ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พริกกับเกลือ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากโดนเทวัญกระทำย่ำยีจนสาแก่ใจ มารศรีพาร่างกายอันอ่อนล้าหมดแรงออกมาเจอทันวิทย์ที่ยังปักหลักรอเธออยู่

ทันวิทย์ทั้งรักและสงสาร...สวมกอดมารศรีแล้วบอกว่า “ผมรักคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไง ผมก็รักคุณนะ”

“เหรอ...ถามหน่อย ทำไมถึงรักฉัน”

“ผม...” เขาอึกอักตอบไม่ถูก

“ตอบมาสิ ทำไมถึงรักฉัน ฉันมีอะไรดี ไม่เห็นเหรอ ฉันถูกพี่ชายเธอย่ำยี ยังจะรักฉันอยู่อีกเหรอ โง่หรือเปล่า”

“ผมไม่ได้โง่ ผมยิ่งสงสารคุณ”

“แต่ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร”

“ผมรักคุณ รักจริงๆ” ทันวิทย์ยืนยันทั้งน้ำตาซึมๆ

“ไม่เคยมีใครรักฉัน ต้องการฉันจริงๆหรอก ไม่มี!!” มารศรีร้องไห้เสียใจวิ่งเตลิดออกไป ทันวิทย์ยืนซึมด้วยความปวดร้าว พอเห็นพี่ชายเดินผิวปากอารมณ์ดีออกมา ก็พุ่งเข้าใส่จะทำร้ายเขา

“พี่มันเลว!!!”

เทวัญหลบทันท่วงที และบิดข้อมือน้องชายจนร้องโอ๊ย!!

“ฉันไม่ได้เลวน้อยไปกว่านังนั่นหรอก หัดฉลาดได้แล้วไอ้น้องโง่...แกไม่ควรเสียใจ ให้ค่ากับผู้หญิงเหลือเดนแบบนั้นจนต้องมาทำร้ายฉัน ไม่งั้นแกได้ไสหัวออกไปนอนข้างถนนแน่”

เทวัญผลักน้องชายล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้วเดินหนี อย่างหัวเสีย...ฝ่ายมารศรีที่ออกจากที่นั่นมา เธอเดินน้ำตา ไหลพรากด้วยความเจ็บปวดเคียดแค้น แล้วนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ถูกเทวัญฉุดกระชากลากเข้าไปข่มขืนใน ห้อง แถมมันยังสำทับด้วยว่า

“ถ้าแกไม่ยอมทำให้ไอ้ดิ่งหายไปจากชีวิตของน้องจี๊ด เรื่องของเราคืนนี้จะต้องถึงหูผัวแก่ของแก”

“แล้วแกไม่กลัวเรื่องนี้จะถึงหูน้องจี๊ดของแกบ้างหรือไง”

“ไม่กลัว...เพราะน้องจี๊ดไม่มีทางเชื่อแก ไม่เคย มีผู้หญิงคนไหนทำให้น้องจี๊ดเชื่อได้ว่าฉันนอกใจ”

“อย่ามั่นใจในตัวเองนักเลย”

“ลองดูก็ได้นะ แต่รับรองว่างานนี้คนที่เสียคือแก ไม่ใช่ฉัน”

“ไอ้คนชั่ว ชั่วยิ่งกว่า...” เธอด่าได้แค่นั้นก็ถูกเทวัญ ตบเปรี้ยง

“ถ้าไม่เชื่อฉันและไม่ทำตามที่ฉันสั่ง แกจะถูกฉันเล่นงานจนไม่เหลือดี จำไว้!”

คิดมาถึงตรงนี้ มารศรีแค้นแทบกระอัก คำรามลั่น “ฉันเกลียดแก...ไอ้เทวัญ นังจี๊ด ฉันเกลียดแก!!”

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่บ้านเจตนา...จี๊ดกำลังก่นด่านายดิ่งที่ทำให้เธออกหักยับเยิน “คนบ้า ไอ้บ้า ไม่มี หัวใจ ไม่ใช่คน...บ้าที่สุด”

ด่าเสร็จก็สะอึกสะอื้นอย่างยากที่จะทำใจ  สำรวยเลียบเคียงเข้ามาดู แต่ฉับพลันทันใดก็ต้องแจ้นกลับไปเพราะจี๊ดตาขวางใส่อย่างน่ากลัว วันดีกับเพ็ญยืนมองจากอีกมุม สงสัยกันว่าจี๊ดเป็นอะไร ทำไมอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ทั้งที่ยังสาวยังแส้แต่ทำตัวเหมือนวัยทอง

“ป้าเพ็ญไปดูเขาหน่อยไป” วันดีเอ่ยปาก

“แล้วคุณผู้หญิงไม่...”

“เข้าไปก็ได้ทะเลาะกันไม่จบ เดี๋ยวนี้ลูกมันไม่ค่อยอยากจะคุยกับฉันหรอก ฉันมันหมาหัวเน่า ไม่เหมือนนังเมียน้อยนั่น”

วันดีเดินหงุดหงิดออกไป เพ็ญถอนใจเฮือก มองหนูจี๊ดของตนด้วยความสงสาร พอออกมาตามให้เข้าบ้านพักผ่อน จี๊ดก็ปฏิเสธนิ่งๆ ป้าเพ็ญจึงใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“คุณหนูจี๊ดเป็นอะไรคะ”

“จี๊ดเจ็บและไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลย จี๊ดพยายามมีสติ คิดว่าคงมองคนไม่ผิด แต่แล้ว...ความเชื่อของจี๊ดก็ถูกทำลาย เพราะอะไรก็ไม่มีเหตุผลอธิบายให้เข้าใจ จี๊ดกลายเป็นคนโง่ที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ในความมืด เหมือนคนตาบอด ไม่รู้จะไปทางไหนดี...ยังเหลืออะไรให้จี๊ดได้เชื่อมั่นได้อยู่อีกคะ ป้าเพ็ญ”

เพ็ญงุนงงตอบไม่ถูก ได้แต่ถอยห่างออกมาเงียบๆ ไม่รบกวนจี๊ดอีกต่อไป

ooooooo

ข้างฝ่ายนายดิ่ง...หลังจากทำร้ายจิตใจจี๊ดแล้ว เขาตัดสินใจกลับมาที่บ้านพ่อ ปรากฏตัวให้ท่านรู้ว่าเขายังไม่ตาย พร้อมบอกเหตุผลกับท่านว่า

“ผมจำเป็นต้องปล่อยข่าวอย่างนั้น เพื่อตามจับตัว คนร้ายครับ แต่ว่ามันก็รอดตัวไปจนได้ ผมจึงกลับมา”

“พ่อดีใจนะที่แกกลับมา พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษ”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณพ่อ”

“ดิ่ง...กลับมาอยู่บ้านเรานะ”

“ครับ ผมจะกลับมาอยู่ที่นี่ ผมจะไม่หนีไปไหน อีกแล้ว”

เศกกอดลูกชายด้วยความรักและความคิดถึง

ศุวิมลยืนมองน้ำตาซึมซาบซึ้งใจ

“ตอนนี้...พ่อรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่รักพ่อมากที่สุด และมีความหมายกับพ่อมากที่สุด”

ดิ่งและศุวิมลดีใจที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของพ่อ หลังจากนั้นศุวิมลพาพ่อขึ้นไปนอน เสร็จแล้วกลับลงมาคุยกับดิ่งที่ดูเคร่งเครียดเหมือนมีอะไรในใจ แต่เมื่อเธอถามเขาว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ดิ่งกลับทำไขสือ

