ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พิแสง...นายหัวรูปหล่อแห่งฟาร์มเพื่อนเกษตรกำลังโวยนายหลอดพนักงานประจำคอกเจ้าทีเด็ดหมูพ่อพันธุ์ตัวสำคัญอย่างหัวเสียฐานปล่อยให้คอกสกปรกหมักหมมกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

“ความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญ สอนไม่เคยจำ ถ้ายังทำงานชุ่ยๆแบบนี้ ฉันจะเอาขี้หมูละเลงหัวแกสักวัน”

พิแสงอบรมสั่งสอนไม่หยุดจนหลอดเหงื่อแตกพลั่ก โชคดีที่เสริมพนักงานอีกคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขัดจังหวะ รายงานว่าแม่หมูตัวใหม่จากเดนมาร์กล้ม พิแสงตกใจรีบวิ่งไปพร้อมลูกน้องทั้งสอง เห็นหมูนอนแอ้งแม้งหมดลมหายใจ หยิบผ้ามาคลุม แล้วสั่งหลอดกับเสริมรอปริญญ์สัตวแพทย์หนุ่มประจำฟาร์มเพื่อเก็บผลชันสูตร ส่วนตัวเองเดินกลับบ้านอย่างอ่อนแรง สองลูกน้องมองหน้ากันจ๋อยๆ เห็นใจนายหัวที่เสียหมูแม่พันธุ์ทั้งที่เพิ่งได้มา

พิแสงกลับเข้าบ้านพักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ยืนมองปุ๊กลุกหมูน้อยสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ความหงุดหงิดจากการเสียหมูแม่พันธุ์เลือนหายไป อุ้มหมูน้อยเล่นอย่างอารมณ์ดี เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่วาศิณีจะเปิดเข้ามาด้วยท่าทางขวยเขิน นายหัวหนุ่มแปลกใจ ตั้งท่าจะถามแล้วชะงัก เห็นกนธีเพื่อนรักแทรกตัวเข้ามาเจรจาขอค้างคืนด้วย

“ขอบคุณคุณน้ำหวานที่พามา เสร็จธุระของเลขาฯสาวสวยผู้ช่วยนายหัวพิแสงแล้วก็ได้เวลาผู้ชายๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ...ไม่ต้องกวนนะ”

กนธีรวบรัดตัดความแล้วปิดประตูดังปัง ทิ้งวาศิณียืนงง ทบทวนคำพูดสุดท้ายของเขา...เวลาผู้ชายๆ หรือว่านายหัวกับเพื่อนจะเป็น...เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีวันยอม!

ooooooo

วันเวลาเดียวกันที่ผับชื่อดังในกรุงเทพฯ บรรยากาศ คึกคักเต็มไปด้วยนักท่องราตรีชายหญิง บรรดาโคโยตี้สาวโชว์ลีลายั่วยวนบนเคาน์เตอร์พิเศษ เขมมิกสาวสวยพราวเสน่ห์ในชุดแนบเนื้อสุดเซ็กซี่เต้นอย่างเมามันที่มุมหนึ่งกับเนตรนิภาเพื่อนสาวคนสนิทโดยไม่สนว่าใครจะมองยังไง...

เขมมิกโยกย้ายส่ายสะโพกจนเป็นเป้าสายตาหนุ่มๆ ทั้งผับ เนตรนิภาชักไม่สนุก มองเพื่อนรักทึ่งๆที่ทุ่มเทขนาดนี้ เขมมิกเต้นพลางกวาดตามองรอบๆแล้วเหยียดยิ้มเห็นพิศาสาวไฮโซควงเพทายแฟนหนุ่มและสาวิกาเพื่อนซี้ จึงชี้ชวนให้เนตรนิภาดู ก่อนที่ตัวเองจะกระดกน้ำส้มทีเดียวหมดแก้วแล้วแกล้งทำท่าเมา

“เคลิ้มได้ไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ ทีนี้ก็พร้อมออกตัวแบบเบาๆ”

เขมมิกออกลวดลายมากกว่าเดิม ค่อยๆเคลื่อนตัวหากลุ่มคนทั้งสาม เนตรนิภากลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนตามไปสังเกตการณ์ นึกในใจอย่างปลงๆ...หนุ่มไหนก็รอดจากเสน่ห์ของเพื่อนรักยาก!

เขมมิกจงใจเต้นยั่วและโปรยเสน่ห์จนเพทายนั่งไม่ติด ร้อนรุ่มเพราะไฟราคะ พิศาเห็นอาการแฟนหนุ่มจึงทักด้วยความเป็นห่วง เพทายสะดุ้ง ร้อนตัวกลัวถูกจับได้ว่ากำลังเหล่หญิงอื่น พร่ำบอกรักแสนหวานเบี่ยงเบนความสนใจ ทันใดนั้นเขมมิกตัดสินใจเต้นบนโต๊ะด้วยลีลาราวกับโคโยตี้มืออาชีพ ทุกคนครางฮือ โดยเฉพาะเพทายจ้องตาไม่กะพริบ หญิงสาวฉวยโอกาสใช้ผ้าคล้องคอเพทายดึงเข้าหาตัว ส่งตาหวานจนชายหนุ่มสะท้าน

“ขอโทษครับ ผมมากับแฟน...ดุด้วย”

“อุ๊ย...มีแฟนแล้ว เสียดายจัง งั้นเอาไว้แฟนเผลอแล้วเจอกันนะคะ”

เขมมิกยิ้มเย้ายวน จูบแก้มชายหนุ่มแล้วผละจากไป พิศาเต้นเร่าๆด้วยแรงหึง กระชากแฟนหนุ่มที่ตาลอยเคลิ้มอย่างโกรธจัด มองตามสาวสวยดาวยั่วด้วยความแค้น

อีกครู่ต่อมา เขมมิกกับเนตรนิภาก้าวออกจากผับพร้อมเสียงหัวเราะร่วนสะใจ เม้าท์เรื่องเพทายหลงเสน่ห์เขมมิก เนตรนิภาโห่แซวแล้วแกล้งแขวะว่าไม่เห็นมีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม เขมมิกยิ้มเย็น พูดอย่างลำพองว่าไม่มีทางนับหนึ่งถึงสามแล้วมองไปที่ประตู

เพทายเปิดประตูทันทีที่เขมมิกนับจบ มองซ้ายขวาเพราะกลัวแฟนสาวตามมา สองสาวมองหน้ากันยิ้มๆ เนตรนิภาเป็นฝ่ายปลีกออกไป เขมมิกทำเป็นไม่เห็นเพทายแล้วแกล้งเดินชน ทำท่าอ่อนเปลี้ยเพลียแรงยั่วให้ชายหนุ่มก้มตัวไปรับ จงใจจ้องตาและขยับเข้าใกล้จนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง

เขมมิกแกล้งเดินกะเผลก เพทายถือโอกาสประคองไม่ยอมปล่อย หญิงสาวแอบเบ้หน้าให้เนตรนิภาที่ตามมาด้วยแล้วแสร้งทำท่าแอ๊บแบ๊ว แต่สายตามองชายหนุ่มราวกับจะกลืนกิน

