ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

จันถูกความโลภเข้าครอบงำพยายามขโมยพชรมนตราจึงถูกวิญญาณเทวีเข้าสิง แต่ก็ไม่สามารถเอาเพชรเม็ดนั้นไปได้เพราะอาทิตย์กับมาริสาสกัดขัดขวาง และจันก็โดนมาริสายิงปืนถากแขนก่อนที่จะกระโดดหนีราวกับแมวหายเข้าไปในแนวป่า

เพชรขอโทษที่ตนชะล่าใจไปหน่อยปล่อยให้อาวุธประจำตัวห่างมือ ณดลแปลกใจทำไมอยู่ดีๆเพชรเม็ดนี้ถึงมีอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาได้ แต่ไม่ทันที่ใครจะพูดหรือคิดอะไรต่อ เสียงพวกลูกหาบก็โวยวายกันลั่น

ฟังไม่ได้ศัพท์ พร้อมกับเสียงปืนดังหลายนัด

พวกณดลตกใจรีบวิ่งกลับไปทางแคมป์ พบว่าพวกลูกหาบกำลังยิงใส่แนวป่าที่มีเสียงคนร้องโหยหวน ฝาลังที่บรรจุเทวรูปแมวพังกระจายเอียงกระเท่เร่ ลูกหาบคนหนึ่งโดนลากหายเข้าไปในราวป่าแหกปากลั่น

ณดล อาทิตย์ เพชร และมาริสาเพิ่งวิ่งมาถึงเมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว ณดลถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวกลูกหาบตระหนกตกใจ อกสั่นขวัญผวาไม่มีใครพูดอะไร ต่างกลืนน้ำลาย ทั้งหวาดกลัวและเหนื่อยหอบ

“ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น” ณดลเสียงดัง

เพชรเดินไปชะโงกดูในลังแล้วหันมาบอกว่า “เทวรูปไม่อยู่แล้วนาย”

ณดลหนักใจและหวั่นใจแต่พยายามสงบสติอารมณ์ “เอาล่ะ เพชรไปถามซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

เพชรแยกไปทางกลุ่มลูกหาบ ณดล อาทิตย์ และมาริสามองหน้ากันอย่างประหวั่นพรั่นพรึง!

ตะวันตกดินแล้ว กลุ่มณดลนั่งหารือกันเคร่งเครียด เทวรูปแมวหายไป แล้วจันก็หายไปด้วย เพชรบ่นเป็นห่วง ไม่รู้ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ยังดีนะที่เพชรนั่นยังแยกกันอยู่จากเทวรูป ไม่งั้นก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น”

“ทำไมต้องเป็นจัน ทำไมไม่เป็นใครก็ได้ที่จะโดนสิง เป็นเจ้าเพชรเลยไม่ดีกว่าเหรอ ไม่ต้องแย่งชิงด้วย”

“เพราะเพชรไม่มีความอยากได้”

“จันคงมีความโลภอยู่เยอะ เลยเปิดช่องให้ความชั่วร้ายครอบงำ”

อาทิตย์กับณดลเดาถูกเผง แต่มาริสาค้านขึ้นว่า

“อ้าว...แล้วพวกลูกหาบนี่จะไม่โลภงั้นเหรอ”

“พวกนั้นไม่รู้ว่าเรามีเพชรเม็ดนั้นอยู่น่ะสิ”

“อืม...แล้วคนงานคนไหนเป็นคนเอาเทวรูปไป”

“เป็นเทวรูปเอาลูกหาบไปมากกว่าค่ะ”

“ฉันดูแล้ว ลักษณะลังที่เปิดเหมือนโดนกระแทกออกมาจากด้านใน ไม่ใช่โดนงัดจากด้านนอก”

“ยังไงฉันก็จะเอาเพชรเม็ดนั้นกลับไปที่ถ้ำนั่นให้ได้ ฉันยอมให้มันตามกลับไปรังควานคุณพ่ออีกไม่ได้แล้ว เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกคุณ ผมไม่อยากให้พวกคุณมาเสี่ยง”

“ยังไงเพชรก็จะไปกับนาย”

“แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ แกไม่เห็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเหรอ มันอันตรายรู้มั้ย เราจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับมัน”

“เพชรไม่ได้ไปสู้กับใคร เพชรจะอยู่ข้างนาย”

ณดลอึ้งไปไม่รู้จะพูดยังไง อาทิตย์ให้เหตุผลว่า

“ไม่มีเพชร แกคิดว่าแกจะไปถึงถ้ำนั่นได้เหรอ”

“ให้เพชรบอกทางพวกลูกหาบ ฉันไม่อยากให้เพชรมาเป็นตัวถ่วง”

ณดลเถียงข้างๆคูๆ เลยโดนเพชรฟาดหน้าไปหนึ่งฉาดด้วยความคับแค้นระคนเป็นห่วง

“เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ”

เพชรน้ำตารื้น ไม่รู้จะอธิบายยังไง ได้แต่บอกว่าตบยุง พอณดลพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ให้ไป เพชรก็ตบเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่ตัวเองก็เสียใจน้ำตาไหลพราก

ในที่สุดณดลก็พูดโพล่งว่า

“โอเค...ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำ”

ณดลรู้ดีว่าเพชรเป็นห่วง แต่เพราะไม่ต้องการให้เธอเสี่ยงอันตรายจึงพยายามคัดค้าน อาทิตย์กับมาริสาก็เข้าใจความรู้สึกของคนทั้งคู่ แต่ไม่อยากออกความเห็นใดๆ ลุ้นให้สองคนปรับความเข้าใจกันได้

