ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลอดกับเสริมลำบากใจที่โดนคะยั้นคะยอให้ขับรถมาถึงหาดใหญ่เพื่อ ซื้อของ เขมมิกกับเนตรนิภากล่อมจนสองหนุ่มใจอ่อน แถมเงินสินบนให้จำนวนหนึ่ง หลอดกับเสริมอึดอัดแต่ไม่กล้าขัด อย่างน้อยก็มีเงินกินขนม

ขณะ เดียวกัน...พิแสงกับกนธีมาทำธุระที่หาดใหญ่เช่นกัน เบรกรถหัวทิ่มเมื่อเห็นเขมมิกกับเนตรนิภาเดินข้ามถนนหน้าตลาด นายหัวหนุ่มหยิบมือถือโทร.หาหลอดกับเสริม สองลูกน้องได้ยินเสียงก็หน้าซีด โกหกว่าไม่มีสัญญาณและวางสายดื้อๆ พิแสงเดือดจัด พาลโน่นนี่จนกนธีอ่อนใจ เตือนสติให้รอถามเขมมิกก่อนเอาเรื่อง พิแสงไม่อยู่ในอารมณ์จะฟังใคร บอกเพื่อนเสียงห้วนให้เลื่อนธุระทุกอย่างและตามหาหญิงสาวเป็นการด่วน

ด้าน เขมมิกกับเนตรนิภาไม่รู้ตัวว่าจะเดือดร้อน... เดินไปเรื่อยๆจนถึงโรงแรมที่นัดลุทซ์ เขมมิกแยกไปเจอเพื่อน  ส่วนเนตรนิภาอาสาไปซื้อของใช้และเสื้อผ้า
ลับร่างสองสาวไม่นาน...พิแสงวน รถมาถึงหน้าโรงแรม บ่นกับกนธีไม่หยุดเรื่องเขมมิกโกหก ที่สำคัญคือมาโผล่หาดใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากฟาร์มกว่าร้อยกิโล!

ขณะที่พิแสง ตามหาให้พล่าน...เขมมิกกอดกับลุทซ์ด้วยความดีใจสุดๆ ระบายปัญหาที่บ้านเพราะต้องการให้เขาช่วย ทั้งเรื่องพ่อมีเมียน้อยแถมทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ และเรื่องขนิษฐาป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง  ลุทซ์จับมือให้กำลังใจและอาสาช่วยเหลือเพราะเห็นเธอเป็น

น้องสาว เขมมิกน้ำตาซึมและตัดสินใจขอให้ช่วยเรื่องสำคัญ

“หนี้ ก้อนโตนี้ แม่ฉันไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้เป็นคนเซ็นยินยอมกู้เงิน ฉันมั่นใจว่ามีคนปลอมลายเซ็นแม่ อีกอย่าง...ฉันรู้ว่าธุรกิจของพ่อไปได้ดีมาก ไม่จำเป็นต้องกู้เงินเลย พ่อฉันถูกโกง”

“ได้...ฉันจะช่วยหาหลักฐานมาเคลียร์คดีให้เธอ ไม่ต้องห่วง”

ลุทซ์รับปากอย่างเต็มใจ เขมมิกขอบคุณและโผเข้ากอดเขาด้วยความซาบซึ้ง

เวลา เดียวกันที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ...ธรรมศักดิ์รายงานเรื่องที่สืบเกี่ยวกับ ลูกชายเพื่อนและอดีตหุ้นส่วนของพิสุทธิ์ บอกว่าอาจเปลี่ยนชื่อและนามสกุลให้ตามลำบาก พิสุทธิ์ถอนใจหนักหน่วง พูดเสียงเรียบว่ายินดีรอไม่ว่านานแค่ไหน เสียงเคาะประตูดังขึ้น...พิทยาเปิดประตูมาขอคุยงานกับพ่อตา ธรรมศักดิ์ขอตัวอย่างรู้หน้าที่ พิทยาคาใจเรื่องที่บ้านขนิษฐา ตัดสินใจตามไปโดยโกหกพิสุทธิ์ว่าไปเอาเอกสารที่ห้อง

พิทยาเร่งฝีเท้าตาม ธรรมศักดิ์จนทันแล้วขอคุยเป็นการส่วนตัว ทนายหนุ่มใหญ่แปลกใจแต่ไม่ปฏิเสธ พิทยาเปิดฉากตรงประเด็นว่าเห็นเขาที่หน้าบ้านขนิษฐา ธรรมศักดิ์นิ่งไปอึดใจ ไม่คิดว่าจะมีคนเห็น ถามกลับเสียงเรียบ

“แล้วคุณพิทยาทราบได้ยังไงครับว่าผมอยู่ที่นั่น หรือว่าคุณไปตามหาคุณเขมมิกเหมือนกัน”

ธรรม ศักดิ์เป็นฝ่ายยืนรอคำตอบจากพิทยาบ้าง พิทยาอึกอัก แสร้งโมโหกลบเกลื่อนว่าทนายหนุ่มใหญ่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ธรรมศักดิ์ยิ้มอย่างรู้ทัน แกล้งถามว่าพิสิณีรู้เรื่องนี้หรือไม่ พิทยาร้อนตัวแต่ทำใจดีสู้เสือ สวนกลับเสียงห้วน

“คุณธรรมศักดิ์น่าจะ เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงนะครับ ต่อให้ปากพูดว่าไม่คิดอะไรแต่ลึกๆก็อดไม่ได้ ผมไม่อยากให้สิณีไม่สบายใจด้วยเรื่องไม่มีสาระ และผมคิดว่าคุณคงไม่อยากให้ภรรยาผมต้องรู้สึกแบบนั้นใช่ไหมครับ”

ธรรม ศักดิ์อึ้งกับเหตุผล พยายามอ่านท่าทีของพิทยา พิสุทธิ์เดินมาตามหาลูกเขย พิทยาฉวยโอกาสปลีกตัว ธรรมศักดิ์มองตามอย่างไม่ไว้ใจ...ท่าทางเรื่องจะยุ่งกว่าที่คิด

ooooooo

พิแสงติดต่อหลอดกับเสริมไม่ได้ ตามหา

เขมมิกทั่วตลาดก็ไม่เจอ ตั้งท่าไปตามที่อื่นแต่แล้วตาวาวเมื่อเห็นเนตรนิภาเลือกซื้อของคนเดียว หญิงสาว

ตกใจที่เห็นสองหนุ่ม พยายามเดินหนีแต่โดนกนธีล็อกตัว พิแสงถามถึงเขมมิกเสียงเครียด เนตรนิภาไม่มีทางเลือก พาสองหนุ่มไปโรงแรม

