ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เนตรนิภาหนีกนธีสุดฤทธิ์ ในที่สุดก็ถูกเขาตะครุบตัวไว้จนได้ แต่ล้มกลิ้งลงไปนอนบนพื้นด้วยกันทั้งคู่ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ นึกถึงคำพูดหมอดูเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาเนื้อคู่วันก่อนโดยไม่ตั้งใจ ผละจากกันและร้องโวยวายว่าไม่จริง! กนธียังคาดคั้นเรื่องเขมมิก เนตรนิภาอึกอัก มองท่าทีเอาจริงของเขาอย่างหวาดระแวง...จะรอดไหมเนตรนิภา!

ฝ่ายวาศิณีพยายามพูดให้ปริญญ์เข้าใจว่าตนไม่มีอะไรกับต่อลาภ ทุกอย่างทำเพื่อประชดอนงค์เท่านั้น ปริญญ์ ถอนใจโล่งอก แต่ไม่วายเตือนเธอไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนอย่างต่อลาภ วาศิณีคิดว่าเขายังมีใจ

“ไม่ใช่เพราะหมอหึงและไม่อยากให้น้ำหวานลงเอยกับคุณต่อลาภเหรอคะ”

“ผมมีเพียงความปรารถนาดีในฐานะเพื่อนเท่านั้น อย่าประชดแม่อย่างนี้อีกนะครับ แกเป็นห่วงคุณจริงๆ”

“เหรอคะ...ฉันว่าแม่เป็นห่วงเพราะกลัวสะพานที่จะพาไปสู่ความสุขสบายถูกตัดขาดต่างหาก”

ปริญญ์ถึงกับพูดไม่ออก ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง สาวิกาโผล่มาขัดจังหวะ ขอร้องให้ช่วยตามหากนธี ปริญญ์อาสาช่วย วาศิณีกระแนะกระแหนด้วยความหมั่นไส้ โดนปริญญ์ สวนกลับไม่ไว้หน้า สาวิกาเหน็บเสียงซื่อตามประสาคนชอบพูดตรง วาศิณีฮึดฮัด ตอกกลับเสียงเรียบ

“หมอใจอ่อน ชอบช่วยเหลือทุกคนอยู่แล้ว คงไม่ได้มีใจอะไรเป็นพิเศษกับคุณหรอก อย่าคิดมาก”

“แหม...พูดเหมือนหึงวิกาเลยนะคะ เอ๊ะ...หรือว่าคุณหมอกับคุณเลขาเป็นแฟนกัน”

“เปล่าครับ...เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“อ้อ...เพื่อนกัน ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณหมอไม่ได้มีใจให้วิกาหรอกค่ะ แต่ได้ใจวิกาไปเต็มๆ”

วาศิณีเจ็บใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย ส่วนปริญญ์ รู้สึกแปลกๆที่โดนจีบซึ่งหน้า เดินนำสาวิกาตามหากนธีสาวิกาก้าวตาม ลอบมองเขาไม่วางตาจนเริ่มอึดอัด เดินเร็วจนเธอตามแทบไม่ทัน ปริญญ์ถอนใจ หยุดเดินและพูดตรงๆ

“คุณเป็นผู้หญิง...ควรไว้ตัวและรักษาท่าที ไม่ควรบอกความรู้สึกหรือชมผู้ชายต่อหน้าอย่างนั้น”

“ก็วิกาชมหมอ วิกาก็ต้องพูดกับหมอ จะให้วิกาไปพูดกับพี่ธีหรือคะ มันคนละคนกัน”

จังหวะเดียวกัน...ชมพู่เดินผ่านมา ปริญญ์ถือโอกาสถามหากนธี ชมพู่บอกให้โทร.หาเพราะเห็นออกไปแล้ว แกล้งหยอดหมอหนุ่มจนสาวิกาหน้าเสีย ปริญญ์ขำระคนสงสาร เลี่ยงออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ...

ด้านเขมมิก...ยืนสงบสติอารมณ์พักใหญ่ เตรียมไปส่งเนตรนิภา ชะงักเมื่อเห็นพิแสงรออยู่ เขายิ้มให้ราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆ ต่างจากเขมมิกตกใจมากที่เขาออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนด พิแสงก้าวไปหา ทักเสียงหวาน

“ฉันกลับมาหาเธอไง มาหาคนที่ฉันรักและรักฉัน ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะ”

เขมมิกยิ้มน้ำตาคลอ โผเข้ากอดด้วยความปลื้ม ตอบเสียงอ่อนว่าคิดถึงเขามากเช่นกัน พิแสงกอดตอบด้วยความเจ็บปวด อดไม่ได้ เปรยเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายกับฉัน”

เขมมิกเลิกคิ้วสูง จับน้ำเสียงแปร่งๆนั้นได้ ใจหายวูบคิดว่าเขารู้ความจริงทุกอย่าง ถอนใจโล่งอกที่เขาแค่ตัดพ้อเรื่องไม่ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล พิแสงอึดอัด ความอยากรู้ปนเปกับความโกรธแค้นเสียใจจนแยกไม่ออก บท สนทนาของเธอกับแม่เขายังก้องในหัวราวจะตอกย้ำความโง่ ตัดสินใจโพล่งถามจริงจังถึงสาเหตุที่เธอรักเขา
“ตอบฉันมา...ทำไมเธอถึงรักฉัน ตอบความจริง เธอรู้สึกยังไงตอนนี้”

“ความจริงก็คือ...ฉันรักคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่สวิตฯ รักอย่างไม่มีเหตุผล คุณทำให้ฉันหวั่นไหว ใจเต้นทุกครั้งที่เห็นหน้า แม้คุณจะทำให้ฉันเสียใจ แต่ฉันก็ยังไม่ลืมคุณตลอดห้าปีที่ผ่านมา”

“เธอทำให้หัวใจของผู้ชายคนนี้พองโตมากรู้ไหม”

“ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ฉันทำทุกอย่างได้เพื่อคุณ ตอบแทนความรักแท้ที่ฉันเคยเชื่อว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้”

เขมมิกงงท่าทีแข็งกร้าวและหงุดหงิด พิแสงตัดบทให้ไปหาเนตรนิภา มองตามเธอด้วยแววตาเจ็บปวด

ฟากกนธีคาดคั้นเนตรนิภาไม่เลิก อยากรู้ว่าแสงสุดาจ้างวานเขมมิกมาทำอะไรที่ฟาร์ม เนตรนิภาอึกอัก จังหวะเดียวกัน...หลอดขับรถมาเทียบ บอกว่าเขมมิกให้มาตามเพื่อไปส่งสนามบิน หญิงสาวกระโดดขึ้นรถ เอ่ยปากท้าให้กนธีตามไปถามที่กรุงเทพฯพร้อมสั่งออกรถ กนธีแสยะยิ้มแล้วเปรยเบาๆไล่หลัง...คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง!

ooooooo

พิแสงนั่งหน้าเครียดในมุมหนึ่งของฟาร์ม คิดถึงภาพเขมมิกเมื่อครั้งยังไม่รู้ความจริงด้วยใจร้าวราน เสียงเขมมิกประกาศกร้าวว่าไม่เคยโกหกยังก้องในโสตประสาท นายหัวหนุ่มเจ็บปวดเหลือจะกล่าว ตัดสินใจหยิบมือถือโทร.หาเสริม

