ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มาย่ากับธรรม์พากันไปเดินห้าง ต้องหลบหน้าแฟนคลับกระทั่งปฏิเสธแฟนคลับว่าทักผิดคน เดินห้างถ่ายรูปกันเพลิน พอมาย่านึกได้ว่ามีนัดกับเมนี่ไว้ก็รีบกลับ

มาถึงบ้านเจอเมนี่นั่งอ่านสคริปต์งานวันเลี้ยงเปิดกล้องอยู่ เมนี่มองมาย่าที่เหงื่อท่วมเข้ามา ถามว่าไปไหนมา เธอบอกว่าไปวิ่งออกกำลังกายมา เมนี่มองชุดถามว่าใส่ชุดนี้ไปวิ่งหรือ เยอะไปรึเปล่า แล้วบอกให้นั่ง เอามือถือของมาย่าไปกดบอกว่าจะลงเวลาทำงานให้ย้ำว่า

“พี่จะตั้งเตือนทุกสองวันนะคะ งานเลี้ยงเปิดกล้องครั้งนี้สำคัญมาก เราจะจัดยิ่งใหญ่อลังการเป็นงานราตรีสโมสรเบาๆ” เมนี่กดมือถือไปมาแล้วชะงักถาม “นี่อะไรคะ น้องมาย่า!”

มาย่าตกใจนึกว่าเจอรูปตนถ่ายกับธรรม์บอกว่าตนอธิบายได้ แต่พอเมนี่ชูมือถือให้ดูเป็นรูปมาย่าถือดอกไม้ที่เป็นวอลเปเปอร์ของมือถือก็โล่งใจ แต่เมนี่ไม่พอใจ เปิดฉากอบรมทันที

“พี่สั่งแล้วใช่ไหมคะว่ารูปวอลเปเปอร์ต้องเป็นรูปน้องมาย่าถือถุงขนมโตชิโร่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับบริษัท เดี๋ยวพี่เซ็ทให้ใหม่”

“พี่เมนี่คะ ได้ยินมาว่าโพสต์รูปหนูกับสินค้าลงเน็ตทีได้ครั้งละ 5 หมื่นจริงหรือเปล่าคะ” เมนี่ตกใจปฏิเสธทันทีว่า

“ไม่จริงค่ะ ได้ห้าหมื่นที่ไหนกันคะ ที่พี่โพสต์หนูกับถุงโตชิโร่นั่นน่ะ ถือเป็นของแถมให้ลูกค้า แล้วน้องมาย่าอย่าถ่ายรูปกับสินค้าที่เราไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์มั่วๆนะคะ พี่ไม่อยากให้ลูกค้าขุ่นเคืองใจ”

พอมาย่าบอกว่าจะระวังตัว เมนี่ก็ตอกย้ำทันทีว่า “อีกเรื่องนะคะ สำคัญมาก! ตอนนี้อย่าเพิ่งไปกิ๊กกั๊กกับใครนะคะ เดี๋ยวคนจะคิดว่าน้องมาย่ากับโอเจเป็นรักโปรโมต น้องมาย่าไม่ควรจะมีข่าวกับผู้ชายคนไหนเลย นอกจากข่าวที่พี่จัดให้ น้องมาย่าไม่โง่ คงรู้นะคะว่าต้องทำตัวยังไง”

มาย่ารู้สึกผิดหวังที่ถูกห้าม เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับธรรม์เพิ่งจะเริ่มต้นกันใหม่...

ooooooo

เช้านี้ อิทธิฤทธิ์เอารายงานไปส่งอาจารย์ตุลาที่ห้องทำงานด้วยความหวังเต็มเปี่ยม อาจารย์แปลกใจที่เขามาส่งงานได้ก่อนเวลา

“อาจารย์ครับ...รายงานนี่ ผมตั้งใจเขียนอย่างสุดชีวิตเลยนะครับ” อาจารย์ถามว่าเราตกลงกันไว้ว่ายังไงจำได้ไหม “จำได้ครับ รายงานของผมต้องได้เอ ผมถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบใหม่!”

อิทธิฤทธิ์มองรายงานปึกใหญ่ด้วยความหวังว่าด่านนี้ต้องผ่านเป็นด่านแรก

รุ่งขึ้น อิทธิฤทธิ์เห็นอิทธิพลจะออกไปทำงาน เขารี่ไปถามว่าติดต่อแม่ได้หรือยัง เพราะเดี๋ยวตนจะไปพบอาจารย์ตุลาเรื่องรายงาน พูดอย่างมั่นใจว่า

“ผมต้องได้เอแน่ นี่ก็เท่ากับผมมาได้ครึ่งทางแล้ว แค่สอบให้ได้เออีกตัว...”

“ไว้ให้สอบได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาว่ากัน”อิทธิพลตัดบท อิทธิฤทธิ์รอลุ้นหมายจะได้ยินพ่อให้กำลังใจบ้าง แต่ก็ผิดหวัง อิทธิพลเดินผ่านไปขึ้นรถเครียดๆ เพราะมัวแต่คิดเรื่องนฤดี ป้าหนอมรู้ใจเจ้านาย พูดให้กำลังใจอิทธิพลว่า

“เห็นทีคุณท่านต้องพยายามอีกครั้งแล้วล่ะค่ะ”

อิทธิฤทธิ์ไปหาอาจารย์ตุลาเพื่อฟังผล อาจารย์ไม่ยอมบอก ให้เปิดดูเอาเอง อิทธิฤทธิ์ใจไม่ดี แล้วก็ใจเสียเมื่ออาจารย์ถามว่ารายงานนี้ทำเองหรือ ถ้าอย่างนั้นให้คะแนนความตั้งใจเอ ส่วนเนื้อหา...อาจารย์ทิ้งไว้แค่นั้นแล้วแกล้งถอนใจยาว...

