ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

ประพจน์ตากฝนจนไม่สบายนอนซมตัวสั่น นันทากลับมาเห็นในตอนค่ำเลยแว้ดใส่ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ปัทมาที่กำลังดูแลวัดไข้ให้คนป่วยอยู่

“นี่พวกหล่อนบ้าหรือเปล่า ทำไมถึงปล่อยให้พี่พจน์ไปตากฝนอยู่แบบนั้น...หล่อนใช่ไหมแม่ปัทมา ดูแลกันยังไงน่ะ”

ปัทมาไม่สนใจและไม่โต้ตอบ นันทาเลยหันขวับไปเล่นงานจัน แต่รายนั้นตอกกลับเสียงแหลมพอกัน

“มาริสาเลยโน่น...ป้าอย่ามามั่ว จันยังไม่ได้เข้าใกล้คุณอาเลยสักนิด”

“ก็คุณอาขอเองนี่คะว่าอยากอยู่คนเดียว” มาริสาพูดลอยหน้าลอยตา นันทาไม่พอใจแหวใส่อีกชุด ประพจน์แทรกขึ้นด้วยความรำคาญ

“พอเถอะนัน...พี่ไล่ให้หนูมาริสาเขาเข้าไปเอง”

“แล้วพี่เป็นบ้าหรือไงถึงทำแบบนั้น...หรือว่าอยากตายเร็ว”

ณดลเข้ามาเห็นท่าทางของทุกคนก็เลิกคิ้วแปลกใจ ถามว่ามีอะไรกันอีก

“ก็พ่อแกน่ะสิ...”

“พอเถอะ ไป...ออกไปกันได้แล้ว ฉันอยากคุยกับเจ้าดล”

ประพจน์ตัดบทไล่ทุกคน ปัทมาถอยห่างออกมาแล้วลุกขึ้นจะไปแต่โดนนันทาขวางไว้ จ้องหน้าถลึงตาใส่และเค้นเสียงด่า “เก่งเหลือเกินนะเรื่องเอาหน้าเนี่ย” ปัทมาข่มใจไม่โต้ตอบและเดินเลี่ยงออกไป แต่จันกลับเสนอหน้าจีบปากจีบคอว่า

“ใช่ เรื่องนี้จันเห็นด้วย ทั้งคู่เลย ทั้งมาริสาแล้วก็ปัทมา เอาหน้าเก่งนัก เข้าหาคุณอาตลอด ตัดหน้ากันเห็นๆ”

“ฉันตัดหน้าหรือเธอโง่เองกันแน่จ๊ะ” มาริสากระซิบข้างหูจัน...จันดีดดิ้นทันที

“ต๊าย...มาไม่ทันไร นี่แกอัปเลเวลด่าฉันแล้วเหรอ”

มาริสายิ้มเยาะ มองจันหัวจดเท้าแล้วสะบัดหน้าจะไป นันทารีบกระซิบสั่งคนของตน

“เดี๋ยวไปคุยกับฉันที่ห้องนะ ฉันก็อยากรู้ว่าเมื่อกลางวันแกพูดอะไรกับพี่พจน์”

“อย่ามาออกคำสั่งกับสาค่ะ” พูดจบมาริสาเดินเชิดหน้าออกไป นันทาอยากด่าแต่ไม่กล้าเพราะอยู่ต่อหน้าคนอื่น แสร้งยิ้มกลบเกลื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

เพชรเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่ในห้องนอน บ่นตัวเองไม่น่าพลาดให้อาทิตย์จับได้ แล้วอย่างนี้เขาจะบอกนายไหมเนี่ย?

“ไหนเรื่องที่จะให้เราช่วย แล้วก็ที่หลวงพ่อบอกอีก มันต้องทำยังไงล่ะ”

เพชรถอนใจเฮือกใหญ่กลัดกลุ้มไปหมด พลันได้ยินเสียงกุกกักหน้าห้อง พอลุกไปเปิดก็มีแมวดำตัวหนึ่งกระโดดเข้ามาในห้องอย่างเร็วจนตกใจหงายหลังก้นจ้ำเบ้า

“เฮ้ย! เข้ามาทำไม ออกไปนะ” เพชรลุกขึ้นไล่แมวแต่มันไม่ไปแถมยังมุดเข้าใต้เตียง “ดื้อจังไอ้เหมียว เอาไงดีเนี่ย...งั้นให้อยู่แค่คืนเดียวนะ พรุ่งนี้แกต้องออกไปด้วยล่ะ”

เพชรยอมแพ้ นั่งหันหลังพิงเตียงอย่างอ่อนใจ...

เวลานั้นณดลยังอยู่ในห้องพ่อ ประพจน์อยากรู้ว่าลูกชายจะเอาเทวรูปกับเพชรสีชมพูไปคืนที่เดิมเมื่อไหร่

“อีกสองสามวันครับ”

“เก็บไว้ก่อนไม่ได้เหรอ”

“คุณพ่อครับ อะไรที่มันไม่ใช่ของเราก็อย่าเก็บไว้เลยนะครับ ส่วนเรื่องปัทมา ผมก็จะรีบพิสูจน์ให้เร็วที่สุด”

“เอาไว้ก่อนเถอะ ยังไม่ต้องรีบ”

ณดลขมวดคิ้วแปลกใจ อ้าปากจะถามแต่ประพจน์ไอหนักจนตัวโยน

“คุณพ่อ...ไหวไหมครับ”

“แกไปพักเถอะ พ่อจะได้นอน” ประพจน์โบกมือไล่แล้วแกล้งหลับตา ณดลห่มผ้าให้พ่อก่อนกลับออกมา พอได้ยินเสียงประตูปิดประพจน์ก็ลืมตาขึ้นมองไปทางเทวรูปแมว พึมพำอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“หวังว่าเรื่องมันจะจบลงจริงๆนะ”

หารู้ไม่ว่าเหนือเตียงที่ตัวเองนอนอยู่นั้นวิญญาณเทวีลอยติดเพดาน แสยะยิ้มจ้องมองเขาอย่างร้ายกาจ

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้นณดลถือกุญแจรถออกจากบ้านมาเหลียวมองรอบทิศแล้วยังก้มลงดูใต้ท้องรถ ปัทมาเดินมาเห็นทักถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่า

“เปล่าครับ ผมกำลังมองว่าพวกแมวมันหายไปไหนหมด อานันเรียกคนมาเอาไปแล้วเหรอครับ”

“เปล่าหรอกค่ะ มันหายกันไปเองค่ะ”

“จริงเหรอครับ ประหลาดจัง”

“แมวมันคงมีสัญชาตญาณของมันมั้งคะ คงกลัวจะถูกจับ”

“ใช่ค่ะ แมวมันมีสัญชาตญาณ มันรู้ว่าใครคิดดีหรือไม่ดีกับมัน” มาริสาอุ้มแมวดำเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหาทั้งคู่

“อ้าว...ยังเหลืออยู่อีกตัวหนึ่งนี่ครับ”

“คงจะหลงอยู่น่ะค่ะ”

“เดี๋ยวปัทขอตัวก่อนนะคะ จะไปเอายาให้คุณอาที่โรงพยาบาล”

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปส่งครับ” ณดลเผลอคว้าแขนปัทมาไว้ มาริสาเห็นแล้วไม่สบอารมณ์ ทำตัวเป็นก้างขวางคอขอไปด้วย แต่ปัทมาไม่ยอม

“จะไปทำไม เธอมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“เรื่องของคุณอา ฉันก็ต้องเกี่ยวสิ”

สองสาวจ้องหน้ากัน ณดลแอบหวั่นจึงตัดสินให้ไปด้วยกัน แต่ปัทมายังขัดอีกว่าคงไม่เหมาะที่จะหอบหิ้วเอาแมวไปด้วย ปรากฏว่ามาริสาโยนแมวลงพื้นอย่างไม่ไยดี เชิดหน้าถามว่า

“คราวนี้ไปได้แล้วใช่ไหม”

ณดลกับปัทมานิ่งอึ้ง มาริสาถือวิสาสะขึ้นรถนั่งข้างคนขับณดลเลยต้องเปิดประตูด้านหลังให้ปัทมา

ขณะนั้นเพชรกำลังตามหาแมวดำตัวเมื่อคืน เดินมาถึงครัวเจอชุ่มกับแช่มทำอาหารก็สอบถามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเห็นมันกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างผ่านหน้าชุ่มไป

“อ้าวนี่ไง ไอ้เหมียว”

“อีแมวบ้า! ตกอกตกใจหมด” ชุ่มโวยวายแต่เพชรไม่ได้สนใจ ห่วงแต่แมวจะหิวขออาหารให้มันกิน ชุ่มเลยแว้ดเข้าให้อีก “จะเลี้ยงมันหรือไง เดี๋ยวคุณนันก็มาแหกอกเอาหรอก”

เพชรไม่ได้ฟัง มือค้นหาของกินในตู้เย็น ปากก็ถามไปเรื่อย “พี่ชุ่ม พี่แช่ม นายเขาออกไปแล้วเหรอฮะ”

“ออกไปกับสองสาวผู้เข้าชิงแล้ว”

“สองสาว?”

