ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่หน้าตึก “คณะนิติศาสตร์” ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง...

บรรยากาศที่หน้าตึกร่มรื่น แต่นักศึกษาที่คลาคล่ำอยู่หน้าตึก ทุกคนจริงจัง ขรึม เครียด ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือบนโต๊ะ บ้างโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง

“เข้าห้องสอบได้แล้ว!” เสียงนักศึกษาชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้บรรดานักศึกษาในอิริยาบถต่างๆแตกฮือในอารมณ์เดียวกันคือ รีบเข้าห้องสอบ!

ที่ทางเดินในคณะฯ ชนมน อยู่คง ใส่แว่นหนาเตอะ แต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะ มืออุ้มซองข้อสอบกำลังเดินมุ่งไปที่ลิฟต์ถูกนักศึกษาหญิงสองคนชนจนซองข้อสอบร่วงจากมือแล้ววิ่งเลยไป ไม่แม้แต่จะหันมอง ชนมนก้มเก็บซองข้อสอบอย่างใจเย็น แล้วตรงไปที่ลิฟต์

นักศึกษาหญิงสองคนนั้นกำลังจะวิ่งผ่านหน้าลิฟต์ คนหนึ่งรั้งเพื่อนไว้

“เฮ้ย ไปลิฟต์ดีกว่า”

“นี่ลิฟต์อาจารย์นะโว้ย” เพื่อนทักท้วงเพราะเห็นป้ายติดที่ลิฟต์ว่า “เฉพาะอาจารย์และเจ้าหน้าที่เท่านั้น”

“ลิฟต์อาจารย์แล้วทำไม คนกำลังรีบ” คนแรกไม่สนใจฉุดเพื่อนเข้าไปในลิฟต์แล้วกดปิด พลันก็มีมือเล็กๆสอดเข้ามาดันประตูเปิดออกช้าๆอย่างแข็งแรง

ชนมนท่าทางคงแก่เรียนและแต่งตัวเชย ทำให้นักศึกษาหญิงสองคนไม่ได้สนใจ เร่งอย่างไร้มารยาทว่า

“จะไปก็รีบเข้ามา เดี๋ยวอาจารย์ก็มาเห็นหรอก”

ชนมนมองสองนักศึกษาสาวนิ่งแต่แววตาพิฆาต พลางชูป้ายคล้องคอให้ดู

“ชนมน อยู่คง ผู้ช่วยอาจารย์” (TA) ลูกจ้างชั่วคราว

นักศึกษาหญิงคนแรกแถหน้าตาเฉยว่าตนกำลังรีบ ไม่มีทีท่าว่าจะออกจากลิฟต์ ชนมนยื่นมือไปที่บัตรพูดเหี้ยม

“บัตรนักศึกษา!”

“เฮ้ย! ไปเถอะแก” นักศึกษาที่ถูกเพื่อนลากเข้าลิฟต์รีบฉุดเพื่อนออกไป หันเอ่ยกับชนมน “ขอโทษนะคะ เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” แล้วหันไปบ่นเพื่อน “ไม่น่าหาเรื่องเลย ถ้าถูกยึดบัตร เข้าสอบไม่ได้นะแก”

นักศึกษาหญิงไร้มารยาทสองคนฉุดกันออกจากลิฟต์แล้ว ชนมนจึงก้าวเข้าไปในลิฟต์ยืนตัวตรงอย่างเป็นแบบแผน ประตูลิฟต์ค่อยๆปิด และลิฟต์ก็เลื่อนขึ้นไป...

ooooooo

ที่ห้องสอบ นาฬิกาฝาผนังบอกเวลา 09.55 น.แล้ว ชนมนยืนคุมการสอบอยู่ ด้านหลังเป็นกระดาน หน้าห้องเขียนว่า “ห้องสอบวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา LW 223 เวลา 10.00–12.00 น.”

ในห้องสอบ...ข้อสอบถูกวางคว่ำครบทุกโต๊ะ บรรยากาศในห้องสอบ เงียบ เครียด

เมื่อนักศึกษาเซ็นชื่อเข้าสอบกันหมด ปรากฏว่ามีช่องว่างที่ชื่อ “นายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ” ชนมนจึงเรียกชื่อ กวาดตามองหา ทุกอย่างนิ่ง เงียบ

ชนมนมองชื่อที่ว่างไม่ได้เซ็นอีกช่องหนึ่ง ปรากฏชื่อ “น.ส.มณีมันตรา พิชญนันท์” แต่ที่ช่องหมายเหตุเขียนว่า “กรณีพิเศษ เข้าสายได้ครึ่งชั่วโมง ตามเอกสารที่แนบมา” เห็นแล้วชนมนพึมพำอย่างเหนื่อยหน่าย“มาย่า... อีกแล้วเหรอเนี่ย”

ooooooo

ที่ถนนในมหาวิทยาลัย รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ กำลังขับพุ่งมาอย่างเร็วฉวัดเฉวียนซ้ำบีบแตรไล่นักศึกษาที่เดินคุยกันอยู่กลางถนนจนโดดขึ้นฟุตปาทกันแทบไม่ทัน เขาคือ นายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ หรือที่เพื่อนๆเรียก “อิท” นั่นเอง

