ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

ขณะที่ทั้งสามคนพยายามหนีออกจากถ้ำที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เพชรเกือบโดนหินก้อนใหญ่หล่นใส่ถ้าไม่ได้ณดลเข้ามาช่วย ส่วนอาทิตย์นั้นณดลให้เขาเอากระเป๋าใส่เทวรูปแมวหนีออกไปก่อน

อาทิตย์ออกมาเจอพวกวิทย์ยังคงต่อสู้กับโจรป่า ครั้นจวนตัวอาทิตย์หยิบเทวรูปแมวออกมา โจรป่าเห็นเข้าก็กลัวอาถรรพณ์รีบหนีไป ส่วนณดลช่วยเพชรออกมาได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่ถ้ำจะถล่ม

คืนนั้นประพจน์นอนกระสับกระส่ายตลอดเวลาเพราะโดนวิญญาณเทวีเหยียบย่ำอกอย่างโกรธแค้นที่เขาเอาเพชรสีชมพูออกจากดวงตาเทวรูปแมว

เช้าขึ้นปัทมาดูแลประพจน์อย่างดี ช่วยพยุงให้ลุกเดินออกกำลังกายทั้งที่ประพจน์ยังรู้สึกเจ็บอกไม่หาย และไอบ่อยครั้งจนเหนื่อยหอบ ปัทมาจึงพาเขาไปหาหมอให้เอกซเรย์หน้าอก แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติเหมือนเดิม

“ฉันบอกแล้ว อาการฉันมันหาสาเหตุไม่ได้หรอก”

“แต่รอยช้ำนั่นล่ะคะ”

“ถ้าจะให้หมอตอบ ก็ต้องบอกว่าอาจเกิดจากอาการไอหนักเรื้อรังมาเป็นปีๆของคนไข้”

นันทาพรวดพราดเข้ามาในห้องตรวจ ดุปัทมาเสียงดังไม่เกรงใจหมอ

“ใครบอกให้เราพาพี่ประพจน์มา...มันใช่หน้าที่เราเหรอ”

“คือหนู...”

“อยากจะเอาหน้า...อาการพี่ประพจน์น่ะมีคนคอยดูแลอยู่แล้ว”

ประพจน์อายและเกรงใจหมอ บอกน้องสาวว่าตนให้ปัทมาพามาหาหมอเอง

“ออกรับแทน...ทำไมนันจะไม่รู้ พี่น่ะหมดอาลัย ตายอยากจนไม่อยากมาหาหมอแล้ว”

“พากลับบ้านที” ประพจน์พูดปลงๆ นันทาได้ทีจะเข็นพี่ชายกลับ แต่ต้องชะงักเสียหน้าเมื่อประพจน์บอกว่า

“ฉันพูดกับปัทมา...ปัทมาพาฉันกลับบ้านที”

ปัทมาเหลือบมองนันทาอย่างเกรงใจก่อนจะพาประพจน์ออกไปจากตรงนั้น โดยมีสายตาของนันทาจ้องตามอย่างชิงชัง

ooooooo

ในป่า...ณดลนั่งมองเทวรูปแมวอยู่ไปมา ขณะที่เพชรกำลังทำแผลให้พ่อที่โดนธนูยิงแขนจากเหตุการณ์เมื่อคืน

ณดลคล้ายตกอยู่ในภวังค์ มองเทวรูปแมวตาโบ๋เหมือนได้ยินเสียงแมวร้องครวญคราง แล้วณดลก็ต้องตกใจเมื่ออาทิตย์ทรุดตัวลงใกล้ร้องเหมียวๆ

“เฮ้ย...เล่นอะไรวะ”

“ก็ดีใจที่แกไม่เป็นไรน่ะสิ”

“จะหัวใจวายตายก็เพราะแกนี่แหละ”

อาทิตย์พิจารณาเทวรูปแมวแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเจ็บแค่ไหนถ้าโดนควักลูกตาออกไปทั้งเป็น

“ก็เจ็บพอจะทำให้ถ้ำถล่มได้นั่นแหละ...แล้วทำไมถ้ำไม่ถล่มตั้งแต่ตอนที่เพชรหายไป”

“น้ำหนักเพชรไง ฉันเดาว่าพอน้ำหนักเพชรมันหายไปใช่ไหม แท่นมันก็ขึ้นมาพอแค่สะเทือน แต่พอแกไปยกออกมาทั้งตัว มันไม่มีอะไรไปกดแท่น กลไกมันก็กระดกกระเดื่อง...กระทบกันเป็นลูกโซ่จนถ้ำถล่ม”

“ใครเป็นคนทำกับดัก?”

วิทย์กับเพชรเดินเข้ามา วิทย์ตอบคำถามณดลว่า “ก็คงเป็นพวกเดียวกับที่คอยพิทักษ์เพชรตาแมวเม็ดนี้เอาไว้”

“พชรมน...” ณดลพูดได้แค่นั้นก็โดนเพชรเอามือปิดปากห้ามอย่าพูดถ้าไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนอีก

“พวกโจรป่านั่น พอเห็นเทวรูปนี่ถึงกับเผ่นแน่บไม่คิดชีวิต”

“คงยังมีอะไรอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับอาถรรพณ์ของมัน”

“แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้มากกว่า...ว่าโครงกระดูกที่เราเห็นมันเป็นโครงกระดูกใคร”

ณดลตั้งคำถามด้วยสีหน้าจริงจัง...เป็นเวลาที่ประพจน์พ่อของเขากำลังคุยกับวีระอยู่ในห้องรับแขกที่บ้าน โดยนันทากับปัทมาก็อยู่ด้วย

“ด็อกเตอร์อมร...ลูกสาวของด็อกเตอร์อมรที่ชื่ออัญชลี ซึ่งถูกพรานพรากไปจากเต็นท์ของด็อกเตอร์อมร”

“ซึ่งเราก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหนูคือลูกสาวตัวจริงของด็อกเตอร์อมร” วีระเหลือบมองปัทมา

“ซึ่งฉันเองก็อยากเชื่อว่าเป็นเธอ ฉันอยากตอบแทนอมรเพื่อนของฉัน เขาคงไม่อยากให้ลูกสาวของเขาต้องตกระกำลำบาก”

