ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ณัฐ นวลแพง

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ศรัณยา จำปาทิพย์

สมพรร้องกรี๊ดเมื่อรู้ว่าปัทม์หายไปจะออกไปตามหา บอกเดวิดว่าให้เขาอยู่ที่บ้านแล้วสมพรก็ไปบอกครูอัญกับหนูตุ่น ครูอัญปลอบว่าตอนนี้ปัทม์ยังไม่เป็นอะไรเราต้องช่วยกันคิดว่าเขาจะทำอะไร เขาจะไปที่ไหน

หนูตุ่นอ่านจดหมายลาของปัทม์ที่เขียนว่า “ผมคิดว่าผมคงย้ายตัวเองไปอยู่กับแม่แล้ว” นึกได้บอกว่า

“หนูรู้แล้วว่าพี่ปัทม์อยู่ที่ไหน” แล้วพุ่งออกไปทันที วิ่งไปจนถึงกำแพงวัดที่บรรจุเถ้ากระดูกของคนที่ตายไปแล้ว เห็นปัทม์นั่งพนมมืออยู่หน้าที่เก็บเถ้ากระดูกของลินจง หนูตุ่นพรวดเข้าไปยื่นจดหมายลาให้ปัทม์ดู

“หมายความว่ายังไง”

“หมายความอย่างที่เห็นนั่นแหละ”

“หนูตุ่นไม่คิดเลยว่าคนที่ชีวิตผ่านอะไรมาเยอะอย่างพี่ปัทม์จะคิดสั้นขนาดนี้” ปัทม์ถามว่าจะให้ตนทำยังไง ตนคิดถึงแม่ “เขาไปสบายแล้ว พี่ต้องอยู่ แล้วสร้างชีวิตของพี่ต่อไป”

“จะสร้างไปทำไม ในเมื่อไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่อใคร”

หนูตุ่นถอนใจเฮือก ถามว่ารู้ไหมตนมาพูดกับพี่ปัทม์เพื่ออะไร ปัทม์ลุกเดินหนีไม่อยากฟัง หนูตุ่นเดินตาม ปัทม์เดินหนีไปกี่ก้าวหนูตุ่นก็เดินตามทุกก้าว และพูดไม่หยุด

“ถ้าพี่ปัทม์ตายไป พี่ปัทม์ไม่คิดเหรอว่าหนูตุ่นจะเป็นยังไง” ปัทม์บอกว่าหนูตุ่นคงเสียความรู้สึกหรือไม่ก็เสียใจไปตลอดชีวิต “พี่ปัทม์คิดผิดแล้วค่ะ หนูตุ่นจะลืมมันและก็คิดว่ามันคือวันที่แย่วันหนึ่งเท่านั้น หนูตุ่นมีอะไรต้องทำอีกเยอะเพื่อคนอื่น การที่หนูตุ่นมาขอร้องให้พี่มีชีวิตอยู่ตอนนี้เพราะหนูตุ่นเป็นห่วงพี่นะ เสียดายความมุ่งมั่น ความสามารถที่พี่ปัทม์มี”

“มีแล้วไม่รู้จะทำเพื่อใครไง”

“ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เพื่อใครก็ให้คิดว่าอยู่เพื่อทำประโยชน์อะไรสักอย่างให้กับโลกใบนี้ได้ไหม”

ปัทม์เล่าถึงตอนนี้แล้วนิ่งไป ก่อนพูดอย่างประทับใจว่า

“เป็นอีกครั้งที่คำพูดเป็นชุดๆของหนูตุ่นกระแทกเข้าไปในสมองผม ผมไม่เคยคิดเรื่องการทำประโยชน์ให้ใครนอกจากทำให้แม่ผม...พูดตรงๆนะ ตอนนั้นสติผมมันแย่ขนาดที่ว่าตั้งใจจะฆ่าตัวตายแต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนดี”

“ตอนนั้นถ้าคุณตรีชวามาขอร้อง ท่านจะเป็นยังไงต่อไปคะ”

“คงไม่เรียนหนังสือ ออกมาทำงานเลย” นักข่าวแปลกใจถามว่าไม่คิดฆ่าตัวตายอีกหรือ “มันสองจิตสองใจอยู่นะ ถ้าจะทำก็ทำเลยไม่มานั่งเขียนจดหมายลาใครก่อนมานั่งสารภาพผิดกับแม่ที่กำแพงวัดหรอก”

“หรือจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว” ตรีชวาเสริม

“ก็เป็นไปได้ ฮอร์โมนวัยรุ่นมันพลุ่งพล่าน” แล้วปัทม์ก็โอบตรีชวาไว้แนบกาย “แต่ต้องขอบคุณคนนี้เลย สิ่งที่เขาพูดกับผมเวลานั้น มันเปลี่ยนโลกของผมไปอีกแบบเลย”

ฟังหนูตุ่นแล้ว ปัทม์หยิบมีดและกระปุกยาทิ้ง หนูตุ่นถามว่าทำไมมันเยอะอย่างนี้

“พี่แค่อยากแน่ใจว่าพี่ได้ตายจริงๆ” หนูตุ่นติงว่าทิ้งไว้แบบนี้เดี๋ยวคนมาเห็นเก็บไปฆ่าตัวตายอีกหรอก แล้วหนูตุ่นก็เก็บใส่ถุงไปทิ้งถังขยะ

ปัทม์ขอบคุณหนูตุ่นที่ช่วยชีวิตตนไว้ หนูตุ่นบอกว่าพี่เคยช่วยหนูตุ่นไว้ ปัทม์ถามว่า

“ถ้าพี่ไม่เคยช่วยหนูตุ่นไว้ล่ะ”

“ก็ปล่อยให้พี่ตายๆไปเลย...เราเจ๊ากันแล้วนะ”

ปัทม์มองหน้าหนูตุ่นบอกว่าเราคงต้องช่วยเหลือกันไปอีกนานเนอะ หนูตุ่นยิ้มพยักหน้า

พอดีครูอัญกับสมพรวิ่งเข้ามาในวัด ปัทม์มองผู้ใหญ่ทั้งสอง หนูตุ่นบอกให้ไปขอโทษน้าพรกับแม่เพราะพี่ทำให้เขาสองคนไม่สบายใจ

ปัทม์รีบไปกราบขอโทษสมพรกับครูอัญอย่างซาบซึ้ง ทั้งสามกอดกันกลม หนูตุ่นถอนใจยาวเหมือนตัวเองได้ทำภารกิจใหญ่บางอย่างสำเร็จแล้ว

นักข่าวที่มาสัมภาษณ์ถามตรีชวาว่าทำไมถึงมั่นใจว่าคุณปัทม์จะไม่คิดสั้นอีก

“คนอย่างเขาไม่ยอมจำนนกับอะไรง่ายๆ แต่ไม่ว่าหัวใจจะแข็งแกร่งขนาดไหน ก็ต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอบ้าง จิตใจมันถึงจะแข็งแรงขึ้น”

“แล้วหลังจากนั้น คุณปัทม์ก็แข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้เลยหรือคะ”

