ข่าว

วิดีโอ



ประกาศิตกามเทพ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กฤติญา สัมฤทธิ์ประสงค์

กำกับการแสดงโดย: อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: พงศกร เมตตาริกานนท์,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

ณ ย่านคนทำงานกลางเมือง ผาณิตา หรือน้ำตาล สาวสวยสุดเปรี้ยว รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทเหมทองกรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์รองเท้ามนตรากำลังทดสอบคุณภาพรองเท้าคอลเลกชันใหม่

รองเท้าส้นสูงสีแดงสดออกแบบได้อย่างงดงาม สะดุดตา ผาณิตาเดินบนฟุตปาทอย่างมาดมั่น ค่อนข้างพอใจกับคุณภาพรองเท้ารุ่นนี้ แต่จู่ๆรองเท้าก็พลิกสาวมั่นล้มแปะกับพื้น!

ผาณิตามองรองเท้าเจ้าปัญหาเซ็งๆ กำลังเอื้อมไปหยิบแต่ถูกใครบางคนตัดหน้า เหมันต์ ชายหนุ่มแปลกหน้าท่าทางเป็นมิตรนั่นเองที่เก็บรองเท้าให้ก่อนช่วยพยุงเธอจากพื้น

รองผู้จัดการสาวมองชายหนุ่มแปลกหน้าหัวจดเท้า ก่อนเบี่ยงตัวออกแบบคนถือตัว เหมันต์ชะงัก ไม่ถือสาแถมคว้ารองเท้าสีแดงเจ้าปัญหามาดูใกล้ๆแล้วเสนอตัวช่วยซ่อม ผาณิตาไม่ไว้ใจจะแย่งคืนแต่เขายื้อไว้

“เอารองเท้าฉันคืนมา ฉันไม่ได้จ้างให้นายซ่อม อย่ามามัดมือชก”

เหมันต์ไม่ตอบโต้แต่เดินถือรองเท้ามาที่ซอกตึกในมุมลับตา เผยให้เห็นเป็นร้านซ่อมรองเท้าข้างทาง

“นั่งรอก่อนนะครับ ข้างหลังมีผ้าเช็ดเท้า”

“ฉันบอกว่าไม่ซ่อมๆ รองเท้าแพงๆอย่างงี้ ฝีมือระดับข้างถนนซ่อมไม่ได้หรอก”

“ผมขอเวลาแค่สิบนาทีครับ”

ผาณิตาหัวเสีย อยากจะกรี๊ดแต่ท่าทางคล่องแคล่วของชายหนุ่มแปลกหน้ากลับดึงดูดอย่างประหลาด เหมันต์ไม่ยี่หระแววตาเอาเรื่องของเธอตั้งหน้าตั้งตาเย็บรองเท้าพลางชวนคุย

“คุณภาพรองเท้าเดี๋ยวนี้ต่างจากสมัยก่อนมากนะครับ คนทำทุ่มเงินไปกับเครื่องจักรจะได้ผลิตได้มากขายได้เร็วแต่ความทนทานมันหายไปทั้งๆที่รองเท้ายังใหม่เอี่ยมอยู่แท้ๆ...ไม่คุ้มราคาเลย”

คำพูดวิจารณ์รองเท้าคอลเลกชันใหม่ที่เธอภูมิใจแบบตรงไปตรงมาทำให้ผาณิตาหน้าตึงแต่เหมันต์ไม่ทันสังเกตมัวสนใจพิจารณารองเท้าคู่สวย

“รองเท้าคู่นี้มีปัญหาตรงพื้นรองเท้าด้านนอกใช้วัสดุที่มีความลื่นเกินไปทำให้ไม่เกาะติดกับตัวรองเท้า คนซื้อไป เดินสองสามทีรับรองพื้นหลุดแบบคู่นี้แน่”

ไม่กี่อึดใจต่อมาเหมันต์ก็ซ่อมรองเท้าเสร็จ เขาขอให้เธอลองสวมอีกครั้ง ผาณิตาคิดว่าเขาซ่อมด้วยวิธีพื้นๆคือใช้กาวแต่กลับต้องอึ้งเมื่อเขาบอกว่าซ่อมด้วยวิธีการเย็บมือและที่สำคัญ...เขาซ่อมให้ฟรี!

ผาณิตาเกือบหลุดปากขอบคุณแต่ไม่ทันอ้าปากก็ได้วี้ดแตกใส่มือถือแทน เมื่อทิมเลขาหนุ่มโทร.ตามไปประชุมบริษัทเหมทองกรุ๊ปซึ่งมีประธานบริษัทคือเหมทอง บุญญาฉัตรพงษ์ ปู่ของเธอเป็นผู้ร่วมประชุมหลัก

เหมันต์ไม่ได้เป็นแค่ช่างซ่อมรองเท้าแต่เป็นพนักงานรับส่งเอกสารของบริษัทซิ่งสายฟ้าด้วย เขาเห็นหญิงสาวแปลกหน้าที่เขาเพิ่งซ่อมรองเท้าให้หารถรับจ้างเลยอาสาไปส่ง น้ำตาลไม่มีทางเลือกต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเขาไปถึงหน้าบริษัท ทิมมารอรับด้านหน้าและรับหน้าที่ จ่ายเงินค่าจ้างให้เขาแทนเจ้านายสาว

ooooooo

ภายในห้องประชุมบริษัทเหมทอง เหมทองหรือเหม บุญญาฉัตรพงษ์ ประธานใหญ่กำลังหงุดหงิดเพราะไม่ครบองค์ประชุมแถมพนักงานรับผิดชอบเอกสารก็ทำงานพลาดเตรียมเอกสารไม่ครบ

เหมทองไม่อยากเสียเวลาสั่งประกิตหรือเสี่ยหนึ่ง ลูกชายบุญธรรมคนแรก ผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้เริ่มต้นเสนอแผนการใหม่แต่คนรับคำสั่งอึกๆอักๆเพราะแผนงานทุกอย่างอยู่กับผาณิตาหรือน้ำตาลผู้เป็นลูกสาว

ทัศนัยหรือเสี่ยสาม ลูกชายบุญธรรมคนที่สามของเหมทอง ผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่ายอดแขวะความไม่เอาไหนของประกิตไม่ได้ ปราการหรือเสี่ยสอง ลูกชายบุญธรรมคนที่สองของเหมทอง ผู้จัดการฝ่ายผลิต ต้องช่วยแก้ต่างแทนน้ำตาลหลานสาวว่าเป็นคนขยันและทำงานเก่ง

