ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิทธิพลหยิบแฟ้มคดีของเก่งกาจมาดู เอารูปเก่าๆในกล่องกระดาษที่เขาถ่ายกับเที่ยงธรรมมาดู ทั้งเศร้าทั้งแค้น

ป้าหนอมเอากาแฟมาให้ ถามว่าดูรูปพวกนี้ให้เศร้าใจทำไมอีก

“ฤดีอาจจะพูดถูกก็ได้ เที่ยงธรรมตายเพราะฉัน”

“ไม่ จริงค่ะ คุณชาติชายเป็นคนยิงคุณเที่ยงธรรม คนที่ทำให้คุณธรรม์ต้องกำพร้าพ่อ คือคุณชาติชายต่างหาก อิฉันล่ะไม่อยากเรียกคุณด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ยังไงๆเขาก็เป็นเพื่อนคุณท่าน” ป้าหนอมพูดอย่างมีอารมณ์

“ไอ้ชาติชายมันไม่ใช่เพื่อนฉัน! มันกำลังรอชดใช้กรรมอยู่ที่ไหนสักแห่ง! แต่อีกไม่นาน ฉันจะต้องเจอตัวมัน แล้วฉันจะลากมันเข้าคุกด้วยมือของฉันเอง!”

อิทธิพลดูรูปเพื่อนรักที่ถ่าย หมู่ 3 คนขึ้น มีรูปตัวเองกับเที่ยงธรรม คนถัดไปถูกพับไว้เหมือนตัดจากความเป็นเพื่อนไปแล้ว! ครู่หนึ่งเขาค่อยๆ คลี่รอยพับออก เผยให้เห็นว่าคนที่สามในรูปคือชาติชาย เขาจ้องหน้าชาติชายในรูปพึมพำแค้น

“แล้วเราจะต้องได้เจอกันไอ้ชาติชาย! ไอ้เพื่อนทรยศ!!”

ooooooo

พอชูชัยรู้ชื่อและนามสกุลของธรรม์ เขาจ้องหน้าธรรม์อึ้ง มีความรู้สึกมากมายในใจ แต่พึมพำออกมาได้แค่ว่า...

“มิน่า...หน้าตา คุณถึงได้คุ้นๆ...” ธรรม์ถามอย่างตื่นเต้นว่าเขารู้จักพ่อตนหรือ? “คุณหน้าตาเหมือนเพื่อนของผมคนนึง ยิ่งเห็นหน้าคุณ ผมก็ยิ่งคิดถึงได้ เพื่อนของผม มันไม่น่าเลย...ทำไมเรื่องจบลงแบบนี้ได้...ถึงคุณพ่อคุณไม่อยู่แล้ว แต่ผมบอกคุณได้เลย ถ้าเขายังอยู่ เขาจะต้องภูมิใจในตัวคุณมาก หมวดธรรม์...”

ชู ชัยถามว่าตอนนี้ธรรม์อยู่กับใคร ชนมนเห็นหน้าเขาซีดมากบอกว่าไว้วันหลังค่อยคุยต่อดีกว่า เพราะดูพ่อเหนื่อยมาก ธรรม์จึงขอลากลับ ชูชัยยังพยายามพูดทั้งที่เหนื่อยมากว่า “ไปได้เลยๆ ผมจะรอนะ หมวดธรรม์” จนชนมนแปลกใจ ถามว่าพ่อไม่เกลียดตำรวจแล้วหรือ?

“ในโลกนี้มีตำรวจสองคนที่พ่อไม่เกลียด คือหมวดธรรม์คนนี้แล้วก็...เพื่อนของพ่อ”

“อ้าว...” ชนมนอุทานกลั้วเสียงหัวเราะขำๆ “พ่อมีเพื่อนเป็นตำรวจเหรอเนี่ย งั้นที่หนูสงสัยก็ไม่ใช่แล้วสิ หนูนึกว่าที่เราย้ายบ้านกันบ่อยๆ เพราะพ่อคอยหนีตำรวจซะอีก พ่อนอนพักเถอะ”

พอชนมนห่มผ้าให้ จัดเก็บของเอาไปไว้ที่โต๊ะ ชูชัยก็หยิบรูปเก่าๆ จากกระเป๋าสตางค์ออกมาดู เป็นรูปตัวเองที่ยังเป็น “ชาติชาย” ถ่ายกับอิทธิพลและเที่ยงธรรม ทั้งสามอยู่ในวัยหนุ่ม เป็นรูปเดียวกับที่อิทธิพลดู...

ooooooo

เพราะ ชูชัยใกล้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว อิทธิฤทธิ์ยังหาเงินมาไม่ได้ ขายข้าวกล่องก็ได้กำไรเพียงวันละไม่ถึงพัน เขาจึงตัดสินใจจะขายมอเตอร์ไซค์แสนรักเอาเงินมาช่วยค่ารักษา

มอเตอร์ไซค์ ราคาแพงแต่งเป็นรถแข่ง ใช่ว่าจะขายได้ง่าย เจ๋งพาไปเสนอขายให้ตี๋เล็กที่อยู่ในแวดวงนักแข่งเหมือนกัน ตี๋เล็กสะใจมากเพราะตนจะได้ไร้คู่แข่งที่ตนแพ้มาตลอด แต่ก็กดราคาเหลือเพียง 5 หมื่นบาท อิทธิฤทธิ์กำลังร้อนเงินจึงจำต้องขาย แล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์เจ๋งให้พาไปส่งที่หน้าบ้านชนมน

เมื่อชนมนรู้ว่าเขาขายมอเตอร์ไซค์ราคาแพงแค่ 5 หมื่นบาท เพื่อเอาเงินมาช่วยค่ารักษาพ่อ เธอถามว่า

“ทำไมนายต้องทำแบบนี้ด้วย...นายรักมอเตอร์ไซค์นายมากไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ยอมให้นายเสียสละขนาดนี้เพื่อฉันหรอกนะ ยังไงฉันก็ไม่ยอม!”

