ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลอดกับเสริมวิ่งมาบอกปริญญ์ มีข่าวลือว่าเขมมิกพยายามให้ท่าพิแสงแต่ไม่สำเร็จ สองหนุ่มสาวเลยมึนตึงต่อกัน ปริญญ์อึ้ง อยากรู้มากว่าใครเป็นเจ้ากรมข่าวลือบ้าๆนี้

ฟากอนงค์กับวาศิณีหัวเราะด้วยความสะใจที่เรื่องฉาวของเขมมิกกระจายทั่วฟาร์มอย่างรวดเร็ว ชมพู่โผล่มาบอกว่าได้ยินทุกอย่าง แกล้งแขวะจนสองแม่ลูกของขึ้น สาวใช้สายลับตอกกลับไม่ไว้หน้า โดยเฉพาะกับวาศิณี

“ไม่ต้องพูดยายแอ๊บ ตีสองหน้ามาตั้งนาน ฉันได้ยินเต็มสองหูว่าป้ากับเธอเป็นคนปล่อยข่าวใส่ร้ายคุณเขม”

วาศิณีแก้ตัวแต่ไม่ได้ผล ชมพู่ประกาศกร้าวไปฟ้องพิแสงและหมุนตัวออกไปทันที อนงค์เต้นผาง ไม่ต่างจากวาศิณี มองตามหน้าเครียด...ไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง

ฝ่ายเขมมิกไม่เชื่อเรื่องราวจากพิแสงจนกว่าจะได้พิสูจน์บางอย่าง ตัดสินใจชวนเนตรนิภาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจภายใน ใช้เวลาไม่นาน...เขมมิกยิ้มร่าออกมา ผลตรวจคือเธอยังบริสุทธิ์ทุกประการ สองสาวไปดื่มกาแฟฉลอง เขมมิกระรื่นมากจนเนตรนิภาอ่อนใจ ถามเสียงเคร่งว่าจะจัดการยังไงเรื่องพิแสง

“ฉันก็จะเลิกทะเลาะกับตัวเองเรื่องรักหรือเกลียดพี่เสือดี...จะได้รักเขาอย่างที่อยากจะรัก”

เนตรนิภาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน อุทานเสียงแผ่วเพราะไม่ค่อยเห็นด้วย เขมมิกเข้าใจดี แย้งเสียงอ่อย

“แต่ฉันห้ามใจไม่ให้รักเขาไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ฉันก็รู้ว่าเขารู้สึกไม่ต่างจากฉัน กว่าจะถึงวันนั้นที่ความจริงเปิดเผย ขอให้ฉันได้รักเขาได้ไหม ถึงยังไงมันก็คุ้มค่ากับความเสียใจ”

เนตรนิภาถอนใจเหนื่อยหน่าย กอดปลอบและบอกจะยืนเคียงข้างเสมอ สองสาวหัวเราะให้กันแล้วชะงัก เมื่อเห็นพิทยากำลังเดินมา จึงต้องรีบหาทางลัดเลาะออกจากร้าน ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเขานั่งคุยกับต่อลาภ สองสาวแปลกใจ ทำไมอดีตกัปตันถึงมีเรื่องคุยกับตัวแทนจากยูเอฟ

ต่อลาภตาวาวเมื่อเห็นเงินปึกใหญ่ พิทยาบอกว่าเป็นเงินพิเศษ เสนออีกก้อนโตหากเขาทำให้พิแสงเซ็นสัญญาเร็วขึ้น และกำชับให้เก็บเป็นความลับ ต่อลาภรับคำอย่างยินดี พิทยาพอใจที่ตัวแทนหนุ่มหิวเงิน นั่งคุยรายละเอียดอีกพักใหญ่จึงแยกออกมา ตัดสินใจขับรถไปฟาร์มเพื่อนเกษตรด้วยแววตาตื่นเต้นยินดี เมื่อนึกถึงเรื่องสุดท้ายที่คุยกับต่อลาภว่าเขมมิกเป็นเด็กฝึกงานในฟาร์มพิแสง...ในที่สุดผมก็หาคุณเจอเขมมิก!

ooooooo

ชมพู่รายงานพิแสงว่าอนงค์ปล่อยข่าวเสียหายเกี่ยวกับเขมมิก นายหัวหนุ่มตามหาแม่บ้านเก่าแก่อย่างเคืองจัด เวลาเดียวกันหน้าออฟฟิศฟาร์ม...วาศิณีกับอนงค์ยิ้มปลื้ม ได้ยินคนงานซุบซิบเรื่องเขมมิกกันระงม ปริญญ์ หลอดและเสริมอึดอัด โวยวายบรรดา คนงานเสียงเขียวฐานให้ร้ายเขมมิก

อนงค์ดำเนินการแผนขั้นต่อไป ทำให้เรื่องฉาวมากขึ้น ด้วยการพูดจาเป่าหูคนงาน

“ผู้หญิงคนนั้นมีอดีตแปดเปื้อน ผ่านผู้ชายไม่รู้กี่คน ฉันมีสิทธิ์สงสัยเพราะรักนายหัว ทุกคนก็เหมือนฉันใช่ไหม”

ทันใดนั้น...พิแสงปรากฏตัวพร้อมชมพู่ อ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคท้ายๆ บอกให้อนงค์หยุดพูดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีเขมมิก จังหวะเดียวกัน...เขมมิกกับเนตรนิภาเดินผ่านมา ได้ยินอนงค์ว่าร้ายตน ตัดสินใจเอาคืน

“คุณพิแสงโกหก...ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือน คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องฉัน”

“เธอพูดอะไรน่ะเขมมิก ที่ฉันพูดออกไปคือความจริง เราสองคนพักในห้องเดียวกันก็จริง แต่...”