“ก็คุณปัทกับคุณมาริสาไง”

เพชรทำหน้างอนขึ้นมาทันที แต่ไม่ทันไรก็เปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อได้ยินชุ่มร้องเอะอะ

“ว้าย! ตายแล้วไอ้เพชร ไอ้เหมียวของแกมันขโมยของกินไปแล้ว เร็ว...เดี๋ยวไปทำเลอะเทอะที่ไหน โดนด่ากันหูชาแน่”

เพชรวิ่งตามแมวคาบอาหารกระโจนหนีไปทางสนามแล้วไปชนจันที่กำลังคุยโทรศัพท์ท่าทางมีพิรุธ จันด่าเปิงแถมทำท่าจะเอาเรื่องเพชรให้ได้ แต่เพชรกระโดดตามแมวเข้าไปในพุ่มไม้หัวกระแทกก้อนหินเลือดไหลซิบโดยที่จันไม่ทันเห็น ได้แต่ยืนเหลียวหน้าเหลียวหลังบ่นว่าทำไมไวนัก

เพชรนั่งกุมหัวอยู่ในพุ่มไม้ เสียงแมวดำร้องหง่าวอยู่ข้างๆ “ไอ้เหมียว แกนะแก เห็นไหมหัวฉันโนเลย” ว่าแล้วอุ้มแมวขึ้นมา พลันตกใจแทบสิ้นสติ รอบตัวกลายเป็นที่เวิ้งว้างว่างเปล่าบรรยากาศขมุกขมัวน่ากลัวมาก “อะไรกันเนี่ย ไหงมาอยู่ตรงนี้ได้”

เพชรหน้าเสีย ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่...ทันใดรู้สึกเหมือนเหยียบของเหลว ยกเท้าขึ้นแล้วก้มลงมองดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่เหยียบคือเลือดสีแดงฉานนองพื้น!

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ณดลกับปัทมายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์จ่ายยาพูดคุยกับเภสัชกร ส่วนมาริสานั่งไขว่ห้างรอคอย สายตาจับจ้องคนทั้งคู่อย่างเจ้าเล่ห์

“เรียบร้อยแล้วครับคุณสา เดี๋ยวไปทานข้าวกันครับ”

“คุณดลไปกับมาริสาก็ได้ค่ะ ปัทอยากกลับไปดูคุณอา”

“ได้ไงครับ ก็ไปด้วยกันนี่แหละ คุณพ่อมีเจ้าเพชรดูแลอยู่ ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปัทเป็นห่วง ท่านยิ่งมีไข้อยู่”

“จะว่าฉันก็ว่ามาเลยตรงๆดีกว่า ไม่ต้องมาแดกดันกันหรอก” มาริสาพูดโพล่งไม่เกรงใจใคร ปัทมาย้อนนิ่มๆ แต่เจ็บลึกว่า

“ปัทไม่ได้ว่าแดกดันคุณค่ะ ถึงแม้คุณจะปล่อยให้คุณอาตากฝนจริงๆก็ตาม”

“ผมว่าใจเย็นๆกันก่อนเถอะนะครับ คุณพ่อท่านก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับใคร เอาเป็นว่างั้นเดี๋ยวซื้อกลับไปทานกันที่บ้านก็ได้ครับ”

“ปัทไม่หิว ขอตัวไปรอที่รถก่อนนะคะ” ปัทมาเดินเลี่ยงไป ทันใดมีคนไข้ฉุกเฉินที่พยาบาลช่วยกันเข็นเตียงมา ปัทมาหลบวูบจนเสียหลักเกือบล้มถ้าณดลคว้าตัวไว้ไม่ทัน มาริสาหมั่นไส้แขวะว่า “เข้าทางเลยสินะ”

ปัทมาไม่พอใจแต่ข่มความรู้สึกไม่ตอบโต้ บอกณดลว่าขอไปรอที่รถ ณดลเลยชวนมาริสาไปกันสองคน แต่เธอกลับบอกว่า “สาก็จะไปรอที่รถ ขอกุญแจนะคะ” แล้วคว้ากุญแจรถจากเขาหน้าตาเฉยเดินลิ่วไปอีกคน

ปัทมาเดินจ้ำมายืนรอข้างรถ ไม่กี่อึดใจมาริสาตามมาจ้อง แล้วแกล้งเดินวนรอบตัวมองหัวจดเท้า

“เธอนี่ไม่เบาเลยนะ ดูจะร้ายกว่ายัยจันอะไรนั่นเยอะเลย”

“ฉันก็คือฉัน กรุณาอย่าเอาไปเปรียบกับคนอื่น”

“ทำไมจะเปรียบไม่ได้ ทั้งเธอทั้งยัยจันก็หวัง 20 ล้านเหมือนๆกัน แล้วมันจะต่างกันตรงไหน”

“คุณลืมนับตัวเองด้วยหรือเปล่าคะ ฉันว่าดีไม่ดีคุณน่าจะเป็นคนที่อยากได้เงินนั่นมากกว่าใคร...สำหรับฉันแล้ว ฉันมาเพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมที่พ่ออมรสั่งเอาไว้ก็เท่านั้น”

“แค่นั้นเองเหรอ แต่ฉันว่าอย่างเธอน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น” พูดจบมาริสากดรีโมตกุญแจแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งคนขับสตาร์ตรถพุ่งเดินหน้าก่อนจะถอยหลังกลับมาเพื่อชนปัทมา...ณดลโผล่มาเห็นพอดีจึงตะโกนเตือน

เสียงรถเบรกดังเอี๊ยดห่างจากปัทมาไม่ถึงนิ้ว มาริสาเปิดประตูก้าวลงมาขอโทษขอโพยบอกว่าตนเข้าเกียร์ผิด ตนตั้งใจจะขับไปรับณดลที่ด้านหน้า

“เอาเถอะครับ ไม่เป็นอะไรกันก็ดีแล้ว”

“แล้วไหนคุณดลบอกจะไปซื้อของกินไงคะ”

“พอดีผมโทร.ไปที่บ้านน่ะครับ แล้วไม่รู้เจ้าเพชรมันออกไปไหน ก็เลยว่าจะรีบกลับดีกว่า”

“ห่วงเพชรเหรอคะ” มาริสาถามอย่างจับผิด

“ผมห่วงว่าไม่มีคนดูคุณพ่อน่ะครับ”

“งั้นก็รีบกลับกันดีกว่าค่ะ จะได้ไปดูคุณอา” ปัทมาตัดบทแล้วขึ้นไปนั่งบนรถวางท่านิ่ง แต่สายตาแอบชำเลืองมองมาริสาอย่างสุดแค้น

ooooooo

เพชรอุ้มแมววิ่งวนไปมาด้วยสีหน้าร้อนรน ไม่รู้ว่าที่เวิ้งว้างแห่งนี้คือที่ไหน อยู่ดีๆตัวเองมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร

“อะไรกันเนี่ย...ใครก็ได้พาฉันกลับบ้านที”

เพชรเริ่มเหนื่อย ยกมือปาดเหงื่อ ทันใดแมวที่อุ้มอยู่พองขนขู่ฟ่อจ้องไปด้านหน้า เพชรหรี่ตามองแหวกไปในกลุ่มหมอกขมุกขมัวเห็นเป็นผู้หญิงแต่งชุดไทยโบราณ ผมยาว หุ่นเพรียวระหงนั่งหันหลัง

วิญญาณเทวีปรากฏให้เพชรเห็น แต่เพชรงุนงงไม่เข้าใจ ร้องเรียกเพื่อจะขอความช่วยเหลือ

“คุณคะ...คุณ...ไอ้เหมียวอยู่เฉยๆ”