ชน มนพาอิทธิฤทธิ์ไปขอซื้อรถคืน ตี๋เล็กไม่ยอมขายคืนจะเอาไว้เยาะเย้ยอิทธิฤทธิ์และหมดคู่แข่งด้วย ถูกชนมนยัดเงินคืนให้ 5 หมื่น ตะบันเสียทั้งตี๋เล็กและบ๊วยน่วมไปทั้งคู่ แล้วซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อิทธิฤทธิ์บิดออกไปอย่างเท่

ooooooo

มาย่ากำลังถูกเมนี่และสุวิชบีบคั้นอย่างหนัก เอาหนังสือพิมพ์มาให้ดูบอกว่าเธอติดอันดับหนึ่ง

ของโพลดาราสร้างภาพ และดาราสาวยอดนิยมอันดับสุดท้าย มาย่าไม่สนใจบอกว่าโพลพวกนี้เชื่อไม่ได้เพราะทำขึ้นเอง

สุ วิชสั่งว่า ระหว่างรอให้ข่าวนี้เงียบก็ให้รับงานอีเวนต์ไปก่อน มีข่าวฉาวแบบนี้รับงานอีเวนต์ไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว มาย่าแข็งข้อขอรับงานที่ใช้ความสามารถไม่ใช่เพราะข่าวฉาว

“งั้นก็ฝันไป เถอะ ตอนนี้โฆษณาของเธอทุกตัวไม่ต่อสัญญาเพราะกลัวเธอจะไปทำลายอิมเมจของสินค้า งานหนังงานละครไม่ต้องพูดถึง เธอน่ะรับบทสาวใสๆไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้เราก็ไม่รู้จะให้เธอเล่นบทไหนดี” เมนี่ขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ถ้า เธอไม่รับงานอีเวนต์ งั้นฉันคงต้องให้เธอพักงาน” สุวิชตัดบท มาย่าตกใจถามว่าพักนานเท่าไหร่ “ไม่รู้ก็คง...จนกว่า ฉันรู้ว่าจะทำยังไงกับเธอดี เธอคิดว่าเธอเป็นซุปตาร์แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ จะบอกให้นะ มีเด็กเป็นร้อยเป็นพันสวยใสกว่ารอแทนที่อยู่ ฉันหยิบใครมาปั้นใหม่ก็ได้ แต่สำหรับเธอ หมดโอกาสที่จะกลับไปเป็นซุปตาร์แล้ว มาย่า!!”

เมื่อธรรม์ ได้ข่าวมาย่าถูกพักงานเขารีบมาหาเธออย่างเป็นห่วง เสนอให้เธอเปิดแถลงข่าวอธิบายเรื่องนั้น แก่แฟนคลับ ไม่อย่างนั้นอาจจะกลับไปทำงานในวงการไม่ได้อีก เธอบอกเขาว่าเมนี่จะให้แถลงข่าวว่าเขาเป็นโรคจิตที่ตามตื๊อตน  ธรรม์เห็นว่าให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ไม่ต้องห่วงตน เรื่องนี้ตนรับมือได้

“ไม่ค่ะ ย่าจะไม่แถลงข่าว ถ้าหากว่าย่าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วต้องถูกพักงานย่ายอมค่ะแต่ย่าจะไม่ยอมโกหกเพื่อเอาตัวรอดคนเดียวเด็ดขาด”

“แต่พี่ไม่ยอมให้ย่าต้องเสียอนาคตเพราะพี่!”

ธรรม์ต้องการให้เธอแถลงข่าวตามที่เมนี่กับสุวิชเสนอ แต่มาย่าไม่ยอมเพราะนั่นเท่ากับเธอต้องห่างเหินจากเขาไปเป็นเวลาถึง  3  ปี กว่าจะหมดสัญญากับบริษัท ต่างฝ่ายยืนยันความคิดของตัวเอง จนธรรม์ฉุนบอกว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพูดกันดีกว่า

“ดี! ย่าก็ไม่อยากฟัง! พี่ธรรม์หัดทำตัวแบบอิทบ้าง อยากทำอะไรก็ทำ เลิกทำตัวเป็นคนดีเสียที มันน่าเบื่อรู้ไหม!!”

ทั้งสองมองกันอย่างเสียใจไม่น้อยกว่ากัน ธรรม์เดินออกจากบ้าน มาย่าเสียใจที่คิดทำดีแต่ไม่ได้ดี

ooooooo

หลัง จากชนมนพาไปบังคับซื้อรถคืนจากตี๋-เล็กแล้ว  อิทธิฤทธิ์ยังคิดจะหาเงินมาช่วยค่ารักษาพ่อให้เธอ เขาไปขอบัตรเครดิตคืนจากอิทธิพล ถูกตั้งเงื่อนไขว่าถ้าไม่บอกว่าจะเอาไปทำอะไรก็อย่าหวังจะได้บัตรเครดิตคืน จนกว่าจะสอบเสร็จ

“ผมจะยืมไปจ่ายค่าโรงพยาบาลให้เพื่อนก่อนแล้วผมจะทำงานหาเงินมาใช้คืนพ่อ”

อิทธิพล คิดว่าคงเป็นเพื่อนนักซิ่งของเขา ครั้นอิทธิฤทธิ์บอกว่าคนนั้นคือพ่อของชนมนไม่เชื่อก็ให้ไปถามธรรม์ดูเพราะ เพิ่งไปเยี่ยมพ่อของชนมนมา  อิทธิพลแอบดีใจที่เขารู้จักช่วยเหลือคนอื่น ตัดสินใจคืนบัตรให้แต่ก็มีข้อแม้ว่าจะคืนให้ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษและให้เอา ไปจ่ายค่าโรงพยาบาลเท่านั้น

“รู้แล้วน่า” อิทธิฤทธิ์ตอบอย่างรำคาญที่พ่อลีลามาก แต่ก็แอบรู้สึกดีกับพ่อ

ป้า หนอมคนเก่าแก่ที่คนในครอบครัวอิทธิพลถือเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้อิทธิพลเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง โดยป้าหนอมได้ชี้ให้เห็นว่าชนมนเป็นคนทำให้อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละ คน แต่ก็ชมว่าที่เขาสั่งสอนอิทธิฤทธิ์มาก็ไม่เสียเปล่า อิทธิฤทธิ์ถึงได้คิดเป็น รู้จักทำอะไรตอบแทนชนมนที่ต้องเหนื่อยกับเขามามาก  อิทธิพลถามป้าหนอมว่าตนก็ควรจะคิดตอบแทนชนมนด้วยใช่ไหม ไม่ใช่คิดถึงแต่ลูกตัวเอง

