ข่าว

วิดีโอ



พชรมนตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย: นุ-อนุวัฒน์ ถนอมรอด

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร

ณดล นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อผู้สืบทอดกิจการบริษัทอัญมณีจากบิดาซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคประหลาดที่แม้แต่หมอยังไม่รู้สาเหตุ ตัดสินใจเข้าป่ากับอาทิตย์เพื่อนผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรเพื่อตามหา “พชรมนตรา” เพชรสีชมพูในตำนาน โดยมีวิทย์พ่อของเพชรเป็นพรานนำทางตามแผนที่ลายแทงโบราณของประพจน์

ในอดีตประพจน์พ่อของณดลออกตามหาพชร–มนตรา แต่คนที่ร่วมเดินทางไปกับเขาทุกคนไม่ตายก็หายสาบสูญกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ ดร.อมรเพื่อนรักของประพจน์ และไม่มีใครรู้เลยว่าประพจน์ได้เพชรกลับมาหรือไม่ เพราะหลังจากที่เขารอดมาได้ก็มีอาการแปลกๆ พร่ำเพ้อจนป่วย ณดลถึงต้องดั้นด้นออกตามหาเพชรตามคำแนะนำของนันทาน้องสาวของพ่อที่เชื่อว่าหากได้เพชรมา ประพจน์อาจจะมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น

นอกจากณดลจะได้วิทย์กับเพชรสองพ่อลูกนำทางแล้วยังมีลูกหาบอีกจำนวนหนึ่งมาด้วย เพราะข้าวของเครื่องใช้ของณดลค่อนข้างมากโดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกประสาคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่พิสมัยความสบาย

เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วกลุ่มของณดลหยุดพักกลางป่าใกล้ลำธาร วิทย์ให้ลูกหาบช่วยกันกางเต็นท์ตั้งแคมป์และเตือนณดลกับอาทิตย์ที่ชอบพูดเล่นให้ระวังปากเพราะอาถรรพณ์ป่าน่ากลัวกว่าที่คิด ณดลรับฟังแต่ไม่ค่อยปักใจเรื่องอาถรรพณ์ แต่ที่แน่ๆในป่ามีแมลงที่กัดแล้วคันมาก พอเขาจะเกาเพชรกลับร้องห้าม บอกว่าถ้าเกาจะยิ่งคันไม่หยุด ต้องใช้วิธีเลียเพราะพิษมันแพ้น้ำลาย

ณดลโดนแมลงกัดที่ข้อศอก พยายามจะเอาลิ้นเลียแต่ไม่ถึง เพชรเลยจัดการให้โดยใช้ปลายลิ้นแตะเบาๆ ละมุนละไมจนณดลเผลอเคลิ้มอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เพชรออกอาการเขินแปลกๆ ถามอายๆว่าเป็นยังไงบ้าง

“เออ...ไม่คันเลย ขอบใจนะ นี่...แล้วแกอย่าไปบอกใครนะ”

“เรื่อง?”

“ก็เรื่องที่มีผู้ชายมาเลียข้อศอกฉันน่ะสิ โดยเฉพาะเจ้าอาทิตย์เพื่อนฉัน ห้ามบอกเด็ดขาด มันล้อฉันยันกลับเข้าเมืองแน่ๆ”

เพชรรับปากทั้งที่ยังเขินไม่หาย ณดลยิ้มอารมณ์ดีกระเซ้าไอ้หนุ่มร่างอ้อนแอ้น

“นี่...ถ้ามันกัดตรงอื่นที่ฉันก้มไม่ถึง นายจะทำไงวะ”

เพชรคิดตามแล้วก็คอแข็ง ตาโต ไม่อยากคิดต่อ

“ไอ้บ้า ฉันล้อเล่น ฮ่าๆๆ” ณดลหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตบบ่าเพชรแล้วผละไป เพชรมองตามแล้วเอาหลังมือป้ายปากตัวเองเบาๆ พยายามไม่คิดอะไร

ooooooo

หน้าเต็นท์ของณดลหรูหราด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกมีทั้งลำโพง  ไอโฟน เครื่องชงกาแฟ ห่างออกมาอาทิตย์กำลังดูแผนที่ เพชรก่อไฟหน้าเปื้อนเขม่าดำมอมแมม ส่วนวิทย์กำข้าวสารเสกสะกดป่างึมงำ ลูกหาบต่างช่วยกางเต็นท์ที่พักอย่างหยาบๆ ขึงราวตากปลา ต้มน้ำ จัดเตรียมอาหาร

ณดลถือสมาร์ทโฟนหาสัญญาณพลางบ่นไม่ได้ดังใจเพราะไม่มีสัญญาณ นาฬิกาก็ตาย อะไรๆก็ใช้ไม่ได้ทำให้หงุดหงิดบ่นกระปอดกระแปดกับอาทิตย์ แต่พอเหลือบไปเห็นวิทย์เป่าข้าวสารเสกก็ถามว่าไปเอาหมอผีมาจากที่ไหน

“บอกต่อๆกันมา ไม่เชื่ออย่าไปลบหลู่”

ณดลส่ายหน้ายิ้มๆอย่างไม่เชื่อ เสียงติ๊ดๆดังจากโทรศัพท์หน้าจอแสดงว่าแบตหมด

“อ้าว เมื่อกี้ยังห้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่เลย มีใครเห็นเพาเวอร์แบงก์มั่งมั้ย ใครช่วยพ่วงแบตเตอรี่ต่อเครื่องชงกาแฟทีซิ มีใครพูดไทยได้มั่งมั้ย”

เพชรเป่ากองไฟอยู่ชำเลืองมองณดลแล้วก็ถอนหายใจเอือมระอา ขนาดอาทิตย์ยังอดว่าเพื่อนจอมบ่นไม่ได้

“ปากชอบสร้างศัตรูนะเนี่ยเราน่ะ”

วิทย์อยู่อีกทาง เอาถุงพลาสติกตักน้ำจากลำธารแล้วใช้หนังสติ๊กรัดจนป่อง เป่าเสกงึมงำก่อนเดินกลับไปหาเพชรบอกให้เอาน้ำไปรดโค้นต้นไม้ใหญ่ คืนนี้ผีไพรแรงอยู่

เพชรทำตามแต่กลายเป็นณดลดันเข้าใจผิดคิดว่าเพชรยืนฉี่ก็เลยจะไปยืนฉี่บ้าง แต่เพชรตกใจผละหนีไปด้วยท่าทีขยะแขยง

เมื่อเครื่องอำนวยความสะดวกของณดลใช้การไม่ได้สักอย่าง วิทย์เชื่อว่าเป็นอาถรรพณ์ของป่า เจ้าป่าเจ้าเขาไม่ชอบอึกทึก ณดลกอดอกถอนหายใจดังเฮือก

“แปลว่าจากนี้ไปเราจะไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก”

“นอนเมื่อหมดแสงตะวัน ออกเดินทางตอนพระอาทิตย์ขึ้น อย่าออกไปนอกปริมณฑล ผมขอเจ้าป่าคุ้มครองไว้เท่าที่เขตปางพัก”

“โรงเรียนประจำ? นี่เรากลับไปอยู่หอกันเหรอเพื่อน”

“ทำไงได้ ฉันเซียนแถวสีลม แถวนี้ไม่คุ้นว่ะ”

“ก็คงต้องตามนั้น ไม่มีเพลงฟังแล้วจะหลับมั้ยเนี่ย”

“ผมมียางคางคก เผาเอาควันรมไฟ ดมปื้ดเดียวเช้ายังไม่อยากตื่น” เพชรนำเสนอ ณดลทำตาปริบๆทวนชื่อยางคางคกอย่างรับไม่ได้ เพชรเลยเสนอของอีกอย่างมาให้มันคือแมงขี้ควาย อมไว้ใต้ลิ้นเคลิ้มดีเหมือนกัน

ณดลโบกมือไล่สองพ่อลูกอย่างเอือมๆ แล้วบ่นกับอาทิตย์ว่า “มันจะให้ฉันอมขี้ควายไว้ใต้ลิ้นก่อนเข้านอน”

“แมงขี้ควาย ไม่ใช่ขี้ควาย”

“เฮ้อ...เกิดอะไรขึ้นวะ อยู่ๆก็พัง ใช้ไม่ได้ทุกสิ่งอันขึ้นมาซะงั้น”

“หลายอย่างที่นักเรียนนอกอย่างแกไม่เข้าใจหรอก”

“งั้นแกเข้าใจ?”