นันทาไม่เชื่อค้านว่า “กะอีแค่ล็อกเกตเส้นเดียวมันพิสูจน์อะไรไม่ได้ อาจจะไปเจอมาจากไหน แล้วก็มาปะติดปะต่อเรื่องราว”

“ปัทเข้าใจค่ะ”

“ซึ่งเรื่องตามหาลูกสาวด็อกเตอร์อมรเนี่ย คุณประพจน์ก็ให้ผมทำอยู่นานแล้ว หลายปีทีเดียว”

“แล้วก็ไม่ได้เรื่อง” ประพจน์เริ่มเสียงขุ่น

“ปัญหาก็คือ...มันดันมาได้เรื่องเอาอีตอนนี้ น่ะสิครับ”

“หมายความว่ายังไง”

“จากการแชร์กันในโซเชียลทำให้โลกมันเล็กลง ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงติดตามหาหนูอัญชลีอยู่ตลอดเวลา”

“แล้วยังไงล่ะ ไม่เห็นคุณวีระเคยเอ่ยอะไรเรื่องนี้กับฉันเลย”

“เงียบก่อนนัน...ว่ามาคุณทนาย ผมรอฟังอยู่”

“ผมเจอตัวหนูอัญชลีลูกของด็อกเตอร์อมรแล้ว”

“เป็นไปไม่ได้ หนูอยู่นี่” ปัทมาค้านเสียงดัง

“ถ้าคุณประพจน์อนุญาต ผมขอให้เขาได้เข้าพบคุณ...ผมเดาว่าคุณประพจน์คงไม่ขัดข้อง”

ประพจน์พยักหน้ารัวเร็ว วีระให้ข้อมูลอีกว่าคนคนนี้มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเธอคือลูกของด็อกเตอร์อมรตัวจริง...จากนั้นก็เชิญ “จัน” เข้ามา

ชุ่มกับแช่มเดินประกบหญิงสาวชื่อจัน ทุกคนในห้องนั้นจ้องมองเธอเป็นตาเดียว

“สวัสดีค่ะ หนูเป็นลูกสาวด็อกเตอร์อมรที่ชื่ออัญชลีค่ะ”

ปัทมาไม่เชื่อส่ายหน้าไปมา ขณะที่ประพจน์กับนันทาอึ้งตะลึง ไม่รู้จะเชื่อใครดี

ooooooo

ประพจน์หนักใจมาก ไม่รู้ว่าระหว่างปัทมากับจันใครคืออัญชลีลูกสาวของอมรกันแน่ เพราะทั้งคู่ต่างก็มีหลักฐานยืนยันตัวตน

สาวจันมั่นใจมากชูสร้อยในมือให้ทุกคนดู “สร้อยข้อมือนี่เป็นของแม่ที่พ่ออมรให้ แม่ใส่ติดมือหนูไว้ตอนเด็กที่โดนอุ้มไปจากเต็นท์ในป่า”

“ใช่เส้นเดียวกันกับที่พี่เคยเห็นแน่เหรอ” นันทาถามพี่ชาย

ประพจน์พยักหน้าเนิบช้า บอกว่ามันเป็นของเมียด็อกเตอร์อมรจริงๆ วีระเสริมว่า

“ผมเองก็ว่าเห็นเหมือนในรูปเมียด็อกเตอร์อมรที่คุณประพจน์ให้มาสืบ”

“เราจะว่ายังไง” ประพจน์ถามปัทมาที่นั่งก้มหน้า นันทากระตุ้นเสียงแหลมว่า มีอะไรจะแก้ตัวไหม

“หนูไม่มีอะไรจะแก้ตัว นอกจากจะมีล็อกเกตรูปคุณพ่อยืนยัน”

“โกหก! อยากสบายมากนักเหรอ ถึงกับสร้างหลักฐานปลอม” จันกรีดเสียง ปัทมานิ่งไม่ตอบโต้เลยโดนแขวะ “เล่นบทนางเอกเหรอ หนูพูดไม่เพราะหรอกนะคะ แต่ว่าหนูจริงใจ หนูเป็นตัวจริง”

“อย่าเพิ่งมั่นใจตัวเองนัก เราเพิ่งโผล่มา อยู่ๆจะให้ฉันเลือกเลย มันก็ใช่ที่”

“หนูเข้าใจ ท่าทางการพูดจาหนูมันไม่น่าเอ็นดูมาตั้งแต่เด็กแล้ว เด็กที่มันไม่มีพ่อแม่ดูแล เด็กที่โดนขโมยไปตั้งแต่ยังเล็ก คงไม่หวังให้หนูเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้หรอกนะคะ”

“จัน...เงียบๆก่อน” วีระปราม

“เรียกหนูว่าอัญชลีได้เลยค่ะ” จันพูดแล้วกอดอก เหยียดยิ้มมั่นใจสุดๆ แต่ประพจน์ยังหนักใจ

“ยังไงเนี่ย อยู่ๆก็มีลูกด็อกเตอร์อมรโผล่ขึ้นมาสองคนแบบนี้” นันทาโวย

“เด็กที่ฉันจะชดใช้ให้กับอมรมีเพียงแค่คนเดียว ...เอางี้นะ เธอทั้งคู่อยู่ที่นี่กันไปก่อน ในฐานะแขกของฉัน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นลูกของด็อกเตอร์อมร ตัวจริง”

“ผมก็เห็นด้วยครับ ตอนนี้มันพิสูจน์อะไรไม่ได้จริงๆ”

“แล้วหนูจะได้อะไรจากการสูญเสียคุณพ่อไปคะ” จันถาม

“เธอจะได้สิ่งที่มันควรจะเป็นของอมรเพื่อนฉันตั้งแต่ต้น”

“ขอโทษนะคะที่หนูใช้คำถามตรงๆ เท่าไหร่กันมันถึงจะคุ้มค่ากับชีวิตพ่อหนูที่ต้องไปตายอยู่ในป่าแบบนั้น”

“สิ่งที่ฉันจะคืนให้กับลูกด็อกเตอร์อมร เธอเชื่อฉันเถอะ มันตีค่าราคาเป็นเงินไม่ได้หรอก หรือถ้าจะเปลี่ยนมันเป็นเงิน มันก็มีมูลค่ามหาศาลจนสบายไปตลอดชีวิตนั่นแหละ”