“ยังสิคะ นี่เพิ่งเป็นบทเรียนแรกๆของพี่ปัทม์เขา จากความอ่อนแออีกไม่รู้กี่ครั้งที่เขาต้องเผชิญค่ะ”

ตรีชวามองปัทม์ที่กำลังทักทายผู้มาร่วมงานอย่างมีชีวิตชีวา เหมือนคนมีไฟ มีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

ooooooo

ปัทม์ยังคงเล่าชีวิตในช่วงนั้นต่อไปจากความทรงจำ ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ

“ผมกับน้าพรอยู่ในภาวะเดียวกัน เรายังทำใจไม่ได้กับการจากไปของแม่ การที่ยังมีชีวิตอยู่ในบ้านที่แม่ถูกทำร้ายมันแวบเข้ามาในหัวเสมอ”

จนวันหนึ่งสมพรบอกปัทม์ว่าตนอยากย้ายออกจากบ้านนี้ปัทม์จะว่ายังไง ปัทม์บอกว่า “น้าพรไปไหนตนก็ไปด้วย เพราะถ้าเรายังอยู่ที่นี่ เราจะจมอยู่กับความสูญเสีย ภาพของแม่ตอนถูกทำร้ายจะวนเวียนมาหาเราทุกครั้ง...แล้วน้าพรคิดจะย้ายไปอยู่ที่ไหนครับ”

สมพรไม่ตอบ แต่พาปัทม์ไปที่บ้านเดวิดในถนนเล็กๆแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ปัทม์ถามว่าน้าพรจะมาอยู่กับเดวิดที่นี่หรือ สมพรบอกว่าเราจะแต่งงานกัน เราจะอยู่ที่นี่สักพักแล้วจะหาที่สักแปลงทำไร่ทำสวนกัน บอกปัทม์ว่าเราจะอยู่ที่นี่กันก่อนนะ ปัทม์เกรงใจเพราะตนไม่ใช่ลูกหลาน สมพรบอกว่าแต่เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ เดวิดรู้ว่าปัทม์เป็นหลานน้าเขาก็รักปัทม์เหมือนกัน

ปัทม์เล่าแทรกให้นักข่าวฟังว่ามีคนนินทามากมายว่าน้าพรกับเดวิดเจอกันที่บ้านป้าอบ เดวิดเป็นลูกค้าน้าพร...แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย น้าพรเจอเดวิดตอนที่เดวิดโดนไอ้พวกเดนมนุษย์มันหลอกมาปล้น เดวิดเลยหนีเข้ามาขอความช่วยเหลือที่นั่น

วันนั้นป้าอบคิดว่าสมพรโชคดีได้ลูกค้าฝรั่ง แต่พอพวกคนร้ายตามมาถามว่ามีฝรั่งวิ่งเข้ามาในนี้ไหม

ป้าอบจึงรู้และช่วยเดวิดไว้ ด่าพวกคนร้ายว่าถ้าชอบไม้ป่าเดียวกันก็ไปที่อื่นเลยที่นี่ไม่มี พวกมันเลยถอยไป

เมื่อช่วยเดวิดปลอดภัยจากพวกปล้นแล้ว สมพรถามว่าเขาพักที่ไหนตนจะไปส่งแต่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง สมพรจึงเอาเงินให้บอกให้นั่งแท็กซี่กลับเองก็แล้วกัน เดวิดซึ้งใจมากกอดขอบคุณจนสมพรเขิน

ปัทม์เล่าเหตุการณ์เวลานั้น แล้วเล่าต่ออย่างปลื้มใจไปกับสมพรว่า

“ตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ของน้าพรกับเดวิดก็ดีขึ้นเรื่อยๆ น้าพรโชคดีที่เจอฝรั่งที่รักเมืองไทย รักน้าพรรักอย่างหมดใจ”

แล้วเล่าถึงชีวิตตัวเองว่า

“ผมอยู่ห้องเช่านี้มาได้สักระยะหนึ่ง แล้วรู้สึกจริงๆ ว่าที่นี่ไม่เหมาะกับผมเลย แม้ว่าเดวิดกับน้าพรจะดีกับผมมากแค่ไหน...จริงๆแล้วเหตุผลหลักของผมที่ย้ายออกจากบ้านน้าพรคือ ผมรู้สึกว่าน้าพรกำลังสร้างครอบครัวของน้าพรเอง น้าพรได้สามีที่ดีและมีฐานะมั่นคง คงจะประคับ ประคองชีวิตผู้หญิงที่โดนเหยียดหยามดูถูกมาตลอดชีวิตได้”

ooooooo

ปัทม์ในวันนี้เล่าว่าตนตัดสินใจถือกระเป๋าเดินเข้าไปลาสมพรกับเดวิด เพราะอยากสร้างมันด้วยมือของตัวเองเหมือนกัน ตอนนั้นได้ให้เหตุผลกับน้าพรว่า ตนกับน้าพรไม่ได้มีสายเลือดอะไรกันเลย ตนตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิดแล้ว

วันนั้นน้าพรให้เงินมาบอกว่าเป็นเงินที่แม่เก็บเอาไว้ให้ปัทม์ใช้ในยามฉุกเฉิน และถ้ามีปัญหาอะไรอยากให้ปัทม์รู้ว่าที่นี่คือบ้านของปัทม์เหมือนกัน

ปัทม์ขอบคุณน้าพร เดินออกจากบ้านไปตามทางที่สองข้างทางเป็นทุ่งนา เดินมาหยุดหยิบเงินที่แม่ฝากน้าพรไว้ให้ออกมาดู และวันนี้ปัทม์บอกนักข่าวในห้องว่า

“ผมจะเก็บเงินก้อนนี้เป็นเครื่องเตือนใจในการดำเนินชีวิตของผม”

ปัทม์เล่าว่า พอออกจากบ้านน้าพร ก็มาอาศัยอยู่บ้านหลังเล็กในบริเวณบ้านครูอัญ ซึ่งได้คุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่า ปัทม์มาอยู่ก็จะได้ช่วยครูอัญขายของและที่สำคัญครูอัญอยากให้ปัทม์ช่วยดูแลหนูตุ่นด้วย

พอหนูตุ่นรู้ก็ร้องเย้ๆๆๆๆ ดีใจจนกระโดดโลดเต้น จนครูอัญถามว่าทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วย

“ก็ดีใจสิแม่ พี่ปัทม์จะได้มาอยู่ด้วยกัน ตอนเช้าก็ไปส่งหนูตุ่นที่โรงเรียน ตอนเย็นมาช่วยหนูตุ่นทำขนมด้วย” ปัทม์ติงว่าตนยังไม่ได้ตกลงเลย “ไม่รู้ละ พี่ปัทม์ต้องอยู่ที่นี่ หนูตุ่นกับแม่จะดูแลพี่แทนป้าจงเอง”

ปัทม์แกล้งพูดว่าถ้าดูแลต้องดูแลไปตลอดชีวิตเลยนะ หนูตุ่นตอบเสียงใสว่าแน่นอน จะดูแลพี่ปัทม์ไปจนแก่ตายเลย ปัทม์บอกเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะวันนึงหนูตุ่นก็ต้องแต่งงานกับคนที่หนูตุ่นรัก

“หนูตุ่นไม่แต่งหรอก หนูตุ่นจะดูแลพี่ปัทม์จะทำไม” หนูตุ่นทำเชิดอย่างท้าทาย จนครูอัญบอกปัทม์ว่า

“อย่าไปถือสาเด็กแก่แดดอย่างหนูตุ่นเลยนะปัทม์”

หนูตุ่นค้อนแม่อย่างขัดใจ ปัทม์หัวเราะขำกิริยาเด็กๆของหนูตุ่น

ปัทม์ในวันนี้ยังเล่าว่า นับแต่นั้น...