สายวันนั้น...เขมมิกกับเนตรนิภาถกกันที่สนามบิน เรื่องความลับเกือบถูกเปิดเผยจากการปรากฏตัวของแสงสุดา เนตรนิภาบ่นเบื่อสภาวะต้องคิดแผนโกหกตลอดเวลาเช่นนี้ เร่งให้ปิดจ๊อบโดยเร็ว มือถือเขมมิกดังขึ้น ลุทซ์โทร.ตามไปพบที่โรงแรม เนตรนิภาจึงแยกไปขึ้นเครื่อง ส่วนเขมมิกบอกหลอดให้ส่งที่โรงแรมและทิ้งไว้สักสองชั่วโมง หลอดรับคำอย่างยินดี เขมมิกเดินยิ้มเข้าโรงแรม ไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตาม

สายตาปริศนานั้นคือพิแสงชายหนุ่มเบิกตาโพลง เห็นเขมมิกจับมือชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง หัวเราะต่อกระซิกและกอดกันกลมราวกับคู่รักที่ไม่ได้พบกันนาน เขมมิกไม่รู้ตัว ค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้นเพราะหน้ามืด ลุทซ์ตัดสินใจพาไปพักบนห้อง เขมมิกหน้าซีด ซบหน้ากับอกเขา ขึ้นลิฟต์ ไม่รู้ตัวเลยว่าพิแสงมองตามด้วยแววตาปวดร้าว ตัดสินใจก้าวตามเพราะทนไม่ไหว อยากเห็นทุกอย่างกับตาเมื่อถึงชั้นที่พัก...เขมมิกเดินตามลุทซ์เข้าห้อง พิแสงยืนพิงผนังห้อง ได้ยินทุกอย่าง หลับตาลงด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัส

ฟากกนธีเร่งสะสางงาน เพื่อไปตามล่าความจริงจากเนตรนิภาที่กรุงเทพฯ สาวิกาเพิ่งมาทำงานวันแรก มึนตึ๊บเพราะไม่มีประสบการณ์ กนธีทวนคำสั่งและอธิบายด้วยความอดทน แต่สาวิกายังตามไม่ทัน ส่งผลให้กนธีปรี๊ดแตก ผลุนผลันจากไปด้วยความโมโห ทิ้งสาวิกายืนน้ำตาคลอ น้อยเนื้อต่ำใจในความไม่ได้เรื่องของตัวเอง
เวลาเดียวกันที่ฟาร์ม...อนงค์ต่อว่าลูกสาวด้วยความโมโหที่คว้าต่อลาภมาทำผัว วาศิณีตอกกลับไม่สะทกสะท้าน

“แล้วแม่จะเอายังไง สอนให้หนูคบเผื่อเลือก แล้วตอนนี้จะมาขวาง”

“มันยังไม่ถึงเวลาเลือก เรื่องนายหัวยังไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า”

“แล้วจะให้หนูรอนายหัวเลิกกับนังเขมมิกน่ะเหรอ ชาติหน้าล่ะมั้ง หนูเลยรีบคว้าคุณต่อลาภไว้ก่อน”

อนงค์อ้าปากค้างในความคิดสุดโต่งของลูกสาว วาศิณีท้าให้แม่รอดูความสำเร็จ นอนรอให้ผัวเธอเลี้ยงได้เลย พูดจบก็เดินหนีไม่สนใจอนงค์อีกต่อไป อนงค์เดือดจัด พึมพำเสียงเครียดไล่หลัง

“กล้าพูดคำว่าผัวได้เต็มปาก หน้าไม่อาย นังน้ำหวาน... นังอกตัญญู มีแกเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน!”

ฝ่ายพิแสงไม่ยอมขยับไปไหน จินตนาการถึงเหตุการณ์ในห้องเลยเถิดไปไกล ทรมานใจเหลือเกิน ขณะที่ภายในห้อง...เขมมิกฟื้นจากอาการหน้ามืด มองลุทซ์อย่างรู้สึกผิด อธิบายว่าเทียวไปมาระหว่างฟาร์มกับโรงพยาบาลติดต่อกันหลายวันจนหมดแรง ลุทซ์ยิ้มปลอบใจและยื่นกล่องช็อกโกแลตให้ เขมมิกเห็นของโปรด ลืมความไม่สบาย กระโดด ตัวลอยด้วยความตื่นเต้น โผเข้ากอดลุทซ์อย่างขอบคุณ เขามองเธอกิน แกล้งแหย่ว่าทานขนาดนี้อาจได้กลับไปเป็นปุ๊กลุกคนเดิม เขมมิกขรึมลงเล็กน้อยเปรยเสียงเศร้า

“กลับไปได้ก็ดี ฉันจะได้ไม่ทำตัวเป็นหมูตื่นคน ฉันจะใจเย็นและถามเขาดีๆถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในฮัมบูร์ก ฉันอาจเป็นเจ้าสาวที่ใช้ผ้าตัดชุดมากที่สุด แต่ฉันไม่แคร์ ฉันไม่เห็นต้องผอมเพราะเขารักที่ฉันเป็นฉัน”

ลุทซ์อึ้ง เดาว่าเธอคงมีเรื่องบางอย่าง แต่ยังไม่กล้าถาม เขมมิกน้ำตาคลอ มองช็อกโกแลตในมือนิ่ง

“ช็อกโกแลตของเธอมีมนต์วิเศษทำให้ฉันกลับไปเป็นปุ๊กลุกได้ไหม จะได้ไม่มีฉันที่ถูกเกลียดเข้าไส้ในวันนี้”

“คงไม่ได้หรอก มีอยู่สองสิ่งที่เราไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้คือเวลาและโอกาส ชีวิตต้องเดินหน้า แม้มันจะเจ็บปวด แต่มันจะผ่านไป เวลานั่นแหละจะเยียวยาเธอเอง”

เขมมิกมองเพื่อนหนุ่มนิ่งแล้วยิ้มกว้าง สวาปามช็อกโกแลตอย่างมูมมาม หวังว่าของโปรดจะทำให้ลืมทุกอย่าง ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าที่หน้าห้อง...พิแสงค่อยๆเดินจากไป เสียงร่าเริงของหญิงสาวพร้อมชื่อลุทซ์ราวกับสายฟ้าฟาด เหมือนฟางเส้นสุดท้ายทำให้หลังลาหัก ตัดสินใจเด็ดขาดว่าต้องจัดการบางอย่าง นายหัวหนุ่มกลับไปหาเสริมที่รถ บอกให้ไป ส่งสนามบินและกำชับเด็ดขาดห้ามแพร่งพรายเรื่องในวันนี้

ooooooo

ลุทซ์ทนดูหญิงสาวกินช็อกโกแลตเลอะเต็มหน้า ร้องไห้ไม่หยุดต่อไปไม่ไหว ค่อยๆไปแย่งมาจากมือ หยิบทิชชูมาซับน้ำตาและเช็ดรอยเปื้อนให้ บอกให้ร้องไห้ออกมา อย่าเก็บไว้อีกเลย เขมมิกรู้สึกตัวว่าปล่อยใจให้เศร้ามากเกินไป ปาดน้ำตาและบอกจะไปล้างหน้าในห้องน้ำ ลุทซ์ยิ้มน้อยๆ เปรยเสียงอ่อนแต่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“นี่ไงเขมของฉัน...เธอจะไม่ยอมเป็นภาระคนรอบข้างต้องลำบาก แม้ว่าตัวเองกำลังจะแย่”

