ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กนธีกับเนตรนิภาเถียงกันตลอดทางที่พิแสงขับรถตามหาเขมมิก เมื่อถึงทางเข้าน้ำตก นายหัวหนุ่มถามคนงานแถบนั้นจนรู้ว่าหญิงสาวเดินผ่านมาจึงตามไป พบรองเท้าของเธอตกอยู่ข้างทาง เนตรนิภาเริ่มคร่ำครวญด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไม่ต่างจากพิแสง กับกนธีที่รีบมุ่งหน้าไปทางน้ำตก กลัวว่าเขมมิกจะเป็นอันตราย

ขณะที่ทุกคนเป็นกังวล...เขมมิกตะลึงกับความ งามน้ำตกตรงหน้า ยืนมองริมตลิ่งราวกับต้องมนต์ เห็นชายหนุ่มเปลือยท่อนบนโผล่ขึ้นจากน้ำ มีสะเก็ดน้ำพราวตามตัวแล้วใจเต้นโครมครามเพราะความล่ำ ฟากปริญญ์มองหญิงสาวสวยแปลกหน้าด้วยความอาย ไม่คิดว่าจะมีใครกล้ายืนมองเขาเปลือยด้วยสายตาเป็นประกายแบบนั้น เขมมิกสะบัดหน้าเรียกสติแล้วหันหลังให้ด้วยความประหม่า แต่พื้นที่ยืนเปียกชื้น หญิงสาวจึงเสียหลักหล่นลงน้ำ ปริญญ์ว่ายไปช่วยตามสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวพรวดจากน้ำในสภาพใกล้ชิด สบตากันอึ้งๆ

จังหวะเดียวกันนั้น...พิแสงมาทันเห็นฉากวาบหวิว ชักสีหน้าไม่พอใจแต่ไม่รู้ตัว พึมพำเสียงหยัน

“ที่แท้ก็หนีมาเล่นน้ำกับผู้ชาย แล้วทำให้ชาวบ้านเขาเป็นห่วงแทบตายยายปลวก”

สอง หนุ่มสาวเป้าสายตาผละจากกัน ปริญญ์รีบแนะนำตัวตามประสาคนอัธยาศัยดี พิแสงหมั่นไส้ แกล้งแขวะเพื่อนหมอว่าไม่ชอบผู้หญิง ยื่นมือให้เขมมิกเกาะขึ้นจากน้ำอย่างเสียไม่ได้ อดีตแอร์สาวแหย่ว่าเป็นห่วงใช่ไหมถึงตามหา พิแสงชะงักที่โดนจีบ ฮึดฮัดออกไปอย่างหัวเสีย เขมมิกรีบตาม ส่วนปริญญ์ขึ้นจากน้ำช้าๆแต่ทำเนตรนิภาใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะแพ้ความบึก กนธีมองด้วยความหมั่นไส้ ขยับไปจับคางเพื่อเตือนสติ เนตร–นิภาเสียฟอร์มต่อหน้าหนุ่มหล่อเลยโมโห กระฟัดกระเฟียดตามเขมมิกกับพิแสง ทิ้งกนธีกับปริญญ์มองหน้ากันยิ้มๆ

ฝ่าย เขมมิกวิ่งตามพิแสงอย่างไม่ลดละ แหย่และยั่วจนนายหัวหนุ่มหงุดหงิด ถามถึงรองเท้าว่าไปอยู่ข้างทางได้ยังไง เขมมิกบอกว่าได้ยินเสียงน้ำตก รีบถอดรองเท้าแล้วพุ่งไปตามเสียงเพราะหิวน้ำ

“ฉันทำผิดอะไรอีกล่ะ คนหิวน้ำก็ผิดเหรอ เดินหาทางกลับตั้งหลายกิโล ไม่ใช่อูฐนะจะได้เก็บน้ำไว้ที่หนอกได้”

“รีบกลับเถอะ ปากเขียวสั่นไปหมดแล้ว เร็วๆ...เสียเวลาจริงเชียว”

พิแสงโล่งใจที่เธอไม่เป็นอะไรแต่ไม่ยอมแสดงออก เร่งให้กลับบ้านเสียงเคร่ง เขมมิกดีใจที่เขาแอบห่วง

“เอาวะ...หินเริ่มกร่อนแล้ว อย่างนี้สิถึงจะน่าลุ้น”

ooooooo

เขม มิกกลับถึงบ้านพัก หยิบกระโปรงสีแดงขาดรุ่งริ่งให้เพื่อนดูด้วยสีหน้าจ๋อยๆ เนตรนิภากรี๊ดอย่างโมโห เตรียมซัดเพื่อนที่กล้าขโมยและทำเยินขนาดนี้ เขมมิกวิ่งหลบพัลวัน ตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาถึงเรื่องรันทดตั้งแต่มาถึงฟาร์ม เนตรนิภาเกือบใจอ่อนแต่ตั้งสติทัน ตวาดเสียงเขียว

“ไม่ต้องบีบน้ำตาเพื่อเปลี่ยนประเด็นเลย เรื่องของแกทีหลัง กลับมาที่เรื่องกระโปรงฉัน!”

“ก็ได้...ฉันขอโทษ สีแดงเป็นสีนำโชคฉัน มันต้องสีแรงๆและสั้นแบบนี้ถึงสมเป็นแผนร้ายยายเซ็กซี่”

เขม มิกพูดแล้วรู้สึกผิด เนตรนิภาคร่ำครวญด้วยความเสียดายกระโปรงและลากกระเป๋าออกจากบ้านงอนๆ เขมมิกพยายามง้อ ชวนให้ค้างด้วยสักคืนสองคืนแต่โดนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ตอนแรกว่าจะอยู่เพราะคิดถึงแก แต่พอเห็นสภาพกระโปรงแล้ว...ฉันทำใจนอนกับแกไม่ได้จริงๆ ฉันโกรธ!”

กนธี แวะมาหาและหยอดมุกใส่เขมมิกตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ เนตรนิภาอดหมั่นไส้ไม่ได้ ต่อยเบ้าตาและแหวเสียงเข้มที่ก้อร่อก้อติกเพื่อนเธอ กนธีเจ็บมากสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน เนตรนิภาลากกระเป๋าออกไปอย่างไม่ยี่หระ เขมมิกวิ่งตาม ทิ้งกนธีมองตามเนตรนิภาเคืองๆ...ฝากไว้ ก่อนเถอะยายตัวแสบ แค้นนี้ต้องชำระแน่!

