ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปรุงจันทร์รีบปรับกิริยาพูดจาหวานขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าครรชิตเห็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตสำหรับการเข้ามาในครั้งนี้ เขาออกตัวว่า

“ต้องขอประทานโทษด้วยนะครับที่เข้ามาเงียบๆ ไม่ได้บอกล่วงหน้า”

“อ๋อ! ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่นี่เปิดต้อนรับคุณครรชิตเสมอ เมื่อสักครู่ที่เห็นท่านขุนกำลังจะลงโทษโนห์ราก็เพราะชอบโกหกและยังทำร้ายร่างกายลูกแขบ่อยมาก ท่านขุนต้องถอดเข็มขัดมาขู่ให้กลัวและหลาบจำค่ะ”

เวลานั้น แข่งแขแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอลงมาด้วยมาดสาวน้อยใสซื่อผู้อ่อนต่อโลก ครรชิตแสร้งชมเชยการแต่งตัวของเธอและขอตัวพาสาวน้อยออกจากบ้านไป ทางด้านพิมพากับโนห์รากลับมาถึงเรือนหลังเล็กด้วยอาการใจหายใจคว่ำ ชื่นรู้สึกไม่ต่างกันตามมาบ่นกับสองแม่ลูกว่า

“ใจหายแวบเลยค่ะ กลัวคุณโนห์รายับไปทั้งตัวไปรำละครไม่ได้อีก โชคดีนะคะที่คุณครรชิตมาช่วยไว้ทัน”

“เขาไม่ได้อยากมาช่วยหรอก เขาคงอยากมาช้าอีกสักนิดหนูจะได้โดนตีไปแล้ว สมใจคู่รักเขาล่ะสิ”

ชื่นแย้งไม่เห็นด้วย เธอคิดว่ามองดูจากสายตาของครรชิตแล้ว เขาไม่ได้รักชอบแข่งแขแต่อยากมาตอแยกับโนห์รามากกว่า เห็นทุกครั้งชอบสอดส่ายสายตามองหาใครสักคน พิมพาส่ายหน้าไม่เชื่อ ขณะที่โนห์ราได้ยินก็พาลพาโลพูดว่า

“เขาอาจดูว่าคุณแข่งแขจะรวยสักแค่ไหน เขาบ้าเงินนึกว่าเงินเป็นพระเจ้า คิดว่าทุกคนจะหลงเทิดทูนเหมือนกัน”

ฟากแข่งแข คนที่ถูกพูดถึงหยุดยืนดูสินค้าตรงหน้าร้านเพชร สาวน้อยรู้ทันว่าครรชิตคิดจะทำอะไร แต่เธอแกล้งทำงงไม่เข้าไปในร้าน ส่วนเจ้าของร้านรีบวิ่งถลาออกมาต้อนรับคนทั้งคู่ แข่งแขทำท่าไม่สนใจแต่ปรายตามองสร้อยเพชรเส้นหนึ่งที่น่าจะราคาแพงโขครรชิตดูจากอากัปกิริยาแล้วก็รีบชี้ไปที่สร้อยเส้นนั้น

เพียงครู่เดียวแข่งแขลืมตัวยื่นคอให้เจ้าของร้านใส่สร้อย ครรชิตยิ้มสะใจที่เธอไม่ต่างจากสาวคนอื่นๆ นี่ทำให้เขานึกถึงหญิงสาวอีกคน พอได้จังหวะช่วงที่แข่งแขชื่นชมสร้อยเพชร เขารีบขอตัวออกมาโทร.หาเยาวมาลย์ แจ้งความจำนงว่าเขาต้องการจ้างเธอให้ไปทำหน้าที่แทนพันธุมวดีเพื่อทดสอบและหาทางซื้อตัวโนห์ราอีกครั้ง ที่ผ่านมาไม่เคยสำเร็จสักครั้ง

ตกค่ำวันเดียวกัน ครรชิตพาแข่งแขไปยังโรงแรมที่โนห์ราแสดงรำ แรกๆหญิงสาวทำท่าไม่พอใจแต่เมื่อนึกได้ว่ามีสร้อยเพชรที่เขาซื้อให้อยู่บนคอ เธอเปลี่ยนท่าทีเดินไปพูดเบาๆกับรูปภาพว่า

“เห็นสร้อยเพชรนี่ไหมนังโนห์รา คุณครรชิตซื้อให้ฉัน เขารักฉันไม่ใช่แก”

ระหว่างที่ดูการแสดงบนเวที แข่งแขจ้องโนห์ราด้วยความหงุดหงิดและก่นด่าตลอดการแสดง ด้านครรชิตพยายามส่งสายตาหาหญิงสาวเช่นกัน แต่โนห์รากลับไม่สนใจมองเมินไปทางอื่นแทน เขามองท่าทีนั้นด้วยความขบขัน เมื่อการแสดงจบ คนดูปรบมือกันเกรียวยกเว้นแข่งแข กระทั่งครรชิตหันมาเห็น เธอไม่มีทางเลือกต้องปรบมืออย่างแกนๆ สักพักนึกขึ้นได้ว่า มันเป็นโอกาสดีที่ควรเยาะเย้ยโนห์รา เธอแสร้งพูดว่า

“ความจริงโนห์รามัน...เอ้อ...เขาก็รำสวยมาก ถึงเขาจะแอบอ้างว่าเป็นลูกคุณพ่อทำร้ายร่างกายแขบ่อยๆ แขก็ไม่ถือ แขไปแสดงความยินดีกับเขาดีกว่าค่ะ”

ครรชิตรู้ทันจะขอไปด้วย แต่แข่งแขรีบสกัดบอกว่าขอคุยกันฉันพี่น้อง เธอเกาะเกี่ยวเขาเดินไปมุมที่พวกนางรำกำลังเก็บของ เกษกนก อัปสรและต้อยติ่งเห็นคนทั้งคู่ดีใจทักกันเกรียว ครรชิตยืนดูห่างๆพยายามจะสบตาโนห์รา แต่เธอกลับเมินเดินหนีไปหาสมภพแทน พอสบโอกาสตอนสมภพเดินถอยห่างไปเก็บของ แข่งแขเดินไปหาโนห์รากระซิบด่าว่า

“เวลารำแกทิ้งสายตาให้คู่รักฉันทำไม แกดูนี่สิ เขาซื้อสร้อยเพชรเป็นการจับจองล่วงหน้าฉันไว้แล้วแกไม่เห็นหรือ”

“เห็นแล้ว เธอเสียอะไรล่วงหน้าไปแล้วบ้างล่ะแข่งแข แค่กอดจูบหรือมากกว่านั้น”