พิ แสงเดินผ่านล็อบบี้และกวาดตามองหาเขมมิก เห็นเธอนั่งหันหน้า มีชายหนุ่มในชุดสูทที่ฝั่งตรงข้าม เขมมิกตกใจมาก เนตรนิภายืนหลับตาปี๋ ไม่อยากมองความหายนะของเพื่อนรัก ชายหนุ่มในชุดสูทหันหน้ามาพร้อมเครื่องกรองน้ำในมือ บอกว่ากำลังสาธิตให้

เขมมิกเห็นถึงประสิทธิภาพ เขมมิกตีหน้าซื่อสุดๆแล้วยิ้มหวาน ถามว่ามีใครสนใจบ้าง

พิ แสงกับกนธีมองหน้ากันงงๆ ส่วนเนตรนิภาหัวเราะคิกและส่งสายตาชื่นชมให้เพื่อนรัก พิแสงผลุนผลันออกจากโรงแรมด้วยใบหน้าแดงก่ำ กนธีวิ่งตาม เนตรนิภาตรงมาหาเขมมิก เอามือทาบอกแล้วบอกว่าหัวใจแทบวาย เขมมิกไม่พูดพล่ามทำเพลง ลากเพื่อนออกจากโรงแรม ทิ้งหนุ่มขายเครื่องกรองน้ำอ้าปากค้างเพราะยังสาธิตไม่จบ

เขมมิกลาก เพื่อนมาถึงตลาด เล่าเหตุการณ์เส้นยาแดงผ่าแปดก่อนหน้านี้ว่าเห็นพิแสงจ้ำพรวดจากหน้าโรงแรม เธอไล่ลุทซ์กลับและเดินไปนั่งตรงข้ามหนุ่มขายเครื่องกรองน้ำ หาเรื่องคุยจนพิแสงตามมาอาละวาด เนตรนิภาหัวเราะท้องแข็ง เขมมิกพลอยขำแม้จะเสียวสันหลังไม่หาย หยิบมือถือโทร.เรียกหลอดกับเสริมแต่ไม่ทันกด พิแสงโผล่มาบอกเสียงห้วนว่าไล่กลับไปแล้ว ประชดเสียงหยันว่าคงต้องกลับฟาร์มเองและหมุนตัวจากไปพร้อมกนธี เขมมิกมองตามด้วยสีหน้าเดือดปุดๆ... รู้จักคนอย่างเขมมิกน้อยไปแล้วนายพิแสง!

หลังแยกจากสองสาว...พิแสงเดินใน ตลาดด้วยความหงุดหงิด ข้องใจเขมมิกที่ไม่บอกตรงๆเรื่องมาหาดใหญ่ กนธีไม่ปกป้องหญิงสาวเหมือนเคยจนพิแสงแปลกใจ เปรยเสียงเศร้าว่าตัดใจแล้ว พิแสงตบบ่าเพื่อนอย่างเห็นใจ ถามว่าให้รอกลับพร้อมกันไหม กนธีปฏิเสธ แล้วแยกไปอีกทาง ทิ้งพิแสงให้ไปทำธุระในตลาดคนเดียว

ฝ่ายเขมมิกแค้นพิแสง ที่ทิ้งให้กลับฟาร์มเอง ตั้งท่าไปเอาคืนแต่เนตรนิภากล่อมให้กลับรถทัวร์เพื่อตัดปัญหา เขมมิกจำใจยอมแต่เกิดเปลี่ยนใจเพราะทนแค้นไม่ไหว หลอกล่อให้เพื่อนตายใจแล้วแอบหนี เนตรนิภารอรถด้วยความเซ็งสุดขีดที่โดนทิ้ง มองถุงข้าวของพะรุงพะรังเคืองๆ ตั้งใจว่ากลับถึงฟาร์มจะแก้เผ็ดเพื่อนรักให้เข็ด

เวลาเดียวกันอีกมุมของ สถานีรถทัวร์...กนธีเดินคุยกับตัวแทนบริษัท ยิ้มร่าเพราะได้ลูกค้าเพิ่ม ชายหนุ่มจะโทร.หาคนขับรถแต่ต้องชะงัก  เหลือบเห็นเนตรนิภายืนแกร่วคนเดียว แกล้งเดินไปใกล้แล้วชนจากด้านหลัง เนตรนิภาตกใจและเปลี่ยนเป็นเซ็งจัด กนธียิ้มมีเลศนัย ลืมความเศร้าเรื่องเขมมิกหมดเมื่อได้ยั่วเนตรนิภาธุระของพิแสงคือไปหาเฮียป๋อพ่อค้าขายหมูรายใหญ่ในตลาดเพื่อเจรจาซื้อหมูแม่พันธุ์ตัวใหม่

เฮียป๋อยินดีขายให้  แถมแซวให้นายหัวหนุ่มหาเมียให้ตัวเอง เขมมิกพุ่งมาขวางกลางวง พูดใส่หน้าพิแสงเสียงดังลั่นตลาด

“คุณต้องรับผิดชอบฉัน...จะมาทิ้งขว้างกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้”

“สงสัยนายหัวจะไม่ว่างแล้ว ได้เขาเป็นเมียแล้วคงไม่มีใครยอมหรอก” เฮียป๋อเปรยเสียงเครียด

“ค่ะเฮีย...หนูตกเป็นของเขาแล้ว แล้วหนูก็มาถามหาความรับผิดชอบ!”

“เรื่องผัวเมียเฮียไม่อยากยุ่งนะ แต่ก็...แต่งๆไปเถอะนายหัว คุณหนูนี่ลักษณะดีเหมาะจะเป็นแม่พันธุ์”

พิแสงถึงกับกุมขมับท่าทางป่วนขั้นเทพของหญิงสาว ยอมให้กลับฟาร์มด้วยเพื่อตัดปัญหา เขมมิกยิ้มพอใจ...เล่นกับใครไม่เล่นนายพิแสง รู้จักคนอย่างเขมมิกน้อยไปแล้ว

ooooooo

เฮียป๋อโทร.นัดกับวาศิณีเรื่องส่งตัวหมูแม่พันธุ์ เลขาสาวคุยเล่นอย่างเป็นกันเองแล้วกำมือแน่นด้วยความโกรธเมื่อพ่อค้าหมูบอกว่าพิแสงแอบมีเมียแต่ไม่ยอมบอกใคร สวนกลับเสียงห้วนด้วยแรงหึง

“คงมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆค่ะ นายหัวยังไม่มีเมีย หรือถ้ามี...น้ำหวานต้องรู้เป็นคนแรก”

จบคำก็วางสายเคืองๆ ประกาศกับอนงค์เสียงกร้าว ต้องจัดการเขมมิกและเผด็จศึกพิแสงให้ได้!