เพชรน้อยใจเดินร้องไห้ไปนั่งปาดน้ำตาตามลำพัง สักครู่ณดลเดินตามมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อึกอักไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ที่สุดก็วานเพชรเกาหลังให้หน่อย เพชรรู้ทันทีว่าเขามาง้อแต่ทำเล่นตัวนิดหน่อยก่อนจะกลับมาพูดคุยหยอกล้อกันอีก

ณดลขยี้หัวเพชรจนตัวโยนแล้วพูดอย่างมันเขี้ยว “ฉันคงเตะตูดเธอไปแล้วตอนนี้ ถ้าเธอเป็นผู้ชายเหมือนก่อน”

เพชรพยักหน้าเศร้าๆระหว่างที่ถูกณดลขยี้หัว พูดพึมพำว่า

“ไม่มีอะไรเหมือนก่อนอีกแล้ว...”

ณดลถอนใจ เข้าใจนัยที่เพชรพูด มือที่ขยี้ผมเพชรค่อยๆเบาลงและหยุดไปในที่สุด

เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนส่งผลให้เช้านี้มีลูกหาบสองคนถอนตัวกลับไปเพราะความกลัว ส่วนพวกที่เหลือขอเงินค่าจ้างเพิ่มอีกสองเท่าตัวถึงจะยอมอยู่ ณดลเข้าใจและไม่ขัดข้อง แต่อยากรู้ว่าอีกกี่วันจะถึงถ้ำ

“เพชรว่าน่าจะมีสามสี่วันน่ะนาย ป่าเปลี่ยนไปเรื่อย เอาให้เป๊ะๆคงลำบาก”

“อาวุธเรายังอยู่ครบนะ”

อาทิตย์พยักหน้าก่อนบอกว่าที่หายไปมีแต่เทวรูปแมวตาโบ๋ เมื่อณดลถามเรื่องจัน เพชรรายงานว่าเช้ามืดตนแกะรอยไปแล้ว จันนำหน้าเราอยู่ในเส้นทางเดียวกัน แต่อาทิตย์ท้วงว่า นำหน้าหรือว่าดักซุ่มรอ

“เพชรแนะนำว่า...ถ้าเป็นไปได้ให้จับคุณจันไว้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีทำให้เธอกลับมาเป็นอย่างเดิม”

ทุกคนเห็นด้วย หลังจากนั้นพากันเดินทางต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ...

ทางด้านวิทย์กับปัทมาที่เวลานี้อยู่ตรงชายป่า สองพ่อลูกในชุดทะมัดทะแมงมีย่ามและอาวุธติดมือ วิทย์ย้ำกับลูกสาวว่า

“ไม่ต้องขนอะไรไปเยอะ เราคนน้อย คล่องตัวกว่า เร็วกว่า อาหารไปหาเอาข้างหน้า”

“พ่ออยากได้เพชรเม็ดนั้น หรือว่าเป็นห่วงเจ้าเพชรกันแน่”

“ลูกเป็นลูกพ่อนะปัทมา อย่าน้อยใจสิ”

“ลูกที่พ่อไม่ได้เลี้ยงเหมือนอย่างที่พ่อเลี้ยงเจ้าเพชร”

“อย่าอ่อนแอ น้ำไม่มีทางข้นไปกว่าเลือดได้หรอก เชื่อพ่อ”

ปัทมานิ่งไปทั้งที่ยังรู้สึกน้อยใจ

ooooooo

ในระหว่างการเดินทางเสบียงใกล้หมด เพชรอาสาไปหาเพิ่มแต่ณดลไม่ยอมให้ไปคนเดียว จึงบอกอาทิตย์ให้อยู่ดูแลทางนี้ เขาจะไปกับเพชรเอง

เพชรกับณดลโชคดีเจอหมูป่า แต่โชคดีกว่าตรงที่เจอ “ช้องหมูป่า” ของวิเศษที่เพชรอธิบายให้ณดลฟังว่า

“หมูมันจะใช้ปากและฟันของมันเลียและกัดขนช้องมาไว้ในปาก ตวัดและเคี้ยวด้วยน้ำลายจนขนตวัดขมวดเป็นก้อนกลม หรือไม่ก็วงแหวน”

“แกเชื่อว่าหมูป่าตัวเมื่อกี๊หนังเหนียวเพราะมันมีช้องของตัวเองอยู่ในปาก”

“ปืนสองกระบอกกระสุนด้านพร้อมกัน นายคิดว่ายังไง”

ณดลพิสูจน์ด้วยการยกปืนยิงขึ้นฟ้า กระสุนดังเปรี้ยงไม่ด้านเหมือนตอนยิงหมูป่า

“หมูมันจะรักษาขนนี้ไว้ในปากตลอดเวลากินอะไรมันก็ซ่อนขนนี้เอาไว้ได้ พันตัวจะมีสักหนึ่งอยู่ยงคงกระพัน ไม่กลัวใคร กระสุนพรานไม่เคยระคายผิว”

“งั้นก็ไปหาตัวอื่น ตัวนั้นฉันก็คงเคี้ยวไม่ไหวอยู่ดี”

“เราจะตามมันไป”

“เราไม่มีเวลามาตุ๋นเนื้อมันนะ หรือแกเอายาจีนมา”

“มันกินดินโป่ง ดินเค็ม มันต้องการน้ำ เมื่อตอนดื่มน้ำนี่แหละที่มันจะคายขนหรือช้องหมูป่ามาไว้ตามขอนไม้ เพื่อมันจะได้ดื่มน้ำอย่างสะดวก”