“ชีวิตใหม่ บ้านใหม่ของผม เริ่มขึ้นเช้าวันนั้น และทำต่อเนื่องมาถึง 3 ปี”

ooooooo

3 ปีต่อมา ปัทม์เรียนมหาวิทยาลัยปี 4 และหนูตุ่นเรียนปี 3 ทั้งสองเดินไปมาบนถนนสายเดิมจนเพื่อนๆ แซวว่าพี่ชายมาส่งทุกวัน บางคนบ่นอยากมีพี่ชายบ้าง บางคนก็ว่าบอกมาตรงๆดีกว่าว่าพี่ชายหรือแฟน

ปัทม์ฟังแล้วตะขิดตะขวงใจ จึงเดินเลี่ยงไป

“ปากพวกแกก็นี่นะ ดูสิพี่เขาเดินม้วนไปแล้ว ขอโทษแทนอีพวกนี้ด้วยนะหนูตุ่น” เพื่อนอีกคนบ่น แต่หนูตุ่นไม่สนใจ

ooooooo

วันนี้ปัทม์เจอรสสุคนธ์สาวสวยเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันจึงชวนให้ซ้อนท้ายจักรยานไปด้วยกัน รสสุคนธ์ถามปัทม์ว่าจบแล้วจะไปทำงานที่ไหน ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอมาจนถึงตึกเรียนของหนูตุ่น

หนูตุ่นลงมาเห็นพอดีปรี่เข้าขวางรถจักรยานของปัทม์จนรสสุคนธ์ตกใจ หนูตุ่นสีหน้าไม่พอใจต่อว่าปัทม์ที่มารับช้า ปัทม์บอกแค่ 5 นาทีเอง แล้วแนะนำให้รู้จักกับรสสุคนธ์ หนูตุ่นเอ่ยสวัสดี ปัทม์บอกให้ไหว้พี่เขาด้วย หนูตุ่นไหว้อย่างเสียไม่ได้

“ได้ยินเรื่องหนูตุ่นมานาน วันนี้เพิ่งมาเจอตัวเป็นๆ” รสสุคนธ์ทักมองอย่างเอ็นดู

“เรื่องอะไรคะพี่”

“เรื่องที่ปัทม์มีน้องสาวสวยน่ะสิ...ไปก่อนนะปัทม์ พรุ่งนี้เจอกัน”

ปัทม์มองตามรสสุคนธ์ไปจนหนูตุ่นแกล้งเอามือมาโบกตรงหน้าถามว่า

“ชอบเขาเหรอ”

“ก็น่ารักดี คนนี้ไงที่พี่เคยเล่าให้ฟังว่าสนิทที่สุด”

“สนิทที่สุด” หนูตุ่นทำเสียงล้อเลียน “เชอะ! เป็นแฟนกับเขาเมื่อไหร่คงได้ลืมน้องสาวคนนี้”

“ไปเหอะ...กลับบ้าน” ปัทม์ตัดบทอย่างไม่ถือเป็นอารมณ์

วันนี้...ปัทม์ช่วยครูอัญขายของอยู่หน้าร้านก็ได้รับโทรเลขจากสมพรว่า

“เดวิดกลับกะทันหัน น้าอยู่คนเดียว ว่างแล้วมาหาน้าหน่อย...น้าพร”

ปัทม์บอกนักข่าวในห้องที่กำลังติดตามเรื่องราวอยู่อย่างติดพันว่า

“หลังจากที่ผมย้ายมาอยู่บ้านครูอัญไม่นาน น้าพรก็ย้ายไปอยู่กับเดวิดที่เชียงราย บ้านเกิดของน้าพร...

น้าพรโชคดีมากที่เดวิดซื้อที่ให้น้าพรทำไร่ทำสวนอยู่บ้านเกิดของน้าพร นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเยี่ยมน้าพรที่นี่”

สมพรทักว่าปัทม์ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก หล่อและดูดีมากเลย

สมพรขอบใจปัทม์ที่มาอยู่เป็นเพื่อน พาปัทม์ชมสวนสมุนไพรบอกว่าน้าปลูกเอง เอาไปขายที่ตลาดบ้าง มีคนมาซื้อถึงที่บ้าง แม้รายได้ไม่เยอะ แต่ก็สบายใจดี

สมพรเอาน้ำต้มอัญชันให้ปัทม์ดื่มแก้กระหาย บรรยายสรรพคุณทั้งดอก ใบ และรากของอัญชันมากมายจนปัทม์บอกว่า สรรพคุณเยอะขนาดนี้ตนเชื่อแล้วว่าทำไมน้าพรถึงต้องกินน้ำพวกนี้

“กลับไปคราวนี้น้าจะให้สูตรไปต้มกินเองที่บ้านครูนะ”

ปัทม์ถามสมพรว่าทำไมไม่ไปอยู่เมืองนอกกับเดวิด สมพรบอกว่ายังไม่อยากไปเพราะยังมีอะไรที่ต้องทำอยู่ที่นี่ ปัทม์ถามว่าสมุนไพรหรือ แล้วเดวิดเข้าใจน้าหรือเปล่า

“เขาเข้าใจน้ามากๆเลย เขาทำให้ความฝันของน้าเป็นจริง เขาบอกว่าถ้าเขาเกษียณจากการทำงานแล้วมีเงินพอแล้ว เขาก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขารัก”

ปัทม์บอกว่าน้าพรโชคดีมากเลย สมพรก็ดีใจที่ปัทม์เรียนใกล้จบแล้ว

“ขอบคุณน้ามากเลยครับที่ดูแลผมเป็นอย่างดีมาตลอดหลังจากแม่เสียไป”

“น้าเต็มใจที่ได้ทำแบบนี้ และเต็มใจที่จะทำต่อไปจนกว่าจะเห็นความสำเร็จของปัทม์”

ปัทม์ถามว่าแม่บอกให้น้าพรดูแลตนถึงขนาดนี้เลยหรือ สมพรไม่ตอบแต่ถามว่า

“แล้วปัทม์ล่ะ อยู่กับครูอัญเป็นยังไงบ้าง”

ปัทม์วันนี้เล่าชีวิตในช่วงนั้นให้นักข่าวฟังว่า

“3 ปีที่ผมมาอาศัยครูอัญอยู่ ผมช่วยครูอัญ

ทำงานทุกอย่างในร้านเป็นการตอบแทนการให้ที่อยู่ ที่กินช่วยดูแลหนูตุ่น ช่วยหนูตุ่นทำขนม ทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความหวังดีที่ทุกคนมอบให้ชีวิตผม ส่วนน้าพร กลายเป็นคนที่ช่วยเหลือผม ไปๆมาๆน้าพรก็มาช่วยผมในเรื่องทุนการศึกษาจนผมเรียนจบและก็เป็นจุดเริ่มต้นของการที่เป็นผมในทุกวันนี้...”

