ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พริกกับเกลือ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ยอดชายมาส่งข่าวดิ่งเรื่องจี๊ดตกลงใจแต่งงานกับเทวัญ เขาย้ำว่าเธอพูดเองโดยไม่มีใครบังคับ ดิ่งฟังแล้วหน้าเสีย ใจหาย แต่พยายามซ่อนความรู้สึกไม่ให้ยอดชายเห็น เอ่ยอย่างปลดปลงว่าเขาสองคนคงเกิดมาเป็นเนื้อคู่กัน จี๊ดคงรักเทวัญมากจนทำให้มองข้ามเรื่องทั้งหมดได้

    “แต่ข้อนี้ผมเถียง จี๊ดไม่ได้รักนายเทวัญ”

    “แต่คุณบอกว่าคุณจี๊ดเป็นคนเอ่ยปากเอง ไม่รักแล้วจะยอมแต่งงานด้วยทำไม”

    “ผมไม่รู้...รู้แต่ว่าจี๊ดรักคุณ...แล้วคุณล่ะ” ยอดชายจ้องหน้าดิ่งจริงจังรอคำตอบ แต่ดิ่งก็ไม่ยอมเผยความในใจออกมา...ยอดชายเซ็งสุดๆ กลับไปบ่นให้ศุวิมลฟังว่าจี๊ดและดิ่งปากแข็งด้วยกันทั้งคู่

    “เรื่องปกติ” ศุวิมลเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่

    ยอดชายหน้ายุ่งไม่เข้าใจว่าปกติยังไง? “นี่คุณไม่รู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองหรือไง ส่วนฉันรู้จักนิสัยของพี่ชายตัวเองดี”

    “ปากอย่างใจอย่าง” ยอดชายเข้าใจแล้ว แต่ยังไงก็ไม่ยอมให้จี๊ดลงเอยกับผู้ชายเลวๆอย่างเทวัญ ตนทำใจไม่ได้ ศุวิมลเห็นท่าทีหมอนี่ชักจะเยอะ ปรามให้เลิกพูดแล้วกินข้าว ตอนชวนออกมาเห็นบ่นนักว่าหิวมาก ยอดชายตักข้าวใส่ปาก แต่ยังคิดเรื่องเดิมไม่หยุด มุ่งมั่นว่าตนนี่แหละจะสร้างความร้าวฉานให้จี๊ดกับเทวัญ แต่ศุวิมลต้องช่วยด้วย...

    ค่ำนั้น จี๊ดเอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน แรกๆก็มีสมาธิดี แต่สักพักใจลอยไปถึงดิ่ง คิดถึงเขาจนน้ำตาซึมออกมาไม่รู้ตัว

    “นายดิ่ง...” เธอรำพึงชื่อเขา โดยไม่รู้ว่าเทวัญมายืนข้างหลังนานแล้ว...เทวัญไม่พอใจแต่ไม่แสดงออกในทันที ปรากฏตัวและบอกเธอว่า พี่มีเรื่องจะคุยด้วย “เรื่องงานหรือเปล่าคะ ไว้รอไว้คุยที่ออฟฟิศพรุ่งนี้เช้าไม่ดีกว่าเหรอคะ” พูดเสร็จจี๊ดลุกขึ้นเก็บโน้ตบุ๊กและเอกสารจะกลับขึ้นห้อง

    “ระหว่างพี่กับน้องจี๊ดที่กำลังจะแต่งงานกัน มีเรื่องให้คุยแค่เรื่องงานเท่านั้นเหรอ”

    จี๊ดชะงัก พยายามปั้นหน้ายิ้มเป็นปกติ ถามเขาว่าไปอารมณ์เสียมาจากไหน ตนล้อเล่นแค่นิดเดียวก็โมโหซะแล้ว

    “เพราะเมื่อกี้พี่ได้ยินน้องจี๊ดเรียกชื่อไอ้ดิ่ง”

    “พี่เทวัญหูเฝื่อนแล้วล่ะค่ะ จี๊ดไม่ได้พูด”

    เทวัญซ่อนความไม่พอใจที่จี๊ดโกหกซึ่งหน้า ตัดพ้อว่า “พี่ขอโทษ...ช่วงนี้พี่รู้สึกไม่ค่อยดี แปลกๆ เหมือนพี่ถูกน้องจี๊ดกำลังเล่นละครหลอกพี่อยู่”

    จี๊ดใจหายวาบที่เทวัญเหมือนจะรู้ทัน เธอจัดแจงวางโน้ตบุ๊กและเอกสารลงแล้วเข้ามาคล้องแขนเทวัญ ส่งสายตาหวานฉ่ำ

    “เล่นละครหลอกพี่เทวัญด้วยการยอมแต่งงานด้วย ช่วยทำงานอย่างสุดความสามารถเนี่ยน่ะเหรอคะ จี๊ดลงทุนหลอกพี่เทวัญมากเกินไปหน่อยล่ะมั้ง แล้วจี๊ดจะทำไปทำไม ใครได้ประโยชน์ นอกจากพี่เทวัญคนเดียว”

    เทวัญนิ่งไปอย่างครุ่นคิด เริ่มไม่แน่ใจในความคิดของตน...จี๊ดลอบมอง ลุ้นให้เขาตายใจเพื่อแผนของตนจะได้ดำเนินต่อไป

    ooooooo

    แล้วเช้าวันใหม่ จี๊ดก็เดินเกมต่อเพื่อจับให้มั่นคั้นให้ตาย เธอจ้างวานยุพาแอบตามเทวัญแล้วถ่ายคลิปมาเป็นหลักฐาน เธออยากรู้ว่าเขาไปไหนทำอะไรกับใครบ้าง  อ้างว่าอยากให้ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอซื่อสัตย์กับเธอเพียงคนเดียว

