ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตกค่ำวันถัดมา สมภพและเกษกนกแต่งตัวพร้อมแล้วที่จะออกร่ายรำ เธอยิ้มแป้นให้กับเพื่อนชายที่มีโอกาสได้แสดงแทนโนห์ราในบทจันทรกินรี

ไม่นานนัก ครูบุนนาคมาตามให้นักแสดงทุกคนเตรียมตัวไหว้ครูได้แล้ว เกษกนกยิ้มหวานให้เขาอย่างสมใจที่มีวันนี้เสียที ที่ด้านล่างเวที ไวพจน์กับครรชิตมานั่งรอดูอยู่แถวหน้าพร้อมด้วยกล้องส่องทางไกล

“ก่อนหน้านี้ฉันเห็นนายทำหน้ายี้ พอบอกให้มาดูละครรำ ทำไมวันนี้นายถึงกับลงทุนอ้อนวอนให้พี่มาดูด้วย”

“คนเรามันเปลี่ยนกันได้ หรือพี่ไวพจน์ว่าไม่ดีที่ผมสนใจนาฏศิลป์ไทย”

“นายสนใจนาฏศิลป์หรือคนแสดงนาฏศิลป์กันแน่”

ครรชิตยิ้มเหมือนกับจะบอกว่าคงเป็นทั้งสองอย่าง เพียงครู่เดียวการแสดงเริ่มขึ้น เกษกนกร่ายรำออกมาพร้อมด้วยสมภพและเพื่อนคนอื่นๆ ครรชิตรีบยกกล้อง ส่องดูนางกินรีทันที แต่แล้วก็ผิดหวังเพราะนางกินรีเป็นเกษกนกไม่ใช่โนห์รา เขาถอนใจเฮือกใหญ่ ไวพจน์มองดู พฤติกรรมของน้องชายอย่างงงๆและดึงกล้องมาส่องดูบ้าง ไม่ถึงอึดใจก็ถึงบางอ้อ

เช่นเดียวกับคนดูข้างๆเริ่มซุบซิบกันอย่างไม่ถูกใจที่รู้ว่านางจันทรกินรีถูกแสดงโดยคนอื่นไม่ใช่โนห์รา เสียงไวพจน์กระซิบถามน้องชายว่า

“ใครกันนะ โนห์ราหรือว่าที่นายถอนใจนี่เพราะโนห์ราอะไรคนนี้ไม่มาแสดง”

“เขาคือคนที่รำสวยที่สุด เป็นดาราของนาฏศิลป์ยุคนี้ พี่ก็เคยพบเธอแล้ว...โนห์ราคือคนที่ตบหน้าผม”

ไวพจน์อึ้งจนน้องชายต้องพยักหน้ายืนยันคำตอบอีกที เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านของพิมพา โนห์ราเดินเขยกมานั่งเสียใจอยู่ข้างๆแม่ พิมพาปลอบลูกสาวด้วยความสงสาร เสียงโนห์ราตัดพ้อว่า

“ถ้าหนูป่วยจริงหนูจะไม่เสียใจอย่างนี้เลย นี่หนูถูกกลั่นแกล้ง ทำไมเขาต้องเกลียดเรานักนะแม่ ต่อไปนี้หนูจะไม่ใช้ประตูหน้าบ้านอีกต่อไปแล้ว หนูจะไม่ให้พวกเขาเห็นหน้าหนูอีก”

“ก็ดี อดทนไว้ลูก เรียนให้จบอีกปีเดียว เราจะไปจากที่นี่ แล้วแม่จะคลี่คลายทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นกับเรา ใครที่ก่อกรรมทำร้ายเราจะต้องได้ชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้”

โนห์ราฟังแล้วไม่เข้าใจ พอจะถามแม่ก็เห็นท่านขุน เดินยิ้มเข้าบ้านมา เธอเดินเขยกหนีจะเข้าห้องอย่างน้อยใจ เสียงท่านขุนร้องทักทายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนเป็นห่วงจึงมาเยี่ยม สองแม่ลูกอึ้งนึกว่าฟังผิด ไม่มีใครพูดตอบเขาสักคน กระทั่งท่านขุนถามซ้ำอีกที โนห์รา ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่ายังไม่ตาย ก่อนจะเห็นเขาควักเงินยื่นส่งให้ แต่เธอสั่นหัวไม่รับแล้วถอยหนี ท่านขุน ต้องอดกลั้นอารมณ์โกรธแสดงท่าทียิ้มแย้มต่อคนทั้งคู่ และเดินเข้าไปโอบกอดภรรยาพูดอ้อนว่า

“เธอคงโกรธฉันมาก แต่ฉันมีความยุติธรรมพอนะ เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้ว ลูกแขแกเข้าใจผิดคิดว่าสะดุดขาโนห์รา ที่แท้สะดุดรากไม้ แต่นังก่องมันเพ้อเจ้อเข้าข้างนายไม่มีเหตุผล นี่ฉันก็หวดมันไปแล้วหลายที”

พิมพาฟังคำแก้ตัวด้วยความแคลงใจและสะอิด สะเอียนเมื่อท่านขุนจูบเธอ คืนนั้นเขาพยายามสอดส่ายสายตาหาว่าจดหมายของโตนดจะถูกเก็บไว้ที่ไหน แต่ก็หาไม่เจอ เขาจึงต้องเลียบๆเคียงถามภรรยาว่า

“เห็นนังชื่นเอาจดหมายไอ้โตนดมาให้เธอ แปลกนะ ฉันให้เงินมันกลับไปดูใจแม่ ทำไมมันหายเงียบไปเลย ไม่กลับมาก็ไม่ส่งข่าว หรือว่ามันส่งข่าวมาบอกเธอว่ามันจะกลับมา”

“เขาไม่ได้ส่งข่าวอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่บอกว่าเขาบวชและตัดกิเลสแล้ว”

ท่านขุนถอนใจผิดหวังแต่ไม่เชื่อสิ่งที่พิมพาบอกทั้งหมด พอจะขออ่านเนื้อความในจดหมาย เธอกลับบอกว่าทิ้งมันไปแล้ว เขาทำหน้าไม่พอใจแต่ต้องนิ่งไว้ เช่นเดียวกันกับปรุงจันทร์ที่ไม่เชื่อว่าข้อความในจดหมายมีแค่นั้น เธอหมายมั่นว่าต้องส่งคนไปรื้อค้นตอนที่พวกนั้นไม่อยู่บ้าน ท่านขุนเห็นด้วยและขอร้องให้ปรุงจันทร์ อย่าเพิ่งผลีผลามทำอะไรในตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าโตนดเขียนแฉเรื่องอะไรไว้บ้าง และให้เธอตามตัวแสวง พี่ชาย มาจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว พูดจบแววตาเหี้ยมก็ลุกโชน

สายวันเดียวกัน ในระหว่างที่พิมพากำลังทำความสะอาดตึกใหญ่อยู่นั้น ปรุงจันทร์เดินมาพร้อมกับท่านขุนยิ้มสบตากันแล้วยื่นเงินค่าใช้จ่ายให้กับเธอ สั่งว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาทำความสะอาดและซักผ้าแล้ว พิมพาพูดขอบคุณ รีบลุกเดินออกไป

ooooooo

วันเดียวกันที่บ้านของครรชิต เขากำลังทดสอบทฤษฎีว่าเงินซื้อผู้หญิงได้ทุกคน โดยมีเยาวมาลย์เป็นหนึ่งในนั้น สองคนนั่งดื่มเหล้าชนแก้วกัน ก่อนจะจบลงบนเตียงในห้องนอนชายหนุ่ม

“คุณจะทำแบบนี้กับเยาว์ไม่ได้นะคะ ดูถูกกันอีกแล้ว”

“ไม่ได้ดูถูก แต่เราพูดความจริงกัน คุณยอมให้ผมทำทุกอย่างแม้แต่ขึ้นเตียง บอกเลยว่าคุณต้องการเท่าไหร่”

“เยาว์ต้องการมากกว่านั้นค่ะ เยาว์รักคุณและต้องการให้คุณปฏิบัติกับเยาว์อย่างคนที่คุณรัก ไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว”