“ปล่อยได้แล้วค่ะ เดี๋ยวแฟนดุมากของคุณจะไม่พอใจถ้ามาเห็น”

“เขาไม่รู้หรอก ตอนนี้กำลังสนุกกับเพื่อนข้างใน”

“อย่าบอกนะคะว่าแฟนเผลอแล้วออกมาเจอดาว”

“คุณดาว...ชื่อเพราะดีนะครับ เข้ากับหน้าตา เจิดจรัสเหมือนดาวที่ส่องสว่าง”

เขมมิกได้ยินแล้วทำท่าเขินจัด แต่ในใจเดือดปุดๆ ด้วยความรังเกียจ...เบื่อนักไอ้พวกผู้ชายหัวงู!

ooooooo

ส่วนที่บ้านพิแสง...สองหนุ่มนอนดูดาวอย่างเพลิดเพลิน พิแสงถามถึงรีสอร์ตที่เพื่อนเป็นเจ้าของ กนธีบอกว่าให้ลูกน้องดูแล แซวนายหัวหนุ่มที่บ้างานไม่ลืมหูลืมตา มองไม่เห็นว่าใครพร้อมจะยืนเคียงข้าง พิแสงรู้ทันว่าเพื่อนตั้งใจหลอกด่าแต่ไม่ถือสา กนธีส่ายหน้าเอือมๆแล้วถามเสียงอ่อน

“แกเคยสนุกสนานกับชีวิตติดจะเป็นเพลย์บอย แล้วเกิดอะไรวะ กลับจากนอกก็กลายเป็นฤาษีปลีกวิเวกแบบนี้”

พิแสงรู้ว่าเพื่อนจะพูดอะไร ตัดบทและรีบเปลี่ยนเรื่อง กนธีเปรยว่าสงสารวาศิณีที่หลงรักเจ้านายหนุ่มมานาน พิแสงถอนหายใจ บอกว่าดูออกแต่ไม่สนใจสานสัมพันธ์ ทันใดนั้นมีเสียงโหวกเหวกจากหน้าบ้าน เสริมกับหลอดวิ่งหน้าตื่นเป็นรอบที่สองของวัน แย่งกันพูดว่าเจ้าทีเด็ดหมูพ่อพันธุ์หายตัวไป พิแสงสบถอย่างหัวเสีย คว้าเสื้อคลุมผลุนผลันออกจากบ้าน ตามด้วยสองลูกน้องและกนธี ช่วยกันตามหาหมูจ้าละหวั่น...

ด้านเขมมิกที่หน้าผับ มองเพทายอย่างเอียงอายที่ฉวยโอกาสสานสัมพันธ์และกุมมือเธอไม่ปล่อย แกล้งตัดพ้อว่าทำเหมือนเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย เพทายมองด้วยแววตาเจ้าชู้ พูดเกี้ยวเสียงหวานหยด

“อายแล้วผมจะได้เบอร์มือถือคุณเหรอ บอกหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากคุยกับคุณ”

“เอาเบอร์หกไปก่อนไหม...ไอ้แฟนชั่ว!”

พิศาแหวอย่างเหลืออดหลังตามหาแฟนหนุ่มทั่วผับ เงื้อรองเท้าส้นสูงสุดแขนแล้วฟาดเปรี้ยงใส่เพทายจนล้มกองกับพื้น อุทานเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด พิศาไม่สนใจ อาละวาดตบหญิงสาวมือที่สามหน้าหัน เขมมิกจ้องกลับอย่างโกรธจัดแล้วผลุนผลันจากไป เนตรนิภาวิ่งตามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง พิศาถลันตาม เพทายเห็นผู้คนมุงดูและยิ้มเยาะก็สุดอาย ตั้งท่าตามแฟนสาว สาวิการีบคุมตัวไว้แล้วบอกให้รอพิศากลับมาชำระความ!

พิศาไล่กวดสองสาวเจ้าปัญหา ตะโกนไล่หลังจะเอาเรื่อง เขมมิกหันกลับมาเผชิญหน้าและตบคืนอย่างเหลืออด พิศากรีดร้องไม่ยอม ต่อว่าเสียๆหายๆจนเขมมิก ทนไม่ไหว แหวกลับเสียงเขียว

“หยุดพล่ามเสียทีเถอะยายคุณหนูเอาแต่ใจ คนที่ เธอควรจะเหวี่ยงคือแฟนตัวดีของเธอ ไม่ใช่พวกฉัน ฉันแค่ทำงานและถือว่าประสบความสำเร็จด้วย เพราะฉะนั้น...จ่ายมาหมื่นห้า ค่าจ้างทดสอบความมั่นคงของแฟนเธอ”

สาวิกาคุมตัวเพทายตามมาได้ยิน ชายหนุ่มตัวชาหน้าซีด เขมมิกยักไหล่ไม่แคร์ อธิบายเสียงห้วน

“ใช่...แฟนคุณจ้างฉันมาอ่อยคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าระหว่าง คุณกับเขาจะรักกันมากแค่ไหน...และผลก็อย่างที่เห็น”

เขมมิกกับเนตรนิภาโล่งอกที่ไม่ต้องเก็บอาการอีก ร่วมด้วยช่วยกันค่อนแคะท่าทางชีกอของชายหนุ่มอย่างเมามันจนพิศาแทบกระอักด้วยความอับอายและพาลไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง เขมมิกเดือดจัด ถลันไปต่อยหน้าพิศาเต็มแรงแล้วผละจากไป เนตรนิภาผงะ มองหน้าทุกคนเลิ่กลักก่อนตัดสินใจวิ่งตามเพื่อนรัก

เขมมิกเดินไปขึ้นรถอย่างโกรธจัด โมโหพิศาจนเลือดขึ้นหน้าที่บังอาจเบี้ยวค่าจ้าง เนตรนิภาตามมาเห็นท่าทางเพื่อนแล้วแหยง พูดเตือนสติเสียงอ่อย

“จะดีเหรอเขม นั่นลูกสาวคนสุดท้องเจ้าของบริษัทเรานะ”

“แคร์ที่ไหน ต่อให้เป็นเทวดาฉันก็ไม่สน ฉันไม่ชอบคนผิดคำพูด”

เขมมิกประกาศกร้าว เนตรนิภากลัวเพื่อนโดนไล่ออกแต่เขมมิกไม่หวั่น ย้อนอย่างไม่สะทกสะท้านว่าจะฟ้องกรมแรงงานเพราะไม่ผิดในหน้าที่ เนตรนิภาถอนใจหนักหน่วง เป็นห่วงความเลือดร้อนของเพื่อน

ฟากพิศากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เต้นเร่าๆด้วยความแค้นใจที่โดนต่อยประจานต่อหน้าคนทั้งผับ อาฆาต

เสียงเขียวว่าเกลียดเขมมิกและต้องเอาคืนให้ได้ เพทายส่ายหน้าเอือมๆแล้วพูดเสียงเครียด

“ผมก็เกลียดคุณ...พิศา คุณร้ายกว่าที่ผมคิด แถมตอนนี้ยังดูน่าเกลียด ไม่ใช่สิ...ดูไม่ได้ต่างหาก”