แมวขู่คำรามหนักกว่าเดิมจนเพชรต้องปราม เพชรเดินเข้าไปใกล้เอื้อมมือจะสะกิด ทันใดเหลือบเห็นเลือดหยดนองพื้นแถมที่ด้านหน้ามีซากแมวอีกหลายตัวนอนเลือดอาบ เพชรชะงักมือจะถอยหลังกลับ ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมาหน้าตาน่ากลัว มือข้างหนึ่งอุ้มแมวที่ตายตาโบ๋ ส่วนอีกข้างถือลูกตาของแมวพร้อมกับส่งเสียงเกรี้ยวกราด

“ไม่ใช่! นี่ก็ไม่ใช่เพชร เพชรตาแมว เพชรของข้า” เทวีปาลูกตาแมวลงตรงหน้า  เพชรกรี๊ดลั่นลืมความเป็นชายหันหลังวิ่งหนีแหกปากลั่น

“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”

เทวีมาดักหน้าไว้ ยื่นหน้าที่สยองกว่าเดิมเข้ามาใกล้พร้อมกับเอื้อมมือมาที่แมวของเพชร

“เพชรตาแมว! เอามา! มันต้องเป็นของข้า”

“ช่วยด้วย พ่อ...นาย!” เพชรกรีดร้องแล้วหันหลังวิ่งหนีอีก แต่ไม่ว่าไปทางไหนก็โดนดักตลอด เพชรกอดแมวแน่นหลับตาปี๋ด้วยความกลัวสุดขีด

ทันใดแมวที่เพชรกอดอยู่ร้องดังลั่น ดวงตาเป็นประกายส่องแสงจ้ากระโจนเข้าใส่วิญญาณเทวี

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นพร้อมกับแสงสว่างวาบไปทั่วจนกลบทุกสิ่งทุกอย่าง...

เพชรพุ่งออกมาจากพุ่มไม้อย่างแรง พอดีกับที่ณดลเดินมาแล้วคว้าตัวไว้ได้ทัน เพชรหอบหายใจแรง ค่อยๆเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นณดลก็โผเข้ากอดแน่นตัวสั่นงันงก

“นาย...”

“ฉันอยู่นี่ เป็นอะไร...ไม่ต้องกลัวนะ” ณดลกอดตอบและลูบหัวปลอบประโลม

“ตาแมวนาย ตาแมวถูกผู้หญิงคนนั้นควักออกมาเต็มไปหมดเลย...นาย...ผู้หญิงคนนั้น”

“ใจเย็นๆ ผู้หญิงที่ไหน ตรงนี้มีแค่ฉันกับแกเท่านั้น”

เพชรผละออก มองไปรอบๆอย่างงงๆ “แล้วไอ้เหมียวล่ะ”

“เหมียวไหน มันหายไปหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่”

เพชรเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น มึนงงและสับสนไปหมด

“เป็นอะไรของแก แล้วไปไหนมา คนเขาหากันทั้งบ้าน”

“เพชร...เพชรไม่รู้...เพชรไม่รู้จริงๆนาย”

“โอเคๆ เดี๋ยวค่อยเล่าก็ได้ เข้าบ้านกันก่อน แล้วหัวนี่ไปกระแทกอะไรมาอีกล่ะ ไปเข้าบ้าน เดี๋ยวให้คุณปัททำแผลให้” ณดลประคองเพชรพาเข้าบ้าน...ประพจน์ยืนมองจากระเบียงชั้นสอง สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

อาทิตย์อยู่ที่หอสมุดแห่งหนึ่ง กำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเพชรตาแมว พลันเสียงโทรศัพท์เปิดสั่นดังขึ้น เขากดรับด้วยเสียงเบาเกือบกระซิบทำให้ณดลที่ โทร.มาสงสัย

“ทำไมต้องกระซิบด้วยวะ”

“เออน่า...หาอะไรเพิ่มนิดหน่อย แกล่ะเตรียมตัวยัง”

“เตรียมบ้าอะไรล่ะ ไอ้เพชรน่ะสิ วันนี้มันหายไปไหนไม่รู้ทั้งวัน พอเจอตัวก็เอาแต่พูดเรื่องผู้หญิงที่ไหนไม่รู้”

“เรื่องอะไรวะ ตกลงบ้านแกจะไม่ให้พักเลยใช่มั้ย สลับกับมีเรื่องทุกวัน” อาทิตย์พูดพลางพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อย

“ฉันก็ไม่ได้อยากมีเว้ย แต่มันมีมาเอง แกไม่ต้องมาซ้ำเติมเลย”

“โอเคๆ ขอโทษๆ แล้วว่าแต่ไอ้เพชรมันพูดถึงผู้หญิงที่ไหน”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ มันเอาแต่พูดว่าผู้หญิงคนนั้นควักตาแมว”

อาทิตย์เปิดหน้าหนังสือ อยู่ๆก็ชะงักสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง เอามือลูบแผ่นกระดาษรู้สึกสากๆแปลกๆ เลยรีบพลิกเปิดหน้าถัดไป แล้วเบิกตากว้างจ้องมองรูปวาดผู้หญิงผมยาว เสื้อผ้าอาภรณ์งดงาม พร้อมด้วยเครื่องประดับเต็มยศ นั่งอยู่บนตั่งล้อมรอบไปด้วยแมว ใต้รูปมีตัวอักษรโบราณที่จางเลือนรางเต็มที

“ควักตาแมวเหรอ...แป๊บนะ” อาทิตย์กดพักสาย ถ่ายรูปวาดในหนังสือนั้นแล้วกดส่ง “แกลองเอาให้ไอ้เพชรดูนะ แต่ตัวหนังสือมันจางไปหมด”

“โอเค เดี๋ยวฉันจะเอาให้มันดู” ณดลกดวางสายแล้วเปิดภาพที่อาทิตย์ส่งมาพลางทำหน้าสงสัย

เวลานั้นเพชรนั่งบนเตียงในห้องนอน นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วยังสยองไม่หาย

“เป็นใครกันนะ แล้วทำไมต้องทำขนาดนั้น...หรือเราจะฝันไป แต่มันก็เหมือนจริงซะขนาดนั้น”

เพชรคิดกลับไปกลับมาอย่างไม่เข้าใจ แล้วนึกไปถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า “สีกาเองหากมีจิตที่บริสุทธิ์และตั้งมั่นพอ สีกาก็จะได้รู้เรื่องที่ต้องการจะรู้”

เพชรตัดสินใจนั่งสมาธิ ค่อยๆหลับตาลง สีหน้าสงบนิ่งนานพอดู แต่ไม่รู้เห็นอะไรเลย ลืมตาบ่นพึมพำ

“ไม่เห็นจะรู้อะไรเลย หลวงพ่อบอกผิดคนหรือเปล่าเนี่ย” แล้วเพชรลุกขึ้นบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อย “เอ๊ะ หรือว่าเราจะไม่บริสุทธิ์พอ...แต่เราก็ไม่เคยมีแฟนนะ”

“บ่นอะไรของแกคนเดียว แล้วอะไรบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์” ณดลยืนกอดอกมองอยู่หน้าประตูก่อน จะเดินเข้ามาผลักหัวเพชรเบาๆ

“นายมายืนอยู่นานหรือยังฮะ”

“ได้สักพัก เห็นแกเข้าฌานอยู่เลยไม่อยากเรียก ไปถึงไหนมาล่ะ เจอพระอินทร์รึยัง”

“นายอ่ะ เพชรก็แค่ทำตามที่หลวงพ่อท่านแนะนำ ว่าแต่นายมีอะไรเหรอฮะ”

“ไอ้ที่แกบอกว่าแกฝัน...หรือไปเจอมาวันนี้น่ะ ผู้หญิงย้อนยุคคนนั้นน่ะเขาคล้ายๆแบบนี้ไหม”

ณดลยื่นโทรศัพท์ให้ดู พลันเสียงแมวร้องหง่าว ทั้งคู่หันไปเห็นแมวดำนั่งอยู่มุมห้อง เพชรดูรูปในโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองณดล กลืนน้ำลายเอื๊อก