อิทธิฤทธิ์ทำใจกล้าเปิดดู เขาแทบกระโดดด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่า ได้เอ! อาจารย์แสดงความยินดีด้วย ที่เขาผ่านด่านแรกได้แล้ว ตอนนี้ก็เหลืออีกด่านเดียว อิทธิฤทธิ์ยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ คว้ารายงานได้ก็วิ่งอ้าวไป อาจารย์ตุลามองตามยิ้มอย่างเมตตา...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์กลับถึงบ้านด้วยความดีใจที่จะบอกข่าวดีของตนแก่อิทธิพล เขาวิ่งเข้ามาอย่างลิงโลด

“พ่อ...พ่อดูนี่...รายงานชิ้นแรกในชีวิตของผม!”

“ออกไปก่อน ไม่เห็นหรือว่าฉันคุยโทรศัพท์อยู่” อิทธิพลเอามือปิดหูโทรศัพท์ทำเสียงเข้มใส่ อิทธิฤทธิ์ถามเสียงอ่อยว่า “คุยกับใครสำคัญกว่าผมงั้นเหรอ” “ใช่ สำคัญกว่าแก!” แล้วหันไปคุยโทรศัพท์ต่อ

ที่แท้อิทธิพลกำลังคุยโทรศัพท์กับนฤดีขอพบกันอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องผิดหวังตามเคย

อิทธิฤทธิ์ผิดหวังมากเดินไปหาป้าหนอมที่ห้องครัว บอกป้าหนอมอย่างตื่นเต้นว่ารายงานของตนได้เอ ป้าหนอมบอกให้ออกไปก่อนเดี๋ยวแก๊สระเบิด อิทธิฤทธิ์ย้ำอีกว่า “ผมได้เอแล้วนะป้าหนอม”

“ได้อะไรตอนนี้ไม่สำคัญหรอกค่ะ เราต้องเอาชีวิตรอดก่อน”

ป้าหนอมกำลังตกใจกับกลิ่นแก๊สกลัวไฟไหม้ พอรู้ว่าเป็นกลิ่นกะปิจิ้มมะม่วงของแดงก็โล่งใจ หันมาหาอิทธิฤทธิ์อีกทีปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว

อิทธิฤทธิ์เดินหงอยๆกลับห้อง อุ้มหมูหวานขึ้นกอด บอกหมูหวานว่า

“แกนี่มันเพื่อนซี้ฉันจริงๆ...” พลันก็นึกถึงชนมนขึ้นมา เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาเธอทันที ชนมนขี่จักรยานกลับมาเจอเขานั่งห้อยเท้าอยู่ที่ราวสะพาน เธอบอกว่าใจตรงกันเลย กำลังจะไปหาเขาพอดี ถามว่าบอกให้ผู้การรู้เรื่องรายงานหรือยัง

“ใครจะสนใจเรื่องรายงานงี่เง่าของฉัน” ชนมนติงว่าทุกคนห่วงเขาทั้งนั้น “ทุกคนห่วงว่าฉันจะทำให้พ่อเสียชื่อต่างหาก เวลาฉันทำเรื่องเลวๆ ก็รุมด่ากันจัง ทีทำเรื่องดีๆไม่เห็นมีใครสนใจ ไม่มีใครถามถึงผลรายงานของฉันซักคน!”

“ไม่จริง...ถ้าท่านผู้การไม่สนใจนาย ท่านไม่จ้างฉันมาติวนายหรอก”

“ถ้าสนใจจริง ทำไมไม่ฟังฉัน ไม่เคยให้กำลังใจกัน มีแต่บังคับให้ทำตามคำสั่ง แล้วคนที่เธอบอกว่าห่วงฉัน ตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ ทำไมฉันถึงต้องมายืนอยู่ที่นี่คนเดียว” ชนมนบอกว่าตนนี่ไงยืนอยู่ข้างเขา เขาเห็นบ้างไหม “เห็นซิ...ฉันถึงได้มาหาเธอไงล่ะ ฉันรู้ว่าเธอต้องเข้าใจฉัน”

“คิดถึงแม่อีกล่ะซิ”

“แม่ฉันคงไม่เหมือนพ่อใช่ไหม แม่ฉันจะต้องรักฉัน เป็นห่วงฉันใช่ไหม แม่ไม่ต้องรักฉันมากก็ได้...แค่ยังเห็นฉันเป็นลูกก็พอ...อย่าทำเหมือนฉันเป็นแค่ตัวอะไรตัวนึงในบ้าน...ที่ไม่มีค่าอะไรเลย”

ชนมนเห็นใจเขา พออิทธิฤทธิ์เห็นเธอน้ำตาคลอ ก็เหนี่ยวคอไปกอดอย่างคนรู้ใจกัน

ooooooo

ชนมนชวนอิทธิฤทธิ์ไปนั่งที่ร้าน พอเจอสายตาท่าทางขึงขังของชูชัย อิทธิฤทธิ์ก็เครียดขึ้นมา เขาถามชนมนว่าก่อนมาเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง พ่อเธอเคยทำอะไรมาก่อนหรือ

“นายถามทำไม พ่อฉันก็ทำดุไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงใจดีจะตาย” อยากทำให้เขาเห็น เธอเรียกพ่อบอกว่า “พ่อ...วันนี้หนูขอเลี้ยงข้าวผัดอิทนะ ฉลองที่เขาทำรายงานได้เอ พ่อจะแสดงฝีมือผัดข้าวผัดซักหน่อยไหม”

ชนมนพยายามพูดปะเหลาะเอาใจ แต่ชูชัยไม่เล่นด้วย บอกว่าตนเหนื่อยแล้ว เรียกชินมาผัดให้ แล้วตัวเองก็เดินมาที่โต๊ะ พูดเหมือนมีไมตรีแต่หน้าตาน้ำเสียงทำเอาอิทธิฤทธิ์หนาวเยือกว่า...

