ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิทธิฤทธิ์ทำเวลาเต็มที่ ใช้ทั้งกำลังเข้ากอด

และวาจาหว่าน ล้อมให้ชนมนยอมรับปากจะเป็นแฟนกัน แต่เธอไม่ยอมรับปาก เตือนสติเขาว่าให้หยุดคิดก่อนดีไหมว่าเรื่องของเราจะเป็นไปได้แค่ไหน

“ฉัน ไม่เห็นว่าเรื่องของเราจะมีปัญหาอะไร” คิดๆแล้วบอกว่าเรื่องอายุไม่ใช่ปัญหา ย้ำว่า “ฉันจริงจังกับเรื่องของเรานะชน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาด้วยกัน ฉันเชื่อว่า เรื่องของเราเป็นไปได้ ตอนนี้ขึ้นอยู่ที่เธอคนเดียว ชนมน...”

ขณะ อิทธิฤทธิ์กำลังลุ้นคำตอบอย่างมีความหวังอยู่นั่นเอง เสียงมือถือดังขึ้นเขาหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่พอรับสายได้ยินว่า “พ่อมา!” เท่านั้นเอง ต่างตกใจสุดขีดหันรีหันขวาง กระโดดขึ้นเตียง แต่ดั๊น...สลับเตียงกัน ตะกายลงมาจะเปลี่ยนเตียง ประตูเปิดผัวะ! ทั้งสองชะงักกึกกับที่

“นี่มันอะไรกัน!” ชูชัยถามเหี้ยม ธรรม์กับชินวิ่งตามกันเข้ามา ต่างตะลึงงันกับภาพที่เห็น อิทธิฤทธิ์กับชนมนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสะกดด้วยสายตาพิฆาตของชูชัย “นี่หมายความว่า เมื่อคืนนี้นายนอนค้างที่นี่งั้นเหรอ”

อิทธิฤทธิ์ชี้แจง ว่า ตนนอนเตียงข้างๆ เพราะอยากดูแลชนมน พูดอย่างมุ่งมั่นว่า ถึงตนจะถูกจับโยนออกไปก็จะหาทางกลับมาอีก ย้ำว่า “คุณลุงห้ามผมไม่ได้หรอก” แล้วจะบอกว่า เราตกลงเป็นแฟนกัน แต่ถูกชนมนเรียกปรามเลยเปลี่ยนเป็นว่า “เราตกลงกันแล้วว่า เราจะเป็นเพื่อนกัน”

หัวเด็ดตีนขาดชูชัยก็ไม่ยอมให้ ชนมนเป็นเพื่อน เพราะคนอย่างเขามีแต่จะพาเธอไปตาย ไล่ให้ไปหาเพื่อนที่อื่นอย่าให้ต้องเตือนกันเป็นครั้งที่สอง ชนมนจึงชี้แจงว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดเพราะตนโดดไปขวางมอเตอร์ไซค์เอง จะโทษว่าเป็นความผิดของอิทธิฤทธิ์คนเดียวมันไม่ยุติธรรม

อิทธิฤทธิ์ ตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง ถามชูชัยว่าจะให้ตนทำอย่างไรบอกมาเลย ชูชัยสวนทันควันว่า ไม่ต้องทำอะไรเพราะ “ฉันไม่ชอบหน้านาย!” ไล่ให้ไปอยู่ห่างๆ

ลูกสาวตน ธรรม์เห็นเรื่องจะบานปลาย พูดแทรกขึ้นว่า

“คุณ ลุงครับ ชนยังต้องติวให้อิทจนกว่าจะถึงวันสอบนะครับ คุณลุงคงไม่อยากให้ชนไม่สบายใจที่ต้องผิดคำพูดกับพ่อผม อีกแค่สามสี่วันเองครับ...นะครับ”

คำขอร้องของธรรม์ได้ผล อิทธิฤทธิ์ขอบใจธรรม์อย่างไม่เต็มใจ แล้วปรารภว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมชูชัย

ถึง ได้เกลียดตนนัก ชินพูดแทรกว่า “พ่อเกลียดพี่อิทน่ะไม่แปลกหรอก แต่ที่พ่อชอบพี่ธรรม์มากนี่สิแปลก หรือบางทีเราอาจจะเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด”

“บ้าน่า...เราไม่น่าจะ เกี่ยวข้องอะไรกันเลย คุณลุงก็แค่ถูกชะตากับพี่ นายก็เลิกซิ่งมอเตอร์ไซค์มาเป็นตำรวจเหมือนฉัน คุณลุงอาจจะชอบหน้านายขึ้นมาบ้างก็ได้ไอ้น้อง” ธรรม์ตบบ่าอิทธิฤทธิ์เบาๆ แล้วเดินออกไป

อิทธิฤทธิ์ปัดไหล่ตัวเองอย่างรังเกียจ ไม่ยอมรับธรรม์เป็นพี่ ยืนยันว่าตนจะไม่เลิกซิ่งรถ แต่จะทำให้ชูชัยยอมรับตนให้ได้ พูดอย่างนั้นทั้งที่ลึกๆแล้วกลุ้มใจกับความรักที่มีอุปสรรคมากเหลือเกิน...

ooooooo

วันนี้มาย่าไปงานอีเวนต์ มีแฟนคลับมารับประปราย เมนี่เร่งให้รีบไปบอกว่า แฟนคลับแค่นี้

จะไปช่วยสร้างกระแสอะไรได้ มาย่าบอกว่า ถึงจะ มีแฟนคลับไม่กี่คน ตนก็จะทำตัวเหมือนเดิม ไม่ทิ้งแฟนคลับ เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์

“นี่เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอน่ะไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าเธอเป็นมาย่าซุปตาร์คนเดิม เธอไม่มีวันมางานอีเวนต์นี้หรอก”

มา ย่ามองไปรอบตัวอย่างสะท้อนใจที่พบแต่ความเงียบเหงา เมื่อเตรียมตัวออกงานแล้วเธอโทร.ถึงธรรม์บอกว่างานจะเริ่มแล้ว บอกธรรม์อย่างมีความหวังว่า เดี๋ยวคงมีงานมาเรื่อยๆ เพราะเมนี่บอกว่าจะช่วยดูให้ นัดธรรม์ว่า

