ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พริกกับเกลือ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ค่ำคืนนั้น นายดิ่งออกจากศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหนเพราะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ขณะที่ เขากำลังหันหน้าหันหลังอยู่ริมถนน นายแช่มคนขับรถของเจตนาเดินมาเรียก...

นับเป็นโชคดีของดิ่งอีกครั้งที่เจตนาเมตตาพากลับไปพักที่บ้าน แต่ดิ่งขอพักที่ห้องคนสวนแทนห้องรับรองแขกที่เจตนาตั้งใจให้อยู่ และถ้าได้รับเงินเดือนก็จะขยับขยายหาที่อยู่เอง

หลังจากทำความตกลงกันเสร็จแล้ว ดิ่งบังเอิญเดินไปได้ยินจี๊ดยืนคุยโทรศัพท์กับเทวัญ เทวัญแอบมีสัมพันธ์กับพริตตี้สาวโดยที่จี๊ดไม่ระแคะระคาย เขานัดหล่อนมานอนที่คอนโดฯ แต่โกหกจี๊ดว่ามีลูกน้องที่บริษัทเอาแผนการตลาดครึ่งปีหลังมาให้เซ็นอนุมัติ

จี๊ดเชื่ออย่างง่ายดาย พอวางสายเห็นเงาใครบางคนแถวพุ่มไม้จึงเรียกให้ออกมา พอเห็นชัดว่าเป็นใครก็โวยวายนึกว่าเขาจะกลับมาแก้แค้น ดิ่งต้องใช้ความอดทนกับเธออย่างมากกว่าจะพูดกันรู้เรื่องว่าพ่อของเธอเห็นว่าตนไม่มีที่ไป เลยให้มาพักที่นี่ชั่วคราว แต่กระนั้นจี๊ดก็ไม่พอใจอยู่ดี เธอแจ้นไปฟ้องแม่ แล้วอีกครู่เดียววันดีก็มาต่อว่าเจตนาที่ให้ชายแปลกหน้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้าน ถ้าเกิดมันคิดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ยกบ้านจะทำยังไง

แค่เรื่องเล็กๆ ทำให้สองสามีภรรยาทะเลาะกันจนได้ วันดีหาว่าสามีไม่รับฟังความคิดเห็นของตน ขณะที่เจตนาก็มีเหตุผลที่ช่วยเหลือดิ่งเพราะเขามีบุญคุณ เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องวันดีจึงไล่สามีออกจากห้อง จี๊ดเจอพ่อตรงหน้าประตูเลยโดนพ่อดุจนจ๋อยไป แต่ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแพ้นายสิบแปดมงกุฎนั่นแน่ๆ

จี๊ดหาทางไล่ดิ่งออกจากบ้านโดยมีเทวัญคอยให้ท้าย เธอกลั่นแกล้งดิ่งทุกทางแล้วให้สำรวยสาวใช้คอยเป็นลูกมือ แต่สำรวยแอบปลื้มในความหล่อของดิ่ง แผนของจี๊ดจึงไม่ค่อยจะสำเร็จ...

ด้านมารศรีที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าดิ่งกลับมาเมืองไทย แต่เธอยังมืดแปดด้านว่าเขาไปพักอยู่ที่ไหน เช่นเดียวกับพ่อและน้องสาวของดิ่ง ทั้งคู่กำลังกลุ้มและกังวล โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่ตั้งความหวังไว้ว่าจะให้ลูกชายคนโตกลับมาสานต่อกิจการ

“พี่ดิ่งไม่เคยเป็นคนแบบนี้ พี่ดิ่งรักคุณพ่อมาก การทำให้คุณพ่อเสียใจเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่พี่ดิ่งจะทำ”

“แล้วพ่อไปทำอะไรให้มันล่ะ ฮึ”

ศุวิมลก้มหน้านิ่ง ตอบไม่ได้...

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พ่อต้องการคำอธิบาย และถ้าเจ้าดิ่งมันไม่มาให้พ่อเห็นหน้าภายในสามวัน พ่อจะถือว่ามันไม่ใช่ลูกพ่อ มันจะไม่ได้อะไรจากพ่อเลยแม้ซักสลึงเดียว”

ศุวิมลตกใจ แต่ลึกๆก็เข้าใจว่าพ่อเสียใจ เจ็บใจ และแค้นใจที่ลูกชายหายไปโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ส่วนมารศรีผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุค่อยๆถอยกลับออกมาหลังซุ่มฟังสองพ่อลูกอยู่นานแล้ว

“ฉันลงทุนไปตั้งเยอะ ฉันต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ฉันไม่ยอมให้คุณกลับบ้านมาเจอพ่อแน่...ดิ่ง ฉันต้องหาคุณให้เจอ” มารศรีบอกกับตัวเองอย่างมาดหมาย...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยอดชายพาดิ่งมาแนะนำตัวกับลุงแปลงที่เป็นหัวหน้าช่างในศูนย์บริการ ลุงแปลงใจดีเป็นที่รักเคารพของลูกน้อง ส่วนแต๋วที่เป็นธุรการก็มีไมตรีกับทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มรูปหล่ออย่างดิ่ง แต๋วมองเพลินจนช่างโพที่ตามจีบเธออยู่เขม่นตาเขียวไม่พอใจดิ่ง

แต่ไม่ทันที่ใครจะทำอะไรยังไง จี๊ดก็เดินหน้าเชิดเข้ามาประกาศกับบรรดาพนักงานว่า

“ทุกคนฟังให้ดี ฉันเกลียดขี้หน้านายคนนี้ และจะทำทุกทางให้มันออกไปจากบริษัท ใครไม่อยากมีปัญหา คิดให้ดีว่าจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกับฉัน” พูดจบก็เดินเชิดเริดหยิ่งออกไปทันที

แต๋วฟังแล้วสยองแทนดิ่ง สงสัยว่าพี่ดิ่งสุดหล่อไปทำอะไรให้คุณหนูจี๊ดไม่พอใจ?