ปัทม์เล่าถึงการที่สมพรสอนให้ต้มสมุนไพรขายเพราะลงทุนน้อย ปัทม์เห็นว่าต้มตะไคร้ อัญชัน เก๊กฮวย ขายก่อนน่าจะดีเพราะคนคุ้นเคย สมพรบอกว่าที่นี่มีสมุนไพรหลายชนิด เอาไปเถอะมันแลกเป็นเงินกลับมาทั้งนั้น

“ทำไมน้าถึงมั่นใจว่าต่อไปคนจะมาซื้อกิน”

“ตอนนี้สุขภาพต้องมาก่อน การกินการอยู่นี่สำคัญมากแล้วบ้านเมืองมันก็เจริญขึ้นทุกวัน ผู้คนไม่มีเวลามาต้มกินเองกันหรอก”

ปัทม์อยู่เป็นเพื่อนสมพรจนกระทั่งวันกลับ สมพรออกมาส่งเป็นเพื่อนรอรถรับจ้าง ปัทม์เล่าว่า

“ผมอยู่เป็นเพื่อนน้าพรได้อาทิตย์นึง เดวิดก็กลับมา ผมกลับกรุงเทพฯพร้อมกับสมุนไพรหลายชนิดที่น้าพรใส่กล่องให้ผมลองใช้มันทำมาหากิน”

กลับมาถึงกรุงเทพฯ ปัทม์ต้มน้ำสมุนไพรแช่ในตู้แช่เป็นแก้วๆ ทั้งน้ำตะไคร้ อัญชัน และเก๊กฮวย คนที่ผ่านไปมาซื้อแต่น้ำเก๊กฮวยดื่ม ปัทม์ถามว่ารสชาติเป็นไงบ้าง บางคนก็ว่าหวานไป บางคนก็ว่าจืดไป ปัทม์ฟัง แล้วกระซิบถามหนูตุ่นว่า “จะตามใจลูกค้าคนไหนดีเนี่ย” แล้วหัวเราะกันเอง

พอกลางคืนมาสรุปยอดขาย ปัทม์บอกว่าขายวันแรกก็เหลือบานเลย ครูอัญบอกว่าคนส่วนมากเขาต้มกินเองที่บ้านมากกว่า เป็นครูก็ต้มกินเอง ไม่เปลืองเงิน คุ้มกว่ากันเยอะ

“ทำไมพี่ปัทม์ถึงคิดมาขายน้ำสมุนไพร” หนูตุ่นสงสัย

“ทุกวันนี้เมืองขยาย และจะขยายไปเรื่อยๆ ต่อไปจะไม่มีใครต้มสมุนไพรกินกันเองแล้ว เพราะเขาต้องการความสะดวก”

“จริงหรือ” ครูอัญถาม

“ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ แล้วคนเริ่มห่วงสุขภาพกันมากขึ้น น้ำสมุนไพรจะเข้ามาแทนที่น้ำอัดลม คนจะกินน้ำสมุนไพรมากขึ้น”

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่ปัทม์จะคิดไปไกลมาก หนูตุ่นคิดไม่ออกเลยนะเนี่ย”

“แต่วันนี้มันก็ขายไม่หมดอยู่ดี” ปัทม์พูดขำๆขื่นๆ

“วันนี้ไม่สำเร็จ มันก็ต้องสำเร็จเข้าสักวันแหละ เชื่อลุง” พฤกษ์ให้กำลังใจ

ปัทม์เล่าถึงการขายน้ำสมุนไพรให้นักข่าวฟังว่า

“วันแรกขายได้แค่สองแก้ว ขายทั้งอาทิตย์ไม่ได้เลย ไม่มีคนกิน ขายมาครบเดือนต้องเททิ้งแล้วดื่มที่ขายไม่หมด ผมควรจะไปขายอะไรที่ง่ายกว่านี้หรือเปล่า??”

เมื่อขายไม่ออก ปัทม์กับหนูตุ่นก็ดื่มเองบ้าง รดต้นไม้บ้าง

วันนี้ปัทม์เทน้ำเก๊กฮวยจากหม้อต้มใส่แก้วให้ตัวเองและหนูตุ่น ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนต้องเอามือลูบท้อง ปัทม์ยกแก้วสุดท้ายขึ้น บอกหนูตุ่นอย่างมุ่งมั่นว่า

“พี่ขอให้การดื่มน้ำจากการขายไม่ออกพวกนี้เป็นครั้งสุดท้าย”

“หมดแก้ว!”

ปัทม์กับหนูตุ่นยกแก้วกระดกรวดเดียว แล้วทำท่าคว่ำแก้วให้เห็นว่าหมดแก้วแล้ว

ooooooo

เพราะน้ำสมุนไพรขายไม่หมด ขายไม่ได้มาเป็นอาทิตย์ ปัทม์กับหนูตุ่นจึงต้องทั้งกินกันเองและรดต้นไม้

คืนนี้ปัทม์กับหนูตุ่นจึงเปลี่ยนกลยุทธ์การขายใหม่เป็นแจกฟรี

“น้ำกระเจี๊ยบครับ แจกฟรีครับ”

“แจกฟรีค่ะพี่”

ทั้งสองส่งเสียงเจื้อยแจ้ว กระนั้นก็ยังไม่มีใครสนใจ พอลุงคนหนึ่งรับไปดื่มก็ดีใจ ปัทม์ถามนอบน้อมว่ารสชาติใช้ได้ไหมครับ ลุงบอกว่าแก้วนี้รสเปรี้ยวมากเสียหรือเปล่า ปัทม์รีบเอามาชิม

“เอ่อ...สงสัยจะเสียครับ ขอโทษครับ”

“จำไว้นะไอ้หนู ทำการค้าต่อให้แจกฟรี เอ็งก็ไม่ควรเอาของที่กำลังจะเน่าเสียมาแจกให้คนกิน เพราะคนเขาจะจำน้ำร้านเอ็งรสชาติแบบนี้”

ปัทม์ไหว้ทั้งขอโทษและขอบคุณลูกค้าอย่างจริงใจ

ชาวบ้านมารับแจกน้ำกระเจี๊ยบดื่มมากขึ้น บางคนก็กระเซ้าเย้าแหย่ประสาคนคุ้นเคย แต่บางคนก็ถามแรงหยอกแรงว่า สองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า พอปัทม์บอกว่าเปล่าก็เหน็บว่าดีแล้ว อย่าเป็นคนกินบนเรือนขี้รดหลังคา มันไม่ควร ปัทม์บอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้นกับน้อง

