ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พอเป็ดปุ๊กเริ่มเข้าใจไม้ขึ้นก็ถูกไข่มุกมาหยอดพิษใส่อีกแล้ว

เช้า นี้ขณะเป็ดปุ๊กกำลังจะไปทำงาน  ไข่มุกที่กำลังจะพาลูกชายไปส่งโรงเรียนก็รีบมาหาขอบคุณเรื่องรั้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าเรื่องนี้ต้องไปขอบคุณไม้มากกว่าที่ยอมรื้อรั้วให้

“ฉัน ไม่พูดกับนายนั่นหรอกค่ะ ถ้ายังไงคงต้องฝากคุณเป็ดไปบอกเขาแทนฉันก็แล้วกัน เพราะคุณเป็ดสนิทกับเขา” พอเป็ดปุ๊กสะดุดใจคำว่าสนิท ไข่มุกก็พูดแหย่ยิ้มๆว่า “ฉันพอจะมองออกค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ชายหนุ่มกับหญิงสาวอยู่ใกล้ชิดกัน อะไรมันก็เกิดขึ้นได้”

ไข่มุกยิ่งพูด เป็ดปุ๊กก็ยิ่งสงสัย จนไข่มุกถามว่าเธอแน่ใจแล้วหรือว่านายคนสวนนี่ไว้ใจได้ เป็ดปุ๊กไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ขอเคลียร์ก่อนว่าตนกับไม้ไม่มีอะไรกัน เขาแค่ทำสวนให้ที่บ้านและแวะมาคุยเป็นเพื่อนพ่อจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ยํ้าว่า

“ไม่ใช่แบบที่คุณเคยสงสัย รวมถึงน้องที่อยู่ปากซอยด้วย นายไม้ช่วยเขาติวหนังสือก็แค่นั้น” ไข่มุกถามอย่างดูถูกว่า คนแบบนั้นมีสติปัญญาพอหรือ? “คุณไม่ควรด่วนสรุปว่าใครเป็นยังไงง่ายๆนะคะ...ฉันต้องไปแล้วค่ะเดี๋ยวรถติด ”

ไข่มุกมองตามรถของเป็ดปุ๊กไปอย่างหงุดหงิดที่เป่าหูไม่สำเร็จ

เป็ด ปุ๊กขับรถมาได้ช้าๆ ผ่านร้านขายหมูปิ้ง เธอฉุกคิดอะไรบางอย่าง พอมาถึงหน้าร้านสวนขวัญ เธอเขม้นมองเข้าไปไม่เห็นใครเลย แอบผิดหวัง พลันฝ้ายก็มาเคาะกระจกรถ พูดไปหอบไปว่า

“เห็นรถคุณเป็ดจอดอยู่ตรงนู้น ฝ้ายรีบวิ่งไป รถคุณเป็ดดั๊นนน...วิ่งมาจอดหน้าร้าน เฮ่อ...เสียพลังงานแท้ๆ” เป็ดปุ๊กถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “อ๋อ...พี่ไม้เขาให้คอยดู ถ้าเห็นรถคุณเป็ดปุ๊กก็ให้เอาขนมมาให้ มีขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน”

เป็ดปุ๊กหยิบถุงหมูปิ้งส่งให้ “งั้นก็เอาอันนี้ไปให้เขาด้วย คงไม่อร่อยเหมือนที่เขาเคยซื้อให้ฉันหรอก บอกเขาว่ายื่นหมูยื่นแมว แล้ววันนี้เขาไปไหนล่ะ”

“ยังไม่ตื่นเลยค่ะ เมื่อคืนดึกไปหน่อย” เป็ดปุ๊ก ถามทันทีว่าไปไหนหรือ พอดีรถคันหลังบีบแตรไล่ เธอเลยต้องรีบไปบอกฝ้ายว่า “ไว้คุยกันทีหลังนะ”

ฝ้ายมองถุงหมูปิ้งในมือพึมพำยิ้มล้อๆ “สงสัยงานนี้ต้องมีใครบางคนปลื้มจนหน้าบานแน่...”

ooooooo

กลางวันวันนี้โอมขับรถกอล์ฟมาจอดห่างจากหน้าบ้านเป็ดปุ๊กเล็กน้อย แล้วย่องไปที่ประตูรั้วมองเข้าไปในบ้าน

“โฮ่ง!!”