ผละจากพนักงานกลับไปถึงห้องทำงานพ่อ จี๊ดเห็นรัตนานั่งโต๊ะหน้าห้องในตำแหน่งเลขาฯ เธอหมั่นไส้เข้ามาหาเรื่องจะแย่งที่นั่งรัตนา แต่ไม่สำเร็จเพราะเจตนามาขัดขวาง และมอบหมายให้จี๊ดเป็นได้แค่เด็กฝึกงาน ต้องเรียนรู้งานเลขาฯทุกอย่างจากรัตนา

“ไม่...ถ้าจี๊ดไม่ได้เป็นเลขาฯ จี๊ดไม่ทำ”

“ฉันก็ไม่คาดหวังว่าแกจะจริงจังอยู่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าแกไปเจอใครหรือเจออะไรมา ถึงอยากจะมาทำงาน แต่ไม่ใช่เพราะพ่อแน่ๆ และไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แกก็ยังเป็นแกไม่มีวันเปลี่ยน”

“คุณพ่อ!!”

จี๊ดแผดเสียง แต่พ่อเมินไม่สน หันไปถามรัตนาว่าดิ่งมาทำงานแล้วใช่ไหม รัตนาตอบรับและว่ายอดชาย

พาดิ่งไปที่ฝ่ายช่างแล้ว...เพียงได้ยินชื่อนายดิ่ง คุณหนูจี๊ดก็มีแรงฮึด บอกพ่อว่าตนทำงาน เป็นผู้ช่วยก็ได้ จะให้ทำอะไรว่ามาเลย

“งั้นก็เตรียมเอกสารประชุมด้วย” เจตนาสั่งการแล้วเดินเข้าห้องไป จี๊ดทั้งอายทั้งโกรธแต่จำต้องรับเอกสารจากรัตนามา

“นี่ค่ะ ต้องถ่ายเอกสารยี่สิบชุด”

สาวจี๊ดสะอึกอึ้งก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร แต่ด้วยความไม่เคยทำจึงต้องให้รัตนามาสอน พอรู้เข้าหน่อยก็ตวัดเสียงไล่รัตนา ซ้ำยังหาว่าเธอเป็นเมียน้อยพ่อ ต่อไปนี้ตนจะจับตาดูเธอแทนแม่ตลอดเวลา ใจดีกับเงาะเดินมาเห็นจี๊ดกำลังเหวี่ยงใส่รัตนา ใจดีรีบห้ามและพาจี๊ดออกมานั่งคุยกันมุมหนึ่ง

ใจดีไม่เห็นด้วยในการกระทำของจี๊ด และเธอก็เชื่อว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย แต่เงาะกลับไม่คิดเช่นนั้น พูดจายุแหย่ให้จี๊ดเกลียดรัตนาหนักขึ้นไปอีก ใจดีทั้งเซ็งทั้งระอาได้แต่บอกกับเพื่อนรักว่า

“จี๊ด...แกมาทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว แกช่วยเปิดหูเปิดตารับความจริงหน่อยนะ แล้วแกจะได้รู้ว่าพี่รัตนาเป็นคนยังไงกันแน่ จะได้เลิกอคติซะที”

จี๊ดนิ่งฟังแต่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูด จู่ๆเธอมีอาการพะอืดพะอมโรคกระเพาะกำเริบ ใจดีกับเงาะต้องพาไปห้องพยาบาล และเดี๋ยวเดียวยอดชายก็ตามมาอีกคนด้วยท่าทีร้อนรนเป็นห่วงจี๊ดเอามากๆ

ส่วนที่ฝ่ายบริการฯ ในมุมของช่าง แต๋วกับดิ่งมีเหตุให้ใกล้ชิดกันโดยบังเอิญ โพกับด้วงเห็นเข้าก็ไม่พอใจ ด้วงยุโพให้เล่นงานดิ่ง แต่พอดีเทวัญเข้ามาเจอ แล้วซักไซ้จนรู้ว่าช่างเก่าเขม่นช่างใหม่ จึงคิดจะดึงทั้งคู่มาเป็นพวกเพื่อจัดการดิ่งให้ได้

เทวัญทราบเรื่องจี๊ดโรคกระเพาะกำเริบนอนอยู่ห้องพยาบาล เขารีบไปดูแลแฟนสาว เป็นจังหวะที่ใจดีกับเงาะดึงยอดชายพ้นจากห้องมา เทวัญเข้าไปดูแลเอาใจจี๊ด แต่พอน้องเชอรี่โทร.มาหาเขาก็อ้างว่าลูกน้องโทร.ตาม ขอตัวสักครู่ ให้จี๊ดนอนพักไปก่อน เสร็จธุระแล้วจะพาไปส่งบ้าน

ด้านโพกับด้วง หลังรับคำสั่งจากเทวัญให้จัดการดิ่ง สองหนุ่มสบโอกาสตอนดิ่งเอาอะไหล่เก่าเข้าไปเก็บหลังศูนย์ซ่อม รุมชกต่อยดิ่งแทบทรุดถ้ายอดชายกับลุงแปลงไม่วิ่งเข้ามาห้าม แต่พอลุงแปลงซักถามและคาดโทษด้วงกับโพถึงขั้นไล่ออก ดิ่งสงสารทั้งคู่ รีบโกหกว่าพวกเราไม่ได้มีเรื่องกัน ที่ตนปากแตกเพราะถูกของบนชั้นหล่นใส่ ลุงแปลงกับยอดชายไม่เชื่อ แต่จำต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างที่ดิ่งต้องการ ในขณะที่ด้วงกับโพพากันแปลกใจทำไมดิ่งถึงไม่เอาเรื่องพวกตน

เทวัญหลบแฟนสาวออกมาคุยโทรศัพท์กับกิ๊ก แต่จู่ๆกิ๊กสาวกลับโผล่มาเซอร์ไพรส์ตรงหน้า เล่นเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจรีบพาเธอหลบไปคุยกันมุมหนึ่ง

เชอรี่นัวเนียออดอ้อนเสียจนเขาใจคอไม่ดีกลัวใครมาเห็น

จึงเร่งเธอกลับไปก่อนแล้วคืนนี้ค่อยเจอกัน

ทันทีที่ผลักไสเชอรี่ไปได้ เงาะเดินผ่านมาทักเทวัญ แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันไปอีกด้าน เงาะแอบชอบเทวัญจึงพยายามทอดสะพาน เทวัญเหมือนจะดูออก เขายิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มชวนฝัน ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้เงาะหัวใจ