“แล้วเรามาฉลองกัน ย่าไม่ตกงานแล้ว เย้...ไม่ต้องห่วง ย่าสู้ตายอยู่แล้ว...แค่นี้นะคะ”

งาน อีเวนต์นี้เป็นงานโฆษณาผลิตภัณฑ์ผ้าเย็น มาย่าต้องแต่งตัวแบบ “สั้นเสมอหู” เซ็กซี่ ถือกระบะเดินแจกผ้าเย็นพร้อมคำโฆษณาว่า “ผ้าเย็นอโลฮ่าเย็นซ่าไปถึงทรวงใน”

ในงานมาย่าต้องเดินแจกผ้าเย็น ถูกผู้ชายท่าทางขี้หลีขอให้ทดลองเช็ดซอกคอและพยายามแต๊ะอั๋ง มาย่าจำต้องฝืนใจทำแข็งใจทน

ธรรม์มายืนดูอยู่ในกลุ่มลูกค้า เขามองมาย่าอย่างไม่เชื่อสายตา นึกถึงคำเตือนของอิทธิพลเรื่องความสัมพันธ์กับมาย่า พอดีมาย่าหันมาสบตา ต่างมองกันอย่างอึดอัด เจ็บปวด ในที่สุดธรรม์หันหลังเดินออกไป มาย่ามองอย่างเสียใจที่สุด...

ooooooo

เพราะเหลือเวลาติวอีกเพียงสาม วันก่อนสอบ อิทธิฤทธิ์ช่วงชิงทุกเวลานาทีเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดชนมน ตื่นเช้าคว้ากระเป๋าได้ก็ลิ่วไปที่โรงพยาบาล

แต่ไม่ดูตาม้าตาเรือ เข้าห้องก็โยนกระเป๋าไปที่โซฟาแล้วรีบไปหาชนมนให้ติวทันที หารู้ไม่! ชูชัยนอนอยู่ที่โซฟา ถูกอิทธิฤทธิ์โยนกระเป๋าใส่ลุกขึ้นมองอย่างไม่พอใจ พออิทธิฤทธิ์รู้ตัวก็ใจหายรีบขอโทษเพราะไม่ทันมอง

“พรุ่งนี้ชนออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ให้ไปติวที่บ้านฉัน ห้ามติวที่อื่นเด็ดขาด และทุกครั้งที่ติวให้นาย จะต้องมีไอ้ชินอยู่ด้วย ไอ้ชิน!” สิ้นเสียงเรียกของชูชัย ชินก็ตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยตะกายขึ้นไปนั่งตัวกลมแทรกกลางระหว่างอิทธิฤทธิ์กับชนมนบนเตียงอย่างรู้หน้าที่ อิทธิฤทธิ์ต่อรองว่า

“คุณลุงครับ ผมว่า...เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีไหมครับ เออ...คือ ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก เราเริ่มต้นกันไม่ค่อยดีเท่าไร”

“ไม่ต้อง! ยังไงฉันก็ไม่มีวันชอบหน้านาย!!” พูดแล้วเดินออกไปช้าๆ น่าเกรงขาม

อิทธิฤทธิ์กับชนมนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังมากขึ้นทุกที...

ooooooo

วันนี้ มาย่ามาหาธรรม์แต่เช้าเพื่อชี้แจงเรื่องงานอีเวนต์เมื่อวาน ธรรม์ยังไม่หายเสียความรู้สึกท่าทางเขาเย็นชา ไม่สนใจกับการมาของเธอ
มาย่าชี้แจงว่าตนไม่รู้จริงๆ ว่าเมนี่ให้ไปเป็นสาวพริตตี้ ธรรม์ย้อนถามว่าก่อนไปเขาต้องบรีฟงานก่อนไม่ใช่หรือแล้วทำไมไม่ปฏิเสธเสียแต่ตอนนั้น ทำไมไปตากหน้าทำงานแบบนั้น!

มาย่าระบายความอัดอั้นว่า “สิ่งที่ย่าต้องการตอนนี้คือกำลังใจให้ย่าสู้ต่อไป สู้เพื่อให้ได้งานแสดงกลับมาแต่ย่าโทร.ไป พี่ธรรม์ก็ไม่ยอมรับสาย มาหาก็มีแต่ดุว่า

และยังโกรธใส่อีก ถ้าพี่ธรรม์อยากโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของย่า ได้ค่ะ ย่าผิดเอง!” พูดแล้วหันเดินกลับไปทันที ธรรม์มองตามด้วยความรู้สึกตัวเองผิดอยู่เงียบๆ

อิทธิพลกำลังจะออกไปทำงาน เจอธรรม์จึงถามว่าสืบเรื่องเด็กแก๊งตี๋เล็กไปถึงไหนแล้ว ธรรม์รายงานผลที่สืบมาได้เชื่อว่าเด็กที่ทำงานให้นายเก่งกาจต้องอยู่ในรายชื่อนี้แน่ กำลังสืบหาตัวอยู่ ได้เรื่องแล้วจะรีบรายงานให้ทราบ

ธรรม์ไปหาเจ๋งสืบเด็กแว้นที่เคยส่งยา เอารูปให้เจ๋งดู เจ๋งเห็นรูปบ๊วยบอกว่าไม่เคยรู้ว่าบ๊วยส่งยาด้วยรู้แต่รับแทงบอล

“ไอ้นี่ พี่ก็กำลังตามตัวอยู่ เห็นว่าไปกบดานอยู่ที่อื่น”

“ผมว่าไม่น่าใช่มัน ไอ้บ๊วยมันโง่ เซ่อๆ แล้วกล้าซะที่ไหน อย่างเก่งก็รับส่งยาไม่กี่เม็ด แก๊งค้ายาแก๊งไหนรับมันไปเป็นลูกน้องนี่โง่บรมเลยนะ”

ขณะนั้นเอง เก่งกาจเดินอาดๆ เข้ามาบอกเจ๋งให้ไปซ่อมรถให้หน่อย เจ๋งบอกว่าตนซ่อมแต่มอเตอร์ไซค์แต่มีแก่ใจจะไปดูให้ เก่งกาจบอกไม่ต้องแล้วทำเป็นทักธรรม์ที่มือยังถือรูปเด็กแว้นอยู่ว่า