ส่วน มาย่า หรือมณีมันตรานักแสดงวัยรุ่นกำลังพุ่งแรง นั่งรถตู้มีเมนี่ผู้จัดการส่วนตัวนั่งมาด้วย รถตู้ถูก อิทธิฤทธิ์ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ปาดหน้าจนต้องเบรกเอี้ยด มาย่าหัวคะมำ เมนี่โวยวายประสาผู้จัดการห่วงดาราที่ทำเงินให้ตนมากมาย จนมาย่าต้องเร่งให้รีบไปเพราะตนสายแล้ว

อิทธิฤทธิ์มาถึงหน้าตึกก็ตีวงดริฟท์จนผิวถนนเป็นรอย เขาถอดชุดจะเดินเข้าห้องสอบ มาย่ามาถึงพอดีเช่นกัน เรียกให้รอด้วยจะได้เข้าห้องสอบพร้อมกัน แต่พอเดินมาจะเข้าห้องสอบ ชนมนปล่อยให้มาย่าเข้าไปแต่กั้นอิทธิฤทธิ์ไว้ เขาเอียงคอถามกวน

“มีไร...ครับ”

“มาสาย หมดสิทธิ์เข้าสอบ!” ชนมนเสียงเข้มหน้าเครียด

“ตามกฎ เข้าสายได้ไม่เกินสิบนาที ผมก็มาถึงคณะสิบโมงสิบเป๊ะๆไม่ถือว่าสาย!”

“ตามกฎ คุณต้องมาถึงห้องสอบสิบโมงสิบต่างหาก ถึงจะถือว่าไม่สาย ถ้าคุณไม่มัวแต่ซิ่งมอเตอร์ไซค์โชว์ออฟ”

“เมื่อกี้เขาไม่ได้เรียกว่าซิ่ง เขาเรียกว่าดริฟท์อธิบายไปก็ไม่เข้าใจ เสียเวลาสอบเปล่าๆ” พูดแล้วทำมั่วจะเดินเข้าห้องสอบ ถูกชนมนขวางไว้ บอกว่าตนเป็นคนคุมสอบและมีสิทธิ์ไม่ให้เขาเข้าห้องสอบ

อิทธิฤทธิ์ถามว่ามีสิทธิ์ในฐานะอะไร แล้วเพ่งไปที่ป้ายชื่อคล้องคอลากเสียงยาวเยาะ “อ๋อ...ลูกจ้างชั่วคราว” ชนมนสวนเสียงดังว่า ผู้ช่วยอาจารย์ ถูกอิทธิฤทธิ์กวนประสาทอ่านชื่อดังๆว่า “ชน-มน”

“ชะ-นะ-มน!”

อิทธิฤทธิ์ทำหน้ากวนชมว่าชื่อเพราะดี แล้วจะเข้าไปสอบบอกว่าเรื่องสายไม่สายเดี๋ยวให้อาจารย์ตุลาตัดสินดีกว่า เพราะ “ลูกจ้างชั่วคราวอย่างคุณไม่มีสิทธิ์” แล้วเบี่ยงตัวเข้าห้องสอบ

ชนมนข่มความโกรธไว้อย่างยากเย็น พยายามอดกลั้นไว้ แล้วทำหน้าที่ต่อ

ส่วนอิทธิฤทธิ์เข้าไปนั่งทำข้อสอบ ทีแรกก็ยังหน้าตาแจ่มใส แต่พออ่านข้อสอบยิ่งอ่านก็ยิ่งเครียด งงแล้ว

นั่งมึน! นึกถึงคำเตือนของอาจารย์ตุลาที่ว่า พรุ่งนี้สอบวิชาของตนต้องทำให้ผ่านอย่างน้อยเกรดบีไม่อย่างนั้น จีพีเอไม่ถึงเกณฑ์ นี่เป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าสอบไม่ได้ต้องถูกรีไทร์แล้วยิ่งเครียด

มีหรือที่อิทธิฤทธิ์จะยอมถูกรีไทร์ เขาเครียดจัดในที่สุดหาทางทุจริตโกงข้อสอบ ด้วยการใช้มือถือส่งข้อความให้เจ๋ง รุ่นน้องที่ซูฮกตนให้ช่วย แต่ถูกชนมนจับได้ยึดมือถือไป บอกให้ไปรับคืนได้หลังสอบเสร็จ

