ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เขมมิกปลื้มพิแสงที่เอาใจใส่ส่งคนมารับ เดินเข้าบ้านแบบใจลอย ชมพู่ถลามาต้อนรับ ตัดพ้องอนๆ บ่นไม่หยุดโดยเฉพาะที่ทำให้พิแสงร้อนใจขนาดหนัก

“ทำไมทำอย่างนั้นล่ะคะ นายหัวทรมานใจมากนะคะ สั่งคนตามหาให้วุ่น กลัวคุณเขมเป็นอันตราย”

“ใช่...นายหัวพูดว่าเขมมิกเป็นคนในปกครองของผม ถ้าเขมมิกเป็นอะไรผมต้องรับผิดชอบ” หลอดเสริม

“หล่อมากอะเจ้านายเรา” เสริมสนับสนุน

“นี่ก็อดรนทนไม่ไหว ต้องขึ้นไปตามที่กรุงเทพฯด้วยตัวเอง” ชมพู่ปิดท้าย

เขมมิกหน้าแดง กลบเกลื่อนขอตัวไปหาทีเด็ด สามคนงานมองตามยิ้มๆ ไม่รู้เลยว่าวาศิณีแอบมองอีกมุมด้วยแววตาเกลียดชัง...เธอโดนดีแน่ยายเขมมิก!

ฟากปริญญ์ดีใจที่เห็นเขมมิก ถามถึงแม่ของเธอตามประสาคนอัธยาศัยดี เขมมิกบอกว่าจ้างพยาบาลพิเศษดูแล เปลี่ยนเรื่องถามถึงทีเด็ดด้วยความคิดถึง ปริญญ์

ปรายตาไปทางหมูตัวแสบ ทีเด็ดเหมือนรู้ว่าพี่เลี้ยงกลับมา ค่อยๆลุกมาหาพร้อมกระดิกหาง เขมมิกหัวเราะชอบใจ สองหนุ่มสาวหยอกล้อหมูพ่อพันธุ์ตัวแสบอย่างอารมณ์ดี

เวลาเดียวกันบ้านแสงสุดา...สาวใหญ่สั่งสาวใช้ตามหาพิศาจะชวนไปข้างนอก เสียงมือถือดังขึ้น เธอหยิบดูเห็นข้อความจากพิศาส่งมาบอกว่าอยู่บนเครื่องกำลังไปหาพิแสงที่พัทลุง แสงสุดาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก ตัดสินใจไปหาพิสุทธิ์ที่สำนักงาน

ฝั่งพิสุทธิ์คุยงานกับธรรมศักดิ์เรื่องสืบหาพีระลูกชายอดีตหุ้นส่วน ทนายใหญ่บอกว่าหายสาปสูญตั้งแต่ยังอยู่มัธยมปลาย และอาจเปลี่ยนชื่อนามสกุลจนตามหาไม่พบ พิสุทธิ์ถอนใจหนักหน่วง เต็มใจรอไม่ว่านานแค่ไหน ทันใดนั้น... แสงสุดาเปิดประตูเข้ามาหน้าตื่น บอกว่าพิศาไปหาพิแสงที่พัทลุง พิสุทธิ์ไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแสงสุดาบอกว่าเขมมิกอยู่ที่นั่นด้วย ธรรมศักดิ์หน้าเจื่อน เช่นเดียวกับพิสุทธิ์ เผลออุทานเสียงดัง...วุ่นกันล่ะทีนี้

ด้านพิแสง...ตามหาเขมมิกทันทีที่กลับถึงฟาร์ม พร้อมไล่กนธีกลับรีสอร์ต ได้ยินหลอดกับเสริมบอกว่าเห็นหญิงสาวคุยกับปริญญ์ จึงมุ่งหน้าไปหาด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกัน...เขมมิกตะล่อมถามถึงจุดอ่อนของการทำฟาร์มหมู อ้างจะเก็บเป็นข้อมูลช่วยงานคู่หมั้น หมอหนุ่มตามไม่ทัน กระตือรือร้นสอนงานจนหญิงสาวแอบรู้สึกผิดนิดๆ

“ถ้าหมูตายเพราะเป็นโรค โดยเฉพาะโรคระบาดก็เสร็จแล้วครับ ฟาร์มไหนฟาร์มนั้น ไม่มีใครกล้าซื้อ”

“วิธีนี้คงไม่ไหว บาปตาย แล้วมีอย่างอื่นไหมคะที่ต้อง เอ่อ...ระวัง”

“มีครับ ถ้าไม่ควบคุมเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ดูแลเรื่องต้นทุนให้ดี”

“ถ้าให้อาหารหมูทิ้งๆขว้างๆ เททิ้งบ้างไรบ้างใช้น้ำไฟให้เปลืองเข้าไว้ก็อาจจะเจ๊งได้”

ปริญญ์อธิบายถึงการทำโรงเรือนแบบอีแวป หรือโรงเรือนแบบปิดที่ต้องลงทุนมากกว่าและเสี่ยงต่อการขาดทุน เปรยเรื่องร่วมทุนกับบริษัทยูเอฟ หากพิแสงตกลงก็อาจขยายกิจการได้ไม่ยาก ถึงตอนนั้นเขาคงไม่ต้องประจำที่ฟาร์มเพราะบริษัทคู่ค้าจะส่งคนมาดูแลทุกอย่าง เขมมิกฟังน้ำเสียงแปร่งๆ แกล้งแหย่

“เขมเชื่อว่าหมอคงไม่ทิ้งที่นี่ไปง่ายๆหรอก เพราะหัวใจหมออยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็...หัวใจของผมก็ต้องอยู่ที่ผมสิครับ ไม่เอาดีกว่า... ผมไม่คุยกับคุณเขมแล้ว”

ปริญญ์หน้าแดงเดินหนี เขมมิกตามตอแยอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพิแสงยืนแอบดูห่างๆ หมั่นไส้ท่าทางระริกระรี้ของหญิงสาวเหลือเกิน

ooooooo

พิสิณีมาถึงฟาร์ม ถามหาพิแสงแต่ไม่มีใครรู้จึงออกจากบ้านไปชมสวน ชมพู่ชักเครียด รีบโทร.รายงานแสงสุดาแต่ไม่ทันกด พิศาก้าวพรวดมาอีกคน คาดคั้นเรื่องพิแสง ชมพู่กุมขมับ พยายามหลอกล่อคุณหนูคนเล็กของบ้านไปทำอย่างอื่น พิศารู้ทันเล่นงานคืน ผลุนผลันเข้าฟาร์มเพื่อตามหาพี่ชายด้วยตัวเอง

เวลาเดียวกัน...พิแสงโมโหหึงแต่ไม่รู้ตัว เดินหนีมาอีกทาง ตกใจเห็นพิสิณีชมนกชมไม้มาแต่ไกล นายหัวหนุ่มละล้าละลัง ตัดสินใจวิ่งกลับไปหาเขมมิกและปริญญ์ พิสิณีเห็นหลังพี่ชายไวๆ รีบตามไปทันที