พองโตไปด้วยความหวัง

ooooooo

ดิ่งตั้งใจมาที่ห้องพยาบาลเพื่อประคบรอยช้ำบริเวณปากตัวเองที่โดนโพชก แต่ไม่เจอเจ้าหน้าที่จึงนั่งรอโดยไม่รู้ว่าจี๊ดนอนพักอยู่บนเตียงที่มีม่านกั้น กระทั่งได้ยินเสียงเธอขอน้ำดื่ม เขาหยิบยื่นส่งให้ดีๆ แต่เธอกลับหาเรื่องด่าเขาลั่นห้องแถมยังเอาน้ำแก้วนั้นสาดใส่หน้าเขาด้วย

การกระทำของเธอทำให้ชายหนุ่มจ้องเขม็งอย่างเหลืออด แต่ไม่ทันจะทำอะไร เธอก็ลุกพรวดจากเตียงจนเซถลาเกือบล้มถ้าเขารับไว้ไม่ทัน ถึงกระนั้นเธอยังดีดดิ้นทำให้เสียหลักล้มทับไปบนเตียงแคบๆด้วยกัน

จังหวะนี้เองเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาพอดี ดิ่งรีบดึงม่านปิดแล้วปรามจี๊ดห้ามส่งเสียงถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราประกบกันอยู่

แม้จะไม่ส่งเสียงแต่จี๊ดก็จิกข่วนแขนเขาจนแสบไปหมด เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงกุกกักเข้าใจว่าจี๊ดตื่นแล้วจึงเปิดม่านเข้าไปหา เป็นจังหวะที่ดิ่งตัวเลื่อนลงจากเตียงหนีกรงเล็บของจี๊ดไปใต้เตียงพอดี

จี๊ดออกอุบายไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าตนอยู่กับดิ่งจึงวานเธอไปตามเทวัญให้ที จากนั้นก็หันมาไล่ดิ่งออกไปจากห้องโดยเร็ว แล้วให้เทวัญประคองตนไปที่รถ โดยมียอดชายตามมามองอย่างห่วงใย

เทวัญขับรถมาส่งจี๊ดถึงหน้าบ้านแล้วกลับไปทำงานต่อ จี๊ดไม่ได้เข้าบ้านหลังใหญ่ของตนแต่ย่องไปทางห้องพักคนสวนเพื่อค้นหาหลักฐานที่จะยืนยันว่านายดิ่งเป็นใคร แต่ระหว่างนี้เองโชคไม่เข้าข้างเธอ เพราะดิ่งได้รับมอบหมายจากยอดชายให้ขับรถของเธอกลับมาไว้ที่บ้าน ดิ่งจึงจับได้คาหนังคาเขาว่าจี๊ดแอบเข้าห้องตน โดยทีี่ป้าเพ็ญกับสำรวยก็อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนวันดีเพิ่งจะเข้ามาทีหลัง

คุณหนูจี๊ดเถียงดิ่งฉอดๆ ก่อนสรุปอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านว่าตนมีสิทธิ์ค้นห้องคนอาศัยอย่างเขา

“ทำไม กลัวว่าฉันจะเจออะไรไม่ชอบมาพากลหรือไง ถึงได้ไม่พอใจ”

“ที่ไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคุณไม่มีมารยาท”

“บ้านฉัน จะทำไม”

“จี๊ด...พอเถอะลูก อย่าเอาทองไปรู่กระเบื้อง ทีหลังไม่ต้องไปยุ่ง ถ้ามันเกิดทำอะไรเราขึ้นมาจะแย่นะ”

ถ้อยคำดูถูกของวันดีทำเอาดิ่งหน้าชา แต่ยังพูดอย่างใจเย็นว่า

“ผมคิดอยู่เสมอว่าผมอาศัยบ้านคุณอยู่ และผมก็อยู่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าผมจะทำร้ายพวกคุณ เมื่อถึงเวลาของผม ผมก็จะไป ขอตัวกลับไปทำงานครับ”

“เดี๋ยวก่อน...คุณเจตนาให้เธออาศัย ฉันขัดไม่ได้เพราะถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่ฉันก็ไม่สบายใจนัก ถ้าจะเห็นเธอใช้ไฟใช้น้ำบ้านฉันฟรีๆไปจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

วันดีทำให้ดิ่งอึ้งแล้วอึ้งอีก ขณะที่จี๊ดยิ้มสะใจ แล้วเดินตามไปสำทับเขาอีกอย่างเหนือกว่า

“อย่าลืมนะ รีบกลับมารดน้ำดูแลต้นไม้และทำหน้าที่คนสวนทั้งหมด ซึ่งจะเป็นงานของนายแลกกับที่ซุกกะลาหัว”

ดิ่งข่มความโกรธจ้องหน้าเธอนิ่ง จี๊ดหมั่นไส้ยิ่งท้าทาย

“ฉันจะโขกสับ อาละวาดให้นายอยู่ไม่เป็นสุข ถ้านายยังทนอยู่ได้ แสดงว่านายต้องมีแผนทำอะไรสักอย่างที่นี่ ถึงต้องอยู่”

“เอาเวลาระแวงผมไประวังคนใกล้ตัวเถอะ”

“พูดเรื่องอะไร”

“บอกไปก็คงเท่านั้น เพราะคุณมันสวย...แต่โง่ แถมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานวันแรกก็หาเรื่องอู้มาทำเรื่องไร้สาระ เกินจะเยียวยาจริงๆ”

ถูกเขาด่าเป็นชุดจนพูดไม่ออก จี๊ดได้แต่เต้นแร้งเต้นกาด่าไล่หลังดิ่งที่เดินลิ่วออกไปแล้ว

ooooooo

วันเดียวกันนี้ มารศรีบังเอิญพบหมอเวทย์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สองฝ่ายทักทายอย่างจำกันได้ ก่อนที่หมอเวทย์จะเปรยว่าอยากคุยกับคุณเศกเรื่องลูกชายคนโตที่อยู่เมืองนอก

