ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังครรชิตขอเวลาไตร่ตรองเรื่องการหมั้นกับแข่งแข เขาก็หายเงียบไปหลายวันไม่ย่างกรายมาที่บ้านอรรถกรคดีเหมือนเคย แข่งแขมาตีโพยตีพายกับปรุงจันทร์

“คุณแม่ ทำไมคุณครรชิตเขาเงียบหายไปอย่างนี้คะ แล้วแขก็สังหรณ์ยังไงก็ไม่ทราบว่าเขาแอบชอบนังโนห์รา”

“จะเงียบยังไงก็ได้ไม่เกินเจ็ดวันอย่างที่คุณพ่อขีดเส้นตายไว้ ยังไงเสียเขาต้องยอมเสียสินสอดสองล้านให้ลูกเพื่อแลกกับชื่อเสียงของเขาแน่ๆ ส่วนนังโนห์ราชอบหรือไม่ชอบก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเขายังเงียบอยู่อีกวันสองวัน เราจะไปข่มขู่เขาอีก”

สีหน้าแข่งแขค่อยดีขึ้นเมื่อได้ฟังสิ่งที่ปรุงจันทร์บอกเธอ ด้านครรชิตรู้สึกพอใจที่เอาโนห์ราขึ้นรถมาได้ เขาคาดคั้นว่าทำไมเธอถึงพูดใส่ร้ายตนเรื่องกอดจูบกับแข่งแข ทั้งๆที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น โนห์รายิ้มเยาะเพราะเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เขาเพิ่งปล้ำจูบตน ครรชิตรู้ทันส่ายหัวอธิบายว่า

“ปล้ำจูบคุณ มันคนละอย่างกัน ผมทำเพราะต้องการ ถ้าผมไม่ต้องการ ผมไม่ทำแน่ คุณร้ายกาจนัก ผมมั่นใจว่าคุณทั้งเห็นและได้ยินผมบอกว่าจะพาแข่งแข กลับบ้าน แต่คุณก็บอกว่าไม่ได้ยิน”

โนห์ราเงียบเพราะจำนนจากความจริงที่รู้กันอยู่ ครรชิตยืนยันว่าตนจะไม่เลิกติดตามเธอจนกว่าจะได้คำตอบ ก่อนจะเริ่มร้องเพลงรักคุณเข้าแล้วเจื้อยแจ้วจนโนห์ราต้องย้ำเสียงแข็งว่าตนเกลียดเขาไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน พูดจบเธอก็สั่งให้เขาจอดรถและวิ่งเข้าโรงแรมทันที ครรชิตมองตามด้วยความขบขันที่ยั่วหญิงสาวได้สำเร็จ จากนั้นไม่ว่าโนห์ราจะไปรำที่โรงแรมไหน เขาก็ตามไปร้องเพลงเกี้ยว กระทั่งเธอแอบหลุดขำในความขี้เล่นของเขา

ฝ่ายเยาวมาลย์ยังคงทำหน้าที่จากการจ้างของครรชิตเหมือนเดิม เธอเดินตามโนห์ราที่นั่งคอยพิมพาหลังทำงานเสร็จ

“เห็นน้องรำทั้งคืนแบบนี้ เหนื่อยแทนจังเลย ถ้าพี่เป็นน้อง พี่จะยอมรับข้อเสนอการซื้อตัวที่ว่านี้ ดีไม่ดีเขาอาจจะขอแต่งงานกับน้องก็ได้ ทีนี้ล่ะก็เหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์”

“ช่วยฝากไปบอกไอ้มนุษย์กิเลสหนาบ้ากามที่ชอบเอาเงินฟาดหัวผู้หญิงคนนั้นด้วยนะคะ ว่าหยุดยื่นข้อเสนอต่ำช้านี่ให้ฉันได้แล้ว ฉันเกลียดมันเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ”

ประจวบเหมาะพิมพาเดินมาถึงโรงแรมพอดี โนห์รารีบลุกไปหาแม่เพื่อกลับบ้านด้วยกัน เมื่อเดินผ่านครรชิต เธอพูดเปรยๆว่าช่วงนี้พวกจิ้งจอกสังคมเยอะเต็มโรงแรม คงต้องให้สมภพมาเป็นเพื่อนเวลามารำคนเดียว ครรชิตได้ยินแล้วรู้สึกหงุดหงิดที่เธอคิดถึงแต่เพื่อนชายคนนี้

ooooooo

ที่เรือนหลังเล็กของพิมพา ก่องแก้วทำตัวลับๆ ล่อๆราวกับว่าค้นหาอะไรสักอย่างซึ่งเป็นเวลาเดียวกับสองแม่ลูกเดินกลับมาถึงบ้านพอดี โนห์รากระตุกแขนแม่ให้หยุดเพราะได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ในบ้าน

เธอรีบจูงแม่ไปหลบที่พุ่มไม้ ครู่หนึ่งทั้งคู่เห็นก่องแก้วย่องออกมาจากบ้านและมองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ พิมพากระซิบถามลูกสาวว่า

“มันมาทำอะไร คิดจะใส่ร้ายอะไรแม่อีกหรือไง”

“รีบเข้าไปดูในบ้านกันเถิดแม่ เขาเอาอะไรมาใส่ร้ายเราอีกหรือเปล่า”

สองแม่ลูกมองก่องแก้วสงสัย ก่อนจะรีบเข้าไปในบ้าน ทั้งคู่ค้นหาอยู่นานก็ไม่พบอะไรที่ผิดสังเกต แต่แล้วแวบหนึ่ง สองคนก็นึกออกพูดพร้อมกันว่าต้องเป็นเงินแน่ โนห์รายิ้มดีใจบอกแม่ว่าจะใช้โอกาสนี้ซ้อนแผนการขโมยเงินของก่องแก้ว

“ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา เอาตัวไปแจ้งความที่โรงพัก หนูมั่นใจว่าก่องต้องรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องขนมเทียนใส่ยาพิษนั่น หนูจะขู่เขาให้บอกความจริง เราอาจจะได้เบาะแส ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ตำรวจคงจะจับคนร้ายตัวจริงได้”

พิมพากอดลูกสาวอย่างมีความหวังเพราะจนป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวคราวจากโตนดเลยแม้ว่าจะส่งจดหมายหาเขานานแล้ว เช่นเดียวกับท่านขุนก็เกิดนึกถึงโตนดขึ้นมาบ้าง ปรุงจันทร์จึงพูดย้ำมั่นใจว่าข่าวจากลูกน้องของแสวงรายงานว่าสำเร็จเรียบร้อยดี ท่านขุนคลายใจเพราะกลัวอดีตลูกน้องจะกลับมาเล่นงานในภายหน้า แต่หารู้ไม่ว่าโตนดยังไม่ตายแค่พิการเพราะแค่ถูกปืนยิงขา ขณะนี้เขากำลังคิดถึงการแก้แค้นเมื่อสบโอกาสเหมาะ

ooooooo

เช้าวันถัดมาภายในห้องทำงาน ครรชิตนั่งมองภาพโนห์รารำละครในนิตยสารฉบับใหม่อย่างลุ่มหลง ระหว่างนั้นก็นั่งฟังรายงานเรื่องสองสาวแห่งบ้านอรรถกรคดีจากปากพันธุมวดี