ฝั่งเขมมิกมาส่งปริญญ์ที่รถ ให้กำลังใจไม่ให้เขาถอดใจเรื่องน้ำหวาน พิแสงเดินหน้าบูดมาแทรกกลางยื่นมือขอกุญแจรถจากหมอหนุ่ม สั่งเสียงห้วนให้เขมมิกขึ้นรถ หญิงสาวไม่ยอม เขาจึงเข้าไปอุ้ม ปริญญ์ตั้งท่าจะถาม พิแสงยกมือห้าม บอกแค่ว่าถ้าใครถามถึงเขมมิกให้บอกว่าไม่เห็น

พิแสงออกรถไปแล้ว ปริญญ์งงแล้วถึงบางอ้อ เห็นพิสิณีเดินตามหาพี่ชาย หมอหนุ่มจำใจโกหกว่าพิแสงเพิ่งออกไป พิสิณีถามถึงหญิงสาวที่นั่งคู่ ปริญญ์อึกอัก ขอตัวกลับดื้อๆ พิสิณีเอะใจ...หรือว่าพี่ชายซ่อนใครไว้ที่ฟาร์ม

ฟากชมพู่ตามหาพิศาถึงสวนสมุนไพร และถามหาเขมมิกจากหลอดและเสริมแต่ไม่มีใครรู้เรื่อง ผ่านหน้าอนงค์กับวาศิณี ไม่ยอมทักทายแถมแขวะเหมือนเคยอนงค์แปลกใจ ไล่เบี้ยจากสองหนุ่ม ได้ความว่าพิศากับพิสิณีมาจากกรุงเทพฯ มองหน้ากับวาศิณียิ้มๆ ตาวาวอย่างคนมีแผน

อนงค์กับวาศิณีตามหาพิศาเจอหน้าโรงครัว เสนอหน้าบอกรู้เรื่องเขมมิกดี พิศามองสองแม่ลูกหัวจดเท้าและบอกว่าจำไม่ได้ เหล่าคนงานหัวเราะคิก อนงค์ชักสีหน้าไม่พอใจ เปรยเสียงเรียบแต่ฟังโอ่นิดๆ

“นี่คือพี่น้ำหวานเลขานายหัว ส่วนฉันคือน้าอนงค์แม่บ้านที่นี่และเพื่อนพ่อคุณน้องเล็กไงคะ”

“ก็ขี้ข้า...อย่ามานับญาติ”

พิศาตอกกลับไม่ไว้หน้า สองแม่ลูกหน้าเสียมอง เหล่าคนงานตาเขียว เอ่ยปากไล่ให้แยกย้ายไปทำงาน พิศามองมาเหยียดๆ ถามเสียงห้วนเรื่องเขมมิก อนงค์จีบปากจีบคอบอกว่าอดีตแอร์สาวมาฝึกงานในฟาร์มไว้ไปช่วยคู่หมั้น และกำลังวางแผนจับพิแสง พิศาเดือดจัด ส่วนสองแม่ลูกหัวเราะชอบใจ สะใจที่ยุให้พิศาจัดการเขมมิกสำเร็จ

ด้านพิแสงขับรถมาตามทางในฟาร์ม เขมมิกนั่งหน้าบอกบุญไม่รับข้างๆ เสียงมือถือเขาดัง บอกหญิงสาวให้ล้วงกระเป๋ากางเกงและรับสายแทน เขมมิกไม่กล้า บอกปัดให้จอดรถและหยิบเอง พิแสงไม่ยอม เธอเลยตะโกนให้หยุดรถ นายหัวหนุ่มเบรกหน้าทิ่มเพราะตกใจเสียง เขมมิกลงจากรถทันที พิแสงลงไปขวาง ตัดสินใจบอกสาเหตุที่ลากเธอออกจากฟาร์มเพราะพิสิณีมาหา เขมมิกเลิกคิ้ว พิแสงส่ายหน้าเซ็งๆ อธิบายเสียงเรียบ

“ถึงสิณีรู้เรื่องเธอก็ไม่น่าห่วงเท่าการต้องเจอหน้า น้องสาวฉันคงไม่สบายใจนัก ถ้าเห็นเธออยู่ใกล้จมูกแค่นี้”

มือถือเขาดังอีกครั้ง คราวนี้จากแสงสุดา โทร.บอกข่าวร้ายว่าพิศามาที่ฟาร์ม เขมมิกตาโต ตกใจแต่พยายามควบคุมสติ กระชากมือถือจากเขา บอกแสงสุดาว่าจะกลับไปเผชิญหน้ากับสองสาว วางสายและตะโกนใส่หน้าพิแสง

“เพื่อให้บรรดาน้องสาวคุณได้ความสบายใจ แต่ฉันต้องหนี ทั้งๆที่ฉันไม่ผิด ไม่แฟร์!”

เขมมิกประกาศกร้าว แววตาไม่ยอมแพ้ ส่วนพิแสงกุมขมับ...ทุกวันนี้ยังวุ่นไม่พอใช่ไหม

ooooooo

พิสิณีเพียรโทร.หาพิแสงแต่เขาไม่รับ เดินกลับบ้านเซ็งๆ แปลกใจที่เห็นพิศากระฟัดกระเฟียดตามมา โวยวายใส่ชมพู่ข้อหาปิดบังเรื่องเขมมิกฝึกงานในฟาร์ม พิสิณีมึนตึ๊บ พิศาแหวขึ้นอย่างเหลืออด

“งงกันทั้งบ้านแหละค่ะ ยกเว้นพี่ใหญ่ คุณแม่และคนที่นี่ ทุกคนรู้เรื่องยายนั่นแต่ไม่มีใครบอกเรา”

จังหวะเดียวกัน...แสงสุดามาถึงพร้อมพิสุทธิ์ แก้ตัวแทนเรื่องเขมมิก พิสิณีกล่อมน้องสาวให้เลิกคิดถึงเขมมิกในแง่ลบ พิศาเหวี่ยงกลับตามประสาคนชอบเอาชนะ แฉตามที่รู้จากวาศิณีว่าเขมมิกคิดจับปลาสองมือ วางแผนจับพิแสงทั้งที่มีคู่หมั้นแล้ว จบคำก็เหลือบไปทางหน้าบ้าน เห็นพิแสงเดินมากับเขมมิก ถลันไปเอาเรื่องอย่างโกรธจัด

ทุกคนก้าวตาม กลัวพิศาก่อเรื่อง เขมมิกมองอย่างไม่กลัว สบตาแสงสุดาเคืองๆที่ปล่อยลูกสาวมาป่วน ปริญญ์ หลอด เสริม อนงค์ และวาศิณีตามลุ้นห่างๆ อยากรู้ว่าอดีตแอร์สาวจะรับมือครอบครัวนายหัวหนุ่มยังไง พิศาไม่พูดพล่ามทำเพลง ตบหน้าเขมมิกเต็มแรง พิแสงกระโจนห้าม ดุน้องเสียงแข็ง พิศาไม่ยี่หระ ประกาศกร้าว