แข่งแขลืมตัวกรีดร้องจนทุกคนตกใจ โนห์รารีบเดินหนีไม่สนใจอีก พวกเกษกนกวิ่งมาหาแข่งแขถามว่าเป็นอะไร แต่เธอไม่ตอบกลับวิ่งไปหาครรชิตฟ้องว่าโนห์ราด่าตนที่เสียตัวให้กับเขาเพราะสร้อยเพชรเส้นนี้ ครรชิตแอบทำหน้าเบื่อ ส่วนเยาวมาลย์รีบตามประกบทำหน้าที่ทันที โนห์ราฟังข้อเสนอยังไม่ทันจบก็ออกปากไล่ด้วยความโมโห

ooooooo

ที่บ้านอรรถกรคดี ปรุงจันทร์พยายามหว่านล้อมให้ท่านขุนไล่พิมพาออกจากบ้านตามแผนร้ายของเธอกับทอง แต่ท่านขุนกลับบ่ายเบี่ยงว่า

“พี่อยากจะไล่ แต่คิดดูสิ แค่พี่ไม่ได้ประกันเขาออกมา ใครๆก็มองพี่ไม่ดีอยู่แล้ว เขากำลังมีปัญหาจะไปไล่เขาพี่ก็ยิ่งเสียหายใหญ่น่ะสิ ดีไม่ดีเขาลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ฟ้องร้อง พี่ก็ต้องเสียเงินทองทรัพย์สมบัติให้เขาครึ่งหนึ่ง ทีนี้ปรุงก็จะอด”

“ค่ะ ดิฉันขอโทษ เอ้อ...คุณพี่คะ ถ้าหากว่าแม่พิมพามันหนีประกันล่ะคะ”

“ตำรวจก็คงต้องออกหมายจับตามตัวกลับมา เงินประกันก็คงโดนยึด เธอคิดอะไรอยู่หรือปรุง”

ปรุงจันทร์ไม่ตอบ เดินไปยืนยิ้มตรงหน้าต่าง ในหัวมีแผนจะทำให้พิมพาหายตัวไปเหมือนหนีประกัน พลันท่านขุนได้ยินเสียงรถครรชิตมาส่งแข่งแขตรงหน้าบ้าน เขาเดินมาดูที่หน้าต่างอีกคน ปรุงจันทร์มองภาพนั้นแล้วเปรยว่าครรชิตดูหลงลูกสาวมาก ท่านขุนพูดเตือนอย่างผู้ชายที่ผ่านประสบการณ์มามากว่า

“อย่าให้เขาเอาแต่หลง เพราะมันไม่ยั่งยืน ผู้ชายด้วยกันอ่านสายตาเวลาเขามองผู้หญิงที่เขารักกับไม่ได้รักออก”

สองคนมองดูเหตุการณ์ข้างล่างด้วยความรู้สึกที่ต่างกันเพราะครรชิตแค่ทำหน้าที่สุภาพบุรุษเปิดประตูรถให้แข่งแขลง ในขณะที่หญิงสาวพยายามให้ท่าทุกวิถีทางและหวังจะได้รับจูบจากเขา ครรชิตอยากทำแต่ไม่อยากเสี่ยงโดนมัดมือชกเลยรีบถอยมาขึ้นรถแล้วขับออกไป แข่งแขผิดหวังสุดๆ ส่วนท่านขุนมองอย่างไม่ชอบใจในพฤติกรรมของลูกสาว

แข่งแขเดินคอตกเข้าบ้านมาเจอปรุงจันทร์ที่ลงมารออยู่ เสียงปรุงจันทร์ดังขึ้นว่า

“ทำไมทำโง่ๆอย่างนั้นลูกแข มัวแต่จดๆจ้องๆ อย่างนี้ไม่ได้กินหรอก”

“อ้าว! แล้วจะให้แขทำยังไง ที่ทำไปนี่แขก็อ่อยมากไปแล้ว ยังน้อยไปอีกหรือคะ”

ปรุงจันทร์นึกถึงภาพตัวเองสมัยสาวๆที่อ่อยพี่เขยตอนช่วงพี่สาวเพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ จนกระทั่งพี่เขยติดกับลักลอบได้เสียกันโดยพี่สาวไม่รู้เรื่องเลย เธอยิ้มภูมิใจในความฉลาดของตน เสียงแข่งแขเรียกชื่อจนปรุงจันทร์ออกจากภวังค์แล้วแนะว่า

“ทำไปเลย ทำไมต้องโง่รอให้ผู้ชายเริ่มต้นก่อน นัดกันเที่ยวหน้าอย่าให้พลาด รุกก่อน หาได้ที่ไหนผู้ชายใจถึงแบบนี้”

ทางด้านท่านขุน เวลานี้ได้แต่ครุ่นคิดเรื่องที่มีคนจ่ายค่าประกันให้พิมพา เขาคิดไม่ออกว่าจะมีใครกล้าจ่ายถึงขนาดนี้ พออดรนทนไม่ได้ต้องเดินลงไปหาภรรยาถึงเรือนเล็กหลังบ้าน ขณะนั้นพิมพากำลังทำขนม ท่านขุนเดินยิ้มเข้ามาโอบกอดแล้วพูดหวานขอโทษเรื่องจะไม่ว่าความให้เมื่อวันก่อน พิมพาปัดป้องด้วยความน้อยใจและรังเกียจตอบว่าตนไม่หวังในเรื่องนั้นเพราะมีทนายอาสามาช่วยแล้ว ท่านขุนทำท่าตกใจสวนกลับว่า

“ทนายอาสาไม่มีหรอก เธอโดนหลอกแน่ๆ ที่ฉันไม่ว่าความให้เธอเพราะเกรงใจคุณปรุงจันทร์ เข้าใจไว้ด้วย ฉันรู้ทุกอย่างก็เลยไม่อยากให้เขาเกลียดเธอมากขึ้น มันอันตราย ฉันจะหาทนายให้เธอใหม่”

ท่านขุนหอมแก้มไม่พูดอะไรต่อแล้วเดินยิ้มออกไป พิมพาตกใจแต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เวลาเดียวกันนั้น ครรชิตกำลังตำหนิพันธุมวดีเรื่องวันก่อนที่ให้เข้าไปสืบข้อมูลของโนห์ราในบ้านอรรถกรคดีแต่เธอกลับไปพูดจาใส่ร้ายแทนจนเกือบจะมีเรื่องราวใหญ่โต พันธุมวดีแก้ตัวอย่างมีเหตุผลทำให้รอดตัว แถมยังรายงาน เธอสงสัยว่าโนห์ราอาจจะไม่ใช่ลูกจริงของท่านขุนและยังเรื่องยาพิษในขนมเทียนที่ต้องมีคนในบ้านสมคบคิดกลั่นแกล้ง ครรชิตฟังอย่างสนใจและครุ่นคิด