เวลาเดียวกันที่สำนักงานกรุงเทพฯ...พิสุทธิ์เรียกลูกสาวมาถามเรื่องฮันนีมูน พิสิณีบอกว่าคงหลังพิทยากลับจากหาดใหญ่เพราะเขาต้องไปคุยกับบริษัททัวร์ที่นั่น พิสุทธิ์อ่อนใจ ตัดบทและตัดสินใจให้ไปด้วยเพราะสถานที่ไม่สำคัญเท่าได้ใช้เวลาด้วยกัน พร้อมเสนอให้ไปรีสอร์ตของกนธีเพราะได้ยินว่าสวยมาก และแสดงเจตจำนงค์ชัดเจนว่าอยากได้หลานเพื่อครอบครัวสมบูรณ์และอบอุ่น ที่สำคัญคือแสงสุดาจะได้วุ่นกับหลานแทนการจับคู่ให้พิแสง

แสงสุดามาหาสามีที่ห้อง ได้ยินชื่อตัวเองแว่วๆ พิสุทธิ์ยิ้มแล้วประกาศช้าแต่ชัดให้ไปพักผ่อนรีสอร์ตกนธี และเยี่ยมพิแสงที่ฟาร์มทั้งครอบครัว แสงสุดาตกใจ อุทานเสียงดังแล้วกลบเกลื่อนรับปากอย่างเสียไม่ได้

ฟากเนตรนิภากับกนธียืนเบียดกันบนรถทัวร์ที่แน่นไปด้วยผู้โดยสาร หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดถึงความโชคร้ายของตนที่ตัดสินใจผิดพลาด โดนเพื่อนทิ้งแถมยังโดนกนธีตามติดเหมือนลูกแหง่

“รู้อย่างนี้...ตามยายเขมกลับไปกับคุณพิแสงก็ดี ถ้ารู้ว่าจะต้องขึ้นรถคันเดียวกับนาย”

“รู้อย่างนี้...กลับกับพิแสงก็ดี ถ้ารู้ว่าคุณเขมกลับด้วย”

กนธีไม่ยอมแพ้ สวนกลับกวนๆ สองคนจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เนตรนิภาโดนกระแทกจากคนอื่นชนเข้ากับกนธีอย่างจัง ชายหนุ่มประคองโดยอัตโนมัติ จ้องหน้าเธอแล้วหัวใจเต้นโครมคราม ไม่ต่างจากเนตรนิภาที่แอบหวั่นไหวแต่พยายามฝืน...คนอย่างฉันไม่มีทางหลงรักผู้ชายบ้าๆแบบนี้แน่!

เนตรนิภาต้องยืนเบียดกับกนธี พยายามรักษาระยะห่างแต่ไม่สะดวกเพราะผู้โดยสารหนาแน่น ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆที่ได้ใกล้ชิดเธอ ตีหน้าซื่อบอกว่าตัดใจ
จากเขมมิกแล้ว แสร้งทำหน้าเศร้าเรียกคะแนนความสงสาร เนตรนิภาพูดไม่ออก ชักใจอ่อนแต่ไม่วางใจ...หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจจริงๆ

เวลาเดียวกัน...พิแสงขับรถกลับฟาร์มด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดๆ ต่างจากเขมมิกที่นั่งชมวิวข้างทางอย่างสบายใจ ชายหนุ่มลอบมองเธอแล้วมีท่าทีอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เคลิ้มในความน่ารักและดูไร้เดียงสา เขมมิกมองไปข้างหน้าแล้วตะโกนสุดเสียงเพราะเขาขับรถกินเลนจนเกือบชนคันอื่น เธอต่อว่าเสียงเครียดเพราะกลัวตาย พิแสงรำคาญจึงเอื้อมมือไปปิดปาก เขมมิกดิ้นขลุกขลักแล้วดึงมือออก ตวัดสายตามองอย่างเคืองๆ

สองหนุ่มสาวปะทะคารมไม่หยุด พิแสงบังคับรถด้วยมือเดียว จอดข้างทางแล้วจะลากเธอลงจากรถ เขมมิกขืนตัวไว้เกาะรถแน่นเหมือนลิงเกาะต้นไม้ พิแสง
โกรธแล้วเปลี่ยนเป็นขำ เขมมิกยืนกรานไม่ยอมลงเพราะกลัวโดนทิ้งกลางทาง พิแสงส่ายหน้าเอือมๆ สุดท้ายก็ยอมออกรถอีกรอบ

เขมมิกยอมสงบศึก นั่งนิ่งไม่พูดจาตลอดทางกลับฟาร์ม พิแสงรู้สึกผิดที่เผลอใจลอยจนเกือบมีอุบัติเหตุ ขอโทษเสียงเรียบแต่ฟังดูจริงใจ เขมมิกยวนกลับจนเขาชักฉุน บอกให้ขอโทษบ้างเพราะผิดเหมือนกันที่หนีมาถึงหาดใหญ่ เขมมิกอึ้งไปอึดใจ จำใจพูดแล้วตาเหลือกเมื่อได้ยินเขาบอกว่ามีบทลงโทษเมื่อกลับถึงฟาร์ม

ooooooo

เขมมิกพูดไม่ออกเมื่อได้ยินพิแสงบอกให้เป็นพี่เลี้ยงทีเด็ด ปริญญ์สงสาร ช่วยต่อรองแต่ไม่ได้ผล แถมกระตุ้นนายหัวหนุ่มให้ดูถูกหญิงสาวว่าอ่อนหัดและใจไม่ถึง เขมมิกของขึ้น โต้กลับอย่างไม่กลัว

“นี่คุณพิแสง หมอเพิ่งพูดหยกๆว่าฉันไม่เคยเลี้ยงหมู ให้ฉันลองฝึกก่อนไม่ได้หรือไง หรือไม่ก็มีคนช่วย”

“ไม่ได้...เธอต้องทำคนเดียว ทั้งให้ข้าวให้น้ำ อาบน้ำล้างคอก พาไปเดินออกกำลัง ที่สำคัญ...อย่าให้มันหลุดออกจากคอกและเพ่นพ่านกับหมูตัวเมีย”

เขมมิกยักไหล่เพราะคิดว่าไม่ยาก ปริญญ์จะเตือนแล้วชะงัก เห็นวาศิณียิ้มระรื่นเข้ามา ปรายตามองอดีตแอร์สาวอย่างไม่ชอบใจ เขมมิกอดหมั่นไส้ไม่ได้ แกล้งแขวะเสียงหวาน

“อุ๊ยตาย...มองฉันเหมือนไม่พอใจนะคะ คุณน้ำหวานมีอะไรอยากเคลียร์หรือเปล่าคะ”

“น้ำหวานว่าคุณเขมคิดไปเองนะคะ อย่างน้ำหวานจะกล้ามีอะไรไม่พอใจคุณเขม”