ปัทมาแววตาวาววูบขึ้น ขณะที่จันตาพองก๋าด้วยความดีใจอย่างเปิดเผย

“จริงนะคะ หนูจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป พ่อคะ...ขอบคุณวิญญาณคุณพ่อมากๆเลยนะคะ”

วีระไม่ชอบใจกับกิริยาท่าทางของจัน ติงว่า “อย่าเพิ่งเยอะ”

“พี่จะเอาสมบัติอะไรให้”

“เธอไม่ต้องห่วงหรอกนันทา มันเป็นส่วนของพี่ ไม่เกี่ยวกับสมบัติของเธอ ถึงเวลาแล้วที่พี่ควรจะต้องชดใช้ซะที”

จังหวะนี้เสียงโทรศัพท์ประพจน์ดังขัดจังหวะ เจ้าตัวมองหน้าจอเห็นชื่อลูกชายก็อุทานด้วยความดีใจ

“เจ้าดล!!”

นันทากับวีระสบตากันอย่างคาดไม่ถึง...ณดลโทร.มาบอกพ่อว่าตนปลอดภัยดี ตอนนี้กำลังจะกลับบ้าน คงอีกวันสองวันน่าจะถึง

“แกไม่เป็นไรนะลูก...พ่อนึกว่าจะไม่ได้เจอแกอีกแล้ว”

“เจอสิครับพ่อ ผมมีเรื่องจะ...” พูดได้แค่นั้นแบตหมดมือถือดับไปทันที

ประพจน์เรียกชื่อลูกอยู่อีกหลายครั้งก่อนจะวางสายทั้งน้ำตา ยกมือสาธุขอบคุณพระที่คุ้มครองลูกของตน

“คุณณดลว่ายังไงมั่งครับ”

“แบตคงหมดซะก่อน บอกแค่ว่าอีกวันสองวันคงถึง ส่วนเธอสองคนพักที่นี่ไปก่อน แช่ม ชุ่ม พาแขกไปดูห้องพัก แยกย้ายกันไปได้แล้ว”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว วันนี้ผมขอกลับก่อนนะครับ”

“ขอบคุณนะคุณทนายที่เป็นธุระปะปังให้ทุกเรื่อง”

“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ที่ต้องดูแลผลประโยชน์ให้กับคุณประพจน์”

วีระกลับออกมาหน้าบ้าน สักครู่นันทาตามมายืนประกบ ต่อว่าคู่ขาเสียงเครียด

“ไหนบอกให้คนจัดการเรียบร้อย ยังไงเจ้าดลก็ไม่มีทางออกจากป่ามาได้ไง”

“นั่นสิ อะไรที่เราไม่ได้ลงมือเองมันก็อยู่เหนือการควบคุมแบบนี้”

“นี่ฉันตามมาด่า ไม่ได้มาถามหาเหตุผล”

“โธ่คุณนัน เราใช้นายหน้าคนพื้นที่ติดต่อหาพวกรับจ้าง แล้วจะให้ผมทำไง ถ้าจะด่าก็ต้องไปด่าไอ้พวกนายหน้าที่บ้านป่าโน่น”

“แล้วไหนจะเรื่องลูกด็อกเตอร์อมรอีก ไปตามเจอมาได้ยังไง”

“โซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็บอกไปแล้ว เด็กมันก็เอาสร้อยข้อมือมายืนยัน ผมเห็นว่ามีมูลก็เลยพามาพบคุณประพจน์ตามที่ท่านสั่งให้สืบหา”

“เรื่องสร้างปัญหาน่ะเก่งนักนะ”

วีระแตะศอกนันทา พูดกรุ้มกริ่ม “เรื่องอื่นก็เก่งอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“นี่...อย่า! บอกแล้วไง...แล้วจะเอาไงต่อ เดี๋ยวณดลกลับมาแล้ว ทีนี้จะทำอะไรก็ยิ่งติดๆขัดๆกันใหญ่”

 “คุณยังไม่ได้รหัสตู้เซฟคุณประพจน์มาอีกเหรอ”

นันทาส่ายหน้าเซ็งๆ บ่นอุบ “โทรศัพท์เป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆก็เจ๊งบ๊งซะงั้น ข้อมูลหายเกลี้ยง วิดีโอที่แอบถ่ายตู้เซฟก็ไม่เหลือ ระวังตัวแจเลยพี่ประพจน์”

“ไม่เป็นไร คนระวังตัวกับคนจ้องมันต่างกัน มันระวังไม่ได้ตลอดหรอก มันต้องมีทีเผลอมั่งแหละ”

นันทาพยักหน้าแล้วถอนใจดังเฮือก...ไม่ได้ดั่งใจสักเรื่อง

ooooooo

เมื่อกลุ่มของณดลพ้นออกมาจากเขตอาถรรพณ์ป่า วิทย์พลัดตกเหวทั้งที่ณดลพยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่วิทย์จะตกลงไปนั้นเขาได้ฝากณดลดูแลเพชรแทนตนด้วย

เพชรร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างทำใจไม่ได้ ณดลกับอาทิตย์ช่วยกันปลอบ แต่อาทิตย์ก็กังวลว่าจะออกจากป่ายังไง เพชรเก็บกลั้นความเสียใจบอกสองหนุ่มอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“จากนี้เพชรจะพาไปได้ เพชรเป็นลูกของพ่อ เพชร ทำได้”

ณดลตบบ่าเพชร ถามว่า “ไหวนะ”

“ฮะนาย” เพชรตอบเสร็จก็ปาดน้ำตา กลั้นก้อนสะอื้น...

