ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เนตรนิภาโทร.เข้าสำนักงาน ขอแลกตารางบินเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเขมมิก กนธีย่องมาโผล่จากด้านหลัง ตีหน้าเศร้า บ่นด้วยความน้อยใจที่เธอกับเขมมิกไม่ยอมรับมิตรภาพจากเขา เนตรนิภาไม่ยี่หระ กนธีแกล้งเดินคอตก  เนตรนิภามองตามยิ้มเยาะ...มุกตื้นๆ ฝันไปเถอะว่าจะหลอกพวกฉันได้!

ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ...ขนิษฐารอพยาบาล เผลอ แอบหยิบเหล้าในตู้กับข้าว ไม่ทันดื่มก็ถูกตามไปคุยกับเขมมิก สาวใหญ่รีบซ่อนขวด ดีใจที่ลูกสาวโทร.หา ยื่นมือไปรับโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี เขมมิกปั้นน้ำเป็นตัวหลอกแม่ว่าทำงานในออฟฟิศสวยหรู ขนิษฐาสบายใจที่ลูกมีงานทำ เตือนให้ตั้งใจและทำตัวดีๆ

เขมมิกรับปากแบบขอไปทีและเปลี่ยนเรื่องถามถึงอาการเจ็บป่วย ขนิษฐาตัดสินใจบอกว่ารู้เรื่องมะเร็ง

“แม่ป่วยเป็นอะไร ทำไมต้องหาหมอบ่อยๆ แม่พอมีความรู้นะ ถ้าเป็นแค่ตับอักเสบ หมอคงไม่นัดทำคีโม”

เวลา เดียวกัน....พิแสงมาตามหญิงสาวไปทานกลางวัน ยืนอึ้งเมื่อได้ยินเรื่องแม่เธอ เขมมิกไม่รู้หัวเราะทั้งน้ำตาพร้อมปลอบแม่ให้คลายกังวล

“เราต้องไม่ร้องไห้สิแม่ ขำใส่น่ะถูกแล้ว เราต้องไม่ทำให้มันเห็นว่าเราอ่อนแอ แล้วแม่จะเอาชนะมันได้”

“เขม...มันไม่มีทางหายหรอก ใครเป็นก็ต้องตายทั้งนั้น”

“ต่อให้แม่ไม่เป็นมะเร็ง คนทุกคนก็ต้องตาย แล้วแม่จะรีบตายทำไม เขมยังไม่รีบเลย”

พิ แสงประทับใจทัศนคติเธอ นิ่งแอบฟังด้วยความอยากรู้ หลอดกับเสริมเห็นเจ้านายยืนลับๆล่อๆ ทักเสียงดังจนเขมมิกสะดุ้ง วางสายแม่และเดินหนี พิแสงถอนหายใจเซ็งๆแต่ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด สองลูกน้องยุให้ตามไปง้อ  พิแสงลังเลแล้วตัดสินใจก้าวตามเขมมิกอย่างเสียไม่ได้ หลอดกับเสริมมองตามยิ้มๆ ท่าทางนายหัวจะเจอเนื้อคู่

ฟากปริญญ์ถือกระเป๋า เครื่องมือมุ่งหน้าไปฟาร์ม เดินสวนกับเขมมิกที่จ้ำอ้าวไม่มองใคร แต่เมื่อเห็นพิแสงตามมาขอโทษก็เปลี่ยนใจ แสร้งตีหน้าเศร้าและเรียกร้องความเห็นใจจากสัตวแพทย์หนุ่ม ปริญญ์มองสองหนุ่มสาวเถียงกันงงๆ เขมมิกแกล้งยั่ว ชวนปริญญ์ไปทานข้าวแล้วส่งยิ้มเย้ยหยันให้พิแสง นายหัวหนุ่มหมั่นไส้ รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ตะโกนไล่หลังเสียงเข้ม

“ดูทำ...กล้ามาก ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว แล้วที่จะไปกินข้าวออฟฟิศฉันล่ะ ได้...งอนได้งอนไป ฉันไม่ง้อหรอก!”

เขมมิกควงปริญญ์ออกมาจนแน่ใจว่าพ้นสายตาพิแสง ปล่อยมือแล้วขอโทษเสียงอ่อย สัตวแพทย์หนุ่มยิ้มไม่ถือสาแล้วชะงัก เห็นวาศิณีคุยกะหนุงกะหนิงกับต่อลาภจากอีกทาง วาศิณีไม่ยอมทักสองหนุ่มสาว ส่วนต่อลาภตาวาวเมื่อเห็นสาวสวยแปลกหน้า เขมมิกเห็นอาการปริญญ์ เดาว่าเสียใจเรื่องเลขาสาว ยิ้มอย่างมีแผนแล้วชวนไปกินข้าว ส่วนต่อลาภมองตามเขมมิกจนเหลียวหลัง วาศิณีของขึ้น เคืองที่โดนขโมยซีน แกล้งทวงบุญคุณเสียงดัง

“คุณไม่มีสิทธิ์ได้พบนายหัวพิแสงถ้าฉันไม่ช่วย ฉันเกลียดผู้หญิงคนนั้น คงเข้าใจนะว่าหมายความว่าไง”

“ผมล้อเล่น เห็นว่าสวย เป็นแค่อาหารตาไว้มองผ่านๆ ต่างจากคุณที่เป็นอาหารใจ จริงจังกว่าเยอะ”

ต่อลาภหยอดคำหวาน วาศิณียิ้มพอใจเพราะคิดว่าเอาอยู่ ไม่ต่างจากชายหนุ่มที่ยิ้มกว้างแต่แววตามีเลศนัย

ooooooo

ฝ่ายพิแสงหงุดหงิดเรื่องเขมมิก เห็นกนธีเดินหน้ามุ่ยผ่านมา ถามเขาเสียงเครียดถึงเหตุผลที่ผู้หญิงชอบผู้ชาย พิแสงเดาว่าคงเป็นเรื่องเขมมิก พยายามบอกให้ตัดใจ กนธีโต้ว่ายิ่งยากยิ่งอยากได้

“จีบติดก่อนค่อยว่ากันเรื่องความรัก เดี๋ยวมันก็ตามมาเอง แกก็เข้าใจคอนเซปต์เพลย์บอยดีนี่นา ทำเป็นถาม”

“เพราะฉันอยากให้แกเข้าใจเหมือนฉัน ว่าปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ สุดท้ายเราแค่ต้องการใครสักคนที่รักและเข้าใจเราจากใจจริง พร้อมแชร์ทุกอย่างกับเราไปชั่วชีวิต แค่คนเดียวเท่านั้น”

