ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ณัฐ นวลแพง

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ศรัณยา จำปาทิพย์

ปัทม์ในวัยชราเล่าเรื่องอดีตในวัย 17 ที่ทำให้ชีวิตตนพลิกผันว่า

“ทุกคืนที่ผมต้องติดตามเฮียเล้ง เฮียเล้งจะพูดดีกับทุกคนก่อน แต่เมื่อคุยแล้วไม่ได้รับความร่วมมือ คุยแล้วมีทีท่าจะเกรี้ยวกราด เฮียเล้งก็จะยิ้ม และเมื่อไหร่ก็ตามที่เฮียเล้งยิ้มแบบนั้น เป็นสัญญาณแล้วว่าเจ้าของซ่อง มึงซวยแน่”

แล้วบรรยากาศก็กลับไปสู่ยุคนั้นอีกครั้งจากการเล่าของปัทม์ในวัยชรา...

คืนนั้นเองเฮียเล้งนั่งสูบไปป์สบายใจในรถหรู ดูตำรวจที่วิ่งกรูกันเข้าไปในซ่อง เฮียแสยะยิ้มพึมพำสะใจ

“เดี๋ยวอีกสักพักมันจะมาก้มกราบเฮียให้ช่วย”

ปัทม์ได้แต่นั่งเกร็ง แอบมองเฮียเล้งอย่างไม่สบายใจ จากนั้นเฮียเล้งก็รับเงินจากเจ้าของซ่องเป็นปึกๆ

ปัทม์เล่าถึงหน้าที่ของตนในตอนนี้ว่า

“เฮียเล้งควบคุมซ่องได้อยู่หมัด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับถึงมือเฮียอย่างนี้ทุกๆเดือน และผมมีหน้าที่รวบรวมมันเก็บมันไว้ในที่เดียวกัน”

เวลานั้นเจ้าของซ่องภิรมย์ถึงกับกราบเฮียเล้งอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้ว่า

“เฮียช่วยผมอีกครั้งเถอะ เด็กผมมันตกเขียว ตำรวจก็จะมาปิดซ่องท่าเดียว” เฮียเล้งถามว่าคุณก็รู้ว่าทำผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอ “ผมรู้ว่ากฎหมายทำอะไรผมไม่ได้ ถ้าเฮียช่วยเหลือผม”

แล้วเจ้าของซ่องก็หยิบซองเงินในถุงให้ เฮียเล้งรับแล้วยื่นให้ปัทม์เก็บไว้ในกระเป๋าหนัง

วันต่อมาสารวัตรภักดีมาหาเฮียเล้งที่โรงน้ำแข็งคุยกันอย่างชื่นมื่นถึงผลประโยชน์ที่เอื้อแก่กัน แล้วเฮียเล้งก็บอกให้ปัทม์ออกไปข้างนอก เมื่อสารวัตรภักดีบอกว่าเราจะคุยเรื่องสำคัญกันหน่อย เฮียเล้งให้เงินปัทม์ไปหา อะไรกินข้างนอก กำชับว่าแล้วไม่ต้องบอกคนในโรงงานนะว่าตำรวจมาทำอะไรที่นี่

เฮียเล้งพูดอะไรบางอย่างกับปัทม์ ปัทม์พยักหน้าแล้วค่อยๆเดินออกไปหน้าตาเหมือนจะร้องไห้...

ปัทม์ในวัยชราพูดถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า

“ความอึดอัดของผมกับเรื่องนี้มีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะเฮียเล้งกำชับไม่ให้บอกใครในโรงน้ำแข็งและคนที่บ้าน ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมเลือกเดินทางผิด”

ooooooo

ความเป็นห่วงปัทม์ ทำให้คืนนี้ลินจงนอนฝันร้ายว่าปัทม์ข้ามถนนถูกรถใหญ่ชนแล้วหนี ทิ้งร่างปัทม์นอนหมดสติอยู่กลางถนน ลินจงร้องกรี๊ดจนตัวเองตกใจตื่นเหงื่อท่วมหน้า ดูนาฬิกาเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว

กลางดึก ปัทม์เดินแหวกความมืดเข้าบ้าน สมพรถามว่าเพิ่งกลับหรือทำไมกลับดึกจัง ปัทม์บอกว่างานเยอะ สมพรถามว่าเขาผลิตน้ำแข็งทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอ ปัทม์อ้ำอึ้งคิดหาคำตอบไม่ทัน สมพรพูดเองเออเองว่า

“น้าเข้าใจ อากาศมันร้อน คนก็ต้องกินน้ำแข็งกันเยอะ”

“น้าพร ทำงานเป็นไงบ้าง”

“ก็เรื่อยๆ แต่ช่วงนี้รู้สึกแปลกๆ มีคนแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้วางใจมาบ่อย” ปัทม์ถามว่าใครหรือ “ไม่รู้ แต่เห็นเขาบอกกันช่วงนี้ตำรวจกวดขันทุกที่เลย ของป้าอบนี่ยังไม่โดน”

“อ๋อครับ ดีแล้วครับ” ปัทม์พูดเหมือนรู้อะไร ก็พอดีลินจงออกมาทัก ปัทม์ถามว่าแม่ยังไม่นอนหรือ ลินจงบอกว่านอนไม่หลับ สมพรเลยบอกทั้งแม่ทั้งลูกให้ไปนอนเสีย ปัทม์จึงพาแม่เข้าห้องนอน

เช้าวันต่อมาลินจงตื่นมาทำขนมเสร็จก็จัดเรียงเตรียมเอาไปขาย ปัทม์งัวเงียจะมาช่วย ลินจงบอกให้ไปนอนต่อแม่ทำเองได้ เดี๋ยวค่อยมาช่วยแม่ขนไปโรงเรียนก็แล้วกัน ปัทม์บอกว่าไม่เป็นไรตนไม่ง่วง

“แน่ใจนะ ปัทม์นอนดึกแล้วยังออกนอกบ้านไปทำอะไรตอนตีสองตีสามอีก”

“แม่รู้เหรอว่าผมเดินออกไปข้างนอก”  ลินจงพยักหน้า ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “อ๋อ ไม่มีครับแม่

ผมนอนไม่หลับเลยออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน”

ลินจงบอกว่าก็นี่ไงแม่ถึงอยากให้ปัทม์นอนอีก ปัทม์ยืนยันว่าสบายมากแล้วเข้าช่วยแม่อย่างขันแข็ง

แต่พอเข้าห้องเรียน ปัทม์ง่วงเหงาหาวนอนจนครูอัญถามว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา ไม่ได้นอนหรือ บรรจบคู่ปรับเก่าพูดแทรกขึ้นลอยๆว่า “สงสัยรอน้ามันเลิกงานครับ”

ปัทม์ลุกพรวดขึ้นทั้งที่ยังง่วงจนเพื่อนต้องช่วยกันรั้งไว้ บรรจบถามกวนๆว่าเป็นอะไรตนยังไม่ได้พูดดูถูกอะไรเลย

ครูอัญสั่งให้นั่งลงทั้งสองคนก่อนที่ครูจะส่งไปห้องปกครอง แล้วครูก็เดินไปพูดเบาๆกับปัทม์...