“ไม่จริงอ่ะ ฉันกำลังทำให้เธอลำบากต้องตามคดีให้แม่ฉัน”

“ฉันไม่ได้ลำบาก มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำให้น้องสาวฉัน”

เขมมิกขอบคุณจากใจจริงในความช่วยเหลือ ลุทซ์บอกว่าไม่เป็นไร เคืองแทนเพื่อนสาว โดนผู้ชายทำร้ายจิตใจ ถึงขั้นจะต่อยหน้าให้หายแค้น เขมมิกร้องห้ามเสียงหลง บอกเสียงเครียดว่าตัวเองเป็นคนผิด ลุทซ์ยักไหล่ไม่แคร์

“ฉันไม่สน ผิดหรือถูกฉันไม่รู้ ฉันแค่คิดว่าเขาไม่ได้รักเธอจริงๆถึงได้เกลียดเธอ ถ้าฉันรักใครสักคนมาก ต่อให้เขาทำผิดร้ายแรงแค่ไหน ฉันก็พร้อมจะให้อภัย ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและจับมือกันเดินหน้าต่อไป”

“เธอไม่เคยเจอด้วยตัวเอง ไม่รู้หรอกว่าถ้าถึงเวลานั้นจริง เธอจะยอมรับแล้วเดินหน้าได้จริงหรือเปล่า”

ลุทซ์พูดไม่ออก นั่งมองเพื่อนสาวแกะช็อกโกแลตกินต่อเครียดๆ สงสารเหลือเกินแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง...หลังแยกจากลุทซ์ เขมมิกกลับมารอพิแสงที่ฟาร์มจนค่ำแต่ก็ไม่ปรากฏร่างหรือการติดต่อจากนายหัวหนุ่ม ไล่ถามจากคนงาน โดยเฉพาะหลอดกับเสริม แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

ขณะที่ทุกคนในฟาร์มเป็นห่วง...พิแสงปรากฏตัวที่บ้านในกรุงเทพฯ พิศาเม้าท์โทรศัพท์กับสาวิกา อ้าปากค้างด้วยความดีใจ ถลาไปกอดแต่พิแสงไม่สนใจนัก ผละออกและถามหาแม่ แสงสุดาได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็ก ยิ้มปลื้มเห็นลูกชายคนโตมาเยี่ยม มองแผลและถามด้วยความเป็นห่วง พิแสงมองแม่นิ่ง เปรยเสียงเรียบแต่ดุดัน

“แผลที่ถูกแทงมันหายแล้ว แต่ผมเพิ่งได้แผลใหม่สดๆร้อนๆ”

พิศาพยายามแทรก เข้าใจว่าพี่ชายมีเรื่องกับเขมมิก ตั้งท่าผสมโรงแต่โดนตัดบท พิแสงขอคุยกับแสงสุดาเป็นการส่วนตัว พิศาหน้าเสีย ยอมเดินออกไปจ๋อยๆ แต่ไม่วายแอบฟังหน้าประตู พิสุทธิ์ผ่านมาเห็น ดุลูกอย่าเสียมารยาทแต่ตัวเองยืนฟังเอง พิศาเดินหน้าหงิกย้อนกลับมา พิสุทธิ์ส่ายหน้าเซ็งๆ บอกให้มาฟังด้วยกัน

ขณะเดียวกันภายในห้อง...แสงสุดาแปลกใจท่าทีมึนตึงของลูกชาย ยังไม่รู้ตัวว่าแผนแตกแล้ว พิแสงอึดอัดใจมาก ตัดสินใจโพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“คุณแม่ทำลายความศรัทธาของผมต่อความรัก วางแผนให้ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นขยี้ใจผมเพื่ออะไร”

แสงสุดาตกใจความจริงตรงหน้าเพราะเกินความคาดหมาย พิแสงหมดความอดทน ถามเสียงห้วนว่าทำไมกล้าทำร้ายเขาที่เป็นลูก แสงสุดาอึ้งไปอึดใจ สวนกลับเสียงเรียบแต่จริงจัง

“แกเป็นลูกชายคนโตของแม่ แม่รักแกมากและอยากให้มีชีวิตที่ดี ไม่อยากให้ผิดพลาดและได้ในสิ่งดีที่สุด”

“สิ่งดีที่สุดของคุณแม่ ไม่ใช่สิ่งดีที่สุดสำหรับผม คุณแม่กำลังยอมรับว่าร่วมมือกับเขมมิกวางแผนทำอะไรบางอย่าง โดยมีผมเป็นหมากตัวหนึ่งของแผนเท่านั้นใช่ไหมครับ”

แสงสุดานิ่งงัน ทรุดลงนั่งเครียดจัด พิแสงคุกเข่าตรงหน้า ขอร้องเสียงเศร้าจนแสงสุดาใจหล่นวูบ

“คุณแม่ให้เขมมิกทำอะไร ผมสัญญาจะไม่โกรธ เพราะผมรู้ว่าคุณแม่มีแต่ความรักและปรารถนาดีต่อผม”

“แม่จ้างเขมมิกไปทำลายความสัมพันธ์ระหว่างแกกับยายน้ำหวาน ทำให้แกหลงรักและทำทุกอย่างให้ฟาร์มหมูแกเจ๊ง จากนั้นเธอจะหักอกแก ทำให้เจ็บปวดจนไม่อยากอยู่ที่นั่น กลับมาดูแลกิจการสายการบินในที่สุด”

พิแสงอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าคนเป็นแม่จะคิดแผนซับซ้อนเหมือนฆ่าเขาทั้งเป็น เช่นเดียวกับพิสุทธิ์และพิศา มองตื่นตะลึงที่แสงสุดาอาการหนัก เบิกตาโพลงเมื่อได้ยินจำนวนเงินค่าจ้างห้าล้านบาท ส่งเสียงดังจนสองแม่ลูกในห้องต้องเปิดมาดู พิสุทธิ์มองหน้าเมียรักอย่างโกรธจัด บอกต้องการเคลียร์เป็นการส่วนตัว แสงสุดาจำใจแยกไปคุย ทิ้งพิแสงไว้กับพิศาที่ตั้งท่าผสมโรงค่อนแคะเขมมิก พิแสงบอกว่าไม่เหลือความรู้สึกอะไรอีกแล้ว... นอกจากความแค้น!

ooooooo

พิสุทธิ์เคลียร์กับเมียรักหน้าเครียด แสงสุดายืนฟังไม่สะทกสะท้าน ไร้วี่แววสลด อ้างว่าเป็นเรื่องจำเป็น พิสุทธิ์ของขึ้น คิดว่าถึงเวลาต้องปรามอย่างจริงๆจังๆ สวนกลับไม่ไว้หน้า