“ผมให้ความรักกับใครไม่ได้อีกแล้ว แต่ผมให้เงินกับทุกคนได้ ห้าหมื่นและแหวนเพชรอีกวงสำหรับคืนเดียว”

เยาวมาลย์นิ่งเงียบก่อนจะยอมรับข้อเสนอนั้น ครรชิตยิ้มเยาะแอบทำหน้าดูแคลน คิดอยู่ในใจว่าเงินคือพระเจ้าสำหรับผู้หญิงที่ชอบเอาเรื่องความรักมาบังหน้า ท้ายที่สุดแล้วเงินใช้ซื้อได้ทุกสิ่งจริงๆ

บ่ายวันนั้น ครรชิตแอบมาจอดรถเพื่อดักพบโนห์ราอีกครั้ง เขาครุ่นคิดอยู่ในใจว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นประเภทไหนกัน เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าพันธุมวดีหรือเยาวมาลย์ ต่างก็ตกเป็นทาสของเงินที่เขาโปรยให้ เสียงในหัวถามขึ้นมาว่า

“สรุปแล้วผู้หญิงเห็นแก่เงิน ซื้อได้ด้วยเงินทุกคน แล้วเธอล่ะโนห์รา”

ไม่ทันไร เขาก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเห็นโนห์ราเดินยิ้มแย้มออกมาพร้อมกับสมภพ เพื่อนชาย ครรชิตผิดหวังกับภาพที่เห็น หญิงสาวดูเหมือนจะมีแฟนเสียแล้ว เขากระชากรถแล่นออกไปอย่างเร็ว ส่วนสมภพเมื่อความรักคับอกก็สารภาพกับโนห์ราว่าเขารู้สึกกับเธอมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่คำตอบของเพื่อนสาวคือเธออยากเรียนให้จบและทำงานก่อนจะมาคิดถึงในเรื่องนี้ สมภพ

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากอดกลั้นความรู้สึกนั้นและรอเวลาที่เหมาะสมกว่าในอนาคต

หลังจากเจอภาพบาดตา ครรชิตกลับบ้านมานั่งมองรูปทิพย์ยุภา อดีตคนรักเหมือนคนที่ยังหาทางออกสำหรับความรักไม่ได้ นายตาด คนสนิทถึงกับแปลกใจที่วันนี้ไม่มีคู่ขามาร่วมดื่มที่บ้านเหมือนเช่นเคย ครรชิตยักไหล่ตอบว่าเขาเลิกพฤติกรรมแบบนั้นแล้ว ตาดอนุโมทนาสาธุกับเขาพร้อมกับสอนว่า

“ผู้หญิงเป็นของสูงนะครับ ไม่ควรเอามาย่ำยีบาทา โบราณว่ามีเมียดีก็เหมือนมีแม่ หาภรรยาดีๆสักคนเถอะครับ”

ครรชิตกลับคิดว่าเพราะความร่ำรวยทำให้เขายังหาคนจริงใจไม่ได้เลย ตาดส่ายหัวก่อนจะเดินไปเปิดวิทยุให้นายฟัง เสียงเพลงที่ดังออกมาทำเอาครรชิตเคลิ้มมองดาวบนท้องฟ้านิ่ง เขาถอนใจและพึมพำว่า

“เสียงใครกัน ช่างเพราะเหลือเกิน”

เช้าวันถัดมา ครรชิตตรงไปร้านแผ่นเสียงเพื่อค้นหาเจ้าของเสียงที่เขาได้ยินจากวิทยุ โชคดีที่เจ้าของร้านบังเอิญเปิดเพลงเดียวกัน ครรชิตยิ้มดีใจบอกว่า

“นี่แหละครับที่ผมต้องการ ใครเป็นคนร้องเพลงนี้ครับ”

“ไม่ใช่นักร้องอาชีพนะครับ แต่เป็นนักเรียนนาฏศิลป์ชื่อโนห์รา อรรถกรคดี”

ครรชิตอึ้งเงียบกริบ ในใจนึกชื่นชมความสามารถของหญิงสาว เธอมีเรื่องให้เขาได้แปลกใจทุกครั้ง

ooooooo

เมื่อสัญญากับเจ้าคุณพ่อแล้วว่าจะกลับตัวกลับใจ วันนี้ครรชิตมาปรากฏตัวที่สำนักงานเทพ-พิทักษ์โยธิน ทำให้เกิดความโกลาหลกับพนักงานทุกคน เสียงกล่าวต้อนรับเขาดังเซ็งแซ่ กระทั่งเขาเดินลับหายเข้าไปในห้องผู้จัดการ

“นายมาทำงาน พี่แปลกใจยิ่งกว่าโลกหมุนกลับซะอีก นายมัวเอาแต่ใจตัวหลงระเริงหมกมุ่นกับความรักไปเสียนาน แต่จะยังไงก็ตาม พี่ดีใจที่นายกลับมาทำงานอีกครั้ง ยินดีต้อนรับ”

“ขอบคุณครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิด ผมจะทำงานและผมกำลังคิดว่าผมจะแต่งงานสักที กับ...คนที่ผมกำลังจะพยายามอยู่ ผม...ผมบอกไม่ถูก แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปตั้งแต่พบเขา น่าเสียดายที่เขามีคู่รักแล้ว”

ไวพจน์อึ้ง มองหน้าน้องชายที่รักแรง เกลียดแรง ด้วยความเห็นใจ ค่ำวันเดียวกันเขาได้คำตอบว่าผู้หญิงคนที่น้องชายพูดถึงคือโนห์รา สภาพของครรชิตในตอนนี้เหมือนคนตกหลุมรักเด็กสาวเข้าอย่างจัง แม้ละครจบแล้วก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ยิ่งเมื่อพบกับโนห์รา และสมภพหน้าโรงละคร ครรชิตพยายามจะเข้าไปทักทายแต่หญิงสาวแสดงทีท่ารังเกียจจนเห็นได้ชัด ไวพจน์ต้องพูดเตือนสติน้องชายว่า

“นายคงต้องตัดใจแล้วล่ะ เขามีแฟนมารับเห็นๆ แถมนายกับเขาก็ไม่รู้จักกันเป็นส่วนตัวอีกด้วย”

ครรชิตมองตามอย่างไม่ยอมแพ้และเล่าให้พี่ชายฟังว่าตนเคยกอดจูบกับโนห์รามาแล้ว ไวพจน์อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่ไกลกันนัก พิมพารีบร้อนเดินมารับลูกสาวอันเป็นกิจวัตรที่เธอทำเสมอ โนห์ราบอกลาเพื่อนชายและรีบชวนแม่กลับบ้านทันที ตกดึกคืนนั้น ทั้งโนห์ราและครรชิตต่างครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา เสียงคนทั้งสองเหมือนพูดตอบโต้กัน

“โนห์รา เธอจะรบกวนจิตใจฉันไปถึงไหน”

“ครรชิต คนเลว เห็นอะไรก็นึกว่าเอาเงินซื้อได้หมด ฉันเกลียดคุณ”

ฟ้าสางวันต่อมา ตาดถูกปลุกให้ขับรถไปตลาดกับครรชิต เมื่อมาถึงนายนั่งเอาหนังสือพิมพ์บังหน้า แต่ตาลอดออกมาดูเหตุการณ์นอกรถ พักหนึ่งโนห์ราเดินหิ้วตะกร้าที่มีขนมมุ่งตรงมา ครรชิตลงจากรถกระโดดเข้าไปดักหน้าทันที

“ขอโทษ คือผมจะมาขอโทษ เรื่องวันก่อนที่ผมยังไม่ได้ขอโทษ”

นอกจากโนห์ราจะไม่รับคำขอโทษแล้ว เธอยังเดินหนีจนกระทั่งไปเจอสมภพ ทั้งสองเดินคู่กันหายลับเข้าไปในตลาด ครรชิตได้แต่คำรามด้วยความไม่พอใจ ตาดนำรถมาเทียบจอดแล้วพูดเตือนนายว่า