“ครูเข้าใจเธอนะ แต่เธอต้องอดทนกว่านี้ ถ้าวันนี้ยังทำไม่ได้ อนาคตข้างหน้าเธอลำบากแน่” ปัทม์รับคำเบาๆ “ครูรู้ว่าเธอทำงานช่วยแม่ แต่ถ้าแบ่งเวลาไม่ได้ ทุกอย่างที่เธอทำอยู่มันก็พังลงได้นะ”

เตือนแล้วครูอัญเดินไป ปัทม์ยังคงนั่งง่วง หาวหวอดๆ อย่างบังคับตัวเองไม่ได้

ooooooo

พักเที่ยงปัทม์ไปช่วยแม่ที่โรงอาหารก็ลงไปนอนใต้โต๊ะตรงช่องขายของ จนหนูตุ่นบอกลินจงว่าพี่ปัทม์ เป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว ลินจงบอกว่าป้าก็บอกเขา เขาบอกว่าช่วงนี้งานเยอะต้องเร่งทำ

หนูตุ่นบอกว่าวันหลังต้องไปแอบดูหน่อย ทำไมเขาใช้งานพี่ปัทม์เยอะอย่างนี้ บ่นว่าช่วงหลังนี้พี่ปัทม์ปากคอเราะร้ายเหลือเกินจนหนูตุ่นเองก็ไม่พอใจ ฝากป้า

บอกเขาด้วยว่าให้พักผ่อนเยอะๆแต่อย่าบอกว่าตนบอกเดี๋ยวพี่เขาจะอารมณ์เสีย

“ป้าเองก็คงต้องคุยกับเขาจริงจังแล้วล่ะ ไม่งั้นการเรียนก็เสีย ครูอัญก็เพิ่งมาฟ้องป้าเหมือนกัน”

หนูตุ่นมองปัทม์ที่นอนหลับสนิทอยู่ใต้โต๊ะอย่างเป็นห่วง

ooooooo

คืนนี้ลินจงฝันร้ายอีก ฝันว่าปัทม์ถูกธนูใช้ให้เข็นน้ำแข็งไปไว้ในห้องเย็นแล้วปิดประตูขังปัทม์ไว้ ในฝัน ปัทม์ร้องขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัว แต่ไม่มีใครได้ยินเลย

พอสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ลินจงก็วิ่งเข้าห้องน้ำอ้วกจนเลอะพื้นไปหมด สมพรกลับจากทำงานได้ยินเสียงอ้วกเข้าไปดูถามว่าเป็นอะไร ลินจงบอกว่าสงสัยเครียดเพราะเป็นห่วงปัทม์มาก ทำงานกลับบ้านดึก หนังสือก็ต้องเรียน ฝันไม่ดีมาสองสามคืนแล้ว สมพรจะพาไปหาหมอก็ไม่ไปบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

คืนนี้ 5 ทุ่มแล้ว เฮียเล้งพาปัทม์มาที่ซ่องปิติ เจ้าของซ่องมาส่งที่รถด้วยท่าทีนอบน้อมมาก บอกว่าถ้าขาดเหลืออะไรให้บอก หรือจะเอาน้องๆไปนั่งรถเล่นด้วยก็ได้ เมื่อเฮียเล้งปฏิเสธก็ปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อมและยืนส่ง พอรถหายไปในความมืด เจ้าของซ่องก็ชูนิ้วกลางตะโกนด่าอย่างรุนแรง หยาบคาย

ฝ่ายเฮียเล้งเมื่อขึ้นรถก็บอกปัทม์ว่าคืนนี้เหลืออีกสามที่ เห็นปัทม์มีท่าทีกระสับกระส่ายก็ถามว่ามีอะไร ปัทม์บอกว่าเป็นห่วงแม่อยู่บ้านคนเดียวตนอยากกลับก่อนได้ไหม เฮียเล้งถามว่ามีเหตุผลอื่นอีกไหม

“เอ่อ...ช่วงนี้ผมหลับในห้องเรียนทุกวันจนครูเตือนแล้วครับ”

เฮียเล้งบอกว่างั้นก็กลับส่วนอีกสามที่พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ได้ ตนอยากให้ปัทม์ทำงานอย่างสบายใจ

ปัทม์ขอบคุณและผ่อนคลายขึ้น

เฮียเล้งขับรถมาส่งปัทม์ที่หน้าบ้าน สมพรกับลินจงนั่งรออยู่หน้าบ้าน ปัทม์บอกว่าตนขอเฮียเล้งกลับมาก่อนไม่อยากให้แม่คอย ลินจงเข้ากอดปัทม์น้ำตาไหล ปัทม์ถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น สมพรจะบอกเรื่องลินจงอ้วกแต่ถูกลินจงขยิบตาจึงบอกแค่ว่า

“เขาเป็นห่วงไม่ยอมนอน อยากให้ปัทม์กลับบ้าน เร็วๆ”

“จริงๆแล้วถ้าไม่ติดเรื่องงานเรื่องเงินนะ แม่อยากให้ลูกเลิกเรียนแล้วกลับบ้านเลย”

“ผมก็พยายามจะกลับให้เร็วทุกวันนะแม่...ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากไปทำงาน”

สมพรเอะใจว่าปกติปัทม์ไม่เคยบ่นเรื่องงาน สงสัยว่างานคงหนักมาก ปัทม์ยืนยันว่าหนักจริงๆหนักจนตนอธิบายไม่ได้ แต่ก็พูดให้น้าพรกับแม่สบายใจว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วชวนไปนอนดีกว่า

ooooooo

รุ่งขึ้นปัทม์ตื่นมาทำขนมเสร็จบอกลินจงที่เพิ่งตื่นว่าตนทำเสร็จหมดแล้ว ลินจงบอกเพลียๆว่าวันนี้ไม่ค่อยสบายสงสัยจะไปขายไม่ไหว ปัทม์บอกว่าตนไปขายเอง ให้แม่นอนพักดีกว่าน้าพรก็อยู่ดูแลแม่ได้อยู่แล้ว