ด้านเขมมิก...วิ่งตามเนตรนิภา ตะโกนท้วงเพื่อนที่ตั้งท่าเดินออกไปเรียกรถหน้าฟาร์มคนเดียว และด้วยความรีบจึงชนกับพิแสงที่ผ่านมาโดยไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มประคองไว้โดยสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวสบตากัน ชัก หวั่นไหวแต่พยายามข่ม พิแสงตีหน้าขรึมแล้วแขวะเสียงเข้ม

“เมื่อไหร่จะเลิกเอะอะก็ล้ม...น่ารำคาญ เชื่อยากหน่อยนะกับมารยาหวงเนื้อหวงตัวของเธอ”

“ฉันจำเป็นต้องหวงเพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันต้องรักษาเกียรติตัวเองเพื่อคู่หมั้น”

“ฉัน มั่นใจว่าเธอมีเบื้องหลัง และฉันจะไม่ถอย... ถ้ารู้ว่ามีใครมาลูบคม ฉันอาจชินกับหมู...สัตว์ซื่อๆและขี้ตื่น แต่เธอมาอยู่นี่คงทำให้สมองฉันแล่นมากขึ้น ฉันไม่ใช่หมูที่เธอจะเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆนะ”

พิแสงส่งสารท้าทาย สองหนุ่มสาวปะทะคารมอย่างไม่มีใครยอมใคร พิแสงตัดรำคาญยอมให้ฝึกงาน แต่ไม่วายตั้งกฎจนหญิงสาวแทบล้มทั้งยืนตามประสาคนไม่เคยทำงานใช้แรงงาน เขมมิกรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ เขามองตามยิ้มๆแล้วพลันรู้สึกตัว ถามตัวเองงงๆว่าจะยิ้มให้ผู้หญิงแบบนั้นทำไม!

เวลาเดียวกันริมถนนใหญ่ หน้าฟาร์ม...เนตรนิภานั่งบนกระเป๋ารอรถ กนธีขับรถผ่านมา จะจอดรับแต่หญิงสาวเชิดใส่ กนธีของขึ้นที่โดนหักหน้า ประชดให้รีบกลับจะได้ไม่มีก้างขวางคอ เนตรนิภาโดนยั่วเลยเปลี่ยนใจตามไปเปิดประตูนั่งข้างคนขับแล้วพูดเสียงเยาะ

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...ฉันไม่กลับ จะรวบรวมวันหยุด ทั้งลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ลาพักร้อนเพื่ออยู่ที่นี่”

กนธีเจ็บใจมาก พึมพำค่อนแคะแต่ไม่รู้จะตอบโต้ยังไงให้สาสม....ทีใครทีมันแล้วกันยายตัวแสบ!

ขณะ เดียวกันหน้าที่พักคนงานในฟาร์ม...ชมพู่ตั้งวงเล่าเรื่องพิแสงตามหาเขมมิก เจอที่น้ำตก เล่าเป็นฉากๆอย่างออกรสราวกับเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตัวเอง

“นายหัวเห็นรองเท้าคุณเขมกระจายคนละทางเหมือนเกิดเหตุร้าย หัวใจเต้นแรงแทบหลุดมานอกอก แล้ว...”

อนงค์ ได้ยินเสียงคนงานจับกลุ่มคุยกันเมามันส์ ตามมาฟังแล้วชักสีหน้าไม่พอใจ แหวเสียงเขียวด้วยความหมั่นไส้เขมมิกและลิ่วล้อ ชมพู่ไม่สะทกสะท้านตอกกลับไม่ไว้หน้า อนงค์กระทืบเท้าเร่าๆขัดใจ แล้วผลุนผลันออกไป ชมพู่มองตามหัวเราะคิกคัก สมน้ำหน้าแม่บ้านสาวใหญ่...อยากแขวะไม่เลือกดีนัก

ooooooo

เขมมิกเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูทะมัดทะแมงแต่เซ็กซี่เหมือนเดิม เดินตามหาพิแสงทั่วฟาร์ม เจอเขาก้มๆเงยๆในเล้าหมูจึงขยับไปดูใกล้ๆ ตั้งท่าจะอวดว่ามาถึงตามเวลานัดแล้วต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นเขาขย่มเป็นจังหวะหลังบั้นท้ายหมู แถมได้ยินเสียงหมูร้องครวญครางโหยหวน เขมมิกหน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นแดงจัด แหวเสียงเขียวด้วยความรังเกียจ

“วิตถารที่สุด! กระทำชำเราหมูตัวเอง ตัวผู้หรือตัวเมีย...ไอ้โรคจิต หมูก็ไม่ละเว้น”

พิแสงตกใจ หันมาพร้อมกระบอกน้ำเชื้อแท่งโตในมือเตรียมฉีดเข้าช่องคลอดหมู แต่เพราะเสียงร้องและท่าทีแตกตื่นของเขมมิก หมูแม่พันธุ์จึงวิ่งหนีไป เขมมิกยังไม่รู้เรื่อง เห็นคราบน้ำข้นเหนียวที่เป้ากางเกง คิดเอาเองแล้วตะโกนลั่นว่าชายหนุ่มเป็นพวกบ้ากามโรคจิต

“คุณคิดข่มขืนฉันแต่ไม่สำเร็จเลยทำเป็นเข้มใส่ ไอ้โรคจิต...บ้ากามที่สุด!”

พิแสงถลาไปกอดเพื่อหยุดความบ้าคลั่งของหญิงสาว หมูทั้งเล้าวิ่งกันพล่านเพราะเสียงและท่าทางเอะอะของเขมมิก เขาตัดสินใจลากเธอออกจากเล้า ตะโกนสั่งให้คนงานที่ยืนมุงทำให้หมูสงบ

พิแสงลากเขมมิกมาหาปริญญ์ ยืนยันเสียงเข้มว่าเขาผสมเทียมหมูไม่ได้กระทำชำเราหมูตัวเอง เขมมิกจ๋อยแต่ไม่ยอมแพ้ แถกลับข้างๆคูๆอย่างเอาชนะ

“ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ เห็นขย่มขึ้นลง...ฉันก็คิดว่ากำลังทำเรื่องอย่างว่า”

“เธอรู้ไหมว่าฉันรอเวลานี้มานานแค่ไหน กว่าจะทำให้หมูมีอารมณ์และสมยอมได้”

พิแสงโต้กลับอย่างเดือดจัดด้วยความเสียดายโอกาสและน้ำเชื้อของทีเด็ด เขมมิกสลดเพราะรู้ตัวว่าผิดจริง  ปริญญ์พยายามไกล่เกลี่ยว่าหญิงสาวไม่รู้ว่าเป็นภารกิจสำคัญ พิแสงถอนใจเหนื่อยหน่าย บ่นต่อด้วยความโมโห

“ฟังแล้วใช้วิจารณญาณให้มากๆด้วย ว่าฉันเหนื่อยและทุ่มเทกับมันมาก แต่เธอทำมันพัง!”

