ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

จันฮึดฮัดขัดใจกลับออกไปเพราะโดนเพชรเข้ามาขัดจังหวะ ขณะที่เพชรเองเกิดความรู้สึกหวงแหนณดลเลยมีอาการเคืองกึ่งงอนจนหน้าง้ำ แต่พอโดนเขากระเซ้าว่าเหมือนผู้หญิงก็ทำเป็นมาดเข้มกลบเกลื่อน

ประพจน์กลับเข้ามาพร้อมชุ่มและแช่มหลังจากเอาข้าวของไปใส่บาตรเณร ณดลเห็นสายสิญจน์ถักที่คอพ่อก็ซักถามทั้งที่ส่วนตัวไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ ซึ่งประพจน์รู้นิสัยลูกดีว่าเห็นแย้งเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ครั้งนี้เขาขอให้ลูกชายเชื่อบ้างเพราะมีหลายสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้

นันทาเข้าบริษัทแต่เช้ายันค่ำยังไม่กลับบ้าน เธอดูมีลับลมคมในเป็นที่น่าสงสัยที่แม้แต่วีระก็ยากจะล่วงรู้ พอโดนเขาดักคอจับผิด เธอยอกย้อนด้วยความระแวงเหมือนกันว่าเขาก็มีอะไรที่ไม่ได้ปรึกษาตน เหตุนี้ทำให้สองคนต้องใส่หน้ากากเข้าหา เพราะต่างก็ไม่มีความจริงใจให้แก่กันนั่นเอง

ค่ำนั้นปัทมากับณดลมาเจอกันในครัว แล้วมีเหตุให้น้ำเย็นหกรดเสื้อณดลเปียกชุ่มจำเป็นต้องถอดออกเพราะปัทมาเกรงว่าเขาจะไม่สบาย เพชรผ่านมาเห็นก็เลยงอนอีก พูดเหน็บไม่ว่าร้อนหรือหนาวนายก็ถอดเสื้อ ณดลอมยิ้มขำและขยี้ผมเพชรอย่างเอ็นดู ขณะที่ปัทมาก็ยิ้มเป็นมิตรให้หนุ่มน้อย

ทุกค่ำคืนมีเสียงแมวร้องระงม...วิญญาณเทวีพยายามจะเข้าครอบงำประพจน์ แต่ด้วยอำนาจของสายสิญจน์ที่เณรให้ไว้ทำให้ต้องถอย แต่เพราะความแค้นอัดแน่นวิญญาณเทวีไปควักลูกตาเณรจนมรณภาพอย่างน่าสยดสยอง เพชรกับอาทิตย์คิดว่าอาจเป็นเพราะอาถรรพณ์ที่มากับเทวรูปแมวตาโบ๋ แต่ณดลก็พยายามต่อต้านความคิดนั้นทั้งที่ลึกๆตัวเองรู้สึกไม่ต่างกัน

เหตุการณ์นั้นเกิดใกล้บ้านประพจน์ ทำให้ผู้คนในบ้านหวาดผวา แม้แต่อาทิตย์ที่ไม่ได้อยู่ร่วมชายคาก็ยังอดกลัวไม่ได้ พอรู้ว่าณดลให้เทวรูปแมวไว้กับประพจน์ก็เกรงจะเกิดเหตุร้าย เพราะส่วนตัวค่อนข้างเชื่อว่าเพชรที่หายไปจากตาแมวอยู่กับพ่อของเพื่อนรัก

แล้วไม่ทันข้ามวันประพจน์ซึ่งคิดจะทำลายเทวรูปนั้นกลับถูกอำนาจของเทวรูปเล่นงานจนบาดเจ็บหน้าผากแตกเลือดโชก แต่ได้เพชรดูแลห้ามเลือดก่อนที่ณดลกับอาทิตย์จะมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกัน

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณพ่อ”

“พ่อซุ่มซ่ามเอง ของก็เลยหล่นใส่หัว ถากๆน่ะไม่ได้จังๆอะไร”

“ถ้าไม่ได้สายสิญจน์ห้อยคอไว้ก็ไม่แน่นะคะ” ชุ่มหลุดปากออกมาเลยโดนนันทาตวาดไม่ใช่เรื่องของคนใช้ มีอะไรให้รีบไปทำ

“แล้วนี่มีใครคิดจะพาคุณพ่อไปหาหมอกันมั่งไหมครับ”

 นันทารีบเอาหน้าบอกหลานชายว่าตนเร่งอยู่ แต่พ่อเราโอ้เอ้จะรอให้เลือดคั่งในสมองก่อนหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เพชรฟังแล้วงงเลย เพราะตอนนั้นอยู่ด้วยไม่ได้ยินนันทาพูดแบบนี้สักนิด บอกแต่ว่าใส่ยาแดงเดี๋ยวก็หาย

“ไปหาหมอเอกซเรย์ก่อนดีกว่าครับคุณพ่อ”

“ไม่เอา ไม่ไป...ไอ้ที่มันเป็นๆอยู่ในตัวพ่อ มันร้ายแรงกว่าแผลแค่นี้เยอะ แกไม่ต้องห่วง พากลับไปห้องที ฉันอยากพักผ่อน”

จันเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการแต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อประพจน์ต้องการให้เพชรพาไป ณดลสบตากับอาทิตย์อย่างหนักใจแล้วพากันไปคุยกันสองคน โดยอาทิตย์แนะนำณดลให้รีบหาเพชรตาแมวว่ามันอยู่ที่ไหน

“พ่อบอกว่าอยู่ที่พรานนำทางตอนนั้นที่ชื่อวาโพเป็นคนเอาไป”

“วาโพ?”