ปัทม์เอาขนมใส่รถเข็นเข็นออกไป ลินจงมองตามรู้สึกมึนหัวเหมือนโลกหมุน

พักกลางวัน หนูตุ่นไปดูที่โรงอาหารเห็นปัทม์ขายอยู่คนเดียวถามว่าป้าจงไปไหน พอรู้ว่าไม่สบายก็บอก

“ป้าจงดูแกเหนื่อยนะพี่ ดูแลแกด้วย”

“คิดว่าพี่ไม่ดูแลแกเหรอ...พี่ทำงานทั้งวัน เลิกงานก็ดึก ตื่นเช้า กลางวันขายของ พี่ทำเพื่อแม่เลย ทำไมคิดว่าไม่ดูแล” หนูตุ่นบ่นว่าไปกันใหญ่แล้วตนแค่จะบอกว่าป้าจงแกดูเหนื่อยเท่านั้น

ปัทม์ขอบใจที่หนูตุ่นดูแลทุกคนที่อยู่บ้านตน หนูตุ่นถามว่าง่วงไหม ปัทม์บอกว่านิดหน่อย

“นอนไหม หนูตุ่นขายของให้...อยากให้พี่นอนนะ พี่จะได้ไม่หลับในห้องเรียน จะได้มีแรงดูแลป้าจงตอนกลับไปถึงบ้าน เท่านี้แหละที่หนูตุ่นอยากจะพูด ถ้าหนูตุ่นทำอะไรให้พี่ปัทม์ไม่พอใจ ก็ขอโทษแล้วกันนะ”

ปัทม์อึ้ง พยักหน้าแล้วเดินไปนอนที่โต๊ะอย่างว่าง่าย หนูตุ่นมองปัทม์น้ำตาคลอน้อยใจแล้วขายของต่อ

สมพรดูแลลินจงอยู่ที่บ้าน ลินจงลุกขึ้นบอกว่ารู้สึกเหมือนบ้านหมุนให้สมพรช่วยไปหยิบยาที่ซื้อจากหมอตี๋ให้ที สมพรติงว่าไม่น่าจะใช่ยาที่พี่ควรกิน หว่านล้อมว่าตนเลิกกินยาหมอไปนานแล้ว กินแต่ยาสมุนไพรทุกวัน ลินจงถามว่า “แกเป็นอะไร”

“เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเราจะเป็นอะไร แต่เราเลือกได้ว่าเราจะกินอะไร ใช้ชีวิตอยู่ยังไงให้สุขภาพดีไปจนแก่” ตัดบทว่า “เอางี้ ฉันหาสมุนไพรให้พี่กินดีกว่า แล้วพี่จะดีขึ้น เชื่อฉันสิ”

ลินจงย้ำกับสมพรว่าอย่าบอกปัทม์ว่าตนเป็นอะไร ตนไม่อยากให้งานกับการเรียนของเขาเสีย สมพรรับปากแล้วเดินไปเก็บสมุนไพรที่หลังบ้าน

ooooooo

ปัทม์ทำงานกับเฮียเล้ง นับวันก็ทั้งกลัวและไม่สบายใจ วันนี้เฮียเล้งพาไปดูโรงน้ำแข็งเปิดใหม่สองสามแห่งที่ใหญ่โตและทันสมัย บอกปัทม์ว่านี่จะทำให้ธุรกิจของเราได้กำไรน้อยลง

ปัทม์ถามว่าเราปรับปรุงโรงน้ำแข็งของเราให้ทันสมัยดีกว่าเขาไม่ได้เหรอ

“ได้ แต่เสียเวลา เสียเงิน การจะค้าขายให้สำเร็จและรวยสิ่งสำคัญคือการผูกขาด ผูกขาดผู้ซื้อ ซึ่งเฮียเริ่มไม่ชอบมันเพราะมันแย่งลูกค้าเราไป”

ปัทม์ถามซื่อๆว่ายังไงเราก็ต้องแข่งขันกันไม่ใช่หรือ เฮียเล้งบอกว่าตนไม่ชอบแข่งแต่ชอบผูกขาด ปัทม์ถามว่าเฮียมีวิธีทำอย่างนั้นเหรอ

เฮียเล้งยืมมือสารวัตรภักดีที่ร่วมมือกันเรื่องเรียกค่าคุ้มครองซ่องมาทำงานนี้ โดยให้ตำรวจหาสิ่งผิดกฎหมายในโรงน้ำแข็ง แล้วใช้กฎหมายเล่นงานอีกที

ต่อมาภักดีในชุดนอกเครื่องแบบก็ไปนั่งกินเบียร์กับเฮียเล้งในห้องทำงาน เฮียเล้งถามว่าโรงน้ำแข็งโดนคดีอะไร ภักดีบอกว่าค้ายาเสพติด เฮียเล้งถามทำยังไงถึงจับได้ ภักดีบอกว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย มันมีวิธี เฮียเล้งไม่ถามต่อแต่หัวเราะร่าอย่างถูกใจ

ปัทม์นั่งแอบฟังอยู่ถึงกับตัวสั่น ปัทม์แอบดูสมุดรายชื่อซ่องที่เฮียจะไปหาแล้วยิ่งตกใจเมื่อเห็นชื่อของป้าอบอยู่ด้วย

คืนนี้เฮียเล้งพาปัทม์ไปซ่องป้าอบ สมพรเห็นถามว่าปัทม์มาทำอะไรที่นี่ ปัทม์บอกว่าตนลำบากใจมากแต่คุยกับใครไม่ได้จริงๆ สมพรบอกว่าถ้าไว้ใจน้าก็เล่าให้ฟัง น้าไม่บอกใครหรอก

ทีแรกปัทม์บอกเพียงว่าตนอยากเลิกทำงานกับเฮียเล้ง บอกว่าเฮียเขาเป็นมาเฟีย เรียกค่าคุ้มครองจากทุกซ่องโดยอาศัยมือตำรวจ สมพรตกใจถามว่าตำรวจร่วมมือด้วยหรือแล้วปัทม์อยู่ในแก๊งนี้ด้วยหรือเปล่า

ปัทม์บอกว่าตนต้องไปทุกที่รวมทั้งที่นี่ด้วย สมพรถามว่าถ้าไม่จ่ายแล้วจะมีอะไร

“ตำรวจจะเล่นงานซ่องโดยใช้กฎหมาย ซ่องจึงต้องจ่ายเงินให้เฮียเล้งเพื่อเคลียร์กับตำรวจ ถ้ายังไม่ยอมอีกก็ปิดซ่อง จับเข้าคุก”

