ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนมนปั่นจักรยานย้อนไปในซอยหมู่บ้านซอยแล้วซอยเล่าก็ไม่เห็น อิทธิฤทธิ์ เลยคิดจะกลับ พลันก็เห็นเขาเดินออกจากร้านหนังสือในหมู่บ้าน ถือถุงใส่หนังสือการ์ตูนมาสามสี่เล่ม

“นี่นาย มาทำอะไรที่นี่” ชนมนเลี้ยวจักรยานไปจอดเอี๊ยดตรงหน้าพอดี ผลคือถูกตวาดว่า ยุ่ง! แล้วจะเดินหนี ชนมนดึงแขนไว้ พูดขึงขัง “ฉันก็ไม่อยากยุ่งกับนายนักหรอกนะ แต่เห็นว่าป้าหนอมเป็นห่วงนายมาก กลัวนายไปเดินตกท่อตายที่ไหน แต่ที่จริงป้าหนอมก็ไม่น่าจะห่วงนะ รถก็ไม่มี เงินก็ไม่มี คนอย่างนายจะไปไหนได้ไกล”

“คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินใคร ฉันอยู่ของฉันได้! เธอจะไปไหนก็ไป ไปไกลๆเลยไป!”

ไล่ตะเพิดแล้วตัวเองก็ผละไป ชนมนหันมองอย่างชั่งใจว่าจะเอายังไงกับเขาดี...

อิทธิฤทธิ์ เดินไปที่ป้ายรถเมล์ นั่งรอเห็นรถแอร์มาก็ไม่กล้าขึ้นรอจนรถร้อนมาจึงแย่งกันขึ้นกับผู้โดยสาร อื่น ถูกเบียดจนเงินที่เตรียมค่ารถไว้ร่วงแต่ถูกเบียดเสียดจนต้องรีบตามคนอื่น ขึ้นไป

พอขึ้นรถได้ก็เดินแทรกไปนั่งที่ท้ายรถ พอกระเป๋ามาเก็บค่าโดยสาร ควักเงินออกมาเหลือแค่ 7 บาท เขาพึมพำกับตัวเอง “ค่ารถเท่าไหร่วะ?”

“แปดบาท” เสียงผู้หญิงข้างๆบอกพอ เงยหน้าเห็นเจ้าของเสียง อิทธิฤทธิ์ก็แทบไม่เชื่อสายตาว่าชนมนจะตามเขามาถึงนี่ ชนมนจึงจ่ายค่ารถให้เขาด้วย อิทธิฤทธิ์จะขอบคุณก็พูดไม่ออก ชนมนเดาใจออกบอกว่าไม่ต้องขอบคุณก็ได้ พรุ่งนี้อย่าลืมใช้คืนก็แล้วกัน

“แค่แปดบาท! งกชะมัด!!”

“ถึงตอนนี้แล้ว นายยังไม่รู้อีกเหรอว่า เวลาไม่มีเงินน่ะ เงินบาทเดียวก็มีค่าเกินกว่าที่นายคิด! ถ้านายอยากอยู่ได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องรู้จักใช้เงิน ซื้อมาทำไมหนังสือการ์ตูน มันจ่ายแทนค่ารถเมล์ได้รึไง”

“เรื่องของฉัน!” ตัดบทแล้วสะบัดหน้ามองไปนอกหน้าต่างอย่างไม่อยากฟังอะไรอีก

ระหว่างนั่งในรถ อิทธิฤทธิ์เอาหนังสือการ์ตูนมานั่งอ่าน ส่วนชนมนเอาตำรามาทบทวน

นั่งรถมากันจนสุดสายที่สะพานพุทธ ผู้โดยสารพากันลง อิทธิฤทธิ์วางหนังสือการ์ตูนที่อ่านแล้วไว้บนเบาะนั่งแล้วเดินลงไป ชนมนหยิบหนังสือตามลงไปบอกว่าเขาลืมหนังสือ อิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่าอ่านจบแล้วจะเอาไปทำไมอีก

“อ่านจบแล้วก็เอาไปขายต่อ ได้ หรือเอาไปบริจาคให้คนอื่นก็ได้ ทิ้งๆขว้างๆอย่างกับได้มาฟรีๆไม่เสียดายเงินบ้างรึไง...ฉันพูดอะไรไปนี่นาย ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม” เขากลับบอกว่าอยากเอาไปขายต่อก็เอาไปยกให้

“นายนี่ มันเกินเยียวยาจริงๆ” ชนมนพูดอย่างหน่ายที่จะอบรมอีก เดินตามเขาไป ถามว่าไม่รู้จะไปไหนใช่ไหม แล้วพูดประชดว่า “จริงซิ นายไม่อยากให้ยุ่งด้วย ตามสบายนะ จะไปไหนก็เชิญ ไม่มีเงินแล้วจะกลับบ้านยังไง ค่ารถเมล์ก็ไม่มี”

ชน มนทำท่าไม่สนใจเดินแซงหน้าไป อิทธิฤทธิ์เรียกไว้เอ่ยปากขอยืมเงิน ชนมนควักใบละร้อยออกมา 5 ใบแต่ให้เขายืมสองร้อย ถูกอิทธิฤทธิ์ดึงไปทั้ง 5 ร้อย เธอโวยวายว่าเอาไปทำไมตั้งห้าร้อย