เสียงเจ้ายักษ์เบิ้มเห่ากระโชก โอมตกใจผงะหงายก้นจํ้าเบ้า

ไข่มุกโผล่มาถามว่าเป็นอะไร โอมบ่นว่าไม่ยักรู้ว่ามีหมา ไข่มุกบอกว่าเขาเพิ่งเอามาเลี้ยง แล้วถามจี้ไม่ปล่อยว่า

“แล้วคุณโอมมาทำอะไรแถวนี้หรือคะ” โอมบอกว่ามาดูรั้วสังกะสี “อ๋อ...รื้อไปเมื่อวันก่อนค่ะ”

โอม บ่นว่าจะเรียกทนายมาดูเสียหน่อย ถ้าไม่ยอมรื้อจะฟ้องเลย แต่เมื่อรื้อแล้วปัญหาหมดไปแล้วคงไม่ต้องฟ้อง แต่แอบด่า “ไอ้นี่มันฉลาด เวลาสร้างปัญหาให้เรา พอเราจะเอาเรื่อง มันก็จัดการหลักฐานเสียเรียบหมด”

ไข่มุกหาทางแซะต่อถามว่ามีปัญหาบ่อยหรือ พอโอมบอกว่าตลอดเวลา เลยยุว่าแล้วทำไมคุณแม่เขาถึงยังจ้างไว้น่าจะไล่ออกไปตั้งนานแล้ว

“ผม ก็พูดกับแม่หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ผมมาบริหารหมู่บ้านนี้ แต่แม่บอกว่ามันเป็นคนเก่า ทำงานตั้งแต่เริ่มสร้างหมู่บ้านแล้วก็เป็นคนแถวนี้ เวลามีปัญหามันช่วยคุยกับชาวบ้านได้ ผมก็คอยดูมันอยู่ ถ้ามันพลาดเมื่อไหร่ผมไม่เอามันไว้แน่”

ไข่มุกยุแหย่ต่ออีกว่าขืนทิ้งไว้ จะมีเรื่องใหญ่แน่ ทิ้งระเบิดว่า “ใครจะไปรู้ว่ามันคิดจะทำอะไร บางทีอาจ จะได้เสียกันแล้วก็ได้” เห็นโอมตกใจก็เป่าหูต่อ “ฝ่ายหญิงน่ะเขายังปฏิเสธอยู่ แต่ของแบบนี้ไม่มีใครยอมรับง่ายๆหรอก”

แม้ โอมจะพูดว่าตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรกันเพราะเป็ดปุ๊กไม่น่าจะไปยุ่งกับคน พรรค์นี้ แต่ในอนาคตมันอาจจะทำอะไรก็ได้ แต่ในใจเขายิ่งเกลียดไม้หนักขึ้นไปอีก

ooooooo

เป็ดปุ๊กได้รับโทรศัพท์จากพิมพาในตอนสาย วางสายแล้วเธอหันถามแก้วว่าเอกสารประกอบที่ให้พิมพ์แต่เช้าอยู่ไหน แก้วจึงเพิ่งเอาให้ เป็ดปุ๊กรับแล้วรีบเอาไปที่ห้องพิมพาเลย

แต่พอพิมพาตรวจเอกสาร ปรากฏว่าส่งเอกสารประกอบผิด ทั้งยังพิมพ์ผิดมากมาย ถูกพิมพาตำหนิอย่างหงุดหงิดว่า

“ทำไมถึงได้ผิดนิดผิดหน่อยเยอะแยะไปหมด ตัวสะกด ไม้เอกไม้โท การันต์อย่างนี้น่ะ” เธอเอาปากกาวงที่ผิดไว้ยิ่งเห็นพร้อยไปหมด นั่นพอทำเนาแต่พอพลิกไปอีกก็ชะงักกึก ถามเสียงเข้มว่า “อะไรเนี่ย ผิดแบบนี้ได้ไง! นี่มันราคาสี่หมื่นนะ กลายเป็นสี่แสนได้ยังไง” คราวนี้กาไว้วงใหญ่มาก เท่ากับอารมณ์ที่ปรี๊ดขึ้นมา

“ไหนคะ” เป็ดปุ๊กเข้าไปดูใจคอไม่ดี พอเห็นก็ขอโทษบอกว่าเดี๋ยวจะไปแก้ ถูกพิมพาดันแฟ้มคืนแรงๆสั่งเข้ม

“เอาไปตรวจดูใหม่เลย ตรวจให้ละเอียดด้วย ผิดพลาดแบบนี้ เราเสียหายรู้ไหม เธอเป็นอะไรของเธอหืมม!”

