นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่นานนัก คณะของเดนิสมาถึงที่ดินที่เดนิสหมายตาไว้ เจนจิราเห็นวิวสวยๆของที่นี่แล้ว รีบยุให้เดนิสซื้อ เดนิสแกล้งหันไปถามพอลว่าคิดอย่างไร เจนจิราเหน็บเดนิสทันที จะซื้อที่ทั้งทีทำไมต้องถามลูกน้องด้วย

    “พอลไม่ใช่ลูกน้อง แต่เหมือนน้องมากกว่า...ฉันรักและไว้ใจพอลมากที่สุด”

    “ตายจริง ขอโทษนะคะพอล เจนไม่รู้ว่าเสี่ยไว้ใจคุณขนาดนั้น”

    พอลขอบคุณเดนิสที่ให้เกียรติไว้ใจเขา ส่วนเรื่องที่ดินผืนนี้ เขาคงให้คำแนะนำอะไรเดนิสไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ เจียงเชียร์ให้เจ้านายซื้อ จะเก็บไว้เก็งกำไรหรือสร้างรีสอร์ตก็ได้ ที่นี่บรรยากาศดีกว่ารีสอร์ตที่เราไปพักเสียอีก เจนจิราเห็นด้วยกับเจียง เดนิสจะปรึกษาปรกเดือนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ เจนจิราหน้าหงิกทันที

    “พอล...นายว่าเดือนจะชอบไหม” เดนิสจ้องหน้าพอลเขม็ง

    “ผมคงให้คำตอบเสี่ยไม่ได้หรอกครับ เพราะผมไม่ใช่คุณปรกเดือน”

    “แต่นายก็สนิทกับเธอมากนี่” เดนิสว่าแล้วเบือนหน้าไปมองทิวทัศน์สวยเบื้องหน้า เจนจิราคอยจับสังเกตอากัปกิริยาของทั้งคู่อยู่ตลอด รู้สึกแปลกๆชอบกล...

    ศรีตรังนึกถึงคำพูดของเตชิตที่เตือนให้ระวังพวกเดนิสจะใช้รีสอร์ตของเธอเป็นที่ค้ายาเสพติดแล้วเกิดฮึดขึ้นมาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นเด็ดขาด คิดได้อย่างนั้นจึงมาคอยซุ่มดูแถวบ้านพักพวกเดนิส

    สักพัก เห็นพอลขับรถเข้ามาจอด ศรีตรังรีบคว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดู เดนิสไล่พอลกับเจียงจะไปไหนก็ไป ถ้าต้องการเมื่อไหร่เขาจะโทร.ตามเองแล้วโอบเอวเจนจิราเข้าบ้าน พอลเห็นเงาใครบางคนแวบไปทางหลังต้นไม้ทำทีเดินไปที่บ้านพักตัวเองหลังถัดไป ส่วนเจียงเอารถไปเยี่ยมป้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

    ศรีตรังสะกดรอยตามพอลไปห่างๆ แต่เขารู้ตัวเสียก่อน แผนการเลยพังไม่เป็นท่า แถมโดนเขาหาว่าเป็นไอ้โรคจิตคอยส่องกล้องแอบดูชาวบ้าน ศรีตรังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปหาเตชิตที่บ้านพัก เตชิตเห็นเพื่อนตาขวางๆ เหมือนหมาบ้า แกล้งถอยออกมายืนห่างๆศรีตรังโวยลั่น

    “อย่าบ้าน่า...คุณหนูเผือกเสียงหวานของแกอยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า ฉันจะวานให้เธอไปสืบดูในบ้านพักคุณชายเผือกหน่อย” สิ้นเสียงศรีตรัง เสียงหวานปรากฏตัวขึ้น บอกว่าไปไม่ได้ นอกจากเตชิตจะเข้าไปด้วย เตชิตถ่ายทอดคำพูดนี้ให้ศรีตรังฟังอีกทอดหนึ่ง

    “งั้นแกก็เข้าไปกับเขา” ศรีตรังเสียงเข้ม เสียงหวานตกลงจะเข้าไปสืบให้ โดยจะเอาตัวบังเตชิตอย่างที่เขาเคยบอกให้เธอลองทำตอนที่ลอบเข้าไปในบ้านของศักดิ์สิทธิ์ ศรีตรังร้อนใจตกลงจะเอาอย่างไรกัน

    “เสียงหวานบอกว่าตกลง แต่ฉันไม่ตกลง”

    “เฮ้ย...ไอ้เต...วิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของแกไปไหนหมดวะ”

    “อ๋อ...ออกจากร่างไปตั้งแต่รู้แน่ว่า ผู้กำกับเสนาร่วมมือกับไอ้เจ้าพ่อยาเสพติดแล้ว มิน่า ถึงได้สั่งให้ปล่อยไอ้เจียงไป ทั้งๆที่กว่าจะจับได้ ฉันต้องวางแผนแทบตาย นี่ดูเหมือนมันจะมากับไอ้เดนิส...ไอ้พอลด้วย ยังคิดอยู่เลยว่าฉันจะไปลาออก”

    ทั้งคนทั้งผีประสานเสียงพร้อมกันว่าไม่ได้ ศรีตรังขอให้เตชิตคิดดูให้ดีเสียก่อน เตชิตคิดดีแล้ว คิดมาตั้งแต่ตีสี่โน่น แล้วทรุดตัวลงนั่งเกาหัวตัวเองอย่างเซ็งๆ ศรีตรังกลุ้มแทนเพื่อนยกมือสองข้างเกาหัวตัวเองบ้าง แล้วเข้ามานั่งใกล้ๆ ขอร้องให้ฟังเธอพูดก่อน เขาต้องกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจดีๆและของตัวเองกลับคืนมา เสียงหวานพยักหน้าเห็นด้วย เตชิตหมั่นไส้ที่ทั้งคนทั้งผีเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ศรีตรังดีใจที่เสียงหวานเห็นด้วยกับเธอ