“ฉันรักคุณค่ะ ฉันไม่อายจะพูดความจริง เพราะฉันรักคุณ รักมานาน ไม่เคยลืม”

ทุกคนครางฮือ กนธี พิศา สาวิกา และสร้อยเพชรมาถึงฟาร์มพอดี ช็อกตาค้างเมื่อได้ยินคำสารภาพรักสุดเสี้ยว ส่วนพิแสงยืนอึ้ง พยายามหาความจริงใจในดวงตาเขมมิก สับสนว่าเป็นเรื่องจริงหรือแผนร้ายเหมือนเคย พิศาของขึ้น ตั้งท่าไปตบแต่พิแสงรั้งไว้ เขมมิกได้โอกาส พร่ำรำพันถึงความในใจ

“ฉันพยายามมีรักใหม่แล้วเก็บคุณไว้ลึกสุดของหัวใจ แต่ต้องมีชีวิตอย่างคนไร้วิญญาณ จนกระทั่งได้เจอคุณและรู้ความจริง ฉันเป็นอิสระแล้วค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะรักคุณอย่างที่อยากจะรัก ฉันบอกเลิกคู่หมั้นแล้ว”

พิแสงสบตาเขมมิกนิ่ง ดึงมากอดและบอกรักเสียงดัง อนงค์กับวาศิณีถึงกับสติแตก พิศาโกรธจัด ประกาศกร้าวไปฟ้องแสงสุดา ส่วนสร้อยเพชรเป็นลม ปริญญ์อาสาช่วยอุ้มไปพัก พิแสงยังกอดเขมมิก กระซิบข้างหูเบาๆ

“ทำแบบนี้ทำไม คนที่เสียหายคือเธอ”

“เออน่ะ เล่นตามเกมฉันไปก่อน เดี๋ยวค่อยเฉลย ฉันรักคุณที่สุดเลยค่ะ”

“อย่าเยอะ!”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กัน กนธีตะลึงไม่หาย พึมพำกับเนตรนิภา หญิงสาวหลุดปากเรื่องแผนของเพื่อน กนธีเอะใจ พยายามคาดคั้นแต่ไม่ได้เรื่อง เนตรนิภาวิ่งหนีไปแล้ว ไม่มีใครเห็นเลยว่า พิทยามองเหตุการณ์ด้วยแววตาโกรธจัด โดยเฉพาะเขมมิกกับพิแสง เขากลับไปขึ้นรถ หยิบมือถือโทร.หาต่อลาภ เร่งให้ดำเนินการและจัดการให้พิแสงเจ็บตัว จบคำก็วางสายอย่างเคืองแค้น...เขมมิกต้องเป็นของฉันคนเดียว!

ฝ่ายพิแสงลากเขมมิกเข้าห้อง ถามเสียงเข้มเรื่องประกาศต่อหน้าคนงานว่ารักเขาเสียเต็มประดา เขมมิกสวมบทสาวอินเลิฟ สบตาเขาอย่างจริงใจ พิแสงอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะหลงรักเขาจริงๆ

“เขมมิก...ตอนนี้ฉันไม่มีสมองจะมาคิดตามให้ทันเกมของเธอ ช่วยอธิบายมาเร็วๆ”

“ยายป้าอนงค์ต้องการกำจัดฉันไปให้พ้นเพราะหวงคุณไว้ให้ลูกสาว จนต้องมาใส่ร้ายฉันจนเสื่อมเสียเกียรติ ฉันก็เลยตามน้ำซะจะได้เลิกๆตอแยคุณสักที ซึ่งฉันก็ รู้ว่าคุณไม่โง่เลยยอมเล่นละครกับฉัน คุณเองก็อึดอัดใจใช่ไหมล่ะ”

“อย่าบอกนะว่าเธอเห็นแก่ฉันจนยอมลงทุนโกหกคำโต บอกทุกคนว่าเธอรักฉันมาก แล้วก็บอกเลิกคู่หมั้น”

“ฉันโกหกแค่เรื่องเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ฉันไม่ได้โกหกเรื่องความรู้สึกของตัวเอง”

พิแสงหัวใจเต้นรัว ส่วนเขมมิกแอบเกลียดตัวเองที่โกหกหน้าตายราวกับมืออาชีพ ยังโอดเสียงเครือเรียกร้องความสงสารว่าเขาคือรักแรกและอาจเป็นรักสุดท้าย พิแสงย้ำถามให้แน่ใจ

“แต่ฉันทำลายหัวใจของคนที่รักเธอ รอคอยเธอ เธอไม่เห็นใจคู่หมั้นของเธอเลยหรือไง”

“เราสองคนทำสิ่งถูกต้องต่างหาก เราควรซื่อสัตย์ด้วยการไม่โกหกว่าเรา...ไม่ได้รักกันแล้ว ดีกว่าหลบซ่อนแล้วเจ็บปวดด้วยกันทุกคน ลุทซ์กำลังมีความรักกับคนใกล้ตัว เราสองคนจากกันด้วยดีค่ะ”

พิแสงนิ่งเงียบ เขมมิกดูออกว่าเป็นต่อ แกล้งตีหน้าเศร้า ขอลาออกและเอื้อมมือไปเปิดประตู พิแสงก้าวไปขวางไว้ พูดเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา

“ฟาร์มเพื่อนเกษตรยินดีต้อนรับเธอ ให้เกียรติอยู่กับฉันที่นี่ต่อไป...ตลอดชีวิตได้ไหม”

จบคำก็สวมกอดเธอไว้ด้วยความรักล้นอก เขมมิกกอดตอบ อบอุ่นในหัวใจแปลกๆแต่รู้ว่าคงอยู่ไม่นาน...

ooooooo

อนงค์กรี๊ดบ้านแทบแตก รู้ว่าพิแสงกับเขมมิกมีใจต่อกัน แหวใส่ลูกสาวอย่างโกรธจัดที่คาดการณ์ผิดและทำทุกอย่างพลาดไม่เป็นท่า ถลันเข้าทุบตีระบายอารมณ์ พาลเคืองว่าพลาดโอกาสเป็นใหญ่ในฟาร์มเพราะลูกสาว

วาศิณีหนีไปนอกบ้าน ขอร้องให้หยุดฟังบ้างแต่ไม่ได้ผล อนงค์โกรธจนหน้ามืด ฟาดไม่ยั้ง หญิงสาวร้องไห้น้ำตากลบหน้า มองตามแม่เข้าบ้านด้วยความคับแค้นใจ ชิงชังเขมมิกที่ปรากฏตัวและแย่งทุกอย่างไปจากเธอ

ด้านสร้อยเพชรค่อยๆฟื้นจากอาการเป็นลม สาวิกาดูแลไม่ห่าง ลอบมองชายหนุ่มที่อาสาอุ้มแม่เธอจากเหตุการณ์ หน้าออฟฟิศพิแสง ปริญญ์แนะนำตัว บอกว่าเป็นเพื่อนและสัตวแพทย์ประจำฟาร์ม สร้อยเพชรเข้าใจว่าพิแสงส่ง หมอหมูมาดูแลจึงวีนใส่ลูกสาว สั่งให้พากลับกรุงเทพฯเพื่อเคลียร์กับแสงสุดา โดยเฉพาะเรื่องพิแสงกับเขมมิกคบกัน

ฟากชมพู่ไม่รอช้า โทร.รายงานแสงสุดาเรื่องเขมมิก กับพิแสง แสงสุดาดีใจแต่ยังกังวล กลัวลูกชายหลงเขมมิกจนโงหัวไม่ขึ้น กำชับชมพู่ให้รายงานทุกอย่าง สาวใช้สายลับวางหูเซ็งๆ...เรื่องอะไรจะบอก!

เช้าวันรุ่งขึ้น...พิศากลับถึงกรุงเทพฯ อย่างหัวเสีย ฟ้องแม่เสียงเครียดเรื่องพิแสงเป็นแฟนเขมมิก แสงสุดาแกล้งตกใจ พิสุทธิ์ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กวีนแตก รีบเดินมาดู เวลาเดียวกัน...สร้อยเพชรกับสาวิกามาหา อยากเคลียร์กับแสงสุดา พิศาร้อนใจมาก ร่ำร้องให้แสงสุดาจัดการเขมมิกขั้นเด็ดขาด

“พี่ใหญ่บอกน้องเล็กต่อหน้าคนทั้งฟาร์มว่ารักมัน ตั้งแต่มันยังอ้วนเป็นหมู เรียนที่สวิส และไม่เคยลืมมันเลย”

แสงสุดากับพิสุทธิ์กุมขมับ ส่วนสร้อยเพชรเป็นลมหมดสติ สาวิกาตกใจปราดไปดูแม่ แสงสุดายกมือปรามให้พิศาหยุดโวยวาย และรับปากจะหาทางออกให้ทุกคนโดยเร็วที่สุด

ฝ่ายพิแสงเริ่มต้นหน้าที่แฟนเต็มตัว ดักรอเขมมิกหน้าห้องด้วยใจจดจ่อ เธอแปลกใจนิดกับท่าทีของเขา พิแสงแกล้งแหย่จะกลับไปเป็นคนเดิม เขมมิกรีบห้าม

“เป็นอย่างที่อยากเป็น และทำในสิ่งที่ไม่ฝืนใจ ได้ไหมคะ”

“ได้...งั้นฉันจะทำอย่างที่เธอบอก”

จบคำก็หอมแก้มเธอทันที เขมมิกต่อว่าเขาเขินๆ สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันอย่างมีความสุข พิแสงคว้าตัวหญิงสาวมากอดและบอกรักเสียงหวาน อ้อนวอนให้เธอสัญญาไม่หนีเขาไปไหน เขมมิกรับปาก ใบหน้าขรึมลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่ทันสังเกต ยังคงพร่ำพรรณนาถึงความรักที่มีต่อเธอ

“ไม่สูญเปล่ากับการรอคอย ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ ฉันได้เจอเธอ เจอรักแท้ของฉัน ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป”

พิแสงมั่นใจว่าเธอคือคู่แท้ เขมมิกยิ่งเครียด พิแสงมัวแต่พร่ำบอกความในใจไม่รู้เบื่อ

“ความรักมันไม่เคยมีเหตุผลหรอกนะ และฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แล้วเธอล่ะ...ฉันคือรักแท้ของเธอหรือเปล่า”