“มีอะไรเหรอคะ” มารศรีซักทันที

“คือผมเพิ่งไปเจอผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าเหมือนลูกชายท่านมา”

“ที่ไหนคะ”

“ที่บ้านของคุณเจตนาครับ เขาช่วยชีวิตคุณเจตนาเอาไว้จากการถูกลอบยิง”

“เหรอคะ แต่เอ...ไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะ คุณศยามเขายังเรียนที่เยอรมันอยู่เลย”

“คงเป็นแค่คนหน้าเหมือน จริงๆผมก็แค่คลับคล้าย คลับคลา เพราะไม่ได้เจอคุณศยามนานมากแล้ว”

“ค่ะ เรื่องธรรมดาค่ะ ขอบคุณนะคะที่เล่าสู่กันฟัง เย็นนี้ดิฉันจะไปเล่าให้คุณเศกฟังเองค่ะ ว่าคุณหมอปล่อยไก่”

หมอเวทย์หัวเราะน้อยๆก่อนบอกลา ทิ้งปริศนาคาใจไว้ให้มารศรีว่า ทำไมดิ่งถึงไปอยู่ที่บ้านคู่แข่งของพ่อตัวเอง แต่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจมารศรีดั้นด้นไปถึงบ้านเจตนา เธอจอดรถแอบมองเข้าไปแต่ไม่เห็นใครสักคน จึงเปลี่ยนเป็นโทร.เข้าเบอร์บ้านถามหาคุณศยาม ป้าเพ็ญรับสายแล้วบอกไปว่าคุณคงโทร.ผิด ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น

“แล้วคุณดิ่งล่ะคะ” มารศรีซักต่อ

“คุณดิ่งเหรอคะ คุณดิ่งไปทำงานค่ะ”

จี๊ดอยู่ไม่ไกลได้ยินป้าเพ็ญเอ่ยชื่อดิ่ง เธอเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือป้าเพ็ญแล้วกรอกเสียงแข็งๆลงไปจนอีกฝ่ายอึกอัก ไปไม่เป็น

“เป็นอะไรกับนายนั่น แล้วเอาเบอร์ที่นี่มาจากไหน นายนั่นบอกหรือไง...ฉันถามว่าเป็นอะไรกับนายนั่น ช่วยมาเอาตัวเขากลับไปเลยนะ เพราะที่นี่มีแต่คนรังเกียจ แล้วหัดใช้สมองคิดหน่อยนะ นายนั่นเป็นแค่คนอาศัย อย่า

สะเออะโทร.เข้ามาหา อยากเจออยากคุยก็ไปหาทางกันเอาเอง”

มารศรีสะดุ้งแล้ววางสายหนีทันที จี๊ดโกรธจัด แผดเสียงด่าว่าไม่มีมารยาท ขณะที่มารศรีก็แทบกรี๊ดกับความร้ายกาจของเธอ

“นังบ้า ปากจัด...แสดงว่าบ้านนี้ไม่มีใครรู้ว่าดิ่งเป็นลูกชายคุณเศก แต่ดิ่งต้องรู้จักสิว่าบ้านนี้เป็นใคร...ดิ่ง

จะทำอะไรกันแน่” มารศรีนิ่วหน้าแปลกใจแต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักก่อน

ส่วนสาวจี๊ดยังหงุดหงิดไม่หาย เข้าใจว่าดิ่งให้เบอร์โทร.บ้านของตนกับคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ จึงบ่นกับแม่ไปหลายคำก่อนจะโทร.หาเทวัญเพื่อนัดทานอาหารเย็น ขณะนั้นเทวัญอยู่กับเชอรี่ที่ห้างสรรพสินค้าจึงโกหกแฟนสาวว่าออกมาพบลูกค้านอกบริษัท

เจรจากับจี๊ดเสร็จ เทวัญต้องอ้อล้อกับเชอรี่ต่อเพราะเธองอนเมื่อรู้ว่าจะต้องกลับเอง ขณะง้อกันไปงอนกันมาไม่คิดว่าเงาะจะมาเห็นจังๆ หลักฐานขนาดนี้ทำให้เทวัญปฏิเสธไม่ออก เขายอมรับขณะอยู่กับเงาะตามลำพังว่าเขานอกใจจี๊ด ด้วยเหตุผลที่ว่า

“พี่อึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเวลาที่อยู่กับจี๊ด”

“แต่เห็นพี่กับจี๊ดรักกันดี อีกไม่กี่ปีก็จะแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“จี๊ดต่างหากที่อยากแต่ง แต่พี่...ไม่แน่ใจ”

“อะไรนะคะ!” เงาะสีหน้าตกใจ แต่หัวใจแอบพองโต

“เงาะก็รู้นิสัยจี๊ด เอาแต่ใจตัวเอง ชอบออกคำสั่ง ไม่ฟังเหตุผล ซึ่งพี่ก็ต้องยอม ไม่มีผู้ชายคนไหนรู้สึกภาคภูมิใจนักหรอกที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ พี่ต้องการอยู่กับคนที่เห็นว่าพี่มีค่า”

“แล้วทำไมพี่ไม่เลิกกับจี๊ดซะล่ะคะ”

“พี่เลิกไม่ได้เพราะจี๊ดเคยขู่ว่า...เขาจะฆ่าตัวตาย”

“อะไรนะคะ” เงาะผงะตกใจ

เทวัญลอบยิ้มสมใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเงาะที่ตกหลุมพราง แล้วตีหน้าเศร้าขอความเห็นใจจากเธอต่อไป

“ตอนนี้ความรู้สึกที่พี่มีต่อจี๊ดมันไม่ใช่ความรัก มันคือความสงสารเท่านั้น พี่รอแค่ถ้าพี่เจอรักแท้จากใครสักคน พี่คงกล้าหาญพอจะบอกเลิกจี๊ดทันที”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี๊ใช่หรือยังคะ”

“ไม่ใช่...วันนี้พี่นัดเขามาเพื่อบอกเลิก เพราะพี่คิดว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เทวัญสบตาเงาะอย่างมีความหมาย เงาะหวั่นไหวใจแทบละลาย...