สองวันถัดมา ท่านขุนพาทนายคนหนึ่งมาหาพิมพาและบอกว่าเขาจะเป็นคนว่าความในคดีให้กับเธอ พิมพารีบถามว่าค่าทนายจะเป็นเงินเท่าไร พอรู้ว่าต้องใช้เงินเป็นหมื่น เธอตกใจเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่สามพันบาท ท่านขุนยิ้มมีเลศนัยพูดว่า

“ทำตกใจไปได้ ฉันให้เองอีกเจ็ดพัน เธอเอามาแค่สามพันให้คุณทนาย ดูเอาเถิดภรรยาผม เงินแค่นี้ไม่กล้าบอกผม”

ทนายสั่งความให้พิมพาไปหาเขาที่สำนักงานในวันรุ่งขึ้น พิมพาถอนใจอย่างโล่งอกระคนแปลกใจแต่ไม่ได้คิดซับซ้อนว่าจะมีอะไรไปมากกว่านั้น ท่านขุนได้ทีสำทับต่อให้ภรรยาไปบอกเลิกทนายอาสาเสีย วันถัดมาทนายอาสารายงานครรชิตเรื่องพิมพามาขอเปลี่ยนทนายใหม่ผ่านทางสารวัตร ครรชิตงงแต่ไม่ว่าอะไร เช่นเดียวกับโนห์ราแปลกใจเมื่อได้ฟังเรื่องทนายจากปากของแม่ เธอเตือนพิมพาว่าอย่าเพิ่งไว้ใจใครเกินไป พิมพาพยักหน้าเข้าใจเพราะเธอเข็ดกับเรื่องที่ผ่านมา

บ่ายวันเดียวกัน สองแม่ลูกมายืนหน้าออฟฟิศตามคำบอกของทนาย แต่พบว่าประตูถูกใส่กุญแจล็อกไว้ ถามไถ่คนแถวนั้นจึงทราบว่าถูกหลอกเพราะที่นั่นไม่ใช่สำนักงานทนายความ บริษัทเดิมที่เคยอยู่ก็ปิดมาเป็นปีแล้ว พิมพากับโนห์ราเข่าอ่อนเสียดายเงินที่สูญไป
“เงินสามพันของเรา เงินเจ็ดพันของท่านขุน หมดกันแล้วลูก”

พิมพาทำท่าจะเป็นลม โนห์ราประคองแม่แววตาโกรธขึ้ง ทั้งคู่แล่นมาพบท่านขุนถึงที่ทำงาน ส่วนท่านขุนทำหน้าตาใสซื่อแกล้งบอกว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น คงจะมีคนมาสวมรอยแทนแล้วพาลโทษภรรยาที่ทำให้เขาต้องเสียเงินไปเปล่าๆ เขาทำทีต่อโทรศัพท์หาเพื่อนทนายชื่อวีระให้จัดการเรื่องนี้แทน สองแม่ลูกฟังอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าค่าทนายปาเข้าไปถึงหนึ่งแสนบาท!

ooooooo

ตกดึกคืนนั้น ท่านขุนเอาเรื่องมาเล่าให้ปรุงจันทร์ฟัง เธอหัวเราะสะใจและชมท่านขุนว่าเล่นละครตบตาได้เก่งมาก

“ทีนี้พวกมันก็ไม่มีปัญญาหาเงินจ้างทนาย พอได้เวลาขึ้นศาลไม่มีทนายถูกจับเข้าคุกแน่ๆ”

“ใจเย็นๆปรุง แค่นี้เขาก็ไม่รอดแล้ว อย่าไปทำอะไรที่เพลี่ยงพล้ำอีก พี่จะตามแก้ไขให้ไม่ไหว อย่านึกว่าตำรวจโง่นะ”

ปรุงจันทร์ทำสีหน้าไม่เชื่อถือในคำเตือนนั้น ด้านพิมพาเกิดหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ เธอเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนโนห์ราต้องปลอบและให้กำลังใจแม่ว่าตนจะทำทุกวิถีทางหาเงินมาจ่ายค่าทนายให้จงได้ ในใจคิดถึงข้อเสนอซื้อตัวเธอจากทั้งของพันธุมวดีและเยาวมาลย์ เธอจะรอให้ถึงที่สุดจึงจะยอมขายตัวให้กับครรชิต โนห์ราใจหายหากมีวันนั้นจริงๆ

รุ่งขึ้น ครูบุนนาคเอ่ยปากถามถึงเรื่องของพิมพา โนห์ราได้โอกาสรีบขอร้องครูให้ช่วยหางานเพิ่มเพื่อเก็บเงินเอาไปจ้างทนายสู้คดี ครูบุนนาคกอดเธอด้วยความสงสารในโชคชะตาที่อาภัพยิ่ง พร้อมกันนั้น โนห์ราแจ้งว่าเธอขอถอนตัวไปรำที่ซีแอตเติลด้วยเพราะคดีของแม่ยังไม่สิ้นสุด ครูพยักหน้าเข้าใจ
เมื่อเดินออกมานอกห้องก็บังเอิญเจอกับพวก

เกษกนก โนห์ราถูกคาดคั้นให้ถอนตัวจากคณะและการไปต่างประเทศ เธอไม่ตอบพยายามเดินหนี กระทั่งครูบุนนาคต้องออกมาปรามให้หยุดแล้วบอกว่าโนห์รามาขอถอนตัวแล้ว พวกเกษกนกตกใจและดีใจระคนกัน ก่อนจะรีบเดินหายเข้าไปในห้องซ้อมรำ ส่วนสมภพเมื่อทราบข่าวก็สงสัยและตั้งใจจะไปพบโนห์ราที่บ้านเพื่อถามให้ได้ความ

ตกเย็น พิมพากับโนห์ราวุ่นวายเตรียมทำขนมกันมือเป็นระวิง ชื่นเข้ามาช่วย ในขณะที่ก่องแก้วแอบดูแล้วแจ้นกลับไปรายงานให้นายกับยายทองรู้ในเรื่องนี้ พวกนั้นนั่งฟังหัวเราะขัน ปรุงจันทร์สั่งการให้ทองไปจัดการเรื่องนี้โดยด่วน