แต่แล้วเกิดเรื่องประหลาดขึ้นอีกขณะเพชรกับลูกหาบที่เหลือเตรียมนำทางณดลและอาทิตย์ออกจากป่า 

อยู่ดีๆ ย่ามใส่เทวรูปแมวที่วางกับพื้นสั่นไปมาเหมือนมีตัวอะไรดิ้น แต่เปิดดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ นอกจากเทวรูปแมวชิ้นเดียวซึ่งทุกคนมองหน้ากันไปมาหาคำตอบไม่ได้

เพชรเชื่อว่าเป็นอาถรรพณ์เทวรูปแมว พยายามซ่อนความกลัวชวนทุกคนเดินทางต่อ แต่อาทิตย์ยังติดค้างคาใจถามณดลว่าจะอธิบายอย่างไร

“ลม...สงสัยจะเป็นลม แกกับฉันตาฝาดกันไปเอง”

อาทิตย์ส่ายหน้าดิก “แกเห็นเหมือนที่ฉันเห็น เมื่อกี้มันดิ้นได้”

“มันเป็นหิน อยู่ๆจะดิ้นได้ยังไง บ้า! เลอะเทอะนะเราเนี่ย”

“แกจะไม่เชื่อ...ว่างั้น”

“ก็มันไม่มีอะไรจริงๆ ดูสิ หินทั้งแท่งจะไปดิ้นดุ๊กดิ๊กอย่างตะกี้ได้ไง”

“นั่นไง! แกยอมรับแล้วว่าตะกี้มันดิ้น”

“บ้า...อยู่ๆมันจะดิ้นได้ยังไง”

“หรือมันรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง...”

“เช็กประสาทมั่งนะแก” ณดลปากแข็งทั้งที่ลึกๆแอบหวั่น คว้าย่ามมาสะพายพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ระหว่างเดินทางณดลแวะอาบน้ำในลำธารโดยวานเพชรมาช่วยถูหลัง เพชรทำเก้ๆกังๆ สุดท้ายกลายเป็นเหมือนสองคนกอดกัน เพชรหวั่นไหวแต่พยายามเก็บอาการเพื่อไม่ให้ณดลรู้ว่าแท้จริงตนเป็นผู้หญิง

เมื่อถึงหมู่บ้านของเพชรที่ทุกคนล้วนเป็นชาวกะเหรี่ยง เวลานั้นค่ำแล้วเพชรแยกเข้าบ้านไปนั่งรำลึกนึกถึงพ่อที่ต้องมาจากกันไปอย่างกะทันหัน ส่วนณดลอยู่กับอาทิตย์อีกทางเตรียมเก็บของใส่รถเพื่อพรุ่งนี้จะได้กลับแต่เช้า เก็บของเสร็จณดลเดินร้องเรียกเพชรที่บ้าน เพชรกำลังอยู่ในสภาพหญิงสาวปล่อยผมยาวเกิดอาการเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำยังไง หันไปคว้าแป้งทำขนมมาพอกหน้าขาวโพลนส่งผลให้ณดลจำไม่ได้ กวาดตามองหาเพชรและพยายามสื่อสาร แต่เพชรแกล้งฟังภาษาไทยไม่ออกแถมพูดภาษากะเหรี่ยงใส่ก่อนจะมั่วนิ่มรับสมอ้างว่าตัวเองเป็นกิ๊กของหนุ่มเพชรตามที่ณดลพูดมา

เช้าขึ้นเพชรในสภาพผู้ชายนั่งเหม่ออยู่กลางลานหมู่บ้าน อาทิตย์สะพายกระเป๋าเดินผ่านไปที่รถ ส่วนณดลแวะมาทักเด็กหนุ่ม

“เสียใจเรื่องพ่อด้วยนะ”

“พ่อตายในป่าน่าจะมีความสุขที่สุดแล้ว”

“เมื่อคืนแวะไปหาเราที่เฮือน”

“อีนางบอกแล้วว่านายเป็นห่วง”

“ร้ายนะเรา มีสาวๆไปนอนทำทรีตเมนต์หน้ารอด้วย”

“ทรีตเมนต์?” เพชรทวนคำงงๆ

“ช่างเหอะ...แล้วนี่เก็บของแล้วรึยัง”

เพชรสงสัยว่าเก็บของอะไร ทำไม? ณดลบอกว่าตนสัญญากับพรานวิทย์เอาไว้ เพชรเข้าใจทันที แต่ส่ายหน้าบอกว่า

“อย่าเลยนาย พ่อเขามัดมือชกนายเกินไป นาทีนั้นเป็นใครก็ต้องรับปากคนตายทั้งนั้นแหละ”

“ก็จริง...แต่ในป่าแกช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันก็ควรตอบแทนแกไม่ใช่เหรอ”

“นายก็ช่วยเพชร เราหายกันแล้ว โชคดีนะนาย” เพชรลุกเดินจากไป ณดลรีบถามให้แน่ใจว่าเราจะแยกกันตรงนี้หรือ? เพชรใจหาย พยักหน้าทั้งน้ำตาคลอๆ

“เมืองมันไกล มันไม่ใช่ที่ของเพชร น่ากลัวตายเลย เพชรว่าที่นี่แหละ...ในป่าที่ของเพชร”

“โชคดีนะไอ้หนุ่ม”

สองคนจับมือล่ำลากัน พลันได้ยินเสียงคนโวยวายเป็นภาษากะเหรี่ยง พอวิ่งไปก็เห็นอาทิตย์นอนดิ้นพราดอยู่กับพื้นข้างรถ พูดภาษาแปลกๆ ฟังไม่รู้เรื่อง เพชรสื่อสารกับพวกเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครตอบได้สักคน

ณดลกับเพชรช่วยกันหามอาทิตย์ขึ้นรถเพื่อพาไปให้หมอในเมืองตรวจอาการ

“เป็นอะไรของมัน ตอนขนของยังดีอยู่แท้ๆ”

“ตัวร้อนด้วยนาย”

“ดูมันหน่อย เอาผ้าเช็ดตัวที”

เพชรเทน้ำจากกระติกใส่ผ้าเช็ดตามตัวอาทิตย์ ณดลขับรถไปบ่นไปอย่างข้องใจ

“มันไปหัดพูดภาษาอะไรมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“นายไม่ต้องห่วง เพชรจะอยู่เป็นเพื่อนนายเอง”

“ขอบใจนะ ขอบใจมาก”

เพชรพยักหน้า มองเลยไปที่เบาะข้างคนขับเห็นเทวรูปแมวโผล่พ้นจากย่ามนัยน์ตาโบ๋ลึกหนึ่งข้างแล้วสะดุ้งวาบ...ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สบายใจ

 ooooooo

จันเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ศุภมิตรแค่คืนแรกก็เจ้ายศเจ้าอย่างเรื่องมากไม่อยากอยู่ห้องเล็กคับแคบจนชุ่มกับแช่มรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่เหมือนปัทมาที่ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากกว่า

