ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

วันงานนิทรรศการเครื่องเพชรมาถึง ทุกคนอยู่ในชุดสวยหล่อเหมาะสมกับงานหรูมีระดับ โดยเฉพาะปัทมาสวยมากจนณดลตะลึง ส่วนเพชรมาในชุดสูทสุดเท่ไม่แพ้ณดล แต่เพราะความไม่คุ้นชินทำให้รู้สึกคันๆ เลยเกายุกยิกอยู่บ่อยครั้ง

เช้าวันงานฝนตกลงมาไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทาง ประพจน์ไม่ได้ออกงานมานานจึงมีเพื่อนฝูงและคนรู้จักแวะเวียนมาทักทายค่อนข้างเยอะ ขณะที่นันทาก็เอาแต่จับจ้องเพชรสีชมพูที่ณดลเอามาโชว์โดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นของปลอม

วิทย์ปลอมตัวเป็นคนแก่ติดหนวดเคราเข้ามาในงาน เขารู้ว่าพวกณดลกำลังหาที่มาที่ไปของพชรมนตราและวิญญาณเทวี ซึ่งยังไม่ได้คำตอบทั้งหมดถึงได้จัดงานนี้ขึ้น อีกทั้งเขาแน่ใจว่าวิญญาณเทวีจะต้องขัดขวางไม่ให้พาตนเองกลับไปจองจำอีกเลยพยายามที่จะแสดงตัวเป็นผู้รู้และมีความสามารถให้ทุกคนเห็นเพื่อให้พวกณดลเชื่อใจและนำพชรมนตรากลับไปคืนที่ถ้ำตามที่เขาบอก

เมื่อใครก็ตามที่อยู่ในงานพูดชื่อพชรมนตราก็มีเหตุให้ต้องมนต์กันไปชั่วขณะ ความโลภอยากได้เพชรทำให้แขกคนอื่นๆเริ่มตรงเข้ามาที่แท่นวางพชรมนตรา แต่พอวิทย์ท่องมนต์คาถาทุกคนก็กลับมาได้สติ วิทย์ให้พวกณดลรีบเอาเพชรกับเทวรูปของจริงกลับไปคืนที่เดิม ระหว่างนั้นวิญญาณเทวีก็เข้าครอบงำประพจน์ลุกพรวดไปบีบคอวิทย์จนเกิดความโกลาหลขึ้น

เพชรจำวิทย์ไม่ได้แต่รู้สึกคุ้นอย่างประหลาด เมื่อเห็นวิทย์โดนทำร้ายจึงพยายามเข้าช่วยแต่โดนณดลรั้งห้ามด้วยความเป็นห่วง ในช่วงชุลมุนนั้นวิทย์จุดไฟแช็กโยนไปที่รูปของรัตนมณีเทวีพร้อมท่องคาถาจนไฟลุกพึ่บ ทุกคนวิ่งหนีออกจากงาน

ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อลูก เพชรเป็นห่วงชายชราคนนั้นมากพยายามวิ่งฝ่ากลุ่มควันออกตามหาเขาจนพบ แต่วิทย์ไม่ยอมเผยตัว สั่งเสียงเข้มว่า

“รีบออกไปข้างนอกเร็วเข้า...ออกไปกับเขานะพ่อหนุ่ม แล้วอย่าลืมทำตามที่ฉันบอก ดูแลตัวเองด้วยล่ะ วันหนึ่งเราคงได้เจอกันใหม่”

“เดี๋ยวสิฮะคุณตา...คุณตา!” เพชรตะโกนเรียกแต่วิทย์ไม่สนใจ ค่อยๆเดินหายไปในกลุ่มควัน เป็นจังหวะที่ณดลตามเข้ามาถึงตัวเพชรพอดี หลังจากเร่งอาทิตย์ให้พาพวกประพจน์ออกไปก่อนหน้านั้น

“เพชร...แกเป็นอะไรหรือเปล่า” ณดลกอดเพชรไว้ แต่เพชรขืนตัวออกพยายามจะวิ่งตามชายชราไป

“นาย ปล่อยเพชรนะฮะ เพชรจะไปหาคุณตา”

“จะไปหาเขาทำไม ควันมันกระจายไปหมดแล้วเนี่ย อยากสำลักตายหรือไง ไปเร็ว เพชร...เพชร!”

เพชรฟุบหมดสติลงไปนอนกับพื้น ณดลตกใจรีบอุ้มเพชรวิ่งออกไป ขณะเดียวกันมาริสาวิ่งมาจากอีกทาง เพราะรู้ว่านันทายังอยู่ข้างใน เธอหยุดยืนสำลักควัน เห็นวิทย์เดินออกมาแล้วดึงหนวดเคราออกท่าทางทะมัดทะแมงไม่เหลือเค้าคนแก่

“อะไรวะนั่น” เธอพึมพำแปลกใจ พลันได้ยินเสียงนันทาดังขึ้น

“แกรีบออกไปสิ!” นันทาโวยวายใส่จันที่ไม่ยอมออกไปเพราะอยากได้เพชรสีชมพู สองคนจับจ้องเพชรเม็ดนั้นอยู่หน้าแท่น

“คุณนันก็ออกไปสิคะ เดี๋ยวก็โดนไฟคลอกตายหรอก ยิ่งแก่ๆเดี๋ยวก็หนีไม่ทัน จันเป็นห่วงนะคะ”

“ไม่ต้องทำมาเป็นห่วงฉัน ฉันรู้นะว่าแกคิดจะขโมยเพชร”

“ทำไมมากล่าวหากันแบบนี้ล่ะคะ เห็นจันเป็นคนแบบนั้นเหรอ”

“ใช่! ก็หน้าตาหล่อนมันโลภซะขนาดนี้ไง”

มาริสาวิ่งมาชะเง้อมองหาพลางส่งเสียงเรียก “คุณนัน...คุณนัน! อยู่ในนี้หรือเปล่าคะ”

“ฉันอยู่นี่ มาช่วยฉันหน่อยเร็ว นังเด็กนี่มันจะขโมยเพชร” นันทาตะโกนตอบ มาริสาวิ่งมาตามเสียง เห็นสภาพทั้งคู่ก็ส่ายหน้าก่อนจะรีบเข้าไปลากนันทา

“นี่แกจะทำอะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ”

“ลากไปเลยมาริสา ไม่ต้องห่วง ตรงนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“อยากโง่ให้ไฟคลอกตายก็เอาเถอะ ตู้นี้มันมีระบบนิรภัย อีกสามวันเธอก็ไม่มีปัญญาเปิดหรอก”

มาริสาพูดอย่างรู้ทันแล้วรีบลากนันทาออกไปอย่างทุลักทุเล จันมองทางแท่นเพชรด้วยความลังเลว่าจะเอายังไงดี ที่สุดก็จำใจวิ่งตามออกไป

ooooooo

กลับถึงบ้านเย็นนั้น เพชรนั่งคุกเข่ารบเร้าประพจน์ให้เอาเพชรสีชมพูกับเทวรูปแมวกลับไปคืน โดยที่ณดล มาริสา และปัทมาก็ยืนฟังอยู่ด้วย

“นะฮะคุณท่าน รีบเอาไปคืนเลย พรุ่งนี้เลยก็ได้ เพชรเอาไปคืนให้เองฮะ” เพชรบีบมือประพจน์แต่เจ้าตัวยังคงนิ่งเฉย