กนธีเหมือนจะเข้าใจแล้วทำหน้าเป็นใส่เพื่อน พิแสงกล่อมให้คิดดีๆเพราะอยากให้สมหวัง ทันใดนั้น... เนตรนิภาวิ่งมาถามหาเขมมิก เห็นสองหนุ่มพูดคุยด้วยท่าทางสนิทสนม เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน พิแสงกับกนธีผละจากกันและละล่ำละลักแก้ตัว เนตรนิภาเชื่อพิแสงแต่ไม่แน่ใจกนธี ตัดบทและขออนุญาตนายหัวคุยกับเขมมิก พิแสงได้ยินชื่อเขมมิกแล้วของขึ้น ผลุนผลันจากไป เนตรนิภาปรายตาไปทางกนธี แกล้งปรามาสว่าไม่มีทางจีบใครติดเพราะไม่แมนเต็มร้อย กนธีกำมือแน่น มองตามหญิงสาวเลี่ยงไปโทรศัพท์ด้วยแววตาโกรธจัด ถลาไปแย่งมือถือแล้วต่อว่าเสียงเครียด เนตรนิภายิ้มเยาะแล้วพูดยั่ว

“อย่ามาปฏิเสธ...คนอย่างนายมันเหลี่ยมจัด ยอมรับมาเถอะน่า ฉันอาจเปลี่ยนใจยอมให้นายเป็นเพื่อนก็ได้นะ”

“ลูกผู้ชายอย่างฉัน ฆ่าได้หยามไม่ได้ ประกาศชัดๆอีกครั้ง ฉันเป็นผู้ชาย!”

กนธีประกาศกร้าวแล้วกระชากเธอมาจูบ เนตรนิภาเบิกตาค้าง ตกใจและคาดไม่ถึงว่าจะโดนจู่โจม ชายหนุ่มถอนริมฝีปาก มองด้วยแววตาสะใจ เนตรนิภาสะบัดศีรษะเรียกสติแล้วตบหน้าเขาสุดแรง

“ถ้านายเป็นผู้ชายจริงๆก็เป็นประเภทที่ห่วยแตกที่สุดที่ฉันเคยเจอมา”

กนธีตกใจในปฏิกิริยา ไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบอีกฉาด เนตรนิภาน้ำตาคลอ ต่อว่าเสียงเครียด

“และนี่สำหรับผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความผยองในความเป็นชายแบบผิดๆของนาย ไอ้ผู้ชายห่วยแตก!”

จบคำก็หมุนตัววิ่งจากไป กนธีได้แต่ยืนนิ่งรู้สึกผิดและรังเกียจการกระทำของตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

เวลาเดียวกันที่บ้านขนิษฐา...พิทยาไปถามหาเขมมิก ขนิษฐาลำบากใจและบอกว่าไม่รู้เรื่อง นึกถึงคำพูดของธรรมศักดิ์ กำชับไม่ให้บอกเรื่องลูกสาวไปทำงานที่พัทลุงโดยเฉพาะพิทยา ตัดสินใจพูดตรงๆเพื่อจบปัญหา

“อย่าทำแบบนี้...ตัดแล้วต้องตัดให้ขาด ถ้ายังเหลือใย ไม่ใช่แค่เขมที่เจ็บ แต่ภรรยาเธอก็เจ็บด้วย”

“อย่างน้อยผมก็อยากเป็นเพื่อนเขม”

“แต่ลูกสาวฉันไม่อยาก ไม่อย่างนั้นเขาคงติดต่อเธอบ้างแล้ว”

พิทยาหน้าเสีย บอกว่าอยากขอโทษจากใจจริงและสำนึกผิดเรื่องที่ผ่านมา ขอโอกาสคุยกับเขมมิกอีกครั้งเพราะยังปรารถนาดี ขนิษฐาพูดไม่ออก มองตามชายหนุ่มหมุนตัวออกจากบ้านด้วยแววตาสังเวชใจ

ooooooo

เขมมิกทานข้าวและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ปริญญ์เพลิดเพลินและเริ่มรู้สึกดี เขมมิกแหย่เรื่องหลงรักวาศิณี เขาอึกอักแต่สุดท้ายก็ยอมรับแต่ไม่กล้าแสดงออก เขมมิกยุให้สารภาพ ปริญญ์หน้าเจื่อน เปรยเสียงสลด

“ตบมือข้างเดียวไม่ดัง คุณน้ำหวานไม่ได้ชอบผม”

“โอ๊ย...หมอไม่มีทางอ่านใจผู้หญิงออกหรอก ต้องผู้หญิงด้วยกัน และเขมก็รู้ว่าคุณน้ำหวานชอบหมอเหมือนกัน”

ปริญญ์อุทานเสียงดังจนคนงานอื่นๆหันมองเป็นตาเดียว อนงค์ทนฟังอยู่นาน ตัดสินใจถือกะละมังใส่จานกินแล้ววางโครมบนโต๊ะ ต่อว่าเสียงเขียวที่พูดถึงลูกสาวเธออย่างสนุกปาก

“ลูกสาวฉันถูกเลี้ยงมาให้เป็นผู้หญิงที่ดี ไม่ได้มีไว้ให้เสนอขายใครแบบนี้”

“หรอ...ขอโทษนะป้า แล้วที่ป้าเอาลูกสาวถวายพานให้นายหัวล่ะ เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่เลี้ยงมาด้วยหรือเปล่า”

เขมมิกยิ้มเจ้าเล่ห์ ปริญญ์หน้าจ๋อยเพราะคิดว่าตัวเองผิดจริง อนงค์ฉุนขาด ตีหน้าเศร้าต่อหน้าคนงาน นับสิบ ชี้หน้าประจานเขมมิกว่าจับปลาสองมือ มีคู่หมั้นแล้วแต่อยากได้พิแสง ใส่ร้ายเสียๆหายๆว่าหญิงสาวคิดกำจัดวาศิณีที่พิแสงเอ็นดูเป็นพิเศษ คนงานมองเขมมิกด้วยดวงตาเป็นคำถาม อดีตแอร์สาวอึ้งแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นเศร้าสร้อย ร้องไห้โฮเพื่อกู้สถานการณ์ ท่าทางสะอึกสะอื้นราวกับมืออาชีพเรียกคะแนนความสงสารท่วมท้น อนงค์แหวขึ้นอย่างเหลืออดว่าทุกคนกำลังโดนหลอก เขมมิกสวมบทหญิงสาวน่าสงสาร เล่าเรื่องราวชีวิตรันทดของตน