เพชรนำทางณดลไปจนเจอหมูป่าตัวนั้น แล้วก็ได้ทั้งตัวและช้องหมูป่ามาครอบครอง โดยตัวหมูนั้นให้ลูกหาบไปแบกมาแล่เนื้อตากเกลือไว้ น่าจะพออยู่ได้อีกหลายวัน

“วันนี้เลยเสียเวลาไปวันนึงเลย” อาทิตย์เปรยกึ่งบ่น

“ก็เพชรพาตามรอยหมูป่าไปไกลมาก”

“หวังว่าคงอร่อยนะ” มาริสาคาดหวัง

“ต้องตัวนี้เท่านั้นด้วย” เพชรคุยอวดพลางพยักพเยิดให้ณดลเอาช้องหมูป่าออกมาโชว์

อาทิตย์กับมาริสามองเส้นขนที่ขมวดเป็นเกลียวในมือณดลด้วยสีหน้างงๆ พอณดลเอ่ยชื่อมันว่า “ช้องหมูป่า” อาทิตย์ถึงกับร้องลั่น

“เฮ้ย...หา! เอาจริงสิ ฉันเพิ่งคุยเรื่องขนเพชรหมูป่ากับมาริสาอยู่วันนี้เอง”

“ธุระอะไรแกต้องมาคุยเรื่องใต้สะดือของหมูป่าด้วยวะ”

“คนทะลึ่งไง” มาริสาตอบพรวด อาทิตย์ย้อนว่าเธอเองต่างหากเป็นคนเริ่ม หญิงสาวไม่สนใจ อยากรู้ว่าของในมือณดลนั้นขลังจริงหรือไม่

“ไม่รู้สิ แม่หมอเขาว่าของเขาดีจริง”

“อย่าลองของนะ...ศรัทธา เชื่อเพชรสิ”

“เธอเอาติดตัวไว้ก็แล้วกัน”

เพชรส่ายหน้าบอกว่าตนพอมีวิชาอยู่บ้าง นายเอาติดตัวไว้ดีแล้ว แต่ณดลก็ยังยื่นไปให้มาริสา

“ของแบบนี้ถ้าศีลไม่เสมอกัน พกไว้ก็อันตราย ของใครก็ของมัน”

เมื่อมาริสาปฏิเสธ ณดลมองเลยไปที่อาทิตย์...เขายักไหล่ เอ่ยนิ่มๆว่า

“แกเก็บไว้น่ะแหละ ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า”

ณดลตัดสินใจเก็บช้องหมูป่าติดตัวไว้ เพชรย้ำอย่างมั่นใจว่า

“ป่าต้องการให้นายได้มัน เชื่อเพชรสิ”

ooooooo

ตกกลางคืน วิทย์กับปัทมาหยุดพักใกล้ลำธารและเห็นซากกองไฟดับมอดเหลือแต่เถ้าแห้ง แน่ใจว่าเพชรต้องผ่านมาทางนี้แน่

“เพชรมันเลือกชัยภูมิพักได้ตรงตามตำราจริงๆ”

เพียงคำพูดประโยคนั้นของวิทย์ทำให้ปัทมารู้สึกน้อยใจขึ้นมาอีก ถามว่าพ่อเคยภูมิใจอะไรในตัวเธอบ้างไหม วิทย์ไม่ตอบ แต่บอกว่าคืนนี้เราพักกันแถวนี้ หาคบไม้ใหญ่ขึ้นไปนอนแล้วเอาผ้ามัดเอวกันตกไว้ด้วย

“หนูรู้...ถึงจะไม่เก่งเท่าเพชร หนูก็รู้ว่าควรทำยังไง”

“ก็ลูกโตมาอย่างคนเมือง เพชรมันอยู่ป่ามากับพ่อ”

“ทำไมพ่อไม่เลือกส่งเพชรเข้าเมือง แล้วให้หนูอยู่ป่า พ่อเลือกเพชร...พ่อไม่เลือกปัท เอาเข้าจริงๆพ่อคงไม่ตามปัทกลับมา ถ้าไม่มีเรื่องเพชรพชรมนตราเม็ดนั้นมาเกี่ยว”

“อย่าเอ่ยชื่อมัน”

“พชรมนตรา...พชรมนตรา” ปัทมาดื้อดึง...แล้วก็เป็นเรื่องขึ้นทันที!

ลมแรงพัดกรูเกรียวจนเถ้าถ่านฟุ้งกระจาย ปัทมาคล้ายอยู่ในภวังค์...วิญญาณเทวีที่ครอบงำจันอยู่ออกจากร่างมาสิงปัทมา แต่ก็โดนวิทย์หรือวาโพซัดข้าวสารเสกจนต้องหนีไป ทิ้งปัทมาไว้ในสภาพหมดสติ แล้วกลับมาสิงจันอีกครั้งเพื่อจะทำร้ายพวกณดล แต่เพราะเห็นณดลมีช้องหมูป่า จันจึงกระโจนหายลับไป

เช้าขึ้นเพชรเห็นรอยเท้าผู้หญิง แน่ใจว่าเมื่อคืนจันมาซุ่มดูพวกเรา แสดงว่าเธอยังไม่ตาย

“แล้วเทวรูปล่ะ เพชรว่าอยู่กับจันไหม”

“น่าจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆกัน”

แล้วชาวคณะก็ได้ยินเสียงช้างดังแว่วมา เพชรนิ่งฟังสักครู่ก็โพล่งขึ้นว่า

“กำลังตกมัน...น่าจะหลงฝูงมา”

