ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มาย่าตกใจจนคุมสติแทบไม่อยู่ มือถือของเธอสั่นและมีแสงวูบวาบหลายครั้งแล้วดับไปก็ไม่รู้ นั่งเกาะแจอยู่กับชินที่อยู่ในอาการเดียวกัน ในขณะที่ธรรม์พยายามซักถามอย่างใจเย็นเพื่อคุมสภาพ

ธรรม์ถามว่าพวกมันมากันกี่คน มารถอะไร จำทะเบียนรถได้ไหม ชินบอกว่านึกยังไงก็จำไม่ได้ มาย่าจำได้แค่ว่าพวกมันมารถโฟร์วีล สีดำ แต่ฉุกคิดเพราะจำเข้ได้ บอกธรรม์ว่า อิทธิฤทธิ์น่าจะรู้จักพวกมันดี

อิทธิพลมาถึงก็ตรงรี่ไปถามธรรม์ว่ารู้หรือยังว่าใครจับตัวอิทธิฤทธิ์ไป ธรรม์บอกว่าตอนนี้ยังไม่รู้อะไรแน่ชัด แต่เชื่อว่ามันเป็นมืออาชีพถึงได้ลงมือได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ อิทธิพลเดาว่ามันเป็นโจรเรียกค่าไถ่ แต่ก็แย้งตัวเองว่าไม่น่าจะใช่

ขณะนั้นเอง มือถือของอิทธิพลดังขึ้น พอรับสายเสียงเก่งกาจก็ยียวนอย่างเป็นต่อมาว่า

“สวัสดีครับท่านผู้การ ได้ข่าวว่าท่านกำลังตามหาตัวลูกชายอยู่” อิทธิพลถามว่าแกเป็นใคร “ไม่ต้องห่วง

นะครับตอนนี้ลูกชายของท่านปลอดภัยดี แต่ตอนนี้ผมขอคิดดูก่อนว่าจะส่งลูกชายท่านกลับคืนไปยังไงดี แล้วผมจะติดต่อกลับไปนะครับ”

อิทธิพลตวาดถามอีกว่า “แกเป็นใคร!!”

“ไปถามไอ้ชาติชายเพื่อนรักของท่านดู แล้วท่านจะทราบเองว่าผมเป็นใคร!” พูดแล้วปิดมือถือยิ้มสะใจ

“ไอ้เก่งกาจ!!” อิทธิพลเดาออกทันที มองหน้าธรรม์อย่างรู้กันว่า เป็นเรื่องแล้ว!

ฝ่ายเก่งกาจ พูดโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้าไปในโกดังที่อิทธิฤทธิ์กับชนมนถูกมัดเอาหลังพิงกัน โดยมีเข้คุมเข้มอยู่ พอเก่งกาจเข้ามา เข้ถามว่าจะเอายังไง เก่งกาจมองชนมนจำได้ว่าเป็นลูกสาวชาติชาย อิทธิฤทธิ์รีบเอาตัวบังชนมนไว้อย่างปกป้อง

“แกต้องการตัวฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ งั้นปล่อยตัวชนไป!” เก่งกาจทำเป็นคิดท่าทางยียวนแล้วบอกว่าไม่ปล่อยดีกว่าเอาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ทำให้ชนมนยิ่งตกใจ พอมันเดินออกไปเธอถามอิทธิฤทธิ์ว่ามันเป็นใคร

“ไอ้เก่งกาจ...มันนี่แหละที่ฆ่าพ่อของนายธรรม์”

พอรู้เช่นนั้น ชนมนยิ่งกลัว ในยามนี้...อิทธิฤทธิ์ทำได้ดีที่สุดแค่จับมือเธอไว้อย่างปลอบใจเท่านั้น...

ooooooo

เมื่ออิทธิพลกับธรรม์รู้ว่าอิทธิฤทธิ์กับชนมนตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูคู่อาฆาต ทั้งสองปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดธรรม์พูดเหมือนเตือนสติกันว่า จะทำอะไรเราต้องแน่ใจก่อนว่ามันยังไม่ทำอะไรสองคนนั้น

“ตอนนี้มันยังไม่กล้าทำอะไรแน่ แต่ถ้าสองคนนั้นหมดประโยชน์เมื่อไหร่...”