“ยอมไปก่อนเถิดครับ นางรำ กอน วิธ เดอะ วิน แล้วเจ้านาย ขึ้นรถเถอะครับ”

ooooooo

ที่บ้านอรรถกรคดี ปรุงจันทร์นั่งดูภาพของแข่งแข ที่ลงไว้ในนิตยสารด้วยความตกตะลึง

“ต๊าย! น่าเกลียดมาก ทำไมก้มต่ำอย่างนี้ ทั้งๆที่ใส่เสื้อคอกว้าง ดูไม่เป็นกุลสตรีลูกผู้ดีเลย ยังกับพวกดาวยั่วในหนัง”

แข่งแขตอบตาใสว่าตนทำตามที่ช่างกล้องบอก ไม่รู้ว่าภาพจะออกมาโป๊มากขนาดนี้ ปรุงจันทร์ดูภาพล่อแหลมเหล่านั้นอย่างระอาใจ พลันก่องแก้ววิ่งเข้ามา รายงานว่าครรชิตมาหา ทั่วทั้งบ้านเกิดความวุ่นวายรีบจัดฉากบ้านให้เป็นเหมือนเช่นวันก่อน ระหว่างที่ตาดจอดรถตรงประตูหน้าบ้าน ครรชิตก็สอดส่ายสายตามองหาโนห์รา ยังไม่ทันไรก่องแก้วถลามาเกาะรถไหว้โค้งหัวแทบคะมำ

“สวัสดีเจ้าค่ะคุณครรชิต คุณหนูทราบเรื่องแล้ว กำลังไปกราบเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ของคุณแข่งแขทราบด้วยเจ้าค่ะ”

ครรชิตทำหน้าเบื่อหน่าย แต่ต้องเสแสร้งปั้นหน้ายิ้มรับ ในใจร่ำร้องอยากให้โนห์รามาถึงบ้านไวๆ ขณะนั้นเอง โนห์รากลับมาถึงบ้านแล้วโดยเข้าทางประตูเล็กหลังบ้านแทน ด้านปรุงจันทร์กับแข่งแขดีใจหน้าบานพร้อมกับเชิญชวนให้ชายหนุ่มดูหนังสือที่ลงรูปแข่งแข

“เป็นยังไงคะช่วยวิจารณ์ติชมแขด้วยค่ะ คือว่า...”

“น่ารักออกนะครับ”

สองแม่ลูกมองหน้าสบตากันยิ้มปลื้ม ก่อนจะสั่งให้คนรับใช้หาน้ำหาท่ามาเสิร์ฟโดยเร็ว ก่องแก้ววิ่งแล่นไปยังบ้านพิมพา เมื่อมาถึงก็ยืนค้ำหัวเท้าสะเอวชี้นิ้ว บงการพิมพาให้จัดขนม โนห์รามองไม่พอใจบอกให้นั่งลง แต่ก่องแก้วสวนกลับ

“เป็นใครยะมาออกคำสั่ง ก็แค่นางโลม”

เท่านั้นเอง โนห์ราเลือดขึ้นหน้าคว้ากะละมังล้างจาน ที่มีน้ำเป็นฟองสาดใส่ก่องแก้วทันที และพูดสำทับว่า

“กินน้ำสบู่นี่เข้าไปเผื่อปากเธอจะได้สะอาดขึ้นมาบ้าง”

“กรี๊ด...แก แหม...ถือว่าตอนนี้ท่านขุนไม่เอาเรื่อง เพราะมีเรื่องนายโตนดมันค้ำมือค้ำปากท่านอยู่ต่างหาก”

สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่องแก้วรู้สึกตัวว่าเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดจึงกลบเกลื่อนโดยให้พิมพาส่งขนมมาไวๆจะได้เอาไปให้แขกเสียที ส่วนบนตึกเวลานี้ ทองคลานนำน้ำชาฝรั่งมาเสิร์ฟ ทั้งปรุงจันทร์ และแข่งแขเล่นละครตบตาครรชิตอย่างสุดฝีมือว่าเป็นผู้ดีเก่า ทำอะไรต้องมีระเบียบแบบแผน พลันก่องแก้วคลานเอาขนมมาส่งทั้งๆที่หัวหูเปียกแฉะ ทุกคนมองงงๆ แข่งแขถามด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณโนห์ราเจ้าค่ะ เธอหงุดหงิดเข้ามา เลยสาดหน้าก่องด้วยน้ำล้างถาดขนม”

ครรชิตกำลังจิบชาสำลักพรวด แอบหัวเราะ คิดอยู่ในใจว่าไม่ยอมคนเหมือนกันนะ แม่กินรี เวลานั้นที่เรือนเล็ก หลังบ้าน โนห์รากำลังนึกถึงสิ่งที่ก่องแก้วเผลอพูด ด้วยความสงสัยจึงถามแม่

“นายโตนด เขามีอะไรหรือจ๊ะ ทำไมคุณพ่อถึงต้องเกรงใจเขามาก วันก่อนก็ครั้งหนึ่ง ตอนที่กำลังตีหนู พอได้ยินว่านายโตนดเขียนจดหมายมาถึงแม่ คุณพ่อลืมตีหนูไปเลย”

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร พวกปรุงจันทร์ก็ตามมาระรานถึงบ้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้โชคดีที่ท่านขุนอยากรู้ข้อความในจดหมายของโตนดจึงแสร้งเข้าข้างโนห์รา ถามไถ่จนได้ความว่าเด็กก่องแก้วพูดสามหาวลามปามกับพิมพาก่อน

ท่านขุนหันมาตบหน้าก่องแก้วฉาดใหญ่แล้วพูดขอโทษในเรื่องนี้ ปรุงจันทร์กับแข่งแขไม่พอใจแต่ต้องอดกลั้นไว้ ท่านขุนยิ้มให้สองแม่ลูกด้วยความเห็นใจที่ไม่สามารถปรามคนในปกครองได้ตามสัญญา พิมพากับโนห์ราเองก็มองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาอย่างแปลกใจ

เพื่อให้แผนการตีสนิทกับโนห์รารวดเร็วมากยิ่งขึ้น ครรชิตใช้แข่งแขเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อย่างเงียบๆ เขาทำทีเป็นรับอาสาพาเธอไปดูรถสปอร์ตในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญ เสร็จแล้วก็ทำมึนขับรถผ่านไปแถวหน้าโรงเรียนของโนห์รา

เช่นเดียวกับแข่งแขก็อยากอวดโนห์ราว่าครรชิตเป็นเพื่อนชายคนสำคัญของเธอ ทั้งคู่จึงเสแสร้งเล่นละครต่อกัน เวลานั้นโรงเรียนเลิกพอดี พวกนักเรียนเดินออกมาเป็นกลุ่มๆ แข่งแขเห็นโนห์ราเดินออกมาพร้อมเพื่อนๆจึงรีบลงไปทักทาย

“ผ่านมาทางนี้เลยมาแวะรับเธอกลับบ้านด้วย ไปสิโนห์รา”

โนห์ราแปลกใจที่จู่ๆแข่งแขมารับถึงหน้าโรงเรียน เมื่อชำเลืองมองเข้าไปในรถก็เห็นครรชิตทำท่าไม่สนใจ เธอเกิดอาการคอแข็งปฏิเสธว่าต้องไปซื้อของให้แม่สำหรับทำขนม สมภพสบช่องรีบขันอาสาไปช่วยถือของ แล้วทั้งคู่ก็เดินจากไป การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้แข่งแขดีใจเพราะครรชิตจะได้เห็นว่าโนห์รามีแฟนแล้ว เป็นแผนกำจัดมารหัวใจอันแยบยล ตรงกันข้ามกับครรชิตที่มีความรู้สึกอยากเอาชนะมากขึ้น

“นึกว่าฉันจะเอาชนะเธอไม่ได้หรือ ต่อให้ติดปีกบิน ไปถึงป่าหิมพานต์ ฉันก็จะดั้นด้นไปเอาตัวเธอมาให้ได้”

เพราะมัวแต่เหม่อมองตามโนห์รา ครรชิตจึงไม่ได้ยินเมื่อแข่งแขเรียกชื่อเขาถึงสองสามครั้ง จุดประกายความโกรธขึ้นในใจแข่งแข เห็นทีจะต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม ระหว่างทางแข่งแขทำเป็นพูดเรื่อยๆแล้วก็วกเข้าเรื่องความสัมพันธ์ของสมภพกับโนห์รา