“น้องเล็กบอกแล้วว่าอย่าให้รู้ว่ามันอยู่ไหน จะตามมาเอาเรื่อง ยิ่งรู้ว่ามาอ่อยพี่ใหญ่ น้องเล็กไม่เอามันไว้แน่”

“ฉันมีคนรักของฉันอยู่แล้ว และฉันก็มั่นคงกับเขา ไม่เคยคิดจะทำอย่างที่คุณพูด”

“หอกข้างแคร่ไว้ใจไม่ได้ พี่สิณีก็เหมือนกัน ถ้าพี่พีทรู้ว่ามันอยู่นี่ ตามมากระพือถ่านไฟเก่าแล้วจะหนาว”

“เอาอีกแล้วนะยายน้องเล็ก พ่อบอกไม่ให้พูดจาเลื่อยขาเตียงพี่เขา”

“หนูเอาความจริงมาพูด อย่าห้ามหนู และที่หนูรู้มาอีกอย่าง คือมันคิดจะจับพี่ใหญ่ รู้กันบ้างไหม”

พิสุทธิ์กับแสงสุดาลากพิศาเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล อนงค์กับวาศิณีมองด้วยความสะใจ ต่างจากหลอด เสริมและชมพู่ที่เห็นใจอดีตแอร์สาว พิแสงสงสารเขมมิก อยากคุยด้วยแต่ไม่ทัน หญิงสาวผลุนผลันกลับห้อง นายหัวหนุ่มเปลี่ยนใจไปหาน้องสาวคนเล็ก ต่อว่าเสียงเขียว พิสุทธิ์เห็นพิศาไม่ยอมจบ ปรามเสียงเครียด แสงสุดาสงสารลูก พยายามช่วยพูด พิสุทธิ์ฉุนจัด ตำหนิเมียเสียงเข้ม

“เรื่องที่ควรเฮี้ยบกลับไปโอ๋มัน คุณนี่ยังไง ไม่เห็นเหรอว่าลูกเราไปหาเรื่องเด็กคนนั้นก่อน”

“มันทำให้น้องเล็กเสียใจก่อนนะคะคุณพ่อ น้องเล็กไม่ใช่คนเริ่ม”

“อย่าคิดว่าพ่อตาบอดหูหนวก ไม่รู้ว่าเราตกลงอะไรกับเขมมิกเรื่องนายเพทาย แฟนเราเจ้าชู้แค่ไหน มีแต่แกนั่นแหละ หูหนวกตาบอด ไม่ฟังใคร ต่อให้ไม่มีเขมมิก มันก็เลิกกับแกอยู่ดี รับความจริงซะ เลิกโยนความผิดให้คนอื่น”

พิศาร้องไห้โฮที่โดนดุ แสงสุดาจะโวยสามีเหมือนเคยแล้วหน้าจ๋อย คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์ เปรยเสียงเบา

“ตามใจลูกจนเคยตัว เลยทำให้แกเป็นเด็กเอาแต่ใจ ไร้วุฒิภาวะ”

“รู้ก็ดี นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณเป็นคนมีเมตตากับเขมมิก ยอมให้มาฝึกงานที่นี่ ผมจะโกรธคุณให้ดู”

พิแสงกับพิสิณีช่วยกันไกล่เกลี่ยแต่ไม่ได้ผล พิสุทธิ์ฮึดฮัดออกจากบ้าน ส่วนแสงสุดาเดินเชิดไปอีกทาง พิแสงสงสารและรู้สึกผิดกับเขมมิก พิสิณีแกล้งแหย่ดูความรู้สึกพี่ชายต่ออดีตแอร์สาว พิแสงยืนยันความบริสุทธิ์ใจแทนเขมมิก เข้าใจว่าน้องสาวไม่สบายใจ พยายามเตือนสติให้อยู่กับปัจจุบัน

“ทุกอย่างแล้วแต่วิจารณญาณของเรา แต่พี่บอกได้อย่างหนึ่งนะ กันไว้ก่อนอาจจะดีกว่าแก้ทีหลัง แต่ก็ไม่ควรทำให้ตัวเองต้องอยู่อย่างหวาดระแวง อดีตหรืออนาคตไม่สำคัญเท่าปัจจุบัน”

ooooooo

บรรดาคนงานเม้าท์กันออกรสเรื่องเขมมิกโดนพิศาตบ หลอด เสริมและชมพู่เห็นใจหญิงสาวที่โดนทำร้าย อนงค์กระโดดร่วมวง บอกว่าเขมมิกเคยมีเรื่องกับพิศามาก่อน จังหวะเดียวกัน...พิสุทธิ์เดินเล่นแก้เครียดผ่านมา อนงค์หยุดเม้าท์แล้วหน้าแดงเขินที่เจอกิ๊กเก่า

พิสุทธิ์กับอนงค์ทักทายกันอย่างคนรู้จักมานาน สาวใหญ่มีท่าทีเขินอาย ชมพู่มองด้วยแววตาสงสัย รีบไปรายงานแสงสุดา เจ้านายสาวกรีดร้องบ้าคลั่ง หมายมั่นแก้เผ็ดอนงค์ศัตรูหัวใจคนสำคัญโดยเร็วที่สุด

ฟากเขมมิกพยายามสงบสติอารมณ์แต่ไม่ค่อยได้เรื่อง เดินใจลอยจนชนต้นไม้อย่างจัง ทรุดนั่งกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พิแสงผ่านมาเห็น ตั้งท่าไปช่วย ชะงักเมื่อเห็นปริญญ์วิ่งมาจากอีกทาง นายหัวหนุ่มหน้าจ๋อย ค่อยๆเลี่ยงจากไป ส่วนปริญญ์ช่วยพยุง ชวนคุยและปลอบใจเรื่องโดนพิศาทำร้าย เขมมิกซาบซึ้งในมิตรภาพ เปรยเสียงอ่อน

“วิธีหาคนผิด เป็นการบำบัดจิตของคนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด”

“ก็จริงครับ แต่คุณพิศาไม่น่าใช้ความรุนแรง แต่ก็ดีแล้วครับที่คุณไม่ได้ตอบโต้และใช้เหตุผล”

“แต่เชื่อไหมคะ ว่าเหตุผลของฉันอาจใช้ไม่ได้กับคนที่ใช้อารมณ์นำตัวเองอย่างคุณพิศา”

เวลาเดียวกันอีกมุมไม่ไกลจากนั้น...พิแสงคิดถึงเขมมิกแล้วหงุดหงิด พาลคิดว่าเธอใช้มารยาหญิงยั่ว