เป็ดปุ๊กก้มหน้ารับผิด หยิบแฟ้มออกไป แต่พอไปถึงห้องทำงาน แก้วที่จ้องอยู่แล้วรี่เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่าทางเหมือนจะไม่ค่อยดี เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่ดีมากๆเลย แล้วเลื่อนแฟ้มให้แก้วดูที่พิมพาวงคำผิดไว้ บอกว่าเป็นผลงานพิมพ์ของแก้วทั้งนั้น แก้วดูแล้วทำทีถามว่า “พี่พิมเขาคงด่าแก้วใหญ่เลยซิ”

“อูยยย...ขนาดทนฟังไม่ได้เลยล่ะ หน้าเป็ดงี้ชาเลย” แก้วตกใจถามว่าจริงหรือเปล่า “หมายถึงตัวเป็ดน่ะที่โดนด่า เป็ดไม่ได้บอกพี่พิมหรอกว่าแก้วเป็นคนพิมพ์ เป็ดรับเต็มๆคนเดียวเลย”

แก้วทำเป็นซึ้ง ขอบใจแล้วชมว่าเป็ดปุ๊กเป็นคนดีมาก เป็ดปุ๊กไม่ได้ตำหนิแก้วแม้แต่คำเดียว กลับตำหนิตัวเองที่ไม่ได้ตรวจทานก่อน ปลอบใจกันเองว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราแก้ให้ถูกต้องเสียมันก็จบ แก้วทำเป็นกระตือรือร้นจะเอาไปแก้เลย

“ไว้ช่วงบ่ายก็ได้นี่เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” เป็ดปุ๊กชวนพลางหยิบกระเป๋าถือ แก้วเอาแฟ้มไปวางที่โต๊ะก็พอดีโอมโผล่เข้ามา เป็ดปุ๊กบอกแก้ว พอโอมบอกว่าจะมาชวนไปทานข้าวกัน แก้วดีใจมากชวนไปกันเลยดีไหม โอมหันชวนเป็ดปุ๊กไปทานด้วยกัน เธอยิ้มบอกว่าสองคนตามสบายดีกว่า แก้วรีบกันท่าบอกโอมว่า เป็ดเขาไม่ค่อยสะดวกหรอก

โอมปากหวานขอเลี้ยงตอบแทนที่เป็ดปุ๊กช่วยแก้ปัญหาที่หมู่บ้านให้ตนด้วย เมื่อเชิญไม่ไปก็ขอร้อง ทำให้เป็ดปุ๊กจำต้องไปแต่แซวขำๆว่า “ขออนุญาตเป็นก้างขวางคอสักวันแล้วกันนะแก้ว”

แก้วทำเป็นยิ้มแย้มยินดีแต่ใจหงุดหงิด ยิ่งเมื่อโอมแสดงท่าทีเทกแคร์เป็ดปุ๊กอย่างมากจนเหมือน

ตัวเองเป็นส่วนเกินก็ยิ่งไม่พอใจ ซ้ำยังแนะนำอาหารหรูเมนูต่างประเทศต่างๆอย่างกระตือรือร้น แก้วก็ทนไม่ได้ติงว่าทำไมไม่แนะนำตนบ้าง โอมตอบทันทีว่า “อย่างแก้วนี่...ต้องส้มตำปูปลาร้าก็ดีนะ”

“เอาเป็นว่า เป็ดสั่งอะไรก็สั่งให้แก้วด้วยก็แล้วกัน” แก้วกระชากเสียงนิดๆแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หน้าเครียดเคืองที่โอมพูดดูถูกตน

ระหว่างนั้น โอมพูดเรื่องที่หมู่บ้านอีก ทำเป็นขอบคุณเป็ดปุ๊ก ชมว่าถ้าเธอไม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องถึงหูสื่อหมู่บ้านจะเสียชื่อมาก ตำหนิไม้ว่า “ไอ้คนสวนคนนี้ก็เหลือเกิน ผมพูดกับมันไม่รู้เรื่อง ดีที่มันแอบชอบคุณเป็ดอยู่ เรื่องเลยง่ายขึ้นเยอะ”

