กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทุกคนที่บ้านอรรถกรคดีเกิดอาการตื่นเต้น เมื่อตำรวจมาขอค้นหาหลักฐานและตรวจสอบหาลายนิ้วมือของคนที่ติดอยู่บนไม้พาย ชื่นกับก่องแก้วเดินพาตำรวจค้นครัวและสวนใกล้กับตึกใหญ่

“เชิญค่ะ ค้นให้ทั่วเลยค่ะ ค้นครัวเสร็จก็ค้นห้องนอนอิฉัน กับห้องยายทองนังก่องเลยนะคะ”

ปรุงจันทร์เกิดอาการวิตกจริตเพราะทำเรื่องร้ายแบบลับๆไว้หลายเรื่อง ท่านขุนบ่นว่าเธอทั้งปลอบและขู่ตามนิสัย

“กลัวหรือ กลัวก็ระวังหน่อยสิ ทำอะไรมักง่าย ทำให้เข้าตัวเอง ฉันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เรื่องแย่ๆของเธอจนจะเอาตัวไม่รอด แถม...ลูกเต้าพบวิบัติวอดวาย แต่เอาเถอะ นังทองก็ไม่อยู่แล้วมีอะไรก็โบ้ยส่งให้มันไปให้หมด หวังว่าคงไม่ได้ไปหยิบจับอะไรให้มีหลักฐานเอาผิดได้นะ”

ท่านขุนหัวเราะเย้ยทำให้ปรุงจันทร์หวั่นวิตกหนักขึ้นและไม่พอใจในคำพูดเหล่านั้น ที่ครัวภายในตึกใหญ่ ตำรวจใช้ผงโรยเพื่อเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือและเอาไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือที่ตรวจพบบนไม้พาย หนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญ จากนั้นตำรวจขอไปตรวจค้นตามห้องพักของคนรับใช้ทั้งหมด ชื่นเชื้อเชิญให้ตรวจห้องของเธอด้วยความเต็มใจและไม่พบสิ่งผิดปกติตามคาด ส่วนก่องแก้วทำท่าอิดออดไม่อยากให้ตำรวจค้นแต่ขัดไม่ได้ เธอยืนใจเต้นระหว่างที่ตำรวจเข้าสำรวจห้อง

“นั่นตะกร้าอะไร ของใคร”

ก่องแก้วตกใจรีบบอกว่าเป็นตะกร้าของยายทองซึ่งตอนนี้ไม่อยู่ที่นี่แล้ว ตำรวจพยักหน้ารับทราบก่อนจะถามต่อว่ายังเหลือห้องใครอีก ชื่นตอบว่าคงมีแต่เรือนคุณพิมพาด้านหลังบ้าน ชื่นรีบเดินนำไปพร้อมกับฉุดมือนังก่องแก้วให้ตามไปด้วย ขณะนั้นพิมพาถือตะกร้าใส่ขนมอยู่ในมือเดินมุ่งหน้าตรงไปยังตึกใหญ่

“นั่นตะกร้าในมือของคุณพิมพา เหมือนกับตะกร้าที่เราพบในห้องนางทองและนางก่อง”

พิมพาจ้องมองตะกร้าสองใบที่เหมือนกันอย่างประหลาดใจ ชื่นบอกว่าตำรวจพบมันในห้องของยายทองและอยากจะขอค้นเรือนหลังเล็กอีกครั้งกับขอตะกร้าไปตรวจสอบลายนิ้วมือด้วย พิมพาส่งให้ในทันที ส่วนก่องแก้วยืนหน้าจ๋อยใจคอไม่ดี ไม่กี่นาทีถัดมา ตำรวจกลับออกมาจากเรือนแล้วรายงานว่าเคยตรวจไปแล้ว ขอแค่ตะกร้าของยายทองไปตรวจสอบเท่านั้น

เวลานั้นครรชิตพาแข่งแขมาส่งถึงที่บ้านพอดี เขาพยายามถ่วงเวลาไม่เดินเข้าข้างในตัวตึกเพราะรู้ดีว่าวันนี้จะมีตำรวจมาสำรวจบ้านอรรถกรคดี เขาแสร้งพูดว่าอากาศดี ควรนั่งข้างนอกบ้าน ท่านขุนกับปรุงจันทร์มองหน้ากันและจำใจให้แขกคนสำคัญนั่งตรงชานบ้านตามที่เขาต้องการ แข่งแขไม่รู้เรื่องตำรวจมาบ้านจึงไม่โต้แย้งกระไรต่อ สักพักตำรวจก็แบกตะกร้าเดินลิ่วมาพร้อมด้วยชื่นและก่อง ครรชิตสนใจทันทีแต่ไม่แสดงทีท่ามาก ท่านขุนถามตำรวจว่า

“พบอะไรบ้างไหมครับ”

“ตะกร้าใบนี้ผมพบซุกอยู่ในห้องของนางทองและแม่ก่อง แม่ก่องปฏิเสธว่าไม่เคยเห็น แต่มันเหมือนกับของคุณพิมพาเลยทีเดียว ผมจะเอาไปเป็นหลักฐาน แล้วจะเอาไปเปรียบเทียบกับของคุณพิมพาด้วยครับ”

ตำรวจแจ้งว่าขณะนี้ยายทองไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว หากพบอะไรต้องสงสัยคงต้องออกหมายจับทันที ทุกคนอึ้งและนิ่งเงียบ ประจวบกับโนห์รามาถึงบ้านพอดี เธอถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นรถตำรวจจอดหน้าบ้าน พิมพาจึงบอกว่าตำรวจมาหาหลักฐานเรื่องยาพิษเพิ่ม และจะเอาตัวก่องแก้วไปสอบปากคำต่อที่โรงพัก ก่องแก้วหน้าซีดเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งร้องไห้

“แม่ก่องพักห้องเดียวกับนางทองและเป็นญาติกันด้วย ที่สำคัญเราต้องการทราบว่าลายมือของแม่ก่องจะตรงกับลายมือหนึ่งในสองบนไม้พายหรือเปล่า”

ที่สถานีตำรวจ ก่องแก้วถูกสอบสวนอย่างหนักโดยมีโนห์รากับพิมพานั่งฟังอยู่ด้วย ตำรวจหลอกล่อให้ก่องแก้วตอบคำถามมากมาย ก่อนจะอธิบายว่า

“ต้องมีใครสองคนทำขนมเทียนจำนวนเท่ากับที่คุณพิมพาเคยทำส่ง แล้วใส่ในตะกร้าใบที่เหมือนกับของเธอ ก่อนจะเอาไปเปลี่ยนกับตะกร้าของคุณพิมพาและคนที่มาเปลี่ยนขนมก็ต้องเป็นหนึ่งในสองคนที่มีลายนิ้วมืออยู่บนไม้พาย และหนึ่งในลายนิ้วมือนั้นเป็นลายนิ้วมือของเธอนะก่อง”