“ใช่...เจ้าวาโพที่ว่านี่ก็เป็นคนฆ่าด็อกเตอร์อมรเพื่อนพ่อ แล้วขโมยลูกสาวเขาไป”

“สองสาวที่เจอในบ้านเมื่อกี้เหรอ”

“ใช่ ทั้งคู่ต่างก็ยืนยันว่าตนเป็นลูกด็อกเตอร์อมรที่สาบสูญไป มีหลักฐานยืนยันทั้งคู่”

 “นี่แยกเป็นสองเส้นเลยนะ เส้นนึงเรื่องเพชรที่หายไป กับอีกเส้นใครเป็นลูกด็อกเตอร์”

“เอาเข้าจริงๆ ทั้งสองเส้นนี้มันจะรวมเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าเราหาตัวพรานนำทางเมื่อยี่สิบปีก่อนได้”

อาทิตย์พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนรัก

 ooooooo

เพชรดูแลประพจน์ด้วยความจริงใจ ทำให้ประพจน์รู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูมากถึงขนาดอยากให้เพชรเป็นลูกของอมร เมื่อเพชรอยากให้ไปหาหมอเขาจึงโอนอ่อน แต่การไปตรวจเช็กครั้งนี้กลับพบว่าเขากำลังมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งหมอขอตรวจดูอย่างละเอียดอีกที

ณดลตกใจมาก แต่ประพจน์ไม่ได้กลัวอะไรอีกแล้ว เขาสำนึกในบาปที่ทำกับอมรไว้ ก่อนตายอยากจะชดใช้ให้กับอมรด้วยการตามหาลูกตัวจริงของเพื่อนให้พบ ณดลรับปากจะช่วยพ่ออีกแรงทั้งที่ตัวเองก็ยังมืดแปดด้าน

วิทย์พ่อของเพชรตกเหวแต่รอดชีวิตมาได้จากการช่วยเหลือของคนป่า และเวลานี้วิทย์ก็ดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯมาหาวีระเพื่อชำระแค้นทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันโดยตรงมาก่อน

“นายหน้าคุณเคยติดต่อให้ผมจัดการกับคนชื่อณดลในป่า”

“แต่แกก็ทำไม่ได้นี่ แล้วจะมาอะไรกับฉันอีก”

“คุณจ้างคนดอยอีกชุดมาจัดการปิดปากทุกคนที่ไปกับขบวนของณดล”

วีระชะงักเพราะที่วิทย์พูดมาคือความจริง แต่ปกปิดบิดเบือนโยนความผิดไปให้คนอื่น

“อันนั้นฉันไม่รู้ นายหน้าผู้ใหญ่บ้านมันไปจัดการกันเองรึเปล่า”

“นายหน้ามันให้ที่อยู่คุณกับผมก่อนที่จะตาย”

วีระกลัวมีดในมือวิทย์แต่ยังไว้เชิงต่อรอง “ฆ่าฉัน... แกก็ไม่ได้อะไร อยู่กับฉัน ทำงานให้ฉันดีกว่า”

“อะไรทำให้ผมจะไว้ใจคุณได้”

“ไม่มี ไม่มีหรอก ไม่มีอะไรทำให้ฉันไว้ใจแกได้เหมือนกัน ฉันยังจะจ้างแกเลย”

“คุณแค่กลัวตาย”

“ฉันตายแล้วแกได้อะไร”

“ที่นี่ไม่ใช่ศาล อย่ามาทำเป็นทนาย” วิทย์ตวาดพร้อมปักมีดลงบนโต๊ะจนวีระสะดุ้งเฮือก ละล่ำละลัก

“พราน...ฉันหางานให้แกทำได้นะ แกไม่ต้องกลับไปอยู่ป่าอีกต่อไป”

วิทย์กอดอกชั่งใจ “ถ้าคุณหักหลังผมอีก ผมเอาคุณตายนะ”

“สัญญา”

วิทย์พยักหน้า ดึงมีดเก็บ...วีระมองอีกฝ่ายอย่างระวังตัวและพยายามเก็บอาการกลัวไม่ให้เห็น

ooooooo

คืนนั้นประพจน์นั่งมองเทวรูปแมว และเหมือนว่ามันเองก็มองเขาอยู่เช่นกัน ประพจน์กำสายสิญจน์ที่คอแล้วพูดกับมันว่า

“แกทำอะไรฉันไม่ได้ใช่ไหม ทั้งที่แกอยากจะฆ่าฉันใจจะขาด...ฉันยังตายไม่ได้จนกว่าจะได้ชดใช้สิ่งที่ทำลงไป”

พูดจบเขาไอติดกันหลายครั้งก่อนจะพบว่ามี ลิ่มเลือดกระเด็นออกมา แต่ไม่เห็นวิญญาณเทวีที่ยืนมองอย่างแค้นเคือง อยากทำอะไรมากกว่ายืนมองแต่ติดตรงที่สายสิญจน์เส้นนั้นที่คอเขา

รุ่งเช้าประพจน์ใส่บาตรพระหน้ารั้วบ้านโดยมีเพชรคอยส่งอาหารคาวหวานให้ เสร็จแล้วรับศีลรับพรก่อนกลับเข้าบ้านด้วยความรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง โดยประพจน์ไม่รู้ว่าน้องสาวกำลังยืนมองมาที่เขาอยู่เงียบๆอย่างใช้ความคิด จากนั้นในตอนร่วมโต๊ะอาหารกับพี่และหลาน รวมทั้งเพชร ปัทมา และจัน...นันทาก็เริ่มชวนพี่ชายคุย

“วันนี้ลูกผู้ถือหุ้นคนนึงเขาเปิดแกลเลอรีนะพี่”

“แล้วไง”

“นันอยากให้พี่ไปเยี่ยมชมแกลเลอรีเขาหน่อย เอาใจผู้ร่วมลงทุนบ้าง”

“ผลประกอบการเราดี มันก็เป็นการเอาใจเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” ณดลท้วงด้วยเหตุผล แต่นันทายังพยายามแถไปว่า

