสบที่ไม่ลดละเลิกจับผิดเขาเสียที เธอตามมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงากับเขาอีกยก

    “ไม่ว่านายคิดจะทำอะไร ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะคอยจับผิด และจะหาทางเล่นงานนายให้ได้ ระวังตัวไว้ให้ดี”

    “ถามจริง ตั้งแต่เริ่มทำงานมา คุณได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างหรือยัง”

    “จับผิดนายนี่แหละงานของฉัน”

    “อืม...ความสามารถต่ำดี”

    “นายดูถูกฉัน?”

    “ดีใจจังที่ไม่ได้ดูผิด ขอตัวนะ ผมจะไปทำตัวให้มีประโยชน์กับบริษัท” ดิ่งคว้าอุปกรณ์ทำงานเดินหนีไป จี๊ดเจ็บใจจะตามไปรังควานอีก แต่ยอดชายกับใจดีเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

    แล้วจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ให้เพื่อนทั้งสองคนฟังว่านายดิ่งเป็นไส้ศึก ใจดีติงจี๊ดว่าคิดมากไปเองหรือเปล่า เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันจริงๆก็ได้ ขณะที่ยอดชายบอกว่าพวกตนก็ฐานะยากจน ยังเป็นเพื่อนกับจี๊ดได้เลย

    “มันไม่เหมือนกัน” จี๊ดตะแบง พอเพื่อนๆให้อธิบายมาชัดๆ เธอก็เถียงไม่ออก พาลพาโลหาว่าพวกเขาเข้าข้างนายนั่นมากกว่าเพื่อน

    “พวกเราไม่ได้เข้าข้างใคร แต่แค่เขารู้จักกันไม่ได้แปลว่าเขาเป็นไส้ศึก เหตุผลมันไม่พอ”

    “นายนั่นไม่น่าไว้ใจ...เพียงพอแล้ว”

    “พอเหอะ อคติเต็มหัวใจแบบนี้ พูดไปก็ไม่เวิร์กแล้วยอด”

    ใจดีตัดบท แต่จี๊ดโกรธควันออกหู ยื่นคำขาดว่าพวกเธอจะเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ คำตอบคือศัตรู คุณหนูจี๊ดถึงกับผงะ คาดไม่ถึงว่าสองเพื่อนรักจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

    “พวกแกเปลี่ยนไป ตั้งแต่นายนั่นเข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตฉัน ทำเหมือนฉันโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แล้วพวกแกก็ยังมีอคติกับพี่เทวัญหาว่าพี่เทวัญกำลังจะนอกใจฉัน อ๋อ ที่พวกแกเข้าข้างนายดิ่ง เพราะนายนั่นก็เกลียดพี่เทวัญเหมือนกันใช่มั้ย ใส่เสื้อสีเดียวกันนี่เอง”

    “ใจดี...ไปทำงานเหอะ เริ่มเยอะแล้ว” ยอดชายตัดบทลุกนำใจดีออกไป จี๊ดหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ อยากกรี๊ดให้กระจาย ถ้าไม่ติดขัดว่าพนักงานทั้งหลายจะแตกตื่นตกใจ

    ooooooo

    ดิ่งเตรียมตัวเอารถลูกค้าที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปทดลองขับ ลุงแปลงเดินเข้ามาทักก่อนพูดถึงเรื่องคุณหนูจี๊ดที่ดิ่งเพิ่งเจอฤทธิ์เดชของเธอมา

    “อย่าไปถือสาแกเลยนะ อดทนไว้ จริงๆแล้วแกเป็นคนแพ้ความดีนะ ลุงรู้ว่าเอ็งเป็นคนดี อีกไม่นานคุณจี๊ดก็ต้องยอมแพ้”

    “แสดงว่าคุณเทวัญเป็นคนดี คุณจี๊ดเลยยอมแพ้ให้”

    “หรือว่าเอ็งไม่คิดว่าเขาดีล่ะ”

    “ไม่ทราบครับลุง ผมรู้จักเขาแค่เพียงไม่นาน คนเราดูกันแค่สั้นๆไม่ได้หรอกครับ”

    “ก็จริง...เอ็งไปทำงานเถอะ”

    ดิ่งยิ้มรับแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่ไม่น่าเชื่อว่าการที่ดิ่งนำรถของลูกค้าออกไปทดสอบนอกบริษัทจะทำให้เขาได้พบเจอกับสิ่งไม่คาดฝัน

    รถที่ดิ่งขับกับรถของเทวัญเกือบชนกันหน้าโรงแรมม่านรูด ที่สำคัญผู้หญิงที่นั่งมากับเทวัญคือเงาะเพื่อนสนิทของจี๊ดนั่นเอง เทวัญกับเงาะหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปฏิเสธไม่ออกเพราะหลักฐานคาตา

    “แกตามฉันมาใช่มั้ย” เทวัญตะคอกใส่

    “ผมเอารถลูกค้ามาเทสต์ กำลังจะกลับ”

    “เดี๋ยวก่อน...แกบอกฉันซิ ว่าแกเห็นอะไร”

    “คุณออกมาจากม่านรูดกับคุณเงาะเพื่อนคุณจี๊ด”

    “ไม่ใช่...แกเห็นฉันมาคนเดียว! ไม่งั้นแกเดือดร้อนแน่”

    “คุณควรจะไปทำอะไรให้มันไกลๆออฟฟิศหน่อยนะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้มีนิสัยขี้ฟ้องใคร ยิ่งเรื่องคาวๆ

    แบบนี้อยู่นอกเหนือความสนใจของผม”

