ข่าว

วิดีโอ



รักสุดฤทธิ์

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

อิทธิฤทธิ์มุ่งมั่นกับการแข่งรถจนได้แชมเปี้ยนนักแข่ง อิทธิพลเห็นเขาเอาถ้วยรางวัลกลับบ้าน ถามว่า

“นายอิท...นี่แกเอาจริงใช่ไหม”

“นี่ไงครับ จุดมุ่งหมายในชีวิตของผม” ป้าหนอมบ่นว่าเห็นเขาไปแข่งรถทีไรก็ใจหายทุกที “ผมแข่งรถในสนามแข่ง ถ้าทำตามกฎกติการับรองว่ากลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย” แต่พอเห็นธรรม์กำลังเตรียมกระเป๋าเดินทางไปชายแดนก็แขวะ “ผมไม่เห็นแก่ตัวที่จะไปเสี่ยงอันตรายให้คนอื่นที่บ้านเป็นห่วงหรอกครับ ผมรู้ว่าผมมีครอบครัวรออยู่”

ธรรม์บอกว่าตนก็รู้ว่ามีครอบครัวรออยู่ เลยถูกอิทธิฤทธิ์ระบายอารมณ์ยาวเหยียดหาว่าเขาต้องการไปสร้างผลงาน เพื่อตำแหน่ง อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เหน็บว่า “อนาคตของนายมันสำคัญมาก แล้วเราล่ะ เราไม่มีความสำคัญกับนายรึไง”

“นายกำลังพูดถึงฉันหรือว่าชน” ธรรม์ถามอย่างรู้ทันอารมณ์เขา

“นายอิท” อิทธิพลขัดขึ้น “คนเราเกิดมาเพื่อทำภาระหน้าที่ของตัวเอง ธรรม์เลือกแล้วที่จะทำงานรับใช้ชาติอย่างเต็มที่ แกไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่นักหรอก แค่แกเป็นคนดีก็พอแล้ว”

ถูกพ่อเบรกเช่นนี้ อิทธิฤทธิ์นิ่งคิด บอกกับตัวเองอย่างทิฐิว่า ตนจะไม่ยอมหยุดแค่คนดีธรรมดาๆแน่

ooooooo

พรุ่งนี้ชนมนจะเดินทางไปเรียนต่อแล้ว เธอจัดการเรื่องราวต่างๆในบ้านทุกอย่างให้เรียบร้อยและพยายามเอาของใช้ที่จำเป็นไปให้มาก เพื่อจะได้ไม่ต้องไปหาซื้อที่โน่น

“หนูไม่อยู่ บ้านเราจะมีเงินพอใช้ไหมพ่อ”เธอกังวลเพราะจะขาดรายได้ไปมาก ชูชัยบอกว่าไม่ต้องห่วง ทางนี้จัดการเองได้ ไล่ให้ไปลาเพื่อนๆให้ครบจะได้ไปอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจกัน ทำให้เธอนึกถึงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาว่าจะไปลาดีหรือไม่

เมื่อไปลาอิทธิพลที่บ้าน อิทธิพลเอ็นดูเธอมากนอกจากให้ของขวัญในวันเดินทางแล้ว ยังพูดจากใจว่า

“หนูชน...ถ้าลุงมีลูกสาว ลุงก็อยากได้ลูกสาวอย่างหนูชนนี่แหละ”

เดินออกมาเจอธรรม์ เขาบอกว่าอิทธิฤทธิ์ไม่อยู่ เพิ่งกลับจากสนามแข่งสงสัยจะไปบ้านเจ๋งหรือไม่ก็ที่ปั๊มน้ำมันของตี๋เล็ก เธอตอบเรียบๆว่า “ชนไม่อยากรู้ค่ะ”

“ตอนนี้อิทจริงจังกับการเป็นนักแข่งรถมาก แต่พี่ไม่คิดว่านี่เป็นสิ่งที่อิทอยากทำจริงๆ เขารู้ว่าเขาอยากทำอะไรแต่ยังดื้ออยู่ มีชนนี่แหละที่น่าจะพูดกับอิทได้”

“ตอนนี้ชนพูดอะไร อิทไม่ฟังแล้วล่ะค่ะ ชีวิตของอิทให้เขาเลือกเองเถอะ” ธรรม์ถามว่าจะไม่ลาอิทจริงๆหรือ “ไม่ดีกว่า ถ้าบอกลากันแล้วจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายเสียใจ พี่ธรรม์ก็คิดอย่างนั้นใช่ไหมคะ ทำไมคะพี่ธรรม์ เราเลือกทางเดินที่ถูก เรากลับเป็นฝ่ายที่ผิดได้”