“เขมเป็นแค่พนักงานฝึกงานเล็กๆ จะร้ายกาจกับป้าที่ดูแลทุกคนทำไม ป้าเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเขมนะ”

คนงานส่งเสียงอื้ออึง เขมมิกตีหน้าซื่อ ตบท้ายด้วยคำขอบคุณแบบถ่อมตัวสุดๆ

“เขมขอบคุณทุกคนนะคะที่เห็นใจ เขมกล้าพูดเลยว่ามาที่นี่เพื่อทำงาน เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ไปช่วยคู่หมั้น ทุกคนคือครูและเพื่อนที่เขมต้องสำนึกบุญคุณ เขมไม่กล้าคิดร้ายหรือทำร้ายใครเด็ดขาด”

จบคำด้วยน้ำตาคลอเบ้า ปริญญ์กับคนงานสงสาร ส่วนอนงค์แค้นใจ สะบัดหน้ากลับบ้าน

ฟากพิแสงยืนฟังต่อลาภอธิบายโครงการอย่างใจเย็นแต่สีหน้าเบื่อหน่ายมาก วาศิณีคอยจดบันทึกข้างๆพยักหน้าเห็นดีเห็นงามให้พิแสงตัดสินใจร่วมลงทุนกับบริษัทยูเอฟ ต่อลาภไม่ยอมเสียเวลา ร่ายยาวเรื่องผลประโยชน์ พิแสงนิ่งฟังแล้วตัดสินใจบอกสิ่งที่คิดว่าน่าจะได้จากโครงการ

“คุณก็จะทำสัญญามัดมือชกให้ผมซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์รวมทั้งอาหารจากคุณ ขายให้คุณภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ถ้าไม่ได้ก็ไม่รับซื้อ แล้วผมก็เป็นหนี้คุณ ตามด้วยการถูกควบกิจการโดยไม่รู้ตัว”

ต่อลาภพูดไม่ออก เช่นเดียวกับวาศิณีพยายามกล่อมให้พิจารณาใหม่แต่ไม่ได้ผล พิแสงตัดบทและขอตัวไปทำงาน ต่อลาภใจเสียเพราะกลัวพลาดโอกาส วาศิณีมองตามเจ้านายงุนงง บอกให้ตัวแทนหนุ่มใจเย็นแล้วจะช่วยพูดอีกแรง ต่อลาภยิ้มกริ่ม เอาอกเอาใจเลขาสาวเป็นการใหญ่เพราะหวังผลประโยชน์ที่จะตามมา

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นปลดปล่อยอารมณ์โกรธเคืองอนงค์ เห็นเนตรนิภาวิ่งร้องไห้จากอีกทางจึงเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน เพื่อนสาวไม่ยอมพูดอะไรแต่ร้องไห้หนักกว่าเดิม ถลากอดเธอแน่น เขมมิกยืนตัวแข็ง โอบปลอบและลูบหลังงงๆ

เนตรนิภาชวนเขมมิกไปคุยในห้อง เล่าเรื่องน่าอับอายทั้งหมดแล้วตัดสินใจเก็บเสื้อผ้ากลับกรุงเทพฯ

“ฉันทนเห็นหน้านายนั่นไม่ไหว ขอโทษนะฉันสัญญาว่าไม่นาน พอเข้มแข็งกว่านี้เมื่อไหร่ฉันจะกลับมาหา”

“รอจนกว่าแกจะพร้อมแล้วกัน แกรอหน้าบ้านนะ ฉันขอทำอะไรเพื่อแกบ้าง แกช่วยฉันมาเยอะแล้ว”

เขมมิกกอดเพื่อนแน่นแต่ดวงตาวาวโรจน์ นายกนธี... กล้ามากที่ทำกับเพื่อนฉันแบบนี้ นายตายแน่!

ฝั่งกนธีทำอะไรไม่ถูก เล่าให้พิแสงฟังเรื่องจูบเนตรนิภา นายหัวหนุ่มพูดไม่ออก มองเพื่อนรักด้วยสายตาเหนื่อย หน่าย กนธีทนแรงกดดันไม่ไหว เปรยด้วยน้ำเสียงเซ็งสุดขีด

“ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตเหมือนโลกจะแตกด้วยวะ ถูกจูบแค่เนี่ย ไม่ได้เสียตัวสักหน่อย”

พิแสงจะเตือนสติแต่ไม่ทันอ้าปาก เขมมิกก้าวพรวดจากอีกทาง ต่อยกนธีหน้าหงายแล้วแหวเสียงเขียว

“ฟังไว้นะ เผื่อจะไม่เคยรู้จักผู้หญิงรักนวลสงวนตัวอย่างยายเนตร อย่าว่าแต่จูบเลย แม้แต่จับมือกับผู้ชายยังไม่เคย อย่าคิดว่าผู้หญิงจะง่ายไปหมดจนไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเวลาทำอะไรเลวๆ”

สองหนุ่มยืนอึ้ง พิแสงขอโทษแทนเพื่อนแต่โดนเธอเหวี่ยงใส่ บอกว่าอยากได้ยินจากปากกนธีมากกว่า

“คุณต้องไปขอโทษเพื่อนฉัน แต่ถ้าให้ดีควรสำนึกและอย่าทำแบบนี้กับใครอีก แต่ถ้าไม่...ชาตินี้ทั้งชาติคุณเป็นได้แค่ศัตรูของฉันอย่างเดียว อย่าหวังจะได้เลื่อนสถานะเป็นอย่างอื่น”

จบคำก็หันมาทางพิแสง ขอรถไปส่งเนตรนิภาที่สนามบินแล้วผลุนผลันออกไป พิแสงมองเพื่อนเครียดๆ บอกว่าเห็นด้วยกับเขมมิกทุกอย่าง กนธีจ๋อยสนิท พิแสงถอนใจหน่ายๆ ตะโกนเรียกชมพู่ให้ตามหลอดกับเสริม

ชมพู่ไม่ได้ยินเสียงพิแสงเพราะมัวรายงานแสงสุดาที่มุมหนึ่งในบ้าน สารภาพเสียงอ่อยว่าต้องเปิดเผยตัวเพราะถูกจับได้ พิแสงเดินตามเสียง พบสาวใช้สุดแสบนั่งเม้าท์โทรศัพท์ ถลึงตาใส่จนเธอหน้าเสีย ตัดสายแสงสุดาและละล่ำละลักแก้ตัว พิแสงไม่สนใจสั่งให้ไปตามหลอดกับเสริมมาขับรถส่งเนตรนิภา ฟากเขมมิกพาเนตรนิภามายืนรอหน้าบ้าน พิแสงลอบมองเสี้ยวหน้าเธอด้วยความทึ่ง แอบประทับใจในความรักเพื่อน ส่วนกนธีได้แต่มองตามเนตรนิภาจากมุมลับตา ไม่ยอมปรากฏตัวเพราะยังไม่กล้าสู้หน้า