“งงยิ่งกว่าแกอีก” อาทิตย์พูดติดตลก แต่ณดลหน้ายุ่งไม่ขำด้วย

ooooooo

ผ่านไปสักพัก เพชรไปดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำอย่างเพลิดเพลิน ณดลเดินมาชะเง้อมองเห็นด้านหลัง เพ่งมองตาพองก๋าเห็นแผ่นหลังขาวเนียน บ่นพึมพำว่าจะมีผู้หญิงแถวนี้ได้ยังไง

ชายหนุ่มประหลาดใจสุดๆ ด้อมๆมองๆหลังแนวไม้ แต่แล้วร่างนั้นก็อันตรธานหายไป และอีกไม่นานณดลก็สลบเหมือดด้วยฤทธิ์ยาอาบลูกดอกของเพชรที่แอบเป่าใส่ต้นคอเขาโดยไม่รู้ตัว

แล้วณดลก็มานอนสะลึมสะลือที่เต็นท์ในเวลาต่อมา เห็นใบหน้าอาทิตย์กับเพชรก้มมองและส่งเสียงเรียกปลุกให้ตื่น อาทิตย์ตบหน้าเพื่อนเรียกสติ แต่ตบเบาไปเพชรเลยต้องลงมือเอง

ได้ผลชะงัด! แรงตบนั้นทำให้ณดลหายมึนหายเบลอเป็นปลิดทิ้ง เพชรถามว่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน ณดลจับมือเพชรไว้บอกว่าเจ็บตรงที่แกตบนั่นแหละ

อาทิตย์เห็นเพื่อนรู้สึกตัวก็โล่งอก ณดลได้สติเหลียวมองรอบตัวแล้วรำพึงออกมา

“ผู้หญิง?”

เพชรหลบตาวูบ อาทิตย์เหนื่อยใจสัพยอกเพื่อนว่า

“ฟื้นมาก็ถามหาผู้หญิง นี่มันทางป่าไม่ใช่เส้นรัชดาภิเษก”

“ฉันเห็นผู้หญิงจริงๆ” ณดลยืนยัน แต่อาทิตย์หาว่าเขาเพ้อเจ้อ “จริง...แกไม่เห็นกันเหรอ...แล้วนี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“นายหมดสติอยู่ เพชรเลยให้ลูกหาบแบกมา”

“ฉันเห็นผู้หญิงจริงๆนะ ก่อนที่จะหมดสติไป”

“ไอ้เพชรรึเปล่า”

“ไอ้นี่มันยืนฉี่ แต่ที่ฉันเห็นน่ะผู้หญิง”

“เพชรว่านายคงไปโดนพิษหนามป่า”

“ไม่ใช่” พูดแล้วณดลจับต้นคอตัวเอง เริ่มสองจิตสองใจ เพชรได้ทีชี้ชวนให้เชื่อว่ามันทำให้เพ้อ ตาลาย ฟุ้งซ่าน

“แหงเลย นี่ไง...มีรอยจุดด้วย แดงเลย” อาทิตย์ชี้ที่คอเพื่อน เพชรเออออเพื่อให้จบเรื่อง คราวนี้ณดลเลยเถียงไม่ขึ้น พึมพำว่า

“พิษไพรเหรอ?”

เพชรพยักหน้าหงึกหงัก แต่ณดลยังติดตาบอกว่า “หลังขาวมากเลยนะ เนียนเชียว” อาทิตย์ถึงกับส่ายหน้าเอือมระอาเพราะคิดแต่ว่าเพื่อนเพ้อ ขณะที่เพชรลอบถอนใจอย่างโล่งอกไปที...

ooooooo

ค่ำแล้ว...บรรยากาศในป่าวังเวงเงียบสงัด อาทิตย์ชงกาแฟมาให้ณดลแล้วนั่งคุยกันข้างกองไฟห่างจากเต็นท์นอนพอสมควร โดยคนอื่นๆกระจายตัวออกไปตามจุดพักของตนและคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่เวรยามเพื่อระวังภัย

ณดลเล่าให้อาทิตย์ฟังว่าอานันทาของตนย้ำนักหนาว่าถ้าอยากช่วยพ่อต้องเข้าป่าเพื่อตามหาเพชรสีชมพู

“แล้วแกเชื่อเหรอว่าจะเจอสิ่งที่พ่อแกต้องการ”

“ฉันทำหน้าที่ลูก ถ้าไม่มี...พ่อก็จะได้ตัดใจซะว่ามันไม่มีอยู่จริง” พูดจบณดลซดกาแฟ แต่แล้วต้องพ่นทิ้งเพราะมันจืดชืดไร้รสชาติ ถามประชดว่า “นี่กาแฟหรือน้ำล้างแก้วกาแฟกันแน่”

“ก็เครื่องสตีมกาแฟมันไม่มีไฟ นี่ใช้แบบหยดผ่านเมล็ดกาแฟมาให้แกแล้วนะ”

“เสียบรรยากาศ” ณดลเทกาแฟทิ้ง เพชรกำลังต้มกาแฟร้องถามมาว่า

“ถ้าไม่รังเกียจจะลองกาแฟคนป่าดูมั้ยฮะ”

“นั่นต้มกาแฟอยู่เหรอ ถึงว่าหอมเชียว”

“เรียกว่าเคี่ยวดีกว่าถึงจะได้รสชาติ แก้วเดียวไม่มีหลับยาม”

“มาลองหน่อยซิ” ณดลยื่นแก้วเปล่าให้ เพชรรับมารินกาแฟใส่ อาทิตย์เห็นถึงความเข้มข้นเตือนเพื่อนว่าระวังนอนไม่หลับ จากนั้นก็บ่นถึงนันทาอีกว่า

“อาแกนี่ก็แปลกคนนะ รู้ว่าอันตรายก็ยังยุให้หลานมา”

“อาเขาก็คงห่วงพ่อแหละ พี่ชายทั้งคนนี่นา...เออ นี่สิถึงเรียกว่ากาแฟ สุดยอดเลยเนี่ย”

ณดลชมเปาะหลังชิมกาแฟของเพชรไป ถามอาทิตย์ว่าจะลองไหม อาทิตย์ส่ายหน้าแต่อยากรู้ว่ามันคือกาแฟอะไร

“ขี้บ่าง” คำตอบนั้นเล่นเอาณดลพ่นพรวด ถามเร็วจี๋ว่าแค่ชื่อเรียกใช่ไหม คงไม่ได้เอาขี้ลิงมาเคี่ยวกิน เพชรบอกว่าขี้บ่างไม่ใช่ขี้ลิง

“เดี๋ยวนะ คงไม่ใช่บ่างไปกินเมล็ดกาแฟแล้วเก็บขี้มันมา”

“เป๊ะเลยฮะ”

ณดลโยนแก้วทิ้งแล้วลุกพรวดออกไปโก่งคออ้วก อาทิตย์กับเพชรยิ้มให้กันอย่างขำขันเพราะความจริงมันแค่กาแฟป่าไม่ใช่ขี้บ่างอย่างที่บอก

“ต้องสั่งสอนซะบ้าง ไม่งั้นก็ไม่เข็ด”

“คุณอาทิตย์ฮะ คุณณดลมาค้นหาอะไรเหรอฮะ”

“พ่อเราไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าถูกจ้างนำทางมาตามหาอะไร”

“พ่อบอกแค่ว่าอาถรรพณ์...”