“ไม่มีใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิดหรอกชน การจากลากัน ไม่เคยจบลงด้วยดี มีแต่จบลงด้วยความเจ็บปวดเท่านั้น”

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนไปสนามบิน มาย่ามาหาชนมนที่บ้านบอกว่าเรายังไม่ได้ลากันเลย แล้วโผเข้ากอดชนมนอย่างรักใคร่ ระหว่างนั้นชูชัยเห็นหมวกกันน็อกสีชมพูวางอยู่ ถามว่าเอาไอ้นี่มาทำไม ชินเหน็บว่าไม่เอาไปด้วยหรือเห็นนั่งมองทุกคืน

“พี่ชนคะ...พี่ชนทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ได้จริงๆเหรอคะ แล้วอิทล่ะคะ?”

เป็นคำถามที่ทำให้ชนมนนิ่งไป เธอกำลังพยายามตัดใจจากอิทธิฤทธิ์อยู่อย่างยากเย็น...

ooooooo

ในที่สุด ชนมนก็ไปลาอิทธิฤทธิ์ที่สนามแข่งรถ แต่อิทธิฤทธิ์ทำหมางเมิน เมื่อเธอบอกว่าไปแค่สองปีเองเดี๋ยวเราก็เจอกัน ถูกย้อนถามประชดว่าเจอกันแล้วไง เธอก็บ้าเรียนบ้างานและไม่มีเวลาให้ใครเหมือนเดิม

ชนมนบอกว่าตนไม่เคยทุ่มเทเวลาให้ใครเท่ากับเขา ยังต้องการอะไรอีก ต้องการชีวิตตนทั้งชีวิตหรือไง

“ฉันให้ชีวิตทั้งชีวิตกับเธอได้”

“ไม่ได้หรอกอิท เราต่างต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฐานะอย่างนายนายเลือกได้ นายจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ทุกคนภูมิใจ นายรักการแข่งรถ แต่มันยังไม่ใช่สิ่งที่นายอยากทำจริงๆ อย่าใช้ชีวิตแบบทิ้งๆขว้างๆได้ไหม ฉันเชื่อในตัวนายนะ ฉันเชื่อว่านายจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ว่านายจะรอฉันหรือไม่รอ ฉันให้สัญญาว่า ฉันจะกลับมา...”

อิทธิฤทธิ์ใจหายไม่อาจทำใจแข็งได้ ดึงเธอเข้าไปกอด เอ่ยอย่างสะเทือนใจ “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ไม่ต้องมีคำสัญญา ไม่ต้องรอ ถ้าอยากจะลืมก็ลืมเสีย คนอย่างฉันไม่มีค่าพอที่จะให้ใครจำ ลาก่อนนะ...ชน”

เมื่อชนมนเดินจากไป อิทธิฤทธิ์มองหมวกกันน็อกสีชมพูที่เธอเอามาคืน...สะเทือนใจจนน้ำตาไหล...

ผ่านเรื่องสะเทือนใจมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า ได้ฟังคำเตือนสติด้วยความปรารถนาดีจากคนรอบข้างคนแล้วคนเล่า ทำให้อิทธิฤทธิ์เริ่มได้คิด...มีการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายที่ธรรม์จะออกจากบ้าน เขาลงมาส่งและเรียกธรรม์ว่า “พี่” อย่างเต็มใจเป็นครั้งแรก ย้ำเตือนอย่างสนิทใจว่า “กลับมาให้ได้ล่ะ รู้ไว้ด้วยว่าทุกคนรออยู่ เข้าใจนะ พี่ธรรม์”

ธรรม์ลามาย่า เขาไปยืนมองที่หน้าบ้านแล้วหันหลังเดินไป เป็นจังหวะที่มาย่าเดินท่องบทละครออกมาเห็นหลังไวๆ เธอมองตามไป พอดีธรรม์หันมา ต่างมองกันนิ่ง แต่ไม่มีใครเดินเข้าหากัน...มาย่าตัดใจท่องบทที่เหมือนพูดแทนใจตัวเองว่า

