ข่าว

วิดีโอ



พันธกานต์รัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย: ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย: บริษั ปรากฏการณ์ดี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อาทิตย์ วิบูลย์พาณิชย์,มุกดา นรินทร์รักษ์

ไม่นานนักพันธกานต์ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถใกล้ตึกร้างตามที่ได้รับโลเกชัน มองขึ้นไปยังตัวอาคารเห็นควันดำพวยพุ่งออกมา ยิ่งเป็นห่วงพระพายรีบวิ่งเข้าไปข้างใน

ด้านพระพายเริ่มได้สติเห็นไฟกำลังไหม้ลามไปทั่ว ก็ตกใจพยายามดิ้นหนีแต่ถูกมัด มีเสียงร้องเรียกจาก

พันธกานต์ดังอยู่ไกลๆ เธอจะร้องขอความช่วยเหลือก็ทำไม่ได้เพราะปากถูกผ้าผูกไว้ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ ไฟเริ่มลามเข้ามาใกล้แถมควันคลุ้งไปหมด พระพายรวบรวมกำลังดิ้นสุดแรงจนเก้าอี้ล้ม ผ้าผูกปากเคลื่อนออก เธอตะโกนสุดเสียงเรียกให้พันธกานต์มาช่วย เขาผ่านห้องที่ขังเธอไว้พอดีก็ชะงัก

“พาย...เธออยู่ในนั้นใช่ไหม”

“คุณพันช่วยฉันด้วย”

พันธกานต์ได้ยินเสียงพระพายชัดเจนมั่นใจว่าอยู่ในห้องนี้แน่ กระแทกประตูถึงสามครั้งถึงเปิดเข้าไปได้เห็นเธอถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ในสภาพอ่อนแรงรีบเข้าไปแก้มัดช่วยออกมาได้ในที่สุด ไม่นานนักรถดับเพลิง รถกู้ภัยกับตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ พระพายได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการดมออกซิเจน หลังจากให้ปากคำกับตำรวจเสร็จ เธอชวนพันธกานต์กลับ ไม่ยอมไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจ อ้างไม่ได้เป็นอะไร

ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือของพันธกานต์ดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ทองเอกจัดแจงส่งต่อให้พระพายพูดสายกันเอง ทองเอกได้ยินเสียงพระพายรับสายก็ดีใจถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ไหนปลอดภัยหรือเปล่า

“พี่เอก พายไม่เป็นไรค่ะ พายปลอดภัยแล้ว คุณพันเขาช่วยพายออกมาได้ทันค่ะ”

“ดีแล้ว เดี๋ยวพี่จะบอกคุณอาเอง จะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงกัน ฝากขอบคุณคุณพันด้วยนะ”

“ค่ะพี่เอก” พระพายวางสายเสร็จคืนมือถือให้พันธกานต์ “พี่เอกฝากขอบคุณนาย”

พันธกานต์ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องขอบคุณเพราะเป็นเรื่องที่เขาต้องทำอยู่แล้ว พระพายยังขวัญผวากับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจออดบ่นไม่ได้ ใครกันที่อยากจะฆ่าตนขนาดนี้

ooooooo

แสนคมดื่มเหล้าจนเมาได้ที่คว้ามือถือโทร.หานพดลแต่ไม่มีใครรับสาย ลองโทร.อีกทีคราวนี้เขาปิดเครื่องหนีก็โกรธจะตามไปเอาเรื่อง ช่อม่วงมาเห็นพอดีถามว่าจะไปไหนจะไปหานพดลใช่ไหมแสนคมไม่ยอมตอบคำถามได้แต่ไล่เธอไปนอน แล้วจะลงบันได เธอตามมาดึงแขนไว้ ขอร้องอย่าไปถึงไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“ไม่มีประโยชน์!! แล้วคุณจะให้ผมดูอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มันเอาคมน์พิมุกต์ไปต่อหน้าต่อตาอย่างนี้มันถึงมีประโยชน์กว่าใช่ไหม” แสนคมตวาดลั่นด้วยอารมณ์ที่เก็บกดผสมกับฤทธิ์เหล้า

“ช่อไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ ช่อแค่อยากให้คุณคิดให้ดีก่อนอย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา”

ประมุขบ้านคมน์พิมุกต์ไม่สนใจดึงมือช่อม่วงออกขยับจะลงบันได เธอเห็นลูกเดินเข้ามาขอให้ช่วยกัน ห้ามเขาหน่อย อย่าให้ไปหานพดลแล้วตามมาดึงแขนเขาไว้อีก แสนคมกำลังของขึ้นไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นถ้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาจะทำ แล้วกระชากแขนออก ช่อม่วงไม่ทันระวังหงายหลัง ครั้นตั้งหลักได้เธอดัน ตัวเองลุกขึ้นจะตามไปห้ามอีกแต่เกิดหน้ามืดหมดสติ

ทองเอกตกใจรีบเข้าไปประคองแม่ไว้ ขอร้องให้แสนคมช่วยกันพาแม่ไปโรงพยาบาล เขาโทษตัวเองที่เป็นคนทำให้ช่อม่วงต้องตกอยู่ในสภาพนี้ไม่กล้าสู้หน้าใครเดินหนีไปเลย ทองเอกมองตามเสียใจที่เขาไม่ดูดำดูดี...

ในเวลาต่อมาพันธกานต์กับพระพายกลับถึงบ้านคมน์พิมุกต์ รู้เรื่องที่แสนคมกับช่อม่วงมีปากเสียงกันจนฝ่ายหลังเป็นลมหมดสติก็ตกใจโดยเฉพาะพระพายรีบโทร.หาทองเอกจะถามว่าพาช่อม่วงไปโรงพยาบาลไหนแต่เขาไม่รับสาย เธอร้อนใจจะโทร.เช็กไปตามโรงพยาบาลทุกแห่ง แต่พันธกานต์ห้ามไว้

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยโทร.ถามอีกทีก็ได้ ตอนนี้เขาอาจจะยุ่งอยู่”

พระพายพยักหน้ารับคำแล้วถามถึงแสนคมติดต่อได้ไหม พันธกานต์ส่ายหน้าท่านไม่รับสายเหมือนกัน...

หลังจากตรวจร่างกายช่อม่วงอย่างละเอียดแล้ว หมอแจ้งให้ทองเอกทราบว่าเธอมีอาการเส้นเลือดในสมองแตก นับว่ายังโชคดีที่เส้นเลือดอยู่ด้านนอกไม่ได้อยู่ในจุดสำคัญ แต่ถึงกระนั้นหมอก็ขอให้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักสองสามวันก่อน ทองเอกมองแม่ที่ยังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยความสงสาร...

ทางด้านแสนคมแค้นใจมากที่ทุกอย่างย่ำแย่ไปหมดโทษว่าเป็นเพราะนพดล หาทางจะเอาคืนให้ได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้นแสนคมบุกมาที่บริษัทคมน์พิมุกต์แต่เช้า รปภ.ซึ่งได้รับการว่าจ้างมาใหม่ไม่ยอมให้เข้า เขายิ่งโมโห นี่มันบริษัทของเขาทำไมจะเข้าไม่ได้สั่งให้ รปภ.ถอยไป

“ไม่ได้ครับ คุณเป็นบุคคลที่คุณนพดลสั่งไว้ว่าห้ามเข้ามาในอาคารเด็ดขาด”

“ไอ้นพมันเป็นคนสั่งห้ามฉันงั้นเหรอ ฮึ...ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้ในเมื่อบริษัทนี้มันเป็นของฉัน” แสนคมดึงดันจะเข้าไปให้ได้ รปภ.ต้องเรียกพวกมาช่วยกันจับเขาไว้ เตชินท์ซึ่งอยู่แถวนั้นเข้ามาช่วยห้าม รปภ.ไม่ให้ยุ่งกับแสนคม แต่สู้แรงพวกนั้นซึ่งมีมากกว่าไม่ไหว...

ทางฝ่ายพระพายพยายามโทร.หาทองเอกอีกครั้งแต่ไม่มีใครรับสายเหมือนเดิม จึงตัดสินใจไลน์ไปหาว่าอยู่โรงพยาบาลไหน เธออยากไปเยี่ยมอาช่อ ระหว่างนั้นพันธกานต์เข้ามาถามว่าติดต่อทองเอกได้หรือยัง เธอบ่นอุบ ไม่รู้ทองเอกจะเป็นอะไรหรือเปล่าถึงไม่รับสาย พันธกานต์ยังไม่ทันจะว่าอะไร เตชินท์โทร.เข้ามาเสียก่อน เขาต้องตกใจเมื่อรู้จากเตชินท์ว่าพ่อของเขาไปที่บริษัท ตอนนี้ถูก รปภ.จับตัวไว้

“...เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พันธกานต์วางสายแล้วหันไปบอกพระพายว่าพ่อของเขาถูก รปภ.ที่บริษัทจับตัวไว้ เธอเป็นห่วงท่านมากขอตามไปด้วย...

แสนคมยังพยายามจะเข้าไปในบริษัทคมน์พิมุกต์ให้ได้ แต่ถูก รปภ.ผลักออกมาจนล้มลงไปกองกับพื้น

เตชินท์รีบเข้าไปดูอาการ ท่านลุกขึ้นได้จะลุยเข้าไปอีก เตชินท์รั้งตัวไว้ขอร้องอย่าเพิ่งเข้าไปจะดีกว่า ท่านไม่ฟังยืนกรานจะเข้าไปคุยกับนพดลให้รู้เรื่องให้ได้ รปภ.ขู่ถ้ายังไม่หยุดก่อความวุ่นวายจะเรียกตำรวจมาจัดการ แสนคมท้าให้เรียกมาได้เลย พันธกานต์กับพระพายที่ตามมาสมทบถามว่ามีอะไรกัน แสนคมไม่สนใจยังโวยใส่ รปภ.