อาทิตย์กำลังจะอ้าปากพูด ณดลเดินเช็ดปากกลับเข้ามาตัดบทว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก เพชรเซ็งเลยชูหม้อกาแฟในมือถามว่าจะเอาอีกสักหน่อยไหม ณดลทำหน้าดุใส่แล้วหันมาคุยกับอาทิตย์ต่อ

อาทิตย์ถามถึงอาการของประพจน์ ณดลบอกตามตรงว่าไม่มีใครรู้ว่าพ่อเป็นอะไรแม้แต่หมอยังหาสาเหตุไม่ได้ ตนถึงต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่

วิทย์แอบฟังอยู่เงียบๆ กำมือแน่นจนสั่นคล้ายเก็บกดเจ็บแค้นแต่แสดงออกมาไม่ได้

ooooooo

ครู่ต่อมา เพชรเดินมากับณดลเพื่อไปยังเต็นท์ จู่ๆเพชรสะดุ้งร้องลั่นพร้อมตบต้นคอตัวเองใต้แก้มบอกว่าแมลงไพรกัด ณดลตกใจสั่งห้ามเกาเพราะก่อนหน้านี้เขาก็โดนมาแล้ว

“แต่มัน...โอ๊ย...นายก็รู้มันคันขนาดไหน”

“สัญญากับฉันอย่างนึงนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันไซ้ซอกคอผู้ชาย”

เพชรตกใจท้วงเร็วจี๋ “นายไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”

“ฉันรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน อยู่เฉยๆ”

ทั้งคู่มองหน้าสบตากัน แล้วณดลก็ก้มลงมาที่ลำคอขาวของเพชร ค่อยๆแลบปลายลิ้นออกมาเลียเบาๆ แค่นั้นเพชรก็ทั้งจั๊กจี้ทั้งสยิวจนมือตีนจิกเกร็ง พอณดลถอนหน้าออกมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง หนุ่มน้อยยังดึงสติกลับมาไม่ทันหลุดปากว่า

“นาย...ถามงี้ได้ไง”

ณดลทำหน้างง เพชรเลยได้สติแต่พูดตะกุกตะกักราวคนติดอ่าง

“อ๋อ...เอ่อ...ขอบคุณฮะนาย...ขอบคุณ ไม่คันแล้วฮะ”

“เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน เข้าใจไหม”

“ฮะ เพชรก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีผู้ชายด้วยกันมาไซ้ซอกคอ”

“ดีแล้ว”

สองคนถอยห่างจากกันตั้งท่าจะแยกย้ายไปนอนแต่เห็นอาทิตย์ยืนหัวโด่ ณดลตกใจมากถามเพื่อนรักว่ามานานหรือยัง ขณะที่เพชรอึกอักอยากอธิบายเรื่องราว แต่อาทิตย์ชิงพูดเสียก่อนว่า

“แมลงไพร...ฉันรู้”

“แกเข้าใจใช่มั้ย”

อาทิตย์พยักหน้าแต่ไม่วายกระเซ้ายิ้มๆว่า “ถ้ามันกัดต้นคอแกกับต้นคอไอ้เพชรพร้อมๆกัน ภาพมันจะออกมายังไงนะ”

เพชรเขินมากแทบเก็บอาการไม่อยู่ รีบวิ่งไปเข้าเต็นท์ตัวเองนั่งกอดเข่าใจเต้นโครมคราม มือหนึ่งลูบซอกคอที่โดนชายหนุ่มลิ้มเลีย อีกมือจิกต้นขาตัวเอง...จริตของสตรีกระเจิดกระเจิงจนควบคุมไม่ได้

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกันที่คฤหาสน์ศุภมิตรของประพจน์ ...วิญญาณเทวี หญิงหน้าผีน่าเกลียดน่ากลัวมีดวงตาข้างเดียวที่มากับเพชรสีชมพูเม็ดเขื่องซึ่งถูกซ่อนไว้ในตู้เซฟ กำลังยืนมองประพจน์ที่เปิดเซฟชื่นชมเพชรเม็ดนั้นด้วยความแค้นและชิงชัง

ประพจน์ไม่เห็นวิญญาณนั้น แต่รู้สึกเหมือนมีใครจับจ้อง รีบเก็บเพชรไว้อย่างเดิมแล้วกลับมานอนไอบนเตียงอย่างคนป่วยกระเสาะกระแสะไร้เรี่ยวแรง

เวลานั้นนันทาเดินออกมาส่งทนายวีระที่รถซึ่งจอดอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ วีระจับมือนันทาแต่เธอสะบัดออกด้วยท่าทีระแวดระวัง

“ปากมีหู ประตูมีตา ฉันไม่อยากให้เด็กในบ้าน เอาไปพูดให้พี่ประพจน์ได้ยิน”

“หลานคุณนันก็ไม่อยู่แล้ว จะกลัวอะไร”

“เกิดณดลมีโอกาสกลับมาได้ล่ะ”

“ในป่า...อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไหนจะสัตว์ป่า ไหนจะคน”

“นี่เธอส่งคนตามไปเหรอ”

“ผมไม่ได้เก่งเฉพาะเรื่องกฎหมายหรอกนะครับ คุณนันก็รู้” วีระยิ้มกรุ้มกริ่ม ไล้แก้มนันทาอย่างเสน่หา

“นี่...บอกว่าอย่าไง”

“วันก่อนไม่เห็นพูดอย่างนี้”

นันทาชักสีหน้าใส่แล้วมองขึ้นไปบนตึกอย่างไม่สบายใจนัก “ป่วยจะตายอยู่แล้วก็ยังไม่ยอมรับว่าเพชรนั่น...”

“ชู่ว์...เป้าหมายเราไม่ใช่แค่เพชรเม็ดนั้น ผม

ไม่สนใจหรอกว่ามันจะอยู่ที่คุณประพจน์หรือไม่ ที่เราต้องการคือทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพี่ชายคุณไม่ใช่เหรอ”

“คุณทนายไม่เข้าใจเรื่องผู้หญิงกับเพชรหรอก”

“ในเซฟนั่นมีอะไรอยู่บ้าง คุณนันไม่เคยเห็นมั่งเลยเหรอ”

“มีใครแตะต้องได้บ้างล่ะ จะเข้าไปในห้องยังแทบไม่ยอม ไหนจะรหัส”

“อาการแบบนั้นอยู่ได้อีกไม่นานหรอก แล้วทั้งหมดจะเป็นของคุณนัน”

นันทานิ่งไปทั้งที่ไม่สบายใจ ขณะที่วีระแย้มยิ้มแต่ความจริงซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใน

ooooooo

ภายในเต็นท์กลางป่า...ณดลกางแผนที่ลายแทงโบราณลงเบื้องหน้าอาทิตย์แล้วถามความเห็นว่า

“แกว่าเพชรตาแมวมันจะมีอยู่จริงไหมวะ”

อาทิตย์ยักไหล่ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ แต่อยากรู้ว่าประพจน์รู้ไหมว่าลูกชายขโมยลายแทงโบราณของเขามา ณดลส่ายหน้าแทนคำตอบ...แล้วบ่นต่อ

“ไม่รู้พ่อไปโดนใครหลอกมารึเปล่า แกเอาแต่ละเมอเรื่องเพชรในตาแมว”

“เท่าที่เคยได้ยินมา สมัยหนุ่มๆพ่อแกก็เคยออกเดินป่าตามหาเพชรที่ว่านี่ใช่ไหม”

“คนที่ร่วมขบวนมากับพ่อไม่ตายก็หายสาบสูญไปหมด เพชรก็ไม่มีใครเคยรับรู้อีกเลยว่ามันไปตกอยู่กับใคร มีจริงหรือไม่มีกันแน่”

“พรานนำทางที่ชื่อวิทย์นี่แกไปได้มาจากไหน”