เหมทองรู้จักและรู้ทันนิสัยลูกชายบุญธรรมทุกคนจึงปรามทัศนัยที่ก่อกวน

“ฉันได้รับรายงานว่าฝ่ายจัดจำหน่ายของแกโอนเงินเข้าบริษัทช้ากว่ากำหนดใช่หรือเปล่า”

ทัศนัยหน้าเสีย ท่าทางพิรุธจนเหมทองโมโห ทุบโต๊ะประชุมเสียงดัง

“ทำธุรกิจไม่ซื่อตรงเรื่องการเงินก็เท่ากับพัง ผิดพลาดเรื่องงานฉันพอรับได้ แต่ถ้าตุกติกเรื่องเงินฉันไม่เลี้ยง”

“ผมจะตรวจสอบด่วนครับ ไอ้ลูกน้องผมนี่มันใช้ไม่ได้ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก”

บรรยากาศในห้องประชุมมาคุจนน่ากลัว โชคดีที่ผาณิตามาถึงทันเวลาและเสนอแผนการตลาดได้ดี

เหมทองจึงอารมณ์เย็นลง กระนั้นผลทดสอบคุณภาพรองเท้ารุ่นใหม่ก็ทำให้สมาชิกห้องประชุมลุ้นตัวโก่ง

ผาณิตาคิดถึงคำวิจารณ์ของชายหนุ่มแปลกหน้าแวบเดียวก่อนตัดสินใจเอาใจปราการด้วยการโกหกว่ารองเท้ารุ่นใหม่ผ่านการทดสอบ

เหมทองพอใจมากสั่งปราการหรือเสี่ยสอง ผู้จัดการฝ่ายผลิตเริ่มต้นผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ทันที ผาณิตาอาสาวางแผนการตลาดด้วยทำให้บรรยากาศในห้องประชุมคลี่คลาย แต่คงไม่ใช่สำหรับทัศนัยซึ่งถูกเหมทองเรียกไปคุยแบบส่วนตัวหลังจบการประชุม

ทัศนัยหรือเสี่ยสามหายใจไม่ทั่วท้องเมื่ออยู่ตามลำพังกับเหมทองพ่อบุญธรรม กมลผู้ช่วยหนุ่มของเหมทองเป็นคนเปิดประเด็นด้วยการโชว์รูปรองเท้าเลียนแบบแบรนด์มนตราซึ่งวางขายแบกะดินในตลาดนัด

“มันคืออะไรเหรอครับคุณพ่อ หน้าตาคล้ายๆรองเท้าเรา”

ท่าทางไขสือของทัศนัยทำให้เหมทองโกรธจัดเอ็ดไม่ไว้หน้า “อย่ามาทำตีหน้าเซ่อ ฉันสั่งให้แกไปจัดการตั้งแต่เดือนที่แล้ว ทำไมมันยังทำออกมาได้อีกและยังออกมามากกว่าเดิมด้วย”

“นี่ผมให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการไปแล้วนะครับ ไม่รู้มันมัวไปทำอะไรอยู่ ผมขอไปเฉ่งมันหน่อย”

“ไม่ใช่เพราะแกมีเอี่ยวกับพวกมันด้วยเรอะ ถึงไม่อยากให้โรงงานเถื่อนพวกนี้ถูกปิด”

“ผมไม่มีทางหักหลังบริษัทตัวเองหรอกครับตัดหัวผมวางได้เลย คุณพ่อพูดแบบนี้ผมเสียใจนะครับ”

“หัวขี้เลื่อยอย่างแก...มีสิบหัวยังสู้หัวยัยน้ำตาลหัวเดียวไม่ได้เลย แถมมีลูกก็ยังเลี้ยงให้โง่เหมือนแกอีก”

ทัศนัยเสียหน้าแต่ต้องข่มอารมณ์ เหมทองไม่ยี่หระอาการลูกชายบุญธรรม ประกาศกร้าว

“ฉันให้เวลาแกอาทิตย์เดียว ฉันต้องไม่เห็นรองเท้าที่แบบเหมือนของเราไปวางขายที่อื่นอีก”

“ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”

รับปากแล้วขอตัวทันที เหมทองมองตามด้วยแววตาดุดันก่อนสั่งกมลให้คนสะกดรอยลูกชายบุญธรรมคนที่สาม ผู้ช่วยหนุ่มซึ่งรับหน้าที่เป็นทนายความประจำครอบครัวก้มหน้ารับคำสั่ง...ดูท่าทัศนัยจะรอดยาก!

ooooooo

ผาณิตาหรือน้ำตาล รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดสาวสุดมั่น ถอนใจโล่งอกที่การประชุมผ่านพ้นด้วยดี หญิงสาวนั่งมองรองเท้าสีแดงรุ่นใหม่ที่มีรอยเย็บจากฝีมือช่างซ่อมข้างทางด้วยแววตาครุ่นคิด คำพูดวิจารณ์ของเขาลอยวนเวียนในหัวจนเธอเริ่มรู้สึกผิดที่โกหก แต่ไม่ทันสะระตะความคิดตัวเองปราการก็แวะมาหา

“อาจะเข้ามาขอบคุณที่ตาลช่วยรับรองรองเท้าคอลเลกชันใหม่ให้”

“ตาลมีหน้าที่เสนอข้อมูลตามความเป็นจริงค่ะ ไม่ต้องขอบคุณตาลหรอกค่ะ”

“นั่นแหละ...สำหรับคุณพ่อใครรับรองก็ไม่หนักแน่นเท่าตาลหรอก ถ้าลูกอากลับมาคงต้องขอให้เทรนน้องด้วย”

“ไม่มีปัญหาค่ะ ช่วยงานกันหลายๆคนยิ่งดี”

“ขอบใจนะ...หลานอาช่างมีน้ำใจจริงๆ”

ปราการหรือเสี่ยสองยิ้มให้หลานสาวก่อนขอตัว จังหวะเดียวกับที่ผกา แม่จอมจู้จี้ของผาณิตาเปิดประตูเข้ามา ผกาไม่ชอบหน้าปราการนักแต่ต้องข่มใจไม่ให้พูดอะไรจนกระทั่งอยู่ตามลำพังกับลูกสาว

“นายสองมันมาอ่อยเหยื่อตีสนิทอะไรแก”

“เปล่าค่ะ...เขามาขอบคุณที่ตาลช่วยเชียร์สินค้าลอตใหม่ให้”

“แล้วแกไปช่วยมันทำไม ไม่รู้เหรอว่ามันเตรียมเลื่อยขาเก้าอี้แกกับพ่ออยู่”

“เก้าอี้ตาลทำด้วยเหล็กค่ะ เลื่อยไม่ขาดง่ายๆหรอก ดีไม่ดีเลื่อยจะหักด้วยซ้ำ”