“อิฉันไม่บังอาจจะสอนคุณท่านหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณท่านจะไปเยี่ยมคุณพ่อของหนูชนแสดงน้ำใจสักนิดก็ดีนะคะ”

ทั้ง อิทธิฤทธิ์และชนมนต่างเตรียมไปจ่ายค่ารักษา โดยอิทธิฤทธิ์เอาบัตรเครดิตไป แต่ชนมนหอบเงินสดที่เก็บออมไว้ไปนั่งรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน  เจ้าหน้าที่เอาใบเสร็จมาให้บอกว่า อิทธิพลมาจ่ายเรียบร้อยแล้ว พร้อมกระดาษโน้ตเล็กๆเขียนว่าเป็นโบนัสให้ชนมน แทนที่จะดีใจ อิทธิฤทธิ์กลับไม่พอใจผิดหวังที่ไม่ได้ทำเพื่อชนมนด้วยตัวเองบ่นงึมงำ

“พ่อทำงี้ได้ไง แย่งซีนกันชัดๆ”

นอกจากถูกพ่อแย่งซีนไปแล้ว อิทธิฤทธิ์ยังถูกธรรม์แย่งคะแนนไปด้วย เพราะตัวเองมัวแต่ต่อว่าพ่อที่แย่งซีน

พอขึ้นไปถึงห้องพักปรากฏว่าธรรม์พาชูชัยออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว วิ่งตามลงมาไม่เจอใครเลยซักคน บ่นอย่างหัวเสียอยู่คนเดียว

“เฮ้ย...ฉันเหนื่อยเปล่าเหรอเนี่ย!”

แต่ ยังไม่ยอมแพ้ ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปที่บ้าน ก็ต้องเสียหน้าหนักขึ้นไปอีก เมื่อชูชัยชวนธรรม์อยู่กินข้าวกลางวันด้วยกัน  แต่บอกอิทธิฤทธิ์ว่า “ส่วนนายกลับไปได้แล้ว”

ชินถือข้างอิทธิฤทธิ์ยุว่าอย่ายอมแพ้ ตนอยู่ข้างเขา อิทธิฤทธิ์ได้แรงยุเดินเข้าไปถามธรรม์ว่า คิดจะแข่งกับตนอีกแล้วใช่ไหม ธรรม์บอกว่าที่ตนทำไปไม่ได้หวังอะไร เพราะชนมนก็เหมือนน้องสาว พอหาเรื่องธรรม์ไม่ได้ก็ไปตอแยกับชนมน  ถามว่าพ่อเธออยากได้ลูกเขยเป็นตำรวจรึไง? ชนมนบอกว่าธรรม์ไม่ได้มาจีบตนชี้แจงว่า

“พ่อไม่เคยปลื้มผู้ชายคนไหนทั้งนั้น ก็พี่ธรรม์อุตส่าห์มาส่งถึงบ้าน พ่อก็ต้องเลี้ยงข้าว มันก็เท่านั้นแหละ นายคิดมากไปเอง”

ชู ชัยผัดข้าวเสร็จใส่ถาดยกมาให้ธรรม์ ชนมน กับชิน แต่ไม่มีของอิทธิฤทธิ์ พูดหน้าตายว่านึกว่ากลับไปแล้ว อิทธิฤทธิ์ทำใจเย็นบอกว่าไม่เป็นไร และพยายามจะชี้แจงเรื่องค่ารักษาที่โรงพยาบาลว่า ที่พ่อตนออกให้ไม่ได้คิดดูถูก แต่เป็นเงินโบนัสที่พ่อตั้งใจให้ชนมนอยู่แล้ว

“ยัง ไงฉันก็ไม่รับ” ชูชัยยืนกระต่ายขาเดียว แต่พอธรรม์หว่านล้อมว่านี่เป็นข้อตกลงที่คุณพ่อคุยกับชนมนตั้งแต่แรกแล้ว พ่อไม่ได้ช่วยเหลือหรือบริจาค แต่นี่เป็นเงินที่ชนมนต้องได้อยู่แล้ว ทำให้ชูชัยเสียงอ่อนลง แต่พูดผ่านธรรม์ว่า “ก็ได้...ลุงจะรับไว้ ยังไงก็ฝากขอบคุณคุณพ่อด้วยนะหมวด”

“มันพูดต่างกับฉันตรงไหน?!” อิทธิฤทธิ์กระซิบแค้นๆ กับชินที่เป็นพวกตน ชนมนเองก็แปลกใจรู้สึกว่าพ่อจะเมตตาธรรม์เอามากๆ

ooooooo

บ๊วย เป็นหนี้พนันบอล ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจึงไปหาตี๋เล็กขอยืมหนึ่งหมื่น แต่ตี๋เล็กไม่มีเงินเพราะถูกอาป๊าควบคุมการใช้จ่ายอยู่ บ๊วยจึงไปหาเก่งกาจ

บ๊วย ถูกเก่งกาจทดสอบด้วยการสั่งให้ยิงคนที่กำลังเดินผ่านมา ทีแรกบ๊วยก็ไม่กล้าแต่เพราะอยากได้เงินและทดสอบตัวเอง เลยเหนี่ยวไกออกไป ปรากฏว่าเสียงปืนดังแชะๆๆ ไม่มีกระสุน พอลืมตามองอีกทีกระสุนทั้งหมดอยู่ในมือเก่งกาจ เลยรู้ว่าถูกหลอก

เก่งกาจรับบ๊วยไว้ทำงานโดยจะยกระดับให้คุมเขตของไอ้สังข์ ส่วนเรื่องหนี้ตนจะจ่ายคืนให้ไม่ต้องห่วง