ปริญญ์ วาศิณีถือโอกาสปรากฏตัว ตีหน้าเศร้าและสารภาพว่าเป็นคนบอกพิศาเรื่องเขมมิก ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพิแสงใจอ่อน ตำหนิไม่ลงเพราะกลัวหญิงสาวเสียใจ กอดปลอบและตบหลังเบาๆ

ปริญญ์ประคองเขมมิกผ่านมา เหลือบเห็นสองหนุ่มสาวกอดกัน เขมมิกมองตาม เห็นใจหมอหนุ่มมาก พากันเดินออกไปอีกทางเซ็งๆ พิแสงไม่รู้ว่าโดนเห็น ผละออกและพยายามสอนเลขาสาวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“น้ำหวาน...ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ขออย่าพูดอะไรโดยไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เพราะคนถูกพาดพิงจะเสียหาย”

“นายหัวแคร์คุณเขม กลัวว่าเขาจะเสียหาย แต่นายหัวไม่แคร์น้ำหวานเลยใช่ไหมคะ”

“ฉันแคร์ในฐานะที่เธอเป็นเลขา และฉันก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ที่เตือนก็ถูกต้องแล้ว เธอก็ควรจะเชื่อนะ”

วาศิณีพยักหน้ารับจ๋อยๆ ในใจเดือดพล่านด้วยไฟแค้น...สักวันต้องเปลี่ยนใจพิแสงให้ได้!

แสงสุดาส่งพิศาไปค้างรีสอร์ตกนธีในเย็นวันนั้นเพื่อตัดปัญหาและตั้งหน้าตั้งตารอสามีกลับบ้าน แขวะถึงอนงค์จนพิสุทธิ์ฉุนกึก พิแสงพยายามห้ามแต่ไม่ได้ผล แสงสุดายื่นคำขาดให้ไล่สองแม่ลูกออกจากฟาร์ม เขมมิกได้ยินเสียงเอะอะ แอบยืนฟัง ยิ้มขำแสงสุดาที่ร้ายลึก สองพ่อลูกไม่ยอมเพราะไม่มีเหตุผล แสงสุดายืนกรานกระต่ายขาเดียวจนสองพ่อลูกเอือม ขอตัวไปนอนดื้อๆ เขมมิกย่องกลับห้อง แสงสุดาเหลือบเห็น บอกให้หยุดและลากเข้ามุมลับ ถามถึงเรื่องโดนตบเสียงอย่างเห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

“แล้วทำไมไม่คิดจะตอบโต้ นิสัยเธอไม่ใช่คนยอมใครเมื่อถูกทำร้าย”

“จะให้ตบคืนเหรอคะ ไม่ดีมั้ง ลูกสาวคุณ น้องสาวเป้าหมายฉัน เสียคะแนนแย่ อย่าบอกนะว่าคุณห่วงฉัน”

แสงสุดาทึ่งในความใจถึง บอกว่าพยายามกำจัดอนงค์กับวาศิณีออกจากฟาร์ม เพื่อชดเชยที่พิศามาป่วนจนเกือบเสียเรื่อง เขมมิกไม่ถือสา แกล้งแหย่ว่าสาวใหญ่ทำเพื่อตัวเองหรือเธอกันแน่ แสงสุดาเหยียดยิ้ม

“เสียทองเท่าหัว ฉันไม่ยอมเสียผัวดีๆให้ใครหรอก”

“ฉันก็ว่างั้น ท่านประธานเป็นคนดี มีคุณธรรม คงมีผู้ชายแบบนี้อยู่ไม่กี่คนในโลก ก็สมควรหวงนะคะ”

แสงสุดาขอคำปรึกษาเรื่องพิสุทธิ์ เขมมิกยิ้มหวาน ติวเข้มเรื่องจริตหญิงให้หึงแต่พองาม

ooooooo

พิศาวางแผนอยู่ต่อเพื่อหาทางเล่นงานเขมมิก อ้อนวอนกนธีขอทำงานที่รีสอร์ต กนธีแบ่งรับแบ่งสู้ พยายามขอตัวเพื่อไปรับเนตรนิภาที่สนามบินไปส่งฟาร์มเพื่อนเกษตร พิศาตามตื๊อจนเขาเสียหลักล้มหัวแตก ต้องไปทำแผลในห้องพยาบาล กนธีทำแผลหน้าเครียด กังวลเพราะเลยเวลานัดมาพักใหญ่

ฟากเขมมิกมาทำงานในคอกทีเด็ดตามปกติ หลอดกับเสริมมองด้วยสายตาแปลกๆ ถามเรื่องเธอเคยแย่ง แฟนพิศา เขมมิกมีท่าทีอึกอัก พิแสงผ่านมาได้ยินจึงช่วยแก้ต่าง เขมมิกมองด้วยสายตาขอบคุณ นายหัวหนุ่มตีหน้าขรึม สั่งให้ตามไปคุยในออฟฟิศ หญิงสาวเสียวสันหลังวูบ เข้าใจว่าเขาเรียกไปต่อว่า เดินตามเซ็งๆ

พิแสงเห็นท่าทางไม่กลัวของเขมมิกแล้วนึกชื่นชม ตัดสินใจพูดเรื่องปริญญ์ หวังเตือนสติให้เธอคิดถึงคู่หมั้น เขมมิกฉุนที่เขาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหมอหนุ่มในเชิงชู้สาว ตบหน้าเขาอย่างแรงและสวนกลับเสียงแข็ง

“ความคิดของคุณสกปรกมาก เคยมีสักครั้งไหมที่จะมองมิตรภาพระหว่างชายหญิงเป็นความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เรื่องลงเอยบนเตียงทุกครั้ง”

“ถ้า​ฉัน​คิด​สกปรก ฉัน​จะ​มา​เตือน​เธอด้วยความ ปรารถนา​ดี​หรือ​ไง ถ้า​ไม่​อยาก​ให้​ทุก​คน​คิด​ว่า​เธอ​เหมือน​ที่​ยาย​น้อง​เล็ก​พูด ก็​อยู่​ห่างๆหมอ​ไว้ ฉัน​พูด​เพื่อ​เตือนสติ​เธอ​นะ”

“ทำไม​ฉัน​ต้อง​ห่าง ใน​เมื่อ​เรา​เป็น​เพื่อน​กัน”

“เพื่อน​เหรอ...หัวร่อ​ต่อ​กระซิก จับ​มือ​ถือ​แขน คุย​กะหนุงกะหนิง​แบบ​นั้น เนี่ย​นะ​เพื่อน”

