ข่าว

วิดีโอ



ปางเสน่หา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

พอลยังคงกอดศรีตรังไว้อย่างนั้นจนหญิงสาวชักเขิน ขอร้องให้เขาปล่อยเธอได้แล้ว

“ไม่...พี่จะไม่ยอมปล่อยศรีให้ไอ้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น”

“พี่เพชร...หมายความว่ายังไงคะ” ศรีตรังตาโตด้วยความตกใจ

“นอกจากว่าศรีจะรักเขามากกว่าพี่...บอกสิว่าศรีไม่ได้รักพี่แล้ว” พอลคาดคั้น ศรีตรังเขินหน้าแดง ไม่กล้าสบตาด้วย พอลรู้ทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้ายังคงรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง “ถ้าอย่างนั้นก็ยกเลิกการแต่งงานเถอะนะไอ้ผู้จัดการรีสอร์ตนั่นน่ะ ไม่คู่ควรกับศรีสักนิด”

ศรีตรังขำกลิ้งที่พอลเข้าใจผิดว่าเธอกับตรีทศจะแต่งงานกัน เจ้าสาวตัวจริงของตรีทศอยู่ที่ลำพูนไม่ใช่ปากช่อง ตรีทศเจอเจ้าสาวของเขาตอนที่กลับไปเลียแผลใจที่บ้านเกิดเมื่อครั้งเกิดเรื่องเกษริน และทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันเดือนหน้า พอลถึงบางอ้อ นี่แสดงว่าของชำร่วยเหล่านั้นก็ไม่ใช่ของศรีตรังกับตรีทศ

“เจ้าสาวของเขาจะมาเดือนหน้า คุณทศก็แค่ขอความเห็นในสายตาของผู้หญิงเท่านั้นแหละค่ะ อย่าหาเรื่องให้ศรีโดนแหกอกเลยนะคะ” ศรีตรังหัวเราะคิกคักไม่หยุด

“เจ้าเล่ห์นักนะเรา ทำให้พี่เข้าใจผิด อย่างนี้มันน่า...” พอลว่าแล้ว หอมแก้มศรีตรังเป็นการลงโทษหนึ่งฟอด หญิงสาวตกใจร้องเอะอะ พอลไม่รอช้าหอมแก้มเธออีกข้างหนึ่งทันที ให้สมกับความคิดถึงที่อัดอั้นอยู่ในอกศรีตรังไม่ขัดขืน เธอเองก็คิดถึงเขามากมายเช่นกัน

“ตั้งแต่วันที่เราจากกัน พี่คิดว่าจะลืมศรีได้ แต่พี่ไม่เคยทำสำเร็จ พี่รู้ว่าตัวเองสกปรกเกินไปสำหรับศรีของพี่”

“ทำไมพี่เพชรคิดอย่างนั้นล่ะคะ”

พอลย้อนอดีตให้ฟังว่า วันนั้นวันที่ พล.ต.อ.เพทาย พ่อของเขาตายไป โดยที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นการฆ่าตัวตายพร้อมครอบครัว แต่ความจริงแล้วพ่อ แม่ และน้องสาวของเขาถูกเดนิส หยางหรือเสี่ยสงครามสั่งฆ่า เดนิสใช้เงินซื้อตัวพ่อของเขาให้คอยช่วยเหลือให้รอดพ้นจากการตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจมืดของเดนิส พอพ่อถูกตั้งกรรมการตรวจสอบ เดนิสก็เลยสั่งฆ่ายกครัวเพื่อไม่ให้สาวไปถึงตัวเอง

“พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพ่อเป็นอาชญากรในคราบตำรวจ พ่อเร่งพี่ไปเมืองนอกเพื่อต้องการช่วยให้พี่รอดพ้นจากอำนาจมาเฟีย แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เสี่ยสงครามส่งคนไปตามฆ่าพี่ที่โน่น โชคดีที่เพื่อนสนิทของพ่อพี่ช่วยพี่เอาไว้ ท่านเป็นสายลับซีไอเอ และก็เป็นท่านเองที่ชักพาพี่ไปเป็นสายลับ”