“เมื่อเราพบกัน ได้รู้จักกัน ได้รักกัน แล้วก็จะต้องมีวันที่เราต้องพรากจากกัน โรสไม่รู้ว่าจะได้พบคุณอีกเมื่อไหร่ แต่โรสรู้ว่า วันนั้นจะต้องมาถึง...โรสจะรอนะคะ”

ooooooo

ในที่สุด อิทธิฤทธิ์ก็คิดได้ และตัดสินใจเมื่ออิทธิพลเตือนสติว่า ตอนนี้ทุกคนมีทางไปของตัวเองแล้ว ถ้าเขาอยากทำทีมแข่งรถก็จะออกทุนให้

อิทธิฤทธิ์ไม่เอา เขาตัดสินใจจะเป็นตำรวจ เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของอิทธิพล เขาดีใจมากชมปลื้มว่า

“ไอ้คนหัวดื้ออย่างแก เวลาสู้ขึ้นมาไม่เคยถอยอยู่แล้ว ถ้าลองตั้งใจแล้วแกเป็นได้ทุกอย่างที่แกต้องการ”

สองเดือนผ่านไป อิทธิฤทธิ์มุ่งมั่นทั้งการฝึก

ร่างกายและอ่านหนังสือเตรียมสอบบรรจุเป็นตำรวจอย่างจริงจัง

ส่วนมาย่าก็มีสมาธิทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับการเล่นละครเวที ได้รับการต้อนรับจากผู้ชมมาก เป็นการแสดงละครเวทีที่เพิ่มรอบมากที่สุด แสดงถึง 150 รอบ แล้วจู่ๆคืนนี้อิทธิฤทธิ์ก็มาบอกข่าวดีเรื่องการสอบบรรจุเข้าเป็นตำรวจได้

“จริงเหรออิท ดีใจจังเลย สุดท้ายนายอิทธิฤทธิ์ตัวแสบก็ค้นหาความฝันของตัวเองเจอ ยินดีด้วยนะ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอิทธิฤทธิ์ ปติชาติ”

มาย่าจะโทร.บอกข่าวดีนี้ให้ชนมนดีใจด้วย อิทธิฤทธิ์ไม่ให้โทร. ย้ำไม่ให้โทร.เด็ดขาด มาย่าถามว่าทำไม เขาบอกว่าปล่อยให้เขาคิดว่าฉันเป็นคนไร้อนาคตต่อไปเถอะ! มาย่าหยอกว่า “เธอนี่งอนไม่เลิก”

“ไม่ได้งอน แต่ตอนนี้เราทุกคนต่างมีทางเดินของตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอ คงไม่มีวันกลับมาเจอกันอีกหรอก นอกจากเราสองคน...” พูดแล้วโอบไหล่มาย่าเหมือนเพื่อนรู้ใจคนเดียวที่เหลืออยู่...

ชนมนได้ดูรูปจากมือถือที่ชินส่งให้ นอกจากมีรูปพ่อรูปชินแล้ว ยังมีรูปของมาย่ากับอิทธิฤทธิ์ที่ถ่ายคู่กันอย่างสนิทสนม ในรูปอิทธิฤทธิ์ใกล้ชิดจนเหมือนหอมแก้มมาย่า ดูแล้วก็อดเจ็บแปลบ หวั่นใจไม่ได้...

ooooooo

เจ๋งยังเปิดอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม บ๊วยได้ไปเป็นเด็กปั๊มในปั๊มน้ำมันของอาป๊าตี๋เล็ก ส่วนตี๋เล็กทำหน้าตายไปนั่งโต๊ะแคชเชียร์ ถูกรุ่นพี่แคชเชียร์ตัวจริงมาเชิญออกไปเป็นเด็กปั๊มเช็ดรถให้ลูกค้าก่อน

ตี๋เล็กอ้างว่าป๊าให้ตนมาเป็นแคชเชียร์แล้ว ถูกรุ่นพี่คนนั้นบอกว่าต้องปีหน้าโน่น ตี๋เล็กบ่นอุบอิบว่าหนทางการเป็นเถ้าแก่นี่ช่างยาวไกลเหลือเกิน แต่ก็ปลุกใจตัวเองให้สู้โว้ย! แล้วยกคำของป๊าขึ้นมาเป็นบรรทัดฐานให้กับตัวเองว่า

“ป๊าสอนไว้ว่า คนเราเกิดมาต้องทำงาน ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนเว้ย!”