“คนเรามันไม่ใช่มีแต่เรื่องตัวเลขอย่างเดียว

ซะเมื่อไหร่ล่ะ”

ประพจน์แทบไม่เชื่อหูว่าน้องสาวจะพูดอะไรแบบนี้เป็นด้วย พอเขาติงออกไปนันทาก็ตอบกลับอย่างเคืองๆ

“นันไม่ได้เห็นแก่เงินขนาดนั้น ก็ไม่เป็นไร ไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป เดี๋ยวเขาก็เอาไปพูดไปเม้าท์กันเองในหมู่พวกร่วมลงทุน...ช่างมัน”

“ผมไปให้ก็ได้ครับ”

“พ่อไปเอง”

นันทาลอบยิ้มพอใจ เพชรเห็นพอดีเลยโดนนันทาเขม่นมองนัยน์ตาดุดันจนต้องก้มหน้านิ่ง

“คุณพ่อไม่ค่อยสบาย”

“ก็จริงอย่างที่อาแกพูด คนเรามันไม่ใช่มีแต่เรื่องตัวเลขอย่างเดียวซะเมื่อไหร่...ถ้าใครมาอยู่ในสภาพพ่อจะรู้เลยว่าตัวเลขมันไม่มีค่าอะไรเลยจริงๆ พ่อขอแค่ตื่นมาไม่ปวดหัวสักวันก็เป็นบุญนักหนาแล้ว”

จันกำลังหาจังหวะพูด ยกมือขึ้นขอไปด้วย แต่พอปัทมาถามว่ารู้เหรอว่าแกลเลอรีคืออะไร จันก็อวดรู้อย่างมั่นใจในตัวเอง

“ฉันอยากไปกินกาแฟ...”

“แกลเลอรี...ร้านแสดงภาพ ไม่ใช่ร้านกาแฟ”

จันหน้าแตกเสียฟอร์ม กวาดตามองทุกคนแล้วแก้ตัวน้ำขุ่นๆ “คอฟฟี่ แกลเลอรี มันก็คล้ายๆกันนั่นแหละ”

ทุกคนอมยิ้มขำๆ ยกเว้นนันทาที่นิ่งขรึมเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ

 ooooooo

กลางวันวันนี้เอง กลุ่มของประพจน์มาปรากฏตัวที่แกลเลอรีแห่งนั้นที่นันทาบอก มีผู้คนไม่มากนักมาเดินดูภาพที่จัดแสดง นันทาบอกกลุ่มพี่ชายว่า

“เขาจัดเล็กๆเป็นการภายใน เดินดูกันไปก่อนนะ ขอไปเดินหาลูกค้าหน่อย”

นันทาเดินแยกไป จันอยากเข้าห้องน้ำ ถามณดลว่าไปทางไหน แต่ชายหนุ่มตอบอย่างสุภาพว่าตนเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน

เมื่อจันออกไปแล้ว ประพจน์บอกให้ณดลกับเพชรไปเดินเล่นเดี๋ยวตนจะเข็นรถดูเอง

“ไม่เป็นไรฮะ เพชรดูไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว”

 ณดลบอกว่าตนดูไม่รู้เรื่องเหมือนกัน แต่ประพจน์ไม่ยอมให้สองคนอยู่ด้วย

“ไปเหอะไป ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว”

นั่นแหละณดลกับเพชรถึงยินยอม ส่วนนันทาที่บอกว่าจะไปหาลูกค้า แต่ความจริงเธอหลบมุมแอบมองมาที่พี่ชายเหมือนรอคอยอะไรสักอย่าง

ประพจน์เข็นรถพาตัวเองดูภาพไปเรื่อย แล้วมาสะดุดกับภาพขนาดใหญ่เป็นรูปแมวตาโบ๋ ด้านหลังเป็นภาพคล้ายเรื่องราวของเขาตอนที่เข้าไปในถ้ำกับด็อกเตอร์อมร สองมือประพจน์จิกกับรถเข็นแน่น สีหน้าตื่นตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

จังหวะนี้หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถามเขาว่า “สนใจภาพนี้เหรอคะ”

ประพจน์รีบเก็บอาการ ถามหญิงสาวว่า “หนูรู้จักศิลปินที่วาดรูปนี้ไหม”

“หนูเป็นคนวาดเองค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้ประพจน์จ้องหญิงสาวสลับกับรูปภาพไปมา

“หนูเป็นคนวาด”

“ใช่ค่ะ”

“ขอโทษนะ...หนูชื่ออะไร”

“มาริสาค่ะ หนูชื่อมาริสา”

ประพจน์หันกลับไปมองภาพเขียนนั้นอีกครั้ง พลันภาพตอนที่อมรคลุ้มคลั่งเกิดการต่อสู้กับเขาก็ผุดพรายขึ้นมา...แล้วอมรก็ตายอยู่ในถ้ำ...ประพจน์พยายามสลัดภาพในอดีตออก เหงื่อกาฬเขาแตกเต็มหน้าเหมือนจะคุมสติตัวเองไม่อยู่

“ภาพ...ภาพเขียนนั่น...หนูวาดรูปนี้เองเหรอ”

“ค่ะ วาดจากความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อของหนูเคยเล่านิทานให้ฟัง สนใจจะซื้อไหมคะ ภาพนี้ยังไม่มีใครจองเลยค่ะ”

“เดี๋ยวนะ เดี๋ยวๆ เราบอกว่าพ่อเราเล่าเรื่อง...นิทานให้ฟัง แล้วเราก็วาดออกมาเป็นภาพนี้?”