    ว่าแล้วดิ่งขึ้นรถขับออกไป เทวัญวิตกกังวลว่าดิ่งจะปากโป้ง เขาเดินหน้าเครียดกลับมาขึ้นรถ พอเจอสาวเงาะลนลานหวาดหวั่นก็ยิ่งโมโห

    “เขาจะเอาเรื่องไปบอกจี๊ดหรือเปล่าคะ พี่เทวัญจะเดือดร้อนหรือเปล่าคะ”

    “เงียบน่า!!” เทวัญหลุดปากตะคอกจนเงาะสะดุ้งตกใจ พอรู้ตัวก็รีบปลี่ยนท่าที จับมือเธอบีบเบาๆ ให้กำลังใจ “ไม่มีใครต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ยกเว้นมัน...ไอ้ดิ่ง”

    ครั้นกลับมาถึงออฟฟิศ เทวัญทำทีไปหยั่งเชิงจี๊ด ปรากฏว่าจี๊ดไม่รู้เรื่อง เอาแต่มุ่งมั่นจะจัดการนายดิ่งให้จงได้ เพราะกลัวเขามาสืบความลับเอาไปให้บริษัทคู่แข่ง

    ใกล้ค่ำกลับถึงบ้าน จี๊ดนำเรื่องที่เห็นดิ่งนัดพบมารศรีมาเล่าให้แม่วันดีฟัง เท่านั้นเองก็เป็นเรื่อง วันดีตรงดิ่งไปห้องพักคนสวน โดยมีสาวจี๊ดกับป้าเพ็ญตามหลัง

    “ฉันคงให้เธออยู่ร่วมชายคาไม่ได้อีก เธอคงจะรู้ว่าเพราะอะไร คุณเจตนาอาจจะไม่เห็นว่ามันสำคัญ แต่ฉันไม่ใช่ ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อความปลอดภัยของโมเดิร์นคาร์ เธอต้องไปอยู่ที่อื่น”

    “รีบๆไปสิ” จี๊ดเร่งยิกๆ เลยโดนดิ่งสวนเข้าให้ว่า

    “กลัวคุณท่านจะมาเห็นเสียก่อนหรือไง”

    พูดขาดคำ เสียงเจตนาดังเข้ามาพอดี “มีเรื่องอะไรกัน คุณวันดี ยายจี๊ด”

    สองแม่ลูกสะดุ้ง หันมองเจตนาที่เดินมากับนายแช่ม...

    วันดีดึงดันจะให้นายดิ่งออกจากบ้านหลังนี้ เธอหาว่าสามีมองคนในแง่ดีเกินไป ถึงขนาดนี้แล้วยังคิดว่านายดิ่งไว้ใจได้อยู่อีกหรือ? ส่วนจี๊ดก็บ่นแล้วบ่นอีกว่า ไม่เข้าใจพ่อจริงๆ

    “การเชื่อใจคนสักคนหนึ่งมันไม่มีอะไรต้องเข้าใจยาก” เจตนาเน้นย้ำ ทำให้วันดียิ่งโมโห บอกว่าสักวันถ้านายเศกเล่นงานเขาสำเร็จ แล้วจะรู้สึก “ผมรู้จักนายเศกดี เขาเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่เป็นมาเฟีย เป็นไปไม่ได้ที่นายดิ่งเข้ามาแทรกซึมในบริษัทโดยยอมลงทุนเอาตัวเองเข้าเสี่ยงตายช่วยผมแบบนั้น”

    ดิ่งคิดไม่ถึงว่าเจตนาจะให้ความเชื่อใจตนมากขนาดนี้ แต่โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในครอบครัวของใคร จึงเอ่ยปากขอเป็นฝ่ายไปเพื่อยุติปัญหาทุกอย่าง แต่เจตนาอยากให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อพิสูจน์

    ตัวเองว่าบริสุทธิ์ใจจริงอย่างที่ยืนยันกับตนไว้ และทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอย่างที่เข้าใจ

    นอกจากนี้ เจตนายังกำชับลูกเมียด้วยว่า ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับตน ก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นทั้งคู่ระรานนายดิ่ง...สองแม่ลูกไม่พอใจแต่พูดไม่ออกเพราะเจตนาท่าทีขึงขังจริงจังมาก ส่วนดิ่งสังเกตสีหน้าคุณหนูจี๊ดก็รู้ทันทีว่าปัญหายังไม่จบแน่ แต่เธอจะรู้บ้างไหมว่าเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แฟนหนุ่มนอกใจไปมีสัมพันธ์ลับๆกับเพื่อนสนิท ทำแบบนี้แสดงว่าหมอนั่นต้องไม่ใช่คนดี

    คืนเดียวกันนี้ เทวัญขับรถไปส่งเงาะที่หน้าอพาร์ต– เมนต์ เงาะยิ้มระรื่น มีความสุข แต่พอได้ยินเขาบอกว่าช่วงนี้เราต้องห่างกันสักพัก สาวเจ้าก็ชะงักหน้าเจื่อน

    “ถึงไอ้ดิ่งมันจะไม่ปากโป้ง แต่พี่ก็ไม่ไว้ใจ...เราอย่าเพิ่งทำอะไรให้จี๊ดเห็นพิรุธเลยดีกว่า”

    “ถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ”

    “ก็จนกว่าพี่จะแน่ใจว่าไอ้ดิ่งมันจะไม่อยู่ปากโป้งเรื่องของเรา”

    “อย่านานนักนะ เงาะต้องอกแตกตายแน่ๆเลย ถ้าต้องห่างพี่เทวัญนานๆ”

    “เอาน่า...ดีซะอีก ยิ่งห่าง...ความรักของเราจะยิ่งมีค่านะ รู้ไหม”

    “ก็ได้ค่ะ”