หลังจากเบนชีวิตจากเด็กแว้นมาเป็นแก๊งสุดฤทธิ์แล้ว ทั้งสามก็เพียรทำความดี จนวันนี้เปลี่ยนชื่อแก๊งเป็น “แก๊งฤทธิ์ จิตอาสา” เพราะได้ทำความดีโดยช่วยงัดรถช่วยเด็กที่พ่อแม่ลืมไว้ในรถขาดอากาศหายใจจนรอดปลอดภัย

ooooooo

สองปีผ่านไป...

มาย่าประสบผลสำเร็จในด้านการแสดง ทั้งละครเวทีและหนัง จนกลายเป็นดาราขวัญใจคนไทย เธอได้รับรางวัลมากมาย

วันนี้เป็นวันที่หนังเรื่อง “รักนิรันดร์” จะฉายรอบพรีเมียร์ เป็นวันเดียวกับพี่ชนมนเรียนจบและเดินทางกลับ มาย่าโทร.คุยกับป้าหนอม ถามว่าอิทธิฤทธิ์รู้ไหม

“รู้แล้วค่ะ เตรียมแต่งหล่อเต็มที่เพื่องานใหญ่ของคุณมาย่า”

“ไม่ใช่งานรอบพรีเมียร์หนังของย่านะคะ เรื่องพี่ชนน่ะค่ะ” ป้าหนอมบอกว่าไม่แน่ใจเพราะเห็นอิทธิฤทธิ์ทำแต่งานไม่เห็นพูดถึงเลย “คนปากแข็ง เดี๋ยวย่าจัดการเองค่ะ” มาย่ายิ้มอย่างมีแผนการ

ไม่อยากรบกวนพ่อกับน้อง มาถึงสนามบินชนมนก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง สามพ่อลูกกอดกันด้วยความดีใจ แต่แล้วชนมนก็อดเจ็บแปลบในใจไม่ได้เมื่อชูชัยบอกว่าอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนไปมาก ชินบอกว่าเดี๋ยวคืนนี้ไปด้วยกันก็จะรู้ว่าอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนไปขนาดไหน ทำให้ชนมนสับสนแต่ก็ไม่อยากคาดเดาว่าเขาเปลี่ยนไปอย่างไร

หนังรอบพรีเมียร์ที่มาย่าแสดงนำนี้ ธรรม์มานั่งดูเงียบๆไม่เผยตัว ชนมนกับชินมาดูแล้วไปดักพบมาย่าที่ห้องแต่งตัว มาย่าดีใจมากแต่ก็พูดเหน็บลอยๆว่าสมน้ำหน้าคนใจร้อน แค่สองปีแป๊บเดียวเองเราก็ได้เจอกันแล้ว

“นี่ก็ได้แต่ทำตัวเฉาไปวันๆไม่มีอะไรทำก็มาเฝ้าย่าที่กองตลอดเลย” ชนมนเดาออก ถามว่าแล้วอิทธิฤทธิ์เรียนต่อหรือว่าทำงาน? พอดีมาย่าเหลือบเห็นกุหลาบขาวช่อใหญ่วางอยู่มุมห้องเลยเดินไปดู เห็นการ์ดลายมือธรรม์เสียบอยู่ในช่อว่า

“ยินดีด้วยนะย่า” มีลายเซ็นธรรม์ข้างล่าง

มาย่าดีใจมากบอกชนมนให้รอแป๊บเดี๋ยวมา แล้วเดินอ้าวออกไปมองหาธรรม์ เธอหน้าเสียเมื่อไร้วี่แววของธรรม์...แต่ก็เดินตามหา ถามทีมงานที่สวนกันว่าเห็นคนที่ส่งดอกกุหลาบนี่ไหม ถามใครก็ไม่มีคนเห็น ขณะจะกลับด้วยหัวใจที่ผิดหวังเศร้าหมองนั่นเอง ในสายตาเห็นคนยืนอยู่ในเงามืด แค่เห็นรางๆเธอก็รู้ว่านั่นคือ “พี่ธรรม์”

ความน้อยใจทำให้มาย่าจะเดินหนี ธรรม์ออกมาเรียก เธอหันไปตัดพ้อว่า

“ย่านึกว่าพี่ธรรม์จะเดินไปจากย่าอีกเหมือนเคย”

“พี่อยากเจอย่า แต่พี่กลัวว่าพี่จะทำลายวันสำคัญของย่า”