“ค่ะ หนูจำได้เลือนราง พ่อเคยเป็นพรานนำทาง เสียชีวิตไปนานแล้ว”

ข้อมูลนั้นทำให้ประพจน์ตะลึงมือไม้สั่น มาริสาเล่าต่อด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ก่อนพ่อจะตาย พ่อบอกว่าอะไรรู้ไหมคะ พ่อบอกว่าหนูไม่ใช่ลูกพ่อ แต่ยังไม่ทันพูดต่อพ่อก็ตายซะก่อน”

“เราก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆเราเป็นลูกใคร”

“ค่ะ แต่หนูไม่เชื่อที่พ่อพูดหรอก หนูว่าพ่อคงเพ้อเพราะพิษไข้ป่า”

“พ่อหนูเป็นพรานเหรอ”

“ค่ะ หนูเป็นลูกครึ่งชนกลุ่มน้อย แต่โชคดีได้ลงมาเรียนพื้นราบ”

“พ่อเราที่เป็นพรานชื่ออะไร”

“วาโพ...”

ประพจน์สำลักออกมาทันทีที่ได้ยินชื่อวาโพ เขามองภาพเขียนขนาดใหญ่นั้นอีกครั้ง...มันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากเรื่องจริงชัดๆ

ooooooo

จันกลับออกมาจากห้องน้ำเจอเพชรยืนดูภาพพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆเหมือนเศร้าสร้อยเสียเต็มประดา

“นี่...มันน่าสงสารตรงไหนเหรอ”

“อ๋อ...คือมันโดนใจฮะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่ดูไม่รู้เรื่อง สีสันมันสื่อความหมายถึงความโดดเดี่ยว อ้างว้าง”

จันฟังแล้วนึกในใจว่ามันบ้าหรือเปล่า เดินถอยหลังไปชนบริกรถือถาดเครื่องดื่ม พอเขาถามว่ารับน้ำไหม จันหยิบแก้วที่มีมะนาวฝานบางๆติดปากแก้วมาถือไว้ แล้วเดินเตร่มาทางณดลที่ดูภาพหนึ่งอยู่กับนันทา

“ภาพนี้สวยจังเลยครับอา”

“ก็ดีนะ แต่ถ้าจะเขียนละเอียดขนาดนี้ ถ่ายรูปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”

ณดลอ่อนใจกับความไม่มีศิลปะของคุณอา เขาบอกว่าตนขอจองภาพนี้ แล้วพูดเหม่อๆลอยๆว่า

“จะมีใครบ้างไหมนะที่ดูรูปแล้วรู้สึกว่ามันละมุนละไมจนน้ำตาไหลออกมา...ผมชอบนะ ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว ผมว่าโรแมนติกดี”

จันได้ยินณดลพูดอย่างนั้นก็หูผึ่ง ตาพองก๋า ขณะที่นันทาไม่อินด้วยสักนิด

“เอาเหอะ อาไปดูพ่อเราก่อนนะ ไปไหนแล้วก็ไม่รู้”

นันทาเดินจากไป จันมองซ้ายมองขวาก่อนแถเข้ามาหลังจากเอามะนาวที่ปากแก้วป้ายตาตัวเองจนน้ำตาไหลส่งผลให้ตาพร่ามัวมองไม่ชัด พอณดลถามว่าเป็นอะไร เธอชี้มือไปที่รูปทันที

“มัน...คือมันโดนใจค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันทั้งที่ดูไม่รู้เรื่อง แต่สีสันมันสื่อความหมายมากถึงความโดดเดี่ยว ความอ้างว้าง”

ณดลงงเต้ก มองรูปควายไถนานั้นอีกครั้งพร้อมรำพึงออกมาเสียงแผ่ว “ควาย...”

จันชะงักเล็กน้อย พยายามเพ่งมองจากม่านน้ำตา “ควายเหรอคะ...ไม่เศร้าเหรอคะ โธ่...จันเห็นแล้วมันอ้างว้างจริงๆ” พูดแล้วเธอร้องไห้กระซิกหาเรื่องจะซบไหล่ณดล แต่เขาไม่หลงกลขยับถอยห่างออกมา

“นั่น...คุณพ่อมาแล้ว”

มาริสาเข็นรถพาประพจน์เข้ามา เพชรเพิ่งเดินมาแต่ก็ทันได้ยินประพจน์แนะนำว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อมาริสา แต่นันทามาทีหลังมองสงสัย ถามว่า

“แล้วนี่ใครกันอีกล่ะเนี่ย”

“สวัสดีค่ะ มีอะไรถามท่านดีกว่าค่ะ หนูเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรเหมือนกัน”

“ฉันว่าหนูมาริสาคือลูกของด็อกเตอร์อมร” คำพูดของประพจน์เล่นเอาทุกคนอึ้งงงหนัก ยกเว้นจันคนเดียวที่กรีดเสียงทันควันว่า

“โกหก โกหกชัดๆ ไหนอ้าปากซิ”

มาริสางงๆ แต่ก็อ้าปากตามที่จันสั่ง

“เห็นไหมคะ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว นี่มันลิ้นไก่โจรชัดๆ”

“แล้วไงคะเนี่ย เรื่องนี้มันจะจบยังไง” นันทาเสียงขุ่นไม่ชอบใจ แต่ประพจน์ถอนใจบอกว่าเรื่องนี้เพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก...

 ooooooo

เช้าอีกวัน มาริสามาที่บ้านประพจน์พร้อมภาพวาดนั้น ทนายวีระกับอาทิตย์ก็มาด้วย ปัทมากับจันที่ยืนยันว่าตัวเองเป็นลูกด็อกเตอร์อมรมองหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน

“เรื่องราวของฉันไม่เคยเล่าให้คนนอกฟัง มีนันทารู้ละเอียดมากที่สุด ซึ่งอันนี้นันเองก็รู้ดี”

“นันเองตอนเห็นภาพนี้ครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกัน ซึ่งมันเหมือนเรื่องที่พี่ประพจน์เล่าให้ฟัง”

ณดลฟังพ่อกับอาแล้วพิจารณาภาพนั้น “ผู้ชายสองคนในแบ็กกราวด์ของภาพนี้คือคุณพ่อกับด็อกเตอร์อมรเหรอครับ”