“ระหว่างที่รอข้าวผัด เราก็คุยฆ่าเวลากันไป ฉันอยากเจอนายมานานแล้ว”

เรื่องที่ชูชัยคุยนั้นทำให้อิทธิฤทธิ์ตึงเครียดนับแต่เรื่องที่หาว่าชนมนไปติวให้เขาแล้วมีแต่เรื่อง ซ้ำยังบีบคั้นให้เขาเรียกชนมนว่าพี่เพราะอายุมากกว่า 1 ปี จงใจให้รู้นัยยะบางอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งสอง

ฝ่ายชินที่ถูกใช้ให้ผัดข้าวผัดให้อิทธิฤทธิ์ก็ “แสดงฝีมือ” อย่างสะใจ เทน้ำปลาลงไปอย่างเมามัน ตักน้ำตาลสาดใส่เกือบสิบช้อน ผัดเสร็จยกไปเสิร์ฟ หน้าตาข้าวผัดกระดำกระด่าง อิทธิฤทธิ์มองอย่างสยอง แต่กลัวสายตาชูชัยและปากของชินมากกว่าเลยตักกิน กว่าจะกลืนลงได้ก็แทบต้องกลั้นใจ

ชนมนดูออกว่าถูกชินแกล้งเลยลองตักชิม พอรู้รสเธอก็ช่วยเขากิน อิทธิฤทธิ์รู้เจตนาของเธอ เขายิ่งรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่รู้ใจและเป็นเพื่อนซี้จริงๆ

พออิทธิฤทธิ์กลับไป ชูชัยบอกชนมนว่า “ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องให้ไอ้หมอนี่มาที่นี่อีก พ่อไม่ชอบหน้ามัน”

“พ่อเคยชอบหน้าใครบ้าง” ชนมนได้แต่พึมพำตามหลังชูชัยไปเบาๆ

ooooooo

อิทธิพลโทรศัพท์คุยกับอาจารย์ตุลา เขาขอบคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสอิทธิฤทธิ์ ถามว่าอีกนานไหมกว่าจะสอบซัมเมอร์

ฟังคำตอบจากอาจารย์ตุลาแล้วเขาคำนวณเวลา แต่พอรู้ว่ารายงานของอิทธิฤทธิ์ได้เอก็ดีใจ เมื่อกลับไปที่ห้องทำงานจึงเห็นรายงานปึกหนาที่อิทธิฤทธิ์ให้ไว้ตั้งแต่เมื่อวานจึงหยิบดู อิทธิฤทธิ์มาเห็นพ่อดูรายงานก็แอบดีใจแต่ทำเป็นไม่แยแส อิทธิพลอยากจะชมแต่ยังวางฟอร์มพูดในแง่กลับว่า

“เห็นรึเปล่าว่าถ้าแกมีความพยายามมากพอไม่ว่าเรื่องยากแค่ไหน แกก็สามารถทำได้ เรียนจบแล้วก็น่าจะไปลองสอบเข้าตำรวจดู”

อิทธิฤทธิ์ยืนยันว่ายังไงตนก็ไม่เป็นตำรวจเหมือนพ่อแน่ เขายังแผลงฤทธิ์กับพ่อตามเคยแต่น้อยกว่าเดิม

กลับเข้าห้องนอนไม่นาน ป้าหนอมก็มาเคาะประตูเอาคัพเค้กมาให้ ป้าหนอมรีบแสดงความยินดีกับรายงานของเขาที่ได้เอ อิทธิฤทธิ์ยังไม่หายงอน จนป้าหนอมขอโทษเพราะตอนนั้นกำลังยุ่งๆ แล้วยื่นคัพเค้กแต่งด้วยครีมเป็นรูปหน้าเขาและมีรูปนิ้วโป้งด้วย ทำให้อิทธิฤทธิ์ยิ้มออก ป้าหนอมพูดให้กำลังใจว่า

“แค่นี้น้ำจิ้มนะคะ รอให้คุณอิทสอบเสร็จ ป้าจะจัดงานฉลองใหญ่ให้เลย”

“ไม่ต้องหรอกป้าหนอม แต่ต่อไปเรื่องผมต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!”

“คุณอิทก็เป็นอันดับหนึ่งในใจของป้ามาตลอดนะคะ”

“แต่สำหรับพ่อ ผมเป็นที่สองรองจากไอ้ธรรม์มาตลอด แต่ก็ช่างเถอะ ผมไม่สนแล้ว ผมเอาเวลาไปอ่านหนังสือดีกว่า ครั้งนี้ผมทำรายงานได้เอ ครั้งหน้าผมต้องสอบได้เอด้วยเหมือนกัน ใกล้ความจริงแล้วป้าหนอมผมกำลังจะได้เจอหน้าแม่แล้ว”

“ค่ะ...ใกล้ความจริงขึ้นทุกทีแล้ว...” ป้าหนอมตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ใจหวาดหวั่นไม่รู้ว่านฤดีจะตอบอย่างไร

ooooooo

วันนี้มาย่ามีนัดกับธรรม์ที่ร้านอาหาร เธอไปถึงก่อนจึงนั่งคอยที่โต๊ะ ถูกหนุ่มไฮโซมองอย่างสนใจ กระซิบอะไรบางอย่างกับลูกน้อง