“อยากเรียกตำรวจนักใช่ไหมก็ไปเรียกมาเลยสิวะจะได้รู้กันไป ว่าคนที่ควรออกไปจากที่นี่คือไอ้นพไม่ใช่ฉัน”

พลันมีเสียงนพดลดังขึ้น “ทำไมฉันต้องไป ในเมื่อตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”

ทั้งพันธกานต์ แสนคมกับพระพาย และเตชินท์หันมองตามเสียง เห็นนพดลยืนอยู่กับทองเอกและนภชล พระพายแปลกใจหันไปกระซิบกับพันธกานต์ ทำไมพี่เอกถึงมากับคุณชลได้ เขายังไม่ทันจะว่าอะไร แสนคมที่แค้นนพดลมากพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้ออย่างเอาเรื่อง

“ไอ้นพ แล้วที่แกหลอกให้ฉันกินยานั่น ก็เพื่อจะให้ฉันเซ็นเอกสารมอบอำนาจให้แก...แกไอ้ชาติชั่ว”

รปภ.เข้ามาดึงตัวแสนคมออกจากเจ้านายตัวเอง นพดลขยับเสื้อตัวเองให้เข้าที่ พลางหัวเราะขำ

“ถ้าอย่างนั้นแกคงจะอ่านหนังสือมอบอำนาจไม่ละเอียดใช่ไหม เพราะฉันอุตส่าห์เขียนทุกอย่างไว้ละเอียด เหมือนพินัยกรรมของแกเลยนะว่าการมอบอำนาจครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ”

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า พันธกานต์ยังคงประกาศกร้าวถึงอย่างไรคมน์พิมุกต์กรุ๊ปก็ยังเป็นของพวกเรา นภชลถามว่าแน่ใจหรือเพราะเท่าที่รู้มาคนที่ถือหุ้นคมน์พิมุกต์อยู่ตอนนี้ก็มีแค่พ่อของตนกับช่อม่วง และถ้าตนแต่งงานกับทองเอกก็จะไม่มีอะไรเป็นของตระกูลคมน์พิมุกต์อีก แล้วหันไปหอมแก้มทองเอก

“พี่เอกนี่มันหมายความว่ายังไงคะ” พระพายมองทองเอกอย่างรอคำตอบ นพดลเห็นเขานิ่งจึงบอกเธอเองว่าที่ทองเอกมาวันนี้ก็เพื่อจะเลื่อนวันแต่งงานให้เร็วขึ้น แสนคมต่อว่าเขา ว่าทำแบบนี้กับตนได้อย่างไร ทองเอกทำแบบนี้เพราะจะเอาคืนที่แสนคมทำกับแม่ของเขาแล้วถามว่าจำคำพูดที่ไล่เขากับแม่ออกจากบ้านได้ไหม

“ผมว่าตอนนี้เราคงอยู่ในสถานะที่ตรงกันข้ามแล้วล่ะครับ”

พระพายพยายามขอร้องให้ทองเอกเปลี่ยนใจแต่ไร้ประโยชน์ เขายืนกรานจะไม่ยอมให้ใครมาว่าว่าเป็นกาฝากอีกต่อไป ดังนั้นเขาคงต้องขอให้พันธกานต์กับแสนคมออกจากบ้านคมน์พิมุกต์ เนื่องจากเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ แสนคมโวยวายจะไล่ได้อย่างไรในเมื่อนั่นเป็นบ้านของตน ทองเอกเตือนถ้าไม่ยอมไปแต่โดยดี เขาจะแจ้งตำรวจจับฐานทำร้ายร่างกายแม่ของเขา แสนคมฟิวส์ขาดตบทองเอกหน้าหัน

“แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง” พูดได้แค่นั้น ความดันสูงของแสนคมก็กำเริบหน้ามืดจะเป็นลม พันธกานต์กับเตชินท์ต้องช่วยกันประคองท่านไปนั่งพัก ทองเอกไม่สนใจอะไรผู้บุกรุกอีก ชวนนพดลกับนภชลเข้าไปคุยเรื่องของเราดีกว่าแล้วเดินนำสองพ่อลูกเข้าข้างใน พันธกานต์มองตามทั้งสามคนไปด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ข่าวเรื่องทองเอกไปเข้าพวกกับนพดลและนภชลแพร่สะพัดไปทั้งบริษัท เต็มฟ้าไม่ปักใจเชื่อว่าเขาจะเป็นคนแบบนั้นไปได้ กุ๊กไก่ท้าให้เธอไปถามเจ้าตัวเลย แล้วบุ้ยใบ้ให้เธอหันไปมองทองเอกที่กำลังเดินเข้ามา เธอถามเขาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าจริงหรือเปล่าที่เขาจะแต่งงานกับนภชล แล้วไล่แสนคมออกจากที่นี่

“ใช่...ตอนนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วนะครับว่าคุณนพดลและผมคือผู้บริหารสูงสุดของที่นี่...ฟ้ามีเรื่องจะถามพี่แค่นี้ใช่ไหม” ว่าแล้วทองเอกผละจากไป ทั้งเต็มฟ้า นิกันต์ แมคและกุ๊กไก่อึ้งไปตามๆกัน...

ไม่นานนักทองเอกมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับนพดลซึ่งออกปากว่าตอนแรกก็แปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆเขาก็เข้ามาบอกว่าอยากเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น แต่ตอนนี้ตนเข้าใจหัวอกเขาแล้ว ทองเอกสารภาพว่าที่จริงก็ไม่ได้อยากเป็นพวกเดียวกับนพดลเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่แสนคมทำกับแม่ของเขาต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม

“งั้นใจเราก็คงตรงกัน เพราะฉันก็ให้ชลแต่งงานกับเราเพราะหุ้นอีกสี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่อยู่กับคุณช่อเหมือนกัน” นพดลยิ้มพอใจกับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการแต่งงานของลูกกับทองเอก

“คุณชลล่ะครับ มีปัญหาอะไรไหมถ้าผมอยากให้เรารีบจัดงานแต่งงานกัน” ทองเอกหันมองว่าที่เจ้าสาว

นภชลย้อนถาม ทำไมทองเอกถึงคิดว่าเธอจะมีปัญหา เขารู้ดีว่าเธอชอบพันธกานต์อยู่ไม่ใช่หรือ เธอขอให้ใช้คำว่าเคยจะดีกว่า เธอยอมรับว่าเคยรักพันธกานต์มากจนทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองไป ในเมื่อความรักให้อะไรเธอไม่ได้ ต่อไปนี้เธอก็จะมีแต่ความเกลียด

“งั้นเราคงจะเป็นคู่เดียวที่แต่งงานกันเพราะความแค้นไม่ใช่ความรัก” ทองเอกยิ้มเหี้ยม...

เสร็จจากคุยธุระกับนพดลและนภชล ทองเอกกลับไปเฝ้าไข้แม่ ทันทีที่ท่านรู้สึกตัวลืมตาตื่น ก็ถามหา แสนคมไปไหน เขาไม่อยากให้ท่านรู้เรื่องที่กำลังทำ จึงบอกว่าอย่าเพิ่งคุยอะไรตอนนี้ ท่านต้องนอนพักมากๆ เธอยังเป็นกังวลซักเขาเป็นการใหญ่ว่าแสนคมไม่ได้ไปหานพดลใช่ไหมแล้วตอนนี้แสนคมอยู่ไหน

“ตอนนี้อาแสนอยู่ที่บ้านครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

ช่อม่วงพยักหน้ารับรู้แล้วยันตัวจะลุกขึ้นแต่ต้องตกใจเพราะแขนไม่มีแรง ถามลูกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทองเอกอธิบายว่า นี่เป็นผลข้างเคียงของเส้นเลือดฝอยในสมองแตก ถึงแม่จะไม่เป็นอะไรมากแต่ก็ต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนี่ให้หมอดูอาการอีกสักระยะหนึ่งก่อน เธอไม่ยอมอยู่เป็นห่วงแสนคม ร้องจะกลับบ้าน

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ เชื่อผมสิครับ ตอนนี้คุณอาน่าจะยุ่งๆอยู่นะครับ เดี๋ยวเย็นๆก็คงตามมาเยี่ยม คุณแม่อย่าเพิ่งคิดอะไรเลยนะครับ นอนพักก่อนดีกว่า” ทองเอกว่าแล้วประคองแม่ให้ลงนอน เอาผ้ามาห่มให้

ooooooo

ระหว่างกลับมาเก็บข้าวของที่บ้านคมน์พิมุกต์ แสนคมโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ พันธกานต์ขอร้องพ่ออย่าโทษตัวเอง ที่เราเป็นแบบนี้เพราะทองเอกกับนพดลและนภชลต่างหาก

“พัน...ตอนนี้พ่อไม่เหลืออะไรแล้ว ทุกอย่างที่พ่อสร้างมามันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว” แสนคมคร่ำครวญ

“แต่พ่อยังมีผม วันนี้เราอาจจะแพ้ แต่ผมสัญญาว่าผมจะเอาทุกอย่างของเรากลับคืนมาให้ได้”...

เก็บข้าวของใช้จำเป็นเสร็จ พันธกานต์เอากระเป๋าเดินทางของตัวเองกับของพ่อไปใส่ท้ายรถ แสนคมหันไปมองตัวบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์ พันธกานต์ต้องสะกิดให้ไปกันได้แล้ว พระพายออกมาส่งเป็นน้ำหูน้ำตาขึ้นมาทันที พันธกานต์หันไปเอ็ดจะร้องไห้ทำไม ตนกับพ่อแค่ย้ายที่อยู่เท่านั้นเอง เธอขอโทษเขาด้วยที่ช่วยอะไรเขากับคุณอาไม่ได้ แสนคมท้วงขึ้น ทำไมจะช่วยไม่ได้

“อาฝากดูแลอาช่อด้วยนะ อาไปก่อนล่ะ...ไปเจ้าพัน” แสนคมเดินไปขึ้นรถ พันธกานต์ให้คำมั่นไปแล้วไม่ไปลับจะหมั่นติดต่อกลับมา พระพายพยายามกลั้นน้ำตาไว้

“อื้อ...สู้ๆนะ” พระพายมองตามพันธกานต์ที่ขึ้นรถขับออกไปอย่างใจหาย จากนั้นไม่นาน สองพ่อลูกมาถึงบ้านเรือนรัก พันธกานต์บอกกับลุงชิดที่ออกมาต้อนรับว่าเราสองคนจะมาอยู่ที่นี่กันสักพัก โดยที่พ่อจะพักที่ห้องแม่ ส่วนเขาก็อยู่ห้องตัวเองหลังจากขนกระเป๋ามาวางให้พ่อที่ห้องนอนแม่ พันธกานต์หันมาบอกพ่อ

“เราจะอยู่ที่นี่กันสักพักนะพ่อ...พ่ออยู่ได้ใช่ไหมครับ”

“ทำไมฉันถึงจะอยู่ไม่ได้ล่ะ แกไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ” แสนคมรอจนลูกไปแล้ว จึงเอาข้าวของออกจากกระเป๋าใส่ในตู้เสื้อผ้า ระหว่างนั้นช่อม่วงโทร.เข้ามาที่มือถือ เขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไปเอง ช่อม่วงเป็นกังวลมากที่เขาไม่ยอมรับสาย

ooooooo

ทองเอกชวนนภชลมาที่ร้านเวดดิ้งเพื่อลองชุดแต่งงานและคุยกับพี่บุ้ง เวดดิ้งแพลนเนอร์ของทางร้าน ระหว่างรอว่าที่เจ้าสาววัดตัว พี่บุ้งเอาธีมงานแต่งในไอแพดมาให้ทองเอกเลือกพร้อมกับอธิบายถึงธีมต่างๆ แต่เขาไม่สนใจ จัดแบบไหนก็ได้ เอาที่ทันเวลาเป็นพอ ช่างเสื้อพานภชลตามเข้ามา

“วัดตัวเจ้าสาวเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญคุณเอกต่อได้เลยค่ะ”

“พี่บุ้งคุยกันไปถึงไหนแล้วคะมีอะไรบ้างขอชลดูหน่อย”

“คุณเอกบอกว่าเอาธีมอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณชล...แหม หายากนะคะที่จะให้เกียรติว่าที่ภรรยาขนาดนี้” พี่บุ้งสตรอไปเรื่อย ทองเอกขัดขึ้นทันที ตนไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย ตนแค่บอกว่าเอาธีมอะไรก็ได้ที่จัดทันวันงาน พี่บุ้งถึงกับหน้าจ๋อย นภชลปลอบว่าไม่ต้องไปใส่ใจ

“พอดีเราแต่งงานกันเพราะความเกลียด ไม่ใช่ความรักน่ะค่ะ มันก็เลยอาจจะดูแปลกๆหน่อย...งั้นคุณเอกไปวัดตัวเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ชลจัดการเอง”...