“วัวสันหลังหวะก็อย่างนี้แหละ กลัวไปหมดว่าจะมีคนหาเรื่อง” พิแสงสวนกลับเคืองๆ

จบคำก็ชวนวาศิณีกลับออฟฟิศเพื่อเคลียร์งาน ปริญญ์มองตามด้วยแววตาช้ำใจ เปรยเสียงเศร้า

“สิ่งที่แตกต่างระหว่างหมูกับคน คือหมูไม่เคยให้ความหวังเราแล้วลงมือทำลายมันอย่างรวดเร็ว”

เขมมิกนิ่งไปอึดใจ ประมวลความคิดแล้วฟันธงว่าสัตวแพทย์หนุ่มหลงรักวาศิณีข้างเดียว ปริญญ์บอกว่าเลี้ยงหมูไม่ยากถ้าใส่ใจ เขาจะหาโอกาสมาแนะนำวันหลังแล้วหมุนตัวจากไป เขมมิกยิ้มบางๆ หันไปทางคอกทีเด็ดแล้วตาเหลือก...ไอ้หมูบ้า หายไปไหนแล้วเนี่ย!

เวลาเดียวกันที่ปากทางเข้าฟาร์ม...กนธีตามเนตร– นิภาลงจากรถบัส เซ้าซี้ขอตามไปส่งถึงฟาร์ม เนตรนิภาไม่ไว้ใจ เดินเลี่ยงไปโทร.เรียกคนมารับ กนธีมองตามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์...เธอตามฉันไม่ทันหรอกเนตรนิภา

คืนเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดา...สาวใหญ่ร้อนใจ รอจนสามีกลับบ้านแล้วรีบลากเข้าห้อง พิสุทธิ์มองภรรยาอย่างแปลกใจแล้วเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น คิดเอาเองว่าเธออยากทำการบ้านแทบทนไม่ไหว

“ให้มันได้อย่างนี้สิ เร้าใจเหมือนกลับไปอายุสิบสี่อีกครั้ง ตื่นเต้นที่สุด!”

จบคำก็กระโจนเข้าใส่ แสงสุดาร้องห้ามแล้วบอกว่าอยากคุยเรื่องฮันนีมูนของพิสิณีกับพิทยา ติงเรื่องไปเยี่ยมพิแสงและโวยวายหาเรื่องสามีว่าอยากไปเพราะอนงค์กิ๊กเก่า พิสุทธิ์ชี้แจงเสียงอ่อน แสงสุดาได้ใจ ยืนกรานให้ยกเลิกแผนแต่ไม่ทันได้คำตอบ เสียงเคาะประตูดังขึ้น พิศามาบอกเรื่องชวนสร้อยเพชรกับสาวิกา แสงสุดาเซ็งหนัก ประชดสามีเสียงเขียวที่ชวนคนมากมายไม่เข้าท่า พิสุทธิ์กับพิศามองหน้ากันงงๆ...นึกว่าเธอจะดีใจได้ไปหาพิแสง

ขณะที่แสงสุดาเครียดหนัก...พิสิณีช่วยพิทยาถอดสูทและบอกเรื่องแผนฮันนีมูน พิทยาแกล้งเออออ โอบกอดภรรยาอย่างรักใคร่ พร่ำบอกรักเสียงหวานจนหญิงสาวแทบตัวลอยด้วยความปลื้ม

“ขอบคุณจ้ะที่รัก...คุณเป็นคนดี...จนบางทีผมก็คิดว่าตัวเองช่างเลว เทียบไม่ได้แม้เสี้ยวหนึ่งของคุณ”

“อย่าพูดแบบนี้สิคะพีท เราเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ไม่แบ่งแยกฉันหรือว่าคุณนะคะ”

พิทยาจุมพิตอย่างดูดดื่ม พิสิณีเงยหน้ารับด้วยความเต็มใจ ชายหนุ่มถอนจูบแล้วค่อยๆลามไปส่วนอื่น พิสิณีหลับตาพริ้ม ปล่อยตัวและใจไปกับสามีด้วยความเต็มใจ

ooooooo

เขมมิกตามหาทีเด็ดจนเจอ นั่งอ้อนวอนเสียงหวานให้กลับคอกแต่ไม่ได้ผล ทีเด็ดนอนอืดเหมือนเดิม เขมมิกทนไม่ไหว ลุกพรวดอย่างหัวเสีย

“ทีเด็ด...ไม่ไหวแล้วนะ ถ้าไม่ยอมกลับคอก ฉันจะจับแกลงหม้อ เลือกเอาว่าจะต้มยำหรือพะโล้”

พิแสงแอบสังเกตการณ์อีกมุมหนึ่ง หลอดกับเสริมตามมาด้วย แซวนายหัวหนุ่มขำๆ

“ไอ้หยา...โมโหทีก็จะจับไอ้ทีเด็ดลงหม้อเหมือนกัน ท่าทางนายหัวกับคุณเขมจะเกิดมาคู่กันนะครับ”

“ไม้หน้าสามหรือถูกไล่ออก...เลือกเอา”

สองลูกน้องถึงกับหงอ พิแสงแยกไปอีกทางแต่ ไม่วายสั่งทิ้งท้ายไม่ให้ใครยุ่งหรือช่วยเขมมิกเป็นอันขาด เสริมกับหลอดได้แต่มองหญิงสาวด้วยความสงสาร ไม่ทันสังเกตว่าพิแสงย่องกลับมาแอบดูเขมมิกอย่างจับผิดอีกมุมหนึ่ง ยิ้มขำๆเมื่อเห็นเธอก้มลงไหว้ทีเด็ดแล้วขอร้องเสียงอ่อน

“ทีเด็ดขา...เห็นไหมว่าไหว้แล้วนะ กลับคอกเถอะนะได้โปรด”

ทีเด็ดเมินใส่จนหญิงสาวชักมีน้ำโห โวยกลับเสียงขุ่น

“หยิ่งนักใช่ไหม...ให้มันรู้ไป ใครมันจะเด็ดกว่ากัน แกนั่งใช่ไหม...ฉันจะนอน!”