บ๊วยดีใจที่เก่งกาจรับไว้ทำงานและจะช่วยเรื่องหนี้ แต่พอเห็นปืนของเก่งกาจในมือตัวเองก็ชักใจไม่ดี...

ooooooo

ธรรม์เล่าให้ชนมนฟังเรื่องมีปัญหากับมาย่า เธอบอกให้เขาต้องคุยกับมาย่าให้เข้าใจ  พอดีอิทธิฤทธิ์มาเห็นท่าทีสนิทสนมของทั้งสองก็หึงขึ้นมา กลัวชนมนจะมีใจให้ธรรม์เพราะชูชัยก็เมตตาธรรม์ผิดปกติ

“ผู้ชายอบอุ่น น่ารัก แสนดี ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบหรอก” พูดแล้วย้ำว่า “พ่อไม่เคยบังคับอะไรฉัน นายไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น ห่วงเรื่องสอบดีกว่า ฉันอยากให้นายหยุดขี่มอเตอร์ไซค์จนกว่าจะสอบเสร็จ”

อิทธิฤทธิ์อ้างเหตุผลของนักซิ่งว่า เวลาตนขี่มอเตอร์ไซค์รู้สึกปลอดภัยกว่าขับรถอีก ชนมนเลยขอ

แค่ว่างั้นห้ามไปซิ่งไปซ่าที่ไหน ห้ามไปแข่งรถกับใครเด็ดขาด ถามว่าให้สัญญาได้ไหม อิทธิฤทธิ์มีข้อแลกเปลี่ยนว่า

“ไม่ว่าพ่อเธอจะชอบไอ้ธรรม์แค่ไหน เธอก็ห้ามไปชอบมันอีก สัญญาซิ สัญญา!”

ชนมนบ่นว่าไร้สาระจริงๆ แต่ก็ยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกันให้สัญญา ถูกอิทธิฤทธิ์เกี่ยวก้อยแล้วดึงเข้าไปจู่โจมเอาจมูกชนกัน บอกว่าเราสัญญากันแบบนี้ดีกว่า ชนมนรีบถอยออกมา เธอเขินมาก อิทธิฤทธิ์คึกขึ้นมาดึงเธอเข้าไปเอาจมูกชนกันอีกทีแล้วคว้ากระเป๋าเดินอ้าว ออกไปเลย

ไปถึงมหาวิทยาลัย เห็นมาย่านั่งซึมอยู่ อิทธิฤทธิ์เข้าไปทักแสดงความเห็นใจกับเรื่องที่เธอถูกสั่งพักงาน พูดออกตัวว่าเพราะช่วงที่ผ่านมายุ่งๆเรื่องพ่อของชนมนเข้าโรงพยาบาลเลยไม่ ได้มาถามไถ่ แต่ก็ให้กำลังใจว่า

“ถ้าไอ้ธรรม์มันช่วยอะไรเธอไม่ได้ ฉันจะช่วยเธอเอง ไอ้สัญญาที่เธอเซ็นไว้กับบริษัทนี่มันต้องมีช่องโหว่ อยู่ๆจะมาสั่งพักงานยังงี้ได้ไง แล้วมันโง่หรือเปล่า เธอกำลังดังสุดๆ ยังจะหาเงินให้มันได้อีกไม่รู้เท่าไหร่”

“บริษัทกอบโกยจนพอแล้วน่ะซิ แล้วก็คงอยากเชือดฉันให้คนอื่นดูด้วย ตอนนี้นักแสดงคนอื่นไม่มีใครต่อรองอะไรแล้ว เรื่องพักงานน่ะช่างเถอะ สอบเสร็จแล้วค่อยคิดแล้วกัน”

ooooooo

ตี๋เล็กขอเงินจากอาม้าได้ 5 พันก็โทร.เรียกบ๊วยมาเอาที่ลานจอดรถมหาวิทยาลัย ชวนว่าถ้าใช้หนี้หมดแล้วมาทำงานที่ปั๊มป๊าตนเอาไหม บ๊วยบอกว่าตนหางานได้แล้ว ถามว่าเจอน้องมาย่าหรือยัง

“ก็ว่าจะมาดักเจอตอนน้องเขาเลิกเรียนนี่แหละ แต่ต้องหาทางกำจัดก้างขวางคอออกไปซะก่อน”

พอดี เห็นอิทธิฤทธิ์กับมาย่าเลิกเรียนเดินออกมาด้วยกัน ตี๋เล็กหึงหน้ามืด พุ่งรถเข้าไปหมายแยกทั้งสองออกจากกัน อิทธิฤทธิ์คว้ามาย่าหลบไป ลุกขึ้นมาจะเล่นงานตี๋เล็ก ถูกบ๊วยตะโกนขู่ว่ามีเรื่องกันในมหาวิทยาลัยมีหวังถูกไล่ออกแน่แล้วนึกออก ท้าอิทธิฤทธิ์แข่งรถกับตี๋เล็ก ถ้าตี๋เล็กแพ้ก็จะไม่มาให้มาย่าเห็นหน้าอีกเลยตลอดชีวิต

อิทธิฤทธิ์ คิดถึงสัญญาที่ให้ไว้กับชนมน แต่ไม่ยอมให้ถูกตี๋เล็กหยามหน้าได้ รับคำท้าแล้วออกไปสนามแข่งกันทันที มาย่าพยายามชวนกลับ อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมกลับบอกว่าเรื่องนี้ต้องให้จบวันนี้ ตี๋เล็กจะต้องเลิกรังควานมาย่า

ชนมนได้ข่าวรีบมายับยั้งแต่หยุด อิทธิฤทธิ์ไม่ได้ เธอเห็นบ๊วยกำลังพนันกันอยู่จึงโทร.บอกธรรม์ ตัวเองตัดสินใจออกไปยืนขวางรถของอิทธิฤทธิ์ เขาพยายามหลบแต่ก็ชนจนชนมนล้มหัวฟาดพื้นหมดสติ ทำให้ตี๋เล็กฉวยโอกาสพุ่งเข้าเส้นชัย บ๊วยที่รับพนันจากพวกเด็กแว้นเห็นตำรวจมาก็โกยเงินเข้ากระเป๋าหนีไปตามตรอก ซอกซอยอย่างชำนาญทางรอดไปได้

อิทธิฤทธิ์รีบมาดูชนมน เธอหัวแตกเลือดออกมาก มาย่าบอกว่าตนโทร.เรียกรถพยาบาลแล้ว แต่อิทธิฤทธิ์ร้อนใจเพราะบาดแผลของชนมนเลือดออกมาก เขาอุ้มเธอเดินออกไป มาย่าตกใจมากโผเข้ากอดธรรม์อย่างหวาดกลัว ธรรม์โอบไหล่เธอปลอบ “ชนจะต้องปลอดภัย...” ส่วนอิทธิฤทธิ์อุ้มชนมนออกไปพูดด้วยความรู้สึกผิดเสียใจจนแทบร้องไห้...