พิ​แสง​คร้าน​จะ​เถียง ผลุนผลัน​จาก​ไป วา​ศิณี​ผ่าน​มา​เห็น ตา​ร้อน​ผ่าว​ด้วย​ความ​ริษยา ส่วน​เ​ขมมิก​ตะลึง​งัน แอบ​คิด​เข้า​ข้าง​ตัว​เอง​ว่า​พิ​แสง​เริ่ม​หึง หมุนตัว​เดิน​คิด​อะไร​เพลินๆ เจอ​ปริ​ญญ์​ระหว่าง​ทาง หมอ​หนุ่ม​เข้าใจ​ว่า​เธอ​โดน​ดุ เ​ขม​มิก​ส่าย​หน้า​น้อยๆ บอก​ว่าพิแสง​คิด​ว่า​เธอ​กับ​หมอ​หนุ่ม​มี​ความ​สัมพันธ์​พิเศษ ปริ​ญญ์​เลือด​ขึ้น​หน้าที่​โดน​ดูถูก หุนหัน​ไป​เอาเรื่อง​พิ​แสง

พิ​แสง​เซ็น​ชื่อ​รับ​ลิเ​ดี​ย​หมู​แม่​พันธุ์​ตัว​ใหม่​ของ​เฮีย​ป๋อ ถาม​หา​ปริ​ญญ์​เพื่อ​ตรวจ​เช็ก​สภาพ​หมู หมอหนุ่ม​โผล่​มา​ทันควัน​พร้อม​เสียง​ต่อว่า​ห้วน​จัด

“คุณ​เ​ขม​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี เอาใจใส่​คน​รอบ​ข้าง ที่

คุย​กัน​บ่อยๆเพราะ​เธอ​ให้​กำลังใจ​ผม​จีบ​คุณ​น้ำ​หวาน​ให้​สำเร็จ กรุณา​มอง​คุณ​เ​ขม​ใหม่​ซะ อย่า​ดูถูก​เธอ ไม่งั้น​ผม​พร้อม​จะ​ต่อย​หน้า​คุณ ต่อ​ให้​คุณ​เป็น​เจ้านาย​และ​เพื่อน​ก็ตาม”

พิ​แสง​ยืน​อึ้ง​แล้ว​แอบ​ยิ้ม ก้าว​อาดๆไป​หาเขมมิก​เพื่อ​ขอโทษ​ที่​เข้าใจ​ผิด

ฝ่าย​อนงค์​มา​บ้าน​พิ​แสง​แต่​เช้า หวัง​เจอ​หน้าพิสุทธิ์​แต่​เจอ​ศัตรู​หัวใจ​แทน แสง​สุดา​กระ​แนะ​กระ​แหน​พร้อม​สายตา​ดูถูก อนงค์​สวน​กลับ​ไม่​ยอม​แพ้ พิสุทธิ์​ได้ยิน รีบ​หลบ​หลัง​เสา ไม่​อยาก​เผชิญหน้า ตั้งท่า​ถอยฉากแต่​ดัน​ชน​ของ​จน​เกิด​เสียง สอง​คู่กรณี​หัน​ขวับ อนงค์รีบทำท่า​สำออย​ขอ​ความ​เห็นใจ อ้าง​มา​ตรวจ​ดู​ความ​เรียบร้อย​เรื่อง​อาหาร​เช้า แสง​สุดา​โกรธ​จัด แต่​รีบ​ปรับ​สีหน้า​เมื่อ​นึกถึง​คำ​แนะนำ​ของ​เ​ขม​มิก​เมื่อ​คืน

“ไม่​มี​ผู้ชาย​คน​ไหน​ชอบ​นาง​มาร​ร้าย​ค่ะ ต้อง​สวม​บทบาท​แม่​พระ เข้าใจ​โลก เข้าใจ​มนุษย์ รับรองผู้ชาย​สยบ​แทบ​เท้า ถึง​ตอน​นั้น​นางฟ้า​อย่าง​ท่าน​รอง​พูด​อะไร ใครๆก็​ฟัง​และ​ทำ​ตาม เชื่อ​ฉันนะ​คะ”

แสง​สุดา​ผ่อน​ท่าที แกล้ง​ทำ​เสียงอ่อน​เสียง​หวาน​ออดอ้อน​สามี แขวะ​อนงค์​ด้วย​แวว​ตา​เชือดเฉือน

“ฉัน​นอน​คิด​ทั้ง​คืน เรา​อยู่​ด้วย​กัน​มา​นาน ไม่เคย​มี​สัก​ครั้ง​ที่​คุณ​จะ​นอกใจ ต่อ​ให้​ใกล้​ชิด​คน​สวย รวย เก่ง​กว่า​อนงค์​เป็น​ร้อย​เท่า​พัน​เท่า คุณ​ก็​ไม่​เคย​หวั่นไหว แล้ว​ฉัน​จะ​ทำตัว​งี่​เง่า​ทำไม ฉัน​รัก​คุณ​มาก​นะ​คะ ไม่​อยาก​ให้​คุณ​เบื่อ​ฉัน”

อนงค์​เจ็บ​จี๊ด ส่วน​พิสุทธิ์​ตา​พราว​ด้วย​ความ​ภูมิใจ​เมีย​รัก โอบ​เอว​กัน​เดิน​ออก​จาก​บ้าน อนงค์​มอง​ตาม​แค้น​จัด...ฝากไว้ก่อน​เถอะ​ยาย​แสง​สุดา รู้จัก​คน​อย่าง​นั​งอนงค์น้อย​ไป​เสีย​แล้ว!

ด้าน​เนตร​นิภา...รอก​นธี​ที่​สนาม​บิน​เกือบ​ชั่วโมง ตั้งท่า​ลาก​กระเป๋า​ออก​จาก​สนาม​บิน​แล้ว​เปลี่ยนใจให้โอกาส​ชาย​หนุ่ม​อีก​หนึ่ง​ชั่วโมง

เวลา​เดียวกัน​ที่​รี​สอร์ต....กนธี​พัน​แผล​ให้​หนากว่า​เดิม​เพื่อ​หลอก​ตา​เนตร​นิภา พิศา​ตาม​ตื๊อ​ขอ​ทำ​งานที่​รี​สอร์ต กนธี​พะวง​ว่า​เนตร​นิภา​จะ​รอ​นาน เอ่ย​ปาก​อนุญาต​แบบ​ขอไปที แต่​ไม่​วาย​สั่ง​ให้​บอก​แสง​สุดา​กับ​พิสุทธิ์​อย่าง​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว พิศา​ฮึดฮัด จะ​ค้าน​แต่​ไม่ทัน กนธี​จ้ำอ้าว​ออก​จาก​รี​สอร์ต​ไป​แล้ว

ooooooo

เ​ขม​มิก​ฝันกลางวัน​ถึง​พิ​แสง ปลื้ม​ไม่​หาย​ที่​เขา​ออก​อาการ​เหมือน​หึง​เมื่อ​เช้า ยืน​ให้​อาหาร​ทีเด็ด​ด้วย​แวว​ตา​เหม่อ​ลอย พิ​แสง​ผ่าน​มา​เห็น แกล้ง​ดุ​จน​หญิงสาวเซ็ง วาง​ถัง​อาหาร​และ​เดิน​หนี ชาย​หนุ่ม​ตาม​ไป​ดัก​หน้า ชวน​ไป​ทาน​ข้าว​กลางวัน เ​ขม​มิก​ชัก​มึน ไม่​รู้​เขา​จะ​มาไม้ไหน ถาม​เสียง​ห้วน​ว่า​ต้องการ​อะไร พิ​แสง​อึกอัก