วันรุ่งขึ้น ทองติดตามโนห์ราที่หิ้วขนมไปขายยังตลาด ยายทองเดินป่าวประกาศใส่ร้ายไปทั่วจนไม่มีร้านไหนรับซื้อขนมแม้แต่ร้านเดียว โนห์ราหน้าเศร้าผิดหวังสะอื้นไห้ในอก ทองแอบมองดีใจพูดกับตัวเองว่าแผนสำเร็จแล้ว เมื่อขายขนมไม่ได้ โนห์ราตัดสินใจกลับบ้านมาบอกแม่ พิมพาเข้าใจสถานการณ์ที่ลูกสาวไปเผชิญมา

“หนูไม่ต้องพูดหรอก แม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรังเกียจขนมของเรา เราคงทำขนมขายอีกไม่ได้แล้ว”

พวกปรุงจันทร์เดินเข้ามาเยาะเย้ยและแนะให้เอาขนมทั้งหมดไปทิ้งน้ำดีกว่า ชื่นมองตามแล้วบอกว่าไม่มีใครรู้เรื่องยาพิษในขนม ต้องมีใครไปพูดใส่ร้ายกับพวกแม่ค้าไว้ล่วงหน้า โนห์ราผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรงฉวยตะกร้าขนมออกไปอย่างรวดเร็ว พิมพาเรียกไม่ทัน แต่โชคของสองแม่ลูกยังพอมีอยู่บ้าง เพราะสมภพลงจากรถเมล์จะมาหาโนห์ราพอดี เขาเห็นเธอเดินถือตะกร้าขนมมุ่งไปยังท่าน้ำ เขารีบเรียกแล้ววิ่งตาม

โนห์ราพาสมภพมาหาพิมพาด้วยสีหน้าดีใจ บอกกับแม่ว่าเพื่อนของตนจะช่วยขายขนมให้ โดยสมภพให้ความมั่นใจว่า

“บ้านผมขายขนมเหมือนกันครับ ขายดีมากมีคนมาขอรับไปขายเยอะแยะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครซื้อหรอกครับ”

ชื่นกับพิมพารับฟังข่าวดีนั้นด้วยความสุขและโล่งใจ สองแม่ลูกมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น ทุกๆวันที่ผ่านไปนับจากนั้น กิจวัตรประจำวันของสองแม่ลูกเต็มไปด้วยการทำขนมส่งขาย เอาพืชผักสวนครัวและดอกไม้ไปส่งขายที่ตลาดโดยมีก่องแก้วสายสอดรู้ประจำบ้านกับพวกครรชิตเฝ้ามอง ยิ่งกว่านั้น สองแม่ลูกไม่ยอมแพ้ออกไปตั้งร้านขายข้าวแกงเพิ่มรายได้อีก ทั้งพันธุมวดีและเยาวมาลย์ต่างเอาข้อมูลไปรายงานครรชิต เขาสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะเหตุใดสองแม่ลูกจึงหาเงินขนาดนี้

ครรชิตตามไปเฝ้าโนห์รารำตามโรงแรมต่างๆ เขาพยายามถามถึงเหตุผลแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบเสียทีแถมยังถูกผลักไสจากเธอทุกครั้งที่เจอหน้า แม้จะส่งเยาวมาลย์ไปทาบทามถามและส่งข้อเสนออีกครั้งก็ไม่สำเร็จ ทางด้านก่องแก้วเอาเรื่องเดียวกันไปรายงานปรุงจันทร์ว่า

“ทีนี้ทำกันเป็นล่ำเป็นสันเลยค่ะ ได้ยินว่าขนมนั่นเอาไปขายที่บ้านคู่รัก ข้าวแกงก็ขายข้างถนนกันสองคนแม่ลูก มันเอาทุกท่าค่ะ กระดาษหนังสือพิมพ์ยังเอามาพับทำถุงขาย แถมยังปลูกผักปลูกหญ้าปลูกดอกไม้ไปขายอีกด้วยค่ะ”

ทองเปรยว่าป่านนี้สองแม่ลูกนั่นคงมีเงินเก็บมากมาย แข่งแขร้องกรี๊ดไม่พอใจพูดขึ้นว่าพวกมันจะมีเงินไปจ้างทนายได้แน่ๆถ้าทำแบบนี้ ตรงกันข้ามกับปรุงจันทร์ที่ไม่เชื่อว่าพวกนั้นจะหาเงินครบแสนได้ เธอคิดหาทางกำจัดจุดแข็งของมารหัวใจโดยสั่งให้บ่าวคนสนิทสองคนไปจัดการต้มน้ำร้อนแล้วเอาไปเทรดสวนผักและดอกไม้ของสองแม่ลูก

พิมพากับโนห์รากลับมาถึงบ้านในคืนนั้น ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆในสวนแต่ไม่ได้เอะใจ พิมพากลับคิดว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สั่งให้ลูกสาวรีบเข้าบ้านนอนดีกว่า ด้านชื่นได้ยินเสียงเช่นกัน เมื่อออกมาดูเห็นแต่สองยายหลานเดินหิ้วถังน้ำมาวางแถวหน้าห้องตัวเอง เธอได้แต่แปลกใจสงสัย ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก

ooooooo

ฟ้าสางวันถัดมา พิมพาตื่นแต่เช้ามาเตรียมจัดขนมใส่ตะกร้ารอให้ลูกสาวนำไปส่งที่บ้านสมภพ โนห์ราเดินยิ้มบอกว่า

“เดี๋ยวหนูมานะจ๊ะแม่ วันนี้ดอกไม้คงบานกันเยอะกว่าทุกวัน แม่รอหนูกลับมาก่อนค่อยตัดนะจ๊ะ”

พิมพาพยักหน้าเข้าใจแล้วก้มหน้าเตรียมทำอาหารข้าวแกงต่อ ขณะนั้นที่ตึกใหญ่ ปรุงจันทร์ลงมาถามทองกับก่องแก้วถึงงานที่สั่งให้ทำเรียบร้อยหรือไม่ สองยายหลานหัวเราะพยักพเยิดกัน ชื่นมองสงสัยก่อนจะเห็นแขนของทั้งคู่มีรอยแดงพองเหมือนถูกน้ำร้อนลวก เธอถามอย่างเป็นห่วงตามประสาเพื่อนร่วมบ้าน

“แขนเป็นอะไรน่ะ ยายทอง นังก่อง”

สองคนมองหน้ากันรีบหดแขน ไม่ตอบอะไร ชื่นมองถังน้ำอีกครั้ง เวลานั้นโนห์รากลับมาจากส่งขนมแล้ว เธอชวนแม่ให้ออกไปตัดผักกับดอกไม้ แต่เมื่อเห็นสภาพสวนแล้ว ทั้งคู่ต้องตกตะลึงเพราะต้นไม้ทั้งหมดใบเหี่ยวเฉายืนต้นตาย