“ค่ะ...ไอ้เตเล่าให้ศรีฟังว่าพี่เป็นสายลับแทรกซึมองค์กรของเสี่ยสงคราม”

พอลพยักหน้ารับ เขาแทรกซึมเข้าไปในองค์กรของเดนิสและปิดฉากธุรกิจชั่วได้สำเร็จ ชีวิตของผู้บริสุทธิ์มากมายต้องมาตายด้วยน้ำมือของเขาเพื่อแลกกับความสำเร็จนี้ พอลรู้สึกแย่มากๆ เหมือนเป็นคนบาปหนัก ศรีตรังปลอบให้เขาคลายกังวล เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ขอให้ผ่านเลยไป เขาไม่ได้ต้องการทำแบบนั้นสักหน่อย

“เตชิตพูดถูก พี่ไม่คู่ควรกับศรี”

“พี่เพชรคะ มีแต่ศรีที่ตัดสินใจในเรื่องนี้ค่ะ ศรีต้องการคำตอบเพียงข้อเดียว พี่เพชรรักปรายดาวหรือเปล่า”

“พี่ผิดต่อดาว พี่ใช้ดาวเป็นสะพานเชื่อมเพื่อเข้าถึงตัวเสี่ยสงคราม เพราะดาวรักพี่ เธอถึงต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราถึงสองปีกว่า ถึงตอนนี้เธอจะฟื้นขึ้นมาเป็นปกติแล้ว แต่เธอก็ไม่มีใคร พี่ทิ้งดาวไปไม่ได้พี่ต้องรับผิดชอบดาว” พอลหน้าสลด รอคำต่อว่าจากหญิงที่เขารักสุดหัวใจ เธอกลับไม่ว่าอะไรสักคำ

“ขอบคุณค่ะ พี่เพชร พี่เพชรไม่ต้องห่วงนะคะ ยังมีคนที่รักคุณปรายดาวและอยากจะรับผิดชอบชีวิตเธออยู่แล้ว” ศรีตรังยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

เตชิตยังคงใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องให้ปรายดาวยอมเปิดประตูออกมาพูดจากันแต่ไร้ผล ไม่มีเสียงตอบรับคำร้องขอ ชายหนุ่มมองประตูห้องอย่างท้อแท้ เมื่อคืนทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี ความทรงจำของเธอเหมือนจะฟื้นคืนมาบางส่วนแล้ว แต่ต้องมาผิดพลาดเพราะถูกจับได้เสียก่อน

“เสียงหวาน ถ้าคุณจะไม่เปิดประตูให้ผมเข้าไปก็ไม่เป็นไร ถ้ารังเกียจผมมากขนาดนี้ ผมก็เข้าใจ ผมคงสู้คนรักของคุณไม่ได้ ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่าทุกสิ่งที่ผมทำไปผมขอโทษ และผมจะไม่มารบกวนคุณอีก...ลาก่อน เสียงหวาน...ขอให้คุณโชคดี” เตชิตยืนรออยู่สักพัก แต่หญิงสาวใจแข็งไม่ยอมเปิดประตูรับ

เขามองไปรอบบริเวณ ถ้าเธอไม่ยอมเปิดให้ดีๆ คงต้องปีนเข้าทางหน้าต่าง ขณะเตชิตเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านพักเพื่อหาหน้าต่างสำหรับปีนเข้า ปรายดาวเปิดประตูบ้านออกมาต้องใจหายเมื่อเห็นแต่ความว่างเปล่า นึกโกรธตัวเองที่ขับไล่ไสส่งเขาไปอีกครั้งหนึ่ง น้ำตาที่เพิ่งจะแห้ง กลับเอ่อล้นขอบตาขึ้นมาอีก ปิดหน้าปิดตาร้องไห้โฮ เตชิตโผล่มาด้านหลังรวบตัวเธออุ้มเข้าบ้านพัก หญิงสาวได้สติร้องเอะอะสั่งให้ปล่อยเธอลง