    “ไอ้เต...แกต้องคิดให้ดีเพราะแกไม่ใช่แค่กู้ศักดิ์ศรีของตำรวจดีๆและตัวแกเองเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เยาวชนของชาติรอดพ้นจากภัยร้ายแรงของมันด้วย นี่มันเรื่องระดับชาติเลยนะเว้ย”

    สองคนกับหนึ่งผีมัวแต่ถกปัญหากัน  ไม่ทันสังเกตเห็นพอลซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้หน้าบ้าน กำลังสงสัยทำไมศรีตรังหายเข้าไปในนั้นนานนัก ขณะพอลขยับจะกลับ ต้องชะงัก ขบกรามแน่นเมื่อเห็นเตชิตและศรีตรังเดินหัวยุ่งโอบคอกันออกมา พอลหึงคิดว่าสองคนนั่นหายไปเล่นปูไต่กัน ศรีตรังตรงไปขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วโบกมือให้เตชิตพลางตะโกนว่าคืนนี้เจอกัน เตชิตโบกตอบอย่างอารมณ์ดีแล้วกลับเข้าบ้าน

    “ทั้งกลางวันกลางคืนเลยเรอะ” พอลเข่นเขี้ยวมองตามศรีตรัง

    ooooooo

    ที่บ้านพักเดนิส เจนจิราโรคจิตไม่เลิก เห็นเดนิสหลับสนิทอยู่บนเตียง ค่อยๆคว้ามือถือย่องออกไปโทร.แหย่ปรกเดือนว่า  ตอนนี้เธอเพิ่งเสร็จกิจกับสามีของปรกเดือน และทำให้เขาหลับไปอย่างมีความสุข ปรกเดือนหมดความอดทนด่ากลับว่าหน้าด้าน แล้วกระแทกหูโทรศัพท์โครม เจนจิรายิ้มมีความสุขที่ทำให้ปรกเดือนเจ็บช้ำน้ำใจ

    ปรกเดือนพยายามกะพริบตาถี่ๆเพื่อให้น้ำตาไหลย้อนกลับ พอตั้งสติได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาพอล

    “เสี่ยกับแม่ดารานั่นกำลังมีความสุขกันมากใช่ไหมคะ”

    “ถ้าถามผม...ผมก็ว่าปกติ เสี่ยน่ะค่อนข้างเฉื่อยๆ

    ด้วยซ้ำ...เจนจิราคงจะแกล้งโทร.มาใส่ไข่ให้คุณหึง”

    “เดือนไม่ได้หึง แต่โกรธมาก...เดือนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะขอหย่าและคุณก็ไม่ต้องมาห้ามเสียให้ยาก”

    พอลไม่คิดจะห้าม ถ้าปรกเดือนทนไม่ไหวจริงๆก็สุดแล้วแต่เธอ ปรกเดือนขอบคุณที่เขาไม่ทำให้เธอต้องลังเล แล้วถามว่าเที่ยวสนุกไหม พอลมาอำนวยความสะดวกให้เดนิสไม่ได้มาเที่ยว จังหวะนั้นมีสายเรียกซ้อนจากเดนิสตามพอลให้ไปหา ปรกเดือนกับพอลจึงยุติการพูดคุยกันเพียงเท่านั้น

    ครู่ต่อมา พอลมาถึงหน้าบ้านพัก เห็นเดนิสยืนรออยู่กับเจนจิราก่อนแล้ว เดนิสอยากรู้ว่าแถวนี้มีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง พอลไม่รู้เหมือนกัน ทุกครั้งที่มาปากช่องก็แค่มาไหว้พระเท่านั้นคงต้องถามคนในรีสอร์ต แล้วอาสาจะไปถามให้ เจนจิราขี้เกียจหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ขออนุญาตเดนิสไปกับพอล เดนิสไม่ขัด ถ้าไม่กลัวเมื่อยก็เชิญ

    พอลขยับให้เจนจิราเดินก่อน แล้วตัวเองถึงเดินตาม พอพ้นหน้าบ้านพัก เจนจิราขอร้องให้พอลช่วยเดินไปพร้อมกันได้ไหม เธอไม่ชอบที่ต้องคอยหันหลังคุยกับเขา พอลขยับขึ้นมาเดินข้างๆเธอ พอถึงทางแยกไปบ้านพักเตชิต พอลจ้ำพรวดๆไปกดกริ่งหน้าประตูบ้าน โดยมีเจนจิราเดินตามมาถามว่า รู้จักคนในบ้านนี้ด้วยหรือ พอลยังไม่ทันจะตอบ เตชิตเปิดประตูออกมาเสียก่อน พอลรีบทักทาย ทำเหมือนไม่รู้จักกัน

    “สวัสดีครับ...ขอยืมมอเตอร์ไซค์คุณหน่อยได้ไหม...เดี๋ยวเอามาคืน”

    “รอเดี๋ยว ผมจะไปเอากุญแจมาให้” เตชิตว่าแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน เสียงหวานรอท่าอยู่ รีบบอก

    เตชิตด้วยนํ้าเสียงตื่นเต้นว่ารู้จักผู้หญิงคนนั้น แล้วขอร้องเตชิตช่วยไปถามเจนจิราทีว่าจำเธอได้หรือเปล่า