หลังส่งเนตรนิภาขึ้นเครื่อง เขมมิกบอกให้หลอดกับเสริมตรงกลับฟาร์มเพราะไม่มีอารมณ์แวะที่อื่น ครู่ใหญ่จึงบอกให้เลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อใช้ห้องน้ำ สองหนุ่มไม่รอแต่ขับไปซื้อของที่อื่นและตรงกลับฟาร์ม...ลืมเขมมิกเสียสนิท นึกขึ้นได้จึงวิ่งหน้าตื่นไปหาพิแสง นายหัวหนุ่มเป็นห่วงหญิงสาวมากแต่ไม่รู้ตัว ขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

พิทยาดื่มเหล้าหน้าเคาน์เตอร์ในผับหรู กลุ้มใจเรื่องเขมมิกจนไม่เป็นอันทำอะไร เสียงมือถือดังขึ้น พิสิณีโทร.หาแต่เขาไม่รับ ปล่อยให้ดังเรื่อยๆจนดับเอง ครู่ใหญ่มีข้อความส่งมาเตือนไม่ให้กลับดึกเพราะต้องเดินทางไปพัทลุงแต่เช้า อดีตกัปตันเพิกเฉย ดื่มต่อถึงค่อนคืนจึงตัดสินใจกลับ

ฝ่ายพิสิณีนั่งคอยสามีที่บ้าน มองโทรศัพท์ด้วย ความรู้สึกใจหาย น้อยใจที่เขาไม่รับหรือโทร.กลับ พิสุทธิ์ผ่านมาเห็น เดาว่าคงติดต่อพิทยาไม่ได้ ยิ้มอย่างปรานีแล้วสอนเสียงอ่อน

“จำไว้นะ ยิ่งหนูไม่แสดงออก นั่นแหละจะยิ่งเป็นผลดีกับหนู”

พิสิณีงงเพราะชินกับการเห็นแสงสุดาแสดงออกกับพ่อแบบจัดหนัก พิสุทธิ์หัวเราะเบาๆแล้วโอบลูกสาว

“คนของเรา พอพ้นสายตาเราไม่รู้หรอกว่าเขาจะออกนอกลู่นอกทางหรือเปล่า ยิ่งตาม...ก็จะยิ่งเตลิดเปิดเปิง มีเพียงความดีของเราเท่านั้นที่จะทำให้เขาเกรงใจและไม่กล้าทำ หนูทำถูกแล้ว”

พิสิณียิ้มรับ สบายใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น... เชื่อมั่นว่าสามีไม่นอกลู่นอกทางที่ไหนแน่

เวลาเดียวกัน...พิแสงร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเขมมิก สบถอย่างหัวเสียและขับรถด้วยความเร็วสูงจนถึงปั๊มในเวลาไม่นาน เขมมิกวิ่งออกมาเมื่อเห็นรถจากฟาร์ม เตรียมเอาเรื่องเต็มที่แล้วชะงัก พิแสงลงจากรถและเปรยเสียงเข้ม

“สองคนนั่นไม่เคยประสบความสำเร็จในการพาเธอกลับฟาร์ม ฉันไม่มั่นใจเลยมารับเอง...ขึ้นรถ”

“มาโกรธอะไรฉันเนี่ย ฉันไม่ผิดนะ ฉันเป็นคนที่ถูกลืมแท้ๆ”

พิแสงไม่ตอบแต่เดินอ้อมไปสตาร์ตรถ เขมมิกรีบวิ่งขึ้นหลังรถทันเวลาแบบฉิวเฉียด ทนนั่งให้ลมพัดผมเผ้ากระเซิงพักใหญ่จึงทุบกระจกรถเคืองๆ โมโหเขาที่ปล่อยให้เธออยู่ในสภาพนี้ พิแสงเบรกรถกึก เดินมาหาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและลากเธอมานั่งข้างคนขับ เขมมิกตกใจแทบสิ้นสติแล้วยิ้มร่าเมื่อเห็นอาการเอาใจใส่...แม้ดูทื่อๆกวนๆแต่น่ารักดี

เขมมิกพยายามชวนคุย โดนดุว่ากวนสมาธิ ฉับพลันนั้น...มีเสียงยางระเบิด พิแสงพยายามคุมพวงมาลัย เบนหัวรถไปทางต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เบรกตัวโก่งแต่หยุดรถทัน เวลา ห่างจากต้นไม้ไม่กี่นิ้ว นายหัวหนุ่มหัวแตกเพราะกระแทกพวงมาลัย ส่วนเขมมิกตกใจและฟกช้ำนิดหน่อย สองหนุ่มสาวออกไปดูสภาพรถ เขมมิกเห็นเลือดซึมที่หัวเขาจึงฉีกเสื้อตัวเองห้ามเลือดให้ พิแสงอึ้งแล้วบอกว่ามีกล่องปฐมพยาบาลท้ายรถ เขมมิกเขิน ส่วนพิแสงปลื้มที่เธอเป็นห่วง

นายหัวหนุ่มไม่ยอมนั่งเฉยๆให้ทำแผลเพราะเขินที่อยู่ใกล้หญิงสาว เขมมิกหยิบแอลกอฮอล์มาล้างแผลให้อย่างเบามือจนเขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่ต่างจากหญิงสาวที่เหลือบมองเขาเกร็งๆ แอบหวั่นไหวแต่พยายามข่มอย่างคน มีฟอร์ม พิแสงเบี่ยงตัวออก ไม่ยอมให้ใส่ยาและปิดปลาส– เตอร์ เขมมิกเลยบอกให้ทำเอง สุดท้ายทนท่าทางเก้ๆกังๆไม่ไหว แย่งมาทำให้พร้อมเปรยเสียงเรียบ

“เรื่องบางเรื่องก็ควรวางใจให้มืออาชีพลงมือ นี่ไม่ใช่การเลี้ยงหมู ฉันได้รับการฝึกปฐมพยาบาล ผู้โดยสารมาอย่างดี เพราะฉะนั้น...คุณควรวางใจให้มืออาชีพอย่างฉันทำ อยู่เฉยๆ”