    ยุพาเห็นแก่เงินค่าจ้างที่ได้มากกว่าเทวัญเป็นสองเท่า มีหรือเธอจะปฏิเสธ กระดี๊กระด๊าออกไปทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว เธอสะกดรอยตามไปจนเห็นเทวัญพูดคุยกับชายคนหนึ่งก่อนส่งซองเงินให้ แต่ชายคนนั้นสวมหมวกกันน็อกจึงหมดปัญญาที่เธอจะเห็นหน้าตาของเขาได้

    หลังจากชายคนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์จากไปแล้ว โพที่ซ่อนตัวในแท็กซี่มองมาจากอีกมุมก็รีบบอกคนขับรถให้ตามมอเตอร์ไซค์คัน นั้นไป เพราะมันคือไอ้ด้วงน้องชายของเขาเอง ส่วนยุพารีบกลับเข้าออฟฟิศนำคลิปที่แอบถ่ายไว้มาให้จี๊ด โดยบรรยายอย่างมันปากว่ากิ๊กของเทวัญเป็นผู้ชาย กอดจูบลูบคลำกันไม่อายใคร

    “เจ๊ยุพา ในคลิปนี่เห็นแค่พี่เทวัญยื่นซองให้เฉยๆ”

    “เจ๊ก็จินตนาการเอาหลังจากนี้ เวลาที่อยู่กันสองต่อสอง ไม่ใช่ที่สาธารณะแบบนี้ไงคะ”

    จี๊ดทำหน้าเอือมระอา ไล่ยุพาออกไปโดยไม่ยอมคืนมือถือให้ แล้วถ้าเธอบอกใครเรื่องนี้จะโดนไล่ออกสถานเดียว

    ด้านเทวัญ หลังสั่งงานด้วงแล้วเขาไปพบเงาะที่นัดมาอย่างกะทันหัน เงาะมาเพื่อบอกว่าตนกำลังท้องและต้องการให้เขารับผิดชอบ เทวัญไม่เชื่อแถมยังด่าเงาะอย่างหยาบคาย

    “แน่ใจเหรอว่าท้องกับฉัน อย่างเธอสำส่อนกับใครต่อใครบ้างจะไปรู้เหรอ หรือไม่ก็ไม่ได้ท้อง แต่อยากจะจับฉัน เลยตอแหล”

    เงาะสุดทนตบหน้าเขาอย่างแรง แต่เทวัญตบสวนแรงกว่าจนเงาะเซเกือบล้ม

    “อย่ามาอวดเก่งกับฉัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจก็อยู่ให้ห่างๆ สร้างเรื่องวุ่นวายเมื่อไหร่แกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่!”

    เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เทวัญเตะเข้าท้องเงาะแล้วจิกหัวขึ้นมาอย่างไม่ปรานี

    “ขี้อิจฉาอย่างแก มันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อว่าแกท้องจริงๆ”

    เขาเหวี่ยงเงาะออกไปแล้วเดินจากมาอย่างสะใจ เงาะเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ สบถด้วยความโกรธแค้น

    “ไอ้เทวัญ...ไอ้สารเลว!!!!”

    ooooooo

    ด้วงรับงานจากเทวัญให้ฆ่าดิ่งแลกกับเงินสองแสน ซึ่งด้วงปฏิบัติการในวันนี้เลย โดยไม่รู้ว่าโพแอบตามมาตลอด เมื่อด้วงถือปืนเข้าไปคุกคามจะทำร้ายดิ่งที่อยู่กับป๊อดในอู่ โพจึงรีบเข้าห้ามและตักเตือนด้วงไปหลายคำ แต่ด้วงไม่สนใจแถมด่าโพอย่างไม่นับญาติ

    นี่เองทำให้โพโมโหมากเตะต่อยด้วงจนเลือดสาด แต่ด้วงหาได้หยุดพฤติกรรมอันเลวทราม คว้าปืนที่พื้นขึ้นมายิงดิ่งจนนอนจมกองเลือด โดยที่โพกับป๊อดไม่ทันตั้งตัว

    “พี่ดิ่งตายแล้ว!!” ป๊อดอุทานเสียงหลง ด้วงกำลังวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ได้ยินชัด มันรีบบึ่งรถออกไปโดยเร็ว...

    หลังจากนั้นไม่นานการเสียชีวิตของดิ่งก็รู้ถึงหูยอดชาย ในขณะที่เทวัญอยู่หน้าบ้านจี๊ดก็ทราบจากด้วงทางโทรศัพท์แล้วเหมือนกัน

    “แกแน่ใจนะ ว่าไอ้ดิ่งมันตายแล้วจริงๆ” เทวัญถามย้ำ

    “ไม่แน่ใจแล้วผมจะติดต่อคุณเหรอ ไม่เชื่อพรุ่งนี้รออ่านข่าวได้เลย”

    “ดี...แล้วจะติดต่อเอาส่วนที่เหลือไปให้” เทวัญวางสายแล้วสะดุ้งเมื่อหันมาเจอจี๊ดยืนอยู่ข้างหลัง “น้องจี๊ด... มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่”

    “เมื่อกี๊เองค่ะ”

    “เข้าบ้านดีกว่าจ้ะ น้ำค้างลง เดี๋ยวไม่สบาย”