“นี่...ตัวเองเป็นคนผิด ไม่ต้องมาโบ้ย”

“ถึงจะไม่มีเรื่องคืนนี้เกิดขึ้น ผมก็ตั้งใจบอกเลิกคุณอยู่แล้ว ผมเบื่อที่คุณตามคุมแจ ไม่มีที่ว่างให้ผมหายใจ”

“โอ๊ย...อย่าหวังค่ะ ให้ว่างก็ตอนเข้าไปทำธุระหนักในห้องน้ำเท่านั้น” สาวิกาพาซื่อรับมุก

“ชอบสั่งเหมือนผมไม่มีสมอง ผมเป็นแฟนไม่ใช่ทาส ผมขอเลิกกับผู้หญิงที่สวยแต่ไม่อร่อยอย่างคุณ”

จบคำก็ผลุนผลันจากไป พิศาช็อก แค้นเขมมิกหนักกว่าเดิม...แกทำให้เพทายบอกเลิกฉัน ฉันไม่ปล่อยแกแน่!

ooooooo

หลังจากช่วยกันตามหาเจ้าทีเด็ดหมูพ่อพันธุ์จนอ่อนใจก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ พิแสงยืนมองคอกว่างเปล่าด้วยความหงุดหงิด ปริญญ์สัตวแพทย์ประจำฟาร์มมองท่าทีหัวเสียของพิแสงอย่างอ่อนใจ ปรึกษาเรื่องทีเด็ดว่ากำลังน้อยใจที่นายหัวหนุ่มหมางเมินเพราะได้ปุ๊กลุกมาแทน พิแสงเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจว่าหมูอิจฉากันได้ ปริญญ์พยักหน้าและอธิบายเสียงอ่อน

“หมูก็มีหัวใจนะครับ คนมาทีหลังมักได้รับความสนใจมากกว่าคนมาก่อน เพราะฉะนั้น...ถ้าคุณไม่ทำให้ทีเด็ดเห็นว่าคุณไม่ได้ลืมหรือรักมันน้อยลง ปัญหาที่ทีเด็ดหนีจากคอกบ่อยๆเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจะไม่เกิด”

พิแสงพูดไม่ออก ปริญญ์มองนายหัวหนุ่มยิ้มๆ แนะนำวิธีง้อหมูพ่อพันธุ์ตัวสำคัญ...คนงานในฟาร์มร่วมแรงออกตามหาทีเด็ดเกือบค่อนคืน ในที่สุดทีเด็ดก็กลับคอก พิแสงไปหาพร้อมปริญญ์ สูดหายใจลึกแล้วเริ่มง้อ

“คุณทีเด็ดครับ...ผมขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับคุณ”

ทีเด็ดเดินหนีและทำเสียงคร่อกใส่ พิแสงโกรธ เปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขังพูดเสียงแข็ง

“ใครอยากง้อก็ตามใจ ผมคนหนึ่งล่ะไม่ง้อ...ถ้ายังหนีออกไปข้างนอกอีก ฉันจะจับแกลงหม้อต้มยำจริงๆ!”

พิแสงฮึดฮัดกลับบ้าน ปริญญ์กับกลุ่มคนงานมองตามปลงๆ...ของขึ้นง่ายจริงนายหัวหนุ่ม

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เขมมิกชวนเนตรนิภาไปเยี่ยมขนิษฐาที่บ้านเช่า เปี่ยมพงษ์เปิดประตูต้อนรับ มองหญิงสาว ด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย เขมมิกมองอย่างเอาเรื่อง ผลักอกพ่อเลี้ยงและตะโกนเรียกขนิษฐาลั่นบ้าน

“แม่...เขมมาหา เมื่อไหร่จะล้างบ้านเนี่ย เห็บหมัดมาเกาะอยู่ไม่รู้สึกบ้างหรือไง”

เขมมิกเข้าไปในบ้านแล้ว เปี่ยมพงษ์สะอึก เนตรนิภามองด้วยความเวทนาแต่ไม่สงสาร เตือนให้อยู่ห่างรังสีอำมหิตของเขมมิกเพราะอาจมีเรื่อง เปี่ยมพงษ์ไม่ยี่หระ เดินเข้าบ้านอย่างสบายอารมณ์...เรื่องอะไรจะทิ้งอู่ข้าวอู่น้ำ

เขมมิกเจอขนิษฐานั่งหันหลังรีดผ้า ควักเงินเดือนให้และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เอาไว้เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟและกินอยู่ของแม่... ไม่ใช่คนอื่น”

“วางไว้บนโต๊ะแหละ แล้วรีบกลับไปซะ ไม่ทำงานเหรอ”

เขมมิกสังเกตว่าแม่มีท่าทางแปลกๆ แถมเตารีดก็ไม่ได้เสียบปลั๊ก เดินไปจับบ่าให้หันหน้ามา ขนิษฐาเบี่ยงตัวหลบ ลูกสาวไม่ยอม ออกแรงกระชากแล้วผงะ เห็นรอยฟกช้ำที่เบ้าตาแม่เพราะถูกซ้อม น้ำตาซึมด้วยความสงสาร รู้ในทันทีว่าเป็นฝีมือพ่อเลี้ยง หยิบมีดเล่มโตในครัวถลาไปเอาเรื่อง ขนิษฐากับเนตรนิภามองหน้ากันเครียดๆ กระโจนตามเพราะกลัวเขมมิกก่อเรื่องใหญ่

เปี่ยมพงษ์ดูโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์ในห้องนั่งเล่น ตะลึงแทบตกเก้าอี้ เห็นเขมมิกถือมีดย่างสามขุมมาหา ถามถึงสาเหตุที่ซ้อมแม่เธอ เปี่ยมพงษ์หน้าซีดมือสั่น ละล่ำละลักปฏิเสธ ขนิษฐาตามมาห้ามไม่ให้ว่าเขา แต่เขมมิกไม่ยอม แหวพ่อเลี้ยงเสียงเขียว

“ฉันจะว่า...เผื่อมันจะสำนึกบุญคุณแม่ที่เป็นเมียไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย นึกจะทารุณยังไงก็ได้ ทั้งที่หาให้มันกินใช้จนเแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วทำอะไร”

“ลุงรักแม่หนูนะ ที่ลุงทำเพราะว่าแม่หนูดื้อเองต่างหาก”

“เพราะแกมันโรคจิต ชอบข่มผู้หญิงให้อยู่ใต้เท้าแกเองต่างหาก...ไอ้แมงดา!”