“เลวทั้งคู่เลย”

ปัทม์ระบายความอัดอั้นว่าตนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตนอยากมีเงินอยากประสบความสำเร็จในชีวิต อยากดูแลแม่ดูแลน้า ปัทม์เล่าเครียดว่า

“แต่ที่ทำอยู่มันมาไกลจากสิ่งที่ผมคิดไว้มากเลย แล้วก็ไม่รู้จะจบที่ตรงไหน ผมจะโดนจับหรือโดนฆ่าตายไหม...น้าพร ผมไม่อยากทำแล้ว ผมจะทำยังไงดี”

สมพรโผกอดปัทม์ปลอบโยนหลานรักทั้งที่ตัวเองก็หวั่นใจมาก

ooooooo

เดือนกนกเห็นตำรวจมาที่โรงน้ำแข็งบ่อย ปรารภกับธนูว่าพ่ออาจจะกำลังทำอะไรบางอย่างถึงได้เรียกตำรวจมาปรึกษา ธนูพูดอย่างหมั่นไส้ว่า ถามลูกน้องคนสนิทของพ่อเดือนดูน่าจะรู้ เห็นไปไหนด้วยกันตลอด

เดือนกนกจึงเดินไปถามปัทม์โดยธนูตามไปด้วย พอปัทม์บอกเดือนกนกว่าเฮียกำลังทำธุรกิจอย่างหนึ่งอยู่ส่วนตนก็แค่ช่วยถือของให้ ตนคงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้เพราะเฮียสั่งไม่ให้พูด

ธนูโพล่งว่าเป็นความลับด้วย ตนตกกระป๋องแล้ว เดือนกนกบอกว่าก็พี่ได้เป็นหัวหน้าคนงานที่นี่แล้วไง

ยังอยากจะเป็นอะไรอีกหรือ ธนูบอกว่าตนอยากได้ความไว้วางใจจากเฮียมากกว่านี้และมากกว่าที่ไอ้ปัทม์ได้รับ ปัทม์เลยรีบตัดบทขอไปพบเฮียก่อน แล้วเดินผ่านทั้งสองไปอย่างนอบน้อม

“เราควรจะต้องรู้ใช่ไหมว่าพ่อกำลังทำอะไร” เดือนกนกเปรย ธนูนิ่งแล้วผละไปทำงาน

ฝ่ายหนูตุ่นเห็นลินจงไม่ได้มาขายขนมสองวันแล้วจึงเล่าให้แม่ฟัง ครูอัญบอกว่าวันนี้ปัทม์ก็ไม่ได้มาเรียน คาดว่าอาจต้องดูแลป้าจง หนูตุ่นบ่นว่าป่วยอย่างนี้จะทำขนมขายได้ยังไง บอกแม่ว่าเย็นนี้ตนจะไปเยี่ยมป้าจง ครูอัญบอกว่าแม่ไปด้วยไม่ได้เพราะต้องเฝ้าบ้านแต่ฝากของเยี่ยมไปด้วย

ลินจงขอบคุณครูอัญกับหนูตุ่นที่ดูแลตนเป็นอย่างดี หนูตุ่นถามว่าไม่ทำขนมขายแล้วใช่ไหม ลินจงบอกว่ายังไม่รู้ว่าจะทำขนมได้อีกเมื่อไหร่ หนูตุ่นอาสาจะทำให้ ลินจงจึงพาไปสอนบางอย่างที่หนูตุ่นยังไม่รู้ในครัว

ooooooo

คืนนี้ตำรวจไปทลายซ่องป้าอบ ลูกค้าที่มาเที่ยวหนีกันอลหม่าน เสื้อผ้าก็นุ่งเท่าที่จะคว้าได้ ป้าอบเผชิญหน้ากับสารวัตรภักดี บอกว่าตนอยู่มาจนป่านนี้ยังไม่มีตำรวจที่ไหนมาจับ สารวัตรถือดียังไง

สารวัตรภักดีเสียงกร้าวว่าตนมีหน้าที่รักษากฎหมายถ้าเพิกเฉยตนก็มีความผิด ป้าอบด่า “ไอ้พวกหลืบ” เลยถูกเชิญไปโรงพัก ป้าอบไม่ไป สมพรจึงขอคุยกับสารวัตรเอง ถามว่าตำรวจพอมีวิธีช่วยเหลือกันบ้างหรือเปล่า สารวัตรภักดีเสียงแข็งว่าไม่มี

เมื่อสมพรพยายามจะเจรจาอีก สารวัตรตะโกนให้ตำรวจค้นทุกห้อง ค้นทุกคน ไม่ว่ากะหรี่หรือนักเที่ยว หันจ้องหน้าสมพรตะคอกใส่ “เธอด้วย!”

คืนนี้ปัทม์กลับมาเห็นขนมที่ทำเสร็จแล้ว ถามแม่จึงรู้ว่าหนูตุ่นมาช่วยทำ ชมว่าหนูตุ่นชอบทำขนมจริงๆและจำสูตรได้แม่นด้วย ปัทม์ถามว่าตั้งแต่พรุ่งนี้หนูตุ่นจะมาช่วยทำขนมหรือ ลินจงบอกว่าเขาตั้งใจอย่างนั้นจนกว่าแม่จะมีแรงกลับมาทำขนมใหม่

คืนนี้ปัทม์เข้านอนได้ไม่นานสมพรก็กลับมา ปัทม์ลุกมาเปิดไฟให้ พอเห็นสภาพของสมพร ปัทม์ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ตำรวจมันมาจับน่ะสิ มันค้นทุกคนจนนักเที่ยวขยาด” ปัทม์งง บอกว่าตนไม่รู้เรื่องเลย “มันบอกว่าจะมาจับอีก น้าถามว่าจะมาจับอะไรนักหนา ถ้าจับแบบนี้ใครที่ไหนเขาจะมาเที่ยว ก็ด่าน้าบอกให้เลิกเป็นกะหรี่ น้านี่ของขึ้นเลย เลยโดนพวกมันตบเอา”

ปัทม์ถามว่ามันจะให้ป้าอบจ่ายเงินอย่างที่ตนบอกหรือเปล่า สมพรบอกว่าใช่ มันบอกว่าอีกไม่กี่วันจะมีคนมาเจรจา ปัทม์บอกว่าที่จริงวันนั้นตนต้องไปด้วย