เป็นจังหวะที่มาย่ากับชินค่อยๆขยับเข้ามาอย่างอยากรู้ มาย่าตกใจถามว่าหมายความว่ายังไง ชินก็กลัวว่าพวกมันจะฆ่าทั้งสองคน บอกว่า “ผมจะไปบอกพ่อ พ่อเป็นมาเฟียเก่า พ่อต้องช่วยได้แน่ ผมไม่รอแล้ว” ชินจะวิ่งออกไป มาย่ารีบดึงไว้บอกให้ใจเย็นๆเชื่อว่าทุกคนกำลังหาทางช่วยอยู่ ถามธรรม์เหมือนขอกำลังใจว่าใช่ไหม เขาช่วยสองคนนั้นกลับมาได้ใช่ไหม

“เราจะพยายามกันจนถึงที่สุด เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าให้ใครรู้ เข้าใจนะย่า”

ขณะนั้นเอง เก่งกาจโทร.เข้ามาอีกครั้ง อิทธิพลสบตาธรรม์ ธรรม์หันบอกมาว่าฝากดูแลชินด้วยก่อนเดินตามกันไป

เวลานั้นเอง ชินเห็นมือถือมาย่าสั่นมีไฟกะพริบจึงบอกเธอ มาย่าหยิบดูเห็นชื่อ “พี่เมนี่” จึงนึกได้ว่านัดไปแคสติ้งกัน มาย่ารีบขอโทษ บอกเมนี่ว่าวันนี้ไปไม่ได้จริงๆ เลยถูกเมนี่ที่หาทางจะตัดเธอออกเสียบนุกนิกขึ้นมาแทน พูดกับอรุณวตีว่า มาย่าทำงานขึ้นอยู่กับอารมณ์แล้วเสนอให้นุกนิกไปแคสติ้งแทนมาย่า

“ไหนเธอลองอ่านบทตอน 5 ฉาก 10 ซิ” อรุณวดี

สั่งนุกนิก เมนี่รีบรวบรัดว่าอรุณวตีเลือกนุกนิกแล้วใช่ไหม

“ก็อยู่ที่ว่าเด็กของคุณมณีจะกะเทาะเปลือกความไร้เดียงสาปลอมๆที่ห่อหุ้มตัวอยู่ออกไปได้หรือเปล่า”

เมนี่ไม่ชอบใจที่อรุณวตีเรียกตนว่ามณีไม่ยอมเปลี่ยน แต่ยังงงๆกับคำพูดของอรุณวตีที่มองนุกนิก

อย่างทะลุปรุโปร่งว่า เธอไม่ได้ใสซื่ออย่างที่แสดงตัวจริงๆ

ooooooo

หลังจากอิทธิพลคุยกับเก่งกาจแล้ว ธรรม์ติงอย่างไม่สบายใจว่าแน่ใจหรือว่าทำตามข้อเรียกร้องของเก่งกาจแล้วมันจะยอมปล่อยอิทธิฤทธิ์กับชนมนหรือ อิทธิพลบอกว่าเราไม่มีทางเลือก

จากนั้นอิทธิพลไปประกันตัวชูชัยออกมา ชูชัยตรงเข้าถามอิทธิพลว่าเก่งกาจจับตัวชนมนไปได้ยังไง

“ไม่ใช่เวลาที่จะถาม แกรีบไปรับตัวหนูชนดีกว่า ไอ้เก่งกาจมันให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว” อิทธิพลตัดบท ชูชัยรู้นิสัยของเก่งกาจดี เชื่อว่าเก่งกาจไม่มีวันปล่อยตัวชนมนง่ายๆแน่ “ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน มันต้องการตัวแกมากกว่า ฉันจะให้นายธรรม์กับทีมตำรวจที่ติดตามคดีนี้ไปด้วย”