“ทนายวีระติดต่อผ่านคนพื้นที่มาให้อีกที ก็ดูดีนะ ท่าทางขลังดี น่าพาไปเล่นกลขายยา”

“ดูยังไงแกก็ไม่เชื่อเรื่องอาถรรพณ์เพชรนี่อยู่ดีนะ แล้วแกมาทำไมวะ”

“อานันทาบอกว่าถ้าได้เพชรมาจริงๆ พ่อก็อาจจะสภาพจิตใจดีขึ้น อาการป่วยแบบหาสาเหตุไม่ได้ก็อาจจะมาจากสภาพจิตใจนี่แหละมั้ง”

“ถึงแกจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เป็นลูกที่ดีนะ”

“ถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะ”

ณดลพูดขาดคำก็มีเสียงปืนดังขึ้น ตามด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายของลูกหาบ สองหนุ่มในเต็นท์รีบหยิบปืน พอดีกับที่เพชรวิ่งเข้ามาพร้อมหน้าไม้ในมือบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

วิทย์กับลูกหาบยืนมุงซากเต็นท์หลังหนึ่งที่ขาดกระจุยกระจายมีคราบเลือดเต็มไปหมด พวกณดลวิ่งแทรกลูกหาบเข้ามาเห็นสภาพนั้นก็ผงะกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง วิทย์หันมาที่ลูกบอกให้ดูแลนายดีๆ เอาสร้อยนี้ให้พวกเขาห้อยคอไว้

เพชรรับสร้อยจากมือพ่อมา ณดลขื่นคอพะอืดพะอม คาดว่าแมวที่ก่อเรื่องจะตัวใหญ่ไม่เบา

“ตัวนี้เป็นเสือ ไม่ใช่แมว” วิทย์บอก

อาทิตย์ถามว่ามีใครเห็นตัวมันบ้าง บรรดาลูกหาบที่ไม่ใช่คนไทยแย่งกันตอบจนฟังไม่ได้ศัพท์ ณดล

ห่วงชีวิตคนอยากให้รีบตามมันไป แต่วิทย์ท้วงว่าอย่าเสียเวลาตามเลย

“เสียเวลาอะไร ชีวิตคนทั้งคน”

“พ่อหมายถึงว่า...คนที่โดนลากไปยังไงก็เสียชีวิตแล้ว”

“รู้ได้ยังไง” ณดลเสียงแข็งไม่พอใจ

“นายดูรอบๆสิ เลือดกี่ขวดถึงจะนองได้ขนาดนี้”

ณดลชะงัก เพชรบอกให้เขากับเพื่อนใส่สร้อยดีกว่าเพื่อความปลอดภัย แต่ณดลปัดมือเพชรที่ยื่นสร้อยมาอย่างฉุนๆ ยืนกรานว่ายังไงก็ต้องตามไปเอาศพกลับมา

“นายจะทำให้มีคนตายเพิ่ม”

“พูดเรื่องอะไรของเราฮึ! ไอ้หนุ่ม” ณดลตวาดเพชรแล้วร้องถามพวกลูกหาบว่ามีใครจะไปกับตนบ้าง

ทุกคนนิ่งเงียบ ณดลยิ่งโมโห บ่นไม่เข้าใจว่าการที่เราจะตามไปเอาศพคืนมามันทำให้มีคนตายเพิ่มได้อย่างไร...แล้วเดินกลับมานั่งฟึดฟัดข้างกองไฟ เพชรตามมาเลียบๆเคียงๆ

“เพชรรู้ว่านายกำลังโมโห”

“เราดูถูกว่าฉันจะพาคนไปตาย”

“เพชรเคยตามหมาป่าที่มันลากไก่ไปกิน เพชรไล่มันได้ศพไก่กลับมา ไก่ตาย หมาป่าไม่อิ่ม มันกลับไปฆ่าไก่ตัวอื่น ถ้ามันได้กินซากไก่ตัวแรก ไก่ตัวอื่นคงไม่ตาย”

“แล้วไง เราควรปล่อยให้มันกลับมาลากไก่ไปกินเรื่อยๆงั้นสิ”

วิทย์เดินเข้ามาบอกว่าเราจะออกล่าเมื่อพร้อม ตามไปตอนนี้ก็ไม่ต่างจากไก่ตื่นไปให้มันกิน อาทิตย์เดินมาหยุดมองเพื่อนรักที่อารมณ์เริ่มเย็นลง เห็นควรว่าให้รอพรุ่งนี้ฟ้าสางเราค่อยออกเดินทาง

ณดลเห็นอาทิตย์ใส่สร้อยที่วิทย์ให้ไว้ป้องกันภัย แต่ตัวเองจะไม่ยอมใส่เมื่อเพชรยื่นสร้อยอีกเส้นมา

“แล้วทำไมเราไม่ใส่”

“นาย...เป็นนาย”

“ฉันไม่ได้มีค่ามากไปกว่าแกหรอกเพชร” ณดลรับสร้อยมาใส่แล้วมองหน้าเพชรในระยะใกล้มาก...มากจนเพชรประหม่ารีบถอยห่างออกมา

ooooooo

เช้าขึ้นลูกหาบเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อย วิทย์ดูลายแทงของณดลก่อนจะบอกว่าเราออกเดินทางตามแผนเดิม ณดลยังข้องใจเรื่องเสือเมื่อคืน ตกลงจะตามมันหรือไม่

“นายไม่ต้องห่วง”

“มันตามเรามาแน่”

วิทย์กับเพชรเชื่ออย่างนั้น และมั่นใจด้วยว่ามันไม่ใช่เสือธรรมดา

“พรานก็ไม่ธรรมดาไม่ใช่เหรอ ไม่ได้กลิ่นสาบเสือเลยเหรอ”

“มันฉลาด เลียขนตัวเอง ทำความสะอาดก่อนเข้าจู่โจม”

“นั่นมันนิสัยแมวไม่ใช่เหรอ”

“พวกเดียวกัน นั่นดูสิ มันขย้อนขนทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย”

ทุกคนมองที่พื้นมีขนเปียกๆม้วนเป็นก้อน อาทิตย์เปรยว่าเหมือนมันหยาม วิทย์พยักหน้าบอกว่ามันเอาเราอีกแน่ เพชรมองณดลที่มีแววหนักใจ อยากรู้ว่าเขาจะเอายังไง ไปต่อหรือถอย

“ถ้ามันจะตาม ถึงถอยก็โดนอยู่ดี ลองดูสักตั้ง ถ้าจะต้องกลิ้งกันไปข้างนึงก็ขอกลิ้งไปข้างหน้าแล้วกัน”

ณดลตัดสินใจเฉียบขาด จากนั้นทั้งกลุ่มจึงเดินหน้าต่อไป...

สายวันเดียวกันที่คฤหาสน์ศุภมิตร ประพจน์กินข้าวกับนันทา กิริยาอาการของประพจน์แปลกประหลาด ชอบเลียมือเลียแขนตัวเองเป็นที่สะอิดสะเอียนของนันทาทุกทีที่เห็น มือที่เขาจับช้อนกินข้าวสั่นระริกจนข้าวต้มหกเลอะเทอะ นันทาข่มใจไม่ดุไม่ว่า แต่ถามว่าหมอนัดทำกายภาพอีกเมื่อไหร่

“ไม่รู้ จำไม่ได้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น...เจ้าดลมันเอาลายแทงโบราณของพี่ติดตัวไปด้วย”

“ลายแทงกำมะลอแบบนั้น นันบอกลูกพี่ไปแล้ว มันก็ยังจะเอาติดตัวไปอีก”

“มันเป็นของจริงที่พี่เคยใช้เมื่อยี่สิบปีก่อน”

“แล้วเป็นไงล่ะ ไม่เห็นได้เพชรกลับมาสักเม็ด รอดกลับมาได้คนเดียว”