    จี๊ดไม่ทันขยับเดิน ป้าเพ็ญวิ่งออกมายื่นโทรศัพท์มือถือให้ บอกว่าคุณยอดชายโทร.มา...จี๊ดเดาว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพื่อนรักถึงรอไม่ได้

    เมื่อได้ฟังยอดชายแจ้งข่าวการตายของดิ่ง จี๊ดแทบช็อก พยายามประคองสติ เก็บโทรศัพท์ที่ทำหล่นขึ้นมามือไม้สั่น

    “น้องจี๊ด...ยอดชายบอกอะไร”

    “อ๋อ...ยอดบอกจี๊ดว่านายดิ่งถูกยิง...เสียชีวิต”

    “นายดิ่งน่ะเหรอ”

    “ใช่ นายดิ่งตายแล้ว...น่าใจหายนะคะพี่เทวัญ ไม่น่าเลย ถึงจะเกลียดขี้หน้ากันยังไงก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี จี๊ดขอตัวนะคะ ทำงานค้างไว้ ลาพี่เทวัญเลยนะคะ”

    จี๊ดผละไปทันที พยายามฝืนตัวเองไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น พอลับหลังเทวัญ น้ำตาจี๊ดร่วงราวทำนบแตก เธอเข้าห้องปิดประตูร่ำไห้คร่ำครวญอย่างหมดฟอร์ม

    “นายดิ่ง...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ฉันยังไม่ได้บอกความจริงนายเลยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่”

    ศุวิมลเองก็ช็อกไปครู่หนึ่งหลังทราบข่าวร้ายจากปากยอดชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เศกได้ยินเสียงศุวิมลกรีดร้องจึงเดินออกมาพร้อมมารศรี พอรู้ข่าวลูกชายตาย เศกถึงกับเข่าอ่อน ยอดชายกับศุวิมลต้องช่วยกันประคองเขาเข้าบ้าน ขณะที่มารศรีก็แทบหมดแรงยืน น้ำตาซึมด้วยความเสียใจ เพราะลึกๆเธอยังรักดิ่งอยู่

    ooooooo

    หลังจากทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดว่าตัวเองตาย ทั้งๆที่แค่โดนยิงบาดเจ็บและได้รับการรักษาจนออกจากโรงพยาบาลกลับมาอาศัย บ้านลุงแปลงเป็นที่พักฟื้น...ดิ่งไม่ค่อยสบายใจนัก แต่มันจำเป็นต้องทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

    สายวันนี้ ยอดชายที่ร่วมรู้เห็นก็เดินทางมาเยี่ยมดิ่ง พร้อมทั้งสาธยายเป็นคุ้งเป็นแควจนลุงแปลง โพ และป๊อดรู้สึกเหนื่อยแทน

    “รู้ไหมว่าผมต้องใช้ทักษะทางการแสดงมากแค่ไหน เวลาที่ไปแจ้งข่าวการตายของคุณให้ทุกคนรู้ แถมยังโกหกบ้านคุณอีกว่าคุณบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจัดงานศพ นี่ดีนะที่ตำรวจเจ้าของคดีเห็นด้วยกับคุณ ที่ให้ช่วยปกปิดจะได้สืบเบาะแสได้สะดวกขึ้น”

    “พูดซะยาว...เหนื่อยมั้ย” ดิ่งถามยิ้มๆ
    “มาก...แต่อะไรไม่เหนื่อยเท่า ถ้าวันหนึ่งต้องเล่าความจริงให้น้องสาวคุณฟัง เห็นอนาคตตัวเองเลย”

    “ผมไม่มีทางเลือก ผมไม่อยากให้มารศรีรู้อะไรทั้งนั้น เพราะเรื่องต้องถึงนายเทวัญแน่ สองคนนั่นติดต่อกันอยู่...แล้วคุณพ่อผมเป็นยังไงบ้าง”

    ขณะที่ดิ่งฟังยอดชายเล่าถึงอาการของเศกอยู่นั้น... นายเศกกำลังนั่งซึมอยู่ที่บ้าน เขาหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่กล่าวโทษตัวเอง

    “ผมขับไล่ไสส่งลูกไปตาย ผมต่างหากที่เป็นคนทำให้เขาตาย”

    เศกเสียใจอย่างหนัก มารศรีกลัวตัวเองจะร้องไห้ตามไปด้วย เธอมองเขาอย่างแค้นใจแต่ทำเป็นพูดปลอบประโลม

    “คิดได้ตอนนี้มันก็สายไปแล้วค่ะ ยังไงคุณดิ่งก็ไม่ฟื้น...ไม่ทานข้าว ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆแล้วกันนะคะ ยังไงคุณก็ต้องทานอะไรรองท้องเสียหน่อย”

    มารศรีไม่รอคำตอบ ลุกไปผสมยาพิษลงในเครื่องดื่มมากกว่าทุกครั้งแล้วสั่งแม่บ้านเอาไปให้เศกกิน เพราะตนมีธุระด่วนต้องจัดการ

    ooooooo

    ที่บ้านลุงแปลง ดิ่งนั่งซึมหลังฟังยอดชายเล่าว่าเศกเสียใจมากเมื่อทราบข่าวลูกชายเสียชีวิต ดิ่งคิดมากว่าตัวเองทำให้อาการป่วยของพ่อทรุด ยอดชายจึงให้กำลังใจ

    “เอาน่าคุณดิ่ง...อีกไม่นานทุกคนก็จะได้รู้ความจริง ถึงเวลานั้นคุณก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวแล้ว”

    “ขอบคุณครับคุณยอด ขอบคุณทุกคน ลุงแปลง ป๊อด”