    “จำไว้นะ ถ้าอยากให้ความรักของเราสมหวัง เงาะต้องใจเย็น ถ้าพี่จบกับจี๊ดไม่สวย พี่จะถูกออกจากงานโดยที่ไม่มีอะไรติดตัวออกมาสักบาท”

    เทวัญชี้แจงแกมขู่ก่อนจะหอมแก้มเธออย่างเอาใจ เงาะยิ้มหน้าบานเดินเข้าที่พักไปโดยไม่รู้ว่าลับหลังแล้วเขาไม่ได้มีใจกับเธอเลยสักนิด ที่อ้างเหตุผลให้ห่างกันก็เพราะเขาต้องการสลัดเธอทิ้งนั่นเอง

    กลับเข้ามาในห้องพักได้ครู่เดียว เงาะแปลกใจที่ยอดชายกับใจดีแวะมาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า พอได้ยินธุระของเพื่อน สาวเงาะถึงกับตกใจจนหน้าซีด แต่ยังพยายามเก็บพิรุธปฏิเสธว่าตนไม่เคยยุ่งกับเทวัญ

    “แต่ฉันเห็นเธอกับพี่เทวัญเขี่ยเท้ากัน” ใจดียืนยัน

    เงาะชะงักทำท่าจะจนมุม แต่แล้วแสร้งโวยวายกลบเกลื่อนหาว่าใจดีทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์จี๊ดถึงขนาดมาใส่ร้ายกันแบบนี้ ใจดีจะโต้เถียงแต่ยอดชายปรามเอาไว้

    “เอาล่ะ ถ้าเงาะยืนยัน พวกเราก็จะเชื่อเธอ”

    “ไม่เชื่อก็ไม่ได้ว่า...ฉันมันคนไม่สำคัญ เชิญไปเลียแข้งเลียขายายจี๊ดตามสบาย”

    “เงาะ แกพูดเกินไปแล้วนะ” ใจดีต่อว่า

    “ก็ฉันน้อยใจนี่ เอะอะทุกคนก็เข้าข้างเอาใจยายจี๊ดจนไม่สนว่าฉันจะเป็นยังไง มากล่าวหากันแบบนี้ ฉันเสียหาย ฉันเสียใจ”

    เงาะเล่นละครแนบเนียนเสียจนใจดีกับยอดชายมองหน้ากันอึ้งๆ รู้สึกแย่เหมือนกันที่ทำให้เพื่อนเสียใจ จากนั้นเงาะก็เชิญทั้งคู่กลับ และไม่วายปิดประตูใส่หน้าพวกเขาดังโครม

    “เฮ้อ...เหมือนเราเป็นคนผิดเลยเนอะ” ใจดีบ่นเบาๆ กับยอดชาย

    “อืม...ช่างเหอะ เพื่อนอาจจะคิดได้เลยรีบกลับตัว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

    “แล้วก็โมโหเราเนียนๆ”

    “หน้าที่เราคือคอยเตือนสติเพื่อนเวลาที่เห็นว่าเพื่อนกำลังจะทำผิด ก็คอยดูกันต่อไป” ยอดชายตัดบทแล้วเดินนำใจดีออกไป

    ooooooo

    คืนนั้นจี๊ดไม่รามือจากดิ่งง่ายๆ เธอวางแผนขังเขาไว้ในห้องพักโดยบังคับนายแช่มให้ร่วมมือ ดิ่งขอร้องอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง แถมเดินลอยหน้ากลับไปพร้อมพวงกุญแจ

    เช้าขึ้นดิ่งกระวนกระวายเพราะออกจากห้องไม่ได้ อีกทั้งใกล้เวลาเข้างานแล้วด้วย พอเห็นนายแช่มจะเดินผ่านจึงเรียกให้มาเปิด แต่นายแช่มบอกว่าไม่มีกุญแจ แต่ถึงมีก็ไม่กล้าเปิด เพราะตนไม่อยากเป็นศัตรูกับคุณจี๊ด

    “เม้าท์อะไรฉัน” เสียงคุณหนูจี๊ดดังมา แช่มตกใจร้องจ๊าก รีบหลบมุมแอบดูสถานการณ์

    ดิ่งขอร้องให้จี๊ดเปิดประตูเพราะไม่อยากไป

    ทำงานสาย เธอยอมไขกุญแจ แต่ไม่วายขู่อีกว่าจะขังเขาแบบนี้ทุกวัน ถ้าไม่อยากไปสายก็ย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่อื่น ดิ่งได้ฟังยิ่งหงุดหงิด แล้วพลิกสถานการณ์ด้วยความหมั่นไส้จับเธอขังไว้ในห้องแทน

    จี๊ดเต้นเร่าๆ ร้องโวยวายเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ดิ่งไม่สนใจ

    “ถ้าคุณขังผมทุกวัน ผมก็จะขังคุณไว้เหมือนกัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน คุณจะได้รู้ว่ามันสนุกแค่ไหนที่ถูกขัง”

    “นายกล้าทำแบบนี้กับฉันในบ้านฉันเหรอ ฉันจะฟ้องพ่อ”

    “เชิญ” ดิ่งเอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินหูทวนลมออกไป

    แช่มโผล่ออกมามอง ตะลึงและทึ่งในความกล้าของดิ่งที่กล้าเปิดสงครามกับมหาอำนาจ พอจี๊ดเหลือบเห็นแช่มเข้าก็ออกคำสั่งให้เขาไปเอาเลื่อยมาเปิดประตูให้ตนเดี๋ยวนี้

    ooooooo

    ด้วงไม่ถูกชะตากับดิ่งตั้งแต่วันแรก แถมพอมีคนให้ท้ายอย่างเทวัญ ด้วงยิ่งจ้องหาเรื่องดิ่ง...แล้วเช้านี้ได้โอกาสดิ่งมาทำงานสาย ด้วงแขวะเขาทันทีว่า