มาย่ารู้สึกตัวว่าถูกลูกน้องหนุ่มไฮโซมองผิดปกติ เมื่อรอจนเลยเวลายังไม่เห็นธรรม์มา เธอจึงวางเงินค่ากาแฟไว้แล้วลุกเดินออกไป ถูกลูกน้องหนุ่มไฮโซตามไป มาย่าตกใจเลยวิ่งหนีรองเท้าพลิกทำให้ข้อเท้าแพลง ลูกน้องหนุ่มไฮโซตามมาทัน บอกมาย่าว่านายตนอยากนัด

“กินข้าว” ด้วยสักมื้อ ถามว่าพรุ่งนี้เป็นไง

“ฉันไม่รู้จักนายของแก”

ลูกน้องหนุ่มไฮโซเจรจาเหมือนเธอเป็นหญิงบริการที่แอบแฝงมาในรูปนักแสดง ทำให้มาย่าทั้งโกรธทั้งกลัว เลยพาลโกรธธรรม์ที่ไม่มาตามนัดไปด้วย มันส่งนามบัตรให้แล้วเดินไป มาย่าโกรธจนตัวสั่นขยำนามบัตรทิ้งทันที

ที่แท้ธรรม์กำลังนำตำรวจดักจับพวกที่นัดส่งยากันอยู่ แต่มันไหวตัวทันหนีไปได้ ธรรม์เสียดายมาก ตำรวจที่มาด้วยบอกว่ามันไม่โชคดีทุกครั้งไปหรอก บอกให้เขากลับบ้านเสีย คนที่บ้านคงรอแย่แล้ว ทำให้ธรรม์นึกได้ว่านัดมาย่าไว้ เขารีบโทร.หามาย่าทันที

ธรรม์พร้อมดอกไม้สดช่องามไปหามาย่าที่บ้านเป็นการขอโทษ มาย่ามองเขาอย่างเย็นชา ถามว่าเรานัดกันเที่ยงไม่ใช่หรือแล้วนี่กี่โมงแล้ว ทำทีดูนาฬิกาบอกว่าสี่โมงแล้ว

เมื่อธรรม์ขอโทษบอกว่าตนติดงานจริงๆ ทำให้มาย่ายิ่งรับไม่ได้ บอกว่าตนก็ทำงานแต่ไม่เคยลืมนัดทิ้งให้ใครรอเก้ออยู่คนเดียว ถามอย่างเจ็บปวดว่า “รู้ไหมว่าวันนี้ย่าไปเจออะไรมา”

แต่พอเล่าให้ฟัง ธรรม์กลับมองว่าเพราะเธอเป็นดาราคนจึงสนใจมากกว่า ชี้แจงว่าตนติดงานจริงๆเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับพ่อด้วยเลยลืมนัดไป ขอแก้ตัวนัดกันใหม่ได้ไหม

“ไม่ต้องนัดแล้วค่ะ ครั้งนี้ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว” พูดแล้วลุกออกไป ธรรม์ถามว่าจะไปไหน “ไปหาเพื่อนที่เห็นความสำคัญของย่า ถ้างานของพี่ธรรม์สำคัญกว่าย่า ก็ไปทำงานเถอะค่ะ รอให้พี่ธรรม์ว่างจริงๆแล้วค่อยคุยกัน หรือไม่ต้องมาเจอกันเลยก็ได้”

ธรรม์มองมาย่าที่เดินปึ่งออกไป เขาวางช่อดอกไม้ลงอย่างเหนื่อยใจ...

ooooooo

มาย่านัดอิทธิฤทธิ์ออกมาพบกันที่ร้านไอศกรีม เล่าเรื่องที่ถูกหนุ่มไฮโซส่งลูกน้องมาติดต่อซื้อบริการ อิทธิฤทธิ์โมโหถามว่ามีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ ถามว่าไอ้หมอนั่นเป็นใคร

“ไม่บอก! เดี๋ยวเธอได้ไปเอาเรื่องมัน แล้วเรื่องนี้รู้ไว้แค่สองคนก็พอนะ ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง”

“ได้ไง! บอกไอ้ธรรม์มันสิ ให้มันจับเข้าคุกไปเลย”

“พี่ธรรม์เขาสนใจที่ไหน คนอะไร ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด หาว่าฉันทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถูกไอ้ไฮโซนั่นดูถูกยังไม่โกรธเท่านี้เลย”

อิทธิฤทธิ์ฟังแล้วรู้ว่าเธอมีปัญหากับธรรม์ นึกน้อยใจที่พอเธอขัดใจกับธรรม์จึงมาหาตน ตนกลายเป็นตัวสำรองไปแล้ว บอกมาย่าว่าธรรม์เป็นคนบ้างานเหมือนพ่อ มีอะไรก็ทนๆกันหน่อยแล้วคุยกันให้รู้เรื่องเสีย มาย่าไม่หายเคืองบอกว่ากับธรรม์นั้นเลิกพูดกันเลย ไม่เจอกันอีกยิ่งดี แต่นึกได้ว่าในงานปิดกล้องบริษัทต้องเชิญธรรม์ไปด้วยแน่ๆ ก็ถอนใจ

“จะกลัวอะไร ฉันจะไปงานกับเธอด้วย”

“จะดีเหรอ?”