“แค่ห้าร้อย?” อิทธิฤทธิ์ทำเสียงจิ๊บจ๊อย

“ตั้ง ห้าร้อย! ฉันอยู่ได้เป็นอาทิตย์” อิทธิฤทธิ์หาว่าเธอเว่อร์เพราะเงินแค่นี้ตนใช้วันเดียวก็หมดแล้ว “นายนี่มันไม่รู้จักคุณค่าและมูลค่าของเงินเลยนะ” เขาย้อนถามว่าแปลว่าอะไร “โธ่เอ๊ย...ก็แปลว่านายไม่รู้จักการใช้เงินอย่างคุ้มค่าเลยน่ะสิ ไม่ได้หาเงินเองก็คิดงี้แหละ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่า เงินห้าร้อยทำอะไรได้บ้าง”

ooooooo

ชนมนสวมวิญญาณติวเตอร์สอนให้ อิทธิฤทธิ์รู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินให้เป็น ให้คุ้มค่า เธอพาไปกินอาหารริมทางที่ทั้งอร่อยทั้งถูก พาไปซื้อของมือสองที่ยังดูดีทั้งราคาก็ถูกมากด้วย

ปรากฏว่ากินกันจนพุง กาง ซื้อของกันจนหิ้วเต็มสองมือ เพิ่งใช้เงินไปแค่ 200 บาท อิทธิฤทธิ์เพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจกับชีวิตติดดินที่เขาเพิ่งได้สัมผัสจนลืม ความบาดหมางใจไปชั่วขณะ

แต่พอชนมนจะอบรมเรื่องการใช้เงินเขาก็ตัดบทประชดว่า รู้แล้ว กลับไปจะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์จะคิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้

“ฉันไม่ต้องการให้นายขอบคุณฉัน แต่ฉันอยากให้นายรับปากว่าต่อไปนายจะตั้งใจเรียน” อิทธิฤทธิ์บอกว่าก็คนมันไม่อยากเรียน เลยถูกอบรมยาวเหยียดว่า “แต่นายต้องเรียนเพื่อตัวนายเอง ฉันไม่รู้หรอกนะว่า นายมีปัญหาอะไร แต่ทุกคนในครอบครัวก็มีปัญหากันทั้งนั้น ไอ้การที่นายทำตัวงี่เง่า มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ทำไมนายไม่พยายามสอบให้ได้เรียนให้จบ แล้วทีนี้นายอยากใช้ชีวิตยังไง ก็ไม่มีใครบังคับนายแล้ว”

อิทธิฤทธิ์โพล่งออกไปว่าไม่ต้องมาสอน พอชนมนสวนไปว่าเด็กมีปัญหา เขาก็ท้าทายอย่างยโสอวดดีว่า

“มีปัญหาแล้วทำไม อย่างน้อยฉันก็มีเงิน ไม่ต้องทุเรศตัวเองที่จะต้องยอมทำงานทุกอย่างเพื่อเงิน แม้แต่งานห่วยๆสอนคนงี่เง่าอย่างฉัน เออ...ฉันรู้ค่าของเงินแล้ว ฉันรู้แล้วว่าเงินซื้อศักดิ์ศรีของคนได้!”

“นายอิท! คนอย่างนายนี่ทำบุญไม่ขึ้นจริงๆ” ชนมนเดินผละไปอย่างโมโหมาก

อิทธิฤทธิ์เองก็โมโหตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดดีกับเธอไม่ได้สักที...

พอก ลับถึงบ้าน ชนมนถามพ่อว่าการที่เราจะปราบผู้ชายสักคนต้องทำยังไง? ถูกชูชัยถามดุๆว่ามีใครมาจีบหรือแต่ก็บอกว่า “ปราบผู้ชายนะเหรอ จะไปยากอะไร ผู้ชายมันก็แพ้อยู่อย่างเดียวนั่นแหละ...ผู้หญิงไง!” แล้วชูชัยก็อธิบายว่า “ผู้ชายน่ะต่อให้เคยเป็นเสือ ก็กลายเป็นแมวทุกคน ผู้ชายยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ตัวเองรัก”

“แน่ะ...พ่อแอบโรแมนติกกะเขาด้วย...” ชนมนแซว ชูชัยยิ้มขรึมบอกว่า...

“มีแม่แกคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนพ่อได้”

คุย กับพ่อแล้ว ชนมนยิ่งมั่นใจแผนของตนที่จะดึงมาย่าให้มาช่วยปราบพยศของอิทธิฤทธิ์ ดังนั้น รุ่งขึ้นเธอเดินทางไปหามาย่าที่สนามยิงปืนทันที

ooooooo

ชนมนหว่าน ล้อมมาย่าให้มาติวกับตน ยอมลดค่าติวให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์หรือติวฟรีก็ได้ มาย่ากลัวว่าตนไปติวด้วยแล้วอิทธิฤทธิ์จะยิ่งไม่ตั้งใจเรียน
แต่ได้แรงเชียร์จากธรรม์ทำให้มาย่าตัดสินใจยอมไปติวกับชนมน ก็ถูกเมนี่แจ๋เข้ามาขวางตามเคย ธรรม์ชี้แจงว่า