ชนมนจับได้ว่าอิทธิฤทธิ์ให้เจ๋งใช้พวกเด็กเรียนและพริตตี้มาทำทีซ้อมเต้นแล้วชูคำตอบข้อสอบ พอชน–มนจับได้อิทธิฤทธิ์ขู่ว่ามีหลักฐานหรือเปล่า เดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาท ชนมนจึงฝากนักการให้ช่วยดูห้องสอบแล้ววิ่งลงไปหมายจับเจ๋งกับพวก อิทธิฤทธิ์ตะโกนบอกเจ๋งว่า “ถูกจับได้แล้วโว้ย” เท่านั้นเองเจ๋งก็ประกาศ “ภารกิจยกเลิก!” แล้วแตกหนีกันกระเจิง

ชนมนวิ่งไล่กวดจนจับเจ๋งได้ค้นในกระเป๋าเจอข้อสอบเป็นหลักฐานแน่นหนาจนเจ๋งหน้าจ๋อง

ผลคือ กระดาษคำตอบของอิทธิฤทธิ์ถูกเขียนคาดด้วยหมึกแดงตัวโตว่า “ทุจริต ปรับตก” แล้วขีดฆ่ากากะบาทอีกที

นาทีนี้อิทธิฤทธิ์รู้สึกเหมือนโลกถล่มลงมาตรงหน้า! แต่พอมาย่าเดินมาแสดงความเสียใจด้วย อิทธิฤทธิ์ก็พูดอย่างไม่ยี่หระว่า

“ตกก็ตก ไม่เห็นแคร์!” แล้วเดินเตะทุกอย่างที่ขวางหน้าระบายอารมณ์ไป

ooooooo

มาย่าสงสารอิทธิฤทธิ์ เธอเข้าไปหาชนมนขอร้องอย่าให้เรื่องนี้ถึงอาจารย์ตุลาเลย อ้อนวอนให้ปรับอิทธิฤทธิ์เป็นสอบตกเพราะเข้าสอบสาย เพราะถ้าปรับสอบตกเพราะโกงข้อสอบเขาต้องถูกไล่ออกแน่ๆ

มาย่าอ้อนวอนจนชนมนใจอ่อนยอมปรับตกเพราะเข้าสอบสาย เพราะสงสารพ่อแม่เขาไม่อยากให้อับอายขายหน้ามากกว่านี้ พูดแล้วเดินไปเลย

มาย่าตามเจออิทธิฤทธิ์ยกเท้าพาดโต๊ะนั่งเซ็งอยู่ลานหน้าตึก เข้าไปถามว่าเกรดไม่ถึงทำไมไม่บอกจะได้ช่วย ถามว่าเขาต้องถูกรีไทร์จริงเหรอ เป็นห่วงว่า “ถ้าพ่อเธอรู้ จะเกิดอะไรขึ้น”

“ก็แค่โดนด่า ฉันก็โดนพ่อด่าเป็นประจำอยู่แล้ว โดนด่าอีกเรื่องก็คงไม่ตายหรอกมั้ง”

อิทธิฤทธิ์ตอบกวนจนมาย่าโมโหฟาดแขนเขาถามว่าทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ ก็ถูกย้อนถามกวนๆว่าก็ตกไปแล้วจะให้ทำไง?

ความเจ็บใจที่ถูกชนมนปรับให้สอบตก ทำให้อิทธิฤทธิ์คิดแก้แค้น เมื่อเจอชนมนขี่จักรยานจะกลับบ้าน ก็แกล้งขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวจนเธอล้มแต่ไม่เป็นอะไรมาก เขายังเดินมายิ้มเยาะแล้วขี่รถบิดไปอย่างสะใจ

ชนมนโกรธมาก หยิบมือถือโทร.ถึงอาจารย์ตุลาทันที...

“อาจารย์ตุลาคะ หนูมีเรื่องสำคัญจะรายงานอาจารย์ค่ะ...เรื่องสอบวันนี้น่ะค่ะ มีนักศึกษาทุจริตแอบโกงข้อสอบ!”

โทร.เสร็จ ชนมนยิ้มอย่างสะใจ!

ooooooo

พล.ต.ท.อิทธิพล ปิติชาติ นายพลผู้มีมาดเคร่ง ดุ เป็นพ่อของอิทธิฤทธิ์ เขามีลูกบุญธรรมคือ ร.ต.ต.ธรรม์ สัตยารักษ์ ที่เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจและฝึกงานสอบสวนอยู่

วันนี้ธรรม์มาหาอิทธิพลที่เขาเรียกว่าพ่อที่ห้องทำงาน ขออนุญาตว่า หากตนฝึกงานเสร็จจะขอย้ายไปประจำที่ใต้ ไม่ยะลาก็นราธิวาส

“ทำงานที่กรุงเทพฯไปก่อน” อิทธิพลตอบทันที เมื่อธรรม์จะชี้แจงเหตุผลก็ถูกตัดบทว่า “พ่อไม่ได้ห้ามแกย้ายไปใต้แกได้ย้ายแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ พ่อมีคดีที่ต้องการให้แกช่วย เป็นคดีที่สำคัญกับพ่อมาก และสำคัญกับแกด้วย นายธรรม์”

“คดีพ่อผมหรือครับ” ธรรม์ถาม ทำให้อิทธิพลอึ้งไปกับเรื่องราวในอดีตเมื่อ 15 ปีก่อน...