“ดอกไม้ ผักสวนครัวของเรา ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เมื่อวานยังดีอยู่เลย”

แข่งแขและปรุงจันทร์ทำเป็นเดินได้จังหวะมาพบเจอพอดี โดยมีก่องแก้วเดินอมยิ้มตามมาเช่นกัน เสียงปรุงจันทร์ถาม

“ไงจ๊ะ ได้ข่าวว่าทำผักสวนครัว ปลูกดอกไม้ขายกัน จะมาขอปันสักสี่ห้าช่อไปปักแจกัน เพราะจะมีแขกมาบ้านอีกแล้ว อ้อ...นังทองฝากมาขอปันพริกขี้หนูสวนไปทำน้ำพริกด้วยนะ”

พิมพากับโนห์รามองพวกที่เข้ามารู้ทันทีว่ามาเยาะเย้ยและต้องเป็นคนกลั่นแกล้งแน่ โนห์ราขยับปากจะพูดแต่พิมพารีบกระซิบเตือน

“อย่าแลกกับคนพาลเลยลูก”

สองแม่ลูกได้แต่เจ็บใจก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน พวกปรุงจันทร์หัวเราะชอบใจที่กลั่นแกล้งได้สำเร็จ หลังกลับเข้ามานั่งในบ้าน โนห์ราตัวสั่นด้วยความโกรธและโมโห พิมพาตรงเข้ากอดปลอบลูกสาวให้ใจเย็นๆ โนห์ราพูดน้ำตาคลอว่า

“พวกเขาแกล้งเราทุกอย่างทั้งเรื่องยาพิษด้วย มันต้องมีหลักฐานหลงเหลืออยู่แน่ๆ หนูจะพยายามหาหลักฐานให้พบให้ได้ ทั้งเรื่องคุณตาวงศ์ด้วย”

สายๆวันนั้น ครรชิตหาเรื่องมาบ้านอรรถกรคดี เขาทำทีขออนุญาตท่านขุนกับปรุงจันทร์พาแข่งแขออกไปเที่ยวข้างนอก แต่เมื่อมานั่งรอในตึกใหญ่ สายตา

เขากลับสอดส่ายไปทางเรือนหลังเล็กเพื่อหวังจะเจอเงาของโนห์ราบ้างก็ยังดี แข่งแขหน้าบานเป็นจานเชิงแต่งตัวให้สวยสุดฤทธิ์ ปรุงจันทร์เดินออกมาส่งลูกสาวพร้อมกับกระซิบข้างหูเตือนให้นึกถึงคำสอนในวันก่อน ส่วนปากเจรจาอ่อนหวานกับครรชิตว่า “ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของแม่ให้ดีด้วยนะคะ”

“สวัสดีครับ คุณปรุงจันทร์ ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดครับ วันนี้น้องแข่งแขแต่งตัวสวยมากครับ”

ชายหนุ่มหยอดกลับทำให้สาวน้อยแข่งแขถึงกับปลื้มลืมโลก หลังจากส่งลูกสาวขึ้นรถเรียบร้อย ปรุงจันทร์นึกกระหยิ่มหวังว่าครรชิตจะโดนแข่งแขมัดมือชกจนสำเร็จในวันนี้ ด้านพิมพากับโนห์ราขมีขมันขายข้าวแกงโดยไม่สนใจเรื่องรอบตัวเนื่องจากลูกค้าติดใจในรสมือมากินกันไม่ขาดสาย

ครรชิตขับรถพาแข่งแขผ่านมาเห็นเข้า ก็ให้เกิดอารมณ์สงสารยิ่งนัก เขาชะลอรถให้ช้าลงจนกระทั่งโนห์ราเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี เธอสะบัดหน้าเมินไปอีกทางพร้อมกับรีบตักข้าวส่งให้พิมพา แข่งแขยิ้มเย้ยๆ แล้วไขกระจกมาพูดจาดีด้วย เผอิญมีลูกค้าบ้วนปากน้ำกระเซ็นโดนหน้าแข่งแขจนเกือบจะมีเรื่อง ครรชิตต้องรีบเหยียบคันเร่งกระชากรถหนี

ตกเย็น โนห์ราแต่งตัวเตรียมพร้อมจะไปรำที่โรงแรม แต่แล้วเห็นพิมพานั่งนับเงิน เธอจึงช่วยนับพร้อมกับทวนว่า

“ค่าขนม ค่าดอกไม้ ค่าผักสวนครัว ค่าขายข้าวแกง พับถุงและค่ารำของหนู ห้าพันกว่าบาทแล้ว แม่จ๋า”

“กว่าจะได้เท่านั้นใช้เวลาตั้งหลายวัน ในหนึ่งเดือน เราคงไม่มีปัญญาหาเงินได้ครบแสนแน่ๆ คดีของแม่มันคงสิ้นสุดไปก่อนที่จะหาเงินครบหรอก”

“บางทีเราอาจหาทนายที่ราคาถูกกว่านั้น หนูไม่เชื่อคุณพ่อหรอก คุณพ่อแกล้งแม่ ตั้งแต่เรื่องทนายปลอมนั่นแล้ว”

พิมพาพยักหน้าเห็นด้วย ท่าทีของสามีในวันที่เธอถูกคุมขังบ่งบอกให้รู้ว่าเขาอยากให้เธอติดคุก ที่นอกบ้าน ก่องแก้วตาลุกโพลงเมื่อเห็นเงินก้อนโต เธออยากได้มันมากในใจเริ่มคิดหาวิธี ขณะนั้นสมภพกำลังจะเดินไปรับโนห์ราในบ้าน เขาตกใจที่จู่ๆมีคนวิ่งชน แต่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรเพราะคิดว่าคนในบ้าน
คงจะรีบร้อนไปไหนเท่านั้น

ooooooo

หลังออกจากบ้านอรรถกรคดีมาแล้ว ครรชิตพาแข่งแขไปโรงแรมเดิมที่โนห์ราทำงานอยู่ เมื่อเดินผ่านภาพโฆษณารำมโนห์รา เขาอดไม่ได้ที่จะหยุดมองจนแข่งแขค้อนควักพึมพำด่ารูป เสียงเธอถามว่าจะดูรำอีกแล้วหรือ ครรชิตส่ายหัวบอกตามใจแข่งแข ประจวบเหมาะสมภพเดินคู่เข้ามาพร้อมกับโนห์รา ครรชิตลืมตัวมองตามหงุดหงิด แข่งแขรีบเกาะแขนเขาแน่นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