“พันเบื่อแข่งแขเต็มทนแล้ว ถ้าคุณหมั้นกับเขาพันจะได้เลิกติดตามสืบเรื่องจากบ้านนั้นสักที ส่วนโนห์ราก็ทำขนม ขายข้าวแกง พับถุง รำละครหลายแห่งจนน่าสงสาร รวมทั้งปลูกดอกไม้กับผักสวนครัวขายหวังจะรวบรวมเงิน แต่พวกยายทองกับเด็กก่องแกล้งเอาน้ำร้อนไปราดจนเหี่ยวตายหมด แต่พันสงสัยว่าแข่งแขกับแม่เขานั่นแหละค่ะสั่งเอง”

“อดทนอีกนิด ผมอยากให้คุณสืบต่อเรื่องขนมเทียนใส่ยาพิษ ยายแม่ครัวนั่นท่าทางสอพลอยังไงพิกล บางทีไม่ใช่แค่ยายแก่นั่นที่น่าสงสัย อาจจะลามปามไปถึงคนอื่นๆด้วยก็ได้ ครอบครัวนี้มีอะไรแปลกๆเยอะทีเดียว”

พันธุมวดีทำหน้าเบื่อโลกแต่ก็จนใจเพราะยังอยากได้เงินค่าจ้างอยู่ เช่นเดียวกับเยาวมาลย์ก็มาหาครรชิตเพื่อรายงานตามคำฝากของโนห์รา ครรชิตยิ้มขำไม่ถือสาเพราะเขายังเชื่อมั่นในทฤษฎีที่ว่าเงินซื้อได้ทุกสิ่งและอยากจะเอาชนะโนห์ราให้ได้ เยาวมาลย์เตือนว่าระวังโลภมากลาภจะหาย เขาถอนใจเฮือกใหญ่เพราะตอนนี้ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเกี่ยวกับแข่งแขอยู่

ที่ข้างนอกห้อง ปรุงจันทร์กับแข่งแขเดินเชิดเข้ามาบุกถึงถิ่นของว่าที่คู่หมั้น เลขารีบแจ้งว่านายยังมีแขกอยู่ แต่พอรู้ว่าเป็นเยาวมาลย์ ทั้งคู่ไม่สนใจบุกเข้าห้องทันที ขณะนั้นเยาวมาลย์กำลังเอื้อมมือไปรับเงินจากครรชิตพอดี เสียงปรุงจันทร์ปรี๊ด

“ต๊าย! จับได้คาหนังคาเขา เอาตัวมาขายผู้ชายถึงที่ทำงาน”

เยาวมาลย์โกรธจ้องหน้าสองแม่ลูกอย่างจะเอาเรื่อง ขณะนั้นเองแข่งแขเห็นรูปโนห์ราที่แปะบนฝาผนัง เธอถลันเข้าไปจะกระชากออก ครรชิตตวาดห้ามเสียงดังและทำท่าจะเดินออกนอกห้องพร้อมกับเยาวมาลย์ ปรุงจันทร์รีบถาม

“คุณจะหนีไปไหน คุณต้องพูดกับดิฉันเรื่องลูกแขก่อน”

“ที่นี่ที่ทำงานผม ผมไม่หนีไปไหนหรอกแต่ผมมีงานต้องทำและนี่ยังไม่ถึงวันที่เจ็ด เมื่อถึงวันนั้น ผมจะส่งพี่ชายผมไปจัดการ กรุณารอด้วย”

ครรชิตก้มหัวให้สองแม่ลูกแล้วรีบเดินออกไป ปรุงจันทร์ไม่พอใจในท่าทีไม่ยอมลงให้ของเขาอย่างมาก แต่เวลานั้นสองแม่ลูกทำอะไรไม่ได้จึงอารมณ์เสียใส่เลขาหน้าห้องแทนและเดินเชิดออกไป และแล้ววันรุ่งขึ้น ไวพจน์มาเจรจาเรื่องสินสอดทองหมั้นที่บ้านอรรถกรคดี ท่านขุนแสดงทีท่าสุขุมนุ่มลึก

“สองล้าน สำหรับลูกสาวขุนอรรถกรคดี สมน้ำ สมเนื้อ จริงไหมคุณไวพจน์”

“ครับ แต่สำหรับเรื่องแต่งงาน ผมคิดว่าอาจจะขอรอไปสักระยะก่อน”

“ไม่เป็นไร ผมเองใช่ว่าจะอยากให้ลูกสาวต้องมามีครอบครัวตอนนี้แต่มันจำเป็น เพราะเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงและศักดิ์ศรีนี่มันสำคัญมาก ส่วนของหมั้นก็อย่าให้อายผู้คน ผมต้องการแหวนหมั้นห้ากะรัต ทองสักห้าสิบบาท จะมาในรูปกำไลฝังเพชรหรือจี้เพชรเลี่ยมทองก็ไม่ว่ากัน เครื่องเพชรชั้นหนึ่งครบชุด”

ไวพจน์นั่งฟังนิ่งไม่เกี่ยงงอนต่อรองอะไรอีก ท่านขุนมองอาการนั้นอย่างผู้ชนะ ยายทองกับก่องแก้วแอบฟังด้วยความตื่นเต้น ส่วนปรุงจันทร์ทำทีปรามบ่าวแต่ในใจอยากรู้จนเนื้อเต้นแอบกระซิบถามทองจนลืมมารยาทผู้ดีเสียเอง พอได้ความว่าฝ่ายโน้นตกลง เธอยิ้มอย่างพึงพอใจ ด้านชื่นรู้ข่าวก็นำเรื่องมาเล่าให้พิมพากับโนห์ราฟัง

“เพราะคุณโนห์ราแท้ๆช่วยให้คุณแข่งแขเหมือนกับถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง แถมของหมั้นอื่นๆอีกพะเรอเกวียน”

“อย่าเอาหนูไปเกี่ยวด้วยเลย คนรักชอบกันก็ต้องแบบนี้แหละ แม่คะ หนูจะไปหาครูบุนนาคเรื่องรำมโนห์ราชาตรี”