จากนั้นสองคนย้ายไปที่ห้องณดล เพชรอุ้มแมวมาด้วย ณดลมาที่โต๊ะทำงานเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาคำว่าอักษรโบราณและแมวผี ขณะที่เพชรก็พูดไปเรื่อย

“เพชรแค่ว่าคล้ายๆ การแต่งตัวมันเหมือน แล้วก็ไอ้แมวที่ยั้วเยี้ยนั่นก็ด้วย เหมือนกันเลย”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ดูจากการแต่งตัวไม่น่าใช่สามัญชนทั่วไป...ไอ้คนบันทึกก็จะเขียนซับไตเติลไว้ให้หน่อยก็ไม่ได้”

“แล้วมันมีอยู่แค่นี้เองเหรอนาย”

“อาทิตย์มันหาได้แค่นี้น่ะ” ณดลอ่อนใจ ทันใดนั้นแมวที่เพชรอุ้มกระโดดวิ่งย่ำบนคีย์บอร์ดแล้วกระโจนออกจากห้อง “เฮ้ยๆๆ ไอ้แมวบ้า คอมพ์ฉัน คราวหลังห้ามเอามันเข้ามาในห้องฉันอีกนะ”

“นายเลิกบ่นแล้วดูก่อนฮะ” เพชรสะกิดยิกๆชี้ไปหน้าจอ ณดลเงยหน้ามองแล้วต้องตาโตตื่นเต้น...มันคือหน้าเพจที่มีตัวอักษรโบราณแบบเดียวกับที่มีในรูปวาด!

ooooooo

ค่ำนั้นนันทาไม่อยู่บ้าน มีนัดกับคู่ขาอย่างวีระอีกเหมือนเคย โดยที่วีระซึ่งแอบซุกจันไว้เป็นเมียลับๆ อีกคนก็นัดจันไว้ที่นี่ด้วยเหมือนกัน แต่นันทามาก่อน พอหลับนอนกันเสร็จเธอก็พูดเรื่องจะให้วีระเป็นธุระจัดการณดลที่กำลังจะเข้าป่าอีกครั้งเพื่อนำเทวรูปแมวไปคืน

“เอาไปคืน? ทำไมล่ะครับ”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง มันจะเอาอะไรไปก็ช่างหัวมันเหอะ ให้ไอ้พรานนั่นเตรียมจัดการก็พอ อย่าให้พลาดอีกล่ะ” นันทากำชับแต่วีระไม่ได้ฟัง มัวแต่พึมพำสงสัย

“คืนทำไม แล้วเพชรเม็ดนั้นอีก...หรือว่าจะเป็นอย่างที่จันพูด”

“คุณว่าอะไรนะ”

“อ๋อ เปล่าๆ ผมคิดอะไรไปเรื่อยน่ะ” วีระแก้ตัว นันทามองอย่างไม่ไว้ใจ ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทนายหนุ่มสะดุ้งแต่ไม่ลุกไปเปิด

“ไปเปิดสิคะ มองแล้วมันจะเปิดเองได้หรือไง”

“สงสัยจะพวกพนักงาน” วีระลุกไปเปิดประตูแล้วเห็นจันแต่งตัวจัดเต็มยืนลอยหน้า ส่งเสียงแจ้วๆ

“มาแล้วค่ะ มาก่อนเวลา...”

วีระปิดประตูโครมทั้งที่จันยังพูดไม่ทันจบ นันทาถามว่าใครมา เขาโกหกว่าพนักงานโรงแรม แต่จันยังเคาะประตูไม่เลิก วีระเลยต้องกลับไปเปิดรับแล้วกระชากเธอไปทางห้องน้ำอย่างเร็วโดยที่นันทาไม่ทันเห็น ร้องถามว่า

“อะไรของคุณน่ะ ตกลงใครมา”

“พนักงานไง เขาบอก...บอกว่ารถคุณมีปัญหาแน่ะ ให้รีบไปดูเร็วๆ”

“จะมีปัญหาได้ไง ฉันก็จอดที่เดิมทุกที”

“เอาน่า อาจจะเกิดแอ็กซิเดนต์อะไรก็ได้ คุณรีบไปดูเถอะ เดี๋ยวรถก็พังหรอก”

วีระคะยั้นคะยอจนนันทาหลงเชื่อ แต่ยังไม่วายกำชับเขาว่า

“บอกไอ้พรานนั่นด้วย ไอ้ดลมันเข้าป่าวันไหนเดี๋ยวฉันจะรีบโทร.ไปบอกเลย อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะ ให้มันเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ในนั้นแหละ”

“ครับๆๆ คุณรีบไปเถอะ” วีระดันหลังนันทาออกประตูห้องไป

จันโผล่ออกจากห้องน้ำสีหน้าบึ้งตึง บ่นอุบ “นึกว่ามีอะไร ที่แท้อีป้ามั่นหน้านั่นเอง”

“คราวหลังน่ะนัดกี่โมงก็ตามนั้นนะ ไม่ต้องเสนอหน้ามาก่อน”

“ก็จันเบื่อนี่ อยู่แต่ในบ้านนั่นทั้งวัน มีโอกาสก็ต้องรีบออกสิ” จันพูดไม่ทันขาดคำก็โดนวีระถีบกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบเพราะนันทาโผล่เข้ามาบอกว่าลืมกุญแจ พอนันทาคล้อยหลัง วีระถึงกับเข่าอ่อน...โล่งไปที่รถไฟไม่ชนกัน ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่!

หลังจากนั้นจันเล่าสิ่งที่ได้ยินณดลกับประพจน์คุยกันที่บ้าน เล่าไปจิบไวน์ไปด้วยลีลาสุดยั่วยวน จนวีระชักไม่แน่ใจ ถามย้ำว่าได้ยินมาไม่ผิดแน่หรือ

“หูจันไม่ได้ตึงเหมือนอีป้านั่นนะ จันได้ยินจริงๆว่าตาแก่พูดกับคุณดลเรื่องเพชรๆ มนๆ ตราๆ อะไรนั่นแหละว่าแต่มันคืออะไรเหรอ”

“บอกแล้วไงว่าอย่ายุ่ง เธอมีหน้าที่แค่ทำให้คุณพจน์เขาเชื่อให้ได้ว่าเธอคือลูกของด็อกเตอร์อมรจริงๆ นึกถึง 20 ล้านเข้าไว้สิ”

“ใช่ว่าได้เต็มๆ ต้องแบ่งคุณอีก” จันบ่นแล้วเบ้ปาก

“หรือว่ามันคิดจะเอาเพชรคืนไปพร้อมเทวรูปนั่น”

“เทวรูปแมวนั่นน่ะเหรอ”

“นี่...บอกว่าไม่ต้องยุ่งไง”

“ก็บอกนิดบอกหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันได้ยินนะที่คุณกับอีป้านั่นวางแผนจะทำอะไรกัน คิดจะกำจัดคุณดลเหรอ”

“ถ้าไม่อยากเข้าไปนอนในคุกก็หุบปากแล้วทำหน้าที่เธอไปอย่างเดียว มีคู่แข่งตั้งสองคนน่าจะรีบทำคะแนน”

“แหม...ก็มาทำคะแนนแล้วนี่ไง” จันจิกตายั่วยวน ลุกไปดึงวีระมานัวเนียบนเตียงนอน...

ooooooo

ส่วนที่บ้านศุภมิตร ประพจน์ยังนั่งเป็นแบบให้มาริสาวาดรูปทั้งที่มืดค่ำแล้ว โดยที่ปัทมานั่งก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ คอยดูแลรับใช้เจ้าของบ้าน

บรรยากาศในห้องเงียบเชียบไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่ใหญ่ จนประพจน์ต้องทำลายความเงียบขึ้น

“หนูปัทไปพักก่อนไหมลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณอาไข้เพิ่งจะลด จริงๆไม่น่าฝืนมานั่งนานๆเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก ตอนนี้ยังไหวก็วาดๆให้มันเสร็จ เผื่อไม่มีโอกาส” ประพจน์พูดเสียงอ่อน ปัทมาขยับเข้ามานั่งข้างๆกุมมือเขาและปลอบโยน

“อย่าคิดอย่างนั้นสิคะ เชื่อปัทนะคะ ทุกอย่างอยู่ที่ใจเรา”

ประพจน์พยักหน้า รู้สึกเอ็นดูปัทมามากขึ้น มาริสาเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ แกล้งปัดแก้วน้ำตกพื้น