“เธอจะต้องไม่เป็นไร ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษที่ผิดสัญญา...ฉันขอโทษ...”

ooooooo

ส่งชนมนถึงโรงพยาบาลแล้ว ธรรม์จึงโทร.แจ้งชูชัย เขาเลิกขายทันที สั่งชินให้อยู่ปิดร้าน ถามรายละเอียดที่ธรรม์โทร.บอก ชินจึงรู้ว่าชนมนถูกมอเตอร์ไซค์ชนที่สนามแข่งรถ เขาฟันธงว่าต้องเกี่ยวข้องกับอิทธิฤทธิ์แน่ๆ

อิทธิพลได้รับข่าวจากธรรม์ก็ร้อนใจทั้งโมโหอิทธิฤทธิ์และเป็นห่วงชนมน จนป้าหนอมขอร้องว่าอย่าโมโหอิทธิฤทธิ์เลย มันคงเป็นอุบัติเหตุ

“แล้วถ้าไอ้อิทมันไม่บ้าไปแข่งรถ มันจะเกิดเรื่องไหมล่ะ”

“คุณอิทไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องหรอกค่ะ ตอนนี้คุณอิทเองก็คงเสียขวัญ นี่ถ้าเจ็บเองได้คงอยากจะเจ็บเสียเองล่ะค่ะคุณท่าน จะไปโรงพยาบาลตอนนี้เลยใช่ไหมคะ” ถามแล้ววอให้เอารถออกทันที

อิทธิฤทธิ์ว้าวุ่นใจแทบกุมสติไม่อยู่ ร่ำๆจะตามหมอเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พยาบาลไม่ให้เข้าก็โวยวายจะเข้าให้ได้ จนธรรม์ต้องดึงไว้บอกให้ใจเย็นๆ ตอนนี้ชนมนถึงมือหมอแล้ว เราทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ

“เธอบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ให้หมอตรวจดูสักหน่อย ดีไหม” มาย่าถามอิทธิฤทธิ์ ถูกตวัดเสียงว่าไม่ต้อง ตนไม่เป็นไร มาย่าบอกให้ไปนั่งรอก่อนเพราะท่าทางจะยังอีกนาน ก็ถูกเสียงเข้มใส่ว่าไม่!

ทันทีที่ชูชัยมาถึงโรงพยาบาล เขาตรงไปถามธรรม์ว่าชนมนเป็นอย่างไรบ้าง อิทธิฤทธิ์รีบมาขอโทษ สารภาพว่าเป็นความผิดของตนเอง

“ใช่! เป็นความผิดของนาย! ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปละก็...แกตาย!!”

ธรรม์เห็นท่าทีดุดันของชูชัย เขารีบเข้าไปปลอบใจว่าชนมนจะต้องปลอดภัย พอดีเจ้าหน้าที่เข็นเตียงชนมนออก ชูชัยพรวดไปถามหมอ

“ลูกสาวของผมเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยแล้วใช่ไหมคุณหมอ”

“ผมคงต้องขอตรวจละเอียดอีกครั้งนะครับ ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วง คงจะเป็นเรื่องที่ศีรษะคนไข้กระแทกกับพื้นอย่างแรงจนหมดสติ คงต้องรอผลตรวจเอ็มอาร์ไอก่อน แล้วถึงจะบอกอะไรได้มากกว่านี้”

ชูชัยรีบไปดูที่เตียง อิทธิฤทธิ์ขยับตาม ถูกชูชัยหันมาตวาดไม่ให้ตาม แต่อิทธิฤทธิ์ยังรั้นเลยถูกชกจนหน้าหงายปรามว่า “ฉันจะไม่ยอมให้ชนต้องเจ็บตัวเพราะนายอีก ต่อไปอย่ามายุ่งกับลูกสาวฉัน ไป! กลับไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้านายอีกเป็นอันขาด!”

อิทธิฤทธิ์ยังจะตามไปอีก ธรรม์มารั้งตัวไว้บอกว่าอย่าทำให้คุณลุงโกรธมากไปกว่านี้เลย อิทธิฤทธิ์สะบัดตัวออกไปอย่างไม่พอใจ แล้วเดินออกไป ธรรม์กับมาย่าได้แต่ มองตามด้วยความหนักใจ

ooooooo

อิทธิพลมาถึงโรงพยาบาลเจออิทธิฤทธิ์นั่งกุมหัวอยู่ที่ล็อบบี้ เขาเดินเข้าไปหาพูดอย่างโล่งใจว่า นึกว่าต้องไปเยี่ยมในห้องไอซียูเสียแล้ว

“นักแข่งระดับผมป้องกันตัวเองดีอยู่แล้ว” คุยโวพลางลุกอวดว่าตนไม่เป็นอะไร แต่เจ็บหน้าเลยเสียฟอร์มเลยพูดแก้เกี้ยวว่า “ก็...แค่เคล็ดขัดยอกนิดๆหน่อยๆ”

“ถึงแข้งขาแกไม่ได้หัก แต่ก็ต้องให้หมอเขาตรวจดูให้ละเอียด ฉันแจ้งทางโรงพยาบาลไปแล้ว เดี๋ยวคงมีคนมาจัดการให้ ส่วนเรื่องที่แกก่อไว้ ฉันค่อยจัดการทีหลัง!”