โนห์ราหาเรื่องหนีไม่อยากฟังอะไรอีก พิมพามองลูกสาวไม่เข้าใจว่าทำไมเธอเกิดหุนหันพลันแล่นขึ้นมา ทางด้านครูบุนนาคกับครูสุนีย์แปลกใจที่ลูกศิษย์มาขอฝึกรำมโนห์ราชาตรี โนห์ราตอบข้อสงสัยของครูทั้งสองว่าตนมีแม่เป็นคนใต้จึงอยากอนุรักษ์ศิลปะนี้ไว้ให้ชนรุ่นหลัง ครูบุนนาครับปากจะลองติดต่อคนรู้จักให้ โนห์ราดีใจมากก้มลงกราบครูอย่างซึ้งใจ ตกเย็นครรชิตมาดักรอโนห์ราที่ท่าเรือ เผอิญก่องแก้วจะไปซื้อของฝั่งตรงข้าม เธอมองเขาด้วยความแปลกใจและเอาเรื่องนี้ไปรายงานปรุงจันทร์กับยายทองอย่างใส่ไคล้ว่า

“ก่องเห็นนะคะ นั่งงี้ใจจดใจจ่อ ชะเง้อคอยาวมองหาแต่นังโนห์รา ทีแรกคิดว่าจะมาหาคุณแข่งแข แต่ทำไมไปคอยที่ท่าเรือ ทำไมไม่ขับรถมาที่บ้าน ส่วนคุณแข่งแขก็รอแล้วรอเก้อไม่มาสักที พระสุธนไปตามหานางมโนห์ราเสียแล้ว”

ปรุงจันทร์ฟังแล้วปล่อยไปไม่ได้อีกแล้ว เธอสั่งให้ทองจัดการหาคนมารุมโทรมโนห์ราเสียโดยเร็วชักช้าไม่ได้แล้ว ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ทองมารายงานผลการติดต่อเรื่องจัดการโนห์ราให้ปรุงจันทร์ทราบ

“เรียบร้อยโรงเรียนคุณแสวงค่ะ เรื่องจัดการนังเด็กนั่นไม่มีปัญหาแต่แน่ใจนะคะว่าให้ลงมือคืนก่อนวันหมั้นคุณแข่งแข และจะให้ลงมือเวลาไหนคะ”

“แน่ใจมาก เพราะคืนนั้นผู้คนจะวุ่นวายจัดงาน ไม่มีใครสนใจว่าใครจะเข้าจะออก ตอนที่มันกลับมาจากรำละคร ไอ้ผู้ชายนั่นมันมาส่งแค่หน้าบ้าน พอมันเดินกลับเข้าบ้านคนเดียวก่อนถึงเรือนเล็กก็จัดการมันซะ ฉุดในบ้านเลยนะจะได้ไม่ผิดฝาผิดตัว ส่วนนังพิมพา ฉันก็จะให้คุณพี่เรียกมาช่วยในครัวเพื่อทำขนมให้ดึกเชียวล่ะ”

ทางด้านก่องแก้ว เวลานี้แอบไปด้อมๆมองๆแถวเรือนหลังเล็กอีกครั้งเพื่อหาทางหนีทีไล่ตอนจะเข้าไปขโมยเงินสองแม่ลูกตามที่เคยเห็น เผอิญแข่งแขเห็นจึงเดินย่องเข้าไปใกล้ๆแล้วเอาไม้เขี่ย ก่องแก้วสะดุ้งสุดตัวร้องเสียงหลง

“แกมาแอบดูอะไร แกจะเผาบ้านพวกมันหรือ สารภาพมาซะดีๆไม่อย่างนั้นฉันจะบอกพวกมันหรือไม่ก็ฟ้องคุณพ่อ”

“อย่านะคะ คือก่อง...ก่องอยากจะแก้แค้นพวกมันแทนคุณแข โดยจะขโมยเงินของมัน มีตั้งหมื่นกว่าบาทแล้ว”

แข่งแขมองหน้ารู้ทันว่าก่องแก้วอยากได้เงินมากกว่าเจ็บแค้นแทนตน เธอนึกสนุกอยากดูก่องแก้วขโมยเงินเพราะถ้าไม่มีเงินนั่นก็จ้างทนายแก้ต่างให้พิมพาไม่ได้ พอตกค่ำ ท่านขุนให้เด็กไปเรียกพิมพามาพบโดยไม่รู้เรื่องแผนของปรุงจันทร์

“เธอคงรู้แล้วใช่ไหมว่าลูกแขจะหมั้นกับคุณครรชิตวันเสาร์นี้ ฉันก็อยากจะให้เธอเข้ามาช่วยในครัวคืนวันศุกร์ก่อนวันหมั้นเพื่อทำขนมเอาไว้รับแขก ให้ชื่นกับทองมาเป็นลูกมือด้วยนะ”

พิมพารับปากไม่เกี่ยงงอน เพียงแต่ถามถึงโนห์ราว่าต้องมาด้วยหรือไม่ ปรุงจันทร์แสร้งพูดเกรงใจว่าไม่กล้าใช้โนห์ราเพราะปกติมีงานรำอยู่ตลอด พิมพาฟังด้วยความพอใจ ขณะนั้นทั้งแข่งแขและปรุงจันทร์ต่างไม่ได้เอะใจในแผนร้ายของตัวเองที่จะกลับตาลปัตรอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

ยิ่งใกล้วันหมั้นเข้ามาเท่าไร ครรชิตก็ยิ่งมีอาการเบื่อโลกมากขึ้น เขานั่งปรับทุกข์กับไวพจน์ด้วยความเซ็ง

“พรุ่งนี้แล้วสินะ ผมต้องเดินเข้าตะแลงแกงที่อีตาขุนกับยายเมียเจ้าเล่ห์นั่นช่วยกันวางกับดักผมไว้”

“พี่ดูรูปการณ์แล้ว ท่านขุนแค่อยากได้เงินไม่อยากให้ลูกสาวมาแต่งอะไรกับนายหรอก เป็นการแบล็กเมล์เท่านั้นเอง”

การคาดเดาของไวพจน์ถูกต้องแล้วเพราะวันนี้ ท่านขุนหยิบยกเอาเรื่องนี้มาคุยกับลูกสาวและปรุงจันทร์เช่นกัน

“คุณครรชิตคนนี้เขาไม่ได้รักชอบหนูหรอกแข่งแข หนูไม่ต้องไปหวังเรื่องแต่งงานกับเขา ได้เงินสองล้านมากับของอื่นๆอีกสี่ห้าแสน เราก็สบายไปทั้งชาติแล้ว เชื่อพ่อ...ความรักน่ะกินไม่ได้หรอกแต่เงินทำให้ลูกมีกินและเลือกกินอะไรก็ได้”

แข่งแขมีสีหน้าลำบากใจเพราะชอบครรชิตอย่างจริงจัง ปรุงจันทร์รีบกระซิบบอกลูกสาวให้คลายใจว่าตนยังอยู่ทั้งคน มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่พลาดเรื่องแต่งงานแน่ๆ แข่งแขฟังแล้วค่อยมีกำลังใจขึ้นอีกโข ตกเย็นวันเดียวกัน พิมพากับโนห์ราเตรียมการจับขโมยให้ได้คาหนังคาเขา สองคนแม่ลูกทำกิจวัตรทุกอย่างให้เป็นปกติ พิมพาแสร้งนับเงินก้อนโตให้ก่องแก้วเห็นก่อนจะเดินไปส่งลูกสาวที่หน้าบ้าน เสียงโนห์รากระซิบบอกแม่เบาๆว่า