“คุณคิดเองเออเองอยู่คนเดียวน่ะสิว่าจำเป็น ลองถามผมดู...ผมจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ ได้ยินเสียงมนุษย์คนอื่นบ้างไหม รู้ตัวบ้างไหมว่าโลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยมือคุณเพียงคนเดียว”

“ทำไมจะไม่ใช่...ธุรกิจพีบูติกแอร์ไลน์มั่นคงขนาดนี้เพราะมือใคร ลูกเต้าเรียนจบและได้ดี เพราะมือของใคร”

“คุณพูดเหมือนไม่มีมือของผมช่วยประคองมือของคุณเลย”

“ช่วยเหรอ...กลับไปที่คำถามเดิม กว่าคุณจะล้างคราบขี้หมูหมดจนรู้ว่าควรช่วยฉันยังไง เพราะมือใครอีกล่ะ”

พิสุทธิ์สะอึก ยืนนิ่งตัวชา ช้ำใจที่โดนดูถูกตอกกลับเสียงเคร่ง

“ใช่...คุณเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ความเก่งไม่ได้ทำให้คุณมีอภิสิทธิ์บงการชีวิตลูก ชีวิตผัวให้เป็นอย่างที่ต้องการ อย่าได้หยิ่งผยอง ยิ่งบินสูง เวลาตกจะยิ่งเจ็บ แผนครั้งนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก รู้นิสัยลูกดีไม่ใช่เหรอว่ารั้นเหมือนใคร”

พิสุทธิ์ผลุนผลันออกไปแล้ว ทิ้งแสงสุดาไว้กับความเสียใจ นึกถึงเขมมิกแล้วตาโต วิ่งไปข้างนอกเพื่อหาทางเตือนอดีตแอร์สาวให้ระวังตัว พยายามโทร.หาแต่ไม่มีคนรับสาย

เวลาเดียวกันที่ฟาร์ม...เขมมิกรอพิแสงจนเมื่อยแต่ไม่มีวี่แวว ถอนใจเหนื่อยหน่าย บอกว่าไม่รอและก้มลงตักข้าว ทันใดนั้น...เสียงโทรศัพท์ในบ้านดัง ชมพู่วิ่งไปรับ ดีใจสุดๆได้ยินเสียงพิแสง ยื่นโทรศัพท์ให้เขมมิก บอกว่าเขาอยากคุยด้วย เขมมิกรับสายเสียงหวานแล้วหน้าเครียด พิแสงบอกให้ไปหาที่โรงแรมในหาดใหญ่ด่วน

พิแสงยืนรอหน้าโรงแรม ยิ้มตอบและชวนเขมมิกไปคุยส่วนตัวในห้องพัก เธอก้าวตามงงๆ แปลกใจเมื่อเขามีกุญแจห้องราวกับเตรียมการไว้หมด พิแสงกุมมือเธอ พาขึ้นลิฟต์แต่ไม่ยอมพูดอะไร เขมมิกชักสังหรณ์ใจ เพราะเพิ่งมาที่นี่เมื่อตอนบ่าย แล้วเธอก็ต้องตกใจหน้าซีด... เมื่อเขาพามาห้องเดียวกับที่เธอเจอลุทซ์ ถามเสียงเรียบแต่ฟังดูเย้ยหยันว่าเธอน่าจะคุ้นเคยกับห้องนี้ เขมมิกอึกอักจนเขาเหลืออด แขวะเสียงเข้ม

“ทำไมลืมง่ายขนาดนี้ เมื่อกลางวันห้องนี้ยังเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ดของเธอกับลุทซ์ คู่หมั้นฝรั่งที่เธอบอกว่าเลิกกับมันแล้ว มีอะไรที่เธอโกหกฉันแล้วฉันยังไม่รู้อีกไหมเขมมิก”

เขมมิกถอยกรูดติดผนังไร้ทางหนี แหวเสียงเขียวให้เขาหยุดพูด พิแสงตัดพ้อด้วยความแค้นใจ

“เธอบอกว่าเลิกกับมันแล้วเพราะเธอรักฉัน แต่เธอยังนัดมันมาเจอ นัดมาทำไม หรือว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้เลิกกับมัน เพราะหลังจากเธอหักอกฉันแล้ว เธอจะหอบเงินห้าล้านของแม่ฉันไปอยู่กับมันใช่ไหม”

เขมมิกพูดไม่ออก พิแสงย่างสามขุมเข้าหาแถมค่อนแคะไม่หยุด เขมมิกสุดทน โต้กลับอย่างเดือดจัด

“เออ...เงินเท่านั้นที่ฉันต้องการ แล้วจะทำไม มีอะไรไหม”

“เธอมันไม่ต่างอะไรกับโสเภณีที่ยอมขายตัว ขายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม่ฉันจ้างเธอห้าล้านใช่ไหม ถ้างั้นฉันจะจ่ายแถมอีกล้าน สำหรับค่าตัวเธอในคืนนี้!”

เขมมิกเหลืออด ตบหน้าเขาอย่างแรง พิแสงยิ่งโกรธ สวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เขมมิกหนีไปที่ประตู พิแสงตามไปกระชาก อุ้มมาทุ่มบนเตียงและขึงมือไว้ เขมมิกอ้อนวอนให้ปล่อย พิแสงมองด้วยความสมเพชและผละออก

“เธอไม่มีค่ามากพอที่ฉันจะทำแบบนั้นหรอกเขมมิก ฉันขยะแขยงเธอมากต่างหาก ถ้าไม่รู้ประวัติมาก่อน ฉันคงคิดว่าเธอเป็นสาวซื่อและอ่อนต่อโลก เสียใจนะ ฉันไม่เชื่อเธออีกแล้ว”

“ถ้าเกลียดฉันแล้วก็ปล่อยฉันไป อย่าพูดอะไรอีกเลย”

พิแสงหยิบเงินมาวางให้เธอปึกหนึ่ง บอกเสียงเครียด

“ไม่ต้องห่วง นี่จะเป็นคำพูดสุดท้ายจากปากฉันสำหรับเธอ นี่คือเงินค่าเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปซะตอนนี้และไม่ต้องกลับมาอีก ข้าวของเธอ ฉันจะให้คนส่งกลับคืนไปให้”

จบคำก็หมุนตัวจากไปช้าๆ เปิดและกระแทกประตูอย่างแรงจนเขมมิกสะดุ้งไปทั้งหัวใจ ร้องไห้โฮออกมาอย่างเหลืออด เอามือกุมหน้าอก...มันแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ไม่ต่างจากพิแสงที่ยืนพิงหน้าประตู น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมา เจ็บปวดใจเหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้

ooooooo

พิแสงกลับมาที่ฟาร์ม มองไปทางไหนก็เห็นภาพทรงจำเก่าๆของเขมมิก หลับตาลงแล้วค่อยๆลืมตา แต่ภาพเธอยังตามหลอกหลอนจนแทบบ้า ตะโกนเรียกชมพู่ให้เก็บของของเขมมิกและส่งคืนอย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