หลอดกับเสริมดูจนเมื่อย กลับไปพักแล้วจะมาใหม่ในครึ่งชั่วโมง พิแสงเฝ้าที่เดิม ส่วนเขมมิกทนนอนต่อไม่ไหว ลุกขึ้นอ้อนวอนหมูตัวแสบอีกครั้ง ทีเด็ดหันมาขู่ใส่เหมือนไม่พอใจ อดีตแอร์สาวปรี๊ดแตก

“ขู่อะไรนักหนา...เป็นหมูนะยะไม่ใช่งู แน่จริงไม่ทำเสียงฟ่อๆออกมาเลยล่ะ”

ทันใดนั้น...เขมมิกหยุดกึกเพราะได้ยินเสียงฟ่อจากด้านหลัง ทีเด็ดเดินไปไม่สนใจ เขมมิกหน้าซีด จะพุ่งตามแต่ขาแข็งก้าวไม่ออก พิแสงเห็นงูแผ่แม่เบี้ยข้างหลังเธอ พุ่งมาหาและกอดปลอบ เขมมิกยอมอยู่นิ่งในอ้อมกอดเขา รู้สึกอบอุ่นและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก งูใหญ่ค่อยๆผงกหัวลงแล้วเลื้อยจากไปราวกับปาฏิหาริย์ นายหัว

หนุ่มผ่อนท่าทีตึงเครียด จะกระซิบบอกหญิงสาวแต่ไม่ทัน เขมมิกเป็นลมล้มพับไปแล้ว พิแสงใจไม่ดี ตวัดแขนอุ้มกลับบ้านพัก ตะโกนเรียกชมพู่แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มองหญิงสาวในอ้อมกอดปลงๆแล้วตัดสินใจปฐมพยาบาลด้วยตัวเอง

ด้านเนตรนิภา...ครุ่นคิดเรื่องกนธีจนค่ำมืด นึกได้ว่าเขมมิกยังไม่กลับมา ตัดสินใจไปตามหาแต่ต้องชะงัก เห็นหลังชมพู่ไวๆหายไปทางมุมหนึ่ง ชั่งใจเล็กน้อยก่อนก้าวตามด้วยความอย่างรู้ ได้ยินสาวใช้พูดโทรศัพท์กับ ใครบางคนอย่างออกรส ยืนฟังสีหน้าเรียบเฉยแล้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนรัก

เนตรนิภาตัดสินใจปรากฏตัว ถามตรงๆ ชมพู่ตกใจจนกดตัดสายแสงสุดา มองสายตาคาดคั้นของเนตรนิภาด้วยความหนักใจ ฟากแสงสุดาหงุดหงิดมากที่โดนตัดสาย ตั้งท่าจะโทร.กลับแล้วชะงัก เห็นพิสุทธิ์เดินหน้างอมาหาเพราะเข้าใจว่าเธอแอบมีกิ๊ก แสงสุดาปวดหัวมาก... มันจะได้ดั่งใจสักเรื่องบ้างไหม

เวลาเดียวกันที่บ้านพักวาศิณี...หญิงสาวในชุดวาบหวิวเตรียมไปหาพิแสงยามวิกาล หวังเผด็จศึกให้ได้ในคืนเดียว อนงค์มาส่งและอวยพรลูกเสียงหวาน วาศิณีพยักหน้ารับแล้วบอกว่าตั้งใจแค่ยั่วยวนเท่านั้น อนงค์พยายามค้านแต่จนด้วยเหตุผล พยักหน้าเออออยิ้มๆ แหม...คิดการณ์ไกลจริงลูกสาวฉัน

ด้านพิแสง...บิดผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตามเนื้อตัวเขมมิกอย่างเบามือแล้วชะงัก ได้ยินเสียงเธอเพ้อ

“แม่...แม่ต้องหายนะ เขมไม่ยอมให้แม่ตาย”

“มีอารมณ์คิดถึงแม่ด้วยเหรอ ผู้หญิงร้ายๆอย่างเธอเนี่ยนะ”

พิแสงนึกเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว เช็ดอย่างอ่อนโยนกว่าเดิมแล้วผงะ ได้ยินเสียงท้องเธอร้อง อมยิ้มขำๆพลางเช็ดต่อ วาศิณีมาถึงทันเห็นฉากเด็ด อึ้งไปอึดใจแล้วของขึ้น ยายเขมมิก...มารยานักนะ!

ooooooo

ชมพู่จะบอกความจริงกับเนตรนิภาแล้วเปลี่ยนใจ วิ่งหนีไปในบ้านพิแสง สองสาวเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นวาศิณีแอบมองพิแสงเช็ดตัวให้เขมมิกที่นอนสลบบนโซฟา เลขาสาวตั้งท่าไปขวาง เนตรนิภากับชมพู่ก้าวพร้อมกัน จับล็อกตัววาศิณีแน่นหนาแล้วลากออกจากบ้านจนพ้นระยะได้ยิน เลขาสาวสะบัดตัวออกอย่าง แรงพร้อมกับต่อว่าเสียงเขียว สองสาวสงบศึกชั่วคราวแล้วช่วยกันหาข้ออ้าง

“อ้าว...คุณน้ำหวานเองเหรอคะ ฉันคิดว่าโจร เห็นด้อมๆมองๆดูมีพิรุธ” เนตรนิภาทักยิ้มๆ

“เกือบเอาไม้ฟาดหัวแล้วด้วย ดีนะคะที่ไม่ใช่” ชมพู่ผสมโรง

วาศิณีเจ็บใจ กระทืบเท้าเร่าๆหมุนตัวจากไป สองสาวยิ้มให้กัน แปะมือด้วยความเข้าใจและเข้าขา ชมพู่หัวเราะแล้วนึกได้ว่ากำลังโดนเนตรนิภาสอบสวน วิ่งหนีไปอีกทางทันที เนตรนิภารีบตาม...เธอหนีฉันไม่พ้นแน่!

ฝั่งพิแสงไม่รู้เรื่อง เช็ดตัวให้เขมมิกต่อไปแล้วถือโอกาสจ้องหน้าเธอ เริ่มคุ้น พึมพำเสียงเบาว่าคงเป็นไปไม่ได้ สะบัดหัวเรียกสติแล้วเพ่งมองหน้าเธออีกครั้ง ทันใดนั้น...หน้าของปุ๊กลุกหญิงสาวในอดีตของเขาปรากฏซ้อนกับใบหน้าเขมมิก พิแสงสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบกลับห้อง ไม่อยากเห็นภาพซ้ำอีก

พิแสงกลับเข้าห้อง ปิดประตูอย่างแรงเพื่อดับความคิดฟุ้งซ่าน หยิบมือถือโทร.สั่งหลอดให้เอาทีเด็ดเข้าคอก วางสายและเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน เห็นภาพตัวเองสมัยเรียนเมืองนอก นั่งหลับตาบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน ครู่ใหญ่จึงลืมตา เห็นปุ๊กลุกหมูน้อยนอนบนเตียง แววตาอ่อนโยนลงแล้วพลันความคิดก็ล่องลอยสู่อดีต...