เช้าขึ้นจันยังไม่วายทำให้สองคนรับใช้ระอาอีกด้วยการชี้นิ้วสั่งให้จัดอาหารในฐานะที่ตนเป็นหลานของประพจน์ แต่ชุ่มปฏิเสธและย้อนว่าเอาไว้ให้พิสูจน์ความจริงได้ก่อน ระหว่างนี้ให้หากินเอาเอง จันไม่พอใจอย่างแรง พาลแกล้งปัทมาที่นั่งกินข้าวเงียบๆ ด้วยการจามใส่จานข้าวแล้วเดินลอยหน้าหนีไปทางหลังบ้าน

แต่แล้วจันก็เจอดีโดยไม่รู้ว่าใครเล่นตลกหรือผีสาง รู้แต่ว่าลักษณะเหมือนผู้หญิงโผล่พรวดเอากระสอบครอบหัวจันแล้วตบตีเหยียบย่ำไม่ยั้งก่อนจะหนีหายไป

จันโกรธมากพาใบหน้าบอบช้ำมาเค้นถามปัทมากับสองคนรับใช้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่ไม่มีใครรู้เรื่องสักคน จันฮึดฮัดไม่เชื่อ ประกาศว่าตนไม่ยอมเจ็บตัวฟรีแน่ ชุ่มแอบพูดกับแช่มว่านางร้ายกาจมากถึงขนาดตบตัวเองสร้างหลักฐาน...

ทางด้านณดลกับเพชรที่พาอาทิตย์ไปหาหมอในเมือง หมอตรวจอาการไม่พบว่ามีไข้ทั้งที่เพชรยืนยันว่าระหว่างทางมาที่นี่อาทิตย์ตัวร้อนจัด

“น่าจะอากาศร้อน แล้วร่างกายปรับสมดุลไม่ทัน”

“แล้วถ้าผมเอาคนไข้เข้ากรุงเทพฯนี่จะเป็นอะไรไหมครับ”

“ไม่น่านะครับ เพราะมาถึงหมอนี่ก็ไม่มีอาการอะไร แต่แน่ใจนะครับว่าชัก”

“ดิ้นกระแด่วๆยังกะปลาถูกทุบหัว”

“ไม่น่าเป็นไปได้” หมอแคลงใจ แต่ก็แนะนำให้คนไข้นอนพักสักครู่ ตื่นมาค่อยซักอาการดูอีกที

 หมอออกจากห้องไปแล้ว ณดลถามความเห็นเพชรว่าจะเอายังไงดี เพชรให้เชื่อหมอเพราะอาการเพื่อนของเขาตอนนี้ก็เป็นอย่างที่หมอบอกจริงๆ

“แต่เมื่อตอนอยู่ที่หมู่บ้านแกก็เห็น...แล้วนี่แกหิวมั้ย ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่ตั้งแต่เช้า”

“ไม่ฮะ อยากเข้าห้องน้ำมากกว่า”

“เออ...ไปเหอะ เดี๋ยวฉันเฝ้าเอง”

เมื่อไปถึงหน้าห้องน้ำ เพชรจำใจต้องเข้าฝั่งผู้ชายเพราะฝั่งผู้หญิงเต็ม...โชคดีตอนกลับออกมาเจอณดล ความลับของตนเลยยังไม่เปิดเผย

ณดลทิ้งอาทิตย์ออกจากห้องมาเพื่อจะไปดูรถที่ลานจอด เพราะหมอเพิ่งมาบอกว่าที่นี่มีรถโดนทุบกระจกบ่อย...

ในขณะที่ณดลเดินลิ่วไปทางลานจอด ไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาขโมยย่ามของเขาออกมา ชายหนุ่มส่งเสียงเอะอะพร้อมกับวิ่งไล่กวดไป เพชรตกใจวิ่งตามมาช่วยจับโจร แต่โจรกลับโดนรถชนอาการปางตายด้วยอำนาจของเทวรูปแมวในย่าม

 ooooooo

ที่คฤหาสน์ของประพจน์...จันพาใบหน้าบวมปูดจากการโดนกระหน่ำตบมาฟ้องประพจน์  ไม่นานนัก ทั้งนันทา ปัทมา และชุ่มกับแช่มก็โดนเรียกตัวมาหมด

“ทำไมถึงได้มีแต่เรื่อง” ประพจน์บ่นแล้วก็ไอถี่มากจนรู้สึกเหนื่อย

“ก็ไม่ได้อยากมีเรื่องหรอกค่ะ อัญเพิ่งเข้ามาอยู่...”

“เธอชื่อจัน...ไม่ใช่อัญ แล้วก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ แค่มาอาศัยก่อนชั่วคราว”

“ก็แล้วแต่คุณนันจะเมตตาเถอะค่ะ แต่ว่าการที่อัญ เอ๊ยจันโดนดักซุ่มทำร้าย จันว่าควรจะต้องมีคนรับผิดชอบนะคะ”

“แล้วเธอคิดว่าเป็นใคร”

“ก็แล้วแต่” จันปรายตามองปัทมา ประพจน์เลยถามเจ้าตัวว่าไปทำอะไรเขาหรือเปล่า

“ปัทไม่รู้เรื่องจริงๆค่ะ”

“ไม่รู้เรื่อง! แล้วหน้าฉันนี่ล่ะไปโดนประตูหนีบมารึไง” จันแว้ด...แต่ชุ่มพาซื่อบอกว่าปิดประตูแรงไป “ไม่ใช่! ฉันประชด คุณอาต้องจัดการให้จันนะคะ ไม่อย่างงั้นวิญญาณของคุณพ่อคงจะไม่สบายใจแน่ๆที่หนูอยู่ในอันตราย”

“วิญญาณพ่อเราอยู่แถวนี้เหรอ”  นันทากรีดเสียงเยาะ จันชักสีหน้าไม่พอใจ

ประพจน์ทำท่าระอา ถามชุ่มกับแช่มว่าเห็นอะไรบ้างไหม แล้วนันทาอีกคนรู้เรื่องหรือเปล่า

“โอ๊ย...เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง นันไม่สนใจมองหรอก”

“เราก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมาปรักปรำว่าปัทมาเป็นคนทำ”