“อุ๊ย...สานี่ซุ่มซ่ามจัง มือยิ่งเลอะๆอยู่”

“เรียกเด็กเข้ามาจัดการก็ได้ลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวปัทจัดการเอง” ปัทมาหยิบผ้าไปซับน้ำที่พื้น มาริสายิ้มมุมปากสมใจ หยิบคัตเตอร์มาเหลาดินสอแล้วแกล้งตวัดมืออย่างแรงไปทางปัทมา ประพจน์อ้าปากจะร้องเตือน แต่ช้ากว่าปัทมาที่คว้าหมับเข้าที่มือของมาริสาโดยที่ไม่ได้หันมามอง

“ระวังหน่อยสิมาริสา ของมีคมมันอันตรายนะ” ปัทมาผลักมือมาริสาออกแล้วลุกขึ้นกระแทกแก้วลงบนโต๊ะก่อนเดินกลับไปนั่งที่เดิม

“ขอโทษด้วยนะปัท สาไม่ได้ตั้งใจ”

ปัทมาไม่ตอบ ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

“งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้เถอะหนูมาริสา อาเองก็อยากจะพักแล้ว”

“ก็ดีค่ะ เดี๋ยวไว้ค่อยวาดกันต่อ” มาริสาเก็บอุปกรณ์ ส่วนปัทมาเข้ามาประคองประพจน์พร้อมกับปรายตามองมาริสาอย่างรู้ทัน

มาริสาไม่สบอารมณ์ เดินออกไปบ่นอย่างแค้นเคืองปัทมา “กะอยู่แล้วเชียว ยัยนี่ไม่ได้นิ่งๆเหมือนที่พยายามแสดงให้คนอื่นเห็นหรอก”

ooooooo

ณดลกับเพชรเข้าบริษัทศุภมิตรในเช้าวันถัดมาเพราะอาทิตย์มาคุยเรื่องที่ค้างคาใจกันตั้งแต่เมื่อวาน

ภายในห้องทำงานของณดล...อาทิตย์ยืนจ้องที่จอโปรเจกเตอร์ ส่วนเพชรนั่งแอบข้างหลังณดลด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ

“ฉันสแกนไว้แล้วนะ แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นรูปของใคร แล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องของพวกเราจริงหรือเปล่า”

“อาจจะเป็นนางแบบโว้กในสมัยก่อนก็ได้”

“ไอ้ดล...แกนี่มันเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นได้ตลอด เจอมากี่รอบแล้ว เมื่อไหร่จะเชื่อสักทีวะว่าเรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริง”

“เออน่ะ ใกล้แล้ว...เพชร แกจะเกาะฉันอีกนานไหม”

“เพชรนึกถึงเมื่อวานฮะ”

“ที่แกฝันน่ะเหรอ”

“ไม่รู้ฮะ เพชรว่ามันไม่ใช่ฝัน”

“พอๆ ไม่ต้องเถียงกัน ดูนี่”

อาทิตย์ปรับแสงในภาพให้ลดลง แล้วกดขยายใหญ่ขึ้น ณดลผุดลุกขึ้นเดินเข้าไปจ้องใกล้ๆทันที

“เห็นแล้วใช่ไหม”

ณดลพยักหน้า เพชรไม่เข้าใจถามว่าเห็นอะไร อาทิตย์ซูมเข้าไปที่ภาพแล้ววงตรงตัวอักษรโบราณที่เห็นชัดขึ้น เพชรอ่านออกเสียง

“รัตนะมณีเทวี...ชื่อของเธอเหรอฮะ”

“คิดว่าใช่นะ แล้วนี่อีก” อาทิตย์ซูมที่รูปวาดเครื่องประดับบนตัวหญิงสาว เห็นเป็นประกายเล็กๆ

“มันแว้บๆด้วยฮะ”

“ถ้าได้ดูต้นฉบับของจริงจะเห็นชัดกว่านี้ เสียดายเอาออกมาไม่ได้ รูปวาดใบนี้มีการแทรกเกล็ดอัญมณีเล็กๆลงไปที่เครื่องประดับต่างๆ รวมถึง...นัยน์ตาแมวด้วย”

“โห...คนวาดโคตรจะลงทุน....เพื่ออะไรวะ”

“ไม่รู้ว่ะ อาจจะเป็นจิตรกรที่พิถีพิถันมากก็ได้”

เพชรรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เอื้อมมือจะแตะรูปภาพรัตนะมณีเทวี ทันใดใบหน้านั้นเปลี่ยนเป็นน่ากลัวพุ่งเข้าใส่ เพชรสะดุ้งเฮือกผงะแทบล้ม

“เพชร! เป็นอะไร” ณดลประคองเพชรแล้วใช้มือตีแก้มเบาๆเหมือนเรียกสติ

“ปะ...เปล่า...เปล่าฮะ” เพชรสูดหายใจเรียกพลังแล้วจ้องไปที่รูปอีกครั้ง “นาย เพชรว่าเธอน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้แน่ฮะ”

ณดลนิ่วหน้า ยังไม่ปักใจเชื่อนัก...ครู่ต่อมาเพชรขอตัวไปห้องน้ำ เปิดก๊อกวักน้ำล้างหน้าอยู่หลายครั้งก่อนจะถอนใจแล้วเงยหน้ามองกระจก ภาพสะท้อนในกระจกเห็นอาทิตย์ยืนกอดอกยักคิ้ว ถามยิ้มๆว่า

“เข้าผิดห้องหรือเปล่าวะเพชร”

“คุณอาทิตย์....ยังไม่ได้บอกนายใช่ไหมฮะ”

“ยังไม่ได้บอก แต่จะบอกแน่ ถ้าน้องเพชราไม่ช่วย”

“เพชรไม่ได้ชื่อเพชรานะฮะ คุณอาทิตย์จะให้เพชรช่วยยังไงล่ะฮะ เพชรเองยังแทบเอาตัวไม่รอดเลย”

“เอาตรงๆ ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ฟังจากที่หลวงพ่อท่านบอกแกเมื่อวานแล้ว ฉันว่าแกต้องเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้โดยตรงแน่ๆ”

“เพชรจะไปเกี่ยวยังไงล่ะฮะ เพชรก็แค่เป็นลูกพรานนำทาง”

“ไม่รู้...ต้องรอดูต่อไป แต่ยังไงแกก็ห้ามหนีไปไหน โดยเฉพาะไอ้ดล แกจะไม่ช่วยมันเหรอ”

เพชรเถียงไม่ออก ณดลเดินเข้ามาพอดี ถามทั้งคู่ว่ามายืนคุยอะไรกันตรงนี้ หรือว่าชอบกลิ่นห้องน้ำ

พูดจบณดลเดินไปที่โถฉี่ จัดแจงปลดซิปทำธุระ เพชรหน้าแดงแจ๋รีบเบือนหน้าหนี อาทิตย์นึกสนุกหยอกเย้าทันที

“เพชร แกยังไม่ได้ฉี่ไม่ใช่เหรอ ไปฉี่เป็นเพื่อนไอ้ดลมันสิ”

“คุณอาทิตย์!” เพชรถลึงตาใส่

“มาๆๆ หรือถือว่าใหญ่กว่าแล้วหยิ่ง” ณดลพูดแล้วหัวเราะร่า เพชรอายมากหน้าแดงถึงหู บ่นกระปอด กระแปดก่อนเดินเลี่ยงออกไป

“พูดอะไรกันฮะเนี่ย เพชรไปรอข้างนอกแล้ว”

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ้านศุภมิตร ชุ่มกับแช่มขนลังเปล่าขนาดเล็กและใหญ่หลายใบเข้ามาในห้องประพจน์ นันทามาเห็นก็สงสัย อยากรู้ว่าเอากล่องพวกนี้มาทำไม

“พี่ให้เอามาไว้เองแหละ”

“พี่จะเอามาใส่อะไร”

“ของบริจาคน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

“ของบริจาคงั้นเหรอ พี่จะเอาไปบริจาคที่ไหน แล้วเอาอะไรไปบริจาคบ้าง”

“นันจะบริจาคด้วยเหรอ”

“ก็...พี่บริจาคไปแล้วนี่ พี่น้อง ใครทำก็เหมือนกันนั่นแหละ”