“คุณตำรวจก็เล่นมอไซค์กับเขาด้วยเหรอครับ” ธรรม์แปลกใจที่เก่งกาจรู้ว่าตนเป็นตำรวจทั้งที่แต่งนอกเครื่องแบบ เก่งกาจเดาใจเขาออกบอกว่า “ผมคุ้นเคยกับตำรวจดีน่ะครับ เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นตำรวจ”

เก่งกาจเดินเบ่งๆ ออกไป เข้รีบตาม ธรรม์มองตามไปอย่างสงสัยท่าทีแปลกๆ ของเก่งกาจ

ที่แท้เก่งกาจต้องการเข้ามาดูหน้าธรรม์ที่มันรู้ว่ากำลังตามไล่ล่าตนอยู่ให้ชัดๆ ถามเข้ว่าที่ให้ไปสืบประวัติธรรม์นั้นได้ความอย่างไรบ้าง เข้เล่าว่าธรรม์เป็นตำรวจใหม่ได้มาทำงานด้านสืบสวนเพราะ พ่อเป็นนายตำรวจใหญ่ชื่อผู้การอิทธิพล พ่อแท้ๆของเขาถูกมาเฟียยิงตาย ผู้การจึงรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เก่งกาจตัดบทว่า

“พอ! ไม่ต้องเล่าต่อ เรื่องที่เหลือฉันรู้หมดแล้ว มิน่าล่ะ ถึงได้ตั้งหน่วยพิเศษตามไล่ล่าฉันโดยเฉพาะคิดจะแก้แค้นส่วนตัวนี่เอง” เข้ถามว่าเรื่องอะไรหรือ“แกไม่ต้องรู้หรอก นี่คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องตามหาลูกพี่เก่าแล้วละมั้ง!” เก่งกาจจิกตาร้าย

ooooooo

เพราะเหลือเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับชนมนอีกเพียงสองวัน อิทธิฤทธิ์เร่งทำคะแนนเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจฝ่าด่านชูชัยไปได้ ซ้ำบอกว่าหมดหน้าที่ติวเตอร์เมื่อไรก็หมดสิทธิ์มาเหยียบบ้านนี้อีก อิทธิฤทธิ์ฮึดขึ้นมา พูดอย่างมุ่งมั่นว่า

“คนอย่างผมไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ผมจะต้องทำให้คุณลุงยอมรับผมให้ได้ สักวันผมจะต้องได้กินข้าวผัด ฝีมือคุณลุง!”

แม้จะประกาศสู้ แต่อิทธิฤทธิ์ก็ยังมีสัมมาคารวะ ติวเสร็จช่วยชนมนเก็บถ้วยชาม พอถูกชูชัยไล่ให้กลับก็ยังเข้าไปลา

“ผมกลับล่ะครับคุณลุง ขอบคุณที่มาส่ง” แล้วหันบอกชนมน “ไปนะ พรุ่งนี้เจอกัน” พูดแล้วเอามือขยี้หัวเล่นก่อนเดินไป ทำเอาชนมนหันมองพ่อทำหน้าไม่ถูก

กลับถึงบ้าน เห็นธรรม์กำลังคร่ำเคร่งกับงานก็มองอย่างหมั่นไส้ แต่ก็มีเรื่องที่อยากรู้จากเขา เข้าไปทำทีถามหยั่งเชิง

“ขอถามเรื่องพ่อของชนหน่อยซิ ทำไง...ทำไงฉันถึงจะ...” พูดแค่นั้นแล้วหยุด ธรรม์เดาใจได้ต่อให้ว่า “เอาชนะใจคุณลุงได้...นายก็ทำตัวดีๆ ซิ”

อิทธิฤทธิ์บ่นว่าตนได้พยายามทำดีอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแล้ว แต่ชูชัยไม่ยอมฟังอะไรเลย ห้ามตนเจอกับชนมนลูกเดียว คนอะไรไม่มีเหตุผลเลย ธรรม์ชี้ให้เห็นว่าเขาต้องไม่เอาแต่ใจตัวเกินไป คนอื่นที่ไม่ใช่พ่อเขาไม่มีใครทนความกวนของเขาได้หรอก

“เฮ้ย...แค่ถามความเห็นไม่ได้ให้สอน เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ คิดว่าตัวเองดีไม่มีที่ติรึไง ไอ้คนบ้างาน คิดถึงแต่ตัวเอง ย่าคงทนนายไปไม่ได้นานหรอก” อิทธิฤทธิ์ทั้งโดนธรรม์ด่าและด่าธรรม์คืนไปอย่างหงุดหงิด

พออิทธิฤทธิ์ออกไป ธรรม์ก็เอามือถือมากดดูรูปมาย่า ทั้งคิดถึงและรู้สึกผิดต่อเธอ...

เป็นเวลาที่มาย่าไปเจอโปสเตอร์ละครเรื่อง “รักนิรันดร์” ที่ประกาศคัดเลือกนักแสดงเร็วๆนี้ เธอมีความหวังขึ้นมาทันที เมื่อถึงวันที่มีประชุมเพื่อคัดตัวแสดงเป็นนางเอก มาย่าเสนอตัวขอไปแคสติ้งด้วย ถูกเมนี่มองอย่างหมดราคาแต่ก็นัดวันศุกร์ให้มาลองแคสดู

พระเอกของเรื่องนั้นคุณอรุณวตีลูกสาวเจ้าของบทประพันธ์และเป็นคนเขียนบท กำหนดตัวไว้แล้วอย่างไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนนางเอกนั้น สุวิชที่เป็นทั้งผู้จัดและคนลงทุนวางตัวไว้แล้วว่าต้องเป็นของนุกนิก ที่เพิ่งมีผลงานโฆษณาเพียงชิ้นเดียว เมนี่ไม่ชอบใจแต่ก็รับปากว่าจะให้แอคติ้งโค้ชซ้อมบทให้