เปี่ยมพงษ์ฉุนขาดเมื่อได้ยินคำสุดท้าย แววตาหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นวาววับ โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน พาลไปถึงขนิษฐาแล้วผละจากไปอย่างหัวเสีย เขมมิกตะโกนด่าไล่หลัง ขนิษฐามองตามตาละห้อยแล้วขรึมลง หันไปตบหน้าลูกสาวคนเดียวเต็มแรง เขมมิกถึงกับอึ้งน้ำตาคลอ เอามือกุมแก้ม ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“แม่...เขมเป็นลูกแม่นะ ไอ้นั่นมันคนอื่น มันซ้อมแม่กี่ครั้งแล้ว แม่ให้เขมอดทน ยกโทษให้มันอยู่ได้...เพื่ออะไร”

“เพื่อให้มีใครสักคนอยู่กับแม่ ไม่ทิ้งไปเหมือนพ่อ...แล้วก็แกไง”

เขมมิกพูดไม่ออก ปล่อยมีดในมือแล้วเดินหนี ขนิษฐาร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ เนตรนิภาทำตัวไม่ถูก เป็นห่วงเขมมิกแต่สงสารขนิษฐา ตัดสินใจวิ่งไปตามเพื่อนรัก เจอเธอนั่งซึมที่ศาลาริมคลอง สะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหล เนตรนิภาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ปลอบด้วยความเห็นใจ

“แกไม่ต้องปิดฉันหรอก สำหรับแก...ยิ่งกว่าน้ำตาของความอ่อนแอฉันก็เห็นมาแล้ว ร้องออกมาเหอะ”

เขมมิกน้ำตาร่วง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความเก็บกด เนตรนิภานั่งให้เพื่อนพิงหลังร้องไห้จนสาแก่ใจ ไม่เคยเบื่อความขี้แยของเธอ เพราะเข้าใจเพื่อนไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ เขมมิกตื้นตันใจ แต่พอนึกถึงความเลวของพ่อเลี้ยงก็มีน้ำโหขึ้นมาอีก พาลบ่นไปถึงชะตากรรมที่ตกต่ำของตัวเอง

“จู่ๆพ่อก็ทิ้งแม่ไปมีเมียน้อย ฉันถูกเรียกตัวกลับจากเมืองนอกทั้งที่กำลังจะเรียนจบเพราะพ่อไม่ส่งเสียต่อ แล้วพ่อก็ตาย หนี้ของพ่อกับนังเมียน้อยกลายเป็นของแม่ฉัน เพราะเป็นภรรยาที่จดทะเบียนของพ่อ”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเองได้หรอกแก ทุกอย่างมีเหตุและปัจจัย”

ด้านขนิษฐา...เครียดเรื่องเขมมิกกับเปี่ยมพงษ์ ค้นหาเหล้าในตู้กับข้าวมาดื่มราวกับน้ำเปล่าจนเมาแอ๋ คว้าเอกสารทวงหนี้ไปหาเขมมิกที่หน้าบ้าน ยื่นให้และสั่งเสียงห้วน

“ถ้าแกยังเป็นลูกฉันก็เอาไปจัดการ แล้วถ้าแกยังคิดร้ายกับผัวฉันก็ไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้อีก ฉันไม่ต้อนรับ”

เขมมิกอึ้งไปอึดใจ ดึงเอกสารจากมือแม่แล้วลากข้อมือเนตรนิภาจากไป ขนิษฐายืนส่ายเพราะความเมา สติเลือนรางบอกว่ายังรู้สึกผิด มองมือที่ตบลูกสาวด้วยแววตาเศร้าหมอง ฉับพลันรู้สึกปวดร้าวที่หลังใบหูสาวใหญ่ยกมือลูบเบาๆตามสัญชาตญาณ สังหรณ์ใจบางอย่างแต่พยายามปัดทิ้ง

เขมมิกเก็บเรื่องหนี้ของแม่ไปคิดมากจนนอนไม่หลับ ยืนครุ่นคิดที่ระเบียงคอนโดฯด้วยความหนักใจ ลำพังค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูแม่แต่ละเดือนทำให้แทบไม่มีเงินเก็บ แล้วเงินเป็นล้านจะหาจากไหน หรือต้องเพิ่มค่าจ้างรายได้เสริมเสียที...

เวลาเดียวกันที่บ้านพักพิแสงในฟาร์มเพื่อนเกษตร... ชายหนุ่มนอนดูดาวที่ระเบียงห้อง ลูบหัวปุ๊กลุกลูกหมูตัวโปรดด้วยความเอ็นดู ใจหวนคิดถึงใครบางคนในอดีตอย่างช่วยไม่ได้...

ooooooo

ณ คฤหาสน์แสงสุดาในกรุงเทพฯ เช้าวันนี้เจ้าของบ้านสาวใหญ่ในชุดหรูหราอลังการถือกระเป๋าราคาแพงย่างก้าวลงบันไดด้วยมาดนางพญา พิสุทธิ์สามีสุดซื่อยืนรอรับในชุดสูทเต็มยศสมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสายการบิน เขาทำหน้าเมื่อยที่โดนเมียอบรมแต่เช้าและขอตามไปทำงานด้วย

“ครอบครัวจะเป็นครอบครัวไม่ได้ ถ้าผัวไปทางเมียไปทาง”

“แต่ผัวไปทำงาน เมียไม่ต้องไปทางเดียวกับผัวก็ได้”

“ได้ยังไง...คุณตัดสินใจอะไรไม่เคยเด็ดขาด จนพนักงานสายการบินมันจะขึ้นมาขี่คออยู่แล้ว...รู้ตัวหรือเปล่า”

“คุณก็อย่าขี่คอผมให้เป็นตัวอย่างกับพวกนั้นสิ”

แสงสุดาฉุนกึก ตอกกลับจนพิสุทธิ์หน้าจ๋อย

สองสามีภรรยาตั้งท่าออกจากบ้านแล้วชะงัก ได้ยินพิศาลูกสาวคนเล็กวิ่งมาในสภาพดวงตาบวมเป่งเหมือนคนผ่านการร้องไห้ทั้งคืน คร่ำครวญเสียใจที่เพทายแฟนหนุ่มบอกเลิก จ้องหน้าพ่อเขม็งแล้วฟ้องว่าเป็นฝีมือเขมมิกพนักงานดีเด่นประจำสายการบิน แสงสุดากับพิสุทธิ์พูดไม่ออก โอบปลอบลูกสาวด้วยความสงสาร พิศายิ้มเป็นต่อ ถือโอกาสใส่สีตีไข่เรื่องเขมมิกและอาชีพเสริมสุดพิลึกพิลั่น

“มันเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินเรา แต่รับจ๊อบทดสอบรักแท้แฟนชาวบ้าน อ่อยและทำทุกวิธีให้หลงเสน่ห์มัน”

“มีจ๊อบแบบนี้ในโลกด้วยเหรอ”

“ตราบใดที่ยังมีผู้ชายเจ้าชู้อยู่ในโลก จ๊อบแบบนี้มันก็มีค่ะ”

แสงสุดาตอบหน้าตาย พิสุทธิ์หน้าเจื่อน พิศาไม่ยอม เสียเวลา ใส่ไฟเขมมิกอย่างเมามันว่าอยากจับเพทายที่รวยและเจ้าเสน่ห์ ยื่นคำขาดให้พ่อไล่ออก พิสุทธิ์ลำบากใจ บ่ายเบี่ยงเพราะไม่ใช่ความผิดเรื่องงาน แสงสุดามองพ่อลูกเจรจาวกไปวนมาด้วยความขัดใจ ตัดบทและบอกลูกสาวคนเล็กว่าจะจัดการทีหลัง