“ไม่มีใครหรอกค่ะ คุณอาขา...นังนี่แน่ๆ เห็นคนอ่อนแอกว่าไม่ได้” จันปักใจเป็นปัทมา ประพจน์เลยอยากรู้ว่าปัทมาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร “ก็หนูแกล้งไอน้ำลายกระเด็นใส่จานข้าว...คือ...เอ่อ...สำลักน้ำลายค่ะ”

“อ้อ...เราไปถุยน้ำลายใส่จานข้าวเขา”

“เปล่าค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”

ประพจน์ให้ปัทมาพูดความจริง ปัทมากลับมองโลกในแง่ดีว่าจันคงไม่ได้เจตนา จันหมั่นไส้มากพูดจากระทบกระเทียบปัทมาอีกหลายคำเลยโดนประพจน์ตำหนิจนหน้าเจื่อน

“นี่เขากำลังแก้ตัวให้เราอยู่นะจัน...หรือว่ามีคนปีนเข้ามาในบ้าน”

จันจะเถียง แต่แล้วหุบปากเปลี่ยนใจ ส่วนชุ่มคล้อยตามคำพูดเจ้านาย

“ก็อาจเป็นไปได้นะคะ ก่อสร้างข้างบ้านก็เห็นมาถางหญ้าอยู่ข้างรั้ว”

“โยนไปโน่น” จันแหว

นันทาไม่พอใจ “ก็หล่อนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคนที่ตบปากน่ะพันหน้าตาเหมือนพวกก่อสร้างตากแดด ก็เป็นไปได้นะ”

“แล้วพวกก่อสร้างจะมาตบหนูจนหน้าหันเพื่ออะไร”

“ก็อาจจะเข้ามาด้อมๆมองๆขโมยของ แต่เจอคนเข้าซะก่อน” แช่มพูดมีเหตุผล แต่จันกอดอกขัดใจ

ประพจน์พิจารณาอาการของปัทมาเห็นว่าไม่มีพิรุธใดๆ จึงบอกชุ่มกับแช่มว่า

“งั้นแกสองคนก็ระวังหน่อยแล้วกัน หรือจะให้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มก็บอกมา...จบเรื่องนะ”

จันเลิ่กลั่กไม่ยอม “เดี๋ยวๆๆ แล้วหนูล่ะ หนูโดนตบฟรีงั้นเหรอ”

“คงไม่ต้องแจ้งตำรวจให้มาหาคนผิดหรอกมั้ง...เรื่องมาก” นันทากระแทกเสียงใส่จัน

“พอได้แล้ว” ประพจน์ปรามทุกคน...แล้วบ่นถึงลูกชายด้วยความเป็นห่วง “นี่เจ้าดลมันโทร.เข้ามารึเปล่าเนี่ยว่าถึงไหนแล้ว”

นันทามองชุ่มกับแช่มรอฟังคำตอบ แต่สองคนรับใช้ส่ายหน้า ประพจน์ถอนใจเฮือกบ่นลูกชายที่ไม่ยอมติดต่อมาอีกเลย

“ถึงไหนแล้วนะเจ้าดล...”

 ooooooo

ณดลอยู่ที่สถานีตำรวจหลังจากรถของเขาโดนโจรงัดเข้ามาเอาย่ามใส่เทวรูปแมวไปแล้วมันโดนรถชนอาการสาหัส ซึ่งเพชรเชื่อว่าเป็นอาถรรพณ์ของเทวรูปที่ไม่ว่าใครได้แตะต้องต้องมีอันเป็นไป แต่ณดลแย้งว่าเป็นชะตากรรมต่างหาก

เมื่อสองคนกลับมาที่โรงพยาบาลมียายคนหนึ่งเป็นหมอดูนอนรักษาตัวเตียงใกล้กับอาทิตย์ดูลายมือเพชรแล้วบอกว่าวิบัติ อันตราย หายนะ พลัดพราก...ทำให้เพชรหวั่นกลัวมากและยิ่งเชื่อคำพูดนั้นเมื่อหมู่บ้านของตนโดนไฟป่าไหม้หมดเป็นข่าวให้เห็นทางจอทีวี

คืนนั้นณดลกับเพชรต้องหาโรงแรมในจังหวัดนอนค้างเพราะอาทิตย์ยังต้องอยู่โรงพยาบาล เพชรเศร้าเสียใจมากเพราะชีวิตไม่เหลืออะไร พ่อตายแล้วบ้านยังโดนไฟไหม้ ณดลสงสารและตัดสินใจจะเอาเพชรไปอยู่ด้วย เพชรไม่มีทางเลือกจึงตอบรับ แล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯในเช้าวันรุ่งขึ้น

ประพจน์ตัดสินใจจะให้เงินยี่สิบล้านแก่ลูกสาวของอมรเพื่อเป็นการไถ่โทษ แต่นันทาคัดค้านไม่ยอมแถมยังให้วีระช่วยห้ามอ้างว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าทั้งปัทมาและจันใครคือลูกสาวตัวจริงของอมร

จันอยากได้เงินก้อนใหญ่นั้นมากถึงขนาดแอบเข้ามาคุยส่วนตัวกับปัทมาเพื่อตกลงแบ่งเงิน แต่ยังพูดอย่างมั่นใจว่าตนเองเป็นลูกอมร ปัทมาอยากได้เงินเท่าไหร่ให้บอกมา พอตนได้ยี่สิบล้านจะแบ่งให้ในฐานะเพื่อนร่วมโลก แต่โดนปัทมาย้อนเข้าให้ว่าท่าทางเธอคงร้อนเงินมาก

“ฉันกลัวว่าหล่อนจะไม่ได้เลยสักบาท ถ้าความจริงมันปรากฏขึ้นมาว่าฉันคือคุณหนูอัญชลีบุตรีเพียงคนเดียวของด็อกเตอร์อมร”

ปัทมาเบื่อที่จะรบรากับคนอย่างจัน แต่ยืนยันว่าตนคือทายาทตัวจริงของอมรและตนต้องได้เงินนั้นทั้งหมด จันโกรธมากตอบโต้อย่างไม่ยอมเช่นกัน

“แล้วเราจะได้เห็นกัน วันที่แกต้องเก็บเสื้อผ้าออกไปจากที่นี่โดยที่ไม่ได้อะไรติดมือกลับไปเลย นอกจากความอับอาย”