เป็ดปุ๊กสะดุดหูถามว่าใครแอบชอบใคร โอมพูดตรงๆว่าไม้แอบชอบเธออยู่ใครๆก็รู้ แล้วตีกันว่า “ยังดีนะครับที่คุณเป็ดไม่รู้สึกอะไรไปกับมันด้วย” พูดแล้วเห็นเธอนิ่งเลยดักคอ “หรือว่าคุณเป็ดก็...คิดอะไรกับมัน”

“โอ๊ย...ไม่หรอกค่ะ เพิ่งรู้จักกันจะไปคิดอะไร เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

“ดีแล้วล่ะครับ มันกับคุณต่างชั้นวรรณะกันมาก แค่คนสวน อีกอย่างไอ้คนคนนี้มันไว้ใจไม่ได้เลย มันก็แค่นักเลงอันธพาลคนนึง มันใจร้อน มีเรื่องตีรันฟันแทงกับใครเขาไปทั่ว แถมยังเป็นเสือผู้หญิงด้วยนะครับ เด็กวัยรุ่นแถวหมู่บ้านมันเอาเป็นเมียหมด แล้วกลางคืนเนี่ยนะครับ มันออกเที่ยวทุกคืน กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกดื่นตีสองตีสาม”

“เหรอคะ” เป็ดปุ๊กทำหน้าแปลกใจ โอมบอกว่าแสดงว่าเธอยังไม่รู้ “ค่ะ...ก็ไม่รู้ค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่”

“ดีแล้วล่ะครับ อย่าไปสนใจมัน คนแบบนี้...” โอมโน้มหน้าเข้าไปกระซิบ “มีไว้ให้หลอกใช้ก็พอ” แล้วหัวเราะชอบใจ แก้วเดินกลับมาเห็นยิ่งไม่พอใจ แต่พยายามข่มใจทำหน้าปกติเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะถามว่าตกลงสั่งอะไรกันแล้ว โอมบอกว่าเป็ดปุ๊กให้ตนสั่งแทน เลยถูกแก้วประชดเป็นนัยว่า เป็ดปุ๊กไว้ใจโอมเร็วจังเลย

“เป็ดไม่เคย ก็ต้องพึ่งคนที่เชี่ยวชาญ”

“โอมก็คงยินดีให้พึ่งไม่ว่าจะเรื่องไหน”

โอมรู้ว่าถูกเหน็บ พูดออกตัวว่า “คุณเป็ดเป็นลูกบ้านของผม ผมก็ต้องบริการเต็มที่อยู่แล้ว” แก้วประชดต่ออีกว่า ยังไงก็ให้ระวังหน่อยก็แล้วกัน ใช้บริการโอมมากๆเดี๋ยวจะติดใจ เป็ดปุ๊กพาซื่อบอกว่าตนจะให้โอมช่วยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้เท่านั้น

“ก็เรื่องอย่างนั่นแหละ ที่คุณโอมเขาถนัด” แก้วจิกทั้งเป็ดปุ๊กและโอม ถูกโอมกระซิบปรามว่าอย่าทำให้เสียเรื่อง!

บรรยากาศการกินอาหารกร่อยจนเป็ดปุ๊กสงสัยว่าตนจะเป็นต้นเหตุหรือเปล่า

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับพร้อมอาหารที่สั่งเอากลับไปฝากพ่อที่บ้าน พอเล่าให้เชียรฟังว่าแก้วเป็นแฟนกับโอม เชียรพูดอย่างยินดีว่าโลกกลมจริงๆ

เมื่อจัดอาหารแล้ว เป็ดปุ๊กบอกพ่อให้ชวนไม้มากินด้วยกัน เชียรโทร.หาไม้ แต่เสียงปลายสายอึกทึกมาก เชียรชวน...

“ไม้...กินข้าวหรือยัง...จะชวนมากินด้วย เป็ดเขาไปได้อาหารอร่อยๆมา...ไงนะ...อยู่กับเด็กๆที่ไหนเหรอ...