ผกาเชื่อมั่นฝีมือลูกสาวเพราะเสี้ยมมาตั้งแต่เด็ก “แม่ก็คิดว่าแกไม่ใช่หมูแต่ก็ต้องระวัง ที่นี่เสือสิงห์กระทิงแรดมันเยอะ แต่ละคนเขี้ยวตำทะลุดินกันทั้งนั้น มีแต่พ่อแกนี่แหละที่ไม่เคยทันชาวบ้าน”

ประกิตหรือเสี่ยหนึ่ง สามีผกา พ่อแท้ๆของผาณิตา ได้ยินเสียงภรรยาแว่วๆจากห้องลูกสาวจึงตัดสินใจไม่เข้าไป เขาส่งสัญญาณมือบอกลูกสาวว่าจะไปข้างนอก ผาณิตาอ่อนใจรู้ดีว่าพ่อไปหาเมียน้อย ไม่ได้ไปทำงานอย่างที่แอบอ้าง แต่เพราะรักพ่อเลยยอมหาข้อแก้ตัวกับแม่ให้

ผกาไม่ติดใจเรื่องสามีติดงานด่วนแต่ไม่วายทิ้งท้ายให้ลูกสาวทำงานให้ดี ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคงไม่ไกลเกินเอื้อม ผาณิตาเหนื่อยหน่ายใจแต่เพราะถูกแม่ตั้งความหวังตั้งแต่เด็กเลยขัดไม่ได้

หญิงสาวรอจนแม่ออกจากห้องจึงก้มมองรองเท้าสีแดงเจ้าปัญหาอีกครั้งก่อนโยนทิ้งถังขยะอย่างไม่ไยดี...

ooooooo

เหมันต์มัวซ่อมรองเท้าให้หญิงสาวแปลกหน้าแถมพาเธอไปส่งถึงหน้าบริษัทจึงไปทำงานสาย เรวัติผู้จัดการบริษัทซิ่งสายฟ้าเอ็ดด้วยความอ่อนใจเพราะรู้จักนิสัยความมีน้ำใจผิดที่ผิดเวลาของเหมันต์ดี

กระนั้นเหมันต์ก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีเหมือนเคย ชายหนุ่มเป็นคนขยันขันแข็ง มัธยัสถ์และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานเสมอ แม้จะเรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้นแต่เพราะเป็นคนหนักเอาเบาสู้เลยไม่เคยอดตาย

เหมันต์ต้องรับภาระดูแลชาญ พ่อซึ่งอดีตเคยเป็นนักมวยอนาคตไกลแต่ต้องพิการนั่งรถเข็นตลอดชีวิตเพราะถูกคนชนแล้วหนี ภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในบ้านเช่าหลังเล็กๆจึงตกเป็นหน้าที่ของเหมันต์ซึ่งตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อ

นอกจากชาญพ่อผู้พิการ เหมันต์ยังมีหริทธ์ น้องชายอีกคนต้องดูแล เขายอมสละไม่เรียนต่อแต่ทำงานทุกอย่างเพื่อส่งเสียให้น้องชายเรียนจนจบมหา’ลัย

หริทธ์เป็นนักเรียนวิทยาลัยอาชีวะ นิสัยห่ามๆตามวัย แต่ความจริงเป็นคนมีน้ำใจและจิตใจดีเหมือนเหมันต์ เขาไปรับชาญผู้เป็นพ่อจากร้านซ่อมรองเท้าแต่ดันเกิดเรื่องวิวาทเพราะถูกนักเรียนโรงเรียนคู่ปรับไล่ตี

ชาญเห็นลูกชายคนเล็กถูกไล่ตีก็คว้าไม้เท้าของตัวเองช่วยยันพลางสั่งสอนเสียงเข้ม

“พ่อแม่ส่งมาเรียนหนังสือไม่ใช่ให้มาเป็นนักเลง ถ้าคันไม้คันมืออยากชกต่อยไปชกบนเวทีมวยโน่น ตัวต่อตัวตามกติกา...แบบนั้นมันถึงเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง”

พูดจบก็ลดไม้เท้าที่ยัน เหล่านักเรียนอันธพาลหน้าหงอ ชาญจึงเอ็ดทิ้งท้าย

“ใครอยากชกกับน้าก็เรียงหน้ามาทีละคนได้เลย ...ถ้าไม่อยากแพ้คนพิการก็กลับบ้านไปซะ!”

หริทธ์ภูมิใจในตัวพ่อมาก โดยไม่รู้เลยว่าชาญซ่อนความลับบางอย่างไว้ ทั้งเรื่องที่ทั้งสองไม่ใช่ลูกแท้ๆ และเขากำลังป่วยหนักเพราะโรคไตเรื้อรัง

เหมันต์ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านตามปกติแต่ดันโชคร้ายกลายเป็นพยานอุบัติเหตุของคนเมาแล้วขับ!

ผู้ก่อเหตุคือทศนาถ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทัศนัยหรือเสี่ยสาม ชายหนุ่มรูปงามแต่เกกมะเหรกเกเร ไม่เอาการเอางาน วันนี้ที่เกิดเหตุก็เมาเหล้าและขับรถชนข้างทางจนธิดาคู่ขาตายคาที่

เหมันต์เป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นคนโทร.ตามกู้ภัยมาช่วย ทีมกู้ภัยมาถึงในเวลาไม่นานโดยมีเอมสาวห้าวเพื่อนบ้านของเหมันต์ร่วมทีมด้วย ทั้งหมดช่วยกันพาทศนาถไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล ทศนาถอยู่ในสภาวะหวาดกลัวเพราะช็อกจากอุบัติเหตุแต่เมื่อตั้งสติได้ก็ปฏิเสธเสียงแข็งจะร่วมรถกับศพของธิดา

ท่าทางแปลกๆของทศนาถทำให้เอมมองตามด้วยความสงสัยและอดนินทากับเหมันต์ไม่ได้

“อะไรวะ...ถึงไม่ใช่แฟน แค่เป็นเพื่อนกันมันก็ไม่น่าปฏิเสธเสียงแข็งอย่างนี้”

เหมันต์ไม่สนเรื่องคนอื่น แซวเพื่อนสาวข้างบ้านยิ้มๆ “ไหนบอกตั้งแต่มาเป็นจิตอาสาใจเย็นขึ้นเยอะไง”

“พี่อ่ะ...เออๆ...ใจเย็นก็ใจเย็น อภัยได้ อภัยท่องไว้ๆ”

“พี่กลับก่อนได้ไหมกลัวพ่อเป็นห่วง”