“ไม่ต้อง ไอ้เก่งกาจให้ฉันไปคนเดียว ถ้ามีตำรวจไปด้วย มันได้ฆ่าชนแน่”

“ไม่ได้ แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง ฉันยอมมาประกันตัวแกตามที่ไอ้เก่งกาจต้องการก็เพื่อให้แกเป็นคนพาเราไปที่ซ่อนตัวของมัน มันบอกว่าแกจะรู้เองว่าต้องไปรับลูกสาวที่ไหน บอกมาว่า มันคือที่ไหน”

“ฉันก็คิดอยู่แล้ว ว่าแกไม่ได้คิดจะช่วยลูกสาวฉันจริง แกไม่เคยเปลี่ยน ขอให้งานสำเร็จลุล่วง ใครจะเป็นจะตายก็ช่างหัวมันงั้นสิ?!” ชูชัยจ้องหน้าอิทธิพลเขม็ง

“คุณลุงครับ ไอ้เก่งกาจไม่ได้จับตัวชนไปคนเดียว มันจับตัวนายอิทไปด้วย มันยอมปล่อยตัวประกันให้

หนึ่งคนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้คุณพ่อยกเลิกคำสั่งไล่ล่าจับตัวมัน แล้วมันก็ให้คุณพ่อเลือกว่า จะให้ปล่อยตัวใคร อิทหรือว่าชน”

คำชี้แจงของธรรม์ทำให้ชูชัยตาลุก คำราม “ไอ้พล!” อิทธิพลจึงบอกว่า

“ตอนนี้ ชีวิตลูกชายของฉันขึ้นอยู่กับแกแล้ว บอกมาได้หรือยังว่า ตอนนี้ไอ้เก่งกาจมันอยู่ที่ไหน”

“ไอ้เก่งกาจมันพูดว่าอะไรอีก บอกมาให้หมด” ชูชัยเสียงอ่อนลงอย่างยอมร่วมมือด้วย

ooooooo

ในความตึงเครียดที่เป็นตายเท่ากัน อิทธิฤทธิ์กับชนมน ต่างได้พิสูจน์ใจของกันและกัน อิทธิฤทธิ์ใช้ทั้งร่างกาย กระทั่งชีวิตปกป้องชนมนเต็มที่ แต่ก็อดบ่นไม่ได้ว่าบอกให้หลบไปก็ไม่หลบเลยต้องถูกจับมาด้วย

“ฉันเป็นห่วงนาย ฉันทิ้งนายไม่ได้จริงๆ ถ้านายเป็นฉัน นายก็จะไม่ทิ้งฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ชนมนถามน้ำตารื้น ทำให้อิทธิฤทธิ์ซึ้งอย่างคาดไม่ถึงว่าเธอจะห่วงตนจนยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงขนาดนี้ เลยทำเนียนสรุปว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ รบเร้าจนชนมนทำเสียง “ฮื่อ...ไม่เห็นต้องตอบเลย” แล้วเมินหน้าเขินๆ

ช่างเป็นช่วงเวลาวิกฤติที่มีความสุขเหลือเกิน แต่มันก็แค่อึดใจเดียว ความตึงเครียดก็แผ่คลุมบีบคั้นเมื่อ เข้ที่กำลังสแกนวิทยุตำรวจอยู่ เสียงตำรวจวอกันดังขึ้น เข้ฟังแล้วบอกเก่งกาจว่า

“เป็นไปตามแผนเลย ตำรวจยกเลิกด่านสกัดจับแล้ว เรารีบหนีเถอะพี่เก่ง”

“ยัง! ฉันยังมีเรื่องที่จะต้องสะสาง โชคเข้าข้างฉันขนาดนี้แล้ว ฉันจะปล่อยไปได้ยังไง!”