สมพรถามว่าถ้าปัทม์ไปด้วยวันนั้นแล้วทุกคนในบ้านป้าอบจะรู้สึกยังไง

“ผมจะไปลาออกกับเฮีย”

“แล้วปัทม์จะไปคุยกับเขายังไง”

ปัทม์อัดอั้นร้องไห้ออกมาจนสมพรต้องปลอบ

แล้วก็มีเหตุทำให้ปัทม์ต้องถลำลึกลงไปอีกเมื่อลินจงมาดูหนูตุ่นทำขนมจะยกหม้อนึ่งที่น้ำกำลังเดือดลงจากเตา แต่ยกไม่ไหวลินจงจึงลุกไปจะช่วยยกแต่รู้สึกบ้านหมุนจนล้มลงนอนกับพื้น หนูตุ่นทิ้งหม้อนึ่งมาพยุง

สมพรกับหนูตุ่นพาลินจงส่งโรงพยาบาล ปัทม์ที่กำลังจะไปลาออกกับเฮียเล้งพอได้ข่าวแม่ก็รีบไปโรงพยาบาล เห็นหนูตุ่นอยู่หน้าห้องฉุกเฉินก็กวักมือเรียกไปต่อว่ารุนแรงที่มาทำขนมทำให้แม่ต้องไปช่วยจนเกิดเหตุนี้ขึ้น หนูตุ่นผิดหวังเสียใจมากที่ทำคุณกลับบูชาโทษ บอกว่าพี่ปัทม์ไม่เหมือนคนที่หนูตุ่นรู้จักแล้ว

“พอเถอะ ขอให้พี่กับแม่ดูแลกันเอง ขอบคุณนะที่ช่วยเหลือกันหลายเรื่อง แต่อยู่เฉยๆดีกว่า”

หนูตุ่นเสียใจมากเดินร้องไห้ออกไป

ปัทม์นอนเฝ้าแม่อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สมพรเดินเข้ามาบอกว่าหมอบอกว่าต้องนอนรักษาอยู่โรงพยาบาลอีกระยะหนึ่ง ปรารภว่าห่วงเรื่องค่ารักษาเราจะหาเงินจากที่ไหน

“ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหม” ปัทม์ถามอย่างรู้ชะตาตัวเอง

ในที่สุดปัทม์ก็ต้องพึ่งเฮียเล้ง เฮียเล้งจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของลินจงให้ และยังจะหาบ้านให้อยู่ใหม่ที่ดีกว่าปัจจุบัน บอกว่า “อนาคตของปัทม์อยู่กับเฮียแล้ว”

ปัทม์ก้มกราบเฮียเล้งอย่างสำนึกบุญคุณที่ช่วยแม่ตน แต่หลังจากนั้นก็เข้าห้องน้ำร้องไห้อย่างหนัก

วันนี้...ปัทม์ในวัยชราที่กำลังให้สัมภาษณ์ บรรยายเส้นทางชีวิตตนในขณะนั้นว่า...

“แม่ผมได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและตามมาตรฐาน เขาน่าจะมีอาการดีขึ้นในไม่ช้า ผมเลิกคิดที่จะออกจากใต้ปีกของเฮียเล้ง เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ที่คุณจะอกตัญญูกับคนที่ทำให้กับคุณแบบนี้ ไม่มีทางจริงๆ ผมคิดว่าตัวเองคงต้องโลดแล่นไปในวงการนี้อีกนาน...”

ooooooo

จากวันนั้นมา ปัทม์ก็มีเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่เอี่ยม นาฬิกาข้อมือ เขาแต่งตัวโก้ตะโกนบอกแม่ว่า

“ผมเสร็จแล้วนะแม่ แม่เสร็จหรือยังครับ”

ปัทม์พาแม่นั่งสามล้อไปยังถนนที่มีทุ่งนาริมทางเขียวขจี ลินจงถามว่าจะพาแม่ไปไหน ปัทม์อำว่าเดี๋ยวก็รู้

“ถึงขนาดให้แม่หยุดขายของแล้วพาแม่มา มันต้องดีมากๆ”

“ดีแน่นอนครับแม่”

“นานมากแล้วไม่ได้นั่งรถเพลินๆแบบนี้”

ปัทม์ยิ้มมีความสุขที่เห็นแม่ไม่เครียด สองแม่ลูกนั่งสามล้อไปตามทางที่สงบร่มรื่นของท้องทุ่ง...

ที่แท้ปัทม์พาแม่ไปดูบ้านเช่าหลังใหม่ บอกแม่ว่าที่นี่ไม่แออัดเหมือนที่ที่เราเคยอยู่ ลินจงตกใจถามว่าปัทม์มีเงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ปัทม์ยิ้มบอกว่าไม่เยอะแต่พอที่จะจ่ายค่าเช่าได้จะได้ไม่ต้องรบกวนน้าพรเขา

ลินจงเห็นด้วยที่จะไม่รบกวนสมพรแต่ก็เป็นห่วงที่สมพรต้องอยู่คนเดียว ปัทม์บอกว่าถ้าน้าเขามีแฟนก็คอยดูแลกันเองได้

“ถ้ามันเจอคนดีๆก็เป็นบุญของมัน แต่ที่ผ่านมามีแต่เลวๆ แม่ไม่คิดว่าพรมันอยากจะเริ่มใหม่กับใคร”

ปัทม์ถามว่าใจจริงแม่อยากย้ายออกหรือเปล่า ลินจงตอบอย่างสับสนว่าแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่พอกลับมาบอกสมพร สมพรตัดพ้อว่าเราอยู่กันเหมือนครอบครัวแล้ว ขอร้องอย่าย้ายไปไหนเลย อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ ทำให้ลินจงยิ่งคิดหนัก

คืนนี้เฮียเล้งพาลูกน้องไปดูซ่องแห่งหนึ่งบอกว่ามันคิดว่าแบ็กมันแข็งสั่งลูกน้องให้หาพวกในเครื่องแบบไปจัดการมันหน่อยว่าทำไมมันต้องจ่ายเหมือนทุกซ่อง ลูกน้องถามว่าคืนนี้เลยหรือ

“อืม...พรุ่งนี้เฮียจะได้มาเช็กบิล” ลูกน้องรับคำ เฮียเล้งบอกว่า “เดี๋ยวเฮียขับรถกลับบ้านเอง แล้วบอกปัทม์ว่าเดี๋ยวเฮียไปส่งบ้าน ถามว่าได้ยินว่ากำลังหาบ้านใหม่อยู่หรือ”