อะไรนะ...ไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เอาๆ ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็ได้...ครับ สวัสดี”

เป็ดปุ๊กฟังอยู่ด้วยอย่างใจจดจ่อ พอเชียรบอกว่าไม้มาไม่ได้ เธอถามว่าทำอะไรอยู่ เชียรบอกว่าไม้อยู่กับเด็กๆ เด็กไหนก็ไม่รู้ ตนฟังไม่ถนัด เสียงเพลงดังมาก ตึงๆตังๆ จังหวะแรงๆ แบบที่พวกวัยรุ่นชอบกัน เป็ดปุ๊กเดาว่าเหมือนในคอนเสิร์ตหรือ เชียรพูดคิดๆว่า “ไม่น่าใช่ เหมือนใน...ร้านเหล้า”

เป็ดปุ๊กคิดถึงคำบอกเล่าของโอมที่ร้านอาหารทันที รู้สึกจะเข้าเค้าอย่างที่โอมเล่าจริงๆ

ส่วนแก้ว กลับไปเล่าให้เก็จฟังที่บ้านอย่างไม่พอใจ แต่ปกป้องโอมว่าผู้ชายก็อย่างนี้แหละ แต่เป็ดปุ๊กนี่สิ...ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคนแบบนี้ เก็จยุทันทีว่า ฟังจากแก้วเล่าแล้วเชื่อว่าเป็ดปุ๊กต้องคิดจับโอมแน่ๆ

“แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องหาทางกำจัดมันให้เร็วที่สุด” แก้วจิกตาร้าย

พอดีไก่กุ๊กกรึ่มๆ กลับมา ถูกเก็จบ่นว่าเมามาอีกแล้ว ไก่กุ๊กโต้ว่าเมาที่ไหนแค่สองแก้วเอง แล้วถามหาลูกๆ พอรู้ว่าทำการบ้านอยู่ข้างบนก็จะขึ้นไป ถูกเก็จดักหน้าแบมือทวงว่าตอนเช้าบอกว่าจะวางเงินไว้ให้ไม่เห็นมี ไก่กุ๊กถามว่าจะพูดอะไรตอนนี้ พอเก็จบ่นว่าไม่มีเงินเหลือติดบ้านแล้ว ก็แนะว่าให้เอาแก้วแหวนเงินทองไปขายหรือเข้าโรงตึ๊งก็ได้

ทั้งสองโต้เถียงยื้อยุดกันโวยวาย ไก่กุ๊กผลักเก็จเซ แก้วเข้าประคองพี่สาว ไก่กุ๊กบอกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้เหลืออยู่สองร้อยเองต้องเอาไว้เติมน้ำมันรถ พูดทิ้งท้ายว่า “แล้วจะหามาเองแหละ เงินน่ะ” แล้วขึ้นข้างบนไปเลย

แก้วจึงแบ่งเงินให้เก็จสองพันบอกว่าเอาไปใช้ก่อน เก็จรับเงินเซ็งๆ บอกว่าจะเอาไปซ่อมโน้ตบุ๊ก แก้วถามว่าโน้ตบุ๊กเป็นอะไร

“โดนไวรัสน่ะซี เจ้าแมวเมี้ยวเอาแฟลชไดรฟ์มาจากโรงเรียน พอเสียบเข้าไปในเครื่องเรา มันลบข้อมูลหายหมดเลย งานการไม่ต้องทำกัน แก้วก็ต้องระวังไว้ด้วยนะ”

“ไวรัสเหรอ...” แก้วนิ่งคิดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้!

ooooooo

มีเรื่องค้างคาใจมาแต่เมื่อคืน เช้านี้ก่อนไปทำงานเป็ดปุ๊กผ่านร้านสวนขวัญจึงแวะเข้าไป เห็นฝ้ายกำลังขนดินหลายถุงมาวางก็ถามฝ้ายอย่างตำหนิว่าปล่อยผู้หญิงทำงานหนักแล้วเจ้าตัวหายไปไหน

ฝ้ายแกล้งโง่ถามว่าใครหรือ เธอตอบทันทีว่า “ก็นายไม้น่ะสิ”

