ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เขมมิกดึงตัวเองจากอดีต ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่คิดจะได้เจอเขาอีกครั้ง ตัดสินใจออกจากบ้านเจอปริญญ์นั่งปรับทุกข์กับหมู ขอร้องเสียงเครียดให้ไปส่งสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้

เขมมิกถึงสนามบินไม่นานจากนั้น ปริญญ์จัดการเรื่องตั๋วและพาไปรอร้านกาแฟ พิแสงโทร.ถามหาหญิงสาว หมอหนุ่มจำใจโกหกตามที่เธอขอร้อง ปริญญ์เห็นเธอไม่พูดอะไรเลยไม่เซ้าซี้ เปรยถึงเรื่องที่ถูกวาศิณีปฏิเสธ

“ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยครับ ครั้งนี้คงเป็นความพยายามครั้งสุดท้าย คุณน้ำหวานจะเป็นอดีตตั้งแต่วินาทีนี้”

“หมอจะลืมอดีตของตัวเองได้หรือคะ”

“คุณเขมวิ่งหนีเงาตัวเองพ้นไหมล่ะครับ อดีตคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราไม่มีทางลืมได้ แต่เราสามารถยอมรับและไม่ปล่อยให้มันกลับมาทำร้ายเราในปัจจุบันได้”

“อดีตบางอย่างก็ทำอะไรฉันไม่ได้ แต่บางอย่าง...ยิ่งพยายามลืมก็ยิ่งกลับมาหลอกหลอน”

ปริญญ์มั่นใจว่าเธอมีปัญหาแต่ไม่อยากคาดคั้น เมื่อถึงเวลา...เขมมิกบอกลาและฝากบอกพิแสงว่ามีธุระด่วนเรื่องแม่ ปริญญ์จะถามต่อแต่ไม่ทัน หญิงสาวหมุนตัวขึ้นเครื่องโดยไม่เหลียวหลัง หมอหนุ่มสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

ฝ่ายพิแสงตามหาเขมมิกทั่วฟาร์มแต่ไม่พบ ชมพู่บอกว่าออกจากบ้านหลังไปส่งปุ๊กลุกที่ห้องเขา พิแสงเอะใจ กลับเข้าห้อง เห็นกรอบรูปตัวเองตกแตกบนพื้น หยิบมาดูด้วยความสงสัย...หรือจะเกี่ยวอะไรกับรูปนี้

พิแสงชักนั่งไม่ติดเพราะเป็นห่วงเขมมิก ไม่ต่างจากชมพู่ หลอดและเสริม ส่วนอนงค์กับวาศิณีแอบยิ้มเยาะสะใจที่เขมมิกหายตัวไป ชมพู่สำรวจห้องเขมมิก เห็นว่าข้าวของอยู่ครบ สันนิษฐานว่าอาจมีเรื่องด่วน ส่วนหลอดกับเสริมไปถามคนงาน วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ามีคนเห็นนั่งรถไปกับปริญญ์ อนงค์กับวาศิณีได้ที ใส่ไฟเขมมิกว่าอาจมีความสัมพันธ์พิเศษกับสัตวแพทย์หนุ่ม พิแสงนิ่งไปอึดใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย หงุดหงิดเพื่อนหมอที่โกหก

เวลาเดียวกันหน้าบ้านเนตรนิภา...กนธีมาดักรอ เนตร–นิภาออกปากไล่โดยไม่ยอมฟังข้อแก้ตัวใดๆ ชายหนุ่มคุกเข่าและขอโทษเสียงดัง ไม่แคร์สายตาชาวบ้านที่มองมาราวกับเขาเป็นตัวประหลาด เนตรนิภายังระแวงไม่ยอมเชื่อ กนธีชักยัวะเพราะไม่เคยง้อใครมากขนาดนี้ เผลอสบถอย่างหัวเสีย เนตรนิภาแขวะว่าคงเป็นแค่คำขอโทษมักง่าย กนธีสะอึกแต่ไม่ยอมกลับ เนตรนิภาโมโหเลยเอาน้ำสาด ปาถังใส่จนเขาหัวโน กนธีเห็นท่าไม่ดี รีบกลับไปตั้งหลัก

ooooooo

พิแสงนั่งรอปริญญ์สีหน้าเคร่งเครียด หลอด เสริม ชมพู่คอยเป็นเพื่อน เป็นห่วงเขมมิกไม่แพ้กัน ต่างจากอนงค์กับวาศิณี เพียรยุให้นายหัวเลิกสนใจอดีตแอร์สาว พิแสงร้อนรนทนไม่ไหว ตัดสินใจแจ้งความ สองแม่ลูกเต้นผางด้วยความอิจฉา โวยวายและหว่านล้อมจนพิแสงเหลืออด ตวาดเสียงเข้ม

“เก่งยังไง ฉันก็เป็นห่วง เขมมิกเป็นคนในปกครองฉัน ถ้าเป็นอะไรฉันต้องรับผิดชอบ...ไม่อยากให้แม่เขาเสียใจ”

ทุกคนอึ้งแต่ไม่ทันถาม ปริญญ์มาถึงและขอคุยเป็นการส่วนตัว พิแสงเข้าใจว่าเขมมิกโกรธเรื่องเมื่อกลางวัน

“ยายนั่นเข้าใจผิด คิดว่าฉันทะลึ่งใช่ไหม ถึงกับต้องหนีกันเลยเหรอ แล้วอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน”

“คุณเขมไปกรุงเทพฯ ให้บอกคุณว่าไปเยี่ยมคุณแม่ที่กำลังป่วย”

“แล้วทำไมไม่บอกกันดีๆ ทำไมให้แกไปส่ง แล้วทำไมแกต้องโกหก”


ปริญญ์พูดไม่ออก มองเห็นความห่วงใยลึกซึ้งในแววตาพิแสง...หรือว่านายหัวหนุ่มจะคิดอะไรกับเขมมิกจริงๆ

ฟากชมพู่ หลอดและเสริมเม้าท์ถึงสาเหตุที่เขมมิกหนีไป อนงค์กับวาศิณียืนฟังอยู่นาน ปรากฏตัวและค่อนแคะเขมมิกว่าตั้งใจหายตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ สามขาเม้าท์เถียงจนอนงค์โมโห ผลุนผลันกลับบ้านอย่างหัวเสีย แม่ครัวใหญ่บ่นลูกสาว เร่งให้ทำคะแนนช่วงเขมมิกไม่อยู่ วาศิณีรับปากแล้วขอตัวเข้าเมือง อนงค์มองตามเซ็งๆ เบื่อสภาพคนรับใช้เต็มทน...เมื่อไหร่จะได้เป็นแม่ยายนายหัวสักที!