“จะให้ปล่อยลงตรงไหนดี ตรงเตียงนอนไหม น่าสนใจดีนะ” เตชิตยิ้มเจ้าเล่ห์ ปรายดาวอายหน้าแดงเมื่อเห็นสายตาสื่อความนัยของเขา ดิ้นรนหนักขึ้นเพื่อให้เขาปล่อย เตชิตไม่สนใจเดินไปนั่งริมเตียง วางเธอไว้บนตักตัวเองแล้วโอบเอวเธอไว้ ปรายดาวเลิกดิ้น เมินหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วย ยังเขินอายเรื่องที่เมื่อคืนนอนกอดเตชิตตลอดทั้งคืน เพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่ความฝัน

“ผมรอเวลานี้มานานเหลือเกิน ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมนักนะ”

“ใครกันแน่ที่ใจร้าย” ปรายดาวต่อว่ากลับ

“ก็คุณนั่นแหละ” ชายหนุ่มตัดพ้อแล้วขโมยหอมแก้มเธอหนึ่งฟอด “ที่ผมต้องทำลงไปก็เพราะคุณนั่นแหละที่ใจร้าย ลืมความผูกพันของเราได้อย่างไร ผมอุตส่าห์เฝ้ารักเฝ้าดูแลคุณมาตั้งแต่ยังไม่ฟื้น พอตื่นขึ้นมากลับหนีไปซุกอกไอ้เจ้าพอลนั่น” เตชิตต่อว่าฉอดๆ ปรายดาวเถียงกลับ ที่ทำอย่างนั้นเพราะพอลเป็นคู่หมั้นของเธอ เตชิตมันเขี้ยว หอมแก้มเธออีกหนึ่งฟอด

“นี่คุณ ทำไมชอบแกล้งกันอย่างนี้นะ” ปรายดาวตัดพ้อ

“ก็เพราะชอบ แล้วก็ห้ามเรียกไอ้เจ้านั่นว่ามันเป็นแฟนคุณอีก เข้าใจไหม” เตชิตสั่งเสียงเข้ม ปรายดาวอ้าปากจะเถียง แต่เห็นสายตาของเขาแล้วจำต้องปิดปากเงียบ

“ที่ผมต้องลงทุนวางแผนอะไรมากมายขนาดนี้เนี่ยก็เพราะผมไม่กล้าทะเล่อทะล่าเข้าไปหาคุณอีกแล้ว คุณไล่ผมเหมือนผมเป็นตัวน่ารังเกียจ”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉันขอโทษ” ปรายดาวยังจำแววตาปวดร้าวของเตชิตได้ดี

“ผมไม่ได้โกรธคุณ แต่โมโหโชคชะตานิดหน่อยว่าทำไมต้องทำให้คุณลืมผมด้วย และการจะรื้อฟื้นความทรงจำระหว่างคุณกับผมมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราไม่ได้พบกันเหมือนอย่างคนทั่วไป...คุณจำได้ไหมว่าเราพบกันครั้งแรกที่นี่”

“ฉันเคยอยู่ที่นี่หรือคะ” ปรายดาวมองไปรอบๆห้อง พยายามรื้อฟื้นความจำ

“วิญญาณของคุณออกจากร่างและมาสิงสถิตอยู่ที่นี่ ตลอดสองปีที่คุณสลบไป”

ปรายดาวไม่ปักใจเชื่อเรื่องที่เตชิตเล่านัก เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้มีอยู่จริงหรือ แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เต็มปากว่าไม่มี เพราะเรื่องระหว่างเธอกับเขา น่าสงสัยไม่ใช่น้อย ถ้าเธอไม่เคยรู้จักเตชิตมาก่อน แล้วทำไมตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เธอเฝ้าฝันถึงเขาตลอด ทั้งๆที่เคยเจอหน้ากันจริงๆแค่ครั้งเดียว

“มันอาจจะฟังเหลือเชื่อ ผมก็ไม่เคยเชื่อเรื่องพรรค์นี้ ถ้าไม่ได้ประสบด้วยตัวเอง แต่มันก็เป็นไปแล้ว ผมพบคุณที่นี่ ตอนนั้นคุณจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแม้แต่ชื่อตัวเอง”

“คุณก็เลยเรียกฉันว่า เสียงหวานอย่างนั้นใช่ไหมคะ” ปรายดาวจำได้เมื่อวันก่อนศรีตรังเคยเล่าให้เธอฟังแล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกว่าในตอนนั้นเธอเป็นเพียงวิญญาณ