“ฉันไม่รู้หรอกว่ารักแท้คืออะไร คือคนที่เราคิดถึงทุกลมหายใจ คนที่เราพร้อมเสียสละทุกอย่างแม้ต้องแลกซึ่งความเจ็บปวด คนที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาและแก่เฒ่าไปด้วยกันหรือเปล่าคะ ถ้าใช่...คุณก็คือรักแท้ของฉัน”

สองหนุ่มสาวกอดกันด้วยความรัก พิแสงมีความสุข มาก พึมพำเสียงอ้อน

“สัญญากับฉันนะว่าจะไม่หนีฉันไปอีก เราจะอยู่เคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไป”

“จนกว่าคุณจะไม่ต้องการฉันหรือเกลียดฉัน”

“ไม่มีทางที่ฉันจะเกลียดเธอ ฉันมีแต่รักเธอมากขึ้นทุกวันต่างหาก”

เขมมิกกอดเขาแน่นราวกับจะลบล้างความรู้สึกผิดในใจ...ขอแค่เวลานี้เท่านั้น

ooooooo

พิสุทธิ์หนักใจแทนแสงสุดาเพราะปะทะศึกหลายด้าน คืนเอกสารให้พิทยา บ่นเสียดายที่แสงสุดาวางตัวพิแสงให้สืบทอดกิจการ พิทยาถ่อมตัว พิสุทธิ์พยักหน้าแล้วถอนใจหนักหน่วง พิสิณีถามไถ่พ่อด้วยความเป็นห่วง พิสุทธิ์ตัดสินใจพูดเรื่องพิแสงกับเขมมิกตกลงคบกัน พิสิณีพูดไม่ออก ชำเลืองมองสามี เห็นเขาทำหน้าตกใจแต่ดูไม่ใจเสีย

พิสิณีรอจนพ่อแยกไปทำงาน สารภาพตรงๆที่ไม่บอกเรื่องอดีตแอร์สาวไปฝึกงานที่ฟาร์มเพราะกลัวเขาหวั่นไหว พิทยาแกล้งถอนใจเบาๆ ปลอบไม่ให้คิดมากเพราะบั่นทอนชีวิตคู่ ตีหน้าเคร่งและบอกว่ากังวลมากกว่าแปลกใจ รู้จักเขมมิกดีเป็นผู้หญิงไม่ธรรมดา พิแสงอาจถูกหลอก พิสิณีหน้าเสียเป็นห่วงพี่ชาย ส่วนพิทยากระหยิ่มยิ้ม...นายไม่มีทางแย่งเขมมิกไปจากฉันได้หรอกนายพิแสง!

ฟากแสงสุดาตัดสินใจบอกสร้อยเพชรเรื่องเขมมิกว่าเป็นแผนการของตน เพราะต้องการให้พิแสงแยกจากวาศิณีและทิ้งฟาร์มหมูมาดูแลกิจการสายการบิน สร้อยเพชรโล่งอก สบายใจที่ลูกสาวจะยังมีคู่หมายเหมาะสมเหมือนเดิม

ฝ่ายสาวิกาตัดสินใจกลับไปทำงานที่รีสอร์ต โทร.บอกกนธีจะจัดการเรื่องสร้อยสุดาและกลับเร็วที่สุด กนธีไม่กังวลเพราะหญิงสาวเป็นคนรู้จักและไม่เรื่องมาก เขาก้าวออกจากออฟฟิศ ผงะเมื่อเห็นเนตรนิภาเดินหน้ามุ่ยมาหา บ่นเซ็งเขมมิกตัวติดพิแสงจนไม่มีเวลาให้เหมือนเคย กนธีส่ายหน้าขำๆ จูงไปดูไพ่ยิปซีบริเวณล็อบบี้โรงแรมที่มีการจัดงาน เนตรนิภาขืนตัวเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยเชื่อ กนธีดึงดันพาไปจนได้ แกล้งบอกหมอดูให้เน้นเรื่องเนื้อคู่

เวลาเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...พิแสงกุมมือเขมมิกไม่ปล่อยตลอดเช้า หญิงสาวปลื้ม แกล้งแหย่ขำๆ

“คือ...มือฉันที่คุณจับไม่ปล่อยเลยน่ะ เหงื่อมันออกจนเปียกหมดเลย ไม่รู้สึกเหรอ”

“เธอนี่จริงๆเลย ชอบทำให้บรรยากาศเสีย งั้นปล่อย”

“ไม่ได้บอกให้ปล่อย แต่จะบอกให้...เปลี่ยนข้างบ้าง”

สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันตามประสาคู่รัก ไม่รู้เลยว่ามีสายตาจากมุมมืดแอบมองอยู่ไม่ไกลนัก...เขมมิกเห็นเขาอารมณ์ดี ตัดสินใจถามเรื่องอนงค์กับวาศิณี พิแสงนิ่งไปอึดใจ เปรยเสียงอ่อนแต่หนักแน่น

“ผมเคยบอกแล้วไง ผมต้องรักและดีกับทุกคนและทุกอย่างที่ปู่ผมรัก”

“ค่ะ...ฉันจำได้ งั้นฉันจะไม่ถามเรื่องนี้อีก ถ้าคุณให้อภัยป้าอนงค์ ฉันก็จะให้อภัยแกเหมือนกัน”

พิแสงทำท่าจะหอมเป็นรางวัล เขมมิกวิ่งหลบ ตาเหลือกเมื่อเห็นพิแสงล้มลงต่อหน้าต่อตา พร้อมการปรากฏตัวของชายฉกรรจ์สามคนที่เงื้อไม้หน้าสามเตรียมฟาดซ้ำ เธอตะโกนเสียงหลง พิแสงพยายามลุกแต่โดนเตะทรุดกับพื้น สั่งให้เธอหนีไป เขมมิกละล้าละลัง ตัดสินใจวิ่งหนี โดนดักหน้าและตบสั่งสอน
กระเด็นไปตรงหน้าพิแสง สองหนุ่มสาวช่วยประคองกันและกัน มองสามคนร้ายที่กำลังย่างสามขุมมาหาด้วยแววตาหวาดระแวง...