“เพื่อ​ขอโทษ​ที่​เข้าใจ​เธอ​กับ​ไอ้​หมอ​ผิด และ​ขอโทษ​แทน​ยาย​น้อง​เล็ก​ที่​ทำร้าย​เธอ”

“อะไร​นะ​คะ ไม่ได้​ยิน พูด​ดังๆสิ มัน​พูด​ยาก​มาก​หรือ​ไง พูด​ให้​ดัง​อีก​นิด​สิ​คะ”

พิ​แสง​หงุดหงิด​ที่​โดน​แกล้ง​จน​เสีย​ฟอร์ม หมุนตัว​เดิน​หนี เ​ขม​มิก​ตะโกน​แซว​ไล่​หลัง บอก​ว่า​จะ​ไป​รอ​ที่​รถ พิ​แสง​ปลื้ม หัน​ไป​มอง​เ​ขม​มิก​เขินๆ เดิน​ออก​ไป​ด้วยหัวใจ​พอง​โต

ฟาก​พิสุทธิ์​กับ​แสง​สุดา​เตรียม​กลับ​กรุงเทพฯ

อนงค์​ช่วย​ยก​กระเป๋า พิสุทธิ์​ถาม​ถึง​วา​ศิณี สาวใหญ่ดีใจมาก แกล้ง​เหน็บ​แสง​สุดา​ด้วย​ความ​หมั่นไส้ แสง​สุดา​เหยียดยิ้ม ตอกกลับ​ไม่​ไว้หน้า

“นั่น​สิ​นะ​คะ น้ำ​หวาน​เป็น​ผู้หญิง​ตัว​เล็กๆ ใสซื่อ ช่วย​ตัว​เอง​ไม่ได้ มิน่า​ถึง​อยาก​มี​แฟน​จน​ตัว​สั่น อนงค์เตือนลูก​บ้าง​นะ​จ๊ะ เป็น​ผู้หญิง​อย่า​เที่ยว​เอา​ตัว​เอง​ใส่​พาน​ให้ใคร ไม่งาม”

“แหม...ข่าว​ก็​คือ​ข่าว​ค่ะ ไป​เชื่อ​อะไร​กับ​น้ำลายพวก​ปาก​สกปรก”

“ใช่​จ้ะ...แต่​ยัง​ไง​ก็​สอน​ลูก​นะ​อนงค์ เอาชีวิต​ตัวเอง​มา​เป็น​บทเรียน ได้​ผัว​ผิด​คิด​จน​ตัว​ตาย คว้า​ขี้​เมา​มาเป็นผัว ใน​ที่สุด​ก็​เลิก​กัน เป็น​ห​ม้า​ย​ไม่​ใช่​เรื่อง​สนุก ใคร​จะ​อยากได้​ของ​มี​ตำหนิ ใช่​ไหม​คุณ”

อนงค์​เจ็บ​จี๊ด​รอบ​สอง​ของ​วัน เชิด​หน้า​สวนกลับ​อย่าง​ไม่​สะทกสะท้าน

“ไม่​ต้อง​ห่วง​ค่ะ รับรอง​ว่า​ยาย​น้ำ​หวาน​ได้​ผัวดีแน่ ถึง​วัน​นั้น​ฉัน​คง​ไม่​ต้อง​มา​ยก​กระเป๋า​อย่าง​นี้​อีก”

แสง​สุดา​ไม่​สะเทือน แถม​ยิ้ม​หน้า​ซื่อ บอก​เสียงหวาน​ให้​แม่บ้าน​คู่ปรับ​เกษียณ​ก่อน​กำหนด พิสุทธิ์​ตาม​เกม​เมีย​รัก​ไม่ทัน สนับสนุน​เพราะ​คิด​ว่า​เป็น​ความปรารถนา​ดี อนงค์​กำมือ​แน่น​จน​เล็บ​จิก มอง​แสง​สุดา​ตาขวาง รู้​แก่ใจ​ว่า​ข้อ​เสนอ​ที่​หยิบ​ยื่น​ให้​ไม่​ใช่​ความ​หวัง​ดี​แม้แต่​น้อย

ก่อนออกจากฟาร์ม...แสงสุดาแวะไปหาเขมมิกเพื่อสั่งเสียเรื่องภารกิจลับ บ่นหญิงสาวที่ทำให้พิแสงตกหลุมเสน่ห์ไม่ได้สักที เขมมิกเหยียดยิ้ม เปรยขำๆว่านายหัวหนุ่มเพิ่งชวนทานกลางวัน แสงสุดาพอใจมาก เปรยยิ้มๆ

“หลังจากที่ตาใหญ่ถูกเธอสลัดรัก เขาต้องอ่อนแอและยอมเปิดรับหนูสาวิกาว่าที่คู่หมั้นมารักษาแผลใจ”

“ถ้างั้น...ทำไมคุณไม่ให้คุณว่าที่คู่หมั้นมาทำหน้าที่แทนฉันตั้งแต่แรกซะล่ะคะ”

“ก็ตาใหญ่ไม่เล่นด้วยไง ฉันถึงต้องใช้เธอเป็นสะพานนำตาใหญ่ไปสู่ความเจ็บปวดเสียก่อน ตอนนั้นหนูสาวิกาจะกลายเป็นนางฟ้าในสายตาของตาใหญ่ทันที เข้าใจหรือยัง”

เขมมิกสะอึก เจ็บแปลบเพราะไม่คิดว่าเขามีคู่หมายเป็นตัวเป็นตน แสงสุดาไม่รู้เรื่อง พร่ำพูดถึงแผนการที่ตนวางให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและกลับไปขึ้นรถ เขมมิกมองตามน้ำตาคลอ ยืนอึ้งเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

แสงสุดาเดินระรื่นไปหาสามีที่รถ พิสุทธิ์มองอย่างจับพิรุธ เปรยเสียงเข้มว่าเห็นเธอยืนลับๆล่อๆคุยกับเขมมิก แสงสุดาหน้าเจื่อนแต่ปรับสีหน้ารวดเร็ว รับสมอ้างว่าถือ โอกาสให้โอวาทตามประสาผู้ใหญ่ที่ดี พิสุทธิ์เชื่อสนิทใจ ชื่นชมเมียรักที่คิดได้ แสงสุดายิ้มหวานกลบเกลื่อน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น กลัวโดนจับได้แทบแย่