“อ๋ออออ...” ฝ้ายลากเสียงยาวมากก่อนบอกว่า “ยังไม่ตื่นหรอกค่ะ เมื่อคืนดึกมาก กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ตีสองตีสามเลยค่ะ” ถูกถามทันทีว่าเขาไปไหนหรือ “ก็...ไปอย่างที่เขาชอบไปนั่นล่ะค่ะ” ฝ้ายยิ่งทำเป็นมีพิรุธ

“ชอบไปไหนฝ้าย” เสียงไม้งัวเงียถามขึ้น พอฝ้ายกับเป็ดปุ๊กหันมา เขาหาวหวอดๆเข้ามาทักเป็ดปุ๊ก “มาแต่เช้าเลยมาหาผมเหรอ อย่าบอกนะว่าจะมาทวงคำขอบคุณเรื่องหมูปิ้ง ขอบคุณมากนะครับ หมูปิ้งอร่อยมาก”

“อย่าเว่อร์...ฉันรู้ว่าไม่ได้อร่อยขนาดนั้น” เธอสวนไปอย่างหมั่นไส้แกมเขิน

“ไอ้ความอร่อยมันไม่ได้อยู่ที่รสชาติอย่างเดียวนี่คุณ มันอยู่ที่น้ำใจด้วย” พูดแล้วก็เขินตัวเอง ส่วนเป็ดปุ๊กที่ทำท่าห้าวๆ เจอหยอดเข้าแบบนี้ก็เขินทำอะไรไม่ถูก จนไม้ถามขึ้นว่า “เอ่อ...แล้วคุณมาหาผมมีอะไรรึเปล่า”

มัวแต่เขินไม่ทันตั้งหลักเลยถามไปตรงๆว่า “จะมาถามว่าเมื่อคืนนายไปไหน” เลยถูกย้อนถามงงๆว่าอยากรู้ไปทำไม “ไม่ทำไมหรอก เมื่อคืนฉันซื้ออาหารฝรั่งมา ว่าจะตามนายไปกิน แต่พอดีนายไม่ว่างก็เลยอยากรู้ว่าหายไปไหน”

“ผมไปกับเด็กๆ”

“อ๋ออออ...คงสนุกกันน่าดูเลยเนอะ” ถูกสวนทันทีว่าพูดเหมือนประชด ถามว่าอยากให้ชวนไปรึเปล่าล่ะ “เชิญนายไปของนายเองเถอะ ที่อโคจรพรรค์นั้น ฉันไม่ชอบไป”

คำว่า “ที่อโคจร” ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากัน ไม้งงว่าหมายถึงอะไร ส่วนเป็ดปุ๊กตั้งใจด่าแล้วเดินไปเลย ไม้ร้องถามว่า มาถามแค่นี้จริงๆหรือ เป็ดปุ๊กกระชากเสียงบอกว่า แค่นี้แหละเขาไม่ได้เจ็บไม่ได้ไข้ก็โอเคแล้ว”

“ขอบคุณนะคร้าบบบ ที่อุตส่าห์เป็นห่วง แล้วอาหารฝรั่งที่ว่าล่ะครับ ยังเก็บไว้ให้ผมอยู่หรือเปล่า จะได้แวะเข้าไปกิน” พอเธอบอกว่าเทให้ยักษ์เบิ้มกินหมดแล้ว ไม้ก็คราง... “โหยยยย...เสียดาย วันหลังซื้อมาอีกนะครับ”

“ฉันว่านายไปหากินกับเด็กๆ น่าจะอร่อยถูกใจกว่ามั้ง!” พูดแล้วสะบัดหน้าไปเลย

ไม้กับฝ้ายเดินออกมามองส่งจนรถเป็ดปุ๊กขับปรู๊ดออกไปแล้ว เขาบ่นกับฝ้ายว่าอะไรของเขาทำไมต้องโกรธขนาดนั้น ฝ้ายพูดยิ้มแซวว่าสงสัยจะหึง เพราะไม้บอกว่าไปกับเด็ก ไม้โวยว่าก็ตนไปกับเด็กจริงๆ ฝ้ายก็ไปด้วยไม่ได้ทำอะไรผิด

“ผู้หญิงน่ะ เวลาลมหึงมันพลุ่งพล่าน ก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”

“แล้วจะมาหึงทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ไม่ต้องพูดแล้ว เดี๋ยวเกิดเข้าใจผิดมันจะไปกันใหญ่ เขาก็แค่โมโหที่ฉันไม่ได้ไปกินข้าวที่บ้านเขาเท่านั้นแหละ หึงเหิงอะไร” ไม้กลบเกลื่นทั้งที่แอบเขินแอบปลื้ม