“หมายความว่ายังไง”

“ศุรู้ว่าพี่ดิ่งคงไม่ยอมกลับบ้านมาง่ายๆแน่ ถ้าไม่คิดจะทำอะไร”

“พี่อยากกลับมาช่วยศุดูแลคุณพ่อ ก็แค่นั้น”

“กลับมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับผู้หญิงอสรพิษที่เคยทำพี่ดิ่งเสียใจจนเสียผู้เสียคนคนนั้นแบบปรองดองน่ะเหรอ ศุไม่เชื่อ”

“เชื่อเถอะ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า...การยอมปรองดองกับมารศรีอีกแล้ว”

“ศุไม่เข้าใจพี่ดิ่งเลย” ศุวิมลบ่นเสร็จก็ผละไปอย่าง หงุดหงิด จึงไม่ได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูดขึ้นมาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

“ให้พี่กระชากหน้ากากของมารศรีสำเร็จ ถึงตอนนั้นศุจะเข้าใจพี่”

ooooooo

มารศรีมาถึงบ้านกลางดึก โดยไม่รู้ว่าดิ่งกลับมาแล้ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนตามปกติ แต่ไม่ทันหลับ เศกรู้สึกตัวถามเธออย่างไม่พอใจว่า ไปไหนมา?

“ฉันไปนอนกับคนอื่นมาค่ะ”

เธอตอบหน้าตาเฉย เศกแทบไม่เชื่อหู ถามย้ำว่าพูดจริงหรือพูดเล่น

“ฉันพูดจริง”

ความอดทนของเศกหมดลงทันที เขาตบหน้าเธอ ฉาดใหญ่ พร้อมเกิดอาการหัวใจกำเริบหอบสั่นไปทั้งตัว

“คุณไม่เคยรักผมเลยตั้งแต่แรกใช่ไหม”

“ใช่! ฉันไม่เคยรักคุณเลย ได้ยินมั้ยไอ้แก่”

“คุณศรี...” เศกครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ผิดหวัง...มารศรียังไม่สะใจ เดินเข้ามาใกล้ พูดใส่หน้าเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันรักดิ่ง แต่ฉันพลาดเองที่เห็นเงินของคุณสำคัญ กว่าหัวใจของตัวเอง กว่าฉันจะรู้ตัวมันก็สายเกินไป ตอนนี้ดิ่งไม่อยู่แล้ว...แล้วคุณจะอยู่ไปทำซากอะไร เป็นคนผลักไสให้ดิ่งไปตาย คุณต้องรับผิดชอบ ได้ยินมั้ย”

เศกยันตัวลุกขึ้นแต่โงนเงน  อาการกำเริบรุนแรงถึงกับล้มลงเสียงดังโครมคราม ดิ่งกับศุวิมลได้ยินเสียงรีบวิ่งมาเคาะประตูเรียก นั่นเองมารศรีถึงรู้ว่าดิ่งอยู่ในบ้านหลังนี้

มารศรีตกใจมาก คิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการ ไปเปิดประตูห้องแล้วร้องไห้โฮ

“ช่วยคุณเศกด้วย ช่วยด้วยค่ะ”

สองพี่น้องเข้าประคองเศกที่หมดสติไปแล้ว มารศรีลอบยิ้มสาสมใจ ก่อนจะบีบน้ำตาต่อไปอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูก...

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น เจตนาทราบข่าวเศกอาการโคม่าอยู่โรงพยาบาลจึงปรึกษารัตนาว่าตนควรไปเยี่ยมเขาดีหรือไม่

“ไม่มีอะไรไม่ดีหรอกค่ะ ในเมื่อท่านไปด้วยมิตรภาพ”

“เขาจะคิดอย่างนั้นหรือเปล่า”

“เขาจะคิดยังไงไม่สำคัญเท่ากับที่เราคิดหรอกค่ะ”

เจตนามองรัตนาอย่างพึงพอใจ แววตาลึกซึ้งฉายชัดออกมาจนรัตนารู้สึกได้รีบหลบตาวูบ วกเข้าเรื่องงานทันที

“นี่ค่ะ ตารางงานของวันนี้ ดิฉันขอตัวไปดูคุณจี๊ดก่อนนะคะ” รัตนารีบเกินไปจนเดินสะดุดขาตัวเองเกือบล้มถ้าเจตนาเข้ามารับไว้ไม่ทัน

ยามใกล้ชิดกัน...ทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์ จี๊ดเดินเข้าไปเห็นพอดี...รีบถอยออกมาแอบดูเงียบๆอย่างจับสังเกต

“ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันซุ่มซ่ามจริงๆ ขอตัวนะคะ”  รัตนาผละออกจากอ้อมแขนเจตนาแล้วเดินออกไปทันที

จี๊ดเห็นดังนั้นรีบก้าวตามไปถามรัตนาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักว่า

“คุณพ่อหาเลขาคนใหม่ได้แล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้เขาทำงาน เธอยังไปวนเวียนอีกทำไม”

รัตนาสะดุ้ง รู้ได้ทันทีว่าจี๊ดไม่ไว้ใจ “วันนี้เลขาท่านลาป่วยค่ะ ดิฉันเลยต้องทำหน้าที่แทนชั่วคราว”

จี๊ดเพ่งมองรัตนาอย่างอ่านความรู้สึก ทำให้รัตนาอึดอัดมากยิ่งขึ้น ไม่ค่อยกล้าสู้หน้าจี๊ด

ooooooo

ที่บ้านเศก...ศุวิมลไม่มีกะจิตกะใจไปสอนหนังสือ เธออยากไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลแต่ดิ่งไม่ยอม คะยั้นคะยอน้องสาวให้ไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“คุณพ่ออาการหนักขนาดนี้ ศุจะไปอยู่กับคุณพ่อ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“ไม่เป็นไรเหรอคะ ลุงหมอบอกว่าคุณพ่ออาจจะเป็นอัมพาต”

“แต่ก็อาจจะไม่เป็น...คุณพ่อต้องหาย” ดิ่งปลอบน้อง ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าพ่อจะหาย “ไปทำงานเถอะไป ศุไปก็ทำอะไรไม่ได้ ลุงหมอห้ามเยี่ยมเด็ดขาด ไม่เห็นเหรอ ลูกศิษย์ต้องการศุนะ คนดูแลคุณพ่อมีอยู่แล้ว”

“ยัยมารศรีน่ะเหรอ ศุไม่ไว้ใจ”

“อย่างอแงสิ ศุไปทำหน้าที่ของศุ ส่วนทางนี้พี่ดูแลเอง ไม่ต้องห่วง”

ศุวิมลจนใจยอมไปแต่โดยดี ส่วนดิ่งเดินมาที่โต๊ะอาหารเห็นแม่บ้านกำลังจัดเตรียม เขาถามอย่างแปลกใจว่าใครให้ทำ

“ฉันเองค่ะ” มารศรีเยื้องย่างเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานๆ สั่งแม่บ้านว่า “ไปเตรียมของให้ฉันไปเฝ้าไข้คุณเศก ทางนี้ฉันจัดการเอง”

ครั้นแม่บ้านออกไปแล้ว มารศรีถือโอกาสควงแขนดิ่งมานั่งโต๊ะ แต่ดิ่งขืนตัวไม่ไว้ใจเธอ

“นั่งก่อนนะคะ ทานอะไรก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปโรงพยาบาลพร้อมกัน...ทำไมตัวแข็งเชียวคะ ไม่เอาน่า ทำตัวสบายๆเถอะ กลัวเหรอ”

“เปล่า”

“อย่ากลัวเลย ฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณ ฉันดีใจมากที่รู้ว่าคุณยังมีชีวิต มันทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง รู้ไหมคะดิ่ง”

ดิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ มารศรีวางตัวปกติกินอาหารเช้าไปเงียบๆ พลางชำเลืองมองดิ่งที่ไม่แตะต้องอะไรเลย

“ทำไมไม่ทานอะไรเลยล่ะคะ”

“ผมไม่หิว”

“เป็นห่วงคุณพ่อ?”