เวลานั้น ร.ต.อ.เที่ยงธรรม สัตยารักษ์ พ่อของธรรม์เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมงานกันกับอิทธิพล และถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาจึงรับธรรม์มาเป็นบุตรบุญธรรม คิดถึงอดีตแล้ว อิทธิพลบอกธรรม์ว่า

“ใช่...คดีของเที่ยงธรรม เรากำลังจะได้ตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อแกแล้ว พ่อเพิ่งได้เบาะแสใหม่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ทำงานของแกไปก่อน เราเริ่มสืบคดีเที่ยงธรรมได้เมื่อไหร่ พ่อจะบอกเอง”

ธรรม์บอกว่าตนยังมีอีกเรื่องที่อยากปรึกษา แล้วเอ่ยอย่างเกรงใจว่า

“ผมได้ที่พักแล้วนะครับ ผมรบกวนคุณพ่อมามากเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ผมควรจะอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว”

อิทธิพลตกใจเล็กน้อย ธรรม์พูดออกตัวว่า รู้ว่าเขารักตนเหมือนลูกแท้ๆอิทธิพลย้อนถามว่ารู้แล้วก็ห้ามย้ายออกไปไหน นี่คือคำสั่ง ย้ำกับธรรม์ว่า “แกก็น่าจะรู้ว่าพ่อมีอีกเรื่องที่ต้องให้แกช่วย”

ธรรม์รู้ว่าหมายถึงเรื่องอิทธิฤทธิ์  เขาถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง  อิทธิพลถอนใจบอกว่าเหมือนเดิมแล้วขึ้นรถไปทำงาน บอกธรรม์ว่าแล้วเจอกันที่บ้าน

ธรรม์นิ่งคิด เขาเข้าใจปัญหาระหว่างอิทธิพลกับอิทธิฤทธิ์ สองพ่อลูกนี้ดี...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์บิดรถส่งเสียงลั่นกลับมาถึงบ้าน  ซึ่งใหญ่โตโอ่โถงสมฐานะของตำรวจยศนายพล

เพียงแค่เสียงมอเตอร์ไซค์บิดลั่นมาถึงหน้าบ้าน ยามก็รีบวอถึงป้าหนอมบอกว่าอิทธิฤทธิ์กลับมาแล้ว บรรยากาศโกลาหลคนใช้วิ่งวุ่นเพื่อเปิดเส้นทางเข้าบ้านให้

อิทธิฤทธิ์จอดรถทิ้งไว้แล้วเดินอาดๆเข้าบ้าน พลันก็ชะงักเมื่ออิทธิพลเรียก

“นายอิท! ฉันโทร.หาแกเป็นสิบๆครั้ง ทำไมไม่รับโทรศัพท์!”

“ขี้เกียจ” ตอบขวางๆแล้วจะเลี่ยงหนี ถูกอิทธิพลพูดเสียงดังปรามว่า

“ฉันรู้เรื่องแกโดนไล่ออกแล้ว มีอะไรจะแก้ตัวไหม! แกโกงข้อสอบ แกทำเรื่องเลวๆอย่างนี้ได้ยังไง!”

อิทธิฤทธิ์เดาได้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของชนมนแน่ๆ แต่เมื่อถูกพ่อจับได้ก็ทำเป็นไม่แคร์ ซ้ำยังยียวนว่า

“ก็พ่อสั่งให้จบสี่ปีไม่ใช่เหรอ ไม่โกงก็ไม่จบ” อิทธิพลโมโหถามว่าแล้วจะทำยังไงต่อไป คำตอบคือ “ไม่รู้”

อิทธิพลถามว่าไม่คิดจะเรียนแล้วรึไง พอได้รับคำตอบว่ายังไงก็ได้ อิทธิพลปรามว่าอย่าทำให้ตนหมดความอดทน สั่งว่าพรุ่งนี้ไปหาอาจารย์ตุลาด้วยกัน

“ไม่!”

“ไอ้อิท! แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง”

“ผมไม่ใช่นายธรรม์ อย่ามาสั่งผม ถ้าอับอายขายหน้าที่ผมถูกไล่ออกนักละก็ ผมไปจากบ้านนี้ก็ได้...ผมจะไปหาแม่!”

คำว่า “แม่” เหมือนจุดระเบิดให้อิทธิพลโกรธพุ่ง ตวาดลั่น “ไม่ได้! แกไปไม่ได้!!” พอถูกย้อนถามว่าทำไมจะไปไม่ได้ ก็ถูกอิทธิพลสั่ง “เลิกพูดถึงแม่แกเสียที!”

“ทำไมจะพูดไม่ได้ แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่ทำผิดกับแม่ ถามจริง พ่อทำอะไรแม่ แม่ถึงต้องหนีไป พ่อมีเมียน้อยหรือว่าทำร้ายตบตีแม่! อย่าคิดว่าผมจำไม่ได้ ผมเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน พ่อทำให้แม่ต้องทิ้งผมไป มีพ่ออย่างนี้ ไม่มีเสียดีกว่า!”