“หนูจะรำที่เดียวแล้วจะรีบนั่งแท็กซี่กลับมา จะพาสมภพเข้ามาช่วยดักจับคนขี้ขโมย”

ก่องแก้วฝันหวานเห็นเงินก้อนโตที่จะได้มาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทำให้ลืมระแวดระวังภัยเสียสิ้น เธอวิ่งขึ้นไปบนตึกใหญ่รายงานแข่งแขว่าทุกอย่างสะดวกโยธินแล้ว จะเริ่มลงมือเมื่อไร แข่งแขกำลังลองชุดไทยที่จะใส่ในวันหมั้นหันมาดุลูกน้องให้รอตอนมืดๆก่อนค่อยลงมือ

ที่นอกบ้านอรรถกรคดี มีนักเลงหนุ่มสองคนยืนเตร่แถวถนนใกล้ๆบ้าน ทั้งคู่กำลังซักซ้อมแผนการด้วยความครึ้มใจ

“ยายทองให้รออยู่แถวนี้ก่อน พอมืดหน่อยค่อยแฝงตัวเข้าไปในบ้าน ดักรอตรงเรือนหลังเล็ก นังคนสวยจะมาดึกๆ”

“ไม่รู้จักหน้าแล้วจะรู้ไหมว่าคนไหน”

“ยายทองบอกว่าเรือนเล็กนั่นมีสาวสวยคนเดียวเท่านั้น ส่วนแม่มัน ยายทองกันไปไว้ที่อื่นแล้ว”

สองคนหัวเราะกันเบิกบานที่จะได้เผด็จศึกสาวสวยในคืนนี้ พวกมันจับไม้สั้นไม้ยาวแบ่งปันเวลากันเรียบร้อย ส่วนภายในบ้าน พิมพากำลังทำขนมมือเป็นระวิงโดยมีทองกับชื่นคอยช่วย ปรุงจันทร์เดินเข้ามาสำรวจและสบตากับทองอย่างรู้กัน

“ทำให้เยอะที่สุด เราจะเลี้ยงไม่อั้น”

ปรุงจันทร์พูดยิ้มแย้มแจ่มใส ต่างกับพิมพาที่นึกถึงแผนจับขโมยในคืนนี้ เธอพึมพำเบาๆว่าคืนนี้คงเป็นวันของตนบ้าง ทางด้านโนห์ราอยากจะเร่งทำงานให้เสร็จเพื่อจะไปจับโจรขโมยเงิน ครรชิตตามเฝ้าเหมือนเช่นเคย สมภพอดเหน็บไม่ได้ว่า

“โนห์รา ไหนว่าคุณครรชิตเขาจะหมั้นกับคุณแข่งแขพรุ่งนี้ แล้วเขามานั่งที่นี่ทำไม ไม่เห็นเขาตื่นเต้นอะไรสักนิด”

เพื่อนสาวไม่ให้ความสนใจกลับชักชวนให้รีบเตรียมตัวเพื่อพร้อมแสดง เมื่อสองคนเดินลับหายเข้าไปในห้องรำ พันธุมวดีเดินยิ้มเข้ามาบอกว่าตนจะช่วยให้เขาได้อำลาหญิงสาวก่อนหมั้น เธอส่งโน้ตให้สมภพออกไปพบใครบางคนข้างนอก ครรชิตยิ้มขอบใจก่อนจะปรี่เข้าไปหาโนห์ราที่ชะเง้อคอมองหาสมภพอยู่นอกห้องรำพอดี

“ผมมาเอาคำตอบเรื่องนั้นจากคุณ และอยากบอกว่า ถ้าเมื่อไรคุณเดือดร้อนหาทางออกไม่ได้ ผมยินดีช่วยเหลือคุณ”

“คำตอบไม่จำเป็นหรอก พรุ่งนี้คุณจะหมั้นกับคุณแข่งแขแล้ว กรุณาซื่อสัตย์กับเธอด้วยและขอบใจที่คิดจะช่วยเหลือ”

สมภพเดินหน้ามุ่ยมาพอดี โนห์รารีบเดินผละออกไป ครรชิตมองตามถอนใจหนักหน่วง ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา แข่งแขกับก่องแก้วแอบย่องลงมาจากตึกใหญ่ตรงไปยังเรือนหลังเล็กของพิมพา ทั้งสองคนซุบซิบกันที่หน้าบ้าน

“แกรีบเข้าไปขโมยเงินพวกมันเร็วๆเข้า ฉันจะรอที่นี่ไม่เข้าไปหรอก เกิดใครจับได้ฉันก็แย่พอดี”

ก่องแก้วรับคำแล้วย่องเข้าไป ส่วนแข่งแขเดินเตร่รออยู่นอกบ้าน มีเสียงกุกกักดังที่ด้านหลังพร้อมกับมีมือมาสะกิดเธอ แข่งแขหันไปมองแล้วตกใจแทบสิ้นสติ นักเลงสองคนโจนมาตะครุบตัวเธอ คนหนึ่งปิดปาก อีกคนหนึ่งลากแข่งแขไปในมุมมืด เวลานั้น ก่องแก้วค้นเงินเจอแล้วดีใจมาก รีบย่องกลับออกมานอกบ้านแต่ไม่เห็นตัวแข่งแขแล้ว เธอชะเง้อคอมองหา พลันมีไฟฉายส่องมาที่หน้าของก่องแก้วพร้อมกับเสียงโนห์ราดังขึ้น

“ฉันเอง ไม่ใช่คุณแข่งแข แกขโมยเงินฉัน จับตัวเลยสมภพ ค้นตัวด้วย เดี๋ยวก็รู้”

ก่องแก้วตกใจพยายามจะหนีแต่สู้สมภพไม่ไหว สมภพค้นเอาเงินออกมาชูและบอกให้เอาตัวไปส่งตำรวจ ก่องแก้วเข่าอ่อนทรุดตัวลงไหว้โนห์ราขอร้องอย่าพาตัวเธอไปโรงพัก โนห์รายิ้มอย่างเป็นต่อแล้วพูดว่า

“ต้องส่งแน่นอน เราจะไม่ยอมความจนกว่าเธอจะบอกความจริงอะไรกับเราบางอย่าง”