“ใช่ ไม่มีใครกินอะไรลง ยกเว้นคุณ”

“ฉันคือภรรยาคุณเศก ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลเขา ซึ่งไม่รู้จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ฉันต้องทานค่ะ เพื่อความพร้อมของตัวเอง ทำไมอคติกับฉันจัง”

“ผมขอโทษ ผมอาจจะรู้สึกเครียดมากเกินไป”

“อย่าเครียดสิคะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันเรา ต้องช่วยกัน ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ทอดทิ้งไปไหน ฉันสัญญา”

“ขอบคุณที่รู้หน้าที่ของตัวเอง ผมก็จะทำหน้าที่ของผมเหมือนกัน...ขอตัว” ดิ่งตัดบทอย่างใจเย็น เพราะมีแผนบางอย่างในใจ แต่มารศรีไม่ได้เอะใจ มองตามเขาไปอย่างมุ่งมาดปรารถนา

“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทิ้งฉันไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน ฉันลงทุนกับคุณมามากแล้ว”

ooooooo

จี๊ดสร้างผลงานดีเด่นอีกแล้วด้วยการทำให้ทางบริษัทรถที่สวีเดนยอมรับโมเดิร์นคาร์เป็นดีลเลอร์รายเดียวของเมืองไทย งานนี้จี๊ดเลยได้รับคำชมจากพ่อจนยิ้มหน้าบาน

รัตนาเองก็เป็นปลื้มไปกับจี๊ด เธอแสดงความยินดีก่อนจะรับคำสั่งจากจี๊ดให้ไปบอกฝ่ายการตลาดเตรียมตัวประชุมในบ่ายนี้ และเมื่อรัตนากลับออกไปแล้ว จี๊ดที่เหมือนรอโอกาสอยู่ตามลำพังกับพ่อก็ยิงตรงด้วยคำถามที่ทำให้เจตนาถึงกับสะอึกอึ้ง และกลายเป็นหงุดหงิด

“คุณพ่อคิดยังไงกับรัตนากันแน่”

“พ่อไม่ได้คิดอะไร ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม”

“แน่ใจเหรอคะ”

“แน่ใจเหรอ? แกหมายความว่ายังไง”

“แต่จี๊ดเห็นสายตาที่คุณพ่อมองรัตนามันไม่เหมือนเดิม จี๊ดเข้าใจค่ะ ว่าความรู้สึกของคนเรามันเปลี่ยนกันได้ และจี๊ดก็รู้แล้วว่ารัตนาเป็นคนน่ารักและเป็นคนดี ใครได้อยู่ใกล้ย่อมเกิดความรู้สึกที่ดีด้วยได้ไม่ยาก แต่ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นได้ แต่เราจะปล่อยให้มันเติบโตต่อไปไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ”

“ทำไมล่ะ”

“ความจริงกับความฝันมันอยู่กันคนละฝั่งค่ะ” จี๊ดพูดอย่างเจ็บปวด เพราะตัวเองก็ตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน

เมื่อออกจากห้องพ่อมาแล้ว จี๊ดเดินเหม่อลอยน้ำตาคลอจนไปชนกับดิ่งเข้าอย่างจัง แวบแรกที่เห็นเขา เธอเผลอยิ้มด้วยความดีใจ แต่พอนึกได้ว่าเขาไม่ไยดีเธอแล้ว ก็เชิดหน้าปั้นปึ่งใส่

“ผมมาพบคุณเจตนา” ดิ่งพูดเรียบๆ

“กล้ามากนะที่มาเหยียบที่นี่ มีธุระอะไรไม่ทราบคะคุณศยาม”

“ผมมีธุระกับคุณเจตนา”

“คุณพ่อไม่อยู่ และคิดว่าท่านคงไม่อยากพบคุณเหมือนกัน”

“มาพบฉันเหรอดิ่ง เชิญสิ” เสียงเจตนาดังมาก่อนตัว ดิ่งเลยได้ทียิ้มเย้ยจี๊ด

“ทีหลังอย่าคิดแทนคนอื่น เพราะมันไม่ถูกต้องเสมอไปหรอก”

“ฉันคิดแทนพ่อฉัน เพราะฉันต้องการปกป้องท่านจากคนปลิ้นปล้อนเชื่อไม่ได้อย่างนาย”

“อย่าตัดสินผม” ดิ่งทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนหันไปยกมือสวัสดีเจตนา จี๊ดเจ็บใจสะบัดพรืดจะไป แต่เจตนาเรียกไว้

“เดี๋ยวก่อนจี๊ด...บอกแม่บ้านให้ช่วยหาเครื่องดื่มมาให้นายดิ่งด้วยนะ”

“ไม่บอกค่ะ เพราะไม่ให้กิน...เปลือง!!” จี๊ดกระแทกกระทั้นออกไป เจตนาถึงกับส่ายหน้าบอกดิ่งว่า

“ยังเหมือนเดิม อย่าไปถือสาเลยนะ”

“ผมเข้าใจเธอดีครับ”

“แต่ฉันไม่เข้าใจเธอเลย...ดิ่ง” ว่าแล้วเจตนาก็เดินนำดิ่งไปที่ห้องทำงาน

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ดิ่งนำเช็คฉบับหนึ่งยื่นให้เจตนา บอกว่าเป็นค่าเสียหายที่ตนเคยทำรถของเขาพัง

“เธอไม่ได้ทำมันพัง มันเกิดจากอุบัติเหตุที่เธอไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่เป็นความเลินเล่อของผม”

“แล้วถ้าเธอไม่ใช่คุณศยาม ทายาทของนายเศก เธอจะชดใช้ฉันยังไง...ฉันไม่รับ”

ดิ่งอึกอักไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณเขา

“แน่ใจเหรอว่ามาเพราะเรื่องนี้ ไม่ได้อยากมาหายัยจี๊ด” โดนเจตนาดักคอตรงๆ ดิ่งถึงกับนิ่งอึ้งไปอย่าง เขินอาย

ooooooo

การมาของดิ่งในครั้งนี้ไม่รอดพ้นสายตาเจ๊ยุพาขาเม้าท์ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เทวัญจะรู้ด้วย เทวัญไม่พอใจอย่างมากคิดว่าดิ่งมาหาจี๊ดตามที่ยุพาเล่า กลัวทั้งคู่จะพูดคุยปรับความเข้าใจกันจนตัวเองกลายเป็นหมาหัวเน่าอีกตามเคย

แต่ความจริงแล้วจี๊ดกำลังเขม่นดิ่งอยู่ต่างหาก เธอแย่งแม่บ้านเอากาแฟเข้ามาเสิร์ฟเขาแล้วจงใจทำหกใส่ แถมยังออกปากไล่เขากลับไป เพราะไม่มีกาแฟให้กินแล้ว

ดิ่งไม่โกรธแต่อยากแกล้ง...บอกว่าตนจะกลับก็ต่อเมื่อจี๊ดต้องไปส่ง พลางหันมาเอาเจตนาเป็นแนวร่วม