ด้านปริญญ์...เดินเล่นในห้างคนเดียวหลังเลิกงาน เศร้าใจที่เห็นคู่รักจับมือกะหนุงกะหนิง นึกถึงตอนกลางวันที่ชวนวาศิณีมาเที่ยวแล้วโดนปฏิเสธ ภาพเธอยิ้มหวานยังตรึงในความทรงจำพร้อมคำพูดรื่นหูแต่แสลงใจ

“ชายหญิงไปไหนกันสองต่อสอง ไม่มีใครมองในแง่ดีหรอกค่ะ หมอไม่กลัวคนนินทาในทางเสียหายหรือคะ”

สัตวแพทย์หนุ่มดึงตัวเองจากห้วงความคิด เดินไปทานข้าวอย่างเหงาหงอย ชะงักเมื่อมองไปนอกร้าน เห็น ต่อลาภเอาเสื้อคลุมหัวให้วาศิณีวิ่งมาที่รถ พร้อมถุงช็อปปิ้งพะรุงพะรัง ทั้งคู่ดูสนิทสนมมากกว่าคนรู้จัก ปริญญ์ขยับไปดูใกล้ๆ เห็นต่อลาภยิ้มกระหยิ่มดูมีเลศนัย หมอหนุ่มใจหาย...สังหรณ์จะเกิดเรื่องไม่งามบางอย่าง

คืนเดียวกัน...พิสิณีรอสามีกลับบ้านด้วยใจจดจ่อ พิศาผ่านมาเห็นเข้าใจว่าพิทยายังไม่กลับ จะออกไปพูดกับ พี่สาวเพราะเคืองแทน พิสุทธิ์รั้งไว้ กลัวลูกสาวคนเล็กจะชักใบให้เรือเสีย ปรามเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ต้องห้าม เพราะเรามันชอบปล่อยคำพูดเลื่อยขาเตียงพี่เขา”

“หนูหวังดี อย่ามาว่าหนูนะ ถ้าพี่พีทไม่ทำตัวน่าสงสัย หนูก็ไม่พูดหรอก”

“ต่อให้น่าสงสัยกว่านี้ก็ไม่ควรพูด เข้าข้างในไปเลย เรื่องผัวเมีย...ให้เขาจัดการกันเอง”

พิทยากลับถึงบ้านไม่นานจากนั้น พิสิณีอยากง้อแต่ลังเล เครียดมากจนปวดหัว หยิบยามากิน พิทยาคิดว่าเธอไม่สบาย อยากถามแต่ยังมีฟอร์ม พิสิณีตอบคำถามสามีอย่างเฉยชาแล้วล้มตัวลงนอน แอบร้องไห้คนเดียวด้วยความน้อยใจ ส่วนพิทยาออกจากห้อง ยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ พอใจกับสงครามประสาทที่เป็นคนป่วนขึ้นมา

ooooooo

เขมมิกกลับถึงกรุงเทพฯ ตรงไปหาเนตรนิภาที่บ้าน ร้องไห้โฮกอดเพื่อนด้วยความเก็บกด พูดเสียงสั่นว่าพิแสงคือพี่เสือ ชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้พรากพรหมจรรย์เธอ อดีตแอร์สาวฝังใจเจ็บมาก โวยวายอย่างคนขาดสติ เนตรนิภาปลอบให้ใจเย็นและกอดปลอบด้วยความสงสาร ในใจครุ่นคิดว่าควรช่วยยังไงดี

เขมมิกสะเทือนใจเรื่องพิแสงจนไม่เป็นอันทำอะไร เนตรนิภาลอบมองด้วยความเป็นห่วง ยกข้าวต้มไปให้และบังคับทาน เขมมิกส่ายหน้า น้ำตาพาลไหลมาอีก เปรยเสียงแผ่วถึงข้อสงสัยก่อนหน้านี้

“แกจำได้ไหมที่ฉันบอกว่าคุ้นหน้าเขา เขามีบางอย่างเหมือนพี่เสือ”

“จำได้...แต่ใครจะคิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ที่นั่นมีแต่คนเรียกเขาเสือๆ ไม่มีใครเรียกชื่อจริงเลย”

“แล้วเขาจะจำฉันได้ไหม ว่าฉันคือยายปุ๊กลุก”

“ไม่มีทาง เขมมิกกับยายปุ๊กลุกเมื่อห้าปีที่แล้วน่ะ ฟ้ากับเหวเลยนะ”

เขมมิกเจ็บใจมาก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

“ใช่...เขาจำปุ๊กลุกไม่ได้แล้ว แค่คืนหนึ่งที่ฮัมบูร์ก คงเหมือนกับคืนอื่นๆกับผู้หญิงหลายคนที่ผ่านมาและผ่านไป แต่ฉันคงพิเศษหน่อย...เป็นของแปลกให้เขาพูดเล่นได้สนุกปาก”

เนตรนิภาสงสารเพื่อนรัก ส่วนเขมมิกคิดหนักชั่งใจว่าควรถอยห่างจากเรื่องนี้หรือฝืนทนเพื่อหาเงินรักษาแม่

เขมมิกตัดสินใจไปหาแสงสุดาเช้าวันรุ่งขึ้น บอกยกเลิกภารกิจ แสงสุดาตาเหลือก สมองวิ่งพล่านถึงผลได้ผลเสีย สั่งให้ไปคุยกันที่อื่นและโทร.เรียกธรรมศักดิ์มาเป็นพยาน พร้อมเอกสารสัญญาว่าจ้าง

“ฉันเตือนเธอแล้วนะว่าตาใหญ่เป็นคนมีเสน่ห์ ใครอยู่ใกล้ก็ยากจะห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรัก”

“ฉันไม่ได้ตกหลุมรัก”

“แต่ตาเธอมันฟ้อง เธอมันก็ดีแต่ปาก”

ธรรมศักดิ์เห็นเรื่องไปกันใหญ่ พยายามห้ามและบอกให้ฟังเหตุผลจริงๆ เขมมิกบอกว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว

“ความจำเป็นที่พวกคุณไม่มีทางเข้าใจ ที่แน่ๆไม่ใช่เพราะฉันไม่มีปัญญาหรือตกหลุมรักเป้าหมายแน่”