“ยังไงนุกนิกก็ต้องได้เป็นนางเอกรักนิรันดร์!” สุวิชย้ำแล้วเดินออกไป

“โจทย์ยากจริ๊ง!” เมนี่พึมพำอย่างปวดหัว

ooooooo

หลังจากเมนี่รับปากจะให้มาย่าแคสแล้ว บอกมาย่าว่าเธอจะต้องท่องบทให้คล่องเป๊ะทุกคำ มาย่าหนักใจเพราะบทพูดยาวมาก แต่ก็พยายามจะท่องให้ได้

เพราะทั้งต้องสอบและต้องไปแคสในวันเดียวกัน มาย่าสับสนจนไม่รู้จะอ่านจะท่องอะไรก่อนหลัง ดูและท่องจนมึนแทบจะเอาหัวโขกโต๊ะ

ในภาวะนี้เอง ธรรม์มาหาที่บ้าน เขามาขอโทษที่วันนั้นทำตัวเป็นคนไม่มีเหตุผลทั้งที่ไม่ควรโกรธเธอเลย ขอให้ยกโทษให้ด้วย มาย่าบอกว่าตนไม่ยกโทษให้เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะโกรธตน ทำให้ความรู้สึกดีๆต่อกันกลับคืนมา

เมื่อธรรม์รู้ว่ามาย่ากำลังปวดหัวเรื่องงานและเรื่องสอบ เขาแนะนำว่า

“วันนี้อ่านหนังสือสอบก่อน พรุ่งนี้ค่อยท่องบท ย่าเก่งอยู่แล้วต้องทำได้แน่ ตั้งสติดีๆ ลองหลับตาพักสักสิบนาทีแล้วค่อยเริ่มต้นใหม่” ให้กำลังใจว่า “ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ไม่มีเวลาให้ท้อแล้ว เราต้องสู้ต่อไปเพื่อวันข้างหน้า...”

“พี่ธรรม์ก็อย่าท้อนะ ทำคดีสำคัญอยู่ใช่ไหมล่ะ เรามาสู้ด้วยกัน เพราะงั้นเราห้ามทิ้งกันเด็ดขาด!”

“บอกให้พักไงล่ะ หลับตา...” ธรรม์พูดอ่อนโยน อบอุ่น

มาย่าหลับตาอย่างว่าง่าย ธรรม์เอามือโอบให้เธอเอนพิงไหล่ตน มาย่าหลับตาอย่างสุขใจ....

ooooooo

เก่งกาจเริ่มแผนร้ายทันที พาเข้ไปดักที่ซอยเข้าบ้านชนมน เป็นวันที่ทั้งชูชัย ชนมน ชิน และอิทธิฤทธิ์ช่วยกันไปซื้อของถือของกลับจากตลาด
เข้ชี้ให้เก่งกาจดูอิทธิฤทธิ์บอกว่านั่นคือลูกชายแท้ๆ

ของอิทธิพล ยุให้เล่นงานเลย เก่งกาจด่าว่าอย่าแส่เรื่องนี้ ถ้าตนจะเล่นงานก็ต้องเล่นพ่อมันเลย และเป็นความบังเอิญที่เก่งกาจดีใจสุดๆ เมื่อมันเห็นชูชัย มันวางแผนเล่นงานชูชัยทันที

เพียงบ่ายวันรุ่งขึ้น ก็มีซองวางอยู่บนโต๊ะทำงานของอิทธิพล เมื่อเขาเปิดซองดึงรูปออกมาดู ก็ตะลึงงัน เพราะเป็นรูปชูชัยกำลังกวาดหน้าร้าน อิทธิพลพึมพำ “ไอ้ชาติชาย!” ดูรูปต่อไปเป็นชนมนกับชินกำลังทำงานอยู่ในร้าน เขามองรูปอย่างคิดไม่ถึงว่า ที่แท้ชนมนเป็นลูกของชาติชาย!

ไวเท่าความคิด อิทธิพลเอารูปถ่ายนั้นมาให้อิทธิฤทธิ์ดูถามว่ารู้จักหมอนี่ใช่ไหม เมื่ออิทธิฤทธิ์บอกว่ารู้จักก็

ถามว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วกดโทรศัพท์สั่ง “ออกหมายจับได้!” อิทธิฤทธิ์ตกใจมองงงๆ ว่าพ่อจะทำอะไร?!

ชูชัยที่มีความระมัดระวังตัวตลอดเวลา ผิดสังเกตกับการเคลื่อนไหวผิดปกติบางอย่าง เร่งชนมนกับชินให้รีบกลับบ้านบอกว่าเราอยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปจากที่นี่ ชนมนกับชินถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชินเสนอว่าบอกธรรม์ดีไหมเพราะธรรม์เป็นตำรวจต้องช่วยเราได้ พลันชินก็ร้องดีใจ

“พี่ธรรม์มาแล้ว!”

แต่ที่แท้ธรรม์มาเพื่อจับชูชัย ชนมนตกตะลึง บอกธรรม์ว่าจับผิดคนแล้ว พ่อชื่อชูชัยไม่ใช่ชาติชาย บอกให้ปล่อยพ่อเดี๋ยวนี้ ขณะนั้นเอง อิทธิพลเดินเข้ามาพร้อมตำรวจสองนาย บอกชนมนว่า

“หมวดธรรม์จับถูกคนแล้ว” พลางเดินเข้าหาชูชัยจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครกลัวใคร “ไอ้ชาติชาย ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำลงไปแล้ว!”