    “เมื่อวานก็อู้งาน วันนี้ก็มาสาย คิดว่าเป็นเด็กเส้นเด็กฝากแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอวะ”

    “พอดีเมื่อเช้าผมมีเรื่องนิดหน่อย ขอโทษทุกคนด้วยครับ”

    ด้วงจะต่อความยาว แต่พอดีแต๋วเข้ามาแทรกเสียก่อน อีกทั้งลุงแปลงก็เร่งให้ช่างทุกคนทำงาน เพราะวันนี้ต้องส่งรถลูกค้ารายหนึ่งที่เอามาซ่อมเบรกและตรวจช่วงล่าง คนอื่นๆจึงแยกย้าย ยกเว้นด้วงที่ยืนแอ็กท่ามองมือถือตัวเองที่มีเสียงเรียกเข้ามา

    “ไอ้ด้วง ถ้าเรื่องส่วนตัว ข้าหักเงินเดือน”

    “คุณเทวัญโทร.มาน่ะลุง ไม่รับได้ไง” ว่าแล้วด้วงเดินไปคุยโทรศัพท์อีกทาง

    ลุงแปลงไม่ชอบใจ บ่นด้วยความสงสัยว่า “ไอ้นี่ ตีซี้ผู้บริหาร...มีเรื่องอะไรให้มันทำนักวะ คนละแผนกแท้ๆ”

    เทวัญโทร.มาออกคำสั่งกับด้วงว่า “เอาให้มันพูดไม่ได้ ถึงตายฉันก็ไม่สน” สั่งเสร็จวางสาย...พึมพำกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น “ฉันไม่มีทางปล่อยให้แกทำฉันพังก่อนหรอกไอ้ดิ่ง ในเมื่อฉันยังไปไม่ถึงเส้นชัย”

    หลังจากนั้นไม่นานนัก จี๊ดมาปรากฏตัวที่ศูนย์ บริการฯ เธอเจาะจงอยากคุยกับด้วงและโพ หลังทราบมาว่าทั้งคู่ไม่ชอบหน้านายดิ่งเหมือนกัน...

    เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว ด้วงมาก้มๆเงยๆอยู่ข้างรถลูกค้าที่ดิ่งต้องเอาไปทดลองขับหลังซ่อมเสร็จ ดิ่งเดินมาเห็นถามด้วงว่าทำอะไร ด้วงเฉไฉว่าทำเหรียญหล่นเลยก้มเก็บ ดิ่งไม่ค่อยเชื่อ แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อ ลุงแปลงเดินมาเร่งเขาเอารถไปลองเพราะใกล้เวลาลูกค้าจะมารับแล้ว ดิ่งจึงขึ้นสตาร์ตรถ

    ดิ่งออกไปได้สักพัก ยอดชายก็ได้รับแจ้งว่าดิ่งประสบอุบัติเหตุรถที่เอาไปทดลองล้อหลุด ตอนนี้ดิ่งถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เจตนาและคนอื่นๆทราบเรื่องก็ตกใจกันใหญ่ โดยเฉพาะจี๊ดที่หน้าซีดกว่าใคร อดคิดไม่ได้ว่าสาเหตุอาจมาจากตัวเองที่ไปสั่งด้วงกับโพจัดการนายดิ่ง

    เมื่อเจตนารีบเร่งไปโรงพยาบาล รัตนาขึ้นรถไปด้วย แต่แล้วเธอเปลี่ยนใจกะทันหันขอกลับมาที่ออฟฟิศ เนื่องจากเห็นพิรุธบางอย่างของจี๊ด ส่วนเจ๊ยุพาเซลส์สาวแก่ช่างเม้าท์ไม่เห็นตอนรัตนากลับมา เห็นแต่ตอนนั่งรถออกไปสองต่อสองกับเจตนา จึงรีบโทร.

    รายงานคุณวันดี

    รัตนากลับเข้ามาแอบเห็นจี๊ดกำลังว้าวุ่นใจอย่างหนัก และได้ยินเสียงบ่นด้วยว่า “จะตายไหมเนี่ย ใช่ฝีมือสองคนนั่นหรือเปล่า ถ้าใช่...ฉันก็เป็นผู้จ้างวาน โอ๊ย...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

    “คุณจี๊ดใช้ให้ใครทำอะไรคุณดิ่งคะ” รัตนาปรากฏตัวพร้อมคำถามที่ทำให้จี๊ดสะดุ้งเฮือก!

    เวลาเดียวกันนั้น เทวัญอยู่ที่ห้องทำงานกำลังคุยโทรศัพท์กับด้วงที่ส่งข่าวมา

    “ดี...แล้วพยายามอย่าทำตัวมีพิรุธให้เรื่องมาถึงฉัน คราวนี้ถึงไม่ตาย มันก็น่าจะรู้ว่าชีวิตมันไม่ปลอดภัยถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไป...ฉันจะโอนเงินเข้าบัญชีแกเดี๋ยวนี้เลย”

    ด้วงวางสายด้วยรอยยิ้ม พึมพำดีใจที่จะมีเงินไปเที่ยวแล้ว ทันใดนั้นโพก้าวเข้ามากระชากด้วงด้วยความโมโห “ฝีมือแกใช่ไหม...ไอ้ด้วง”

    “เออ ฝีมือฉันเอง ก็พี่มันใจเสาะนี่หว่า”

    “ถึงฉันจะไม่ชอบขี้หน้าไอ้ดิ่ง แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นฆาตรกร ฉันจะพาแกไปสารภาพความผิดกับตำรวจ”

    “ฉันโดน พี่ก็โดน แล้วคุณจี๊ดก็ต้องโดนด้วย...เอาเหรอ?” คำขู่ของด้วงได้ผลชะงัด โพถึงกับเงียบไปอย่างไม่กล้า...