“จะผ่านมาทางนี้มั้ย”

เพชรนั่งลงเอามือแตะพื้น สักอึดใจก็ส่ายหน้า บอกว่าฟาดงวงฟาดงาไปทางอื่นแล้ว

“ช้างตกมัน? ฟังดูน่ากลัวมากเลย” มาริสาพูดแหยงๆ

“ภาวนาว่าอย่าให้มันผ่านเข้ามาในทางของเราเลย ที่เห็นๆอยู่นี่น่ะไม่เหลือแน่...ถ้าไม่มีอะไรมาทำให้เราออกนอกเส้นทาง เพชรเชื่อว่าอีกไม่เกินสองวันเราน่าจะถึงถ้ำนั่นแล้ว”

ณดลเป็นห่วงเพชร แต่เพชรนึกว่าเป็นเพชรสีชมพูที่ตัวเองเก็บไว้จึงตบย่ามที่สะพายอยู่พร้อมบอกว่ารักษาเท่าชีวิต

“ฉันไม่ได้หมายถึงเม็ดนั้น ฉันหมายถึงเม็ดนี้”

ณดลเผลอตัวแสดงความเป็นห่วงเพชรอย่างโจ่งแจ้งทั้งคำพูดและสีหน้า เลยโดนอาทิตย์แซวยิ้มๆ แต่เพชรท้วงว่าอย่าเคาะกะลาให้หมาดีใจ พูดจบ

ก็เดินแยกไปนั่งห่างคนอื่น ขณะที่ณดลก็ออกตัวกับเพื่อนรักว่า

“ก็แค่ห่วงตามประสาเจ้านายกะลูกน้อง”

อาทิตย์ไม่แย้งอะไรอีก แต่ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างไม่เชื่อ...

เวลานั้นวิทย์กับปัทมายังอยู่จุดพักริมลำธาร กำลังกินมื้อเช้าเป็นข้าวกับเนื้อเค็มพลางพูดคุยกันเรื่องเมื่อคืนซึ่งปัทมาจำอะไรไม่ได้เลย

“อย่าเอ่ยชื่อเพชรเม็ดนั้นอีก อำนาจของมันจะยิ่งแกร่งขึ้น”

“เมื่อคืนหนูเผลอพูดชื่อนั้นออกมา...”

“ในป่า...ยิ่งเข้าใกล้เขตของมัน พ่อเองก็ไม่รู้ว่าจะทานอำนาจของมันได้ไหม”

“หนูขอโทษ”

“แล้วอย่าบอกว่าพ่อไม่รักลูกอีก...เข้าใจมั้ย”

“ถ้าต้องเลือกระหว่างหนูกับเจ้าเพชร พ่อจะเลือกใคร”

วิทย์ส่ายหน้า...ไม่ตอบอีกตามเคย

ooooooo

เมื่อวานประพจน์แอบเข้าบริษัทโดยไม่บอกให้นันทารู้ เขาอยู่ที่นั่นจนมืดค่ำเพื่อตรวจสอบเอกสารหลายอย่าง แล้วเช้านี้ยังเอามาทำต่อ นันทาเพิ่งรู้และแอบดูการกระทำนั้นด้วยความไม่สบายใจ ประหนึ่งวัวสันหลังหวะที่คิดจะฮุบสมบัติพี่ชายอยู่ตลอดเวลา

ทางฝ่ายคณะของณดลที่ยังเดินทางอยู่ในป่า

ทุกคนรอนแรมกันไปจนกระทั่งพบงาช้างหักคาต้นไม้ใหญ่ เพชรเชื่อว่าเป็นของช้างตัวที่ตกมันเรียกว่า “งากำจัด”

“กะอีแค่งาช้างแตก ทำไมต้องตะโกนซะตกอก ตกใจ”

“นาย...งาช้างที่แตกหักออกมาระหว่างที่มันยังมีชีวิตอยู่น่ะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โบราณจึงถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ จะพบเห็นได้ก็ต่อเมื่อช้างตกมันไล่อาละวาดเอางาแทงกับต้นไม้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวขณะตกมัน”

เพชรเล่าตามที่วิทย์เคยบอกไว้ ซึ่งเวลานั้นวิทย์กำลังพูดเรื่องนี้ให้ปัทมาฟังอยู่พอดี

“แล้วพ่อมาบอกปัททำไม”

“ก็แกอยากให้พ่อสอนแกอย่างที่พ่อสอนเจ้าเพชรมันไม่ใช่เหรอ พวกนี้ล้วนเป็นเกร็ดป่าทั้งนั้น”

“มันเป็นส่วนไหนของงา” ปัทมาซักถามด้วยความสนใจ

แล้วเพชรก็กำลังเล่าเรื่องเดียวกันนี้ได้อย่างแม่นยำ “เป็นส่วนปลายงาที่หักคากับต้นไม้ พ่อเคยสอนเพชรว่าจะมีรุกขเทวดารักษาเอาไว้ เพื่อมอบให้แก่ผู้มีบุญได้ครอบครอง”

“โอเค...ซึ่งผู้มีบุญคนนั้นได้แก่...” ณดลมองกราดไปยังทุกคนแล้ววนกลับมาที่ตัวเอง “ในฐานะที่ฉันเป็นคนเห็นก่อนก็ได้อ่ะ ถ้างั้นเราจะต้องทำไงต่อไป”