ก่องแก้วร้องไห้โฮเมื่อได้ยินคำพูดประโยคสุดท้าย เธอสารภาพว่ายายทองเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด เธอไม่รู้เรื่องยาพิษที่ใส่ในขนมแต่รู้เรื่องอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้อง ก่องแก้วสะอึกสะอื้นเล่าความจริงให้ตำรวจฟังในที่สุด จากนั้นเธอถูกส่งเข้าห้องขังเพื่อรอการพิจารณาคดี ด้านโนห์รากับพิมพากอดกันดีใจน้ำตาไหลที่พ้นมลทินและพร่ำบอกขอบคุณพวกตำรวจที่ช่วยคลี่คลายคดีให้ สองแม่ลูกพากันเดินออกจากโรงพักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ooooooo

เย็นวันเดียวกันนั้น ขณะที่ขุนอรรถกรคดีและครอบครัวกำลังทานอาหารกับครรชิตอย่างชื่นมื่น โนห์รากับพิมพากลับมาถึงบ้านและเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาในห้องอาหารของตึกใหญ่ ท่านขุนเงยหน้าขึ้นสะบัดเสียงใส่

“กลับไปซะ พิมพา โนห์รา พวกเรากำลังทานข้าวอยู่ อย่าเสียมารยาทกับแขก”

“ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ แต่หนูกับแม่มีเรื่องสำคัญมากมาเรียนให้คุณพ่อทราบ ตอนนี้...แม่พิมพาพ้นผิดเรื่องคดีใส่ยาพิษในขนมเทียนแล้วค่ะ”

ทุกคนลุกพรวดจากโต๊ะอาหารแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของโนห์รา ยกเว้นครรชิตกับชื่นมองแล้วยิ้มดีใจ โนห์ราเล่าว่าก่องแก้วยอมสารภาพความจริงทั้งหมดเพราะจำนนต่อหลักฐาน เนื่องจากมีลายมือของก่องแก้วกับอีกคนติดอยู่บนใบตอง ขนมเทียนและไม้พายที่ใช้กวนขนม พิมพาเสริมว่าตำรวจสันนิษฐานว่าจะเป็นลายมือของทอง ซ้ำยังมีลายมือเดียวกันติดบนตะกร้าที่แอบสับเปลี่ยนกับตะกร้าของตนอีกด้วย ปรุงจันทร์ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัดเข้าใจว่าถูกซัดทอดความผิด

แต่โนห์รากลับบอกว่าก่องแก้วซัดทอดเป็นฝีมือของยายทอง แต่เธอทำไปโดยไม่รู้ว่ามียาพิษเจือปนในขนมนั่น ทุกคนในที่นั้นอึ้ง สองแม่ลูกจึงขอตัวกลับเรือนเพราะหมดธุระแล้ว ท่านขุนมองตามหลังคนทั้งคู่และรู้ว่า ความซวยกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ครรชิตถือโอกาสขอตัวกลับ ท่านขุนรั้งแข่งแขไว้ไม่ให้ไปส่งแขกและอธิบายอย่างคนเจนประสบการณ์ว่า

“พ่อไม่อยากให้ลูกไปพูดอะไรให้คุณครรชิตฟังเกี่ยวกับเรื่องในบ้าน เขาทำท่าสงสัยเราเต็มที่ เขาฉลาดมากนะ”

พิมพากับโนห์รารู้สึกเบิกบานใจและมีความสุขหลังจากเรื่องร้ายๆได้ผ่านพ้นไป สองคนตั้งความหวังไว้ว่าจะทำงานเก็บเงินอีกสักพักก่อนจะกลับไปนครศรีธรรมราชเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข

ตกดึกวันเดียวกัน ยายทองแอบดอดมาพบกับปรุงจันทร์เพื่อนัดแนะเวลาฉุดคร่าพิมพา การณ์กลับเป็นว่ายายทองถูกปรุงจันทร์ต่อว่าและด่ารุนแรงที่ทิ้งหลักฐานให้ตำรวจสืบหาจนพบ แถมก่องแก้วหลานสาวยังถูกตำรวจจับและให้การซัดทอดว่าเป็นฝีมือของยายทองแต่เพียงผู้เดียว ทองตบอกผางไม่คิดว่าหลานสาวจะทรยศหักหลังกับตัวเอง ปรุงจันทร์สะบัดหน้าหนีเข้าบ้านไม่สนใจยายทองอีก เหตุนี้ทำให้ทองเกิดความคับแค้นใจสุดประมาณ ทั้งๆที่ทำตามคำสั่งของนายหญิง

ด้านไวพจน์กับครรชิต สองพี่น้องกำลังหยอกเย้ากันด้วยความชื่นชมยินดีที่สามารถช่วยเหลือพิมพาได้ในที่สุด ไวพจน์ยุน้องชายให้ไปบอกหญิงสาวให้รู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่พิมพาพ้นมลทิน ครรชิตหัวเราะครื้นเครงถูกใจ เขาหมายมั่นว่าจะไปดักพบโนห์ราคืนนี้อีก และแล้วอย่างที่ใจตั้งมั่น ครรชิตแอบเดินตามโนห์ราตั้งแต่ท่าน้ำ จนกระทั่งหญิงสาวรู้สึกตัวและตัดสินใจใช้มีดพกขู่เขาไม่ให้ตามมาอีก และถามว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ครรชิตรีบบอกว่า

“ผมแค่มาดักรอแสดงความยินดีกับคุณและคุณแม่ของคุณไงล่ะ ผมดีใจมากจริงๆนะ”

โนห์ราขอบใจครรชิต และย้ำให้เขาอย่าส่งใครมารังควานตนอีกโดยเฉพาะพวกนายหน้าค้าผู้หญิง ครรชิตมองตามยิ้มๆไม่โกรธที่ถูกคาดโทษ เวลาเดียวกันนั้น ปรุงจันทร์กำลังจะสติแตกเกิดความไม่ไว้ใจยายทองและอยากกำจัดให้พ้นทาง เธอปรึกษาท่านขุนด้วยความกลัว ว่าจะถูกซัดทอดความผิดมาให้ในฐานะคนสั่งการ ทั้งคู่ทุ่มเถียงกันไม่หยุดหลายเรื่องชั่วร้ายที่ก่อขึ้นมา ท้ายที่สุดปรุงจันทร์ก็เผยความในใจว่าตนกลัวลูกแขจะสูญเสียสมบัติพัสถานทั้งหมดให้กับสองแม่ลูก