    ส่วนที่ห้องทำงานเจตนา จี๊ดนั่งเผชิญหน้ากับรัตนาอย่างประหวั่นพรั่นพรึง

    “ดิฉันเห็นคุณจี๊ดสีหน้าไม่สู้ดี เลยขออนุญาตท่านมาดูแล แล้วก็ได้ยินสิ่งที่คุณจี๊ดพูดเมื่อกี๊”

    “ฉันเป็นคนบอกให้สองคนนั่นจัดการทำให้นายดิ่งถูกไล่ออก จะวิธีไหนก็ได้ แล้วฉันก็เผลอหลุดปากเพราะโมโหว่าจะให้ตายๆไปเลยก็ได้ ฉันไม่คิดว่าจะทำกันขนาดนี้ ฉันแค่อยากให้นายนั่นไปให้พ้นๆ ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย”

    “ดิฉันรู้ค่ะ คุณจี๊ดไม่ใช่คนใจดำถึงขนาดสั่งฆ่าคนได้”

    “แล้วเธอจะบอกคุณพ่อเรื่องนี้ไหม”

    “ดิฉันจะไม่บอกท่านหรอกค่ะ แต่คุณจี๊ดต้องเป็นคนบอกท่านเอง”

    จี๊ดฟังแล้วยิ่งหน้าซีด ใจเสีย...

    ooooooo

    จากสภาพรถที่ชนเสาไฟพังยับ ทำให้ยอดชายคาดเดาว่าดิ่งอาการเป็นตายเท่ากัน แต่พอตามมาถึงโรงพยาบาลเห็นจริงกับตาปรากฏว่าดิ่งแค่หัวแตกและแขนหัก รักษาตัวไม่กี่วันก็คงหาย ทุกคนค่อยคลายความตกใจและเป็นห่วง

    เมื่อเจตนาซักถามว่าทำไมล้อรถถึงหลุดได้ ทั้งที่ตรวจสอบก่อนเอารถออกทุกครั้งไม่ใช่หรือ ดิ่งยืนยันว่าเช็กทุกอย่างเรียบร้อย พลันนึกถึงตอนเห็นด้วงก้มๆเงยๆอยู่ข้างรถ แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะไม่แน่ใจ

    “ปกติดิ่งเป็นคนรอบคอบมาก เรื่องน็อตที่ล้อหลวมจนหลุด ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้” ลุงแปลงวิเคราะห์

    “ผมขอโทษครับสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น” ดิ่งเอ่ยปาก

    “เทียบกับชีวิตของนายไม่ได้หรอก นายปลอดภัยก็ดีแล้ว พักผ่อนเถอะ” เจตนาเมตตาดิ่งมาก ส่วนยอดชายก็ว่าถ้าดิ่งหายแล้วตนจะพาไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ล้างซวย

    เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งก่อนที่รัตนาจะเปิดเข้ามา โดยมีจี๊ดตามหลังอย่างลุ้นๆกลัวๆ แต่พอรู้ว่าดิ่งปลอดภัยแล้ว จี๊ดถึงกับร้องไชโยโผกอดรัตนาแน่น จนทุกคนพากันประหลาดใจ เพราะแต่ก่อนร่อนชะไรไม่เคยเห็นจี๊ดญาติดีหรือใกล้ชิดรัตนาเลยสักนิด

    จี๊ดเห็นทุกคนมองมาก็ชะงัก นึกได้รีบผละออกจากรัตนา...รักษาฟอร์มเหมือนเดิม

    “จริงๆแล้วไม่น่ารอดเลยเนอะ เสียดาย” เธอพูดแก้เก้อแล้วฉวยมือรัตนาออกไปนอกห้อง นั่นยิ่งทำให้ทุกคนมองหน้ากันไปมาอย่างแปลกใจ

    หลังจากพ้นสายตาทุกคนมาแล้ว จี๊ดเจรจากับรัตนาด้วยดีว่า “ไหนๆนายนั่นก็ปลอดภัยแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณพ่อรู้เรื่องฉัน เธอเก็บมันเป็นความลับได้ไหม”

    “คุณจี๊ด...”

    “เธออยากได้อะไร ฉันจะซื้อให้ หรือไม่ก็...”

    “พี่รัตนาเขาไม่ชอบรับสินบนใครหรอกจี๊ด” เสียงยอดชายแทรกขึ้นมาทางด้านหลัง จี๊ดตกใจหน้าซีด พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อยอดชายถามว่า มีเรื่องอะไรที่ตนควรจะรู้ไหม?

    คุณหนูจี๊ดละล้าละลังครู่หนึ่งก่อนจะพูดความจริงออกมา เท่านั้นเองนายยอดเพื่อนที่แสนดีก็ลากตัวเธอลิ่วไปด้วยความโมโห รัตนาเห็นจี๊ดโอดโอยก็สงสาร ท้วงเขาให้เบาๆกับเธอหน่อย

    “ต้องหนักๆพี่ เพื่อนผมคนนี้มันบาปหนา ต้องพาไปขอโทษคุณดิ่ง”

    “ฉันไม่ผิด นายนั่นไม่ระวังตัวเอง อาจจะไม่ได้เกิดจากฝีมือของคนที่ฉันจ้างก็ได้”

    “เธอจ้างใคร” ยอดชายคาดคั้น

    “ไม่บอก ฉันไม่อยากให้พวกนั้นซวย...ถูกไล่ออก ไม่มีงานทำเพราะฉันหรอก”