เวลาเดียวกันที่สนามบินหาดใหญ่...กนธีวิ่งหน้าตื่นตามหาเนตรนิภาแต่ไม่พบ พึมพำจ๋อยๆว่าคงไม่ทันการณ์ ใครจะเสียเวลารอเป็นชั่วโมง เดินคอตกกลับขึ้นรถ เนตรนิภาก้าวมาขวาง โยนกระเป๋าให้และต่อว่าเสียงเขียวที่มารับช้า ชะงักเมื่อเห็นผ้าพันแผล ถลันไปดูด้วยความเป็นห่วง กนธีได้โอกาส แกล้งทรุดตัว สำออยเกินอาการสุดฤทธิ์ ทำเสียงออดอ้อนเรียกคะแนนความสงสาร เนตรนิภาตกใจหน้าเสีย กนธีแอบยิ้ม ดีใจสุดๆที่หลอกสำเร็จ

สองหนุ่มสาวลากกระเป๋ามาถึงรถ กนธีแกล้งเจ็บไม่เลิก ยื่นกุญแจและขอร้องให้เธอขับแทน เนตรนิภารับมาอย่างเต็มใจ ขนกระเป๋าขึ้นรถ ได้ยินเสียงคิกคักจึงเงี่ยหูฟัง เดินอ้อมมาดูจึงเห็นกนธีหัวเราะคนเดียวราวกับคนบ้า ชักเอะใจจึงใช้โอกาสทีเผลอ กระชากผ้าพันแผลออก หน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธ กนธีผวาเกาะประตูรถ เนตรนิภาเดือดจัด เงื้อหมัดสวนเข้าหน้าเขาเต็มแรง

ooooooo

พิสุทธิ์กับแสงสุดาออกจากฟาร์มไปรับพิศาที่รีสอร์ตกนธีเพื่อกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวงอแงไม่ยอมกลับ อ้างว่าขอเที่ยวต่อสักพักให้คุ้มค่าเสียเวลาเดินทาง สองพ่อแม่กลัวลูกสาวก่อเรื่อง ยืนกรานให้กลับพร้อมกัน พิศาทำหน้าเมื่อย สัญญาจะทำตัวดี

ยื่นข้อเสนอถ้าฝ่าฝืนจะยอมถูกทำโทษและหางานทำ

พิสุทธิ์ใจอ่อนยอมตามคำขอ มั่นใจว่าลูกสาวคนเล็กมีแผนบางอย่างในใจ และความปรารถนาสูงสุดให้เธอหางานทำก็อาจสัมฤทธิผล แสงสุดาไม่พอใจ ต่อว่าสามีที่ยอมลูกจนเกือบเสียคน พิสุทธิ์ส่ายหน้าช้าๆ บอกจะลองให้โอกาสพิศาสักครั้ง

“ถ้ายายน้องเล็กทำตามที่พูด ทุกอย่างก็สงบสุข แต่ถ้าไม่...ลูกจะไปทำงาน เป็นสิ่งที่เราอยากได้มาตั้งนานแล้ว”

พิทยากับพิสิณีเดินควงคู่มาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พิสุทธ์กับแสงสุดามองหน้ากันเครียดๆ กลัวพิทยารู้เรื่อง

เขมมิก บรรยากาศครอบครัวจะพลอยเลวร้าย แต่ผิดคาด...พิทยาโชว์หวานจนมดแทบขึ้นรีสอร์ต สองสามีภรรยามองตามโล่งใจ หวังว่าคงเป็นแบบนี้ไปนานๆ

เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารใกล้ฟาร์ม...เขมมิกนั่งเขี่ยข้าวไปมาด้วยความเซ็ง สะเทือนใจไม่หายที่รู้ว่าพิแสงมีคู่หมายรออยู่ พิแสงทานข้าวเอร็ดอร่อย มองท่าทีเซื่องซึมของหญิงสาวด้วยความแปลกใจ เขมมิกกลบเกลื่อนว่าเศร้าใจเพราะคิดถึงบ้านและแฟน พิแสงชะงัก ปลอบเสียงเรียบให้อดทน เดี๋ยววันเวลาก็ผ่านไป เขมมิกพยักหน้ารับ ลอบมองหน้าเขาแล้วชักเครียด เห็นทุกอย่างดูดีดูหล่อไปหมด

หญิงสาวทนอึดอัดไม่ไหวจนต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พิแสงมองตามยิ้มๆ เสียงมือถือดัง กนธีโทร.มาบอกว่าทำแผลที่โรงพยาบาล อยากให้เขามาดูใจ พิแสงบอกปัดว่าไม่ว่าง ตัดสินใจโกหกว่าทานข้าวกับลูกค้า

ขณะเดียวกันหน้าห้องน้ำ...เขมมิกโทร.หาเนตรนิภา กลุ้มหนักถึงอาการแปลกๆของตน เนตรนิภาอยู่โรงพยาบาลเดียวกับกนธี พาชายหนุ่มมาทำแผลเพราะโดนเธอเล่นงานเสียอ่วม โทษฐานหลอกให้เป็นห่วง ตาโตเมื่อฟังอาการเพื่อนรัก เขมมิกถอนใจเฮือกใหญ่

เปรยเสียงเครียด

“ทำไมตอนนี้ฉันเห็นเขาหล่อมาก หล่อตลอดเวลาเลยล่ะ”

“ไอ้เขม...แย่แล้วจริงๆ แกกำลังหลงรักเป้าหมายแต่แกไม่รู้ตัว ห้ามเลยนะ ห้ามความรู้สึกไว้”

พิแสงวางสายกนธีเมื่อเห็นเขมมิกกลับจากห้องน้ำ พยายามชักชวนให้ทานข้าว พร้อมตักอาหารให้ด้วยท่าทางเอาอกเอาใจจนหญิงสาวแทบสำลัก...โอ้ย...

เขมมิกจะเป็นบ้า ทำไมนายพิแสงต้องทำตัวน่ารักตอนนี้ด้วยนะ

หลังออกจากโรงพยาบาล...กนธีขับรถมาส่งเนตรนิภาที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร หญิงสาวยังเคือง กระเง้ากระงอด และคาดโทษถึงคราวหน้าถ้าเขากล้าทำอีก กนธีหน้าหงอ สัญญาเสียงอ่อย ห่วงสวัสดิภาพตัวเองจะแย่ไปกว่านี้ ชมพู่ออกมาต้อนรับ กนธีถามถึงพิแสง ชมพู่ตอบเสียงซื่อว่าเจ้านายหนุ่มไปทานข้าวกับเขมมิก กนธีตาโต โกรธเพื่อนที่โกหก ส่วนเนตรนิภากับชมพู่มองหน้ากันเครียดๆ...เกิดเรื่องแน่คราวนี้

กนธีฮึดฮัดจนเนตรนิภาเหนื่อยใจ แกล้งถามถ้าพิแสงชอบเขมมิกจริงจะทำยังไง กนธีตาลุกวาวด้วยความโมโห แสร้งโพล่งออกมาว่าคงมีเรื่อง และเปลี่ยนเป็นส่ายหน้าขำๆ บอกจะพูดกับเพื่อนรักอย่างลูกผู้ชาย เนตรนิภาถอนใจโล่งอก...ขอให้คิดได้จริงเถอะ