“ไปเถอะ...ถ้าตำรวจเขาต้องการอะไรเพิ่มเอมจะให้เบอร์พี่ไว้แล้วกัน”

ooooooo

คืนเดียวกันที่บ้านเหมทอง สมาชิกทุกคนรวมตัวที่โต๊ะอาหาร ยังไม่มีใครรู้เรื่องอุบัติเหตุของทศนาถ สมร ภรรยาของทัศนัยรับหน้าที่เตรียมอาหารเหมือนเคย เมื่อเหมทองมาถึงจึงเริ่มเสิร์ฟทันที

เหมทองไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าเปิดฉากถามความคืบหน้าของรองเท้ารุ่นใหม่แบรนด์มนตรา ปราการหรือเสี่ยสองรายงานเรื่องกำหนดการผลิตที่ตรงเวลา ประธานใหญ่บริษัทเหมทองพยักหน้าพอใจก่อนโพล่งถามเรื่องลาวัลย์ลูกสาวคนเดียวของปราการที่ไปเรียนหนังสือเมืองนอก

ปราการอึกๆอักๆบอกว่าลูกสาวจะเรียนจบในอีกสามปี เหมทองไม่เชื่อตวาดไม่ไว้หน้า “เปลี่ยนโรงเรียนเป็นว่าเล่นเมื่อไหร่จะจบ แกมันเก่งเรื่องงาน แต่เรื่องเลี้ยงลูกกลับไม่ได้ความ แล้วแกจะไปปกครองใครได้”

“ขอโทษครับคุณพ่อ เที่ยวนี้ลาวัลย์จะต้องคว้าปริญญามาให้คุณพ่อได้แน่นอนครับ”

ดุลูกชายบุญธรรมคนที่สองจบเหมทองก็หันไปเอาเรื่องประกิตหรือเสี่ยหนึ่ง

“ส่วนแก...เที่ยวนอกบ้านให้มันน้อยๆลงหน่อย เอาเวลาไปหาความรู้พัฒนาสมองให้มันมีรอยหยักมากกว่านี้ ไม่ใช่นั่งหายใจไปวันๆให้เมียจูงจมูกไปซ้ายทีขวาที”

ทัศนัยหรือเสี่ยสามอดขำไม่ได้ เหมทองหันไปเอ็ด “แกก็เหมือนกัน สั่งสอนลูกให้มันเป็นผู้เป็นคนหน่อย ตามใจมันจนเสียคน พ่อเป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น...แล้วนี่มันไปไหน”

“ทศนาถมันต้องไปตรวจสินค้าตามสาขาครับ เดี๋ยวนี้ทศมันปรับปรุงตัวแล้วนะครับ บางทีก็ห่วงงานจนลืมกินข้าวกินปลาเพราะมันบอกว่ามีปู่เป็นไอดอล”

ผาณิตาหรือน้ำตาลเห็นบรรยากาศไม่ดี เสตักอาหารให้เหมทอง

“ของโปรดคุณปู่ค่ะ”

เหมทองตักอาหารคืนให้หลานสาว โพล่งไม่ไว้หน้า “ฉันไม่ได้เลือกทายาทจากการประจบเอาใจแต่เลือกจากความสามารถ ถ้าใครเก่งพอจะเป็นผู้หญิงผู้ชายก็ไม่สำคัญ”

จบคำเหมทองทุกคนบนโต๊ะอาหารก็เงียบกริบ เหมทองไม่สนใจกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะหน้าตื่นวิ่งขึ้นชั้นบนเมื่อสร้อยคนใช้เก่าแก่บอกว่ามนตราภรรยาของเขาอาละวาดหนักใครก็เอาไม่อยู่

เหมทองร้อนใจเป็นห่วงภรรยา มนตราคู่ทุกข์คู่ยากของเขามีอาการทางจิตสติเลอะเลือนมานานหลายปี

เขามอบหมายให้สร้อยคนใช้เก่าแก่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดแต่อาการเธอก็ทรงๆทรุดๆ บางวันก็ยอมอยู่ในห้องอย่างสงบแต่บางวันก็คลุ้มคลั่งพร่ำเพ้อถึงเรื่องเก่าๆอย่างเช่นวันนี้...

ooooooo

ระหว่างที่เหมทองไปดูอาการมนตรา เหล่าลูกหลานต้องป่วนเพราะประกิตอยู่ไม่ติดบ้านจะไปหาเมียน้อย ผาณิตาต้องช่วยแก้ต่างกับแม่ให้พ่อเหมือนเคย แถมต้องโผล่ไปช่วยทศนาถลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทัศนัยที่เพิ่งโทร.ฟ้องพ่อว่าขับรถชนจนมีคนตาย!

ทัศนัยหรือเสี่ยสาม พร้อมด้วยผาณิตาหรือน้ำตาลรุดไปสถานีตำรวจ ทศนาถกำลังถูกแม่ธิดาทุบตีที่ทำให้ลูกสาวตาย ดาบหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีพยายามไกล่เกลี่ยแต่แทบไม่มีผลกระทั่งทัศนัยกับผาณิตามาถึงจึงช่วยกันกล่อมให้แม่ของธิดายอมความ

ทศนาถกลัวความผิดจึงให้การเท็จว่าธิดาเป็นคนขับ แม่ของธิดาไม่เชื่อเพราะได้ยินจากพยานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าเขาเป็นคนขับ ทัศนัยเห็นท่าไม่ดีลากตัวลูกชายไปคุยอีกทางโดยมีผาณิตาตามไปด้วย

ทัศนัยเอ็ดลูกชายที่โกหก ทศนาถหน้าเสียแต่เมื่อเห็นผาณิตาก็อ้อนเพราะรู้ดีว่าเธอแอบชอบตน

“ผู้หญิงที่ไปกับพี่ตาย พี่เลยบอกตำรวจไปว่าเขาเมาแล้วขับ พี่คิดว่าธิดาตายแล้วถ้าโยนให้เขาคงไม่เป็นอะไร”

คำพูดไร้สามัญสำนึกของทศนาถทำให้ผาณิตาพูดไม่ออก ทัศนัยก็อ่อนใจกับการแก้ปัญหาโง่ๆของลูกชาย แต่ไม่วายขอร้องหลานสาวให้ช่วยเคลียร์

“น้ำตาล...เธอเป็นคนฉลาดหาวิธีช่วยอาสักครั้งนะ อาสัญญาจะช่วยสนับสนุนให้พ่อเธอขึ้นเป็นผู้อำนวยการใหญ่ที่ว่างอยู่ ตำแหน่งนี้เธอกำลังเล็งให้พี่หนึ่งอยู่ไม่ใช่เหรอ”