“แน่นอน แล้วคนที่วิ่งอยู่นั่นก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากวาโพ แกดูสร้อยล็อกเกตที่มันวิ่งถือติดมือไปในภาพเขียนนั่นสิ”

“ซึ่งมันก็คือล็อกเกตที่พ่อวาโพให้หนูมา” ปัทมายืนยัน

“เดี๋ยวนะคะ คืออันนี้ไม่ได้จะมาแย่งชิงอะไรกับใคร คุณประพจน์ซื้อภาพก็เลยเอามาส่งให้ แต่ว่าพ่อวาโพน่ะคือพ่อเลี้ยงสาค่ะ”

“โกหก! พ่อวาโพคือพ่อเลี้ยงฉันที่ขโมยจันไปจากพ่ออมร” จันแผดเสียง แต่มาริสาเถียงนิ่มๆว่า

“นี่ถ้าพูดเป็นกลอน สาต้องนึกว่าน้องเขาเล่นละครเพลงอยู่แน่ๆเลยค่ะ”

“ฉันไม่ได้เล่นละครนะ สร้อยข้อมือนี่คุณอาประพจน์ก็จำได้” จันพูดพร้อมโชว์ของที่ว่า

เพชรมองคนโน้นคนนี้แล้วเอ่ยว่า “ถ้างั้นนาทีนี้ก็แปลว่ามีผู้เข้าชิงเป็นลูกด็อกเตอร์อมรสามท่าน”

“เป็นไปได้ยังไง” วีระพึมพำประหลาดใจ

อาทิตย์บอกว่า “น่าสนุกมากเลย พอมีการประกาศว่าจะยกเงินให้ยี่สิบล้านก็มีทายาทโผล่มาสามคน”

“ขอโทษนะคะ สาไม่ได้โผล่มา คุณอาประพจน์ไปดูภาพแล้วซื้องานมาเอง จำได้ไหมคะ”

ณดลหนักใจ อยากรู้ว่าพ่อคิดเห็นอย่างไร

“ทุกคนมีโอกาสเป็นลูกสาวด็อกเตอร์อมรได้เท่าๆกัน เรื่องที่มาริสาถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ มันเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น”

“โทษนะฮะ แต่คนสติดีที่ไหนเขาวาดภาพที่น่ากลัวแบบนี้กัน” เพชรท้วงขึ้นมาด้วยท่าทีเกรงใจ

มาริสามองหนุ่มน้อยก่อนตอบเสียงเรียบไร้ความโกรธเคือง “มันค้างคาอยู่ในใจก็ระบายมันออกมาแค่นั้นเอง ไม่ได้คิดจะสื่อสารอะไรกับใคร แค่อยากวาด เข้าใจไหม...รูปหล่อ”

“ครับ...เรียกผม?” ณดลหลุดปากถามเพราะกำลังมองเธอเพลินอยู่พอดี มาริสายิ้มหวานใส เพชรรู้สึกไม่ชอบใจแบบว่าแอบหวงณดล แต่ไม่กล้าแสดงออกกลัวเป็นพิรุธชวนให้คนสงสัย

ประพจน์เชื่อเกินครึ่งไปแล้วว่ามาริสาเข้าข่ายเป็นลูกอมร จึงต้องการพิสูจน์ความจริงด้วยการหาทางให้เธอได้มาอยู่ร่วมชายคา

“จะเป็นไปได้ไหม ฉันอยากขอร้องให้เราพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นตัวจริง”

“สามีงานต้องทำค่ะ แล้วก็ไม่ได้สนใจด้วย”

“แล้วถ้าฉันจะจ้างให้เราวาดรูปฉันล่ะ ฉันจะเป็นแบบให้ที่นี่ เราต้องอยู่ที่นี่”

“จ้างให้วาดรูป?”

“ใช่...ตกลงมั้ย แต่ว่าต้องกินนอนที่นี่”

“วาดแพงนะคะ”

“ถ้าเราวาดแล้วมันใช่! ฉันให้ยี่สิบล้าน”

มาริสานิ่งคิด ณดลสบตาเธอและพยักหน้าเชิญชวน เพชรยิ่งหน้ายู่หมั่นไส้ณดลที่ดูเจ้าชู้ยักษ์

“ตกลงค่ะ” ตอบแล้วมาริสาหันไปสบตาปัทมาและจันที่ต่างก็มั่นใจว่าตนเองเป็นตัวจริงเหมือนกัน

เมื่อแยกย้ายออกจากกลุ่มมาอยู่กันตามลำพังสองคน เพชรแสดงอาการหวงณดลจนโดนเขาจับผิดว่าหึง เพชรตกใจนึกว่าความแตกเรื่องที่ตัวเองเป็นผู้หญิง แต่กลายเป็นคนละเรื่อง ณดลหาว่าเพชรชอบมาริสาก็เลยหึงไม่อยากให้เขามองเธอ

“แกเล็งมาริสาไว้ใช่ไหมล่ะ รู้นะ หวงล่ะสิ เอ๊ะ หรือว่าหึง”

เพชรคิดตามแล้วก็โล่งอก ตามน้ำไป “อ๋อ...เอ่อ...ก็ใช่สิ นายน่ะทำตาหวานกับคนที่เพชรเล็งอยู่ได้ไง หึงนะ ขอไม่ได้เหรอ อย่ามาทำเจ้าชู้ได้มั้ย ไม่เห็นดีเลย”

“เฮ้ย! ไม่ดียังไง ฉันยังโสด”

“ก็...ไม่รู้ล่ะ เพชรจองคุณมาริสาแล้วนะ”

“ไอ้เพชร...มาริสาเขาอยู่คนละลีกกะแกเลยมวยคนละรุ่น บอลคนละสนาม เขาไม่มองแกหรอกเชื่อสิ อย่ามาแข่งกับฉันเลย”

“เอ้านาย พูดงี้ดูถูกกันนะ”

“ไม่ได้ดูถูก เอาความจริงมาพูดกันดีกว่า...อีกอย่างมาริสาก็ว่าที่ลูกสาวด็อกเตอร์อมร เดี๋ยวเขาก็มียี่สิบล้าน เขาจะมองอะไรแก”

“เขามองแต่นาย ว่างั้น?”