“เอาล่ะ เพื่อลูกแขที่รักเธอเหมือนแม่ พี่จะไปขอหย่าพิมพาเขาและจะให้เงินแสนตามที่เขาเคยร้องขอเอาไว้”

ปรุงจันทร์ขยับจะค้านแต่ท่านขุนดักคอว่าเสียค่าหย่าแสนเดียวเพื่อแลกกับอิสรภาพและจะได้มาจดทะเบียนกับเธอแทน คำพูดนี้ทำให้ปรุงจันทร์เงียบลง แต่ภายในใจคิดวางแผนไม่ให้เงินจำนวนนั้นตกไปถึงมือพิมพาแน่นอน จากนั้นปรุงจันทร์รีบโทร.หาแสวง พี่ชาย และยืนยันเรื่องการฉุดคร่าพิมพาตามแผนเดิมที่วางไว้และให้รีบมาดักฉุดให้เร็วที่สุด

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ท่านขุนเดินลงจากตึกใหญ่ไปหาภรรยาเพื่อเจรจาขอหย่าขาด พอดีกับพิมพาจะออกไปรับโนห์รา ท่านขุนพูดจาดีกับเธอผิดวิสัยที่เคยกระทำ

“ตอนนี้เธอพ้นคดีแล้วนี่ ฉันนึกอยู่แล้วว่าเธอไม่ผิด แต่ทำไมโนห์รายังไปทำงานหาเงินอีก เดี๋ยว!...จะไปรับลูกใช่ไหม ฉันไปด้วย พอดีมีเรื่องอยากคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวน่ะ”

ท่านขุนตรงเข้าโอบเอวภรรยาดึงขึ้นรถจนสำเร็จ พิมพารู้สึกอิหลักอิเหลื่อกับการกระทำของเขามากแต่ต้องยอมผ่อนปรน ที่หน้าบ้านด้านนอก แสวงและลูกน้องมาดักซุ่มรอเวลาฉุดคร่าพิมพา เสียงแสวงอธิบายขั้นตอนการลงมือว่า

“มันออกมา มันต้องไปขึ้นเรือ เราก็สะกดรอยตามมัน พอข้ามไปฟากโน้นแล้วเราก็ตามมันไปเรื่อยๆถึงที่ปลอดคนได้โอกาสเราก็จัดการมันซะ นังหอกข้างแคร่น้องสาวกู”

พูดจบไม่ทันไร แสวงและพวกก็เห็นพิมพานั่งรถท่านขุนแล่นผ่านหน้าไป ปรุงจันทร์เดินมาหาพี่ชายบอกว่าคงต้องมาดักรอใหม่ในวันพรุ่งนี้เพราะท่านขุนเกิดอยากจะเจรจาการหย่าขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งหมดมองตามผิดหวัง ด้านท่านขุนหลังหาที่จอดรถเพื่อคุยธุระได้ก็เริ่มเจรจา

“เรามาคุยกันพิมพา ฉันเคยทำผิดกับเธอมามากแล้ว... ขอโทษด้วย”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ มันถึงเวลาแล้วที่ดิฉันกับลูกจะไปจากบ้านของท่าน เพียงแค่รอเวลาตำรวจปิดสำนวนคดีและโนห์ราได้งานเป็นครูสอนนาฏศิลป์ที่นครฯ เราสองคนจะกลับไปอยู่ที่นั่น ส่วนเรื่องหย่า ดิฉันมีความตั้งใจจะทำอยู่แล้วโดยที่ท่านไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว...ที่ดิฉันเคยเรียกร้องเงินแสนบาทครั้งนั้น ดิฉันหมดความจำเป็นที่จะต้องใช้มันแล้วค่ะ”

“เดี๋ยวๆไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว ทำไมมันง่ายอย่างนี้...ขอบใจมากนะ พิมพา ความจริงแล้วฉันอยากจะให้เธอนะ”

พิมพาถอนใจเบื่อหน่ายที่ท่านขุนแสดงความ เห็นแก่ตัวเรื่อยมาไม่เคยเปลี่ยน เธอรีบขอตัวไปรับลูกสาว ขณะที่สามียิ้มพึมพำพอใจและบอกว่าหมดธุระของตนแล้วเช่นกัน คงไม่ต้องไปรับโนห์ราอีก ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปทันที พิมพามองตามสมเพชกับพฤติกรรมของเขา ไม่ไกลจากที่นั่น โนห์รากำลังชะเง้อคอมองหาพิมพาอย่างกระสับกระส่าย

ครรชิตแสร้งเดินเตร่วนเวียนก่อกวนอารมณ์หญิงสาว กระทั่งเธอต้องขยับมีดในมือให้เขาเห็นชัดๆ ครรชิตผงะถอยออกมาแล้วบ่นขรมว่าใจคอเธอจะฆ่าตนจริงๆใช่ไหม โนห์ราไม่ใส่ใจตอบ ห่างออกไปไม่ไกลนัก พิมพารีบร้อนเดินมาหาลูกสาว ครรชิตยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร โนห์ราดึงมือแม่ให้เดินออกจากที่นั่นก่อนที่เธอจะอาเจียนกับพฤติกรรมเลี่ยนๆของเขา

ooooooo

ที่บ้านอรรถกรคดี ปรุงจันทร์กับแข่งแขคอยจังหวะท่านขุนกลับมาเพื่อจะเอาเรื่อง ขณะนั้นเองเขาเดินผิวปากกลับเข้ามาอย่างเบิกบานใจมาก ปรุงจันทร์ปรี่เข้ามาทุบตีด้วยความหึงหวง ส่วนแข่งแขยืนดูว่าแม่จะจัดการกับพ่อเช่นไร

“เธอชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลแบบนี้ล่ะสิถึงได้เกิดเหตุอยู่เรื่อย พี่จะบอกข่าวดีมาถึงก็โดนแบบนี้ ไม่บอกดีกว่า”

“ใครจะอยากฟัง คุณพี่จะเอาเงินไปให้มันตั้งแสน นังพิมพามันคงดีใจจนตัวสั่นงันงกรีบนอนกับคุณพี่เลยล่ะสิ”

ท่านขุนมองปรุงจันทร์เบื่อหน่ายที่ไม่เคยฟังคำเตือนแถมยังสั่งสอนแข่งแขให้หลงเชื่อในสิ่งที่ผิดๆอีก เขาพูดเสียงเข้ม “เงียบ อุตส่าห์ทำแต่สิ่งดีๆให้ ยังเรียกร้องไม่รู้จักจบจักสิ้น จำไว้นะ ต่อนี้ไปทั้งเธอและแข่งแขต้องหยุดก่อเรื่อง ที่พูดนี่ไม่ได้ปกป้อง แต่เตือนสติทั้งสองคนว่าพวกเขากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว ขอให้จากกันด้วยดี เข้าใจไหม”