เลือกชุดแต่งงานเสร็จเรียบร้อย ทองเอกพานภชลมาที่บ้านเนื่องจากเธอต้องการจะใช้บ้านคมน์พิมุกต์เป็นสถานที่จัดงาน เขาออกปากความจริงเธอไม่เห็นจะต้องมาดูสถานที่เอง ถ้าอยากจัดงานที่นี่ก็แค่จ้างคนจัดอีเวนต์มาดูก็พอ เธอยืนกรานจะมาดูเองเพราะอยากออกแบบงานแต่งตัวเองจะได้รู้ว่าแต่ละมุมควรจะเป็นแบบไหน หรือเขามีอะไรไม่พอใจ ทองเอกไม่พูดอะไรให้มากความ เชิญเธอเดินดูสถานที่ตามสบาย

“แล้วคุณอยากได้ห้องคุณพันไว้แต่งตัวด้วยเลยไหมล่ะ ผมจะได้พาขึ้นไปดู”

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก” นภชลพูดไม่ทันขาดคำ พระพายเข็นรถเข็นที่ช่อม่วงนั่งเข้ามา ทองเอกเห็นแม่กลับบ้านก็ตกใจ

“คุณแม่กลับมาได้อย่างไรครับ แล้วนี่คุณหมออนุญาตให้กลับแล้วเหรอครับคุณแม่”

“แม่โทร.หาอาแสนแต่อาแสนไม่ยอมคุยกับแม่ แม่เลยคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ แม่เลยโทร.หาหนูพาย นี่ลูกจะแต่งงานกันจริงๆเหรอ” ช่อม่วงมองทองเอกสลับกับนภชลซึ่งชิงตอบคำถามแทนเขา

“ก็จริงสิคะ นี่เราเพิ่งกลับจากเลือกชุด วัดตัวดูของชำร่วยกันมา แบบนี้คงไม่แต่งไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

พระพายที่ยืนฟังอยู่ด้วยไม่สบายใจมาก ขณะที่ช่อม่วงเห็นทองเอกนิ่งเฉยไม่ยอมพูดอะไร จึงหันไปบอก นภชลว่าจะขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว นภชลไม่ค่อยจะพอใจนักแต่ก็ข่มอารมณ์ไว้ ก่อนจะเดินนำออกไป พระพายจึงเข็นรถเข็นที่ช่อม่วงนั่งตามไป...

เมื่อมาถึงสวนข้างบ้าน พระพายอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนช่อม่วงเพราะเห็นว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ท่านกลับบอกว่าไม่เป็นอะไร ท่านอยู่เองได้ เธอมีอะไรทำก็ไปทำได้เลย พระพายจำใจกลับเข้าตัวตึก ครั้นได้อยู่ตามลำพังกับนภชล ช่อม่วงเสนอจะให้เงินที่ตัวเองเก็บหอมรอมริบก้อนหนึ่งเอาไว้ ถ้าเธอต้องการจะเอาไปใช้หนี้ก็เชิญเอาไปได้เลย นภชลซึ่งตอนนี้เลื่อนช่อม่วงจากคุณอามาเป็นคุณแม่ อยากรู้ว่าต้องแลกกับอะไร

“คืนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคุณแสนกับคุณพัน ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอนี้ ฉันจะบอกให้ทุกคนไม่ติดใจเอาความดำเนินคดีอะไรกับเธอสองพ่อลูก”

นภชลไม่รับข้อเสนอเพราะเงินที่ช่อม่วงจะให้น้อยกว่าเงินที่ตนกับพ่อจะได้จากคมน์พิมุกต์ ช่อม่วงขู่ถ้าขืนเธอคิดจะสู้กับพวกเราต่อไปรับรองไม่จบแค่นี้แน่ เธอหากลัวไม่ พูดขึ้นลอยๆรู้ไหมว่าทำไมช่อม่วงยังรอดอยู่

“เพราะถ้าฉันเป็นอะไรไป ลูกชายของฉันคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

“ผิดค่ะ เพราะชลใส่กุ้งในอาหารให้คุณแม่กินน้อยไปต่างหาก” นภชลเห็นช่อม่วงนิ่งไปก็หัวเราะ

“ล้อเล่นขำๆนะคะคุณแม่ เห็นช่วงนี้คุณแม่ดูเครียดๆ

ชลก็เลยอยากให้คุณแม่หัวเราะบ้างน่ะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ชลกลับก่อนนะคะ” ยัยโรคจิตเดินหัวเราะชอบใจออกไป ช่อม่วงมองตามหน้าเครียด...

ขณะที่นภชลเผลอหลุดปากเรื่องใส่กุ้งในอาหารให้ช่อม่วงกิน แสนคมเจอกล่องใส่ข้าวของของแพรทองในตู้เสื้อผ้า เปิดดูข้างในเจอหนังสือรุ่น “โรงเรียนปัญญานุสรณ์ รุ่น 12” มีรอยพับที่มุมหนึ่งของหน้าหนังสือก็ลองพลิกดู เผยให้เห็นภาพนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เขาไล่ดูเรื่อยๆ เจอก้องภพอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยก็ของขึ้น ปาหนังสือรุ่นทิ้ง เป็นจังหวะเดียวกับพันธกานต์เปิดประตูเข้ามา เห็นหนังสือกระจายเกลื่อนพื้นถามว่าเกิดอะไรขึ้น

แสนคมไม่ตอบคำถามเดินเบียดพันธกานต์ออกจาก ห้องไปอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มหยิบหนังสือรุ่นที่พื้นขึ้นมาเปิดดูตามรอยพับเห็นรูปแพรทองกับก้องภพ รีบเดินตามพ่อจนทันกันที่ระเบียงหน้าบ้าน

“ผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนแม่เหรอครับ”

“ไม่ใช่เรื่องของแกไม่ต้องมายุ่ง” แสนคมตวาดลั่น พันธกานต์แปลกใจทำไมพ่อถึงไม่อยากให้เขายุ่ง ผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับแม่ไว้ใช่ไหม ยิ่งเห็นพ่อเงียบเขายิ่งคาดคั้นให้ตอบ แสนคมโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดว่า

“ใช่...มันเป็นชู้กับแม่แก พอใจหรือยัง อยากรู้มากนักใช่ไหม นี่ไงความจริง ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่แก”

พันธกานต์มองพ่อตัวเองอย่างสังเวชใจ พลางต่อว่าว่าทำไมท่านถึงไม่หัดยอมรับความจริงบ้าง คอยแต่จะโทษคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทั้งที่ความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะท่าน แสนคมฉุนขาดเงื้อมือจะตบหน้าลูก แต่ชะงักไว้อยากจะบอกความจริงให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่กล้ำกลืนเก็บมันเอาไว้

ooooooo

ช่อม่วงไม่สบายใจเรื่องที่คุยกับนภชลจึงเอามาบอกให้ทองเอกรับรู้เผื่อลูกจะเปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับผู้หญิงเลวร้ายคนนี้ ท่านไม่รู้ว่าเธอพูดจริงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆคือเธอเป็นคนบอกเรื่องนี้กับท่านด้วยตัวเอง แทนที่เขาจะล้มเลิกงานแต่ง กลับไม่สนใจ

“แต่ยังไงเธอกำลังจะกลายมาเป็นลูกสะใภ้ของคุณแม่ ผมอยากให้คุณแม่ลืมเรื่องนั้นซะจะได้ไหมครับ” พูดจบทองเอกขอตัวไปทำงานแล้วผละจากไป ทิ้งให้แม่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น...

เรื่องที่แม่เล่ารบกวนจิตใจทองเอกมากจนไม่เป็นอันทำงานเอาแต่นั่งใจลอย ครั้นนภชลเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาทำให้เขาตื่นจากภวังค์ ตัดสินใจถามเรื่องที่เธอเอากุ้งใส่ในอาหารให้ช่อม่วงกิน เธอกลับย้อนถามว่าถ้าเธอทำจริง เขาจะยกเลิกงานแต่งงานอย่างนั้นหรือ เขาส่ายหน้า

“ถ้าคุณเป็นคนทำ ผมก็แค่จะบอกว่าคุณไม่ควรไปบอกกับแม่ผมอย่างนั้น เพราะตอนนี้หุ้นในคมน์พิมุกต์ยังมีชื่อของแม่ผมอยู่ ตกลงคุณเป็นคนใส่กุ้งให้แม่ผมกินใช่ไหม”

นภชลยอมรับหน้าชื่นว่าใช่ แถมยังยอมรับว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องที่พระพายถูกทำร้ายอีกด้วย เสียดายที่มันไม่ตาย เธออยากไปงานศพมันมากกว่าไปงานแต่งเราเสียอีก ทองเอกแปลกใจทำไมเธอถึงกล้าบอกเรื่องนี้กับเขา นภชลยิ้มเหี้ยมที่กล้าบอกเพราะเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้าเขาไม่ได้แต่งงานกับเธอ เขาก็ไม่ได้แก้แค้นพวกคมน์พิมุกต์ แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ทองเอกมองตามเธอเดินออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย...