“ดีสิ! ชักจะสนุกแล้ว” อิทธิฤทธิ์กระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการของตัวเอง

ooooooo

บอกมาย่าว่าจะไปงานกับเธอแล้ว อิทธิฤทธิ์ให้ป้าหนอมหาสูทให้ และคอยดูข่าวทางทีวีว่า ตนหล่อสมกับมาย่าหรือเปล่า

พอธรรม์รู้ว่าอิทธิฤทธิ์จะไปงานปิดกล้องเขาบอกว่า มาย่าไม่ได้บอกเลิกนัดกับตน อิทธิฤทธิ์เย้ยว่า แค่ไม่ไปตามนัดก็ถือว่าเป็นการยกเลิกแล้ว

“นี่นายอิท ปัญหาของฉันกับมาย่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย” ธรรม์เสียงเข้ม ทำให้ป้าหนอมรีบเข้ามาขอร้องว่าเป็นพี่น้องอย่าทะเลาะกันเลย

“ผมไม่เคยเห็นมันเป็นพี่” อิทธิฤทธิ์สวนทันควัน แล้วหันไปทางธรรม์ “ฉันให้โอกาสนายแล้ว แต่นายทำพลาดเอง ฉันจะทวงผู้หญิงของฉันคืน” ธรรม์ถามว่า แล้วเอาชนมนไปไว้ไหน “ชนเกี่ยวอะไรด้วย นี่นายคิดจะทำอะไร ไอ้ธรรม์!”

เมื่ออิทธิฤทธิ์ควงมาย่าไปงาน ธรรม์จึงจะควงชนมนไปแทน เขาพาเธอไปยืมชุดที่ร้านเสื้อหรูที่เป็นสปอนเซอร์ของงานเลี้ยงคืนนี้  เลือกชุดหรูรองเท้าส้นสูงเข้าชุดกัน เป็นงานยุ่งยากจนชนมนถอดใจขอถอนตัว เพราะตนไม่ใช่ดาราคงไม่มีใครมาสนใจ

“แต่ชนเป็นน้องของหมวดธรรม์ พี่ทำงานให้บริษัทหนังคุ้มจนเกินคุ้ม ชนเลิกคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่สำคัญเสียที คืนนี้ชนจะรู้ว่า ชนสำคัญกับใครบางคนแค่ไหน”

ooooooo

ในงานเลี้ยงปิดกล้อง บรรดานักข่าวเกิดความสับสน กังขา เมื่อเห็นโอเจควงเมนี่เข้าไปในงาน ส่วนมาย่าก็ควงอิทธิฤทธิ์ตามด้วยธรรม์ควงชนมนเข้ามา

เมนี่เจองานเข้า ต้องชี้แจงกับนักข่าวว่าทำไมมาย่าจึงไม่มากับโอเจ เลิกกันแล้วหรือ เมนี่ตอบนักข่าวว่าไม่ได้เลิก แต่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่

แล้วบรรยากาศก็ตึงเครียดทันที เมื่อธรรม์กับ

ชนมน และอิทธิฤทธิ์กับมาย่ามาเจอกัน อิทธิฤทธิ์จ้องตาชนมน มาย่าจ้องตาธรรม์ โอเจกับเมนี่เห็นแล้วมองงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น?

พอไปเจอกันหลังเวทีเมนี่ตำหนิมาย่าว่า ทำอย่างนี้ได้ยังไง ตอนนี้เรากำลังเล่นข่าวมาย่ากับโอเจอยู่ เมนี่ย้ำว่า มาย่าต้องเป็นข่าวกับโอเจเท่านั้นจนกว่าหนังจะออกจากโรง

“พี่เมครับ มาย่าทำถูกแล้วล่ะครับ เพราะต้นสังกัดที่เกาหลีกำลังจะจับคู่ผมกับนางเอกคนใหม่อยู่ครับ เธอชื่อ อุมแบร คลี ครับ เป็นลูกครึ่งเกาหลีแอฟริกัน จะได้ร่วมงานกันเดือนหน้า” โอเจแทรกขึ้น เมนี่บ่นงงๆว่าทำไมไม่เห็นมีใครบอกตน โอเจบอกว่า “เขาบอกให้ปิดเป็นความลับก่อนครับ”

พอเมนี่ผละไป มาย่าถามโอเจขำๆว่า นางเอกที่ต้องจับคู่กับเขาชื่ออะไรนะ? โอเจยิ้มแหยบอกว่า ลืมไปแล้ว ตนมั่วไปเอง เพราะอยากช่วยเธอ  มาย่าถามว่าเขาช่วยตนทำไม

“นักแสดงเก่งๆอย่างเธอ ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้เป็นข่าว หรือสร้างกระแสอะไร คนก็รักแล้วล่ะ คอยดูนะ สักวันฉันจะต้องไปให้ได้ถึงจุดที่เธอกำลังยืนอยู่”

มาย่ามองโอเจด้วยความรู้สึกดีๆเป็นครั้งแรกจากที่ได้ร่วมงานกันมา...

ooooooo

โอเจกับมาย่าต้องขึ้นเวทีกล่าวความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกัน

ขณะโอเจกับมาย่าอยู่บนเวทีนั่นเอง อิทธิฤทธิ์ตรงรี่เข้ามาถามชนมนว่า มากับธรรม์ได้ไง? ทำไมยอมมากับธรรม์! ชนมนบอกว่า ธรรม์ขับรถไปรับที่บ้าน ย้อนถามว่า แล้วทำไมตนจะมากับธรรม์ไม่ได้

“ถ้าอยากมางานนี้ทำไมไม่บอก” อิทธิฤทธิ์ถามอย่างเอาเรื่อง เธอประชดว่าไม่อยากมาเป็นส่วนเกินของใคร อิทธิฤทธิ์สวนทันควันว่า “ฉันกับมาย่าเป็นเพื่อนกัน”

“ฉันกับพี่ธรรม์ก็เป็นเพื่อนกัน แต่ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์ถามอะไรฉัน!” พูดแล้วเดินออกไปเลย ทำให้อิทธิฤทธิ์ยิ่งเจ็บใจ