เขมมิกหน้าจ๋อย พิแสงตัดปัญหาไล่เธอกลับกรุงเทพฯ และจะพูดกับธรรมศักดิ์เองเพราะไม่อยากเสี่ยงให้เธอทำความเสียหายกับฟาร์มอีก

“บอกตรงๆผมไม่กล้าแนะนำคุณไปฝึกงานที่ไหน กลัวไปป่วนเพราะความทะเล่อทะล่าและไม่มีวิจารณญาณ”

พิแสงฮึดฮัดออกไปแล้ว ปริญญ์สงสารอาสาพูดให้ เขมมิกห้ามแล้วพูดเสียงอ่อยว่าเป็นความผิดเธอ หมุนตัวกลับบ้านพักด้วยท่าทีจ๋อยๆ สัตวแพทย์หนุ่มมองตามด้วยความเห็นใจ

เขมมิกสลดไม่นานก็ฮึดสู้ คิดแผนยั่วสวาทต่อจนถึงเวลาเย็น เห็นพิแสงเดินเข้าบ้านจึงแกล้งล้มขาแพลง โอดโอยจนเขาจะประคองแต่ช้าไป เนตรนิภาปรี่เข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง เขมมิกขัดใจที่เพื่อนผิดจังหวะ เหลือบมองแล้วขยิบตาส่งสัญญาณให้ถอย คร่ำครวญหนักกว่าเดิมเรียกคะแนนสงสาร แกล้งพูดว่าคงอุ้มเธอไม่ไหว เนตรนิภาถอยทันทีอย่างรู้คิว พิแสงอาสาอุ้มไปส่งอย่างเสียไม่ได้ เขมมิกแอบหลิ่วตาให้เพื่อน เนตรนิภามองตามยิ้มๆ...มารยาได้โล่มากเพื่อนฉัน

พิแสงอุ้มเขมมิกไปส่งถึงห้อง เนตรนิภาลากกระเป๋าตาม อนงค์กับวาศิณีผ่านมาเห็นช็อตเด็ด ยืนตาค้างอย่างคาดไม่ถึง เขมมิกเห็นสองแม่ลูก รีบกอดคอพิแสงแน่นและออเซาะเสียงอ่อนหวาน อนงค์ของขึ้นแทนลูกสาว

รับสารท้าทายจากเขมมิกแล้วพูดเสียงกร้าว...ยายนี่คิดจะลองดี ได้...เดี๋ยวจัดให้!

พิแสงวางเขมมิกบนเตียง วาศิณีตามมาพร้อมแม่ แกล้งทำท่าตกใจแล้วเอาอกเอาใจจนเขมมิกเอะใจ มองหน้ากับเนตรนิภางงๆ กระซิบกระซาบว่าสองแม่ลูกคงไม่ธรรมดา พิแสงบอกให้เลขาสาวตามปริญญ์มาดูอาการ เขมมิกโวยวายว่าไม่ใช่หมู พิแสงสวนกวนๆว่าเป็นหมอเหมือนกันน่าจะแทนกันได้ สั่งเสร็จก็ออกจากห้อง วาศิณีเลิกสนใจเขมมิกแล้วชวนแม่ออกไป สองสาวเพื่อนซี้มองหน้ากันอึ้งๆ เขมมิกเบ้หน้าแล้วแขวะเลขาสาวเสียงเขียว

“โห...ยายแอปเปิล พอลับหลังนายหัวก็สะบัดหน้าไปเลยนะ”

“ท่าทางแฟนนายหัวของแกจะไม่ใช่เล่นๆนะ”

“ชีวิตเขมมิกมันไม่เคยง่ายเลยจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมแพ้หรอก”

เขมมิกลุกพรวด ตั้งท่าจะเดินแล้วชะงัก เห็นปริญญ์หิ้วกระเป๋าเครื่องมือเข้ามา เขมมิกทรุดตัวนั่งโดยอัตโนมัติ แกล้งร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ปริญญ์ดูออกว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นอะไร แต่คิดแผนป่วนเพื่อขอโอกาสกับพิแสง แกล้งตรวจโน่นนี่แล้วลอบยิ้มน้อยๆ... ท่าทางนายหัวหนุ่มจะเจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อ
เขมมิกกับเนตรนิภาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินปริญญ์ที่พันขาให้ข้างหนึ่งอย่างคล่องแคล่วถามยิ้มๆ

“กะว่าสักกี่วันจะหายดีล่ะครับ ผมจะได้บอกคุณพิแสงถูก...สักอาทิตย์หนึ่งดีไหมครับ”

เขมมิกแกล้งไม่รู้ไม่ชี้แล้วจับมือสัตวแพทย์หนุ่มเป็นการขอบคุณ พิแสงกลับมาเห็นพอดี มองตาขวางและแกล้งแขวะเสียงเขียว ไล่เขมมิกให้กลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ปริญญ์สงสารเลยขอปรึกษานายหัวหนุ่มเรื่องอาการหญิงสาว พิแสงอึ้งไปอึดใจ มองเขมมิกที่ส่งสายตาปรอยขอความเห็นใจแล้วฮึดฮัดไปคุยกับเพื่อนหมอ ใจแข็งเข้าไว้พิแสง...อย่าใจอ่อนกับผู้หญิงแบบนี้เด็ดขาด!