เวลานั้นพิมพาเสร็จงานเดินกลับมาถึงเรือนหลังเล็กพร้อมชื่นพอดี สองคนเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็เข้าใจทันทีว่าเกิดเรื่องอะไร ทางด้านปรุงจันทร์กับทองกำลังเดินตามหาแข่งแขและก่องแก้วอยู่ สองคนเดินผ่านหน้าเรือนของวงศ์ชักใจแป้วที่ยังหาลูกสาวและหลานสาวไม่เจอเสียที

ภายในบ้านของวงศ์ สองนักเลงหนุ่มจับแข่งแขผูกปากมือและเท้าไว้ เธอได้ยินเสียงเรียกแล้วแต่ไม่กล้าขยับตัวร้องเพราะกลัวมากนอนตาเหลือกลาน พวกนักเลงนั่งมองเธอแสยะยิ้มเพราะเข้าใจว่าแข่งแขคือโนห์รา เสียงของปรุงจันทร์กับทองค่อยๆห่างออกไป แข่งแขนอนน้ำตาไหลพรากใจจะขาด สองนักเลงไม่รอช้าเริ่มปฏิบัติการ แข่งแขดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

ปรุงจันทร์กับทองเดินมาถึงที่หน้าเรือนหลังเล็กพบว่าไม่มีใครอยู่ สองคนยังไม่เอะใจว่าเกิดเหตุร้ายแต่เข้าใจว่าแผนการจับตัวโนห์ราไปรุมโทรมสำเร็จเรียบร้อย และเวลานี้พิมพาคงกำลังตามหาตัวลูกสาวอยู่ สองคนจึงหมดกังวลเดินกลับไปยังตึกใหญ่ เวลาเดียวกันนั้น สองนักเลงหนุ่มเสร็จกิจแล้วกำลังหาทางหลบหนีออกจากบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเดินของปรุงจันทร์กับทองก็ปีนหนีออกทางหน้าต่างแทนการออกประตูหน้าเรือน ทิ้งแข่งแขนอนหมดสภาพไว้ในนั้น

ooooooo

ที่สถานีตำรวจ ก่องแก้วนั่งร้องไห้ต่อหน้าตำรวจ โดยมีพวกโนห์รานั่งอยู่ด้วย เสียงตำรวจทั้งปลอบทั้งขู่ว่า

“บอกให้หมดว่าใครใช้ให้มาขโมยและคอยใส่ร้ายคุณพิมพา เคยแอบเข้าไปเอาอะไรใส่ในบ้านคุณพิมพาหรือเปล่า”

ก่องแก้วไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้โฮ พิมพาสลดใจใช้วิธีอ้อนวอนให้บอกความจริง แล้วเธอจะไม่เอาเรื่องเพราะต้องการเพียงแค่หลักฐานมาช่วยตนเองให้หลุดพ้นคดีเท่านั้น

ในที่สุดก่องแก้วยอมรับว่าตั้งใจจะไปขโมยเงินแต่ไม่รู้เรื่องยาพิษเลย ตำรวจเลยกล่อมให้ก่องแก้วทำตัวเป็นสายสืบหาหลักฐานมาให้แล้วจะช่วยกันไว้เป็นพยานแทน ก่องแก้วไม่มีทางเลือกอื่นจึงรับปากแต่โดยดี โนห์รากับพิมยิ้มโล่งใจไปอีกขั้น สองคนกล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยเหลือ แต่เพิ่งรู้ว่ามีคนแอบช่วยเหลือพวกเธออยู่ อีกไม่นานเขาคงจะเผยตัวออกมา

เวลาเดียวกันที่บ้านอรรถกรคดี ท่านขุนและปรุงจันทร์กำลังร้อนใจมากที่หาแข่งแขทั่วบ้านแล้วยังไม่เจอ ทันใดนั้นยายทองวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า ก่องแก้วก็หายไปด้วย ท่านขุนเริ่มเดือดดาล

“แล้วที่บ้านของพิมพาล่ะไปดูมาหรือยัง ถามพวกเขาหรือเปล่าว่าเห็นลูกแขไหม เป็นใบ้กันไปหมดแล้วหรือ ลูกสาวฉันทั้งคนหายไปยังมาพูดจาไม่รู้เรื่อง”

ปรุงจันทร์กับทองมองหน้ากันอึกอักกลัวแผนแตก ท่านขุนจ้องหน้าทีละคนอย่างสงสัย ทั้งคู่หลบตาอย่างมีพิรุธ เมื่อไม่ได้ความ ท่านขุนเดินจ้ำออกไป ปรุงจันทร์รีบไปฉุดไว้แล้วอ้างว่าตนไม่ถูกกับพิมพาจึงไม่กล้าถาม

“นี่ อย่าเอาเรื่องไม่ถูกกันมาพูดตอนนี้เลย เรื่องลูกสำคัญกว่า เธอไม่ถาม ฉันจะไปถามด้วยตัวเอง”

ทั้งหมดเดินมุ่งหน้าตรงไปยังเรือนหลังเล็กแต่ก็ยังไม่เห็นใครที่นั่น ท่านขุนยืนตรึกตรองเงียบๆ ทันใดนั้นมีเสียงคนเหยียบกิ่งไม้ เขาหันขวับตะโกนถามเสียงกร้าวว่าใครอยู่ตรงนั้น สองนักเลงหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่รีบวิ่งหนีไปทางประตูหลัง ท่านขุนส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

“ขโมย เฮ้ย! อย่าหนีนะ หยุด...บอกให้หยุดเดี๋ยวนี้”

ทองกับปรุงจันทร์หน้าเสียรู้ดีว่าพวกมันเป็นใคร ปรุงจันทร์รีบถลันเข้าไปฉุดท่านขุนเอาไว้เตือนสติว่าอย่าเสี่ยง พวกมันมีตั้งสองคน แต่ท่านขุนสะบัดไม่สนใจ ฉวยท่อนไม้ได้แล้ววิ่งตามทันที ทองกับปรุงจันทร์แทบเสียสติภาวนาอย่าให้จับได้

ขณะนั้นที่หน้าประตูเล็ก พวกพิมพากำลังจะเดินกลับเข้าบ้านก็เห็นมีผู้ชายหนุ่มสองคนวิ่งสวนออกมาจนชนชื่นล้มลง แล้วตามด้วยพวกท่านขุน ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันตรงหน้าประตูบ้านพอดี ต่างฝ่ายต่างตกใจ เสียงท่านขุนร้องถามว่า

“พิมพา โนห์รา แข่งแขอยู่ไหน นี่พวกเธอแห่กันไปไหนกันมาน่ะ ไม่มีใครเห็นลูกแขหรือ”

โนห์ราตอบว่าไม่ทราบเพิ่งกลับมาทันเห็นขโมยวิ่งสวนออกไปพอดี ทองกับปรุงจันทร์ตกตะลึงที่เห็นโนห์รายังอยู่สุขสบาย แถมยังมีก่องแก้วยืนหน้าซีดเซียว ข้างๆ ปรุงจันทร์ถลาเข้าไปเขย่าตัวก่องแก้วกระชากเสียงถาม