แต่พอเช้านี้ พอปัทม์กับหนูตุ่นเดินผ่านร้านกาแฟ ได้ยินลูกค้าในร้านกาแฟพูดมาเข้าหูว่า

“โรแมนติกจังเลยนะโว้ย เป็นลูกกะหรี่อยู่ดีๆ ข้ามขั้นไปเป็นลูกเขยครูซะแล้ว ฮ่าๆๆ” อีกคนถามว่าใคร คนนั้นตอบเสียงดัง “ลินจงไง!” แล้วทั้งสามคนก็หัวเราะกันครื้นเครง

“พี่พูดแบบเมื่อกี๊อีกทีซิ” ปัทม์หยุดกึกแล้วเดินเข้าไปพูด หนูตุ่นพยายามดึงแขนปัทม์ไม่ให้เข้าไป แต่ชายสามคนยังคะนองปากพูดถึงลินจงอย่างดูถูกว่าทุกคนเคยมากันทั้งนั้น ซ้ำยังถามหยอกกันเองว่า “แกคงไม่ใช่พ่อมันใช่ไหม” แค่นั้นปัทม์ก็เกือบทนไม่ได้แล้ว ซ้ำอีกคนยังดูถูกว่า

“ลูกกะหรี่ ต่อให้แต่งตัวดียังไงมันก็เป็นได้แค่ลูกกะหรี่ ไม่ข้ามไปเป็นอย่างอื่นได้หรอก”

ปัทม์ทำท่าเหมือนจะเดินเลี่ยงไป ฉับพลันก็หันกลับต่อยเปรี้ยงเดียวคนปากเสียก็ร่วงไปวัดพื้น เพื่อนอีกสองคนพยายามแยกปัทม์ออก คนในร้านกาแฟตกใจเอะอะกันโวยวาย

เรื่องถึงโรงพัก คนปากเสียที่โดนต่อยให้การว่า ตนแค่แซวเล่นๆมันดันจริงจัง หนูตุ่นโต้ว่าตนรู้สึกว่าไม่ใช่แค่แซว ร้อยเวรถามว่าจะเอายังไง ชายปากเสียบอกว่า เห็นว่ายังเด็กแค่ไหว้ขอโทษตนก็จบ

“ว่าไง...ยอมไหม” ร้อยเวรถามปัทม์

“พี่ปัทม์ อย่าทำอย่างนั้น คนมันตั้งใจจะหาเรื่องมาด่าเราแล้วยังต้องไปขอโทษอีกเหรอ”

“ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบสิ” ชายปากเสียยืนยัน

“ครูไม่รู้ว่าใครเริ่มอะไรก่อน แต่เราทำให้เขาเจ็บยังไงเราเป็นฝ่ายผิด ขอโทษเขาซะ” เสียงครูอัญแทรกขึ้น ปัทม์ยืนนิ่งอย่างตัดสินใจ ครูอัญจึงยกมือไหว้ชายปากเสีย “ฉันขอโทษแทนเด็กๆแล้วกัน ขอโทษด้วย ฉันผิดเองที่สั่งสอนเขาไม่ดี”

ทั้งหนูตุ่นและปัทม์ตกตะลึง หนูตุ่นถามว่าทำไมแม่ต้องทำอย่างนี้ด้วย ครูอัญไม่ตอบแต่พูดเชิงปราม

ชายปากเสียว่า “แล้วอย่ามายุ่งกับเด็กพวกนี้อีก”

เวลานั้นปัทม์ไม่เข้าใจ แต่วันนี้ปัทม์พูดกับนักข่าวในห้องสัมภาษณ์ว่า

“ผมมารู้ภายหลังว่าจริงๆแล้วครูอัญปกป้องผม ปกป้องจากประวัติไม่ดี ผมรู้สึกผิดมากๆที่ไม่ยอมแต่แรก ...ผมละอายใจตัวเองที่ทำเรื่องไม่เป็นเรื่องจนกลายเป็นเรื่องใหญ่...ผมกลัวว่าคนจะมองผมคิดกับหนูตุ่นไปไกลกว่าพี่น้อง ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมกับหนูตุ่นห่างกันไปเรื่อยๆ...”

ooooooo

เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกันให้เป็นที่ครหา จากที่เคยไปเรียนและกลับพร้อมกันทุกวัน วันนี้ปัทม์ก็ให้หนูตุ่นไปเองอ้างว่าไม่สบาย แต่พอตกเย็นหนูตุ่นเห็นปัทม์ที่ทางกลับบ้านก็วิ่งตามไปเรียก แต่ปัทม์รีบเดินหนี

หนูตุ่นวิ่งตามไปจนทันเอามือแตะไหล่อย่างสนิทสนมปัทม์ก็ปัดมือทิ้ง หนูตุ่นถามว่ากลัวใครเขาเข้าใจว่าเราเป็นแฟนกันหรือ ปัทม์ตอบห้วนๆว่าเปล่า พอถามว่าไม่สบายหายแล้วหรือ ก็บอกว่าหายแล้ว แล้วรีบเดินห่างออกไป หนูตุ่นตามเซ้าซี้ก็ถามว่า

“ทำไมต้องทำเหมือนกับว่า...เราเป็นแฟนกันเลย...หรือเป็นความต้องการของหนูตุ่น เราเป็นเพื่อนกันนะเข้าใจไหม” ปัทม์เสียงดังจนหนูตุ่นหน้าเสียแล้วยังเดินสวนทางกับหนูตุ่นไป

“พี่ปัทม์เป็นอะไร ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย”

หนูตุ่นน้ำตาซึม มองตามปัทม์ไปอย่างไม่เข้าใจ

แต่พอปัทม์ไปเจอรสสุคนธ์ เธอถามว่าเป็นอะไรเดินใจลอย ตนเรียกหลายทีก็ไม่ได้ยิน เล่าให้ฟังได้ไหม

เมื่อเจอคนสนิท ปัทม์เล่าความอึดอัดให้ฟังว่า คนแถวนั้นนินทากันว่าตนอยู่บ้านครูอัญเพราะหวัง

ลูกสาวเขา ทั้งที่ตนไม่เคยคิดอะไรเลย ตนกับหนูตุ่นรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ตนมองหนูตุ่นเป็นน้องสาวมาตลอด มีเสียงอย่างนี้ตนกลัวน้องกับครูอัญจะเสียหาย

ปัทม์ยังเล่าความไม่สบายใจที่ครูอัญไหว้ขอโทษคนที่มีเรื่องด้วยแทนตน ตำหนิตัวเองว่าแย่จริงๆ

รสสุคนธ์ถามว่าปัทม์อึดอัดที่จะอยู่บ้านนั้นต่อไปใช่ไหม ปัทม์ถามว่า “เราควรทำยังไงดี”

“ง่ายๆ  มันก็มีสองทาง  อดทนอยู่ต่อไปหรือย้ายออก ถ้าปัทม์ย้ายออกครูอัญเขาจะว่าอะไรไหม”