ปัทม์แปลกใจว่าเฮียเล้งรู้ได้ยังไงเพราะตนไม่ได้คุยเรื่องนี้กับใครเลย

“ลูกน้องทำอะไรเฮียต้องรู้สิ ไม่งั้นจะปกครองลูกน้องได้ยังไง...เรื่องบ้านเช่านั้น เฮียไม่เห็นด้วยนะ เดี๋ยวเฮียสร้างบ้านหลังใหม่ให้อยู่กับแม่สบายๆเลย”

ปัทม์เกรงใจ เฮียเล้งบอกว่าปัทม์ทำงานเหนื่อยขนาดนี้เราต้องให้รางวัลกันหน่อย บอกว่า

“เฮียทำให้ทุกคนที่ซื่อสัตย์ นักเลงเนี่ย มีเงินไม่กี่พันก็หาซื้อมาเป็นพวกได้ แต่คนซื่อสัตย์นี่มีเป็นล้านก็หาซื้อไม่ได้”

ooooooo

คืนนี้พอกลับถึงบ้าน ปัทม์ก็วิ่งเข้าไปกอดแม่ที่นอนอยู่จนลินจงสะดุ้งถามว่ามีอะไรหรือลูก

ปัทม์บอกอย่างตื่นเต้นว่าตนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ออกจากงานแต่เราจะสร้างบ้านใหม่กัน ลินจงงง

ถามว่าสร้างบ้านใหม่เป็นไปได้ยังไง “เฮียเขาจะสร้างบ้านใหม่ให้เราเลยแม่ เราจะมีบ้านเป็นของเรา”

“คงต้องไปจากที่นี่จริงๆแล้วใช่ไหม” เสียงสมพรแทรกขึ้น ลินจงบอกว่าเรายังไม่ได้ตัดสินใจ “ไปเถอะไม่เป็นไร ฉันอยู่ที่นี่ได้”

สมพรพูดแล้วเดินออกไปนั่งที่ระเบียงเหม่อมองดาวเศร้า ปัทม์เดินเข้าไปหา สมพรถามว่าจะย้ายไปเมื่อไหร่น้าจะได้ช่วยขนของ

“ยังไม่รู้เลยครับ น้าพร...ถ้าผมกับแม่ต้องย้ายไปบ้านหลังใหม่ น้าพรก็ต้องไปด้วย เพราะเราสามคนทิ้งกันไม่ได้หรอกครับ” สมพรขอบใจที่ไม่ทิ้งตน ลินจงบอกปัทม์ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ

“ครับแม่ เราจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่กัน” ปัทม์พูดแล้วเห็นแม่นิ่งถามว่า “แม่เป็นอะไร ไม่ดีใจเหรอ”

“แม่ดีใจที่เฮียเขาเมตตาเราขนาดนั้น แต่แม่คิดว่ามันมากเกินไปหรือเปล่า”

ปัทม์บอกว่าเฮียให้เป็นรางวัลชีวิตเพราะเราทำงานกันเหนื่อย ลินจงติงว่าลูกก็รู้ว่าเขาพาไปทำเรื่องไม่ดี ปัทม์บอกว่าตนรู้แต่ไม่รู้จะถอยยังไง ถ้าตนไม่รับก็กลัวจะมีปัญหา

ลินจงไม่อยากให้เขามีบุญคุณกับเรามากกว่านี้เพราะจะทำให้เราถอนตัวลำบาก ปัทม์บอกว่าแค่นี้ก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ลินจงให้ไปพูดกับเขาตรงๆ ว่าแม่รับบ้านที่เขาจะสร้างให้ไม่ได้ เราขอเก็บเงินสร้างกันเอง เห็นปัทม์อ้ำอึ้ง ลินจงบอกว่าตนไปพูดกับเขาเองก็ได้

“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมควรจะต้องพูดเองครับ” ปัทม์ยิ้มกลบเกลื่อนความหนักใจ

รุ่งขึ้นเมื่อไปโรงเรียน ปัทม์ไปนั่งเหม่ออยู่ที่สนามบาส หนูตุ่นถามว่าทำไมมานั่งเหม่อตรงนี้

“เราจะปฏิเสธความหวังดีที่คนคนนึงมีให้เรายังไงดี” หนูตุ่นบอกให้พูดกับเขาตรงๆ ไม่เห็นยาก

“ถ้ามันง่ายอย่างที่หนูตุ่นพูดก็ดีสิ” ปัทม์พูดแล้วนิ่งไปอย่างคิดไม่ตก

ooooooo

พอตกกลางคืน เฮียเล้งก็พาปัทม์ไปที่ซ่องแห่งหนึ่ง เจ้าของซ่องยกมือไหว้ท่วมหัวอย่างหวาดกลัว อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ตนต้องทำมาหากิน

เฮียเล้งบอกว่าถ้าตนไปพูดกับผู้ใหญ่และท่านเมตตาแต่เขาก็ต้องรับปากว่าจะไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย

“ครับๆเฮีย ผมจะจ่ายตามที่เฮียขอมา”

“เฮียไม่ได้ขอนะแต่ท่านขอมา เขาต้องแบ่งกันเยอะ ต้องเข้าใจ นายอยู่ได้ เฮียอยู่ได้ ท่านก็ต้องอยู่ได้”

เจ้าของซ่องรีบเอาเงินที่ใส่ซองไว้แล้วให้เฮียเล้ง เฮียแง้มดูแล้วยื่นให้ปัทม์นับ ปัทม์รับไปนับ เจ้าของซ่องมองหน้าปัทม์หวาดๆ เฮียเล้งขอบคุณเจ้าของซ่องบอกว่า “เราจะรวยไปด้วยกันนะ”

พอออกมา เฮียเล้งบอกปัทม์ว่าตนหาที่สร้างบ้านให้แล้ว ปัทม์ขอบคุณแล้วอึกอัก เฮียเล้งถามว่ามีอะไรหรือ ปัทม์รวบรวมความกล้าบอกว่า

“ผมปรึกษากับแม่แล้ว เราจะไม่ย้ายไปไหนแล้วครับ ผมกับแม่มองว่ามันมากเกินตัวของเราไปหน่อยครับ เรายังไม่พร้อมจะมีบ้านครับ” เฮียเล้งถามว่าแน่ใจ? “ครับ เราไม่อยากรบกวนเฮียขนาดนั้น แค่เงินเดือนที่เฮียให้ก็ถือว่ามากสำหรับเราแล้วครับ”