ชูชัยยืนเผชิญหน้าอย่างสงบนิ่ง ในขณะที่ชนมนกับชินว้าวุ่นแทบจะกุมสติไม่อยู่ ชินรบเร้าชนมนว่าให้ทำอะไรสักอย่าง เรียนมาตั้งเยอะต้องช่วยพ่อได้ ชนมนกับชินเห็นตำรวจพาพ่อไปจึงรีบตามธรรม์และกลุ่มตำรวจไป

ชูชัยบอกอิทธิพลที่เดินตามมาว่า “ฉันจะให้การกับหมวดธรรม์เพียงคนเดียว”

“ก็ดี...ถ้าหากมีคนกล่าวหาว่า การสอบสวนไม่เป็นกลาง เพราะหมวดธรรม์มีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีนี้ จะ ได้บอกว่าผู้ต้องหายินยอมและเป็นฝ่ายเสนอเอง นี่ฉันบอก แกหรือยังว่า ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นหน้าเพื่อนเก่า” อิทธิพลหัวเราะเยาะ

“ฉันไม่เคยมีเพื่อนอย่างแก!!” ชูชัยตวาดใส่โดยมีธรรม์ยืนกั้นกลาง

ที่มุมลับตา เก่งกาจซุ่มดูอยู่ พึมพำอย่างสะใจ “ปิดคดีได้ซะที โชคดีนะพี่ชาติ!”

ooooooo

เมื่อธรรม์นำตัวชูชัยเข้าห้องสอบสวนที่สถานีตำรวจ เขาสอบสวนทันที บอกให้ชูชัยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในวันเกิดเหตุให้ฟัง ชูชัยบอกว่าไม่มีอะไรจะเล่า
อิทธิพลตะคอกว่าไหนบอกว่าจะให้การ ด่าว่าคน อย่างเขากลับคำหน้าด้านๆ ให้สารภาพความจริงมาดีกว่า เพราะพยานหลักฐานมัดแน่นหนาขนาดนี้ดิ้นไม่หลุดแน่

ชูชัยถามว่า เขาใช่ไหมที่เป็นพยาน คำพูดของคน อย่างตนจะมีน้ำหนักสู้คำให้การของพยานระดับนายตำรวจใหญ่ได้อย่างไร ธรรม์หว่านล้อมว่า

“ถ้าคุณให้การรับสารภาพศาล อาจจะบรรเทาโทษ ให้ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าคุณไม่เคยกระทำผิดมาก่อน”

“ผมทำผิดมามาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่มีวันทำ ก็คือการทำผิดต่อเพื่อน” อิทธิพลถามว่า เขาจะบอกว่า ไม่ได้ยิงเที่ยงธรรมตายอย่างนั้นหรือ “ก่อนที่จะสืบหาว่า ใครยิงเที่ยงธรรม หมวดไม่อยากรู้รึไงว่า ใครที่ส่งเที่ยงธรรมไปตาย ใครที่ได้เลื่อนตำแหน่งพรวดๆ หลังจากทลายบ่อนในวันนั้น ใครที่พร้อมจะยอมเสียเพื่อนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง!”

“หมวดธรรม์ออกไปก่อน” อิทธิพลสั่ง ธรรม์มอง ชูชัยที่จ้องหน้าอิทธิพลอย่างเกลียดชังก่อนออกไป

อิทธิพลถามชูชัยว่า คิดจะปั่นหัวธรรม์หรือ เย้ยว่า ไม่สำเร็จหรอก เพราะตนเล่าทุกอย่างให้ธรรม์ฟังหมดแล้ว ชูชัยถามว่า เล่าอะไรบ้าง เล่าแบบเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นใช่ไหม ถามว่า

“แกไม่ได้รู้สำนึกเลยใช่ไหมว่า แกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เที่ยงธรรมตาย!”

“เที่ยงธรรมตายเพราะกระสุนของแกไอ้ชาติ!”

ชูชัยดักคอว่าเขาคงจะรู้สึกผิดบ้างไม่อย่างนั้นคงไม่รับธรรม์ไปเลี้ยงเพื่อไถ่บาป อิทธิพลสวนทันทีว่าอย่าพูดเรื่องอื่น ให้สารภาพมาว่า “แกฆ่าเที่ยงธรรม!!”

ชูชัยสวนทันทีว่าตนไม่ได้ฆ่า อิทธิพลถามว่าแล้วใครฆ่า ชูชัยพูดใส่หน้าว่า “แกยังไงล่ะ!”

“ไอ้ชาติ! ถึงแกจะไม่รับสารภาพ ฉันก็เอาแกเข้าคุกได้ แกได้ติดคุกไปตลอดชีวิตแน่” อิทธิพลลุกเดินไปที่ประตู แล้วก็ชะงักเมื่อชูชัยเอ่ยขึ้นว่า

“ลืมถามไปเรื่องนึง นฤดีภรรยาท่านผู้การเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า?”

อิทธิพลโกรธหน้าเครียดก้าวพรวดออกจากห้อง แล้ว กระแทกประตูปิดปัง ชูชัยเห็นอาการก็ยิ้มเยาะอย่างสะใจ

ooooooo

ชนมนให้ชินกลับไปเฝ้าบ้าน ตัวเองลิ่วไปหา อิทธิฤทธิ์ที่บ้าน ถามว่าเขารู้เรื่องพ่อตนแล้วใช่ไหม รู้ตั้งแต่เมื่อไร พ่อถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย พ่อฆ่าใคร?! พอดีธรรม์เดินเข้ามาเขาหยุดฟัง...

พออิทธิฤทธิ์บอกว่าฆ่าพ่อนายธรรม์ ชนมนก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินว่าพ่อของธรรม์ถูกมาเฟียฆ่าตาย ธรรม์แทรกขึ้นว่า มาเฟียคนนั้นคือนายชาติชายหรือลุงชูชัย พ่อของเธอนั่นเอง

ชนมนไม่เชื่อ อิทธิฤทธิ์จึงพาเธอไปหาป้าหนอม แต่ป้าหนอมก็เล่าได้แค่ว่า อิทธิพล เที่ยงธรรม และชาติชายเป็นเพื่อนรักกัน แต่พอชาติชายถูกไล่ออกจากโรงเรียน ก็ผันชีวิตตัวเองไปคุมบ่อนและส่งยาบ้าจนกลายเป็นเจ้าพ่อมาเฟียขาใหญ่ ขึ้นบัญชีดำของตำรวจ ฟังแล้วชนมนพึมพำอย่างรับไม่ได้...

“พ่อฉันเป็นมาเฟีย เปิดบ่อน ค้ายา แล้วก็ยังฆ่าเพื่อน...”