พิแสงยอมอยู่นิ่งให้ปิดแผล มองเขมมิกเก็บอุปกรณ์ยิ้มๆ อดีตแอร์สาวได้ที เปรยลอยๆทวงคำขอบคุณ พิแสงขอบคุณอย่างว่าง่าย ยิ้มกว้างแล้วตีหน้าขรึมเลี่ยงไปโทร.เรียกคนงานมารับ สองหนุ่มสาวเถียงกันขำๆฆ่าเวลารอรถ นั่งหันหลังให้กันชมจันทร์ด้วยความประทับใจ เขมมิกอดไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเคลิ้มฝัน

“ฉันเคยเห็นดวงจันทร์ใกล้กว่านี้ตอนเป็นนางฟ้าบนเครื่องบิน แต่ตอนนี้ตกสวรรค์เลยต้องชื่นชมห่างๆ”

“มองใกล้ๆแล้วสวยไหม อยากมองดวงจันทร์ใกล้ๆอีกไหม”

เขมมิกไม่ตอบ พิแสงถือเป็นการตอบรับ พาไปนั่งบนหลังคารถ บอกว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยทำแผล เขมมิกปลื้มแต่ไม่วายกวนประสาท นายหัวหนุ่มหมั่นไส้แกล้งขยับจนเธอเกือบหล่น เขาคว้าไว้และดึงเข้าอ้อมแขนจนหน้าประชิดโดยไม่ได้ตั้งใจ สองหนุ่มสาวสบตากันอึ้งไปชั่วขณะ เขมมิกได้สติก่อน อุทานลอยๆว่าโดนยุงกัดและแกล้งบ่นเรื่องแผลเป็น หญิงสาวทั้งเสียวและเขินแต่รู้สึกดีกับอ้อมแขนเขามาก ไม่ต่างจากพิแสงที่ครึ้มอกครึ้มใจอย่างประหลาด ช่วยประคองเธอไปนั่งท้ายรถ ยื่นเสื้อแจ็กเกตตัวเก่งให้ หญิงสาวรับมาคลุมตัว ได้กลิ่นกายเขาแล้วรู้สึกอุ่นใจ

ooooooo

พิแสงเห็นบรรยากาศเงียบๆเลยชวนคุย แปลกใจที่ไม่ได้ยินเสียงตอบโต้เหมือนเคย หันไปแล้วยิ้มน้อยๆเขมมิกเอียงหัวกระเท่เร่หลับสนิท เขาขยับตัวให้พิงบนบ่า อมยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุข...ไม่รู้เลยว่าเขมมิกนึกชอบใจ เพราะความจริงแกล้งหลับเพื่อดูอาการ...ปลื้มมากที่เขาเอาใจใส่

หลอดกับเสริมมาถึงไม่นานจากนั้น เขมมิกเคืองเพราะโดนขัดจังหวะ ส่วนพิแสงกลบเกลื่อน โวยวายใส่ลูกน้องที่มาช้า ยื่นมือให้หญิงสาวเกาะและช่วยอุ้มลงอย่างอ่อนโยน เขมมิกหัวใจเต้นโครมครามแต่พยายามข่ม คืนเสื้อให้เขาเขินๆ พิแสงรับมาถือ มองตามเธอขึ้นรถด้วยแววตาอ่อนโยนลงแต่ไม่รู้ตัว

เมื่อถึงฟาร์ม...หลอดกับเสริมขอโทษเสียงอ่อย

เขมมิกไม่ถือสา บอกว่าอย่ามีครั้งหน้า และโบกมือให้กลับไปพักผ่อน หลอดเห็นพิแสงยืนคู่กับเขมมิก อดแซวไม่ได้จนเกือบโดนถีบ นายหัวหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะ แกล้งดุหญิงสาวให้กลับห้อง เขมมิกหุบยิ้มแล้วหลุดขำเล็กน้อย ไม่ต่างจากพิแสงที่มองตามเขินๆ

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดา...พิทยาถึงบ้านด้วยสภาพเซนิดๆ พิสิณีช่วยถือสูทกับกระเป๋าเอกสาร บอกให้อาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน พิทยาอึ้งแต่โล่งใจที่เธอไม่ซักเรื่องกลับดึก หญิงสาวยกชาร้อนมาให้ เขาไม่ดื่ม ลุกพรวดจนแก้วในมือเธอแตกกระจาย บอกเสียงเข้มว่าอย่ามายุ่งและทำดีกับเขา พิสิณีไม่เข้าใจโต้กลับเคืองๆ

“คุณเป็นสามี ไม่ให้ทำดีด้วยแล้วจะให้ทำอะไร หรือจริงๆแล้วคุณไม่ได้รักฉัน ถึงได้ทำเหมือนขยะแขยง”
พิทยาอึ้งไปอึดใจ คิดได้ว่ากำลังหาเรื่องเข้าตัว เบี่ยงเบนประเด็นกลับมาที่เรื่องงาน

“คุณต้องตอบผมมาก่อน ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน”

“ฉันรักคุณ...ฉันทำทุกอย่างได้เพื่อให้คุณมีความสุข”

พิทยายิ้มเยาะ ตัดพ้อเรื่องไม่ได้รับความไว้วางใจจากพิสุทธิ์แล้วผลุนผลันออกจากห้อง พิสิณีตามไปปรับความเข้าใจแต่ไม่ทัน พิสุทธิ์ แสงสุดาและพิศาได้ยินเสียง เห็นพิสิณีร้องไห้ฟูมฟาย สะอึกสะอื้นแล้วพยายามสงบ บอกเสียงแผ่วว่าไม่มีอะไร พิศาไม่เชื่อ แย้งขึ้นลอยๆโดยไม่รักษาน้ำใจพี่สาว

“หนูว่าไม่หรอก พี่พีทเบื่อพี่สิณีเลยหาเรื่องทะเลาะ เพราะจริงๆแล้วพี่พีทยังไม่ลืมนังเขมมิก”

พิสุทธิ์กับแสงสุดาทำตาดุใส่ลูกสาวคนเล็ก พิสิณีนิ่งเงียบ คิดตามคำพูดน้องแล้วชักเครียด...