เฮียเล้งบอกว่าพูดตรงๆอย่างนี้ตนชอบ ถ้ามันไม่เป็นปัญหาตนก็ไม่ขัด ปัทม์โล่งอกที่ได้พูดออกไป เขากราบเท้าเฮียเล้งอย่างซึ้งใจ

ปัทม์วัยชราในวันนี้ สรุปให้นักข่าวที่มาสัมภาษณ์ว่า

“สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเฮียเล้งคือ การพูดตรงไปตรงมา ดีกว่าการพูดในสิ่งที่คนฟังอยากได้ยิน”

ในวันต่อๆมาเฮียเล้งพาปัทม์ไปที่ซ่องทานตะวัน บรรดากะหรี่ต่างคุกเข่าไหว้เฮียเล้งขณะที่เจ้าของซ่องกำลังเจรจากัน ปัทม์เล่าถึงบรรยากาศในเวลานั้นแก่นักข่าวในห้องสัมภาษณ์ว่า

ไม่ว่าเฮียเล้งไปที่ไหนเจ้าของซ่องก็ต้องกราบเฮียเล้งผู้น่าเกรงขาม...ที่ไหนที่ปฏิเสธเฮียเล้งก็จะส่งลูกน้องขาโหดหรือไม่ก็ตำรวจนอกเครื่องแบบมาป่วน ข่มขู่จนซ่องต่างๆ ที่มีปัญหาไม่กล้าไปแจ้งตำรวจ หรือถ้าไปแจ้ง เรื่องก็เงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทางที่ดีที่สุดที่ทุกซ่องทำกันคือ จ่ายเงินให้เฮียเล้งเพื่อที่ธุรกิจน้ำกามจะได้ราบรื่น ไม่มีอันธพาลกับตำรวจเข้ามาก่อกวน

ปัทม์ยังเล่าถึงการสมรู้ร่วมคิดกันของเฮียเล้ง ตำรวจเลว และเจ้าของซ่องว่า มักจะมีการไปดื่มกินกันอย่างชื่นมื่น ปัทม์พูดถึงความรู้สึกในขณะนั้นว่า

“ดูเหมือนว่าธุรกิจแบบนี้นี่มันสมประโยชน์กันทุกฝ่าย...และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักคำว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย หรือเรียกกันในสมัยนี้ว่า วินวิน ผมคิดว่าชีวิตผมคงต้องอยู่ในวังวนแบบนี้ไปอีกนาน การยึดมั่นเป็นคนดี คนซื่อสัตย์เป็นสิ่งดีงาม แต่ในท่ามกลางคนไม่ดีผมถูกความซื่อสัตย์ของตัวเองกักขังไว้ มันทำให้ผมรู้สึกแย่ลงเรื่อยๆ... สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีคือแม่กับน้าพร กับบ้านเช่าเก่าหลังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกัน...ทุกวันนี้ผมตื่นขึ้นมาแล้วเห็นคุณตรีชวาภรรยาผม กับคุณตีรณาลูกสาว ผมดีใจทุกวัน เพราะความสุขของผมยังอยู่”

ปัทม์ในวัยชรามองภรรยาและลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

คืนหนึ่งมีชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมสองคนไปที่ซ่องป้าอบ ถามหาคนดูแล พอป้าอบแสดงตัวมันเรียกค่าคุ้มครอง ป้าอบไม่จ่ายมันตะคอกว่า ถ้างั้นไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อป้าอบยืนยันไม่จ่ายมันผลักและตบป้าอบหน้าหงายขู่ว่า “กูทำได้แรงกว่านี้ จะจ่ายหรือไม่จ่าย!”

“ไม่ต้องจ่ายป้า” สมพรสะอึกออกไปเผชิญหน้า มันบอกว่างั้นก็เตรียมตัวซวยได้เลย แต่หารู้ไม่ว่าสมพรได้ระดมเพื่อนในสำนักให้เตรียมสู้กับมันแล้ว พอสมพรส่งสัญญาณ เพื่อนๆที่หลบอยู่ตามหลืบพร้อมอาวุธมีทั้งไม้กวาด ท่อนไม้ ก้อนอิฐก้อนหิน ก็กรูกันออกมาฟาดกันคนละหนุบคนละหนับ

ป้าอบตั้งหลักได้ก็คว้าไม้ใกล้ตัวย่องไปฟาดหัวคนหนึ่งจนมันกุมหัวร้องลั่น สมพรกระโดดถีบซ้ำ พวกมันถูกรุมจนสะบักสะบอมต้องหนีเอาตัวรอดไป

สมพรกลับถึงบ้านก็ปลุกปัทม์ที่หลับแล้วขึ้นมาบอกว่ารู้ไหมว่าเฮียเล้งมาไถเงินที่บ้านป้าอบ ซ้ำตบป้าอบจนปากแตกด้วย ลินจงถามว่าทำกันขนาดนี้เลยเหรอ ปัทม์ก็ว่าเฮียเล้งไม่น่าทำแบบนี้ ถามว่าเฮียมาด้วยหรือ สมพรบอกว่าตนพูดผิดเป็นพวกไอ้เฮียเล้งมันมาไถเงินแต่ถูกพวกน้ารุมไล่ตีจนมันหนีไป

ปัทม์นิ่งคิด งึมงำว่ายังไม่ถึงคิวที่เฮียเล้งจะมาเก็บเงิน เชื่อว่าไม่ใช่ลูกน้องเฮียแน่ ปัทม์ขอไปคุยกับเฮียก่อน เชื่อว่าเรื่องนี้ผิดปกติแน่

พอปัทม์ไปคุยกับเฮียเล้ง เฮียทุบโต๊ะปังถามว่าใครมันทำเรื่องแบบนี้มันคงสวมรอยพวกเรา ถามกริชที่เดินเข้ามาพอดี จึงรู้ว่าเป็นเด็กพวกเราเองและทำกันหลายครั้งแล้ว

“ไปลากคอมันมา!”