ฟากอนงค์วิ่งพล่านทั่วฟาร์มตามหาวาศิณี เจอปริญญ์ หลอดและเสริมเม้าท์เรื่องพิแสงกับเขมมิกอาจลงเอยด้วยการแต่งงานเร็วๆนี้ ถลาไปแทรกกลาง ขอร้องให้ช่วยตามหาลูกสาว สามหนุ่มหน้าเสีย ก้าวตามอนงค์เครียดๆ

นึกหัวแทบแตกว่าเลขาสาวของนายหัวพิแสงจะไปซ่อนตัวที่ไหน

ขณะที่อนงค์กระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วงลูก... วาศิณีกลับเริงร่า นอนเปลือยกายข้างๆต่อลาภในห้องพักโรง– แรม ชายหนุ่มระดมพรมจูบไม่หยุดตั้งแต่เช้าจนบ่าย วาศิณียิ้มทั้งน้ำตาและบอกให้ปล่อยกลับบ้าน ต่อลาภคลอเคลียไม่ห่าง พร่ำบอกรักหวังให้หญิงสาวอ่อนระทวย วาศิณีปลื้มแต่แกล้งตัดพ้องอนๆ เรียกร้องให้เขาแสดงความจริงใจ

“คุณได้น้ำหวานเป็นเมียแล้ว คุณต้องรับผิดชอบน้ำหวาน อย่าทิ้งนะคะ”

“รับรอง...ฉันจะดูแลน้ำหวานอย่างดี ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาให้สมเกียรติเลยจ้ะ”

“สัญญานะคะ น้ำหวานไม่มีใครแล้วจริงๆ แม่ก็เพิ่งไล่น้ำหวานออกจากบ้าน น้ำหวานรักคุณเลยมาหา”

เสียงมือถือเขาดังขึ้น พิทยาโทร.มาถามเรื่องจัดการพิแสง ต่อลาภแสยะยิ้ม บอกว่าน่าจะลงมือแล้ว วางสายช้าๆ ด้วยความสบายใจ...เดี๋ยวเงินก้อนโตก็ลอยมา ได้ทั้งเงินตราและนารี...สุโขจริงๆต่อลาภ

ooooooo

พิสุทธิ์ถามความคืบหน้าเรื่องพีระลูกชายอดีตหุ้นส่วน กังวลว่าทุกอย่างจะสายไป ธรรมศักดิ์เห็นใจเจ้านาย ขอตัวออกจากห้อง ปาดเหงื่อด้วยความเครียด นึกถึงเหตุการณ์หลายวันก่อน เห็นรูปพิทยาในซองเอกสารจากนักสืบ พร้อมการยืนยันว่าคือพีระแต่เปลี่ยนชื่อเมื่อหนีออกจากบ้าน

ธรรมศักดิ์ดึงตัวเองจากห้วงความคิด ชะงักเมื่อเห็นอดีตกัปตันยืนตรงหน้า ทักทายยิ้มๆ ตามประสาคนรู้จักกัน พิทยาเข้าห้องทำงานไปแล้ว ธรรมศักดิ์มองตามอึ้งๆ ไม่สบายใจเพราะรู้ว่าอาจมีเรื่องใหญ่ตามมา...

ด้านเขมมิก...ตะโกนด่าคนร้ายจนโดนจับแยก คิดหัวแทบแตก หาทางช่วยพิแสงที่โดนอัดน่วมอีกมุม ตัดสินใจกระโจนกัดแขนและเตะผ่าหมาก ประกาศกร้าวปกป้องแฟนหนุ่มอย่างไม่กลัวตาย พิแสงทึ่ง ฮึดสู้จนเกือบพลาดท่า โชคดีที่เขมมิกคว้าไม้หน้าสามช่วยไว้ทัน คนร้ายถือมีดพุ่งหาเธอแต่พิแสงรับแทน เขมมิกหน้าซีดพยุงเขาในอ้อมแขน คนร้ายตะลึง พึมพำกันเองเสียงเบา เขมมิกได้ยินแต่ไม่ทันถาม ปริญญ์ผ่านมาเห็นพอดี ช่วยพาพิแสงส่งโรงพยาบาล ส่วนคนร้ายทั้งสาม แฝงตัวในมุมมืดก่อนลอบหนีออกจากฟาร์มอย่างรวดเร็ว

หลังปล่อยให้ดูหมอเป็นชั่วโมง กนธีแอบมาดูเนตรนิภา เห็นยังดูไม่เสร็จจึงเร่งยิกๆ เนตรนิภาหมั่นไส้

“ก็ได้...คำถามสุดท้ายค่ะ ลักษณะเนื้อคู่ที่หนูไม่รู้ว่าใครเนี่ยเป็นยังไงคะ เอาแบบละเอียดๆนะคะ”

“ลักษณะสันทัด ผิวเข้ม ผมสั้นและหยิกเล็กน้อย บุคลิกดูหลุกหลิก กะล่อนแต่เอาการเอางาน ดูเหมือนคนเจ้าชู้แต่ไม่ใช่ เป็นการแสดงเพราะจีบใครไม่เคยติด เป็นปมด้อย ทำให้เสียโอกาสจะรู้ใจตัวเองว่ารักใครจริงกันแน่”

กนธีอึ้งเพราะตรงกับเขาทุกอย่าง ส่วนเนตรนิภาเหลือบมองด้วยความรู้สึกแปลกๆ หมอดูเก็บสำรับไพ่และลุกออกไป เสียงมือถือสองเครืิ่องดังพร้อมกัน กนธีกับเนตรนิภาหลุดจากภวังค์ ต่างคว้ามือถือมาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นๆ...