เมื่ออิทธิฤทธิ์เดินมาส่งชนมน เขาแสดงความเห็นใจ เธอบอกว่า

“อิท...เราอย่าเจอกันอีกเลย พ่อนายจับพ่อฉันเข้าคุก ตอนนี้ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนี้ทุกคน ไม่อยากเห็นหน้า ฉันเกลียดนาย เกลียดพ่อนาย เกลียดพี่ธรรม์ เกลียดทุกคนที่ทำลายครอบครัวของฉัน ได้ยินไหม! ฉันเกลียด! เกลียดๆๆ!!” ชนมนพูดอย่างเจ็บปวดว่า “ฉันกับนายเป็นเพื่อนกันยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันเป็นได้แค่ติวเตอร์ของนาย! แล้วหน้าที่ของฉันก็จบไปแล้วได้ยินไหม อิท มันจบแล้ว!!”

“เธอจบ แต่ฉันยังไม่จบ! และไม่ยอมให้จบด้วย!!” อิทธิฤทธิ์ตะโกนตามหลังชนมนไปอย่างเจ็บปวด เด็ดเดี่ยว

อิทธิฤทธิ์ถามพ่อว่าแน่ใจหรือว่าชูชัยเป็นคนยิงพ่อของธรรม์ ท้วงติงว่า คดียังมีช่องโหว่ ใช้ความรู้ที่เรียนมาชี้ว่า

“ปืนที่ใช้ยิงผู้ตายก็ยังหาไม่เจอ ทางตำรวจยังตรวจสอบหัวกระสุนไม่ได้ว่ามาจากปืนกระบอกไหน” ธรรม์โต้ว่าพ่อเห็นว่าชาติชายยิงพ่อตน อิทธิฤทธิ์ถามพ่อว่า แน่ใจหรือว่าเห็นลุงชูยิง ถามว่า “พ่อมองจากระยะกี่เมตร ตอนนั้นเวลากี่โมง มีแสงสว่างพอที่จะเห็นได้ชัดเจนแค่ไหน แล้วมีลุงชูคนเดียวหรือครับที่ถือปืนอยู่ พ่อคิดดูให้ดีๆ” แล้วพูดกับธรรม์ “พ่อฉันอาจจะไม่ใช่เป็นประจักษ์พยาน แต่เป็นพยานแวดล้อมกรณี เพราะพ่อไม่ได้เห็นกับตาจริงๆ!!”

ธรรม์ฟังแล้วอึ้ง เริ่มมองเห็นอีกแง่มุมของคดี ส่วนอิทธิพลฟังแล้วโมโห อ้างประสบการณ์ยืนยันว่าชาติชายเป็นคนยิงเที่ยงธรรม ถูกอิทธิฤทธิ์โต้ว่าถ้าพ่อมั่นใจทำไมไม่ยืนยันกับตนให้ชัดๆว่าพ่อเห็นลุงชูยิงจริงๆ เตือนสติพ่อว่า

“พ่อคิดดูให้ดีๆ ผมไม่อยากให้พ่อส่งคนบริสุทธิ์เข้าคุก!”

แม้จะเคยเชื่อมั่นว่าชาติชายเป็นคนยิงเที่ยงธรรม แต่เมื่อคิดคำทักท้วงของอิทธิฤทธิ์แล้วความเชื่อมั่นของอิทธิพลก็เริ่มสั่นคลอน

รุ่งขึ้น อิทธิฤทธิ์เข้าห้องสอบในสภาพที่สมองสับสน เขาทำข้อสอบไม่ได้ จนใกล้หมดเวลา เห็นเจ๋งมาชูป้าย “พี่อิทสู้ๆ” ทำให้อิทธิฤทธิ์นึกถึงความพยายามและอดทนของชนมนที่ติวให้แล้วก็มีกำลังใจฮึดขึ้นมา

เหลืออีกไม่กี่นาทีจะหมดเวลาสอบ อิทธิฤทธิ์ลงมือทำข้อสอบ เขาทำข้อสอบอย่างรวดเร็ว แต่ทำได้แค่เล่มเดียวก็หมดเวลา เมื่อเจอมาย่าเขาพูดอย่างทำใจได้แล้วว่าโดนไทร์ก็ไทร์

“พูดอย่างนี้ได้ไง รู้ไหมว่าพี่ชนจะเสียใจแค่ไหน” มาย่าติง แล้วเตือนให้เขาต้องไปหาชนมนต้องไปเป็นเพื่อนเธอ บอกว่า “ฉันแคสงานเสร็จแล้วจะรีบตามไป”

ooooooo

ชนมนกับชินเอาเสื้อผ้าและยากับอาหารไปให้พ่อที่โรงพัก ธรรม์บอกว่าชูชัยไม่ให้ใครเยี่ยม ทั้งสองจึงฝากไว้

ธรรม์พูดออกตัวกับชนมนว่าตนต้องทำตามหน้าที่ ชนมนถามว่าแน่ใจหรือว่าพ่อเป็นคนฆ่าพ่อเขาจริงๆ

“ตอนนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน พี่ไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณลุงเป็นผู้บริสุทธิ์จริง เรามีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว งานนี้ไม่มีการจับแพะแน่”

ธรรม์เอายาไปให้ชูชัย บอกให้เขากินยาก่อนค่อยคุยกันต่อ ชูชัยบอกว่าอย่าเสียเวลากับตนเลย ไปตามล่าหาคนที่ฆ่าพ่อเขาดีกว่า ธรรม์ถามว่า “คุณยืนยันว่า คุณไม่ได้เป็นคนยิง?”

“ผมทำเรื่องชั่วๆมามาก แต่มีเรื่องนึงที่ผมไม่เคยทำ ผมไม่เคยฆ่าใคร ผมไม่ใช่คนมือสะอาดเหมือนเที่ยงธรรม แต่มือของผมก็ไม่เคยเปื้อนเลือด” ธรรม์ถามว่าแล้วใครยิง ก็ถูกตัดบทว่า “ไปสืบเอาเอง หน้าที่ของตำรวจไม่ใช่เรื่องของผม”

ธรรม์เปลี่ยนท่าทีผ่อนคลายลง ถามว่าเขาเป็นเพื่อนพ่อจริงหรือ แล้วทำไมไม่ยอมให้ความร่วมมือ เปรียบเปรยว่า “ถ้าเป็นผม ผมจะหาความยุติธรรมให้เพื่อนผม ผมจะต้องตามล่าไอ้คนที่ฆ่าเพื่อนผมมารับโทษให้ได้!”