แม้จะน้อยใจแต่มาย่าก็ยอมรับว่า เขาตัดสินใจไม่ผิด เพราะนับแต่วันที่เขาเดินจากไป ก็มีแต่คนเสนองานดีๆให้ตน ธรรม์ยอมรับว่าตนคิดถึงและอยากเจอเธอ แต่ถ้าเจอแล้วทำให้เธอต้องร้องไห้ก็ไม่อยากมาให้เห็นหน้าอีก

“พี่ธรรม์ทำได้เหรอ พี่ธรรม์จะไม่มาเจอหน้าย่าอีกเลย ทำได้เหรอคะ”

“ก็นี่ไง...ทำไม่ได้”

“เราไม่ต้องคิดเยอะแล้วได้ไหมคะ เราได้ทำงานที่เรารักแล้ว ทุกอย่างลงตัวหมด เรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ไหนก็แค่นั้น เราอยู่โดยไม่ต้องคิดว่า อีกห้าปีข้างหน้าเราจะเป็นยังไง คิดถึงแต่วันนี้เท่าที่เราสองคนได้อยู่ด้วยกันได้ไหมคะ พี่ธรรม์”

พูดแล้วมาย่าเดินออกไป ทิ้งให้ธรรม์คิดหาคำตอบให้ตัวเองตรงนั้น...

ooooooo

รอมาย่านานจนชนมนชวนชินกลับ บอกว่าวันหลังค่อยพบก็ได้เพราะวันนี้มาย่ามีงานมาก ชินทำแก้มป่องเดินตามไป

ชนมนยังติดค้างคาใจเรื่องอิทธิฤทธิ์ ตัดสินใจถามชินว่า ที่ว่าอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนไปนั้น เปลี่ยนยังไง ยังอยู่กับกลุ่มแก๊งพวกตี๋เล็กเหมือนเดินรึเปล่า? เขาไม่ได้ก่อเรื่องอะไรใช่ไหม?

ระหว่างนั้นเอง อิทธิฤทธิ์ในชุดร้อยตำรวจตรีเต็มยศประคองดอกไม้ช่อใหญ่เดินเท่มาและผ่านชนมนกับชินไปอย่างไม่สนใจ ชนมนหันมองแวบเดียวก็อุทานอึ้ง

“อิท...อิทจริงๆด้วย ทำไมไม่บอก...” ชนมนก้าวพรวดเข้าไปถาม มองชุดตำรวจเต็มยศอึ้งๆ

อิทธิฤทธิ์มองเธออย่างห่างเหินถามว่าจะให้บอกอย่างไร แล้วขอตัวเพราะมาย่ารออยู่ ชนมนนึกถึงวันสุดท้ายที่เขาบอกตนว่า “ถ้าอยากลืมก็ลืมเสีย คนอย่างฉันไม่มีค่าพอที่จะให้ใครจำ” คิดแล้วพึมพำอย่างปวดร้าว “อิท...เขาลืมฉันแล้วจริงๆ” เป็นการยืนยันคำพูดของชินที่บอกว่าอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ผลงานของร้อยตำรวจตรีอิทธิฤทธิ์ที่คนอื่นยากจะทำได้คือจับเด็กแว้น เขาใช้ความสามารถพิเศษที่เป็นนักแข่งรถไล่จับเด็กแว้นสองคนได้อย่างง่ายดาย เด็กแว้นเห็นฝีมือเขาก็โอ่ว่าพวกตนไม่ใช่เด็กแว้นแต่ “เรามันสายพันธุ์ นักแข่ง” และ “ใจเราๆ”

“ใจเรามันไม่ธรรมดา แต่พวกนายเป็นเด็กแว้นธรรมดา นักแข่งจริงๆต้องไปแข่งที่สนามแข่งรถ ใส่หมวกกันน็อก ใส่ชุดป้องกันทุกอย่างพร้อม ไม่มาแว้นบนถนนอย่างนี้! เดี๋ยวได้ตายไม่รู้ตัว”

“พี่...พี่เป็นนักแข่งหรือเป็นตำรวจครับ”

“เป็นตำรวจที่เป็นนักแข่ง! ไป...ไปโรงพัก!” อิทธิฤทธิ์สับกุญแจมือฉับทันที

ธรรม์กลับมาพักร้อน ป้าหนอมดีใจมาก โทร.ตาม อิทธิฤทธิ์ให้รีบกลับมา จัดที่ให้มาถ่ายรูปครอบครัวกัน พอพบกันอิทธิฤทธิ์แซวลอยๆ

“บ้านไม่กลับ แต่ไปหาหญิงก่อน คนเรา!”