ooooooo

ใกล้เวลาเลิกงาน ดิ่งมาล้างมือเตรียมตัวกลับบ้านเจอโพเข้าพอดี โพถือโอกาสถามเขาว่าทำไมไม่พูดความจริงที่โดนตนชกเพราะเขาไปยุ่งกับแต๋ว

“คงไม่ยุติธรรมถ้านายต้องถูกไล่ออก เพราะนายเข้าใจฉันผิด”

“อะไรนะ”

“ฉันไม่ได้ยุ่งกับแต๋ว” ดิ่งยืนยันจริงจังจนโพอด รู้สึกไม่ได้ว่าเขาจริงใจ ไม่ได้โกหก แต่ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ ด้วงเดินเข้ามาอีกคน ดิ่งเลยชิ่งออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง

“พี่จะเชื่อมัน...หรือเชื่อฉัน”

“เงียบน่าไอ้ด้วง” โพตวาดจนด้วงหน้าเสีย แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

ด้วงเจ็บใจที่ไม่เป็นไปตามแผน เขารีบโทร.หาเทวัญผู้สั่งการ พอเทวัญรู้ว่าดิ่งยังไม่โดนไล่ออกก็ยิ่งอาฆาต สั่งด้วงกลั่นแกล้งมันต่อไป

ก่อนกลับบ้านในเย็นนั้น เจตนาแวะมาหาดิ่งและพูดคุยเรื่องจี๊ดยอมทำงานที่นี่เนื่องจากต้องการลบคำ

สบประมาทของเขา ซึ่งเจตนาค่อนข้างพอใจ ชื่นชมดิ่งที่ทำให้ลูกสาวตนคิดอยากทำงาน แม้วันแรกจะแกล้งป่วย แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

“จะว่าไป...ฉันชักจะไม่เชื่อว่านายเป็นแค่ช่างซ่อมรถธรรมดาๆซะแล้วสิ”

“ผมก็แค่คนบ้านนอก พูดไปตามเรื่องตามราว แต่มันบังเอิญไปทำให้ลูกสาวท่านเกิดแรงฮึดก็ได้มั้งครับ”

“ยังไงก็ขอบใจ...เอ้อ นายแปลงบอกฉัน...นายฝีมือดีนี่ คงจะดีถ้านายจะทำงานที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลับต่างจังหวัด ว่าไง สนใจไหม”

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหรอกครับ แต่วันนี้ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

“นั่นสินะ” เจตนาส่งยิ้มบางๆ รู้สึกว่าดิ่งมีอะไรปิดบังมากกว่าที่เห็น

ทันทีที่เจตนากลับออกไป ยอดชายเดินเข้ามาอีกทาง เขาชวนกึ่งบังคับดิ่งให้ไปทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยไม่บอกให้ใจดีกับจี๊ดทราบล่วงหน้า ใจดีตกใจเมื่อเห็นดิ่ง เธอรีบรั้งยอดชายไปคุยกันมุมหนึ่งก่อนที่จี๊ดจะมาถึง

“แกจะบ้าเหรอ ชวนคุณดิ่งมากินข้าวด้วยทำไม”

“อ้าว ไม่ดีเหรอ ก็คิดว่าแกชอบ”

“ฉันน่ะชอบ แต่ยายจี๊ดเอาแกตายแน่”

“เฮ้ย! ที่สาธารณะ จี๊ดไม่กล้าทำอะไรหรอก เอาน่า สันติภาพจะไม่เกิดถ้าไม่มีใครกล้าหาญลุกขึ้นมาตั้งโต๊ะเจรจา”

“แกแน่ใจเหรอว่าจี๊ดจะยอมเจรจาด้วย”

“เพื่อนรักออกตัวแรงรับประกันว่าคุณดิ่งไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขนาดนี้ ก็ต้องยอมกันบ้าง” ยอดชายยิ้มมั่นใจ แต่ใจดียิ้มไม่ออก หวาดหวั่นว่าจะทะเลาะกันมากกว่าปรองดอง

แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ใจดีคิด เพียงเห็นหน้านายดิ่งแวบเดียวคุณหนูจี๊ดก็ปรี๊ดแตกจนลูกค้าทั้งร้านหันขวับมาจ้อง ดิ่งอายและไม่พอใจอย่างมากกับถ้อยคำเหยียดหยามของจี๊ด เขาตัดปัญหาเดินดุ่มออกจากร้าน จึงไม่ทันเห็นศุวิมลที่มากับเพื่อน แต่ศุวิมลเห็นพี่ชายเต็มตา เธอผละจากเพื่อนวิ่งตามเขาไปทันที แต่สักครู่ก็คลาดกันไปอย่างน่าเสียดาย

ส่วนที่โต๊ะอาหาร ยอดชายโดนจี๊ดสวดยับที่ชวนคนนอกมาโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน เธอสำทับว่าทีหลังอย่าทำอีกถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกับตนต่อไป และตนก็ไม่อยากมีเพื่อนเพิ่ม ไม่จำเป็นต้องหาใครมายัดเยียดให้

ยอดชายอยากค้านแต่คิดว่าไม่มีประโยชน์ ยอมจำนนไปก่อน ส่วนใจดีชวนเปลี่ยนเรื่องให้สั่งอาหารกันดีกว่า จี๊ดจึงถามหาเงาะทำไมยังไม่มา พอได้ยินใจดีบอกว่าเงาะจะมาช้าเพราะติดคุยงาน จี๊ดนึกไปถึงแฟนหนุ่มสุดขยันของตนก็คงจะมาช้าเหมือนกัน แต่ยังไงเขาต้องมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองการทำงานวันแรกให้ตนอยู่แล้ว

“แล้วจะทำแค่วันเดียวด้วยหรือเปล่า” ใจดีแซว

“บ้าสิ...ยังไม่รู้แพ้ชนะเลย” ตอบไปแล้วเห็นเพื่อนทั้งสองคนชะงัก จี๊ดรีบกลับลำ “บริษัทพ่อฉันนะ ทำเล่นๆได้ไง คอยดูโหมดจริงจังของฉันก็แล้วกัน แล้วจะแปลกใจ”

