ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พริกกับเกลือ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ดิ่งกับโพมาถึงโรงพยาบาลและพบลุงแปลงมารออยู่ก่อนแล้ว ส่วนยอดชายที่มาพร้อมลุงแปลงแยกขึ้นไปบนห้องจี๊ด ด้วงวนเวียนอยู่แถวนั้นเห็นยอดชายก็ตกใจรีบถอยกลับลงมา แล้วเกือบจะถูกพวกดิ่งจับตัวได้ถ้าเขาไม่หูตาไววิ่งซิกแซ็กหลบหนีออกไปเสีย ก่อน

    ยอดชายขึ้นมาหาจี๊ด เป็นจังหวะที่เทวัญกำลังคาดคั้นจี๊ดว่ากระเป๋าเสื้อผ้าผู้ชายในห้องเป็นของ ใคร ยอดชายจึงรับสมอ้างว่าเป็นของตน แต่เทวัญไม่เชื่อ ไล่บี้จะให้จี๊ดพูดออกมาให้ได้ว่าเป็นของดิ่งที่มานอนเฝ้ากันทั้งคืน

    เมื่อจี๊ดนิ่งไม่ยอมรับ เทวัญกระชากกระเป๋าใบนั้นจากมือยอดชายและพูดอย่างมั่นใจว่า “ฉันรู้ว่าไม่ใช่ของนาย”

    “แล้วพี่เทวัญคิดว่าเป็นของใครล่ะคะ” จี๊ดถามเสียงเขียว

    “น้องจี๊ดตอบพี่มาสิว่าของใคร พี่ไม่โง่นะน้องจี๊ด พี่รู้ว่าตอนนี้น้องจี๊ดกำลังนอกใจพี่”

    จี๊ดอึ้งไปอย่างไม่คาดคิด เทวัญถามว่าตนพูดแทงใจดำใช่ไหม?

    “พี่เทวัญกำลังดูถูกจี๊ด”

    “พี่ดูออกต่างหาก ทุกคนกำลังรวมหัวกันหลอกพี่ เสื้อผ้าในกระเป๋านั่นเป็นของไอ้ดิ่ง...น้องจี๊ดรักมันใช่มั้ย”

    “ผมเป็นคนมานอนเฝ้าจี๊ด ไม่ใช่คุณดิ่ง อย่าหา เรื่องจี๊ด”

    “แก ไม่เกี่ยว” เทวัญผลักยอดชายเซไป ยอดชายโมโหจะเอาเรื่องเขาให้ได้แต่รัตนารีบห้ามไว้ พร้อมกันนี้ก็เตือนเทวัญด้วยว่าที่นี่โรงพยาบาล คุณจี๊ดกำลังไม่สบายกรุณามีมารยาทด้วย

    “ผมไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท ในขณะที่คู่หมั้นผมกำลังนอกใจและดูหมิ่นศักดิ์ศรีผม ถ้าน้องจี๊ดไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ว่า น้องจี๊ดจะต้องลุกขึ้นมาเถียงหัวชนฝา แต่นี่ไม่ใช่...แสดงว่าน้องจี๊ดโกหก”

    “ใช่! จี๊ดโกหก จี๊ดรักนายดิ่ง และจี๊ดขอถอนหมั้นพี่เทวัญ”

    “น้อง จี๊ดหักหลังพี่อย่างหน้าไม่อายที่สุด...น้องจี๊ดจะไม่ได้ในสิ่งที่น้องจี๊ด ต้องการ คุณแม่และคุณพ่อรวมถึงทุกคนในสังคมจะต้องรู้เรื่องนี้”

    เทวัญขู่ ฟ่อแล้วผลุนผลันออกไป...จี๊ดใจเสีย ขาแข้งอ่อนแรง เจ็บใจตัวเองไม่น่าพลาดเลย คำพูดของเธอทำให้เทวัญถือไพ่เหนือกว่า รัตนาเข้าใจช่วยปลุกปลอบเธอ ส่วนยอดชายเตือนจี๊ดต้องเข้มแข็ง แล้วเธอจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

    จี๊ดพูดไม่ออกเอาแต่นั่งซึม พอเห็นดิ่งเปิดประตูเข้ามา เธอน้ำตารื้นขึ้นทันที รัตนารู้งานรีบชวนยอดชายออกไปรอนอกห้อง

    “นาย ด้วงหนีไปได้...โพและลุงแปลงเลยกลับไปที่ออฟฟิศ ถ้านายเทวัญกลับไป นายด้วงอาจจะ...” ดิ่งพูดไม่ทันจบ จี๊ดโผเข้ากอดเขาแน่น สะอื้นไห้อย่างเจ็บใจตัวเอง ดิ่งกอดตอบปลอบเธออย่างนุ่มนวล “ผมรู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องร้องไห้...ผมรักคุณ”

    “นายดิ่ง...ฉันรักนาย”

    สองคนสบตากันด้วยความรัก เขาจุมพิตเธอแผ่วเบา แล้วถามยิ้มๆ “โรแมนติกดีไหม เราบอกรักกันในโรงพยาบาล”

    “จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียหายเพราะฉัน ใครต่อใครก็ต้องพากันพูดจาดูถูกพวกเรา”

    “คุณจะต้องไม่เสียหายเพราะขี้ปากใคร”

    “นายหมายความว่ายังไง”