“ดูสิคะ แขอุตส่าห์สงสารรบกวนคุณครรชิตให้มารับโนห์รา อ้อนวอนแล้วก็ไม่ยอมมากับเรา นี่ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุเหมือนแม่พิมพาขึ้นมาวันไหนนะคะ”

“ทำไมหรือครับ”

“แขเคยบอกแล้วไงคะ ก็ท้องไม่มีพ่อน่ะสิคะ นายคนนั้นไปรับไปส่งกันค่ำๆมืดๆตอนเล่นละครเสร็จประจำ ประตูใหญ่หน้าบ้านก็ไม่เข้า ชอบแอบเข้าประตูหลังบ้าน เห็นก่องบอกว่าเข้ามาทีไรหายเงียบเป็นชั่วโมง”

ครรชิตเร่งรถเร็วขึ้นไม่ชอบใจกับเรื่องที่ได้ยิน แข่งแขตกใจทำทีเป็นเซไปปะทะไหล่เขาพร้อมกับชะม้ายชายตาว่าฝ่ายชายจะมีปฏิกิริยาอะไรไหม ครรชิตหันมามองแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน

หลายวันผ่านไป ปรุงจันทร์ยังหาทางเอาจดหมายของโตนดจากพิมพาไม่ได้ แม้ว่าจะให้ต้นห้องและสาวใช้คนสนิทไปค้นหาภายในเรือนหลังเล็กนั่นแล้วก็ตาม เมื่อไม่มีทางเลือกแผนการร้ายจำต้องถูกงัดออกมาใช้ พิมพาถึงกับตกใจเมื่อเห็นปรุงจันทร์มาเยือนถึงถิ่นและยิ้มให้อย่างมีจุดประสงค์

“แม่พิมพายะ พี่ขุนให้ฉันมาบอกหล่อนว่า...ให้สอนนังก่องกับแม่ทองทำขนมเทียนหน่อยสิ เต็มใจสอนไหมยะ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ มาสิคะ ดิฉันจะสอนให้”

ปรุงจันทร์ยิ้มแปลกๆแต่นั่นไม่ได้ทำให้พิมพานึกเฉลียวใจ แค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้น พอตกเย็น ทองกับก่องแก้วก็เริ่มทำตามแผนโดยเข้ามาตีสนิทเพื่อหัดทำขนมเทียน เสียงชื่นชมดังออกจากปากคนทั้งสองไม่ขาดสาย

“ขอบใจมากนะแม่ เอ๊ย! คุณพิมพา เรื่องที่ไม่หวงวิชาทำขนมเทียนกับฉันและนังก่อง”

พิมพายิ้มซื่อๆไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ดีใจที่ทั้งสองเลิกระรานแล้วหันมาฝึกหัดทำขนมแทน ไม่นานนักทั้งคู่ก็บอกลาหอบขนมเทียนที่ตัวเองทำลุกขึ้นแล้วสบตากันยิ้มมีเลศนัย สวนกับโนห์ราที่หิ้วของเข้ามาพอดี เธอมองทั้งคู่อย่างสงสัย

“แม่จ๋า ยายทองกับก่องมาหาเรื่องอะไรแม่อีกจ๊ะ”

“เขามาหัดทำขนม คุณปรุงบอกว่าคุณพ่อสั่งมาให้สอนสองคนนั่น อยู่บ้านเดียวกันก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันแบบนี้”

โนห์ราเตือนแม่อย่าไว้ใจคนพวกนี้เร็วนัก แต่พิมพาไม่ได้คิดอะไรมากแค่มาหัดทำขนมคงไม่มีอะไรร้ายแรง นั่นเป็นข้อผิดพลาดมหันต์สำหรับพิมพา

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน วงศ์กำลังใช้แขนยันตัวเพื่อเคลื่อนร่างกายด้วยความยากลำบากอยู่ภายในสวนหลังบ้าน เขาเห็นสองบ่าวหยิบขนมเทียนส่งให้ปรุงจันทร์ทดลองชิม แล้วคุยกันหัวเราะชอบใจ ไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เสียงนังทองถามนายว่า

“นังพิมพามันตายใจสนิทเลยค่ะ คิดว่าอิฉันกับนังก่องมีเจตนาดีอยากจะหัดทำขนมจริงๆ อร่อยไหมคะ ฝีมืออิฉัน แล้วจะให้ลงมือเมื่อไหร่ดีคะ”

“ใช้ได้ รอจังหวะที่มันคล้องจองกันหน่อย สุ่มสี่สุ่มห้า แม่ทองได้เข้าไปกินข้าวแดงในคุกไปจนตายทีเดียว ก็พวกแกมันโง่นี่นา ให้หาจดหมายไอ้โตนดมาเป็นอาทิตย์ก็ค้นไม่เจอสักที ต้องใช้วิธีเดิมๆจัดการมันด้วยเรื่องขนมนี่แหละ”

“อิฉันก็หวั่นๆอยู่นะคะ ทั้งเรื่องเก่านั่นด้วย ความจริงก็ไม่อยากจะเสี่ยงวิธีนี้เลย แต่จำเป็นต้องทำอีกครั้ง”

วงศ์ฟังคนพวกนี้พูดเรื่องการทำชั่วเหมือนเป็นสิ่งปกติที่ทำกันทุกวัน เขาพึมพำด่าเป็นชุดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวย

ล่วงเข้าเวลาค่ำ สองแม่ลูกในเรือนหลังเล็กกำลังหยอกเย้ากันอย่างมีความสุข โนห์ราเอาสร้อยคอเส้นเล็กๆใส่ให้แม่แล้วบอกว่าตนเก็บออมเงินจากการขายขนมมาซื้อสร้อยให้เพราะอยากให้แม่มีของสวยๆใช้บ้าง เสียงกระแอมจากท่านขุน

“แม่ลูกมีความสุขกันจริงนะ พิมพา ฉันก็มีจี้มาให้เธอ อ้อ...โนห์รา วันไหนที่ลูกแสดงละครอีก เอาตั๋วมาเผื่อพ่อด้วยนะ พ่อจะไปดูด้วย”

คำพูดนี้ของท่านขุนทำให้โนห์รายิ้มดีใจมากเพราะแสดงมาเป็นปีเขาไม่เคยจะไปเหลียวแล จากนั้น เธอก็ปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง ท่านขุนหันมาประจบภรรยาต่อพร้อมกับจับตามองไปที่กระเป๋าใส่สตางค์ใบเล็กๆของพิมพาอยู่เนืองๆ พอสบโอกาสตอนพิมพาออกไปหยิบของข้างนอก เขารีบเปิดดูกระเป๋า แต่ต้องผิดหวังเพราะไม่มีจดหมายโตนดในนั้น

ooooooo

หลังจากปฏิญาณว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจโนห์รา ครรชิตก็เฝ้าติดตามหญิงสาวไปตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมห้าดาวหรือเวทีการแสดงอื่นๆตามหอประชุมในกรุงเทพฯ

เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันเข้า จากความหมางเมินเกลียดชังกลายเป็นความคุ้นเคยที่โนห์ราต้องกวาดตามองหาทุกครั้งเมื่อออกมาแสดงหน้าเวที แต่ด้วยทิฐิที่ยังคงมีอยู่ โนห์รามักจะแสดงท่าทีไม่แยแส จนกระทั่งครรชิตหงุดหงิดวุ่นวายใจ

“ไม่ยกโทษให้ก็ไม่สนใจ ฉันจะติดตามเฝ้าเธอไปจนกว่าเธอจะใจอ่อนยอมยกโทษให้ฉัน มันก็ต้องมีสักวันสิน่า”

เรื่องนี้รู้ไปถึงหูของแข่งแขจากการบอกเล่าของเกษกนก เพียงแค่นี้ก็เหมือนเติมเชื้อไฟแห่งความอิจฉาเกลียดชังให้เพิ่มขึ้นสำหรับแข่งแข เธอคงต้องทำอะไรสักอย่างให้เด็ดขาดเร็วๆนี้ ทางด้านครรชิตเฝ้าละเมอเพ้อพกเห็นแต่หน้าโนห์ราลอยไปลอยมาในห้วงความคิด ไวพจน์เห็นพฤติกรรมน้องชายแล้วได้แต่ปลงอนิจจัง