ทางฝ่ายพระพายแวะไปหาพันธกานต์ที่บ้าน เจอเขานั่งหน้าเครียดอยู่ถามว่าเป็นอะไรไป เขาเล่าเรื่องที่พ่อหาว่าแม่เป็นชู้กับผู้ชายที่ตาย แต่เขาไม่เชื่อและไม่มีวันเชื่อด้วย

“ที่พ่อฉันพูดแบบนั้นก็แค่โทษทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาก็แค่นั้นเอง แล้วเธอมาที่นี่ทำไม”

พระพายยื่นซองการ์ดแต่งงานให้ พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้พี่เอกจะแต่งงานกับคุณชลแล้ว ไม่คิดจะสู้เพื่อเอาทุกอย่างคืนมาอย่างที่เขาเคยประกาศเอาไว้หรือ อาช่อ บอกเธอว่าเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยคมน์พิมุกต์ได้ถึงได้ให้เธอมาหาเขาที่นี่

ooooooo

งานแต่งงานของทองเอกกับนภชลไม่ได้จัดที่บ้านคมน์พิมุกต์แต่ไปใช้บริการห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูแทนเนื่องจากจองสถานที่ได้ ทั้งพระพาย แมค กุ๊กไก่ นิกันต์กับเต็มฟ้าต่างมาร่วมงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะยังรับกับเรื่องนี้ไม่ได้ เตชินท์เห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของทุกคนต้องเข้ามาเตือน

“เฮ้ยๆๆ ยิ้มกันหน่อยสิวะ นี่มันงานแต่งงานนะเว้ย”

กุ๊กไก่ก็อยากยิ้มแต่ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนว่างานนี้เป็นงานแต่งที่ไม่มีความสุขอย่างไรก็ไม่รู้ แมคเห็นด้วย งานดูไร้ความสุขจนกินอะไรไม่ลง พระพายเห็นเต็มฟ้าหน้าเศร้าก็พอจะเดาอาการออก นี่เพื่อนยังไม่เลิกคิดเรื่องพี่เอกอีกหรือ เธอพยักหน้า คนอื่นจะมองเขาอย่างไรเธอไม่รู้  แต่เธอเชื่อว่าเขาไม่มีทางที่จะทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้แน่ๆ ขนาดเธอยังรู้สึกอย่างนี้ แล้วอาช่อจะขนาดไหน

พระพายเหลือบมองไปที่โต๊ะวีไอพีเห็นช่อม่วงนั่งอยู่คนเดียวท่าทางกลัดกลุ้มก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย ระหว่างนั้นนพดลเดินเข้ามาทักช่อม่วง วันดีๆ อย่างนี้เธอน่าจะยิ้มแย้มหน่อยโบราณเขาถือ ช่อม่วงไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้เขาเองก็รู้แก่ใจดี เขายิ้มเย้ยถึงเธอจะไม่เห็นด้วยแต่สุดท้ายต้องเลือกเข้าข้างลูกชายอยู่ดี เธอเตือนเขาว่าอย่าลืมว่าคนที่ถือหุ้นอีก 49% ในคมน์พิมุกต์คือเธอไม่ใช่ทองเอก

“คุณนพจะได้หุ้นคมน์พิมุกต์จากฉันก็ต่อเมื่อฉันตายเท่านั้น”

“อย่าซีเรียสนักสิคุณช่อ ไม่มีใครเขาทำอะไรคุณหรอกน่า”

“คิดว่าอย่างนั้นแหละค่ะ เพราะเท่าที่ดูเมนูวันนี้ไม่เห็นมีไข่ตุ๋น” ช่อม่วงแดกดันอยู่ในที นพดลชะงัก นี่เธอ รู้ความจริงเรื่องไข่ตุ๋นแล้วใช่ไหม ขอบใจที่บอกคราวหน้าเขากับลูกจะได้ระวังให้มากกว่านี้ เธอเจ็บใจที่เขาไม่มีท่าทีจะสำนึกผิด ระหว่างนั้นเต็มฟ้าเดินนำพระพายเข้ามาถามช่อม่วงว่าจะกินอะไรหน่อยไหม นพดลเห็นมีคน มาขัดจังหวะก็เลยขอตัวก่อน พระพายมองตามเขาที่เดินจากไปก่อนจะถามช่อม่วงว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ขอบใจหนูสองคนมากนะที่เป็นห่วงอา แล้วนี่คุณพันจะมางานด้วยไหม”

พระพายเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพันธกานต์จะมาหรือเปล่า...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แสนคมทนต่อไปไม่ไหวขนข้าวของของแพรทองที่อยู่ในกล่องออกมาเผาทิ้ง ค่อยๆหยิบรูปทีละใบโยนใส่กองไฟกระทั่งเจอกระดาษชิ้นหนึ่งมัดติดกับรูปถ่ายคู่ของเขากับเธอ ครั้นเปิดอ่านถึงกับตะลึง หันไปถามลุงชิดที่เดินออกมาพอดีว่าพันธกานต์อยู่ไหน ลุงชิดส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน

“คุณท่านมีอะไรหรือเปล่าครับ...” ลุงชิดพูดยังไม่ทันจบ แสนคมเดินลิ่วออกไปเสียก่อน...

ณ โรงแรมหรูสถานที่จัดงานแต่งงาน พันธกานต์กำลังจะไปยังห้องจัดเลี้ยง ตอนที่แสนคมโทร.มาถามว่าอยู่ไหน เขายังไม่ได้ตอบคำถามพ่อ มีพนักงานโรงแรมเข้ามาถามเขาว่าจะไปไหน

“ห้องจัดเลี้ยงงานแต่งงานคุณทองเอกครับ...มีอะไรค่อยกลับไปคุยกันนะพ่อ ผมยุ่งอยู่” พูดจบพันธกานต์วางสายโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้คุยกันก่อนของพ่อตัวเอง

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว ช่อม่วงกับพระพายพยายามกล่อมให้ทองเอกล้มเลิกงานแต่งงาน แต่ต้องเงียบเสียงเพราะนภชลเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับทีมงาน เธอเห็นสองอาหลานอยู่ในห้องก็แปลกใจ

“นี่อย่าบอกนะว่าจะเข้ามาส่งตัวเจ้าบ่าวกัน ลูกคุณแม่ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ คุณเอก พี่เขาให้มาตามใกล้จะได้เวลาแล้วค่ะ” พูดพลางนภชลปรายตามองสองอาหลาน ทองเอกพยักหน้ารับรู้ แล้วหันมองแม่กับพระพาย

“ผมดีใจที่แม่กับพายมางานของผมกับชลนะ”

คำพูดของทองเอกทำให้ช่อม่วงรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดให้เขาเปลี่ยนใจจึงชวนพระพายกลับ ฝ่ายหลังมองอย่างขัดอกขัดใจ แต่ก็จำต้องสงบปากสงบคำไว้เดินตาม ช่อม่วงที่ออกจากห้องไป นภชลมองตามทั้งคู่อย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก ก่อนจะหันมองเจ้าบ่าวตัวเอง

“คงไม่มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ชลใช่ไหม”

ทองเอกยืนนิ่งไม่ตอบอะไร แล้วเดินออกจากห้องไป นภชลมองตามเขาอย่างระแวดระวังไม่อยากให้แผนการที่วางไว้อย่างดีต้องพัง...

เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่ด้านหน้าทางเข้าโรงแรม แสนคมพยายามจะเข้ามาในงานแต่งงานของทองเอก  แต่พนักงานไม่ยอมให้เข้าเนื่องจากไม่มีบัตรเชิญ เนื่องจากทางเจ้าภาพกำชับไว้ แขกที่มาร่วมงานต้องได้รับบัตรเชิญเท่านั้น เขาไม่ยอมถอยจะดึงดันเข้าไปให้ได้ พนักงานจึงเรียก รปภ.มาช่วยกันจับตัวไว้...

ช่อม่วงเครียดจัดทำท่าจะเป็นลมต้องขอร้องให้พระพายพาไปให้พ้นจากที่นี่ ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอกำลังจะพยุงท่านออกไป นพดลเข้ามาทักท้วงทำแบบนี้ จะดีหรือ ถ้าแม่เจ้าบ่าวไม่อยู่ในงาน เดี๋ยวคนจะครหาเอาได้ ทันใดนั้นมีเสียงพิธีกรบนเวทีประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมาบนเวทีดังขึ้น

ที่ด้านหลังเวทีฝ่ายควบคุมเสียงเสียบธัมบ์ไดรฟ์ที่เจ้าบ่าวเตรียมไว้ให้เจ้าสาว แล้วดันวอลลุ่มเปิดเสียง ทีมงานที่กำกับเวทีปล่อยตัวคู่บ่าวสาวขึ้นไปบนเวที พวกพนักงานบริษัทคมน์พิมุกต์ต่างเซ็งไม่อยากดู

เตชินท์ต้องเตือนให้ทุกคนสนใจบนเวทีด้วย ทุกคน จึงจำใจหันไปมองจอแอลอีดีใหญ่บนเวที เป็นภาพในห้องทำงานของทองเอก เป็นตอนที่เจ้าของห้องถาม

นภชลว่าเอากุ้งใส่ไข่ตุ๋นให้ช่อม่วงใช่ไหม ทั้งแขกเหรื่อทั้งเหล่าพนักงานบริษัทต่างมองตะลึง นพดลตั้งสติได้หันไปสั่งการให้คนไปปิดคลิป นภชลที่ยืนอยู่บนเวทีหันขวับ มองทองเอกอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“คุณคงคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วคุณระวังตัวอย่างดีเพราะงานวันนี้สำคัญมาก คุณจึงไม่ยอมให้อะไรอยู่เหนือการควบคุมของคุณ ในเมื่อคุณต้องการอย่างนั้น ผมก็เลยให้คุณควบคุมทุกอย่างด้วยตัวคุณเอง”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของทองเอก ตอนนั้นเขาเดินเข้าไปหาทีมงานควบคุมเวทีและเสียงซึ่งกำลังสาละวนกับการเตรียมงาน เอาธัมบ์ไดรฟ์ยื่นให้วานช่วยเปิดตอนขึ้นเวทีให้ด้วย

“นี่เป็นเอ็มวีพิเศษที่ผมเตรียมไว้ให้เจ้าสาว ผมอยาก ให้ช่วยเปิดตอนที่ผมกับชลขึ้นเวทีด้วยนะครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ” ทีมงานรับธัมบ์ไดรฟ์มาเก็บไว้ ทองเอกยิ้มพอใจที่แผนขั้นแรกสำเร็จด้วยดี

ooooooo

นภชลตั้งสติได้ตวาดใส่ทองเอก  คิดจะทำบ้าอะไร เขาขอร้องให้เธอเก็บแรงไว้ให้ปากคำกับตำรวจจะดีกว่า แล้วเดินลงจากเวที จังหวะนั้นตำรวจนำกำลังเข้ามา แขกเหรื่อพากันแตกตื่นถอยไปชิดผนัง เตชินท์กับพวกยังยืนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเห็นพันธกานต์เดินตรงไปหานพดลที่ยังอึ้งกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี้

“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าผมจะกลับมาทวงทุกอย่างที่เป็นของคมน์พิมุกต์คืน” พูดจบพันธกานต์หันไปตบไหล่ทองเอกที่ตามมาสมทบ “ขอบใจนายมาก”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเคยบอกแล้วว่าคมน์พิมุกต์ต้องเป็นของคมน์พิมุกต์เท่านั้น”

นพดลมองสองหนุ่มสลับกันไปมาอย่างเจ็บแค้นใจที่โดนตลบหลัง ช่อม่วงวานให้พระพายพยุงมาหาทองเอก ถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าเรื่องที่คุยกับพันธกานต์เมื่อคืนนั้นให้ฟังว่า พันธกานต์รู้ทันว่าเขากำลังเล่นละครตบตานพดลกับนภชลอยู่ เขาแปลกใจพันธกานต์รู้ได้อย่างไร

“ฉันรู้ว่าคนอย่างนายเป็นคนดีเกินกว่าจะทำเรื่องชั่วๆกับพวกนั้น ฉันอยากมาขอโทษแทนพ่อฉัน นายน่าจะรู้ว่าพ่อฉันรักแม่ของนายแค่ไหน”

“คุณพันบอกความต้องการของคุณมาดีกว่าครับ”

“ฉันอยากให้นายช่วยฉัน เอาคมน์พิมุกต์คืนจากพวกนั้น” พันธกานต์ยื่นมือไปให้ทองเอกจับ ทั้งคู่จับมือกัน มุ่งมั่นจะร่วมมือกันเอาคมน์พิมุกต์คืนมาให้ได้...