ชมพู่รับคำสั่งแบบงงๆ ส่วนนายหัวหนุ่มผลุนผลันขึ้นห้องไปแล้ว เสียงโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น แสงสุดาโทร.ถามหาเขมมิก ชมพู่บอกว่ายังไม่กลับบ้าน แถมพิแสงสั่งขนของเขมมิกออกจากบ้าน แสงสุดากุมขมับ แหว

กลับเสียงเครียดว่าแผนแตกแล้ว ชมพู่เงียบไปอึดใจ สวนเสียงซื่อตามประสาคนนอก มองเหตุการณ์วุ่นวายของครอบครัวเจ้านาย

“มิน่า...นายหัวถึงได้เหมือนคนไร้วิญญาณเพราะอกหักนี่เอง โธ่เอ๊ย...นายหัวของชมพู่ ไม่น่าเกิดเป็นลูก คุณนายเลย แม่ประสาอะไร วางแผนให้ลูกชายตัวเองอกหัก จะได้ให้ว่าที่ลูกสะใภ้เสียบ คิดได้ไง...ใช้อะไรคิด”

“นังชมพู่...จัดการตามที่ตาใหญ่สั่ง ถ้าเขมมิกติดต่อมา รีบบอกให้โทร.หาฉัน”

ชมพู่วางสายเซ็งๆ ไม่อยากให้พิแสงกับเขมมิกเลิกกัน...

ด้านเขมมิก...นอนร้องไห้ในห้องพักโรงแรมจนเช้า มองเงินที่พิแสงทิ้งไว้ ตัดสินใจฝากคืนที่เคาน์เตอร์โรงแรมพนักงานโทร.แจ้งทันทีที่ลับร่างหญิงสาว วาศิณีเป็นคนรับสาย งงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่มด้วยแววตาสะใจ รับปากเสียงหวานจะแจ้งนายหัวหนุ่ม จังหวะเดียวกัน...พิแสงเข้ามาออฟฟิศ ถามว่าใครโทร.มา วาศิณีเฉไฉว่าคนจากกรมปศุสัตว์ ติดต่อเรื่องงานสัมมนาประจำปี แกล้งถามถึงเขมมิก พิแสงมองมาอึ้งๆแต่ไม่ยอมพูดอะไร วาศิณียิ่งมั่นใจ นายหัวหนุ่มไม่อยากพูดถึง ตัดบทขอดูกำหนดการประจำวัน วาศิณีรายงานตามหน้าที่ แต่ในใจกระหยิ่มสุดๆที่คู่กรณีทั้งสองแตกกัน

ฟากพิศาโทร.เช็กที่ฟาร์ม รู้เรื่องการหายตัวของเขมมิกและคำสั่งของพิแสงให้ขนของออกจากฟาร์ม เล่าพลางหัวเราะเสียงดังกับพิสิณีและพิทยา สองสามีภรรยามองหน้ากันเครียดๆ พิศาแค้นแทนพี่ชายไม่เลิก ประกาศกร้าวจะเอาเรื่องเขมมิกถ้าเจอกันอีก พิสิณีส่ายหน้าเอือมระอา กล่อมให้น้องสาวปล่อยวาง

“อย่าเลยน้องเล็ก ในเมื่อถูกเขาจับได้ขนาดนี้ เขาคงไม่กล้ามายุ่งกับพี่ใหญ่อีกแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ”

“ไม่ได้ค่ะ มันยังไม่ได้รับผลกรรม เลวเว่อร์ขนาดนี้แต่กลับได้เงินคุณแม่ไปกอดตั้งห้าล้าน มันไม่ยุติธรรม”

“คนที่พวกเราควรจะสนใจไม่ใช่เขมมิกแต่เป็นคุณใหญ่ต่างหาก ตอนนี้คงเสียใจมาก” พิทยาเสริมเสียงเรียบ

“ยิ่งเสียใจ...พี่ใหญ่คงมุงานฟาร์มอย่างหนัก โอกาสมาบริหารสายการบินยิ่งริบหรี่ คุณแม่วางแผนพลาดแล้ว”

พิสิณีเปรยเสียงปลง สองสาวพี่น้องเป็นห่วงความ รู้สึกพิแสง ต่างจากพิทยา ตีหน้าเศร้าแต่ในใจเริงร่าที่ เขมมิกเป็นอิสระ รวมทั้งเรื่องฟาร์มก็น่ามีโอกาสมากขึ้น

ฝ่ายปริญญ์เห็นคนงานขนของเขมมิกมาด้านนอก สอบถามจากชมพู่ หลอดและเสริม หน้าเสียเล็กน้อยแต่ไม่ปักใจเพราะเชื่อว่าอดีตแอร์สาวเป็นคนจิตใจดี เดินตามหาพิแสงทั่วฟาร์มเพื่อพูดเตือนสติ

“คนที่คิดร้ายและไม่มีความจริงใจ จะไม่มีทางทำอย่างที่คุณเขมทำ”

“อย่าพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก เตือนแกเป็นครั้งสุดท้ายนะไอ้หมอ”

“เรื่องนี้ต้องมีตื้นลึกหนาบาง คุณเขมต้องมีเหตุผลจำเป็นถึงยอมทำแบบนี้ คุณควรให้โอกาสเธอได้อธิบาย”

พิแสงอึ้งไปอึดใจแล้วเลือกเดินหนี ปริญญ์ตามไปดักหน้า เกลี้ยกล่อมให้เพื่อนให้โอกาสเขมมิก พิแสงอึดอัดใจจนรำคาญ หันไปต่อยหน้าเพื่อนหมอโครมใหญ่ ตะโกนสั่งให้หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระ ปริญญ์จ้องหน้าอย่างไม่กลัว ยืนยันจะพูดทุกอย่างตามที่ตัวเองคิด

“ผมจะพูด...เพื่อให้คุณไม่ลืมว่าเคยพูดกับผมว่ายังไงตอนนั้น ตอนที่คุณเพิ่งรู้ว่าคุณเขมคือน้องปุ๊กลุก”

ภาพความทรงจำกลับมาอีกครั้ง วันที่พิแสงมีความสุขที่สุด มีปุ๊กลุกหมูน้อยในอ้อมแขน เปรยกับปริญญ์ยิ้มๆ

“ฉันรอเวลานี้มาห้าปี ในที่สุดฉันก็เจอเขา...ปุ๊กลุก มันคงเป็นพรหมลิขิตให้ฉันได้แก้ตัวอีกครั้ง และฉันสัญญา...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะดูแลรักแท้ของฉันให้ดีที่สุด”

“ผมดีใจที่คุณได้เจอกับรักแท้ที่รอมานาน”

“บอกไม่ถูกว่ะไอ้หมอว่าทำไมฉันถึงรอ รู้แค่ว่าต้องรอปุ๊กลุก ถึงจะรอจนแก่ตายก็จะรอ ฉันดีใจที่เขมมิกคือ ปุ๊กลุก แม้เขาจะเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ แต่หัวใจข้างในคือหัวใจดวงเดียวกันที่ไม่เคยเปลี่ยน ฉันรู้สึกได้”