“ใช่ เพราะทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงคุณ มันทำให้ผมมีความสุข...เสียงหวาน เราผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกันที่นี่ จนวันที่เดินทางกลับ คุณพาผมไปขุดพระเครื่ององค์ที่คุณห้อยคออยู่ขึ้นมา”

ปรายดาวหยิบสร้อยพระขึ้นมาดู พี่เดือนเคยบอกเธอว่า สร้อยพระของเธอหายไปหลังจากประสบอุบัติเหตุ อยู่มาวันหนึ่งก็มีชายหนุ่มปริศนาเอาสร้อยพระมาคืนให้เธอก่อนวันที่เธอจะลืมตา

“คุณเป็นคนเอาสร้อยมาคืนให้ฉันหรือคะ”

“ถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใครล่ะ แล้ววันนั้น เรายังทำอย่างอื่นกันด้วย”

“ทำอะไรคะ”

เตชิตบรรจงจุมพิตเธอที่ริมฝีปากแทนคำตอบ

ปรายดาวเหมือนตกอยู่ในภวังค์ สัมผัสอบอุ่นแผ่ไปทั่วร่างเธอไม่รู้ว่าเขาผละออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งได้ยินเสียงกระซิบข้างหู

“ผมรักคุณนะเสียงหวาน...และผมก็รู้ว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน”

“ขี้ตู่...ใครรักคุณกัน”

“ก็เมื่อคืนยังกระซิบบอกผมอยู่เลยว่ารักผม”

ปรายดาวถึงกับอายม้วน ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองกล้าหาญชาญชัยบอกรักผู้ชาย อดถามเตชิตไม่ได้ ทำไมเมื่อคืนเธอรู้สึกเหมือนฝันไป เตชิตเป็นฝ่ายเมินไม่กล้าสบตาบ้าง ก่อนจะอ้ำๆอึ้งๆตอบ

“ก็ในค็อกเทลที่คุณดื่มมันมียากล่อมประสาทอยู่นิดหน่อย”

“นี่คุณวางยาฉันเหรอ” ปรายดาวแหวลั่น

“แค่นิดเดียวเองไม่ทำให้เป็นอันตรายหรอก มันแค่เป็นส่วนหนึ่งในแผนเท่านั้นแหละ” เตชิตอธิบายเสียงอ่อย

“คุณนี่ร้ายกาจจริงๆเลย หลอกฉันตลอด แล้วต่อไปฉันจะเชื่อใจคุณได้ยังไง” ปรายดาวงอน

“ผมขอโทษ สัญญาว่าต่อไปจะพูดแต่ความจริง อันที่จริงผมก็พูดความจริงเป็นส่วนใหญ่นะ โดยเฉพาะที่บอกว่า...ผมรักคุณ...เราเสียเวลากันมาตั้งหลายเดือน โดยเฉพาะคุณ  เสียเวลารอผมอยู่ที่นี่ถึง 2 ปี เราอย่าผลาญเวลาของเราเล่นอีกเลยนะ ยกโทษให้ผม แล้วเรามาเริ่มต้นกันสักที”

ปรายดาวเห็นด้วยกับเตชิต หลังจากที่ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ละวันหาความแน่นอนไม่ได้ เธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้สักนิด แต่กลับเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูด บางทีความเชื่อของเธออาจไม่ได้เกิดจากสมอง แต่เกิดจากจิตวิญญาณของเธอ และเธอก็ปรารถนาจะเดินตามเสียงเรียกร้องของหัวใจและวิญญาณของตัวเอง จึงตอบรับ คำชวนของเขา

ooooooo

หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว เตชิต ปรายดาว พอล และศรีตรังมานั่งล้อมวงกินมื้อค่ำด้วยกันอย่างมีความสุข ที่ห้องอาหารภายในเรือนรับรองของรีสอร์ตสุขศรีตรัง ปรายดาวยังมีเรื่องคาใจอยู่อีกหนึ่งเรื่อง อยากรู้ว่าใครเป็นคนต้นคิดเรื่องรื้อฟื้นความทรงจำให้เธอ เตชิตยืดอกรับ แล้วเล่าความเป็นมาเป็นไปของความคิดนี้ให้ฟัง