    “คุณเชื่อผมได้ไหม”

    “นายบอกฉันมาเถอะว่าฉันต้องทำอะไร ต่อไปนี้ฉันจะเชื่อนายทุกอย่าง”

    “ขอ เพียงเราสองคนอดทนต่อไปอีกสักพัก ทุกอย่างมันจะต้องคลี่คลาย ถึงวันนั้นเราจะรักกันอย่างที่เราอยากจะรัก โดยที่ไม่มีใครต้องเสียหาย”

    “ฉันจะอดทน”

    “งั้นฟังผมนะ รับปากสิว่าจะเชื่อผม ทำตามที่ผมบอก”

    จี๊ดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ฟังดิ่งพูดทุกคำอย่างตั้งใจ

    ooooooo

    เมื่อเทวัญมาฟ้องพ่อแม่ของเธอถึงบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น จี๊ดแสดงความเอาแต่ใจปฏิเสธเสียงแข็งต่อหน้าทุกคน

    “ก็พี่เทวัญคาดคั้นจี๊ดเหมือนว่าจี๊ดไปทำผิด มีกิ๊ก นอกใจ พูดความจริงก็ไม่เชื่อ อยากยัดเยียดจี๊ดให้นายดิ่งนัก จี๊ดก็จัดให้ไงคะ”

    “น้องจี๊ดจะปฏิเสธเหรอว่าไม่ได้คิดอะไรกับนายดิ่ง”

    “ใช่ค่ะ”

    “แค่คำพูด จะให้พี่เชื่อเหรอ”

    “ถ้า ไม่เชื่อก็จนปัญญา เพราะจี๊ดก็มีแค่คำพูดเป็นสิ่งยืนยัน แล้วพี่เทวัญล่ะคะ มีอะไรมายืนยันว่าจี๊ดกับนายดิ่งมีอะไรกัน นอกจากคำสันนิษฐานของพี่เทวัญเอง”

    “นั่นสิ...ไม่ใช่ว่าแม่จะเข้าข้างลูก ตัวเองนะเทวัญ แม่ไม่เคยเห็นว่ายัยจี๊ดจะไปสานสัมพันธ์กับนายดิ่งตอนไหน ใช่ไหมคะคุณ” วันดีหันมาขอความเห็นสามี

    “เรื่องนี้ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่านะ อย่าเพิ่งด่วนใจร้อนสรุปว่าอะไรเป็นอะไร”

    “แต่ผม...”

    “หรือ ว่าพี่เทวัญอยากจะถอนหมั้นกับจี๊ดเพราะพี่เทวัญมีคนอื่น แต่หาเรื่องใส่ร้ายให้จี๊ดเป็นคนผิด พี่เทวัญจะได้เลิกกับจี๊ดอย่างชอบธรรม”

    “พี่ไม่เคยมีใคร”

    “จี๊ดก็เหมือนกัน”

    วัน ดีมองทั้งคู่เถียงกันไปมาอย่างระอาใจ ตัดบทว่าแม่จะหาฤกษ์ยามให้เร็วที่สุด แต่งกันเสียทีจะได้จบเรื่อง...เทวัญยิ้มกริ่มพอใจ แต่จี๊ดดูนิ่งขรึม จนคนเป็นพ่อแอบมองด้วยความสงสัย ครั้นวันดีพาเทวัญออกจากบ้านไปหาฤกษ์แต่งงานจากพระที่วัด อยู่ทางนี้เจตนาจึงสอบถามเอาความจริงจากจี๊ด

    หลังฟังเหตุผลของลูกสาวแล้ว เจตนาถึงกับถอนหายใจก่อนทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วย

    “แต่พ่อไม่แคร์ขี้ปากชาวบ้านหรอกนะ ถ้าจะต้องทำให้ลูกต้องฝืนใจตัวเองคบกับนายเทวัญ”

    “แต่ คุณแม่แคร์ค่ะ จี๊ดไม่อยากให้คุณแม่เสียใจ จนกว่าจี๊ดจะมีหลักฐานเอาผิดพี่เทวัญได้อีกครั้ง คุณแม่จะได้เคลียร์ ไม่เข้าข้างพี่เทวัญอีก”

    “แน่ใจนะว่าทำแบบนี้ดีที่สุดแล้ว”

    “ค่ะ จี๊ดจะไม่ยอมให้ใครใช้จี๊ดเป็นเครื่องมือทำให้ ตัวเองกลายเป็นฝ่ายถูกต้อง ทั้งๆที่ทำเลวเอาไว้มากมาย หรือมาข่มขู่ เพราะหวังผลประโยชน์เด็ดขาด คุณพ่อต้องช่วยจี๊ดนะคะ ช่วยพวกเราทุกคน”

    “พ่อไม่เคยเข้าข้างคนผิด น่าเสียดายนะ เป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่น่าเอาความฉลาดของตัวเองมาใช้ในทางที่ผิดเลย”

    “เขาเคยรักจี๊ดจริงหรือเปล่า อะไรทำให้พี่เทวัญทำได้ถึงขนาดนี้ ใจร้ายถึงกับสั่งฆ่าคนได้ลงคอ”

    “เสียใจไหมลูก”

    “เสียใจที่จี๊ดเคยมองคนผิด”

    “คน อย่างเทวัญไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง อยากได้ อยากมี และอยากเป็น แต่รู้อะไรไหมลูก ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นมันต้องใช้ความพยายามและความอดทน อย่างมาก”