เวลานั้นประพจน์กลับเข้าห้องมองรูปถ่ายของอมรเพื่อนรักพลางรำพึงหน้าเศร้า

“เราสองคนต่างก็ตกเป็นเหยื่อของความโลภนะเพื่อน ฉันรู้ว่าแกไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ฉันเองก็เช่นกัน เราอ่อนแอกว่าอำนาจของมัน”

นันทามาเคาะประตูเรียกก่อนจะพาตัวเองเข้ามาพูดเรื่องเงินยี่สิบล้านทั้งที่พี่ชายแสนจะเอือมระอา

“นันรู้ว่าพี่รู้สึกผิดต่อเพื่อน แต่ที่จะจ่ายยี่สิบล้านน่ะมันไม่ใช่เงินน้อยๆนะ”

“ถ้าเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอมร เพื่อให้พี่มีทุกวันนี้...มันไม่ได้มากมาย”

“นันไม่รู้นะว่าเกิดอะไรกับเพื่อนพี่ แต่ถ้าเป็นพี่ที่ไม่ได้กลับออกมาจากป่านั่น พี่คิดว่าด็อกเตอร์อมรจะยกเงินให้ทายาทพี่งั้นเหรอ”

“อมรกับพี่...ปกติเราไม่เคยเอาเปรียบกันเลย”

“ถามจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับพี่อมรที่ในป่านั่น”

ประพจน์ปากสั่นอยากเล่าอยากระบายออก แต่พอนันทารุกเร่งและพูดชื่อพชรมนตราออกมาดวงตาเขาวาวโรจน์ ตวาดให้หยุด แต่กลายเป็นยั่วยุให้นันทายิ่งอยากรู้

“เพชรตาแมวที่พี่เคยละเมอถึง...พี่ได้มันมาใช่มั้ย พชรมนตรา เพชรตาแมวเม็ดนั้น”

“มันเป็นของข้า...มันเป็นของฉัน...ควักมันออกมา... ควักมันออกมาจากเบ้าตาแมว ควักมันออกมาทั้งเป็น”

ประพจน์แผดเสียง เนื้อตัวสั่นราวคนเสียสติ นันทาเรียกชื่อเขาเพื่อเรียกสติ แต่พี่ชายกระโจนจากเก้าอี้เข้าใส่จนเธอหงายท้องแล้วพยายามจะควักลูกตา

นันทากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจกลัว โชคดีวีระเข้ามาช่วยจับแยก แต่แล้วเห็นประพจน์ก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิดด้วยการกระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้วขู่ฟ่อ ทำให้วีระเชื่อว่าเขาไม่ได้ป่วยหรือพิการแต่อย่างใด

ooooooo

ระหว่างทางที่ณดลขับรถกลับกรุงเทพฯ มีแมวดำกระโจนตัดหน้าจนเขานึกว่าทับมันตาย แต่พอจอดรถดูกลับไม่พบสิ่งใด เพชรกับอาทิตย์ก็บอกว่าไม่เห็นอะไรเหมือนกัน

อาทิตย์เปลี่ยนมาขับรถแทนแล้วให้ณดลนอนพักเพราะคิดว่าเพื่อนอาจจะง่วงมากเลยตาฝาดไปเอง แต่ณดลไม่ได้หลับสักงีบ จิตใจจดจ่อแต่ว่าถึงบ้านเมื่อไหร่มีคำถามหลายอย่างอยากถามพ่อ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นที่บ้านประพจน์ทำให้วีระค้างคาใจและพยายามคาดคั้นเพื่อจับผิดประพจน์ว่าป่วยจริงหรือป่วยหลอก ขณะที่นันทายังหวาดผวาไม่หายที่ตัวเองเกือบโดนพี่ชายควักลูกตา ประพจน์ขอโทษและว่าตนอาจเกิดอุปาทานไปจึงเกิดเรื่องขึ้น แต่ต่อไปจะพยายามไม่ให้เกิดแบบนี้อีก ถ้าให้ดีทุกคนควรอยู่ห่างๆตนไว้

ณดลพาเพชรมาถึงบ้านค่อนข้างดึก ส่วนอาทิตย์นั้นแยกกลับไปบ้านตัวเองแล้ว เพชรตื่นตากับบ้านหลังใหญ่ แต่แปลกใจทำไมที่นี่เลี้ยงแมวเยอะมาก ชุ่มบอกว่าไม่ได้เลี้ยงสักตัวแต่พักนี้ไม่รู้มันมาจากไหนกัน ตั้งแต่ณดลหายเข้าป่าไปแมวก็ทยอยกันมา ขณะที่หมาก็เห่ากันขรม บรรยากาศวังเวงน่ากลัวพิกล

เช้าขึ้นณดลพาเพชรมาแนะนำตัวกับประพจน์ เล่าว่าเด็กหนุ่มเป็นลูกพรานนำทาง เขาช่วยชีวิตตนไว้ และตอนนี้พ่อเสียชีวิตในป่า หมู่บ้านโดนไฟป่าเผาวอด เลยพามาอยู่ด้วยเพราะสัญญากับพ่อเขาไว้ว่าจะช่วยดูแล... นันทาฟังอยู่ด้วย พูดประชดขึ้นทันใดว่า

“ดีเหมือนกัน นี่บ้านคนหรือสถานสงเคราะห์เด็กเหลือขอกันเนี่ย”

“นัน! ไม่ได้ยินเรื่องที่เจ้าดลมันเล่าเหรอ ถ้าไม่ได้ไอ้หนุ่มนี่ ลูกพี่ก็ไม่ได้กลับมา”

นันทาจะเถียงแต่แล้วเปลี่ยนใจนิ่งเสีย ณดลมองสองสาวแปลกหน้าเหมือนจะถามว่าเป็นใคร จันระริกระรี้ทำท่าจะอ่อยหนุ่มหล่อ ขณะที่ปัทมายกมือไหว้ด้วยกิริยาเรียบร้อย

จันเก้อเพราะประพจน์ชวนณดลไปคุยส่วนตัว คนเป็นพ่อเล่าว่าผู้หญิงสองคนนั้นต่างอ้างว่าเป็นลูกของด็อกเตอร์อมร พ่อรู้สึกเป็นหนี้เพื่อนเลยพยายามตามหาทายาทของเขาเพื่อมารับสมบัติส่วนที่เขาควรจะได้

“ด็อกเตอร์อมร...คนที่ตายในถ้ำนั่น?”