“หลังจากที่เสียมารยาทกับผมไปแล้ว คุณจี๊ดควรจะแก้ตัวด้วยการเดินไปส่งผม ใช่ไหมครับท่าน”

“ใช่...เชิญ” เจตนาตอบรับแล้วเผลอยิ้มพอใจ เมื่อลูกสาวเดินกระแทกกระทั้นนำหน้าดิ่งออกไป

สองคนเดินเคียงกันไปตามทางเดิน สักครู่ดิ่งแกล้งเดินเบียดแถมกอดเธออีกต่างหาก แล้วเลยกลายเป็นแกล้งกันไปมาอย่างชิดใกล้

“ทำอะไรกันคะ คุณจี๊ด...ดิ่ง” เสียงนั้นทำให้ทั้งคู่หยุดชะงักหันไปมอง

มารศรีนั่นเอง! เธอเดินหน้าตึงเข้ามาถลึงตาใส่จี๊ดอย่างชิงชัง

“ฉันทำอะไรไม่น่าสนใจเท่ากับที่ว่าแม่เลี้ยงทำแบบนั้นกับลูกเลี้ยงได้ยังไง ไม่อายฟ้าอายดิน” จี๊ดยอกย้อนอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ฉันมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของดิ่ง ถือว่าเป็นคนในเครือญาติที่มีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง ไม่น่าเกลียดขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่คุณจี๊ดไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดิ่ง เดือดร้อนทำไมคะ”

“ฉันไม่ได้เดือดร้อน”

“แต่ดูเนื้อเต้นนะคะ น่าแปลก ตัวเองก็มีคู่หมั้นกำลังจะแต่งงานกันด้วย แต่กลับมาวุ่นวายกับผู้ชายคนอื่น”

จี๊ดของขึ้น กำลังจะพ่นไฟ ดิ่งจึงตัดบทด้วยการปรามมารศรีว่าพอเถอะ

“พอก็ได้ค่ะ เห็นแก่ดิ่งนะคะ”

“แต่ฉันไม่พอ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” จี๊ดจ้องหน้าเอาเรื่อง มารศรีมีหรือจะยอมลงให้ง่ายๆ โต้ตอบอย่างเจ็บแสบว่า

“ก็หมายความว่ามาอ่อยผู้ชายคนอื่นได้ยังไง ทั้งๆที่มีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตน”

“มารศรี!” ดิ่งปรามเสียงดัง

“ทำได้แค่นี้เหรอนายดิ่ง ห้ามยัยแม่เลี้ยงปากสกปรกของนายได้แค่นี้ใช่มั้ย” จี๊ดโวยลั่น แต่ก็โดนดิ่งสวนทันควันจนสะอึกอึ้ง

“คุณด้วย พอได้แล้ว มายุ่งวุ่นวายกับผมอยู่ได้”

จี๊ดอึ้งเหมือนถูกตบหน้า มารศรีเองก็อึ้งที่เห็นดิ่งเย็นชาใส่จี๊ด แต่ลึกๆก็แอบพอใจ

“ผมไม่ได้พิศวาสคุณสักนิดเลยนะ ไม่ต้องมาแสดงกิริยาแบบนั้นกับผมอีก”

ผัวะ! จี๊ดฟาดหน้าดิ่งเต็มแรงแล้วด่าซ้ำ “ฉันแน่ใจแล้วล่ะว่าฉันควรจะคิดยังไงกับนายกันแน่ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!”

ด่าเสร็จเธอเดินลิ่วออกไป ทั้งโกรธ ทั้งแค้น และทั้งอาย...ดิ่งวูบไหวเสียใจแต่พยายามกลบเกลื่อนเพราะยังอยู่ต่อหน้ามารศรีตัวแสบ

“ไปหาคุณพ่อกันเถอะ” ดิ่งเอ่ยเรียบๆ

“ไปสิคะ ศรีมารับคุณตรงเวลานะ”

“ขอบคุณที่ไม่ต้องให้ผมรอนาน”

“ขอแค่ดิ่งขอมา ศรีทำให้คุณได้ทุกอย่างค่ะ” มารศรียิ้มหวานควงแขนดิ่งออกไป

แต่จี๊ดที่หลบมุมแอบมองอยู่ห่างๆ เจ็บปวดและเสียใจถึงกับน้ำตาไหลพราก รำพึงรำพันว่าตนเกลียดนายดิ่ง!!

ยอดชายเห็นดิ่งควงแม่เลี้ยงออกไปก็นึกเป็นห่วงจี๊ด เขาตามหาเธอให้ควั่กก่อนจะไปเจอเธอเดินหงุดหงิด งุ่นง่านเหมือนคิดอ่านแผนการอะไรสักอย่าง

เมื่อยอดชายเข้ามาทักและเอ่ยชื่อดิ่ง จี๊ดปรี๊ดใส่เพื่อนทันที สั่งห้ามพูดชื่อผู้ชายคนนี้ให้ตนได้ยินอีก แล้วก็ไม่ต้องลากตนเข้าไปคุยเรื่องของเขาด้วย

“เป็นอะไร” ยอดชายข้องใจ

“เป็นคนที่ถูกหักหลัง และต่อไปนี้สำหรับฉัน...นายคนนั้นเป็นศัตรูที่ฉันต้องกำจัด!”

ยอดชายตกใจพยายามจะไกล่เกลี่ย โดยบอกว่าดิ่งไม่ใช่ศัตรูที่เธอต้องระแวง จี๊ดย้อนถามทันทีว่า แล้วใครที่ตนต้องระแวง พี่เทวัญอย่างนั้นเหรอ ยอดชายตอบรับหนักแน่น แต่จี๊ดไม่เชื่อ และจะไม่เชื่อใครอีกแล้วนอก จากตัวเองเท่านั้น

พูดเสร็จจี๊ดเดินหนี ยอดชายละล้าละลังตะโกนไล่หลังอย่างกลัดกลุ้ม

“กลับไปงี่เง่าเหมือนเดิมแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ชีวิตจะมีความสุข”

ไม่คาดคิดว่าจี๊ดจะเดินกลับมาเอาเรื่องยอดชายอีก “แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งว่าฉันจะมีความสุขหรือความทุกข์ เพราะไม่ใช่เรื่องของใคร...จบ!”

“ฉันน่ะจบ แต่จี๊ดสิไม่จบ”

“ฉันจบแน่...คอยดู!” จี๊ดกล่าวจริงจังแล้วผละไป แต่กระนั้นยอดชายก็ยังรู้ทันเธออยู่ดี

“ไม่มีทางหรอกจี๊ด คนที่เป็นแบบนี้ เพราะไม่อยากจะจบต่างหาก”

ooooooo

ออกจากโมเดิร์นคาร์แทนที่จะพามารศรีไปโรงพยาบาลเยี่ยมนายเศก ดิ่งกลับพาเธอไปกินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

“แปลกใจจังที่คุณยอมมาทานกลางวันกับศรี ไม่เดือดเนื้อร้อนใจอยากไปโรงพยาบาลหาคุณพ่อ”

“คุณพ่ออยู่ในมือหมอแล้ว ผมไม่ต้องร้อนใจ แต่ถ้าต้องอยู่ในมือคนอื่นนี่สิ ผมไม่ไว้ใจ”

“หมายถึงศรีใช่ไหมคะ”

“ผมไว้ใจคุณได้หรือเปล่าล่ะ”

“ศรีรู้ว่าคุณยังไม่หายโกรธเรื่องของเรา”

“ผมลืมไปแล้ว”

“ลืม...แต่เย็นชากับศรี”

“ไม่มีความเจ็บปวดใดที่ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ผมขอถามอะไรหน่อยนะ ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงกับพ่อผม”

“เคารพ เทิดทูน และจะต้องทุ่มเทดูแลท่านให้ดีที่สุด จนกว่าชีวิตของศรีจะหาไม่”

“ทั้งๆที่คุณบอกว่าท่านข่มขืนคุณ”

“ค่ะ ทั้งๆที่ท่านทำร้ายศรี แต่ตอนนี้ศรีรู้แล้วว่าท่านทำไปด้วยความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ไม่เหมือนความรักของคุณที่หมดอายุขัยในเวลาแค่ไม่นาน”

“ผมผิด?”