    “แต่พี่เทวัญอดทนไม่พอ”

    “ใช่ หวังใช้ทางลัดเพื่อไปสู่ความสำเร็จ ผลจะออกมาเป็นยังไงรู้ไหม”

    “เขาจะกลายเป็นทาสของซาตาน...ขายวิญญาณให้กับความชั่วร้าย”

    “สิ่ง ที่เขาจะได้รับคือความหายนะ ไม่ใช่ความสำเร็จที่สวยงามและน่าภูมิใจ เราต้องไม่ปล่อยให้คนแบบนี้ขึ้นมามีอำนาจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคนดีๆจะอยู่ไม่ได้ แล้วสังคมจะล่มสลาย”

    “จี๊ดกับนายดิ่งจะร่วมมือกันกระชากหน้ากากคนเลวให้เร็วที่สุดค่ะ”

    “แล้วคิดว่า...นายเทวัญจะสงสัยอะไรมั้ย”

    “จี๊ดก็ภาวนาค่ะ ว่าขอให้เรื่องเรียบร้อยก่อนที่เขาจะสงสัย” จี๊ดคาดหวัง...ซึ่งคนเป็นพ่อก็ให้กำลังใจเธอทำดีอย่างเต็มที่

    ooooooo

    วันเดียวกันนี้ เทวัญนัดพบมารศรีและบอกเล่าเรื่องที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานกับจี๊ด เทวัญดีใจจนเก็บอาการไม่มิด แต่มารศรีไม่เชื่อว่าจี๊ดรักเขา เพราะเธอได้ยินกับหูเห็นมากับตาว่าดิ่งกับจี๊ดมีใจให้กัน

    “แล้วทำไมน้องจี๊ดถึงได้ยอมแต่งงานกับฉัน” เทวัญขึ้นเสียงอย่างฉุนๆ

    “นั่นเป็นคำถามที่คุณต้องหาคำตอบเอาเอง ฉันเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกคุณแล้ว...เลิกยุ่งกับฉันได้หรือยัง”

    “ยัง!” เขาสวนทันควันจนเธอสะดุ้ง

    “แกมันเลว...ฉันไม่น่าเชื่อน้ำคำแกเลย แกมันไม่มีสัจจะ”

    “มัน ก็เลวพอกัน ตลบหลังให้ไอ้ทันวิทย์ฆ่าฉัน ฉันไม่คิดหรอกว่าต่อไปนี้แกจะอยู่เฉยๆไม่คิดหักหลังฉันอีก...จำไว้ เธอไม่มีทางหนีไปจากฉันพ้น...จนกว่าจะตายกันไปข้างนึง”

    สองฝ่ายจ้องหน้า กันอย่างเกลียดชัง...แล้วจากนั้นไม่นาน มารศรีก็ทำทีไปชวนดิ่งกินข้าว บอกมีเรื่องจะปรึกษา แต่แกล้งแย้มให้เขารู้ว่าจี๊ดกำลังจะแต่งงานกับเทวัญเดือนหน้า

    เมื่อดิ่ง กับมารศรีไปถึงร้านอาหารในตอนค่ำ ปรากฏว่าเจอจี๊ดกับเทวัญมากินอยู่ก่อนแล้ว ดิ่งสงสัยว่าจะเป็นความจงใจของมารศรี แต่เขาก็ทำเฉยเสีย ยอมนั่งลงที่โต๊ะติดกัน

    จี๊ดลอบมองดิ่งอย่างหึงหวง ไม่ชอบใจที่เขามากับแม่เลี้ยง แต่เธอต้องเล่นละครตบตาเทวัญกับมารศรีให้แนบเนียนว่าไม่สนใจเขา ทำเป็นเอาใจเทวัญราวกับรักกันปานจะกลืนกิน

    ขณะที่สองฝ่ายกินไปคุยไปอย่าง ไม่ค่อยจะดีกันนัก โดยเฉพาะมารศรีกับจี๊ดที่หาจังหวะแขวะกันอยู่เรื่อย พลันเสียงโทรศัพท์มือถือเทวัญดังขึ้น เจ้าตัวเห็นเบอร์ไม่คุ้นแต่ก็กดรับแล้วอึ้งไปนิดก่อนจะหันมาบอกจี๊ดว่าพี่ ขอตัวไปคุยโทรศัพท์จากสวีเดนสักครู่

    ดิ่งมองตามเทวัญอย่างสงสัย พอมีจังหวะก็ลุกตามไปโดยไม่ให้เขารู้ตัว...เทวัญหลบออกมาคุยโทรศัพท์กับด้วง ถามมันว่าหายหัวไปไหนมา ตนพยายามจะติดต่อตั้งหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ ด้วงไม่ตอบแต่ย้อนถามกลับไปอย่างมีอารมณ์ว่า

    “แกทำอะไรไว้ล่ะ ไอ้เทวัญ”

    “ฉันทำอะไร”

    “ก็ตำรวจที่โผล่มา ฝีมือแกไม่ใช่เหรอ”

    “ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันอยากจะเจอแกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ”