“เรือล่มในหนอง ทำไงได้ ทองมันก็อยู่ที่นี่แหละ”

“ได้...แล้วเราจะได้เห็นกัน”

“แกจะแข่งกับฉัน?”

เพชรอึกอักเดินหนีไป ณดลอมยิ้ม มองหนุ่มน้อยด้วยความเอ็นดูมากกว่าจะเห็นเป็นคู่แข่งความรัก

อีกมุมหนึ่งในบ้าน จันดักรอมาริสาที่หายเข้าไปในห้องน้ำนานสองนานเพื่อเจรจาให้ถอนตัวไปก่อนจะโดนตำรวจจับโทษฐานเป็นสิบแปดมงกุฎมาหลอกว่าเป็นลูกด็อกเตอร์อมรทั้งที่ตนคือลูกสาวตัวจริง

“คุณประพจน์จ้างสาวาดรูป สาไม่ได้จะมาคิดชิงอะไรกับใคร”

“โกหก!” จันตวาดเสียงแข็ง มาริสาอ่อนใจทำท่าจะเดินจากไป จันเลยปรับท่าทีและน้ำเสียงใหม่ให้นุ่มนวลลง ถามอีกฝ่ายว่าจะเอาเท่าไหร่ ถ้าได้เงินยี่สิบล้านจะแบ่งให้ แต่มาริสาไม่ตกลง บอกว่าต่อให้ตนถอยมาก็ใช่ว่าจันจะได้เพราะยังมีปัทมาอีกคน ที่สำคัญตนคือตัวจริง ซึ่ง ความจริงย่อมหนีความจริงไปไม่ได้

จันไม่พอใจอย่างแรง เถียงคอเป็นเอ็นว่าตนคือตัวจริง พอดีปัทมาเดินเข้ามา มาริสารีบดักคอก่อนเลยว่า

“มีตัวเลขมาเสนออีกคนรึเปล่าคะ”

“ความจริงก็คือความจริง คนโกหก สุดท้ายก็ไม่พ้นหายนะ”

“นี่...มองไปทางโน้นสิ พูดแล้วมามองฉันทำไม แล้วก็เอากระจกส่องตัวเองด้วยนะ” จันแว้ดใส่ปัทมา

มาริสากอดอกมองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วนึกสนุก “สาชักอยากพิสูจน์แล้วสิ อยากดูหน้าคนที่โดนกระชากหน้ากาก”

“เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องสนุกหรอก มันอันตรายแล้วก็มีอาถรรพณ์มากกว่าที่คุณคิด”

“คนนึงเอาเงินฟาด อีกคนเอาไสยศาสตร์มาขู่... เอาไว้ดูแล้วกันว่าใครจะได้ยี่สิบล้าน” มาริสาทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป จันจ้องตามตาขุ่นขวางก่อนจะหันกลับมาถามปัทมาว่าร่วมมือกันไหม

ปัทมาไม่ตอบแถมเหยียดยิ้มใส่ก่อนผละไปอีกคนด้วยมาดนางพญาเป็นที่น่าหมั่นไส้จนจันเผลอแผดเสียงด่าหยาบคายราวกับแม่ค้าปากตลาด

ooooooo

ค่ำนั้นณดลมีนัดกินข้าวกับอาทิตย์นอกบ้านโดยเขาพาเพชรไปด้วย อาทิตย์เห็นเพชรยังใส่ชุดคนป่าจึงบอกณดลควรจะซื้อชุดใหม่ให้ใส่เสียที

“อืม...ฉันก็ลืมไป พรุ่งนี้แล้วกัน จะพาไปดูเสื้อผ้า ไปไหนจะได้ไม่อายเขา”

“เพชรไม่อาย”

“ฉันอาย ไม่ใช่เราอาย...เอ้านี่ กินซะก่อน รองท้อง” ณดลเลื่อนถ้วยต้มยำมาตรงหน้า เพชรมองเห็ดในถ้วยแล้วจะบอกว่าตนแพ้เห็ด แต่ณดลก็พูดขัดเสียจนหมดโอกาสบอก จำต้องกินมันไป

หลังจากนั้นณดลยังสั่งอาหารที่ทำจากเห็ดนานาชนิดมาอีกหลายอย่าง กินไปคุยไปกับอาทิตย์เรื่องมาริสาหญิงสาวที่เพิ่งโผล่มาอีกคน พร้อมกันนี้ก็ตักอาหารให้เพชรกินไม่ขาด ปรากฏว่าไม่ทันได้กลับบ้านเพชรเมามายพูดอ้อแอ้ แถมทำปากยื่นปากยาวแซวลูกค้าคนอื่นจนณดลกลัวจะมีเรื่อง

ณดลกับอาทิตย์ไม่เข้าใจว่าเพชรเป็นอะไร แต่ก็รีบพากลับมาบ้าน เพชรมึนเมาจนเดินไม่เป็น ณดลต้องอุ้มลงจากรถเข้าห้องนอน แล้วสองคนก็หลับไปบนเตียงเดียวกันจนถึงเช้าในสภาพกอดกันกลม

เพชรตื่นก่อนร้องลั่นตกใจ ทำท่าหวงเนื้อหวงตัว ขณะที่ณดลค่อยๆ ลำดับเรื่องราวเมื่อคืนให้ฟัง ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าเพชรแพ้เห็ดทุกชนิดจนมีอาการคล้ายคนเมา...