เขมมิกไปดักรอขอบคุณปริญญ์ที่หน้าบ้าน โดยเฉพาะที่เขารู้ว่าเธอแกล้งขาแพลง สัตวแพทย์หนุ่มพูดเสียงอ่อน

“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะ ถ้าต้องแพ้โดยไม่มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง คุณพิแสงปากร้ายแต่ใจดี ง้อหน่อยเดี๋ยวก็ใจอ่อนยอมรับคุณเข้าทำงาน...สู้ๆนะครับ”

วาศิณีผ่านมาเห็นก็หมั่นไส้ ไม่พอใจที่ปริญญ์มีท่าทีสนิทสนมกับผู้หญิงอื่น

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นในบ้าน เห็นลูกหมูตัวน้อยวิ่งเล่นจึงอุ้มเล่นด้วยความเอ็นดู ถามชมพู่ที่มาตามไปทานข้าวเย็นว่าชื่ออะไร พิแสงโผล่มาทางด้านหลัง ตอบแทนว่าชื่อปุ๊กลุกแล้วแย่งคืน เขมมิกสะดุ้งเพราะดันเหมือนชื่อเล่นของเธอในอดีต มองเขาอย่างจับสังเกตแต่พิแสงผลุนผลันไปแล้ว ชมพู่บอกให้ตามไปก่อนที่นายหัวหนุ่มจะโมโหหิว

เขมมิกเก็บความสงสัยเรื่องชื่อหมูมาคุยกับเพื่อนที่ห้อง เนตรนิภาปลอบไม่ให้คิดมากเพราะอาจเป็นเรื่องบังเอิญ เขมมิกสลัดเรื่องเก่าๆจากหัว ไล่เบี้ยเพื่อนถึงสาเหตุที่กลับมา เนตรนิภาอึกอัก เฉไฉว่ามากันท่ากนธีและแกล้งร้อนรนที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านมาพักอยู่ด้วย ทันใดนั้น...เสียงเคาะประตูดังขึ้น พิแสงมาขอคุยธุระ สองสาววิ่งกันพล่าน โดยเฉพาะเขมมิกที่รื้อหาชุดนอนเซ็กซี่มาเปลี่ยนแทนชุดปอนๆให้วุ่น

เขมมิกยิ้มยั่วพร้อมโชว์ชุดนอนเปรี้ยวจี๊ด พิแสงหายใจไม่ทั่วท้องแต่พยายามข่ม อนุญาตให้เนตรนิภาอยู่ที่นี่ได้ และดักคอว่าอย่าสร้างความวุ่นวายหรือสมรู้ร่วมคิดกับเขมมิกหาเรื่องป่วนฟาร์ม จบคำก็ปึงปังจากไป เขมมิก เบ้หน้าเซ็งๆ บ่นว่าชายหนุ่มเป็นพวกเอาใจยาก

“ผู้ชายอะไรดิบเถื่อน กักขฬะ นี่ฉันยั่วขนาดนี้แล้วยังระเบิดต่อมในตัวเขาไม่ได้สักต่อม”

เนตรนิภาปลอบว่าเขาอาจเป็นพวกเก็บความรู้สึกเก่ง เขมมิกรู้ว่าเพื่อนให้กำลังใจ ยิ้มตอบอย่างขอบใจ

เวลาเดียวกันที่บ้านขนิษฐา...สาวใหญ่กลุ้มเรื่องความเจ็บป่วยของตัวเองที่สังหรณ์ว่าอาจเป็นมากกว่าที่รู้ ตั้งท่าโทร.ถามเขมมิกแล้วชะงัก เห็นธรรมศักดิ์มาเยี่ยม หนุ่มใหญ่พูดคุยอย่างเป็นกันเองจนเธอคลายความอึดอัด ตัดสินใจปรับทุกข์กับเรื่องอาการเจ็บป่วย ธรรมศักดิ์เห็นใจแต่ไม่ยอมบอกอะไร ก่อนจะขอตัวกลับ

ฟากพิทยาตามหาเขมมิก เห็นธรรมศักดิ์ออกจากบ้านขนิษฐา หาที่หลบแล้วแอบดูด้วยความสงสัย สังหรณ์ว่าแสงสุดาต้องมีแผนการบางอย่างกับเขมมิกแน่ๆ...และเขาต้องสืบรู้ให้ได้ว่าคืออะไร

ธรรมศักดิ์โทร.หาเขมมิกคืนเดียวกันนั้น...บอกให้รู้ตัวว่าขนิษฐาเริ่มสงสัยเรื่องอาการป่วย เขมมิกนิ่งไปอึดใจบอกจะหาโอกาสบอกแม่ ธรรมศักดิ์แนะให้เร่งทำภารกิจลับ จะได้กลับมาดูแลแม่อย่างเต็มที่ เขมมิกรับปากแล้ววางสาย ถอนใจหนักหน่วง...ใช่ว่าภารกิจนี้มันง่ายนัก

ฝ่ายพิทยาคาใจเรื่องธรรมศักดิ์ เผลอจ้องหน้าแม่ยายระหว่างทานอาหารเช้าวันถัดมาด้วยท่าทีแปลกๆ แสงสุดาทนอยู่นานจึงถามเสียงเคร่ง พิทยาอึกอักแล้วลุกตามพิสิณีกับพิสุทธิ์ไปทำงาน แสงสุดาไม่ติดใจเรื่องลูกเขย รอจนทุกคนออกจากบ้านแล้วหยิบมือถือโทร.หาชมพู่ เพื่อถามความคืบหน้าเรื่องเขมมิกกับพิแสง สาวใช้สายลับบอกว่าพิแสงไม่ชอบหน้าเขมมิก เอะอะก็ไล่กลับกรุงเทพฯ แสงสุดาบอกให้ใจเย็นๆแล้วถามถึงอนงค์กับวาศิณี ชมพู่บอกว่าไม่แสดงอาการ แสงสุดาไม่ไว้ใจบอกให้คอยดูดีๆ เพราะคลื่นลมสงบอาจหมายถึงพายุที่จะตามมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว!

ด้านพิสุทธิ์...เดินตามพิสิณีกับพิทยาไปที่รถ นึกขึ้นได้ว่าสองสามีภรรยายังไม่ได้ไปฮันนีมูน พิสิณีมีท่าทีเขินอาย ต่างจากพิทยาที่ขรึมลงและบอกว่าอยากตั้งใจทำงานให้ดีก่อน พิสุทธิ์เห็นใจลูกสาว เตือนสติลูกเขยเสียงอ่อน

“งานเป็นเครื่องพิสูจน์เราก็จริง แต่อย่าลืม...ไม่มีใครประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงถ้าล้มเหลวเรื่องครอบครัว นะตาพีท...หยุดเรื่องงานไว้ก่อน ไปฮันนีมูนซะ พ่ออนุญาต”

พิทยามองภรรยาแล้วถอนใจเบาๆ ปั้นหน้ายิ้มแล้วพูดเอาใจ ถามถึงที่ที่เธออยากไปอย่างกระตือรือร้น

ooooooo

เขมมิกกับเนตรนิภาลงมาทานข้าวเช้า นั่งมองแก้วน้ำเปล่าตรงหน้าด้วยสีหน้างงๆ อนงค์ยืนมองเหมือนคอยดูแลแต่แววตาไม่จริงใจ เขมมิกแกล้งเหน็บตามประสาพวกไม่ชอบให้ใครมาลูบคม

“ป้าคะ...พวกหนูเป็นคนนะคะ ต้องการอาหารเช้าห้าหมู่ ไม่ใช่ต้นบอนไซแคระที่ใช้แค่น้ำแก้วเดียว”

“อ้าวตายจริง...ไม่ทราบนี่คะ เห็นหุ่นแต่ละคน ไม่รู้ว่าเอาไปใส่ไว้ที่ไหน กลัวกินเข้าไปแล้วไม่มีที่เก็บ”

“โอ้ย...ป้าคะ...ไม่ต้องห่วงค่ะ เห็นพวกหนูอย่างนี้ กินดะค่ะ เผลอๆหัวคนก็กิน ยิ่งหัวหงอกๆยิ่งชอบ!”