บนเวที โอเจให้สัมภาษณ์ชมเชยการทำงานของมาย่าว่าเป็นนักแสดงที่มีสมาธิขณะแสดงและใส่ใจหลังจากแสดงเสร็จ แล้วจู่โจมหอมแก้มมาย่าฟอดหนึ่ง เธอตกใจ เมนี่กับสุวิชปรบมือนำอย่างถูกอกถูกใจจนทุกคนพากันปรบมือตามทั้งที่ยังงงๆ ธรรม์เดินเร็วๆเข้ามาคุมเชิงอย่างเป็นห่วง

ทันใดนั้น ตี๋เล็กในชุดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ก็พรวดเข้ามาจะหอมแก้มมาย่าอย่างโอเจบ้าง ถูกธรรม์ลากถูลู่ถูกังออกไป มาย่าตามไปห้ามธรรม์ทำรุนแรงกับตี๋เล็ก ธรรม์ติงว่าตี๋เล็กเคยลักพาตัวเธอมาแล้ว มาย่าแก้ต่างให้ว่าตี๋เล็กก็แค่อยากให้ตนซ้อนมอเตอร์ไซค์เท่านั้น เขาดูต๊องๆแต่ไม่น่ามีพิษมีภัย

“ถ้าวันหนึ่งมันเกิดบ้าขึ้นมา ไม่ต้องการแค่ให้ย่าซ้อนท้ายล่ะ?”

“พี่ธรรม์เลิกห่วงย่าเกินเหตุซักทีเถอะค่ะ ถ้าพี่ธรรม์ห่วงย่าจริงเมื่อวานพี่ธรรม์คงไม่ปล่อยย่าให้รอ...ย่าเจอคนที่บ้ากว่าเลวกว่าตี๋เล็ก ตามถึงที่จอดรถ ตอนนั้นย่าอยู่คนเดียว รู้ไหมว่าย่ากลัวแค่ไหน”

ธรรม์ฟังแล้วตกใจ กุมมือเธอไว้เอ่ยขอโทษอย่าง รู้สึกผิด พอดีอิทธิฤทธิ์เดินตามหามาย่าเห็นภาพนั้นเต็มตา

“ดีกันได้ซักที หมดหน้าที่เราแล้ว” อิทธิฤทธิ์พึมพำ มองอย่างยอมรับว่าทั้งสองเหมาะสมกัน แล้วเดินผละไป

บรรดานักข่าวที่ซุ่มดูอยู่รีบถ่ายรูปไว้ ครู่เดียวมาย่าก็ดึงมือออกเดินกลับไป ทิ้งธรรม์ให้ยืนงงตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

หลังจากอิทธิฤทธิ์ถอยออกมาจากมาย่าแล้ว ก็ตรงไปหาชนมน ลากเธอจะพากลับบ้าน เธอบอกว่าจะรอธรรม์ ถูกดุว่าจะอยู่เป็นก้างขวางคอทำไม ธรรม์คืนดีกับมาย่าแล้ว

อิทธิฤทธิ์ลากชนมนไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แล่นไปตามถนนเหมือนจะสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย แต่ต่างก็นิ่งเงียบกันนาน จนอิทธิฤทธิ์ถามขึ้นว่าอยากกลับกับธรรม์หรือ?

“เออ!” ชนมนกระชากเสียงใส่

อิทธิฤทธิ์บ่นว่าเป็นผู้หญิงพูดให้มันเพราะหน่อย มิน่าล่ะ...ถึงยังไม่มีแฟน แต่ก็สั่งห้ามเป็นกฎเหล็กว่า ตราบใดที่เธอยังเป็นติวเตอร์ให้ตนอยู่ห้ามมีแฟน แล้วตะบึงรถไปจนชนมนใจไม่ดี บอกให้ช้าๆหน่อย ด่าว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมา

แล้วก็มีเหตุให้ต้องหยุดทะเลาะกันเมื่อน้ำมันรถหมด ต้องเดินไปหาปั๊มซื้อน้ำมันแล้วเดินกลับมาเติมที่รถอีก ซ้ำระหว่างทางชนมนเดินสะดุดอะไรบางอย่าง กอปรกับไม่คุ้นชินกับรองเท้าส้นสูง เธอเซเกือบล้ม ดีแต่อิทธิฤทธิ์ประคองไว้ทัน พอเธอเดินนำไปเขาชมว่า “วันนี้เธอดูสวยจริงๆด้วย”

ชนมนพูดบ่นๆว่า เพราะเขาเห็นด้านหลังของตนถึงได้ชม ท่ีจริงแล้วเขาไม่เคยเห็นตนเป็นผู้หญิง ตนไม่เคยอยู่ในสายตาเขาอยู่แล้ว ถูกเขาย้อนถามว่า “แล้วฉันเคยอยู่ในสายตาของเธอรึเปล่าล่ะ หรือเธอเห็นฉันเป็นแค่เด็กมีปัญหา” ชนมนสะดุดใจถามว่า คำนี้มันเจ็บมากนักรึไง “เจ็บจนจุก คนอื่นจะมองว่าฉันสร้างแต่ปัญหาก็ช่าง แต่ฉันไม่อยากให้เธอมองอย่างนั้นอีกแล้ว เธอน่า

จะเป็นคนเดียวที่รู้ว่าฉันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันเปลี่ยนได้ เพราะเธอ”

อิทธิฤทธิ์เผลอใจหอมที่ผมเธอ ชนมนตกใจถามว่าทำอะไร!