    ด้วง นิ่งลังเล แต่ที่สุดก็ตัดสินใจรับนัดเทวัญอีกหนึ่ง ชั่วโมงมาเจอกัน ดังนั้นเทวัญจึงต้องกลับเข้าไปโกหกจี๊ดว่าตนมีงานด่วนต้องรีบกลับ ส่วนดิ่งที่แอบเห็นท่าทีไม่น่าไว้ใจของเทวัญก็สังหรณ์ใจ รีบโทร.บอกยอดชายให้ออกติดตามเขาไปด่วน ยอดชายกำลังกินข้าวกับศุวิมลก็เลยต้องบอกลาเธอกะทันหันแถมยังนั่งซ้อนมอเต อร์ไซค์ป๊อดออกไปเพราะกลัวจะไม่ทัน

    ขณะเทวัญพาจี๊ดออกจากร้านอาหารแล้วไป ส่งบ้าน จี๊ดสังเกตท่าทางเขาลนๆรีบๆผิดปกติ แต่ไม่ซักถาม ทำเป็นบ่นเสียดายที่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานแต่งของเราเป็นเรื่องเป็นราว

    “ไว้คุยกันวันหลังก็ได้ค่ะ พี่ไปก่อนนะ นัดคุยงานกับทางสวีเดนตอนสี่ทุ่ม”

    “โอ๊ย...อีกตั้งนานกว่าจะสี่ทุ่ม”

    “พี่ต้องไปเตรียมหัวข้อก่อน จะได้จบซะทีเดียวคืนนี้เลย”

    “ก็ได้ค่ะ อย่าลืมทำรายงานส่งจี๊ดด้วยนะ”

    “จ้ะ...เจ้า นาย” เทวัญตอบเสร็จก็หอมแก้มจี๊ดที่เอียงหน้ามาให้ จี๊ดแสร้งยิ้มและโบกมือลา แต่พอเขาออกรถไปแล้วเธอหน้าเครียด เช็ดรอยจูบที่แก้มตัวเองก่อนจะรีบโทร.หาดิ่ง

    “ฮัลโหล นายดิ่ง! ทำไมมาร้านเดียวกัน แล้วทำไมต้องอี๋อ๋อกับยัยมารศรีจนเกินเหตุ หรือว่าถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาอีก”

    “วางสายแล้วมาคุยกันตัวต่อตัวดีๆดีกว่า” ดิ่งเดินเข้ามาข้างหลัง จี๊ดถึงสะดุ้งตกใจ

    “ว้าย!!...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วพี่เทวัญไม่เห็นนายหรือไง แล้วยัยมารศรีล่ะ...มานี่เลย เดี๋ยวแม่ฉันเห็น”

    จี๊ด ลากดิ่งไปที่มุมลับตา แล้วเปิดฉากคาดคั้นเรื่องมารศรีอย่างหึงหวง กับถามเรื่องเทวัญไม่หยุดหย่อน จนดิ่งเวียนหัวไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อน

    “นี่คุณ ฟังให้ดีนะ นายเทวัญไม่เห็นผมหรอก ผมเข้ามาหลังจากแน่ใจว่าเขาออกไปแล้ว ส่วนมารศรี เรามารถคนละคัน ผมไม่ต้องไปส่งเขา”

    “ชิ...ชอบล่ะสิ นั่งเบียดกันขนาดนั้น”

    “หึงเหรอ?”

    “ใครบ้างไม่หึง ทีหลังนั่งให้ห่างๆหน่อยนะ แล้วก็ไม่ต้องทำอี๋อ๋อมากก็ได้”

    “โอเค...แต่คุณตีบทแตกมากเลยนะ ยิ่งกว่านางอิจฉาตัวจริง”

    “ไม่รักไม่ร้ายหรอก”

    “โอ๊ย...หัวใจ ผมเต้นแรงจนจะหลุดออกมานอกอก...ไม่รักไม่ร้าย” ดิ่งแซวขำๆ จี๊ดเขินนิดๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง ถามเขาว่า มาหาตนทำไม? “นอกจากจะมาเคลียร์เรื่องที่คุณหึง ว่าผมก็แค่เล่นละครตบตามารศรี อยากให้คุณมั่นใจว่าผมไม่มีทางอ่อนไหว...ก็มีอีกเรื่องที่ผมให้คุณยอดตามนาย เทวัญไป เขาอาจจะนัดกับนายด้วง”

    “เราควรจะไปด้วยมั้ย”

    “ผมไปเอง...คุณอยู่ที่นี่” ดิ่งรีบเดินออกไป แต่จี๊ดไม่ยอมให้เขาไปคนเดียว เดินตามมาดึงมือเขา รบเร้าจะไปด้วยให้ได้

    “นะ...ให้ฉันไปด้วย ฉันกลัวนายโดนลูกหลง”

    “คุณไป ผมยิ่งมีห่วง ผมเองก็กลัวคุณได้รับอันตรายไปด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้น”

    “ฉันไม่กลัว ฉันเคยเรียนคาราเต้ ฉันป้องกันตัวเองได้ เผลอๆฉันอาจจะช่วยนายได้”

    “คุณจี๊ด...เราก็ไม่ได้เก่งหรือรับมือกับทุกสถานการณ์ได้หรอก”

    “นายก็ไม่ได้เก่ง”

    “แต่ก็ดีกว่าลากคุณไปเสี่ยงด้วย ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บ อย่าทำให้ผมเป็นห่วงเลยนะ อยู่ฟังข่าวทางนี้”