เวลาเดียวกันบนเครื่องบินของสายการบินพีบูติก แอร์ไลน์...เขมมิกทำงานคล่องแคล่ว เนตรนิภาช่วยเตรียมอาหารข้างๆ โล่งใจที่เพื่อนเข้มแข็งเหมือนเดิม เห็นสจ๊วตหนุ่มใจสาวเดินมากระซิบเขมมิก ยื่นกระดาษแผ่นเล็กและยิ้มให้อย่างรู้กัน นึกรู้ว่าเพื่อนมีงานพิเศษอีกแล้ว ตั้งท่าจะเตือนแต่ต้องอ้าปากค้าง แอร์สาวคนหนึ่งเดินน้ำตาร่วงบ่นกระปอดกระแปดเรื่องแฟนเก่า เขมมิกมอง ปลงๆและปลอบไม่ให้คิดมาก ปลีกตัวมาเสิร์ฟอาหารแล้วถอยกรูดกลับแทบไม่ทัน ถามเนตรนิภาเสียงเครียดว่ารู้ล่วงหน้าไหมว่าไฟลท์นี้มีแขกพิเศษ!

ooooooo

แขกพิเศษของเขมมิกได้แก่พิทยาอดีตกัปตันและพิสิณีลูกสาวคนโตเจ้าของสายการบิน ทั้งสองกำลังจะแต่งงานวันรุ่งขึ้น แต่มีธุระพิเศษทำให้ต้องเดินทางไกล บรรดาแอร์โฮสเตสและสจ๊วตที่รู้จักมักคุ้นกัปตันหนุ่มพากันรุมล้อม ทักทายและแสดงความยินดีล่วงหน้า พิทยายิ้มพอใจ เปรยเสียงอ่อนอย่างถ่อมตัว

“ผมไม่ได้เป็นกัปตันแล้ว อย่าเรียกผมแบบนี้เลย เรียกพีทเฉยๆก็พอ”

“คุณพีทกำลังจะเป็นลูกเขยท่านประธาน ต่อไปต้องนั่งเก้าอี้ผู้บริหาร ไม่ใช่เก้าอี้กัปตันกดปุ่มบังคับเครื่องบิน”

“แต่ผมยังคิดถึงพวกคุณเหมือนเดิมนะ คิดถึงสมัยที่ยังบินด้วยกัน”

พิทยาเหลือบมองด้านในตัวเครื่องอย่างมีความหมาย พิสิณีรู้ทันว่าเขามองหาใครแต่ไม่แสดงออก ฝืนยิ้มและชวนกลับที่นั่ง บรรดาแอร์สาวกับสจ๊วตมองตามท่าทางอ่อนโยนของกัปตันหนุ่มต่อแฟนสาวด้วยแววตาร้อนผ่าว ซุบซิบเสียงขรมด้วยความอิจฉา เนตรนิภาเดินมาปรามแล้วปรายตาไปทางเขมมิกที่ยืนตาขวาง ตอบคำถามเพื่อนร่วมงานที่สงสัยว่าเพื่อนรักเป็นบ้าอะไร

“แกคิดว่ามันจะเป็นอะไรได้ล่ะ ถูกกัปตันพีททิ้งไปแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทน่ะ”

กลุ่มเพื่อนมองเขมมิกอย่างลุแก่โทษ เขมมิกยักไหล่ไม่แคร์และตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดินเฉียดไปเห็นสองหนุ่มสาวคู่กรณีนั่งกุมมือกัน มองตามด้วยแววตาปวดร้าว นึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งพิทยาเป็นคนรักเธอ กัปตันหนุ่มมักหาโอกาสแสดงความหวานเสมอๆ และในที่สุดก็ขอแต่งงานในวันเกิดเธอ เขมมิกจำวันนั้นได้ดี เธอมองออกถึงบรรยากาศแปลกๆและจับเซอร์ไพรส์ได้ พิทยาถึงกับเปรยเสียงอ่อย

“ผมไม่เคยเซอร์ไพรส์คนอย่างคุณได้เลยจริงๆ”

จบคำเขาก็คุกเข่าสวมแหวนให้เธอ เขมมิกกล้ำกลืนน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความเจ็บปวด พึมพำเสียงหยัน

“ใครบอกว่าคุณไม่เคยเซอร์ไพรส์ฉัน คุณทำได้... และทำได้ดีซะด้วย”

เขมมิกปาดน้ำตาและคิดถึงวันสุดท้ายที่เจอกัน กัปตันหนุ่มนัดเธอที่สวนริมน้ำและบอกเลิกอย่างเลือดเย็น

“เราเลิกกันเถอะ ผมขอโทษ...ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้แล้ว ผมรักผู้หญิงอีกคน ผมพยายามตัดใจแต่ทำไม่ได้”

“แต่ตัดฉันออกไป...ทำได้ใช่ไหม”

เขมมิกย้อนเสียงกร้าวแล้วถอดแหวนลงพื้น พิทยาจะเก็บแต่เธอถลันไปกระทืบซ้ำ ตะโกนใส่หน้าอย่างโกรธจัด

“ตัดฉันได้ง่ายๆ ฉันก็ตัดคุณได้ไม่ยากเหมือนกัน ขอให้คุณโชคดี”

เขมมิกน้ำตาซึมเพราะเคืองไม่หาย เนตรนิภาผ่านมาเห็นจึงถามด้วยความเป็นห่วง เขมมิกแกล้งทำเข้มแข็ง เดินไปห้องผู้โดยสารแล้วหยุดตรงหน้าผู้โดยสารชายท่านหนึ่ง ตะโกนใส่หน้าอย่างเก็บกดว่าเกลียดผู้ชาย พิแสงมองแอร์สาวด้วยความงุนงงระคนหัวเสีย ต่างจากเขมมิกที่ตกตะลึงเมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ!

ooooooo

เขมมิกจ้องผู้โดยสารหนุ่มอย่างพินิจ ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเพราะรู้สึกคุ้นหน้ามาก พิแสงเข้าใจว่าแอร์สาวจะจีบ ค่อนแคะเสียงห้วนจนเขมมิกสะอึก พิแสงเพ่งมองป้ายชื่อที่หน้าอกแต่มองไม่เห็น เอื้อมมือไปจับเลยโดนต่อยเปรี้ยงที่เบ้าตาจังเบ่อเร้อ กนธีที่นั่งกับพิแสง เพื่อนแอร์และสจ๊อตคนอื่นตกใจ ถลามาแยกสองหนุ่มสาวออกจากกัน

เรื่องเขมมิกต่อยหน้าผู้โดยสารกลายเป็นประเด็นใหญ่ แอร์สาวถูกเรียกตัวไปห้องผู้จัดการทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ ผู้จัดการถามถึงผู้โดยสารคู่กรณี เขมมิกทำหน้าเฉยเมย ย้อนด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

“ขอโทษค่ะ หนูไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร รู้อย่างเดียว เขามองหน้าอกหนู แถมยังดูถูกว่าของหนูเล็ก”

ผู้จัดการถอนใจเบาๆ บอกว่าผู้โดยสารคนนั้นคือพิแสงลูกชายคนโตเจ้าของสายการบิน เขมมิกเบิกตาโพลงเปลี่ยนท่าทีเป็นสงบเสงี่ยม ทำตาปรอยเรียกร้องความสงสาร