“งั้นนันก็ไม่ต้องห่วงหรอก จะทำอะไรเดี๋ยวพี่จัดการเอง เรื่องต่างๆจะได้จบๆซะที”

“อ้อ นันรู้แล้ว...พี่จะเอาเทวรูปกับเพชรไปคืนที่งั้นสิ”

“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่ไม่ได้มีเพชรนั่น”

“โอเค ไม่มีก็ไม่มีสิ ไม่เห็นต้องโกรธนันขนาดนั้นเลย เอ้า ใครมาช่วยคุณพจน์เขาแพ็กของบริจาคหน่อยเร็ว”

นันทาเสียงดังประชด ปัทมา ชุ่ม และแช่มชักแถวเดินเข้ามา นันทาไม่เห็นมาริสาก็ร้องเรียกเพื่อจะให้เข้ามาเอาหน้า แต่ประพจน์โบกมือห้ามทุกคนบอกว่าตนจัดการเอง

“แล้วนี่ไปไหนกันหมดเนี่ย”

“คุณนันหมายถึงใครล่ะคะ” ปัทมาถาม

“ก็...ไอ้เพชรไง เห็นทุกทีชอบมาเสนอหน้าประจบพี่พจน์”

“เพชรไปกับเจ้าดล”

“ต๊าย ไปด้วยกันอีกแล้ว นี่ระวังนะพี่พจน์ ไปๆมาๆจากที่จะได้ลูกสะใภ้ กลายเป็นได้ลูกเขยแทน คงสนุกกันน่าดูละคราวนี้”

“ไร้สาระน่ะนัน เด็กมันไม่ได้อะไร”

“ถ้าไม่ได้อะไรจริงๆก็ดี นันก็ไม่ได้อยากได้หลานเขย เอาเป็นว่าถ้าไอ้เพชรมันอยากจะหาคนที่เหมาะสม ก็น่าจะเป็น...คนแถวๆนี้มากกว่า”

นันทาปรายตามาทางปัทมาแล้วเดินเชิดหน้าจะออกจากห้อง แต่ดันสะดุดลูกแก้วจนเสียหลักหงายหลังสะโพกกระแทกพื้นร้องลั่น “โอ๊ย!!”

ชุ่มกับแช่มรีบเข้าประคอง ปัทมาจะช่วยแต่โดนนันทาตวาดห้ามแล้วพยุงตัวเองเดินโขยกเขยกออกไปทางห้องมาริสาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

“มัวมานั่งทำบ้าอะไรอยู่นี่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้คอยเอาใจไอ้ประพจน์มันน่ะ”

มาริสาไม่สนใจ เช็ดพู่กันวาดรูปพร้อมกับฮัมเพลง

“นี่แกได้ยินที่ฉันพูดไหม ฉันให้แกมาที่นี่เพื่ออะไร จำได้ไหม”

มาริสาทำเฉย นันทายิ่งเกรี้ยวกราด ตรงเข้ามากระชากพู่กันในมือแล้วทำท่าจะเขวี้ยงทิ้ง แต่มาริสาคว้ามือของนันทาหมับ ก่อนจะกระชากพู่กันคืนมา

“ไม่ต้องมาย้ำหรอกค่ะ สารู้ดีว่าควรทำอะไร”

“อวดดี! เหมือนที่แกไปกระซิบอะไรกับมันวันนั้นใช่ไหม บอกมานะว่าแกพูดอะไรกับมัน”

“ต้องบอกด้วยเหรอคะ คุณให้สามา สาก็มาแล้ว ส่วนเรื่องวิธีการจะเป็นแบบไหนน่ะสาไม่จำเป็นต้องบอกคุณ”

“นี่แก!!” นันทาโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าจะด่า แต่ต้องหยุดชะงักเพราะจันส่งเสียงเข้ามาขัดจังหวะ

“มอร์นิ่งค่ะ ทำอะไรอยู่เหรอคะ หน้าตาเบิกบานเชียว”

“สาระแน! ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก”

“จันชอบเผือกน่ะค่ะ สาระแนคือชีวิตเลยนะคะ”

“อีบ้า!” นันทาด่าลั่น

“คุยกันต่อสิคะ ไม่ต้องเกรงใจจันหรอก คิดซะว่าจันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้”

นันทาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มองค้อนมาริสาอีกทีแล้วเดินกระแทกไหล่จันออกจากห้องไป

“โอ๊ย...อีป้านี่!” จันโวยเสียงแหลมแล้วหันมาที่มาริสา “ไม่ต้องขอบอกขอบใจฉันหรอก ที่ช่วยไล่ป้าไปให้”

“ฉันก็ไม่ได้คิดจะขอบคุณอะไรอยู่แล้วนี่”

“ต๊าย เนรคุณกันเห็นๆ งั้นฉันไปก็ได้”

มาริสาเหมือนคิดอะไรได้รีบเรียกเอาไว้ “เออนี่ เมื่อคืนเธอออกไปข้างนอกมาเหรอ”

“ก็ปลดปล่อยบ้างอะไรบ้าง”

“อืม...ฉันเข้าใจ แต่ก็ดันมีคนไม่เข้าใจเอาเธอไปพูดเสียๆหายๆนี่สิ”

“ใคร? มันว่าอะไร”

“แหม...เธอก็น่าจะรู้นี่ ฉันเองถึงเป็นคู่แข่งก็ชอบสู้ซึ่งๆหน้ามากกว่า ไม่ค่อยชอบเล่นใครลับหลัง ไม่เหมือนกับ...” มาริสาเว้นวรรคเพื่อสรรหาคำพูดสร้างความแตกแยกระหว่างจันกับปัทมาเอาชนิดที่ว่าให้บ้านแตกไปเลย!

หลังจากนั้นไม่นานจันก็เดินลิ่วไปเอาเรื่องปัทมาที่กำลังเตรียมอาหารให้ประพจน์อยู่ในครัว แกล้งสะดุดแล้วผลักปัทมาจนมือจุ่มลงไปในหม้อน้ำร้อนๆ แต่ปัทมาสติดีเยี่ยมรีบดึงมือขึ้นแล้วเอาน้ำเย็นราดอย่างเร็ว

“อุ๊ย ขอโทษนะปัทมา ฉันเดินสะดุดน่ะ” จันลอยหน้าลอยตาท่าทางกับคำพูดขัดกันมาก

ปัทมามองจันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่พยายามระงับอารมณ์เต็มที่

“ขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้โดนมือเธอเลย เพราะจริงๆอยากจะให้โดนปากมากกว่า”

“มันจะมากไปแล้วนะ”

“ฉันว่าน้อยไปนะ ปากอย่างเธอเนี่ยน่าจะโดนหนักกว่านี้”

“ฉันไปว่าอะไรเธอเมื่อไหร่”

“ก็เมื่อคืนนี้ไง ที่ฉันออกไปข้างนอก แกว่าฉันว่าออกไปขายตัว!”

ปัทมาทั้งงงทั้งตกใจ ถามว่าตนพูดแบบนั้นเมื่อไหร่

“อย่ามาตอแหล มีคนบอกฉันหมดแล้ว”

“ใครบอกเธอ บอกมาสิ”

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง แหม...ทำเป็นแอ๊บซื่อแอ๊บใส ตอแหลไม่เลิก แบบนี้มันต้องตบซ้ำอีกที”

จันปรี่เข้าไป แต่กลับโดนปัทมาถีบออกมาอย่างแรงจนกระเด็น เพชรกับณดลเข้ามาพอดี จันจีบปากฟ้อง

“คุณดล ช่วยจันด้วย อี...อีปัทมันถีบจัน”

ณดลไม่เชื่อ ขณะที่ปัทมาก็พยายามปฏิเสธ เลยโดนจันด่าอีก

“อีตอแหล!”