อิทธิพลฉุนขาดตรงเข้าไปเงื้อมือจะฟาดปากแต่ก็ทำได้แค่เงื้อ...อิทธิฤทธิ์จ้องหน้าพ่ออย่างท้าทาย ทันใดนั้น ธรรม์วิ่งเข้ามาแทรกกลาง เอ่ยขอ...

“คุณพ่อครับ...นายอิทไม่ได้ตั้งใจ...”

“ใครบอก! ฉันตั้งใจ! ฉันคิดอย่างที่พูดทุกคำ!!” อิทธิฤทธิ์สวนไปทันควันด้วยน้ำเสียงดุดันจงเกลียดจงชังธรรม์แล้วจึงถอยออกไป

ธรรม์ยืนมองอิทธิพลอย่างเห็นใจ ในขณะที่อิทธิพลคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับอิทธิฤทธิ์ดี...

ooooooo

ชนมนอาศัยอยู่กับชูชัยผู้เป็นพ่อและชิน หรือชินพัฒน์น้องชายวัย 12 ที่กำลังกินกำลังนอน ซ้ำยังฉลาดเป็นกรดทะเล้นน่ารักน่าเขก  ชูชัยเปิดร้านอาหารตามสั่งหาเลี้ยงลูกๆ

ส่วนชนมนก็ทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว และมีความฝันอยากไปเรียนเมืองนอก เย็นนี้ชนมนขี่จักรยานกลับมาพร้อมเสื้อผ้าหอบใหญ่ที่รับมาซัก ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตามอมแมมเสื้อเปื้อนฝุ่นและกระโปรงขาด!

“พี่ชนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา” ชินปากเสีย

“ใครทำอะไรแก บอกพ่อมา” ชูชัยถามเครียด

“เจอเด็กแว้นมันหาเรื่องน่ะ ถือว่าเป็นคราวซวยแล้วกัน หนูคงไม่ต้องเจอหน้ามันอีก...”

สามพ่อลูกช่วยกันซักผ้า ชูชัยสงสารลูก บอกชนมนว่า

“ต่อไปนี้ แกไปช่วยงานอาจารย์อย่างเดียวก็พอ งานอื่นพ่อกับไอ้ชินจะทำเอง”

“เฮ้ย...ได้ไงพ่อ...พี่ชนเขาทั้งรับซักผ้า ส่งหนังสือ พิมพ์ เลี้ยงเด็ก เย็บตุ๊กตา แล้วก็ยังติวเลขอีก เราสองคงไม่ไหวหรอกพ่อ” ชินโวยสั่นหน้าจนแก้มกระเพื่อม ชูชัยถามว่าแล้วทำไมชนมนทำคนเดียวไหว “ก็เจ๊เขาเป็นซุปเปอร์วันเดอร์วูแมนทั้งแกร่ง ทั้งเก่งจนน่าขนลุก ถึงได้ไม่มีผู้ชายมาจีบจนถึงทุกวันนี้ไงล่ะ”

ชนมนมองหน้าน้องชายตาขวาง ชินยังลอยหน้าพูดต่อ “พี่ชน ถ้าลำบากนัก ก็ไม่ต้องไปมันหรอกไอ้เมือง

นอกนี่เรียนต่อโทในเมืองไทย เห็นทำงานงกๆ ทุกวันแล้วสงสาร...เออ...พี่ซักผ้ากับพ่อไปก่อนนะ ขอไปฉี่แป๊บนึง”

พูดแล้วลุกขึ้น ถูกชูชัยคว้าแขนไว้อย่างรู้ทันว่าชินจะหนีงาน ชินเลยต้องนั่งลงช่วยซักผ้าต่อ ซักไปเล่นไปแต่ก็ได้งานจนกระทั่งช่วยกันซักผ้าเสร็จ ชนมนเองเพลินกับการช่วยทำงานจนลืมเรื่องของอิทธิฤทธิ์ไปชั่วขณะ

ช่วยกันซักผ้าเสร็จ ชูชัยผัดข้าวให้กิน ชนมนเอาเงินที่ได้รับจากอาจารย์ตุลาที่ตนช่วยงานวิจัยให้พ่อ บอกว่าเอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ชูชัยไม่เอา ทั้งยังบอกว่า เงินที่จะเรียนต่อพ่อจะหาให้เอง

“หนูต้องสอบชิงทุนได้แน่ๆ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เอาเงินนี่ไปเถอะ”

สองพ่อลูกเกี่ยงกันไปมา ชินทำตัวเป็นตาอยู่ยื่นมือจะรับแทน แต่ไม่ได้เงิน ได้มะเหงกทั้งจากพ่อและพี่ไปคนละโป๊ก ชินกุมหัวร้องโอ๊ยทำตาปริบๆ จนชนมนกับพ่อหัวเราะขำ