พิแสงหรือที่ทุกคนตอนนั้นเรียกว่าพี่เสือตามนิสัยเจ้าชู้เป็นเสือผู้หญิง เห็นปุ๊กลุกหรือหญิงสาวอ้วนตุ๊ต๊ะเป็นครั้งแรกที่วิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ เธอไม่ใช่ คนสวยสะดุดตาแต่ท่าทางร่าเริงทำให้โลกสดใส หลังจากนั้นเขาพบเธออีกครั้งในงานเลี้ยงบ้านเพื่อนในฮัมบูร์ก ครั้งนั้นเขามากับแฟนฝรั่ง แต่เมื่อเห็นเธอยืนโงกเงกเหมือนกำลังเมาจึงเดินไปหาด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวดูตกตะลึง ชักสีหน้าแล้วแหวเสียงเขียวเมื่อเขาพยายามชวนคุย

“พนันกับเพื่อนไว้ใช่ไหมว่าถ้าจีบหนูได้...พี่จะชิ่ง หนูรู้ทันหรอกน่า ไม่มีทางที่คนอย่างพี่จะสนใจหนู เห็น ไหมว่าไม่มีใครคิดจะคุยกับหนูสักคน เพราะฉะนั้น...พี่ไม่ปกติ”

“อย่ามองคนในแง่ร้ายไปซะหมดสิ เรา...เอ่อ... ชื่ออะไร”

พิแสงถามแต่ไม่ทันได้คำตอบ ปุ๊กลุกก็เมาล้มหมดสติไปเสียก่อน เขาพุ่งไปรับตามสัญชาตญาณ ส่ายหน้าเบาๆเพราะน้ำหนักและรูปร่างของเธอใหญ่ไม่ธรรมดา พาเธอไปนอนพักในห้องว่าง แต่เพราะรูปร่างที่ต่างกัน ชายหนุ่มถึงกับเสียหลักล้มไปนอนด้วย แถมโดนผลักตกเตียงอีกต่างหาก ในขณะที่เธอนอนสลบไสลไม่ได้สติ เขาได้แต่นั่งมองด้วยสายตาขำขันระคนเอ็นดู

พิแสงดึงตัวเองกลับมาจากอดีต นั่งมองหมูน้อยด้วยแววตาเคลิ้ม พลันนึกถึงเขมมิกแล้วเบ้หน้า

“เป็นไปไม่ได้...น้องปุ๊กลุกใสซื่อและไม่มั่นใจ แต่ยายเขมมิก...จอมวางแผนและมารยาจัด คนละเรื่องกันเลย”

ฟากเนตรนิภา...หลังคาดคั้นชมพู่จนได้ความจริงทุกอย่าง ย้อนกลับมาปลุกเขมมิกแต่ไม่ฟื้น ตัดสินใจเอาผ้ามาห่มให้แล้วกลับห้อง พิแสงออกมาดูเขมมิกอีกครั้งก่อนนอน เห็นผ้าห่มหลุดลุ่ยเลยจับให้เข้าที่ พึมพำเสียงเบา

“ฉันทำในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่าคิดว่าฉันจะญาติดีด้วย”

เขมมิกหลับไม่รู้เรื่อง ภาพปุ๊กลุกปรากฏอีกครั้ง พิแสงสะบัดหน้าไล่ความหลอนแล้วกลับเข้าห้องทันที

ฝ่ายวาศิณีกลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดๆ เล่าให้แม่ฟังเรื่องโดนเนตรนิภากับชมพู่ขัดขวาง อนงค์ตามไม่ค่อยทัน วาศิณีกำลังโมโหไม่อยากอธิบายใดๆ ได้แต่ส่งเสียงกรี๊ดจนแม่สะดุ้ง

“หนูอิจฉามัน มันนอนหลับตาพริ้ม แล้วนายหัวก็เช็ดตัวให้มัน...นายหัวเช็ดตัวให้มัน!”

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัวนะ นายหัวเอ็นดูแกกว่าใคร ถ้านังนั่นคิดจะจับจริงก็ไม่มีทางชนะ แม่จะช่วยลูกเอง”

อนงค์มองลูกสาวด้วยความเป็นห่วง วาศิณียอมผ่อนท่าทีแต่ในใจยังร้อนรุ่มด้วยแรงริษยา

ooooooo

เขมมิกรู้สึกตัวเช้าวันถัดมา มองรอบๆแล้วนึกได้ว่าไม่ใช่ห้องตัวเอง คิดย้อนเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วลุกพรวด ถลาไปหน้าประตูเพื่อหาทีเด็ด พิแสงโผล่มาขวาง บอกว่าหมูตัวแสบเข้าคอกเรียบร้อยแล้ว และถือโอกาสต่อว่าเสียงเครียด

“เอาสติไปอยู่ไหน...ประมาท! เธอผ่านการเป็นแอร์โฮสเตสมาได้ยังไง เสียชื่อสถาบันจริงๆ”

“นี่...อย่าเหมารวมสิ จะด่าก็ด่าฉันคนเดียว สถาบันนางฟ้าฉันไม่เกี่ยว”

“เป็นนางฟ้าก็เป็นไม่ได้ มาเป็นคนเลี้ยงหมูก็ทำท่าจะเหลว ทำอะไรให้ดีสักอย่างได้ไหม อ้อ...ลืมไป สิ่งเดียวที่เธอทำได้ดีคือทำลายชีวิตคู่ของคนอื่นสินะ กลับไปรับอาชีพเสริมงี่เง่าเหมือนเดิมเถอะ”

เขมมิกเจ็บใจที่โดนดูถูก มองภาพนายหัวหนุ่มยิ้มเยาะออกไปแล้วตัดสินใจกลับเข้าห้องด้วยท่าทางหัวเสียสุดๆ เนตรนิภาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกระแทกประตู เห็นเพื่อนรักยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางอย่างเร่งรีบ พยายามถามและปรามแต่ไม่ได้ผล เขมมิกฮึดฮัดแล้วเล่าเรื่องโดนพิแสงค่อนแคะด้วยคำพูดเจ็บแสบ เนตรนิภารู้ว่าเพื่อนเป็นประเภทยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แกล้งคล้อยตามสนับสนุนให้กลับบ้าน เขมมิกหยุดกึก เอาเสื้อผ้าเก็บใส่ตู้ตามเดิมแล้วประกาศกร้าว

“คำพูดเน่าๆของผู้ชายคนหนึ่งไม่ทำให้ฉันสั่นคลอนได้หรอก ฉันจะสู้...ด้วยกลยุทธ์...สวยถึก ขยันสู้ฟัด!”