ท่าทางของสองแม่ลูกดูเหมือนไม่เข้าใจ ทำให้ท่านขุนหงุดหงิดเดินหนีไป รุ่งขึ้นวันถัดมา พิมพากับโนห์รากำลังช่วยกันเก็บข้าวของด้วยสีหน้ารื่นรมย์ ขณะที่ชื่นนั่งร้องไห้กลัวถูกทิ้งไว้ที่บ้านนี้คนเดียว พิมพามองสงสารก่อนจะบอกว่าเมื่อบ้านนี้ได้คนใหม่แล้วก็ให้ชื่นตามไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่า ชื่นดีใจโผเข้ากอดสองแม่ลูกอย่างตื้นตันใจ

ตกเย็นวันเดียวกันเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุร้าย โนห์รารู้สึกอยากกอดและบอกรักแม่ มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับพิมพาในตอนนี้ เธอร่ำๆอยากจะบอกลูกสาวถึงความลับที่เก็บไว้เนิ่นนานแล้วโดยตั้งใจว่าเมื่อย้ายบ้านเสร็จคงถึงเวลาเสียที ท่านขุนเดินเข้ามามองข้าวของที่สองคนจัดเอาไว้

“อ้อ! นี่เตรียมตัวกันพร้อมจะไปกันแล้วสินะ จะมาเตือนว่าพรุ่งนี้สิบโมงเช้าไปอำเภอจดทะเบียนหย่ากัน แล้วอย่าใจอ่อนเปลี่ยนใจเรื่องเงินล่ะ”

“ดิฉันไม่ใช่คนสับปลับกลับกลอก เห็นแก่ได้จ้องเอาทุกวิถีทาง แม้แต่ใช้วิธีต่ำช้าก็เอาหรอกค่ะ”

ท่านขุนอึ้งกับคำตอบของภรรยา เขามองตามนึกเสียดายแต่พอคิดถึงผลประโยชน์อื่นๆก็ต้องตัดใจไป ด้านโนห์รา วันนี้ไปรำด้วยความแช่มชื่นโล่งใจ แม้แต่ครรชิตที่ยังคงตามตอแย เธอก็ไม่นึกรำคาญเพราะคิดถึงแต่เวลาที่จะออกจากบ้านอันเปรียบเสมือนขุมนรกตั้งแต่เล็ก ครรชิตมองงงๆและรู้สึกอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก

เมื่อใกล้เวลาโนห์ราทำงานเลิก ปรุงจันทร์ลุ้นอยากให้พิมพาออกจากบ้านไปเสียที เธอแอบดูเห็นพิมพาเดินพิรี้พิไรอยู่ในบ้าน กระทั่งชื่นเสนอตัวไปรับโนห์ราแทน ปรุงจันทร์จะบ้าตายกลัวแผนเสียเหมือนเมื่อวานจึงรีบเดินเข้าไปโวยวาย

“นังชื่น นังนกสองหัว แกจะไปไหน ตราบใดที่แกยังกินเงินเดือนฉัน แกจะเที่ยวไปรับใช้คนอื่นไม่ได้”

พิมพาตัดบทขอบใจชื่นแล้วเดินออกไปรับลูกสาวทันที ปรุงจันทร์สุดแสนจะดีใจทำทีเดินเตร่มาดูของ แล้วใช้นิ้วคีบจดหมายที่แอบเหน็บติดตัวหย่อนลงไปไม่ให้ใครเห็น ที่นอกบ้าน แสวงกับลูกน้องคอยท่าแล้ว พอเห็นเป้าหมายเดินออกจากบ้าน สองคนสะกิดกันเดินตาม ไม่นานนักพิมพามายืนรอรถเมล์ที่ป้ายโดยไม่ได้สังเกตความผิดปกติรอบตัว เมื่อสบโอกาส แสวงส่งสัญญาณให้ลูกน้องกระโดดเข้าตะครุบตัวพิมพาลากเข้ามุมมืด พิมพาพยายามดิ้นรนแต่ไม่เป็นผล

เวลานั้น โนห์ราร่ายรำมาถึงช่วงจบเพลงพอดี เสียงปรบมือจากคนดูดังสนั่น เธอยิ้มรับก่อนจะลงจากเวทีไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวและยืนคอยแม่ตรงที่นัดเหมือนอย่างเคย ครรชิตจอดรถดูห่างๆและเห็นท่าทางกระสับกระส่ายของโนห์ราเพราะเลยเวลานัดกับแม่มานานโขแล้ว เขาเองก็สงสัยว่าทำไมคืนนี้พิมพายังไม่มารับลูกสาวเสียที

ขณะนั้นที่บ้านอรรถกรคดี ปรุงจันทร์กับแข่งแขนั่งพักผ่อนอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน อยู่ดีๆปรุงจันทร์เผลอตัวหัวเราะเสียงดังออกมา แข่งแขมองสงสัยถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“แม่ก็สมน้ำหน้านังสองแม่ลูกน่ะสิ มานั่งรอดูหน้านังโนห์ราซมซานกลับมาตามหาแม่มัน แถมเงินแสนมันก็ไม่มีโอกาสได้ใช้หรอก เจ็บใจนัก...แม่เป็นเมียคุณพ่อมาก่อนนังพิมพาแต่ไม่ได้รับการยกย่องให้จดทะเบียน คุณพ่อหยามน้ำใจแม่ไปเอานังนั่นมาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียแต่งอีก”

ท่านขุนเดินเข้ามาได้ยินสิ่งที่ปรุงจันทร์เล่าให้แข่งแขฟัง เขาปรามอย่างรำคาญใจ

“พอที จบได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าพี่ก็จะไปหย่ากับเขาและบ่ายพวกเขาจะย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแล้ว เธอไม่ชอบใจ หรือ ไม่ต้องออกปากไล่ ค่าเลี้ยงดูแดงเดียวก็ไม่ต้องเสีย”

ปรุงจันทร์สะดุดหูกับประโยคสุดท้าย เธอตกใจที่ไม่รู้มาก่อนว่าพิมพาไม่เรียกร้องเอาเงินแสนอย่างเคยพูด ท่านขุนจึงอธิบายว่าวันก่อนพยายามจะเล่าเรื่องนี้แต่ทั้งคู่ไม่ยอมรับฟังเลยจนใจเล่าต่อ ปรุงจันทร์ต่อว่าท่านขุนที่บอกช้าเพราะภายในใจคิดว่าไม่คุ้มกับการจ้างพวกนายแสวงเลยสักนิด ด้านแข่งแขไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในเรื่องที่ปรุงจันทร์ทำ เธอรู้แต่ว่าต่อจากนี้เธอจะมีความสบายใจมากกว่าความทุกข์

ooooooo

แสวงกับลูกน้องพาพิมพามาถึงบ้านที่คุมขัง ลูกน้องทำท่าจะจัดการกับตัวประกันเพราะเสียงคร่ำครวญให้ปล่อยตัวดังมาตลอดทาง แสวงเห็นอย่างนั้นจึงรีบตัดบทว่า