ชายฉกรรจ์สองคนนั้นถูกลากมาทุ่มลงในห้องเก็บของจนกระอักเลือดอาการปางตาย เฮียเล้งเสียงกร้าวว่า ทุกคนรู้ดีว่าตนดีกับลูกน้องแค่ไหน เดือดร้อนอะไรตนก็ช่วยหมด ทำไมเล่นไม่ซื่อกันแบบนี้

“เลว! เฮียประกาศต่อหน้าทุกคนในห้องนี้เลยนะ ใครที่มันคิดไม่ซื่อกับเฮีย ผลลัพธ์ไม่ต่างจากไอ้สองคนนี้แน่นอน” กริชถามว่าเฮียจะให้จัดการยังไงต่อไป “ตามใจเลย เฮียไม่อยากเห็นหน้าพวกมันแล้ว”

นั่นก็เท่ากับสั่งตายสองคนนี้ ปัทม์กลัวมาก เมื่อเฮียเล้งเดินออกไป ปัทม์รีบตามพยายามจะพูดให้เฮียเล้งผ่อนโทษว่าต่อไปพี่กริชคงคุมเข้มขึ้น เฮียเล้งหัวเราะในลำคอบอกปัทม์ว่า คนที่เราไว้ใจอาจจะไม่น่าไว้ใจอีกก็ได้ ถึงตอนนี้ไว้ใจใครไม่ได้หรอก ทำได้ดีที่สุดคือเลี้ยงมันให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้แว้งกัดเรา

แล้วเฮียเล้งก็โยนกุญแจให้ปัทม์บอกว่าตนเก็บเงินไว้อีกเยอะอยู่ที่หลังโรงน้ำแข็งถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตนให้เอาเงินนี่ไปสร้างชีวิต ส่วนของลูกเมียตนแบ่งไว้แล้วจัดการให้ด้วย มองหน้าปัทม์ พูดดีแต่ปรามเหี้ยมว่า

“แกก็รู้ว่าเฮียไว้ใจใครได้ที่ไหนล่ะ อย่าให้เฮียผิดหวังล่ะ” บอกปัทม์ว่าพรุ่งนี้ต้องไปที่บ้านป้าอบ

ปัทม์จึงขอไปคุยกับป้าอบเอง พวกเราไม่ต้องยกขบวนไปเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเขาก็รู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว

“อืม...บ้านแกนี่ แต่ยังไงเขาก็ต้องจ่ายเพราะมันเป็นกฎ ไม่มีข้อยกเว้นกับซ่องไหนทั้งสิ้น”

ปัทม์รับคำสีหน้าหนักใจ และเมื่อไปคุยกับสมพร พอสมพรตกใจถามว่าถึงขนาดต้องฆ่าเลยหรือ ปัทม์บอกว่าเฮียเล้งไม่พอใจมากที่พวกนั้นหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง สมพรถามว่าถ้าวันไหนปัทม์ทำผิดมิถูกเฮียเล้งสั่งฆ่าหรือ

“จริงๆ เขาก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะครับ แต่คนรอบข้างเขานี่ไว้ใจไม่ได้ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง” ปัทม์บอกสมพรว่าจ่ายให้เขาเถอะจะได้จบง่ายๆ สมพรบอกว่าตนคุยกับป้าอบแล้วว่าเราไม่จ่าย

ปัทม์พยายามหว่านล้อมให้จ่ายไม่อย่างนั้นเขามีอำนาจสั่งปิดได้ ตนไม่อยากให้บ้านป้าอบถูกสั่งปิดและทุกคนจะได้มีงานทำต่อไป

การพยายามแก้ปัญหาของปัทม์กลายเป็นถูกหาว่าปัทม์ถูกเฮียเล้งปิดปากล้างสมองไปหมดแล้ว สมพรผิดหวังในตัวปัทม์มาก ลินจงเองก็บอกว่าถ้าเราจ่ายก็ต้องจ่ายตลอดไปและอีกสิบยี่สิบปีปัทม์อาจขึ้นมาแทนเฮียเล้งก็ได้ ปัทม์ยืนยันว่าตนไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้น

“แม่ห่วงสิ่งที่ลูกทำอยู่ แม่รู้ว่าลูกเป็นคนดี แต่ลูกต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างแล้วล่ะ” ลินจงเอ่ยเครียด

แล้วคืนต่อมาสารวัตรภักดีก็นำตำรวจเข้าไปตรวจค้นซ่องป้าอบจนทุกคนต้องหนีกันกระเจิง สมพรออกมาต่อว่าสารวัตรว่าทำแบบนี้ลูกค้าหนีหมด สารวัตรบอกว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายก็ไม่มีอะไร แก้เกี้ยวว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้เจอกันตอนบ่ายกับตอนค่ำก็แล้วกัน

สมพรกลับไปเล่าให้ปัทม์ฟัง ปัทม์บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะลองคุยกับเฮียดู ปัทม์ขอร้องเฮียเล้งว่าให้เว้นบ้านป้าอบได้ไหม เพราะบ้านป้าอบเหมือนเป็นบ้านตนเพราะตนโตมาในนั้น เฮียเล้งใจนักเลงบอกว่าเมื่อกล้าขอก็กล้าให้ จะลองไปคุยกับสารวัตรภักดีก่อนแต่เว้นเฉพาะเดือนนี้เท่านั้นไม่อย่างนั้นจะเสียการปกครอง

เมื่อปัทม์มาบอกสมพรกับป้าอบ สมพรบอกว่าไม่อยากให้ปัทม์ทำงานกับมันเลย ป้าอบก็ว่าคนอย่างไอ้เล้งอายุไม่ยืนหรอก

คืนนี้ที่ซ่องเหมยลี่ บรรดาเจ้าของซ่องมากินดื่มและคุยกันถึงสภาพการเรียกค่าคุ้มครองที่นับวันหนักขึ้น เจ้าของซ่องคนหนึ่งถามว่า “ถ้าไม่มีพวกมันทุกอย่างจะจบใช่ไหม” แล้วเขียนอะไรบางอย่างโยนลงที่กลางโต๊ะ ประกาศว่า “ใครอยากช่วยสนับสนุนมือปืน ช่วยเขียนตัวเลขลงไปในนั้นแล้วทุกอย่างจะจบ”

คืนต่อมาหลังจากเฮียเล้งกับสารวัตรภักดีกินดื่มกันในร้านอาหารอย่างสำราญแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับ

พอสารวัตรไปถึงถนนเปลี่ยวก็มีรถจอดเสียจึงลงไปดู สารวัตรถูกเก็บอย่างง่ายดายในคืนนี้เอง

เฮียเล้งไปส่งปัทม์นัดพรุ่งนี้เจอกันแล้วกลับ แต่พอเฮียเล้งขับรถออกมาไม่นานก็ถูกชายฉกรรจ์ชุดเดียวกับที่เก็บสารวัตรภักดีตามไป ปัทม์เห็นแต่ไม่ได้เอะใจ

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์" ตอนที่ 3 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ปัทม์" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ศรัณยา จำปาทิพย์ 7 มี.ค. 2562 08:13 2019-03-08T01:24:32+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