    “จะให้ผมไปบอกเธอว่าคุณชื่ออะไรล่ะ” เตชิตเหน็บ เสียงหวานหน้าจ๋อย แล้วนึกขึ้นได้

    “...รูปไง...เอารูปวาดฉันไปให้เธอดู”

    “อยู่ดีๆคุณจะให้ผมสุ่มสี่สุ่มห้าไปถามเรอะ”

    เสียงหวานบ่นอุบ ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วยื่นหน้าออกไปมองทางหน้าต่าง ก่อนจะหันมาบอกเตชิต ว่า ผู้ชายคนนั้นเธอก็คุ้นหน้า เตชิตขี้เกียจฟัง คว้ากุญแจรถออกไปให้พอล แล้วกลับมานั่งหลับตาครุ่นคิดว่าจะเอารูปเสียงหวานไปให้เจนจิราดูอย่างไรดีให้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ เสียงหวานแนะให้ทำแบบหลอนๆหน่อย

    “ได้อย่างนั้นก็ดี...คุณพอจะทำได้หรือเปล่า”

    เสียงหวานไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นเพื่อนผีของเธอรับรองทำได้แน่ๆ เตชิตถึงกับผวา...

    พอลขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีเจนจิราซ้อนท้ายเข้ามาจอดหน้าบ้านศรีตรัง ป้าจุรีซึ่งมีผ้าปิดตาข้างซ้ายออกมาเห็นพอดี เผลอร้องทักพอลว่าคุณชายเผือก พอนึกขึ้นได้รีบขอโทษ เจนจิราหัวเราะคิกคักชอบใจ

    “ผมจะมาขอคำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว” พอลเสียงเข้มพอๆกับสีหน้า

    “อ๋อ...มีเยอะไปหมดเลยค่ะ แต่ป้าต้องไปถามคุณหนูเจ้านายป้าก่อนนะคะ” ป้าจุรีว่าแล้วขยับจะเข้าบ้าน เจนจิราอดสงสัยไม่ได้ ตะโกนถามตามหลัง ทำไมป้าต้องปิดตาซ้ายด้วย ป้าจุรีหันกลับมาอธิบายว่าตาซ้ายของเธอมีซิกเซ้นต์ เปิดเมื่อไหร่เห็นผีเมื่อนั้น แถวนี้ผีเดินกันให้ว่อนเสียด้วย เจนจิราหน้าตาเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที

    ป้าจุรีหายเข้าไปข้างในสักพัก กลับออกมาพร้อมกับนำคำพูดของศรีตรังมาถ่ายทอดให้พอลฟังว่า

    “ที่ปากช่องนี่ไม่ได้สวยแค่ปาก แต่สวยตลอด

    ทุกระยะไปยันท้ายช่อง เชิญเลือกเที่ยวโดยสะดวกได้ทุกช่อง”

    พอลขบกรามแน่น ในขณะที่เจนจิราถึงกับเอามือทาบอก อุทานว่าอุ๊ยตายแล้ว...

    เจนจิราอดรนทนไม่ไหวต้องขยายเรื่องนี้ให้เดนิสฟัง และตั้งข้อสังเกตว่าพอลกับหญิงสาวเจ้าของรีสอร์ตต้องรู้จักกัน และก็เคยเป็นคู่แค้นกันมาก่อนแน่ๆ เดนิสถึงบางอ้อทันที ทำไมพอลถึงได้ชอบมาที่ปากช่องบ่อยๆ

    “แต่เจนไม่ชอบขี้หน้าแม่นั่น เรื่องมาก...เว่อร์”

    “เธอคงไม่ได้หึงไอ้พอลมันนะ” เดนิสเหลือบมองเจนจิรานิดหนึ่งอย่างระแวง เจนจิราสะดุ้ง ก่อนจะออดอ้อนว่า เธอมีเขาอยู่ทั้งคน ไม่มีตาไปมองใครที่ไหนอีก...

    ด้านพอลโทร.หาศรีตรังกะจะต่อว่าให้หนำใจ แต่กลับโดนเธอพูดยั่วจนต้องวางสายด้วยความหงุดหงิด

    ooooooo

    นับวันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใกล้สติแตก กลัวผีเกษรินจนไม่เป็นอันทำอะไร พอฟ้ามืดรีบโทร.ขอร้องให้อ้อยใจมาอยู่เป็นเพื่อน ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ อ้อยใจพยายามพูดเตือนสติ แต่ก็ไร้ประโยชน์ เธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ขืนปล่อยศักดิ์สิทธิ์ไว้อย่างนี้อันตรายมาก...

    ทางฝ่ายศักดิ์สิทธิ์ตื๊ออ้อยใจไม่สำเร็จ เลยต้องขอเข้าไปอยู่ในห้องกับพ่อ พงษ์ศักดิ์สงสารลูก ชวนนอนที่นี่ด้วยกันเผื่อผีมาเขาจะได้ช่วยเจรจาให้ ศักดิ์สิทธิ์ดีใจขอกลับห้องไปเอาผ้าห่มกับหมอนก่อน เดินยังไม่ทันจะพ้นประตูห้อง รีบผลุบเข้ามาใหม่ ขอร้องให้พ่อช่วยไปเป็นเพื่อนเขาหน่อย พงษ์ศักดิ์ถอนใจ หนักใจ...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านพักเตชิต หลังจากวางแผนกับเสียงหวานเรียบร้อย เตชิตนำรูปของเสียงหวานมาวางบนโต๊ะ เสียงหวานยืนชะโงกมองจากหน้าต่าง เห็นเพื่อนผีของเธอมารออยู่หน้าบ้านแล้ว จัดแจงหันมาถามเตชิตว่าจะให้เพื่อนผีของเธอเข้ามาข้างในหรือเขาจะออกไปหาเธอข้างนอก เตชิตส่ายหน้า

    “ไม่เอาทั้งสองอย่าง คุณไปบอกกับเธอเลยว่าลงมือได้ทันที”

    เสียงหวานอ้าปากจะถามบางอย่าง แต่เตชิตชิงสั่งให้เลิกถามได้แล้ว และให้ลงมือตามที่วางแผนกันไว้...