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล...เขมมิกเฝ้าพิแสงด้วยแววตารู้สึกผิด ซาบซึ้งที่เขาเอาตัวเข้าแลก ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาเห็นแฟนสาวฟุบหน้าร้องไห้ เอามือลูบหัวเบาๆ อย่างแสนรัก เปรยเสียงอ่อน

“ฉันไม่เจ็บ แต่รู้สึกดีที่คนนอนอยู่บนเตียงเป็นฉัน ไม่ใช่เธอ”

“ดีกับฉันให้น้อยลงได้ไหม”

“ไม่ได้...ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกเขมมิก ฉันเต็มใจเพราะฉันรักเธอ มันไม่มีวันน้อยลง มีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ”

เขมมิกปลื้มสุดๆ โผกอดเขาแน่น พิแสงชอบใจ แกล้งโอดว่าเจ็บแผล หญิงสาวผละออก

“ฉันขอโทษ...ทำไงดี ทำไงดี เรียกพยาบาล”

“จะเรียกมาให้ขัดจังหวะทำไมล่ะ ไม่รู้เรื่องเลย”

“หืม...ออกลายเก่าเลยนะพี่เสือ”

“กับเธอคนเดียว”

สองหนุ่มสาวมองตากันด้วยความรัก อบอุ่นในหัวใจเหลือเกินเมื่อค้นพบคนที่ใช่

ฟากแสงสุดาตกใจมากเมื่อทราบข่าวพิแสงโดนทำร้าย โทร.เรียกทุกคนในบ้าน เพื่อไปพัทลุงโดยเร็วที่สุด สร้อยเพชรกับสาวิกาขอตามไปด้วยเพราะเป็นห่วงนายหัวหนุ่มไม่ต่างกัน พิสิณีโทร.ตามสามี แจ้งข่าวร้ายเรื่องพี่ชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พิทยายิ้มสมใจ แกล้งปลอบให้ทำใจดีๆ บอกจะรีบกลับบ้านและไปเยี่ยมพิแสงด้วยกัน

เวลาเดียวกันในห้องพักโรงพยาบาล...ทุกคนที่ฟาร์มยกเว้นอนงค์กับวาศิณี ปรึกษาเคร่งเครียดเรื่อง

พิแสงโดนลอบทำร้าย เขมมิกนึกถึงคำพูดของคนร้าย ปักใจว่าอาจพุ่งเป้าที่พิแสง ทุกคนมองหน้ากันมึนๆ กังวลไม่น้อยถึงสวัสดิภาพของนายหัวหนุ่มในอนาคต

ooooooo

ครอบครัวพิแสงผลักประตูห้องพักโรงพยาบาลแล้วชะงัก เห็นเขมมิกดูแลพิแสงไม่ห่าง อดีตแอร์สาวยกมือไหว้นอบน้อม ทุกคนรับไว้เป็นมารยาท ยกเว้นพิศาแหวเสียงเขียวจนพิแสงชักโกรธ ส่วนพิทยากำมือแน่น แค้นแทนแฟนเก่า เขมมิกหน้าเสีย ยิ้มให้พิแสงและขอตัวไปรอข้างนอก นายหัวหนุ่มมองตามด้วยความเป็นห่วง

พิทยาแกล้งพูดถึงเขมมิกว่าเป็นผู้หญิงต้องระวัง พิแสงของขึ้นทันที สวนกลับเสียงห้วน

“นินทาผู้หญิงลับหลัง ผมคิดว่าไม่ใช่นิสัยที่ดีและไม่ยุติธรรมกับคนที่ถูกพูดถึง เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ได้แก้ต่าง”

“แต่คุณใหญ่ก็น่าจะฟังผมไว้บ้าง ในฐานะที่ผมเคยรู้จักเขมมิกมาก่อน ถ้าเขมมิกดีจริง ผมคงไม่ทิ้งเธอมา”

“และถ้ามันดีจริง มันคงไม่ไปรับจ๊อบทำลายชีวิตคู่ใคร” พิศาเสริมเหยียดๆ

“พี่ไม่สนใจอดีต ทุกคนเคยพลาด แล้วไง...ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญที่สุด”

พิศากับพิทยาพูดไม่ออก เช่นเดียวกับพิสุทธิ์ พิสิณีและแสงสุดา ไม่คาดคิดว่าพิแสงจะหลงเขมมิกขนาดนี้ แสงสุดาตัดบทให้พักผ่อนมากๆ พิสิณีแตะหลังมือสามีและชวนไปข้างนอก พิทยาแกล้งตีหน้าขรึม ขออยู่คนเดียวสักพัก พิแสงลอบมองตาม ไม่ไว้ใจน้องเขยเลยแม้แต่น้อย

ฝั่งเขมมิกเดินใจลอยรอบโรงพยาบาล เจอกับพิทยาโดยบังเอิญ เขาพยายามขอคุยแต่ถูกบอกปัดไม่ไยดี