สามพ่อลูกอยู่กันอย่างพอเพียง แค่ข้าวผัดจานเดียวแบ่งกันกินก็มีความสุขได้...

ooooooo

ธรรม์กลับมาอยู่บ้านตามที่อิทธิพลต้องการเขาพยายามที่จะช่วยอิทธิฤทธิ์เพื่อให้อิทธิพลคลายกังวล

ส่วนอิทธิฤทธิ์โกรธพ่อจนไม่ยอมลงมากินข้าวด้วย แต่พอตกกลางคืนหิวลงมาหาอะไรกินปรากฏว่าในตู้ไม่เหลืออะไรเลย ธรรม์จึงชงบะหมี่สำเร็จรูปให้กิน

ธรรม์พยายามญาติดีด้วย หว่านล้อมให้อิทธิฤทธิ์กลับไปเรียนใหม่เสีย เพราะนี่เป็นความผิดครั้งแรกน่าจะมีสิทธิ์ลงเรียนใหม่ ถูกอิทธิฤทธิ์ตวาดให้หยุด ธรรม์ก็ยังใจเย็นหว่านล้อมว่า

“กลับไปเรียนต่อซะ อย่าทำให้คุณพ่อไม่สบายใจ พี่ขอร้อง”

“เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว นายมันก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยง ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น แล้วก็เลิกเรียกตัวเองว่า “พี่” ซะที ฟังแล้วจะอ้วก!!” พูดแล้วเดินปึงปังไป

ธรรม์ยังใจเย็น พยายามมองว่าอิทธิฤทธิ์เป็นเด็ก ไม่ถือสา

รุ่งขึ้นป้าหนอมไปปลุกอิทธิฤทธิ์บอกว่าคุณพ่อ ให้ลงไปพบ ถูกอิทธิฤทธิ์ลากตัวไปกอด อ้อนว่าหิว

“หิวก็ลงไปทานซิคะ นะคะ...คุณอิทของป้า นานๆ จะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที เอ...แต่คุณธรรม์เรียนจบแล้ว ต่อไปคงได้ทานข้าวพร้อมหน้ากันทุกวัน”

อิทธิฤทธิ์เด้งผึงขึ้นทันที “อะไรนะ! มันกลับมาอยู่บ้านเหรอ” อิทธิฤทธิ์ทำหน้าแผลงฤทธิ์ พอลงมาเจอธรรม์ก็ถามทันที “ไหนว่าเรียนจบแล้วจะไปหาที่อยู่เอง”

“ฉันสั่งให้ธรรม์กลับมาอยู่บ้านเอง  บ้านนี้ก็เป็นบ้านของธรรม์เหมือนกัน  อย่าลืมว่า  ธรรม์เป็นพี่ของแก”

“ไม่ใช่ นายนี่เป็นแค่เด็กที่พ่อเก็บมาเลี้ยง”

“ไอ้อิท!!”

“ช่างเถอะครับคุณพ่อ ผมก็เป็นอย่างที่นายอิทพูดจริงๆ ผมไปทำงานก่อนนะครับ” ขณะเดินผ่านอิทธิ– ฤทธิ์ ธรรม์บอกเขาว่า “คุณพ่อมีเรื่องสำคัญคุยด้วย ฟังท่านก่อน”

ที่แท้อิทธิพลติดต่ออาจารย์ตุลาให้ช่วยหาติวเตอร์มาติววิชาที่อิทธิฤทธิ์สอบตกไว้แล้ว พออิทธิฤทธิ์ลงมา เขาบอกให้รีบไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวติวเตอร์จะมาแล้ว อิทธิฤทธิ์ถามว่าอะไรนะ!

พอรู้ว่าพ่อให้อาจารย์ตุลาหาคนมาติววิชาที่เขาสอบตกให้ อิทธิฤทธิ์ก็ยังทำหน้างง อิทธิพลจึงบอกรายละเอียดว่า

“ฉันคุยกับอาจารย์ตุลาให้แล้ว เขายอมให้แกลงเรียนใหม่ซัมเมอร์นี้เลย แต่แกต้องสอบให้ได้เอ และต้องทำรายงานส่ง นี่เป็นโอกาสเดียวที่แกจะเรียนจบ”

“ใครขอ?!” อิทธิฤทธิ์ถามเสียงขุ่น

ก็พอดีป้าหนอมเข้ามาบอกว่าติวเตอร์มาแล้ว อิทธิฤทธิ์ไม่หันมอง ได้ยินเสียงผู้หญิงสวัสดีอิทธิพลแนะนำตัวว่าเป็นคนที่อาจารย์ตุลาส่งมา

ที่แท้คือ ชนมนนั่นเอง!