“นังก่อง นังตัวดี แกบอกมานะ คุณแข่งแขอยู่ไหน อยู่ที่ไหน ลูกฉันหายไปไหน”

“ไม่ทราบค่ะ หนูไม่รู้จริงๆ เราแยกกันแล้วที่หน้าบ้านแม่พิมพา”

พิมพารายงานสามีว่าก่องแก้วแอบเข้าบ้านตนเพื่อขโมยเงิน พอโนห์ราจับได้จึงเอาตัวไปส่งให้ตำรวจสอบสวน ท่านขุนตะโกนด่าบ่าวอย่างโกรธจัดที่ทำแข่งแขหายตัวไป เพียงไม่กี่อึดใจเขานึกถึงภาพผู้ร้ายสองคนที่วิ่งหนีออกไป แต่ปรุงจันทร์รู้อยู่แล้วว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เธอกรีดร้องโหยหวนจะเป็นลม ชื่นประคองไว้อย่างงงๆ ส่วนทองก็แทบสิ้นสติเช่นกัน ทั้งสองนึกรู้แล้วว่าผิดฝาผิดตัวเป็นแน่แท้ ปรุงจันทร์ด่าทอยายทองว่าทำงานพลาดอีกแล้วก่อนจะตบหน้าอย่างรุนแรง

โนห์ราเริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องได้จึงบอกให้สมภพกลับบ้านก่อน เธอไม่อยากให้เขาต้องมารู้เรื่องแบบนี้ พิมพารุนหลังให้ลูกสาวรีบเข้าบ้านอย่าไปยุ่งเรื่องของคนตึกใหญ่โดยไม่จำเป็น ด้านท่านขุน ปรุงจันทร์และบ่าวทั้งสองออกตามหาแข่งแขทั่วบริเวณบ้าน จนกระทั่งมาถึงหน้าเรือนของวงศ์ ท่านขุนได้ยินเสียงเตะผนังบ้าน พวกปรุงจันทร์ผวาคิดว่าเป็นผีคุณตาวงศ์ทำท่าจะวิ่งหนี แต่ท่านขุนไม่คิดเช่นนั้น เขาเดินไปผลักประตูพบว่าติดกลอนด้านใน

เมื่อได้ยินเสียงเตะประตูอีกครั้ง ท่านขุนกระโดดถีบประตูโดยแรง ภาพที่ทุกคนเห็นคือแข่งแขถูกมัดมือมัดเท้าและมัดปาก เสื้อผ้าหลุดลุ่ย หน้าตาถูกซ้อม น้ำตาไหลย้อย ตาเหลือกลาน ตัวสั่น ท่านขุนกรีดร้องโหยหวนผวาเข้าหาลูกสาวช้อนตัวขึ้นมาแนบอกร้องไห้ ปรุงจันทร์หันไปจ้องทองแล้วกระโจนเข้าตะกุยหน้า

ด้วยความเจ็บแค้น เธออาละวาดตบตียายทองไม่ยั้ง

ฝ่ายยายทองนั่งลงไหว้ปลกๆ ก่องแก้วก็ตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างที่สุด ชื่นผ่านมาได้ยินเสียงโวยวายด่าทอก็หยุดแอบมอง

“นั่นปะไร ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว เวรกรรมตามสนองไม่ต้องรอไปให้ถึงชาติหน้า”

ท่านขุนอุ้มแข่งแขน้ำตาไหลเดินออกมา แล้วหันไปตวาดใส่ปรุงจันทร์

“ลูกกูกำลังจะตาย ยังมีหน้าโทษกันเองอยู่ได้ หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี่เพราะสุมหัวกันทำระยำอีกแล้วใช่ไหม ขึ้นไปข้างบนให้หมดเดี๋ยวนี้”

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวแล้ว แข่งแขยังคงนอนตาลอยตัวสั่นอยู่บนเตียง หน้าตาฟกช้ำ น้ำตาไหลเป็นทางทั้งสองข้าง ท่านขุนมองลูกสาวด้วยความสังเวชใจ ลูบหัวแข่งแขไปมาสงสารแทบขาดใจ ด้านปรุงจันทร์ก็โอบกอดแข่งแขเอาไว้ในอ้อมอกร้องไห้เสียใจที่ทำพลาด ท่ามกลางความวุ่นวาย ท่านขุนประกาศกร้าว

“พ่อต้องจับไอ้อีที่วางแผนทำร้ายลูกให้ได้ แล้วแล่เนื้อเอาเกลือทาให้สาสมกับความใจโหดระยำอัปรีย์ของพวกมัน”

ท่านขุนจ้องหน้าปรุงจันทร์ ทองและก่องแก้วทีละคน ก่อนจะสั่งเสียงเข้มให้สองบ่าวตามออกมานอกห้อง ก่องแก้วกับทองพนมมือแต้ เสียงร้องไห้คร่ำครวญของนังก่องดังขึ้น

“ก่องไม่รู้ไม่เห็น ก่องแค่เข้าไปขโมยเงินคุณพิมพาค่ะ แล้วคุณแข่งแขก็สนุกตามไปด้วย ก่องชวนให้เข้าไปในบ้านคุณแข่งแขไม่เข้า จะรออยู่หน้าบ้าน พอก่องออกมาเธอก็หายไปแล้ว มีแต่พวกคุณโนห์รามาจับตัวก่องไปส่งตำรวจค่ะ”

ขุนอรรถกรคดีตบหน้านังก่อง สาวใช้เต็มแรงด้วยโทสะ ก่อนจะหันมาหายายทองกระชากเสียงถาม

“อีทอง มึงวางแผนใช่ไหม มึงจ้างไอ้สองคนนั่นมาย่ำยีลูกกูใช่ไหม”

“ทองเปล่า ทองแค่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อคุณแข่งแข แต่มันทำพลาด”

ท่านขุนเริ่มจะบ้ากระโจนเข้าเล่นงานทอง ก่องแก้วมุดหัวซ่อนที่มุมห้องอย่างกลัวลนลาน

ooooooo

ชื่นนำเรื่องแข่งแขถูกรุมโทรมมาเล่าให้สองแม่ลูกฟัง สองคนสงสารเธอที่ไม่น่าเผชิญชะตากรรมโหดร้ายเช่นนั้น แต่ชื่นกลับแย้งว่าถ้าไม่เกิดผิดฝาผิดตัว คนที่จะโดนคือโนห์รา พิมพาฟังแล้วตกใจยิ่งยวดพานทำให้นึกถึงตอนที่ท่านขุนข่มขืน

พิมพาบอกกับลูกสาวว่า “โนห์รา ยายจาดของลูกพูดถูก คนเราต้องชดใช้หนี้เวร”