ปัทม์บอกว่าครูอัญมีบุญคุณกับตนมาก แต่ถ้าอยู่ต่อไปคนก็จะหาว่าตนเกาะบ้านนี้กิน รสสุคนธ์ถามว่าปัทม์อยากมีชีวิตของตัวเองใช่ไหม แนะนำว่าถ้าปัทม์ได้งานทำเมื่อไหร่ก็ออกมาหาที่อยู่ของตัวเอง

“แล้วครูอัญเขาจะไม่โกรธเราใช่ไหม เพราะตั้งแต่แม่เราเสียไปครูอัญเขาก็ดูแลเรามาตลอด”

“โกรธทำไมล่ะ ในเมื่อปัทม์โตแล้ว”

“ขอบคุณมากนะรส เรารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” ปัทม์คลายกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

วันต่อมาปัทม์กว้านซื้อหนังสือพิมพ์เพื่อหางานโดยเฉพาะที่ระบุว่า “จบ ป.ตรี” และ “ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์” แล้วสุ่มไปสมัคร 5-6 ที่ ล้วนแต่ตอบกลับมาว่า “แล้วจะติดต่อกลับไป”

ไปเจอบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม ปัทม์เดินเข้าไปเห็นผู้สมัครหญิงกำลังถูกสัมภาษณ์ ปัทม์ไปต่อคิวจนมาถึงแต่เจ้าหน้าที่กลับเรียกหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเข้าไป ปัทม์ถามว่าคิวตนไม่ใช่หรือ พนักงานบอกให้รอสักครู่ ให้ผู้หญิงสัมภาษณ์เสร็จก่อน

ปัทม์นั่งรอ มองไปเห็นผู้หญิงอีกหลายคน แต่...ไม่มีผู้ชายเลย

เมื่อเจอรสสุคนธ์ เธอถามว่าไปสมัครงานเป็นยังไงบ้าง ปัทม์บอกว่ามีแต่รอเขาเรียกอย่างเดียว ดูแล้วท่าจะชวด รสสุคนธ์ถามว่าจะลองไปสมัครงานบริษัทที่ตนสมัครไหม สมัครไว้ก่อนเผื่อโชคดีได้ทำงานด้วยกัน

รสสุคนธ์พาปัทม์ไปสมัครงานบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารที่เธอไปสมัครไว้ บอกว่าผู้จัดการเป็นเพื่อนพี่ชาย ถ้ามีความสามารถงานนี้ปัทม์ก็คงไม่พลาดแล้วชวนไปหาอะไรกินกัน ปัทม์บอกว่าเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง

วันนี้หลังเลิกเรียนแล้วหนูตุ่นรีรอปัทม์เพื่อกลับด้วยกัน จนเพื่อนๆถามว่าหนูตุ่นกับปัทม์คิดกันแบบไหนแน่ ตัวติดกันตลอดเลย หนูตุ่นกระชากเสียงตอบว่า “พี่น้องกัน!!”

เพื่อนถามว่าจริงเหรอ เพื่อนผู้ชายต่างไม่กล้าจีบหนูตุ่นเพราะเรื่องนี้แหละ บอกหนูตุ่นให้กลับไปเถอะป่านนี้ปัทม์คงถึงบ้านแล้วล่ะ

คืนนี้ปัทม์กลับไปเจอหนูตุ่นนั่งรออยู่ หนูตุ่นถามว่าจะกลับก่อนทำไมไม่บอกปล่อยให้หนูตุ่นรอจนเย็น

ปัทม์บอกว่าตนมีธุระรีบไปคุยกับเพื่อนเลยลืมบอก หนูตุ่นถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าเพราะหลายวันมานี้พี่ปัทม์เปลี่ยนไปมากดูห่างเหินไป และไม่ใช่ห่างเหินหนูตุ่นคนเดียวแต่ห่างเหินกับคนในบ้านหลังนี้ หนูตุ่นขอโทษถ้าทำให้พี่อึดอัดใจ

ปัทม์เดินเลี่ยงไปไม่พูดอะไรเลย ทิ้งให้หนูตุ่นยืนเหวออยู่ตรงนั้น

เช้าวันต่อมาปัทม์ก็ได้รับจดหมายแจ้งรับเข้าทำงานจากบริษัทที่รสสุคนธ์พาไปสมัคร เขาดีใจมากเอาจดหมายไปให้รสสุคนธ์ดูที่มหาวิทยาลัยและขอบคุณที่เธอช่วยแนะนำ รสสุคนธ์โผกอดปัทม์แสดงความยินดี ปัทม์กอดตอบด้วยความดีใจโดยไม่สนใจสายตาใคร

เลิกเรียนแล้วปัทม์ไปส่งรสสุคนธ์พอถึงซอยเข้าบ้านรสสุคนธ์บอกส่งแค่นี้ก็พอแล้วโบกมือลากัน ยิ้มและมองปัทม์ด้วยแววตาที่มากกว่าเพื่อน

ปัทม์ส่งรสสุคนธ์แล้ววิ่งกลับบ้านเพื่อไปบอกข่าวดีนี้แก่ครูอัญ เจอสมพรที่หน้าเศร้าหมองอยู่กับครูอัญ ปัทม์ดีใจทักทายสมพรถามว่าจะมาทำไมไม่บอกก่อนแล้วเดวิดเป็นยังไงบ้าง

ปัทม์จึงรู้ว่าเดวิดเสียไปแล้ว เสียไปทั้งครอบครัวจากพายุทอร์นาโดที่พัดถล่ม ปัทม์เสียใจสงสารสมพรมากแอบเก็บจดหมายที่ได้งานไว้ในกระเป๋า

คืนนี้เมื่อปลอบสมพรจนหลับไปแล้ว ครูอัญออกมาบอกปัทม์ว่าตอนนี้สมพรเหลือตัวคนเดียวจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไงต่อกับชีวิต ลูกก็ไม่มี เกริ่นว่า

“ครูว่าสมพรคงจะอยากให้ปัทม์ไปอยู่เป็นเพื่อนที่โน่น”

ปัทม์ตัดสินใจบอกครูอัญว่าตนสมัครงานไว้หลายที่ยังไม่รู้ว่าจะได้งานหรือเปล่า

“ดีแล้วล่ะ ถ้าปัทม์ได้งานก็คงไปอยู่โน่นไม่ได้แน่ๆ” ปัทม์บอกว่าตนเป็นห่วงน้าพร “สมพรเขาอาจจะอยู่ได้ก็ได้ เขาต้องดีใจแน่ถ้ารู้ว่าปัทม์ได้งาน รอให้เขาดีขึ้นแล้วค่อยคุยกันดีกว่านะ”

เมื่อครูอัญเข้าไปห้องนอนหนูตุ่นก็ถามว่า

“ลูกรู้หรือยังว่าพี่ปัทม์อาจจะต้องไปอยู่กับน้าพร”

หนูตุ่นตอบงอนๆว่าไปก็ดีตนจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับพี่เขาบ่อยๆ ครูอัญถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร หนูตุ่นบ่นว่าไม่รู้เหมือนกันแต่พี่เขาอารมณ์ขึ้นๆลงๆ