ฟากอนงค์อารมณ์เสียเมื่อทราบจากลูกสาวว่าพิแสงไปทานข้าวกับเขมมิกสองต่อสอง วาศิณีชักเครียด สังหรณ์ว่านายหัวหนุ่มอาจคิดอะไรกับเขมมิกมากกว่าแค่พนักงานฝึกงานธรรมดา

“นับวันหนูยิ่งเกลียดมัน ปากบอกว่ามีคู่หมั้นแต่กลับตีสนิทกับนายหัว นายหัวก็เหมือนจะใจอ่อนกับมันนะแม่ หรือว่านายหัวจะชอบมันแล้วจริงๆ”

“ฉันก็เพิ่งถูกยายแสงสุดาหาทางบีบให้ออกจากงาน มันตั้งใจกำจัดฉันและแก นับวันก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ”

สองแม่ลูกมองหน้ากันเซ็งๆ พาลลงกับคนงาน ไม่ยอมตักข้าวให้ สร้างความไม่พอใจโดยเฉพาะหลอดกับเสริมที่หิวจัด ค่อนแคะอนงค์ว่าเคี่ยวและเค็ม แถมประจานว่าโกงเงินค่ากับข้าว ขู่จะฟ้องพิแสงถ้าไม่ยอมให้กิน อนงค์จนด้วยหลักฐาน ส่งทัพพีคืนให้ลูกน้องอย่างเสียไม่ได้ เดินออกจากครัวด้วยความเจ็บใจสุดๆ

ooooooo

วาศิณีคิดแผนดึงพิแสงออกจากเขมมิก โทร.หานายหัวหนุ่ม แกล้งละล่ำละลักบอกว่าอนงค์เป็นลมหมดสติพิแสงหน้าตื่น อุทานเสียงหลงจนเขมมิกพลอยสะดุ้งด้วย วาศิณีสวมบทสาวซื่อ เปรยเสียงเศร้าว่าทำอะไรไม่ถูกเพราะอยู่บ้านคนเดียว พิแสงตามไม่ทัน ขอวางสายและบอกจะรีบกลับไปดูอาการ

เขมมิกเดาเหตุการณ์ทุกอย่างได้จากบทสนทนาเขากับเลขาสาว ลืมเรื่องขัดแย้งชั่วขณะ วิ่งนำเขาไปขึ้นรถ ฝ่ายวาศิณีกระหยิ่มยิ้มสะใจ ตะโกนเรียกแม่ สั่งให้นอนและทำท่าเหมือนคนหมดสติ อนงค์งงตอนแรก ทำตามอย่างยินดีเมื่อรู้ความทั้งหมด เอาใจช่วยลูกจับนายหัวหนุ่มสุดฤทธิ์

พิแสงขับรถเคร่งเครียด เป็นห่วงอนงค์จนเขมมิกสัมผัสได้ เปรยเสียงอ่อนด้วยความน้อยใจ พิแสงมัวกังวล ไม่ทันจับสังเกตน้ำเสียงแปร่งๆ เล่าถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวเขากับอนงค์

“พ่อแม่คุณอนงค์เป็นคนงานของปู่ พอแต่งงานมีลูก สามีกลายเป็นพวกเอาแต่เมา เธอจึงหย่าแล้วพาน้ำหวานมาอยู่กับปู่ นอกจากฟาร์มแล้ว ก็มีสองคนนี้แหละที่ปู่ฝากฝังให้ฉันดูแลให้ดีที่สุด ฉันต้องรักษาทุกอย่างที่ปู่ฉันรัก”

“คงไม่มีใครมาพรากคุณไปจากคุณน้ำหวานได้”

“เธอคิดว่า...ฉันกับน้ำหวานรักกันแบบไหนถึงได้พูดแบบนั้น ฉันรักน้ำหวานเหมือนน้องสาว เราสองคนเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้”

พิแสงสบตาเธอนิ่ง แฝงแววอ่อนโยนจนหญิงสาวชักเขิน แอบดีใจลึกๆ...อย่างน้อยเขาก็ดูแคร์เธอ เสียงมือถือเขาดังอีกครั้ง วาศิณีโทร.มาตามแต่เขาไม่ทันรับ เขมมิกเหลือบมองข้างทาง เห็นแก้วอดีตคนงานของปู่พิแสงล้มลงต่อหน้าต่อตา ตะโกนสุดเสียงให้หยุดรถ พิแสงวิ่งตามเธอลงไป ช่วยพยุงแก้วขึ้นรถและพาส่งโรงพยาบาล เขมมิกถามถึงอนงค์ จะให้จัดการยังไง พิแสงครุ่นคิดครู่เดียว หยิบมือถือโทร.หาชมพู่ให้ตามปริญญ์ไปดูแล

ฝ่ายวาศิณีมองประตูร้อนรน เพียรโทร.ตามนายหัวหนุ่มแต่ไม่มีคนรับ ได้ยินเสียงรถแล่นเข้าบ้าน รีบออกไปรับ ชะงักเมื่อเห็นปริญญ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมชมพู่ หลอดและเสริม อนงค์ลืมตัวผุดลุกนั่ง แหวทุกคนเสียงเขียว สามคนงานแขวะยิ้มๆว่าคงไม่เป็นอะไรมาก อนงค์รู้ตัวว่าพลาด ยิ้มแหยๆให้ลูกสาวและล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม

ปริญญ์ไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวที่ตนหลงรักจะมารยาจัดขนาดนี้ วาศิณีไม่ยี่หระ ถามเสียงห้วนว่าทุกคนรู้เรื่องอนงค์ไม่สบายได้ยังไง ชมพู่บอกว่าพิแสงให้เขมมิกโทร.บอกให้ปริญญ์มาดูแลแทน ปริญญ์ส่ายหน้าเหนื่อยใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย ตามด้วยคนงานทั้งสาม ทิ้งอนงค์กับวาศิณีมองหน้ากันอย่างสงสัย...เพราะอะไรพิแสงถึงไม่ปรากฏตัว

ด้านพิแสงกับเขมมิก...ยืนรอหน้าห้องฉุกเฉิน เมียนายแก้วกับลูกสาวยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เปรยว่าถ้าพาส่งโรงพยาบาลไม่ทัน แก้วคงตายไปแล้ว

“สงสัยคงเครียดค่ะ เพราะยูเอฟไม่ยอมซื้อหมู เขาว่าหมูไม่ได้น้ำหนัก ทั้งๆที่ดูแลตามคำแนะนำทุกอย่าง”

พิแสงหน้าตื่น ได้ยินชื่อบริษัทยูเอฟ เมียแก้วไม่รู้เรื่อง เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแจ้วๆ เขมมิกยืนอึ้ง เช่นเดียวกับพิแสงที่นิ่งเงียบ คงต้องสืบสวนเรื่องบริษัทนี้ใหม่ทั้งหมด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:26 น.