“ไม่ต้องคร่ำครวญ ยังไงก็ไม่ปล่อย จนกว่าลูกแกจะหาเงินหนึ่งแสนบาทมาไถ่ตัวแกได้”

พิมพาตกใจและมั่นใจว่าลูกสาวไม่มีทางหาเงินแสนมาไถ่ตัวได้จึงพูดขอร้องให้ปล่อยตัว แต่แสวงไม่สนใจกลับปิดประตูใส่หน้าและปล่อยให้เธอร้องไห้พรรณนาต่อไป ด้านโนห์ราเริ่มใจแป้วกลัวว่าแม่จะเกิดอันตราย ในสมองมีแต่คำถามว่าแม่หายไปไหนมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่หรือเปล่า เธอเดินวนเวียนกลับไปกลับมาจนกระทั่งครรชิตรู้สึกห่วงจึงเข้ามาหา

“แม่คุณคงไม่มาแล้ว ตอนนี้ดึกมาก ให้ผมไปส่งคุณนะ”

โนห์ราปฏิเสธแล้วลงนั่งร้องไห้เงียบๆก่อนจะตัดสินใจขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ครรชิตรีบขับรถตามด้วยความกังวลใจ เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เขาเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ โนห์ราชะงักพร้อมกับรู้สึกอุ่นใจที่มีเขาติดตามมาโดยตลอด

“ผมตามมานี่ไม่ได้จะมาก่อกวนให้คุณรำคาญใจ แต่ตามมาเพราะห่วงและต้องการคุ้มครองคุณต่างหาก ถ้าคุณมีปัญหา ผมยินดีช่วยเหลือ นี่นามบัตรของผม”

ปรุงจันทร์นั่งรอสะใจโนห์ราและเกิดความทุกข์ที่ต้องสูญเสียเงินจ้างคนฉุดพิมพา ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นเลยเพราะความใจร้อนของตัวเองแท้ๆ โนห์รากลับมาคนเดียวและสภาพเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ปรุงจันทร์มองมาชะงัก คิดในใจว่าพวกแสวงคงกระทำการสำเร็จแล้ว เธอถอนใจไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับเรื่องนี้ดี ด้านแข่งแขเดินไปหาแล้วพูดเยาะเย้ย

“ขอบใจมากนะยะที่ไปพ้นบ้านฉันสักที แม่แกยอมหย่ากับคุณพ่อโดยไม่เอาเงินสักบาท ฝากบอกแม่แกด้วยว่าพรุ่งนี้อย่าเปลี่ยนใจไม่ยอมไปหย่ากับพ่อฉันนะ”

“แม่ฉันพูดคำไหนคำนั้น ไม่กลับกลอก แม่คนอื่นนั่นแหละที่กลับกลอก”

แข่งแขตาวาวไม่พอใจมากที่โนห์รามาลามปามด่าปรุงจันทร์ เธอวิ่งถลาเข้ามาเพื่อจะตบสั่งสอนแต่โนห์รา กลับผลักเธอล้มลงแล้วควักมีดออกมาถือขู่ แข่งแขหวีดร้องตกใจ เสียงร้องนั่นทำให้ท่านขุนกับปรุงจันทร์รีบวิ่งมาดู โนห์ราหน้ามืดตวาดว่าถ้าใครมาแตะต้องทำร้ายตนกับแม่อีก ตนจะสู้ตายแน่นอน แข่งแขปากดีสวนกลับว่า

“แล้วไหนแม่แก แม่แกหายไปไหน สงสัยโดนใครลากไปข่มขืนหรือเปล่า”

โนห์ราฟังแล้วชะงักเกิดความกลัว แต่ท่านขุนตกใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าพิมพาไม่ได้ไปรับลูกสาวตามนัด เขาหันมองปรุงจันทร์และพบว่าเธอหลบสายตา เพียงเท่านี้เขาแน่ใจว่าเธอต้องไปสร้างเรื่องร้ายๆลับหลังเขาอีกแล้ว โนห์ราวิ่งไปทางเรือนเล็กพร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อแม่เสียงดัง ไม่มีเสียงตอบกลับและบ้านยังคงปิดไฟมืด หลังไฟเปิด เธอวิ่งหาแม่ทั่วบ้าน กระทั่งมองเห็นจดหมายฉบับหนึ่งจ่าหน้าซองถึงเธอ โนห์ราหยิบมาเปิดอ่านมือสั่น

ข้อความในจดหมายทำเอาร้องไห้โฮเพราะเขียนว่า

“ถึงโนห์รา ถ้าแกรักแม่ ไม่ต้องการให้แม่แกตาย เอาเงินหนึ่งแสนบาทมาไว้ที่ใต้ม้านั่งท่าเรือฟากโน้น

วันอาทิตย์หน้า เวลาเที่ยงคืน ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อแม่แกตาย”

ชื่นตกใจที่จู่ๆโนห์ราวิ่งมาหาและส่งจดหมายให้อ่าน เธอแนะนำให้ไปเรียนท่านขุนก่อน แต่หญิงสาวกลับตอบว่า

“ไม่ค่ะ คุณพ่อมีแต่จะซ้ำเติมแม่และที่สำคัญ ถ้าพวกนั้นรู้ แม่หนูอาจเป็นอันตรายก็ได้ เราต้องเงียบที่สุด”

“แต่เงินตั้งแสน คุณโนห์ราจะไปหาที่ไหนกันคะ”

โนห์ราเงียบไม่ตอบชื่นแต่ในใจเริ่มคิดถึงครรชิต แล้วหยิบนามบัตรเขาออกมามองอย่างครุ่นคิด เวลาเดียวกันนั้น พิมพาร้องไห้ขอให้แสวงปล่อยตัวเธอไปพบกับลูกสาว เสียงแสวงตวาดกลับอย่างรำคาญว่า

“เงียบเถอะน่า ร้องไปทำซากอะไรกัน ไม่มีใครให้แกออกไปหรอกน่าจนกว่าลูกแกจะเอาเงินแสนมาให้แลกตัวแก ถ้ามันไม่ทำตามที่ข้าบอก ข้าจะข่มขืนแล้วฆ่าแกทิ้งปิดปากซะ”

พิมพาไม่มีทางเลือกอื่นจึงเงียบ ก่อนจะจ้องหน้าแสวงคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบกันมาก่อน แสวงแสร้งขู่กลับว่าอยากตายหรือไง แต่ก็มึนเมื่อพิมพาสวนว่าถ้าตนตายใครจะหาเงินมาจ่ายค่าไถ่!