“จริงๆก็แอบปลื้มใช่ไหมล่ะ โธ่เอ๊ย...” ฝ้ายมองตามยิ้มๆอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันนี้ แก้วไปที่ห้องทำงานเช้ากว่าปกติ เหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างมีพิรุธแล้วตรงไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเป็ดปุ๊ก เข้าไปง่วนอยู่กับเครื่อง อึดใจก็ปิดเครื่องแล้วรีบออกไปอย่างเร็ว

เป็ดปุ๊กมาถึงห้องทำงาน เปิดคอมฯเตรียมทำงาน แต่มีปัญหา คลิกเข้าไปแต่ละไดรฟ์ทุกไดรฟ์ว่างเปล่า เธอแปลกใจบอกอ้อมว่าคอมฯของตนเสีย แล้วคลิกให้ดู เมื่อคลิกเข้าไปในฮาร์ดดิสก์ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเหลือเลย อ้อมเองก็ตกใจ

แก้วเพิ่งมา ทำยิ้มแย้มเข้ามาขอโทษเป็ดปุ๊กที่มาสายอ้างเหตุผลที่เป็นอมตะว่า “รถติด” แล้วทำทีชะโงกมาดูที่คอมฯ ถามว่าเป็นอะไรหรือ เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่รู้เป็นอะไร ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์หายหมดเลย แก้วก็ทำเป็นตกใจว่าอย่างนี้ก็แย่สิ

“ไม่ใช่แค่แย่นะ วันโลกแตกเลยล่ะ เป็ดต้องรีบทำงานให้พี่พิมด้วย” พูดไม่ทันขาดคำพิมพาก็เดินเข้ามาขอดูงาน

“เหลืออีกนิดหน่อยค่ะ” เป็ดปุ๊กกลั้นใจบอก พอพิมพาบอกว่าเสร็จแล้วให้เอาไปให้เลยพลางหันเดินออกไป เป็ดปุ๊กตัดสินใจบอกว่า “คอมฯมีปัญหาค่ะ ข้อมูลหายไปหมดเลยค่ะ”

“อะไรนะ มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“เป็ดก็ไม่ทราบค่ะ เมื่อกี๊พอเปิดเครื่อง มันก็ขึ้นจอฟ้า เป็ดปิดแล้วเปิดใหม่อีกที มันก็หายไปหมด” พิมพาถามว่า ข้อมูลหายหมดเลยหรือ เป็ดปุ๊กตอบหน้าจ๋อยว่า “ที่เกี่ยวกับลูกค้าค่ะ”

“ไม่ได้ เธอต้องจัดการรวบรวมเอากลับมาให้หมด จะไปเอามาจากไหนก็แล้วแต่เธอ แล้วข้อมูลที่พี่ต้องการ เอามาให้พี่ก่อนเที่ยงด้วย” สั่งแล้วเดินกลับไปเลย

แก้วทำทีปลอบเป็ดปุ๊กให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดต้องมีทางออกแน่ ปากแก้วพูดไปอย่างนั้นทั้งที่สะใจว่าไม่มีทางแก้ได้

กุ้ง พนักงานอีกคนเดินเข้ามาถามว่าจะให้ตนช่วยไหม แฟนตนเป็นช่างคอมฯ เดี๋ยวจะตามมาช่วยดูให้ เพียงเท่านี้เป็ดปุ๊กก็ซึ้งใจจนพูดไม่ออก มองหน้ากุ้งอย่างมีความหวัง...

ooooooo

แฟนของกุ้งมานั่งหน้าคอมฯไม่นานก็เจอปัญหา บอกว่าไวรัสตัวนี้เพิ่งมาใหม่ โปรแกรมป้องกันไวรัสของเธอยังอัพเดตไม่ถึง เลยรอดเข้ามาได้ เป็ดปุ๊กถามว่ามันมาจากไหนเพราะเมื่อวานยังไม่มีปัญหาเลย

“ปกติจะมาจากแฟลชไดรฟ์ครับ คุณเอาแฟลชไดรฟ์ไปเสียบเครื่องอื่นที่มีไวรัส มาเสียบเครื่องนี้มันก็เข้าไปในเครื่อง”