“ไม่รู้...รู้แต่ว่า ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก...” แล้วเดินคู่กันไปเงียบๆ ต่างเก็บความรู้สึกดีๆไว้ในใจ

ooooooo

แม้มาย่าจะยังงอนธรรม์ แต่เมื่ออิทธิฤทธิ์กลับไปกับชนมนแล้ว เธอจึงต้องยอมให้ธรรม์ไปส่งที่บ้าน

ธรรม์แก้ตัว แสดงความห่วงใยมาย่าบอกเธอว่าจะนอนเฝ้าเธอทั้งคืนแล้วตามเธอเข้าบ้าน ทั้งสองไม่รู้ว่าถูกนักข่าวตามมาเก็บภาพไว้อีก!

คืนนี้ ธรรม์เฝ้ามาย่าอยู่นอกบ้านทั้งคืน ทำให้เธอใจอ่อนเชื่อว่าเขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ หายงอนและทำอาหารเช้ากินกันด้วยบรรยากาศอบอุ่นน่ารัก

ooooooo

เช้านี้ชนมนต้องมาติวให้อิทธิฤทธิ์ เขาตั้งใจจะบอกรักเธอ ซักซ้อมคำพูดอยู่นานรอเวลาที่จะบอกรัก แต่รอจนผิดเวลามากก็ยังไม่มา ทนไม่ได้ไปหาที่บ้านจึงรู้จากเพื่อนบ้านว่าชูชัยเข้าโรงพยาบาล เขาจึงรีบตามไป

ชนมนอยู่ในสภาพตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะพ่อยังไม่ฟื้น

“ใจเย็นๆชน ฉันอยู่นี่แล้ว ชินอยู่เฝ้าคุณลุงไปก่อนนะ”  อิทธิฤทธิ์บอกชินแล้วพาเธอไปหาหมอเจ้าของไข้ จนรู้ว่าพ่อเธอช็อกเพราะน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป แต่ตอนนี้ ปลอดภัยแล้ว หมอเตือนว่าคนไข้ไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจังมากว่าห้าปี มีโอกาสเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนได้ ย้ำว่า

“ถ้าหากเป็นโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาทก็เป็นอัมพาตได้ หรือถ้าหนักกว่านั้นอาจจะถึงขั้นเป็นโรคหัวใจล้มเหลวนะครับ”

อิทธิฤทธิ์เห็นชนมนเครียด เขาปลอบใจว่า “หมอบอกว่า โรคนี้เราควบคุมได้ ต่อไปเธอก็ต้องเข้มงวดกับคุณลุงให้มากขึ้น ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวก็ฟื้นแล้ว...เชื่อฉัน พ่อเธอต้องไม่เป็นอะไร”

มีอิทธิฤทธิ์ช่วยจัดการ ปลอบใจ ให้กำลังใจ ทำให้ชนมนค่อยคลายความทุกข์ใจลง

ooooooo

ขณะที่หัวใจมาย่ากำลังกลับมาเป็นสีชมพูกับธรรม์อีกครั้งนั้น ก็มีข่าวทำลายเธอว่อนในเน็ต มีภาพที่ถูกนักข่าวแอบถ่ายตอนที่ธรรม์กุมมือเธอและพาเธอไปส่งบ้าน บรรยายอย่างน่าเกลียด จนเมนี่ต้องรีบไปที่บ้านมาย่าหาทางสยบข่าวนี้ก่อนที่หนังจะฉาย

ธรรม์เห็นเมนี่มาก็รีบหลบ แต่เมื่อได้ยินเมนี่ตำหนิมาย่ารุนแรงก็ทนไม่ได้ออกมารับผิดว่า

“เรื่องนี้เป็นความผิดของผมคนเดียวครับ คุณเมนี่”

เมนี่ให้มาย่าปฏิเสธข่าวนี้และออกข่าวว่าธรรม์เป็นพวกโรคจิตที่ติดตามมาย่าอยู่ก็ได้ มาย่าปฏิเสธทันทีว่า

“พี่เมนี่จะรักษาชื่อเสียงหนู แต่ทำลายอนาคตพี่ธรรม์งั้นเหรอคะ ไม่ค่ะ หนูจะบอกความจริงกับทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น”

เมนี่ไม่พอใจที่มาย่าจะมีแฟนตอนนี้ เพราะจะทำให้ชื่อเสียงตกและตนก็จะขาดรายได้ด้วย บอกให้มาย่าคิดให้ดีอย่าทำลายอนาคตตัวเอง ธรรม์เสนอมาย่าว่าช่วงนี้เราห่างๆกันสักพักดีไหม มาย่าไม่ยอม บอกว่าจะไม่ให้เมนี่มากำหนดชีวิตตนต่อไปอีกแล้ว พูดอย่างมั่นใจการกระทำของตัวเองว่า

“คนจะเชื่อข่าวไม่เชื่อเรา ก็ไปบังคับใจใครไม่ได้ แค่เรารู้แก่ใจว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิดก็พอแล้ว” ธรรม์เสนอให้มาย่าทำตามที่เมนี่แนะนำ เธอบอกเขาอย่างร้าวรานใจว่า “ย่าไม่มีใครเลยนะคะพี่ธรรม์ พ่อกับแม่ไม่เคยสนใจย่า ปีนึงโทร.มาแค่ครั้งสองครั้ง ย่ามีพี่ธรรม์ ไม่ได้ทำให้ย่าเสียงาน แต่กลับเป็นกำลังใจให้ย่าสู้งานมากขึ้น รู้ไหมบางครั้งย่าไม่อยากกลับบ้านเลย ไม่อยากกลับมาอยู่คนเดียว ถ้าพี่ธรรม์ไปจากย่า...ย่าก็ต้องกลับไปอยู่คนเดียวอีก...”