เช้าวันเดียวกัน ประพจน์แผดเสียงแตกตื่นเมื่อพบว่าเทวรูปแมวที่เก็บในห้องของตนหายไป เรียกทุกคนมาสอบสวนก็ไม่พบว่าใครมีพิรุธสักคน โดยเฉพาะนันทาแสดงท่าทีรังเกียจเสียด้วยซ้ำ

“มันมีราคา มันมีค่า...คนที่เอาไปมันต้องมีแผนอะไรในใจ เริ่มแรกก็เทวรูป แล้วต่อไปยังไง...ตาไง ดวงตาแมวข้างที่หายไป”

“คุณพ่อใจเย็นๆก่อนนะครับ”

ประพจน์ปัดมือณดลอย่างลืมตัว ท่าทีเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ลูกชายตกใจ ต้องเสียงดังเพื่อดึงสติพ่อกลับ ซึ่งได้ผลประพจน์กะพริบตาถี่ๆ มือกำสายสิญจน์ถักที่คอ ค่อยๆผ่อนลมหายใจ

“ไม่เห็นต้องเสียงดังเลยครับ”

“พ่อขอโทษ...ฉันขอโทษทุกคนด้วย”

ทุกคนมองหน้ากัน งุนงงกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของประพจน์ นันทาบ่นอุบว่าแบบนี้ไม่ไหวใครจะทนได้

 “เทวรูปนั่น...มันไม่เหมาะที่จะไปอยู่กับคนอื่นหรอก เอาคืนมาให้ฉันเถอะ เชื่อฉัน ฉันไม่อยากให้ใครต้องมารับกรรมแบบฉัน”

ทุกคนต่างส่ายหน้าปฏิเสธ ประพจน์ถอนใจ บ่นออกไป

“ไม่มีใครยอมรับ...อยู่ดีๆมันจะเดินไปเองได้ยังไง”

“มาริสาแน่ๆเลย เพิ่งมาของก็หายเลยเนอะปัทมา” จันหาแนวร่วมแต่ปัทมาส่ายหน้าไม่เอาด้วย ยืนยันแต่ในส่วนของตนว่าไม่ได้เอาไปแน่นอน ขณะที่มาริสาก็บอกว่าตนยังไม่เคยเห็นเทวรูปนั่นด้วยซ้ำ

“มันก็เหมือนภาพแมวที่เธอวาดนั่นแหละ อย่างกับถอดแบบกันมาเลย”

“หนูไม่ได้เอาไปค่ะ” มาริสาตอบหนักแน่น

“ถ้างั้นฉันคงต้องขอค้นห้องทุกคน”

ประพจน์จำเป็นต้องทำอย่างนั้น แต่สามสาวไม่สะทกสะท้านเพราะต่างก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ooooooo

ทั้งในห้องของจัน ปัทมา และมาริสาต่างไม่มีเทวรูปแมวที่หายไป แต่มันมาอยู่ในห้องเพชรโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง และณดลก็ยืนยันว่าเพชรไม่ได้เอาไปเพราะเขาอยู่กับเพชรตลอดเวลา

ประพจน์ให้เปิดกล้องวงจรดูกลับเห็นว่ามีแค่แมวดำที่เดินเข้าไปในห้องปัทมา แล้วกลับออกมามุ่งหน้าไปห้องเพชรเท่านั้น ไม่มีใครเป็นคนขโมยเทวรูปแมว ประพจน์ได้แต่เก็บความกลัวความสยองไว้ ไม่กล้าบอกใครแม้แต่ณดล เพราะกลัวจะรู้ถึงความเหี้ยมโหดของตนในอดีตที่ผ่านมา

อาทิตย์มาหาณดลที่บ้านและพูดคุยกันเรื่องประหลาดนี้อย่างข้องใจเป็นที่สุด

“มีเพียงพ่อแกคนเดียวที่เชื่อว่าแมวดำตัวที่เดินเข้าไปเป็นเทวรูปแมวตัวนั้น”

“มันจะเป็นไปได้ไงวะ”

“แล้วแกเชื่ออย่างที่พ่อแกเชื่อไหมล่ะ”

“มันเป็นไปไม่ได้”

“ถ้างั้นเทวรูปแมวจะไปอยู่ในห้องเจ้าเพชรมันได้ไง”

“ก็คงมีคนไม่อยากให้เพชรอยู่ที่นี่ก็เลยใส่ร้าย”

“ฉันว่าแกเองก็อยากจะเชื่อ เพียงแต่แกมันดื้อที่หาวิทยาศาสตร์มาอธิบายไม่ได้”

“มันเป็นไปไม่ได้”

“เดี๋ยวนะ ถ้าแกบอกว่าแมวดำเดินหายไปในห้องปัทมา แล้วสักพักเดินออกมาไปเข้าห้องเพชร ก็แปลว่า แมวผีมันเปลี่ยนใจ”

“ไม่รู้ แต่ไม่ใช่แมวผี...แมวเฉยๆ”

“ทำไมมันเปลี่ยนใจ แปลว่าปัทมากับเพชรต้องมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่”

“แกก็คิดไปเรื่อย”

“ทุกอย่างจะกระจ่างชัดมากเลยนะ ถ้าเราหาเพชรตาแมวเม็ดนั้นเจอ”

ณดลครุ่นคิดหนักใจ สับสน ไม่รู้จะเชื่ออะไรดี...