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน วันนั้นศรีตรังได้รับโทรศัพท์จาก รพ.แจ้งว่าเตชิตประสบอุบัติเหตุ เธอขับรถจากปากช่องมา รพ.ทันที มาถึงก็ไม่พูดพล่ามผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป โดยไม่เคาะให้เสียเวลา เห็นเตชิตนอนอยู่บนเตียงในสภาพมีผ้าพันแผลรอบหัว ส่วนที่ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้

“แกเป็นยังไงบ้าง ทำไมช่วงนี้แกซวยอย่างนี้เนี่ย เข้าออก รพ.เป็นว่าเล่นเลย”

“ก็ไม่เป็นไร แค่หัวแตกขาหัก อย่างอื่นไม่มีอะไรบุบสลาย” เตชิตมองขาตัวเองข้างที่เข้าเฝือกอย่างเซ็งๆ

“ฉันว่าแกน่าจะให้เขาสแกนสมองดูหน่อยนะว่ากระทบกระเทือนหรือเปล่า” ศรีตรังแนะด้วยความ เป็นห่วง เตชิตส่ายหน้าแทนคำตอบ ศรีตรังรู้ดีว่าเพื่อนรักคนนี้ของตัวเองดื้อแค่ไหน เลยไม่อยากเซ้าซี้

“แล้วแกขับรถประสาอะไรของแก ถึงโดนเขาชนเอาแบบนี้ โชคดีนะเนี่ยที่รอดมาได้”

เตชิตเห็นด้วย โชคยังเข้าข้างเขาจริงๆ ถ้าไม่ได้โดนรถชนที่หน้า รพ. เขาอาจจะไม่มีชีวิตรอดก็ได้ หลังจากโดนรถบรรทุกจนสลบคาที่ เขาไม่รู้สึกตัวอีกเลย ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนี้แล้ว สอบถามจากหมอจึงได้รู้ว่าคนที่มาแสดงตัวเป็นเจ้าของไข้คือ ไอ้เจ้าพอลนั่นเอง

พอลมาเยี่ยมเตชิตเมื่อวันก่อน เล่าให้ฟังว่า วันที่เขาประสบอุบัติเหตุ พอลตามออกมาเพื่อจะคุยเรื่องเสียง– หวาน แต่เตชิตใจร้อน ขับรถไปถูกรถบรรทุกเสยเข้าเสียก่อน เตชิตขอบใจที่พอลช่วยเหลือเป็นธุระเรื่อง รพ.ให้

“ที่ฉันช่วยแกก็เพราะเห็นแก่ศรีตรัง ฉันหวังว่าแกจะดูแลเธออย่างดี”

“แล้วทำไมแกไม่คิดจะดูแลเธอเองล่ะ ศรีตรังคงต้องการอย่างนั้นมากกว่า” เตชิตติง

“ฉันรักปรายดาว ศรีตรังเป็นอดีตที่ฉันต้องลืม”

“แต่ปรายดาวไม่ได้รักคุณ” เตชิตตอบอย่างมั่นใจว่าตัวเองคือเจ้าของหัวใจเธอ

“ฉันไม่รู้ว่าแกไปรู้จักดาวได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมแกถึงเรียกเธอด้วยชื่อประหลาดนั่น และฉันก็ไม่ต้องการรับรู้เรื่องระหว่างแกกับดาว สิ่งที่ฉันจะบอกมีแค่เลิกยุ่งกับเธอ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอเด็ดขาด” พอลทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องแล้วไม่กลับมาอีกเลย...