“เพชรใจเย็นก่อน” มาริสาปรามและพยายามจะดึงตัวเพชรออกมา

“คุณท่าน เพชรขอร้องล่ะฮะ เชื่อที่คุณตาพูดเถอะนะฮะ เชื่อคุณตาเถอะ” เพชรอ้อนวอน เขย่ามือประพจน์แรงขึ้นอย่างลืมตัว ณดลทนไม่ได้ขึ้นเสียงใส่

“เพชร! แกเป็นอะไรของแกเนี่ย พอแล้ว!” เขาดุแล้วฉุดเพชรให้ลุกขึ้น แต่เพชรก็ดิ้นรนสะบัดหนีไปหาประพจน์อีก

“คุณท่าน เพชรขอร้อง ฟังคุณตานะฮะ”

“หยุดได้แล้ว! เป็นอะไรของนายเนี่ย! คุณอาป่วยอยู่ เธอไม่เห็นหรือไง” ปัทมาตวาดเพชรแล้วหันพูดกับณดล “คุณดลพาเขาออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก

เถอะค่ะ อย่าเพิ่งให้มาอยู่ใกล้คุณอาตอนนี้เลย”

ณดลดึงเพชรออกไป มาริสามองปัทมาตาขวาง พูดแขวะก่อนเดินออกไปอีกคน

“ทำอย่างกับเป็นเจ้าของบ้านซะเอง อย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอยังไม่ใช่”

ปัทมาไม่สนใจ นั่งลงข้างประพจน์ถามอย่างห่วงใย “คุณอาไม่เป็นอะไรนะคะ”

“หนูปัท อาอยากพักผ่อน”

“ได้ค่ะ” ปัทมาลุกขึ้นจะเข็นรถ แต่ประพจน์ยกมือห้าม

“เดี๋ยวอาจัดการเอง หนูไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เจอแต่เรื่องมาทั้งวันแล้ว”

“ก็ได้ค่ะ” ปัทมารับคำแล้วเดินออกไป...

ณดลเดินออกมาที่ห้องรับแขกเห็นข่าวในทีวีกำลังรายงานสถานการณ์ไฟไหม้ เขาหยุดยืนดูด้วยความสนใจ

“ขณะนี้ดิฉันยืนอยู่ที่สถานที่ที่ใช้ในการจัดนิทรรศการเครื่องเพชรของบริษัทศุภมิตร บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเพชร ซึ่งได้เกิดเพลิงไหม้เมื่อเช้านี้ระหว่างที่มีงานพอดี ซึ่งสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เบื้องต้นมีคนแจ้งมาว่าเกิดจากฝีมือของชายแก่สติไม่ดีคนหนึ่งค่ะ”

จากนั้นณดลโทร.หาอาทิตย์วานให้ช่วยดูแลทางนั้น แทน เสร็จเรื่องทางนี้แล้วจะรีบไปช่วย เพชรนั่งกอดเข่ามุมหนึ่ง ณดลให้ไปอาบน้ำก็ไม่ยอม พูดถึงแต่คุณตาคนนั้นว่าเหมือนพ่อวิทย์ของตน

“ที่เชื่อเขาเพราะอย่างนี้เนี่ยนะ ฉันรู้นะว่าแกคิดถึงพรานวิทย์มาก แต่ยังไงคุณตาคนนั้นก็ไม่ใช่ พรานวิทย์ น่ะตายไปแล้ว แกต้องทำใจให้ได้ซักทีนะ”

“นายก็พูดง่ายนี่ฮะ นายไม่ได้เป็นเพชรนี่”

“แล้วแกคิดว่าตอนนี้ฉันทุกข์น้อยไปกว่าแก งั้นเหรอ”

“นะนาย เราทำตามที่คุณตาบอกเถอะฮะ รีบเอาเพชรกับเทวรูปไปคืนที่ ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าเทวีอะไรนั่นไม่ใช่คนดี เราอย่าเก็บมันไว้เลยนะฮะนาย” เพชรลุกมาเขย่าแขนอ้อนวอนณดลซึ่งมีท่าทีอ่อนลงบ้างแล้ว

ooooooo

ช่วงเกิดเหตุไฟไหม้ในงานนิทรรศการ วีระวิ่งหนีออกมาก่อนใครซึ่งมาริสาเห็นกับตาจึงเอามาพูดแขวะนันทาขณะกลับมาถึงบ้าน แต่นันทากลับออกรับแทนคู่ขาว่ามันชุลมุนไปว่าเขาคงไม่ได้ จนเมื่อไล่มาริสาไปพ้นหน้าแล้วนั่นแหละเธอถึงได้โทร.ต่อว่าวีระ แล้วยังถามถึงพรานป่าคนนั้นด้วย

“แล้วสรุปว่าไอ้บ้านั่นมันเป็นอะไรถึงได้จุดไฟเผาซะวอดขนาดนั้น รู้ไหมมันกำลังจะหาเรื่องซวยให้เรา”

ความจริงมาริสายังไม่ได้ไปไหนไกลได้ยินนันทาพูดอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วสงสัยว่าเธอหมายถึงใครกัน?

เวลานั้นวีระอยู่กับจันภายในห้องพักของเขาที่คอนโดฯ จันรายงานว่าตนไม่ได้เพชรเม็ดนั้นมาเพราะนันทาขัดขวาง วีระเบื่อหน่ายทั้งเมียสาวเมียแก่ที่ไม่ได้เรื่องสักคน เขาพยายามโทร.หาวิทย์เพื่อจะสอบถาม แต่วิทย์ไม่ยอมรับสายก็ยิ่งหงุดหงิดโมโห

มาริสายังติดใจสงสัยว่านันทาพูดถึงใครที่จะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ กระทั่งเธอมาลองถามณดลถึงรู้ว่าในงานมีคุณตาคนหนึ่งทำให้เกิดเรื่องยุ่งไปหมด

“คุณตาแกทำอะไรคะ”

“แกเป็นคนจุดไฟเผาซะวอดเลย”

“ตายจริง หรือแกจะสติไม่ดี”

“ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ...ว่าแต่คุณสามีอะไรกับคุณตาคนนี้เหรอครับ หรือว่ารู้จักกัน”

“เปล่าค่ะ สาจะไปรู้จักได้ไงล่ะคะ” มาริสากลบเกลื่อน แต่ดูมีเลศนัย

หลังจากนั้นณดลออกไปพบอาทิตย์ยังสถานที่จัดงาน ตรวจสอบความเสียหายและเก็บข้าวของเครื่องประดับโดยมีเจ้าหน้าที่คุ้มกันแน่นหนา ณดลมาหยุดยืนที่แท่นพชรมนตรา มองรูปเทวีที่ไหม้ไฟเหลือแต่กรอบ อาทิตย์เหลือบมาเห็นเพื่อนรักก็ส่งเสียงทัก

“มาแล้วเหรอวะ...เดี๋ยวเพชรนี่แกเก็บกลับไปเองเลยจะได้ไม่มีใครรู้ทีหลังว่าเป็นของธรรมดา”

“ไม่นึกว่าจะมีเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”

“จะว่าอาถรรพณ์ก็ไม่ใช่ เพราะตาแก่นั่นต่างหากล่ะ นี่ฉันให้คนสืบแล้วว่าเป็นใคร เอาการ์ดเชิญมาจากไหน”

“แต่เขาก็รู้เรื่องเพชรกับเทวีจริงๆนะ”

อาทิตย์พยักหน้าเห็นด้วย “เสียดาย ยังไม่ทันได้คุยอะไรเลย...แล้วคุณอาเป็นไงบ้าง”