    “พักให้สบายเถอะคุณดิ่ง ถือซะว่าบ้านลุงก็เหมือนบ้านคุณ”

    “ก็ดีนะพี่ดิ่ง ป๊อดถือว่าป๊อดได้มาเที่ยวด้วย แม่บอกไม่ต้องรีบกลับ ให้อยู่นานๆ”

    “คงขี้เกียจเลี้ยงแกน่ะสิ แกต้องอยู่กับฉัน อย่าไปเพ่นพ่านที่ไหน ระวังไอ้มือปืนมันจะมาเก็บ ฐานรู้เห็นเหตุการณ์”

    พูดแล้วดิ่งหันไปที่โพ ถามว่าได้ข่าวด้วงบ้างไหม โพบอกว่าไม่มีใครเห็นมันกลับไปที่ห้องอีกเลย คงหนีไปกบดาน

    “นายก็ระวังๆตัวไว้บ้างนะโพ ขอโทษด้วยที่ชีวิตนายต้องไม่ปลอดภัยเพราะฉัน”

    “อย่างมากก็แค่เจ็บ ยังไงไอ้ด้วงมันก็ไม่กล้าฆ่าฉันหรอก”

    “ทุกคนพักอยู่ที่นี่จนกว่าคุณดิ่งจะหายดี ส่วนผม ลุงแปลง และโพคงต้องไปทำงานตามปกติ และทำตัวปกติ” ยอดชายสรุป แต่ยังไม่เดินตามคนอื่นๆออกไป เขาถามหยั่งเชิงดิ่ง “ไม่อยากรู้เหรอว่าจี๊ดเป็นยังไงบ้าง...เมื่อรู้ว่าคุณตาย”

    “คงสะใจและดีใจใช่ไหม”

    คำตอบเศร้าๆของดิ่งทำเอายอดชายถอนใจเฮือก หนักใจแทนจริงๆ ในขณะเดียวกัน จี๊ดอยู่ออฟฟิศ เธอไม่ได้สะใจหรือดีใจอย่างที่ดิ่งคิดเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังเศร้าสร้อย ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รัตนาแอบมองด้วยความเป็นห่วง ก่อนตัดสินใจเข้ามาทักและเปิดทางให้ว่า

    “คุณจี๊ดมีอะไร...คุยกับดิฉันได้นะคะ เสียใจก็คือเสียใจ คิดถึงก็คือคิดถึง คุณจี๊ดปิดดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ”

    จี๊ดน้ำตาร่วงเผาะ รัตนารีบจูงมือเธอไปหามุมสงบคุยกัน จี๊ดเหมือนคนสับสนคิดไม่ตก พูดออกมาอย่างเลื่อนลอย

    “ไม่รู้เป็นอะไร...ฉันอยากร้องไห้ จริงๆแล้วฉันควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีคนลวงโลกคนนั้นอยู่บนโลกนี้”

    “เชื่อแน่เหรอคะ ว่าคุณดิ่งเป็นคนลวงโลก”

    “เชื่อสิ ฉันมั่นใจ”

    “แล้วทำไมต้องอยากร้องไห้”

    “ฉันคงดีใจมากจนปลื้มปีติ น้ำตานี้คือน้ำตาแห่งความปีติ เธอไม่เคยเป็นเหรอ”

    “นี่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจค่ะ เสียใจมาก คิดถึงมาก ทรมานมาก”

    “เพ้อเจ้อ ไม่จริง!”

    “คุณจี๊ดคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่คะ”

    จี๊ดชะงักเล็กน้อยกับคำถามนี้ ทำไขสือว่าทำอะไร รัตนาจึงเข้าประเด็น ถามว่าทำไมถึงแต่งกับเทวัญในเมื่อไม่ได้รักเขา จี๊ดฟังแล้วสะอึก โดนแทงใจดำจนอึ้งไป

    ในเวลานั้นเอง อีกมุมหนึ่งในออฟฟิศ เงาะซึ่งทนไม่ได้ที่เทวัญกับจี๊ดจะแต่งงาน จึงมาปรากฏตัวเพื่อแฉความเลวร้ายของเทวัญให้จี๊ดรู้ ใจดีพยายามห้ามแต่เงาะไม่ฟัง เอะอะเอ็ดตะโรจนเริ่มเป็นที่สนใจของพนักงาน โดยเฉพาะยุพาจอมสอดรู้ ถึงขนาดเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิป

    ขณะที่เงาะยังโวยวาย เทวัญก้าวมาเผชิญหน้า เขาท้าทายให้เธอแฉมาเลย เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครหน้าไหนเชื่อคำพูดของเพื่อนทรยศอย่างเธอ

    เจอแบบนี้เข้า เงาะถึงกับอึ้งงันไปเหมือนกัน

    “พูดสิ พูดเลย...ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ไปตามยามมาลากตัวนังนี่ออกไป” เทวัญทิ้งท้ายแล้วผละไปทันที เงาะกรี๊ดอย่างไม่พอใจ ยืนยันจะไม่ไปไหนถ้ายังไม่ได้พบกับจี๊ด

    รัตนากับจี๊ดยังคุยกันอยู่ที่เดิม จี๊ดยอมเปิดใจมากขึ้นเมื่อรัตนาจับความรู้สึกของเธอได้

    “ฉันกำลังรู้สึกดีกับนายดิ่ง...หลังจากที่ฉันได้สัมผัสตัวตนของเขา เขาเป็นคนเอาใจใส่และดูแลฉัน ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยที่มีเขาอยู่ใกล้ ฉันเจ็บหรือปวดก็นอนใจได้ว่าอีกไม่นานก็หาย เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้ฉันทรมาน ฉันดีใจที่ฉันจะมีคนดีๆเป็นเพื่อนอีกคน...