“ไม่ค่ะ ศรีผิดเอง พอใจหรือยังคะ”

ดิ่งนิ่งไม่ตอบ พยายามหาพิรุธจากแม่เลี้ยงคนสวย แต่ดูเหมือนมารศรีจะเล่นละครได้เนียนมาก ตักอาหารกินไปอย่างไม่อนาทรร้อนใจ โดยที่ดิ่งยังนั่งเฉยไม่แตะต้องอาหารบนโต๊ะ

“การทานข้าวกับศรีมันคงไม่อร่อย ไม่เหมือนกับทานกับบางคน ทั้งที่มีแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ก็เหมือนได้ทานอยู่บนสวรรค์” มารศรีแขวะนิ่งๆ

“เขาถึงได้มีคำพูดพูดกันไงล่ะ ว่ามันไม่สำคัญว่าเราทานอะไร แต่อยู่ที่เราทานอยู่กับใคร”

“ยอมรับแล้วเหรอคะ ว่าคุณจี๊ดเป็นคนพิเศษสำหรับคุณ”

“ไม่ใช่...คุณจี๊ดก็เป็นแค่คุณจี๊ด ไม่ได้พิเศษหรือธรรมดาอะไรสำหรับผมทั้งนั้น”

ดิ่งพูดไม่ทันขาดคำ ผู้ถูกพาดพิงก็เดินเข้ามาพร้อมเทวัญ พอสองฝ่ายเห็นกัน มารศรีแสร้งทักทายจี๊ดด้วยถ้อยคำจิกกัดเจ็บๆคันๆ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนแอบโทร.บอกเทวัญให้พาจี๊ดมา

“บังเอิ๊ญบังเอิญนะคะคุณจี๊ด ร้านอื่นมีเยอะแยะไม่ยักกะไปทานนะคะ ต้องเป็นร้านเดียวกันทำไมไม่รู้”

“นั่นสิคะ เหมือนพรหมลิขิตว่าชีวิตฉันยังจะต้องรบรากับพวกคุณไปอีกนาน ตอนแรกเห็นว่ามีนายคนนี้อยู่ จี๊ดว่าจะเปลี่ยนใจไปทานที่อื่น แต่ตอนนี้...สั่งอาหารเลยค่ะ จี๊ดหิว ไม่อยากรอนาน”

จี๊ดลงนั่งที่โต๊ะข้างดิ่งทันที เทวัญยิ้มพอใจก่อนหันไปเรียกบริกรมาสั่งอาหาร ในขณะที่มารศรีก็ยิ้มพราย สบตากับเทวัญอย่างรู้กัน

ดิ่งอึดอัดแต่พยายามวางตัวปกติ แต่แล้วจี๊ดก็ออกฤทธิ์กระแทกช้อนกับจานเสียงดังพร้อมกับปรายตา

มองดิ่งอย่างไม่แคร์ ดิ่งไม่อยากมีปัญหาเลยตัดบทโดยเร็วด้วยการถามมารศรีว่า

“เราไปกันได้หรือยัง”

“เดี๋ยวก่อนสิคะ ขอศรีทานกาแฟก่อนนะคะ” มารศรีทำอ้อยอิ่งพลางส่งสายตาออดอ้อนจนดิ่งจำใจนั่งอยู่ต่อไป จี๊ดเห็นดังนั้นก็ยิ่งหมั่นไส้ แอบกัดฟันกรอดๆอยู่หลังเมนูอาหารเล่มใหญ่

ooooooo

ยอดชายนึกเป็นห่วงศุวิมลหลังทราบจากดิ่งว่านายเศกเป็นอัมพาต เขานัดเธอออกมาพบและพยายามปลอบโยนเมื่อเธอร้องไห้อย่างใจเสีย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวอย่างไม่คาดฝัน

ด้านนายเจตนาที่ย้ายออกมาอยู่นอกบ้านพักใหญ่แล้ว เพราะทนรำคาญกับความหึงหวงไร้สาระของวันดีไม่ได้ แต่ในวันเดียวกันนี้เอง เจตนาก็ต้องหยุดคิดทบทวนใหม่ หลังจากรัตนาตัดสินใจเอ่ยถามเขาว่า

“ท่านไม่คิดจะกลับบ้านบ้างเหรอคะ”

“อยากให้ฉันกลับไปทะเลาะกับคุณวันดีนักหรือไง”

“แต่ถ้าแยกกันอยู่ รอยร้าวที่เกิดขึ้นมันก็จะยิ่งสมานกันยากมากขึ้นนะคะ”

“รัตนา...ฉันควรจะกลับไปจริงๆเหรอ”

“ค่ะ ท่านควรจะกลับไปบ้าน มีคนที่รักท่านมากทั้งสองคนรออยู่ ในขณะที่ข้างนอกไม่มีใคร”

“ข้างนอกบ้านไม่มีใครรักฉันอยู่เลยจริงเหรอ” เขาหยั่งเชิง

“มีค่ะ แต่ความรักของใครจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักจากคนในครอบครัวล่ะคะ ทุกอย่างที่คุณวันดีและคุณจี๊ดทำลงไปเพราะความรักค่ะ ไม่ใช่ความเกลียดชังเลย ครอบครัวของท่านเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดนะคะ บางทีท่านอาจจะต้องยอมเสียสละความรู้สึกหรือความต้องการบางอย่าง เพื่อรักษาครอบครัวเอาไว้ ดิฉันไม่อยากเห็นผู้มีพระคุณของดิฉันต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตไป การได้มาไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเสียไปหรอกค่ะ”

คำพูดบาดลึกกินใจและรอยยิ้มจริงใจของรัตนา ทำเอาเจตนานิ่งอึ้ง...ยิ้มรับความปรารถนาดีของเธออย่างจำยอม

ooooooo

ที่ร้านอาหาร บรรยากาศคุกรุ่นตลอดเวลาหลังจากเทวัญพาจี๊ดมาเจอดิ่งกับมารศรี...จี๊ดจงใจเย้ยดิ่งด้วยการตักอาหารให้เทวัญ แถมจู่ๆก็ยังพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมาจนดิ่งตกใจถึงกับสำลักกาแฟ แต่จี๊ดไม่สน ยังคงอยากได้คำตอบจากคู่หมั้นว่าเราจะแต่งกันเมื่อไหร่ดี

“พี่อยากให้น้องจี๊ดคิดให้ดีๆก่อนนะคะ พี่ไม่อยากให้น้องจี๊ดทำไปเพื่อประชดใคร”

“จี๊ดไม่ได้ประชดใครทั้งนั้น ไม่มีใครสำคัญกับจี๊ดได้ขนาดนั้นหรอกค่ะ  ลืมไป...เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ

เราไม่ควรคุยกันที่นี่ให้คนนอกได้ยิน เช็กบิลเถอะค่ะ  จี๊ดอิ่มแล้ว ทานไม่ลง”

“ตามใจน้องจี๊ดสิคะ” เทวัญเรียกบริกรเช็กบิล

จี๊ดปรายตามองดิ่งที่นิ่งมากเหมือนไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรเลย ที่สุดเธอก็ลุกขึ้นกระแทกเก้าอี้โครมครามอย่างไม่พอใจ

“ไฮโซซะเปล่า แต่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย”

“ใช่ ฉันมันไม่มีมารยาท แถมยังทำอะไรต่ำๆได้มากกว่าที่คนบางคนทำอยู่ เช่น ตีท้ายครัวพ่อตัวเองอะไรยังเงี้ยอีกด้วยนะ” พูดจบจี๊ดคว้าขวดน้ำขึ้นมาหมายราดรดใส่ดิ่ง แต่เขาไวกว่าจับมือเธอแน่นแล้วลากออกไปต่อหน้าต่อตาเทวัญกับมารศรี

จี๊ดดิ้นรนขัดขืนพร้อมกับด่าเขาไม่หยุดหย่อน ดิ่งเลยประกบปากจนเธอนิ่งไป เทวัญเห็นดังนั้นทนไม่ไหวพุ่งเข้ามาจะชกดิ่ง แต่จี๊ดชิงห้ามไว้เสียก่อน

“อย่าค่ะพี่เทวัญ”

“ทำไมล่ะน้องจี๊ด มันไม่ให้เกียรติน้องจี๊ด พี่จะสั่งสอนมัน”

“คนอย่างเขาไม่รู้จักคำคำนี้หรอกค่ะ เสียแรง เสียมือเปล่าๆ ถือว่าทำบุญทำทาน จี๊ดไม่ถือ จี๊ดพลาดเอง”

จี๊ดกับเทวัญพากันออกไปแล้ว  ดิ่งมองตามหน้าเศร้าจนมารศรีสังเกตได้ ถามเขาว่ายังตัดใจจากจี๊ดไม่ได้ใช่ไหม?

“ผมไม่ทำร้ายคนที่ผมรักอย่างนี้หรอก อีกอย่าง...

ผมเองก็ยังไม่ลืมความเจ็บปวดที่คุณเคยทำกับผม...ผมรักใครไม่ได้หรอก...มารศรี” พูดจบดิ่งผละไปทันที ทิ้งมารศรียืนอึ้งไม่ค่อยพอใจนัก

หลังจากนั้นในตอนกลางคืน มารศรีกับเทวัญก็นัดพบกันตามลำพัง เทวัญพอใจกับแผนของมารศรีที่พยายามจะทำให้ดิ่งกับจี๊ดหมดเยื่อใยต่อกัน

“ที่เหลือ...ก็เป็นหน้าที่คุณ ที่จะมัดใจยัยจี๊ดนั่นให้ดี อย่าปล่อยให้ออกมาแสดงฤทธิ์เดชได้อีก” มารศรีกำชับ

“ไม่ต้องห่วงผมหรอก ห่วงแต่ตัวเธอเถอะ”

“อย่าประมาท...จำไว้...สิ่งที่เลี้ยงไม่เชื่องมากที่สุดก็คือหัวใจของคน” เธอทิ้งท้ายก่อนเดินจากไปอย่างเคร่งขรึม

เทวัญไม่แคร์ พึมพำกับตัวเองอย่างหยิ่งผยอง “ไม่เคยมีใครหลุดมือฉันไปได้”

ooooooo

เมื่อกลับมาเจอพ่อที่บ้าน  จี๊ดดีใจสวมกอดพ่อแน่น วันดีเองก็ดีใจแต่ยังฟอร์มจัดหาว่าเขาไปไหนไม่รอด ที่สุดก็ต้องกลับมาตายรัง

คำพูดของแม่ทำเอาจี๊ดหน้าเสีย ทำท่าจะช่วยไกล่เกลี่ย แต่วันดีขัดขึ้นเสียก่อนว่า

“กลับมาก็ดีแล้ว ฉันก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรที่จะไม่ให้อภัยคนที่เคยหลงผิด”

แต่แล้ววันดีก็หน้าบึ้งไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นรัตนาถือแฟ้มเอกสารของเจตนาเข้ามาในบ้าน วันดีของขึ้นจิกเรียกนังเมียน้อย ก่อนหันไปถามเจตนาว่า ให้มันมาเหยียบบ้านของตนทำไม?

“ใจเย็นๆสิคุณ  รัตนาเขาช่วยขนของกลับมาให้ผม”

“ให้มันมาสมน้ำหน้าฉันล่ะสิ  หรือไม่ก็มาทวงบุญคุณ ว่าที่คุณยอมกลับมาเพราะมันอนุญาตให้กลับ ใช่มั้ย”

“คุณแม่คะ ใจเย็นๆค่ะ”

“เพราะฉันใจเย็น มันถึงได้ยังลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยฉันอยู่แบบนี้ไง” วันดีปราดเข้าไปตบหน้ารัตนาเปรี้ยง

“คุณมันบ้าไปแล้ว คิดเองเออเองอยู่ได้ ทั้งหมดมันเละเทะก็เพราะจินตนาการของคุณทั้งนั้น” เจตนาตวาดพร้อมกับรั้งวันดีออกมา ส่วนจี๊ดรีบเข้าไปดูรัตนาที่ล้มไม่เป็นท่า ถามว่าเป็นยังไงบ้าง

“ไม่เป็นไรค่ะ”

รัตนาเก็บเอกสารที่หล่นเกลื่อนกระจาย เจตนามองเธออย่างสงสาร ในขณะที่วันดีสะใจมาก ปราดเข้าไปปัดเอกสารในมือรัตนาหล่นกระจายลงพื้นอีกครั้ง

“คุณแม่!! ทำแบบนี้ทำไมคะ” จี๊ดโพล่งขึ้น

“อยากดูว่ามันจะตีหน้าเศร้าสร้อยทำตัวน่าสงสารเรียกคะแนนจากพ่อแกอีกยังไง”

รัตนาไม่พูดอะไรสักคำนอกจากก้มลงเก็บเอกสารอีก วันดีทนไม่ไหวทั้งกรี๊ดทั้งด่ารัตนาว่านังเมียน้อย นังหน้าด้าน!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณวันดี” เจตนาขึ้นเสียง

“ไม่หยุด มันท้าทายฉัน ทุกคนเห็นมั้ย...จี๊ด แกเห็นมั้ย”

“จี๊ดไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นอกจากเห็นคุณแม่เป็นบ้า”

“จี๊ด...นังลูกไม่รักดี”

จี๊ดไม่สนใจแม่อีกแล้ว เธอลากแขนรัตนาออกไปหน้าบ้าน วันดียังคลั่งจะตามอาละวาดอีกแต่ถูกเจตนากับเพ็ญช่วยกันสกัดเอาไว้

“คิดยังไงของเธอนะ รู้ทั้งรู้ว่าคุณแม่เห็นเธอเมื่อไหร่ของต้องขึ้นเมื่อนั้น”  จี๊ดถามกึ่งตำหนิรัตนาขณะพาออกมาพ้นสายตาวันดีแล้ว

“ดิฉันต้องมาค่ะ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”

“แต่ไม่ใช่กับแม่ฉัน ตอนนี้ อารมณ์นี้”