ฝ่ายเขมมิกแอบคุยโทรศัพท์กับเนตรนิภา ถามอย่างห่วงใยถึงสภาพจิตใจเพื่อนแล้วบอกให้พักผ่อน หลังจากนั้นจึงโทร.หาแม่แต่ขนิษฐาหลับไปแล้ว พิแสงโผล่มาจากอีกมุม ถามถึงแม่เธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขมมิกพูดไม่ออก หวั่นไหวในใจอย่างบอกไม่ถูก แอบรู้สึกผิดที่คิดหลอกเขา พิแสงไม่ทันสังเกตอาการ เอ่ยปากอนุญาตให้กลับไปเยี่ยมแม่ แถมเสนอเงินและความช่วยเหลืออื่นๆ

“เธอไม่ได้ทำงาน ไม่มีรายได้ ฝึกงานที่นี่ก็ไม่มีค่าจ้าง แล้วเอาเงินจากไหนมารักษาแม่”

“ก็จากแม่...แม่ฉันรวย พ่อทิ้งสมบัติไว้เยอะมาก ไม่ต้องห่วงหรอก”

เขมมิกอึดอัดที่โกหก เหลือบมองเสี้ยวหน้าเขา ประทับใจในความมีน้ำใจ พิแสงนิ่งอยู่นานแล้วตัดสินใจถามตรงๆถึงอาชีพเสริมทดสอบความซื่อสัตย์แฟนชาวบ้าน เขมมิกสะดุ้ง คาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้า แต่พอเห็นท่าทางซื่อๆแลดูจริงใจแล้วโกรธไม่ลง พิแสงเห็นเธอไม่ตอบจึงวิเคราะห์เอาเอง

“เธอมันเด็กมีปัญหา ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ชีวิตไม่มีปม ไม่มีใครกล้าทำ”

“ปัญหาคือผู้ชาย...มีแต่พวกเจ้าชู้ ไม่ซื่อสัตย์และหาดีไม่ได้ต่างหาก ฉันทำเพื่อกู้เอกราชหัวใจให้ผู้หญิงด้วยกัน”

“ไม่มีใครมองว่าเธอเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรอก มีแต่จะมองเธอเป็นนางมารร้าย”

“เฉพาะผู้ชายเลวๆที่ถูกฉันกระชากหน้ากากเท่านั้นแหละที่มองฉันแบบนั้น”

พิแสงแหย่ถึงคู่หมั้น เขมมิกบอกว่าดีมากจนเธอเลิกอาชีพเสริม พิแสงชักหงุดหงิดแต่เก็บอาการ เขมมิกถามเรื่องวาศิณีบ้าง ไม่พอใจที่เขาบอกชอบไม่น้อย พิแสงแปลกใจแล้วยิ้มกว้าง แกล้งหยอกขำๆ

“ฉันคิดว่าเธออยากให้ฉันชอบเสียอีก เห็นชอบอ่อยเหลือเกิน...อย่าทำร้ายคู่หมั้นเลย กลับตัวกลับใจซะนะ”

พิแสงให้กำลังใจทั้งที่ในใจรู้สึกโหวงๆ เขมมิกพูดไม่ออก รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบาปทำร้ายผู้ชายดีๆ

ooooooo

เขมมิกกลับเข้าห้อง โทร.ระบายให้เพื่อนรักฟังเรื่องพิแสงแขวะว่าชอบอ่อย เนตรนิภานอนซึมดูละครเกาหลี สะดุ้งเฮือกเพราะไม่เชื่อว่านายหัวหนุ่มจะพูดตรงขนาดนี้ เขมมิกไม่สะทกสะท้าน เปรยกับเพื่อนเซ็งๆ

“ก็จริง...ขนาดอ่อยไม่รู้เท่าไหร่ ยังละลายหัวใจนายหินไม่ได้ ไม่สิ...ฉันดูออก หินเริ่มกร่อนแล้วต่างหาก เขาไปรับฉันถึงสนามบิน แสดงความเป็นห่วงเรื่องแม่ แต่ปากแข็งไม่ยอมรับ”

เนตรนิภาเออออแต่ไม่ได้คิดตาม จิตยังพะวงแต่เรื่องจูบบ้าๆ เขมมิกไม่ทันจับสังเกต บ่นเรื่องต้องเจอครอบครัวพิแสงวันรุ่งขึ้น เนตรนิภาบอกให้เผชิญหน้ากับความจริง วางสายเขมมิกแล้วดูละครต่อ สะเทือนใจน้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นฉากพระนางจูบกัน นึกบริพาษ กนธีในใจ...ชาตินี้อย่าได้พบเจอกันอีกเลย!

ด้านพิทยา...วุ่นวายใจเพราะหาทางออกไม่ได้ ล่วงเข้าวันใหม่หลายชั่วโมงจึงกลับเข้าห้อง มองดูภรรยาหลับตาพริ้ม นึกถึงตอนทะเลาะกันแล้วรู้สึกผิด ลงไปนอนกอดและกระซิบขอโทษ พิสิณีลืมตาช้าๆ พูดเสียงเบาแต่จริงจัง

“แค่คุณบอกว่าคุณไม่อยากไป ฉันจะไม่ฝืนใจ และถ้าอยากไปจากกัน ฉันก็จะไม่ฝืนใจคุณเช่นกัน”

จบคำก็ข่มตาหลับทั้งน้ำตา พิทยาอึ้งไปเมื่อเจอความเย็นชาของภรรยา รู้สึกเลยว่าโกรธจริงๆ

ฟากเขมมิกเข้านอนพร้อมรอยยิ้ม กำลังใจดีสุดๆเพราะตั้งใจเผชิญหน้ากับความจริง สะดุ้งตื่นเพราะเสียงมือถือตอนเช้า แสงสุดาโทร.ถามความคืบหน้าภารกิจลับทำให้ลูกชายแตกกับวาศิณี เขมมิกอึกอักเพราะงานไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ดูท่าเธอกับนายหัวจะเข้ากันดีมากกว่าจะแตกกัน แสงสุดาร้อนใจ ตัดบทเสียงเข้ม

“ก่อนฉันจะถึงพัทลุง ก่อนที่คนอื่นจะเห็นว่าเธออยู่ที่นั่นแล้วทำเรื่องวุ่นวายจนคุมไม่ได้ เธอต้องหายตัวไปก่อน”

“ฉันหายไป แต่คนก็ต้องพูดถึงอยู่ดีว่าฉันทำงานที่นี่ ยังไงก็ต้องรู้”

“ก็ให้พูดไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่มีเธออยู่ ที่เหลือฉันจัดการเอง ไม่งั้นฉีกสัญญา...เอาเงินคืน”

“พวกคุณแห่กันมาเอง ความผิดฉันไหมเนี่ย โยนระเบิดใส่แต่เช้าเลยนะ ยายฮองเฮา!”