“งอนกลับบ้าน รอให้สาวมาง้อ คนเรา!” ธรรม์ทำหน้าตายแซวคืน

อิทธิฤทธิ์เรียกป้าหนอมมาถ่ายรูปครอบครัวด้วยกัน ป้าหนอมดีใจรีบเข้ามา พูดอย่างภูมิใจว่า

“ผู้ชายบ้านนี้หล่อๆกันทุกคน คุณท่านยิ้มอย่างเดียว ไม่พูดอะไรเลยหรือคะ”

“มีความสุขจนพูดไม่ออก...ฉันเป็นพ่อที่โชคดีที่สุดแล้ว...” อิทธิพลกอดไหล่ธรรม์กับอิทธิฤทธิ์ขนาบซ้ายขวาอย่างภูมิใจที่สุดในชีวิต...

ooooooo

เพราะชินอำชนมนเรื่องอิทธิฤทธิ์มากเกินไปว่า อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนไปแล้วจนเธอใจเสีย เห็นพี่สาวเงียบขรึมก็หมดสนุกบอกว่าอยากเจอก็ไปเจอเถอะ

“ก็เขาไม่อยากเจอฉัน เราไม่จำเป็นต้องเจอกันด้วย เราไม่ได้มีสัญญาอะไรกันไว้ แล้วที่สำคัญเขาก็มีคนอื่นแล้ว”

“พี่ชนนี่หลอกง่ายจริงๆ พี่อิทเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย รู้ไหมว่าหลังจากที่พี่ชนไปเรียนต่อ พี่อิทยังมาบ้านเรา มาเกือบทุกวันเลย...” ชนมนถามว่ามาทำไมชินพูดหน้าตาเฉยว่า “มากินข้าวผัด!”

แล้วชินก็เล่าว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา อิทธิฤทธิ์มากินข้าวผัดฝีมือตนที่ร้านทุกวัน จนวันหนึ่ง เขามาในชุดฝึกพรางตัวของตำรวจมานั่งกินข้าวผัดตามปกติ แต่พอตนผัดข้าวไปวางให้ ก็ถูกอีกมือมาหยิบออกเปลี่ยนจานใหม่ให้ อิทธิฤทธิ์เงยหน้ามอง เขาตะลึงอึ้ง เมื่อเห็นชูชัยเอาข้าวจานใหม่มาเปลี่ยนให้!

“แล้วความพยายามของพี่อิทก็เอาชนะใจพ่อจนได้ ที่สุดพี่อิทก็ได้กินข้าวผัดลุงชู!” ชินสรุปหน้าบาน

ส่วนเรื่องอิทธิฤทธิ์กับมาย่า ชินเล่าว่า เพราะอิทธิฤทธิ์ต้องการ กันท่าผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบมาย่า พูดแล้วดักคอว่า

“ไม่ต้องถามอีกล่ะว่าพี่อิทกันพี่มาย่าให้ใคร”

“ไปเถอะชน” ชูชัยที่เดินไปเดินมาอยู่นานเอ่ยขึ้น

ชินเร่งพี่สาวว่าพี่อิทผ่านด่านพ่อแล้วจะรออะไรอีก ชนมนถามว่าแล้วถ้าหากไม่เป็นอย่างที่คิดล่ะ ชูชัยถามว่า

“รู้เรื่องทุกอย่างแล้วจะกลัวอะไรอีก ถ้าหากไม่เป็น อย่างที่คิด คนที่สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดคือนายอิท ไม่ใช่แก”

“แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ พ่ออยากได้ลูกเขย เป็นตำรวจ” ชินดักคอหน้าตาย ถูกพ่อทุบไหล่ทรุดไปข้าง

“ไม่ใช่! ฉันอยากได้ “คนจริง” เป็นลูกเขยต่างหากล่ะ!” ชินไม่วายแซวว่ามาเฟียมีลูกเขยเป็นตำรวจ มันใช่เลย

“ไอ้ชิน!!” ชูชัยทุบไหล่ชินอีกข้างให้ทรุดสมดุลกัน

ooooooo

ธรรม์กลับมาพักร้อนพร้อมความสำเร็จในหน้าที่ การงานและมาย่าก็ประสบความสำเร็จในการแสดงสูงสุด เช่นกัน