“ก็ซึมๆไป เจ้าเพชรก็อีกคน”

“ทำไมวะ”

“แกว่าเราควรจะเชื่อที่คุณตาคนนั้นบอกดีไหมวะอาทิตย์”

อาทิตย์นิ่งไป ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ค่ำนั้นมาริสาเคาะประตูห้องเพชรก่อนเปิดเข้ามาเพราะมันไม่ได้ล็อก เห็นเพชรนอนฟุบหน้าอยู่กับหมอนก็เดินมานั่งลงข้างๆ พูดโดยที่เพชรยังนอนอยู่อย่างนั้น

“จะซึมไปถึงไหนเนี่ยหนุ่มน้อย”

เพชรผงกหัวขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นมาริสาก็ลุกขึ้นนั่งถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“เป็นห่วงน่ะ”

“อ๋อ เพชรไม่เป็นไรแล้วฮะ เพชรแค่อยากให้คุณท่านเชื่อที่คุณตาพูด”

“เพชรรู้จักกับคุณตาคนนั้นเหรอ ถึงทำท่าทางแปลกแบบนั้น”

“เปล่าฮะ เพชรแค่รู้สึกว่าคุณตาคล้ายกับพ่อของเพชรที่ตายไป”

“อืม...ฉันเข้าใจ เข้าใจดีเลยล่ะว่าเพชรรู้สึกยังไง”

“คุณสาก็คิดถึงคุณพ่อคุณแม่เหรอฮะ” มาริสาพยักหน้าเศร้าๆ เพชรพูดต่อไป “แต่เพชรคงคิดไปเองฮะ...จริงสิ วันนี้ถ้าไม่ได้คุณปัท เพชรกับคุณตาคงเจ็บตัว คุณปัทเก่งมากเลยนะฮะ เพชรยังตกใจเลย อย่างกับสาวนักบู๊ อยากให้คุณสาได้เห็นด้วยจัง”

“ก็ฉันบอกแล้วว่าแม่นั่นน่ะไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็นหรอก ว่าแต่เพชรเล่าเรื่องเพชรตาแมวอะไรนั่นให้ฉันฟังหน่อยสิ พชรมน...”

“คุณสาอย่า!” เพชรรีบตะโกนห้าม

“แค่ชื่อก็เอ่ยถึงไม่ได้เลยเหรอ”

“ฮะ มันจะทำให้คุณสาเดือดร้อน”

“ถามจริงๆ นะเพชร เรื่องต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นเนี่ยเป็นเพราะเพชรเม็ดนั้นจริงๆ เหรอ”

“เพชรเชื่ออย่างนั้นฮะ ยิ่งวันนี้พอคุณตาบอก เพชรยิ่งเชื่อ”

“งั้นเพชรก็ต้องรู้อยู่แล้วสิว่าคุณอาเป็นคนเอาเพชรมาตั้งแต่แรกแล้ว”

เพชรยิ้มแหยๆ ไม่รู้จะตอบยังไงดี

“ถึงขั้นนี้แล้วไม่ต้องมาปิดฉันหรอก อยากเห็นจัง รู้อย่างนี้ตามคุณดลไปดีกว่า”

“ตามไปก็ไม่ได้เห็นหรอกฮะ”

“ทำไมล่ะ เก็บไปแล้วเหรอ”

“เพชรที่เอาไปโชว์น่ะเป็นเพชรธรรมดาฮะ ส่วนเพชรของจริงน่ะคุณท่านเก็บไว้ในเซฟที่ห้องฮะ” เพชรเผลอพูด ไม่ได้สังเกตดวงตาของมาริสาที่วาววาบขึ้นแวบหนึ่ง

“จุ๊ๆ เรื่องสำคัญขนาดนี้ เพชรอย่าเที่ยวไปบอกใครล่ะ”

“เพชรรู้แล้วล่ะฮะ ที่บอกเพราะเห็นว่าเป็นคุณสาหรอกฮะ”

“ขอบใจจ้ะที่ไว้ใจสา เพชรพักผ่อนเถอะ แล้วก็อย่าคิดมากล่ะ” มาริสาปลอบเพชรแล้วเดินยิ้มออกไปอย่างสมใจกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับรู้

เธอออกจากห้องเพชรแล้วเดินผ่านห้องณดลที่จะเชื่อมต่อไปทางห้องประพจน์ พลันก็เห็นเงาผู้หญิงเข็นรถให้ประพจน์ มาริสาชะงักด้วยความตกใจ จะร้องก็ร้องไม่ออก เข่าอ่อนทรุดลงนั่งอยู่ตรงนั้นนั่นเอง

ค่อนข้างดึกณดลเพิ่งกลับ เขาเห็นปัทมาเดินเล่นอยู่บริเวณสนามจึงแวะมาทักถาม

“คุณปัทยังไม่นอนเหรอครับ”

“ยังค่ะ เดี๋ยวว่าจะแวะขึ้นไปดูคุณอาอีกที เลยมาเดินเล่นฆ่าเวลา รอคุณดลด้วย”

“รอผมเหรอครับ”

“คือ...ปัทอยากรู้น่ะค่ะ ว่าเรื่องไฟไหม้เรียบร้อยดีไหม”

“อ๋อ เรียบร้อยครับ ยังดีที่ระบบเราดีเลยไม่มีอะไรหาย ส่วนอย่างอื่นก็มีประกัน”

ปัทมาแอบชอบณดล เมื่อมีโอกาสใกล้ชิดจึงอยากเอาอกเอาใจ เธอเช็ดหน้าที่เลอะคราบเขม่าควันให้เขา แต่ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นจึงก้มเก็บ เป็นจังหวะที่ณดลก็ก้มจะเก็บให้เหมือนกัน หน้าของสองคนเลยแนบชิดในลักษณะคล้ายกำลังจูบกัน เพชรออกมาเห็นเลยเข้าใจผิดเดินหน้าจ๋อยกลับเข้าบ้านไปเงียบๆ

“ขอโทษครับคุณปัท ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ปัทเองก็ไม่ระวังตัว”

“เราเข้าบ้านกันดีไหมครับ”

“ค่ะ คุณดลจะได้พักผ่อนซะที”

“ไอ้เจ้าเพชรมันก็คงนอนแล้วมั้งป่านนี้”

ปัทมาหุบยิ้ม สีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่แกล้งฝืนแล้วพากันเดินเข้าบ้านไป...ฝ่ายเพชรที่มีใจให้ณดลแล้วเช่นกันก็รู้สึกเจ็บแปลบ เสียใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นเขาแนบชิดกับปัทมา

แต่แล้วก็มีเหตุให้เพชรแทบลืมเรื่องนี้ เมื่อตัวเองเงยหน้าเห็นประพจน์เดินอยู่บนชั้นสอง ท่าทางเดินคล่องเหมือนไม่เคยเจ็บเคยป่วยมาก่อน

“คุณท่านเดินได้เหมือนในงานเลย” เพชรจะขึ้นตามไป แต่ได้ยินเสียงปัทมากับณดลเดินมาด้านหลังเลยเปลี่ยนใจหันหลังกลับ

“อ้าวไอ้เพชร แกยังไม่นอนอีกเหรอ”

“นอนแล้วมั้ง...นี่กำลังฝันอยู่”

“อ้าวไอ้นี่...ถามดีๆ ดันตอบกวน ไปเลยรีบไปนอน พรุ่งนี้จะได้ตามไปช่วยฉัน” ณดลสั่งดุๆ แล้วหันมายิ้มกับปัทมา พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน “กู๊ดไนต์นะครับคุณปัท”