    แต่แล้ว...ก็ไม่ใช่”

    “แต่...”

    “แต่นายดิ่งเป็นคนดีใช่ไหม ส่วนพี่เทวัญเป็น

    คนเลว ฉันก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ ฉันถึงต้องพิสูจน์ ฉันต้องการรู้ว่า...”

    เธอพูดไม่ทันจบ พนักงานหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่าเงาะมาอาละวาดต้องการพบคุณจี๊ด... รัตนาจึงรีบร้อนไปพร้อมกับจี๊ด เป็นจังหวะที่เงาะถูกยามลากตัวออกมาหน้าออฟฟิศ โดยมีใจดีตามติดเพราะเป็นห่วงเพื่อน ส่วนยุพายังตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปตลอดเวลา

    จี๊ดสั่งให้ยามปล่อยเพื่อนของตน แต่เงาะสวนจี๊ดทันควันว่า “ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอ”

    “เงาะ แกบ้าไปแล้วเหรอ เราสามคนเป็นเพื่อนกันนะ” ใจดีไกล่เกลี่ย

    “เคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันเป็นเมียของพี่เทวัญ ไม่ได้เป็นเพื่อนเธอ”

    ทุกคนครางฮือ จี๊ดตกใจรู้สึกชาไปทั้งตัว

    “เธอมันโง่จริงๆนะจี๊ด เชื่อเหรอ...เชื่อในสิ่งที่เขาแก้ตัวกับเธอเหรอ ว่าฉันอิจฉาเธอจนกุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด ฉันจะยอมแลกความเป็นเพื่อนกับเธอด้วยเรื่องนี้เหรอ”

    “คุณจี๊ดคะ เข้าข้างในดีกว่าค่ะ” รัตนาคว้าแขนจี๊ด

    “แหม...นังองครักษ์พิทักษ์เมียน้อย เอ๊ะ ลืมไปว่าเธอก็เมียน้อย ทำไม? จะไปติวความเป็นเมียน้อยมืออาชีพว่าควรทำตัวยังไงเวลากินน้ำใต้ศอกน่ะเหรอ”

    เงาะหยาบคายจนรัตนาทนไม่ไหวตบหน้าเธอฉาดใหญ่ “สำหรับการดูถูกลูกผู้หญิงด้วยกัน...ยาม เอาตัวออกไป ถ้าไม่สำเร็จฉันจะรายงานท่านประธานว่าไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้”

    “ครับผม” ยามเข้ามารวบตัวเงาะ ใจดีสนับสนุนให้ลากไปเร็วๆ ไม่ต้องปรานี เงาะดิ้นรนไม่สิ้นฤทธิ์ ตะโกนลั่น

    “แกมันโง่! ถูกมันหลอกใช้ โง่กันทั้งบ้าน”

    จี๊ดเจ็บปวด รู้สึกเสียหน้ามากกว่าเสียใจ...เทวัญยืนมองอยู่ห่างๆ สีหน้าเคียดแค้นชิงชังเงาะอย่างที่สุด แต่ตอนนี้เขาต้องเร่งหาทางแก้ตัวกับจี๊ดให้ได้ก่อน พอเขาตามไปถึงห้องทำงานกลับถูกจี๊ดไล่อย่างสุภาพว่าเธออยากอยู่คนเดียว

    เทวัญทั้งเครียดทั้งเซ็ง เย็นนั้นเลยไปดื่มที่ผับแล้วเจอมารศรีมึนเมาอยู่ก่อน มารศรีเห็นเทวัญก็ของขึ้น คว้าแก้วเหล้าสาดใส่หน้าเขาจนผู้คนใกล้เคียงแตกตื่น

    เทวัญโกรธแต่พยายามใจเย็น ถามว่า “เป็นบ้าอะไรของคุณ”

    “ฉันรู้ว่าดิ่งตายเพราะคุณ คุณมันเลว อำมหิต”

    “เราสองคนก็ไม่ได้ต่างกันหรอกมารศรี”

    “ฉันไม่เหมือนคุณ อย่างน้อยฉันก็ยังมีหัวใจที่จะรักคนอื่น แต่คุณมันรักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง ถุย!!”

    เทวัญหมดความอดทนทำท่าจะตบมารศรี แต่ต้องชะงักเมื่อเธอเชิดหน้าท้าทาย

    “เอาสิ แล้วจะได้เห็นว่าฉันจะเอาคืนคุณยังไงได้บ้าง...กลับไปนอนหนาวได้เลย ฉันเอาคืนคุณแน่โทษฐานที่คุณทำลายหัวใจของฉัน” ท่าทีจริงจังของมารศรีทำให้เทวัญแอบหวั่น หนาวๆร้อนๆขึ้นมาเหมือนกัน

    ooooooo

    หลังจากเมาแอ๋ออกจากผับ มารศรีแอบไปยั่วยวนทันวิทย์น้องชายของเทวัญจนมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เธอยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเทวัญ แต่ลึกๆก็คึกคักที่ได้นอนกับเด็กหนุ่ม ไม่น่าเบื่อเหมือนคนแก่เจ็บออดๆแอดๆอย่างนายเศก

    มารศรีกลับเข้าบ้านกลางดึกเห็นเศกนั่งเหม่อลอย แก้วเครื่องดื่มที่ตัวเองใส่ยาลงไปจำนวนมากก็ยังวางอยู่ข้างๆ พอได้ยินเศกบ่นถึงดิ่ง อยากตายแทนลูก มารศรีก็เกรี้ยวกราดด้วยความโมโหและเสียใจ