    “คนทำผิดแล้วสำนึกผิด ทุกคนพร้อมให้อภัย แต่ถ้าไม่ จะมีแต่คนรุมประณามและสาปแช่ง เธอจะใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไปได้ยังไง ในเมื่อมีแต่ความผิดบาปอยู่ในใจ”

    จี๊ดเงียบไปอย่างตัดสินใจไม่ได้ แต่พอยอดชายบอกว่าเธอจะไม่ขอโทษก็ได้ แต่เรื่องนี้รู้ถึงหูพ่อเธอแน่นอน พลันจี๊ดตอบตกลง แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้พ่อกับลุงแปลงกลับไปก่อน

    “ได้...แต่ฉันจะอยู่เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าเธอจะไม่เบี้ยว”

    จี๊ดหน้าง้ำเดินนำทุกคนออกไป ยอดชายหันมายิ้มกับรัตนาอย่างโล่งใจ

    ooooooo

    ทันที่ทราบว่าเจตนากลับมาแล้ว เทวัญรีบมาถามหาจี๊ด พอรู้ว่าเธอเต็มใจอยู่ที่โรงพยาบาลกับนายดิ่ง เทวัญทั้งแปลกใจและไม่พอใจ นึกหวาดระแวงขึ้นมาจนอยู่เฉยไม่ได้ เร่งรีบไปโรงพยาบาลโดยไม่สนใจเงาะที่มาบอกว่ายอดชายกับใจดีสงสัยเรื่องของเราแล้ว

    ที่โรงพยาบาล จี๊ดลังเลอยู่นานไม่ยอมพูดความจริงกับดิ่งสักที สุดท้ายยอดชายทนไม่ไหวเลยพูดออกมาเสียเองว่าจี๊ดอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่ทำให้ดิ่งได้รับบาดเจ็บ

    “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเลยเถิดขนาดนี้”  เธอพยายามแก้ตัว  แต่ด่ิงพูดน่ิงๆว่า  ไม่แปลกใจหรอก...ทำ เอาสาวจี๊ดโกรธเลยทำก๋ากั่นกลบเกลื่อนความผิดย้อนถาม เขาว่า  “แล้วจะทำไม”

    “จี๊ด ไหนบอกว่าจะมาขอโทษ ยังจะลอยหน้าลอยตาอยู่อีก หรืออยากจะให้ฉันบอกพ่อเธอ”

    คำขู่ของยอดชายได้ผล สาวจี๊ดจำต้องขอโทษดิ่ง แต่ดิ่งสวนทันทีว่าตนไม่ให้อภัย และจะแจ้งตำรวจจับข้อหาพยายามฆ่าด้วยถ้าจี๊ดทำตามเงื่อนไขของตน

    “นายต้องการอะไร จะเอาเงินเท่าไหร่”

    “นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ผมไม่ต้องการเงินคุณ ผมต้องการการชดใช้ที่ยุติธรรม ถ้าไม่อยากติดคุก คุณต้องมาดูแลผมจนกว่าผมจะหายดี”

    “อะไรนะ!” จี๊ดร้องเสียงหลง แต่ยอดชายเห็นด้วยกับดิ่งอย่างยิ่ง เขาย้ำว่ายุติธรรมที่สุด แล้วตัดบทให้จี๊ดดูแลดิ่งอยู่ที่นี่ ตนจะไปบอกพ่อให้ว่าลูกสาวเห็นใจดิ่งที่ต้องเจ็บตัวในหน้าที่ เลยอาสาดูแลจนกว่าเขาจะหายดี

    จี๊ดทำท่าจะโวยวายไม่เอาด้วย แต่ยอดชายชิ่งหนีไปเสียแล้ว เธอเลยได้แต่ฮึดฮัดโมโห ครั้นหันกลับมาเห็นดิ่งยิ้มเผล่ให้ก็ยิ่งเจ็บใจ ประกาศชัดเจนว่า

    “ฉันจะไม่มีวันดูแลปรนนิบัติคนข้างถนนอย่างนายเด็ดขาด”

    “แสดงว่าอยากติดคุก”

    “ฉันไม่กลัว เรื่องแค่นี้ยังไงคุณพ่อก็มีปัญญาประกันตัวฉันออกมาอยู่แล้ว”

    “ตอนนั้นคุณก็ได้ลงหน้าหนึ่ง นักข่าวรุมทึ้ง ทั้งพ่อแม่ บริษัท เสียประวัติกันไปหมด แถมม่ายขันหมาก เพราะคงไม่มีใครอยากแต่งงานกับฆาตกร”

    จี๊ดชะงักกึก คิดไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนกลับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดิ่งจึงแกล้งใช้ให้ป้อนยาป้อนข้าวจนเพลินไป พอเธอมีปากเสียงขึ้นมาอีก เขาก็ขู่จะแจ้งตำรวจ เท่านั้นยายหนูจี๊ดก็กลัวหัวหด ยอมทำตามคำสั่งเขาทุกอย่าง

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน ศุวิมลกลับเข้าบ้านเห็นมารศรีเรียกพนักงานร้านเพชรนำแหวนมาให้เลือก ศุวิมลไม่พอใจและกลายเป็นโกรธเมื่อรู้ว่ามารศรีไม่ดูแลพ่อของตนที่กำลังป่วยเพราะเสียใจเรื่องดิ่ง ปล่อยทิ้งท่านไว้ในห้องทำงานคนเดียวตั้งแต่เช้าจดเย็น พอเธอเข้าไปเห็นพ่อฟุบหมดสติอยู่กับโต๊ะทำงานก็ตกใจแทบช็อก ต้องพาท่านส่งโรงพยาบาลทันทีเลย