“งั้นเธอคงไม่ลืมว่าไม่มีทางสะบัดก้นเดินออกจากเรื่องนี้ไปง่ายๆ”

“ฉันทราบและจะหาเงินมาคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา”

แสงสุดาโกรธที่โดนขัดใจ ยื่นคำขาดให้เขมมิกคืนเงินต้นแล้วพร้อมดอกเบี้ยภายในวันพรุ่งนี้

“ถ้าพรุ่งนี้เธอหาเงินมาคืนไม่ได้ ฉันจะฟ้อง”

“เรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนนะคะ”

“ฉันไม่มีอะไรจะเสีย ส่วนเธอมีแต่เสีย และอย่าหวังว่าฉันจะยกเลิกบัญชีดำ ประเทศนี้จะไม่มีที่ให้เธอเหยียบ”

สั่งเสร็จก็เดินสะบัดออกไป เขมมิกหน้าเสียคิดหนัก ส่วนธรรมศักดิ์มองด้วยความเห็นใจ เขมมิกกล่าวลาและเดินคอตกออกจากสำนักงาน ทนายใหญ่ก้าวตามอย่างอดทน พยายามถามถึงสาเหตุที่ยกเลิกภารกิจ เขมมิกไม่ยอมบอก ทนายใหญ่ได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย เดินตามหญิงสาวไปเงียบๆ

ฟากแสงสุดาอารมณ์เสียมาก พิสุทธิ์มาหา เปรยว่าเหมือนเห็นหลังเขมมิกไวๆ สาวใหญ่ปรี๊ดแตก เหวี่ยงใส่สามี หาว่าตามไปจับผิด พิสุทธิ์สะดุ้ง ไม่คิดว่าเมียรักจะหงุดหงิดหนัก...ใครขัดใจถึงดุขนาดนี้!

ooooooo

พิทยากับพิสิณีมาทำงานด้วยกันตามปกติ หญิงสาวยังเฉยชาจนเขาหนักใจ พยายามง้องอนแต่ไม่ค่อยได้เรื่อง พิสิณีสั่งพนักงานย้ายโต๊ะสามีไปอีกห้อง พิทยาเข้ามาเห็น สั่งให้ยกกลับและไล่ทุกคนออกจากห้อง พิสิณีนั่งที่โต๊ะงอนๆ พิทยาเข้าไปง้อ จับมือและจุมพิตเบาๆจนหญิงสาวใจอ่อนยวบ

“ผมทำกับคุณเกินไป ยกโทษให้ผมนะคนดี”

“ฉันก็...ขอโทษที่หวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่น”

“เราอย่าทะเลาะกันอีกได้ไหม มันทรมานใจมาก ผมอยากให้เราเชื่อใจกัน”

สองสามีภรรยายิ้มให้กันอย่างมีความสุข พิทยาถอนใจโล่งอก กระหยิ่มยิ้มนิดๆ ไม่ทันสังเกตว่าพิสิณีเบือนหน้าไปอีกทาง สีหน้าขรึมลงเพราะยังไม่วางใจ สังหรณ์ว่าสามีอาจมีลับลมคมใน ทันใดนั้น...พิสุทธิ์เข้ามาบ่นเรื่องแสงสุดาอารมณ์เสียทั้งที่ไม่มีเหตุผล แค่เปรยลอยๆว่าเห็นเขมมิกที่ล็อบบี้สำนักงาน พิสิณีปลอบพ่อพร้อมลอบสังเกตสามี เห็นเขานิ่งเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง พิสุทธิ์ส่ายหน้าหน่ายๆ เปลี่ยนมาแจ้งข่าวดีว่าอนุมัติโครงการเส้นทางการบินใหม่ พิทยายิ้มพอใจ หน้าเจื่อนเมื่อได้ยินภรรยาพูดถึงพิแสงที่แสงสุดาหมายจะให้สืบทอดกิจการ พิสุทธิ์ไม่รู้เรื่อง พูดให้กำลังใจ

“เอาน่า...ถ้าเราสองคนเอาอยู่ เดี๋ยวแม่ก็เปลี่ยนใจ ทำให้เขาเห็นสิว่าทำได้ เข้าใจไหมตาพีท”

“ครับคุณพ่อ ขอบคุณที่ให้โอกาสผม”

“พ่อไปนอนก่อนนะ ระวังอารมณ์แม่เขาดีๆตอนนี้ความรุนแรงอยู่ในระดับสูงมาก หลบได้ก็หลบ”

พิสุทธิ์ออกไปแล้ว พิสิณียินดีกับสามี พิทยากอดเธอแน่น ใบหน้าย่ามใจที่แผนฮุบกิจการใกล้ความจริง

ฝั่งเนตรนิภาเตรียมออกไปทำงาน เปิดประตูบ้าน คุยโทรศัพท์พลางค้นหากุญแจรถในกระเป๋าถือ กนธีย่องมาทางด้านหลัง อาสาช่วยถือของและหากุญแจ

เนตรนิภามัวคุยธุระเรื่องงานใหม่ให้เขมมิก ไม่ทันดูว่าชายหนุ่มตามติด หลังวางสายนึกได้ว่ากำลังหากุญแจ กนธีปรากฏกายตรงหน้าพร้อมของที่เธอต้องการ เนตรนิภาวิ่งไล่แย่งแต่เขาไม่ยอม ต่อรองขอแลกกับคำว่ายกโทษ สองหนุ่มสาวยื้อยุดกันไปมา เนตรนิภาใช้วิชามาร หลอกให้เผลอและแย่งกุญแจได้ในที่สุด ตะโกนขู่เอาไม้หน้าสามมาจัดการถ้าเขาไม่ยอมกลับ กนธีหน้าซีด จ้ำพรวดออกจากบ้านแทบไม่ทัน

วันเดียวกันที่บ้านพักพิแสง...วาศิณีมาหานายหัวหนุ่ม ชมพู่บอกว่ากลับกรุงเทพฯแต่เช้า เลขาสาวเต้นผ่าง วิ่งโล่กลับบ้านไปรายงานแม่ อนงค์โวยเสียงเครียดว่าพิแสงอาจมีใจให้เขมมิก พาลใส่ลูกสาวที่มัวใจเย็นจนอาจพลาดโอกาส ลากไปเก็บของเตรียมตามพิแสง ปริญญ์เดินหน้าซื่อเข้ามา บอกว่าต้องการคุยกับวาศิณีเป็นการส่วนตัว อนงค์ไม่ยอม ประกาศกร้าวให้พูดต่อหน้า ไม่อยากให้ลูกสาวสานสัมพันธ์พิเศษกับหมอหนุ่ม