“ผมไม่เคยลืมการตายของเที่ยงธรรม ผมสัญญากับตัวเองแล้ว ผมจะไม่ยอมตายจนกว่าจะล้างแค้นให้เที่ยงธรรมได้”

เมื่อความเป็นเพื่อนยังไม่อาจทำให้ชูชัยใจอ่อนได้ ธรรม์จึงหันมาพูดเรื่องลูก บอกว่านอกจากชนมนกับชินจะเอาอาหารและยามาฝากไว้ให้แล้ว ยังเอารูปมาฝากไว้ให้ด้วย พลางเอารูปถ่ายสามคนพ่อลูกที่ยิ้มแย้มมีความสุขให้ดู หว่านล้อมต่อว่า ชนมนคงอยากให้เขาคิดถึงลูกๆ ชูชัยจึงระเบิดความแค้นฝังใจว่า “ผมอยากฆ่ามันด้วยตัวเอง!”

“มันตายแต่คุณลุงต้องติดคุก แล้วชนกับชินล่ะครับ คุณลุงอย่าทำร้ายครอบครัวมากไปกว่านี้เลยนะครับ คุณลุงเป็นคนเดียวที่รู้ว่าใครเป็นคนยิงพ่อผม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมที่จะจัดการมันเอง มันเป็นใครครับคุณลุง”

ฝ่ายอิทธิพลที่ยังยืนกรานว่าชูชัยเป็นคนฆ่าเที่ยงธรรม ก็เริ่มหวั่นไหว เมื่อป้าหนอมพูดถึงอิทธิฤทธิ์ว่ารักชนมนจริงๆ และชนมนก็ยังสนิทกับธรรม์ด้วย ป้าหนอมพูดอย่างสะเทือนใจว่า โชคชะตาเล่นตลกที่ทำให้ทั้งสามมาเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ต้องขาดกันเพราะเรื่องของคนรุ่นพ่อ ตั้งข้อสังเกตว่า

“คุณชาติชายเป็นผู้ชายใจนักเลง ยอมให้ตำรวจจับโดยไม่มีการขัดขืน แล้วทำไมไม่ยอมสารภาพผิดเสียดีๆ หรือว่าคุณเขาไม่ได้ทำผิดจริงๆ แต่นั่นแหละ อิฉันจะไปรู้อะไร คุณท่านน่าจะเป็นคนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด”

เก่งกาจที่วางแผนให้ตำรวจจับชูชัยไปแล้วก็ชะล่าใจว่าคงไม่มีใครคิดไล่ล่าตนอีก เมื่อบ๊วยมารับของก็ให้เข้พาไปหลังร้าน ให้ของแล้วบอกว่าบ๊วยถูกตำรวจหมายหัวอยู่ให้ทำงานต่อไปไม่ได้แล้ว บ๊วยอ้อนวอนเก่งกาจว่าเวลานี้ตนไม่มีเงินใช้เลยนึกว่าช่วยตนเถอะ

“ไอ้บ๊วย...งานนี้จะพิสูจน์ฝีมือของแก ถ้างานผ่านฉลุยฉันจะส่งแกไปทำงานที่บ่อนเปิดใหม่ ไม่เคยไปเมืองนอกล่ะซิ  คราวนี้ก็จะได้ไปกับเขาแล้ว” บ๊วยดีใจมากรีบขอบคุณ ยกมือไหว้ปลกๆ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ยังพยายามสานสัมพันธ์กับชนมน เขาไปหาเธอที่บ้าน บอกว่าจะช่วยหาตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อธรรม์ให้ได้ ทำให้เธอรู้สึกดีกับเขาที่อย่างน้อยก็ไม่เชื่อว่าพ่อเป็นฆาตกร

ธรรม์มาได้ยินพอดีเขาพูดแทรกขึ้นว่า การสืบหาฆาตกรไม่ยากแต่จะไปตามหาตัวมันได้ที่ไหนยังเป็นปัญหาอยู่ แล้วบอกข่าวดีว่า “คุณลุงให้การว่า คนที่ฆ่าพ่อของฉันมันเป็นมือขวาของคุณลุงเอง มันชื่อเก่งกาจ ตอนนี้เราก็ได้ผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีกคน” แต่ก็ย้ำว่า “คุณลุงยังพ้นความผิดไม่ได้หรอก นอกจากเราจะจับตัวไอ้เก่งกาจมาได้ก่อน”

ชินถามว่าแล้วทำยังไงเราถึงจะจับตัวมันได้ ธรรม์เล่าว่าเก่งกาจย้ายที่อยู่ตลอด ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ไหนนอกจากลูกน้องของมัน แต่เราก็สืบได้ว่าหนึ่งในเด็กส่งยาของมันคือบ๊วย เขาบอกชนมนว่า บอกเรื่องนี้กับเธอในฐานะพี่ธรรม์ไม่ใช่หมวดธรรม์ แล้วย้ำว่า

“ถ้าใครได้ข่าวนายบ๊วย รีบแจ้งตำรวจทันทีถ้าไม่อยากมีเรื่องให้ต้องมีคนเจ็บตัวอีก อย่าคิดทำอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง” พูดไปมองหน้าอิทธิฤทธิ์ไป ฝ่ายนั้นรู้ตัวแต่ทำหน้ารั้นใส่ ทำนองไม่รับรู้อะไรด้วย

บ๊วยทำงานสุดท้ายที่ต้องทดสอบตัวเอง เอายาไปส่งลูกค้าที่ปั๊มน้ำมันโดยไม่รู้ว่าเป็นปั๊มของอาป๊าตี๋เล็ก พอตี๋เล็กรู้ว่าบ๊วยมาส่งยาก็โมโหมากคว้ายาปาลงน้ำ เมื่อลูกค้ามารับยาเหลือแต่ถุงเปล่าให้ บ๊วยกระชากตี๋เล็กวิ่งไปซ้อนมอเตอร์ไซค์หนี คนที่มารับยาโทร.หาเก่งกาจทันที ส่วนอีกสองคนซ้อนมอเตอร์ไซค์ไล่กวดบ๊วยกับตี๋เล็กไป

ooooooo

ตี๋เล็กกับบ๊วยหนีไปซ่อนตัวในตึกร้าง ตี๋เล็กโทร.หาอิทธิฤทธิ์ขอความช่วยเหลือให้บอกธรรม์มาช่วยตนกับบ๊วยด้วย  อิทธิฤทธิ์ถามว่าไปมีเรื่องกับใคร  แล้วปฏิเสธอย่างสะใจว่าสองคนรนหาที่เองช่วยไม่ได้