“ถ้าได้เพชรกลับมา ก็ต้องตกเป็นของพิพิธภัณฑ์น่ะสิ...ไม่ได้มาหรอก เพชรน้ำงามขนาดนั้น”

“ไม่ได้มา...แต่ก็รู้ว่าน้ำงาม” นันทาดักคอ

“ก็ตามคำบอกเล่า ตกทอดมา เขาว่างามนี่”

ประพจน์ปกปิดความจริง...แล้วเลียหลังมือที่เลอะข้าวต้ม นันทาหมดความอดทนเผลอเสียงดังใส่

“ลุกไปล้างมือล้างไม้ซะ เลียอยู่ได้ มันจะสะอาดมั้ย”

วีระเดินเข้ามาพอดี ถามด้วยความสงสัยว่าทำไมหน้าบ้านแมวเยอะจัง นันทานิ่วหน้างง

“แมวอะไรที่ไหน ที่นี่ไม่ได้เลี้ยงสักตัว”

วีระมองออกไปนอกหน้าต่าง สองพี่น้องมองตาม แล้วก็เห็นแมวสี่ห้าตัว ประพจน์อ้างว่าเป็นแมวข้างบ้าน วีระบ่นว่าพักนี้ตนเจอบ่อยมาก นันทาเลยคาดว่ามันคงมาท้องคลอดลูกกันเอาไว้

“หรือไม่ก็มีใครไปรบกวนอะไรมัน”

นันทากระแอมปรามพี่ชายที่ชอบพูดเพ้อเจ้อ

“จะเอาอะไรกับนิทานประกอบลายแทง...นี่ถ้าไม่ลุกไปล้างมือจะไม่กินด้วยแล้วนะ”

ประพจน์ทำเป็นไม่ได้ยิน ชวนทนายวีระคุยสลับกับไอแห้งๆเหมือนมีอะไรติดคอ ที่สุดก็ขากมันออกมาจนได้ เป็นปอยขนคล้ายขนแมว วีระกับนันทามองหน้ากันอึ้งๆ ขยะแขยงเป็นที่สุด

ooooooo

ในป่า กลุ่มของณดลหยุดพักเที่ยงบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ วิทย์ให้เวลาครึ่งชั่วโมงแล้วเดินทางต่อ ณดลสังเกตเพชรไม่มีเหงื่อสักเม็ดทั้งที่คนอื่นๆเปียกชุ่มและส่งกลิ่นเตะจมูก

เมื่อโดนตั้งข้อสังเกตว่าผิวละเอียดเกินไป เพชรอ้างว่าตนพอกขมิ้นมันเลยคล้ายรองพื้นทำให้เนียนไม่มีรูขุมขน รักแร้ก็ใช้สารส้มดับกลิ่น

“แล้วฟันล่ะ ใช้อะไรขัดวะ ขาวสวยกว่าผู้หญิงอีกนะ”

“ว่านรางจืดฮะนาย”

“นี่ถ้าฉันไม่เห็นแกยืนฉี่ คงต้องคิดว่าแกเป็นผู้หญิงแน่ๆ”

“ตลกแล้วนาย” เพชรฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน

ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน เอาอาหารกลางวันออกมาแบ่งกันกิน วิทย์เหลียวมองรอบด้านก่อนพูดโพล่งว่า

“ไอ้ตัวเมื่อคืนมันตามเรามา...ไพรบังตา เจ้ามองไม่เห็นหรอก มันอาถรรพณ์ป่า”

เพชรเชื่อที่พ่อพูดและยินยอมรับปลัดขิกสลักอาคมที่พ่อส่งมาไว้ป้องกันตัว

“ห้อยเอวไว้ เชื่อพ่อ...พ่อยอมเสียลูกไปไม่ได้จริงๆ แม่เอ็งตายในป่าไปคนนึงแล้ว อย่าให้พ่อต้องเสียเอ็งให้ป่าอีกเลย รัดประคดให้แน่นซ่อนไว้ มีของดีไม่ต้องไปอวดใคร”

เพชรทำตามพ่อบอก นุ่งกางเกงรัดเอวใหม่แน่นหนาอย่างดีซ่อนของขลังนั้นไว้ข้างใน ณดลเพิ่งอิ่มข้าวเดินมาหาหนุ่มน้อย ส่วนวิทย์ผละไปอีกทาง

“ไง พร้อมออกเดินทางต่อรึยัง” สิ้นเสียงของณดล เพชรลุกขึ้นพรวดแต่ตะคริวกินขาจนร้องโอ๊ย ณดลหวังดีช่วยบีบน่องแต่บีบสูงไปหน่อยเจอปลัดขิก ดันคิดเตลิดเลยแซวขำๆว่า

“โหย...ไอ้นี่ไม่ธรรมดา ขนาดในป่ายังแข็งเป็นไม้เลย”

เพชรตาโตนึกได้ พูดอึกอักว่าพ่อให้มา...กลายเป็นโดนแซวหนักไปอีก

“รู้...พ่อรักมากนะเนี่ย นอกจากของตัวเองแล้วก็มีของแกนะเนี่ยที่พลาดไปโดนเข้า โทษทีไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่เกย์นะเว้ย” ณดลถูมือกับชายเสื้อแล้วเดินจากไปอย่างแหยงๆ ทิ้งให้เพชรเหวอ อ้าปากหวอกับความเข้าใจผิดนั้น

ooooooo

เป้าหมายของนันทาไม่ใช่แค่เพชร แต่เป็นทรัพย์สมบัติของประพจน์ เธอร่วมมือกับวีระส่งคนไปตามฆ่าณดลในป่า และขณะเดียวกันตัวเธอก็พยายามค้นหาเพชรที่เชื่อว่าพี่ชายได้มาแต่เก็บเป็นความลับไม่ยอมบอกใคร

นันทาแอบเอาโทรศัพท์มือถือไปซ่อนไว้ใกล้ตู้เซฟเพื่อให้กล้องวิดีโอจับภาพเวลาที่ประพจน์ใส่รหัสเปิดเซฟ ซึ่งเธอคิดว่าเพชรน่าจะอยู่ในนั้นเพราะพี่ชายหวงนักหนาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

การกระทำของนันทาอยู่ในสายตาวิญญาณเทวีตลอดเวลา แม้ผีไม่ปรากฏให้เห็นแต่นันทาก็รู้สึกได้ถึงความวังเวงน่ากลัวภายในบ้าน และบ่อยครั้งที่มีแมวดำตัวเขื่องกระโดดผ่านทำเอาเธอสะดุ้งโหยงขวัญหนีดีฝ่อ

ด้วยอาถรรพณ์ของเพชรที่ได้มาทำให้ประพจน์นอนฝันร้ายทุกคืน ฝันเห็นแมวดำและหญิงหน้าผีในชุดโบราณ เขาได้แต่เก็บความกลัวไว้ไม่กล้าบอกใครแม้แต่ลูกชายเพราะกลัวจะรู้ถึงความเหี้ยมโหดชั่วร้ายของเขาในอดีต แล้วตั้งแต่นั้นมาสุขภาพเขาก็แย่ลงทุกที เขาต้องพิการนั่งรถเข็นมาตลอดยี่สิบปีนับตั้งแต่ครอบครองเพชรสีชมพู

ประพจน์สำนึกผิดกับเหตุการณ์ในอดีต จึงให้ทนายวีระประกาศหาลูกสาวของ ดร.อมร เพื่อนสนิทที่โดนเขาฆ่าตายเพราะความโลภ แล้ววันหนึ่งหญิงสาวชื่อปัทมาก็มาปรากฏตัวที่บ้านของประพจน์ อ้างตัวเป็นลูกสาวของอมร แต่ทั้งประพจน์และนันทาไม่ไว้วางใจ

“เธอน่ะเหรอ ลูกด็อกเตอร์อมร”

“ท่านคงจำหนูไม่ได้ มันร่วมยี่สิบปีมาแล้ว”

“คงยาก ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเธอมันในป่า เธอเพิ่งจะไม่กี่ขวบ”