“ค่ะ ฝันดีค่ะคุณดล” ปัทมาส่งยิ้มตอบแล้วเดินขึ้นชั้นบน ตั้งใจเข้ามาดูแลประพจน์ก่อนจะกลับไปนอน แต่มาเห็นเขาฟุบหลับไม่ได้สติอยู่กับพื้นห้อง พอจับชีพจรดูก็โล่งอกไปที...

ooooooo

รุ่งเช้าประพจน์นอนกระสับกระส่ายเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ร่ำร้องเหมือนหวงของไม่ยอมให้ใครมาเอาไป ปัทมาฟุบหลับอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่นตกใจ ขยับมาจับมือเขาไว้พร้อมปลอบโยน

“คุณอาไม่เป็นไรนะคะ ไม่มีใครเอาอะไรไปค่ะ”

“ไม่ได้เอาของฉันไปนะ จริงๆนะ”

“ค่ะคุณอา” ปัทมาลูบหลังมือ รอจนประพจน์ตั้งสติได้ เรียกชื่อเธอออกมาแล้วนิ่งมอง “ค่ะ...ปัทเองเมื่อคืนปัทเห็นคุณอาฟุบอยู่ ตกใจหมดเลย...เลยถือวิสาสะนั่งเฝ้า ขอโทษด้วยนะคะคุณอา”

“นี่หนูนั่งเฝ้าอาทั้งคืนเลยเหรอ”

“ค่ะ เดี๋ยวปัทไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้คุณอานะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก หนูนั่งหลังขดหลังแข็งมาทั้งคืนแล้ว เมื่อวานก็มีเรื่องอีก พักบ้างเถอะลูก”

“ปัทไม่เป็นไรค่ะ” ปัทมายิ้มอ่อนแล้วลุกขึ้นเดินหายไป ก่อนจะกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูและกะละมังใส่น้ำ บรรจงเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ประพจน์อย่างเบามือ

“อาอยากให้ไม่มีอะไรผิดพลาด ให้หนูเป็นลูกของอมรจริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาเป็นสะใภ้ของอาด้วย”

ปัทมาหน้าแดง ก้มหน้าอายๆ พลันนึกอะไรขึ้นได้เอ่ยว่า “ปัทขอข้ามเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ”

“ทำไมล่ะ หรือว่าหนูรังเกียจเจ้าดล”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ แต่ปัทคิดว่าบางทีคุณดลคงมีคนในใจอยู่แล้ว”

“หนูหมายถึงใครกัน”

“ปัทคิดว่าเรื่องนี้คุณอาพอจะดูออกนะคะ ว่าคุณดลเขาเป็นห่วงเป็นใยใครมากที่สุด”

“เจ้าเพชร! โธ่...หนูปัท มันผู้ชายทั้งคู่นะลูก”

“คุณอาคะ สมัยนี้เราไม่กีดกันเรื่องเพศกันแล้วนะคะ ปัทว่าไม่เสียหายหรอกถ้าสองคนนั้นเขาจะรักกันจริงๆ”

“แต่อาไม่ยอม อามีณดลเป็นลูกชายคนเดียวนะ”

“อย่าไปขวางเขาเลยค่ะ เรื่องของหัวใจมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะคะ คุณดลเองก็ดูจะรักจะห่วงเพชรมาก ขนาดยอมทำอะไรเสี่ยงๆ”

ประพจน์สีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที...เมื่อลงมากินข้าวเช้าแล้วได้ยินเพชรตื๊อขอตามณดลไปช่วยงานที่บริษัท ประพจน์จึงตวาดห้ามเพชรจนทุกคนพากันตกใจไปหมด

“ดล...พ่อมีเรื่องจะคุยกับแกหน่อย” ประพจน์พูดพลางเข็นรถพาตัวเองไปทางห้องทำงาน ณดลทำหน้างงๆ มองเพชรที่หน้าจ๋อยเหมือนจะร้องไห้แล้วตัดสินใจเดินตามพ่อไป

“คุณพ่อมีอะไรเหรอครับ”

“ดล พ่อพูดตรงๆนะ พ่อว่าเรากับไอ้เพชรน่ะมันชักจะเลยเถิดกันเกินไปแล้วนะ”

“เลยเถิด? เดี๋ยวนะครับ ผมกับไอ้เพชรเนี่ยนะ”

“ใช่ พ่อรู้สึกว่าแกกับมันมีอะไรมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง”

“คุณพ่อครับ ผมน่ะ...”

“เจ้าดล...ฉันเป็นพ่อแกนะ ฉันเห็นเวลาที่แกมองมันก็รู้แล้ว แกเองน่ะเคยสังเกตตัวเองบ้างหรือเปล่า” ณดลนิ่งไปอย่างเถียงไม่ออก “พ่อขอนะ พ่อมีแกเป็นลูกชายคนเดียว พ่อเองก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว อย่าทำให้พ่อผิดหวังเลยนะดล”

ประพจน์เข็นรถเข้าไปใกล้ จับแขนลูกชายแววตาอ้อนวอน

“ผู้หญิงดีๆมีอีกเยอะแยะ บางทีก็อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่แหละ แกเองก็คงไม่อยากถูกใครๆมองว่าเป็นเกย์ใช่ไหม”

ณดลอึดอัดทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

ooooooo

เมื่อกลับมาที่ห้องรับแขก ณดลบอกเพชรที่นั่งหงอยเหงารอคอยเขาอยู่ว่า “วันนี้แกไม่ต้องไปหรอกนะ อยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อก็แล้วกัน”

“อ้าว ทำไมล่ะฮะนาย”

“เหอะน่า บอกให้อยู่ก็อยู่”

“แต่เพชรอยากไป เพชรอยากไปตามหาคุณตาคนนั้น”

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าไม่ต้องไปไง” ณดลตวาดเสียงดัง เพชรหน้าเสียเกือบร้องไห้

“คุณดลคะ ปัทว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่า เพชรเขาจะร้องไห้แล้วเนี่ย”

ณดลเหลือบมองแล้วอดสงสารไม่ได้จะเดินเข้ามาหาเพชร แต่ต้องชะงักกับเสียงแหลมๆของจัน

“ว้าย...เขาจะง้อกันแล้ว มนต์รักฟักทองบด ว้าย... ไปดีกว่า” จันลุกขึ้นทำท่าขยะแขยงใส่แล้วเดินหนีไป

ณดลรู้สึกอายเลยหันไปพาลใส่เพชรแทน “อย่ามาสำออยน่ะ เป็นผู้ชายรึเปล่าเนี่ย”

“พูดดีๆกันก็ได้นี่คะ จะไปฟังอะไรกับคำของยัยบ้านั่น” มาริสาท้วง ณดลหน้าเจื่อนไป

“งั้นผมไปก่อนครับ...ไม่ต้องมาร้องเลยนะไอ้เพชร” ณดลว่าใส่แล้วรีบเดินหนีไปเพราะกลัวจะใจอ่อน

มาริสาบีบไหล่เพชร พลันสายตามองไปทางปัทมาเห็นหน้านิ่งผิดปกติก็รู้สึกสงสัย แล้วตามไปไขข้อข้องใจถึงในครัวขณะปัทมายกถาดผลไม้เข้ามาเก็บ

“เธอคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกใช่ไหม”

“เธอพูดเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องเพชรกับคุณดลไง”