“บริษัทจะล่มจมซะละมั้ง เจ้านายใจลอย ไม่มีแก่ใจทำงานทำการแล้ว”

“ผมเจ็บใจ เฮ้อ! ผู้หญิงไม่รู้ว่าจะเล่นตัวไปถึงไหน ผมต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปสักทีแล้ว”

ครรชิตยิ้มกว้างเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตกเย็นวันนั้น เขาขับรถไปหาพันธุมวดีถึงหน้าที่ทำงานเพื่อมาตกลงเจรจาทำงานบางอย่างให้ ในขณะที่เธอคิดไปว่าฝ่ายชายกลับมาง้อเพราะเห็นคุณค่าที่มีของตน จึงโอบกอดและจูบไม่ยั้ง

“ผมไม่ได้รับคุณมาเพื่อทำการแบบนี้หรอกนะพัน ผมมีงานจะว่าจ้างให้คุณทำ ได้เงินอย่างงามและถูกต้อง”

“จะให้พันทำอะไรคะ อย่าบอกนะว่าคุณจะซื้อแข่งแข”

“ไม่ใช่ ผมต้องการให้คุณเป็นนายหน้าไปขอซื้อ ...โนห์รา เธอเรียกเท่าไร ผมจ่ายไม่อั้น แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะรู้ไม่ได้ว่าผมเป็นคนต้องการซื้อเธอ ถ้าคุณทำสำเร็จ ผมยินดีจ่ายหนึ่งแสนบาทพร้อมแหวนเพชรอีกหนึ่งวง อย่าลืมปลอมตัวไปด้วย”

พันธุมวดีตาโตกับเงินก้อนใหญ่ รับทำงานนี้อย่างไม่มีข้อเกี่ยงงอน งานของเธอเริ่มขึ้นในคืนวันนั้นทันที โนห์รากวาดสายตามองผู้ชมเหมือนอย่างเคยแต่ไม่พบครรชิต เธอกลับมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งจ้องมาที่ตัวเธออย่างสนอกสนใจมาก ห่างออกไป ครรชิตแอบยิ้มอยู่ในมุมมืดพร้อมกับเสียงตอบโต้กันอยู่ในใจระหว่างคนทั้งสอง

“คุณหายไป...แต่ไม่มาก็ดีแล้ว”

“ผมอยู่นี่ รู้นะว่าคุณแอบมองหาผม ประเดี๋ยวเถิด คุณเจอดีแน่”

ทันใดนั้น พันธุมวดีในคราบปลอมแปลงตัวก็แหวกคนเข้ามาหาโนห์รา และพูดเสนอว่ามีงานให้เธอทำ โนห์รามองสงสัยและเคลือบแคลงใจรีบตัดบทว่าตนยังทำงานไม่ได้เพราะยังเป็นนักเรียนเท่านั้น ก่อนจะขอตัวไปขึ้นรถโรงเรียนทันที

รุ่งขึ้นอีกวัน โนห์ราก็ยังไม่เห็นครรชิตมาตามดูการแสดงมีเพียงผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ในกลุ่มคนดู เมื่อการแสดงเลิก พันธุมวดีมายืนดักรอโนห์ราแล้วเสนองานเดิมให้พิจารณาอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำปฏิเสธจากโนห์ราเหมือนอย่างเดิม พันธุมวดีไม่ยอมแพ้เดินตามตื๊อไม่เลิก จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวพูดโพล่งออกมาว่า

“มีคนสนใจหนู เขาเสนอเงินให้หนูไม่อั้นทั้งรถ ทั้งบ้านพร้อมที่ดินและเงินสด จะเรียกเท่าไหร่เขาก็ยินดี”

โนห์ราหยุดกึก เลือดขึ้นหน้าเป็นริ้วๆจ้องหน้าคนพูด เพียงครู่เดียวก็จำได้ เธอโกรธจนตัวสั่นตวาดกลับว่า

“คุณนี่เอง เลวที่สุด ต่ำช้าสามานย์ไม่มีใครเกิน ฉันจำคุณได้แล้ว คุณมากับผู้ชายที่ชอบเอาเงินฟาดหัวคนอื่นนั่นเอง ไปบอกเขาว่าชาตินี้ ต่อให้ฉันต้องอดตายไม่มีจะกิน ฉันก็ไม่ต้องการเงินอุบาทว์ของคนดูถูกผู้หญิงเพศแม่อย่างเขา”

พันธุมวดียืนนิ่งโกรธเช่นกันแต่เพื่อเงินแสนเธอไม่เถียงกลับ โนห์ราเดินหนีไม่อยากรับรู้เรื่องใดๆ อีกต่อไป ตกค่ำวันนั้น ครรชิตหัวเราะชอบใจที่โนห์ราปฏิเสธข้อเสนอของเขา อย่างน้อยยังมีผู้หญิงคนหนึ่งในโลกที่ไม่ยอมขายตัวแลกเงิน การกระทำของเขาครั้งนี้สร้างความเกลียดชังเคียดแค้นให้เพิ่มมากขึ้นกับโนห์รา

เพื่อหาแนวร่วมขบวนการเกลียด พันธุมวดีนัดพบแข่งแขและเล่าเรื่องครรชิตยอมทุ่มเงินไม่อั้นให้กับโนห์ราโดยมีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการเอาชนะเท่านั้น แข่งแขฟังแล้วอิจฉา

“ต๊าย! ทำไมคุณครรชิตถึงทำอย่างนั้น เขารักนังเด็กต่ำๆไม่มีสกุลรุนชาติแบบนั้นได้อย่างไร เราเกลียดมันเหลือเกิน”

“เชื่อเถอะแข่งแข ผู้ชายน่ะชอบผู้หญิงสวย เรารู้ว่าเธอชอบครรชิตมาก เราจะทำให้เธอชนะนังโนห์รา

ได้แน่ เธอดูดีมีภาษีกว่านังเด็กนั่นเป็นไหนๆ แต่เธอต้องวางปึ่งสักหน่อย อย่าให้เขาจับได้ว่าเธอสนใจเงิน แล้วเธอก็จะได้แต่งงานกับเขา”

“แปลว่าฉันแค่แกล้งโง่ ไม่สนใจเงินของเขาแล้วเขาจะขอฉันแต่งงานงั้นหรือ”

“ใช่แล้ว พอแต่งเสร็จ เงินมันก็ไหลมาเทมาหาเธอเอง ถ้างานสำเร็จ ฉันขอค่านายหน้าแค่สิบเปอร์– เซ็นต์เป็นพอ”

และแล้วสองคนก็ตกลงเป็นหุ้นส่วนธุรกิจในเรื่องนี้เพราะสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย มันเป็นการซ้อนแผนของครรชิตอีกที นั่นเป็นสิ่งที่เขาย่อมคาดไม่ถึงว่าจะถูกหักหลังเช่นนี้ ขณะนั้นครรชิตกำลังชนแก้วกับไวพจน์ ดีใจที่เจอผู้หญิงในฝันเสียที พี่ชายแสดงความยินดีระคนแปลกใจที่รู้ว่าเป็นโนห์รา เขาสงสัยว่าน้องชายใช้วิธีไหนถึงรู้ว่าเธอซื้อไม่ได้ พอได้ฟังเรื่องเล่าแล้ว พี่ชายส่ายหน้าเตือนด้วยความหวังดีว่า

“เสี่ยงมาก แต่ที่แน่ๆเธอเกลียดนายมากขึ้นและจะไม่ไว้ใจนายอีก เพราะปักใจไปแล้วว่านายจะเอาเงินซื้อเธอ นายมั่นใจตัวเองมากเกินไป แถมยัยพันธุมวดีนั่นก็ไว้ใจไม่ได้ด้วย พึงระวัง”

ooooooo

ไม่กี่วันหลังจากตกลงร่วมมือทำงาน แผนซ้อนแผนก็เริ่มขึ้น พันธุมวดีพาแข่งแขตระเวนถ่ายภาพลงในนิตยสารหลายฉบับซึ่งล้วนแล้วแต่ออกแนวเซ็กซี่ทั้งนั้น หน้าที่ของพันธุมวดีคือการเอารูปพวกนั้นไปเกลี้ยกล่อมให้ครรชิตเปลี่ยนใจ