พิแสงดึงตัวเองจากอดีต เบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อตอนนี้ผู้หญิงหลอกลวงคนนั้นไม่ได้รักฉัน แกถูกหลอกให้เชื่อ เป็นเครื่องมือของเขา แกตามเขาไม่ทันเพราะแกมันโง่ไอ้หมอ...โง่เหมือนฉัน”

ปริญญ์อ้าปากค้าง มองท่าทีเจ็บปวดของนายหัวหนุ่มด้วยความเห็นใจ พิแสงมองมาอย่างเดือดดาล

“ความรักทำให้คนตาบอด ฉันคือตัวอย่างชัดเจนที่สุด ที่มองจริตมารยาและการเสแสร้งแกล้งทำคือความจริง ฉันไม่มีวันให้อภัยผู้หญิงเลือดเย็นคนนั้น และก็อย่ามาสร้างฝันเรื่องรักแท้กับฉันอีก มันเป็นเรื่องหลอกเด็ก”

ปริญญ์พูดไม่ออก มองตามนายหัวหนุ่มเข้าฟาร์มด้วยความสงสาร...ขอให้คิดได้เถอะคุณพิแสง

ooooooo

เนตรนิภาจะออกไปข้างนอก มองซ้ายขวาด้วยความระแวง กลัวเจอกนธี ทันใดนั้น...แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอด พร้อมการปรากฏตัวของกนธี หญิงสาวตาเหลือก หมุนตัวกลับเข้าบ้าน กนธีตามไปดักหน้า คาดคั้นถามเรื่องแผนการของแสงสุดา ลงทุนลักไก่นิดหน่อยจนหญิงสาวเผลอหลุดปาก กนธีตะลึง เปรยเสียงเครียด

“ผมหลอกถามคุณ ในที่สุดก็ยอมคายความจริงออกมาว่าร่วมมือกับคุณเขมหลอกลวงเพื่อนผม”

“ฉันรู้ว่ามันผิด...ไม่ใช่ไม่รู้ แล้วจะให้ทำยังไง ในเมื่อเพื่อนฉันต้องการความช่วยเหลือ”

เนตรนิภาไม่กล้าสบตา กนธีถอนใจเหนื่อยหน่าย ตัดพ้อต่อว่าเพราะเจ็บแค้นแทนเพื่อนรัก

“งั้นคุณก็อยู่กับเพื่อนคุณ ผมจะดูแลเพื่อนผม และผมขอเลิกกับคุณ อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย”

จบคำก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งเนตรนิภาไว้กับความรู้สึกแปลกๆ หมดอารมณ์ออกไปข้างนอก หมุนตัวเข้าบ้านเซ็งๆ เสียงกริ่งประตูดังขึ้น...หญิงสาวสะดุ้ง นึกว่ากนธีย้อนกลับมา มองหาอาวุธใกล้มือ หยิบติดมือเผื่อโดนทำร้าย เงื้อมือสูงเตรียมขู่ ชะงักค้างกลางอากาศ เปิดประตูทันทีเมื่อเห็นเขมมิกยืนอยู่หน้าบ้าน!

เขมมิกเดินเซื่องซึมตามเพื่อนเข้าบ้าน เนตรนิภามองอย่างสงสาร ปลอบเสียงอ่อน

“ความจริงแกน่าจะอธิบายให้คุณพิแสงเข้าใจว่าจริงๆแล้วแกรักเขา ส่วนเรื่องเงินค่าจ้างของท่านรองฯคือผลพลอยได้ มันอาจจะจบลงด้วยดีก็ได้นะแก เมื่อคนสองคนหัวใจตรงกัน”

“จะเอาอะไรไปอธิบาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันประกอบกัน ทำให้ฉันเป็นผู้หญิงหิวเงินและหลายใจ”

“นั่นสินะ พูดยังไงเขาก็คงไม่เชื่อ รู้สึกแย่เป็นบ้าเลย”

เขมมิกเหลือบมองเนตรนิภา รู้ว่าเซ็งไม่น้อยที่ต้องมีปัญหากับกนธีเพราะเรื่องเธอ อยากปลอบแต่เนตรนิภาไม่ยอมแสดงความอ่อนไหว เฉไฉกลับมาเรื่องเขมมิก อดีตแอร์สาวตอบเสียงเรียบแต่ฟังดูอ่อนแรง

“กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อกหักและตกงาน แถมโดนบัญชีดำ อย่าลืมสิ...ฉันยังทำให้ฟาร์มเขาเจ๊งไม่ได้”

“อีกหน่อยก็เจ๊ง...คุณพิแสงหัวใจสลาย ทนอยู่ที่เดิมๆเต็มไปด้วยอารยธรรมของแกไม่ได้หรอก”

เขมมิกอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะแคร์เธอมากขนาดนั้น... ปวดใจเหลือเกิน ต้องตัดใจทั้งที่ยังรัก

การคาดเดาของเนตรนิภาไม่พลาดแม้แต่น้อย...พิแสงทนอยู่ในสถานที่เต็มไปด้วยภาพความทรงจำเกี่ยวกับ เขมมิกไม่ไหว รวมทั้งปุ๊กลุกหมูน้อย ก็ถูกอุ้มให้ปริญญ์ไปเลี้ยงในฟาร์มเหมือนหมูตัวอื่น ปริญญ์พยายามค้าน แกล้งเปรยว่าโกรธคนแล้วลงที่หมูเป็นเรื่องไม่สมควร พิแสงโต้กลับเสียงห้วน ตะโกนเรียกชมพู่ให้ยกกระเป๋าเขาไปที่รถ ปริญญ์มองตามด้วยความเป็นห่วง...เจ็บขนาดนี้ ยังจะฝืนใจ

ฟากเขมมิกอาการไม่ต่างกัน ตักข้าวเข้าปากอย่างหมดอาลัยตายอยาก เนตรนิภาคะยั้นคะยอให้กินจนหมด ให้กำลังใจว่าอย่างน้อยก็มีเงินก้อนใหญ่ที่แสงสุดาโอนก่อนหน้านี้ เขมมิกยิ้มแต่ดูเศร้าเหลือเกิน เปรยเสียงเบา

“รู้สึกเกลียดตัวเอง สมน้ำหน้าตัวเอง มันคงเป็นผลกรรมในอดีตของฉันที่ทำลายความรักของใครหลายคู่ เมื่อฉันมีความรักเป็นของตัวเอง มันเลย...ฉันขำตัวเองจนน้ำตาเล็ดเลยว่ะ”

เขมมิกหัวเราะทั้งน้ำตาพร้อมตักข้าวเข้าปาก เนตรนิภาสงสารเพื่อน...เมื่อไหร่จะหมดกรรมเสียทีไอ้เขมเอ๊ย...

ooooooo

แสงสุดาสั่งธรรมศักดิ์ตามหาเขมมิกและให้ติดต่อกลับเร็วที่สุด อยากบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทนายใหญ่รับคำสั่งและขอตัวออกจากห้อง ถอนใจหนักหน่วง เหนื่อยใจแทนทุกคน พิสุทธิ์มาบอกขอเคลียร์เรื่องเขมมิก ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อ เดินตามพิสุทธิ์เข้าห้องด้วยสีหน้าปลงๆ