อิทธิพลจะผละไป อิทธิฤทธิ์ถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปเยี่ยมชนมน เขาพยายามหว่านล้อมไม่ให้ไป บอกว่าลุงชูพ่อของชนมนโกรธตนมากอาจจะมาลงที่พ่อได้เพราะลุงชูเป็นคนไม่ไว้หน้าใครอยู่แล้ว แต่อิทธิพลต้องการ แสดงความรับผิดชอบ อิทธิฤทธิ์ไปขวางเอ่ยขออ้อนๆ

“เดี๋ยวพ่อ...ผมให้หมอตรวจก็ได้ แต่พ่อต้องช่วยอะไรผมหน่อย พ่อซี้กับ ผอ.โรงพยาบาลใช่ไหม”

อิทธิพลหยุดรอฟังว่าลูกชายจะให้ช่วยอะไร

ooooooo

ชนมนถูกนำตัวเข้าห้องคนไข้ในสภาพที่ยังไม่รู้สึกตัว ชูชัยตามเข้ามาด้วยสีหน้าดีขึ้น แต่ไม่นานชนมนก็ลืมตาขึ้น ชูชัยรีบถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง

ชนมนยังงงๆ มาย่าจึงเล่าว่า

“พี่ชนถูกมอเตอร์ไซค์ชนน่ะค่ะ จำได้ไหมคะ ย่าไปตามพี่ชนมาช่วยห้ามไม่ให้อิทแข่งมอเตอร์ไซค์กับตี๋เล็ก”

ธรรม์เห็นชูชัยหน้าตึง จึงรีบเบรกมาย่าว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ตอนนี้ชนมนก็ปลอดภัยแล้ว หันไปถามชูชัยเบนความสนใจว่า คืนนี้จะให้ใครเฝ้าเธอ หรือจะจ้างพยาบาลพิเศษ มาย่าอาสาเฝ้าเอง ชูชัยก็จะเฝ้าเอง แต่ต้องกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อน ธรรม์จึงเสนอว่าตนกับมาย่าจะเฝ้าให้

“หนูไม่เป็นไรแล้วพ่อ” ชนมนชูสองนิ้วโชว์ ชูชัยจึงยอมกลับ ขณะเดินออกไปจากห้อง สวนกับพยาบาลเข็นเตียงคนไข้ปกปิดหน้าตามิดชิด เข้ามานอนเตียงข้างๆ ชนมน พอมาถึงเจ้าหน้าที่ก็รูดม่านกั้นระหว่างเตียงทันที

ชูชัยเดินออกไปสวนกับอิทธิพล แต่เป็นจังหวะที่มีเจ้าหน้าที่เข็นเตียงคนไข้มาแทรกพอดีเลยไม่มีใครเห็นใคร ชูชัยบ่ายหน้าออกไป ส่วนอิทธิพลตรงไปที่ห้องพักคนไข้ของชนมน

อิทธิพลรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ชนมน ไม่เพียงเท่านั้นยังให้เธอปรึกษากับพ่อดูว่าจะเรียกค่าทำขวัญเท่าไร ชนมนบอกว่าตนรับไว้ไม่ได้เพราะตนเจ็บตัวครั้งนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของอิทธิฤทธิ์เสียทีเดียว

ก่อนกลับ อิทธิพลฝากธรรม์ให้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย และถ้าอยู่ห้องรวมไม่สะดวกก็ให้ย้ายไปอยู่ห้องพิเศษ

เมื่ออิทธิพลไปแล้ว ธรรม์ถามหยอกชนมนว่า กลายเป็นคนใจร้อนไปตั้งแต่เมื่อไร คราวหน้าอย่าแก้ปัญหาด้วยวิธีดับเครื่องชนอย่างนี้อีก เห็นหรือยังว่างานนี้มีแต่คนต้องเจ็บตัว เธอขอโทษยอมรับว่าทำไปเพราะกำลังโมโห

“อิทเป็นห่วงพี่ชนมากเลยนะคะ ย่าโทร.บอกอิทดีกว่าว่าพี่ชนไม่เป็นไรแล้ว” ชนมนห้ามทันทีว่าไม่ต้องโทร. ไม่ต้องบอกอะไรทั้งนั้น ธรรม์ก็เสนอว่าชูชัยไม่อยู่เป็นโอกาสเหมาะที่จะให้อิทธิฤทธิ์มาเยี่ยม

“ไม่ต้องค่ะ ชนไม่อยากเห็นหน้าเขา!”

ที่แท้ อิทธิฤทธิ์ในชุดคนไข้นั่งบนเตียงข้างเตียงชนมนนั่นเอง ได้ยินชนมนพูดเช่นนั้นก็หน้าเสียที่เธอยังโกรธอยู่

มาย่าขอร้องชนมนว่าอย่าโกรธอิทธิฤทธิ์เลย คน ที่ควรโกรธคือตนที่เป็นต้นเหตุเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ธรรม์ก็ตำหนิตัวเองที่ไม่ได้ดูแลมาย่าให้ดี ถ้าตนอยู่ด้วยตี๋เล็กคงไม่กล้ามาตอแยมาย่าแน่ๆ และเรื่องก็คงไม่เลยเถิดมาขนาดนี้

“พี่ธรรม์กับย่าไม่ต้องรับผิดแทนคนอื่นเลย คนที่ผิดคืออิทคนเดียว ถ้าเขาเป็นคนรักษาคำพูด เรื่องวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น แต่นั่นแหละเพื่อย่าแล้ว เขาทำได้ทุกอย่าง ถ้าสัญญาแล้วทำไม่ได้แล้วจะมาสัญญาทำไม!” เสียงเธอสั่นเครืออย่างสะเทือนใจ แล้วขอตัวพักผ่อน บอกทั้งสองว่าไม่ต้องเฝ้า ตนอยู่คนเดียวได้ แล้วเลื่อนตัวลงนอน