ยอดชายฟังแล้วกระเซ้าจี๊ดไปอีกคำสองคำก่อนจะหน้าซีดใจแป้วที่จี๊ดเอ่ยถึงเทวัญด้วยความรัก ใจดีมองเพื่อนชายอย่างเข้าใจความรู้สึก พอเขาขอตัวไปห้องน้ำ เธอรู้ทันทีว่าเขาต้องการหลบไปทำใจ แต่แค่โผล่ออกมานอกร้านเขาก็ชนเข้ากับเพื่อนสาวของศุวิมลที่ถือแก้วน้ำเดินหันหน้าหันหลังเหมือนมองหาใคร

ต่างคนต่างขอโทษกัน แต่น้ำในแก้วของเธอหกใส่เป้ากางเกงของเขาเปียกเป็นวงใหญ่ ยอดชายเดินแยกมาด้วยความเซ็งสุดขีดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำที่เป้ากางเกง ศุวิมลผ่านมาเห็นเขาก้มๆเงยๆ พอเผชิญหน้าก็จำได้แม่นว่าเคยเจอที่มหาวิทยาลัย ซึ่งครั้งนั้นเธอตัดสินไปแล้วว่าเขาคือพวกถ้ำมอง ซ้ำวันนี้ยังมาเจอในลักษณะเหมือนโรคจิตชอบอวดของสงวน เธอเลยด่ากระจายจนเขาต้องอธิบายความจริงให้ฟัง แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังปักใจว่าเขาไม่ปกติอย่างแน่นอน

เทวัญมาถึงหน้าร้านอาหารแล้วแต่ยังถูกสาวเงาะออดอ้อนอ้อยอิ่งอยู่ในรถหลังจากไปนอนด้วยกันมา เทวัญปากหวานว่ารักเงาะ ไม่ได้รักจี๊ด แต่เงาะต้องเก็บเรื่องของเราเป็นความลับไว้ก่อนจนกว่าตนจะบอกเลิกจี๊ด

เงาะกำลังหลงเขาเต็มที่ หอมแก้มเขาซ้ายขวาก่อนให้สัญญาแล้วเดินเข้าร้านไปอย่างว่าง่าย ส่วนเทวัญทิ้งช่วงสักครู่ถึงจะตามเข้าไปเพื่อไม่ให้ใครสงสัย แต่ทว่าความลับไม่มีในโลกจริงๆ ดิ่งเห็นทั้งคู่ด้วยความบังเอิญ ขณะที่ใจดีก็เห็นกับตาตัวเองว่าเงาะกับเทวัญน่าจะมีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา ถึงได้นั่งเอาขาเกี่ยวกันไปมาอยู่ใต้โต๊ะ

ใจดีเห็นแล้วทนไม่ไหว แต่ไม่อยากให้จี๊ดเสียใจจึงส่งซิกกับยอดชายให้ลุกออกไปนอกร้านเพื่อบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง และยืนยันว่าตนไม่ได้ตาฝาดแน่ เงาะกำลังทำตัวเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ยอดชายสงสารจี๊ดจับใจ ใจดีก็เช่นกัน ทั้งสงสารจี๊ดทั้งอยากตบเงาะ ทำท่าจะกลับเข้าไปบอกจี๊ดเสียให้ได้

“เดี๋ยวก่อน ใจดีใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางออกสวยๆให้กับเรื่องนี้ดีกว่า ยังไงเงาะก็เพื่อน ถ้าจี๊ดรู้ตอนนี้เสียเพื่อนแน่”

ใจดีหยุดชะงัก...แล้วสองคนก็มองหน้ากันอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

เทวัญมาส่งจี๊ดถึงบ้าน ดิ่งยืนมองจากในสวนแล้วอดนึกถึงภาพเทวัญจู๋จี๋กับเงาะในรถไม่ได้ หาก

จี๊ดรู้จะเรื่องใหญ่สักแค่ไหน  แต่ตัวเองคงไม่กล้าเสนอ

หน้าพูดแน่ เขาได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ

พอจี๊ดลงจากรถเดินเข้ามาเห็นดิ่งหันหลังจะกลับห้องพัก เธอเดินฉับๆมาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแสนกระด้าง

“เดี๋ยว! ช่วยบอกญาติโกโหติกาของนายด้วยนะว่าไม่ต้องโทร.เข้าบ้านนี้อีก ไม่สะดวกรับสายให้”

ดิ่งทวนคำว่าญาติอย่างแปลกใจ จี๊ดเลยใส่ต่อด้วยท่าทีหงุดหงิด

“ก็ให้เบอร์บ้านนี้กับใครไปล่ะ”

“ผมไม่...”

“ฉันไม่เสียเวลาฟังนายหรอก มองก็ไม่ได้อยากจะมอง” ว่าแล้วคุณหนูจี๊ดก็ปึงปังจากไป ทิ้งนายดิ่งยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าใครกันที่โทร.หา?

ในคืนเดียวกันที่บ้านนายเศก มารศรีเห็นสามีกลุ้มใจเรื่องลูกชายที่ยังหาตัวไม่เจอ เธอเข้ามาปลอบพร้อมทั้งให้กำลังใจเขาเต็มที่ แต่แล้วมารศรีต้องชะงักด้วยความหวั่นวิตกเมื่อศุวิมลมาเล่าให้พ่อฟังด้วยท่าทีตื่นเต้นว่าเห็นพี่ดิ่งเมื่อตอนหัวค่ำ

“แล้วทำไมเขาไม่คิดจะกลับบ้านมาหาพ่อหาน้อง คนใจร้าย” มารศรีแสร้งกรีดเสียงตำหนิดิ่ง

“คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พี่ดิ่งไม่อยากกลับ”

“นี่คุณศุกำลังจะบอกว่า...เพราะฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้เหรอคะ”

“ก็ไม่แน่ พี่ดิ่งอาจจะประท้วงที่พ่อแต่งงานใหม่”