“ส่วนตัวอะไร นี่หมอ...เลิกตื๊อยายน้ำหวานเสียที จะได้เหลือความน่าเอ็นดูไว้บ้าง จะทำอะไรก็ว่ามา”

“ก็ได้ครับ...เมื่อคืนคุณน้ำหวานนัดเจอคุณต่อลาภคนของเอฟยูทำไมครับ”

วาศิณีหน้าเสีย ส่วนอนงค์ปรี๊ดแตก ต่อว่าเสียงเขียว ตีแขนลูกสาวด้วยความโกรธจัด

“อย่าหนีฉันนะนังน้ำหวาน ทำไมไม่ฟังแม่บ้าง นังลูกไม่รักดี ชอบของต่ำหรือไง”

“หนูไม่ได้นัดเขานะ แต่บังเอิญไปเจอเขาพอดีตอนฝนตก เขาก็เลยมาส่ง แม่อย่าเข้าใจผิดสิ”

วาศิณีหนีไปซ่อนหลังปริญญ์ อนงค์ยิ่งเดือด ตะโกนสั่งให้ออกมา วาศิณีวิ่งหนีแม่ไปด้านนอก ปริญญ์มองตามอย่างสงสัย...หรือว่าต่อลาภจะเป็นคนวางแผนทั้งหมด

อนงค์กระชากแขนลูกสาวมาคุยให้รู้เรื่อง วาศิณีบอกว่าไม่อยากสารภาพทุกอย่างต่อหน้าปริญญ์ อนงค์งง วาศิณียักไหล่น้อยๆ บอกว่าอยากเก็บต่อลาภไว้เป็นเบอร์สอง อนงค์ตาโต วาศิณีไม่ยี่หระ เปรยเสียงเรียบ

“ตอนนี้ขืนอายก็อดสิแม่ นายหัวก็ลูกผีลูกคน ถ้าหนูพลาดก็ยังมีคุณต่อลาภเป็นเบาะคอยรับไม่ให้ตกมาเจ็บ”

อนงค์มั่นใจว่าลูกสาวไม่มีทางพลาดจากพิแสง วาศิณีถามเสียงหยันว่าแม่แน่ใจได้ยังไง อนงค์ถึงกับพูดไม่ออก

“เห็นไหม...แม่ก็ไม่แน่ใจ น่าแม่...คุณต่อลาภเป็นถึงผู้จัดการภาค เงินเดือนตั้งเยอะ ดีกว่าหมออีก”

“แต่ฉันยังอยากเป็นแม่ยายนายหัว”

“ใช่ว่าฉันไม่อยากเป็น แต่ชีวิตมันก็ควรมีแผนสำรองสิ”

อนงค์คิดหนัก สุดท้ายก็จำใจยอม วาศิณียิ้มดีใจ เอ่ยปากขอเก็บปริญญ์ไว้เป็นเบอร์สาม อนงค์อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าลูกสาวจะรอบจัดขนาดนี้ สองแม่ลูกหัวเราะคิกคัก ...รับรองว่าไม่พลาด ไม่ต้องขึ้นคานแน่!

ooooooo

ธรรมศักดิ์พาขนิษฐามาตรวจเลือดที่โรงพยาบาล เขมมิกตามมาเซอร์ไพรส์ สองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความคิดถึง เขมมิกถามถึงเปี่ยมพงษ์ เห็นท่าทางมีพิรุธของแม่ สบตาธรรมศักดิ์แล้วเดาว่าอาจเกิดเรื่อง ทนายใหญ่สงสารขนิษฐา ช่วยเปลี่ยนเรื่องให้เขมมิกพาแม่ไปหาหมอ

ทันใดนั้น...พิแสงปรากฏกายตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นให้จนเธอใจสั่น เหลือบมองธรรมศักดิ์แล้วนึกเคือง มั่นใจว่าเป็นฝีมือเขาแน่ หญิงสาวกุมขมับ ไม่อยากให้แม่ซักเรื่องพิแสงและไม่อยากให้นายหัวหนุ่มรู้เรื่องเธอมากไปกว่านี้

พิแสงเดินกับธรรมศักดิ์ ทิ้งระยะจากสองแม่ลูกไม่ไกลนัก ขนิษฐาเข้าใจว่าชายหนุ่มหน้าตาดีเป็นแฟนใหม่ลูกสาวจึงอยากทำความรู้จัก พิแสงปฏิเสธเสียงเคร่งว่าไม่ใช่แฟนแต่เป็นเจ้านาย เขมมิกชักสีหน้า บอกธรรมศักดิ์ให้ช่วยดูแลพิแสงเสียงห้วน ขนิษฐาดุลูกสาวที่เสียมารยาท พิแสงไม่ถือสา เปรยเสียงอ่อน

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็มีเรื่องต้องมาขอโทษเขา”

“ขอโทษอะไร ถึงหน้าห้องตรวจแล้ว ใครไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องตาม ลุงคะ...ช่วยดูแลเจ้านายหนูด้วยนะคะ”

ธรรมศักดิ์เห็นท่าไม่ดี แยกพิแสงมาเดินห่างๆ ขนิษฐาข้องใจท่าทางฮึดฮัดผิดสังเกต เขมมิกตัดสินใจโกหกว่าพิแสงเคยลวนลามเธอ ขนิษฐาตาโต หันขวับไปมองอย่างไม่ชอบใจ นายหัวหนุ่มไม่รู้เรื่อง ส่งยิ้มหวานกลับตามประสาสุภาพบุรุษ เขมมิกได้ที ใส่ไฟจนขนิษฐากลัวแทน
“เห็นไหมแม่ ไม่กล้าสบตา เพราะเขาเป็นพวกโรคจิตวิตถาร แม่อย่าเข้าใกล้นะ เดี๋ยวหนูจะจัดการเอง”

จบคำก็จูงแม่เข้าห้องตรวจ เหลือบมองธรรมศักดิ์ด้วยสายตาขวางๆ พิแสงไม่สนใจ รอจนสองแม่ลูกเข้าห้องจึงขอบคุณทนายใหญ่ ถามความเป็นไปได้ที่ขนิษฐาจะหาย ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อ บอกว่าน่าจะพอมีหวังเพราะกำลังใจค่อนข้างดี เปลี่ยนเรื่องถามถึงสาเหตุที่นายหัวหนุ่มมากรุงเทพฯกะทันหัน สวมบทอาแสนดี แกล้งแหย่ยิ้มๆ