    เกษรินหรือเพื่อนผีของเสียงหวานไม่รอช้า หายวับไปปรากฏตัวให้เจนจิราเห็นโดยแกล้งยืนหันหลังให้เจนจิราชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เห็นเดนิสมัวแต่ยุ่งกับการคุยโทรศัพท์ เลยขอออกไปดูผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เดนิสตัดรำคาญเชิญเจนจิราตามสบาย ดาราสาววิ่งปรู๊ดออกมาหน้าบ้านแต่กลับไม่พบใคร

    “หายไปเร็วจัง” เจนจิราพึมพำเบาๆกวาดสายตามองรอบๆแล้วขยับจะเข้าบ้าน

    ทันใดนั้น มีลมพัดวูบหอบเอากระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมาตกใกล้ๆ เจนจิราเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจแต่แล้วเกิดลมพัดมาอีกครั้ง รูปวาดของเสียงหวานปลิวไปจากมือ ลอยหายไปในความมืดเจนจิรารีบวิ่งตาม ค่อยๆห่างจากบ้านพักไปทุกที จนกระทั่งเห็นร่างๆหนึ่งในชุดเสื้อสีขาวตัวยาวรุ่มร่าม ผมยาวสยายยืนหันหลังให้ เจนจิราหยุดกึกร้องเรียก “คุณๆ” แต่ร่างนั้นยืนนิ่ง

    จะขยับเข้าไปหาแต่มีเสียงหมาหอนดังขึ้นเสียก่อน เจนจิราเหลียวมองเลิ่กลั่ก พอหันไปมองอีกที ร่างนั้นหายไปแล้ว ดาราสาวตาเหลือก โกยแน่บกลับบ้านพัก พอเจอหน้าเดนิส โผเข้ากอดตัวสั่น ละล่ำละลักว่าถูกผีหลอก เดนิสหัวเราะลั่นราวกับเป็นเร่ื่องตลก เจนจิราไม่ขำด้วยทำท่าจะร้องไห้ เสี่ยหนุ่มจะออกไปดูให้เห็นกับตาว่าตัวอะไรกันแน่ เจนจิราร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ไป เดนิสไม่ฟัง หยิบไฟฉายแล้วเดินไปที่ประตูบ้าน

    “อย่าทิ้งเจนไว้คนเดียว เจนกลัว” เจนจิราว่าแล้วถลาไปกอดเดนิสไว้ เดนิสชักรำคาญตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ เจนจิราขอไปด้วย เดนิสจะให้ไปด้วย แต่มีข้อแม้ห้ามร้องเอะอะโวยวายเด็ดขาด...

    ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักเตชิต เสียงหวานกับเตชิต

    ยืนมองรูปวาดของเสียงหวานปลิวกลับเข้ามาทางหน้าต่างด้วยสีหน้าตื่นเต้น เสียงหวานบอกให้เตชิตขอบใจเพื่อนผีของเธอหน่อยที่ช่วยให้งานสำเร็จ เตชิตกลัวรีบปฏิเสธว่าไม่เป็นไร เสียงหวานตื๊อจนเขาตกปากรับคำจะออกไปขอบใจเพื่อนผีของเธอ แต่พอได้ยินเสียงหมาหอนเท่านั้น ความกลัวพุ่งเข้าใส่ เตชิตเปลี่ยนใจกะทันหัน หันหลังกลับเข้าบ้าน ปิดประตูล็อกกลอน

    ทันใดนั้น ไฟในบ้านดับพรึ่บ เตชิตเอ็ดเสียงหวานลั่นเพราะคิดว่าเป็นฝีมือของเธอ สั่งให้เปิดไฟเดี๋ยวนี้ มีเสียงหมาหอนดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับร่างของเกษรินปรากฏตัวขึ้นตรงมุมห้อง เตชิตหัวใจแทบวาย ผงะถอยกรูดเสียงหวานกระซิบให้เขาขอบใจเพื่อนผีของเธอ เตชิตพยายามบังคับไม่ให้ปากสั่นแต่ทำไม่ได้

    “ขะ...ขอบ...ขอบคุณ...ครับ...”

    เกษรินพยักหน้ารับรู้ แล้วเลือนหายไป ชายหนุ่มเป็นลมล้มพับเป็นจังหวะเดียวกับไฟในบ้านสว่างพรึ่บ...