“ไม่เรียน!” อิทธิฤทธิ์แผลงฤทธิ์ ชนมนเห็นบรรยากาศไม่ดี  เสนอว่าตนกลับไปก่อนก็ได้  ถูกอิทธิฤทธิ์ไล่ตะเพิด “กลับไปเลย!” แล้วหันขวับตาขวางใส่ชนมน

พริบตานั้น ทั้งชนมนและอิทธิฤทธิ์ต่างมองกันตะลึง เมื่อเจอคู่กรณีเก่า!

“แกไม่มีทางเลือก ยังไงแกก็ต้องเรียนกับหนูคนนี้” อิทธิพลยื่นคำขาด

“ไม่มีทาง!!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน ต่างจ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาหลายชาติ

ooooooo

เพราะมาย่าต้องเล่นละครสวมบทบาทสาวห้าวอึดถึก เธอจึงต้องไปเวิร์กช็อปคิวบู๊ ต้องฝึกยิงปืน

ปรากฏว่าครูฝึกยิงปืนของเธอคือ “พี่ธรรม์” ของเธอนั่นเอง มาย่าดีใจมากไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอกับพี่ธรรม์อีก เพราะไม่พบกันเกือบสองปีแล้ว แม้เธอจะไปที่บ้านอิทธิฤทธิ์บ่อยแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง เจอกันคราวนี้เธอถามทึ่งว่า

“พี่ธรรม์หล่อขึ้นหรือเปล่าเนี่ย” ถูกธรรม์ทำเสียงดุว่านอกเรื่องแล้ว เธอยังพูดอย่างปลื้มปีติว่า “ต่อไปนี้เราก็จะได้เจอกันบ่อยๆแล้ว เพราะพี่ธรรม์มีหน้าที่ฝึกย่าให้เป็นบอดี้การ์ดสาวห้าวดุเหี้ยม ได้ครูเก่งๆอย่างพี่ธรรม์ ย่าสู้ตายค่ะ” เธอชูสองนิ้วยิ้มน่ารัก ธรรม์ยิ้มให้อย่างเอ็นดู

การต้องฝึกซ้อมยิงปืนกันเป็นประจำ ทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมาก เมนี่ที่เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัวและทำตัวเป็นแมวมองก็เอ่ยปากชวนธรรม์ไปเป็นนักแสดง แล้วฉวยโอกาสขอให้มาย่าช่วยถ่ายรูปให้ โผเข้ากระแซะแอบอิงซบซึ้งธรรม์ท่าแล้วท่าเล่า มาย่าถ่ายให้มากมายจนหันไปถ่ายอย่างอื่นแล้ว เมนี่ก็ยังซบๆกอดๆธรรม์ไม่ยอมเลิก ธรรม์กับมาย่าแอบสบตายิ้มกันขำๆ

ooooooo

เมื่อคนเรียนไม่อยากเรียนคนสอนก็ไม่อยากสอน ชนมนจึงเดินออกมาที่รถจักรยาน ถูกอิทธิฤทธิ์ออกมาขวาง ชนมนมองสงสัยว่าเขาจะทำอะไร

“อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก มาบอกแค่นี้แหละ” อิทธิฤทธิ์พูดใส่หน้า

“เสียใจย่ะ ฉันยังต้องช่วยงานอาจารย์ตุลาอยู่ นายก็อย่ากลับไปเรียนสิจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าฉัน อย่างนายเรียนไปก็เปล่าประโยชน์ สอบใหม่ก็สอบไม่ผ่านอยู่ดี กลับไปแว้นต่อเถอะไป!”

“ฉันไม่ใช่เด็กแว้น”

“จะเป็นนักซิ่งหรือเด็กแว้น มันก็ไม่แตกต่างกันหรอก มันก็ไอ้พวกขยะสังคม ขับรถกวนเมือง ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน  จะบอกให้นะ  เวลาที่พวกนายซิ่งกันบนถนนน่ะ  ชาวบ้านไม่ได้ด่าแต่พวกนาย  แต่ด่าไปถึงพ่อถึงแม่ด้วย จะทำอะไรให้รู้จักคิดบ้าง”

อิทธิฤทธิ์จ้องหน้าชนมนอย่างเจ็บใจที่มาหยามศักดิ์ศรีกัน ย้ำเสียงเข้มว่า

“ขอบอกเป็นครั้งสุดท้ายนะว่า ฉันไม่ใช่เด็กแว้น ฉันเป็นนักแข่งรถ ฉันรู้จักกฎกติกา มารยาทการแข่งรถในสนามเท่านั้น และฉันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน จำใส่หัวไว้ด้วย ยัยป้า! แล้วอย่าได้คิดมาเป็นติวเตอร์ฉันเป็น อันขาด ไม่งั้น...เธอตายแน่!”

“ฉันไม่มีวันลดตัวไปติวให้เด็กอีคิวต่ำ ไอคิวไม่มีอย่างนายหรอก ฉันรับติวแต่เด็กดีรักเรียนเท่านั้น จำใส่กะโหลกหนาๆของนายไว้ด้วย ไอ้เด็กแว้น!!!”