เสียงชื่นเปรยขึ้นมาว่าพรุ่งนี้จะหมั้น สภาพแบบนั้นจะหมั้นเข้าไปได้ยังไง ถ้าครรชิตรู้เรื่องนี้มีหวังยกเลิกงานขนขันหมากเผ่นหนีแน่ พิมพายังเงียบกอดลูกสาวแน่น ทั้งคู่สลดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ที่ตึกใหญ่ ท่านขุนยังคงอาละวาดตบตียายทองไม่หยุดผสมกับเสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญของแข่งแข

“กูจะฆ่ามึง...อีสารเลว มึงทำร้ายลูกกู กูจะกระทืบมึงให้ตาย อีแก่ใจบาป ไสหัวมึงไปจากบ้านกูนะ”

ปรุงจันทร์รีบพยักพเยิดให้สองบ่าวออกไป ท่านขุนขว้างปาของไล่หลังก่อนจะหันมาตบหน้าปรุงจันทร์ดังฉาดใหญ่

“นี่อีกคน สมรู้ร่วมคิดแต่เรื่องอัปรีย์สีกบาลดีนัก ทำอะไรผิดก็ไม่เคยต้องรับผิดเพราะคอยช่วยเอาไว้ ช่างไร้ความคิด”

พลันแข่งแขกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง สองคนวิ่งกลับขึ้นไปดูลูกสาว ภาพที่เห็นช่างน่าสลดใจเพราะแข่งแขดิ้นพราดๆตัวสั่นบังคับไม่ได้พร้อมกับกลอกตาไปมา ยิ่งเห็นท่านขุนทำร้ายปรุงจันทร์ แข่งแขก็ยิ่งหวีดร้องดังลั่นจนหมดสติ ท่านขุนนั่งร้องไห้หมดแรงชี้หน้าปรุงจันทร์ ปรุงจันทร์พูดไม่ออก เข้ากอดแข่งแขที่นอนตาลอยเหมือนไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

จากนั้นภายในห้องนอนของขุนอรรถกรคดี ปรุงจันทร์ก้มกราบเท้าเขาแล้วร้องไห้

“ผิดซ้ำผิดซากจนเกินให้อภัยแล้ว ลูกแขน่ะดวงใจของพี่ พี่อยากจะตาย พี่ทนไม่ได้ที่เห็นแกเป็นอย่างนั้น ฝากเอาไว้ก่อนปรุง เรื่องอะไรฉันก็ยอมเธอได้แต่เรื่องลูกฉันทนไม่ได้ เอาล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นนี่ปิดเป็นความลับที่สุด”

“พรุ่งนี้เช้าก็จะหมั้นแล้ว อย่าเพิ่งมาด่าว่าอาละวาดเรื่องนี้เลยค่ะ เรามาช่วยกันพยายามทำทุกอย่างให้ปกติที่สุด หลังจากหมั้นแล้วเราต้องหาทางให้คุณครรชิตแต่งงานกับลูกแขให้เร็วที่สุด เพื่อที่แกจะได้ลืมเรื่องเลวๆนั่นซะ”

“พี่อยากจะฆ่าเธอนักปรุงจันทร์ สัญญามาห้าร้อยครั้งแต่ก็ทำไม่หยุดหย่อน ขอให้ครั้งนี้คือครั้งสุดท้าย จำเอาไว้”

ท่านขุนยืนเงียบคิดสงสารแต่ลูก ปรุงจันทร์กอดเขาร้องไห้ สงสารแข่งแขเหมือนกัน ด้านยายทองถกเถียงกับหลานสาวยกใหญ่พร้อมกับใช้ไม้ฟาดจนน่วม เธอร้องไห้เก็บของรำพันไปว่าทำด้วยกันแต่ให้ตนรับผิดคนเดียว ปรุงจันทร์ลงมาจากข้างบนตึกเผอิญได้ยินจึงโทษคนสนิทว่าทำพลาดเองใครจะช่วยได้ ทองแอบทำหน้าแค้นแต่จนแต้มทำอะไรไม่ได้มาก

ปรุงจันทร์เดินมาส่งทองที่หน้าบ้าน ยายทองคอตกขอลาไปตายเอาดาบหน้า ปรุงจันทร์ปลอบใจโดยให้เงินแล้วหลบไปก่อนเพราะท่านขุนกำลังคลั่ง ทองเสนอแผนใหม่ว่า

“ความจริง สาเหตุมันก็มาจากสองแม่ลูกนั่นแท้ๆ ครั้งหน้าเราก็เบนเป้าหมายสิคะ เล่นงานนังแม่ไม่มีใครทันคิดแน่”

แค่คำพูดนั้นทำให้ปรุงจันทร์คิดออกว่าจะจัดการพิมพาเช่นไร เธอยิ้มเหี้ยมด้วยความสะใจ

ooooooo

เช้าตรู่วันต่อมา มีการจัดเตรียมของหมั้นขึ้นรถอย่างเงียบๆ ครรชิตงอแงไม่อยากไปงานหมั้นของตัวเองจนไวพจน์ต้องเตือนว่าเรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว คงต้องให้งานนี้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยคิดหาทางแก้ไขเอาใหม่

และแล้วขบวนขันหมากงานหมั้นก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านเทพพิทักษ์โยธินมุ่งตรงสู่บ้านอรรถกรคดี ระหว่างทางครรชิตเห็นโนห์รากับเพื่อนชายเดินหิ้วขนมจำนวนมากมายเดินคุยมาด้วยกัน ทั้งคู่กำลังจะข้ามถนนไม่ทันมองจึงถูกรถในขบวนครรชิตบีบแตรเตือนเสียงดังลั่น อารามตกใจโนห์ราทำขนมหล่นบนถนนเลยต้องเสียเวลาเก็บอีก ครรชิตเปิดประตูรถลงมาช่วยเก็บและ
ส่งให้ โนห์ราสบตาเขากล่าวขอบคุณแล้วข้ามถนนโดยเร็ว ขบวนรถของครรชิตเคลื่อนตัวต่อไป

การหมั้นดำเนินไปตามครรลอง แข่งแขนั่งเงียบผิดกว่าที่เคยเป็นจนครรชิตรู้สึกฉงน เสียงท่านขุนพูดเนิบๆ

“ผมไม่ใช่คนเคร่งระเบียบประเพณีอะไรนักหนา ทำกันง่ายๆ พูดกันง่ายๆ ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก”

“เช่นกันครับ นี่ครับ เช็คเงินสดสองล้านบาท ทองห้าสิบบาท และเครื่องเพชร แล้วก็นี่ครับแหวนหมั้นห้ากะรัต”