“ไม่อยากเห็นหน้า ก็ไม่ต้องเห็น!” อิทธิฤทธิ์ล้มตัวลงนอนหน้าบึ้ง

ooooooo

ป้าหนอมรู้จากอิทธิพลว่าเขาช่วยให้อิทธิฤทธิ์ได้นอนโรงพยาบาลเตียงติดกับชนมน ถามว่าคิดอย่างไรถึงได้ตามใจอย่างนั้น เป็นห่วงกลัวชูชัยรู้แล้วจะไม่ให้ชนมนมาติวให้อิทธิฤทธิ์อีก

“ฉันก็เป็นห่วงเรื่องติวนี่แหละ ก็เลยต้องยอมให้อิทมันไปอยู่ใกล้ๆช่วยดูแลหนูชนให้พ่อหนูชนเห็นว่าอิทมันรู้สึกผิดแค่ไหน”

“หมู่นี้คุณท่านใจดีกับคุณอิทจังเลยนะคะ”

“นายอิทขอโอกาสที่มันจะได้ทำดีแก้ตัว ฉันก็ควรจะให้โอกาสมัน จะว่าไปไอ้อิทนี่มันโชคดีนะ ที่ได้โอกาส แก้ตัวอยู่เสมอ ไม่เหมือนฉัน...ที่คงไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรอีกแล้ว ทั้งเรื่องพ่อนายธรรม์ แล้วก็ยังเรื่อง...แม่ของนายอิท...”

“โธ่...ไม่ใช่ความผิดของคุณท่านเลยนะคะ” ป้าหนอมพูดอย่างเข้าใจ เห็นใจ แต่อิทธิพลก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี...

ooooooo

มาย่าเดินมาส่งธรรม์ที่ลิฟต์ ธรรม์บอกให้กลับไปดูแลชนมนได้แล้ว ติงแกมขอร้องให้มาย่าทบทวนเรื่องงานให้ดี เพราะต่อไปเมื่อคิดได้แล้วจะเสียดายโอกาส

มาย่ายืนยันจะไม่มีวันโทษเขาเด็ดขาด ธรรม์ย้ำว่ามันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้  ให้ลองไปคุยกับเมนี่ดูอีกครั้งว่าจะผ่อนปรนอะไรได้บ้าง

มาย่าไปหาเมนี่บอกว่าตนอยากกลับมาทำงานแต่เมื่อเธอยืนยันว่ายังไงก็จะไม่โกหกเรื่องธรรม์ เมนี่ก็ยืนยันอย่างไม่ยี่หระว่า “เธอจะบอกนักข่าวว่าเธอกับหมวดธรรม์เป็นแฟนกันไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้น บอกว่าผู้ใหญ่สั่งห้ามสัมภาษณ์ก็แล้วกัน” แล้วยังตำหนิเรื่องเธอไปดูเด็กแว้นแข่งรถ บ่นว่าตนเหนื่อยใจกับเธอจริงๆ แต่เธอไม่ อยากเป็นองค์หญิงแห่งวงการบันเทิงแล้วนี่ ดี...แล้วจะจัดให้

เป็นคำตอบที่เหมือนถอดมาย่าอย่างไม่แยแสมาย่าได้แต่หนักใจกับอนาคตที่ถูกขีดเส้นไว้แล้ว

ส่วนตี๋เล็กถูกตำรวจจับฐานซ่องสุมพนันแข่งรถมีโทษถึงติดคุก ธรรม์แนะนำอาป๊ากับอาม้าเขาว่า

“ถ้าจะไม่ให้นายตี๋เล็กติดคุก ผมอยากขอให้คุณลุงคุณป้าลงโทษนายตี๋เล็กตามความผิดที่ได้ก่อขึ้นและต่อไปก็ควรจะควบคุมดูแลให้อยู่ในสายตาอย่าให้ไปก่อเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อนอีก”

“ได้ครับ! ต่อไปนี้ผมจะควบคุมมันไม่ให้ก่อเรื่องอีกครับหมวด” อาป๊ารับรอง

ผลคือ อาป๊าสั่งปิดร้านตบแต่งรถของตี๋เล็กและห้ามแข่งรถอีกเด็ดขาด ตี๋เล็กกอดอาม้าร้องไห้โฮ...โฮ...ก่อนถูกจับเข้าห้องขัง!

ooooooo

รุ่งขึ้น ชูชัยกับชินมาเยี่ยมชนมน อิทธิฤทธิ์ดีใจเพราะชินเป็นใจให้ตนกับชนมนอยู่แล้ว และเมื่อชินรู้ว่าเขานอนอยู่เตียงข้างๆชนมน สมองเจ้าเล่ห์ก็คิดวางแผนทันที

ชินทำเป็นลืมล็อกประตูบ้าน บอกให้พ่อกลับไปดูอ้างว่าถ้าตนไปแล้วเจอขโมยเข้าบ้าน ตัวแค่นี้คงสู้มันไม่ได้ ชินอ้างเหตุผลจนชูชัยต้องกลับไปดูบ้าน

พอชูชัยออกไป ชินก็เจ้ากี้เจ้าการให้อิทธิฤทธิ์พบกับชนมน แต่ชนมนยังไม่หายโกรธที่อิทธิฤทธิ์ไม่รักษาสัญญา ไล่เขาออกไปไม่อยากเห็นหน้า ชินเซ็งที่ทั้งคู่เอาแต่โต้เถียงกัน พูดประชดว่าทะเลาะกันให้หนำใจแล้วกันแล้วเปิดประตูจะออกไป พลันก็รีบปิดประตูหันมาบอกว่า “พ่อมา!” แล้วรีบให้อิทธิฤทธิ์ซ่อนใต้ผ้าห่มของชนมน

ที่แท้ชูชัยเดินไปแล้วนึกได้ว่าไม่มีกุญแจบ้านย้อนกลับมาเอาที่ชิน เอะใจกับความไม่ปกติของสีหน้าชนมนและชินแต่ทั้งสองก็เอาตัวรอดได้ เมื่อชูชัยออกไป อิทธิฤทธิ์กับชนมนก็นอนงอนง้อกันต่อบนเตียง