“หลังจากพ่อตาย หนูก็ถูกลักพาตัวไปโดยกะเหรี่ยงนำทาง”

“วาโพ...” ประพจน์ครางชื่อนั้นอย่างจำได้

“เขาเล่าให้หนูฟังก่อนที่จะเสียชีวิต หนูเติบโตมาตามแนวตะเข็บชายแดน ได้เรียนหนังสือจากครูอาสา”

“เดี๋ยวนะ ตั้งยี่สิบปี แล้วทำไมเธอเพิ่งจะโผล่มาเอาวันนี้ อ้างว่าเป็นลูกเพื่อนสนิทของพี่ประพจน์”

“หนูเพิ่งจะเต็มยี่สิบ วาโพบอกว่าท่านเคยสัญญากับเพื่อนเอาไว้ว่าจะดูแลลูกของเขาอย่างดีถ้ามีโอกาส”

“ด็อกเตอร์อมร...เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน” ประพจน์น้ำตาคลอคิดถึง

“ขนเสื้อผ้ามา...คิดว่าจะมาพำนักพักพิงกันง่ายๆ งั้นเหรอ สิบแปดมงกุฎ”

“เรื่องที่ปัท...เอ่อ...หนูเล่าให้ท่านฟังคงมีไม่กี่คนที่รู้เรื่อง นอกจากผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว”

“นั่นสิ ฉันเองก็อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอเล่า แต่มันก็ยี่สิบปีแล้วนะ”

“ถ้าท่านไม่เชื่อหนู ท่านน่าจะเชื่อของสิ่งนี้” ปัทมาชูสร้อยทองเหลืองเก่าแก่มีล็อกเกต ประพจน์ตกตะลึง เอื้อมมือที่สั่นระริกไปหยิบสร้อยเส้นนั้นมาพิจารณาแล้วถึงกับสะอึก ยกมือปิดหน้าร้องไห้ นันทาดึงสร้อยมาดูรูปในล็อกเกต มันคือรูปคู่ของอมรกับประพจน์ซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่ประพจน์มีในห้องนอน

“ลูกด็อกเตอร์อมรจริงๆเหรอเนี่ย”

ประพจน์น้ำตาคลอรู้สึกผิด บอกว่ามันเป็นสร้อยเส้นที่ขาดจากคอด็อกเตอร์อมรตอนอยู่ในถ้ำเมื่อยี่สิบปีก่อน

“กะเหรี่ยงนำทางที่ชื่อวาโพเก็บไว้ให้หนู”

ท่าทางประพจน์เชื่อสนิท ขณะที่นันทายังคงพิจารณาปัทมาอย่างไม่ไว้วางใจ

ooooooo

ในป่า...คณะของณดลพักแรมกันอีกคืนหลังจากรอนแรมมาตลอดวันอย่างเหนื่อยล้า แต่คืนนี้ทุกคนมีความพร้อมกว่าคืนแรก แบ่งเวรยามเฝ้าระวังโดยรอบและขึงเชือกร้อยกระป๋องไว้เตือนภัย

ณดลกับอาทิตย์นั่งกินข้าวข้างกองไฟพร้อมกับดูแผนที่ สักครู่เพชรเข้ามาบอกว่า

“พ่อบอกว่าสายๆพรุ่งนี้คงถึงปากถ้ำตามลายแทง”

“ถ้าไม่เจอเพชรที่พ่อแกพร่ำเพ้อจนป่วยก็กลับ” อาทิตย์พูดกับณดล

“อืม...จะได้พูดกับพ่อได้เต็มปากว่าเลิกหมกมุ่นซะที เผื่อจะหายป่วย”

“พ่อแกก็เคยมาแล้วรอบนึงยังคว้าน้ำเหลว แล้วแกคิดว่าจะได้อะไรติดมือกลับไป”

“ไม่รู้”

“ยี่สิบปีก่อน พ่อนายไม่ได้เอาอะไรกลับไปจริงเหรอ”

ณดลหันขวับมาเสียงขุ่นใส่เพชร “แกกำลังว่าพ่อฉันโกหก”

“เปล่าฮะ เห็นนายคุยกันว่าพ่อนายป่วยหาสาเหตุไม่ได้ ท่านอาจจะเผลอหยิบอะไรติดมือกลับไปโดยเจ้าที่เขาไม่เต็มใจรึเปล่า”

“หนักเลย แกกำลังว่าพ่อฉันเป็นโจรนะ”

“ไม่ๆๆ คือ...คนเราบางทีมันโลภไม่รู้ตัว” ยิ่งพูดยิ่งแย่ เพชรรีบปิดปากตัวเอง ณดลกอดอกมองเคืองๆ

วิทย์ได้ยินจึงเดินเข้ามาเปรยว่า “โทษจิตใจคนเราไม่ได้หรอก ของบางอย่างมันก็ยากที่วิญญาณมนุษย์อย่างเราๆจะต้านทานได้”

“นี่อีกคน” ณดลเบ้หน้า แต่วิทย์ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงพูดต่อไปตามความรู้สึกของตัวเอง

“บางอย่างมันมีมนต์ เพชรบางเม็ดมันสะกดคนอยู่ มีอำนาจเป็นของมันเอง”

“มนต์แห่งเพชร...พชรมนตรา” ณดลเผลอตัวพึมพำ อาทิตย์กับเพชรก็เช่นกัน ต่างพูดเหมือนละเมอ วิทย์เห็นท่าไม่ดีคว้าผงบางอย่างซัดใส่กองไฟจนเปลวไฟกระพือขึ้นทันใด ทุกคนถึงได้สติ วิทย์เชื่อในอาถรรพณ์ของเพชร ย้ำว่า

“ของบางอย่างแม้แต่ชื่อก็ไม่ควรเอ่ย”

ooooooo

คืนเดียวกันที่บ้านประพจน์ นันทาเจอจานใส่นมตรงทางเดินและเห็นแผ่นหลังใครสักคน เข้าใจว่าเป็นปัทมาจึงร้องเรียกด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ แต่แล้วร่างนั้นกลับเลือนหายไป

เดินต่อไปถึงเจอปัทมา นันทามองอีกฝ่ายอย่างไม่ถูกชะตา พอโดนเรียกป้าก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ สั่งห้ามเรียกอย่างนั้นเด็ดขาด ให้เรียกคุณแทน...

ส่วนในป่า ณดลเตรียมตัวไปอยู่ยามสลับกับเพชรที่ให้เข้ามานอนพัก ส่วนวิทย์นั้นหลับไปแล้วเพราะเพชรแอบผสมยางคางคกให้พ่อกินจะได้พักผ่อนเต็มที่

ขณะอยู่ยามณดลเห็นผู้หญิงเดินหายไปในราวป่า เขาติดตามไปกระทั่งเห็นว่าเป็นเจ้าเพชรแต่ทำไมแต่งชุดผู้หญิง ถามว่าเอาของใครมาใส่ อยากเป็นกะเทยหรือ  เพชรไม่ตอบแถมยังเดินเร็วขึ้นทำให้ณดลต้องเร่งฝีเท้าตาม

ทันใดมีสัตว์ตัวใหญ่กระโจนเข้าใส่ ณดลหลบและทำคบไฟหลุดมือ แล้วอาจโดนสัตว์ร้ายขย้ำตายถ้าเพชรไม่โผล่มายิงหน้าไม้ใส่มันจนแน่นิ่ง

ณดลรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเพชรที่ช่วยชีวิต สองคนดูซากดำทะมึนที่กองอยู่ไม่ถนัดตาเพราะความมืด กระทั่งเช้าพวกลูกหาบนำร่างสัตว์ตัวนั้นไปฝังดิน แต่ก็ยังสรุปกันไม่ได้ว่าเป็นเสือหรือแมว

วิทย์ไม่คิดอย่างนั้น เชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์...และถ้ามีผู้พิทักษ์แสดงว่าเราเข้าใกล้จุดหมายตามที่ลายแทงบอกไว้ซึ่งไม่น่าเกินสองชั่วยาม