ข้อเสนอของทัศนัยยวนใจไม่น้อยแต่คงไม่เท่าความรักของเธอที่มีต่อทศนาถ “เราสองคนโตมาด้วยกัน ตาลเองก็รักพี่ทศเหมือนพี่ชาย ตาลไม่ยอมให้พี่ทศโดนจับหรอกค่ะ พยานที่เห็นพี่อยู่ไหนคะ เราต้องรีบไปหาเขาก่อนตำรวจ”

“พี่ก็ไม่รู้แต่พี่จำได้ว่ามันรู้จักกับผู้หญิงที่เป็นพวกกู้ภัยด้วย”

ทัศนัยสั่งลูกน้องไปหาที่อยู่ของพยานปากสำคัญเพื่อช่วยลูกชายคนเดียว เหมันต์ไม่รู้ตัวว่าจะกลายเป็นเครื่องมือของทศนาถ กลับบ้านไปช่วยพ่อกับน้องชายทำงานบ้าน

หริทธ์ช่วยพี่ชายซักเสื้อผ้า เหมันต์ไม่อยากให้น้องลำบากไล่ไปนอน

“ผมมันไม่เอาไหน ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย ให้ผมออกจากวิทยาลัยนะพี่ ผมอยากทำงาน จะได้ไม่เป็นภาระพี่”

เหมันต์ชะงัก พูดจริงจัง “เรียนไม่จบแล้วจะทำงานอะไรได้”

“ทีพี่จบแค่ ม.สามยังหาเงินได้เลย”

“นายอยากเป็นเหมือนพี่จริงๆเหรอ คนเราต้องมีความฝันแล้วมองให้ไกล ความฝันของพี่คือได้เห็นแกสวมเสื้อครุยรับปริญญา วันนั้นทั้งพี่กับพ่อจะมีความสุขมาก เรื่องแค่นี้แกทำให้พี่ไม่ได้เหรอ”

หริทธ์พยักหน้ายิ้มกว้าง “ถึงผมจะหัวทึบ เรียนไม่ค่อยได้เรื่อง แต่ผมจะทำให้ได้นะพี่”

ooooooo

วันต่อมาเหมันต์ยังใช้ชีวิตตามปกติ รับจ้างทำงานทุกอย่างเหมือนเคยและวันนี้ก็ถึงคิวรับจ้างล้างคอกหมูของเถ้าแก่แถวบ้าน วันดีๆกลายเป็นเซ็งเมื่อกลับบ้านมาเจอผาณิตากับทิมเลขาฯหนุ่มซึ่งแวะมาหาเขาตามที่อยู่จากลูกน้องของทัศนัย ผาณิตาตกใจที่เห็นหน้าช่างรองเท้าที่แสนชังรีบโบ้ยให้ทิมเจรจาแทน

“เราอยากขอให้คุณเหมันต์ช่วยเป็นพยานกับทางตำรวจว่าคุณทศนาถไม่ได้เป็นคนขับรถเอง”

“คุณคงเข้าใจผิด ความจริงเขาเป็นคนขับนะครับ”

“เราถึงอยากมาขอร้องให้คุณช่วย”

ทิมไม่พูดมากควักเช็คเงินสดยื่นให้ เหมันต์สีหน้าขรึมลง

“ถ้าตำรวจถามผมว่าใครเป็นคนขับจะให้ผมตอบว่าเป็นผู้หญิงที่เสียชีวิตขับใช่ไหมครับ”

น้ำเสียงนิ่งๆของเหมันต์ทำให้ทิมใจไม่ดี อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เหมันต์ไม่สนโพล่งหักมุมดื้อๆ

“ผมคงช่วยโกหกให้คุณไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย”

ผาณิตาหรือน้ำตาลชักสีหน้า เปิดฉากเจรจาอีกครั้งด้วยตัวเอง

“รับไปเถอะ อย่าให้เราเสียเวลา หรือจะต่อรองให้มากกว่านี้ทางเราก็ยินดีจ่าย”

“จำนวนเงินเท่าไหร่ก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอก คุณคงใช้เงินแก้ปัญหาจนเคยตัว”

เหมันต์ตอกไม่ไว้หน้า ผาณิตาเริ่มมีน้ำโห แต่พยายามข่มอารมณ์

“ฉันเจอคนสร้างภาพแบบนี้มานักต่อนักแล้วมันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคนคนนั้นดีขึ้นหรอกนะ เงินในเช็คน่ะสามารถซื้อบ้านใหม่แทนบ้านหลังนี้ได้อย่างสบายๆ ฉันจะให้เวลาเธอคิด”

พูดจบก็ปรายตาไปทางเลขาฯหนุ่ม ทิมวางนามบัตรตัวเองบนโต๊ะแล้วจะผละตามเจ้านายสาว เหมันต์รับนามบัตรมาถือแล้วตามไปสอดคืนที่กระเป๋าอกเสื้อของทิม

“เราอย่าเจอกันอีกจะดีกว่าครับ”

ผาณิตากับทิมต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เหมันต์คิดว่าเรื่องจะจบแต่ดาบหลงเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ซึ่งคุ้นเคยกับเขาดีก็มาตามไปให้การเรื่องคดีของทศนาถที่โรงพัก ทศนาถคิดว่าเงินจะซื้อทุกคนได้แต่กลับต้องหัวเสียเมื่อเหมันต์ยืนกรานคำให้การเดิมว่าทศนาถเป็นคนขับรถ

ทศนาถอาฆาตเหมันต์จะส่งคนมาจัดการหมวดอาท นายตำรวจผู้ดูแลคดีซึ่งแอบรับสินบนจากทัศนัยจึงพยายามไกล่เกลี่ยให้ยอมความ ดาบหลงรู้สึกแปลกกับท่าทีของหมวดอาท สังหรณ์ใจว่าคดีจะจบอย่างที่แล้วๆมาคือคนรวยรอดตะรางเพราะเงินถึง

ooooooo

นอกจากจะพยายามใช้เงินปิดปากพยานสำคัญอย่างเหมันต์ ผาณิตาหรือน้ำตาลยังจ่ายเงินให้แม่ของธิดายอมความด้วย เหมันต์ผ่านมาเห็นโดยบังเอิญเพราะนำของมาส่งให้แม่ธิดา เขาคร้านจะเอาเรื่องผาณิตาแต่ต้องเปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อเธอดันขับรถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์คู่ชีพของเขา

ผาณิตาไม่รู้ตัวว่าขับรถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ของเหมันต์เพราะใส่หูฟังเพลง เมื่อคู่กรณีหนุ่มตามไปดักหน้าก็โมโห

“นายตั้งใจสะกดรอยตามฉันหรือไง หรือว่าเปลี่ยนใจอยากได้เงิน...ช้าไปแล้วล่ะ”

“คุณเฉี่ยวรถผมล้มควรจะจอดรถลงมาดูถึงจะถูกนะครับ ไม่ใช่ทำผิดแล้วหนีอย่างนี้”