ปรุงจันทร์พูดเสียงหวานให้ลูกสาวส่งมือมาให้ครรชิตสวมแหวนให้ แข่งแขทำตามเหมือนหุ่น ขณะกำลังสวมแหวน แข่งแขเกิดนึกถึงเรื่องที่ตนถูกข่มขืน ภาพต่างๆไหลเข้ามาในศีรษะของเธอจนทำให้เผลอตัว ทำหน้าตื่นตระหนกผงะหนีคู่หมั้นปัดแหวนที่กำลังสวมจนกระเด็นไป ทุกคนตกใจและแปลกใจ ยกเว้นปรุงจันทร์กับท่านขุนที่สติดีรีบเข้าไปประกบ

“ไปให้พ้นนะไอ้คนใจสัตว์”

ท่านขุนแก้ตัวให้ว่าแข่งแขไม่เคยเจองานพิธีเลยตกใจ ส่วนปรุงจันทร์เสริมว่าเมื่อคืนลูกสาวนอนน้อยเลยเกิดอาการมึนงงเท่านั้น ไวพจน์มองสงสัยแต่รีบไปเก็บแหวนมาส่งให้น้องชายทำพิธีต่อ พิธีหมั้นดูอีหลักอีเหลื่อแต่ก็จบลงด้วยดี ท่ามกลางความโล่งใจของท่านขุนและปรุงจันทร์

หลังจบพิธีหมั้น สองพี่น้องนั่งคุยกันระหว่างเดินทางกลับ ครรชิตนึกลำดับภาพงานหมั้น เห็นท่าทีของคู่หมั้นแล้วสงสัยไม่เข้าใจ เขาคงต้องสืบเรื่องนี้ให้เร็ว ด้านแข่งแข หลังเสร็จพิธีแล้วเธอไม่มีท่าทีดีใจกลับนั่งหงอยบ่นกับปรุงจันทร์ว่าตนรู้ดีที่งานนี้มีขึ้นเพราะครรชิตต้องการตัดความยุ่งยากจึงเอาเงินกับของหมั้นอื่นๆ มาฟาดหัว ขนาดเขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตน เขายังไม่สนใจตนเลยแล้วความสุขจะมาจากไหน

ooooooo

หลายวันต่อมา ก่องแก้วถือห่อกระดาษมายืนจดๆจ้องๆอยู่แถวหน้าบ้านพิมพา ประจวบเหมาะกับชื่นเดินมาหาสองแม่ลูกพอดี เธอจึงสอบถามว่ามาทำอะไร คิดจะมาขโมยเงินอีกแล้วใช่ไหม ก่องแก้วปฏิเสธพร้อมกับยื่นห่อนั้นให้

สิ่งที่อยู่ในห่อกระดาษคือไม้พายที่ใช้กวนอาหารหรือขนม ก่องแก้วเล่าว่า

“ก่องคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นๆอยู่แถวๆในครัว แต่ทำไมตอนนี้มันไปตกอยู่แถวในสวนซะแล้วคะ”

โนห์ราแนะนำให้แม่เอาหลักฐานชิ้นนี้ไปส่งให้ตำรวจเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา พิมพาก็นำส่งหลักฐาน ตำรวจสำรวจดูไม้พายด้วยความสนใจก่อนจะบอกว่า

“ถ้ามันเป็นของคนอื่น มันต้องมีลายมืออยู่ในนี้ ผมจะส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายมือกับอื่นๆ ที่เหลืออยู่”

“ดูจากลักษณะคราบของที่ติดอยู่ที่ไม้พายนี่แสดงว่า ไม้พายนี้ถูกใช้ทำขนมแล้วนะคะ ทำไมทิ้งไม่เก็บไว้ใช้ต่อ”

เวลาต่อมา ทองแอบมาพบกับปรุงจันทร์เพื่อแจ้งข่าวว่านายแสวงรับทราบเรื่องดักฉุดพิมพาไปเรียกค่าไถ่แล้ว ปรุงจันทร์ส่งเงินให้ทองแล้วย้ำให้รีบลงมือให้เร็วที่สุด ชื่นแอบมองพฤติกรรมคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย

ทางด้านแข่งแขนับวันจะมีแต่อารมณ์แปรปรวนอาละวาดจนคนรอบข้างเข้าหน้าไม่ติด ปรุงจันทร์จึงแนะนำให้ไปหาครรชิตเผื่อจะลดดีกรีความฉุนเฉียวออกไปได้ จากนั้นแข่งแขไปหาครรชิตถึงที่ทำงาน เขาต้องจำใจต้อนรับอย่างเสียไม่ได้ คู่หมั้นสาวออดอ้อนให้เขาพาออกไปเที่ยว ครรชิตยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่าตนไม่ว่าง แล้วบังคับให้พี่ชายพาไปแทน ไวพจน์อิดออดแต่ก็ยอมช่วยเหลือน้องชายพาแข่งแขออกไปทานข้าวที่ร้านอาหารจีนไม่ไกลนัก

ตกบ่ายวันเดียวกัน พิมพาถูกตำรวจตามตัวมารับฟังผลเรื่องไม้พายที่เอามาให้ตรวจ เธอรีบออกจากบ้านมุ่งหน้าไปสถานีตำรวจโดยไม่รู้เลยว่าแสวงและลูกน้องแอบติดตามเพื่อจะจับตัวตามที่ได้ตกลงกับปรุงจันทร์ โชคของพิมพายังดีที่พวกนั้นเห็นว่าเธอไปโรงพักจึงล่าถอยไม่ปฏิบัติการ บนโรงพักตำรวจรายงานว่า

“ไม้พายอันนั้นมีคราบขนมเทียนและยาพิษ พร้อมกับมีลายมือบนไม้พายที่ไม่ใช่ของคุณพิมพา แต่เป็นของใครสองคนในบ้านนั้นแน่ๆและที่สำคัญที่สุด ขนมเทียนที่เรายึดมามีลายมือของคนสองคนตรงกันกับลายมือบนไม้พายด้วย”

ตำรวจสงสัยว่าต้องมีการสับเปลี่ยนขนมเทียนโดยพิมพาไม่รู้ตัว เขาจะต้องสืบหาเจ้าของลายมือให้พบก่อนจะดำเนินเรื่องในขั้นอื่นๆต่อไป พิมพายิ้มมีความหวัง ขณะนั้นเองครรชิตก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวนี้เช่นกันจากเพื่อนตำรวจ เขาวางหูยิ้มอารมณ์ดีที่มีหลักฐานช่วยแม่ของโนห์ราได้เสียที

และแล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตำรวจก็ไปที่บ้านอรรถกรคดีอีกครั้ง ปรุงจันทร์ตกใจมากถามว่ามาทำไมกันอีก ตำรวจแจ้งว่าพวกเขาพบหลักฐานชิ้นใหม่เป็นไม้พายที่ได้จากในสวนซึ่งมีคราบยาพิษกับขนมเทียนติดอยู่ ปรุงจันทร์หน้าซีดเมื่อได้ยินตำรวจขอตรวจลายนิ้วมือของทุกคนในบ้านว่าตรงกับบนไม้พายหรือไม่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.