อิทธิฤทธิ์กับชนมนได้ยิน ความกลัวทำให้ทั้งสองช่วยกันแกะเชือกที่ผูกข้อมืออย่างระมัดระวัง...

ooooooo

ชูชัยลงจากรถเดินตรงไปที่โกดังร้างอย่างไม่สะทกสะท้านและคุ้นเคย เข้มาค้นตัวกลัวๆกล้าๆกับท่าทีนิ่งเข้มของชูชัย ก่อนปล่อยให้เดินเข้าไปในโกดังร้าง
ที่นอกโกดังร้างนั้น อิทธิพลและธรรม์นำกำลังตำรวจมาซุ่มคอยทีอยู่แล้ว

เมื่อชูชัยเข้าไปเผชิญหน้ากับเก่งกาจในโกดังร้าง ต่างยืนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครกลัวใคร ชูชัยบอกให้ปล่อยเด็กสองคนนั้นออกมา แล้วให้จับตนไปแทน เก่งกาจบอกว่าจะไม่ปล่อยใครทั้งนั้น แต่จะดูว่าเขาทนได้ไหมถ้าเห็นลูกสาวตายไปต่อหน้า แล้วมันก็รื้อฟื้นเรื่องเก่ามาพูดอย่างแค้นใจว่า

“พี่จำที่นี่ไม่ได้รึไง พี่ประกาศวางมือที่นี่ ที่ที่ฉันยืนอยู่นี่เลย เรากำลังไปได้ดี อยู่ๆพี่ก็มาดับอนาคตทุกคน อ้างว่าทำเพื่อลูกเมีย พี่มันเห็นแก่ตัว! ลูกน้องตายเพื่อพี่ไปกี่คนมันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหม!”

“เพราะฉันไม่ต้องการให้ใครตายอีก ฉันถึงต้องวางมือ ฉันทำเพื่อให้พวกแกไปมีอนาคตที่ดี ไอ้คนที่เสพติดความชั่วอย่างแกพูดไปก็ไม่เข้าใจ”

“เออ...ไม่เข้าใจ ฉันรู้แต่ว่า พี่มันขี้ขลาด ถ้ายอมให้ฉันขึ้นแทนที่ พี่ก็คงไม่มีวันนี้หรอก!”

“ข้อใหญ่ใจความมันอยู่ตรงนี้นี่เอง แกอยากได้อำนาจที่แกไม่สมควรจะได้!”

“ทำไมฉันถึงเป็นหัวหน้าแทนพี่ไม่ได้ ฉันทำได้ทุกอย่างที่พี่ทำ! วันนี้แหละที่ฉันจะช่วยแก้แค้นให้ลูกน้องทุกคน ไอ้คนทรยศ มันต้องได้รับผลแบบนี้!”

เก่งกาจหันปืนไปทางชนมนทันที อิทธิฤทธิ์เอาตัวบังชนมนไว้เขาจ้องมันเขม็ง เก่งกาจมองขำๆ บอกลูกน้องให้ลากอิทธิฤทธิ์ออกไป อิทธิฤทธิ์ดิ้นไปตะโกนด่าไปว่า ไอ้ขี้ขลาด แค้นใครก็แก้แค้นคนนั้น ไม่แน่จริงถึงได้กล้าฆ่าแต่ผู้หญิง!

อิทธิฤทธิ์สะบัดเชือกที่ชนมนแกะให้แล้วหลุด พุ่งเข้าไปกระชากชนมนวิ่งหลบไป เกิดชุลมุนกันขึ้นในโกดังร้างทันที

นาทีเดียวกันนี้ ธรรม์นำกำลังบุกเข้ามาตะโกนให้เก่งกาจมอบตัวเสียโดยดี เพราะไม่มีโอกาสหนีแล้ว ต่างยกปืนเล็งใส่กัน อิทธิพลบุกเข้ามาเอาปืนจ่อตะโกนถามเก่งกาจว่า “เลือกเอาว่าแกจะตายหรือติดคุก!”