    เดนิสฉุนขาดที่เดินสำรวจรอบบ้านพักแล้วไม่พบอะไรสักอย่างไม่ว่าคนหรือผี เจนจิรายืนยันเมื่อครู่นี้เห็นผีจริงๆ เดนิสด่าลั่นว่างมงาย และสั่งห้ามพูดถึงผีอีกไม่เช่นนั้นจะไล่ออกมานอนนอกบ้าน
    “เจนจะไม่พูดอีกแล้วค่ะ...เสี่ยอย่าโกรธเจนนะคะ”

    เดนิสไม่พูดอะไรอีก ก้าวฉับๆกลับบ้าน เจนจิรารีบวิ่งตาม ทันทีที่เข้าบ้าน ดาราสาวรีบปิดประตูล็อกกลอนแล้วตัดสินใจพูดถึงรูปที่เธอเจอ  แต่ยังไม่ทันบอกว่าเป็นรูปของใคร เดนิสชิงถามขึ้นก่อนว่ารูปอยู่ไหน

    “หาย...หายไปแล้วค่ะ”

    “อยากออกไปนอนข้างนอกใช่ไหม”  เดนิสนํ้าเสียงเย็นชา เจนจิรารีบส่ายหน้า ไม่พูดอะไรอีก...
    ดึกคืนเดียวกัน ผีเกษรินเฮี้ยนหนักข้อขึ้น ไม่ได้โผล่มาให้เห็นใต้ต้นไม้หรือหน้าประตูบ้านอย่างเคย แต่คราวนี้เข้ามาหลอกศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามาขอนอนในห้องนอนของพงษ์ศักดิ์ เพียงแค่พงษ์ศักดิ์ออกไปนอกห้องครู่เดียว ศักดิ์สิทธิ์กลัวแทบคลั่งโผกอดพ่อแน่น พงษ์ศักดิ์ลูกผมลูกชายสีหน้าหนักใจสุดๆ

    ooooooo

    ระหว่างล้อมวงกินมื้อเช้าด้วยกัน พงษ์ศักดิ์กลุ้มใจเรื่องลูกชายมากจนกินอะไรไม่ลง แถมอารมณ์หงุดหงิด ลุงสมพูดอะไรเป็นไม่เข้าหูไปหมดจนเกือบจะวางมวยกัน ป้าจุรีกับศรีตรังต้องช่วยกันห้ามปราม พงษ์ศักดิ์ขอตัวไปทำงานก่อน ขืนอยู่ต่อไปเกรงจะได้บู๊ตอนแก่ ลุงสมอ้าปากจะเถียง ศรีตรังรีบส่ายหน้า

    เป็นเชิงห้ามไม่ให้พูด ลุงสมเห็นได้เวลาเข้างานแล้ว ขอตัวไปทำงานเช่นกัน ป้าจุรีตะโกนแหย่ไล่หลัง

    “แล้วอย่าไปต่อยกับพงษ์ล่ะ”

    ศรีตรังบ่นอุบ เป็นเพราะเตชิตคนเดียวเป็นตัวล่อผี จนวุ่นวายกันไปหมด...

    ที่บ้านป้าจุรี ศักดิ์สิทธิ์ทนถูกผีหลอกต่อไปไม่ไหว สักวันความลับต้องแตกแน่ๆ มาขอให้อ้อยใจช่วยหาแพะรับผิดแทนเขาให้เร็วที่สุด อ้อยใจติงว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ตัวศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เราหาแพะได้ หรือลุงหมอกำจัดผีเกษรินไปได้ แต่ถ้าศักดิ์สิทธิ์ยังควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ศักดิ์สิทธิ์ยืนยันถ้าหาแพะได้หรือกำจัดนังผีบ้าไปได้ เขาก็ควบคุมตัวเองได้ เขาเล็งตรีทศไว้เป็นแพะแทนเขาแล้ว อ้อยใจชะงัก มองหน้าศักดิ์สิทธิ์เขม็ง

    “อ้อยเองก็จะได้แก้แค้นมันด้วยไง ศักดิ์รู้นะว่าอ้อยพยายามอ่อยมันมาตั้งนานแล้ว แต่มันไม่เล่นด้วย จัดแบบเต็มๆหนักๆให้มันกระอักเลือดไปเลย...ว่าไง... โอ...มั้ย” ศักดิ์สิทธิ์มองอ้อยใจอย่างรอคำตอบ...

    ในระหว่างที่ศักดิ์สิทธิ์กับอ้อยใจกำลังวางแผนหาแพะรับบาป เจนจิรามาด้อมๆมองๆแถวรั้วบ้านพักเตชิตก่อนตัดสินใจตรงไปเคาะประตูบ้านพลางร้องเรียก “คุณๆ” เงียบไม่มีเสียงตอบ เจนจิราหันหลังจะกลับ อยู่ๆ ประตูก็เปิดออก เธอไม่ทันเอะใจขอบคุณแล้วเดินเข้าข้างใน แต่ต้องชะงัก บริเวณนั้นไม่มีใครสักคน

    พลันมีเสียงประตูดังอ๊อดแอ๊ด แล้วค่อยๆปิด เจนจิราตาเหลือก ตะโกนลั่นว่า ผีหลอก ช่วยด้วย เตชิต ได้ยินเสียงร้องเอะอะ เดินงัวเงียออกมาดู เจนจิราหันมาเห็นยิ่งส่งเสียงกรี๊ดๆ เตชิตต้องตะโกนสั่งให้หยุดร้อง แล้วถามเธอว่าเข้ามาได้อย่างไร เจนจิราละล่ำละลักย้อนถามว่าเขาใช่คนแน่หรือ เตชิตถอนใจเฮือกแทนคำตอบ

    “ขอโทษค่ะ...ที่ถามก็เพื่อให้แน่ใจ คิดดูสิคะ อยู่ดีๆประตูก็เปิดรับ พอฉันเข้ามาก็ไม่เห็นมีใครสักคน ซํ้าเมื่อคืนฉันยังเจอผีอีก อย่างนี้แล้วจะไม่ให้สงสัยได้ยังไง” เจนจิราฉอดๆ เตชิตมองหญิงสาวตรงหน้าสีหน้าครุ่นคิด...