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ปรุงจันทร์ยังสงสัยไม่หายว่าถ้าพิมพาถูกจับตัวไปแล้ว ทำไมโนห์ราไม่โวยวายอะไรเลย กลับเก็บตัวเงียบเชียบ ขณะนั้นชื่นมาทำงานที่ตึกใหญ่เฝ้าลอบจับตามองพฤติกรรมของนายหญิงไปเรื่อยๆ กระทั่งปรุงจันทร์รู้สึกตัว

“นังชื่น แกจ้องหน้าฉันทำไม อ้อ! แล้วพวกบ้านโน้น เขาเตรียมตัวโยกย้ายถ่ายเทไปจากที่นี่กันเรียบร้อยแล้วหรือยัง”

ชื่นปฏิเสธไม่ทราบเรื่อง ปรุงจันทร์หงุดหงิดโต้เถียงกับสาวใช้จนบรรลุแก่โทสะตบหน้าฉาดใหญ่แล้วออกปากไล่ ชื่นหมดความอดทนตอกกลับทันควันว่าตนจะไม่ทนอยู่บ้านที่มีแต่เปลือกนอกทำเป็นผู้ดีแต่แก่นในคือผู้ร้าย วันนี้หมดสิ้นความยำเกรง พูดจบแล้วเธอก็เขวี้ยงจานข้าวลอยใส่หน้าอดีตนายหญิงทันที ไม่กี่อึดใจ ชื่นขนของไปหาโนห์ราที่เรือนเล็กหลังบ้านเพื่อขออยู่ด้วยเพราะถูกไล่ออกจากตึกใหญ่แล้ว สองคนกอดให้กำลังใจกัน ก่อนที่ชื่นจะประกาศว่า

“เราจะช่วยกันเรื่องคุณแม่นะคะ พวกมันต้องการเงินแสน มันยังไม่ทำอะไรคุณพิมพาหรอกค่ะ เรายังมีเวลาไปจนถึงวันอาทิตย์หน้า น้ามีเท่าไหร่จะให้คุณหมด รวมกันแล้วขาดเท่าไหร่ ชื่นจะไปหากู้เงินมาแทนนะคะ”

โนห์ราโผเข้ากอดชื่นร้องไห้อย่างซึ้งในน้ำใจของเธอ เวลานั้นที่บ้านครรชิต สองพี่น้องกำลังถกเถียงถึงเรื่องพิมพาไม่ไปรับลูกสาวตามนัด ไวพจน์ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกแต่ครรชิตกลับสงสัยขอร้องให้พี่ชายช่วยสืบเรื่องนี้และเร่งเรื่องตามหายายทองมาให้ปากคำเรื่องการใส่ยาพิษในขนมเทียนด้วย ไวพจน์กระเซ้าน้องชายขำๆ ว่าสั่งการดั่งตนเป็นลูกไม่ใช่พี่ชาย

ถึงเวลานัดไปหย่าที่อำเภอ พิมพากลับไม่ปรากฏตัว ท่านขุนร้อนใจสงสัยจะเดินไปตามหาที่เรือนเล็ก ปรุงจันทร์กับแข่งแขขอตามไปด้วย ขณะนั้นพันธุมวดีโผล่เข้ามาพอดี เธอมาตามคำสั่งของครรชิตที่ให้สืบเรื่องราวของพิมพา ทุกคนเดินตามกันเป็นพรวน เมื่อไปถึงยังเรือนเล็กกลับพบภาพโนห์รากับชื่นกำลังนั่งนับเงินกันหน้าเครียด ปรุงจันทร์ยิ้มอย่างเข้าใจเรื่องในทันที ผิดกับท่านขุนที่หัวเสียกระชากเสียงถามโนห์ราว่า

“เอ้า! มัวแต่นับเงินนับทองกันอยู่ได้ พิมพาไปไหนเล่า นี่มันสิบโมงกว่าแล้วนะ แม่เราทำไมเป็นคนแบบนี้ สัญญากับฉันเอาไว้ดิบดี หรือว่าคิดไม่ตก เปลี่ยนใจจะเรียกค่าเลี้ยงดูขึ้นมาอีกแล้ว”

ท่านขุนเดินปึงปังเข้าไปหาพิมพาในเรือนแต่ไม่พบ ถามโนห์ราก็อึกอักไม่ได้ความอะไร เขาจับตัวเธอเขย่าถามเสียงดังแต่โนห์ราไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ปรุงจันทร์ได้ทีส่งไม้ให้ท่านขุนฟาดลูกนอกไส้จนล้มลง เขาตามเข้าไปกระชากแขนเธอให้ลุกขึ้น ประจวบเหมาะกับจดหมายหล่นจากเอวของโนห์รา ทุกคนมองเห็นเข้าพอดี โนห์ราตกใจรีบตะครุบแต่ไม่ทันพันธุมวดี แข่งแขพยายามจะดึงจดหมายไปอ่าน แต่ท่านขุนถลึงตาให้หยุดแล้วดึงจดหมายจากมือพันธุมวดีมาคลี่อ่าน

เพียงครู่เดียว ท่านขุนหน้าถอดสีเงยหน้ามองโนห์ราเหมือนมีคำถาม เท่านั้นเองโนห์ราก็ร้องไห้โฮ ก้มลงกราบท่านขุนแล้วพูดเสียงเครือ

“คุณพ่อก็ทราบความจริงแล้ว หนูมีสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อย คุณพ่อจะกรุณาให้หนูยืมที่เหลือได้ไหมคะ”

เจอเข้าไม้นี้ ท่านขุนอึ้งก่อนจะตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าตอนนี้ตนไม่มีเงินพอ มีแต่เงินของแข่งแขแต่ตนจะลองไปขอยืมคนอื่นมาให้ โนห์รายิ้มทั้งน้ำตาแล้วกราบซ้ำ ชื่นกระซิบบอกไม่เชื่อว่าท่านขุนจะใจดีช่วยเหลือ อย่าเพิ่งมั่นใจ พวกเราต้องช่วยตัวเองกันทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาให้ครบจนได้

หลังจากกลับมาถึงตึกใหญ่ ท่านขุนฉวยแขนปรุงจันทร์ลากเข้าไปในห้องรับแขกโดยแรง พันธุมวดีฉวยโอกาสลากลับเพราะได้ข้อมูลมากพอที่จะไปรายงานต่อครรชิตแล้ว แข่งแขตกใจเมื่อเห็นพ่อตบหน้าน้าสาวตะคอกด่าว่าก่อเรื่องอีกจนได้ ปรุงจันทร์เงียบไม่โต้ตอบ แข่งแขมองหน้าน้าสาวเหมือนอยากได้คำอธิบาย ท่านขุนโวยวายเสียงดังว่า