“ดิฉันไม่คิดว่า...มันจะลงเอยแบบนี้”

“ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเอง ทุกอย่างมันพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้เสมอทุกวินาที ไม่มีอะไรที่เราจะวางใจได้ เธอเป็นคนสอนฉันเองนะรัตนา”

“แต่เรื่องความบริสุทธิ์ใจของดิฉันและท่านประธานไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เคยเป็นมาอย่างไร ก็จะยังคงเป็นอย่างนั้นตลอดไป และดิฉันก็เชื่อมั่นว่าคุณวันดีต้องเข้าใจ”

“ในสักวันหนึ่ง...แต่เราต้องรอ อย่างที่บอกว่าไม่ใช่ตอนนี้” จี๊ดย้ำอย่างสะเทือนใจ

รัตนาหน้าเสียไปเหมือนกัน ยิ้มเศร้าๆ บอกจี๊ดว่า “ดิฉันอาจจะรอไม่ได้”

“เธอหมายความว่ายังไง”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ดิฉันทำเรื่องวุ่นวายมาพอแล้ว ขอตัวกลับนะคะ ฝากกราบลาท่านด้วย”

รัตนาผละไปแล้ว...ทิ้งความสงสัยไว้ให้จี๊ด พลันเสียงวันดีกรีดร้องดังลั่นบ้าน จี๊ดรีบกลับเข้ามาดูแม่ที่อาละวาดฟาดงวงฟาดงาจะไปฆ่ารัตนาให้ได้ เจตนาสุดเอือมระอาภรรยา สั่งแช่มเอารถออกเพื่อพาเธอไปโรงพยาบาลบ้า

“คุณจะพาฉันไปโรงพยาบาลบ้าเหรอ ฉันไม่ไปนะ ฉันไม่ไป ฉันไม่ได้บ้า!!”

“ถ้าคุณยังไม่ยอมสงบ มันคงเลี่ยงไม่ได้”

“คุณแม่ขา...คุณแม่กำลังทำตัวให้พวกเราคิดว่าคุณแม่เป็นอย่างนั้นนะคะ ทำไมคะ กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว ที่คุณพ่อให้ความสำคัญเพียงแค่เป็นเลขา แต่คุณแม่

ต้องไปแคร์ ให้ค่า ให้ความสำคัญมากกว่าตัวเอง ซึ่งเป็นผู้หญิงที่คุณพ่อรักมากที่สุด”

“คุณวันดีที่ผมรักคนนั้น...เขาหายไปไหน”

ฟังลูกและสามีพูดแล้ววันดีรู้สึกสะเทือนใจ  สะอื้นไห้ออกมาอย่างหมดฟอร์ม

ooooooo

หลายวันผ่านไป เศกออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้านในสภาพพูดและเดินเองไม่ได้ ต้องอยู่บนรถเข็นเป็นภาระแก่ภรรยาสาวคราวลูกที่เศกทราบ ดีแล้วว่าเธอร้ายกาจมากเพียงใด

แม้ต้องอดทนกับเศกแค่ไหน มารศรีก็ไม่หลุดกิริยาอาการเบื่อหน่ายเศกให้ดิ่งเห็น กลับแสดงเหมือนว่าเธอรักและสงสารเศกมากด้วยซ้ำ แต่กระนั้นดิ่งก็รู้ทันเธออยู่ดี เพราะเขาไม่เคยไว้ใจผู้หญิงคนนี้อีกเลยตั้งแต่เธอทิ้งเขามาแต่งงานกับพ่อของเขาแล้วโกหกว่าถูกท่านข่มขืน แถมเธอยังไปให้ความร่วมมือเทวัญในทางที่ผิดอีกต่างหาก แต่ที่ดิ่งยังไม่กระโตกกระตากและจำต้องทำดีกับเธอก็เพราะต้องการจับให้ได้คาหนังคาเขา เอาให้ปฏิเสธไม่ออกไปเลย

เมื่อเศกเป็นอัมพาต ดิ่งจึงต้องเข้ามาบริหารงานในบริษัทแทน ดิ่งจริงจังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจี๊ดที่มุ่งมั่นตั้งใจช่วยงานที่บริษัทพ่อของเธอ แม้สถานการณ์ในบ้านจะยังไม่ค่อยดีนัก เพราะแม่ยังคงเย็นชากับพ่อ แต่นั่นก็ไม่ทำให้จี๊ดคิดมากจนอ่อนแอหมดกำลังใจเหมือนที่ผ่านมา

จี๊ดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทำให้เจตนาภูมิใจและสบายใจ แต่กับวันดีเขายังต้องใจเย็นและอดทนกับเธออีกต่อไป รอจนกว่าเธอจะหายขุ่นข้องใจในตัวเขา

“ไม่ต้องกังวลนะ ผมจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกแล้ว...ผมขอโทษ ผมลืมคำพูดที่เราเคยตกลงกันไว้ว่าถ้าเราทะเลาะกันเมื่อไหร่ ขออย่างเดียวอย่าออกไปจากบ้าน เพราะมันจะทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้ยาก ผมกลับมาเพราะผมไม่อยากสูญเสียคนที่รักผมและผมก็รักเขามากที่สุดไป ผมยอมได้ทุกอย่างนะ ขอแค่คุณบอกผมมาเท่านั้นว่าคุณต้องการอะไร”

เจตนาจบคำพูดแล้วเข้ามาบรรจงจูบหน้าผากวันดีก่อนออกไปทำงาน วันดีมองตามสะเทือนใจหนักถึงกับร้องไห้ออกมา...

หลังจากเข้ามาเคลียร์งานได้สักพัก จี๊ดก็เรียกรัตนามาสั่งให้จองโต๊ะอาหารที่ร้านประจำในเย็นนี้ แต่ไม่ยอมบอกว่าจองให้ตัวเองหรือจองให้ใคร เมื่อรัตนากลับออกไปแล้ว จี๊ดเรียกยอดชายมาพบด้วยเรื่องจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ของเราน้อยลง แต่ยอดชายดูเหมือนไม่ค่อยสนใจ ตอบไม่ตรงคำถาม แถมยังอยากจะพูดแต่เรื่องครอบครัวดิ่ง จนจี๊ดทนไม่ไหว

“นี่ สนใจงานหน่อยได้ไหมยอด เอาใจไปใส่กับเรื่องอะไรที่มันสำคัญกว่าเรื่องงานนัก ฮึ”

“ไม่บอก เพราะจี๊ดคงไม่ได้อยากรู้จริงๆหรอก ใช่มั้ย”

ความจริงจี๊ดอยากรู้ความเคลื่อนไหวของทางโน้นแต่วางฟอร์มเข้มปฏิเสธเสียงแข็ง

“งั้นก็อย่าสนใจเลยว่ายอดคิดเรื่องอะไรอยู่”

“อย่าบอกนะว่าคิดเรื่องนายนั่น”

“เปล่า แต่คิดเรื่องของน้องสาวเขาคนนั้น น่าสงสารออกนะจี๊ด พ่อก็ล้มป่วยเป็นอัมพาต พี่ชายก็ทำแต่งานจนไม่สนใจตัวเอง บ้านทั้งบ้านแห้งแล้งไม่มีชีวิต บรรยากาศเหมือน...”