    ขณะเดียวกัน ที่อีกด้านหนึ่งของรีสอร์ต พอลเดินชมวิวยามเช้ามาถึงหน้าบ้าน ป้าจุรีเห็นมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ หยุดมองอย่างชั่งใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร ศักดิ์สิทธิ์และอ้อยใจเดินออกมาเสียก่อน อ้อยใจเห็นหนุ่มหล่อตรงหน้ารีบปล่อยมือศักดิ์สิทธิ์ทันที จำได้ว่าพอลเพิ่งเข้าพักที่รีสอร์ตเมื่อวาน

    ศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจอ้อยใจ เลยพาลพูดจาหาเรื่องพอลไม่หยุด พอลไม่อยากยุ่งด้วยหันหลังจะกลับ อ้อยใจ รีบเรียกไว้แล้วเดินเข้าไปหา เสนอตัวเป็นไกด์พาเที่ยว ศักดิ์สิทธิ์อ้าปากจะค้าน แต่อ้อยใจชิงพูดขึ้นก่อน

    “ศักดิ์ควรจะไปทำงานได้แล้วจ้ะ เรื่องที่ศักดิ์มาปรึกษา อ้อยยินดีช่วยเต็มที่” อ้อยใจว่าแล้วเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ ติดเครื่องแล้วหันมายิ้มกับพอลอย่างมีเลศนัย “คุณจะซ้อนท้ายอ้อย หรือให้อ้อยซ้อนท้ายคะ”

    พอลยิ้มรับ ขณะที่ศักดิ์สิทธิ์มองทั้งคู่อย่างหงุดหงิดสุดๆ...

    ไม่ใช่ศักดิ์สิทธิ์คนเดียวที่อารมณ์บูดแต่เช้า เดนิสก็เช่นกัน พอเห็นเจนจิรากลับมา ตะคอกถามว่าหายหัวไปไหนมา ทีหน้าทีหลังจะไปไหนต้องบอกเขาก่อนทุกครั้ง เจนจิราเม้มปากแน่นนํ้าตาคลอ อับอายที่ถูกดุต่อหน้าเจียง เดนิสสั่งให้เจนจิราโทร.ไปบอกปรกเดือน ทีว่า เขาจะกลับมะรืนนี้ เจนจิรามองหน้าเดนิสแปลกใจ

    “เอ่อ...เสี่ยจะให้ไปโทร.ข้างในหรือคะ”

    “ก็ชอบแบบนั้นไม่ใช่เรอะ” เดนิสเหน็บ เจนจิรา หยิบมือถือแล้วลุกเดินเข้าบ้าน ทำตามที่เดนิสสั่งทันที...

    จากนั้นไม่นาน พอลพาอ้อยใจมาแนะนำให้รู้จักกับเดนิสหรือเสี่ยสงคราม อ้อยใจจำเจนจิราได้ยิ้มหน้าบานที่จะได้เป็นไกด์พาดาราระดับนางเอกเที่ยว แล้วเชื้อเชิญทุกคนให้ไปเที่ยวชมไร่

    ข้าวโพด เดนิสไม่ไปเพราะอีกสักครู่จะมีคนมาพบ เจนจิราทำท่าจะไม่ไปเช่นกัน เดนิสไม่ต้องการให้เจนจิราอยู่วุ่นวายสั่งให้ไปกับอ้อยใจ แล้วควักเงินให้อ้อยใจเป็นค่าเสียเวลาห้าพันบาท อ้อยใจ
    ตาวาวรับปากจะดูแลเจนจิราอย่างดีที่สุดแล้วให้ไปมองพอลกับเจียง

    “แล้วพี่สองคนนี่ล่ะคะเสี่ย”

    เดนิสต้องการให้สองคนนี่อยู่กับเขา อ้อยใจปรายตามองสองหนุ่มอย่างเสียดาย ก่อนจะเดินนำเจนจิราออกไป เดนิสรอจนสองสาวลับสายตา หันมาบอกพอลกับเจียงว่าเดี๋ยวจะมีคนมารับของที่นี่ พอลหูผึ่งทันที...

    ก่อนอ้อยใจจะพาเจนจิราไปเที่ยว แวะรายงานเรื่องนี้ให้ศรีตรังทราบก่อน ศรีตรังอดสงสัยไม่ได้ ทำไมพวกนั้นไม่พาเจนจิราไปเที่ยวเอง

    “เห็นคนที่เขาเรียกว่าเสี่ยบอกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาพบค่ะ” อ้อยใจพูดยังไม่ทันขาดคำ ศรีตรังพุ่งออกไปที่มอเตอร์ไซค์ บึ่งไปหาเตชิตทันที...หลังจากฟังเรื่องราวจากศรีตรังแล้ว เตชิตคว้ามือถือจะโทร.รายงานเสนา ศรีตรังร้องห้าม ไหนเขาเคยบอกเธอว่าผู้กำกับคนนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกับเดนิสไม่ใช่หรือ แล้วจะโทร.ไปหาเขาทำไม เราสองคนจัดการเองดีกว่า เตชิตทักท้วง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ลำพังเราสองคนคงรับมือไม่ไหว

    ศรีตรังแนะให้ขอความช่วยเหลือจากเสียงหวาน พอตอนพวกนั้นส่งมอบของกัน ก็ให้เสียงหวานปรากฏตัวแหวกอกแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกก็สิ้นเรื่อง เตชิตถอนใจ หนักใจ

    ooooooo

    หลังได้รับรายงานจากพอลว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดที่รีสอร์ตสุขศรีตรังในวันนี้ เสนาคิดหนักจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี แล้วนึกถึงเตชิตขึ้นมาได้ ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือ เตชิตเห็นเบอร์โชว์หน้าจอมือถือเป็นของเสนาเลยไม่ยอมรับสาย ศรีตรังยุให้รับจะได้รู้ว่าโทร.มาทำไม
    “ที่เขาโทร.มาก็เพื่อจะหยั่งท่าทีฉันหรืออาจจะหว่านล้อมให้ฉันไปที่อื่น หรือไม่ก็แกล้งเรียกตัวกลับ”

    ศรีตรังงงแล้วเสนารู้ได้อย่างไรว่าเตชิตอยู่ที่นี่ เตชิตเดาได้ไม่ยาก ต้องเป็นฝีมือพอล...