“ไม่ใช่หรอกน่า มันซะอีกที่บอกพ่อว่าอยากให้พ่อแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้พ่อเหงา”

“จะอะไรก็แล้วแต่...ศุว่าพี่ดิ่งกำลังมีปัญหา ศุจะพยายามตามหาพี่ดิ่งให้เร็วที่สุดค่ะคุณพ่อ”

เศกพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ มารศรีครุ่นคิดต้องพยายามเจออดีตคนรักของตนให้ได้ก่อนใคร

ooooooo

รุ่งขึ้นมารศรีออกจากบ้านแต่เช้า เธอบอกสาวใช้ว่าไปทำบุญที่วัด แต่ความจริงเธอแอบไปดักนายดิ่งที่หน้าบ้านเจตนา ดิ่งซึ่งเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดใส่กระเป๋าตั้งใจจะออกจากบ้านนี้หลังจากรู้ว่ามีคนโทร.หา แต่พอออกจากห้องก็เจอสาวจี๊ดยืนตีหน้ายักษ์ เข้ามาแย่งกระเป๋าของเขามาค้นเพื่อดูว่าเขาขโมยอะไรไปบ้าง

เมื่อค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอของมีค่าจึงโยนกระเป๋าคืนเขาไปด้วยความหงุดหงิด แล้วตั้งคำถามจับผิดอีกว่า จะรีบไปไหนตั้งแต่ไก่โห่

“ไปทำงาน กลัวรถติด นี่อย่าบอกนะว่าเฝ้าจับตาผมตลอดเวลาไม่หลับไม่นอน”

“ใช่! ทำงานแล้วต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยทำไม ฉันรู้ว่าญาตินายโทร.หาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง นายถึงคิดจะรีบออกไป แล้วอ้างว่าไปทำงาน แต่ให้ญาตินายที่ได้ข้อมูลแผนที่บ้านฉันจากนายย้อนรอยมาขึ้นบ้านฉัน”

“เฮ้ยคุณ ดูหนังมากไปมั้ง เพ้อเจ้อ!”

เขาเดินหนีอย่างเอือมระอา แต่เธอยังไม่ยอมรามือ ก้าวไปดักหน้าสั่งเขาเสียงเขียว

“ยังไปไม่ได้”

“นี่ผมต้องขึ้นรถเมล์นะ ต้องใช้เวลาเดินทาง ไม่ได้สบายขับรถปร๊าดเดียวถึงเหมือนคุณ”

“ฉันจะให้นายไปทำงานกับฉัน”

“อะไรนะ”

“ถ้านายบริสุทธิ์ใจจริง ก็ต้องนั่งรถไปกับฉัน แต่ถ้าไม่ แสดงว่านายคิดหนีและกำลังจะทำชั่วอย่างที่ฉันคิด ฉันจะแจ้งตำรวจ”

“วุ่นวายจริงพับผ่า...ไปด้วยก็ได้ แต่ต้องรีบพาผมไปเข้างานให้ทันแปดโมง ตอนนี้อีกห้านาทีเจ็ดโมงเช้า ถ้าออกจากบ้านเกินเจ็ดโมงสิบห้า...สายแน่นอน”

“อีกยี่สิบนาที” เธอต่อรอง

“ถ้าไม่ทัน ผมไปก่อน”

“ทัน! รออยู่ตรงนี้แหละ ไม่ได้ๆ เข้าไปรอในบ้าน ฉันจะให้ป้าเพ็ญคุมตัวนายไว้...มานี่” เธอจิกแขนเสื้อเขาลากเข้าข้างใน...มารศรีแอบดูอยู่ข้างรั้วบ้านด้วยสีหน้าเจ็บใจ ก่นด่านังจี๊ดตัวแสบมาตัดหน้าไปซะได้!

ooooooo

จี๊ดทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ...แม้แต่ป้าเพ็ญยังอดขำในความจุ้นจ้านเอาแต่ใจของเธอไม่ได้ พอส่งนายดิ่งขึ้นรถไปกับคุณหนูจี๊ดแล้ว เจตนาออกมาเห็นป้าเพ็ญยืนยิ้ม ซักถามจนรู้ว่าลูกสาวของตนไปทำงานแล้วพร้อมนายดิ่ง คนเป็นพ่อถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ตลอดทางจี๊ดซิ่งสุดขีด พอถึงบริษัทนายดิ่งถึงกับท้องไส้ปั่นป่วนพะอืดพะอมอยากจะอ้วก พอดีลุงแปลงเดินผ่านมาเห็น เขาทักทายลูกสาวเจ้านายอย่างคุ้นเคย

“สวัสดีครับคุณจี๊ด มาแต่เช้าเลยนะครับ”

“อ๋อ...ค่ะ พอดีตื่นเต้น อยากทำงานค่ะลุง”

“ดีครับ ท่านได้ยินคงชื่นใจ”

ดิ่งแอบทำเสียงหมั่นไส้ แล้วขอตัวไปตอกบัตร ลุงแปลงเลยเดินตามไปด้วย ส่วนสาวจี๊ดเขม่นมองนายดิ่งไปอย่างมาดหมาย หากเขาตุกติกคิดหนีเมื่อไหร่เป็นต้องเห็นดีกันแน่!

หลังจากหมายหัวนายดิ่งไว้แล้ว จี๊ดไม่รู้จะทำอะไรต่อเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างานของตัวเอง แต่พอเธอเดินเข้าไปข้างในก็เห็นรัตนานั่งทำงานอยู่แล้ว รัตนาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม แต่จี๊ดไม่สนใจเดินเลยไปนั่งโต๊ะตัวเองอย่างเชิดๆเริดๆ

รัตนาเก้อเล็กน้อยแต่ยังพยายามจะชวนเธอคุยเรื่องงาน แต่สาวจี๊ดก็ขัดขึ้นเสียอีกว่า

“ยังไม่ถึงเวลางาน อีกห้าสิบนาที...ไม่ต้องมาทำเป็นขยันใส่”

รัตนาหน้าเสีย จี๊ดลุกเดินออกไปเรียกหาแม่บ้านเสียงดังลั่น

“แม่บ้าน แม่บ้าน ยังไม่มาทำงานกันหรือไง จะฟ้องคุณพ่อหักเงินเดือนซะนี่”