อิทธิฤทธิ์ถามว่าเธอจะโกรธตนอีกนานแค่ไหนและจะไม่ติวให้ตนอีกแล้วใช่ไหม

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะติวให้นายจนครบตามที่ตกลงไว้ ฉันเป็นคนรักษาคำสัญญาเสมอ”

อิทธิฤทธิ์ยอมทุกอย่างบอกว่าถ้าอยากจะซัดตนแล้วหายโกรธก็เอาเลย ชนมนไม่ทำอะไรแต่ไล่เขากลับไปเตียงตัวเองเสีย อิทธิฤทธิ์เล่นลูกอ้อนน่าสงสารว่า

“ชน...ฉันขอโทษ ขอโทษที่ผิดสัญญา ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว” เห็นชนมนนอนหันหลังให้ เขาชี้แจงว่า “ที่ฉันรับคำท้าไอ้ตี๋เล็ก ลงแข่งรถกับมัน เพื่อไม่ให้มันมายุ่งกับมาย่าอีก ก็เป็นเหตุผลนึง แต่มีอีกเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉันต้องการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเธอ...”

“พิสูจน์...พิสูจน์บ้าอะไร” ชนมนหันขวับมาทำให้หน้ากับหน้าเกือบชนกัน เลยเมินเขินๆ

“ก็พิสูจน์ว่า ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักแก้ปัญหาเองได้ ฉันรับรองว่าฉันจะรับผิดชอบสัญญาที่ให้ไว้กับเธอให้ได้ ต่อไปไม่ว่ามีเรื่องอะไร คนแรกที่เธอนึกถึงต้องเป็นฉัน...เข้าใจไหม...”

คำพูดที่จริงใจจริงจังของอิทธิฤทธิ์ ทำให้ชมมนใจอ่อน หันมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ ความใกล้ชิดจนหน้ากับหน้าเกือบสัมผัสกัน ทำให้ทั้งคู่ต่างเขินและหวั่นไหว...

“ฮะ...แอ้ม!!” เสียงกระแอมดังเกินเหตุของชิน ทำให้ทั้งสองชะงักผละจากกัน ชินถามทะเล้นว่า “ทำไรกันเพ่”

“ทำสัญญากัน...เรื่องของผู้ใหญ่นายไม่เข้าใจหรอก” อิทธิฤทธิ์ทำขรึม แล้วหันบอกชนมน “เราสัญญากันแล้วนะว่าเราจะไม่โกรธกันอีก”

อิทธิฤทธิ์กลับไปที่เตียงตัวเอง ต่างนอนกันคนละเตียง มีม่านกั้นไว้ แต่ไม่อาจปิดกั้นหัวใจที่อิ่มเอิบของทั้งคู่ได้...

ooooooo

เมื่อธรรม์เอาแฟ้มประวัติเด็กแว้นไปให้อิทธิพลดู อิทธิพลสนใจเรื่องนี้มาก จนเขาถามว่าทำไมถึงสนใจคดีเล็กๆนี้

“เด็กแก๊งนายตี๋เล็กหลายคนก็เป็นพวกเด็กแว้นเก่ามาก่อน ถ้ากลับไปยุ่งกับยาอีกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะยาบ้าพวกนี้เป็นยาของไอ้เก่งกาจ!”

อิทธิพลเชื่อว่าคนที่ขายยาที่สนามแข่งจะต้องเป็นคนของเก่งกาจแน่ๆ ถ้าจับตัวได้เราก็จะสาวได้ถึงเก่งกาจ ชี้ให้เห็นว่า “แล้วการตามหาตัวไอ้ชาติชายก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากแกไม่มีเวลาให้เหมือนเคย หนูมาย่าคงจะเข้าใจนะ”

“คุณพ่อครับ...เรื่องผมกับมาย่า...”

“ไม่ต้องอธิบาย พ่อรู้เรื่องแกกับหนูมาย่าก่อนที่จะเป็นข่าวใหญ่เสียอีก พ่อไม่ห้าม แต่ก็อยากให้แกคิดให้ดี การมีแฟนในตอนนี้ มันจะมีผลต่อทั้งงานของแกและงานของหนูมาย่า ถ้าคบกันแล้วช่วยพากันให้ชีวิตดีขึ้นก็ดี แต่ถ้าผลเป็นไปในตรงกันข้าม แกคงต้องทบทวนเรื่องนี้ดูใหม่แล้วนายธรรม์”

เป็นเรื่องที่ทำให้ธรรม์คิดหนัก...

ooooooo

แม้ชินจะเอาใจช่วยอิทธิฤทธิ์เรื่องชนมน แต่เหตุการณ์เมื่อคืนที่ทั้งสองนอนคุยกันบนเตียง ทำให้ชินบอกทั้งสองว่า เรื่องนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัด แล้วตัวเองก็ออกไปข้างนอก เปิดโอกาสให้สองคนคุยกันเอง

ขณะชินไปนั่งรอเวลาอยู่ที่ล็อบบี้นั่นเอง ชูชัยหิ้วถุงผลไม้เดินผ่านไปชินไม่ทันเห็น จนธรรม์มาทัก ถามว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ ไม่อยู่เป็นเพื่อนพี่เขา

ชินบอกว่าพี่ชนเขามีเพื่อนแล้ว ธรรม์ถามว่ามาย่าหรือ เห็นชินนั่งคิดอะไรอยู่เลยบอกว่าไม่กวนแล้ว แค่แวะมาดูชนมนหน่อยเท่านั้น ถามว่าเดี๋ยวชินจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า จะไปส่ง

ชินบอกว่ากลับไม่ได้ ต้องรอพ่อก่อน ธรรม์บอกว่าคุณลุงเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี๊นี้เอง ชินตาเหลือกร้องบอกธรรม์ให้โทร.หาอิทธิฤทธิ์ด่วนเลย ธรรม์ถามว่า

โทร.ทำไม

“ไม่ต้องถาม รีบโทร.เร็วเข้า! บอกว่าระเบิดกำลังจะลงแล้ว!!”

พอธรรม์ยกมือถือขึ้นโทร.ชินก็เก็บของใส่กระเป๋าลากธรรม์วิ่งไปที่ห้องคนไข้ทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.