ครูอัญบอกว่าครั้งนี้พี่เขาอาจต้องไปอยู่นานเลย หนูตุ่นบอกว่าไปอยู่นานๆเลยก็ดีจะได้เลิกทำตัวงี่เง่า

“เรานี่ก็แปลกคน ลองพี่เขาไปจริงๆแม่อยากจะรู้ว่าจะเป็นยังไง”

“หนูตุ่นไม่เป็นไรหรอกค่ะ จะดีใจด้วยซ้ำ” ตอบงอนๆแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือทำเป็นไม่สนใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา หนูตุ่นกับครูอัญจะไปเรียนและไปสอนแล้ว ปัทม์บอกว่าวันนี้ตนจะอยู่ดูแลน้าพรเองไม่อยากให้แกอยู่คนเดียว

พอครูอัญกับหนูตุ่นไป ปัทม์เห็นสมพรนั่งกินข้าวเช้าเหงาๆก็รินน้ำไปให้ ถามว่าอร่อยไหม สมพรบอกว่าทำใจไม่ได้จริงๆกับการจากไปอย่างกะทันหันของเดวิด แต่พอเริ่มตั้งสติได้ก็มาหาปัทม์

ปัทม์ถามว่าน้าพรจะทำยังไงต่อไป สมพรถามว่าปัทม์อยากไปอยู่กับน้าที่เชียงรายไหม เพราะตอนนี้น้าก็ไม่มีใครแล้ว ถ้าปัทม์ไปอยู่ด้วยจะได้ช่วยน้าทำสวน

ปัทม์ลำบากใจมาก แต่ก็ตัดสินใจบอกว่าตนเพิ่งได้งานกำลังจะเริ่มเดือนหน้า สมพรผิดหวังแต่ก็ขอกอดแสดงความยินดีที่ปัทม์ได้งาน ชื่นชมจากหัวใจว่า

“คนเก่งของน้า ถ้าแม่รู้แม่ต้องดีใจมากๆแน่เลย”

ปัทม์กล้ำกลืน ทั้งที่รู้ว่าน้าพรไม่เหลือใครแล้ว แต่ตนก็ได้งาน ความหวังที่จะสร้างอนาคตของตนพอดี...

เย็นนี้สมพรเตรียมอาหารมื้อเย็นไว้เต็มโต๊ะบอกว่าเลี้ยงที่ปัทม์ได้งาน หนูตุ่นจึงรู้ว่าปัทม์ได้งานแล้ว ตัดพ้อว่าไม่เห็นบอกกันเลย ปัทม์บอกว่าตนเพิ่งได้รับจดหมายเมื่อวานเอง เลยยังไม่ทันบอก

ครูอัญแสดงความยินดีด้วย ชมว่าเก่งมาก นี่ถือว่าได้งานเร็วมาก หนูตุ่นก็ดีใจด้วยถามว่าจะเริ่มงานเมื่อไหร่ เงินเดือนเท่าไหร่

“เหลือเข้าไปคุยรายละเอียด ต้นเดือนก็น่าจะเริ่มได้เลย เงินเดือนก็น่าจะประมาณ 2,000”

หนูตุ่นเผลอว่ากำลังงอนอยู่ ร้องตื่นเต้นว่าได้ตั้งเยอะแน่ะ รวยแล้วอย่าลืมเลี้ยงหนูตุ่นบ้างนะ ปัทม์มองถามขำๆว่าหายงอนแล้วเหรอ หนูตุ่นนึกได้เลยทำหน้าง้ำกลับมางอนตามเดิม

“มาๆ มากินข้าวกัน มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง เลี้ยงฉลองให้หลานรัก” สมพรตัดบทชวนทุกคนนั่งกินข้าวกันอย่างอบอุ่นเป็นครอบครัวเดียวกัน

ooooooo

แต่ปัทม์ยังคิดเครียดกับการตัดสินใจของตน ครูอัญถามขณะปัทม์ล้างจานอยู่ว่าเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมไม่ดีใจเท่าไหร่เลย

ปัทม์บอกว่าตนเครียด ถามว่าตนควรจะทำยังไงดี ควรอยู่ทำงานที่นี่หรือไปอยู่กับน้าพรที่เชียงรายดี

“ครูรู้ว่าปัทม์อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองและก็อยากจะดูแลน้าพรใช่ไหม...อันนี้ครูก็ช่วยตัดสินใจไม่ได้ จริงๆมันเป็นทางเลือกของปัทม์ ทางนึงก็คืออนาคตการงาน อีกทางก็คือคนที่ปัทม์ห่วง มีแค่ปัทม์เองเท่านั้นที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องมีคนเจ็บ”

หนูตุ่นฟังอยู่ด้วยนึกสงสัยว่าหมายถึงใครที่ต้องเจ็บ?

ooooooo

คืนนี้ครูอัญกับหนูตุ่นเข้านอนแล้ว ปัทม์กำลังจะนอนเห็นสมพรนั่งเหงาอยู่จึงเข้าไปคุยด้วย สมพรบอกว่าน้ายังคิดถึงเดวิดอยู่เลย ปัทม์จึงขอนั่งเป็นเพื่อน เห็นสมพรไอถี่ๆถามว่าน้าพรไม่สบายหรือ

สมพรบอกว่าน้าไม่เป็นอะไร กลบเกลื่อนว่าคงเป็นเพราะแก่ขึ้นมั้ง เปลี่ยนเรื่องถามปัทม์ว่าได้งานแล้วจะทำยังไงต่อไป ปัทม์บอกว่าคงจะไปหาที่อยู่ใหม่เพราะรบกวนครูอัญมามากแล้ว แล้วถามสมพรว่า น้าพรจะทำยังไงต่อไป จะกลับไปอยู่เชียงรายคนเดียวหรือ

สมพรบอกว่าปัทม์ไม่ต้องเป็นห่วง ให้อยู่ที่นี่ เมื่อมีโอกาสก็คว้าไว้เพราะมันไม่ได้มีมาบ่อยๆ

ฝ่ายหนูตุ่นยังทำเป็นงอนอยู่ แต่แอบเขียนจดหมายไปวางไว้ที่โต๊ะหนังสือของปัทม์ว่า

“พี่ปัทม์ หนูตุ่นอยากให้พี่ปัทม์อยู่ทำงานที่กรุงเทพฯนี่แหละ อย่างน้อยเราจะได้อยู่ใกล้ๆกัน ถึงแม้เราจะทะเลาะกันโกรธกันบ้างงอนกันบ้าง แต่หนูก็อยากให้พี่ชายคนนี้อยู่กับหนูทุกวันค่ะ...หนูตุ่น”

ปัทม์พับจดหมายใส่ซองหน้าเครียดแต่เมื่อนึกถึงวันเวลาที่ได้อยู่และช่วยเหลือกันกับหนูตุ่นตลอดมาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปัทม์เองก็มีความสุข สีหน้าที่เครียดก็ค่อยผ่อนคลาย กลายเป็นยิ้ม...