ณดลไม่เชื่อเรื่องผู้พิทักษ์ ขณะที่อาทิตย์เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ที่แน่ๆคือคราวนี้เพชรโดนพ่อดุที่แอบวางยา

“เพชรขอโทษ เพชรอยากให้พ่อพักผ่อน”

“แล้วเป็นไงล่ะ”

“ฉันขอรับผิดเองแล้วกัน ถ้าฉันไม่ออกนอกปางพักมาก็คงไม่เกิดเรื่อง ลูกพรานช่วยชีวิตฉันไว้ นั่นคือความจริงที่เกิดขึ้นแน่ๆ”

วิทย์ถอนใจ ไม่รู้จะตำหนิยังไงดี อาทิตย์ยังข้องใจเรื่องที่ณดลบอกว่าเดินตามเพชรออกมามันยังไงกันแน่

“นั่นสิ ทำไมฉี่ไกลแท้”

“เป็นเพชรต่างหากที่ตามรอยนายออกมา”

“บ้า...ฉันเห็นเราถึงเดินตามมา แล้วก็เราก็หายไป”

ณดลกับเพชรเถียงกันจนวิทย์กับอาทิตย์หวาดหวั่นเหลียวมองรอบตัว

“นี่เรากำลังจะบอกว่าฉันตาฝาดเดินตามไอ้ตัวนั้นมาต้อยๆให้มันเคี้ยวน่ะนะ บ้าแล้ว”

“สิ่งที่นายกำลังตามอยู่ นายอาจกำลังไปกวนเรื่องที่มันควรจะอยู่อย่างสงบไปแล้วก็ได้” วิทย์พูดซะทุกคนยิ่งกลัว แต่ณดลยังไม่วายเถียงว่า

“ฉันกำลังพยายามช่วยพ่อฉันอยู่”

“และ...หรือแกก็กำลังทำให้เรื่องมันอาเพศหนักเข้าไปอีก”

ณดลนิ่งคิดตามที่อาทิตย์พูด...แต่แล้วส่ายหน้าพยายามไม่เชื่อเรื่องที่เหนือธรรมชาติ ตัดบทบอกให้ออกเดินทางกันต่อ

ooooooo

เพราะเมื่อคืนเจอจานใส่นมวางไปทั่วบ้านทั้งที่ไม่ได้เลี้ยงแมวสักตัว เช้านี้นันทาเลยมาไล่บี้

เอากับแช่มและชุ่มสองคนรับใช้ แต่ทั้งคู่ยืนยันไม่รู้เรื่อง นันทาจึงเบนเข็มมาที่ปัทมาผู้มาใหม่

“หรือว่าเป็นเรา มาวันแรกก็ได้เรื่อง”

“เปล่าค่ะ แก้วนี้หนูดื่มเอง” ปัทมาดื่มนมโชว์แล้วเลียริมฝีปากชวนให้ขนลุก

“บอกความจริงมา เป็นเราใช่มั้ย”

“เปล่าจริงๆค่ะคุณนัน”

“ถ้าโกหกกันตั้งแต่เริ่มแรกแบบนี้ก็คงจะอยู่ร่วมชายคากันไม่ได้”

นันทาจะเล่นงานปัทมา แต่ต้องชะงักเพราะประพจน์พาตัวเองบนรถเข็นเข้ามา

“ฉันทำเองแหละ เป็นคนเทนมใส่จานเลี้ยงแมวเอง”

“แต่บ้านเราไม่ได้เลี้ยงแมวนะ”

“ก็พักนี้เห็นมาจากไหนนักก็ไม่รู้ จะเป็นไรไป นมกล่องละไม่กี่บาท”

“ไม่ใช่ว่าแก้ตัวแทนใครนะ”

“ใครที่เธอว่าเป็นลูกของ ดร.อมร เพื่อนของพี่”

“ถ้าใช่นะ...หวังว่าคงจะไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎ”

“ปัทเป็นลูกของด็อกเตอร์อมรจริงๆค่ะ”

“แล้วเราจะได้รู้กัน” นันทาจิกตาใส่ปัทมาแล้วสะบัดหน้าจากไป

“ฉันหวังว่าเธอคงจะเป็นลูกของอมรจริงๆนะ”

“ค่ะ” ปัทมารับคำหนักแน่นพร้อมส่งยิ้มหวานให้ประพจน์ไว้เนื้อเชื่อใจ

ooooooo

คณะของณดลเดินทางท่ามกลางแสงแดด

แผดร้อนโดยมีวิทย์นำหน้า แต่ละคนเหงื่อชุ่มเหมือนอาบน้ำ ณดลสงสัยถามวิทย์ว่าทำไมไม่ถึงจุดหมายสักที

“ดูท่าเหมือนจะมีอะไรผิดปกติ”

“อะไรล่ะที่ว่าผิดปกติ”

เพชรชี้มือไปที่หลุมฝังศพสัตว์ตรงหน้า ณดลพึมพำ “เราเดินวนกลับมาที่เก่า?”

“ผู้พิทักษ์...ถึงตายแล้วยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่”

“หลงก็บอกว่าหลงเหอะ ไม่เสียฟอร์มหรอก” 

ณดลปากดี อาทิตย์สะกิดปรามแต่เพื่อนก็ยังไม่หยุด 

“ก็ดูซิ อ้างผีอ้างสางอะไรก็ไม่รู้”

“แต่ที่เราเจอกันมาตลอดทางก็ควรจะเชื่อเอาไว้มั่งนะ”

“วันหลังช่วยพาพรานนี่ไปกรุงเทพฯทีนะ จะพาเดินหลงพารากอนให้เข็ด”

อาทิตย์ส่ายหน้าหน่ายใจเพื่อนรัก เพชรถามพ่อว่าจะเอายังไงดี วิทย์ตัดสินใจจะสะกดวิญญาณผู้พิทักษ์!

เวลาเดียวกันนั้นที่ห้องนอนประพจน์...นันทาแอบเข้ามาเอาโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนไว้ ได้ยินเสียงเตือนแบตใกล้หมด เธอหงุดหงิดถือมันเดินลิ่วออกจากห้อง แต่แล้วจ๊ะเอ๋กับปัทมาจนสะดุ้งตกใจ แว้ดใส่อย่างจับผิดทั้งที่ตัวเองเพิ่งออกมาจากห้องพี่ชาย

“จะเข้าไปขโมยอะไร”

“ปัทไม่ได้เป็นคนเข้าไปในห้องนอนคุณประพจน์นะคะ”

 “หล่อนว่าฉันเข้าไปขโมยของงั้นเหรอ นี่บ้าน ฉันนะ”

“ปัทยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”

“ดี จะไปไหนก็ไป”

ปัทมามองนันทาที่มีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เดินจากไปเงียบๆ

นันทารีบเข้าห้องนอนตัวเอง ชาร์จโทรศัพท์มือถือแล้วเปิดดูภาพที่บันทึกได้ แต่แทนที่จะเป็นภาพหน้าตู้เซฟเพื่อจะรู้เห็นรหัสเปิด กลับเป็นภาพประพจน์คลานลงจากเตียงมาเลียนมในจานไม่ต่างอะไรจากแมว

“ทำอะไรของเขา” นันทาบ่นแล้วเพ่งมองอีก คราวนี้สะดุ้งเฮือกเหมือนโดนผีหลอก แต่พริบตาเดียวสิ่งที่เห็นก็หายวับไป คงเหลือแต่ประพจน์ที่ยังก้มหน้าก้มตาเลียนมในจาน

ทางด้านกลุ่มของณดลในป่า วิทย์เตรียมทำพิธีสะกดวิญญาณผู้พิทักษ์ ณดลไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ก็เลยแกว่งปากอยู่เรื่อยจนอาทิตย์ต้องคอยปราม