เก่งกาจยอมตายแต่จะไม่ตายคนเดียว ถามผู้การว่าจะเลือกให้คนไหนอยู่หรือคนไหนตายว่ามาเลย ทำให้อิทธิพลกับชูชัยมองหน้ากันต่างพูดไม่ออก

“คุณพ่อไม่ต้องเลือกหรอกครับ” ธรรม์ลดปืนลงก้าวออกไปเผชิญหน้าเก่งกาจ มันพูดเยอะว่า นึกแล้วประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิม แล้วต่างก็ยกปืนเล็งใส่กัน ธรรม์คำรามแค้นว่า “แกเป็นคนยิงพ่อฉัน!”

แต่ก่อนที่เก่งกาจจะลั่นไก อิทธิพลพุ่งเข้าชนมันล้มลง แต่ก็ถูกมันฟาดด้วยด้ามปืนทรุดลงแล้วหันไปคว้าชนมนเป็นตัวประกัน!

สองฝ่ายต่อสู้กันอย่างเสือไว้ลาย แม้เก่งกาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่ก็ไม่ยอมแพ้ แต่...มันก็ต้องตายด้วยกระสุนจากมือของธรรม์

ธรรม์ยืนมองศพเก่งกาจ...ในที่สุด เขาก็ปิดคดีสำคัญที่สุดในชีวิตลงได้!

ooooooo

หลังเหตุการณ์สงบ อิทธิฤทธิ์พาชนมนกลับไปก่อนเพราะเธอเป็นห่วงชินและห่วงร้าน

ในโกดังร้าง จึงเหลืออิทธิพลกับชูชัยเพื่อนเก่าคู่แค้นสะสางปัญหากัน เมื่ออิทธิพลฟังชูชัยเล่าเหตุการณ์วันนั้น วันที่เที่ยงธรรมถูกยิงตาย เขาจึงรู้ว่า คนที่ยิงเที่ยงธรรมตายคือเก่งกาจ เขาต่อว่าชูชัยว่าทำไมไม่บอกกันเสียแต่ตอนนั้น ทำให้ตนพลาด เข้าใจผิดมาตลอด

“แกพลาด...พลาดที่แกไม่เชื่อในความเป็นเพื่อนน่ะซิ คนอย่างฉันไม่มีวันทำร้ายเพื่อน!”

แต่อิทธิพลก็ไม่ขอโทษ อ้างว่าตนไม่ได้ทำผิด ย้อนถามว่า ถ้าชูชัยไม่ได้ฆ่าเที่ยงธรรมจริง ทำไมจึงไม่มาสู้คดี ชูชัยเองก็ไม่รับคำขอโทษใดๆจากอิทธิพล พูดอย่างหมดความเชื่อถือว่า

“กฎหมายเคยให้ความยุติธรรมกับคนอย่างฉันเรอะ แล้วคนอย่างแกน่ะเหรอไม่เคยทำผิด แกลืมไปแล้วเหรอใครที่ส่งเที่ยงธรรมไปตาย ไอ้พล!!”
พูดใส่หน้าอิทธิพลแล้วชูชัยเดินผละไปอย่างทระนง อิทธิพลมองตามอย่างหัวเสีย ส่วนธรรม์มองทั้งสองอย่างหนักใจ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์กับชนมนกลับมาถึงบ้าน ชินโผเข้ากอดพี่สาวน้ำตาร่วงเผาะ สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ มาย่าถามถึงธรรม์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
พอรู้ว่าธรรม์ถูกยิงบาดเจ็บ เธอทนไม่ได้คว้ากระเป๋าออกจากบ้านไปทันที ที่บ้านจึงเหลือแต่ชนมน ชินและอิทธิฤทธิ์ ชินดีใจมากอาสาจะผัดข้าวเลี้ยง แค่นึกถึงฝีมือผัดข้าวของชิน อิทธิฤทธิ์ก็สยองแล้ว ทำเป็นเกรงใจรีบปฏิเสธ

สุดท้ายชนมนไปผัดข้าวเอง ระหว่างกินข้าวชินเห็นท่าทีอิทธิฤทธิ์กับชนมนเขินๆกันผิดปกติเลยอำว่านี่เป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม อิทธิฤทธิ์ยักคิ้วแผล็บถามโวๆว่า