“ชีวิต ของมาย่าไม่ได้มีแต่งานนะคุณเมนี่ เรื่องเรียนก็สำคัญกับมาย่าเหมือนกัน มาย่าเป็นไอดอลของเด็กๆอยู่ ถ้าหากมาย่าได้เกียรตินิยม เด็กๆจะต้องอยากเรียนเก่งเหมือนมาย่า แล้วรับรองโครงการอะไรต่อมิอะไรจะต้องมาขอให้มาย่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ คิดดูว่าต่อไปมาย่าจะทำประโยชน์ให้สังคมได้มากแค่ไหน”

เมนี่ตาลุกตกลงทันที ทุกคนดีใจมาก ธรรม์ให้กำลังใจชนมนว่า

“พี่เชื่อว่าชนจะทำให้นายอิทตั้งใจเรียนได้แน่ เข้าใจคิดนะที่ดึงมาย่าไปเรียนกับอิทด้วย”

“ชนต้องขอบคุณพี่ธรรม์ด้วย ถ้าไม่ได้พี่ธรรม์ ชนคงเกลี้ยกล่อมมาย่าไม่สำเร็จ ไงก็อย่าทิ้งกัน ช่วยๆกันไปก่อน”

ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมจนมาย่ามองสงสัยว่า คู่นี้ไปรู้จักสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ชนมนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ตามนัด เธอเตรียมมาอย่างดี ติวอย่างตั้งใจ แต่อิทธิฤทธิ์กลับไม่สนใจ นั่งเซื่องๆซึมๆ พอถูกถามว่าที่พูดมาเข้าใจหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้ชนมนหงุดหงิดหัวเสียว่า “ก็เข้าใจตามที่อ่านนั่นแหละ”

ไม่นานมาย่าก็ร้องเสียงใสเข้ามาว่า “ขอเรียนด้วยคนนะคะ” แล้วเดินเข้ามานั่งข้างอิทธิฤทธิ์ แต่ไม่มองอิทธิฤทธิ์เลยแม้แต่น้อย อิทธิฤทธิ์กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที แต่ทำได้เพียงอึดใจเดียว พอไม่ได้รับความสนใจจากมาย่าเขาก็หันไปสนใจอย่างอื่นแทน

อิทธิฤทธิ์คิดว่ามาย่ายังไม่หายโกรธ เลยเอาไอโฟนมาฟัง เป็นเพลงแทนคำขอโทษพอดีเขาเลยเอาหูฟัง

อีกข้างใส่หูให้มาย่าฟังด้วยกัน มาย่าฉุนเลยดึงหูฟังทั้งของตัวเองและของอิทธิฤทธิ์ออกชี้ที่หนังสือตรงหน้าเขา อิทธิฤทธิ์เลยจำต้องหยิบหนังสือไปก้มหน้าก้มตาอ่าน

เมื่อหยุดพัก อิทธิฤทธิ์พยายามชวนคุยด้วยว่าวันนี้เรียนสนุกดีนะ เลยถูกย้อนถามว่านั่นเรียกว่าสนุกแล้วใช่ไหม ก็ได้รับคำตอบแบบงอแงเกเรว่า “ก็มันเบื่อ”

“เบื่อยังไงก็ต้องตั้งใจเรียน นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายขอเธอแล้วนะ” พูดแล้วเดินหนี อิทธิฤทธิ์ตามง้อว่า

“อย่าโกรธซิ เธออยากให้ฉันขอโทษ ฉันก็ขอโทษไปแล้วไง”

“ถ้าไม่รู้สึกผิดจริงก็อย่าขอโทษซะดีกว่า” พูดแล้วเดินหนีไปอีก

“อะไรวะ ขอโทษแล้วจะเอาไงอีก” อิทธิฤทธิ์บ่นหงุดหงิด ชนมนได้ยินทั้งสองโต้เถียงกันเลยเดินเข้าไปบอกว่า

“เป็นลูกผู้ชายอ่ะนะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิด ก็ต้องกล้าที่จะขอโทษต่อหน้า ไม่ใช่ฝากข้อความผ่านโทรศัพท์อย่างนั้นคนขี้ขลาดเขาทำกัน!”

“ใครถาม” เสียงอ้อนมาย่าเมื่อครู่กลายเป็นเสียงเขียวใส่ชนมนทันที

“แล้วที่ทำตัวเป็นแบดบอยเนี่ย คิดว่าเท่นักใช่ไหม จะบอกให้นะ แบดบอยเป็นได้แค่กิ๊กเท่านี้แหละ ไม่มีผู้หญิงสติดีๆ คนไหนที่จริงจังยอมเป็นแฟนกับเด็กแว้นไร้อนาคตอย่างนายหรอก เปลี่ยนตัวเองซะ ไม่งั้นที่หวังอะไรไว้ก็ลืมไปได้เลย มาย่าไม่มีวันมองนายแน่ นายอิทธิฤทธิ์”

ถูกชนมนพูดแทงใจดำ อิทธิฤทธิ์ก็อึ้ง กว่าจะนึกได้ชนมนก็เดินไปไกลแล้ว เลยตะโกนตามไปว่า

“เฮ้ย...ฉัน...ฉัน...ฉันไม่ใช่เด็กแว้น ไม่ใช่โว้ย!” ตะโกนแล้วยืนอึ้งต่อกับคำพูดของชนมนที่กระแทกใจอย่างแรง