“หนูรู้ว่าทำผิดจรรยาบรรณ แต่ในฐานะมนุษย์และผู้หญิงตัวเล็กๆ หนูถูกย่ำยีศักดิ์ศรีนะคะพี่ ใครจะทนไหว”

“คุณพิแสงบอกว่าไม่ได้มองหน้าอกแก เขาจะดูป้ายชื่อ”

เขมมิกเสียหน้าแต่ยังเชิด ยอมให้หักเงินเดือนปีหน้าเพื่อชดใช้ความผิด ผู้จัดการยังนิ่ง เขมมิกชักใจไม่ดี กลัวโดนไล่ออก โวยวายจนผู้จัดการแหวอย่างเหลืออด

“เลิกฟูมฟายได้ไหม ฉันไม่ได้ไล่แกออก แต่ถ้าคนอื่นรู้ล่ะก็ไม่แน่”

“ใครจะมีอำนาจไล่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินออกได้ถ้าไม่ใช่พี่”

ทันใดนั้น...แสงสุดาเดินฉับๆเข้ามา จ้องเขมมิกด้วยสายตาแข็งกร้าว บอกว่าตนก็มีสิทธิ์ ผู้จัดการรีบแนะนำว่าเป็นภรรยาเจ้าของสายการบินและมารดาของพิแสง เขมมิกสะดุ้ง โน้มตัวไหว้อย่างนอบน้อม พึมพำแผ่วเบาด้วยความสงสัยว่าเรื่องเธอไปถึงหูภรรยาเจ้าของกิจการได้ยังไง แสงสุดาได้ยิน หันมาบอกว่าไม่มีอะไรที่เธอไม่รู้!

ด้านพิแสง...นั่งพักในสนามบิน เอาผ้าประคบเบ้าตาที่โดนแอร์สาวเจ้าอารมณ์ต่อยบนเครื่อง พูดจากระแนะกระแหนด้วยความหมั่นไส้ ส่วนกนธีจำหน้าแอร์สาวได้ ออกโรงปกป้องเต็มที่

“ยายนั่นของแกคือคุณเขมมิก...นางฟ้าที่สวยที่สุดเท่าที่เคยพบมา และเป็นอนาคตแม่ของลูกฉันด้วย”

“ทำงานไม่ได้เรื่อง ไม่หัดควบคุมตัวเอง สายการบินไม่น่าปล่อยคนแบบนี้ทำให้องค์กรเสียชื่อเสียง”

กนธีส่ายหน้าน้อยๆอย่างเอือมระอา บ่นเพื่อนที่ทำท่าเหมือนอนาจาร พิแสงบอกว่าตั้งใจดูป้ายชื่อที่หน้าอกแต่หญิงสาวโวยวายเอง กนธีทำท่าไม่เชื่อเพราะรู้จักนิสัยเสือผู้หญิงของเพื่อนดี พิแสงตัดบทและชวนกลับบ้าน กนธีตามอย่างเสียไม่ได้แล้วยิ้มตาพราว เห็นรูปเขมมิกบนป้ายโฆษณาสายการบิน ทันใดนั้น...เนตรนิภาผ่านมาเห็นสองหนุ่มจึงเข้าไปทัก ขอโทษแทนเพื่อนแต่พิแสงไม่ยอมรับ บอกว่ารอคำนั้นจากเขมมิกมากกว่าแล้วผลุนผลันจากไป เนตรนิภามองตามหน้าเจื่อน เห็นกนธีก็จำได้ว่าเคยเจอที่ฮัมบูร์กสมัยเรียนเมืองนอก ชวนไปดื่มกาแฟเพื่อฟื้นความทรงจำ

เวลาเดียวกันที่ห้องผู้จัดการ...เขมมิกอึดอัดสายตาจับผิดของแสงสุดา ฉุนกึกกับคำพูดดูถูกเหยียดหยาม

“เนี่ยเหรอพนักงานดีเด่นสายการบิน แต่ต่อยเบ้าตาผู้โดยสารซึ่งเป็นลูกชายคนโตเจ้าของบริษัท”

“พอดีไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจตอนต่อยค่ะ เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ถ้ารู้จะกราบเท้าแทนค่ะ”

เขมมิกประชดอย่างเหลืออด ผู้จัดการส่งสายตาปราม แสงสุดาไม่หวั่น แหย่เรื่องพิทยากับเพทายจนเขมมิกหมดความอดทน ท้าให้ไล่ออกแต่อย่ากดดันด้วยเรื่องส่วนตัว ผู้จัดการเห็นท่าไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ยและชมความสามารถของแอร์สาว แสงสุดาไม่สน ค่อนแคะอาชีพเสริมสุดพิลึกจนเขมมิกของขึ้น ถามเสียงห้วน

“ตกลง...จะไล่ฉันออกด้วยเหตุผลข้อไหนคะ...หรือถูกทุกข้อ”

เขมมิกท้าทาย แสงสุดาเหยียดยิ้มแต่ไม่ยอมพูดอะไร ผู้จัดการสาวเหงื่อแตกพลั่ก...จะรอดไหมเขมมิก!

ooooooo

เขมมิกเดินยิ้มร่าออกจากห้องผู้จัดการ ดีใจสุดๆ ที่พ้นโทษไล่ออกอย่างหวุดหวิด ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าลับหลังร่างเธอ ผู้จัดการโดนแสงสุดาคาดโทษ หากแอร์สาวทำผิดจะโดนไล่ออกและหมดอนาคตกับสายอาชีพแอร์โฮสเตส ผู้จัดการหน้าเสีย มองตามแสงสุดาด้วยสายตาแหยงๆ...ศึกหนักแน่เขมมิก

ฟากพิแสงโทร.ตามกนธีอย่างหัวเสียที่หายตัวไป เดินชนแอร์สาวคู่กรณีอย่างจังที่มุมหนึ่งในสนามบิน เขมมิกเล่นงานเขาทันทีที่ฟ้องแสงสุดาแล้วตั้งท่าลากกระเป๋าหนี พิแสงเข้าขวาง ต่อว่าที่เธอไม่ให้ความเคารพ ทั้งในฐานะผู้โดยสารและลูกชายคนโตเจ้าของบริษัท เขมมิกตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“เท้าเหยียบบนดินแบบนี้ ฉันกับนายมีฐานะเท่าเทียมกัน แต่ความขี้ฟ้องทำให้นายไม่น่าเคารพ”

เขมมิกเดินเลี่ยงแต่พิแสงไม่หลบ แอร์สาวแกล้งเป็นลมจนเขาตกใจ ถลาพยุงตามสัญชาตญาณ เขมมิกได้กลิ่นตัวชายหนุ่ม รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแต่พยายามไม่สนใจ ถือโอกาสทีเผลอดึงขนจมูกและกระแทกไหล่เขาออกไป พิแสงจะตามแล้วชะงัก เห็นแสงสุดาเดินหน้ามุ่ยมาทางนี้ ยิ้มให้แม่แหยงๆเพราะเคยมีเรื่องเคืองกันมาก่อน...