เขมมิกกรี๊ด ทันใดนั้น...เสียงเคาะประตูดัง พิแสงได้ยินทุกอย่าง ถามเสียงดุว่าทำไมเรียกแม่เขาว่าฮองเฮา

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดา...พิทยายืนในชุดสูทเรียบร้อยพร้อมไปทำงาน พิสิณีตื่นมาเห็นก็หน้าเสีย เดาว่าเขาคงไม่ไปเที่ยวกับเธอ พิทยามีท่าทีมึนตึงแล้วเปรยเสียงเครียด

“ผมจะไปฮันนีมูนกับภรรยาที่ไม่ไว้ใจและคิดว่าผมไม่ซื่อสัตย์ได้ยังไง เรื่องงาน...ถึงคุณไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจว่าคงต้องใช้ความสามารถพิสูจน์ตัวเอง แต่เรื่องเขม...ผมไม่ขอทนเพราะเรื่องนี้เราคุยกันไปแล้วว่ามันไม่เคยมีอะไร”

พิสิณีอึ้ง ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิด จะอธิบายแล้วชะงัก ชายหนุ่มกระแทกเสียงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ

“แต่คุณก็ทำให้มันมี คุณเลือกที่จะเชื่อคำพูดพล่อยๆของยายน้องเล็ก แทนเชื่อคำพูดของผัวคุณ มันแปลว่าอะไรรู้ไหม แปลว่าลึกๆแล้วคุณยังเห็นผมต่ำต้อยและไม่มีคุณค่าทัดเทียมกับพวกคุณ”

พิสิณีอยากพูดปลอบแต่ไม่ทัน พิทยาออกจากห้องไปแล้ว พิสิณีได้แต่น้ำตาร่วงพรู อึดอัดใจเหลือเกิน

ฝั่งเขมมิกพูดไม่ออกเป็นรอบที่สองของวัน คิดหาทางแก้ตัวพัลวัน แกล้งบอกว่าแสงสุดาโทร.มาเตือนเรื่องพิทยา อยากให้เธอหายตัวไปก่อนเพราะกลัวพิสิณีคิดมาก พิแสงเหล่ตามองไม่เชื่อแต่ขี้เกียจซักต่อ ตั้งท่าจะสั่งงานแล้วชะงัก ชมพู่วิ่งหน้าระรื่นมาบอกว่าครอบครัวเขายกเลิกการมาเที่ยว

พิแสงโทร.หาแม่ทันทีที่ทราบเรื่อง แสงสุดาบ่นหนักใจแทนพิทยากับพิสิณีเพราะทะเลาะกันบ่อยทั้งที่เพิ่งแต่งงาน พิแสงเดาว่าเป็นเรื่องเขมมิก แสงสุดาคิดว่าเพราะความปากพล่อยของพิศามากกว่า พิแสงส่ายหน้าเอือมๆ บอกว่าจะลองคุยกับพิสิณีเอง แสงสุดาชวนเขากลับมาอยู่กรุงเทพฯ พิแสงไม่ทันตอบ วาศิณีก็เดินมาบอกว่ากนธีมาหา พิแสงขอวางสายไปเจอเพื่อน ส่วนแสงสุดาได้ยินเสียงเลขาสาว มองโทรศัพท์ในมือเซ็งๆแล้วตาพราว คิดแผนการช่วยเขมมิกจัดการกับวาศิณีขั้นเด็ดขาด

วาศิณียกน้ำมาให้กนธี แอบยืนฟังนายหัวคุยกับเพื่อน ยิ้มดีใจเมื่อได้ยินเรื่องแสงสุดายกเลิกแผนมาเที่ยว กนธีเซื่องซึม พยักหน้าเออออจนพิแสงรำคาญ บอกให้แก้ไขเรื่องเนตรนิภา กนธีนิ่งแล้วตาเป็นประกายผลุนผลันออกไป พิแสงมองตามพอใจ...หวังว่าเพื่อนรักจะคิดได้และแก้ไขถูกจุดจริงๆ

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วยความโล่งใจ ปริญญ์เข้ามาทักและชวนพูดคุยอย่างถูกคอ เขมมิกเห็นเป็นโอกาสดี ลากเขาไปหาวาศิณีที่บ้าน แอบฟังสองแม่ลูกคุยกันเรื่องครอบครัวพิแสงยกเลิกการมาเที่ยว และวาศิณีบอกว่าจะเข้าเมืองตอนเย็น เขม- มิกตื่นเต้น กระซิบบอกเขาให้ฉวยโอกาสนี้ทำคะแนน

สองหนุ่มสาวจับมือวิ่งจากบ้านวาศิณีไปยืนหอบหน้าครัว ปริญญ์มองมือเธอด้วยสายตาแปลกๆแต่รู้สึกดีมาก เขมมิกไม่รู้เรื่อง ปล่อยมือและหัวเราะเสียงดังให้กับสถานการณ์ ยิ้มอย่างจริงใจจนเขาอดยิ้มตอบไม่ได้ พิแสงได้ยินเสียง เดินมาเห็นความสนิทสนมของทั้งสองก็ไม่พอใจ ตรงเข้ากระชากข้อมือเขมมิกแล้วลากไปอีกทาง อ้างว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุย ปริญญ์มองตามสองหนุ่มสาวเถียงกันตลอดทางด้วยแววตาขำๆ

พิแสงจูงมือไม่ปล่อยจนเขมมิกเอะใจ แกล้งยั่วประสาทเขาเสียงหวาน

“คุณหวงฉันแหงๆ ไม่อยากให้ฉันคุยกับหมอ แล้วดูสิ...จับมือไม่ปล่อยเลย”

“ใช่ ฉันหวงเธอ...หวงเอาไว้ทำแม่พันธุ์”

พิแสงไม่รับมุกแต่ไม่โกรธ โต้กลับด้วยคำพูดสองแง่สองง่ามจนหญิงสาวชักเสียว พยายามแกะมือแต่ไม่ได้ผลลองหาข้อแก้ตัวไปดูแลทีเด็ด พิแสงยังไม่ปล่อย ยิ้มพอใจที่ได้แกล้งเธอ เขมมิกกรีดร้อง โวยใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด

“ไม่เอานะ กลางวันแสกๆแบบนี้น่ะเหรอ ไม่เอานะ!”