มาย่าพูดอย่างอัดอั้นน้ำตาไหลเหมือนเด็กอ้างว้าง ว้าเหว่  ไม่มีที่พึ่ง ธรรม์ทนไม่ได้ดึงเธอเข้าไปกอดปลอบใจทั้งที่ตัวเองก็ว้าวุ่นใจที่ทำให้ชีวิตเธอต้องมีปัญหาวุ่นวายอย่างนี้

ooooooo

พอชูชัยรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นอิทธิฤทธิ์อยู่กับชนมนและชิน เขาถามอย่างไม่พอใจว่าหมอนี่มาได้ยังไง!

ชินเล่าว่าพ่ออาการทรุดตั้งแต่วันที่ชนมนหนีไปต่างจังหวัดกับอิทธิฤทธิ์เพราะไม่ยอมกินยากลัวหมด ชนมนรู้สึกผิด โผกอดพ่อขอโทษพ่อบอกว่าต่อไปจะไม่ทิ้งพ่อไปไหนอีกแล้ว ทำให้อิทธิฤทธิ์รู้สึกผิดยิ่งกว่าเพราะเป็นตัวการ

เห็นชูชัยอยู่ห้องรวมค่อนข้างแออัด เขาสั่งย้ายชูชัยไปอยู่ห้องวีไอพี ทั้งยังลงมือต้มยาบำรุงให้เอง แต่เพราะทำไม่เป็นเลยเอายาบำรุงที่ขายในตลาดสารพัดอย่างมาเทรวมกันและเคี่ยวจนข้นเอาไปให้ชูชัยกิน

ชนมนตกใจที่มาโรงพยาบาลแล้วพ่อหายไป พอรู้ว่าอิทธิฤทธิ์สั่งย้ายไปอยู่ห้องวีไอพีก็ไม่พอใจกลัวค่าห้องที่แพงลิ่ว อิทธิฤทธิ์บอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะรับผิดชอบเอง เธอบอกว่าตัวเองยังต้องแบมือขอเงินพ่อใช้ก็อย่าเที่ยวจ่ายเงินให้คนอื่น

อิทธิฤทธิ์ฮึดขึ้นมาบอกว่าตนจะหาเงินมาจ่ายเอง แล้วชวนกันทำอาหารกล่องขาย แม้จะต้องไปจ่ายตลาดกันแต่เช้ามืด ต้องแบกหิ้วข้าวของมากมาย กลับมายังต้องทำอาหารอีก อิทธิฤทธิ์ทำอย่างอดทน และดีใจสุดๆ เมื่อวันเดียวขายได้เงินเกือบสามพันบาท แต่พอชนมนคิดหักต้นทุนและค่าแรงแล้วเหลือกำไรสุทธิจริงๆ แค่ เก้าร้อยบาท!

อิทธิฤทธิ์บ่นว่าเหนื่อยแทบตายได้แค่นี้เอง ชนมนปรามว่า “อย่าบ่น! รู้รึยังว่า เงินมันหายาก!”

ooooooo

มาย่ากับเมนี่ปรึกษากันและตัดสินใจกันเองจะจัดแถลงข่าวให้มาย่าขอโทษเรื่องภาพหลุด ให้บอกว่าที่บ้านอยู่กันหลายคนแต่ช่างภาพถ่ายมาแค่ตนกับธรรม์เท่านั้น เพื่อแก้ภาพลักษณ์ให้แฟนคลับกลับมารักเธอเหมือนเดิม

“ไม่ค่ะ หนูจะไม่โกหกประชาชน หนูจะบอกความจริงกับทุกคนว่า หนูกับพี่ธรรม์คบกัน แต่ก็คบกันอย่างมีขอบเขต เราอาจจะผิดที่ทำอะไรไม่ระวังตัว แต่เราไม่ผิดที่คบเป็นแฟนกัน ดาราคนอื่นก็เปิดเผยเรื่องแฟนได้ ทำไมหนูจะเปิดเผยไม่ได้”

“เพราะเธอเป็นน้องมาย่า องค์หญิงแห่งวงการบันเทิงน่ะซี” สุวิชย้ำ

“ไม่ค่ะ หนูขอเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องมายัดเยียดตำแหน่งอะไรให้หนู หนูขอแค่เป็นนักแสดงที่มีชีวิตของตัวเองก็พอค่ะ”

เมนี่กับสุวิชมองหน้ากันอย่างไม่พอใจมากกับการลุกขึ้นแข็งข้อกับการสร้างภาพตบตาหลอกลวงประชาชน

ooooooo

ธรรม์หิ้วกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมชูชัยที่โรงพยาบาล ชนมนบอกว่าเสียดายไม่เจอกับอิทธิฤทธิ์ เขาเพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้เอง ชูชัยถามว่าสองคนนี้รู้จักกันด้วยหรือ

ซักถามไล่เรียงแล้วจึงรู้ว่าธรรม์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของอิทธิฤทธิ์แต่แม่ตายตั้งแต่เขายังเด็ก พ่อเขาตายในหน้าที่เพราะถูกมาเฟียยิงตาย ชูชัยเอะใจมองป้ายชื่อที่หน้าอกเขา “ธรรม์ สัตยารักษ์” เขามองอึ้งถามว่าพ่อชื่ออะไร

“ร้อยเอกเที่ยงธรรม สัตยารักษ์ ครับ”

ชูชัยช็อกเพราะน้ำตาลในเลือดสูงจนหน้ามืดตาพร่า ชนมนตกใจถามพ่อว่าเป็นอะไรหรือเปล่า?

ธรรม์กับชนมนรีบประคองชูชัยไว้ทันก่อนที่เขาจะล้มคว่ำลง!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.