“ว่าแต่คุณพิแสง มีธุระอะไรที่กรุงเทพฯครับ หรือว่ามาเยี่ยมแม่หลานเขม”

“เขมมิกเขามาโดยไม่บอกผมสักคำ ผมไม่พอใจมาก”

“หลานเขมอาจจะ...มีเรื่องไม่สบายใจมากถึงไม่ได้บอกคุณพิแสง”

“เขาอาจโกรธผม เรื่องชวนเขาผสมพันธุ์...ผสมพันธุ์หมูครับ แต่ผมพูดไม่หมด”

ธรรมศักดิ์อึ้งไปอึดใจแล้วยิ้มบางๆ...ดูท่านายหัวหนุ่มจะเริ่มแคร์เขมมิกบ้างแล้ว

เวลาเดียวกันหน้าโรงพยาบาล...กนธีเดินคุยโทรศัพท์กับพิแสง ถามถึงสถานที่ให้ไปเจอ เหลือบเห็นเนตรนิภาเดินสวนมา เธอเลือกมองข้ามและสวนไปอย่างไม่ไยดี กนธีชักเคืองที่โดนเมิน สะบัดหน้าเรียกสติ เดินไปหาเพื่อนรัก พิแสงแนะนำให้รู้จักธรรมศักดิ์ สองหนุ่มทักทายพอหอมปากหอมคอ ทนายใหญ่จึงขอตัวไปดูขนิษฐา พิแสงถามเรื่องปรับความเข้าใจกับเนตรนิภา กนธีทำหน้าเมื่อย บอกว่ายังไม่สำเร็จ

ฟากเนตรนิภามาหาเขมมิกที่ห้องตรวจ บอกเสียงเครียดว่าเจอกนธีหน้าโรงพยาบาล ขนิษฐาเลิกคิ้วเพราะไม่รู้จัก เขมมิกถือโอกาสสร้างเรื่องรอบสอง หาว่าเป็นเพื่อนซี้เจ้านายโรคจิตอย่างพิแสง เนตรนิภามึนตึ๊บแล้วรับลูกขำๆ ขนิษฐาโวยวายจะให้จัดการขั้นเด็ดขาด เขมมิก มองหาตัวช่วย ยิ้มร่าเมื่อเห็นธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามา

สองแม่ลูกกับเนตรนิภากลับไปแล้ว พิแสงเคืองที่ไม่มีโอกาสลาและปรับความเข้าใจ บ่นเสียงเครียด

“ผมมาดีนะ ไม่ได้มาร้าย เขาทำเหมือนผมเป็นอาชญากร น่ารังเกียจ ผมเป็นเจ้านายเขานะ”

“ครับผมทราบ กำลังจะบอกคุณพิแสงไงครับว่าคุณเขมจะโทร.หาเมื่อเธอสะดวก” ธรรมศักดิ์บอกยิ้มๆ

“นี่ผมต้องรอให้เขาโทร.มาตอนสะดวกเหรอ บ้าไปแล้ว”

พิแสงไม่ยอมแพ้ สั่งให้พาไปบ้านขนิษฐา ธรรมศักดิ์อ่อนใจ...จะมีใครยอมใครบ้างไหมเนี่ย

ooooooo

เขมมิกกับเนตรนิภาพาขนิษฐากลับบ้าน เปี่ยมพงษ์ออกมารับพร้อมจานข้าวในมือ ยิ้มแย้มราวกับไม่เคยมีเรื่องกันมา ขนิษฐาตกใจที่เห็นผัว ส่วนเขมมิกมองด้วยความเซ็ง

เปี่ยมพงษ์ก้าวตามเข้าบ้าน เปรยอย่างอารมณ์ดีให้ขนิษฐาจ่ายค่าข้าวด้วยเพราะเซ็นชื่อไว้ เขมมิกสะอึก บอกเสียงห้วนให้จ่ายเอง เปี่ยมพงษ์ย้อนกวนๆว่าขนิษฐาต้องรับผิดชอบเพราะเขาเป็นคนดูแล เขมมิกมองหน้าเขานิ่ง ก้าวไปประจันหน้า ปัดจานข้าวกระจายพร้อมประกาศกร้าว
“คนอย่างแกไม่สมควรได้กินข้าวที่ฉันต้องเสียเงินซื้อมาหรอก ให้หมากินยังมีประโยชน์กว่า”

เนตรนิภากับพยาบาลพิเศษตกใจ ขนิษฐาประกบเปี่ยมพงษ์ ส่วนเนตรนิภาจ้ำพรวดไปยืนข้างเขมมิก ขนิษฐาพยายามปรามลูกสาว เขมมิกโมโหเลือดขึ้นหน้า พูดใส่หน้าเปี่ยมพงษ์อย่างโกรธจัด

“วันนี้เขมจะไม่ให้ใครทั้งนั้น ถ้ามันไม่ออกไปจากชีวิตแม่ เขมจะทำให้มันออกไปเอง”

“แกจะทำอะไรฉันได้ เมียฉันยังไม่เคยเอ่ยปาก ฉันเป็นผัวแกเหรอ หรือว่าอยากแต่ฉันไม่เอาเลยคอยเห่าแบบนี้”

“ไอ้ปากสกปรก!”

ทันใดนั้น...พิแสง กนธีและธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามาในบ้าน เห็นฉากเด็ดแล้วพูดไม่ออก เปี่ยมพงษ์ฉุนขาด ตะคอกด่าลูกเลี้ยงสาวเสียงเข้ม เขมมิกหมดความอดทน ถลาไปต่อยหน้าเต็มแรง ทุกคนมองด้วยความตกตะลึง

“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ถ้าแกไม่อยู่ดูแลแม่ฉันเมื่อไหร่ ฉันจะไล่แกออกไปให้พ้น”

เปี่ยมพงษ์เดือดจัด ย่างสามขุมเข้าหาจะเอาเรื่อง ขนิษฐาขยับไปขวาง โดนตบหน้าคว่ำ เขมมิกปรี๊ดแตก กระโจนเข้าขย้ำคอพ่อเลี้ยงจนหน้าเริ่มเขียว คณะพิแสงและทุกคนในบ้านมองด้วยอาการตกตะลึง เนตรนิภาได้สติ ถลาไปลากเพื่อนรักออกมาอย่างทุลักทุเล เขมมิกยังขืนตัว ตะโกนบริภาษไม่หยุด เปี่ยมพงษ์ทนไม่ไหว ก้าวอาดๆ ไปหา เงื้อมือสูงเตรียมตบ พิแสงถลันมาจับมือเตือนเสียงเข้มไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง เขมมิกตะลึงที่เห็นเขา พิแสงผลักอกเปี่ยมพงษ์อย่างแรง คว้าข้อมือเขมมิกไปข้างนอกเพื่อตัดปัญหา