    “ใช่! คนที่ควรจะตายคือคุณ ไม่ใช่ดิ่ง...อยากตายนักใช่มั้ย” พูดขาดคำเธอหันไปหยิบแก้วเครื่องดื่มมากรอกปากเศก “กินเข้าไป จะได้ตายสมใจ...กินเข้าไป”

    เศกบ่ายเบี่ยงไม่อ้าปากแล้วปัดแก้วตกแตก ศุวิมลวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน มารศรีไม่ตอบแต่มองสองพ่อลูกดวงตาวาวโรจน์ก่อนสะบัดหน้าเดินหนีไป ศุวิมลกอดปลอบพ่อด้วยความสงสาร เศกเฝ้ามองแต่แก้วเครื่องดื่มที่หล่นแตกกระจาย รู้สึกติดใจกับคำพูดแปลกๆของมารศรีที่พยายามยัดเยียดให้กิน

    ครั้นวันรุ่งขึ้น เศกจึงแอบตามหมอเวทย์มาที่บ้านโดยกำชับศุวิมลห้ามบอกใครเรื่องนี้ โดยเฉพาะมารศรีห้ามให้รู้เด็ดขาด แต่ดิ่งที่พรางตัวมาสอดส่องเพราะเป็นห่วงพ่อเห็นหมอเวทย์หายเข้าไปในบ้านก็ยิ่งวิตกกังวล

    มารศรีเกือบจะได้เข้าไปในห้องเศกที่หมอเวทย์กำลังตรวจอาการ ถ้าศุวิมลมาขัดขวางไว้ไม่ทัน สองคนโต้เถียงกันอีกตามเคย แต่คราวนี้มารศรีด่าแรงจนศุวิมลหน้าชา ถึงกับออกปากไล่ออกจากบ้าน

    “หูหนวกหรือไง ทำไมไม่ไปให้พ้นๆสักที”

    “ไม่ได้หูหนวก แต่ไม่สนใจ”

    “เลว!” โดนด่าแต่มารศรีกลับหัวเราะร่า ศุวิมลเลยว่า ไม่ใช่แค่เลวแต่ยังบ้าอีกต่างหาก

    “คุณอ่านคนไม่เก่งเลยนะคุณศุ เก่งแต่ในตำรา แต่สอบตกวิชาชีวิตจริง จะบอกอะไรให้นะ คุณไม่รู้จักฉัน...มีอะไรอีกมากที่คุณยังไม่รู้”

    “แค่นี้ฉันก็ขยะแขยงเธอเต็มทน ต้องการอะไรกันแน่ หรือจะรอให้พ่อฉันง่อยเปลี้ย จะได้สวมรอยปลอมพินัยกรรมฮุบสมบัติมาเป็นของตัวเอง”

    มารศรียิ้มเยือกเย็น...หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายแล้วกดบันทึกเสียง  ศุวิมลตกใจ

    ถามทันที “ทำอะไรของเธอ”

    “อัดเสียงเธอไว้ไง...เป็นหลักฐานที่ฉันจะใช้ฟ้องเธอข้อหาหมิ่นประมาท กัดฉันไม่เลิก ฉันก็จะกัดเธอไม่ปล่อย”

    มารศรีเดินนวยนาดจากไป ทิ้งศุวิมลยืนอึ้งคาดไม่ถึง...ดิ่งแอบมองอยู่ไม่ไกล กลุ้มใจที่บ้านร้อนเป็นไฟ ที่สุดเขาตัดสินใจออกมาปรากฏตัวต่อหน้าน้องสาว ตอนแรกศุวิมลไม่เชื่อนึกว่าโดนผีพี่ชายหลอก แต่พอจับต้องเนื้อตัวเขาสักครู่ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

    หลังฟังพี่ชายเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ศุวิมลหน้าซีดอุทานออกมา “ถึงกับฆ่าแกงกันเลยเหรอ ทำไมใจคออำมหิตโหดเหี้ยมได้อย่างนี้”

    “พี่ไม่รู้ว่าทำไมไอ้ด้วงถึงต้องการจะฆ่าพี่ จะว่า ความแค้นส่วนตัวก็ไม่น่าถึงขนาดนั้น”

    “ก็ใครล่ะที่แค้นพี่มาก คนนั้นแหละ”

    “ก็มีอยู่คนเดียว”

    “นายเทวัญ...ซึ่งเขากำลังจะแต่งงานกับคุณจี๊ด พี่ดิ่งรู้ไหม คุณจี๊ดกลายเป็นคนละคนหลังจากที่รู้ว่าพี่ตาย”

    “ยังไง?” ดิ่งนิ่วหน้าแปลกใจ...

    ooooooo

    จี๊ดมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่เจตนาจนได้รับตำแหน่งผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ทั้งที่ตำแหน่งนี้เทวัญหมายตาและไขว่คว้าอยู่ตั้งนาน

    เทวัญไม่พอใจแต่แสร้งยิ้มแย้มยินดีกับจี๊ด พูดให้เธอสบายใจว่า “จะพี่หรือน้องจี๊ดทำก็เหมือนกัน เพราะเราสองคนมีหน้าที่ช่วยงานท่านด้วยกันทั้งคู่ แสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ ว่าที่เจ้าสาวคนเก่งของพี่”

    “ขอบคุณค่ะ”

    “มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะจ๊ะ”

    “ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อได้โอนให้คุณรัตนามาเป็นผู้ช่วยจี๊ดแล้ว”