    จี๊ดพยักหน้าอย่างจำยอม ดิ่งกอดและหอมหน้าผากเธอด้วยความรักและห่วงใย

    ooooooo

    ท่ามกลาง ความมืดสลัวในซอยแห่งหนึ่ง เทวัญเลี้ยวรถเข้าไปโดยมีมอเตอร์ไซค์ของป๊อดตามหลังมาห่างๆ ยอดชายที่ซ้อนท้ายคอยจับตามองไม่วางตา แต่เพราะความมืดและซอยแคบทำให้ไม่ถนัดนักจึงตามเทวัญไม่ทัน ไม่รู้ว่าเขาจอดรถแล้วลงเดินไปทางไหน

    สองคนเห็นแต่รถเทวัญจอดอยู่จึงแยกย้ายกันตามหา สักครู่ดิ่งตามมาสมทบแล้วช่วยกันติดตามเพราะแน่ใจว่าเทวัญต้องไม่ไปไหนไกลแน่ๆ

    มุมหนึ่งในซอย เทวัญกับด้วงเผชิญหน้ากัน ด้วงพกมีดปลายแหลมหมายแก้แค้นเทวัญเพราะเข้าใจว่าเมื่อคราวก่อนโดนเขาหัก หลังจะให้ตำรวจมาจับ แต่เทวัญยืนยันว่าไม่จริง และรีบต่อรองเรื่องเงินที่ด้วงต้องการ

    “ฉันมีเงินมาให้แกล้านนึง พร้อมที่ซ่อนตัว แกจะได้ไม่อยู่อย่างลำบาก จนกว่าคดีจะเงียบหายไปหรือไม่ก็หมดอายุความ”

    “คิดจะใช้เงินปิดปากฉันเหรอ ไม่มีทาง”

    “แกมีบุญคุณกับฉันนะด้วง ฉันสำนึกมาตลอด เพราะความช่วยเหลือของแกทำให้ฉันมีวันนี้ วันแต่งงานกับน้องจี๊ด”

    “เงินอยู่ไหน”

    “ที่รถ...เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่มีทางหักหลังคนที่ลงเรือลำเดียวกับฉันหรอก”

    “คราวนี้ฉันจะยอมเชื่อแก...ตุกติกแกโดนเสียบแน่!”

    ด้วง ค่อยๆคลายแขนที่รัดคอเทวัญ แต่ยังไม่ปล่อยเสียทีเดียว ระหว่างนี้เองยอดชายเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว กระทั่งเสียงมือถือของเขาดังเพราะศุวิมลโทร.มา ด้วงกับเทวัญชะงักมอง แล้วพริบตานั้นเทวัญก็ฉวยโอกาสที่ด้วงเผลอแย่งมีดมาทันที

    ด้วงถูกเทวัญ แทงตายอย่างเลือดเย็นแล้วรีบร้อนกลับไปที่รถในสภาพเสื้อเปื้อนเลือด ป๊อดเห็นกับตาและพยายามจะใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแต่ไม่สำเร็จเพ ราะแบตหมด ส่วนดิ่งไปเจอศพด้วงก่อนใคร ไม่ช้าตำรวจก็วิ่งเข้ามาพร้อมยอดชาย

    นึกไม่ถึงว่าดิ่งจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่านายด้วง ตำรวจควบคุมตัวเขาไปสถานีตำรวจ ส่วนยอดชายรีบโทร.บอกจี๊ดด้วยความตกอกตกใจ

    จี๊ด ได้ฟังถึงกับเข่าอ่อน แต่ไม่เชื่อว่าดิ่งทำอย่างนั้น เช่นเดียวกับเจตนาที่ยังไม่อยากให้วันดีปรักปรำนายดิ่งว่าใจคอโหดเหี้ยม เพราะเขาแค่เป็นผู้ต้องสงสัย

    ooooooo

    เทวัญรีบกลับคอนโดฯเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ทันวิทย์เห็นเสียก่อนว่าเสื้อพี่ชายเปื้อนเลือด

    “พี่ไปทำอะไรมา”

    “เรื่องของฉัน” เทวัญเดินหนีเข้าห้อง ถอดเสื้อใส่ถุงแล้วเอาไปทิ้งถังขยะข้างคอนโดฯ โดยไม่รู้เลยว่าทันวิทย์ แอบตามมาเก็บถุงนั้นไว้...

    ขณะเดินกลับเข้ามาในคอนโดฯ เทวัญเห็นตำรวจคุยกับ รปภ. เขาพยายามเก็บพิรุธแล้วเดินต่อ แต่หลังจาก รปภ. ชี้มือมาที่เขา ตำรวจก็ตรงดิ่งมาหา ถามเขาอย่างสุภาพว่า

    “คุณเทวัญใช่ไหมครับ”

    “ครับ มีอะไร”

    “เชิญตัวคุณไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจด้วยครับ คดีฆาตกรรมนายด้วงอดีตพนักงานในบริษัทเดียวกับคุณ”

    เทวัญใจหายวาบแต่ยังคงวางตัวปกติ ยินยอมไปกับตำรวจโดยดี...