แทนที่จะกลัวความผิด นพดลกลับยิ้มร่า คลิปที่นภชลพูดเรื่องใส่กุ้งในไข่ตุ๋นเป็นแค่ความผิดเล็กน้อย หากไปถึงศาลเมื่อไหร่ เธอก็ต้องถูกปล่อยตัวอยู่ดี ทองเอกสวนทันทีเป็นเพราะเธอมีอาการทางจิตใช่ไหม สองพ่อลูกต่างแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร พันธกานต์ชิงพูดขึ้นก่อน

ว่ารู้ตั้งแต่วันที่นภชลเป็นลมที่ออฟฟิศแล้ว ตนสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเธอเป็นอะไร แต่นพดลไม่ต้องห่วงที่ตนให้ตำรวจมาที่นี่ไม่ได้มาจับเธอ

จังหวะนั้น ตำรวจเข้ามาแจ้งข้อหากับนพดล “คุณถูกจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่านายก้องภพ”

“อะไรกันคุณตำรวจ คุณพูดอะไรกล่าวหากันแบบนี้ผมแจ้งความกลับได้นะ” นพดลแถสีข้างไปเรื่อย

“ทางเราสามารถติดตามและจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือได้แล้วคนร้ายให้การซัดทอดว่าคุณเป็นคนจ้าง”

นอกจากนี้  ตำรวจยังสืบในทางลับจนรู้ว่าการสังหารก้องภพครั้งนี้นพดลเป็นคนจัดฉากขึ้นเพื่อโยนความผิดให้แสนคม โดยยุให้ก้องภพโทร.ไปนัดแนะให้แสนคมเอาเงินสดมาจ่ายค่าแบล็กเมล์ ไม่ให้โอนผ่านธนาคาร ครั้นถึงเวลาตามนัด นพดลส่งมือสังหารตามไปเก็บก้องภพก่อนที่แสนคมจะมาถึง

ขณะตำรวจจะเข้ามาจับกุมตัวนพดล อีกส่วนหนึ่งกรูกันเข้าจับตัวนภชลไว้ แต่เธอขัดขืนไม่ยอมให้จับง่ายๆ นพดลจวนตัวชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ พวกตำรวจพากันถอยห่าง ผู้กองพยายามกล่อมให้เขาวางปืน ไปสู้คดีกันในศาลจะดีกว่า เขาไม่ยอมวางยังคงกราดปืนไปทั่ว ผู้คนในงานต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ

“คุณนพวางปืนเถอะค่ะ คุณยังมีหนูชลนะคะถ้าคุณทำแบบนี้แล้วใครจะอยู่ดูแลเธอ” ช่อม่วงช่วยกล่อมจนนพดลได้คิด ค่อยๆวางปืนลง นภชลยอมไม่ได้พุ่งเข้าไปแย่งปืนจากมือพ่อเล็งปืนใส่ทุกคนซึ่งพากันแตกตื่นหนีตายจ้าละหวั่น นพดลพยายามกล่อมให้เธอวางปืนแต่เธอไม่สนใจเดินถือปืนเข้าหาพันธกานต์

“ที่ฉันต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะแก...เพราะแก” ไม่พูดเปล่านภชลเหนี่ยวไกปืนยิงพันธกานต์ทันที แสนคมซึ่งอยู่ใกล้ๆเอาตัวเองขวางทางปืนไว้ กระสุนถูกเขาอย่างจัง พันธกานต์รีบประคองพ่อไว้ในอ้อมแขน เตชินท์หันไปสั่งให้กุ๊กไก่โทร.ตามรถพยาบาล แสนคมพยายามจะพูดบางอย่างแต่พันธกานต์ห้ามไว้ ช่อม่วงเห็นท่าไม่ดี บอกว่าให้พันธกานต์พาท่านไปส่งโรงพยาบาลเอง ขืนรอรถพยาบาลจะไม่ทันกาล

ทองเอก เตชินท์กับพันธกานต์ช่วยกันประคองแสนคมจะออกไป  แต่นภชลตะโกนห้ามไม่ให้ใครไปไหนทั้งนั้น แล้วเล็งปืนใส่พันธกานต์อีกครั้งพร้อมกับต่อว่าเขาทำไมถึงได้ชอบเดินหนีตนนัก ชายหนุ่มชะงักหันมอง ตำรวจสั่งให้เธอวางปืนลงพร้อมกับเล็งปืนไปที่เธออีกด้วย นพดลที่โดนคุมตัวช่วยขอร้องเธออีกแรงหนึ่ง

“ชล...อย่าทำแบบนี้เลยนะลูก”

“ไม่...พ่อไม่ต้องมาห้าม หนูจะฆ่ามัน”

นพดลรู้ทันทีว่านภชลจะยิงพันธกานต์ สะบัดหลุดจากถูกตำรวจคุมตัว เข้าไปแย่งปืนจากมือเธอ สองพ่อลูกยื้อยุดแย่งปืนกันไปมา ก่อนปืนจะลั่นดังปังกระสุนถูก หน้าอกผู้เป็นพ่อถึงกับทรุดฮวบ นภชลเห็นพ่อถูกยิง

เลือดเต็มไปหมดก็สติแตกปล่อยปืนทิ้ง ร้องเอะอะว่าไม่ได้ทำซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ตำรวจกรูกันเข้าไปจับเธอไว้ ขณะที่แสนคมเสียเลือดมากหมดสติไป

ooooooo

แสนคมเสียเลือดมากเนื่องจากเลือดสำรองของโรงพยาบาลไม่พอ หมอจึงขอให้ญาติไปให้เลือด พันธกานต์อาสาจะเป็นคนให้เลือดท่านเองเพราะเลือดกรุ๊ปบีเหมือนท่าน หมอทักท้วงแต่คนไข้เลือดกรุ๊ปโอ พันธกานต์ถึงกับอึ้ง ทองเอกรีบบอกว่าตัวเองเลือดกรุ๊ปโอ

“เชิญทางนี้เลยครับ” ว่าแล้วหมอเดินนำทองเอกออกไป พันธกานต์ที่ยังตะลึงไม่หายนึกย้อนไปถึงอดีตตอนนั้นเขาอายุแค่ 8 ขวบ แม่พาไปโรงพยาบาลด้วย เขาสนใจเรื่องกรุ๊ปเลือดจึงเข้าไปถามพยาบาลที่ตั้งซุ้มให้ความรู้เรื่องนี้อยู่ ครั้นแพรทองตามเข้ามา เขาถามแม่ว่าตัวเขาเลือดกรุ๊ปอะไรแล้วแม่กรุ๊ปอะไร ท่านบอกว่าเขาเลือดกรุ๊ปบี ส่วนท่านกรุ๊ปเอ เด็กน้อยแปลกใจทำไมเราสองคนมีเลือดคนละกรุ๊ปกัน พยาบาลอธิบายว่า

“ถ้าไม่เหมือนคุณแม่แสดงว่าต้องเหมือนคุณพ่อแน่นอน ถ้าให้พี่ทายคุณพ่อต้องเลือดกรุ๊ปบีหรือไม่ก็เอบี”

แพรทองถึงกับหน้าเสียรีบพาเด็กน้อยกลับทันที

พันธกานต์ตื่นจากภวังค์หันไปบ่นกับพระพายที่เข้ามายืนข้างๆว่าทำไมกรุ๊ปเลือดตัวเองถึงไม่เหมือนกับพ่อและแม่ของเขาเลย เธอปลอบว่าอย่าเพิ่งไปคิดเรื่องนั้น ขอแค่อาแสนปลอดภัยเป็นพอ เมื่อครู่นี้เธอได้ยินหมอบอกว่าพรุ่งนี้ท่านน่าจะฟื้นแล้ว พันธกานต์รับคำสีหน้าเครียดๆ

“วันนี้นายกลับไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหม พอคุณอาฟื้น...” พระพายพูดไม่ทันจบพันธกานต์เดินออกไปหน้าตาเฉย เธอร้องถามว่าจะไปไหน เขาอยากอยู่คนเดียวแล้วผละจากไป โดยมีเธอตามไปติดๆ...