“ดูสิคะ สนิทสนมกันดีมาก ท่าทางสองคนนี่จะลงเอยกันเร็วๆนี้แล้วนะคะ อ้อ...คืนนี้ แขอยากเข้าไนต์คลับค่ะ”

ครรชิตตามใจหญิงสาว แต่เมื่อเห็นเครื่องดื่มที่แข่งแขสั่ง เขานึกในใจว่าคิดผิดเสียแล้วเพราะเธอเล่นสั่งแชมเปญแทนน้ำหวาน แม้ว่าเขาจะเอาชื่อปรุงจันทร์มาอ้างไม่ให้สั่ง แข่งแขยิ้มขบขันดึงดันสั่งมาจนได้ หลังพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เธอจิบแล้วทำท่าสำลักนิดหน่อยก่อนจะอ้อนครรชิตให้พาไปเต้นรำ เขาไม่ขัด แต่เจ้ากรรมเพลงดันเป็นแบบสโลว์ซบจนเขาอึดอัดต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

แข่งแขกลับมานั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะไม่รู้จะทำอะไรดียกแชมเปญและเหล้ามาดื่มฆ่าเวลารอชายหนุ่ม เมื่อหมดก็เรียกพนักงานมาสั่งเพิ่ม ในหัวคิดแต่จะเผด็จศึกครรชิตยังไงดีตามคำสอนของปรุงจันทร์ ด้านครรชิตไม่ได้ไปห้องน้ำตามคำบอก เขาโผล่เข้าไปในห้องรำไทย เวลานั้นโนห์รากำลังยิ้มหวานกับแขก
คนอื่นๆ เธอถึงกับชะงักสบตาก่อนจะเมิน ครรชิตหัวเราะขำกับท่าทางของเธอ จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งเขานึกขึ้นได้ว่าปล่อยแข่งแขให้อยู่คนเดียวนานไปแล้ว

โชคดีที่ครรชิตกลับไปหาแข่งแขทัน เธอกำลังมีเรื่องกับชายคนหนึ่งที่คิดว่าแข่งแขเป็นไก่หลง เธอเอาเหล้าสาดหน้าเขาด้วยความเมา เสียงแข่งแขอ้อแอ้เล่าว่า

“มันอยากบังอาจ แขก็เลยเอาเหล้าสาดหน้ามัน ตบหน้ามัน ถีบอีกโครมดีไหม”

ครรชิตถอนใจเฮือกใหญ่รีบประคองแข่งแขออกจากไนต์คลับทันที เธอเสียงดังโวยวายจนชายหนุ่มแทบจะแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอาย ขณะนั้นโนห์รารำเสร็จแล้วเดินออกมาเจอคนทั้งคู่ตรงล็อบบี้พอดี เธอทำเป็นไม่สนใจฉุดแขนสมภพให้ไปยืนคอยรถเมล์ข้างนอก แต่ให้บังเอิญว่ารถครรชิตจอดอยู่ใกล้ๆป้ายพอดี ทั้งโนห์ราและสมภพได้ยินครรชิตพูดว่า

“น้องแข นอนไม่ได้ครับ ไปขึ้นรถก่อน กลับบ้านกันเถอะนะ กลับบ้านครับ”

“เดินไม่ไหวแล้ว อุ้มไปหน่อยนะคะ”

โนห์ราปรายตามองมาอย่างเย้ยๆ และสมเพชในคราวเดียวกัน ครรชิตจำใจอุ้มแข่งแขมาที่รถก่อนจะถูกเธอคลุกวงในกอดจูบเขาเป็นพัลวัน เมื่อเขาปัดป้องกลับเป็นว่าคนข้างนอกเห็นเขากำลังสมยอมกอดจูบด้วย สมภพมองภาพนั้นด้วยความอัศจรรย์ใจเอ่ยปากถามเพื่อนสาวว่า

“นั่นเขาจะพากันไปโรงแรมหรือไงไม่ทราบ ญาติเธอน่ากลัวจังเลยนะโนห์รา ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งทำตัวแบบเมื่อกี้ เราจะตบให้ลงไปกองกับพื้นเลยทีเดียว”

ด้านครรชิตประสาทเสียเพราะแข่งแขกำลังเมาได้ที่ มือก็ไขว่คว้าดึงแขนเขาทำให้รถส่ายไปมา ทันใดนั้นมีรถสวนมา ครรชิตตัดสินใจหักหลบอย่างเร็วจนไปชนกับประตูของโรงแรมม่านรูดเข้าพอดี รถจอดสงบนิ่ง ครรชิตหันไปมองแข่งแขก็ตกใจเพราะมีเลือดออกข้างขมับ โชคชะตาเล่นตลกยังไม่สุด ดันมีรถสายตรวจผ่านมาเจอเข้าอีก ความซวยมาเยือนเขาจริงๆ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ท่านขุนกับปรุงจันทร์นั่งคุยกันที่ระเบียงหน้าบ้าน เสียงต่อว่าดังมาจากท่านขุน

“เธอไม่ควรปล่อยให้ลูกแขไปไหนมาไหนดึกๆดื่นๆ กับผู้ชายแบบนี้ มันไม่เหมาะสมสำหรับเด็กสาวนะ ปรุง”

“งั้นดูนั่นสิคะ แม่นางรำเอกของคุณกำลังล่ำลาผู้ชายอยู่นั่น กลับดึกกลับดื่นทุกคืน ไปนอนโรงแรมไหนมาแล้วก็ไม่รู้ ทำไมไม่ด่าว่ามันบ้างคะ”

ท่านขุนมองตามกิริยาบุ้ยใบ้ของปรุงจันทร์ เขาไม่รู้สึกเดือดร้อนแต่อยากดุตามคำยุของปรุงจันทร์เท่านั้น ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก ยายทองวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานว่า

“ท่านขุน คุณปรุงขา เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ตำรวจโทร.มาบอกว่าคุณครรชิตพาคุณแขขับรถไปชนประตูหน้าโรงแรมม่านรูด คุณแขสลบเหมือดค่ะ”

ทั้งท่านขุนและปรุงจันทร์ตกใจลุกพรวดด้วยความรู้สึกต่างกัน คนหนึ่งตกใจเพราะเป็นห่วงลูกสาว ส่วนอีกคนตกใจที่แข่งแขเผด็จศึกชายหนุ่มสมใจคนสอนยิ่งนัก ด้านโนห์รายืนนิ่งฟังครู่หนึ่งแล้วเดินจากไปเงียบๆ ตรงกันข้ามกับสถานการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนนี้ ครรชิตกับไวพจน์ยืนมองสภาพแข่งแขที่นอนสลบมีผ้าพันรอบศีรษะ ทั้งคู่กำลังมึนว่าจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร เสียงไวพจน์ดังขึ้น

“เสียใจด้วยนะครรชิต คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าจิ้งจอกสังคมอย่างนายไม่ได้ตั้งใจจะพาเด็กคนนี้เข้าโรงแรม แต่ภาพมันฟ้อง ถ้าเด็กนี่ถ้าอายุเกินยี่สิบนายก็รอดตัวไป ถ้าไม่ถึง นายก็โดนคดีพรากผู้เยาว์อีกกระทง แล้วถ้าพ่อแม่เขาอยากจะ...”