“ก่อนจะแงะงาออกจากเปลือกไม้เราจะต้องจุดธูปบวงสรวงเทพารักษ์ผู้ปกปักรักษา รวมไปถึงรุกขเทวดาทั้งหลายก่อนเพื่อขอครอบครองงากำจัด...กำจัดมวลหมู่ศัตรูได้ทั่วทิศ อยู่รวมกับอาวุธใดก็ชนะคุณไสยมนตร์ดำทั้งปวง นายจะต้องขอจากรุกขเทวดาด้วยตัวเอง งาช้างนี้จะส่งผลดีกับนาย”

ณดลทำตามที่เพชรบอกทุกอย่าง ซึ่งผลที่ได้รับก็ตรงตามที่เพชรบอก งาช้างนั้นหลุดจากต้นไม้อย่างง่ายดายหลังเสร็จพิธี มาริสากับอาทิตย์ทึ่งจัดถึงกับออกปากว่า เรื่องต่างๆถ้าไม่เห็นด้วยตาคงไม่เชื่อ

“มันเป็นของนายแล้ว” เพชรสำทับด้วยความมั่นใจ ณดลกำงาช้างขนาดเหมาะมือ รู้สึกชื่นชอบมันไม่น้อย แต่ยังไงก็คิดว่าปืนน่าจะป้องกันตัวได้ชัวร์กว่าของสองอย่างนี้

ooooooo

ขณะพักค้างคืนกันค่ำนั้น เพชรนำงากำจัดมามัดรวมกับมีดที่ไม่มีด้าม มันเหมาะเจาะลงตัวกลายเป็นอาวุธที่จับถนัดมือมากๆ ณดลอยากให้เพชรเก็บติดตัวไว้ แต่เพชรส่ายหน้า จับมันใส่ปลอกส่งคืนให้เขา

“มันเป็นของนาย คนอื่นใช้ก็ได้แค่คมมีด”

“อ้าว มีดไม่ให้ใช้คมแล้วจะใช้อะไร เอาสันเคาะกะโหลกงั้นเหรอ”

“เชื่อเหอะ เหมือนที่พระท่านบอกอยู่บ่อยๆ บังเอิญไม่มีในโลก การที่ช้องหมูป่ากับงากำจัดมาอยู่กับนาย มันคงต้องมีเหตุและผล”

“เหตุก็คือเธอเป็นคนบอกให้ฉันทำ ผลก็คือ...ฉันก็ทำ”

“ไว้ที่นายแหละดีแล้ว นายจะได้ป้องกันเพชรไง ...เพชรหมายถึงเม็ดที่อยู่ในย่ามนี่ ไม่ใช่เพชรนี้”

ณดลมองเพชรอ่อนโยน แล้วอ้าปากจะพูด แต่อาทิตย์กับมาริสาเข้ามาขัดจังหวะถามว่าเวรแรกใครเฝ้ายาม ถามเสร็จอาทิตย์ก็แซวณดลว่ามานั่งจีบหญิง

“บ้า...ใครจีบกันก็บ้าแล้ว” ณดลเฉไฉ แล้วนึกได้รีบโชว์งากำจัดที่เพชรเพิ่งทำให้ มาริสาชมว่าสวยมาก ขณะที่อาทิตย์บอกว่าเหมือนอาวุธนักรบโบราณ

เมื่อเพชรเดินกลับไปหากลุ่มลูกหาบที่จะจัดให้เข้าเวรแรก วิญญาณเทวีในร่างจันโผล่มาเล่นงานลูกหาบคนหนึ่งจนเลือดสาด แล้วหมายตาเพชรเป็นรายต่อไป

เสียงเอะอะโวยวายทำให้พวกณดลรีบวิ่งไป จันกับเพชรและพวกลูกหาบกำลังต่อสู้กัน พวกณดลพยายามจะช่วยแต่กลับโดนจันสะกดจิต...ในยามเข้าตาจนที่ปืนทำอะไรจันไม่ได้ ณดลนึกถึงช้องหมูป่ากับงากำจัด ปรากฏว่าของวิเศษสองอย่างนี้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ได้ แต่ช่วยลูกหาบที่โดนควักลูกตาไม่ทัน!

เหตุการณ์สงบลงแล้ว จันอุ้มเทวรูปแมวหายไปในสภาพบาดเจ็บ ส่วนพวกณดลฟกช้ำกันคนละเล็กละน้อย แต่เสียใจกับลูกหาบคนหนึ่งที่พวกเขาช่วยไม่ทัน

“ที่เราไม่โดนมนตร์นั่นเป็นเพราะช้องหมูป่าของแกครอบคลุมอยู่แน่ๆ” อาทิตย์เชื่ออย่างที่พูด แต่ณดลไม่ปักใจ บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ มึนงงไปหมด ขณะที่มาริสาเชื่อตามอาทิตย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับเพชรที่บอกว่าถ้าไม่มีของวิเศษ ป่านนี้เพชรในย่ามอาจไปอยู่ในตาแมวแล้วก็ได้

“แล้วพวกลูกหาบที่เหลือว่ายังไง”

“ว่ายังไงก็ว่าตามกัน”

“เพชรอธิบายเขาไปแล้ว จากจุดนี้กลับไปก็ไกลกว่าปลายทาง อันตรายอาจมีมากกว่าด้วย แต่ถ้าทำทุกอย่างสำเร็จ โอกาสรอดน่าจะมีมากกว่า”

“ฝากขอบคุณพวกเขาด้วย” พูดแล้วณดลก้มมองของสองอย่างในมือ...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!

ooooooo

วิทย์กับปัทมาเดินทางมาถึงจุดที่พวกณดลเคยพัก เจอหนังหมูป่าและคราบเลือดแห้งกรัง

“ซากหมูป่าโดนแล่...พวกนั้นผ่านทางนี้ไปแล้ว...ได้ของวิเศษไปด้วย”