“น่าขำ...ถ้าชนจริงมีหรือฉันจะไม่รู้ ถอยรถนายออกไป ไม่อย่างนั้นฉันจะชนจริงๆให้ดู”

แขวะจบก็ขึ้นรถ เหมันต์ไม่ยอมรั้งไว้เลยถูกเธอแหว

“นี่นาย! กล้าดียังไง อยากให้เรียกตำรวจเหรอ”

“เรียกเลยครับ ผมจะให้ตำรวจดูหลักฐานที่ไฟหน้ารถผมกับกันชนรถคุณ พิสูจน์ไม่ยากหรอกครับ”

เหมันต์ลากเธอไปดูรอยถลอกที่กันชนรถเธอ

ผาณิตาหน้าเจื่อนจำได้ขึ้นมาเลาๆว่าตัวเองใส่หูฟังจึงไม่ได้ยินเสียง แต่ทิฐิก็ทำให้เธอไม่สำนึกควักกระเป๋าสตางค์มาหยิบเงินให้คู่กรณีหนุ่ม

“คงพอค่าซ่อมนะ”

“แสดงว่าคุณยอมรับว่าชนรถผม”

“รถฉันก็ถลอกไม่น้อยนะ รับเงินแล้วก็จบกันง่ายๆดีไหม”

“ที่ผมตามคุณมาไม่ได้อยากได้เงินแต่ต้องการคำขอโทษ”

“คำขอโทษแค่นั้นจริงๆเหรอ คำนี้มันคงเอาไปซ่อมรถได้สินะ”

“อย่าคิดว่าตัวเองใหญ่โตคับฟ้า คิดจะเอาอำนาจเงินมาข่มเหงใครก็ได้ คนเราทำผิดถ้ารู้สึกผิดจริง

ก็ควรเอ่ยคำขอโทษสักคำ ไม่ใช่เอาเงินฟาดหัวคนอื่น วิธีนี้เขาไม่เรียกว่าสำนึกผิดแต่เขาเรียกว่าปัดสวะให้พ้นๆ”

ผาณิตาผงะเมื่อเจอคำพูดยาวเหยียดของคู่กรณีหนุ่ม สำนึกผิดชอบชั่วดีค่อยๆทำให้เธอคิดได้แต่ก็อดกระแนะกระแหนตามประสาคนฟอร์มจัดไม่ได้

“นายรองเท้า...ฉันแค่เฉี่ยวมอเตอร์ไซค์นาย ไม่ได้ฆ่าคนตายสักหน่อย คำพูดนายไม่เกินไปหน่อยเหรอ หรือชีวิตมีปมด้อยเคยโดนชนแล้วหนีถึงได้เป็นเดือดเป็นแค้นเกินกว่าเหตุ”

เหมันต์ชะงักเพราะโดนสะกิดปมฝังใจ สวนเสียงเข้ม “พ่อผม...โดนชนแล้วหนี ถ้าคนขับมันมีสำนึกดีช่วยพาส่งโรงพยาบาลทันเวลา พ่อผมคงไม่ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต...ก็เหมือนคุณนั่นแหละขาดสำนึกความรับผิดชอบ!”

ooooooo

เหมันต์ฉุนขาดขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจจากไปแล้ว ทิ้งผาณิตาหรือน้ำตาลให้รู้สึกผิดเพราะทำตัวไร้สามัญสำนึก กระนั้นความทุกข์ใจก็อยู่กับเธอไม่นานเมื่อกลับถึงบริษัทแล้วพบว่าทศนาถมานั่งรอที่ห้อง

ทศนาถตั้งใจมาต่อว่าผาณิตาที่ทำให้ตนหน้าแตกกลางสถานีเพราะเหมันต์พยานสำคัญไม่กลับคำให้การ ทัศนัยไม่อยากให้เรื่องถึงหูเหมทอง ตามมาขวางแถมยุให้ลูกชายชวนหลานสาวไปกินข้าวตอบแทนน้ำใจ ทศนาถไม่เต็มใจนักแต่ต้องอดใจรอจนอยู่ตามลำพังกับพ่อ ถึงโพล่งอย่างเหลืออด

“ป๋าไม่น่าชงให้ผมแบบนี้เลย ยัยนี่เหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ อยู่ใกล้แล้วอึดอัดหายใจไม่ออก”

“ฟังป๋านะ...ยัยน้ำตาลน่ะมันหลานรักของปู่ เอาอกเอาใจไว้เป็นไม้กันหมาให้ลูกไง”

“แล้วปู่รู้เรื่องผมไหมป๋า”

“ป๋าปิดข่าวทุกทางแล้ว ช่วงนี้ลูกมาบริษัททุกวันนะอย่าไปก่อเรื่องก่อราวอีก ตำแหน่งป๋ามันจะสั่นคลอน”

“ป๋าขอทั้งทีทำไมผมจะทำให้ไม่ได้ล่ะครับ ต่อไปนี้ผมจะเที่ยวให้น้อยลง ทำงานให้มากขึ้นเพื่อป๋ากับแม่”

“มันต้องอย่างนี้สิลูกรักของป๋า”

ทัศนัยเชื่อสนิทว่าลูกชายจะไม่ก่อเรื่องตามที่รับปาก แต่ที่คาดไม่ถึงคือทศนาถจะผูกใจเจ็บเหมันต์และจ้างนักเลงหัวไม้ไปดักตี เหมันต์เพิ่งกลับจากช่วยรุ่งอรุณ สาวใหญ่เจ้าของร้านคาราโอเกะซึ่งเมาแอ๋กลับบ้านแล้วระหว่างทางก็เจอหริทธ์ที่เพิ่งมาจากค่ายมวยของอู๋ เพื่อนสนิทของชาญ

เหมันต์แกล้งดักคอน้องชาย “คงไม่ได้ไปขอเรียนมวยกับอาอู๋หรอกนะ”

“ทีพ่อยังเป็นมวยแล้วจะห้ามผมทำไมก็ไม่รู้”

“พ่ออยากให้นายตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่า”

“โหยพี่...ฝึกมวยไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้นี่ พี่รู้ปะแค่ผมออกหมัด สาวๆที่วิดลัยก็กรี๊ดแตกแล้ว”

คำพูดโอ่ๆของน้องชายทำให้เหมันต์หมั่นไส้ “ที่แท้จะฝึกมวยไปอวดสาว”