ครรชิตกุมขมับ ไม่นานนักพ่อแม่ของแข่งแขก็มาถึง ปรุงจันทร์ปราดเข้าไปตบหน้าครรชิตแล้วต่อว่าอย่างรุนแรง ในขณะที่ท่านขุนไม่ห้ามจนไวพจน์ต้องจัดการเอง ครรชิตรีบอธิบายว่า

“สลบไปครับ เอกซเรย์แล้วสมองไม่มีอะไร ร่างกายก็ไม่มีส่วนไหนแตกหักเสียหายครับ”

“เสียตัวแล้วน่ะหรือไม่เสียหาย” ปรุงจันทร์กระชากเสียงถาม

ขณะที่ท่านขุนย้อนถามครรชิตว่ามีแต่กลิ่นเหล้าออกมาจากตัวแข่งแข เขามอมเหล้าลูกสาวตนหรือ ครรชิตคอตกเล่าว่าแข่งแขให้ตนพาไปไนต์คลับ พอเขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพียงไม่นาน กลับมาก็พบสภาพเธอเมามาย พยายามจะพากลับบ้านแต่เธอฉุดพวงมาลัยรถทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไวพจน์ไกล่เกลี่ยว่า

“เรารับผิดชอบแน่ครับ ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล และค่า...เอ้อ ค่าทำขวัญ”

ท่านขุนจ้องหน้าทั้งพี่และน้องอย่างข่มขวัญก่อนจะถามว่าค่ารักษาชื่อเสียงลูกสาวตน จะเอาอะไรมารักษา แล้วใครจะเป็นพยานในเรื่องครรชิตกำลังพาลูกสาวตนกลับบ้านจริงๆ ชายหนุ่มพยายามนึกย้อนเหตุการณ์ก่อนจะโพล่งออกมาว่า

“คุณโนห์ราอยู่ตรงนั้นตอนที่ผมพยายามพาน้องแขมาขึ้นรถ เธอเป็นพยานให้ผมได้ครับ ผมมั่นใจว่าเธอได้ยินผมบอกให้น้องแขกลับบ้านอย่างแน่นอน”

แต่ปรุงจันทร์สวนกลับว่าถ้าโนห์ราไม่ยืนยันว่าเขาจะพาลูกสาวตนกลับบ้านจริง เขาต้องรับผิดชอบชื่อเสียงของแข่งแขด้วยการแต่งงานกับเธอ สองพี่น้องยืนตะลึงกับคำพูดประโยคนั้น ไวพจน์ได้แต่ครางว่า “ไอ้เสือ ตายละหว่า”

ooooooo

วันต่อมา แข่งแขดีใจเนื้อเต้นเมื่อรู้ข่าวว่าครรชิตอาจจะต้องแต่งงานกับเธอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เพราะทุกคนเข้าใจว่าเขามอมเหล้าพาเธอเข้าโรงแรม ท่านขุนกับปรุงจันทร์จึงต้องการรักษาชื่อเสียงด้วยเหตุผลนี้ ปรุงจันทร์สำทับกับลูกสาวว่า

“ต้องบอกทุกคนว่าถูกเขาลวนลามไปแล้วรู้ไหม เวลานี้คุณพ่อน่ะไม่ได้มีงานมากเหมือนแต่ก่อน เราจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อพยุงฐานะและนี่เป็นโอกาสดีของเราแล้วที่จะได้เงินก้อนใหญ่”

“แปลว่าคุณแม่จะให้แขปรักปรำเขาใช่ไหมคะ แต่คุณครรชิตเขาไม่ได้ทำเขาจะยอมตกลงง่ายๆหรือคะ”

“จะง่ายหรือยากเขาก็ต้องตกลง เราจะมัดมือชกเขาให้ได้ รู้ตัวบ้างไหมว่านังโนห์รามันเห็นตอนที่คุณครรชิตเขาบอกให้หนูกลับบ้านแล้วหนูไม่ยอมกลับ อย่ายอมให้มันเป็นพยานปากเอกในเรื่องนี้ อยู่เฉยๆ คอยแสดงละครตามบทที่วางไว้”

ทางด้านครรชิตยืนยันกับพี่ชายว่าตนไม่ได้ปล้ำแข่งแข มีแต่ฝ่ายโน้นพยายามจะลวนลามตนมากกว่า ไวพจน์ฟังเรื่องด้วยความอ่อนใจที่น้องชายมีปัญหาเรื่องผู้หญิงไม่จบไม่สิ้น พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายมาจากท่านขุนให้เขาไปยืนยันความบริสุทธิ์ที่บ้าน ครรชิตวางสายกลุ้มใจมืดมนหนทางแก้ไขปัญหา

ท่านขุนวางแผนกับปรุงจันทร์อย่างเคร่งเครียดพร้อมกับเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเล็ก เสียงปรุงจันทร์คาดคั้นว่า
“ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ คุณพี่ต้องจัดการทั้งขู่ทั้งปลอบให้นังเด็กโนห์ราปรักปรำคุณครรชิตให้ได้ เพื่อให้ทางฝ่ายเรามีน้ำหนักที่จะจัดการกับคุณครรชิต ทำครั้งนี้เพื่อลูกเพื่อฐานะของครอบครัวเราค่ะ”

ขณะนั้นทั้งคู่เห็นก่องแก้วกำลังทำท่าลับๆล่อๆ แอบดูสองแม่ลูก เมื่อหันมาเห็นคนทั้งสอง ก่องแก้วสะดุ้งสุดตัวรีบก้มหน้าก้มตาวิ่งกลับตึกใหญ่ สองคนเดินเข้าไปในบ้านแล้วพบว่าพิมพากับโนห์รากำลังนับเงินและเตรียมเอาของไปขาย เสียงท่านขุนพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน

“โนห์รา พ่อมีเรื่องมาขอร้องให้ช่วยแข่งแขที่โดนคุณครรชิตปล้ำแล้วจะพาเข้าโรงแรม ขอให้พูดเข้าข้างแข่งแขนะ พิมพาช่วยอธิบายให้ลูกเข้าใจด้วยและคิดซะว่าการช่วยเหลือแข่งแขครั้งนี้คือการตอบแทนบุญคุณของพ่อก็แล้วกัน”

สองแม่ลูกนั่งเงียบ ท่านขุนเกลี้ยกล่อมต่อด้วยความหนักใจเพราะที่ผ่านมาแข่งแขทำกับพวกเขาไว้ มาก ไม่รู้จะยอมช่วยเหลือหรือไม่ โนห์รายังไม่ให้คำตอบแต่กังวลใจเพราะรู้ดีว่าความจริงเป็นเช่นไร ด้านครรชิตส่งไวพจน์ให้ช่วยมาพูดกับโนห์ราแทนตัวเอง โนห์รารู้ทันทีเมื่อเห็นไวพจน์ลงจากรถเดินตรงมาหาเธอตรงที่ขายข้าวแกง

“ผมมาขอร้องคุณโนห์ราให้ช่วยพูดความจริง เรื่องน้องชายผมกับคุณแข่งแข และถ้าคุณช่วยเขาผมจะตอบแทนเรื่องของคุณแม่...”

โนห์ราพื้นเสียเมื่อได้ยินว่าเขาจะใช้เงินฟาดหัวแม่และเธอเป็นการติดสินบนในเรื่องนี้ ไวพจน์คิดผิดมหันต์ที่จะใช้วิธีนี้เพราะท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไปแทบจะทันที เธอเดินเข้ามากระซิบดุดันว่า

“ฝากบอกน้องชายคุณด้วย ถึงฉันจำเป็นจะต้องใช้เงินแสนก็จริง แต่ฉันไม่มีวันรับเงินที่มาจากเจตนาสกปรกของเขา”

วันรุ่งขึ้นที่ห้องรับแขกบ้านอรรถกรคดี แข่งแขนั่งร้องไห้กระซิกๆ ปรุงจันทร์ทำเป็นปลอบ ส่วนท่านขุนเล่นบทเลือดเย็นใส่ครรชิตที่นั่งหน้าเครียด โนห์ราเดินเข้ามาโดยไม่สนใจใคร ท่านขุนกับปรุงจันทร์รีบเอาใจก่อนจะเริ่มชี้นำว่า

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พูดความจริงออกมาให้หมด วันที่เกิดเรื่องหนูเห็นเหตุการณ์อะไรบ้าง”

“หนูไปคอยรถเมล์ตรงนั้นและไม่มั่นใจว่าแข่งแขเมาหรือเปล่า เห็นแต่เขาอุ้มแข่งแขขึ้นรถและทำท่าคล้ายๆจะกอดจูบกัน แต่หนูไม่ได้ยินเสียงคุณครรชิตพูดว่าจะพาแข่งแขกลับบ้านเพราะมีเสียงรถผ่านมาพอดี ตอนนี้...หนูได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีจบแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”

ครรชิตลุกพรวดขึ้นชี้หน้าโนห์ราว่าเธอต้องได้ยิน เธอโกหกอย่างหน้าไม่อาย โนห์ราไม่ตอบโต้แต่รีบเดินเชิดออกไปในทันที เมื่ออยู่นอกบ้านแล้ว เธอยืนนิ่งเสียใจที่ต้องพูดออกไปเช่นนั้นเพราะต้องทดแทนพระคุณของพ่อ

ที่ด้านในห้องรับแขก หลังจากฟังสิ่งที่โนห์ราเล่าแล้ว ครรชิตเริ่มโวยวาย เช่นเดียวกับปรุงจันทร์พูดเสียงแข็งให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำสลับกับเสียงร้องไห้ของแข่งแข ในที่สุดท่านขุนก็สรุปรวบรัดว่า

“หมั้นกับแข่งแขเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องแต่งงานค่อยว่ากันทีหลัง ผมให้เวลาคุณจัดการเรื่องนี้เจ็ดวัน”

ครรชิตขอกลับไปคิดดูก่อนแล้วจะให้คำตอบภายหลัง ท่านขุนปรามให้ทั้งปรุงจันทร์และแข่งแขเงียบอย่าได้บีบคั้นครรชิตมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะเสียเรื่อง ทั้งคู่จึงเงียบลงในที่สุด เช่นเดียวกับไวพจน์ที่เห็นด้วยว่าให้ตามน้ำไปก่อนเพราะตอนนี้ยังคงแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก ครรชิตหมายมั่นในใจว่า

“เวรกรรมแท้ๆ เพราะแม่โนห์ราใจร้ายนั่นคนเดียวทำตัวเป็นพยานเท็จ ฉันจะต้องสั่งสอนแม่นี่ให้เข็ดซะบ้าง”

และแล้วไม่กี่วันถัดมา เวลานั้นก็มาถึง ครรชิตแอบมานั่งรอโนห์ราที่ท่าน้ำฝั่งตรงข้ามบ้านท่านขุน เมื่อเขามองเห็นเธอขึ้นจากเรือก็รีบสะกดรอยตาม โนห์ราเดินอย่างรวดเร็วมาที่ป้ายรถเมล์กระทั่งเห็นรถของครรชิตจอดอยู่ เธอพยายามจะหลบแต่ไม่ทันเพราะเสียงเขาดังขึ้นที่ด้านหลัง

“วันนี้ต่อให้มโนห์ราติดปีกใส่หางก็บินหนีผมไม่พ้นหรอก คุณรู้คุณเห็นทุกอย่าง แต่คุณจงใจแกล้งผม คุณหาว่าผมกอดจูบแข่งแข คุณรู้บ้างไหมว่าไอ้จูบจริงๆ น่ะเขาทำกันยังไง”

ครรชิตจู่โจมดึงโนห์ราให้หันกลับแล้วก้มหน้าจูบเธอนิ่งนาน โนห์ราพยายามผลักไสแต่แล้วกลับอ่อนระทวยถึงกับยืนซึม ครรชิตยิ้มดุแล้วบอกว่านี่คือจูบจริงๆ จูบจนอ่อนระทวยขนาดที่ไปโรงแรมได้โดยไม่ต้องบังคับ โนห์ราโกรธจัดตวัดมือตบหน้าเขาสองทีซ้อน ครรชิตรวบตัวเธอและบังคับให้ขึ้นรถพร้อมกับขู่ว่าตนเป็นคนบ้าจะจูบเธออีกแน่ๆ หญิงสาวไม่มีทางเลือกจึงต้องยอมโอนอ่อนไปกับเขาในที่สุด

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"
14 พ.ย. 2562
07:01 น.