    เช้าวันรุ่งขึ้นที่สถานีตำรวจ ดิ่งถูกปล่อยตัวเดินออกมากับยอดชาย ศุวิมล และป๊อด

    “โชคดีนะคะที่คุณยอดและป๊อดยืนยันเวลาได้ว่าพี่ดิ่งเพิ่งจะไปประสบเหตุ แล้วก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรโยงได้ว่าพี่ดิ่งเป็นคนลงมือฆ่านายด้วง”

    “ภาวนาให้หลักฐานทุกอย่างเชื่อมโยงและเอาผิดนายเทวัญได้”

    เทวัญเดินออกมากับทันวิทย์ ได้ยินประโยคสุดท้ายที่ดิ่งพูดเต็มสองหู เทวัญก้าวมาเผชิญหน้าดิ่ง กล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน

    “เสียใจด้วยนะ เพราะตำรวจไม่ติดใจเอาผิดอะไรฉัน ฉันไปพบไอ้ด้วงก็จริง แต่ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าฉันเป็นคนฆ่ามัน รอยนิ้วมือก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี...ผิดหวังกันมากใช่ไหม”

    “แต่ป๊อดเห็นเสื้อมันเปื้อนเลือด” ป๊อดยืนยัน

    “ตำรวจก็ไปค้นแล้วไง...ไม่เจออะไร แกตาฝาดแล้วมาใส่ร้ายฉัน”

    “แต่ป๊อด...”

    “พอแล้วป๊อด” ดิ่งปรามคนของตัวเองแล้วหันไปมองหน้าเทวัญ กระทุ้งให้เขาร้อนๆหนาวๆ “ตอนนี้ยัง ไม่มีหลักฐาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ”

    “มันก็เรื่องของพวกแก” เทวัญกระแทกเสียงอย่างไม่แคร์

    ระหว่างนี้ จี๊ดก้าวฉับๆเข้ามายืนตรงกลางระหว่างดิ่งกับเทวัญ...เธอสบตาดิ่งแวบหนึ่งก่อนจะเล่นละครตบตาเทวัญ

    “พี่เทวัญ...ตำรวจยอมปล่อยตัวแล้วใช่ไหมคะ จี๊ดดีใจที่สุดเลยค่ะ”

    “พี่ไม่ผิด ตำรวจก็ต้องปล่อยตัวพี่”

    “ขอให้แกนอนหลับอย่างสบายใจ ไม่ต้องร้อนตัวร้อนใจว่าพวกฉันจะทำทุกอย่างเพื่อหาหลักฐานมาเอาผิดคนชั่วอย่างแกให้ได้ในสักวันหนึ่ง”

    เทวัญสะอึกอึ้งกับถ้อยคำแดกดันของดิ่ง และพอดิ่งผละไป ก็ยังโดนอีกดอกจากยอดชาย

    “แต่คงไม่หรอก คนชั่วอย่างแกจะไม่มีวันนอนหลับสนิท กินอะไรก็ไม่อร่อย และจะอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะกลัวว่าตอมันจะผุดเมื่อน้ำลด”

    ว่าแล้วยอดชายเดินเฉียดไหล่เทวัญออกไป ศุวิมลก้าวตามพร้อมกับดึงป๊อดที่ฮึดฮัดอยากตะบันหน้าเทวัญออกไปด้วย เทวัญมองเขม่นทุกคนแล้วหันมาขอคะแนนสงสารจากจี๊ด

    “น้องจี๊ดเห็นไหมว่าพวกมันจ้องจะเล่นงานพี่”

    “จี๊ดเห็นค่ะ อย่าไปสนใจเลย กลับบ้านเถอะค่ะ พี่เทวัญเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว”

    เทวัญกับจี๊ดเดินออกไป ทันวิทย์ซึ่งเงียบเฉยมาตลอดมีสีหน้าเครียดจัด อึดอัดที่ต้องเก็บความลับไว้กับตัวเอง ครั้นกลับไปถึงคอนโดฯได้อยู่กันตามลำพังสองคนพี่น้อง ทันวิทย์ถามเทวัญว่าฆ่านายด้วงจริงใช่ไหม ซึ่ง คำตอบที่ได้แม้ไม่ชัดเจนแต่ก็ตีความได้ไม่ยากนัก

    “ฉันป้องกันตัว มันจะฆ่าฉัน”

    “พี่น่าจะบอกตำรวจตามความเป็นจริง”

    “บอกให้ติดคุกหรือไง”

    “แต่หนักก็จะเป็นเบา ถ้าพี่ให้เหตุผลว่าพี่ป้องกันตัว”

    “หนักเบามันก็คุก ฉันจะไม่ยอมเข้าไปอยู่ในนั้นแม้แต่วินาทีเดียว...ฉันกำลังขี่หลังเสือ และจะไม่ยอมลงมา...จำไว้นะ ถ้าแกปากโป้งเรื่องฉัน คนที่จะตายคือแก อยากอกตัญญูกับฉันก็ลองดู”

    เทวัญฉุนเฉียวจริงจังเสียจนทันวิทย์พูดไม่ออก ได้แต่ถอยกลับห้องตัวเองอย่างหนักใจ เขาเดินมาหยุดตรงหน้ารูปถ่ายขนาดใหญ่บนผนังที่ตัวเองซ่อนถุงเสื้อเปื้อนเลือดของพี่ชายไว้ข้างหลัง แล้วพึมพำออกมาอย่างว้าวุ่นใจ