“ถามแม่แกดูสิว่าทำอะไรลงไป พ่ออุตส่าห์ไปจัดการเสียเรียบร้อย จนพิมพาเขายอมหย่า ยอมไปโดยดี แต่แม่แกดันส่งคนไปจับเขาเรียกค่าไถ่ วอนหาเรื่องเข้าคุกจนได้จริงๆ”

แข่งแขต่อว่าน้าสาวที่ทำเรื่องจนวุ่นวายแทนที่จะจบลงอย่างเงียบๆ ท่านขุนบอกอีกว่าตนได้ข้อมูลมาจากตำรวจที่รู้จักกันว่ามีคนคอยช่วยพิมพาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันหรือเรื่องยาพิษในขนมเทียนนั่น

แข่งแขแย้งว่าเรื่องยาพิษนั่นไม่เกี่ยวกับน้าสาว ท่านขุนยิ้มเยาะจนปรุงจันทร์กลัวความลับจะแตกแสร้งร้องโวยวายเปลี่ยนเรื่องพูด ท้ายที่สุดท่านขุนขู่ว่าเรื่องนี้ตนช่วยต่อไปไม่ไหวแล้ว คงต้องหาทางระแวดระวังภัยกันเอง ปรุงจันทร์หน้าซีดเต็มไปด้วยความวิตกกังวลใจ

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา พันธุมวดีแล่นไปรายงานครรชิตเรื่องพิมพาถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ เขารับฟังด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“ผมไม่คิดว่าท่านขุนจะช่วยโนห์ราจริงจัง เขาเจ้าเล่ห์และฉลาดมากเกินกว่าจะทำอะไรที่เขาไม่ได้รับผลประโยชน์ เรื่องคุณพิมพา ผมต้องหาทางจัดการอย่างละมุนละม่อม ห้ามเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาบอกใครอีกนะพัน”

พันธุมวดีพยักหน้ารับทราบพร้อมกับปฏิเสธการรับค่าจ้าง เธอกลับใจมาทำเพื่อความถูกต้องและความสบายใจ ด้านโนห์รากับชื่นเที่ยวตระเวนไปขอกู้ยืมเงินตามสถานที่ต่างๆแต่ก็พบความผิดหวังเพราะเจอกับคนงกหรือไม่ก็เสี่ยที่หวังจะซื้อตัวโนห์ราเอาเป็นเมียเก็บแทน สองคนกลับบ้านหงอยๆเพราะหาเงินไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียว

ตกค่ำโนห์ราเตรียมตัวไปรำ ชื่นเห็นท่าทางเธออ่อนเพลียจึงเตือนให้พัก โนห์ราตอบว่าไม่มีเวลาพักแล้ว ตนต้องรวบรวมเงินให้ได้มากที่สุด ส่วนที่เหลือคงต้องขอยืมท่านขุนอีกครั้ง

ooooooo

ณ ที่ทำงานของตระกูลเทพพิทักษ์โยธิน สองพี่น้องปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด ไวพจน์เล่าให้น้องชายฟังว่า

“ตำรวจแจ้งว่าแม่ก่องอึกอักๆไม่ยอมบอกที่อยู่ของยายทอง แต่ไม่นานหรอกมันบอกแน่ ทีนี้แหละเราคงจับตัวยายทองได้ และสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เรานึกไม่ถึง เรื่องมันคงโยงเกี่ยวข้องกันไปหมดถึงการจับตัวคุณพิมพาด้วย ตำรวจรู้เรื่องจับตัวเรียกค่าไถ่แล้ว เขาต้องสืบให้รู้ที่มันเอาตัวคุณพิมพาไปซ่อนให้ได้ก่อน มันอันตรายมาก”

ฟากพิมพาเอาแต่นั่งเงียบ ข้าวปลาไม่แตะ แสวงมองเธออยากปล้ำเป็นกำลัง แต่ด้วยไหวพริบของพิมพา เธอแสร้งบอกพวกมันว่ามีรอบเดือนจึงรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด เธอยกมือท่วมหัวขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทั้งตนเองและลูกให้แคล้วคลาดปลอดภัย วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วถึงห้าวัน โนห์รายังคงหาเงินที่ไหนไม่ได้เลย เธอปรายตามองครรชิตน้ำตาคลอ ส่วนชายหนุ่มได้แต่มองตอบอย่างสงสาร

ที่ป้ายรถเมล์ โนห์ราทำงานเสร็จแล้วมายืนรอชื่น ครรชิตเฝ้าตามดูเป็นห่วงและถามถึงพิมพาว่าทำไมไม่เห็นมารับเธอตั้งห้าวัน โนห์ราสะดุ้งรีบหันหน้าหนีซ่อนน้ำตาที่พานจะไหลออกมาเมื่อได้ยินชื่อแม่ ขณะนั้นชื่นมาถึงพอดี สองคนขยับจะกลับบ้านแต่ฝนเกิดตกลงมาอย่างหนัก พลันโนห์ราที่ตัวรุมๆเหมือนเป็นไข้หมดแรงทรุดตัวลง ครรชิตถลาเข้ามาประคองและอุ้มขึ้นรถนำไปส่งถึงบ้าน แข่งแขร้องเสียงหลงเรียกพ่อกับแม่

“ว้าย! คุณครรชิตอุ้มนังโนห์ราลงมาจากรถคุณพ่อขามาดูสิคะ”

ท่านขุนปราดเข้ามาดูตามคำบอกของลูกสาว สามคนผละจากหน้าต่างตามลงไปจนถึงเรือนเล็ก เวลานั้น ครรชิตวางโนห์ราบนที่นอน ชื่นเข้ามาประคอง ท่านขุนสั่งการให้ทุกคนออกไปรอข้างนอกในระหว่างที่ชื่นเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับโนห์รา แข่งแขหึงหวงจนออกนอกหน้า ถามครรชิตเสียงแหลมเพื่อขอคำอธิบายในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“ผมเห็นโนห์ราเปียกฝนแล้วเป็นลม ผมก็ช่วยเหลือเธอในฐานะเพื่อนมนุษย์และพอจะรู้จักเธอก็เท่านั้น ผมพูดแค่นี้คงเข้าใจนะ ผมไม่ทราบว่าคุณแม่ของเธอหายไปไหน แต่โนห์รากำลังป่วย ถ้าจะกรุณาช่วยดูแลเธอให้ดีด้วย ผมลานะครับ”