ooooooo

รสสุคนธ์ดีใจเมื่อทางบริษัทรับปัทม์เข้าทำงาน เย็นนี้ชวนปัทม์ไปฉลองที่เราจะได้ทำงานด้วยกัน ปัทม์ขอกลับไปอยู่เป็นเพื่อนน้าที่มาจากเชียงราย นัดวันหลังค่อยเจอกันและตนขอเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยตน

ทั้งรสสุคนธ์และปัทม์ต่างยิ้มมีความสุขที่จะได้ทำงานที่เดียวกัน

สองสามวันต่อมา สมพรจะกลับเชียงรายแล้ว บอกครูอัญว่าไม่ต้องห่วงตน แต่ฝากดูแลปัทม์ต่อด้วย ถ้าอยู่กับครูอัญตนก็สบายใจ ปัทม์ผ่านมาได้ยินจึงแอบฟัง

“ปัทม์ก็เหมือนเป็นลูกหลานคนเดียวของฉันพอเดวิดตายฉันก็ไม่เหลือใครแล้ว คนเรานะ...จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยังไงก็ฝากครูด้วยนะ”

วันต่อมาปัทม์ไปพบผู้บริหารบริษัท ผู้บริหารแสดงความยินดีที่ปัทม์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทถามว่าปัทม์จะมาทำงานได้เมื่อไหร่ ปัทม์บอกว่าพอเรียนจบก็เริ่มได้เลย

วันนี้ที่บ้านครูอัญกินข้าวเลี้ยงส่งสมพรกลับเชียงรายกัน หนูตุ่นเลียบเคียงถามปัทม์เรื่องไปสัมภาษณ์งานว่าเป็นยังไงบ้าง ปัทม์บอกว่าเรียบร้อยดี หนูตุ่น ครูอัญและปัทม์คุยเรื่องปัทม์ได้งานอย่างมีความสุขกันจนสมพรรู้สึกว่าตนเป็นส่วนเกิน ยิ่งคิดยิ่งเศร้าเมื่อตัวเองต้องกลับไปอยู่เชียงรายอย่างโดดเดี่ยว

และคืนนี้เองปัทม์ที่ยังคิดเครียดเรื่องน้าพรต้องไปอยู่คนเดียวเดินออกจากห้อง ได้ยินเสียงร้องไห้จึงตามไปฟัง ได้ยินเสียงน้าพรร้องไห้จริงๆ ปัทม์หน้าเครียดและแล้วก็เหมือนตัดสินใจอะไรได้

รุ่งขึ้นปัทม์ไปที่บริษัทบอกกับผู้บริหารว่าตนขอสละสิทธิ์คิดว่าตนยังไม่พร้อมที่จะทำงานนี้ ผู้บริหารไม่พอใจว่าอยู่ๆก็ลังเลทำให้พวกตนเสียเวลาและคนอื่นเสียโอกาส

“ผมขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ ถ้ามีโอกาสผมจะขอมาทำงานที่นี่นะครับ”

ปัทม์วันนี้...บอกกับนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ว่า...

“ผมไม่มีโอกาสกลับไปทำงานที่นั่นตามที่พูด เพราะความคิดเรื่องกตัญญูที่แว่บเข้ามาในหัวได้สร้างโอกาสในชีวิตผมอีกรูปแบบหนึ่ง”

การตัดสินใจครั้งนี้ของปัทม์ทำให้ความสัมพันธ์กับรสสุคนธ์สะบั้นลง เธอไม่พอใจที่ปัทม์ทำให้เสียหน้า ปัทม์ขอโทษแต่ยืนยันว่าตนคิดดีแล้ว รสสุคนธ์ด่าว่า “ทำไมถึงทำอะไรโง่ๆแบบนั้น ไม่ปรึกษากันก่อนเลย”

“เราอาจจะโง่ที่ทิ้งโอกาสในการทำงาน แต่เราเชื่อว่างานยังหาใหม่ได้ เราจำเป็นต้องไปช่วยน้าเราทำสวนที่ต่างจังหวัด”

หนูตุ่นดีใจที่ปัทม์จะอยู่กรุงเทพฯไม่ทันไรก็ต้องตกใจเมื่อครูอัญบอกว่าปัทม์ไม่อยู่แล้ว ปัทม์ตัดสินใจจะไปอยู่กับน้าพรที่เชียงราย หนูตุ่นวิ่งไปดูที่ห้อง ทุกอย่างเก็บไว้อย่างเรียบร้อย หนูตุ่นกอดครูอัญร้องไห้โฮ

แต่คืนก่อนที่ปัทม์จะไปกับสมพร ปัทม์ขอคุยกับครูอัญบอกครูว่าตนตัดสินใจจะไปอยู่กับน้าพร ครูอัญถามว่าแล้วงานที่สมัครไว้ล่ะ

“ผมปฏิเสธไปแล้วครับ ผมคิดดูดีๆแล้วผมทิ้งน้าพรให้อยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ” ครูอัญถามว่าคิดดีแล้วใช่ไหม “ใช่ครับ...ครูครับ ผมยังไม่กล้าบอกหนูตุ่น ฝากครูบอกหน่อยนะครับ...ผมรู้ว่าหนูตุ่นไม่อยากให้ผมไป แต่มันจะดีกับตัวหนูตุ่นและผมครับ ผมเชื่ออย่างนั้น” ครูอัญถามว่ารู้ใช่ไหมว่าน้องจะเสียใจมาก

“ครับ แต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะบอกน้องด้วยตัวเองจริงๆ วันนึงผมจะกลับมาขอโทษน้องนะครับ”

“เดี๋ยวครูจะจัดการให้ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวต้องเดินทางแต่เช้ามืด”

ปัทม์รับคำ แต่พอจะไปก็เรียกครูอัญไว้ พอครูอัญหันกลับมา ปัทม์ก้มกราบอยู่ที่พื้น เอ่ยอย่างซาบซึ้ง

“ผมขอบคุณครูมากจริงๆนะครับ กราบขอบพระคุณครูมากจริงๆที่ดูแลผมเป็นอย่างดีตั้งแต่แม่เสียไป ขอบคุณที่ให้โอกาสผม ให้ผมมาอยู่ที่นี่ ทุกสิ่งที่ครูคอยสอน คอยช่วยเหลือผม ชาตินี้ผมไม่รู้จะทดแทนยังไงหมดจริงๆครับ”

ปัทม์กราบครูอัญพูดทั้งน้ำตาอย่างซาบซึ้งใจ

ครูอัญประคองปัทม์ขึ้นมากอด

“ครูขอให้ปัทม์โชคดีกับทางที่เลือกนะ แล้วครูจะรอตอนปัทม์กลับมารับปริญญา ไปอยู่ทางโน้นยังไงก็ส่งข่าวมาบ้างล่ะ”

“ครับครู ขอบคุณมากครับ”

ครูอัญกอดปัทม์ไว้เหมือนลูกอีกคนหนึ่งที่ได้เลี้ยงดูมาแต่เด็ก และตอนนี้เขากำลังจะไปมีอนาคตของตัวเองในที่ห่างไกล...

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์" ตอนที่ 5 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ศรัณยา จำปาทิพย์ 11 มี.ค. 2562 07:10 2019-03-13T01:16:47+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