    ที่โรงพยาบาลเดียวกัน ดิ่งมานอนรักษาตัวอยู่ก่อนโดยมีจี๊ดคอยปรนนิบัติดูแลตามข้อตกลง...ไหนๆก็ได้โอกาสทองมาแล้ว มีหรือดิ่งจะไม่เอาคืนคุณหนูจี๊ดขาวีน เข้าให้บ้าง เขาแกล้งใช้เธอสารพัด ไม่เว้นแม้แต่ให้พาไปฉี่ในห้องน้ำ จังหวะนี้เองเทวัญโทร.หาจี๊ดหลายครั้ง แต่เธอยังรับไม่ได้เพราะดิ่งไม่ยอม กระทั่งเสียงเรียกนั้นเงียบไป แล้วจี๊ดประคองดิ่งกลับมานอนบนเตียงตามเดิม

    ดิ่งยังไม่สะใจ สั่งจี๊ดเปิดทีวีให้ดู แล้วค่อยมานั่งป้อนข้าวต่อ จี๊ดเจ็บใจเป็นบ้า ถือโอกาสตักข้าวร้อนๆยัดปากเขาจนร้องโอ๊ย ส่วนตัวเองยืนหัวเราะร่วนชอบใจที่แกล้งเขาคืนได้ เทวัญเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี ความระแวงพุ่งปรี๊ด ถามจี๊ดเสียงแข็งว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่

    “พอดีจี๊ด...ยุ่งอยู่ค่ะ”

    “ทำอะไรถึงยุ่ง”

    “พานายนี่เข้าห้องน้ำค่ะ”

    “อะไรนะ!!” เทวัญแทบไม่เชื่อหู แต่ดิ่งพยักหน้ายืนยัน ทำเอาเทวัญแทบคลั่งคาดคั้นจี๊ดต่อไป “แล้วทำไมมันเข้าไปเองไม่ได้ ทำไมจี๊ดต้องไปช่วยมัน พยาบาลก็มี ทำไมไม่เรียกใช้”

    จี๊ดอึกอักพูดไม่ออก ดิ่งเลยทำท่าจะตอบเสียเอง แต่จี๊ดแว้ดขึ้นทันควันว่า

    “ไม่ต้อง...คือจี๊ดตั้งใจจะอยู่ดูแลนายดิ่งเองค่ะ นายดิ่งไม่มีใคร จี๊ดอยากทำให้คุณพ่อสบายใจ จบนะคะ พี่เทวัญมาก็ดีแล้ว จี๊ดจะให้ไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ จี๊ดจะไปจัดเสื้อผ้า”

    “จี๊ดจะไปไหน”

    “มานอนเฝ้านายดิ่งค่ะ”

    “น้องจี๊ด!!” เทวัญอุทานอย่างเหลือเชื่อ และจ้องดิ่งตาขวาง...

    เมื่อสองคนพากันออกมานอกห้อง จี๊ดแวะบอกพยาบาลว่าฝากคนไข้ไว้สักครู่ เดี๋ยวตนจะกลับมา เทวัญเห็นเธอเอาจริงก็ยิ่งไม่พอใจ

    “เดี๋ยวก่อนน้องจี๊ด พี่ไม่เข้าใจนี่มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆน้องจี๊ดก็เมตตามัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้...”

    “จี๊ดยังไม่ไว้ใจนายนั่นอยู่เหมือนเดิมค่ะ แต่ตอนนี้ จี๊ดจำเป็นต้องทำค่ะ พี่เทวัญเลิกซักจี๊ดสักทีเถอะ”

    “แต่พี่ไม่ชอบให้แฟนพี่อยู่กับผู้ชายสองต่อสอง พี่ไม่ยอม”

    “งั้นพี่เทวัญมาอยู่กับจี๊ดด้วยไหมล่ะ...เก็บความหึงไว้ใช้ให้ถูกคนเถอะ ไม่ใช่กับนายนั่น ซึ่งไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นแน่ แค่นี้นะคะ เสียเวลาพอแล้ว”

    เธอตัดบทเดินหนีไปแล้ว ทิ้งเทวัญยืนกำมือแน่น สบถออกมาอย่างเจ็บแค้นใจ

    “ไอ้ดิ่ง! แกต้องการจะเขย่าประสาทฉัน”

    ooooooo

    ในห้องคนไข้ นายเศกนอนหลับสนิท ศุวิมลนั่งข้างเตียงจับมือพ่อด้วยความรู้สึกสงสาร มารศรีนั่งห่างออกมาตรงโซฟา แอบเซ็งที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สักครู่หมอเวทย์แวะมาดูอาการอีกครั้ง ก่อนจะกลับออกไปเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

    แต่หากวันนี้ถ้าพาพ่อมาช้าเกินไป อาจโชคร้ายถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกได้ ศุวิมลจึงตำหนิมารศรีไปหลายคำ

    “ทำไมปล่อยคุณพ่อให้หมดสติอยู่ได้ตั้งนาน ไม่รู้จักเข้าไปดู วันๆที่บอกว่าต้องดูแลท่าน ทำอะไรบ้าง นอกจากนั่งส่องเพชร”

    “อย่ากล่าวหากันง่ายๆแบบนี้สิคะคุณศุ ก็คุณเศกบอกศรีเองว่าไม่ให้รบกวน ศรีก็ทำตามคำสั่ง ผิดตรงไหนคะ ถ้าผิดก็ต้องไปโทษคุณเศก ไม่ใช่ศรี”

    เศกขยับตัวเรียกหามารศรี...สองคนจึงยุติการโต้เถียง พอเห็นมารศรีออดอ้อนเป็นห่วงพ่อของตน ศุวิมลทนไม่ไหวเดินหนีออกจากห้องไปทันที อารามรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันระวัง เดินชนเข้ากับยอดชายที่หิ้วกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมนายดิ่ง

    แรงปะทะทำให้กระเช้าผลไม้และโทรศัพท์มือถือของยอดชายหล่นกระเด็น ตอนแรกหญิงสาวเหมือนจะขอโทษ แต่พอเห็นหน้าชัดว่าเป็นใคร เธอก็เปลี่ยนใจกะทันหัน

    “นายอีกแล้วเหรอ?”