ปัทมาไม่ตอบ ทำเป็นเก็บข้าวของและล้างจานง่วนไป ทำให้มาริสายิ่งแน่ใจ

“ไม่ใช่ว่ากลัวจะแพ้เด็กผู้ชายจนต้องไปยุอะไรคุณอาหรอกนะ”

“ฉันมีความจำเป็นอะไรต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ”

“ความจำเป็นที่ไปแอบชอบคุณดลเขาไง” มาริสาลอยหน้าลอยตา ปัทมาชะงักมือปรายตามามอง

“เธอนี่ก็แปลกนะ สนับสนุนให้ผู้ชายกับผู้ชายรักกันหรือไง”

“ก็สมมติว่าคุณดลกับเจ้าเพชรรักกันจริงๆเนี่ย ฉันว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่ ยุคนี้เขาเปิดกว้างกันแล้วนะเธอ”

“สมกับเป็นเธอจริงๆนะมาริสา คิดถึงแต่ตัวเองอย่างเดียว หัดมองในมุมของคุณอาบ้าง ท่านมีลูกชายคนเดียวเท่านั้นนะ”

“ประดิษฐ์คำพูดซะสวยหรู สรุปก็คือจะเอาเอง รู้ว่าโกหกเรื่องเป็นลูกด็อกเตอร์ไม่รอด เลยใช้วิธีจับลูกชายเขาแทน”

“ระวังปากหน่อยนะ ฉันลอบกัดแบบเธอไม่เป็น แต่ฉันชอบทำต่อหน้า”

สองสาวจ้องหน้าท้าทายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ...เวลานั้นณดลขับรถออกจากบ้านไปได้ไม่นานก็อดห่วงเพชรไม่ได้ ถามตัวเองว่าพูดแรงเกินไปหรือเปล่า...แล้วทำไมเพชรจะร้องไห้?

ในที่สุดเขาตัดสินใจโทร.หามาริสา เป็นจังหวะที่เธอกำลังทำท่าเหมือนจะวางมวยกับปัทมาอยู่พอดี

“ว่าไงคะคุณดล ลืมอะไรเหรอคะ”

“อ๋อ เปล่าครับคุณสา พอดีมีเรื่องจะรบกวนคุณสาซักหน่อย”

“ค่ะ ว่ามาได้เลยค่ะ”

“คือผมจะรบกวนคุณสาให้ไปดูเจ้าเพชรหน่อยน่ะครับ ไม่รู้ผมดุมันแรงไปหรือเปล่า”

มาริสายิ้มเยาะแล้วกดเปิดสปีกเกอร์โฟน

“กลัวมันจะร้องไห้น่ะครับ ช่วงนี้เพชรมันยิ่งเครียดๆเรื่องพ่ออยู่ ผมเป็นห่วงกลัวมันจะไปกันใหญ่ ยังไงรบกวนคุณสาด้วยนะครับ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลย”

“ครับ ขอบคุณครับ”

มาริสากดวางสาย แล้วเอาโทรศัพท์แกว่งตรงหน้าปัทมา “ตายจริง ดูเหมือนเธอจะทำอะไรไม่ได้นะ เขายังห่วงกันอยู่เลย แพ้ผู้หญิงนี่ว่าแย่แล้ว นี่ดันมาแพ้ผู้ชายอีก สงสารจัง แต่ไม่เป็นไรมั้ง เมื่อคืนก็ได้กำไรไปแล้วนี่ พอดีฉันนอนดึกน่ะ เลยได้เห็นเลิฟซีนที่สนามหน้าบ้าน แหม...อุตส่าห์ลงทุนขนาดนั้น ว้า...เปล่าประโยชน์น่าดู”

มาริสาหัวเราะเยาะแล้วเดินออกจากครัวไป ปัทมากำมีดที่ถือไว้แน่น พยายามข่มอารมณ์จนหน้าแดงก่ำ

ooooooo

ณดลวางสายแล้วขับรถต่อไป แต่จู่ๆได้ยินเสียงแมวร้อง เขาหันขวับไปด้านหลังเห็นไอ้เหมียวของเพชรตะกุยข่วนเบาะอยู่ก็ตกใจรีบจอดรถข้างทางทันที

“แกมาได้ไงวะ แล้วแกตะกุยอะไร เบาะฉันพังหมด”

ณดลจะคว้าแต่มันโดดหลบไปเบาะหน้า “แล้วนี่กระดาษอะไรของแกเนี่ย นี่แกตะกุยเอกสารฉันเหรอ” เขาคว้าแฟ้มมาเปิดดู แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหาย “แล้วมันไปเอากระดาษที่ไหนมาวะ เวรล่ะ ยิ่งรีบๆอยู่ นั่งเฉยๆเลยนะแก”

ณดลชี้นิ้วสั่งแล้วรีบบึ่งรถออกไปทันที เวลาเดียวกันนั้นเพชรกำลังหาไอ้เหมียวให้ควั่กไปหมด หาทั้งในบ้านและออกไปที่สนามก็ไม่เจอ

“ไอ้เหมียว นี่แกก็ทิ้งฉันอีกตัวเหรอ ใจร้ายเกินไปเปล่า”

มาริสาเดินมาได้ยินก็อดสงสารไม่ได้ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรปัทมาก็ร้องเรียกเพชรให้ไปพบคุณอา

“คุณท่านเหรอฮะ” เพชรพูดด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“เออนี่เพชร คุณดลน่ะเขาเป็นห่วง”

“คุณอารออยู่ เร็วๆหน่อย” ปัทมาแทรกตลอด เพชรเลยต้องรีบไป มาริสาไม่พอใจตั้งท่าจะปะทะกันอีกสักตั้งแต่ปัทมาสะบัดหน้าเดินหนีไม่สนใจ ทิ้งให้มาริสายืนกำมือแน่น ด่าไล่หลังอย่างแค้นเคือง

“นางมารจริงๆ”

เมื่อเข้ามาในห้องเห็นประพจน์กำลังก้มเก็บเม็ดยาที่หล่นลงพื้น เพชรยืนมองเฉยไม่มีท่าทีว่าจะช่วย

ประพจน์เหลือบมองเด็กหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะพยายามต่อไปจนหน้าคว่ำจากรถเข็นลงมาที่พื้น

“คุณท่าน...” เพชรตกใจรีบเข้าไปพยุงแต่โดนประพจน์ปัดมือออกและต่อว่า

“แกไม่พอใจฉันใช่ไหม ถึงได้ไม่คิดจะช่วยฉัน”

“เปล่านะฮะ ก็เพชรนึกว่าคุณท่านไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อคืนยังเห็นคุณท่านเดินได้อยู่เลยนี่ฮะ”

“ฉันน่ะเหรอเดินได้ แกพูดอะไรของแก...แต่ช่างเถอะ ที่เรียกมานี่ฉันมีเรื่องอยากจะเตือนแกสักหน่อย”

“เรื่องเพชรเม็ดนั้นหรือเปล่าฮะ คุณท่านจะให้เอาไปคืนแล้วใช่ไหม ดีแล้วล่ะฮะ เพชรว่านับวันมันจะยิ่งมีแต่เรื่องร้ายแรงขึ้นทุกวัน”

“หุบปาก!” ประพจน์ตะคอกใส่พร้อมกับคว้าข้อมือเพชรบีบแน่น “จะคืนหรือไม่คืนมันก็เรื่องของฉัน”

“คุณท่านฮะ เพชรเจ็บฮะ เพชรขอโทษ แต่ว่าเพชรไม่อยากให้คุณท่านเป็นอะไรไปมากกว่านี้”

“ห่วงฉันหรือห่วงไอ้ดลกันแน่”

“คุณท่าน...”