“พันว่าคุณเลิกสนใจเด็กโนห์ราเถอะ แข่งแขมีภาษีกว่าเป็นไหนๆ รับรองเงินซื้อเธอไม่ได้แน่ ไม่เชื่อก็ลองดูได้เลยค่ะ”

แต่คนแก่ประสบการณ์เช่นครรชิตก็นกรู้ ทำทีลังเลใจเพื่อสืบหาเบื้องหลังของเรื่องนี้ เขาไม่ได้ชอบแข่งแขเหมือนกับชอบโนห์รา แต่ที่ทำโอนอ่อนก็เพื่ออยากเข้าไปเกาะแกะใกล้ๆหญิงสาวที่ตนเองหมายปอง แม้ไม่เห็นตัวก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ทั้งแข่งแขและพันธุมวดีต่างลำพองใจคิดว่าเหยื่อหลงกลตามแผนที่วางไว้แล้ว เมื่อได้รับโทรศัพท์จากครรชิตในวันถัดมาว่าจะขอมารับทานข้าวในเย็นวันอาทิตย์ แข่งแขดีใจจนเนื้อเต้นแสดงท่าทีดัดจริตจนสุดประมาณ

ท่านขุนกับปรุงจันทร์มองหน้ากันไม่คิดขัดขวาง เพียงแต่ท่านขุนเตือนว่าคิดจะรักกับคนรวยต้องระวังเพราะพวกนี้ชอบเห็นผู้หญิงเป็นทาสน้ำเงิน แข่งแขมั่นใจมากจนลืมเฉลียวใจตอบว่า

“แขไม่ยอมเป็นทาสน้ำเงินของใครและจะไม่มีวันน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะเงินของใคร ใครมีเงินต้องเข้าตามตรอกออกตามประตูเท่านั้น แต่ตอนนี้ แขขออนุญาตใช้นังโนห์ราทำอาหารแล้วอ้างว่าทำเองนะคะ ได้ไหมคะ”

ท่านขุนพยักหน้าแทบจะทันที สองคนแม่ลูกสบตายิ้มพอใจยิ่งนัก บ่ายวันถัดมา ปรุงจันทร์บุกเรือนเล็กหลังบ้านอีกครั้งและแจ้งเรื่องนี้ให้พิมพารู้เพื่อให้ไม่สามารถหาวิธีปฏิเสธได้ สิ่งเดียวที่พิมพาแสดงออกมาคือการถอนใจเพราะขัดไม่ได้

เช้าวันอาทิตย์ โนห์ราแทบจะหมดสิ้นพลังกำลังในการเตรียมอาหารชุดใหญ่ให้กับแขกคนสำคัญของแข่งแข เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยคราบอาหาร สองมือ ทำและจัดอาหารอย่างวุ่นวายคนเดียวในครัวของตึกใหญ่ เหนื่อยแทบขาดใจ

ปรุงจันทร์มายืนมองอยู่นานและคิดอยู่ในใจว่าไม่มีทางจะให้นังลูกสาวเมียเก็บไปซ้อมละครโดยเด็ดขาด เสียงโนห์ราร้องบอกเมื่อทำเสร็จว่าจะขอตัวกลับบ้าน ปรุงจันทร์สวนกลับทันทีว่า

“ทำอาหารแล้วก็ยังกลับบ้านไม่ได้นะโนห์รา คุณพ่อเธอสั่งให้เธอต้องไปช่วยดูแลแขกที่โต๊ะอาหาร”

โนห์ราช้ำใจมากเพราะอยากไปซ้อมละครมากกว่าแต่ก็จนใจทำไม่ได้อย่างที่ต้องการ แถมแข่งแขยังมาสั่งงานเพิ่มให้จัดดอกไม้อีก เมื่อจัดเสร็จแข่งแขเอาแต่ติว่าไม่ได้เรื่อง ไม่สวย โนห์ราต้องรื้อแก้งานจนอ่อนใจ ใกล้เที่ยง ก่องแก้ววิ่งถลามารายงานว่าแขกพิเศษมาถึงแล้ว แข่งแขรีบไล่ให้โนห์รากลับไปรอในครัว ถ้ามีอะไรจะให้ทองไปเรียก ปรุงจันทร์สำทับว่าห้ามไปไหนแม้แต่จะกลับบ้านไปอาบน้ำก็ทำไม่ได้ โนห์ราถอนใจน้ำตาซึมที่สองคนแม่ลูกไม่แยแสความรู้สึกเธอ

“ใครจัดแจกันครับ เก๋มากทีเดียว อาหารก็น่าทานมาก จัดโต๊ะสวยทีเดียวครับ” เสียงครรชิตถามอย่างสนใจ

“ลูกแขเองค่ะ ทำเป็นหมดทุกอย่าง แหม! ก็เลี้ยงแบบกุลสตรีไงคะ แม่ทอง ไปบอกให้เด็กมาตักข้าวเสิร์ฟสิจ๊ะ”

โนห์ราเดินเข้ามาพร้อมด้วยหม้อข้าวแต่ไม่ทันมองว่าแขกคนสำคัญคือครรชิต เช่นเดียวกับครรชิตก็ไม่เห็นโนห์ราเพราะนั่งหันหลังให้ กระทั่งเสียงแข่งแขดังขึ้นว่า

“ยืนเฉยอยู่ทำไม มาตักข้าวให้คุณครรชิตสิโนห์รา”

ทั้งโนห์ราและครรชิตสะดุ้งในใจทั้งคู่ ก่อนเธอจะเข้าใจแล้วว่าถูกแข่งแขกับปรุงจันทร์แกล้งให้มาเสิร์ฟอาหารจะได้ดูต่ำต้อยในสายตาของครรชิต โนห์ราจำใจเดินมาตักอาหารแจก พอมาถึงครรชิต เธอบังคับมือไม่ให้สั่นแต่ก็เหมือนแกล้ง ทัพพีที่ตักข้าวอยู่เต็มกำลังจะเทใส่จาน กลับหล่นไปบนตักของครรชิต สองแม่ลูกหวีดหวาดด้วยความตกใจระคนโมโห

“ตายแล้ว เด็กบ้า มารยาททราม...คุณพี่คะ สงสัยโนห์ราจะแกล้งคุณครรชิต”

“ไม่เป็นไรครับ เขาไม่ได้แกล้งหรอกครับแต่เขามือสั่น มา...ผมช่วยเก็บ”

ทุกคนตกใจเมื่อเห็นครรชิตลุกและก้มลงไปที่พื้นเพื่อช่วยโนห์ราเก็บเศษข้าวจนหัวต่อหัวแทบจะชนกัน ทำเอาปรุงจันทร์กับแข่งแขตัวสั่นด้วยความโกรธและหมั่นไส้ ท่านขุนเห็นกิริยานั้นแล้วจึงรีบพูดเตือนให้คนทั้งคู่รักษามารยาทนิ่งไว้

ระหว่างที่ครรชิตช่วยโนห์ราเก็บเศษข้าว เสียงเขากระซิบถามเธอว่า

“ยอมให้ฉันขอโทษเธอหรือยังโนห์รา ฉันดีใจมากที่เธอไม่ยอมเป็นสินค้าของฉัน”

“ไม่ต้องมาเยาะเย้ย ฉันเกลียดคุณ ชอบเห็นคนอื่นเป็นสินค้าไปหมด คุณมันบ้า น่าขยะแขยง”

ครรชิตตะครุบไปบนมือโนห์ราแล้วยิ้มกวน โนห์รา สะบัดมือแล้วเอาข้าวที่ตกปาใส่หน้าครรชิต เขาหัวเราะทำให้แข่งแขหมดความอดทนต้องมุดตัวเข้ามาใต้โต๊ะอีกคน ก่อนจะสั่งให้โนห์รากลับบ้านทันที ครรชิตดูอารมณ์ดี ส่วนท่านขุนแอบถอนใจเพราะรู้แน่แล้วว่า