“งั้นตอบมาให้ผมเข้าใจถูกต้องหน่อยสิ เรื่องคุณกับคุณพิแสง มันเป็นไปได้ยังไง”

“ในเมื่อเรื่องของคุณกับคุณพิสิณียังเป็นไปได้ แล้วทำไมเรื่องของฉันกับคุณพิแสงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันไม่ได้สวมเขาให้คุณเหมือนที่คุณทำกับฉันหรอกนะ ฉันทำเรื่องทุเรศๆแบบนั้นไม่เป็น”

“คุณลืมความรักของเราได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอเขมมิก”

“ค่ะ...ต้องขอบคุณในความเลวของคุณที่ทำให้ฉันหายจากอาการอกหักได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ”

พิทยาไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจะหมดใจ เขมมิกตอกกลับไม่ไว้หน้าว่าเห็นเขากับต่อลาภ

“ไม่ต้องอธิบาย แค่ฟังฉันเอาไว้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ฉันรัก คุณคิดจะทำอะไร ฉันไม่รู้ แต่ถ้าฉันรู้ว่าคุณทำร้ายคุณพิแสงหรือคนในครอบครัวเขา รู้ใช่ไหมว่าคนอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง”

พิทยาอ้าปากค้าง เขมมิกมองตาเขาอย่างไม่กลัว พิทยาชักหวาดเพราะรู้จักฤทธิ์ ไม่ไว้ใจเธอขึ้นมาทันที

เขมมิกปรับทุกข์กับเนตรนิภาเมื่อกลับถึงฟาร์ม เชื่อว่าเรื่องพิแสงโดนทำร้ายอาจเกี่ยวข้องบางอย่างกับความสัมพันธ์ของพิทยากับต่อลาภ เนตรนิภาเตือนให้ระวังตัว ถอนใจปลงๆ เหนื่อยใจแทนเพื่อนเหลือเกิน

“เจอเรื่องแก...มันทำให้ฉันไม่ไว้ใจใครเลยรู้ไหม เหนื่อยกับการต้องใส่หน้ากากเข้าหากันจริงๆ”

“ตราบใดที่คุยกันแล้วมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ความจริงใจคงต้องพับเก็บเอาไว้ก่อนแล้วหยิบหน้ากากมาใส่แทนจนกว่าจะบรรลุผลประโยชน์ เมื่อนั้นหน้ากากก็หมดความหมาย ตัวตนเป็นยังไงคงได้เห็นกันหมด”

เขมมิกฟังแล้วเซ็ง นึกถึงเรื่องตัวเอง เปรยกับเพื่อนรักเสียงเศร้า

“ตอนนี้ฉันก็ใส่หน้ากากแฟนแสนดีของคุณพิแสง ฉันจะรีบสืบเรื่องพีทกับยูเอฟ ฉันมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับคุณพิแสงในทางไม่ดี ฉันจะได้เตือนให้เขาระวังตัว”

“ต่อให้แกทำดียังไง เขาก็เกลียดแกอยู่ดี เป็นฉัน...

อยู่เฉยๆดีกว่า ไม่เหนื่อยไม่เสี่ยง”

“เขาจะเกลียดฉันก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากรู้สึกผิดน้อยลงบ้าง...แค่นั้นเอง”

เนตรนิภาสงสารเพื่อนมาก โอบปลอบให้กำลังใจ อยากช่วยแต่ยังมองไม่เห็นทาง

ooooooo

พิแสงหงุดหงิดเพราะคิดถึงเขมมิก หลอดกับเสริมมาเยี่ยมและรายงานเรื่องวาศิณีหายตัวจากฟาร์ม พิแสงตกใจ เป็นห่วงสองแม่ลูก...ยังไงก็เป็นคนในปกครอง ต้องดูแลให้ดีที่สุด

ฝ่ายอนงค์โวยวายไม่หยุด เป็นห่วงลูกสาวแทบบ้า ร่ำร้องให้พาไปแจ้งความคนหาย ร้องไห้และเป็นลมอีกรอบ ชมพู่กับปริญญ์วิ่งพล่าน ละลายยาหอมและปฐมพยาบาลตามมีตามเกิด แอบเคืองวาศิณีที่ทำให้บุพการีเป็นห่วง

ขณะที่ทุกคนร้อนใจ...วาศิณียังนัวเนียกับต่อลาภ บอกให้เขามาขอแต่งงาน ต่อลาภอ้อนให้ช่วยเรื่องสัญญา เพราะค่าจ้างคือเงินสินสอด วาศิณีหัวใจพองโตแต่เก็บอาการ แกล้งถามว่าไม่ได้หลอกใช้ใช่ไหม ต่อลาภอ้างว่าอยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์ วาศิณียอมเชื่อแต่ไม่วายขู่ถ้าเขาตุกติก ต่อลาภรับคำยิ้มๆ ในใจชักเสียว...กลัวฤทธิ์หญิงสาวไม่น้อย

ด้านเขมมิก...หาทางช่วยพิแสง โทร.หาธรรมศักดิ์ขอคำปรึกษา ไม่ทันกดก็ได้รับสายจากลุทซ์เสียก่อน

เวลาเดียวกัน...ครอบครัวพิแสงพักรีสอร์ตกนธี พิสุทธิ์คาใจเมียรักที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องพิแสง

แสงสุดาหน้าเสีย ยืนยันว่าสองคนนั่นเลิกกันแน่แต่ต้องใช้เวลา พิสุทธิ์เชื่อว่าเธอมีแผนบางอย่างแต่ปิดบังไว้ แกล้งแหย่เสียงเข้ม

“ถ้าถึงวันที่คุณต้องรักผู้หญิงที่ลูกเรารัก คุณจะยอมได้ไหม”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีทาง”

แสงสุดามองตามสามีลงนอนเซ็งๆ ข่มตาไม่หลับแทบทั้งคืนเพราะกลัวแผนร้ายเข้าตัว...