“ฉันรู้นะว่าแกคิดยังไงกับเจ้าดล แต่มันเป็นไปไม่ได้ แกเข้าใจไหม”

เพชรหน้าสลดพูดไม่ออก ประพจน์ข่มอารมณ์ ปล่อยมือแล้วพูดเสียงเบาลง

“ฉันขอล่ะนะเพชร เจ้าดลน่ะมันเป็นผู้ชายเต็มตัว ที่มันคอยโอ๋แกน่ะก็เพราะสงสาร เห็นว่าแกเสียพ่อไป แกอย่าคิดไปไกลเลยนะ ให้มันคบกับคนที่เหมาะสมกับมันเถอะ แกรู้ใช่ไหมว่าฉันหมายถึงใคร” เพชรพยักหน้าแทนคำตอบ “แกไม่ผิดที่เป็นแบบนี้ แต่แกก็ต้องเข้าใจว่ากับบางคนมันก็เป็นไปไม่ได้ เข้าใจที่ฉันพูดนะเพชร”

เพชรเสียใจมาก ก้มหน้าซ่อนน้ำตาแล้วกลับออกมาเจอปัทมาตรงหน้าห้อง เพชรรีบปาดน้ำตาทิ้งไม่ให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เพชรไม่ได้เป็นอะไรฮะ”

“คุณอาพูดเรื่องคุณดลใช่ไหม” เพชรเมินหน้าไม่ตอบ ปัทมาพูดอย่างรู้ทัน “ฉันก็พอจะดูออกหรอกนะ เรื่องของเธอกับคุณดลน่ะ ฉันจะลองช่วยพูดกับคุณอาให้นะ”

“อย่านะฮะคุณปัท เพชรกับนายไม่ได้เป็นอะไรกัน ทุกคนเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วฮะ”

“จริงเหรอ”

“จริงสิฮะ นายของเพชรน่ะแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณปัทไม่ต้องห่วง”

“แล้วเพชรล่ะ”

“เพชรก็แมนเหมือนกัน นี่ไง” เพชรเบ่งกล้ามโชว์และพยายามฝืนยิ้ม แต่ซ่อนแววตาเศร้าสร้อยไม่มิด

ooooooo

ณดลจำต้องพาไอ้เหมียวของเพชรมาที่บริษัทด้วย อาทิตย์เห็นเข้าก็อดแซวไม่ได้ว่าเอาลูกมาทำงาน แล้วแม่มันไปไหน?

“พอเลยๆ เลิกแหย่ฉันได้แล้ว คุณพ่อยิ่งไม่พอใจอยู่”

“ยังไงวะ”

“ช่างเหอะน่ะ ตกลงเป็นไงบ้าง เราเสียหายไปมากไหม”

“งานเข้าว่ะ เพชรของคุณหญิงโฉมที่เอามาร่วมแสดงหายไปไหนไม่รู้”

“เป็นไปได้ไง ระบบเราแน่นหนาขนาดนั้น”

“ยังไม่จบแค่นั้น เพชรของสมาคมดันสลับกันอีก ตอนนี้วุ่นวายกันใหญ่เลยว่ะ”

“เป็นไปได้ยังไงวะเนี่ย หรือว่าจะเป็นฝีมือของคุณตาคนนั้นด้วย”

อาทิตย์หยิบเอกสารบนโต๊ะยื่นให้ “นี่เป็นลิสต์รายชื่อแขกทั้งหมด แต่ฉันเช็กอย่างละเอียดแล้ว ไม่รู้คุณตาคนนั้นเป็นใครจริงๆว่ะ”

“อ้าว ถ้างั้นคุณตาเอาบัตรเข้างานมาจากไหนล่ะ”

“บัตรเข้างานนอกจากที่ส่งจากบริษัทแล้วก็มีบางส่วนที่อาแกขอไปไว้ให้เพื่อนไฮโซน่ะ”

ณดลฟังแล้วเอะใจ ฝากไอ้เหมียวให้อาทิตย์ดูแลก่อนที่ตัวเองจะผลุนผลันออกจากห้องไปยังห้องนันทาแต่พนักงานคนหนึ่งบอกว่าเธอไม่อยู่ ออกไปพบลูกค้า

ณดลจึงถามหาวีระก็ได้คำตอบว่าวันนี้ไม่เข้ามา ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสองคนอาจไปด้วยกัน

เวลานั้นเองนันทากับวีระไปพบวิทย์ที่ห้องเช่า แต่เพราะกล้าๆกลัวๆเลยเกี่ยงกันไปมาอยู่หน้าห้อง

“เอ้า...มัวรออะไรอยู่ล่ะ”

“ให้เกียรติคุณไง เลดี้เฟิสต์”

นันทาไม่ยอมเป็นผู้นำ ดันหลังวีระให้เข้าไปก่อน พลางบ่น “จะกลัวอะไรนักหนา นี่เราเป็นนายจ้างมันนะ”

“งั้นคุณก็เข้าไปก่อนสิ”

“คุณนี่มันจริงๆเลยนะ”

“คุณก็รู้ว่ามันเป็นยังไง ยิ่งที่งานคุณไม่เห็นเหรอว่ามันทำอะไรได้บ้าง”

“เห็นสิ ถึงได้ถ่อสังขารมาหามันถึงนี่ไง”

“หมายความว่าไง ไม่ได้จะมาคุยกับมันเรื่องที่งานเหรอ”

“ก็ด้วย แต่ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่า”

วีระขมวดคิ้ว ทำหน้าไม่เข้าใจ นันทาเลยว่าให้อย่างดูแคลน

“หัดฉลาดหน่อยได้ไหม คุณก็เห็นนี่ว่าวันนั้นไอ้พรานเป็นคนเดียวที่ทำให้ทุกคนหายจากอาถรรพณ์ อะไรนั่น”

“คุณกำลังคิดจะให้มันช่วย?”

“ใช่ ฉันจะให้มันช่วยเราขโมยเพชรนั่น มันต้องมีของขลังอะไรที่ทำให้เราไม่ต้องไปโดนมนตร์อะไรบ้าๆพวกนั้นแน่”

ทันใดประตูเปิดพรวดออกมา วิทย์ยืนจังก้ายื่นผ้ายันต์ผืนเล็กมาตรงหน้าบอกว่าคาถาถอนมนตร์สะกด นันทาตาโตตื่นเต้นพูดขึ้นอย่างสุดทึ่ง

“ดูซิ ขนาดฉันยังไม่ได้บอกอะไร นี่มีญาณวิเศษจริงๆเห็นไหม”

“ญาณบ้าญาณบออะไร แหกปากคุยกันดังไปสามบ้านแปดบ้านขนาดนี้ ใครไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้ว” วิทย์ว่าตรงๆ สีหน้าท่าทางรำคาญ นันทากับวีระได้แต่หน้าเจื่อนไป

จากนั้นสองคนตามวิทย์เข้ามาในห้อง กวาดตามองเห็นโต๊ะบูชากับหน้าไม้ก็ผงะถอยกรูด นันทาปฏิเสธไม่นั่งตามคำเชิญของวิทย์

“ไม่เป็นไร ฉันอยู่ไม่นานหรอก”

“จะรีบตายแล้วเหรอ”

“ไม่ใช่ย่ะ ฉันหมายถึงจะอยู่ที่นี่ไม่นาน” นันทาแว้ดเสียงดังจนวีระต้องสะกิดเตือนก่อนจะถามวิทย์ว่า