ชนมนถามอิทธิฤทธิ์ว่าใครโทร.มา พอรู้ว่าตี๋เล็ก ธรรม์ถามทันทีว่าตี๋เล็กอยู่กับใคร

“ไอ้บ๊วย...” อิทธิฤทธิ์บอก พลันก็นึกได้รีบโทร.กลับถามว่าตอนนี้ตี๋เล็กกับบ๊วยอยู่ที่ไหน พอรู้ก็บอกให้รออยู่ที่นั่นอย่าไปไหน  แล้วหันบอกทุกคนด้วยรอยยิ้มภูมิใจว่า “ฉันตามหาไอ้บ๊วยเจอแล้ว” ทุกคนดีใจที่เจอบ๊วยแต่หน่ายความขี้โอ่ของเขา

แต่หารู้ไม่ว่า พอตี๋เล็กวางสาย เก่งกาจก็ตามมาถึงตัวแล้ว!

อิทธิฤทธิ์ดอดตามธรรม์ไปด้วย พอไปถึงตึกร้าง ธรรม์บอกว่า มีคนมาถึงก่อนเราแล้ว เตือนอิทธิฤทธิ์ให้ระวังตัวด้วย ธรรม์เขม้นมองเข้าไปในตึกร้างเห็นเก่งกาจ ทำให้เขายิ่งมุ่งมั่นที่จะจับมันให้ได้ เขาเรียกกำลังเสริมทันที

ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เข้เป็นคนยิงเพราะเข้าใจผิดว่าเก่งกาจสั่งให้ยิง ขณะนั้นเองเก่งกาจเหลือบมาเห็นธรรม์กับอิทธิฤทธิ์แว้บๆ มันสั่งเข้มให้เก็บทั้งสองเสีย ตี๋เล็กกับบ๊วยพุ่งเข้าหาเข้ ทั้งเก่งกาจและเข้ต่อสู้กับตี๋เล็กและบ๊วย ทั้งยังถูกธรรม์กับอิทธิฤทธิ์รุกเข้ามา

เข้อาศัยจังหวะชุลมุนหนีไป ส่วนเก่งกาจได้ยินเสียงหวอตำรวจแว่วมาก็หลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอย

ธรรม์แค้นใจที่คว้าน้ำเหลวอีกสั่งตี๋เล็กกับอิทธิฤทธิ์ให้ตามไปให้ปากคำที่โรงพัก ส่วนบ๊วยตนจะจัดการเอง ตี๋เล็กซาบซึ้งใจที่อิทธิฤทธิ์มาช่วยชีวิตตนไว้ อิทธิฤทธิ์บอกให้ตี๋เล็กช่วยทำให้บ๊วยเปิดปากสารภาพ ตี๋เล็กรับปากแข็งขัน

แต่ไม่ว่าตี๋เล็กจะหว่านล้อมอย่างไรบ๊วยก็ไม่ยอมให้ การใดๆ บอกว่ายอมติดคุกดีกว่าตาย ตี๋เล็กชี้ให้เห็นว่าหนทางเดียวที่เราจะปลอดภัยคือต้องจับเก่งกาจเข้าคุก

ย้ำว่า “แกต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ เราไม่มีทางเลือก อื่นแล้ว” บ๊วยก็ยังหวาดกลัว ตี๋เล็กทิ้งไม้ตายว่า“ถามแกจริงๆ ไอ้บ๊วย แกยังเห็นฉันเป็นลูกพี่แกอยู่รึเปล่าวะ”

เป็นคำถามที่ทำให้บ๊วยอึ้ง ทุกคนจึงมีความหวังขึ้นมา

จากข้อมูลที่ได้รับ ตำรวจขยายผลตามค้นและจับยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ได้อีกมากมาย เก่งกาจซุ่มดูความเสียหายอย่างแค้นใจ รู้ตัวว่าคราวนี้เห็นทีจะหนีไม่รอด เข้เสนอให้จัดการหมวดธรรม์ให้หายแค้นเลยไหม

“หมวดธรรม์เป็นถึงลูกชายท่านผู้การ จะให้ตาย ง่ายๆได้ยังไง สุดท้ายไอ้ผู้การก็เข้าข้างไอ้ชาติชายหันมาเล่นงานฉัน งั้นเราคงต้องทบทวนความหลังให้ท่านเสียหน่อยแล้ว เสียเพื่อนกับเสียลูก อย่างไหนเจ็บกว่ากันวะไอ้เข้” เก่งกาจยิ้มเหี้ยม

เพียงวันรุ่งขึ้น ขณะที่ ชนมนและชิน เดินออกมาส่งมาย่าที่มานอนเป็นเพื่อนเพื่อไปแคสติ้งต่อจากเมื่อวาน อิทธิฤทธิ์ก็มาบอกข่าวดีอย่างตื่นเต้นว่าพ่อตนลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเองแล้ว

พลันทุกคนก็ชะงักเมื่อมีรถพุ่งเข้ามาจอด อิทธิฤทธิ์เห็นเข้ลงจากรถเขาผลักชนมนกับชินเข้าไปในรถมาย่าที่ขึ้นนั่งเตรียมจะกลับอยู่ก่อนแล้ว แต่ตัวเขาถูกเข้เอาปืนจ่อจับตัวไปยัดใส่รถของเก่งกาจ

ชนมนทนไม่ได้วิ่งตามไปจะช่วยอิทธิฤทธิ์ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...มีคนถูกลักพาตัว...ช่วยด้วย!!!” เลยถูกมันจับโยนเข้าไปในรถอีกคน

รถของเก่งกาจขับพุ่งออกไปอย่างเร็ว มาย่ากับชินได้สติ วิ่งลงมาก็เห็นรถของเก่งกาจแล่นไปไกลลิบแล้ว

“พี่ชน...” ชินเรียกเสียงสั่นเครือ มาย่าจับชินไว้ ต่างตื่นตกใจทำอะไรไม่ถูก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.