เนตรนิภาแอบขำ อนงค์ไม่ยี่หระ สวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เขมมิกถอนใจเบาๆแล้วตอกกลับไม่ไว้หน้าจนแม่บ้านสาวใหญ่หน้าหงาย ฮึดฮัดกลับครัวไปทำอาหารเช้า พิแสงก้าวพรวดมากระชากข้อมือเขมมิกแล้วลากไปนอกบ้าน หันมามองเนตรนิภาตาขวางแล้วสั่งเสียงห้วนว่าไม่ต้องตาม เนตรนิภามองตามด้วยท่าทีแหยงๆ...โชคดีนะไอ้เขม!

เขมมิกขืนตัว แหวชายหนุ่มเสียงเขียวว่ากำลังเจ็บขา พิแสงไม่ออมแรงแล้วแกล้งตะโกนว่างูเสียงดัง เขมมิกตกใจลืมตัว กระโดดกอดคอเขาแน่น โวยวายเสียงหลงว่าไม่ชอบงู พิแสงยิ้มอย่างเป็นต่อ เปรยเสียงหยันว่าเธอไม่ได้เจ็บขาจริงๆ เขมมิกหน้าเจื่อน คิดได้ว่าคงแถต่อไม่ไหว สารภาพจ๋อยๆแล้วตั้งท่าจะอธิบายเหตุผล พิแสงไม่รับฟังแล้วหุนหันออกไป เขมมิกกระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...พังอีกแล้วแผนฉัน!

ด้านเนตรนิภา...เดินไปมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เห็นกนธีก้าวเข้ามาก็ชักสีหน้า บอกเสียงห้วนว่าเขมมิกไปทำงานในฟาร์มกับพิแสง กนธีรีบตามไปหาเขมมิกทั่วฟาร์ม เนตรนิภาวิ่งตามอย่างไม่ลดละ แกล้งขู่เสียงเข้มว่าเพื่อนรักมีคู่หมั้นแล้ว กนธีอึ้งไปอึดใจแล้วยิ้มร่า สวนกลับกวนๆ

“ฉันไม่สน...คู่หมั้นไม่ใช่สามี มีสิทธิ์เปลี่ยนใจเพราะยังไม่ได้ผูกมัด เสียใจนะ...แผนเธอไม่สำเร็จ”

จบคำก็วิ่งหนี เนตรนิภาฮึดฮัดอย่างขัดใจ วิ่งตามด้วยอารมณ์เดือดปุด!

ฟากเขมมิกวิ่งตามพิแสงไปรอบฟาร์ม ขอโทษและขอโอกาสกับเขาอีกครั้ง พิแสงถอนใจเหนื่อยหน่าย พลันคิดแผนบางอย่างได้ ยิ้มมีเลศนัยแล้วผ่อนท่าที เขมมิกคิดว่าชายหนุ่มใจอ่อน ยิ้มหวานแล้วผงะเมื่อตามเขามาถึงคอกหมูเรียงยาวสุดลูกหูลูกตา พิแสงสั่งยิ้มๆให้ล้างคอกหมูทั้งหมดคนเดียวและเสร็จก่อนเที่ยง เขมมิกอ้าปากจะค้านแล้วหุบลง นึกถึงหน้าแม่แล้วปั้นหน้ายิ้มมาดมั่น...แล้วนายจะได้เห็นว่าฉันมีดี!

หลอดกับเสริมสาธิตวิธีการล้างคอกหมู พิแสงยืนมองสะใจ ส่วนปริญญ์ที่เพิ่งมาถึงมองเขมมิกด้วยความเห็นใจ พิแสงหงุดหงิดที่มีแต่คนสงสารหญิงสาว สั่งให้หยุดสาธิตและไล่ไปทำงาน คาดโทษล่วงหน้าถ้าใครช่วยจะโดนไล่ออก เขมมิกล้างคอกคนเดียวด้วยความทุลักทุเล มองตามหลังนายหัวหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้

“หึ...ถึงชุดไม่พร้อมแต่ใจพร้อมมาก ฉันจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส คอยดูสิ...แผนร้ายยายเซ็กซี่ภาคสาม!”

หลังทิ้งเขมมิกไว้กับคอกหมูยาวเหยียด...พิแสงไปที่คอกทีเด็ด พยายามกระตุ้นอารมณ์เพื่อเอาน้ำเชื้อแต่ไม่ได้ผล หลอดกับเสริมถอดใจเพราะต้องปล้ำกับหมูพ่อพันธุ์ตัวใหญ่ พิแสงจนปัญญา หันไปขอความเห็นจากปริญญ์ สัตวแพทย์หนุ่มแนะให้พักเพราะหมูไม่อยู่ในอารมณ์ นายหัวหนุ่มยอมอย่างเสียไม่ได้แล้วสะดุ้ง ได้ยินเสียงฮือฮาจากบริเวณคอกที่ทิ้งเขมมิกไว้ เดินไปดูแล้วตะลึง อดีตแอร์สาวกำลังล้างคอกด้วยท่าทีเซ็กซี่ยั่วยวนสุดๆ พิแสงอ้าปากค้าง เขมมิกวาดลีลาหนักกว่าเดิม หวังให้เขาตกหลุมเสน่ห์ของเธอ

กนธีสนุกกับการหลอกล่อเนตรนิภา ได้ยินเสียงฮือฮาจากมุมหนึ่งในฟาร์มเลยก้าวตามเสียงด้วยความอยากรู้ เนตรนิภาตามมากระโดดเกาะหลัง กนธีพยายามสลัดออกแต่เนตรนิภาแรงดี เกาะแน่นจนเขาแทบหมดแรง