ไม่นานนักพันธกานต์กลับมาที่บ้านคมน์พิมุกต์หยิบรูปถ่ายครอบครัวพ่อแม่ลูกขึ้นมาดู ภาพในอดีตตอนที่พ่อไม่สนใจเขา ดุด่าและตบหน้าเขาผุดขึ้นมาในความคิดคำนึง รวมทั้งภาพตอนที่เขาทำไม่ดีกับท่านและยังนึกถึงตอนที่ท่านรับกระสุนแทน ประดังเข้ามาจนต้องร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น พระพายเดินมานั่งข้างๆจับมือเขาไว้อย่างปลอบใจ เขาหันมากอดเธออย่างคนต้องการที่พึ่ง พระพายกอดเขาตอบพลอยร้องไห้ไปด้วย

ooooooo

กว่าแสนคมจะรู้สึกตัวก็เป็นตอนสายของวันรุ่งขึ้น ช่อม่วงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเห็นเขาขยับตัวตื่นก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขากลับคว้ามือเธอมากุมไว้ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง เธอไม่เคยถือโทษโกรธอะไรเขา ทองเอกกับพระพายเห็นทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ก็พากันโล่งใจ แสนคมไม่เห็นพันธกานต์อยู่ในห้องก็ถามหา

“เดี๋ยวคุณพันก็คงมาครับ” ทองเอกพูดขาดคำพันธกานต์เปิดประตูห้องเข้ามา บอกกับพ่อด้วยน้ำเสียงเครียดๆว่าขอคุยด้วยหน่อย ช่อม่วงรู้งานชวนทองเอกกับพระพายออกไปรอข้างนอก เขารอจนทุกคนไปพ้นแล้วก็เดินเข้ามาจ้องหน้าแสนคมก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

“ทำไมพ่อถึงช่วยผม ไม่สิ ผมควรเรียกคุณว่าอะไรดี...ผมไม่ใช่ลูกของพ่อใช่ไหม”

แสนคมทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนว่าพูดเรื่องเหลวไหลอะไร พันธกานต์เสียงเข้มใส่ถ้าท่านเป็นพ่อของเขาจริงๆทำไมกรุ๊ปเลือดของเขาถึงไม่เหมือนพ่อกับแม่ ตกลงเขาเป็นลูกใครกันแน่ แสนคมหนีไม่ออกจำใจเล่าความจริงให้ฟัง  ว่าก้องภพผู้ชายคนที่ถูกฆ่าเป็นพ่อของเขา พันธกานต์ถึงกับตะลึง

จากนั้นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 28 ปีก่อน ก็พรั่งพรูออกจากปากแสนคม ตอนนั้นท่านกับแพรทองมีปากเสียงกันเพราะเธอบอกว่าท้องกับเขา แสนคมโกรธมากจะท้องกับเขาได้อย่างไรในเมื่อเขาเป็นหมัน แพรทองตกใจถึงกับพูดไม่ออก เขาคาดคั้นให้เธอบอกว่าชู้รักของเธอเป็นใคร ไหนบอกว่ารักเขานักหนา  ทำไมถึงท้องกับคนอื่น แพรทองบอกทั้งน้ำตาว่าตัวเองถูกคนชั่วข่มขืน แล้วหันหลังจะเดินหนี เขาคว้ามือไว้ “ไอ้ก้องภพใช่ไหม”

“คุณรู้ได้ยังไง” แพรทองเห็นแสนคมจะตามไปเอาเรื่องก้องภพก็รีบดึงตัวไว้  ขอร้องอย่าไปยุ่งกับมัน เขาสะบัดมือเธอออก ตะคอกใส่หน้าจะมาห้ามทำไมสั่งให้ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ เธอห้ามก็เพราะรักเขาเกินกว่าจะยอมให้เขาเอาชีวิตไปแลกกับคนแบบนั้น

พันธกานต์ฟังเรื่องที่พ่อเล่าแล้วสะเทือนใจมาก อดสงสัยไม่ได้ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นลูกของพ่อ  แล้วให้เขาเกิดมาทำไม ท่านไม่เคยคิดว่าเขาไม่ใช่ลูก ตลอดเวลาที่แพรทองตั้งท้องท่านดูแลทั้งแม่ทั้งลูกอย่างดี จนเธอออกปากทำไมเขาถึงยังรักเธอกับลูกทั้งๆที่เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของท่าน

“เขาอาจจะไม่ใช่ลูกผมแต่เขาจะเกิดมาเพราะความรักของเรา...ต่อไปนี้ห้ามถามผมเรื่องนี้อีกนะ ถ้าลูกเราได้ยินลูกจะเสียใจนะ” แสนคมลูบท้องแพรทองอย่างรักใคร่ เธอโผกอดเขาน้ำตาไหลพรากซาบซึ้งใจ

ooooooo

ไม่ได้มีแต่แพรทองเท่านั้นที่ซาบซึ้งใจกับการกระทำของแสนคม พันธกานต์เองถึงกับน้ำตาซึม ขอเรียกท่านว่าพ่อเหมือนเดิมจะได้ไหม แสนคมพยักหน้า ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเขาเป็นลูกของท่าน พันธกานต์ยกมือไหว้ขอโทษพ่อทั้งน้ำตา แสนคมตบไหล่ลูกชายเบาๆ

“ลูกผู้ชายร้องไห้ได้ยังไงล่ะ เข้มแข็งไว้สิวะ”

“แล้วทำไมพ่อถึงได้บอกว่าแม่ เอ่อ...ผมหมายถึงทำไมพ่อถึงยังบอกว่าแม่มีชู้อยู่อีกล่ะ ในเมื่อพ่อกับแม่ก็น่าจะเข้าใจกันแล้ว” พันธกานต์อดถามไม่ได้ แสนคมนิ่งไปอึดใจก่อนจะบอกว่าเป็นเพราะท่านจับได้ว่าแม่ของเขาแอบนัดกับก้องภพ จากนั้นเหตุการณ์ในอดีตพรั่งพรูออกจากปากแสนคม

วันนั้นเป็นวันที่แพรทองนัดเจอกับก้องภพโดยไม่รู้ว่าแสนคมแอบสะกดรอยตาม ทันทีที่เพื่อนตัวแสบ เห็นหน้าเธอก็ทวงถามว่าเอาของที่ตนต้องการมาให้หรือเปล่า เธอพยักหน้าพลางยื่นถุงกระดาษใส่เงินให้

“เอาเงินนี่ไป แล้วรีบไปซะ”

ก้องภพเปิดดูในถุงเห็นเงินอย่างที่ต้องการก็ยิ้มพอใจ ระหว่างนั้นแสนคมที่แอบตามมาต่อว่าแพรทองว่าทำอย่างนี้กับตนได้อย่างไร เสียแรงที่ตนอุตส่าห์ให้อภัยทุกอย่าง แต่เธอกลับไม่รักดี เธอพยายามอธิบายว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด แต่เขาไม่ฟัง เข้าไปแย่งถุงกระดาษใส่เงินจากก้องภพ

“นั่นมันเงินของฉัน แกไม่มีสิทธิ์”

ก้องภพไม่ยอมให้กระชากคืน ก่อนจะปล่อยหมัดตรงเข้าหน้าอีกฝ่ายเซถลาเป็นนกปีกหัก ตามไปเตะชายโครงซ้ำกลิ้งหลุนๆ แพรทองเข้าไปขวางไว้ ในเมื่อก้องภพได้

เงินแล้วก็ควรจะไปได้แล้ว เขายิ้มกวนให้แสนคมก่อนจะเดินลอยชายออกไป แพรทองรีบเข้าไปพยุงแสนคมถามว่าเป็นอะไรมากไหม เขามองเธออย่างรังเกียจสะบัดแขนเธอออกแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกให้

กลับมาคุยกันก่อนของเธอ...

แสนคมนึกเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดเศร้าใจไม่ได้ นี่ถ้าแพรทองอยู่ตรงหน้าท่านคงจะต้องขอโทษเธอ พันธกานต์แปลกใจขอโทษแม่เรื่องอะไร แสนคมบอกให้เขาหยิบกระเป๋าสตางค์มาให้ แล้วเอากระดาษโน้ตที่ได้จากกล่องข้าวของของแพรทองที่อยู่ในบ้านเรือนรักให้เขาอ่าน ในนั้นมีข้อความเขียนไว้ว่า

“หนึ่งแสนแลกกับชีวิตผัวแกกับลูก เอาไปให้ฉันที่เดิม...ก้องภพ”

“แม่แกเขาไม่ได้นัดพบกับมันอย่างที่ฉันคิด แต่แม่แกเขาช่วยฉันกับแกเอาไว้ ทำไม...ทำไมวันนั้นฉันถึงไม่ฟังเธอ ทำไมฉันถึงไม่ให้โอกาสเธอพูด ฉันมันเลว...ฉันมันเลว...ทำไม” แสนคมคร่ำครวญทั้งน้ำตา “ฉันมันไม่สมควรเป็นแม้แต่พ่อของแกด้วยซ้ำ”

“ไม่ใช่นะพ่อ สำหรับผมพ่อเป็นยิ่งกว่าพ่อของผม พ่อรักและเลี้ยงดูผมมาทั้งๆที่รู้มาตลอดว่าผมไม่ใช่ลูก แต่พ่อก็ยังช่วยผมโดยไม่ห่วงแม้แต่ชีวิตตัวเอง พ่ออาจจะไม่ใช่พ่อแท้ๆของผม แต่พ่อคือคนที่ให้ชีวิตผม”

สองพ่อลูกต่างโผกอดกันดีใจที่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องพักฟื้น ทองเอกเห็นในห้องเงียบผิดปกติ ชวนช่อม่วงกับพระพายเข้าไปดู เห็นพ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ก็พากันดีใจ โดยเฉพาะช่อม่วงดีใจกว่าใครเพื่อนเพราะรอวันนี้มานานแล้ว ขอโทษพันธกานต์ด้วยที่เข้าใจผิดเขาในหลายๆเรื่อง

ไม่ได้มีแค่พ่อลูกที่ปรับความเข้าใจกันได้ ช่อม่วงกับพันธกานต์ก็เคลียร์เรื่องคาใจกันได้เช่นกัน ต่างให้อภัยซึ่งกันและกันสำหรับเรื่องที่ผ่านมา พระพายพลอยดีใจไปกับทั้งสามคนด้วย

“หลังฝนตก ท้องฟ้าก็สดใสจริงๆด้วยนะคะ”

“แต่พี่ว่านี่น่าจะเป็นพายุมากกว่านะพาย” ทองเอก ท้วง พระพายยิ้มหน้าเป็นให้ แต่ก็คุ้มค่าที่ทำให้แสนคมกับพันธกานต์เข้าใจกันได้สักที พันธกานต์หันขวับมองเธอ

“พูดขนาดนี้นี่ฉันต้องถือพานพุ่มไปขอบคุณชลกับอานพที่ยิงพ่อฉันด้วยเลยไหม”

แสนคมได้ยินชื่อนพดลก็สนใจขึ้นมาทันที อยากรู้ว่าตอนนี้สองพ่อลูกเป็นอย่างไรบ้าง ทองเอกแจ้งว่านพดลตายในที่เกิดเหตุ ส่วนนภชลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชเนื่องจากคลุ้มคลั่ง หมอวิเคราะห์ทางจิตอย่างละเอียดแล้ว อาจจะต้องเก็บเธอเอาไว้ที่นั่นตลอดชีวิต

พันธกานต์ฟังแล้วเศร้าใจมาก โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ตอนที่เธอมาสารภาพรักกับเขาครั้งนั้น เขาน่าจะบอกไปตรงๆถึงเหตุผลที่เขารับรักเธอไม่ได้เพราะขนาดเขายังไม่รักตัวเองแล้วจะเอาอะไรไปรักเธอ แสนคมปลอบว่าที่นภชลเป็นอย่างนี้ต้นเหตุไม่ได้มาจากเขา พระพายเห็นด้วยกับท่านเข้ามาจับมือพันธกานต์ไว้อย่างเป็นกำลังใจให้