“คุณจันใจเย็นๆก่อนสิครับ อย่างคุณปัทเนี่ยนะครับจะถีบคนอื่น”

“นี่คุณไม่เชื่อฉันเหรอคะคุณดล”

“โธ่คุณจัน...ก็มันไม่น่าเชื่อนี่ครับ” ณดลเสียงอ่อย ...จันเจ็บใจร้องกรี๊ดเสียงดังลั่นบ้าน!

ooooooo

จันไม่ยอมเจ็บตัวฟรี โวยวายอาละวาดจะเอาเรื่องปัทมาให้ได้จนนันทาต้องเรียกทุกคนในบ้านมาสอบสวนทวนความต่อหน้าประพจน์

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ไหนบอกมาซิ” นันทาตวาดเสียงดังมองหน้าแต่ละคนไล่เรื่อยไป แม้แต่ณดลกับเพชรก็ไม่ละเว้น ชุ่มกับแช่มนั่งมองหน้ากันงงๆ ประพจน์อยู่บนรถเข็นมองแต่ละคนแล้วทำหน้าอ่อนใจ “ว่าไง บอกมาสิ เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”

มาริสาแสบแก้วหูกับเสียงแปดหลอดของนันทา สวนทันควันว่า “ไม่เห็นต้องโวยวายอะไรขนาดนั้น ที่นี่ไม่ใช่สำเพ็งนะคะ”

“มาริสา!” นันทาแว้ดหนักกว่าเก่า ประพจน์เอือมระอาแต่พยายามไกล่เกลี่ยให้ใจเย็น ค่อยๆเล่ามาทีละคน

“อีปัทมามันหาเรื่องจันก่อนค่ะ...คือปัทมาด่าจันว่าออกไปหาลำไพ่พิเศษ พอจันไปถาม เขาก็ถีบจันโดยที่จันยังไม่ทันได้ทำอะไรเขาเลยค่ะ”

“ถ้าไม่ได้ทำแล้วแผลที่มือคุณปัทมาจากไหนล่ะครับ” ณดลท้วงเสียงเรียบ จันหน้าเจื่อนอ้ำๆอึ้งๆ แก้ตัวว่าอันนั้นเป็นอุบัติเหตุ

“ว่าไงแม่ปัทมา หล่อนไปว่าเขาจริงหรือเปล่า” นันทาถาม ซึ่งปัทมายืนยันหนักแน่นว่าตนไม่เคยพูดอะไรแบบนั้น

“ผมว่ามันแปลกนะครับ อย่างคุณปัทน่ะเหรอจะพูดอะไรแบบนี้”

“พ่อก็ว่าอย่างนั้น หนูจันฟังมาผิดหรือเปล่า”

“ไม่ผิดหรอกค่ะ มาริสาเป็นคนบอกจันเอง”

ทุกคนมองมาริสาเป็นตาเดียว มาริสาไม่สะทกสะท้าน ตีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์เอาตัวรอดอย่างเนียนๆ

“จัน...เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ทำไมมาใส่ร้ายกันแบบนี้ นี่เธออยากได้ 20 ล้านมากจนถึงต้องสร้างเรื่องแบบนี้เลยเหรอ”

จันสะอึก อ้าปากจะด่ามาริสาชุดใหญ่ แต่แค่เริ่มต้นคำว่าอี...ก็โดนนันทาสกัดไว้อย่างไว

“หยุดนะ! อย่ามาพูดจาต่ำๆในบ้านฉันนะ นี่น่ะเหรอลูกสาวด็อกเตอร์อมร ถ้าบอกว่าเป็นลูกของอีพวกนางโลมยังจะน่าเชื่อกว่า”

จันลุกพรวดจ้องหน้านันทากับมาริสาแล้วเดินสะบัดพรืดออกไปด้วยความแค้นที่แน่นอก

“แค่นี้ก็รู้แล้วนะพี่พจน์ พี่ไล่มันออกไปจากบ้านได้เลย อีพวก 18 มงกุฎแบบนี้น่ะ”

“พี่จะไม่ไล่ใครออกทั้งนั้น จนกว่าจะพิสูจน์ความจริง ได้...เพชร พาฉันขึ้นห้องที”

เพชรลุกไปจับรถเข็น มาริสาเรียกประพจน์เสียงอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว คำพูดมีนัยแปลกๆ

“คุณอาคะ คุณอาเชื่อใช่ไหมคะว่าสาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น คุณอาน่าจะทราบดีว่าสาเกลียดการทำร้ายกัน ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวด้วยแล้ว สาคงไม่โหดเหี้ยมขนาดลงมือทำร้ายเขาได้หรอกค่ะ คุณอาเข้าใจใช่ไหมคะ”

ประพจน์มือสั่นขึ้นมาทันที พอเพชรพาเข้าห้องเขาก็นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง แววตาเหนื่อยหน่ายพอๆกับร่างกายที่เหนื่อยล้าเต็มที

“เพชรลงไปเอาน้ำมาให้ฉันหน่อย ฉันจะกินยา แล้วก็อย่าเพิ่งให้ใครเข้ามากวนฉันด้วย เข้าใจไหม”

เพชรรับคำแล้วกลับออกไป ทิ้งประพจน์ไว้กับความเงียบและความหวาดหวั่น บ่นกับตัวเอง

“เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นสักที ฉันอยากชดใช้ให้มันจบๆไป รีบๆมาจัดการฉันสักทีเถิด จะอมรหรือจะวิญญาณอะไรก็แล้วแต่ ฉันเหนื่อยเต็มทีแล้ว” บ่นเสร็จเขาหลับตาลง รู้สึกหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตที่เหลืออยู่

ooooooo

ปัทมามือโดนน้ำร้อนแดงเกือบพอง ชุ่มช่วยทายาให้พร้อมกับบ่นถึงจันว่าร้ายกาจจริงๆ ณดลเดินเข้ายืนฟังและแสดงความห่วงใยปัทมา ก่อนจะค้านคำพูดของเธอที่บอกว่าจันคงคิดว่าเธอพูดอย่างนั้นจริงๆ

“ผมไม่เชื่อครับ”

“ชุ่มก็ไม่เชื่อค่ะ ชุ่มว่าคุณจันเธอจงใจหาเรื่องใส่ร้ายมากกว่า”

“แถมยังโยนไปให้คุณสาอีก”

“แต่เธออาจจะพูดความจริงก็ได้”

“คุณจะบอกว่าคุณสาใส่ร้ายคุณงั้นเหรอ”

“ปัทก็พูดไปอย่างนั้นแหละค่ะ ช่างเถอะ ปัทก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ให้เรื่องมันจบๆไปดีกว่า เกรงใจคุณอาต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

เพชรเข้ามาเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้ว ณดลหันไปถามว่าพ่อตนเป็นอย่างไรบ้าง เพชรตอบสั้นๆว่ากำลังจะกินยา ปัทมาได้ยินก็กุลีกุจอจะไปจัดการ แต่เพชรรีบถ่ายทอดคำสั่งประพจน์ว่า

“คุณท่านไม่อยากให้ใครไปกวนตอนนี้ฮะ”

“งั้นเหรอ...งั้นเพชรก็ช่วยจัดให้ท่านแล้วกัน ตามที่ฉันเขียนไว้น่ะ ดูให้ละเอียดล่ะ”

เพชรรับคำแล้วถือแก้วน้ำเดินออกไป ปัทมาบ่นกับณดลว่า

“มีแต่เรื่องแบบนี้คงมีแต่เพชรเท่านั้นที่เข้าหน้าคุณอาติด”

“อย่าคิดมากสิครับ เรื่องนี้คุณปัทไม่ผิดสักหน่อย” ณดลพูดพลางเผลอเอื้อมมือบีบไหล่เธอ ปัทมามองมือแล้วเบี่ยงไหล่หลบเป็นพิธี ชายหนุ่มรู้ตัวรีบชักมือกลับ ต่างคนต่างเก้อเขินกันไป

ในห้องประพจน์ เพชรอ่านหน้าซองยาแล้วจัดแต่ละเม็ดลงในถ้วย ประพจน์ยังคงนั่งหลับตานิ่ง ถอนใจเป็นระยะ และปรือตามองเมื่อเพชรเดินเข้ามา

“ทานยาก่อนนะฮะ แล้วเดี๋ยวเพชรพาไปนอน”

ประพจน์รับถ้วยยามารู้สึกเหมือนมีแสงแวววาวในถ้วย แต่ก็กระดกมันเข้าปากแล้วกินน้ำตาม ครู่เดียวรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ เขาพยายามขากแต่มันไม่ออก พอดื่มน้ำก็สำลักอีก เพชรตกใจมากร้องเรียกผู้คนมาช่วย ณดลพุ่งเข้ามาอย่างเร็วตามด้วยปัทมา

“มีอะไรเพชร คุณพ่อเป็นอะไร”

“นายช่วยที เหมือนยาจะติดคอท่าน”