ขนิษฐาทรุดฮวบหมดสติ เนตรนิภาเข้าประคอง กนธีมาช่วยและอุ้มไปส่งห้อง เปี่ยมพงษ์ฮึดฮัดแล้วหน้าซีด เห็นธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามา ถามเสียงห้วนว่าจะออกจากบ้านแบบครบสามสิบสอง หรือจะอยู่ให้ถูกฆ่าตายแบบไร้ญาติ เปี่ยมพงษ์กลัวแต่ทำใจดีสู้เสือ พุ่งตามขนิษฐาไปที่ห้อง เนตรนิภาขวางไว้ ส่งสัญญาณให้กนธีรับมุกเป็นแฟนมือปืน กนธีสวมบทบาทสมจริงจนเปี่ยมพงษ์ขยาด ถอยหลังออกจากบ้านแต่ไม่วายทวงเงินค่าเสียเวลา

“ไปก็ได้ บอกนังฐากับลูกมันด้วยว่าต้องจ่ายค่าเสียเวลาที่ฉันอยู่กับอีแก่ขี้เมานี่หลายปี สามปีก็สามแสน”

วางระเบิดเสร็จก็วิ่งออกจากบ้านเพราะกลัวตาย กนธีขอความดีความชอบ เนตรนิภาไม่สนใจ ไล่กลับบ้านอย่างไม่ไยดี กนธีเดินคอตกออกไป ขนิษฐาเริ่มรู้สึกตัว เนตรนิภากับธรรมศักดิ์ถลันเข้าดูอาการด้วยความเป็นห่วง

ฝั่งพิแสงลากเขมมิกมาสงบสติอารมณ์ ปล่อยมือเมื่อเห็นว่าพ้นบริเวณบ้านมาไกล หญิงสาวมองเขาเคืองๆ หมุนตัวพุ่งกลับบ้าน ชายหนุ่มกระโดดมาขวาง ถามเสียงเครียด

“จะกลับไปเป็นผู้ร้ายฆ่าคนหรือไง”

“เรื่องของฉัน คุณไม่เกี่ยว”

“ฉันไม่เกี่ยวหรอก แต่แม่เธอเกี่ยวแน่ถ้าเกิดอะไรกับเธอ คนเดือดร้อนสุดคือแม่เธอนะ”

เขมมิกผงะ คิดถึงแม่แล้วผ่อนท่าที รู้สึกแย่ที่โมโหหน้ามืดจนเกือบทำเรื่องรุนแรง พิแสงปล่อยให้อยู่นิ่งสักพักจึงก้าวมายืนข้างๆ เขมมิกถอยห่างด้วยความระแวง พิแสงแกล้งแหย่ว่าเธอทำท่าพิรุธเหมือนกลัวความลับรั่วไหล เขมมิกเลิกคิ้ว พิแสงส่ายหน้าระอา เปรยเสียงเรียบ

“เธอมีพ่อเลี้ยงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตตัวเองและแม่”

“มันเป็นความจริงที่ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณ อีกอย่าง...อย่าใช้คำว่าพ่อ ฉันไม่เคยให้ค่าผู้ชายสวะแบบนั้น”

“โอเค...ความจริงอีกอย่างที่เธอไม่คิดว่าจำเป็นต้องบอกฉันคือ แม่เธอไม่ได้อยู่สบายอย่างที่บอก”

เขมมิกเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เขาเห็นความหวั่นไหว ไล่เขากลับฟาร์ม พิแสงไม่ยอม

“ฉันถามจริงๆนะ เธอโกรธฉันเรื่องอะไร เรื่องชวนเธอไปผสมพันธุ์หรือไง ถ้าใช่...ฉันขอโทษ แล้วอะไรทำให้หนีฉันมาแบบนี้ ทำไมไม่บอกกันสักคำ”

เขมมิกถอนใจหนักหน่วง ตัดสินใจพูดเพื่อจบเรื่อง

“ก็ได้...ที่ฉันหุนหันกลับมาแบบนี้ ไม่เกี่ยวกับคุณแต่เกี่ยวกับฉัน คำตอบที่ได้อาจตอบคำถามคุณได้ไม่หมด แต่ไม่มีคำตอบมากกว่านี้อีกแล้ว อย่าตามฉันมาอีก...ลาก่อนค่ะ”

จบคำก็หมุนตัวเข้าบ้านโดยไม่เหลียวหลัง พิแสงอึ้ง คาใจคำว่าลาก่อน...หรือว่าเธอจะไม่กลับไปฟาร์มอีกแล้ว

ooooooo

เขมมิกอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าเปี่ยมพงษ์เรียกค่าเสียเวลาสามแสนบาท ขนิษฐาปรามลูกให้ปล่อยวาง เขมมิกสวนกลับว่าเป็นไปไม่ได้ คนอย่างพ่อเลี้ยงเธอคงไม่ยอมหยุดรังควานจนกว่าจะได้เงิน ขนิษฐาร้องไห้ด้วยความสงสาร รู้ว่าแค่เงินค่ารักษาเธอและหนี้เก่า ลูกสาวก็แทบกระอักทุกเดือน

“เขม...แม่ทนได้นะ ทนเห็นหน้ามัน ทนให้มันอยู่ แต่แม่ทนไม่ได้ถ้าเห็นเขมต้องลำบากมากไปกว่านี้”

“เราทำเวรกรรมอะไรไว้กับมันนักหนา ทำไมถึงต้องมานั่งชดใช้ให้ผู้ชายเลวๆแบบนั้นไม่จบสิ้น”

เขมมิกเปรยเสียงเศร้า ขนิษฐาสะเทือนใจที่เป็นต้นเหตุ ความดันขึ้น ยืนโงกเงกเหมือนจะเป็นลม เขมมิกปราดเข้าประคอง พาส่งโรงพยาบาลทันที...หลังส่งแม่เข้าห้องฉุกเฉิน เขมมิกซึมลงไปมาก เป็นห่วงแม่ว่าจะไม่มีกำลังใจรักษา เนตรนิภากอดปลอบเพื่อนรัก ธรรมศักดิ์เห็นใจ กล่อมให้กลับไปทำงานกับแสงสุดาเพราะเชื่อว่าเป็นทางออกเดียว อย่างน้อยก็เรื่องค่ารักษาพยาบาลขนิษฐา

“ผมไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคุณถึงลาออกกะทันหัน แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องร้ายแรง”

“ใช่...มันร้ายแรงมากสำหรับหนู”

“แล้วสำหรับคุณแม่คุณล่ะครับ ฟังข้อมูลจากผมเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจหน่อยนะครับ ถ้าคุณกลับไปปฏิบัติภารกิจคราวนี้ อีกไม่นานหรอกคุณพิแสงต้องเปลี่ยนใจจากคุณน้ำหวานมาตกหลุมรักคุณแน่นอน”

เขมมิกเอะใจคำพูดทนายใหญ่ อยากซักต่อแต่ไม่มีแก่ใจ ความกังวลเรื่องแม่ถาโถมจนสับสนไปหมด

ด้านพิแสงกับกนธี...กลับมาตั้งหลักบ้านแสงสุดา พูดคุยถึงเรื่องรันทดของเขมมิกแล้วทึ่ง สองหนุ่มมองหน้ากันเครียดๆ พิศาเดินเข้าบ้านพร้อมสาวิกาและถุงช็อปปิ้งมากมาย วิ่งมากอดพิแสงอย่างดีใจ ทักทายหยอกล้อตามประสาพี่น้อง นายหัวหนุ่มทักทายสาวิกาตามมารยาท พิศาได้จังหวะ พูดเรียกคะแนนความสนใจให้เพื่อนรัก กนธีทำหน้าเมื่อย เบื่อหน่ายแทนพิแสง เช่นเดียวกับสาวิกา กระอักกระอ่วนใจมากที่ต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

ฝ่ายเขมมิกคิดหนัก เนตรนิภาเดาว่าเพื่อนอยากกลับไปทำงานกับพิแสงแต่กลัวใจตัวเอง เขมมิกยังปากแข็ง เนตรนิภาเลยประชดให้เลิกภารกิจทั้งหมด วิ่งวุ่นหาทางใช้หนี้แทนจนเขมมิกทนไม่ไหว ตัดสินใจบางอย่างในที่สุด

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานแสงสุดาสำนักงานใหญ่... ธรรมศักดิ์รายงานเกี่ยวกับเขมมิก แสงสุดาเบิกตากว้าง ได้ยินว่าพิแสงตามอดีตแอร์สาวมากรุงเทพฯ ธรรมศักดิ์ได้โอกาส พยายามพูดให้แสงสุดายอมใช้บริการเขมมิกอีกครั้ง

“คุณเขมเก่งนะครับ ทำให้คุณพิแสงเป็นห่วงและตามมาได้ ไม่ใช่แค่ราคาคุยหรอกครับ เธอทำได้ ถ้าให้คนอื่นมารับช่วงงานนี้ต่อคงจะยากครับ ควรให้คุณเขมดำเนินการต่อไป”

แสงสุดาครุ่นคิดไม่นาน ตัดสินใจโทร.หาเขมมิก นัดออกมาคุยที่ร้านอาหาร สองสาวต่างวัยยังเขม่นกันอย่างมีฟอร์ม แสงสุดาพูดจาหาเรื่องจนเขมมิกอึดอัด แถมตบท้ายด้วยวาจาดูถูกบาดใจ

“ฉันเลือกเธอเพราะประสบการณ์โชกโชน อาจทำให้ตาใหญ่เลิกกับยายน้ำหวานได้ แต่ตาใหญ่คงหลงเธอแค่ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่นานเขาจะรู้เองว่าเธอไม่ใช่เพชรแท้สำหรับเขา ระดับเธอน่ะ...รั้งเขาไว้ได้ไม่นานหรอก”

เขมมิกโกรธจนตัวสั่น พยายามระงับสุดความสามารถ ตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าเรียบเฉย

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ จะไม่มีคำว่ารัก นอกจากคำว่าร้าย ลาเลยแล้วกันค่ะ”

จบคำก็ขอตัวกลับ สายตามาดมั่น...จะไม่มีคำว่ารักสำหรับผู้ชายที่เคยทำร้ายฉันเด็ดขาด!

ooooooo

แสงสุดาชวนสร้อยเพชรกับสาวิกามาบ้าน พยายาม จับคู่จนพิแสงอึดอัด ตัดสินใจชวนสาวิกาไปเดินเล่น แสงสุดา สร้อยเพชรและพิศามองตามยิ้มๆ ดีใจที่พิแสงดูมีท่าที ตามไปแอบดูสองหนุ่มสาวคุยกันในสวน

สาวิกาบ่นที่โดนคลุมถุงชน บอกว่าพิแสงไม่ใช่สเปก นายหัวหนุ่มส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู เปรยเสียงอ่อน

“แล้วเราจะได้เจอที่ไหนตอนไหนล่ะ วันๆเห็นอยู่ติดแต่กับยายน้องเล็ก”

“ก็...วิกาไม่รู้จะไปไหนนี่คะ งานการก็ไม่ได้ทำ จะไปทำที่ไหน คุณพ่อคุณแม่บอกไม่ผ่านทุกที เงินเดือนน้อยมั่งล่ะ ออฟฟิศเล็กบ้างล่ะ วิกาไม่ชอบเลยอยู่เฉยๆแบมือขอเงินพ่อแม่แบบนี้ วิกาอยากมีชีวิตของตัวเอง”

“ไม่เหมือนยายน้องเล็กนะ รายนั้นขี้เกียจทำงาน อยากอยู่บ้านแบมือขอเงินพ่อแม่มากกว่า”

“ความสุขของคุณเพื่อนไม่เหมือนความสุขของวิกานี่คะ”

พิแสงเห็นว่าสาวิกาชอบภาษา เสนอให้ไปทำงานรีสอร์ตกนธีและอาสาช่วยพูดกับพ่อแม่เธอให้ สาวิกาดีใจมาก กระโจนไปคล้องแขนเขาอย่างมีความสุข คณะจับคู่ปลื้ม เข้าใจว่าสองหนุ่มสาวเข้าใจกันดี

ช่วงบ่ายพิแสงเตรียมตัวกลับพัทลุง แสงสุดาแหย่เรื่องสาวิกา พิแสงบอกว่าชวนเธอไปทำงานรีสอร์ตกนธี แสงสุดาขัดใจเพราะกลัวสาวิกาหลงเสน่ห์เพื่อนรักลูกชาย พิแสงไม่ยี่หระ สาวใหญ่จึงเปลี่ยนมาถามถึงเขมมิก อยากให้เป็นความลับ กลัวพิสิณีลำบากใจและพิศาอาจตามไปฉีกอก พิแสงพยักหน้าเข้าใจ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพิศาแอบฟัง ได้ยินทุกอย่าง กระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...นังเขมมิก... แกหนีฉันไม่พ้นแน่!