“ฝีมือเปล่าล่ะ?” เห็นชินถือช้อนมองค้างไปข้างหลังตน อิทธิฤทธิ์อวดต่อว่า “ไม่ต้องตะลึง นี่เรื่องจริง ฉันกับชนตกลงเป็นแฟนกันแล้ว”

“พ่อ...” ชนทักชูชัยที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างหลังอิทธิฤทธิ์

ชนมนหน้าเสียบอกให้เขากลับไปก่อนได้ไหม อิทธิฤทธิ์ลุกเดินไปไหว้ลาชูชัย ได้ยินเขาเอ่ยขอบใจอิทธิฤทธิ์ใจชื้นรีบทำคะแนนทันทีว่า “เพื่อชนแล้วผมทำได้ทุกอย่าง”

ชนมนเลี่ยงไปผัดข้าวมาให้พ่อ แล้วไปหยิบโน้ตบุ๊กเพื่อเขียนโครงงานที่จะต้องส่งพรุ่งนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา ชินดูอาการออกบอกพี่สาวว่า ตำรวจยอมปล่อยพ่อออกมาแสดงว่าพ่อพ้นผิดทุกข้อหาแล้ว เรื่องที่พ่อเคยเป็นมาเฟียก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ลืมๆเสียเถอะ ชนมนวางมือจากโน้ตบุ๊กพูดหน้านิ่งว่า

“เราจะลืมได้ง่ายๆจริงหรือ ตอนนี้เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วพ่อเราชื่ออะไร”

“พ่อเคยชื่อชาติชาย พอแต่งงานกับแม่แกแล้ว พ่อใช้ชื่อว่าชูชัย พ่อมีชีวิตที่เป็นไอ้ชาติชายหัวหน้าแก๊งขายยา และมีชีวิตที่เป็นนายชูชัยที่เป็นหัวหน้าครอบครัว แต่สุดท้ายพ่อก็เลือกที่จะเป็นนายชูชัย”

“แต่ถ้าพ่อของพี่ธรรม์ไม่ตาย พ่อก็คงไม่ยอมวางมือ” ชนมนดักคอ

“พ่ออยากวางมือตั้งแต่มีแกแล้ว ถึงต้องใช้เวลา แต่ในที่สุดพ่อก็วางมือได้”

“แต่พ่อก็ยังหนีอดีตไม่พ้น ไม่รู้ว่ายังมีลูกน้องเก่าของพ่ออีกกี่คนที่คอยตามล้างแค้นพ่ออยู่ ถ้าหนูสอบได้ทุนหนูจะวางใจได้ไหมล่ะพ่อ ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับไอ้ชิน จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพ่ออีก พ่อรู้ไหมว่าหนูกับน้องกลัวแค่ไหนที่จะไม่ได้อยู่กับพ่ออีก” ชนมนน้ำตาไหลด้วยความอัดอั้นหวาดหวั่น

“พ่อรู้...พ่อรู้...พ่อให้สัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวเราอีก เรื่องทุกอย่างมันจบลงไปแล้ว พ่อไม่มีวันลบล้างอดีตได้ แต่พ่อก็ไม่มีวันกลับไปเป็นไอ้ชาติชายอีก เชื่อพ่อ”

“ผมเชื่อ” ชินโผเข้ากอดพ่อ แต่ไม่วายทะเล้นถามว่า สมัยพ่อเป็นมาเฟียมีเงินเป็นสิบๆล้านแล้ว ไม่เหลือถึงตนบ้างหรือ เลยถูกชูชัยผลักหัวออกไปอย่างมันเขี้ยว

“เราไม่ต้องรวยหรอกพ่อ เราได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้ก็พอแล้ว” ชนมนกอดพ่อไว้ด้วยความรักอีกคน

ณ นาทีนี้ แม้ชีวิตจะไม่ได้ร่ำรวย ขอแต่ได้อยู่ด้วยกัน สามพ่อลูกก็มีความสุขกับชีวิตที่พอเพียงนี้แล้ว...