สองพี่น้องกอดคอกันถึงบ้านก็เจอทศนาถกับ

พวกนักเลงดักตี เหมันต์ห่วงน้องชายพยายามกันให้ห่างแต่หริทธ์บ้าเลือดร่วมต่อยตีจนเสียงเอะอะเรียกชาญออกมาดู อดีตนักมวยไม่รอช้าใช้ไม้เท้าตีพวกนักเลงกระเจิง ทศนาถโมโหถีบรถเข็นของชายพิการจนล้มกระแทกพื้น

สถานการณ์เริ่มไม่ดี เหมันต์กับหริทธ์ปกป้องพ่อสุดความสามารถแต่พวกทศนาถมีมากกว่าสามคนพ่อลูกจึงเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ โชคดีที่ดาบหลง อู๋และเอมผ่านมาทันเวลา พวกทศนาถต้องล่าถอย เหมันต์ตัดสินใจไม่ยอมความแจ้งตำรวจให้บุกจับทศนาถถึงบ้าน!

ooooooo

เหมันต์เล่าทุกอย่างให้พ่อกับน้องชายฟังแล้วไปจับทศนาถพร้อมดาบหลง หมวดอาทซึ่งรับสินบนจากทัศนัยมาแล้วกลัวเป็นเรื่องจึงรีบตามไปควบคุมสถานการณ์

ผาณิตาหรือน้ำตาลเคืองมากที่ทศนาถผิดนัด อยากเมินเฉยกับเขาเหมือนกันแต่ทนเสียงอ้อนวอนของทัศนัยที่ขอให้เธอช่วยรับหน้าเหมันต์กับพวกตำรวจไม่ไหว ยอมโกหกเป็นพยานให้ทศนาถ

สมรภรรยาทัศนัยกลัวลูกชายติดคุกร่วมมือกับสามีดูต้นทางไม่ให้เหมทองรู้เรื่องตำรวจบุกจับทศนาถ แต่มนตราภรรยาเหมทองก็เกือบทำเสียเรื่องคลุ้มคลั่งเพราะเห็นคนหน้าเหมือนเหมวัต ลูกชายแท้ๆซึ่งหนีจากบ้านเมื่อหลายปีก่อน!

เหมทองมัวจัดการมนตราให้สงบสติอารมณ์เลยไม่ทันสนใจรถตำรวจหน้าบ้าน ส่วนผาณิตาลำบากใจที่โกหกเพื่อปกป้องทศนาถแต่เพราะรักเขาจึงยอมอย่างไม่มีทางเลือก เหมันต์เสียความรู้สึกที่เธอปกป้องคนผิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะแม้แต่หมวดอาทผู้รักษากฎหมายก็พยายามกล่อมให้เขายอมความ

หลังพวกตำรวจพาเหมันต์กลับ ผาณิตาก็ขอตัวเพราะยังเคืองทศนาถ ทัศนัยหรือเสี่ยสามรอจนหลานสาวลับตาจึงหันไปเอาเรื่องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน

“วันนี้ลูกทำอะไรลงไปรู้ไหม ปล่อยให้ยัยน้ำตาลรอเก้อได้ยังไงกัน ถ้าเขาโกรธลูกขึ้นมามันไม่เป็นผลดีกับเรา...พรุ่งนี้ไปง้อเขาหน่อยนะลูกนะ”

“ทำไมต้องง้อ ผมรู้นะว่าป๋ามีแผนอะไรในใจ

คิดจะให้ผมจีบยัยน้ำแข็งเป็นแฟน ไม่เอาเด็ดขาด ไปวิดีโอคอลกับสาวๆจั๊กจี้หัวใจกว่ากันเยอะ”

ทศนาถผละหนีทันทีที่พูดจบ ทัศนัยจะตามแต่สมรมาขวางและรายงานเรื่องมนตราเพ้อถึงเหมวัต

ทัศนัยหัวเสียมาก แค้นใจที่แม่บุญธรรมไม่เคยลืมเหมวัตลูกชายแท้ๆที่หายออกจากบ้านเมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่เขาพยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีเสมอแต่มนตราก็ไม่เคยสนใจหรือรับรู้...

หริทธ์พาชาญไปทำแผลที่โรงพยาบาล อู๋ตามเข้าไปในห้องทำแผลเลยได้รู้ความลับของชาญว่าเป็นโรคไตเรื้อรังและอาการก็หนักขึ้นทุกที ชาญบังคับเพื่อนรักให้เก็บความลับจากลูกชายทั้งสอง อู๋ไม่สบายใจแต่

พอจะเข้าใจความรู้สึกของชาญที่คงไม่อยากให้ลูกทั้งสองเป็นกังวล

เหมันต์ตัดสินใจถอนแจ้งความเพราะไม่เห็นประโยชน์จะเอาผิดคนไร้สามัญสำนึกอย่างทศนาถ

ไหนจะผาณิตาที่โกหกให้คนผิดอย่างหน้าไม่อาย หริทธ์ไม่พอใจแต่จนด้วยเหตุผลจะค้าน ส่วนชาญเห็นด้วยกับเหมันต์และพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลูกชาย

คนเล็กด้วยการชวนกินข้าว

หริทธ์ฮึดฮัดจะไม่ยอมจบแต่เหมันต์ไม่เถียงด้วยตั้งหน้าตั้งตาแกะเนื้อปลาให้พ่อ

“โหยพี่...ไม่ยุติธรรม ทำไมให้พ่อกินปลาอยู่คนเดียว”

“อาหารอร่อยที่สุดดีที่สุดในแต่ละมื้อ เราต้องให้พ่อ ลืมที่พี่สอนแล้วเหรอ”

ชาญยิ้มกว้างและตักปลาจากจานให้หริทธ์ลูกชายคนเล็ก

“แล้วก็เหมือนเคย พ่อกินคนเดียวไม่หมดหรอกต้องแบ่งให้พวกแกช่วยกินด้วย คนเราอิ่มคนเดียวเดี๋ยวจุกตาย”

สามพ่อลูกกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข...ลืมเรื่องวุ่นวายใจเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนสนิท

สีหน้าผิดหวังของเหมันต์ทำให้ผาณิตารู้สึกผิดมากต้องส่งทิมไปตามดูแลครอบครัวเขาห่างๆ เริ่มจากการเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของชาญที่โรงพยาบาล เหมันต์แปลกใจเมื่อได้ยินจากพยาบาลว่ามีบุคคลปริศนาอ้างตัวว่าเป็นญาติเขาจ่ายค่ารักษาแทนแต่ยังไม่มีเวลาสืบหาเพราะต้องทำมาหากิน

ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ผาณิตาตัดเรื่องเหมันต์ทิ้งและตั้งใจทำงานพิสูจน์ตัวเองเหมือนเคย เหมทองภูมิใจกับยอดขายรองเท้ารุ่นใหม่ที่ทะลุเป้าทุกสาขา แต่กระนั้นก็ไม่วายค่อนแคะทศนาถที่มาทำงานสายโด่ง