    ขณะที่พอลกำลังนั่งรอแขกของเดนิสอยู่กับเจียงและเดนิสที่โต๊ะสนามหน้าบ้านพัก เสนาโทร.เข้ามือถือพอล ผู้กองหนุ่มดูเบอร์แล้วรีบรับสาย แต่แสร้งว่าแซนดี้โทร.มา และพูดเป็นนัยให้เสนารู้ว่าตอนนี้เขาอยู่กับเดนิส แล้วรีบวางสายก่อนที่ใครจะจับพิรุธได้ เดนิสร้องทักทันที ไหนบอกว่าเลิกกับแซนดี้แล้ว

    “...ผมน่ะเลิก แต่เธอไม่ยอมเลิก...อีกอย่าง...เธอก็ไม่ได้มีความผิดอะไรด้วย ผมก็เลยคิดว่าจะลองพยายามเริ่มต้นใหม่ดูอีกครั้ง...ยังไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน”

    เดนิสฟันธงไปไม่รอดแน่ๆ ถ้าพอลยังไม่ลืมแฟนเก่า พอลหน้าเศร้าทันทีเมื่อคิดถึงความหลังที่เคยมีกับศรีตรัง พึมพำว่าไม่มีใครลืมรักครั้งแรกได้ เดนิสกลับคิดว่าพอลหมายถึงปรายดาว น้องสาวของปรกเดือนยิ้มเยาะ

    “เพราะอย่างนี้นี่เอง...นายถึงได้คิดจะเอาปรกเดือนเป็นตัวแทน”

    “ไม่จริง...ไม่มีใครแทนใครได้หรอกครับ และที่สำคัญ ถึงผมจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก บางวันอาจจะมีผิดศีลบ้าง ยกเว้นศีลข้อ 3 ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่นข้อเดียว ซึ่งไม่เคยผิดเลยและจะไม่มีวันผิดด้วย” พอลเสียงเข้ม

    จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของเดนิสดังขึ้น เดนิสรับสายแล้วเดินเลี่ยงเข้าไปคุยในบ้าน สักพักก็กลับออกมาบอกพอลและเจียงว่า ต้องเปลี่ยนสถานที่ส่งของรวมทั้งเวลานัดใหม่ ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่เอาไว้ใกล้ๆแล้วจะบอก ตอนนี้ให้เจียงกับพอลกลับไปพักผ่อนเอาแรงก่อน สักครู่ เจียงกับพอลมาถึงบ้านพักของพวกเขา ซึ่งอยู่หลังถัดไป

    เจียงขยับจะเข้าบ้านแล้วนึกขึ้นได้ หันบอกพอลว่า เมื่อวานตอนที่เขากลับมา เห็นเตชิตเดินเตร่อยู่แถวบ้านเจ้าของรีสอร์ต และเขารายงานเรื่องนี้ให้เดนิสทราบแล้ว

    “มิน่า...เสี่ยถึงได้เปลี่ยนแผน...ฉันจะไปสืบดูเรื่องไอ้เตชิตสักหน่อย นายอยู่นี่แหละเผื่อเสี่ยตามตัว” พอลว่าแล้วจ้ำพรวดๆออกไป จนกระทั่งถึงบริเวณปลอดคน หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ขอให้เสนาช่วยเตือนเตชิตให้ระวังตัวด้วย เดนิสรู้แล้วว่าเตชิตอยู่ที่นี่ เพราะถ้าให้เขาเป็นคนเตือน เตชิตคงไม่เชื่อ

    “ยังมีอีกเรื่องครับ เดนิสเปลี่ยนเวลาและสถานที่ส่งของแล้ว ส่วนจะเป็นที่ไหนยังไม่ทราบ เท่านี้ก่อนนะครับ แล้วผมจะติดต่อมาใหม่” พอลวางสาย ชำเลืองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกไป

    ooooooo

    ระหว่างที่เจนจิรากลับจากเที่ยวชมไร่ข้าวโพดมีโอกาสได้เจอป้าจุรี จึงเล่าเรื่องผีกับรูปที่เธอเจอเมื่อคืนให้ฟัง อ้อยใจกับป้าจุรีประสานเสียงถามว่า รูปผู้หญิงที่ไหน เจนจิราไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เค้าหน้าเหมือนใครคนหนึ่งที่เธอเคยรู้จัก แต่อยู่ๆรูปก็ปลิวหลุดจากมือเหมือนมีคนมากระชาก อ้อยใจเข้าใจว่าเป็นรูปเกษริน พึมพำว่า

    “เฮี้ยนจริงๆเราพยายามทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้ แต่มันก็ยังเนรคุณตามมาหลอกหลอนอีก”