เนตรนิภายิ้มบางๆ โล่งใจที่เพื่อนคิดได้ ปรับสีหน้าขรึมลงแล้วตัดสินใจบอกเรื่องชมพู่เป็นสายลับให้แสงสุดา

เขมมิกกับเนตรนิภาตามหาชมพู่ทั่วบ้าน เห็นสาวใช้เตรียมตั้งโต๊ะอาหารเช้าจึงโผล่พรวดจากด้านหลัง ชมพู่ตกใจแทบสิ้นสติ ตาเหลือกเมื่อเห็นสองสาวจ้องมาอย่างคาดคั้น เขมมิกชูมือถือสาวใช้สายลับที่แอบหยิบมา บอกว่าเบอร์สุดท้ายที่โทร.ออกคือเบอร์แสงสุดา แสยะยิ้มแล้วถามเสียงเคร่ง

“เธอเป็นสายสืบให้คุณแสงสุดา คอยรายงานความเคลื่อนไหวของฉันใช่ไหม”

ชมพู่ไม่ยอมพูดอะไร เขมมิกขู่ว่าจะไปฟ้องพิแสง ชมพู่ลนลานแล้วสารภาพหน้าตื่น

“ชมพู่เป็นสายลับ คอยรายงานภารกิจของคุณเขมมิกทุกความเคลื่อนไหว เกาะติด กระชับ ฉับไว วันต่อวัน”

ขณะที่ชมพู่โดนสอบสวน...แสงสุดาร้อนใจเรื่องเขมมิก ตั้งท่าโทร.หาสาวใช้สายลับ พิสุทธิ์เห็นท่าทีแปลกๆ ของเมียรัก ตัดสินใจปรากฏตัวแล้วพูดตัดพ้อ แสงสุดาบอกว่าโทร.หาชมพู่ พิสุทธิ์ไม่เชื่อ มองมือถือเธออย่างชั่งใจ

ฟากชมพู่สารภาพหมดเปลือกว่าเป็นสายสืบรายงานเรื่องพิแสงและช่วยเขมมิกปฏิบัติภารกิจอย่างสะดวก

“เป็นคำสั่งของคุณแสงสุดาค่ะ ชมพู่ก็ไม่รู้ว่าจะปิดเป็นความลับทำไม”

“จะอะไรอีกล่ะ...ก็ให้เธอจับผิดฉัน ว่าฉันทำงานคุ้มค่าจ้างหรือเปล่าไง”

เขมมิกทึ่งในความเคี่ยวของแสงสุดา ครุ่นคิดแผนตอบโต้แล้วสั่งชมพู่เสียงเคร่ง

“ทำเนียนต่อไปว่าฉันไม่รู้เรื่องเธอ แต่ห้ามรายงานความผิดพลาดของฉันให้คุณแสงสุดารู้”

ชมพู่รับปากเซ็งๆ กลัวแสงสุดาจับได้แถมอาจโดนพิแสงทำโทษถ้าเขมมิกเอาไปฟ้อง เขมมิกยิ้มพอใจแล้วสะดุ้งสุดตัว นึกขึ้นได้ว่าต้องไปดูแลทีเด็ดที่คอก พุ่งออกไปอย่างเร็วเพราะเลยเวลามามาก เนตรนิภากับชมพู่มองตามงงๆ เสียงมือถือชมพู่ดังขึ้น ชื่อแสงสุดาปรากฏที่หน้าจอ ชมพู่มองเนตรนิภาเกร็งๆแล้วกดรับ

หลังได้ยินเสียงชมพู่...พิสุทธิ์วางสายและคืนมือถือให้เมียด้วยสีหน้าเรียบเฉย โล่งใจแต่ไม่หายงอน แสงสุดาลงทุนง้อจนเขาเริ่มใจอ่อน กลับมายิ้มหวานให้เหมือนเดิม พิศาเดินมาบอกว่าคุณหญิงสร้อยเพชรกับสาวิการอพบที่ห้องรับแขก เพื่อนัดแนะเรื่องไปเที่ยวพัทลุง สองสามีภรรยาออกไปต้อนรับ พิสุทธิ์บอกว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างและจะเดินทางพรุ่งนี้ แสงสุดาอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ ร้อนใจเพราะยังไม่ได้บอกเขมมิก

ฝ่ายสาวิกาหาโอกาสพูดกับแม่เรื่องพิแสงเพราะไม่สบายใจที่โดนคลุมถุงชน สร้อยเพชรพยายามเกลี้ยกล่อม บอกว่าเป็นการเปิดโอกาสและสร้างความเป็นไปได้ในการเจอคู่ดีๆ สาวิกาบอกว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับนายหัวหนุ่ม สร้อยเพชรหว่านล้อมจนลูกสาวอ่อนใจ ยอมทำตามเพื่อตัดปัญหา...ลองสักตั้งคงไม่เป็นไร

ooooooo

ขนิษฐาใส่บาตรหน้าบ้านโดยมีพยาบาลพิเศษดูแล เมื่อกลับเข้าบ้านเห็นเปี่ยมพงษ์ก้มๆเงยๆหน้าลิ้นชัก รู้ว่าค้นหาเงินเลยบอกจะแบ่งให้ เปี่ยมพงษ์ชักสีหน้า โกรธที่เธอเปลี่ยนที่เก็บเงินแถมพูดเหมือนเป็นต่อ ขนิษฐาเห็นท่าทีคุกคามแล้วใจเสีย กลัวโดนทำร้ายจึงตัดใจยื่นเงินปึกใหญ่ให้

เปี่ยมพงษ์แย่งไปทั้งกระเป๋าแล้วตะคอกว่าต้องการทั้งหมด ขนิษฐาขอคืนบางส่วนแต่โดนตบคว่ำ เปี่ยมพงษ์ยิ้มเยาะแล้วออกจากบ้าน ขนิษฐาตามไปยื้อยุด โดนเหวี่ยงแล้วจะโดนตบ ทันใดนั้น...ธรรมศักดิ์โผล่ขวาง มองมาด้วยแววตาไม่พอใจ เปี่ยมพงษ์เลือดขึ้นหน้า ตะเบ็งขู่เสียงกร้าว

“ผัวต้องใช้เงิน เมียก็ต้องให้ แกคนนอกอย่ายุ่ง”

“พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมของสามีนี่ครับ แต่เรียกว่าแมงดา”

เปี่ยมพงษ์ถลาไปต่อยด้วยความโกรธ แต่ธรรมศักดิ์หลบทัน ขอโทษขนิษฐาแล้วสวนหมัดกลับเต็มแรง

“ผมป้องกันตัวและปกป้องศักดิ์ศรีของคุณขนิษฐา ผมจะให้การกับตำรวจตามนี้ตอนไปแจ้งความ ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงหูตำรวจหรือคุณเขมมิก กรุณาคืนเงินด้วย”

เปี่ยมพงษ์คืนเงินอย่างเสียไม่ได้แล้วผลุนผลันออกไป ขนิษฐามองตามน้ำตาคลอ เจ็บใจที่เลือกคนผิด