หลังทำพิธีสะกดวิญญาณ ณดลกับอาทิตย์พูดกันถึงเพชรสีชมพูหรือพชรมนตรา พลันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลูกหาบชายคนหนึ่งกรีดร้องคล้ายเสียงผู้หญิงวิ่งถือมีดมาทำร้ายณดล โชคดีที่วิทย์ช่วยไว้ทันและสวดคาถาอาคมครู่หนึ่งลูกหาบก็หมดสติไป วิทย์บอกทุกคนอย่างมั่นใจว่า

“จากนี้ไปเราจะเข้าสู่เขตของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว ขอให้ระวังตัวกันให้ดี”

ทุกคนหวาดหวั่น อาทิตย์เชื่อว่าหากใครพูดถึงเพชรนั้นจะเกิดเหตุแปลกๆแบบนี้ แต่ณดลยังเถียงว่าเป็นการอุปาทาน

“ลึกแล้วแกก็เชื่อแหละ ไม่มากก็น้อย แต่ความเป็นนักเรียนนอกของแกมันเป็นมิจฉาทิฐิมาบดบังไว้ กลัวว่าจะกลายเป็นคนงมงาย เรื่องมนต์ของเพชร”

“พชรมนตรา!?...นี่แกเพื่อนฉันหรือเพื่อนพรานนั่นกันแน่”

“เพื่อนแกสิ แต่อย่าลืมนะแกเป็นคนอยาก

มาตามหาพชรมนตรา แกเป็นคนลากทุกคนมาเสี่ยง”

“งั้นก็อย่ามาสิ แต่แกก็มา เพราะแกเองก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องเพชรเม็ดนี้นี่ไม่ใช่เหรอ”

“เออ! จะว่าอย่างงั้นก็ได้”

สองหนุ่มเสียงดังใส่กัน เพชรใจไม่ดีเรียกพ่อมาช่วยห้าม บอกว่าคุยกันอยู่ดีๆ แต่พอพูดถึงเพชรเม็ดนั้นก็เป็นแบบนี้...วิทย์มองหน้าณดลกับอาทิตย์ พึมพำทำมือ คล้ายสะกดอากาศ สองหนุ่มที่เถียงกันผ่อนลมหายใจ แล้วต่างก็สารภาพว่าตัวเองเป็นอะไรไม่รู้ จู่ๆหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ

วิทย์ร้องบอกลูกหาบ “ตั้งขบวน เรากำลังจะถึงปากถ้ำพ้นเนินนี่ไปแล้ว”

ทุกคนสูดลมหายใจรวบรวมความกล้า...พร้อมเจอทั้งที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่

ooooooo

เย็นนั้นประพจน์มีโอกาสพูดคุยกับปัทมาตามลำพังขณะเธอพาเขานั่งรถเข็นไปตามสนามภายในรั้วบ้าน

“เรารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเรา” ปัทมาส่ายหน้า ประพจน์ถามต่อ “วาโพไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังบ้างเลยเหรอ”

“ไม่เลยค่ะ พ่อวาโพมาบอกว่าปัทไม่ใช่ลูกก็เท่านั้นเอง เกิดอะไรขึ้นกับด็อกเตอร์อมรพ่อของปัทคะ”

“ฉันจำอะไรไม่ได้จริงๆ”

พลันทั้งคู่ได้ยินเสียงหมาเห่าดังมาก ประพจน์ มองไปนอกรั้วเห็นหมาหลายตัวเห่าไม่หยุด เขาร้องเรียกชุ่มกับแช่มมาไล่พวกมันพร้อมบอกปัทมาให้พาตนเข้าบ้าน

พอประพจน์หายไปจากตรงนั้น เสียงหมาหยุดเห่าโดยที่สองคนรับใช้ไม่ต้องทำอะไรเลย ทั้งที่ตอนแรกแช่มตั้งใจจะไปเอาน้ำมาสาด ความประหลาดนี้เล่นเอาแช่มกับชุ่มบ่นอุบแถมยังทำท่ากลัวๆ

ค่ำแล้วคณะของณดลมาถึงหน้าถ้ำ จู่ๆฝนตกโปรยปราย เพชรถามพ่อว่าเราจะเข้าไปในถ้ำเลยไหม

“ยังไม่ได้ทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา จะเข้าบ้านใครไม่ใช่อยู่ๆจะย่ำ...”

“เลอะเทอะ” ณดลพูดสวนอย่างไม่เชื่อ

ฉับพลันทันใดธนูดอกหนึ่งพุ่งมาปักหลังลูกหาบที่เดินตัดหน้าณดล ทุกคนนึกว่าเจ้าป่าเจ้าเขาเล่นงานแต่ดูดีๆเป็นโจรป่าตัวเป็นๆ วิทย์บอกว่าพวกเราถูกสะกดรอยตาม ณดลจึงให้ทุกคนเข้าไปตั้งหลักในถ้ำไม่ต้องทำพิธีอะไรแล้ว

แท้จริงโจรป่าพวกนั้นเป็นคนที่วีระส่งมาดักทำร้ายณดล แต่ไม่มีใครรู้ คิดว่าเป็นคนที่ต้องการเพชรเหมือนที่พวกณดลกำลังตามหาอยู่

วิทย์ให้เพชรพาณดลกับอาทิตย์เข้าไปหลบในถ้ำ ส่วนเขากับพวกลูกหาบปะทะกับโจรป่าอยู่ด้านนอก

ขณะที่กลุ่มของณดลเข้าไปภายในถ้ำอย่างระมัด ระวัง...ประพจน์อยู่ที่บ้านนอนฝันร้ายกระสับกระส่ายย้อนเหตุการณ์ตอนตัวเองเข้าถ้ำแห่งนั้นพร้อม ดร.อมร เพื่อนรักและวาโพผู้นำทาง แล้วเจอเพชรสีชมพูอยู่ในเทวรูปแมว

และวันนี้ณดล อาทิตย์ และเพชรก็ได้เห็นแท่นหินที่มีเทวรูปแมวประดับอยู่ แต่เทวรูปแมวที่เห็น ดวงตาข้างหนึ่งโบ๋ลึกไม่มีเพชร เป็นเพราะเมื่อยี่สิบปีก่อนประพจน์กับอมรได้เคยเข้ามาในถ้ำแห่งนี้โดยการนำทางของวาโพ และเมื่อทั้งคู่ได้เห็นพชรมนตรา เพชรล้ำค่าที่เต็มไปด้วยอาถรรพณ์ ด้วยอำนาจของเพชรทำให้ประพจน์กับอมรแย่งเพชรกัน

นอกจากจะเจอเทวรูปแมวที่ตาโบ๋ข้างหนึ่ง พวกณดลยังพบโครงกระดูกชวนให้สงสัยว่าเป็นกระดูกใคร?

อาทิตย์คาดว่ามีใครบางคนเอาเพชรที่ตาแมวไปแล้วโดยเก็บไว้เป็นความลับไม่ยอมบอกใคร ณดลก็เชื่อเช่นนั้น และรู้ทันด้วยว่าการกระทำนั้นเพื่อไม่ให้เพชรตกเป็นของพิพิธภัณฑ์

“แล้วแกจะทำยังไงต่อไป” อาทิตย์ถาม

ณดลตัดสินใจจะเอาเทวรูปแมวไปเพื่อหาดวงตาคืนให้มัน แต่พอเขาเอื้อมมือหยิบเทวรูป ถ้ำก็สั่นสะเทือนอย่างน่ากลัว ณดลรีบเก็บเทวรูปขนาดเท่าแจกันใบใหญ่ใส่กระเป๋าสะพายแล้วเร่งอาทิตย์กับเพชรวิ่งหนีออกจากถ้ำทันที

ooooooo


ละครพชรมนตรา ตอนที่ 1 อ่านพชรมนตราติดตามละครพชรมนตรา ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เมลดา สุศร 14 ก.พ. 2562 09:50 2019-02-17T00:54:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