    “งั้น...ฉัน...ก็ไม่ได้ตาฝาด...ผะ...ผีจริงๆ” เจนจิราทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นดีใจ รีบกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เดนิสฟังจะได้ไม่ว่าเธอเพ้อเจ้องมงาย แต่เขากลับหงุดหงิดใส่ ขู่ฟ่อ ถ้าไม่หยุดพล่ามถึงผีอีก จะไล่กลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้แล้วเดินออกจากห้อง เจนจิราขยับจะตาม เดนิสหันขวับ

    “ไม่ต้องตามมา อ้อ...เก็บเสื้อผ้าได้เลย เดี๋ยวจะกลับบ้านแล้ว” เดนิสว่าแล้วออกไปหาพอลซึ่งนั่งรออยู่หน้าบ้านพัก สั่งยกเลิกการส่งมอบสินค้า ทางผู้ซื้อโทร.มาแจ้งว่ามีตำรวจมาป้วนเปี้ยนแถวหน้ารีสอร์ต นอกจากนี้เจียงยังเห็นเตชิตมาเตร่ๆอยู่แถวนี้ เขาอยากให้พอลอยู่สืบดูเรื่องเตชิตก่อน ถ้าเจอตัวให้เก็บให้สิ้นซากแล้วค่อยกลับ พอลรอส่งเดนิสกับเจนจิราขึ้นรถกลับกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้วจึงกลับไปที่พักของตัวเอง...

    เสนาสั่งให้จ่าธงโทร.ไปเตือนเตชิตให้ระวังตัว เตชิตเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นการข่มขู่ไม่ให้มายุ่มย่ามเรื่องเดนิส โกรธจัดตามไปเอาเรื่องพอลถึงที่พัก จากนั้นสงครามกำปั้นก็ปะทุขึ้น ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร

    เสียงหวานได้ยินเสียงเอะอะ โผล่พรวดเข้ามากั้นกลางพยายามห้ามปราม แต่มีเพียงเตชิต เท่านั้นที่เห็นและได้ยิน ทำให้เขาชะงักเลยโดนพอลอัดเปรี้ยงหน้าหงาย เตชิตตั้งหลักได้พุ่งเข้าหา เสียงหวานถลาเข้ามาขวางอีก เตชิตจะต่อยพอลแต่ละครั้งต้องคอยหลบหลีกเสียงหวาน ทำให้พอลได้เปรียบ เตชิตโวยลั่น

    “อย่าขวาง...บอกว่าอย่าขวาง”

    พอลงงเตชิตพูดกับใคร เตชิตตอบเสียงดังฟังชัดว่าพูดกับผี ขาดคำโดนหมัดตรงของพอลเข้าเต็มหน้า...

    พอศรีตรังรู้จากลุงสมว่า พอลกับเตชิตชกต่อยกัน รีบลากลุงสมขึ้นรถกระบะบึ่งไปที่นั่นทันที บีบแตรลั่น ขับรถพุ่งเข้าใส่ สองหนุ่มโดดหนีแทบไม่ทัน ศรีตรังโวยลั่นว่า รีสอร์ตของเธอไม่ใช่เวทีมวยให้ใครมาต่อสู้กัน เสียงหวานรีบหายตัววับมาแอบข้างหลังศรีตรังส่งเสียงว่าเห็นด้วย เตชิตเอ็ดเสียงหวานลั่นว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ พอลคิดว่าเตชิตเอ็ดศรีตรัง เตือนให้ช่วยพูดดีๆกับแฟนตัวเองหน่อย ศรีตรังหันมาตวาดพอลว่าธุระไม่ใช่

    “เรื่องผัวๆเมียๆ...ลืมไป” พอลแดกดันพลาง

    ยักไหล่ ศรีตรังฟิวส์ขาดปราดเข้าไปตบหน้าพอลเปรี้ยง

    เสียงหวานถามเตชิตว่า มีอะไรกับศรีตรังจริงหรือ เตชิตปฏิเสธลั่นว่าเปล่า ทุกคนมองเขาเป็นตาเดียวกัน เตชิตหัวเสียเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าบ้าน เสียงหวานหายตัวไปดักรออยู่ในบ้านพัก พอเขาเปิดประตูเข้ามา เธอตามตื๊อให้เขาบอกให้ได้ว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับศรีตรัง เตชิตหมดความอดทน ไล่เสียงหวานออกไปให้พ้นๆหน้า เสียงหวานโกรธ รัศมีรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด จากนั้นร่างของเธอค่อยๆเลือนหายไป...

    ขณะที่เตชิตกับเสียงหวานทะเลาะกันอยู่ในบ้านพัก ข้างนอกบ้านพอลกับศรีตรังปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ศรีตรังเหลืออด ไล่พอลออกไปจากรีสอร์ตของเธอ พอลอยากรู้เหตุผลทำไมถึงต้องไล่เขา

    “เพราะฉันเหม็นขี้หน้าคุณ เหตุผลแค่นี้พอมั้ย” ศรีตรังลอยหน้าลอยตา

    “เพราะหน้าตาผมอาจจะไปคล้ายๆผู้ชายที่เคยทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจมากกว่ามั้ง”

    “ไม่ใช่...เพราะคุณหน้าตาคล้ายผู้ชายที่ฉันทำให้เจ็บช้ำน้ำใจต่างหาก ลาก่อน...พอล” ศรีตรังยิ้มสะใจปล่อยให้พอลยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นคนเดียว พอตั้งสติได้พอลรีบโทร.บอกเดนิสว่าเขาคงต้องย้ายที่พัก เพราะดันไปมีปัญหากับขาใหญ่แถวนี้ แต่เดนิสไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเตชิต เขาจะจัดการให้เรียบร้อยด้วยมือเขาเอง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์