ด้านเขมมิกไม่ยอมหยุดเต้น พิแสงถึงกับกุมขมับ คาดไม่ถึงว่าเธอจะมาไม้นี้ กนธีกับเนตรนิภาวิ่งไล่กันมาถึง ตะลึงท่าทางเซ็กซี่สุดๆราวกับโคโยตี้มืออาชีพมาล้างคอกหมู เขมมิกส่งสายตายั่วยวนจนพิแสงทนไม่ไหว ตะโกนสั่งให้หยุด อนงค์กับวาศิณีผ่านมาเห็น ตาค้างในความใจกล้า เขมมิกออกท่าหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นสองแม่ลูก ตั้งใจขยับใกล้นายหัวหนุ่มเพื่อยั่วประสาท พิแสงฉุนขาด ตะเบ็งเสียงลั่นฟาร์มให้หยุดเรื่องบ้าบอนี้

คนงานหยุดโห่ร้อง เขมมิกชะงักแล้วทิ้งสายยางลงพื้นเซ็งๆ ยิ้มหวานขอคะแนนเสียงจากคนงาน ทุกคนปรบมือกราวยินดีให้ผ่านงาน เขมมิกดีใจ วิ่งแตะมือกับคนงานด้วยท่าทีลิงโลดสุดๆ เมื่อผ่านหน้าพิแสงจึงแกล้งบอกให้ดูเวลา พิแสงขรึมลงเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีจะเที่ยง มองรอบๆเห็นคอกสะอาดไม่มีที่ติก็ทำหน้าเมื่อยแล้วตกลงให้หญิงสาวฝึกงานอย่างเสียไม่ได้ ปริญญ์ยกนิ้วให้เขมมิกแล้วตามพิแสงออกไป ผ่านหน้าวาศิณีแต่ไม่ทักทาย เลขาสาวไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสนใจเหมือนเคย

กนธียืนมองเขมมิกตาเชื่อม เขมมิกอึดอัดเลยแหวเสียงเขียว เนตรนิภาร่วมด้วยช่วยกันกับเพื่อน แขวะชายหนุ่มจนน่วมแล้วพากันกลับบ้านพัก กนธียืนซึม หยิบไม้ขัดพื้นมากอด...ทำไมเธอไม่เห็นความจริงใจของเขาบ้าง

หลังออกจากคอกหมู...เขมมิกยิ้มสะใจแล้วเปลี่ยนเป็นหน้าหงิก เมื่อเนตรนิภาบอกว่าลืมมองปฏิกิริยาของพิแสงเมื่อเห็นเธอล้างคอกด้วยลีลายั่วยวนสุดๆ เวลาเดียวกันอีกมุมของฟาร์ม...อนงค์โวยวาย บ่นลูกสาวที่มัวแต่รักษาท่าที ปล่อยให้เขมมิกขโมยซีน วาศิณียิ้มมีเลศนัยแล้วแยกไปหาพิแสง อนงค์มองตามอย่างขัดใจ เบื่อที่ลูกสาวไม่ได้ดั่งใจ

“แล้วต้องใช้มุกไหนล่ะยะ ย่ามใจไปเถอะ ฉันคนเดียวช่วยแกไม่ไหวหรอกนะ ได้ยินไหม...นังน้ำหวาน!”

ขณะที่เขมมิกกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พิแสงหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก บอกวาศิณีว่าจะทานข้าวกลางวันที่ออฟฟิศเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขมมิก วาศิณีลอบยิ้มพอใจ แกล้งทำท่าหน้ามืดจนชายหนุ่มต้องเข้าประคอง เลขาสาวตีหน้าอ่อนแรงและอ้างว่าพักผ่อนน้อย พิแสงตามมารยาหญิงไม่ทัน กระชับอ้อมแขนแล้วพากลับที่พัก

เขมมิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงลงมาทานข้าวพร้อมเนตรนิภา ชะงักเมื่อเห็นพิแสงพยุงวาศิณีที่ซบไหล่เขาด้วยท่าทีอ่อนแอสุดๆ เขมมิกอ่านท่าทางสำออยทะลุ เลือดขึ้นหน้าที่มีคนลูบคม พุ่งไปหาทั้งคู่ด้วยแววตาแข็งกร้าวและถลาเข้าแทรกกลางระหว่างทั้งสอง เนตรนิภาตามมาด้วยแต่ยืนเฉยไม่ยอมห้าม วาศิณีแอบเซ็ง แกล้งส่งเสียงโอ๊กอ๊ากเหมือนคนจะอาเจียน เขมมิกรู้ทันมารยาร้อยเล่มเกวียน แกล้งแขวะจนเลขาสาวแทบสำลัก

“ท้องเหรอคะ อุ๊ย...นี่มีสามีแล้วเหรอคะ ใครกันนะที่โชคดี”

“หยุดปากเลยเขมมิก เธอกำลังดูถูกน้ำหวาน เขาไม่สบายไม่ได้ท้อง” พิแสงสวนกลับเสียงเคร่ง

“อย่าโกรธคุณเขมเลยค่ะ น้ำหวานผิดเองที่ไม่ดูแลตัวเอง เป็นอย่างนี้ใครๆก็เข้าใจผิดได้ทั้งนั้น ขอโทษนะคะ”

วาศิณีแกล้งทรุดลงอีกจนพิแสงตัดสินใจอุ้ม เลขาสาวร้องห้ามเป็นพิธีแล้วพูดกับเขมมิกเสียงกระท่อนกระแท่น

“คุณเขมคะ...ทานอาหารกลางวันกับเพื่อนนะคะ เพราะนายหัวจะแยกไปทานที่ออฟฟิศ ไม่เป็นไรนะคะ”

เขมมิกของขึ้นกับมารยาสาไถย เห็นสายตาท้าทายของเลขาสาวส่งมาให้อย่างเป็นต่อ พิแสงอุ้มวาศิณีไปแล้ว เนตรนิภาเดินมาตบบ่าเพื่อนเบาๆอย่างเห็นใจ

“แกเจอคู่แข่งแล้วล่ะ คุณพิแสงเป็นห่วงยายนั่นมากเลยนะ แผนสร้างความร้าวฉานของแกไม่ง่ายแล้วว่ะ”

เขมมิกกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ...ยายวาศิณี รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปแล้ว!

ooooooo

พิแสงมาส่งวาศิณีแล้วโทร.เรียกปริญญ์ หญิงสาวน้อยใจที่เขาเห็นเธอเป็นหมู ปริญญ์กระหืดกระหอบเข้ามาแล้วหน้าเสีย เห็นสายตาเธอมองมาอย่างขัดใจ วาศิณีลุกขึ้นยืนปกติเหมือนไม่ได้เป็นอะไรแล้วผลุนผลันออกจากห้อง พิแสงมึนงงกับท่าทีเลขาสาว ปริญญ์มองตามด้วยแววตาช้ำใจ พิแสงเห็นใจตบบ่าเขาเบาๆ

“ไอ้หมอ...น้ำหวานคงไม่ได้ตั้งใจพูดให้แกเสียความรู้สึกหรอก เขาอาจจะ...”