พิสุทธิ์ชูพระเครื่องตรงหน้า บังคับให้สาบานว่าเรื่องเขมมิกเป็นความจริง ธรรมศักดิ์เปรยเสียงอ่อนแต่จริงจัง

“คุณเขมเป็นเด็กดี แต่ที่ทำทั้งหมดเพราะความจำเป็น ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มีเงินรักษาโรคมะเร็งของแม่”

“แล้วไอ้เงินจากจ๊อบพิลึกๆล่ะ หรือไม่ก็ความช่วยเหลือ จากผู้ชายหลายคนที่เขาไปมีความสัมพันธ์ด้วย”

“ผมสืบประวัติและเช็กข้อมูลแล้ว คุณเขมรับจ๊อบนั่นเพราะเจตนาดี ไม่อยากให้เพื่อนผู้หญิงตกเป็นเหยื่อผู้ชายเจ้าชู้เหมือนเธอ ทั้งจากพ่อตัวเอง พ่อเลี้ยงหรือคุณพิแสงสมัยอยู่เมืองนอก หรือแม้แต่กรณีคุณพิทยา”

พิสุทธิ์สะอึก รู้ดีว่าต้องใช้เงินรักษามะเร็งจำนวนมหาศาล ธรรมศักดิ์เล่าเรื่องจากบรรดาชายหนุ่มที่เธอตามล่าหักอก พร้อมบรรยายให้ฟังถึงบทสนทนากลุ่มใหญ่ ต่างตัดพ้อที่เขมมิกหายไปดื้อๆราวกับไม่มีตัวตน ค่อนแคะจนทนายใหญ่มีน้ำโห สวนกลับเสียงกร้าว

“ผมจะเป็นตัวแทนคุณเขมฟ้องพวกคุณข้อหาหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสื่อมเสีย ผู้หญิงเป็นเพศแม่ควรจะได้รับการให้เกียรติมากกว่านี้ ถ้าพี่น้องของคุณถูกกระทำอย่างนี้บ้าง จะรู้สึกยังไงครับ”

เหล่าชายหนุ่มผวาเฮือก พากันสลายกลุ่ม ทิ้งธรรมศักดิ์ให้มองตามยิ้มๆ

พิสุทธิ์ไม่อยากเชื่อ ถามหาหลักฐานเป็นรูปธรรมหรือลายลักษณ์อักษร ธรรมศักดิ์โต้เสียงเรียบแต่หนักแน่น

“ผมไม่รู้จะโกหกเรื่องนี้ไปทำไม แค่อยากเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจให้เธอบ้าง อาจจะโกรธเกลียด แต่ขอให้เหลือความเข้าใจสักนิดก็ยังดี และอยากให้ท่านผ่านเรื่องนี้ไปถึงคุณพิแสงครับ”

“เฮ้อ...ผมก็ไม่แน่ใจ ลูกชายผมมันสุดโต่ง รักแล้วรักเลย เกลียดแล้วเกลียดเข้ากระดูกดำ ไม่มีคำว่าตรงกลาง ให้เรื่องนี้มันหายไปกับสายลมเถอะ ยิ่งพูดก็ยิ่งช้ำไปกันใหญ่ ผมสงสารลูก”

ธรรมศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ ขอตัวออกจากห้อง ส่วนพิสุทธิ์มองตามเซ็งๆ กลัวใจพิแสงเหลือเกิน

ด้านพิแสง...ย้ายไปนอนรีสอร์ตกนธี โยนกระเป๋าบนเตียงและเดินเลยไปดูดาวที่ริมระเบียง คิดถึงเขมมิกแทบขาดใจ ไม่ต่างจากอดีตแอร์สาว นอนมองดาวที่บ้านเนตรนิภา คิดถึงพิแสงเหลือเกิน...

คืนเดียวกัน...กนธีมาหาพิแสงที่ห้อง พยายามแหย่ให้ลืมเรื่องเศร้า พิแสงมองด้วยความซาบซึ้ง อย่างน้อยเวลามีปัญหาก็ยังมีมิตรแท้ เช่นเดียวกับเขมมิก เนตร– นิภาดูแลอย่างดี แนะให้คิดถึงขนิษฐามากๆเพราะจะทำให้มีกำลังใจ เขมมิกหน้าหมองลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงแม่

“แม่จะเห็นฉันเป็นเขมมิกคนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากหัวใจ...ที่พังยับเยินไม่มีชิ้นดี แม่จะไม่มีทางเห็นฉันบอบช้ำ เพราะการแสดงของฉันจะแนบเนียนมาก”

สองเพื่อนซี้กอดคอกันมองดาว ยิ้มทั้งน้ำตา ตั้งใจจะค่อยๆผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปด้วยกัน

เช้าวันถัดมา...ครอบครัวแสงสุดา ยกเว้นพิสุทธิ์กับพิทยา จะเดินทางไปเยี่ยมพิแสงที่พัทลุง พิสุทธิ์อดแขวะเมียด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ แสงสุดาตวัดสายตามองตาเขียว เพราะสามีไม่เคยมีปากเสียงมาก่อน

“ผมกำลังเป็นกระจกสะท้อนให้คุณเห็นตัวเองอย่างที่ควรทำมานานแล้ว เพราะรักคุณเลยยอมทุกอย่างผิดๆ”

แสงสุดาอึ้ง ความเคืองเปลี่ยนเป็นความโกรธ ประชดแดกดันจนพิสุทธิ์เอือมระอา เธอสะบัดหน้าหนี บอกว่าถ้าพูดกันดีๆไม่ได้คงไม่ต้องพูดกันอีก พิสุทธิ์รู้ว่าเป็นต่อ ถือโอกาสเตือนสติส่งท้าย

“ผมคิดว่าพูดกับคุณดีมาก แต่คุณต่างหากที่คิดว่ามันไม่ดี เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากได้ยิน แต่คุณก็ยังอยากฟังผมพูด เพราะลึกๆคุณเองก็รู้สึกผิด ไม่งั้นคุณคงเดินหนีไปแล้ว”

แสงสุดาหมดความอดทน ผลุนผลันไปรอที่รถ ส่วนพิสิณีร่ำลาสามี พิทยาตีหน้าเศร้า แต่ในใจแอบวางแผนไปหาเขมมิกระหว่างที่ภรรยาไม่อยู่

ooooooo

เขมมิกไปเยี่ยมแม่ด้วยความคิดถึง ขนิษฐาสดใสขึ้นมากเพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทั้งจากธรรมศักดิ์และพยาบาลพิเศษ รวมทั้งกำลังใจสำคัญอย่างเขมมิกทำให้ฮึดสู้กับโรคร้าย เขมมิกดีใจมาก หน้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อบอกว่าลาออกแล้ว เพราะเพิ่งได้เบาะแสเรื่องคดีของพ่อจากลุทซ์

“หนี้สินทั้งหมด พ่อกับหุ้นส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ แม่ไม่เกี่ยว”

“ความจริงจะปกป้องเราเอง เห็นไหมลูก เมื่อแม่ไม่ได้ทำผิด แม่ก็จะพ้นจากข้อหา”

“ใช่...ถ้าเราหลอกลวง ไม่ซื่อสัตย์ อะไรก็ปกป้องเราไม่ได้”