“นี่แก...แกไปถึงถ้ำนั่น”

“ครับ...แล้วผมก็รู้ด้วยว่าคุณพ่อเคยไปถึงถ้ำแห่งนั้นมาแล้ว”

“อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันจบไป พ่อไม่อยากรื้อมันขึ้นมาอีก”

“แต่ผมอยากรู้ว่า...”

“พ่อขอร้อง แกอย่าถามอะไรพ่อ พ่อไหว้ล่ะ”

“อย่าครับคุณพ่อ”

“แกกลับมาได้ พ่อก็ดีใจแล้ว แกไม่ควรจะไปเสี่ยงตายแบบพ่อ”

“ผมแค่อยากจะไปพิสูจน์ว่าสิ่งที่คุณพ่อเชื่อมันมีอยู่จริงไหม เผื่อมันจะมีอะไรทำให้อาการป่วยไข้ของคุณพ่อลดลงได้บ้าง”

“มันไม่มีอะไรช่วยพ่อได้หรอก”

“ผมมีบางสิ่งอยากให้คุณพ่อดู”

เพชรเดินเข้ามาพร้อมย่าม หยิบเทวรูปแมวตาโบ๋ข้างหนึ่งออกมา ประพจน์ผงะไม่อยากมอง ติงลูกชายว่าไม่น่าเอามันกลับมาเลย

“ผมอยากรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในลูกตาแมวนั่นมันหายไปไหน”

“เพชรตาแมว?”

“ครับ...เพชรตามลายแทงบอกว่าชื่อพชร...”

“นาย!” เพชรห้ามเสียงหลง เช่นเดียวกับประพจน์ก็พูดโพล่งไม่ให้ลูกชายเอ่ยชื่อมันออกมา

“แปลว่าคุณพ่อรู้ว่ามันมีอยู่จริง...มันอยู่ไหนครับคุณพ่อ”

ประพจน์นิ่งไม่ตอบ ณดลคาดเดาว่ามันไม่อยู่กับด็อกเตอร์อมรแน่ๆ เพราะเขาเป็นศพอยู่ในถ้ำ ถามว่ามันอยู่กับพ่อใช่ไหม?

ประพจน์ปากสั่นระริกอยากสารภาพ แต่แล้วส่ายหน้าโกหกว่า “พรานนำทางที่ชื่อวาโพมันเอาไป มันเอาไปพร้อมกับลักพาตัวลูกด็อกเตอร์อมรไปด้วย...ก็ผู้หญิงหนึ่งในสองคนนั่นไง”

“จริงเหรอครับคุณพ่อ”

“นี่แกไม่เชื่อพ่อเหรอ”

“ผมเชื่อคุณพ่อครับ ผมเพียงแต่อยากเห็นเพชรเม็ดนั้นสักครั้งนึง”

“อย่า! เชื่อพ่อเถอะ ต่อให้มันอยู่กับพ่อ พ่อก็จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้แกได้เห็น มันมีอำนาจเกินกว่าที่เราต้านได้”

“วาโพ...พรานนำทางคนนั้น ตอนนี้เขาอยู่ไหน”

“มันหายสาบสูญไปกว่ายี่สิบปีแล้ว พ่อไม่เคยได้เจอมันเลยนับตั้งแต่ตอนนั้น พ่อเองก็อยากรู้ว่ามันไปอยู่ที่ไหน”

ประพจน์ปกปิดความจริงแล้วหนีหน้าลูกชายเข้าไปในห้องนอน รำพึงรำพันถึงเทวรูปแมวว่าตามตนมาใช่ไหม ต้องการชีวิตตนใช่ไหม ถ้าอยากได้ก็เอาไปเลย เพราะตนเหนื่อยเต็มทีแล้ว จะกลับไปแก้ไขอดีตก็ไม่ได้...

ด้านเพชรที่เพิ่งเข้าเมืองเป็นครั้งแรก เพราะเป็นคนป่าทำให้เพชรไม่ค่อยรู้จักเครื่องมือเครื่องใช้แบบคนเมืองเลยมีอาการเปิ่นเป๋อให้เห็นจนณดลคิดว่าต้องสอนให้เด็กหนุ่มเรียนรู้เพื่อจะได้อยู่ในสังคมเมืองได้อย่างไม่อึดอัด

ชุ่มกับแช่มเห็นเณรมาปักกลดแถวบ้านจึงนำข้าวของออกไปทำบุญ ประพจน์รู้เข้าก็ขอไปด้วย เณรเหมือนหยั่งรู้ว่าประพจน์ไม่ปกติ จึงมอบสายสิญจน์ถักเป็นสร้อยไว้ให้ติดตัวเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา

เวลานั้นณดลอยู่ในห้องส่วนตัว แต่จู่ๆจันก็เดินผ่านประตูที่เปิดค้างเอาไว้เข้ามาอย่างไร้มารยาท จันพึงพอใจรูปร่างหน้าตาของลูกเจ้าของบ้านถึงขนาดทำรุ่มร่ามเผื่อฟลุกได้เป็นสะใภ้บ้านนี้

จันทำทีมาซักถามเรื่องเข้าป่าของณดล อยากรู้ว่าเขาเจอด็อกเตอร์อมรพ่อของเธอบ้างหรือเปล่า หรือว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว?

ณดลไม่ทันตอบ จันก็สะอื้นไห้เข้ามาซบอกเขา ชายหนุ่มตกใจตั้งรับไม่ทัน พูดอึกๆอักๆว่า

“คือ...ยี่สิบปี ก็คง...เอ่อ...คงตายอยู่แล้ว ทำใจเถอะครับ”

จันได้ฟังก็ร้องไห้โฮและพยายามกอดรัดจะคลุก วงใน ชายหนุ่มผลักไสแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะหญิงสาวเกาะแน่นเป็นปลิง เพชรมองผ่านประตูเข้ามาตาโตตกใจ ทำท่าจะถอยออกไปแต่ณดลกวักมือเรียกยิกๆ

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 2 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 17 ก.พ. 2562 07:55 2019-02-19T02:47:34+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