“คุณน้ำหวานคงไม่อยากให้ผมดูแล คุณพิแสงต่างหากที่ได้สิทธิ์นั้น ไม่ต้องคิดช่วยผมหรอกครับ ผมควรทำใจ”

ปริญญ์สะเทือนใจท่าทีหมางเมินของวาศิณี เดินเรื่อยเปื่อยเพื่อสงบสติอารมณ์จนถึงคอกหมู เห็นกนธีนั่งกอดไม้ขัดพื้นหน้าเศร้าจึงไปนั่งเป็นเพื่อน ต่างคนต่างเศร้าเพราะแอบรัก เจ็บเหลือเกินที่ต้องเป็นแค่คนนอกสายตา...

ฟากวาศิณีตามหาแม่ด้วยใบหน้าหงุดหงิด เล่าเรื่องเขมมิกตามขัดขวางแผนมารยาของเธอ

“ยายนางฟ้าตกสวรรค์นั่นไม่มีทางทำให้นายหัวหวั่นไหวได้หรอก เสน่ห์ของมันรึจะสู้มารยาของหนู”

“ลูกแม่...ได้ดั่งใจแม่เหลือเกิน เห็นอย่างนี้ฉันก็เบาใจ คิดว่าแกจะใจเย็นปล่อยนายหัวให้ยายนั่น”

“หนูมีดีกว่าที่แม่คิดนะ ทีหลังก็เลิกบ่นหนูได้แล้ว”

“ไม่บ่นแล้ว...มีช่องเมื่อไหร่อย่าลืมซ้ำ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน แม่จะช่วยด้วย อยากตัดชุดไปงานแต่งแกจะแย่”

อนงค์ดีใจที่ลูกสาวมีเขี้ยวเล็บ วาศิณีประกาศกร้าวว่าเธอมีดีแน่ แต่รอใช้ให้ถูกจังหวะเท่านั้น!

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...แสงสุดาโทร.ถามความคืบหน้าเรื่องพิแสงกับเขมมิก ชมพู่เลยเล่าอย่างออกรส

“เคยเห็นเวลาพริตตี้โชว์ล้างรถไหมคะ นั่นแหละค่ะ...คุณเขมล้างคอกหมู นายหัวหัวใจเต้นโครมคราม ละลายเหลว สำลักเสน่ห์คุณเขมเต็มๆ ถ้าไม่ติดตรงว่า...”

ชมพู่จะเล่าฉากเด็ด แสงสุดาส่งสัญญาณให้หยุดเพราะเห็นพิศาเดินผ่าน สาวใช้สายลับไม่รับมุก แสงสุดาฟังเรื่องราวต่างๆจนเหนื่อยใจทนไม่ไหว โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอนงค์และวาศิณี โพล่งออกไปตรงๆแบบไม่มีรหัสลับ

“แกไม่เห็นน่ะสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ายายสองแม่ลูกนั่นจะไม่คิดทำอะไรยายเขมมิก”

พิศาหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อเขมมิก รอแม่วางสายจึงถาม แสงสุดาเหงื่อตก กลัวลูกสาวคนเล็กรู้แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เลือกเดินหนีและบ่ายเบี่ยงประเด็น พิศาเห็นพิรุธแต่ไม่กล้าเซ้าซี้เพราะกลัวแม่โมโห แสงสุดาถือโอกาสกล่อมลูกสาวให้ปล่อยวาง พิศาฮึดฮัด ประกาศจองเวรเขมมิกเสียงกร้าว

“ไม่ค่ะ...กว่าน้องเล็กจะมีแฟนมันยากมากนะคะ มันเป็นคนทำลายก็ต้องรับผิดชอบ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา น้องเล็กก็จะทำ จะตามไปทำลายชีวิตมันบ้าง!”

พิศาผลุนผลันออกจากบ้าน แสงสุดามองตามเครียดๆ...ถ้ายายเล็กรู้เรื่องเขมมิกล่ะพังทั้งขบวนแน่!

ฝ่ายเขมมิกอารมณ์เสียที่โดนวาศิณีลูบคม ผลุนผลันออกจากบ้านพักไปหาพิแสงที่ออฟฟิศ เนตรนิภาพยายามรั้งแต่ไม่ได้ผล อดีตแอร์สาวพูดอย่างมาดมั่นว่าต้องแก้เผ็ดเลขาสาวแอ๊บแบ๊วให้ได้ เนตรนิภาละล้าละลัง ตั้งท่าจะตามแล้วชะงัก ได้ยินเสียงมือถือดัง เปลี่ยนใจหมุนตัวกลับไปรับสาย

เขมมิกตามไปทันพิแสงทานข้าว ตรงไปนั่งข้างๆ ด้วยท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ อนงค์กับวาศิณีพูดไม่ออก ไม่ยอมบริการจนพิแสงต้องเอ่ยปาก สองแม่ลูกจำใจหยิบจานและตักข้าวให้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนพิแสงส่ายหน้าเซ็งๆ เขมมิกปั้นหน้ายิ้มแย้ม ตักกับข้าวเอาใจนายหัวหนุ่มจนดูน่าหมั่นไส้ พิแสงเหลือบมองอย่างระอาแล้วถามเสียงเรียบ

“มีใครเคยบอกไหมว่าเธอน่ารำคาญที่สุดในสามโลก ฉันแปลกใจจริงๆว่าคู่หมั้นเธอตาบอดหมั้นกับเธอได้ไง”

เขมมิกสะอึกเพราะดันตรงกับเรื่องในอดีต น้ำตาซึมเพราะเศร้าจริง พิแสงมองเธอนิ่ง คิดว่าโดนหลอก

“ฉันรู้ทันเธอ จะบีบน้ำตาสร้างเรื่องฟูมฟายอะไรอีก”

“ใครกันแน่ที่ตาบอด ระวังแอปเปิลอาบยาพิษไว้ให้ดี”

จบคำเขมมิกก็ลุกออกไป พิแสงตามไปด้วยความสงสัย อนงค์หันไปถามลูกสาวงงๆว่าเขมมิกพูดกระทบใคร วาศิณีเลือดขึ้นหน้า ยิ่งแม่ถามเหมือนถูกตอกย้ำ กระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...เจ็บใจนักยายเขมมิก