    รัตนาตกใจเพราะไม่รู้ตัวมาก่อน กระทั่งเห็นจี๊ดส่งซิกให้ยอมรับ เธอจึงยิ้มรับบางๆ

    “จี๊ดขอคุณพ่อไว้ คุณรัตนาเป็นคนที่คุณพ่อไว้ใจมากที่สุด จี๊ดจึงอยากได้คุณรัตนามาอยู่ข้างๆ”

    “แล้วพี่น่าไว้ใจน้อยกว่าคุณรัตนาหรือไงจ๊ะ”

    “จี๊ดไม่ได้พูดอย่างนั้นนะคะ พี่เทวัญร้อนตัวทำไม”

    “น้องจี๊ดเป็นอะไรไป เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับพี่”

    “จี๊ดก็เป็นจี๊ดอย่างนี้ล่ะค่ะ เอาแน่เอานอนไม่ได้เหมือนเดิม พี่เทวัญก็รู้จักจี๊ดดีนี่คะ เอ๊ะ หรือว่าพี่เทวัญร้อนตัวร้อนใจกลัวว่าจี๊ดจะไม่ไว้ใจ”

    “เปล่าจ้ะ” เทวัญยิ้มกลบเกลื่อน...รัตนาแอบยิ้มพอใจที่จี๊ดตอบโต้อย่างชาญฉลาด

    เทวัญไม่พอใจที่ตนถูกลดความสำคัญลงเรื่อยๆ เดินหน้าตึงกลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง เป็นจังหวะที่ด้วงโทร.เข้ามือถือเขาพอดี ด้วงทวงเงินค่าจ้างฆ่าดิ่งและยื่นคำขาดด้วยว่าต้องได้วันนี้ ทำให้เทวัญโกรธมากคว้าปืนเตรียมออกไปยังสถานที่นัดหมายด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

    แต่ขณะที่เทวัญรีบร้อนไปขึ้นรถนั้น ไม่รอดพ้นสายตายอดชาย ท่าทีลุกลี้ลุกลนของเทวัญทำให้ยอดชายสงสัย รีบโทร.ปรึกษาดิ่ง ก่อนจะนัดกันตามเทวัญไปโดยมีโพร่วมทีมไปด้วยอีกคน

    แต่เมื่อไปถึงโพรู้ว่าดิ่งนำกำลังตำรวจมาด้วยก็ไม่อยากให้ด้วงต้องรับโทษหนัก จึงแกล้งส่งเสียงดังให้ด้วงรู้ตัว ด้วงเลยหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด เหลือแต่เทวัญที่เผชิญหน้ากับพวกดิ่งด้วยความตกใจ

    “ไอ้ดิ่ง!!

    “ใช่...ผมเอง ผมยังไม่ตาย”

    เทวัญปรับสีหน้าท่าทีเป็นปกติแล้วจะเดินหนี แต่ถูกดิ่งกับยอดชายดักหน้าไว้

    “คิดเหรอว่าผมจะเชื่อว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่นายด้วงตั้งใจจะฆ่าผมให้ตาย” ดิ่งยิงตรงจนเทวัญชะงัก ขณะที่ยอดชายก็ว่าโจรที่ไหนมันจะยอมรับว่ามันเป็นโจร

    “ไหนล่ะหลักฐาน” เทวัญหัวหมอ ยอดชายเจ็บใจโพล่งขึ้นว่าตำรวจจับไอ้ด้วงได้เมื่อไหร่แกไม่รอดแน่ เทวัญย้อนอย่างไม่สะทกสะท้าน “แล้วจับได้หรือยัง”

    “พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกเป็นคนสั่งให้ไอ้ด้วงทำ” ยอดชายปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อเทวัญ ดิ่งรีบห้ามยอดชาย ย้ำว่าเราไม่มีหลักฐานจริงๆอย่างที่เขาพูด

    “ฉันแค่บังเอิญมาอยู่ผิดที่ผิดเวลา อย่ามาปรักปรำ”

    “แล้วแกมาที่นี่ทำไม”

    “มาเดินเล่น...จบมั้ย” เทวัญตอบกวนๆ แล้วลอยนวลจากไปด้วยเสียงหัวเราะหึๆ

    “อีกไม่นานหรอก...นายเทวัญ!!” ดิ่งคำราม...สองมือกำมือแน่นด้วยความแค้นสุดๆ

    ooooooo

    คืนนั้น เทวัญกลับที่พักด้วยความไม่สบายใจ แถมยังต้องมาเจอเรื่องอุบาทว์ทำให้หัวเสียยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อน้องชายตัวเองกำลังเริงสวาทอยู่กับมารศรีตัวแสบ

    เทวัญโกรธมากดุด่าทันวิทย์และตบตีมารศรีอย่างรุนแรงโดยที่ทันวิทย์ก็ช่วยเหลือเธอไม่ได้...ได้แต่ร่ำร้องว่าตนรักมารศรี เรารักกัน

    “ถุย! ไอ้ไก่อ่อน แกเชื่อนังผู้หญิงสาธารณะ

    คนนี้เหรอ”

    “แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉัน” มารศรีโวยวาย

    “เหรอ แล้วใครที่มีสิทธิ์ ไอ้ดิ่งเหรอ ไปสิ มันฟื้นขึ้นมาจากหลุมแล้ว มันยังไม่ตาย ได้ยินไหมมันยังไม่ตาย”

    “อะไรนะ!” มารศรีตื่นตะลึง

    “ไปสิ...ไปให้มันด่า ผัวเก่าเธอน่ะมันยังไม่ตาย”

    “ดิ่งยังไม่ตาย ดิ่งยังไม่ตาย” มารศรีพูดระรัวด้วยความดีใจ เทวัญได้ทีหันไปบอกน้องชาย

    “ดูหน้ามันซะ ผัวเก่ามันยังไม่ตาย มันดีใจขนาดไหน แกมันโง่!”