“อะไร”

“ช้องหมูป่า”

“พ่อรู้ได้ไงว่าหมูป่าตัวนั้นมีช้อง”

“หนังมันไม่มีรอยโดนทำร้ายเลย ไม่มีรอยขีดข่วน โดนกัดเข้าโดยสัตว์อื่น ยกเว้นโดนยิง น่าจะเป็นตอนที่คายช้องไปดื่มน้ำ...เจ้าเพชรลูกพ่อ” วิทย์เผลอปากชื่นชมเพชรออกมา

ปัทมาชำเลืองมอง...เก็บซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจไว้

“ไป...เราน่าจะไล่หลังพวกนั้นเข้ามาแล้ว” วิทย์เดินจ้ำนำไปอย่างเร็ว

ขณะเดียวกันนั้นกลุ่มของณดลหยุดพักกลางวัน กินอาหารแล้วล้างหน้าล้างตา ก่อนที่ณดลจะเอามีดออกมาซ้อมปาใส่ต้นไม้ได้อย่างแม่นยำเข้ากลางลำต้นเป๊ะ

“อืม...น้ำหนักดีจังเลย”

เพชรมองปลื้มๆ ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด “เมื่อคืนขอบคุณนายมากนะ”

“ฉันขอร้องอะไรเธออย่างได้ไหม”

เพชรอ้าปากจะถาม ณดลชิงเอาช้องหมูป่ายัดใส่มือเธอทันที

“เก็บเอาไว้”

“มันเป็นของนาย ป่าต้องการให้นาย เขาไม่ได้ให้เพชร”

“ถ้าป่าต้องการให้ฉัน มันก็เป็นของฉันแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะให้ใครต่อก็ได้”

“ไม่เอาจริงๆ นายจำเป็นมากกว่าเพชร เพชรขอร้อง”

“ฉันมีงากำจัดแล้ว เธอก็ต้องปกป้องเพชรเม็ดนั้นเหมือนกัน”

“เพชรรับเอาไว้ไม่ได้” เพชรดึงดันยัดใส่มือคืนเขา

“ถ้าเธอไม่รับเอาไว้ ฉันจะทิ้ง” พูดไปแล้วเห็นเพชรหน้าเจื่อน เขารีบกลับคำ “เธอก็รู้ ฉันแค่ขู่ไม่กล้าทิ้งหรอกนะ รับไว้เหอะ แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ฉันยอม ไม่มีเงื่อนไขเลย”

“จริงนะ”

“จะให้ฉันทำอะไร”

“เพชรก็ยังไม่รู้ แต่นายต้องทำตามเพชรสั่งนะ หนึ่งอย่าง”

ณดลพยักหน้าแล้วเอาช้องหมูป่าใส่มือเพชร ย้ำว่าเอาไว้ป้องกันตัว...เพชรรับรู้ในความห่วงใยนั้น พูดแก้เขินว่าตนจะป้องกันเพชรเม็ดนี้ให้เขาด้วย

ooooooo

งากำจัดของณดลเล่นงานวิญญาณเทวีในร่างจันจนบาดเจ็บไปนอนกระอักเลือดหมดสติบนลานหิน แล้ววิญญาณนั้นก็ออกจากร่างจันไป เมื่อจันฟื้นขึ้นมาจึงรู้สึกเจ็บหน้าอก ลุกขึ้นเดินโซเซส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือและหนีห่างจากเทวรูปแมวตาโบ๋ที่อยู่บริเวณนั้นมาด้วยความหวาดกลัว

ระหว่างนี้เพชรมุ่งมั่นนำทางคณะของณดลต่อไป แต่เดินกันตลอดวันก็พบว่าวนกลับมาที่เดิม เพชรกับณดลรู้ว่าหลงทางแต่ยังไม่ปริปากบอกคนอื่นๆให้เสียขวัญ พยายามจะแก้ปัญหาแต่ดูเหมือนยังมืดมน

วิทย์กับปัทมาก็ประสบปัญหาเดียวกันคือเดินวกวนไม่คืบหน้า วิทย์รู้สาเหตุเป็นเพราะป่าปิดและรู้ด้วยว่าต้องเป็นฝีมือของวิญญาณร้าย ซึ่งเขามีวิธีทำให้ป่าเปิดด้วยการนำของต่ำมาทำพิธีทำลาย

เพชรเองก็รู้วิธีจัดการกับปัญหาป่าปิดเพราะเรียนรู้มาจากวิทย์ จึงนำกางเกงชั้นในผู้หญิงมาทำพิธีโดยมาริสายอมเสียสละมาให้ ทางด้านวิทย์ก็ใช้ของปัทมา แล้วสักพักมนตร์ดำนั้นก็เสื่อมสลายทำให้ป่าเปิดได้เหมือนเดิม แต่ทั้งวิทย์และเพชรต่างก็แทบเอาชีวิตไม่รอด โดยเฉพาะเพชรที่อ่อนวิชากว่า เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ณดลต้องปั๊มหัวใจอยู่นานสองนานกว่าจะฟื้นกลับคืนมา

หลังจากนั้นมาริสาหายเข้าป่าทึบเพื่อใส่กางเกงในกลับคืน อาทิตย์ตามไปเฝ้าอยู่ห่างๆ แต่แล้วเห็นว่านานผิดปกติจึงเดินเข้ามาดู ปรากฏว่าหลังพุ่มไม้ไม่มีมาริสา อาทิตย์ร้อนใจออกตามหาจนตัวเองพลัดหลงกับกลุ่มณดล