ชายหนุ่มชอบโนห์รามากกว่าแข่งแขอย่างเห็นได้ชัด

โนห์รารีบเดินดุ่มกลับบ้านพร้อมกับพกเอาความน้อยเนื้อต่ำใจกลับไปด้วย และคิดว่าครรชิตคงจะสมน้ำหน้าเธอเป็นที่สุด ขณะนั้นพิมพานั่งเจียนใบตอง โนห์ราก็วิ่งถลาเข้ามากอดน้ำตานองหน้า สะอื้นไห้พร้อมกับบอกว่า

“พวกเขาแกล้งหนู หลอกบังคับให้หนูไปประจานตัวเองว่าต่ำต้อยเป็นแค่คนใช้ เขาเหยียดหยามหนู แล้ว

คุณพ่อก็ทนดูอยู่ได้ หนูอยากจะคิดนักว่าคุณพ่อไม่ใช่พ่อของหนู แม่เก็บหนูมาเลี้ยงหรือจ๊ะ คุณพ่อถึงไม่รักหนู”

พิมพาพูดปลอบขวัญลูกสาวให้คลายความกดดันและบอกว่าการที่ไปช่วยทำอาหารและจัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อย แขกคนพิเศษอาจจะเห็นว่าเธอทำดีก็เป็นได้ โนห์ราส่ายหัวบอกว่าไม่มีทางเพราะเขาคือคนเลวที่เมาแล้วลวนลามพร้อมกับยัดเยียดเงินให้ตนเมื่อวันก่อน พิมพาตกใจแต่ยังหาทางแก้ไม่ได้จึงโอบกอดให้กำลังใจแทน ด้านครรชิตขับรถไปก็คิดถึงแต่โนห์ราที่ดูน่าสงสารมาก เขาพึมพำว่าต้องหาทางช่วยแม่นางฟ้าน้อยๆที่น่าสงสารนั่น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น โนห์รากับเพื่อนๆมาซ้อมรำกันตามปกติ เมื่อซ้อมเสร็จแล้ว ครูสุนีย์แจกบัตรดูละครให้กับทุกคนเพื่อนำไปเชิญผู้ปกครองมารับชมการแสดงในวันปิดภาคเรียน โดยเฉพาะครูบุนนาคย้ำกับโนห์ราว่าให้เชิญท่านทั้งสองมาให้ได้

ทุกคนรับบัตรไปหน้าตาแจ่มใส ยกเว้นโนห์ราที่มีสีหน้ากลัดกลุ้มเพราะรู้ดีว่าท่านขุนคงไม่มาร่วมงานนี้แน่ เธอเดินปลีกตัวออกไปหงอยๆ พวกเกษกนกมองตามแล้วนินทาว่าไม่มีทางที่ท่านขุนจะมาแน่เพราะเขาไม่สนใจลูกที่เกิดจากภรรยาเก็บ ครูทั้งสองเงียบงันเมื่อทราบเรื่องพร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้ลูกศิษย์ทุกคนแพร่กระจายเรื่องนี้ออกไปอีก

ทางด้านสมภพเดินตามหาโนห์ราแล้วพูดให้กำลังใจว่า

“ไม่มีพ่อแม่คนไหนใจร้ายขนาดลูกขอร้องให้มาดูลูกแสดงละครแล้วไม่มา ใครจะไม่อยากดูลูกแสดง ลองขอใหม่สิ”

โนห์ราคิดหนักก่อนจะตัดสินใจว่าจะลองไปขอร้องท่านขุนอีกสักครั้ง ตกบ่ายเธอขึ้นรถโดยสารมายังสำนักงานทนายความอรรถกรคดี ในห้องทำงาน ท่านขุนกำลังอ่านสำนวนฟ้องของลูกความเมื่อพนักงานเคาะประตูแจ้งว่ามีบุตรสาวมาขอพบ เขาเข้าใจว่าเป็นแข่งแขจึงอนุญาตให้เข้าพบทันที โนห์ราเดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างกลัวๆ ท่านขุนไม่ได้เงยหน้าขึ้นดูจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าจะมาขอเงินตนไปซื้ออะไร โนห์ราตกตะลึงไม่คิดว่าท่านขุนจะพูดด้วยดีขนาดนั้น

ท่านขุนก้มหน้าไปมือก็ล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมาปึกใหญ่ พอเงยหน้าขึ้นเห็นเป็นโนห์ราชักสีหน้ากระชากเสียงถามว่ามาทำไม โนห์รายื่นบัตรเชิญดูการแสดงให้เขา แต่ท่านขุนตัดบทด้วยเสียงเรียบเย็นว่าเขาไม่ว่างให้เธอกลับไป พลันแข่งแขพรวดพราดเข้ามา พอรู้ว่าเรื่องอะไร เธอก็ร้องกรี๊ดไม่ให้ท่านขุนไปแล้วทั้งสองคนเกิดปะทะคารมกันจนแข่งแขถลาเข้ามาตบหน้าโนห์รา แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ตบหน้าแข่งแขคืน ด้วยความรักลูก ท่านขุนลุกพรวดตบหน้าลูกนอกไส้ดังฉาดใหญ่ โนห์รามองเขาด้วยความเจ็บช้ำแล้ววิ่งหนีออกไป เมื่อกลับถึงบ้าน โนห์ราวิ่งเข้าหาอ้อมอกของแม่บอกว่าโดนท่านขุนตบหน้าอีกแล้ว พิมพาสุดจะทนบอกกับลูกว่า

“ลืมไปซะเถอะว่าเขาเป็นพ่อของลูก แต่หนูต้องยอมทนเรียนให้จบเพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกได้อีก”

สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา คืนนั้นพิมพาตัดสินใจขั้นเด็ดขาดที่จะไปเจรจากับสามีโดยใช้จดหมายของโตนดเป็นเครื่องมือต่อรอง วันถัดมาพิมพาบุกไปยังสำนักงานทนายความของท่านขุน เขาตกใจไม่น้อยที่เห็นภรรยามาพบและมีท่าทางเหมือนวันที่เธอโดดเข้าแทงเขา พิมพาเดินช้าๆและพูดว่า

“ฉันจะเอานี่ส่งไปให้พี่ทิว ให้เขารู้ว่าท่านขุนสั่งให้นายโตนดขโมยลูกของเราแล้วไปใส่ความเขาว่าเขาขโมยลูกเพื่อการแก้แค้น โตนดพร้อมที่จะกลับไปเป็นพยาน ถ้าพี่ทิวต้องการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ ฉันจะบอกความจริงกับลูกทุกอย่างเมื่อเขาเรียนจบ ฉันจะไม่ให้ท่านมาทรมานพวกเราอีกต่อไป ฉันจะขอหย่า เงินแดงเดียวก็ไม่เอา”

“แล้วเธอต้องการอะไร ที่มาวันนี้จะมาแบล็กเมล์ฉันหรือ ห้าพันฉันให้เธอเพื่อแลกกับจดหมายนี้”

“จะไม่มีการแลกใดๆทั้งนั้น ขอเพียงให้ท่านขุนไปงานโรงเรียนของโนห์รา เพื่อให้ลูกได้มีพ่อเหมือนกับคนอื่นๆ”

ท่านขุนต่อรองขอกลับไปคิดดูก่อน พิมพายิ้มเย็นชาเฉยเมยสำทับกลับว่าอย่าให้มันนานนัก เขาได้แต่ฮึดฮัดแค้นใจที่ถูกพิมพามาหยามน้ำหน้าถึงที่ทำงาน คืนนั้นเองท่านขุนร้อนใจรีบปรึกษากับปรุงจันทร์ด้วยอารมณ์โมโหเคียดแค้น

“ต๊าย! กำแหงมาก นังพิมพามันกล้าข่มขู่คุณพี่ขนาดนี้ เอาไว้ไม่ได้แล้วค่ะ ตอนนี้ดิฉันมีวิธีแล้ว มันช่างคล้องจองกันดีแท้ๆ คุณพี่อยู่เฉยๆนะคะ พานังพิมพามันไปลอยหน้าโชว์ตัวให้ใครๆเขาเห็นให้ทั่วว่านังโนห์รามันมีพ่อมาดูการแสดง แล้วคอยดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น เชื่อฝีมือดิฉันเถอะค่ะ คุณพี่ไปบอกนังสองแม่ลูกนั่นเลยว่าคุณพี่จะไปงานโรงเรียนของมัน”