พอเข้าห้องติวต่อ อิทธิฤทธิ์ทำข้อสอบไปอย่างไม่มีสมาธิ คอยแต่จะคุยกับมาย่า เมื่อเธอไม่สนเลยยอมเอ่ยขอโทษแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน ชนมนก็บอกว่าหมดเวลา แล้วดึงกระดาษสอบไปนัดคราวหน้าจะมาเฉลยข้อสอบกัน

เป็นจังหวะที่ป้าหนอมเดินพูดวอล์กกี้ทอล์กกี้เข้ามาบอกอิทธิฤทธิ์ว่ารถมอเตอร์ไซค์ของเขามาแล้ว อิทธิฤทธิ์ดีใจมากวิ่งปรู๊ดออกไปทันที จนมาย่าพูดขำๆ แกมหมั่นไส้กับชนมนว่า

“ขาดรถเหมือนขาดใจเลยล่ะค่ะพี่ชน แล้วนี่ใครไปรับรถให้อิทเหรอคะ” มาย่ามองหน้าป้าหนอมรอคำตอบ

อิทธิฤทธิ์ดีใจที่ได้รถคืนแต่ก็เสียหน้าเสียฟอร์มที่ธรรม์เป็นคนเอารถมาให้ เขาขอบใจอย่างเสียไม่ได้

พอดีมาย่าได้รับโทรศัพท์จากเมนี่เร่งให้ไปทำงาน เธอบอกว่าไม่ต้องมารับเดี๋ยวจะรีบไปเองแล้วบอกธรรม์ให้ช่วยไปส่ง อิทธิฤทธิ์ได้ยินก็ชะงักกึก รู้สึกเสียหน้าหนักขึ้นไปอีก

เพื่อเอาชนะธรรม์ อิทธิฤทธิ์ทำเป็นได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ๋ง แกล้งพูดดังๆ ให้มาย่าตกใจ แล้วคว้ามือเธอลากไปที่รถตัวเองบอกให้รีบไปช่วยเจ๋งกันหน่อย รวบรัดรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน กว่ามาย่าจะรู้สึกตัวก็ถูกอิทธิฤทธิ์พาซ้อนมอเตอร์ไซค์บึ่งไปแล้ว

ooooooo

กว่ามาย่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็ถูกอิทธิฤทธิ์พา ไปมุมสวยริมแม่น้ำแล้ว แม้มาย่าจะโกรธแต่เมื่อได้เห็นทิวทัศน์สวยริมแม่น้ำ  ลมเย็นๆ  บรรยากาศดีๆ เธอก็รู้สึกผ่อนคลาย

อิทธิฤทธิ์ถือโอกาสนี้ขอโทษเธอและให้สัญญาว่า ต่อไปจะตั้งใจเรียนให้จบพร้อมกับเธอตามที่ให้สัญญาไว้ ถามอ้อนๆว่า “เราดีกันแล้วใช่ไหม?”

“ดีก็ได้” มาย่ายังแกล้งทำเล่นตัว อิทธิฤทธิ์ดีใจและมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับมาย่าที่ห่างเหินกันไปนาน

แต่มีความสุขแค่ช่วงเวลาสั้นๆ  ก็ถูกตี๋เล็กกับบ๊วยมาเจอ  พอเห็นอิทธิฤทธิ์ที่แข่งรถชนะตนมาทุกสนาม  ตี๋เล็กก็เขม่น  ยิ่งเมื่อเห็นมากับมาย่านักแสดงยอดนิยมก็บอกบ๊วยว่าอยากถ่ายรูปกับมาย่า  จากนั้นบอกต่อเพื่อนๆว่าเจอน้องมาย่า เพื่อนเลยเฮกันมาทั้งแก๊ง เมื่ออิทธิฤทธิ์พามาย่าออกจากตรงนั้น ตี๋เล็กก็พาพวกไล่บี้ทันที

มือระดับอิทธิฤทธิ์มีหรือจะปล่อยให้ตี๋เล็กไล่บี้ได้ตามอำเภอใจ  เขาถอดแจ็กเกตให้มาย่าคลุม  แล้วสวมวิญญาณนักบิดพาเธอหนีพวกตี๋เล็กที่ตามมากันสี่ห้าสิบคัน!

ร้อนถึงตำรวจ  เห็นวัยรุ่นมาซิ่งกันลั่นถนนแต่หัวค่ำ ก็เอารถตำรวจเปิดไซเรนไล่ตาม  ดักตะครุบไว้ได้ทั้งหมด!