    “ไม่จริง!” ทันวิทย์ผวาเข้ามากอดขามารศรีที่กำลังจะจากไป “ไม่จริง...คุณไม่ได้หลอกผม คุณบอกว่าคุณรักผม เรารักกัน”

    “ปล่อยฉันนะ” มารศรีสะบัดขาหนี เทวัญเห็นแล้วยิ่งโกรธ กระชากแขนมารศรีอย่างแรง

    “แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จะปล่อยให้เธอกลับไปหาไอ้ดิ่งง่ายๆได้ยังไง”

    “จะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ”

    “น้องฉันมันยังได้ชิมเธอเลย ตอนนี้ก็ถึงตาฉันบ้าง”

    มารศรีทั้งด่าทั้งดิ้นรนขัดขืน ทันวิทย์ก็ขอร้องพี่ชาย แต่เทวัญไม่ฟังอะไรทั้งนั้น สวนกลับอย่างหยาบคาย

    “ถอยไป นังนี่มันก็กะหรี่ดีๆนี่เอง ไปปกป้องมันทำไม แกเอามันได้ ฉันก็เอาได้” ว่าแล้วเขาลากเธอเข้าห้องปิดประตูดังปัง ทันวิทย์ไม่กล้าเข้าไปห้ามยามที่พี่ชายบ้าเลือด ได้แต่ทรุดลงร่ำไห้อย่างหมดท่า

    ooooooo

    ค่ำวันเดียวกัน ศุวิมลโทร.หาดิ่งที่ยังอาศัยอยู่บ้านลุงแปลงเพื่อบอกข่าวหลังจากหมอเวทย์ตรวจอาการของพ่อแล้ว

    “คุณพ่อหัวใจอ่อนแอมาก เหมือนโดนยาพิษสะสมทำลายการทำงานของหัวใจมาสักพักหนึ่งแล้ว”

    “มารศรี...” ดิ่งพูดออกมาด้วยความมั่นใจ

    “ก็คงจะมีแต่ผู้หญิงคนนั้นที่ทำได้ พี่ดิ่งเอาไงดี จับไม่ได้คาหนังคาเขาไม่มีทางที่เขาจะสารภาพ”

    ดิ่งนิ่งไปอย่างครุ่นคิด หลังจากนั้นเขาตัดสินใจไปพบจี๊ดที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์โดยบอกผ่านมาทางรัตนา...จี๊ดตะลึงไม่คาดคิดว่าดิ่งยังมีชีวิตอยู่ เธอสวมกอดเขาแน่นด้วยความดีใจ รัตนาเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะปรับความเข้าใจกันได้จึงเลี่ยงออกมาเงียบๆ

    “ทำไมต้องสร้างเรื่องโกหกว่านายตาย”

    “ผมต้องการพิสูจน์บางอย่าง”

    “ปรากฏตัวออกมาแบบนี้ แสดงว่าสิ่งที่นายต้องการพิสูจน์สำเร็จแล้ว” ดิ่งตอบทันทีว่ายัง “อ้าว...บอกฉันได้ไหมว่ามันเรื่องอะไร”

    “ผมยังบอกอะไรคุณไม่ได้”

    “ทำไม โกรธฉันเหรอ...ฉันขอโทษ...จริงๆแล้วฉันเข้าใจสถานการณ์นายแล้วนะ ที่นายโกหกฐานะและตัวตนที่แท้จริงของนาย ฉันรู้ว่านายเป็นคนดี นายไม่ได้ตั้งใจหลอกฉัน...นาย...”

    “ไม่ต้องพูดแล้ว แค่คุณเข้าใจผม...ผมก็พอใจแล้ว”

    “แค่นี้เองเหรอ ไม่ได้ต้องการอะไรจากฉันมากกว่านี้เหรอ”

    “มีอะไรที่คุณจะให้ผมได้อีก”

    “นายจะให้ฉันพูดจริงๆเหรอ  แค่นี้นายยังดูไม่ออกอีกเหรอ”

    “คุณจี๊ด ผมมาเพื่อจะบอกคุณว่า...”

    จี๊ดลุ้นระทึก ใจเต้นโครมครามคิดว่าเขาจะบอกรัก แต่กลายเป็นว่าเขาอวยพรให้เธอโชคดี

    “หมายความว่าไง ฉันไม่เข้าใจ”

    “อีกไม่นานหรอก คุณจะเข้าใจเอง” ดิ่งบรรจงจูบหน้าผากเธอ พร้อมกับบอกลา...

    “เดี๋ยวก่อน ฉันไม่เข้าใจ มันหมายความว่าอะไร นายดิ่ง...เดี๋ยวก่อนสิ”

    จี๊ดร่ำร้องและวิ่งตาม ดิ่งจำใจทำร้ายจิตใจเธอด้วยการหันมาประกาศกร้าว

    “ต้องให้พูดตรงๆใช่มั้ย ได้! ต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งกับผม เราต่างคนต่างอยู่”

    จี๊ดช็อก!! น้ำตาร่วงร้าวรานใจ ยืนตะโกนด่าเขา อยู่ตรงนั้น “ไอ้คนบ้า...ไอ้คนบ้า...ไอ้คนบ้า!!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:09 น.