ณดลตบหลังพ่ออยู่หลายครั้งแต่ไม่ได้ผล ปัทมาจึงล้วงคอประพจน์ คราวนี้ได้ผลชะงัดประพจน์สำลักพรวดมีอะไรบางอย่างหลุดออกมาจากปากกลิ้งไปตามพื้นและมาหยุดที่ปลายเท้านันทาที่ก้าวเข้ามาพอดี

ก้อนนั้นมองแวบเดียวไม่รู้ว่าเป็นอะไรเพราะมีเศษอาหารติดมาด้วย นันทาขยะแขยงสุดๆ แต่ณดลรีบหยิบมันเก็บใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองแล้วตำหนิเพชรยกใหญ่ว่าเอาอะไรให้พ่อตนกินเกือบติดคอตาย ขณะที่นันทาก็ซ้ำเติมอีกคนจนเพชรแทบจะร้องไห้

นันทากลับออกมาหน้าห้องแล้วชะงักเอะใจ พูดพึมพำไปมาด้วยความสงสัย “เมื่อกี้นี้มันเพชรนี่ เพชรแน่ๆ แล้วมันกินเข้าไปได้ยังไง แล้วเพชรมาจากไหน หรือว่า...เพชรนั่น! นี่แกเก็บไว้จริงๆด้วยสินะ”

นันทานึกได้ รีบโทร.หาวีระด้วยสีหน้าท่าทีตื่นเต้นสุดๆ

ooooooo

ณดล เพชร และปัทมายังอยู่กับประพจน์ในห้องนอน ณดลหน้ามุ่ยไม่พอใจ ถลึงตาใส่เพชรเป็นระยะ

“ว่าแต่คุณอากลืนเข้าไปได้ยังไงคะ เพชร...ตอนจัดยาให้คุณอาเราไม่ได้ดูเหรอว่ามีอะไรปนอยู่หรือเปล่า”

“มันไม่มีอะไรนี่ฮะคุณปัท ตอนที่เพชรจัดมันก็เป็นยาปกติ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณอาจะกลืนมันเข้าไปได้ยังไงล่ะ”

เพชรไม่รู้จะเถียงยังไง ได้แต่ส่ายหน้าน้ำตาคลอ

“เม็ดมันไม่ได้เล็กเลยนะ คุณดลคะ ขอปัทดูหน่อยได้ไหมว่ามันคืออะไร”

“กระดุมน่ะครับ คุณปัทอย่าจับเลย มันเลอะเทอะน่ะครับ”

“ค่ะ งั้นก็ตามนั้น ยังไงคราวหลังก็ระวังหน่อยนะเพชร คุณอาอายุมากแล้ว อันตรายมากนะถ้ามีอะไรหลุดเข้าไปในหลอดลม”

“ฮะ เพชรจะระวังให้มากกว่านี้”

“ไม่ต้องเลย ทีนี้ฉันไม่ไว้ใจแกแล้ว ต่อไปนี้เรื่องหยูกยาให้คุณปัทเขาเป็นคนจัดการคนเดียวเข้าใจไหม”

“เข้าใจฮะนาย”

“ไม่ได้เรื่อง นี่คงมัวแต่เล่นจนเผลอทำหล่นไปปนกับยาล่ะสิ จะไปไหนก็ไป แล้วอย่าไปทำอะไรแผลงๆ อีกล่ะ”

เพชรลุกขึ้นเดินคอตกออกจากห้อง ณดลยังไม่วายบ่นกับปัทมาว่าเพชรชอบเป็นแบบนี้ เก็บอะไรมาเล่นไปเรื่อย ตนไม่น่าไว้ใจเลยจริงๆ

“ปัทก็แค่สงสัยน่ะค่ะ ว่าเขาจะไม่เห็นเลยหรือไง”

“มันชุ่ยอย่างนี้ล่ะฮะ ปกติกินแต่ยาหม้อ เลยไม่ค่อยได้สนใจอะไรเท่าไหร่”

ปัทมาพยักหน้ารับรู้ แต่แอบเหลือบมองณดล...รู้สึกสงสัยอยู่ในใจ

เพชรเข้าห้องนั่งกอดเข่าน้ำตาคลอเบ้า เสียใจที่ณดลดุแล้วดุอีกทั้งที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจ สักครู่มาริสาเดินเข้ามาสะกิดถามว่าเป็นอะไร เพชรส่ายหน้าดิก

“เปล่าฮะ แล้วนี่คุณสาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะเนี่ย”

“ก็เปิดประตูหลาขนาดนี้...นี่อยากให้ใครเข้ามาปลอบอะไรแบบนี้หรือเปล่า”

“เปล่านะฮะ”

“เอาเถอะๆ สาแซวเล่นไปงั้นแหละ ว่าแต่เป็นอะไรล่ะ โดนใครดุมาเหรอ”

เพชรเม้มปากกลั้นน้ำตา แค่มาริสาโอบไหล่ปลอบ น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลพรูออกมาทันที

“อ้าว...ซะงั้น บ่อน้ำตาแตกจนได้”

“ขอโทษฮะคุณสา...เวลาแบบนี้เพชรคิดถึงพ่อจังฮะคุณสา”

“สาเข้าใจดีเพชร เวลาที่ไม่มีใครมันก็เคว้งแบบนี้แหละ อดทนนะเป็นลูกผู้ชาย” พูดไปแล้วเธอชะงัก

จนเพชรสงสัยถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “เปล่า โทษทีนะ ฉันแค่ไม่ค่อยรู้สึกว่าเพชรเป็นผู้ชายเท่าไหร่ เหมือนอยู่กับน้องสาวมากกว่า”

“คุณสาล้อเพชรเล่นอีกแล้ว” เพชรพูดกลบเกลื่อน ขืนตัวออกห่าง “คุณสาก็คิดถึงคุณพ่อคุณแม่เหมือนกันเหรอฮะ”

“ก็มีบ้าง เวลาที่รู้สึกแย่ๆน่ะ”

“ไม่ต้องห่วงนะฮะ เดี๋ยวพอพิสูจน์ความจริงแล้ว คุณท่านก็จะดูแลคุณสาเป็นอย่างดี”

“เพชรเชื่อแล้วเหรอว่าฉันคืออัญชลีตัวจริง”

“ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่คุณสาใจดี ไม่น่าจะหวังอย่างอื่น”

“มองโลกในแง่ดีจังนะเรา ฉันน่ะใจดีกับแค่บางคนเท่านั้นแหละ”

“ขอบคุณมากนะฮะ”

“เข้มแข็งนะ อย่ายอมให้ใครมารังแกหรือดูถูกเราง่ายๆ ถึงไม่มีใครอยู่ข้างเรา เราก็ต้องทำเพื่อตัวเราเองให้ได้”

“ฮะ เพชรจะจำไว้”

“อ้อ...แล้วฉันก็ยังไม่ลืมเรื่องรูปนู้ดหรอกนะ” มาริสาแกล้งแซวแล้วหันกลับออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับซ่อนอะไรบางอย่างไว้ เมื่อเดินพ้นหน้าห้องเพชรมาสักครู่ก็เห็นณดลเดินตรงดิ่งมา เธออมยิ้มถามเขาว่า “มาง้อเพชรเหรอ”

“ง้ออะไรครับคุณสา ผมจะมาดุมันอีกต่างหาก”

มาริสายิ้มมุมปากแล้วจะเดินหนี ณดลคว้ามือเธอไว้

“คุณสาครับ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดอะไรกับคุณพ่อไปบ้าง แต่ผมรู้สึกว่าท่านดูจะไม่สบายทุกครั้งที่คุณพูด”

“อะไรกัน ที่คุณอาไม่สบายนี่กลายเป็นเพราะคำพูดของสางั้นเหรอคะ”

“ผมก็ไม่ได้หมายความขนาดนั้น แต่ว่า...”

“ถ้างั้นสาว่าเรื่องนี้คุณต้องไปถามคุณอาเองแล้วล่ะค่ะ ว่าที่ท่านไม่สบายใจเป็นเพราะคำพูดของสา หรือเพราะว่ามันเป็นเรื่องจริงกันแน่ ขอตัวนะคะ” มาริสาดึงมือณดลออกแล้วเดินจากไป

ณดลยังคาใจ...เดินต่อไปทางห้องเพชร

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 5 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 24 ก.พ. 2562 08:35 2019-02-27T01:33:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