“แกไปไหนมาน่ะ หลังจากงานก็ติดต่อไม่ได้เลย”

“ไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้มั้ง”

วีระหน้าเสียไม่กล้าถามอะไรต่อ แต่นันทายังไม่หยุดปาก

“แล้วตกลงที่ไปงานนั่นต้องการอะไรกันแน่”

“ไม่ได้ยินที่ผมบอกชู้คุณเหรอ ว่าไม่ต้องแส่ทุกเรื่องก็ได้”

“ย่ะ หวังว่าแกคงไม่ได้คิดจะขโมยเพชรซะเองหรอกนะ”

“คุณนันก็...ถ้าพรานเขาจะขโมยคงเอาไปตั้งแต่วันงานแล้ว”

“ใช่ ผมไม่คิดจะขโมยของปลอมแบบนั้นหรอก”

“ของปลอม!!” สองคนอุทานประสานเสียง

“คุณคิดว่าไอ้ประพจน์พี่ชายคุณมันจะยอมเอาของจริงมาโชว์งั้นเหรอ”

“บ้าชะมัด! นี่มันแหกตากันงั้นเหรอ แบบนี้ก็แสดงว่าพี่พจน์ก็ไม่เคยได้เพชรของจริงมางั้นสิ”

“ได้มาแล้ว”

“เอ๊า...ยังไงกันแน่เนี่ย ถ้าอย่างนั้นของจริงมันเก็บไว้ที่ไหนล่ะ”

“ได้คาถาไปแล้วนี่ ก็หาทางใช้มันให้เป็น ประโยชน์สิ”

นันทากับวีระก้มมองผ้ายันต์ที่รับมา ขณะที่วิทย์ปรายตามองสองคนแล้วยิ้มเยาะอย่างมีเลศนัย

ooooooo

มาริสาชวนเพชรมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าก่อนจะมุ่งหน้าไปที่วัดเพื่อวาดรูป และที่นี่เองเพชรได้พบหลวงพ่อ ท่านแนะนำให้เพชรทำสมาธิจนเกิดภาพในมโนจิตเห็นวิญญาณเทวียืนอยู่ในถ้ำ

แต่แล้วพื้นดินในถ้ำค่อยๆแยกออกเป็นวงกว้างจนวิญญาณเทวีหล่นลงไป จากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันแบกแท่นปูนมาวางทับก่อนที่แมวดำตัวหนึ่งจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนแท่นแล้วกลายร่างเป็นเทวรูป ซึ่งเทวรูปแมวนั้นมีตาเป็นเพชร ชาวบ้านต่างกรูเข้าหาแล้วเกิดฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงเพชรตาแมวนั้น

มาริสาไม่รู้อะไรด้วยเพราะเธอแยกตัวออกไปวาดรูปตรงลานวัด จนเมื่อณดลซึ่งรู้จากคนที่บ้านว่าเพชรออกไปกับมาริสาแล้วโทร.หาเธอจนรู้ว่าอยู่ที่วัดจึงชวนอาทิตย์ตามมาหลังจากเคลียร์ปัญหายุ่งยากเกี่ยวกับเครื่องประดับที่หายไปและเกิดสลับสับเปลี่ยนได้แล้ว

ความจริงสองหนุ่มแทบไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย แต่จู่ๆเจ้าของเครื่องประดับทั้งสองรายก็โทร.มาบอกณดลว่าเพชรไม่ได้หายและไม่ได้สับเปลี่ยนกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเองเป็นฝ่ายยืนยันว่าเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้น

ณดลกับอาทิตย์ประหลาดใจมากจนอดคิดไม่ได้ว่าหรือจะเป็นอาถรรพณ์ จนกระทั่งสองหนุ่มมาถึงวัด

เจอมาริสาวาดรูปตรงลานวัดแล้วณดลแยกไปหาเพชรในโบสถ์ ส่วนอาทิตย์อยู่กับมาริสาและเห็นวิญญาณเทวีขึ้นมาอีก ทำให้อาทิตย์หวาดกลัวและยิ่งเชื่อในอาถรรพณ์

แต่ไม่ทันที่สองคนจะเข้าไปในโบสถ์ มีข้อความส่งมาหามาริสา เธอเลยขอตัวกลับก่อนเพราะมีธุระด่วน อาทิตย์อาสาไปส่งเพราะต้องการเปิดโอกาสให้ณดลกับเพชรอยู่กันตามลำพัง มาริสารู้แกวแล้วก็อยากให้เป็นอย่างนั้นด้วยเหมือนกันจึงตอบตกลง

ณดลเข้ามาในโบสถ์เห็นเพชรมีท่าทีแปลกๆหลังจากลืมตาออกจากสมาธิ คาดเดาว่าน่าจะฝันเห็นอะไรอีก เพชรไม่ยอมเล่าสิ่งที่เห็นแต่อยากรู้ว่าเขามาที่นี่ทำไม

“ก็จะมารับแกกับคุณสาไปกินข้าว แล้วก็กลับบ้าน”

“แล้วนายรู้ได้ไงว่าเพชรกับคุณสาอยู่ที่นี่”

“ก็โทร.เช็กเอาสิวะ ถามมากจัง คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงแปลกตรงไหน”

“ห่วงคุณสาเหรอฮะ”

“ห่วงแกสิ ห่วง...กลัวว่าแกจะมาก่อเรื่องอะไรให้คุณสาเขาต้องเดือดร้อนอะไรหรือเปล่า”

เพชรได้ยินก็ยิ้มออกมาได้ จะเข้าไปเกาะแขนเหมือนเคย แต่อยู่ๆก็เปลี่ยนใจเพราะนึกถึงคำสั่งของประพจน์นั่นเอง

“นี่แกไม่เป็นอะไรแน่นะ เหงื่อยังแตกพลั่กอยู่เลย”

“ไม่ฮะ เพชรคงแค่ฝันไปอย่างที่นายบอกนั่นแหละ ว่าแต่นายไปเอาไอ้เหมียวมาด้วยเหรอฮะ”

“เปล่า มันตามฉันไปตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ตามนายเนี่ยนะ”

“ถ้าไม่เชื่อแกก็ลองถามมันเองสิ” ณดลแกล้งย้อน เพชรอยากจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก “ไปเหอะ ฉันหิวแล้ว”

“เพชรขอกลับบ้านดีกว่า ไอ้เหมียวมาด้วยแบบนี้จะไปนั่งกินที่ไหนได้อีกล่ะฮะ”

ณดลพาเพชรไปร้านคาเฟ่แมวพร้อมไอ้เหมียว ระหว่างนั้นเกิดเหตุประหลาดมีแมวตาเดียวออกอาละวาดและพุ่งตรงมาที่ทั้งคู่ แต่ก็ได้ไอ้เหมียวช่วยปกป้องกระโดดตะปบแมวตาเดียวจนกระเด็นไปไกล

ที่แท้แมวตาเดียวคือวิญญาณเทวี เธอปรากฏตัวชี้มือมาที่ณดลกับเพชรก่อนจะแสยะยิ้มแล้วอันตรธานหายไป ทิ้งไว้แต่ซากแมวที่ถูกทำร้ายนอนตายเกลื่อน

ณดลกับเพชรต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก

ooooooo

มืดค่ำแล้วแต่จันบอกคนในบ้านว่าจะออกไปเรียนพิเศษ ปัทมาไม่เชื่อ เช่นเดียวกับชุ่มและแช่มต่างก็คิดว่าจันน่าจะหนีเที่ยวมากกว่าแต่เอาเรื่องเรียนมาอ้าง