ขณะเดียวกันที่ร้านกาแฟในสนามบิน...เนตรนิภาพยายาม ฟื้นความทรงจำแต่กนธีจำไม่ได้แม้แต่น้อย ค่อนแคะหญิงสาวว่าหาเรื่องจีบ เนตรนิภาเสียใจหน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นโกรธจัด

“แต่คุณทำเหมือนจำได้ คุณมาเสียเวลาดื่มกาแฟกับฉัน แล้วก็มองหน้าฉัน”

“ก็จะดูไงว่าผู้หญิงอย่างเธอจะแถได้ถึงไหน อีก อย่าง...หิวกาแฟพอดี มีอะไรไหม”

เนตรนิภาโมโหเลือดขึ้นหน้า สาดกาแฟตามด้วยน้ำส้มใส่กนธีแล้วประกาศกร้าว

“ต่อจากนี้ฉันจะเป็นนางมารร้าย ไอ้ผู้ชายหลอกลวง ไม่มีความรับผิดชอบ รู้ไหมว่าฉันต้องแบกความรู้สึกคิดถึงนายมานานกี่ปีจนเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ไม่ยอมรับรักใครเพราะรอนาย”

กนธีสะดุ้ง ยังนึกไม่ออกว่าหญิงสาวคือใคร เนตรนิภาฮึดฮัดเดินจากไปไม่เหลียวหลัง

เวลาเดียวกันอีกมุมของสนามบิน...เขมมิกลากกระเป๋าตามหาเนตรนิภา เห็นพิทยาประคองกอดพิสิณีผ่านมาจึงหาทางเลี่ยง อดีตกัปตันเห็นหลังเธอไวๆ แกล้งบอกพิสิณีจะไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบตามแอร์สาว เขมมิกมีท่าทางอึดอัด ต่างจากพิทยาที่มองมาด้วยสายตามีความหมาย สารภาพตรงๆว่ายังคิดถึง เขมมิกสวนกลับทันที

“พูดได้หน้าไม่อาย ทั้งที่พรุ่งนี้คุณจะเข้าพิธีแต่งงานกับคุณพิสิณีเนี่ยนะ”

“แต่ผมยังไม่ลืมคุณจริงๆ ยิ่งคุณหลบหน้าเท่าไหร่ ผมยิ่งคิดถึงคุณ เราจะคุยดีๆเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เหรอ”

เขมมิกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย พิทยาหน้าเสีย พิสิณีตามหาแฟนหนุ่มเพราะหายไปนาน ผ่านมาได้ยินแล้วสะอึก หามุมลับตายืนฟังด้วยใจจดจ่อ เขมมิกจ้องหน้าแฟนเก่าและตอกกลับอย่างเหลืออด

“หยุดพูดแต่ความรู้สึกและความต้องการของตัวเองสักที ฟังของฉันบ้าง...ถ้าคุณยังไม่เลิกหาเรื่องแบบนี้ ความฝันที่จะได้ไต่เต้าเป็นลูกเขยเจ้าของสายการบินพังยับแน่!”

พิทยาใจไม่ดีเพราะรู้จักความบ้าของเธอ จะถามแต่เขมมิกลากกระเป๋าไปแล้ว หันกลับแล้วสะดุ้งสุดตัว เห็นพิสิณียืนมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตีหน้าระรื่นไปโอบกอด พิสิณีเจ็บลึกเพราะได้ยินทุกอย่าง ฝืนยิ้มและชวนกลับบ้าน

ฝ่ายเขมมิก...แยกจากพิทยามาเจอเนตรนิภาที่หงุดหงิดเรื่องกนธีไม่ต่างกัน บ่นเรื่องผู้ชายเส็งเคร็งแล้วชวนไปดื่มแก้เซ็ง...วันนี้ไม่ใช่วันของพวกเราจริงๆ!

ooooooo

พิแสงนั่งในรถหรูของแสงสุดาออกจากสนามบิน นั่งมองนอกหน้าต่างตลอดเวลาด้วยความเบื่อหน่าย ต่างจากกนธีที่ตื่นเต้นราวกับบ้านนอกเข้ากรุง ชวนคนโน้น คนนี้คุยแต่ไม่มีใครสนใจ แสงสุดาเปิดฉากชวนพิแสงกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ นายหัวหนุ่มปฏิเสธ บอกให้แม่ยกหน้าที่ให้พิสุทธิ์ พิสิณี และพิศา

“คุณแม่ครับ เราเคยคุยกันรู้เรื่องแล้วนะครับว่าผมจะดูแลฟาร์มเพื่อนเกษตรของคุณปู่ตามสัญญา”

“หรือที่ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเพราะกำลังติดใจยายน้ำหวาน”

พิแสงงงแม่ที่เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน อธิบายว่าวาศิณีหรือน้ำหวานคือเลขาของเขา แสงสุดาย้อนกลับเสียงหยัน

“แต่คงอยากใช้เต้าไต่มาเป็นเมียนายหัวให้ได้เหมือนแม่มัน”

“ก็ไม่แน่นะครับ ยิ่งคุณแม่ตั้งแง่รังเกียจน้ำหวานมากเท่าไหร่ ผมอาจยิ่งสงสารและขอเธอแต่งงานก็ได้”

พิแสงเห็นแม่พูดไม่รู้เรื่องเลยตั้งใจประชด บอกคนขับจอดข้างทางและชวนกนธีลงจากรถ แสงสุดาหน้าตึงตัวชา ไม่ยอมห้ามหรือรั้งไว้ บอกคนขับเสียงเข้มให้ออกรถทันที

เวลาเดียวกันที่สำนักงานใหญ่สายการบินพีบูติกแอร์ไลน์...ธรรมศักดิ์ทนายประจำครอบครัวพิสุทธิ์เพิ่งวางสายจากแสงสุดาที่โทร.สั่งให้สืบประวัติใครบางคน พิสุทธิ์มั่นใจว่าภรรยาต้องการสืบอย่างลับๆแต่เขาไม่ถือสา ชื่นชมธรรมศักดิ์ด้วยใจจริงที่เก็บความลับลูกความได้ดีจนเขาวางใจให้สืบหาลูกชายของประมาณหุ้นส่วนคนสำคัญที่ตรอมใจตายเพราะธุรกิจสายการบินล้มละลายก่อนที่เขาจะซื้อกิจการและรวมเป็นพีบูติกแอร์ไลน์

“รีบตามหาให้เจอ ผมไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไม่อย่างนั้น...ผมคงนอนตาไม่หลับ”

ธรรมศักดิ์รับคำเป็นมั่นเหมาะและขอตัวออกไป พิสุทธิ์ถอนใจหนักหน่วง...อยากหาตัวลูกชายหุ้นส่วนให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...อนงค์แม่บ้านประจำฟาร์มเดินนำวาศิณีลูกสาวเข้าบ้านพิแสงอย่างถือสิทธิ์ บ่นกระปอดกระแปดที่ลูกสาวพาซื่อจนไม่รู้ว่านายหัวหนุ่มกลับจากกรุงเทพฯวันไหน แถมไม่ได้รับเชิญไปร่วมงานแต่งของพิสิณีอีกต่างหาก เหน็บลูกเสียงเขียวที่ไม่ได้ดั่งใจ

“แกควรจะได้ออกสังคมเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะอนาคตนายแม่ของที่นี่ ไม่ใช่หมกอยู่แต่ในคอกหมู”