เด็กแว้นถูกจับต้อนขึ้นรถขนผู้ต้องหา  อิทธิฤทธิ์กับมาย่าโดนด้วย  มาย่าตกใจกลัวเสียภาพลักษณ์  อิทธิฤทธิ์โอบเธอให้ก้มหน้าต่ำ  เอาเสื้อแจ็กเกตคลุมหัวให้ปลอบใจเบาๆว่า

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครจำได้หรอก”

เจอนักข่าวตาไวเห็นอิทธิฤทธิ์ก็ร้องบอกกันว่าหน้าคุ้นๆ อีกคนจำได้แม่นยืนยันว่า

“ลูกผู้การอิทธิพลนี่! มีสก๊อยมาด้วย”

ความตึงเครียดครอบงำทันทีเมื่อตำรวจให้แยกหญิงชายออกจากกัน  และให้มาย่าเอาแจ็กเกตที่คลุมหัวออกเพื่อค้นตัว  ขณะมาย่ากับอิทธิฤทธิ์ยื้อเสื้อไว้สุดฤทธิ์นั่นเอง ธรรม์ที่ได้รับแจ้งจากเพื่อนตำรวจก็มาถึง เขาเข้ามาบอกว่า

“เดี๋ยวผมจัดการเอง” แล้วธรรม์ก็พาตัวมาย่าออกไป อิทธิฤทธิ์พยายามจะตามไปด้วย แต่ถูกตำรวจกันไว้และพาไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาทันที  เมื่อถึงโรงพักแล้ว  เด็กแว้นทั้งหมดก็ถูกไล่ต้อนเข้าห้องขังกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่นายอิทธิฤทธิ์ ลูกชายผู้การอิทธิพล!

อิทธิฤทธิ์รู้สึกเสียหน้ามากที่ธรรม์มาแสดงตัวเป็นฮีโร่พามาย่าออกไปต่อหน้าตนที่ต้องถูกควบคุมตัวเป็นผู้ต้องหา

ooooooo

ไม่นาน  อาม้าของตี๋เล็กก็มาเสียค่าปรับรับตัวลูกชายออกไป  บ๊วยนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องขังร้องถามลูกพี่ที่เดินกอดกับอาม้าออกไปเสียงละห้อย...

“แล้วผมล่ะ...ลูกพี่...”

จากนั้นไม่นาน ธรรม์กับชนมนก็มาประกันตัวอิทธิฤทธิ์ออกไป โดยมีผู้การอิทธิพลมายืนมองลูกชายอยู่หน้าห้องขังด้วยสายตาเย็นเยียบ จนอิทธิฤทธิ์รู้สึกขนลุกก้าวขาไม่ออกไปชั่วขณะ

ที่หน้าโรงพัก ขณะผู้การอิทธิพลเดินออกมา ก็ถูกนักข่าวรุมถามว่า  ลูกชายท่านเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแว้นจริงหรือเปล่า? เห็นถูกจับมาหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้เพราะเป็นลูกท่านใช่ไหม? และ...แล้วอย่างนี้ท่านจะแก้ปัญหาลูกชายอย่างไร?

ผู้การไม่ตอบ  เดินเลี่ยงไปขึ้นรถด้วยใบหน้าขรึมเครียด  แต่พอกลับถึงบ้านอิทธิฤทธิ์ก็โพล่งออกมาอย่างอึดอัดที่เห็นพ่อยืนนิ่งเงียบอยู่นานว่า

“เออ...ผมรู้ว่า  ผมทำให้พ่อขายหน้า  ผมขอ...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกตบหน้าฉาดใหญ่  อิทธิฤทธิ์นิ่งจ้องหน้าพ่อท้า “ตบอีกซิ  ผมมันเลวขนาดนี้  ทีเดียวไม่พอหรอก”แต่พออิทธิพลจะตบอีกก็ถูกป้าหนอมถลาเข้ากอดอิทธิฤทธิ์ไว้ไม่ให้ตบบอกให้อิทธิฤทธิ์รีบขอโทษพ่อเสีย ให้รับปากว่าจะไม่ไปก่อเรื่องอีก ถูกอิทธิฤทธิ์สวนทันทีว่าโดนตบแล้วทำไมต้องขอโทษด้วย! พูดแล้วเดินปึงปังออกไปเลย

ธรรม์ มาย่า และชนมนที่ตามมาถึง ต่างไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ธรรม์ยอมรับผิดว่าตนตามใจอิทธิฤทธิ์มากไป มาย่าชี้แจงว่าอิทธิฤทธิ์ทำเพราะพยายามปกป้องตน

“พอๆ ไม่ต้องแก้ตัวให้มัน ไม่มีใครบังคับให้มันไปซิ่งรถบนถนนจนถูกตำรวจจับ ถ้าจะผิดก็ผิดที่มันคนเดียว!”

ธรรม์บอกอิทธิพลว่าคราวนี้อิทธิฤทธิ์ไม่ได้ทำผิด  ถ้าอยากรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรก็ควรฟังมาย่า มาย่าจึงเล่าว่า...

“อิทไม่ได้ตั้งใจจะไปซิ่งรถบนถนนนะคะ อิทขี่รถพาหนูไปเที่ยว แต่อยู่ๆก็มีพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ขี่รถไล่ตามเรา อิทกลัวว่าหนูจะมีอันตรายก็เลยขี่รถหนี อิทไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตอย่างนี้เลยนะคะ”

“ไม่ว่ามันจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็เกิดเรื่องไปแล้ว ฉันเป็นตำรวจ แต่ลูกชายดันทำผิดกฎหมายเสียเองแล้วนี่ก็ไม่ใช่ความผิดครั้งแรกด้วย ฉันหมดหวังกับไอ้ลูกคนนี้จริงๆ”

“เอ่อ...ถึงคุณอิทจะทำผิดแค่ไหน ท่านก็ทำรุนแรงเกินไปนะคะ” ชนมนเอ่ยเกรงๆ

“ถ้าฉันไม่สั่งสอนมัน มันจะหลาบจำไม่ทำผิดซ้ำสองซ้ำสามไหมล่ะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะจัดการกับลูกฉันยังไง!”

อิทธิพลตัดบทแล้วเดินออกไป ชนมนมองตามอิทธิพล อดเห็นใจอิทธิฤทธิ์ไม่ได้ที่มีพ่อที่ดุและเข้มงวดขนาดนี้...

ooooooo

ชนมนพยายามที่จะหว่านล้อมให้อิทธิฤทธิ์เห็นเจตนาดีของพ่อ บอกเขาว่าเรื่องนี้พวกตนทุกคนยืนอยู่ข้างเขา ย้ำว่ามาย่าถึงกับร้องไห้ที่เห็นเขาถูกตบ

อิทธิฤทธิ์ไม่อยู่ในอารมณ์จะฟังอะไรได้แล้ว เขาร้องไห้แต่ไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตา เขาเจ็บปวดแต่ไม่ยอมรับความเวทนาจากใคร ทนไม่ได้ที่จะถูกมองด้วยแววตาสงสาร! เขาปฏิเสธและไล่ชนมนออกไปไม่ให้มายุ่งกับตนอีก

มีแต่ป้าหนอมคนเดียวที่เข้าหน้าเขาติด เพราะในบ้านนี้เขารักและไว้ใจป้าหนอมเพียงคนเดียวเท่านั้น!

เมื่อป้าหนอมเข้าไปหาปลอบใจให้กำลังใจ เขาถามป้าหนอมว่า “ทำไมพ่อเกลียดผมนัก”

“โถ...คุณอิท...คุณท่านไม่ได้เกลียดคุณอิทนะคะ” ป้าหนอมพลอยสะเทือนใจไปด้วย

“พ่อเกลียดแม่ พ่อก็เลยเกลียดผมด้วย แล้วทำไมพ่อไม่ให้แม่พาผมไปด้วย เกลียดผมแล้วเลี้ยงผมไว้ทำไม”

“คุณอิทฟังป้านะ คุณพ่อไม่ได้เกลียดคุณอิท ทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านทำเพื่อคุณอิท แล้วสักวันคุณอิทก็จะเข้าใจเอง ป้าบอกได้แค่นี้แหละ ดื่มนมแล้วก็นอนเสียเถอะนะคะ พรุ่งนี้เช้าก็เป็นวันใหม่แล้ว...”ปลอบโยนแล้วป้าหนอมเดินออกไป

“ไม่เข้าใจ...ยังไงผมก็ไม่เข้าใจ” อิทธิฤทธิ์พึมพำกับตัวเอง รอยตบลบเลือนไปแล้ว แต่รอยแผลที่ใจ...ยัง เจ็บอยู่...

ในยามนี้...เขาคิดถึงแม่จับใจ...แม่ที่ออกจากบ้านนี้ไปขณะที่เขาอายุเพียง 7 ขวบ เขาร้องไห้แทบขาดใจในวันที่แม่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน พยายามจะวิ่งตามแม่ไป แต่ถูกพ่อจับพาตัวเข้าบ้าน...

เขาจำได้...ก่อนแม่ไป แม่ทำตุ๊กตาแมวสีดำให้ ตั้งชื่อว่า นิลนิล วันนั้นแม่บอกว่า...

“แม่ให้นิลนิลไว้เป็นเพื่อนลูก มีอะไรก็คุยกับนิลนิลได้ จะร้องไห้ด้วยก็ได้”

วันนั้นเขาบอกแม่ว่านิลนิลใจดีเหมือนแม่เลย นฤดีเข้ากอดลูกไว้แนบอก ถามว่า “รักแม่ไหม” เขาบอกว่า “รักที่สุด” แม่กอดเขากระชับกับอก บอกด้วยความรักว่า “แม่ก็รักอิทที่สุดเหมือนกัน อย่าลืมแม่นะลูก อย่าลืมแม่...”

อิทธิฤทธิ์คิดถึงอดีต หยิบรูปที่ถ่ายกับแม่ขณะตัวเองอายุ 7 ขวบ พูดกับแม่ในรูปอย่างมุ่งมั่นว่า

“ไม่เป็นไรแม่ แม่มาหาอิทไม่ได้ อิทจะไปหาแม่เอง...”

ooooooo

วันนี้จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโอเจ ซุปเปอร์สตาร์ลูกครึ่งไทยเกาหลีที่จะมาแสดงหนังโดยมีมาย่าเป็นนางเอก

แต่มาย่าเสียความรู้สึกเมื่อโปสเตอร์โฆษณาที่เธอจะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์และโอเจเป็นบอดี้การ์ด กลับกลายเป็นเธอเป็นบอดี้การ์ดและโอเจเป็นซุปเปอร์สตาร์ เมื่อถามผู้กำกับ ก็ได้รับคำชี้แจงข้างๆ คูๆว่า

“โอเจไม่ยอมเล่นเป็นบอดี้การ์ด สั่งให้เราแก้บทเปลี่ยนให้เธอเล่นเป็นบอดี้การ์ดแทน” แล้วพูดตะล่อมให้เธอเห็นดีเห็นงามว่าเธอเล่นเป็นบอดี้การ์ดแล้วจะได้ลองบทใหม่ๆ ท้าทายๆดูบ้าง

กว่าโอเจจะมาถึงที่แถลงข่าว ก็ต้องมีพิธีรีตองมาก มายทั้งการรักษาความปลอดภัย กันบรรดาแฟนคลับ ไม่ให้เข้าใกล้ แม้กระทั่งสเปรย์ปรับอากาศก็ต้องเลือกกลิ่นที่เขาชอบ

แต่พอจะเริ่มต่อบทกัน โอเจดูนาฬิกาแล้วลุกขึ้นจะกลับ เพราะมีนัดนวดแผนไทยไว้!