    “ผมน่ะสิที่ซวย...มือถือผมอยู่ไหนเนี่ย” เขากวาดตามองหา และเจอมันหล่นอยู่ใต้กระโปรงศุวิมล

    เท่านั้นเอง หญิงสาวกรี๊ดกระจาย หาว่าเขาแอบถ่ายใต้กระโปรง เสียงเธอร่ำร้องว่าไอ้โรคจิต ทำให้ยอดชาย ต้องปิดปากลากเธอเข้าไปในลิฟต์

    “ถ้านายทำอะไรทุเรศๆกับฉัน ฉันเอาเรื่องนายแน่”

    “นี่คุณ คุณเป็นคนเดินมาชนผมเอง จนมือถือผมหล่น เป็นชิ้นแบบนี้ แล้วยังมาหาว่าผมโรคจิตอีก บ้าหรือเปล่า”

    “ฉันผิดเหรอ”

    “เออ จะรีบร้อนไปไหนของคุณ เดินชนมาได้”

    “ไม่ได้รีบ แต่อารมณ์เสีย ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับนายตอนนี้” เธอกดลิฟต์เปิดจะออกไป แต่เขารั้งเธอไว้ ทวงถามว่าทำมือถือตนเจ๊งแล้วจะหนีงั้นเหรอ

    “ปล่อยนะ ลิฟต์จะปิดแล้ว”

    “ขอโทษผม และชดใช้ค่ามือถือผมมาก่อน”

    ศุวิมลไม่ยอม ดิ้นรนจะหนีออกมาให้ได้ ยอดชายเลยยิ่งดึง...ดึงกันไปดันกันมาเลยกลายเป็นนัวเนียจนคนนอกลิฟต์เข้าใจผิด นึกว่าทั้งคู่พลอดรักกัน ทำให้เธอยิ่งโกรธเขา จิกข่วนใส่เป็นการใหญ่ก่อนจะวิ่งหนีมา

    ยอดชายสุดเซ็ง เขาตั้งฉายาให้เธอว่า “ยายอาจารย์เพี้ยน” แล้วพอเข้าไปเยี่ยมดิ่ง เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วยความโมโห ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่เดือดร้อนเพราะเธอคนนี้ ดิ่งเลยว่าสงสัยจะเป็นเนื้อคู่กัน แต่ยอดชายแย้งว่าคู่เวรคู่กรรมกันมากกว่า ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย...ดิ่งยิ้มขำๆ โดยไม่รู้ว่ายายอาจารย์เพี้ยนที่ยอดชายพูดถึงคือน้องสาวตัวเอง

    จบเรื่องเซ็งๆ ยอดชายให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับดิ่งเรื่องอุบัติเหตุว่าตนคุยกับคุณเจตนาแล้ว ท่านมั่นใจว่าจี๊ดไม่มีทางจ้างใครฆ่าคนได้ ต้องมีคนอื่นที่ไม่ชอบหน้าเขาและคิดจะกำจัด ซึ่งตนสงสัยโพกับด้วง เพราะสองคนนี้เคยมีเรื่องกับเขามาก่อน

    “ผมเห็นนายด้วงมาก้มๆเงยๆที่รถเมื่อเช้า ถามก็ตอบเลี่ยงไป ผมสะเพร่าเอง พอลุงแปลงเร่งให้เอารถไปเทสต์ เลยไม่ได้ตรวจสอบรถอีกที”

    ยอดชายค่อนข้างมั่นใจว่าด้วงเกี่ยวข้องแน่ แต่ยังต้องสอบสวนกันอีกที

    “แล้วนี่ยายจี๊ดไปไหนครับ” ยอดชายถามขึ้นมา ดิ่งอมยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนตอบ...

    เวลานั้นเอง จี๊ดมาเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน แล้วเจอพ่อกับแม่กำลังทะเลาะกันเรื่องรัตนาพอดี วันดีฟังความจากสปายของตนมากเกินไปจนเกิดอาการโมโหหึงสามี แต่คราวนี้จี๊ดอยู่ในเหตุการณ์จึงพยายามอธิบายว่าแม่เข้าใจผิด พ่อกับรัตนาไม่ได้ไปกกกันอย่างที่แม่เข้าใจ ตนเป็นพยานได้ รัตนาอยู่กับตน ไม่ได้ไปกับพ่อสองต่อสองอย่างที่เจ๊ยุพารายงานแม่

    “แกเข้าข้างนังเมียน้อยนั่นเหรอ แกเป็นอะไรไปแล้วจี๊ด ฉันเป็นแม่แกนะ”

    “ก็จี๊ดพูดเรื่องจริงนี่คะ คราวนี้เจ๊ยุพาใส่ไข่มากไปแล้วค่ะ คุณแม่อย่าหูเบานักสิคะ”

    วันดีโกรธเผลอตบหน้าลูกสาวทันที “แกไม่ต้องมาสอนฉัน”

    “คุณวันดี มากเกินไปแล้วนะ ลูกผิดอะไร” เจตนาขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ

    “เออ...เป็นฝ่ายเดียวกันแล้วนี่ ฉันมันหัวเดียวกระเทียมลีบ ต่อไปนี้ไม่ต้องมาสนใจฉัน ต่างคนต่างอยู่” พูดจบวันดีก็ปึงปังออกไป จี๊ดมองตามด้วยความเสียใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:12 น.