ooooooo

ฝ่ายอิทธิพล แม้จะจากกันกับชูชัยอย่างยังไม่เคลียร์ใจกันนัก แต่ป้าหนอมก็พยายามลุ้นให้ทั้งสองกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม หรือถ้าเป็นเพื่อนเหมือนเดิมไม่ได้ก็อย่าเป็นศัตรูกันเหมือนเก่าเลย

อีกทั้งอิทธิฤทธิ์ก็มาขอร้องพ่อว่าต้องไปเคลียร์กับชูชัยให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นมีปัญหาแน่ อิทธิพลถามเสียงขุ่นว่า

“ปัญหาอะไรของแก เรื่องของฉันกับไอ้ชาติชายมันเกี่ยวอะไรกับแกด้วย”

“ผมชอบชน!” อิทธิฤทธิ์โพล่งไปไม่อ้อมค้อม “ถ้าพ่อกับคุณลุงยังเกลียดขี้หน้ากันอยู่ ผมจะคบกับชนได้ยังไง ผมทำตามทุกอย่างที่พ่อต้องการแล้ว พ่อก็น่าจะทำตามที่ผมต้องการบ้าง” ทำเสียงแข็งก่อนแล้วอ้อนตบท้าย “นะครับ...พ่อ...”

ขณะชนมนกำลังเครียดกับการต้องเร่งทำโครงงานส่งนั่นเอง เธอก็ต้องเครียดยิ่งขึ้นเมื่อโน้ตบุ๊กถูกชินแอบเอาไปเล่นเกมจนติดไวรัส งานที่ทำไว้หายเกลี้ยง!

โชคดีที่อิทธิฤทธิ์มาช่วยคลิกหาจนเจอแต่มีเพียงครึ่งเดียว เขาเร่งเธอให้รีบพิมพ์ต่อ ส่วนตัวเองก็ช่วยหาข้อมูลและตัวอย่างให้อย่างเอาการเอางาน ช่วยกันทำจนเสร็จทันส่งงาน พอทำเสร็จก็มองหน้ากันอย่างหมดแรงแต่ดีใจ สุขใจมาก

ooooooo

มาย่ากลับไปขอแคสติ้งอีกครั้ง ถูกเมนี่ถามกันท่าว่ามาทำไมอีกเพราะเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับละครเรื่องนี้แล้ว

“หนูมาขอโอกาสอีกครั้งค่ะคุณวตี” มาย่ารวบรวมความกล้าเข้าไปหาอรุณวตี ถูกถามว่าเธอควรจะได้รับโอกาสครั้งที่สองหรือ “ค่ะ หนูสมควรที่จะได้ หนูเชื่อว่าหนูมีความสามารถพอ” มาย่าตอบอย่างเด็ดเดี่ยวเชื่อมั่นมาก

ธรรม์ย่องมาเป็นกำลังใจให้มาย่า ถูกนุกนิกแอบถ่ายภาพระหว่างที่ธรรม์คุยกับแม็กพระเอกของเรื่องและมาย่า แล้วเอาไปโพสต์ว่ามาย่ามีรักสามเส้า อรุณวตีจึงวางกฎใหม่ให้นักแสดงทุกคนปิดมือถือและเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด สั่งห้ามทุกคนเผยแพร่ข้อมูลใดๆที่เกี่ยวกับละครเรื่องนี้

ในที่สุด มาย่าได้เล่นบทนีรชาซึ่งเป็นบทรองโรสลิน เธอดีใจมาก ถามธรรม์ว่านอกจากเป็นตำรวจแล้วมีอาชีพอื่นที่อยากทำอีกหรือเปล่า เขาอ้ำอึ้ง เมื่อมาย่าคะยั้นคะยอ เขาบอกว่า

“พี่อยากทำงานรับใช้ประเทศอย่างเต็มความสามารถ ถ้าคุณพ่ออนุญาต พี่อยากขอย้ายไป เออ...ช่างเถอะ คงอีกสักพักใหญ่ๆ นั่นแหละ ตอนนี้พี่ต้องอยู่ดูความสำเร็จของย่าก่อน แล้วพี่ค่อยทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ”