“การที่นายซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ฉันว่ามันดีกับนายและคุณชลแล้วล่ะ รู้ไหมทำไมถึงยังมีวันพรุ่งนี้ ก็เพื่อให้เรามีโอกาสแก้ไขสิ่งที่เราทำผิดพลาดไง ถ้านายสงสารคุณชล นายก็ไปเยี่ยมคุณชลบ่อยๆก็ได้นี่”

ชายหนุ่มพยักหน้าให้พ่อกับพระพายอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

ไม่กี่วันถัดมาหมออนุญาตให้แสนคมกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ทันทีที่กลับถึงบ้านคมน์พิมุกต์ แสนคมชวนพันธกานต์ ช่อม่วง ทองเอกและพระพายไปที่ห้องนอนของแพรทอง เอาดอกไม้ไปวางไว้ที่หน้ารูปถ่ายของเธอ ให้สัญญาว่าต่อจากนี้ไปจะดูแลพันธกานต์แทนเธอเอง ชายหนุ่มขัดขึ้นอย่างเขินๆ

“ไม่ต้องเลยพ่อ นี่ผมโตแล้วนะ ผมต่างหากที่ต้องบอกแม่ว่าผมจะเป็นคนดูแลพ่อเอง”

แสนคมโวยวายนี่หาว่าตนแก่แล้วอย่างนั้นหรือถึงจะต้องมีคนมาดูแล สองพ่อลูกทำท่าจะเถียงกัน ช่อม่วงต้องขอร้องให้หยุดเถียงกัน เอาเป็นว่าต่างคนต่างดูแลกันก็แล้วกัน พันธกานต์ไม่วายกระเซ้า ตนคงไม่ต้องดูแลพ่อเพราะท่านมีอาช่ออยู่แล้วทั้งคน แสนคมแหย่ลูกคืนบ้าง เขาเองก็มีพระพายคอยดูแลอยู่แล้วเหมือนกันไม่ใช่หรือ คนถูกเอ่ยชื่อเขินจัดไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่อึกอัก พันธกานต์นึกสนุกก็เลยช่วยพ่อรุมแหย่เธอ

“ทำไม ให้ดูแลฉันแค่นี้ทำไม่ได้หรือไง”

“แล้วทำไมฉันต้องดูแลนายด้วยไม่ทราบ”

“อ่ะๆๆ ถ้าเธอไม่ดูแลฉันงั้นฉันดูแลเธอเองก็ได้” พันธกานต์แหย่ไม่เลิกยิ่งทำให้พระพายเขินหนัก ทำอะไรไม่ถูกเดินหนีออกจากห้องไปเลย เขารีบเดินตาม แสนคมกับช่อม่วงต่างหัวเราะชอบใจ ผิดกับทองเอกที่ไม่ได้รู้สึกดีใจไปกับทั้งคู่ด้วย ฝ่ายพันธกานต์เดินตามพระพายจนทัน ถามว่าว่างไหม

“อืม...ทำไมเหรอ” พระพายพูดได้แค่นั้น ป้าปิ่นโทร.มาตามเธอให้ไปที่บ้านตาเทียน เธอบอกให้ท่านรอก่อน เดี๋ยวจะรีบตามไป วางสายแล้วหันมาขอโทษพันธกานต์ด้วยที่ตอนนี้ไม่ว่างแล้ว เขาไม่ว่าอะไรในเมื่อตอนนี้เธอไม่ว่าง ถ้าอย่างนั้นขอเลื่อนนัดเป็นสองทุ่มคืนนี้

ที่ดาดฟ้าของออฟฟิศคมน์พิมุกต์แทน...

ไม่นานนักพระพายมาถึงบ้านตาเทียน เห็นป้าปิ่น เร็กเก้กับเทิ่งกำลังช่วยกันทำความสะอาดบ้านอยู่ ถามท่านว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วเข้ามาในบ้านนี้ได้อย่างไร เจ้าของบ้านไม่ว่าเอาหรือ

“จะว่าได้ยังไงล่ะพาย ก็เจ้าของที่พายว่าก็ยืนอยู่นี่แล้วไง” เร็กเก้พยักพเยิดไปที่ป้าปิ่น พระพายดักคอป้าคงไม่ได้ซื้อบ้านหลังนี้ให้ตนใช่ไหม ป้าปิ่นอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เอาเป็นว่ามีคนซื้อบ้านหลังนี้ให้เธอก็แล้วกัน เธอพยายามคาดคั้นให้ป้าบอกว่าใคร ท่านบอกไม่ได้เพราะรับปากเขาไว้แล้ว

“ถ้าป้าไม่บอกฉันก็ไม่รับ ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร”

ป้าปิ่นกล่อมจนพระพายยอมรับบ้านหลังนี้ไว้โดยไม่ติดใจจะถามถึงคนซื้อให้ ได้แต่ฝากท่านไปขอบคุณเขาด้วย เร็กเก้กับเทิ่งต่างซึ้งใจช่วยกันปาดน้ำตา ครั้นฝ่ายแรกเห็นผ้าที่เทิ่งเช็ดน้ำตาให้เป็นผ้าขี้ริ้วก็โวยลั่น

“เว้ย ไอ้เทิ่ง คนกำลังซึ้งๆ...งั้นเราช่วยกันทำความสะอาดร้านขนมตาเทียนกันเถอะนะพาย ร้านขนมตาเทียนจะได้กลับมาเปิดเร็วๆ”

ooooooo

พระพายกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรีบร้อนเพราะใกล้ถึงเวลานัดกับพันธกานต์ ระหว่างนั้นช่อม่วงเข้ามาทักหายไปไหนมาทั้งวัน เธอทนเก็บความดีใจไว้คนเดียวไม่ไหว บอกท่านว่าป้าปิ่นซื้อบ้านตาเทียนกลับมาแล้ว ท่านพลอยดีใจไปด้วยถามว่าป้าปิ่นยังอยู่ที่นั่นไหม ท่านอยากไปขอบคุณ

“น่าจะยังอยู่นะคะ”

“เดี๋ยวอาไปเอากุญแจรถแป๊บนึงนะ เราจะได้ไปหาป้าปิ่นด้วยกัน” พูดจบช่อม่วงขยับจะไป พระพายร้องเรียกไว้ ตนคงไปกับท่านไม่ได้เพราะมีนัดกับพันธกานต์เอาไว้ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ช่อม่วงมองยิ้มๆ

“คุณพันเขาเป็นคนดีมากนะ ถ้าหนูพายมีคุณพันคอยดูแล อาเองก็สบายใจ”

“อาช่อพูดเรื่องอะไรคะเนี่ย คุณพันเขาคงไม่ได้คิดอะไรกับพายอย่างนั้นหรอกค่ะ”

ช่อม่วงกระเซ้าถ้าพันธกานต์ไม่คิดแล้ว พระพายคิดใช่ไหม เธอเผลอตัวยอมรับว่าใช่แล้วนึกขึ้นได้ก็อายม้วน ก่อนจะรีบตัดบทขอตัวไปก่อน ขืนชักช้า ได้โดนพันธกานต์บ่นหูชาแน่ จากนั้นก็วิ่งปรู๊ดออกไป...

ไม่นานนักพระพายมาถึงทางเดินไปยังดาดฟ้าของบริษัทคมน์พิมุกต์ เห็นเทียนไขที่จุดไว้ตามบันไดทางเดิน มีกระดาษแปะไว้บรรยายเรื่องราวตั้งแต่ครั้งแรกที่พันธกานต์ได้เจอกับพระพายซึ่งตอนนั้นเธอทำขายหน้ามาตักกินราดหน้าของเขา กระดาษแผ่นต่อมาเป็นภาพตอนเธอไปฝึกงานที่กองถ่าย ส่วนกระดาษแผ่นที่สามเป็นภาพเธอปากเจ่อพร้อมกับแคปชันว่าโดนผึ้งต่อย

“เกิดมาเพิ่งเคยโดนผึ้งต่อย ต่อยที่ไหนไม่ต่อย ดันเข้าไปต่อยในปากซะได้”

พระพายเห็นภาพตัวเองก็บ่นอุบ นี่พันธกานต์แอบเข้าไปส่องเฟซบุ๊กของเธอหรือถึงได้ภาพเหล่านี้มา กระดาษหมดตรงนี้ แต่มีลูกศรบอกทางมาแทนที่ เดินตามไปกระทั่งเจอพันธกานต์ยืนรอท่าอยู่ เธอคิดว่าที่เขานัดให้มาเจอคืนนี้ก็เพื่อจะบอกรัก แต่เธอคิดผิด ที่เขานัดให้มาพบเพื่อจะขอให้เธอลืมเรื่องระหว่างเราสองคนให้หมด ถ้าจะให้ดีก็ให้คิดเสียว่าเราสองคนไม่เคย เจอกัน พระพายงงไปหมดนี่มันเรื่องอะไรกัน

“เธอไม่ต้องเข้าใจ แค่ทำอย่างที่ฉันบอกก็พอ”

“นายอาจจะทำได้แต่ฉัน...ทำไม่ได้” พระพายพยายามจะบอกความในใจให้พันธกานต์รับรู้ แต่เขาตัดบทให้หยุดพูดได้แล้ว เขาไม่อยากฟังอะไรมากไปกว่านี้ แล้วผละจากไป พระพายได้แต่มองตามน้ำตาไหลพราก

ooooooo

ช่อม่วงออกมาเดินรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า เห็นพระพายนั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะสนามเข้ามากระเซ้า

“มาทำอะไรตรงนี้หนูพาย เอ...หรือว่าจะมีข่าวดีจนไม่ได้นอนเลยใช่ไหม”

พระพายหันมามองทั้งน้ำตาก่อนจะโผกอดผู้เป็นอาไว้ ช่อม่วงตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอพยายามกลั้นสะอื้นก่อนจะเล่าให้ฟังว่าคุณพันบอกให้เธอลืมเรื่องที่เกิดขึ้นให้หมด พูดได้แค่นั้นพระพายปล่อยโฮ...

ที่ห้องพันธกานต์ แสนคมเห็นเสื้อผ้าในตู้ของลูกหายไปบางส่วนรวมทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า หันมาถามป้าชื่นกับสะดิ้งว่ารู้อะไรบ้าง ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่เห็นว่าพันธกานต์หิ้วกระเป๋าออกไปตอนไหน แสนคมบ่นอุบโทร.ไปหาก็ไม่รับสาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก ทองเอกที่นิ่งมองอยู่พักหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าบางทีพันธกานต์อาจจะมีเรื่องไม่สบายใจที่บอกใครไม่ได้หรือเปล่า เขาก็เลยเลือกที่จะเป็นคนไปจากที่นี่แทน พระพายมาทันได้ยินพอดี

“คุณพันเขาคงจะเกลียดพายมากนะคะ” พูดได้แค่นั้นพระพายหันหลังกลับออกไป...