ทัศนัยหรือเสี่ยสามแก้ต่างแทนลูกชายเลยถูกเหมทองแขวะ

“ลูกชายแกมันไม่มีปากพูดเองหรือไง”

ทศนาถหน้าเสีย ทำตัวเล็กลีบแก้ตัวเสียงอ่อย

“ผมขอโทษครับที่มัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่ข้างนอกจนไม่ค่อยมีเวลามาดูแลคุณปู่”

เหมทองรู้ทันว่าทศนาถโกหก แกล้งสั่งงานยากๆ “งั้นแกคงรู้ว่าสาขาของเรามีสต๊อกเก่าๆตกค้างกี่มากน้อย แกเขียนรายงานมาให้ฉันที เอาให้ละเอียดว่ารุ่นไหน สีไหน ไซส์อะไร จำนวนเท่าไหร่”

ทศนาถชะงัก ตั้งท่าจะพูดบางอย่างแต่ช้ากว่า

เหมทองที่รีบตัดบท

“ฉันให้เวลาแกสามวัน เอารายงานมาวางที่โต๊ะฉัน!”

ทัศนัยเห็นท่าไม่ดีกลัวลูกชายถูกจับโกหกได้ รับสมอ้างแทนหน้าตาเฉย

“งานจุ๋มจิ๋มแบบนี้ทศนาถทำได้อยู่แล้วครับคุณพ่อ”

เหมทองหัวเราะหึๆ “จะฝึกเลี้ยงวัวไม่ใช่สักแต่ปล่อยมันไปเล็มหญ้าอย่างเดียว แต่ต้องสอนให้มันกลับคอกเองเป็นด้วย ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งมันอาจไม่กลับมาเลย ไอ้ที่ลงทุนไปแกก็จะขาดทุนป่นปี้!”

สั่งสอนจบก็ผละไป ทิ้งทศนาถให้ยืนหน้าซีดก่อนจะถลาไปกอดแขนทัศนัย

“ป๋า...ป๋าต้องช่วยผมนะ งานของพวกพนักงานระดับล่างไม่เห็นต้องถึงมือลูกเจ้าของบริษัทอย่างผมเลย”

“ลูกต้องขยันมาบริษัทกว่านี้ อย่าลืมสิ...ปู่ยังไม่ได้ตั้งใครเป็นทายาทสืบทอดบริษัทนี้ เราจะประมาทไม่ได้”

“ผมเป็นหลานชายเพียงคนเดียวนะป๋า ไม่ยกให้ผมแล้วจะยกให้ใคร”

ทศนาถลำพองใจว่าเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลบุญญาฉัตรพงศ์เลยไม่สนใจทำงาน เสเพลและเจ้าชู้ไปวันๆไม่เว้นแม้แต่กับซินดี้ เลขาฯสาวสุดฮอตของทัศนัย องุ่น แม่บ้านขาเม้าท์ประจำบริษัทแอบเห็นโดยบังเอิญและเกือบได้ฟ้องผาณิตาถ้าเจ้านายสาวจะไม่รีบไปหาประกิตหรือเสี่ยหนึ่งผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังเดือดร้อนงานเข้า!

ทิมรู้ใจผาณิตาเจ้านายสาวรีบให้เงินปิดปากองุ่นไม่ให้แพร่งพรายเรื่องปัญหาของประกิต แต่องุ่นก็เป็นนกสองหัวแอบไปบอกทัศนัยแลกกับเงินค่าตอบแทนอีกต่อ นอกจากนี้องุ่นยังส้มหล่นได้เงินอีกก้อนจากเหมทองเมื่อเขาดันเห็นเธอแอบใส่รองเท้าสีแดงรุ่นใหม่ที่ผาณิตาทิ้งลงขยะเมื่อหลายวันก่อน

เหมทองเห็นรองเท้าสีแดงรุ่นใหม่ที่ถูกทิ้งขยะมีร่องรอยการเย็บด้วยมือก็เพ่งมองด้วยความสนใจ ฝีมือนั้นดีและคุ้นตาอย่างประหลาดเลยตัดสินใจเก็บไว้ ส่วนผาณิตายังไม่รู้ตัวว่าจะมีปัญหา แล่นไปหาพ่อที่คอนโดแห่งหนึ่ง

ประกิตหรือเสี่ยหนึ่งกำลังสติแตกเพราะถูกผัวของเมียน้อยจับได้และถ่ายคลิปหวิวของเขาไว้ประจาน ผาณิตาอับอายมากแต่เพราะรักพ่อจึงยอมบากหน้าเจรจากับผัวเจ้าของคลิป

“ถ้าคุณปล่อยคลิปฉันจะฟ้องหมิ่นประมาท แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากก็ถือซะว่าฉันขอซื้อคลิปนั่นหนึ่งแสน”

ผัวเจ้าของคลิปแสยะยิ้ม หัวเราะเย้ยหยัน “เงินมันทำให้ผมหายแค้นไม่ได้หรอก พ่อคุณมีลูกมีเมียแล้วยังห้ามความหื่นตัวเองไม่ได้ มันสมควรต้องโดนประณามถึงจะสาสม”

“งั้นก็ขอให้เห็นแก่คนเป็นลูกอย่างฉันที่ต้องมายืนมองพ่อตัวเองนอนกับเด็กผู้หญิงคราวลูก ทำไมพ่อถึงไม่ปกปิดให้ตลอด โทร.หาหนูทำไม...ให้หนูต้องรับรู้เรื่องขยะแขยงของพ่อทำไม!”

ผาณิตาเสียใจและขายขี้หน้าจนไม่อยากมองหน้าใคร ผัวเจ้าของคลิปเห็นแล้วสงสารยอมรามือ แต่กระนั้นก็ไม่วายขู่ประกิตให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้

“ถ้ายังมีความละอายใจกับลูกตัวเองอยู่บ้าง...อย่าติดต่อกับเมียฉันอีก!”

พูดจบก็ผละไปพร้อมเมีย ประกิตมองตามเครียดๆ ก่อนละล่ำละลักแก้ตัวกับลูกสาวว่าเสียทีเพราะโดนหลอก ผาณิตาคร้านจะฟังคำแก้ตัวของพ่อ เบือนหน้าหนีแล้วบอกให้รีบกลับบริษัทเพราะเหมทองต้องการพบ...

ooooooo


ละครประกาศิตกามเทพ ตอนที่ 1 อ่านประกาศิตกามเทพติดตามละครประกาศิตกามเทพ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย พงศกร เมตตาริกานนท์,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ 15 ก.ย. 2561 06:01 2018-09-17T23:59:10+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