เขมมิกก้าวมายืนสงบสติอารมณ์หน้าออฟฟิศ พิแสงตามมาถามเรื่องคาใจเกี่ยวกับแอปเปิลอาบยาพิษ หญิงสาวเบ้หน้าเซ็งๆแล้วตัดสินใจบอกว่าคือวาศิณี พิแสงไม่เชื่อ เขมมิกไม่แปลกใจ เปรยกวนๆว่าคงไม่มีวันพูดกันรู้เรื่องถ้าเขาไม่ยอมเปิดตาเปิดใจ ประกาศกร้าวจะพูดกับเขาแค่เรื่องงาน พิแสงรับคำท้าแล้วขู่เสียงเข้ม

“ได้...เราจะคุยกันเฉพาะเรื่องงาน จำไว้นะ...อย่าเพ้อเจ้อเรื่องน้ำหวานอีก ไม่งั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

พิแสงกลับเข้าออฟฟิศ เขมมิกมองตามเจ็บใจ...โง่จริงนายหัวพิแสง!

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นระบายอารมณ์ เนตรนิภาวิ่งหน้าตื่นมาหาแต่เธอไม่ทันสังเกต โวยวายเรื่องแผนร้ายยายเซ็กซี่พังไม่เป็นท่า พิแสงไม่เปิดใจรับเธอแม้แต่น้อย เนตรนิภาส่ายหน้าปลงๆแล้วบอกธุระสำคัญ ลุทซ์โทร.บอกว่าต้องกลับอเมริกาด่วนวันมะรืน เขมมิกหน้าเสีย อยากพบเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย ครุ่นคิดหนักหาทางไปพบเขาพรุ่งนี้

เขมมิกรอจนกลางคืน เห็นพิแสงนั่งดูทีวีอย่างสบายอารมณ์จึงตีหน้ายุ่งเข้าไปหา บอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องขออนุญาต พิแสงเลิกคิ้ว กลัวใจหญิงสาวแต่ก็พยักหน้าบอกให้พูด เขมมิกยิ้มระรื่นแล้วพูดเสียงใส

“ฉันจะขออนุญาตไปซื้อเสื้อผ้า”

“มันเกี่ยวกับเรื่องงานตรงไหน นี่มันเรื่องส่วนตัวชัดๆ” พิแสงแหวเสียงเครียด

“งานสิ...ฉันไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะกับการทำงานที่นี่เลย มีแต่ชุดดีไซเนอร์ทั้งนั้น”

พิแสงจะไม่ยอมเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่ทนฟังเหตุผลหว่านล้อมมากมายไม่ไหว ตัดรำคาญอนุญาตเสียงห้วน เขมมิกขอบคุณเสียงหวานแล้วแกล้งหยอดมุกจีบจนเขาอึ้ง มองตามหญิงสาววิ่งกลับห้องอย่างร่าเริงยิ้มๆแล้วค่อยรู้สึกตัว พึมพำเบาๆว่าจะยิ้มให้ยายอดีตแอร์โรคจิตทำไม...

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดาในกรุงเทพฯ... พิทยาแอบฟังพิศาโทร.เม้าท์กับสาวิกาเรื่องได้ยินแสงสุดาพูดชื่อเขมมิกเมื่อกลางวัน ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่บ้านขนิษฐา เห็นธรรมศักดิ์คุยกับสาวใหญ่อย่างสนิทสนม ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วมั่นใจว่าแม่ยายอยู่เบื้องหลังบางอย่างเกี่ยวกับเขมมิก ขณะเดียวกัน...พิสิณีเดินมาหาในชุดนอนเรียบร้อย พิทยาตีหน้ายิ้มแย้มแล้วขอบคุณเธอที่ไว้ใจให้เขาเข้าประชุมแทน พิสิณียิ้มรับแล้วพูดเสียงอ่อน

“สิณีรู้ค่ะว่าคุณทำได้ ต่อไปนี้จะค่อยๆวางมือให้คุณทำทั้งหมดแล้วเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ดูแลคุณดีไหมคะ”

พิทยาทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อได้ยินคำว่าลูก ความคิดลอยล่องสู่อดีตสมัยยังรักกับเขมมิก...ภาพหญิงสาวในอ้อมกอดยังตราตรึงในความทรงจำ พูดคุยถึงอนาคตและจำนวนลูกที่จะมีด้วยกัน

“ผมรักเขม วิธีเช็กว่าสามีภรรยารักกันมากแค่ไหนให้ดูที่จำนวนลูก ยิ่งดกแสดงว่ารักกันมาก”

พิทยาดึงตัวเองออกจากอดีต ปวดใจเหลือเกินที่ยังคิดถึงเขมมิกไม่เปลี่ยนแปลง ลุกไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับมานอนบนเตียงโดยหันหลังให้ภรรยา พิสิณีนอนน้อยใจเพราะเขาไม่สนใจทำการบ้านทั้งที่เธอแอบหวัง สองสามีภรรยานอนหันหลังคนละทาง นอนไม่หลับ... เศร้ากันคนละเรื่อง

ขณะที่พิทยาจมกับอดีต...เขมมิกก็ไม่ต่างเมื่อเห็นชุดเก่าเก็บที่บังเอิญติดกระเป๋ามา จำได้ว่าเคยใส่ชุดนี้เมื่อยังรักกับพิทยา เนตรนิภาบอกให้เอาไปบริจาค เขมมิกไม่แน่ใจว่าจะมีคนอยากได้ เนตรนิภาจึงถามกลับเสียงเรียบ

“เขม...แกพูดถึงชุดของแกหรืออดีตคนรัก อย่าเอาคนเปรียบกับวัตถุเพราะมันไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนคือเรากำจัดออกจากชีวิตเราได้ ถ้ามันไม่จำเป็น”

“โอเค...แกคือจุดอ่อนที่ฉันต้องกำจัด ขอโทษนะ”

เขมมิกโยนเสื้อตัวเก่าที่เคยรักมากลงถังขยะแล้วเดินไปปิดไฟนอน...จะได้จบกันไปสักที

เวลาเดียวกันบนระเบียง...พิแสงนอนกอดปุ๊กลุกดูดาว นึกถึงเขมมิกแล้วยิ้มโดยไม่รู้ตัว พึมพำกับหมูน้อย

“ไปนอนกันเถอะปุ๊กลุก...จะได้ตื่นเช้าๆ อยากรู้จังว่าพรุ่งนี้ยายนั่นจะสร้างเรื่องอะไรอีก วุ่นวายได้โล่จริงๆ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:22 น.