ณดลกับเพชรและพวกลูกหาบรอคอยสองคนนั้นอยู่พักใหญ่ก็เริ่มเอะใจ

“สองคนนั่นหายไปนานจัง”

“หรือว่าจะปวดหนัก”

“จะหนักจะเบาก็ไม่น่าจะนานขนาดนี้”

“เรายังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องผู้หญิงผู้ชายหรอก สองคนนั่นเขาอาจจะกำลังจู๋จี๋ คุยเรื่องอนาคตกันอยู่สองคนก็ได้”

“เพชรอาจจะไม่เข้าใจคุณอาทิตย์ แต่คุณมาริสาไม่น่าจะใช่คนที่มานั่งคุยเรื่องอนาคตกับผู้ชายในป่าแน่ๆ”

“นี่เราเครียดจริงๆนะเนี่ย...งั้นก็ไปดูด้วยกัน”

ณดลลุกขึ้น เพชรจึงหันไปตะโกนบอกลูกหาบให้กินข้าวรอก่อนได้เลย เราจะไม่พักที่ไหนจนกว่าจะค่ำ แล้วหลังจากนั้นสองคนก็เดินออกไปทางป่าทึบ ช่วยกันตะโกนเรียกอาทิตย์กับมาริสาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ กระทั่งไปเจอลูกน้ำเต้าแห้งใส่น้ำกับปืนของมาริสาที่ทำหล่นไว้

“เกิดอะไรขึ้น?” ณดลรำพึงอย่างหวั่นใจ ขณะที่เพชรใจคอไม่ดีเหลียวซ้ายแลขวาร้องเรียกอาทิตย์กับมาริสาระรัวไปหมด

 ooooooo

อาทิตย์เดินลุยป่าสะเปะสะปะป้องปากร้องเรียกมาริสาตลอดเวลา เมื่อไม่มีเสียงขานรับจึงเปลี่ยนไปเรียกณดลกับเพชรแต่ก็ยังเงียบกริบเหมือนเดิม

เขาพยายามเดินย้อนกลับทางเดิมแต่ยิ่งเดินก็ยิ่งหลงไกลออกไปทุกที ถึงขนาดก้าวพลาดกลิ้งหล่นไถลไปตามทางลงเนินจนหัวฟาดขอนไม้สลบแน่นิ่ง

ทางฝ่ายณดลกับเพชรเมื่อไม่พบอาทิตย์กับมาริสา จำต้องกลับมายังจุดพัก เพชรเดินไปหาลูกหาบแล้วเดินกลับมาบอกณดลว่า

“เพชรให้พวกนี้ตั้งค่ายรออยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน  เผื่อว่ามาริสากับคุณอาทิตย์ย้อนกลับมาจะได้เจอ ไม่งั้นเดี๋ยวจะแตกแถวกันไปใหญ่”

“เธอคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั่น ใครเป็นคนเจาะน้ำเต้าลูกนั้นปล่อยน้ำไหลออกมา”

“ถ้าเราตามสองคนนั่นเจอก็คงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เรามีโอกาสไม่เจอสองคนนั่นด้วยเหรอ”

“เพชรอยากโกหกนายนะ แต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ถึงเจอ...เราก็ยังไม่รู้ว่าจะเจอสองคนนั่นในสภาพไหน”

ฟังเพชรแล้วณดลยิ่งหนักใจ...ขณะเดียวกันนั้นวิทย์กับปัทมาเดินไปถึงจุดที่พวกณดลเคยหยุดพัก วิทย์เห็นรอยแตกที่ต้นไม้นึกรู้ว่าเป็นพวกเพชรแน่

“พวกนั้นมาได้ไกลกว่าที่พ่อคิดไว้จริงๆ”

“ใครถางอะไรแถวนี้ แล้วต้นไม้นั่นรอยอะไร”

“ช้างตกมันแทงงาขวิดหักแตกคาต้นไม้...งากำจัด”

“งากำจัด?”

“เหมือนป่าจะเป็นใจถือหางพวกนั้นอยู่ไม่ใช่น้อย ...ใกล้ค่ำแล้ว เราหาคบไม้นอนกันจะดีกว่า”

สองพ่อลูกกวาดตามองรอบทิศเตรียมหาที่ค้างแรมกันอีกคืน ขณะที่จันก็เดินวนเวียนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น เธอล้มลุกคลุกคลานทั้งหิวทั้งบอบช้ำ เจอแหล่งน้ำก็โผเผไปวักดื่มกินอย่างกระหายเต็มที่

 ooooooo

อาทิตย์สลบไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ พอรู้สึกตัวก็พบว่าค่ำแล้ว เขาเหลียวหน้าเหลียวหลังหวาดกลัว เห็นพุ่มไม้ไหววูบเพราะแรงลมก็ชักปืนออกมาส่ายไปรอบตัวอย่างระมัดระวัง คิดว่าน่าจะเป็นใครสักคนจึงตะโกนออกไป

“ใคร...ออกมานะ จะยิงนะ ส่งเสียงมา...มาริสาณดล เพชร”

ไม่มีเสียงตอบ อาทิตย์ยกปืนขึ้นฟ้าแล้วเหนี่ยวไก!  เสียงปืนดังก้องป่าทำให้ณดลกับเพชรหันขวับพยายามจับทิศทาง

“ทางนี้...” ณดลจะจ้ำไปแต่เพชรดึงเอาไว้ บอกว่า เราไม่รู้ว่าลมพามาจากไหน นายไปทางนั้นก็ใช่ว่าจะถูกทาง “แล้วเราจะปล่อยสองคนนั่นไว้ในป่าแบบนั้นน่ะเหรอ”