ไม่ทันที่จันจะออกจากบ้านไป ณดลกับเพชรก็กลับมา แล้วก็มีเหตุให้จันกับคนอื่นๆได้เห็นณดลกับเพชรแนบชิดกัน โดยที่ทุกคนไม่รู้เหตุผลว่าเพชรเจ็บข้อเท้า ณดลเลยให้ขี่หลังเข้าบ้าน

จันแซวณดลกับเพชรสวีตกันมาก ปัทมากลัวประพจน์ จะรู้เรื่องจึงไล่จันว่าอยากจะไปเที่ยวหรือไปเรียนให้รีบไป แต่ทันใดประพจน์ก็เข็นรถพาตัวเองเข้ามามองสองคนอย่างไม่พอใจ

เพชรรีบลงจากหลังณดล ยืนก้มหน้าก้มตานิ่ง

ณดลทำตัวปกติถามพ่อว่ายังไม่นอนอีกหรือ ประพจน์นิ่งไม่ตอบ ปัทมาเห็นท่าไม่ดีถามเพชรว่า

“ตอนกลางวันเราออกไปกับมาริสาเขาไม่ใช่เหรอ”

“พอดีคุณสาเธอมีธุระน่ะฮะ ก็เลย...”

“อู๊ย...ฉันว่าเขาไม่ได้มีธุระอะไรหรอก เขาจงใจเปิดประตูหลัง เอ๊ย จงใจเปิดโอกาสให้พวกเธอมากกว่า”

“คุณจัน! พูดอะไรช่วยให้เกียรติคนอื่นด้วยนะครับ”

“ตายแล้ว จันขอโทษนะคะคุณดล อย่าโกรธจันเลยนะคะ มาค่ะ นั่งก่อนๆจะได้อารมณ์ดี ว่าแต่นั่งไหวไหมคะเนี่ย มันจะกระเทือนหรือเปล่า เอ๊ะ ใครรุกใครรับนะคะ”

“จัน!! มันจะมากไปแล้วนะ” ปัทมาตวาดอย่างทนไม่ไหว ทำท่าจะตบจันที่ปากดี แต่ต้องชะงักเพราะประพจน์ชิงตบหน้าณดลเสียก่อน

“ฉันอุตส่าห์ขอร้องแกแล้วนะ แกยังจะกล้าทำแบบนี้กันอีกเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะฮะคุณท่าน เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว เพชรขาเจ็บ นายเขาก็เลยช่วย”

“หุบปาก!!”

“คุณอาคะใจเย็นๆก่อนนะคะ” ปัทมาขอร้อง...แต่จันแอบยิ้มเยาะแล้วปลีกตัวออกไปเงียบๆ

“แกก็อีกคนไอ้เพชร ฉันบอกแกแล้วไงว่ามันเป็นไปไม่ได้ แกดื้อดึงแบบนี้เห็นทีฉันจะต้องส่งแกกลับไปอยู่ป่าอยู่เขาตามเดิมแล้วมั้ง”

“ผมยอมให้คุณพ่อทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ผมรับปากว่าจะไม่อะไรกับเพชรมันเหมือนเดิมก็ได้ครับ แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครส่งเพชรไปอยู่ที่อื่นอย่างเด็ดขาด...พี่ชุ่มพาเพชรกลับไปที่ห้องทีครับ”

ณดลสั่งเสร็จก็ผละไป ประพจน์กำมือทุบกับที่วางแขนอย่างไม่พอใจ ปัทมาเองก็ไม่ชอบใจที่ณดลปกป้องเพชรมากเหลือเกิน

ooooooo

จันนัดพบวีระในผับ อาทิตย์มาเที่ยวที่เดียวกันและเห็นสองคนโดยบังเอิญ แม้ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันแต่ท่าทางสองคนดูสนิทกันมากจนน่าสงสัย

วีระต้องการให้จันสืบหาเพชรตาแมวให้ได้ก่อนที่นันทาจะเป็นฝ่ายได้มันไป จันบอกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จะพยายามต่อไปก็แล้วกัน

ด้านณดลกับเพชรหลังจากโดนประพจน์เล่นงาน ต่างคนต่างกลุ้มใจ ณดลนอนก่ายหน้าผากถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับเพชรกันแน่ ขณะที่เพชรนั้นรู้ใจตัวเองว่าชอบณดลแต่บอกตัวเองว่าต้องตัดใจเพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุให้เขาต้องเจ็บตัวอีก...แต่แล้วสองคนคิดมากจนนอนไม่หลับ ลงมาเจอกันในครัวอีก

“เพชร...แกออกมาทำอะไรดึกๆดื่นๆเนี่ย”

“คือเพชรนอนไม่หลับฮะ เลยลุกมากินน้ำ”

“เหรอ ฉันก็เหมือนกัน เลยว่าจะลุกมาหาอะไรกินสักหน่อย”

“นายฮะ ที่โดนคุณท่านตบเจ็บไหมฮะ”

“เจ็บสิถามได้ แกลองบ้างไหมล่ะ”

“ก็เคยลองแล้วไง ที่นายต่อยเพชรคราวก่อนน่ะ”

“โธ่...ก็ฉันขอโทษไปแล้วไง”

เพชรเอื้อมมือจะแตะแก้มณดลข้างที่โดนตบ

ณดลเขินแต่ไม่ขัดขืน แต่แล้วมีเหตุให้สองคนหยุดชะงักมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“เสียงฝีเท้าใครน่ะนาย”

“จะรู้ไหมล่ะ เขาคงมากินน้ำเหมือนกันล่ะมั้ง”

สองคนสงสัยว่าใครกันมาเดินดึกดื่น กระทั่งเขาคนนั้นส่งเสียงก็ยิ่งตกใจกันใหญ่

“นั่นใครน่ะ”

เจ้าของเสียงนั้นคือประพจน์...ณดลรีบดึงเพชรเข้าที่กำบังไม่ให้เห็น

“ฉันถามว่าใคร”

ณดลเอานิ้วจุ๊ปาก เพชรปิดปากตัวเองแน่นหลับตาปี๋ ประพจน์เดินเข้ามากวาดตามองไปทั่วแต่ไม่เห็นใครสักคนจึงกลับออกไป ณดลกับเพชรค่อยๆโผล่หัวจากที่ซ่อนเห็นหลังประพจน์เดินออกไปไวๆก็ถอนใจโล่งอก

“เกือบไปแล้วนะฮะ”

“ก็ใช่น่ะสิ เฮ้อ บ้านตัวเองแท้ๆทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้วะ”

“ทำไงได้ล่ะฮะ ก็คุณท่านเข้าใจผิดไปแบบนั้น...ว่าแต่เมื่อกี้นายเห็นเหมือนที่เพชรเห็นไหมล่ะฮะ”

“เห็นอะไรวะ”

“ก็คุณท่านไงฮะ คุณท่านเดินได้ปร๋อเลย”

“เออ จริงด้วยว่ะ”

“เพชรเห็นตั้งแต่คืนก่อนแล้วนะฮะ”

“มันยังไงกันแน่วะ แล้วทำไมเวลาปกติคุณพ่อไม่เห็นเป็นแบบนี้” ณดลบ่นแล้วก็นั่งมึนงงสงสัย...หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 7 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 3 มี.ค. 2562 06:41 2019-03-05T23:53:21+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