มาย่าไม่พอใจมาก บ่นกับเมนี่ว่า

“หนูอุตส่าห์อ่านบทจนถึงตีหนึ่ง มารอโอเจตั้งแต่เช้า วันนี้เรามาตั้งแต่กี่โมงคะ นี่เรามารอตั้งสามชั่วโมงแต่เขามาสามวิแล้วก็กลับไปเฉยเลย ทำอย่างนี้มันใช้ได้หรือคะ”

เมนี่ผู้จัดการส่วนตัวไม่ได้ฟังมาย่าเลย เมื่อโอเจกลับไปก็คิดแต่จะใช้เวลาที่เหลือให้มาย่าทำอะไรให้ได้เงินเพิ่มขึ้น  ถูกมาย่าพูดประชดว่า ถ้าต้องทำงานกับคนอย่างโอเจตนขอเวลาไปทำใจหนึ่งวัน ยังไงวันนี้ตนก็ขอพัก เมนี่เลยพูดไม่ออก

ooooooo

เมื่อตัดสินใจจะต้องตามหาแม่ให้เจอแล้ว อิทธิฤทธิ์ค้นหารูปนฤดี เจอในกองแฟ้มที่ลิ้นชักโต๊ะใบหนึ่งเป็นรูปในวัย 30 ของนฤดี อิทธิฤทธิ์ถือรูปจะออกบ้านอย่าง รีบร้อน เจอชนมนเข้าพอดี

ชนมนพยายามหว่านล้อมให้เขากลับมาเรียนอีก ถูกปฏิเสธเด็ดขาดว่า ยังไงก็ไม่เรียน ต่อให้ถูกเธอเตะจนหัวหลุดจากบ่าก็ไม่เรียน! พูดแล้วสะบัดตัวจะออกไป ทำรูปแม่หล่น ชนมนหยิบขึ้นมาถามว่านี่คุณแม่เขาหรือ อิทธิฤทธิ์ดึงรูปคืนแล้วออกไปอย่างไม่แยแสกับเธออีกเลย

เพื่อหาแรงจูงใจที่จะให้อิทธิฤทธิ์กลับมาเรียน ชนมนถามป้าหนอมเรื่องนฤดี ป้าหนอมบอกแค่ว่า นฤดี ออกจากบ้านไปตั้งแต่เขาอายุ 7 ขวบและไม่เคยกลับมาอีกเลย ร้ายกว่านั้นคือไม่มีใครรู้ด้วยว่านฤดีไปอยู่ที่ไหน? แต่ป้าหนอมก็เตือนว่า

“หนูชนคิดจะทำอะไร อย่าเชียวนะคะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้เชียว” ทำให้ชนมนยิ่งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างพ่อกับแม่ของอิทธิฤทธิ์ ป้าหนอมตัดบทแหยงๆว่า “อย่าถามอะไรอีกเลยค่ะ ป้าเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ”

เพราะวันนี้มีเวลาว่างเกือบทั้งวัน มาย่าจึงโทร.นัดธรรม์มาทานข้าวเพื่อขอบคุณที่เมื่อวานเขาช่วยดึงตัวเธอออกมาได้ ทำให้ไม่มีข่าวฉาวในหน้าหนังสือพิมพ์ ขณะทั้งสองไปพบกันที่ร้านอาหารนั่นเอง ชนมนก็

โทร.เข้ามือถือธรรม์หมายจะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องคุณพ่อคุณแม่ของอิทธิฤทธิ์ ธรรม์จึงนัดให้มาเจอกันที่ร้านอาหารเสียเลย และขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงสองสาวเอง

ชนมนดีใจที่มีมาย่าร่วมวงด้วย เพราะรู้ดีว่ามาย่า สนิทกับครอบครัวนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่มาย่าแอบผิดหวังนิดๆ ที่มีคนที่สามเข้ามาแทรกบรรยากาศส่วนตัวของตน พอมาถึงชนมนก็เริ่มเรื่องทันทีว่า ตนเพิ่งรู้เรื่องคุณพ่อคุณแม่ของอิทธิฤทธิ์แยกทางกัน ทำให้เริ่มเข้าใจว่าทำไมอิทธิฤทธิ์จึงกลายเป็นเด็กมีปัญหา บอกธรรม์ว่า

“ตอนนี้ชนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ของอิทน่ะค่ะ”

ธรรม์เลี่ยงว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกอะไรได้ แต่มาย่าบอกว่าอิทธิฤทธิ์เคยเล่าว่าคุณพ่อเขาไล่คุณแม่ออกจากบ้านเป็นเรื่องจริง ธรรม์จึงเอ่ยว่า

“พี่ต่างหากที่เป็นคนทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ของอิทต้องเลิกกัน” แล้วเขาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง...

ooooooo

หลังจากตบหน้าอิทธิฤทธิ์แล้ว อิทธิพลก็ใช่ว่า จะสบาย ใจ เขารู้สึกผิด คิดถึงนฤดี พึมพำอย่างสับสนว่า

“นฤดี...ผมทำผิดใช่ไหม ผมไม่ควรปล่อยคุณไป...”

อิทธิพลคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่เป็นเหตุให้เขากับนฤดีต้องแยกทางกัน...

วันนั้นเขาพาเที่ยงธรรมพ่อของธรรม์ไปปฏิบัติหน้าที่และเที่ยงธรรมเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาจึงรับธรรม์ในวัย 9 ขวบมาเลี้ยง

นฤดีตำหนิเขาที่ทำให้เที่ยงธรรมตาย เพราะเขาเห็นงานสำคัญกว่าชีวิตของเพื่อน พูดอย่างทำใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องเป็นเที่ยงธรรมด้วย

“คุณกำลังจะพูดว่า ทำไมไม่เป็นผมใช่ไหม”  อิทธิพล ถามประชดเพราะเชื่อว่านฤดียังคิดถึงเที่ยงธรรมอยู่ บอกเธอว่าจะรับธรรม์มาเลี้ยงดูเอง แต่ไม่ต้องห่วงจะไม่ให้ธรรม์เป็นภาระของเธอ

“ฉันไม่เคยคิดว่าธรรม์เป็นภาระ”

“แต่เห็นธรรม์แล้วอดคิดถึงเที่ยงธรรมไม่ได้ใช่ไหมล่ะ มันคงรู้สึกเจ็บปวดมากล่ะซิ ผมพูดถูกใช่ไหม...นฤดี”

นี่คือจุดแตกหัก นฤดีประกาศทนอยู่กับเขาอีกต่อไปไม่ได้แล้ว และก็จะไม่ทนอีกแล้วด้วย

ธรรม์รู้สึกตัวเองผิดที่เป็นเหตุให้อิทธิพลกับนฤดีทะเลาะกัน ขณะนั้นอิทธิฤทธิ์ในวัย 7 ขวบ เดินมาจ้อง ธรรม์พูดใส่หน้าเขา

“ฉันเกลียดแก ไอ้ธรรม์!”

ฟังธรรม์เล่าเรื่องแล้ว ชนมนพูดอย่างเข้าใจว่าเรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง ธรรม์เสนอเธอว่าเธอคงต้องหาวิธีอื่นแล้ว ตอนนี้ให้ปล่อยอิทธิฤทธิ์ไปก่อน รอให้เขาหายโกรธแล้วคงกลับมาเรียนเอง

แต่ชนมนยังจะทำตามแผนเดิม บอกธรรม์กับมาย่าว่า

“ตอนนี้คุณแม่อิทอยู่ที่ไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญอยู่ที่ว่าคุณพ่ออิทจะยอมฟังแผนของชนหรือเปล่า ถ้าท่านยอมตกลงระดับอย่างท่านผู้การอิทธิพลคงตามหาคุณแม่อิทได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

ไวเท่าความคิด ชนมนไปหาอิทธิพลที่ห้องทำงาน ปรึกษาแผนการของตนเพื่อจะดึงอิทธิฤทธิ์กลับมาเรียน

“แล้วเธอรู้เหรอว่า อิทต้องการอะไรในชีวิต”อิทธิพลถาม

“อิทเขาต้องการเจอคุณแม่ค่ะ”

อิทธิพลอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วบอกเธอว่าออกไปได้แล้ว ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรต้องต่อรองกับอิทธิฤทธิ์ทั้งนั้นอิทธิฤทธิ์มีหน้าที่อย่างเดียวคือต้องสอบผ่านและเรียนให้จบ และเธอก็มีหน้าที่สอนลูกศิษย์ของเธอไป

เมื่อชนมนบอกว่าอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมมาเรียนกับตนแล้ว อิทธิพลโพล่งทันทีว่าเธอก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้ว ตำหนิว่าทำงานให้คุ้มค่ากับที่ตนจ่ายหน่อย แต่พอเธอชี้แจงว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว ก็ถูกตัดบททันทีว่า

“งั้นฉันคงต้องหาติวเตอร์คนใหม่ ฉันไม่ต้องการติวเตอร์ที่ทำงานนอกเหนือหน้าที่ ยุ่ง จุ้นจ้านกับเรื่องของครอบครัวคนอื่น พรุ่งนี้เธอไปรับค่าเสียเวลากับป้าหนอม หมดเรื่องแค่นี้ ไปได้แล้ว”

ชนมนตะลึง มึน ช็อก คาดไม่ถึงว่าเจตนาดีของตนจะทำให้ต้องตกงาน! เธอยกมือไหว้ลาลุกเดินออกไปหงอยๆ

ส่วนอิทธิพลที่ทำท่าขึงขัง แต่พอชนมนเดินออกไปแล้ว เขาก็หงุดหงิดตัวเองที่ไล่ชนมนออกอย่างไม่มีเหตุผล...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.