“ย่ารักพี่ธรรม์จัง...” มาย่ากอดธรรม์อย่างประจบ ธรรม์กอดมาย่าไว้พลอยมีความสุขกับเธอไปด้วย

แต่พอนุกนิกรู้ว่ามาย่าได้เล่นบทนีรชาก็ไม่พอใจ เมนี่เองก็งงแต่ก็ยอมรับกับนุกนิกว่าแอคต้ิงมาย่ากินขาดจริงๆ นุกนิกยื่นคำขาดกับเมนี่ว่าถ้ามีตนก็ต้องไม่มีมาย่า ถูกแม็กเตือนสติว่า

“ผมว่าน้องนุกนิกตั้งใจทำงานดีกว่านะครับ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับถ้าน้องนุกนิกไม่พัฒนาฝีมือการแสดงละก็ อาจจะมีการเปลี่ยนตัวนางเอกได้ มาย่าได้เล่นบทนีรชาแล้วบทโรสลินก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างที่พี่เมนี่บอกแหละแอคติ้งมาย่ากินขาดจริงๆ” พูดจบแม็คเดินออกไป เมนี่กับนุกนิกมองหน้ากันอย่างกังวลใจมาก

ooooooo

แม้ความดีของอิทธิฤทธิ์ที่ช่วยชนมนทั้งในยามตกอยู่ในภยันตรายและช่วยทำโครงงานจนสำเร็จจะทำให้ชูชัยดูเขาดีขึ้นแต่ก็ยังไว้ท่า บอกอิทธิฤทธิ์ว่าเขายังต้องผ่านการทดสอบอีกมาก

ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้น เช้านี้ อิทธิพลไปหาชูชัยที่ร้าน อดทนกับท่าทีเย็นชาไม่ต้อนรับของชูชัย จนเมื่อได้นั่งคุยกัน อิทธิพลเอ่ยขอโทษชูชัย กลับได้รับคำตอบที่ทำให้ทึ่งว่า

“ถ้าหากจะหาว่าใครผิดฉันต่างหากที่ทำให้เที่ยงธรรมต้องตาย ไอ้เก่งกาจฆ่าเที่ยงธรรมก็เพราะฉัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะฉันคนเดียว” ชูชัยยอมรับว่าตนเพิ่งคิดได้และเมื่อเรื่องจบไปแล้วตนก็รับคำขอโทษจากเขาก็แล้วกัน

สองพ่อญาติดีกันท่ามกลางความดีใจของสองลูก แต่อิทธิฤทธิ์ก็ยังถูกชูชัยกันท่าว่าเขาต้องสอบผ่านก่อนค่อยคิดเรื่องแฟน

ปรากฏว่า อิทธิฤทธิ์สอบได้เอ เขาดีใจมากบอกอิทธิพลที่มายืนดูผลสอบที่หน้าจอคอมฯด้วยว่า

“ผมสอบได้เอแล้วพ่อ ผมสอบได้เอ ผมไม่โดนไทร์แล้ว ผมได้เรียนจบรับปริญญาพร้อมมาย่า! ผมจะได้เจอแม่แล้ว! ผมไปบอกชนก่อนนะพ่อ แล้วเราจะไปเจอแม่เมื่อไหร่ ยังไง เราค่อยมาคุยกัน” พูดแล้ววิ่งออกไปอย่างร่าเริงราวกับนกบิน

อิทธิพลมองตามลูกชายไปหน้าขรึมลงทันที ธรรม์ถามว่า “มีอะไรหรือครับคุณพ่อ”

“พ่อทำตามสัญญาไม่ได้...ไม่มีวันที่นายอิทจะได้เจอแม่...”

ธรรม์มองหน้าอิทธิพลอย่างเห็นใจ เชื่อว่าถ้าอิทธิฤทธิ์ผิดหวังเรื่องนี้จะต้องอาละวาดบ้านแตกแน่...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.