วันนี้ธรรม์ขับรถออฟโรดคันใหญ่มาขวางมาย่าที่ กำลังจะออกจากบ้าน มาย่าดีใจมากที่ได้เจอเขา ถามว่า นึกอะไรขึ้นมาหรือ เขายกคำพูดของเธอในอดีตมาตอบว่า

“ย่าเคยบอกว่าให้พี่หัดทำอะไรตามใจตัวเองบ้างไม่ใช่หรือ” บอกมาย่าว่า วันนี้เขาจึงขอทำตามใจตัวเอง เรียกเธอให้ขึ้นรถบอกว่า “เราจะไปให้ไกลที่สุด...ลองไป ให้ถึงสุดขอบโลกเลยดีไหมย่า...”

“ไปไหนก็ได้ค่ะ ขอให้พี่ธรรม์อยู่ด้วยก็พอ...”

ธรรม์ขับรถพามาย่าไปตามถนนที่ตัดผ่านทิวเขาแมกไม้สวยงาม มาย่าพูดอย่างมีความสุขว่า “ย่าเชื่อว่า พี่ธรรม์รู้ว่ามีย่ารออยู่พี่ธรรม์ต้องกลับมา อย่าหายไปจากชีวิตย่าอีกนะ”

“พี่จะพยายามไม่หายตัวไป...พี่ทำได้แล้วนะ ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องห่วงมาก แค่ใช้เวลานี้ นาทีนี้ที่เรามีอยู่ด้วยกันตรงนี้ก็พอแล้วนะย่า”

“จริงด้วยค่ะ ย่าอยู่ที่ไหนก็ได้ที่มีพี่ธรรม์...ก็พอแล้ว...” ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอย่างอบอุ่นใจ

ฝ่ายอิทธิฤทธิ์ยังเล่นตัว ชนมนเป็นฝ่ายมาง้อ ง้อจนเหนื่อยใจก็ยังเล่นตัว แต่พอเธอบอกว่าจะไม่พูดไม่ง้อ ไม่ขอโทษอีกแล้ว อิทธิฤทธิ์จึงระบายความในใจว่า เธอกลับ มาตามสัญญาแต่ตนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะทิ้งตนไปอีก

“ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีก ถ้าไม่จำเป็น” เธอชี้แจง ว่าที่พูดเช่นนี้เพราะตนต้องกลับมาใช้ทุนเลยไม่รู้ว่าจะต้องไปสอนที่ไหน แต่ตอกย้ำกับเขาว่า “ฉันรักษาสัญญาข้อหนึ่งของเราได้มาตลอด ฉันไม่เคยมองคนอื่นเลย ไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนที่รู้สึกกับนาย ถ้าแค่นี้ยังไม่พอ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

อิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่าไม่เคยมองคนอื่น ไม่เคยรู้สึก อะไร ถามว่า “พูดสั้นๆ มาคำเดียวไม่ได้รึไง “รัก” น่ะ “รัก” พูดเป็นไหม” แล้วบังคับให้พูด ชนมนข่มความเขินพูดว่า “ฉัน-รัก-นาย” แค่นั้นไม่พอ เด็กเกเรคนนี้ยังเคี่ยวเข็ญอีกให้พูดว่า “และจะรักตลอดไป” จนชนมนต้องพูดตามนั้น

อิทธิฤทธิ์ยิ้มกว้างอย่างชื่นใจสุดๆ ยื่นหน้าเข้าไปบอกว่า

“ฉันก็รักเธอ และจะรักเธอคนเดียวตลอดไป เรามาทำสัญญากันใหม่ดีกว่า จำได้ไหม สัญญากับอิทธิฤทธิ์ต้องทำแบบนี้...” แล้วเขาก็เอาจมูกชนกับจมูกของเธอ พูดอย่างปลื้มปีติมีความสุขที่สุดในชีวิตว่า “รักชนที่สุด...”

อิทธิฤทธิ์พาชนมนซ้อนมอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อกสีชมพูหวานกอดเอวซบหลังพุ่งมอเตอร์ไซค์ไป

อย่างมั่นใจกับชีวิตที่กำลังเริ่มต้น...

ooooooo

–อวสาน–


ละครรักสุดฤทธิ์ ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านรักสุดฤทธิ์ ติดตามรักสุดฤทธิ์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 27 ธ.ค. 2556 08:00 2013-12-28T00:33:21+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