แข่งแขทำท่าจะพูดต่อ ท่านขุนขึงตาและดึงมือไว้บอกลูกสาวว่า

“ผู้ชายคนนี้ไม่ยอมสยบใครง่ายๆ ตอนนี้เท่ากับลูกได้เขามาค่อนตัวแล้ว อย่าได้ไปแสดงอะไรที่ทำให้คุณค่าของตัวเองตกต่ำลงจนเขาเกิดเบื่อหน่าย ไม่ได้ยินหรือเขาถามว่าพิมพาหายไปไหน บางทีเขาอาจจะรู้อะไรดีมากกว่าที่เราคิดก็ได้”

ปรุงจันทร์กับแข่งแขรู้สึกตัวว่าทำเกินไปจึงเงียบลง เมื่อกลับมาถึงตึกใหญ่ แข่งแขตีอกชกหัวคร่ำครวญให้ปรุงจันทร์หาทางกำจัดหนามยอกใจเสียโดยเร็ว ด้วยความรักลูกสาวเป็นทุนเดิม ปรุงจันทร์พูดเสียงเหี้ยม

“มันจะไม่เป็นหนามยอกอกลูกนานหรอก แม่ต้องจัดการมันแน่ รอให้เรื่องของนังแม่มันเรียบร้อยไปก่อน มันไม่มีปัญญาหาเงินแสนไปไถ่ตัวแม่มันหรอก และแม่จะเก็บนังโนห์ราเอาไว้ให้มันมาแบ่งสมบัติของลูกทำไม”

และแล้วเวลาก็ผ่านไปถึงหกวัน ครรชิตกังวลใจเพราะตำรวจยังไม่ได้เบาะแสเรื่องพิมพา ไวพจน์ปลอบใจน้องชายว่าแผนสำรองของตำรวจคือการแอบซุ่มล้อมจับตอนที่คนร้ายไปรับเงินค่าไถ่ในคืนพรุ่งนี้ ครรชิตเตือนอย่าให้เกิดอันตรายกับสองแม่ลูกโดยเด็ดขาด พี่ชายรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด น้องชายถอนใจ

“ผมละแสนจะสงสารโนห์รา ทำไมเธอต้องมีแต่ความทุกข์นะ ผมไม่เคยเห็นเธอยิ้มแย้มเล่นหัวเหมือนเด็กสาวทั่วไปเลย ผมพยายามแก้ตัวในสิ่งที่ทำพลาดไปและคืนนี้ผมจะพูดกับเธอตรงๆเรื่องเงินแสนนั่น มันเหลือเวลาวันเดียวเท่านั้นเอง”

ด้านโนห์ราหลับยาวด้วยพิษไข้ เมื่อตื่นขึ้นมา อีกครั้งเธอตกใจที่สูญเสียเวลาไปเกือบทั้งวัน ความอับจนหนทางทำให้โนห์ราบากหน้ากลับไปหาท่านขุนอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังที่เขาช่วยเหลืออะไรไม่ได้อย่างที่เคยพูดไว้ ท่านขุนหาทางชิ่งหนีโดยทิ้งโนห์ราให้เจรจากับปรุงจันทร์และแข่งแขเองเผื่อจะมีหนทางช่วยได้

สองแม่ลูกสบตากันยิ้มเพราะได้โอกาสกลั่นแกล้งโนห์รา ปรุงจันทร์อ้างว่าเงินนั่นเป็นของแข่งแข ถ้าอยากได้ลองกราบเท้าวิงวอนดู โนห์รามองแข่งแขลังเลก่อนตัดสินใจทำตามคำบอก แต่แข่งแขกลับพูดเย้ย

“แกจะมาขอความกรุณาฉันไปทำไม ได้ข่าวว่าใครๆก็อยากได้ตัวแกทั้งนั้นนี่ ทำไมไม่เอาตัวเองไปขายเล่า แค่ขายตัวเพื่อแม่ตัวเองแค่นี้จะเป็นไร ไอ้ความสึกหรอของแกไม่ได้มาแปะโชว์ที่หน้าผากประจานความฟอนเฟะให้ใครเห็นหรอกน่า”

ปรุงจันทร์เห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ ขณะที่ชื่นมองไม่พอใจอย่างมาก เธออดรนทนไม่ไหวหลุดปากเหน็บแรงว่าสิ่งที่แข่งแขพูดถูกต้อง ราคีที่ว่ามันโดนจนโทรมยับเยิน คนบางคนยังลอยหน้าโก่งราคาค่างวดได้เป็นล้านๆทั้งที่ควรจะเอาปี๊บคลุมหัวมากกว่า แข่งแขกรีดร้องด้วยความโกรธจัด ทำท่าจะโดดเข้าตบชื่น แต่ครั้งนี้อดีตสาวใช้ไม่ยอมลงให้กลับตั้งท่าสู้ โนห์ราลากชื่นออกไปเพราะไม่อยากเสียเวลากับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว เวลาที่เหลืออยู่มีค่าเกินกว่าจะทะเลาะกับใคร

ตกเย็นวันนั้น โนห์ราสิ้นหนทางหาเงินไปไถ่ตัวพิมพา เธอจึงตัดสินใจต้องฝืนทนทำอะไรบางอย่างในคืนนี้ โนห์ราขอร้องให้ชื่นช่วยแต่งตัวแบบสาวสมัยใหม่ ชื่นถามแปลกใจแต่โนห์ราอุบอิบตอบว่าบางครั้งก็จำเป็นต้องแต่งแบบนี้ และสั่งให้ชื่นแต่งหน้าจัดๆเพื่อให้ไม่เหลือเค้าเดิม ชื่นตามใจไม่ซักถามอะไรอีก

เมื่อแต่งเสร็จ โนห์รายืนมองตัวเองในกระจกสะท้อนใจเพราะภาพที่เห็นคือสาวสังคมที่พร้อมจะออกทำงานขายตัว เธอกลั้นสะอื้นบอกกับตัวเองว่าเพื่อแม่ต้องทำได้ ที่ท่าเรือครรชิตซุกตัวในรถรอโนห์ราเหมือนเช่นเคย เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งหน้าเข้มใส่ชุดทันสมัยเดินผ่านหน้าไป เขาไม่ได้สนใจมากนักมัวแต่ชะเง้อมองหาโนห์ราในรูปแบบเดิม

ครรชิตดูนาฬิกาหลายครั้งด้วยความสงสัยระคนแปลกใจเพราะมันผิดเวลาไปมากแล้ว พลันมีภาพหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสมัยใหม่ ใส่แว่นตาเดินผ่านไปครู่นี้แวบเข้ามาในหัว เสียงในใจตะโกนก้องอย่างจำได้ว่า

“ผู้หญิงคนนั้น...โนห์รา...ใช่แล้ว!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.