อิทธิฤทธิ์ฉุนขาดกระชากชนมนเข้าไปตะคอกถามว่าอยากลองดีรึ ยัยป้า! แต่ไม่ทันทำอะไร เจ๋งรุ่นน้องคนสนิทที่แสนซื่อสัตย์จงรักภักดีก็เข้ามาบอกว่า

“พี่อิท! พี่อิท!! ไอ้ตี๋เล็กกับแก๊งของมันโชว์รถอยู่ที่สนามน่ะ ไปด้วยกันป่าวพี่” พอเห็นชนมน เจ๋งก็ตาโต “ยัยแว่นโหดมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!”

“ก็เพราะความซวยไง!” ชนมนกระแทกเสียงใส่แล้วขี่จักรยานออกไปเลย

ooooooo

ตี๋เล็ก ที่เจ๋งวิ่งหน้าตั้งมาบอกอิทธิฤทธิ์นั้น เป็นเด็กสถาบันคู่แค้นของอิทธิฤทธิ์ และที่สำคัญยังเป็นคู่แข่งในสนามแข่งรถอีกด้วย นี่เอง ทำให้อิทธิฤทธิ์ทนไม่ได้รีบไปที่สนามแข่งกับเจ๋งทันที

เจ๋งกับอิทธิฤทธิ์มายืนดูตี๋เล็กอยู่ห่างๆ เจ๋งเล่าให้ฟังว่า

“ตั้งแต่มันได้ตำแหน่งสตันต์เกรดเอมา มันกร่างใหญ่เลยพี่ หารู้ไม่ว่าพี่อิทน่ะเซียนกว่าเยอะแต่ไม่อยากลงแข่งกับพวกกระจอก”

ตี๋เล็กที่โชว์สตันต์เดี่ยวด้วยท่าพิสดารขั้นเทพอยู่กลางวงอย่างโดดเด่น คนดูปรบมือโห่ร้องชื่นชม ตี๋เล็กทำมือให้ทุกคนหยุด โห่ร้องประกาศก้องว่า

“ข้าคือตี๋เล็ก! เกิดมาพร้อมกับ...” ตี๋เล็กเอามือตบอานมอเตอร์ไซค์ “นี่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่มันคือเลือดเนื้อ คือจิตใจ คือชีวิต! เกิดมาพร้อมกัน แต่จะไม่ตายพร้อมกัน เพราะข้าไม่มีวันตาย! T-Rex never dieeeee”

พวกคนดูโห่ร้องกระทืบเท้าอย่างชื่นชม

“เพ้อเจ้อว่ะ” อิทธิฤทธิ์ที่ยืนดูอยู่ยิ้มสมเพช

“ได้เวลาลุยแล้วลูกพี่” เจ๋งยุ

อิทธิฤทธิ์สวมหมวกกันน็อก ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ขับพุ่งไปหาตี๋เล็ก แล้วซิ่งเข้าไปในสนามแข่ง พวกที่ห้อมล้อมตี๋เล็กอยู่แตกกันกระเจิง
อิทธิฤทธิ์ซิ่งโชว์ท่าเทพยิ่งกว่าตี๋เล็กหนึ่งโชว์ แล้วดริฟต์รถวืดมาจอดตรงหน้าตี๋เล็กอย่างท้าทาย

“ไอ้อิท!!” ตี๋เล็กอุทานอ้าปากค้าง

อิทธิฤทธิ์ถอดหมวกกันน็อกออก ยิ้มหยันมองตี๋เล็กอย่างท้าชิง โดยไม่ต้องพูดสักคำ! แล้วอิทธิฤทธิ์ก็ขี่มอเตอร์ไซค์โชว์ผาดโผนทะยานฟ้า ตี๋เล็กโชว์ออฟบ้าง กะจะให้เด็ดกว่า แต่มือไม่ถึง พอลงพื้นเลยเสียหลักล้มลง ผู้คนตกใจแตกฮือ

อิทธิฤทธิ์เดินเท่เข้าไปช่วยฉุดตี๋เล็กขึ้นยืน ผู้ชมปรบมือชื่นชมความแมนของเขา แล้วอิทธิฤทธิ์ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปจากสนามอย่างสุดเท่!

“อะโด่...ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นเทพ พี่อิทนี่พระเจ้าจริงๆ!!” เจ๋งยืดแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ตามอิทธิฤทธิ์ออกไป

ตี๋เล็กเสียหน้ามาก พูดแก้เกี้ยวกับบ๊วยที่เป็นลูกน้องว่า

“ครั้งนี้แค่ซ้อมโว้ย ครั้งหน้าค่อยเอาจริง ไม่มีใครจะมาโค่นแชมป์อย่างข้าได้หรอกโว้ย บอกแล้ว...T-Rex never dieeeee”

ตี๋เล็กกร่างจนลืมตัวกระทืบเท้าด้วยความแค้นแต่ดั๊น...กระทืบโดนเท้าตัวเองจนร้องโอ๊ย ยกเท้ากุมหน้าเบ้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.