“พอได้แล้ว ขืนพูดเรื่องของนายนั่นอีกครั้งเดียว ฉันไล่เธอออกแน่ยอด” จี๊ดรีบเบรกเพราะกลัวตัวเองจะใจ อ่อน “เอาล่ะ เข้าเรื่องได้หรือยัง คิดว่าทำไมลูกค้าถึงได้ลดลง”

สิ้นคำถามของจี๊ด เทวัญก้าวเข้ามาแขวะยอดชายทันที “จะเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคนอาจจะมีเอี่ยวกับทางคู่แข่ง”

“พูดแบบนี้ต้องการอะไร เสี้ยมให้จี๊ดไม่ไว้ใจผม คิดว่าผมคือไอ้เลวคนนั้นใช่ไหม”

“ก็ไม่โง่นี่”

“ผมน่ะไม่โง่หรอก แต่คนที่โง่คงเป็นจี๊ด ถ้ายอมเชื่อนายเทวัญ”

“ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าฉันเชื่อพี่เทวัญ” จี๊ดโพล่งขึ้น

“ก็ดี เตือนไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวนี้จี๊ดงี่เง่า พร้อมจะเชื่อเขาทุกอย่างโดยไม่คิดจะเชื่อเพื่อนที่หวังดีและจริงใจอย่างฉัน”

“ยอด...อย่าประชด”

“และอย่าเปลี่ยนเรื่อง ตอบมาสิว่านายเป็นไอ้เลวนั่นจริงหรือเปล่า เห็นสนิทสนมกับนายศยามนั่นดีนัก” เทวัญคาดคั้น จ้องหน้ายอดชายอย่างเอาเรื่อง

“ผมไม่จำเป็นต้องตอบคุณ เพราะคุณไม่ใช่หัวหน้าสายงานผม”

“แต่ฉันเป็น...”

“เป็นอะไร...ว่าที่สามีของจี๊ดเหรอ แต่ก็ยังไม่ได้เป็นนี่ อย่าเพิ่งตัวสั่นไปหน่อยเลย อะไรๆก็พลิกกันได้”

เทวัญโกรธแต่พยายามอดกลั้น ยอดชายไม่สนใจ วกกลับมาเรื่องงานก่อนจะผลุนผลันออกไป

“ไว้ยอดจะทำรายงานส่งมาให้ ว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้างที่ทำให้ยอดลูกค้าที่มาใช้บริการที่ศูนย์เราลดน้อยลงไป”

“ยอด...เดี๋ยวก่อน” จี๊ดเก้อเพราะยอดชายเดินลิ่วไปไม่เหลียวหลัง

“พี่ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะน้องจี๊ดคุยงาน แต่พี่ทนไม่ไหว ถ้าหากน้องจี๊ดต้องถูกเพื่อนที่น้องจี๊ดไว้ใจหลอกให้เชื่อไปวันๆ แต่น้องจี๊ดจะไม่เชื่อพี่ก็ได้นะ”

ฟังเทวัญแล้ว...จี๊ดถึงกับอึ้งไปอย่างไตร่ตรอง

ooooooo

วันเดียวกันนี้ ดิ่งเข้าไปทำงานที่บริษัทพ่อ แต่สักพักเขาก็กลับออกมาเพราะนัดเจอป๊อดที่วัดแห่งหนึ่ง เขาชวนป๊อดมาทำบุญก่อนสัญญาจะพาไปเลี้ยงอาหารหรูๆ ถ้าป๊อดยอมไปอยู่ดูแลพ่อของเขาที่บ้าน

ขณะอยู่วัดดิ่งปิดมือถือ มารศรีเพียรโทร.เท่าไหร่ไม่ติดก็หงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะเธออุตส่าห์ตามมาที่บริษัทตั้งใจจะชวนเขากินข้าว

“เฮ้อ...จะปิดเครื่องทำไมนะดิ่ง” บ่นขาดคำ เสียงมือถือเธอดังขึ้น ดูเบอร์แล้วไม่คุ้นแต่ก็กดรับ ปรากฏว่าเป็นทันวิทย์โทร.เข้ามาประกาศกร้าว

“ถ้าคุณไม่มาเจอผม ผมจะไปประกาศตัวกับสามีของคุณว่าเราเป็นอะไรกัน”

“อย่ามาขู่ฉัน” มารศรีสวนกลับอย่างมีอารมณ์

“ผมไม่ได้ขู่ ผมทำจริง”

มารศรีชะงักกับน้ำเสียงจริงจังของเขา คิดหาทางโน้มน้าวให้เขาใจเย็น และยอมไปเจอเขาในที่สุด...ทัน– วิทย์นัดเธอมาพบที่ห้องพักในตอนค่ำที่เทวัญไม่อยู่ มารศรีแกล้งถามเขาว่าไม่กลัวพี่ชายมาเจอเหรอ ทันวิทย์ ตอบอย่างน้อยใจพี่ชายว่าเขาไม่สนใจหรอกว่าตนจะทำอะไร

“ทันวิทย์ มีเหตุผลหน่อยสิ”

“จะให้ผมมีเหตุผล ในขณะที่คุณกำลังตีจากผมไป ทั้งๆที่ผมรักคุณมากอย่างนั้นเหรอครับ”

“ไม่เอาน่า”

“อย่ามองเหมือนผมเป็นเด็กไม่รู้จักโต ถ้าผมไม่โตผมจะเป็นผัวอีกคนของคุณได้ยังไง”

มารศรีสะอึก ฟาดหน้าเขาฉาดใหญ่ด้วยความโกรธ “ฉันคิดว่าเธอจะเป็นผู้ชายคนเดียวในโลกที่ไม่ดูถูกฉัน เหยียบย่ำฉันให้เจ็บช้ำน้ำใจ แต่เธอก็เหมือนกับคนอื่นๆ”

พูดจบ มารศรีทำท่าจะกลับ ทันวิทย์ไม่ยอมดึงรั้งเธอไว้สุดแรง พลางเว้าวอนออดอ้อนจนเธออ่อนลง...

ในเวลาเดียวกันนั้น เทวัญพาจี๊ดไปกินอาหารแก้เครียด แต่ความจริงเขามีแผนชั่วอยู่ในใจ เขาปากหวานกับเธอสารพัด ก่อนรุกคืบด้วยการจับมือเธอมาเกาะกุม

“พี่รักจี๊ดเหมือนเดิม และรักมากกว่าเดิม ถึงพี่จะรู้ว่าตอนนี้หัวใจของน้องจี๊ดอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่รู้อะไรไหมคะ ว่าพี่จะรอ รอวันที่หัวใจของน้องจี๊ดจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เรารักกันแรกๆ”

จากมือ...เขาค่อยๆเลื่อนมาที่ใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบาทะนุถนอม แล้วไล่เรื่อยไปตามต้นคอ จงใจให้มือตัวเองสัมผัสผิวหนังเธอมากที่สุด

เพียงไม่นาน จี๊ดรู้สึกมึนๆ เบลอๆ เทวัญยิ้มกระหยิ่ม มองมือตัวเองที่ฉาบน้ำยาบางอย่างสลับกับมองสภาพจี๊ดที่เริ่มโงนเงน

“น้องจี๊ดเป็นอะไรหรือเปล่า...น้องจี๊ด” เขาแกล้งเรียกเพื่อทดสอบสติสัมปะชัญญะของเธอ

จนเมื่อแน่ใจว่าเธอคุมตัวเองไม่ได้ ร่างกายเอนอิงอยู่ในอ้อมกอดของตน จอมแผนการก็ยิ้มหวาน ลูบผมยาวสลวยของเธอไปมาพร้อมกับเปล่งวาจาอย่างมั่นใจ

“น้องจี๊ดจะต้องกลับมาเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น!!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:14 น.