คนที่บ้านคมน์พิมุกต์ถามหา ลากกระเป๋าเสื้อผ้าไปขอค้างที่ห้องพักของเตชินท์ จากนั้นจะเดินทางกลับอเมริกาโดยไม่บอกใครเลยแม้แต่เจ้าของบ้านซึ่งพยายามคาดคั้นให้เขาบอกถึงสาเหตุที่หนีออกจากบ้าน เขาแก้ตัวว่าไม่ได้หนี เตชินท์ไม่เชื่อ ถ้าไม่หนีทำไมถึงได้หอบกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตเหมือนจะมาอยู่เป็นเดือนๆ แบบนี้

“เอาน่า ทนฉันอีกแค่วันเดียวไม่ได้เลยหรือวะ หลังจากนี้ฉันคงไม่ทำตัวเป็นภาระให้แกอีก”

เตชินท์นิ่วหน้าสงสัยทำไมถึงพูดอะไรแปลกๆ เขากลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไรแค่อยากพูดให้เพื่อนสบายใจแล้วเดินเลี่ยงออกมา เตชินท์เหลือบเห็นตั๋วเครื่องบินอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาหยิบเอาไปดูถึงกับร้องเอะอะเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินทางไปอเมริกา

“ไอ้พัน แกจะไปอเมริกาทำไม”  เตชินท์มองพันธกานต์ที่อ้ำอึ้งอย่างรอคำตอบ...

ทางฝ่ายช่อม่วงเป็นห่วงพระพายที่เอาแต่นั่งซึมอยู่ในสวนไม่กินข้าวกินปลาก็เลยโทร.ตามเต็มฟ้าให้มาอยู่เป็นเพื่อนเผื่อจะสบายใจขึ้น เต็มฟ้ารู้เรื่องของเพื่อนรักกับพันธกานต์ พยายามปลอบใจว่าที่เขาทำแบบนี้คงเป็นเพราะมีเหตุผลบางอย่าง แล้วเธอจะมานั่งเศร้าอยู่ทำไม พระพายเองก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้

“ฉันอยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน ฉันอยากจะด่าเขาที่ทำไมอยู่ๆเขาก็ทิ้งฉันไป ฉันเองไม่ได้อยากสนใจอะไรเขานะฟ้า แต่ไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร แล้วทำไมฉันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย”

“แกเป็นถึงขนาดนี้แล้ว แกยังไม่รู้อีกเหรอว่าแกเป็นอะไร”

“ฉันรู้...เพราะ...เพราะว่าฉันรักเขาไง” พูดได้แค่นั้น พระพายก็ปล่อยโฮ เต็มฟ้าสงสารเพื่อนจับใจ ดึงตัวมากอดร้องไห้ไปด้วยกัน ทองเอกซึ่งแอบฟังอยู่กับช่อม่วง ตั้งแต่แรกเจ็บแปลบใจที่รู้ว่าพระพายรักพันธกานต์ ตัดสินใจเข้าไปบอกเธอว่าที่พันธกานต์หนีไปเป็นเพราะตน แล้วเล่าเหตุการณ์วันที่พันธกานต์มาขอร้องให้ตนช่วยเอาคมน์พิมุกต์คืนจากนพดล ตนตกลงร่วมมือกับเขาแต่มีข้อแลกเปลี่ยน

“ถ้าผมช่วยคุณพันเอาคมน์พิมุกต์กลับคืนได้แล้ว ผมอยากให้คุณพันออกไปจากชีวิตพระพายซะ”

ทั้งพระพาย เต็มฟ้าและช่อม่วงต่างตะลึงไม่คาดคิด มาก่อนว่าทองเอกจะเป็นถึงขนาดนี้ เขารู้ตัวว่าทำผิดขอโทษพระพายด้วย ช่อม่วงตำหนิลูกชายรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป เขาสารภาพว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะคิดว่าตัวเองชอบพระพาย แม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินกว่าคำว่าพี่ชาย แต่พอเขาเห็นพระพายเสียใจที่พันธกานต์จากไป เขาถึงได้ตระหนักว่าเขาไม่ได้ทำไปเพราะชอบเธอ แต่ทำเพราะต้องการเอาชนะ

“พาย...พี่ขอโทษ” ทองเอกรู้สึกผิดกับเรื่องนี้จริงๆ จังหวะนั้นป้าชื่นเดินถือโทรศัพท์บ้านเข้ามารายงานว่าคุณเตชินท์โทร.มาขอคุยกับใครก็ได้เรื่องคุณพัน ช่อม่วงคว้าโทรศัพท์มาถามเตชินท์ว่าพันธกานต์อยู่กับเขาหรือ

“อยู่ครับ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้วครับ เจ้าพันมาหาผมเมื่อเช้าน่ะครับ แต่ตอนนี้กำลังไปสนามบิน ผมห้ามไว้ไม่ทันจริงๆครับ...ไอ้พันจะไปอเมริกาครับ”

“อะไรนะ คุณพันจะไปอเมริกา”

“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ แต่ถ้าเรารีบตามเจ้าพันไปตอนนี้น่าจะทัน ผมจดทะเบียนรถแท็กซี่ไว้ด้วยนะครับ” เตชินท์บอกเลขทะเบียนรถคันดังกล่าวที่จดไว้ในมือตัวเองให้ช่อม่วงฟัง

ooooooo

ทันทีที่รู้จากแม่ว่าพันธกานต์จะหนีกลับอเมริกา ทองเอกอาสาจะไปตามเขากลับมาให้ในเมื่อตนเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องจากไป พระพายกลับบอกทองเอกว่าไม่ต้องไปตาม พันธกานต์ไม่ได้รักเธอ  อย่าตามให้เสียเวลาจะดีกว่า เต็มฟ้าไม่เข้าใจทำไมเธอถึงคิดแบบนั้น

“ถ้าคุณพันรักพายจริง จะต้องทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เขารัก  แต่นี่เขา...พายอาจจะไม่มีค่าพอที่จะให้เขาอยู่” พูดจบพระพายเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของพันธกานต์ กวาดตามองไปรอบๆ  เพื่อเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับกระบอกไม้ไผ่สำหรับฝังใต้ต้นอธิษฐานซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอเดินไปหยิบมาดู เห็นกระดาษข้างในเขียนชื่อตัวเองไว้ถึงกับอึ้ง พลันมีเสียงทองเอกดังขึ้น “คุณพันเขารักพายมากนะ”

จากนั้นเรื่องราวที่พันธกานต์ฝากฝังให้ทองเอกช่วยดูแลพระพายตอนที่เขาไม่อยู่ก็พรั่งพรูออกจากปากทองเอก ทำให้พระพายตระหนักในทันทีว่าพันธกานต์รักและสนใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินเรื่องเที่ยวหรือเรื่องอะไรก็ตาม และเธอยังได้รู้อีกด้วยว่าคนที่ซื้อบ้านตาเทียนไม่ใช่ป้าปิ่นแต่เป็นพันธกานต์นั่นเอง พระพายรู้ซึ้งแล้วว่าพันธกานต์รักเธอมากแค่ไหน จึงขอร้องให้ทองเอกช่วยพาไปหาเขา...

เนื่องจากกลัวจะตามไม่ทันเพราะรถติดมาก ทองเอกจึงโทร.หา จส.100 ให้ช่วย ทางผู้ดำเนินรายการช่วยประกาศข่าวตามหาพันธกานต์ แต่แท็กซี่ที่เขานั่งปิดวิทยุเสียก่อนทำให้ไม่รู้ข่าวที่ จส.100 ประกาศ...

นับว่าโชคยังเข้าข้าง ระหว่างที่ทองเอกขับรถมาติดที่สี่แยกไฟแดง รถอีกด้านหนึ่งได้จังหวะไฟเขียวพระพายเห็นรถแท็กซี่ที่พันธกานต์นั่งมาแล่นผ่านหน้าไปช้าๆ ตัดสินใจลงจากรถวิ่งตาม เสียงรถบีบแตรไล่เธอดังสนั่นไปทั้งถนน เธอวิ่งตามรถแท็กซี่ไปพลางตะโกนเรียกพันธกานต์ไปด้วย แต่แรงคนหรือจะสู้แรงรถ

พระพายหมดเรี่ยวแรงทรุดตัวลงนั่งริมฟุตปาทน้ำตาไหลพรากเสียใจที่ตามเขาไม่ทัน ระหว่างที่เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงสะพานสวยแห่งหนึ่ง พระพายเดินต่อไม่ไหวหยุดร้องไห้ ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นจากเบื้องหน้าด่าเธอว่ายัยโง่ นี่ทองเอกไม่ได้บอกเธอหรืออย่างไร เธอเงยหน้ามองตามเสียงเห็นพันธกานต์ยืนอยู่ก็ดีใจมาก

“ก็เพราะพี่เอกเขาบอกไงฉันถึงได้ตามนายมา”

“แล้วตามฉันมาทำไม ฉันฝากทุกอย่างไว้กับทองเอกแล้ว มีอะไรก็คุยกับเขา”

“เมื่อไหร่นายจะเลิกยกฉันให้คนอื่นสักที ฉันไม่ได้รักพี่เอก แล้วพี่เอกก็ไม่ได้รักฉันแบบนั้นด้วย พี่เอก เขาบอกเองว่าพี่เขารักฉันเหมือนน้องสาว”

พันธกานต์ใจชื้นขึ้นมาเป็นกองแต่ยังฟอร์มอยู่ ถามว่าแน่ใจได้อย่างไร พระพายเล่าว่าทองเอกเป็นคนขับรถพาเธอมาตามหาเขา อย่างนี้เรียกว่าแน่ใจได้ไหมและยังจะไปอเมริกาอีกไหม สองคนเล่นบทพ่อแง่แม่งอนใส่กันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่พันธกานต์จะตัดสินใจสารภาพว่ารักเธอมากแล้วเธอรู้สึกเหมือนเขาไหม

พระพายยิ้มเขินพูดไม่ออก ทั้งคู่มองสบตากันลึกซึ้งโลกทั้งใบราวกับจะหยุดหมุน เธอหลับตารอจูบจากเขา

“คนผ่านไปผ่านมาเยอะแยะไม่อายหรือไง” พูดจบ พันธกานต์ผละจากไป พระพายสงสัยแล้วนั่นจะไปไหน เขาหันมายิ้มกรุ้มกริ่มจะไปหาที่ที่ไม่มีคน เธอเขินหน้าแดง วิ่งไล่เขา สองคนวิ่งไล่จับกันอย่างมีความสุข

ooooooo

-อวสาน-


ละครพันธกานต์รัก ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านพันธกานต์รัก ติดตามพันธกานต์รัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อาทิตย์ วิบูลย์พาณิชย์,มุกดา นรินทร์รักษ์ 3 มิ.ย. 2561 07:27 2018-06-07T23:59:58+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