“นาย...เราเองก็กำลังอยู่ในป่า”

ณดลมองรอบตัวแล้วค่อยๆเย็นลง เสียงปืนเงียบหายไป มีแต่เสียงลมพัดอื้ออึง

“ไม่ใช่เพชรไม่ห่วงเพื่อนนายหรือคุณมาริสา แต่ว่าตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้...เอาตัวเองให้รอดก่อน”

“แต่เสียงปืนมันดังมาจากทางนี้จริงๆนะ”

เพชรตบมือหนึ่งครั้งเสียงดังก้อง ณดลลองทำบ้าง เสียงนั้นก็สะท้อนดังกลับมา

“ในป่ามันเงียบ เสียงมันสะท้อนก้องไปหมด ไหนจะลมพามา หรือพาไป เราก็ไม่รู้...เชื่อเพชรนะนาย”

“เราควรจะทำอะไรต่อไป”

เพชรแหงนหน้ามองบนต้นไม้ใหญ่อย่างใช้ความคิด ...หลังจากนั้นเพชรกับณดลก็ขึ้นไปบนต้นไม้ ผูกตัวติดกันแน่นอาศัยนอนบนนั้นเพื่อความปลอดภัยและอบอุ่นใจตลอดคืน

ooooooo

ขณะที่วิทย์กับปัทมากินข้าวกันในตอนเช้า

วันรุ่งขึ้น จันเดินโผเผโผล่มาหมดแรงเป็นลมลงตรงหน้า สองพ่อลูกตกใจและคาดว่าจันคงหลงป่า

“งั้นแสดงว่าพวกนั้นอยู่อีกไม่ไกลแล้วสิ”

“ต้องรอให้ฟื้นมาก่อน เราไม่รู้ว่าหลงมาไกลแค่ไหน กี่วันแล้ว”

“แล้วถ้าเกิดจันเห็นหนูเข้า...”

“เขาไม่มีวันได้ออกไปบอกใครหรอก เชื่อพ่อ” วิทย์พูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมจนปัทมาหวาดหวั่น

ทางฝ่ายมาริสาที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย แท้จริงเธอโดนคนป่าจับตัวไปกักขังในที่มืดจนป่านนี้ยังหาทางออกไม่ได้...ส่วนณดลกับเพชรก็ไม่ล้มเลิกที่จะตามหาอาทิตย์กับมาริสา โดยเพชรนำทางแกะรอยเท้าเรื่อยไปจนกระทั่งพบรอยเท้าในลักษณะเดินคนเดียว ซึ่งเพชรคาดว่าน่าจะเป็นอาทิตย์

“สองคนนั่นไม่ได้หายไปด้วยกันหรอกเหรอ”

“จากรอยที่แกะมาแล้ว...น่าจะเป็นคุณอาทิตย์หลงกระเซอะกระเซิงมา เพราะลักษณะการเดินบางครั้งก็วน บางครั้งก็จ้ำ หักไม้หักกิ่งมั่วไปหมด”

“ลักษณะการเดินยังไงคือหลงกระเซอะกระเซิง”

“คือ...ถ้าเรามีสติ มีสมาธิ เวลาเราย่ำความลึกของน้ำหนักที่ทิ้งลงไปจะสม่ำเสมอ แต่ถ้าเราขาดสติไม่รู้เหนือรู้ใต้ก็จะย่ำๆมั่วไปหมด ค่อยบ้าง ลงส้นบ้าง ปลายเท้าจิ้มบ้าง แล้วแต่อาการภายนอกจะพาไป”

ณดลพยักหน้าเข้าใจก่อนถามว่าเจอรอยมาริสาบ้างไหม เพชรส่ายหน้า คาดว่าคงไปคนละทางกันแน่

ระหว่างนี้ณดลเห็นแมงป่องที่ไหล่เพชร บอกเธอให้อยู่นิ่งๆเพื่อจับมันออก พอเพชรปลอดภัย ณดลกลับเป็นฝ่ายโดนแมงป่องนับสิบตัวเกาะหลัง ซึ่งกว่าจะถอดเสื้อและสลัดมันออกไปได้ณดลก็โดนกัดจนหลังแดงเถือกบวมเป่ง หน้าแดงก่ำคล้ายไข้ขึ้น

“นาย...เป็นยังไงมั่ง”

ณดลพยักหน้าว่าตนโอเค ทั้งที่เริ่มตัวร้อน “ฉัน...ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมเพชร”

“นิดหน่อย นายต้องไม่เป็นอะไร นายต้องไม่เป็น อะไร”

“ฉันดีใจนะที่ช้องหมูป่าอยู่กับเธอ...เธอต้องปลอดภัย”

“นายไม่น่าให้เพชรติดตัวไว้เลย นายน่าจะเอาไว้ป้องกันตัว”

“ฉันมีเพชรอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรก็ได้ เธอจะดูแลฉันใช่ไหม”

ณดลพูดเหมือนเพ้อเพราะพิษแมงป่อง เพชรสงสารเขาจับใจ

“เพชรจะดูแลนายเอง...เพชรจะดูแลนายด้วยชีวิตของเพชรเอง”

ณดลยิ้มอ่อนแรง แล้วก็หลับตาลงคอพับไปท่ามกลางความตกใจของเพชรที่ร้องเรียกเขาระรัว

“นาย...นาย...นายต้องไม่เป็นอะไร”

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 11 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 12 มี.ค. 2562 07:03 2019-03-14T00:48:58+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