“มันก็ต้องทำกลางวันแบบนี้สิ ฉันจะพาเธอไปติวอย่างเข้มข้นเพื่อให้เข้าขากัน ก่อนจะลงมือผสมพันธุ์จริงๆ”

“คุณมันป่าเถื่อนที่สุด ทุเรศ...นึกจะชวนก็ชวนเหมือนไปกินข้าว โรคจิต...บอกแล้วไงว่าฉันมีแฟนแล้ว”

“มีแล้วไง ใช่ว่าจะผสมพันธุ์กับฉันไม่ได้”

พิแสงแกล้งบอกหน้าตาย เขมมิกรวบรวมแรงสะบัดมือออก ผลักอกเขาสุดแรงและหนีเข้าบ้าน พิแสงมองตามขำๆ...โกรธแล้วน่ารักดีเหมือนกัน

ด้านปริญญ์...เก็บคำพูดเขมมิกไปคิด ตัดสินใจชวนวาศิณีไปเที่ยวในเมือง วาศิณีทึ่งในความกล้าผิดวิสัย ยิ้มหวานอย่างเป็นต่อแล้วปฏิเสธเสียงเรียบ ปริญญ์ผิดหวังแต่ไม่เจ็บมากมาย ขอตัวไปทำงานหน้าขรึม

ฟากเขมมิกเตลิดถึงบ้าน เห็นชมพู่ถูบ้าน ฟ้องว่านายหัวหนุ่มชวนเธอผสมพันธุ์กลางวันแสกๆ

“ชมพู่...ฉันเป็นสาวบริสุทธิ์นะ จู่ๆก็ถูกชวนไปอะไรอย่างว่าในฟาร์มหมู มันน่าสนุกตรงไหน”

“ยายคุณน้ำหวานยังไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษนี้เลยนะคะ คุณน่าจะภูมิใจ”

“จะบ้าหรือไง...ฉันมาปฏิบัติภารกิจใช้มารยาแลกเงินนะ...ไม่ใช่พรหมจรรย์”

“นายหัวตามหาคุณเขม ว่าจะชวนไปผสมพันธุ์เทียมให้หมูแม่พันธุ์ คุณเขมเข้าใจว่าอะไรคะ”

เขมมิกหน้าเจื่อนเพราะเข้าใจผิด ชมพู่ตั้งท่าจะแซวแล้วชะงัก ปุ๊กลุกหมูน้อยวิ่งมาจากอีกทาง สองสาวช่วยกันต้อน เขมมิกคว้าตัวหมูน้อยไว้ได้ พาไปส่งที่ห้องพิแสงอย่างเสียไม่ได้

เขมมิกอุ้มปุ๊กลุกเข้าคอกแล้วเดินสำรวจห้องด้วยความอยากรู้ เห็นใบประกาศเกียรติคุณด้านต่างๆ ทั้งการเรียน กิจกรรมและกีฬา ชื่นชมในความสามารถ พลัน สายตาเหลือบไปเห็นปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ เห็นภาพถ่ายเขากับเพื่อนสมัยเป็นนักเรียนนอก หญิงสาวมือสั่นไปหยิบกรอบรูปและปล่อยร่วงลงพื้นอย่างหมดแรง พึมพำเสียงเบาว่าพี่เสือ หมุนตัวเดินออกจากห้องแบบคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สวนกับชมพู่ก็ไม่มองหน้า กลับเข้าห้องทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง พร้อมภาพในอดีตที่ย้อนคืนมาอีกครั้ง

เขมมิกจำได้ดีถึงครั้งแรกที่เจอพิแสงหรือที่ใครๆในตอนนั้นเรียกว่าพี่เสือ ระหว่างทางเดินในมหาวิทยาลัยที่สวิตฯ เธอเหลือบมองเขานั่งพิงต้นไม้อ่านหนังสือด้วยความตื่นเต้น เนตรนิภาเห็นอาการเพื่อนก็เดาได้ พยายามบอกให้เลิกคิดเพราะคงไม่มีหวัง เขมมิกไม่ถือสา ดึงดันจะฝันถึง

“ก็คนมันกรี๊ด พี่เขาฮอตจะตาย ถ้าได้เป็นหนึ่งในจำนวนแฟนสาวหลายๆคนของเขานะ ฉันคงตายตาหลับ ทำไมฉันไม่ได้เรียนที่นี่เหมือนเขานะ จะได้ใกล้ชิดกันมากกว่านี้”

“ไม่ได้จะขัดเพื่อนนะ ตื่น...ฝันกลางวันจริงๆ แกอย่าได้แหยมเข้าไปให้เขาหัวเราะเยาะเลย”

ครั้งนั้นเธอตัดใจจากไป...แล้วก็มีโอกาสเป็นครั้งที่สองแต่สภาพไม่ค่อยน่าดูนัก เขมมิกหรือที่ใครๆเรียกว่าปุ๊กลุกโดนสลับแก้วน้ำผลไม้เป็นเหล้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ยืนโงกเงกเพราะแพ้แอลกอฮอล์ พิแสงมาดูอาการด้วยความเป็นห่วง พยายามชวนคุยแต่โดนตัดรอนอย่างไม่มีเยื่อใย พิแสงลองอีกครั้งแต่ไม่ทันอ้าปาก หญิงสาวหมดสติล้มลงต่อหน้าต่อตา เขาถลาไปรับตามสัญชาตญาณประคองเธอไปพักด้วยความยากลำบากเพราะขนาดรูปร่างที่ต่างกัน

พิแสงพยุงเธอนอนบนเตียงแต่ดันล้มตามไปด้วย พินิจร่างกายหนาตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วยิ้มน้อยๆด้วยความเอ็นดู ล้มลงนอนข้างๆจนผล็อยหลับไป เช้าวันใหม่...เขมมิกลืมตาตื่น เห็นตัวเองไม่ใส่เสื้อผ้า นอนข้างพิแสงที่เปลือยกายท่อนบน ส่งเสียงกรี๊ดจนเขาสะดุ้งตื่น ชี้กองเสื้อผ้าปลายเตียงและถามเสียงสั่น พิแสงอึกอัก ทำให้เธอเข้าใจไปอีกทาง ตบหน้าเขาฉาดใหญ่และคว้าเสื้อผ้าออกจากห้อง พิแสงตามไปถึงหน้าบ้านที่เพื่อนๆนั่งดื่มกาแฟ เขมมิกอับอายมากเนตรนิภาเห็นสภาพเพื่อนจึงพาออกจากบ้านโดยไม่เหลียวหลัง ทิ้งพิแสงยืนอึ้งด้วยความรู้สึกผิด ส่วนเขมมิกกลับถึงบ้านก็เก็บตัวอยู่ในห้องพัก ร้องไห้คนเดียวด้วยความเสียใจ พึมพำน้ำเสียงสั่นเครือ

“แม่ขา พ่อขา เขมขอโทษ...เขมเสียมันไปแล้ว เขมไม่ใช่เด็กดีของแม่กับพ่ออีกแล้ว”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:28 น.