ด้านพิแสง...เดินคุยกับกนธีเรื่องครอบครัวมาเยี่ยมและพักรีสอร์ตเพื่อน กนธีรับปากดูแลอย่างดี พิแสงข้องใจ ไม่คิดว่าทางบ้านอยากมาเยี่ยมเพราะไม่ชอบกิจการฟาร์มหมู กนธีคิดต่าง เปรยเสียงอ่อน

“ไม่เห็นแปลก แม่แกก็อยากให้แกใกล้ชิดกับสาวิกา อนาคตคู่หมั้นของแกไง”

“แต่ก็แปลกอยู่ดี ปกติคุณแม่ต้องเป็นคนจัดการ คราวนี้กลายเป็นคุณพ่อ”

“ไม่ใช่หรอก พ่อแกบอกว่าอยากให้น้องสาวแกกับพิทยามาฮันนีมูนโดยไม่เสียงาน ท่านเลยจัดให้”

พิแสงนึกถึงเขมมิกแล้วเครียด ไม่อยากให้พิทยาเจอแฟนเก่า แถมพิศาคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ กนธีถามหา เขมมิก พิแสงจะตอบแล้วชะงัก หญิงสาวโผล่มายืนยิ้มเผล่ข้างๆ

“ขอบคุณนะคุณพิแสงที่ช่วยเตือนสติ คำด่ารุนแรงของคุณทำให้ฉันมุ่งมั่น ขยันสู้งาน เขมมิกสู้ๆ”

กนธีบอกว่าจะเป็นกำลังใจให้ เขมมิกหันขวับ สวนกลับจนชายหนุ่มหน้าหงาย พิแสงหลุดหัวเราะ แซวเพื่อนยิ้มๆให้ตัดใจจากเขมมิกถ้าไม่อยากปีนต้นงิ้ว เขมมิกสะอึก ไม่พอใจแต่ปั้นหน้ายิ้มสู้

“ขอบคุณนะคะคุณกนธีที่ปกป้องฉัน แต่ฉันปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าจะไม่หวั่นไหวต่อคำพูดร้ายกาจของคุณพิแสง ด่าได้ด่าไปค่ะ แล้วคุณพิแสงจะรู้ว่าคนอย่างเขมมิก...ไม่ธรรมดา”

จบคำก็หันไปพูดกับทีเด็ดเสียงหวาน พิแสงกับกนธีมองหน้ากันงงๆ ระอาความดื้อด้านของหญิงสาว...

ฟากขนิษฐานั่งมองอาหารเพื่อสุขภาพของตัวเองอย่างเบื่อหน่าย ธรรมศักดิ์เห็นใจแต่คะยั้นคะยอให้กิน ขนิษฐาตัดสินใจถามตรงๆเพราะคิดว่าเขาชอบพอเขมมิกเลยพยายามเอาใจ ธรรมศักดิ์แทบสำลักน้ำ บอกว่า

เต็มใจช่วยเพราะเขมมิกเป็นคนดี ขนิษฐาสารภาพเสียงซื่อว่ากลัวลูกสาวโดนหลอก ธรรมศักดิ์ยิ้มแล้วเปรยขำๆ

“คุณเขมเก่ง เอาตัวรอดได้ ไม่มีใครหลอกเธอได้หรอกครับ...มีแต่เธอจะไปหลอกคนอื่น”

ขนิษฐายิ้มน้อยๆแล้วขรึมลง ขอร้องให้ปิดเรื่องเปี่ยมพงษ์ ธรรมศักดิ์รับปาก เห็นใจเธอเหลือเกิน

ฝ่ายพิแสงบอกให้เขมมิกลากลับบ้านสักพักเพราะครอบครัวเขาจะมาเยี่ยม อดีตแอร์สาวปฏิเสธเสียงแข็งแล้วเดินหนี พิแสงตามไปถามถึงเหตุผล เขมมิกบอกห้วนๆว่าไม่ใช่พวกขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง พิแสงชักฉุน

“เธอเลือกของเธอเองนะ ได้...ฉันจะคอยดู แต่ถ้ามีปัญหาขึ้นจริงๆ...”

“มันเป็นปัญหาของคนอื่น ไม่ได้เกิดจากฉัน ถ้าจะแก้ต้องไปแก้ที่คนของคุณ ฉันไม่ผิด...เคลียร์นะ”

เขมมิกสะบัดหน้าไปที่คอก ตาเหลือกเมื่อเห็นทีเด็ดปีนคอกหาตัวเมีย สองหนุ่มสาวสงบศึกชั่วคราวแล้ววิ่งจับหมูพ่อพันธุ์ตัวแสบ...กว่าจะสำเร็จก็แทบหมดแรง นายหัวหนุ่มอดบ่นหมูตัวแสบไม่ได้ เขมมิกยอกย้อนด้วยความหมั่นไส้ สองหนุ่มสาวจะปะทะคารมอีกครั้งแล้วหลุดหัวเราะ ต่างคนต่างยิ้ม เบือนหน้าหนีไปคนละทางอย่างมีฟอร์ม ชักหวั่นไหวแต่พยายามข่ม ไม่ได้สังเกตว่าวาศิณีแอบมองอยู่ห่างๆด้วยแววตาริษยา ตัดสินใจโทร.หาต่อลาภตัวแทนบริษัทยูเอฟให้มาพบพิแสงวันนี้ ยิ้มเจ้าเล่ห์...แล้วเราจะได้เห็นดีกันยายเขมมิก!

พิแสงสอนเขมมิกเสียงเรียบถึงสาเหตุที่ให้เธอเฝ้าคอกทีเด็ดตลอดเวลา เพราะมันชอบหนีไปหาตัวเมีย เขมมิกเบ้หน้า ไม่ยอมคิดตามแต่เถียงข้างๆคูๆเพื่อเอาชนะ พิแสงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น เขมมิกจนด้วยเหตุผลแต่ไม่วายแถกลับตามประสาพวกไม่ยอมแพ้

“แล้วตัวเองล่ะ อยู่กับหมูทุกวันทำไมไม่เข้าใจมันบ้าง ไปขวางมันทำไมล่ะ รู้ไหมว่าบาป ระวังกรรมตามสนอง ที่ไม่มีแฟนก็เพราะแบบนี้นี่เอง ชอบขวางทางรักของหมู”

พิแสงแกล้งแหย่ถึงคู่หมั้น เขมมิกสวนกลับอัตโนมัติจนเกือบตอบผิดให้เขาจับได้ พิแสงเบื่อจะต่อปากต่อคำเลยเดินแยกไปเซ็งๆ เขมมิกไม่แคร์ หยิบมือถือมาโทร.หาแม่ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:29 น.