“ยังไม่ถึงเวลางานของแม่บ้านน่ะค่ะ คุณจี๊ดจะรับกาแฟใช่ไหมคะ เดี๋ยวดิฉันไปดูให้นะคะ รอสักครู่ค่ะ”

รัตนารีบออกไป จี๊ดมองตามอย่างหมั่นไส้...ในขณะเดียวกันที่ศูนย์บริการฯ แต๋วเข้ามาขอโทษดิ่งที่โพชกต่อยเขาเมื่อวาน ดิ่งไม่ถือสาและว่าท่าทางโพชอบแต๋วมาก แต่แต๋วปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบคนอารมณ์รุนแรงอย่างนั้น

“แต่เขาดูจริงใจนะ”

“ยังไงก็ไม่สน ช่างเถอะ...ลืมไป มีโทรศัพท์ของดิ่งจ้ะ”

ดิ่งแปลกใจและอยากรู้ว่าใครกันที่พยายามโทร.หา พอได้มารับสายก็ตกใจไม่น้อยกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของมารศรี

“ดิ่ง...ขอบคุณสวรรค์ที่คุณยอมรับสายฉัน ขอบคุณจริงๆ”

“คุณตามหาผม...ได้ยังไง”

“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญที่ฉันหาคุณเจอแล้ว ฉันจำเป็นต้องพบคุณ ฉันมีเรื่องที่ต้องอธิบายให้คุณฟังค่ะ”

“ไม่จำเป็น”

“คุณไม่สงสัยบ้างเหรอคะว่าทำไมจู่ๆฉันถึงได้หายไปจากชีวิตคุณ ขอโอกาสให้ฉันอธิบายนะคะดิ่ง แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะไม่ขอร้องอะไรคุณอีกแล้วนะคะ”

ดิ่งนิ่งฟังอย่างลังเล...แต่เวลานั้นคุณหนูจี๊ดไม่ได้ลังเลอะไรเลยที่จะกลั่นแกล้งรัตนา เธอจงใจปัดถ้วยกาแฟที่รัตนาอุตส่าห์เอามาเสิร์ฟหกเลอะเทอะพื้นแล้วสั่งให้เช็ดถูทำความสะอาด ยอดชายเข้ามาเห็นความร้ายกาจของเพื่อนก็โพล่งขึ้นทันทีที่รัตนาออกไปแล้วว่า นี่มันลีลาของตัวอิจฉาในละครชัดๆ

“พูดอะไรของเธอ...ยอด”

“พูดในสิ่งที่ฉันเห็น”

จี๊ดหน้าตึง เดินฮึดฮัดออกไปมุมหนึ่ง ยอดชายตามมาอธิบายว่าพี่รัตนาเป็นคนดีมาก มีแค่จี๊ดกับแม่เท่านั้นที่เชื่อว่าเธอมีอะไรกับคุณเจตนา จี๊ดหาว่าเขามองคนแง่ดีเกินไป ย้ำว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่ควรใช้วิจารณญาณในการดูคน ไม่ใช่ใช้อคติ”

“ฉันไม่ได้มีอคติ ฉันมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นคิดจะใช้เต้าไต่ ไม่งั้นจะทนให้ฉันโขกสับอยู่แบบนี้หรอก เพราะอยากได้สมบัติพ่อฉันไง ถึงได้ทนอยู่อย่างนี้”

“ผิดแล้ว...เพราะพ่อจี๊ดมีบุญคุณช่วยชีวิตพี่รัตนาเอาไว้ต่างหาก”

“อะไรนะ”

“พี่รัตนาถูกโจรวิ่งราวทำร้ายนอนสลบอยู่ริมถนน พ่อจี๊ดไปเจอเข้า ถ้านำตัวไปส่งโรงพยาบาลไม่ทัน พี่เขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ พี่เขาสำนึกบุญคุณท่าน เลยตั้งใจอยู่ทำงานรับใช้อย่างถึงที่สุด”

“เฮอะ!” จี๊ดทำเสียงสูงไม่เชื่อ

“อย่าตะแบง แล้วก็จะตัดสินใครหัดเช็กข้อมูลให้มันรอบด้านก่อน”

“ไม่ต้องมาเข้าข้างกันเลย”

“งั้นถ้าฉันจะบอกเธอว่าพี่เทวัญของเธอกำลังนอกใจเธอ จะว่ายังไง”

“เธอมันอคติ เธอไม่ชอบพี่เทวัญอยู่แล้วเลยหาทางใส่ร้าย”

“จี๊ด...เธอไม่รู้จักนิสัยเพื่อนเธอจริงๆเหรอ”

“จะให้เชื่อได้ไง ฉันดูของฉันดีแล้ว คบกันมาสามปีไม่เคยมีเรื่องเหลวไหล”

“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เขาอาจจะดีแตกตอนปีที่สี่ก็ได้”

จี๊ดเมินหน้าหนีอย่างไม่พอใจ พลันเหลือบไปเห็นดิ่งเดินดุ่มๆไปนอกออฟฟิศ เธอพุ่งความสนใจไปที่เขาทันที รีบตัดบทกับยอดชายว่าไว้ค่อยคุยกันใหม่ ว่าแล้วเดินแกมวิ่งออกไปเลย

ดิ่งตัดสินใจออกไปพบมารศรี โดยไม่รู้ว่าจี๊ดนั่งแท็กซี่อีกคันสะกดรอยตามมา กระทั่งถึงที่นัดหมายเธอเห็นกับตาว่าเขามาพบใคร ก็ตกใจแทบผงะ

“นายดิ่งรู้จักกับคุณมารศรีได้ยังไง...มาคุยอะไรกัน”

สาวจี๊ดไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตั้งใจถ่ายรูปทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐาน แต่เจ้ากรรมดันมีคนเดินผ่านมาชนเธอจนมือถือเกือบหล่น เธอหันไปบ่นอย่างหงุดหงิด พอหันกลับมาอีกทีก็ไม่มีดิ่งและมารศรีอยู่ตรงนั้นแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:51 น.