    “ผมทำถูกหรือเปล่าครับ คุณพ่อคุณแม่”

    ooooooo

    เศกเป็นอัมพาตยังคงพูดและเดินไม่ได้ แต่วันนี้เขาทำให้แม่บ้านตื่นเต้นดีใจ เศกขยับมือให้รู้ว่าต้องการเขียนหนังสือ แม่บ้านจึงนำกระดาษกับปากกามาให้ ปรากฏว่าเขาเขียนชื่อมารศรี แต่ไม่ทันจะเขียนอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องดังระรัว

    มารศรีเพิ่งรู้ เห็นว่าดิ่งแอบติดกล้องวงจรปิดทั่วบ้าน พอมาเจอแม่บ้านล็อกห้องเศกก็ยิ่งโมโห เธอทั้งเคาะทั้งเรียกจนแม่บ้านลนลานเอากระดาษที่เศกเขียนซ่อนใต้หมอนก่อนมาเปิดประตูให้

    “ทำอะไรกัน ล็อกประตูทำไม” มารศรีแว้ดใส่

    “อ้าว...เหรอคะ อาจจะลืมตัวค่ะ”

    “ไปไหนก็ไปไป๊”

    “ไปไม่ได้ค่ะ นายป๊อดไม่อยู่ ฉันต้องดูแลคุณท่าน”

    “แต่ฉันเป็นเมีย ฉันดูแลได้...ถ้าแกไม่ไป ฉันจะไล่แกออก”

    แม่บ้านหน้าเจื่อนจำต้องถอยออกไปอย่างไม่มี ทางเลือก มารศรีก้าวเข้าหาเศกที่นั่งตัวเกร็ง หน้าตาตื่นด้วยความกลัว

    “จะมาคุยด้วยค่ะ ลูกชายคุณเนี่ยฉล้าดฉลาดนะคะ ติดกล้องวงจรปิดไว้ซะทั่วบ้านเลย คงไม่ไว้ใจฉัน สงสัยฉันจะทำอะไรคงต้องระวังตัวมากขึ้นซะแล้วล่ะ ดื่มชาหน่อยดีกว่านะคะ...ชาธรรมดาค่ะ ฉันคงไม่ใช้วิธีนี้ฆ่าคุณแล้วล่ะ เดี๋ยวถูกจับได้ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกหรอกว่าจะใช้วิธีไหนดี...ดื่มเพลินๆ จะได้รอความตายอย่างเพลินๆ”

    มารศรีหันกลับออกไปชงชามาให้เศก แต่ไม่ทันจะป้อนใส่ปาก ดิ่งพรวดพราดเข้ามาปัดถ้วยชาหล่นลงพื้น

    “ว้าย...อะไรกันคะเนี่ย” มารศรีกรีดร้อง ดิ่งอ้างว่าตนเห็นแมลงวันตอมก็เลยปัดทิ้ง “แมลงวันแน่เหรอคะ หรือคิดว่าศรีจะใส่ยาพิษลงไปกันแน่”

    ดิ่ง ศุวิมล และป๊อดอึ้งไปด้วยกัน มารศรีตีหน้าเศร้า มองทุกคนอย่างตัดพ้อ

    “ทุกคนจะกดดันศรีมากไปแล้วนะคะ” พูดจบมารศรีแสร้งบีบน้ำตาเดินหนีไป แต่ดิ่งไม่สนใจ รีบเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าพ่อ ปลอบท่านให้คลายความหวาดกลัว...

    ooooooo

    แม้จี๊ดจะรู้แก่ใจว่าเทวัญฆ่านายด้วง แต่เธอก็ต้องทำเป็นไม่สงสัยและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก แต่วันดีพอเจอหน้าเทวัญที่มาหาถึงบ้าน เธออดซักถามไม่ได้ว่าเขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับนายด้วง มันถึงได้นัดเจอเขา

    “คือมันเดือดร้อนเรื่องเงินครับ ถูกเจ้าหนี้ตามล่าอยู่ มันมาขอความช่วยเหลือ แต่ผมไม่ให้”

    “คงถูกสะกดรอยตามมา พอเทวัญไป พวกนั้นก็ เลยมาจัดการนายด้วง”

    วันดีวิเคราะห์อย่างเชื่อสนิท ขณะที่เจตนากับจี๊ดสบตากันอย่างรู้ทันว่าเทวัญโกหก แต่ไม่พูดอะไรที่จะทำให้ฆาตกรไหวตัว

    เมื่อวันดีชวนเทวัญไปเลือกของชำร่วยงานแต่ง เขาปฏิเสธว่าติดเคลียร์งานที่ออฟฟิศ และให้จี๊ดเลือกเองตามใจชอบ แต่ความจริงเขาไปนอนกกเงาะที่บ้านเช่า จี๊ดระแวงอยู่แล้วจึงให้รัตนาเช็กจนแน่ใจว่าเทวัญไม่ได้เข้าออฟฟิศ จากนั้นเธอรีบตามใจดีมาสมทบ ปะเหมาะพอดีใจดีสืบทราบแหล่งที่อยู่ใหม่ของเงาะ ทั้งคู่จึงตั้งท่าจะไปที่นั่น แต่แล้วจี๊ดเพิ่งนึกได้ว่าแม่รอตนอยู่เพื่อเลือกของ ชำร่วย เธอเลยต้องโทร.ตามพ่อมาเป็นตัวช่วย