คำพูดของแม่กระแทกใจเขมมิกไม่น้อย ขนิษฐามองด้วยความสงสัย เขมมิกรู้ตัว พยายามเก็บอาการ อธิบายเรื่องหนี้สินของพ่อว่าเกิดจากเมียน้อยกับหุ้นส่วนร่วมกันโกง ยุให้แม่ฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล ขนิษฐาหัวเราะเสียงขื่น เปรยว่าสาแก่ใจยิ่งนักเพราะแค้นเขาที่มีเมียน้อย เขมมิกไม่อยากให้แม่จองเวร เตือนสติเสียงอ่อน

“ไม่เอาน่าแม่ อย่าไปอาฆาตพ่อเลย ไหนๆเขาก็ตายไปแล้ว ยิ่งคิดแม่ก็ไม่สบายใจ ปล่อยวางเถอะ”

“คิดอย่างนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเขม”

“ก็...คิดได้ตอนลาออกมานี่แหละ เขมทำไม่ดีกับเจ้านาย เขาก็ไม่คิดจะยื้อเพื่อเลี้ยงเขมไว้ คิดซะว่าเราเคยทำเขาไว้ เขาเลยมาเอาคืน อย่าคิดแค้น จะได้หมดเวรหมดกรรมกันไง”

เขมมิกอ้างว่าอาจต้องเดินทางไปอเมริกาเพื่อขึ้นศาลเลยขอลาออก ไม่อยากเบียดเบียนเวลาบริษัท ขนิษฐาพยักหน้ารับรู้ เขมมิกกอดประจบ บอกรักแม่เสียงหวาน สัญญาจะอยู่ดูแลแม่อย่างจริงจัง ขนิษฐาปลื้มและตื้นตัน ทันใดนั้น...พิทยาปรากฏตัวหน้าบ้าน สองแม่ลูกอ้าปากค้าง...ทำไมถึงกล้ามา

สองแม่ลูกต้อนรับตามมารยาท ขนิษฐาเลี่ยงไปเข้าครัว พิทยาขอโอกาสอีกครั้งแต่โดนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี อดีตกัปตันไม่ยอมแพ้ โพล่งออกไปว่ารู้เรื่องแผนการของแสงสุดาและเสียใจที่เธอต้องรับเคราะห์แทน เขมมิกหันขวับมามอง เขาถือโอกาสประกาศจุดยืนที่ทำเอาเธอถึงกับอึ้ง

“ผมไม่เคยสนใจว่าคุณทำงานทดสอบความรักผู้ชายมากี่คน ทำลายความรักมากี่คู่ แต่คุณพิแสงสน!”

เขมมิกไม่อยากเชื่อว่าเคยหลงรักผู้ชายแบบนี้ บอกปัดดื้อๆ พิทยาดึงมือเธอมาจับไว้ สารภาพว่ารักเธอหมดใจ

“ผมรู้ว่าคุณรักเขา ผมเห็นความรู้สึกนั้นในแววตาคุณ แต่เขาไม่ได้รักคุณจริงๆ ถึงได้ปิดประตูใส่คุณ ผมต่างหากที่พร้อมจะเปิดประตูรับคุณตลอดเวลา ผมคือผู้ชายที่รักคุณจริงๆ”

“ฉันไม่คิดจะเปิดประตูเข้าไปหาผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณอีก”

เขมมิกสะบัดมือเดินหนี พิทยายื่นข้อเสนอเป็นเงินไม่จำกัดเพื่อรักษาขนิษฐา แทนการเอาตัวเข้าแลกเหมือนที่ผ่านมา ฉับพลันนั้น...เสียงถาดใส่แก้วน้ำหล่นแตกกระจาย ขนิษฐาช็อก ประกาศกร้าวต่อหน้าลูกสาว

“ฉันไม่อยากได้เงินบาปของแกมารักษาฉัน...เขมมิก!”

พูดจบก็ร้องไห้โฮ หมุนตัวเข้าบ้านอย่างโกรธจัด พิทยาละล่ำละลักขอโทษ นึกไม่ถึงว่าขนิษฐาจะไม่รู้เรื่อง เขมมิกผลักไสอดีตกัปตันออกจากบ้าน พิทยาจำใจถอย แต่ตั้งใจจะหวนกลับมาใหม่

เขมมิกกลับเข้าบ้าน เห็นแม่นั่งร้องไห้ เปรยว่าไม่อยากบอกเพราะกลัวรับไม่ได้ ขนิษฐาย้อนเสียงเรียบแต่ร้าวไปทั้งหัวใจเขมมิก

“แต่เมื่อฉันมารู้ทีหลังแบบนี้มันเจ็บปวดกว่า คนที่แกไม่ควรจะโกหกกับเขาไม่ว่าเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็คือแม่”

“แม่...เขมขอโทษ เขมจะเล่าความจริงให้แม่ฟังทุกอย่าง เขมขอโทษนะแม่”

เขมมิกก้มกราบเท้าแต่ขนิษฐาเบี่ยงหนี เขมมิกอึ้ง ธรรมศักดิ์ทันเห็นฉากสุดท้าย ยื่นมือมาจับปลอบใจหญิงสาว

“อะไรที่พลาดไปแล้ว จงให้เพียงความเสียใจแต่อย่าไปเสียเวลากับมัน คุณยังมีโอกาสแก้ตัวนะคุณเขม”

เขมมิกพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ธรรมศักดิ์ยื่นเอกสารประวัติพิทยาให้ เขมมิกเปิดดูอย่างทึ่งจัด สารภาพว่าคบกับอดีตกัปตันมาหลายปี แต่ไม่เคยทราบข้อมูลเหล่านี้เลย ธรรมศักดิ์พยักหน้ารับช้าๆ

“เขาปกปิดทุกคนได้มิดชิด โดยความช่วยเหลือของเจ้าสัวยูเอฟพ่อบุญธรรมซึ่งมีอิทธิพลมาก”

“หนูเคยเห็นเขานัดพบกับเซลส์ของยูเอฟที่พัทลุง แล้วคิดยังไงคะถึงได้ไปสืบประวัติของพีท”

“ผมได้รับคำสั่งให้ตามหาใครคนหนึ่ง และก็เป็นเรื่องน่าตกใจที่เป็นคนเดียวกับคุณพิทยา”

เขมมิกอยากรู้ว่าใคร ธรรมศักดิ์สัญญาจะเคลียร์เรื่องทั้งหมดเมื่อถึงเวลา บอกว่าพิทยามีแผนบางอย่างต่อครอบครัวพิแสง และเขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เขมมิกเลิกคิ้ว ทนายใหญ่จึงชี้แจงเสียงอ่อน

“มีคุณคนเดียวเท่านั้น จะใกล้ชิดคุณพิทยาเพื่อสืบเรื่องเหล่านี้ได้ ผมรู้ว่าเขายังติดตามคุณตลอดเวลา คุณอยากทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อแก้ตัวกับความผิดพลาดที่ผ่านมาหรือเปล่า”

เขมมิกครุ่นคิด...หรือว่าเธอจะลองเสี่ยงอีกสักครั้ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:35 น.