ปรุงจันทร์ทำหน้าเหี้ยม แล้วส่งท่านขุนไปแจ้งข่าวนี้ให้คนที่เรือนเล็กหลังบ้านทราบทันที สองแม่ลูกแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ท่านขุนปั้นหน้ายิ้มให้ดูอ่อนโยนมากที่สุด พิมพาไม่ได้คิดระแวงว่าสามีจะทำอะไรตลบหลังจึงยกมือไหว้ขอบคุณเขาอย่างซึ้งใจ ส่วนโนห์ราแม้ว่าดีใจแต่ก็ยังหวั่นไหวในตัวท่านขุน

ตกดึกคืนเดียวกัน ปรุงจันทร์ไปเยี่ยมวงศ์พร้อมกับทอง ต้นห้องคนสนิท ทั้งสองคนพูดด้วยความไม่ระวังเพราะคิดว่าวงศ์กินยาแก้หวัดแล้วหลับสนิท

“หลับน่ะดีกว่าตื่นมาวุ่นวาย แล้วเรื่องขนมเทียนที่สั่งให้แกทำสำหรับพรุ่งนี้ล่ะ”

“เรียบร้อยค่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมง แม่พิมพาจะกลายเป็นนังขี้คุกสิคะ”

สองนายบ่าวหัวเราะกันเบาๆแต่ไม่รอดพ้นจากการแอบฟังของวงศ์ที่แกล้งหลับ หลังสองคนออกไปแล้ว เขาผงกหัวขึ้นพูดเข่นเขี้ยวว่าพวกมันจะทำความชั่วอีกแล้ว เลวทรามต่ำช้าจริงๆ

ooooooo

ฟ้าสางวันรุ่งขึ้น พิมพากับโนห์รา สองแม่ลูกอารมณ์ดีมีความสุข คุยกันกะหนุงกะหนิงในขณะที่จัดขนมเตรียมส่งให้ลูกค้าที่ตลาด เสียงโนห์ราพูดกับแม่อย่างเกรงใจว่า

“หนูต้องรีบไป วันนี้หนูเลยไปส่งขนมให้แม่ไม่ทัน”

“วันเดียวไม่เป็นไรหรอกจ้ะ หนูรีบไปเถอะ ทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะ”

ระหว่างที่พิมพาเดินโอบกอดโนห์ราพาไปส่งยังหน้าบ้านนั้น มีมือดีมายกตะกร้าออกไปแล้ววางตะกร้า ใบใหม่แบบเดียวกันแทนที่เดิม พิมพากลับเข้าบ้านมาหิ้วตะกร้าขนมออกไปส่งลูกค้าอย่างรีบร้อน ฝ่ายปรุงจันทร์ตื่นเต้นลุกลี้ลุกลนไม่รู้ว่าลูกน้องจะทำสำเร็จหรือไม่ ไม่นานนัก ทองก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องพักของวงศ์และรายงานนายหญิงว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามแผน วงศ์ทำทีเป็นหลับเงี่ยหูฟังสองนายบ่าวพูดถึงเรื่องขนมและตะกร้า เขาพยายามปะติด-ปะต่อเรื่องแต่ก็ยังไม่เข้าใจมากนัก

หลังเวทีการแสดง พวกเกษกนกตามมาทวงเรื่องขอแสดงแทนกับโนห์รา แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อได้ยินว่า

“เสียใจและขอโทษด้วย ฉันต้องแสดงเพราะคุณพ่อ ของฉันจะพาคุณแม่มาดูฉัน”

เวลาเดียวกันนั้น พิมพาไปถึงตลาดแล้ว แม่ค้าต่อว่าที่มาส่งช้าจนต้องอธิบายว่าวันนี้มีงานแสดงที่โรงเรียนของโนห์รา ทำให้โนห์รามาส่งไม่ได้ ตนต้องมาทำหน้าที่แทน แม่ค้าพยักหน้าไม่ติดใจเอาความแล้วจัดขนมวางขายโดยเร็ว จากนั้นพิมพารีบเร่งกลับบ้านเพื่อไปสมทบกับท่านขุนที่รอไปชมการแสดงของโนห์ราด้วยกัน เพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ทั้งคู่ก็ขึ้นรถแล้วออกไปโดยมีปรุงจันทร์กับทองยืนมองยิ้มเยาะ สองนายบ่าวหัวเราะอย่างรู้กัน

เมื่อมาถึงโรงละคร ท่านขุนเสแสร้งเป็นสามีที่ดี เดินจูงมือพิมพาเข้าไปข้างใน สีหน้าเขานิ่งเรียบไม่ยินดียินร้ายเหมือนรอคอยเวลาสำคัญที่กำลังจะมา โนห์รากับเพื่อนๆ แอบมองกิริยานั้นอย่างมีความสุขและชื่นชม ครูบุนนาคยิ้มแล้วพูดว่า

“ทำให้ดีที่สุด คุณพ่อคุณแม่จะได้ดีใจและภูมิใจในตัวเธอ ปิดเทอมก็ต้องมาฝึกซ้อม เตรียมตัวไปโชว์ที่ซีแอตเติลนะ”

ที่ตลาด ยังไม่มีใครมาซื้อขนมเทียนจนกระทั่งหลานสาวตัวน้อยของแม่ค้าเดินเข้ามาเมียงมองขนมด้วยความอยากกิน แม่ค้ารู้ใจรีบส่งขนมให้ หลานสาวแกะขนมกินไปคำหนึ่ง ยาพิษที่ผสมอยู่ออกฤทธิ์แบบเฉียบพลัน เสียงหลานสาวร้องตะโกนบอกป้าให้ช่วยด้วย ก่อนจะล้มลงน้ำลายฟูมปาก คนมาซื้อขนมและแม่ค้ามองไปที่หลานตกใจสุดขีด มีเสียงบางคนสั่งว่า

“ยาพิษ ในขนมมียาพิษ เร็ว รีบพาข้ามฟากไปศิริราชไปล้างท้อง เดี๋ยวนี้!”

เพียงเท่านั้นความโกลาหลก็บังเกิดไปทั่วตลาด คนซื้อแบกเด็กวิ่งมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล ส่วนแม่ค้าร้องไห้โฮด่าพิมพาว่าจะฆ่าหลานของตน

ขณะนั้นพิมพานั่งใจจดใจจ่อรอดูลูกสาวแสดงโดยไม่ได้เอะใจว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวแล้ว ส่วนท่านขุนแอบมองภรรยายิ้มเย้ยๆพยายามชะเง้อไปที่ประตูเหมือนรออะไรอยู่ และแล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น โนห์รากับเพื่อนๆออกมาร่ายรำตามบทบาทของแต่ละคน ทันใดนั้นเองที่ด้านล่างเวที มีตำรวจสองนายเดินเข้ามายังแถวที่
พิมพานั่งอยู่ ท่ามกลางความแปลกใจและตกใจของคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในแถวเดียวกัน เสียงตำรวจพูดกับพิมพาว่า

“เรามาเชิญตัวคุณนายพิมพาไปโรงพักในข้อหาวางยาพิษผู้อื่นโดยเจตนา”

พิมพาตะลึง ร้องบอกสามีว่าไม่จริง ตำรวจไม่ฟังอะไรต่อใส่กุญแจมือทันที ท่านขุนแอบเบือนหน้ายิ้ม แล้วพูดว่า

“พิมพา เธอทำบ้าอะไรกันนี่ เธอต้องไปแก้ตัวเอาในศาล เธอทำฉันอับขายขายหน้ามาก ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลฉันพังพินาศวันนี้เพราะเธอ คุณตำรวจรีบพาตัวเธอไปไวๆครับ ยิ่งนานยิ่งทำให้การแสดงปั่นป่วน เด็กๆแทบรำไม่เป็นแล้ว”

โนห์รามองลงไปเห็นแม่ถูกจับ ตำรวจกำลังพาออกจากโรงละคร เธอเซผงะน้ำตาไหลพรากแทบจะรำต่อไม่ไหว

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.