คำพูดของพอลทำให้เตชิตฮึดสู้ เขาต้องหาทางเอาเสียงหวานของเขาคืนให้ได้ จึงยื่นข้อเสนอให้ศรีตรัง ถ้าต้องการพี่เพชรของเธอคืนต้องร่วมมือกับเขา

“ไอ้เต มันเป็นไปไม่ได้ถึงฉันอยากได้เขาคืน แต่กรมราชทัณฑ์คงไม่ปล่อยเขาออกมาหาฉันหรอก”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่ได้อยู่ในคุก”

จากนั้น เรื่องราวของพอลก็พรั่งพรูออกจากปากเตชิตอย่างหมดเปลือก ศรีตรังนิ่งคิดอยู่หลายตลบ ก่อนจะตกลงร่วมมือกับเพื่อนรัก แล้วแผนฟื้นความทรงจำของปรายดาวและพอลก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในวันนั้นเอง ส่วนรายละเอียดของแผนดังกล่าวก็เป็นอย่างที่พอลกับปรายดาวได้รู้ได้เห็นไปแล้ว

“แล้วทำไมถึงแน่ใจนักล่ะคะว่า ฉันจะกลับมาที่รีสอร์ตแห่งนี้” ปรายดาวนิ่วหน้าสงสัย

ศรีตรังเป็นคนส่งแผ่นพับโฆษณาของรีสอร์ตสุขศรีตรังไปให้ปรายดาวทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง จนในที่สุดปรายดาวก็ยอมมาที่นี่จนได้ แต่ถ้าแผนนี้ยังใช้ไม่ได้ผล เธอกับเตชิตก็มีแผนสองไว้แล้ว ปรายดาวอยากรู้แผนสองที่ว่าคือแผนอะไร เตชิตขออุบไว้ก่อน แล้วจะบอกทีหลัง...

หลังกินอาหารเสร็จ เตชิตเดินจูงมือปรายดาวมาหยุดที่หน้าบ้านพักหลังสุดท้ายของรีสอร์ต บ้านซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่างๆมากมาย และชักนำให้เขาได้พบกับเธอผู้เป็นที่รัก

“ขอบคุณนะครับที่กลับมา” เตชิตจูบมือเธออย่างแผ่วเบา ปรายดาวยิ้มรับ

“ตลอดเวลาหกเดือน ฉันเฝ้าถามตัวเองเสมอค่ะว่า กำลังหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า เป็นความรู้สึกติดอยู่ในใจที่หาคำตอบไม่ได้ แต่วันนี้ฉันรู้แล้วค่ะว่ามันคืออะไร...มันคือความผูกพันของเราที่เกิดขึ้นที่นี่...ถึงตอนนี้ฉันจะจำเรื่องระหว่างเราไม่ได้ แต่ถ้าคุณไม่รังเกียจ ฉันอยากจะเริ่มต้นเรียนรู้มันใหม่อีกครั้ง”

เตชิตจูบหน้าผากเธอเบาๆแทนคำตอบรับ แล้วกอดเธอไว้แนบอก ถึงปรายดาวไม่ขอ เขาก็ตั้งใจอยู่แล้ว ความทรงจำที่หายไปไม่มีอะไรเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาและเธอกำลังจะสร้างขึ้นมาอีกครั้ง มันจะต้องยืนยาวและมั่นคงกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ปรายดาวยังสงสัยไม่หายว่าแผนสองของเขาคืออะไร

“ถ้าคุณไม่ยอมมาเอง ผมก็จะลักพาตัวคุณมาที่นี่ แล้วก็ทำแบบนี้” เตชิตพูดจบ อุ้มปรายดาวเข้าไปวางบนเตียงในบ้านพัก แล้วลงนอนข้างๆถามสีหน้ากรุ้มกริ่ม “ทีนี้ยังอยากรู้ไหมว่าแผนสองคืออะไร”

“อย่านะคะ ไม่อยากรู้แล้ว” ปรายดาวส่ายหน้าเขินๆ

“ในเมื่อตอนนี้ไม่ต้องใช้แผนสองแล้ว ผมขอนอนกอดเฉยๆก็แล้วกันนะ” เตชิตดึงเธอเข้ามากอด หญิงสาวแข็งขืนในตอนแรก แต่พอเห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรเกินเลย จึงยอมตามแถมกอดเขาตอบ ปรายดาวหลับตาลงอย่างมีความสุข ไม่ต้องกลัวที่จะต้องตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกแล้ว เพราะมั่นใจว่าจะมีเตชิตอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป

ooooooo

–อวสาน–


ละครปางเสน่หา ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านปางเสน่หา ติดตามปางเสน่หา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 ก.พ. 2555 08:47 2012-03-02T01:49:47+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