ด้านเนตรนิภา...ออกจากบ้านเตรียมไปบิน กนธีมาดักรอ อ้อนวอนขอโอกาสไถ่โทษ เนตรนิภาใจอ่อนยอมให้อย่างเสียไม่ได้ กนธีได้จังหวะ สบตาซึ้งแล้วเริ่มร่ายยาวความในใจ เนตรนิภาอึ้งแต่ไม่ยอมพูดอะไร กนธีผิดหวัง เดินคอตกออกจากบ้าน เนตรนิภารั้งไว้ ตัดสินใจให้โอกาสเขาอีกครั้ง สั่งให้ไปส่งที่ศูนย์ลูกเรือพร้อมยื่นข้อเสนอเสียงเข้ม

“เพื่อพิสูจน์ความจริงใจ นายต้องทำตามคำสั่งของฉันจนกว่าจะถึงวันที่ฉันมีคำตอบว่ายอมยกโทษให้หรือยัง”

กนธีรีบเปิดประตูรถและยกกระเป๋าไปเก็บ เนตรนิภายิ้มแก้มปริ ดีใจที่เป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าในที่สุด

หลังส่งเนตรนิภา กนธีตามพิแสงไปสนามบินเพราะต้องกลับด้วยกัน พิแสงบ่นเบื่ออยู่บ้านเลยออกมาก่อนเวลา กนธีเดาว่าเพื่อนไม่สบายใจเรื่องเขมมิก พิแสงปฏิเสธทันควัน

“ทำไมต้องไม่สบายใจ ขืนเอาใจไปผูกติดชีวิตคงเหมือนรถไฟเหาะ หัวใจวายสักวัน ฉันไม่สนใจยายนั่น”

“แต่ฉันได้ข่าวมานะโว้ย วงในอีกต่างหาก...คุณเขมกลับไปพัทลุงแล้ว”

พิแสงลุกพรวด ก้าวเข้าข้างในพร้อมขึ้นเครื่อง กนธีตามไปแบบงงๆ...ท่าทางเพื่อนรักจะเป็นเอามาก

ฟากเขมมิกเดินหงอยๆภายในสนามบินหาดใหญ่ สวนกับพิทยาและพิสิณีแต่คลาดกันเพราะก้มลงเก็บกระเป๋าสะพายที่ร่วงลงพื้น ออกไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับฟาร์ม นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง นึกถึงเหตุการณ์ก่อนกลับพัทลุง

เปี่ยมพงษ์ตาโตเมื่อเห็นเงินสดปึกใหญ่ เซ็นสัญญาจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับขนิษฐา ผลุนผลันออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ขนิษฐามองตามน้ำตาซึม เปรยเสียงเศร้าว่าคงไม่มีใครรักเธอจริง ถามลูกสาวว่าเอาเงินมากมายมา จากไหน เขมมิกอึกอัก ขนิษฐาเห็นท่าทางพิรุธ โพล่งออกไปตามที่คิด

“เจ้านายโรคจิตที่จับก้นแกน่ะเหรอ ไหนแกบอกจะไม่ให้เขามายุ่งกับแกอีกไง”

“คือหนู...เข้าใจผิด จริงๆแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจับก้นหนูหรอก เขาลื่นล้มแล้วมือพลาดมาโดนก้นหนูน่ะ”

“นั่นสินะ ถ้าเขาไม่ใช่คนดี เขาจะตามมาปรับความเข้าใจ มาเยี่ยมแม่ แถมช่วยแกไม่ให้โดนเปี่ยมพงษ์ทำร้ายทำไม บุญแล้วลูกที่มีเจ้านายดี เห็นไหมว่าผู้ชายดีๆ ยังเหลือบนโลกใบนี้ ตั้งใจทำงานให้เขานะลูก”

เขมมิกแอบปาดเหงื่อ พยักหน้าแบบขอไปที ส่งสายตา เครียดๆให้ธรรมศักดิ์...อดีตแอร์สาวดึงตัวเองจากห้วงความคิด เบ้หน้าเมื่อนึกถึงพิแสง...ผู้ชายดีๆงั้นหรือ คงไม่ใช่กับนายหัว เสือผู้หญิงคนนี้ และแล้วรถบัสก็มาถึงปากทางเข้าฟาร์ม เขมมิกรวบรวมพลังใจ ฮึดสู้เพื่อแม่ แปลกใจเล็กน้อยเห็นหลอดกับเสริมยืนรอพร้อมรถของฟาร์ม บอกว่าพิแสงโทร.บอกล่วงหน้าให้มารับ เขมมิกยิ้มงงๆ...ตาบ้านั่นรู้ได้ยังไงว่าเธอจะกลับมา

เวลาเดียวกัน...พิทยานั่งทำงานที่ล็อบบี้โรงแรมในหาดใหญ่ พิสิณีจะไปเยี่ยมพิแสง พิทยาขอไม่ไปด้วย อ้างว่าต้องเร่งทำงาน เธอยิ้มน้อยๆและบอกว่าจะกลับช่วงเย็น ให้รอทานข้าวด้วย เมื่อลับร่างภรรยา...พิทยากดมือถือหาเขมมิกแต่ไม่มีคนรับสาย เพียรโทร.หลายครั้งจนเป็นสัญญาณปิดเครื่อง คิดหาทางสืบเรื่องเขมมิกหน้าเครียด เหลือบเห็นมานิตย์พนักงานสายการบินจึงกวักมือเรียก โทร.เข้าบ้านขนิษฐาและบอกให้พูดตามบท ขนิษฐาเชื่อสนิทว่าเป็นสายจากบริษัทที่ลูกสาวสมัครงานทิ้งไว้ บอกว่าเขมมิกไปทำงานที่พัทลุง มานิตย์วางสายทันที คืนมือถือให้พิทยาและขอตัวออกไป พิทยาเลิกคิ้ว...เขมมิกไปทำอะไรที่พัทลุง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:27 น.