ฝั่งวาศิณีกลับถึงฟาร์มในสภาพหมดแรง แปลกใจที่เห็นปริญญ์ดูแลแม่เธอไม่ห่าง อนงค์ได้ยินเสียงลูกสาว ลุกพรวดไปเอาเรื่องด้วยความโมโห วาศิณีตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่าอยู่กับต่อลาภทั้งคืน ค่อนแคะว่าไม่รู้มีคนเป็นห่วง อนงค์อ้าปากค้าง เป็นลมล้มต่อหน้าต่อตา วาศิณีลืมโกรธ ผวาเข้าประคองด้วยความเป็นห่วง

พิแสงตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะทนคิดถึงเขมมิกไม่ไหว กนธีรู้ทันแกล้งแหย่ว่าจะโทร.ไปบอก พิแสงยิ้มเขินรีบห้าม บอกว่าอยากกลับไปเซอร์ไพรส์

ด้านเขมมิกกับเนตรนิภา...วางแผนออกจากฟาร์มไปหาลุทซ์ แสงสุดามาดักรอเพราะร้อนใจเรื่องพิแสง ขอคุยกับอดีตแอร์สาวตามลำพัง เนตรนิภาเลี่ยงไปอย่างรู้หน้าที่ สาวใหญ่ไม่รอช้า เปิดฉากประเด็นสำคัญ

“ฉันรู้ว่าตาใหญ่รักและหลงเธอมาก ฉันโอนเงินงวดสองให้แล้ว อย่าลืมข้อตกลง จบงานแล้วต้องเลิกยุ่งกับตาใหญ่อย่างเด็ดขาด ห้ามมีพันธะผูกพันใดๆ และขอเตือนว่าอย่าบังอาจคิดใช้ร่างกายแลกกับเดิมพันครั้งนี้”

“ดิฉันไม่เคยใช้ร่างกายแลกกับเดิมพันครั้งไหนๆ ทั้งนั้น”

“อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เพราะประวัติเธอมันไม่ใช่”

เขมมิกสะกดอารมณ์โกรธอย่างสุดความสามารถที่โดนสบประมาท...หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงเร็วที่สุด!

ฟากเนตรนิภายืนรอเขมมิกหน้าบ้าน เห็นรถพิแสงเข้ามาจอด ตั้งท่าไปเตือนแต่กนธีลงมารั้งไว้ อาสาไปส่งสนามบินเพราะรู้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ เนตรนิภาแอบโทร.หาเขมมิกแต่ไม่มีคนรับสาย กนธีสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ พยายามซักแต่หญิงสาวปิดปากแน่น เลี่ยงหนีไปอีกทาง กนธีก้าวตามติดๆ ส่วนพิแสงเข้าบ้านด้วยความคิดถึงเขมมิก ชมพู่รายงานสถานการณ์ระหว่างเขาอยู่โรงพยาบาล โดยเฉพาะเรื่องอนงค์กับวาศิณี นายหัวหนุ่มชะงัก ลังเลว่าควรไปเยี่ยมอนงค์ก่อนหรือไปหาเขมมิกตามหัวใจเรียกร้อง

ด้านแสงสุดา...ตัดสินใจถามตรงๆถึงความรู้สึก

เขมมิก จังหวะเดียวกัน...พิแสงผ่านมาได้ยิน หาที่หลบและเงี่ยหูฟัง เขมมิกถอนหายใจหนักหน่วง พูดเสียงเรียบว่าไม่เคยรักพิแสง แสงสุดาถามถึงเรื่องสมัยเรียนที่สวิตฯ เพราะทราบจากพิศาว่าเป็นต้นเหตุความสัมพันธ์ทั้งหมด เขมมิกหน้าซีด ตัดใจตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับดาราอาชีพ

“ฉันก็โกหก...ผู้ชายจะหัวใจพองโตและอ่อนไหว ถ้าได้ยินว่าผู้หญิงยังมีเขาในหัวใจไม่เคยลืมถึงห้าปี”

“ชื่นชมให้เธอในข้อนี้จริงๆ จำคำพูดของเธอวันนี้ให้ดีนะ เพราะถ้าเธอลืมและคิดว่าตัวเองแน่ ดื้อด้านจะเอาลูกชายคนเดียวของฉัน ฉันจะแฉเรื่องเธอรับงานฉันมาหลอกตาใหญ่ให้หลงรักเพื่อเงิน”

เขมมิกพูดไม่ออกที่ได้ยินคำประกาศิตของแสงสุดา อยากร้องไห้แต่กลั้นไว้สุดความสามารถ แสงสุดาผลุนผลันไปแล้ว ทิ้งเธอไว้กับความร้าวรานและความรู้สึกผิด หญิงสาวไม่รู้เลยว่าพิแสงได้ยินทุกอย่าง ถ้อยประโยคที่เจ็บปวดถูกตอกลึกลงไปในหัวใจที่บอบช้ำ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:45 น.