ส่วนที่ห้องนอนประพจน์ เวลานี้มาริสาเข้ามาเตรียมวาดรูปประพจน์ตามข้อตกลงว่าจ้าง บ่อยครั้งที่เธอชำเลืองมองไปยังตู้เซฟที่มีเทวรูปแมวกลับมาตั้งอยู่อย่างเดิม

“เธอคงเข้าใจว่าฉันบ้าไปแล้ว”

“หนูไม่ดูถูกความเชื่อใครหรอกค่ะ”

“เธอจะอธิบายยังไง การที่เธอวาดเทวรูปนี้ออกมาเหมือนกันโดยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”

“หนูบอกแล้ว หนูเขียนจากคำบอกของพ่อวาโพ”

“วาโพ...ฉันอยากเจอแกเหลือเกิน”

“คุณอาเคยมีโอกาสได้เห็นเพชรเม็ดที่พ่อพูดถึงรึเปล่า”

“เพชรอะไร”

“เพชรตาแมวที่คุณอาบอกว่าพ่อวาโพเอาไปด้วย”

“หรือเธอคิดว่าเพชรเม็ดนั้นอยู่กับฉัน”

“หนูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น หนูมาแค่วาดรูป หนูชวนคุยเพราะอยากให้แบบ...แสดงความรู้สึกภายในออกมาก็เท่านั้นเอง”

“เธอไม่อยากเห็นเพชรเม็ดนั้นหรอก มันเป็นเพชรมรณะ เพชรอาถรรพณ์”

ยิ่งพูดประพจน์ก็ยิ่งรู้สึกผิด นั่งหน้าเศร้าเป็นแบบให้มาริสาวาดรูปต่อไปเงียบๆ

ooooooo

เย็นนั้นนันทาเข้าไปที่สำนักงานทนายความของวีระ เธอบ่นให้เขาฟังเรื่องที่พี่ชายเชื่อว่าเทวรูปแมวมีชีวิตจริงๆ หาว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เชื่อเป็นตุเป็นตะไปเอง

“คราวหลังถ้าคุณประพจน์พูดอะไรแบบนี้อีก พยายามถ่ายคลิปเก็บไว้นะ”

“เอาไปทำอะไร”

“จะได้เป็นหลักฐานยืนยันกับบอร์ดผู้ถือหุ้นไงว่าคุณประพจน์วิกลจริต ขาดสภาพในการดำเนินการบริหารจัดการ”

“แต่ยังไงก็ยังมีณดลอยู่อีกคน”

“ผมกำลังหาโอกาสจัดการ ไม่ให้ดูเป็นการฆาตกรรม แล้วนี่เจ้าเด็กเพชรนั่นสรุปว่ายังไง”

“จะยังไง มันก็ได้อยู่อย่างเดิมนั่นแหละ พี่ประพจน์เชื่ออย่างงั้นนี่ ณดลก็เป็นพยานยืนยันขันแข็งว่าถ้ามันจะเอา มันขโมยเอาไปตั้งแต่ระหว่างทางแล้ว ไม่รอให้ถึงกรุงเทพฯหรอก”

“คิดตามก็แปลกนะ อยู่ๆเทวรูปมันย้ายที่ของมันเองได้ไง”

“ทนายคงไม่เชื่อว่ามันมีชีวิตอีกคนหรอกนะ”

“ผมไม่บ้า ผมไม่เชื่อหรอก”

ขณะที่นันทาออกมาสมรู้ร่วมคิดกับวีระอยู่นั้น ณดลอยู่กับเพชรที่บ้าน เพชรยังรู้สึกไม่ดีที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเขาเป็นโจรขโมยเทวรูปแมว มีเพียงณดลคนเดียวที่มั่นใจว่าเพชรไม่ได้ทำ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเทวรูปแมวไปอยู่ในห้องเพชรได้ยังไง

เพชรขอบคุณณดลที่ยืนอยู่ข้างเขาตลอด ณดลบอกว่าเพราะตนให้สัญญากับพ่อของเพชรไว้ว่าจะดูแล ยังไงก็ต้องทำให้ได้ เพชรฟังแล้วหน้าจ๋อย ถามเสียงแผ่วว่า

“นายทำเพราะรักษาสัญญา?”

“เออสิ แกคงไม่คิดว่าฉันทำเพราะรักใคร่ไยดีอะไรแกหรอกนะ”

“ยังไงเพชรก็ขอบคุณ”

มาริสาเดินเข้ามาเมียงมองก่อนเข้ามาทัก “เจ้านาย ลูกน้อง คุยอะไรกันอยู่”

“เปล่าครับ วาดรูปคุณพ่อเสร็จแล้วเหรอ”

“อีกนาน...แต่นายแบบเหมือนว่าจะนั่งนานไม่ไหว จริงๆ แล้วอยากวาดเพชรมากกว่านะ โครงหน้าดูน่าวาดดี แววตามีอะไรน่าค้นหา เหมือนว่าแอบซ่อนความลับอะไรบางอย่างอยู่”

เพชรยิ้มแหยๆ ปฏิเสธเสียงสูง “ไม่มี้...ไม่มี”

“อย่าไปวาดมันเลยครับ ถ้าวาด...วาดผมดีกว่า ผมอยากนั่งมองหน้าคนวาดทั้งวัน”

ได้ยินณดลพูดอย่างนั้น เพชรแอบหวงอีกแล้ว ...ยินยอมให้มาริสาวาดรูปตน มาริสาเลยทึกทักว่าพูดแล้วห้ามกลับคำ

“จริงฮะ”

“ดีจัง อยากวาดรูปผู้ชายนู้ดมานานแล้ว”

ณดลตกใจ แต่เพชรไม่เข้าใจคำว่านู้ดคืออะไร บอกว่าตนชอบนู้ด พอณดลอธิบายว่านู้ดคือต้องแก้ผ้า เพชรถึงกับตาเหลือกร้องลั่น จะกลับคำใหม่แต่มาริสาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว

“อ้าว...ไปไหนแล้ว”

“แกรับปากเขาไปแล้วนะ ฉันไม่รู้ด้วย” ณดลพูดยิ้มๆ แต่เพชรหน้าเบ้เหมือนอยากจะร้องไห้

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 3 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 20 ก.พ. 2562 09:14 2019-02-22T02:30:28+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