    หลังจากทิ้งแม่ไว้กับพ่อแล้ว จี๊ดกับใจดีรีบบึ่งไปบ้านเช่าของเงาะ ปรากฏว่าเห็นรถเทวัญแล่นออกจากหมู่บ้านพอดี สองสาวแน่ใจว่ามาไม่ผิดแน่ แต่พอมากดกริ่งหน้าบ้าน กลับไม่มีใครออกมา ทำเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่ความจริงเงาะซ่อนตัวเงียบ แอบมองผ่านหน้าต่างอย่างร้อนใจ

    ในที่สุดสองสาวก็ต้องล่าถอยกลับไป ฝ่ายนายดิ่งพอรู้เรื่องนี้จากจี๊ดก็ทั้งเครียดทั้งไม่พอใจ กลัวเธอเป็น อันตราย ค่ำนั้นเขาจึงบุกมาหาเธอถึงบ้าน แล้วลากเธอเข้าไปในห้องพักคนสวนเพราะกลัวความลับแตกถ้าวันดีรู้เห็น แต่สำรวยกับแช่มเห็นเต็มๆ เกิดละล้าละลังจะทำยังไงกันดี

    ป้าเพ็ญโผล่มาอีกคน สั่งสำรวยกับแช่มห้ามยุ่งเรื่อง เจ้านาย ดิ่งกับจี๊ดเลยได้อยู่กันตามลำพังทั้งคืน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากพูดคุยหยอกเหย้ากันไปมาด้วยความรัก จนกระทั่งง่วงและหลับไปด้วยกัน...

    คืนเดียวกัน ใจดีชวนยอดชายไปซุ่มหน้าบ้านหลังเดิมที่มากับจี๊ดเมื่อตอนกลางวัน แต่นานเป็นชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอเงาะ อีกทั้งยอดชายก็ดูซึมเศร้าผิดปกติ ทำให้ใจดีบ่นออกมาด้วยความเซ็ง

    “เฮ้อ...ท่าจะไม่ได้เรื่อง แล้วนี่นายเป็นอะไร ซึมเป็นหมาเหงาเลย”

    “เฮ้ย!! เปรียบเทียบกับอย่างอื่นไม่ได้หรือไง”

    “ก็มันจริงนี่ ข้าวปุ้นที่บ้านฉันหน้าเหมือนแกตอน นี้เลยเวลาที่มันเหงาๆน่ะ”

    “โอ๊ย...ไม่คุยด้วยแล้ว แกคอยดูยัยเงาะต่อไปคนเดียวเลย” ยอดชายหันหน้าหนี จิตใจว้าวุ่นคิดมากอยู่กับคำพูดศุวิมลที่ทำเหมือนไม่แคร์ ไม่ยอมรับตนเป็นแฟน

    เงาะเก็บตัวอยู่ในบ้านด้วยความหงุดหงิด มองผ่านหน้าต่างออกไปทีไรก็ยังเห็นใจดีกับยอดชายจอดรถอยู่ที่เดิม นานเข้าเธอทนไม่ไหวโทร.บ่นให้เทวัญฟัง

    “พวกนั้นเฝ้าเงาะอยู่หน้าบ้าน เงาะต้องปิดบ้านเงียบ ออกไปไหนไม่ได้เลย จะให้เงาะทำไงคะ”

    “ก็อยู่เฉยๆ ไม่ต้องออกไป พอได้จังหวะค่อยหาทางออกมา พี่จะหาที่อยู่ใหม่ให้”

    เทวัญวางสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หันไปเห็นทันวิทย์แบกเป้ออกมา ถามน้องเสียงแข็งว่าจะไปไหน?

    “ไปติวหนังสือบ้านเพื่อน สอบเสร็จค่อยกลับครับ” ตอบแล้วทันวิทย์ก็เดินก้มหน้างุดออกไป

    เทวัญหันรีหันขวาง ไม่ได้อย่างใจสักคน โดยเฉพาะเงาะกับยุพาที่รู้ความลับเลวๆของตน คงถึงเวลาต้องกำจัดเสียทีแล้ว!

    ooooooo

    เสียงเคาะประตูห้องทำให้จี๊ดกับดิ่งสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ จี๊ดผละออกจากอ้อมกอดดิ่งและเร่งให้เขารีบกลับไป เพราะสว่างโร่แล้ว

    ดิ่งลุกขึ้นพร้อมอาการเมื่อยขบ สะบัดแขนขาก่อนโผล่หน้าออกมาพร้อมจี๊ด แล้วก็เห็นป้าเพ็ญยืนหน้าตึง สายตาที่มองดิ่งบ่งบอกว่าไม่พอใจ

    “ป้าไม่น่าให้คุณดิ่งทำอย่างนี้เลย”

    “ด้วยความสัตย์ครับป้า...ผมให้เกียรติคุณจี๊ด”

    “เราสองคนกุมมือกันเฉยๆ แล้วหลับไปจริงๆ นะคะป้าเพ็ญ”

    “ค่ะ ป้าเชื่อ แต่คุณดิ่งก็ไม่น่าอยู่จนถึงเช้า คุณท่านมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

    ทันใดนั้น สำรวยวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่าคุณเทวัญมา จี๊ดเลิ่กลั่กตกใจจะทำยังไงดี?

    “ไม่ต้องตกใจ...ผมมีทางออก”

    “ทางไหน?!” จี๊ดร้อนรน...จ้องหน้าดิ่งรอคำตอบ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 13:26 น.