ชมพู่สาวใช้ในบ้านพิแสงถืออุปกรณ์ทำความสะอาดผ่านมา แขวะสองแม่ลูกด้วยความหมั่นไส้ที่มักใหญ่ใฝ่สูง อนงค์กับวาศิณีสวนกลับอย่างไม่ยอมและรุมทำร้ายจนสาวใช้ล้มกองกับพื้น ปริญญ์แวะมาพอดี ประคองชมพู่แต่สายตามองตามวาศิณีตลอด อนงค์มองออกลากข้อมือลูกสาวออกไปและตัดสินใจเก็บกระเป๋าตามพิแสงไปกรุงเทพฯ วาศิณีหน้าตื่น ได้ยินแม่บอกให้เตรียมตัวไปงานแต่งของพิสิณี กลัวรังสี อำมหิตของแสงสุดาและท่าทีเย็นชาของพิแสงที่เธอไม่เคยดูออก อนงค์จ้องหน้าลูกสาวแล้วสั่งสอนเสียงเครียด

“อยากได้ลูกเสือ แกต้องเข้าถ้ำเสือ อย่าบอกนะว่าแกไม่อยากเป็นนายแม่ที่นี่...แต่อยากเป็นแค่เมียหมอหมู”

“ใครจะอยากเป็นแค่เมียหมอหมู แต่หนูไม่มั่นใจว่านายหัวจะชอบหนูไหม ยิ่งคุณนายแสงสุดายิ่งแล้วใหญ่”

“กลัวอะไรมีแม่ทั้งคน แม่พลาดมาแล้ว ครั้งนี้ต้องไม่พลาด แกต้องได้เป็นเมียนายหัว ใครก็ขวางเราไม่ได้!”

ooooooo

เขมมิกอยากไถ่โทษกับแม่ที่ครั้งก่อนแสดงกิริยาไม่ดีก่อนจาก ตัดสินใจชวนเนตรนิภาไปหาขนิษฐาและชวนไปทำบุญที่วัด ขนิษฐาอิดออดว่าเพลียไม่อยากมา เขมมิกไม่สน กล่อมเสียงระรื่น

“หนูไม่อยากได้บุญคนเดียว อยากให้แม่ไปด้วย เผื่อเจ้ากรรมนายเวรจะได้อโหสิ แล้วไปผุดไปเกิดเสียที”

“แกว่าเปี่ยมพงษ์อีกแล้วใช่ไหม”

“มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของแม่ มันถึงได้ขี่คอเกาะติดแม่ไม่ยอมไปไหน เขมยอมทุกอย่างเพื่อปลดปล่อยแม่”

ขนิษฐาอารมณ์เสียที่ลูกสาวตั้งแง่กับเปี่ยมพงษ์ เนตรนิภาเห็นท่าไม่ดี พยายามปรามจนเขมมิกผ่อนท่าที

“ก็ได้...เขมขอโทษ ไปทำบุญกันนะ ยกระดับจิตใจไม่ให้ขุ่นมัว สิ่งเลวร้ายชั่วๆจะได้หมดไปจากชีวิต”

จบคำเขมมิกเดินนำลิ่ว ทิ้งขนิษฐามองหน้ากับเนตรนิภาปลงๆ...ชินแล้วกับท่าทางเย็นชาของลูกสาว

เวลานั้นในโบสถ์วัดเดียวกัน...พิแสงชวนกนธีมาไหว้พระประธานเพื่อสงบสติอารมณ์ หงุดหงิดแสงสุดาที่เอาแต่ใจจนน่าหนักใจ กนธีเข้าใจเพื่อน ปลอบไม่ให้คิดมากและแกล้งแหย่ให้มีเมีย พิแสงอึ้งไปอึดใจเพราะคิดถึงใครบางคน กนธีรู้ทัน บ่นเพื่อนที่ยึดติดกับอดีตจนคิดปิดกั้นตัวเอง พิแสงไม่สนใจ นั่งจมกับความคิดของตัวเอง

หลังทำสังฆทาน...เขมมิกชวนแม่ไปค้างที่คอนโดฯ ขนิษฐาปฏิเสธ อ้างว่าเป็นห่วงบ้านแต่เขมมิกคิดว่าแม่รักเปี่ยมพงษ์จนตาบอด แกล้งเหน็บแต่ขนิษฐาไม่ถือสา เปรยว่ามีครอบครัวแล้วจะเข้าใจ เขมมิกโต้กลับไม่ลดละ

“เขมไม่เข้าใจ เขมดูแลแม่ได้ไม่ลำบาก ทำไมแม่ต้องไปอยู่กับมัน ทั้งที่มันปฏิบัติต่อแม่เยี่ยงทาสไม่ใช่เมีย”

“แม่บอกเขมแล้วว่าทำไม จะว่าแม่โง่ก็ได้ แม่ยอม... ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ได้รักแม่เท่าที่แม่รักเขา”

ขนิษฐาเดินไปแล้ว เขมมิกกระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ ขอร้องแกมบังคับให้เนตรนิภาไปส่งแม่แทน ส่วนตนขออยู่เงียบๆสักพักแล้วกลับไปรอที่คอนโดฯ เนตรนิภารับคำและวิ่งตามขนิษฐา ขอโทษแทนเพื่อนที่พูดจาไม่ดี ขนิษฐายิ้มบางๆ บอกว่าไม่อยากให้เขมมิกไปบ้านเพราะกลัวเครียด เนตรนิภาพยักหน้าเข้าใจและขอตัวไปเอารถ ขนิษฐามองตามแล้วพึมพำกับพระประธานในโบสถ์แผ่วเบา

“หวังว่าลูกคงทำถูกแล้วนะคะ เปี่ยมพงษ์มันไม่ยอมปล่อยลูกไปง่ายๆแน่ ลูกไม่อยากให้เขมต้องลำบากเพราะการตัดสินใจผิดพลาดของลูก ขอลูกชดใช้มันคนเดียวจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม”

ที่หน้าโบสถ์...พิแสงออกมาพร้อมกนธี เหลือบเห็นเขมมิกสวนเข้าไปแล้วจำได้ ตัดสินใจตามดู ได้ยินหญิงสาวพูดกับพระประธานด้วยท่าทางเหนื่อยใจ

“เป็นเพราะอาชีพเสริมของลูกใช่ไหมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ ผลกรรมใดขอให้ตกกับลูกเพียงผู้เดียว อย่าส่งผลกับแม่ของลูกเลยนะคะ แล้วลูกจะถือศีลกินมังสวิรัติ”

พิแสงกลั้นหัวเราะแต่เขมมิกได้ยิน หันขวับแล้วเบิกตาโต กราบลาพระประธานก่อนลากเขาไปเคลียร์ข้างนอก พิแสงถามยิ้มๆถึงเรื่องอาชีพเสริม นึกว่าหญิงสาวขายตัวเป็นรายได้พิเศษ เขมมิกเลือดขึ้นหน้าที่โดนหยามแต่พยายามข่มใจแล้วสะบัดหน้าจากไป พิแสงมองตามขำๆ...น่ารักดีเหมือนกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:04 น.