เป็ดปุ๊กบอกว่าวันสองวันนี้ตนไม่ได้ใช้แฟลชไดรฟ์เลยและคอมฯตัวนี้ก็มีแต่ตนใช้กับแก้วเท่านั้น แก้วรีบบอกว่าตนไม่ได้แตะคอมฯตัวนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว เป็ดปุ๊กเลยสงสัยว่าอาจจะมาจากอินเตอร์เน็ต

“ไม่หรอกครับ ติดได้ทางแฟลชไดรฟ์อย่างเดียว” เป็ดปุ๊กถามอย่างกังวลว่าแล้วข้อมูลที่หายไปจะทำอย่างไร? “มันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ จริงๆ แล้วก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ ไวรัสตัวนี้มันไปบังเอาไว้ไม่ให้เราเห็น เดี๋ยวพอกำจัดมันได้แล้วทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม”

“จริงเหรอคะ โอ้...อย่างกับสวรรค์มาโปรด กุ้ง...แฟนเธอนี่สุดยอดจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ”เป็ดปุ๊กดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ทุกคนดีใจกับเธอด้วย ยกเว้น...แก้ว ที่นั่งหงุดหงิดผิดหวังแต่ไม่กล้าแสดงออก

ooooooo

เลิกงานแล้ว ขณะที่เป็ดปุ๊กกำลังขึ้นรถจะกลับบ้านนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยวและนกจิ๊บที่แย่งกันเล่าอย่างตระหนกว่า แม่ขายต้นกรรณิการ์ของคุณปู่ไปแล้ว

กลับถึงบ้าน เป็ดปุ๊กเล่าให้พ่อฟังว่าเก็จตามร้านต้นไม้ให้มาดู พรุ่งนี้จะมาล้อมไป เชียรตกใจมากบอกตนไม่ยอมให้ขาย ชวนเป็ดปุ๊กรีบไปห้ามเขาเดี๋ยวนี้เลย เป็ดปุ๊กเสนอว่าเรา โทร.คุยกับไก่กุ๊กก่อนก็แล้วกัน บอกว่าพ่อไม่ให้ขาย

แต่พอโทร.ไปหาไก่กุ๊ก กลับได้รับคำตอบที่ฟังแล้วเจ็บปวดยิ่งขึ้นว่า ก็เป็ดกับพ่อย้ายไปแล้วจะมายุ่งอะไรอีก แต่ต้นไม้ขายไปก็หามาปลูกใหม่ได้

“แต่เขากำลังขายต้นกรรณิการ์นะพี่ พี่ไก่ก็รู้ว่าต้นนี้พ่อรักมาก แล้วก็น่าจะรู้ด้วยว่าทำไมพ่อถึงรัก”

ไก่กุ๊กบอกว่าเก็จไม่มีเงินใช้ก็เลยต้องขายต้นไม้ เป็ดปุ๊กย้ำว่า “จะขายต้นอะไรก็ขายไป แต่ต้นนี้ขายไม่ได้!”

“บอกเขาว่าพ่อจะซื้อเอง ไม่ต้องขายคนอื่น” เชียรพูดแทรกขึ้น ไก่กุ๊กรับปากว่าจะบอกเก็จให้ เป็ดปุ๊กย้ำให้บอกเก็จด้วยว่าอย่าเพิ่งให้ใครมาล้อมไป ไก่กุ๊กตอบอย่างขอไปทีว่า จะบอกให้ถ้าไม่ลืม แล้วหันไปชวนเพื่อนดื่มต่อ

เป็ดปุ๊กบ่นกับพ่อว่าเมาแล้วเดี๋ยวก็ลืม เชียรหาทางแก้ปัญหา รีบ โทร.ไปหาไม้จะให้ไปช่วยล้อมต้นกรรณิการ์มาไว้บ้านนี้แต่โทร.ไปไม่มีคนรับสาย เป็ดปุ๊กพูดอย่างเบื่อหน่ายว่าอย่าโทร.เลยตอนนี้เขาไม่รับสายหรอกคงกำลังเที่ยวสนุกอยู่ ตัดบทว่า

“เอางี้ เป็ดจะหาคนไปล้อมต้นไม้มาเองเลยดีกว่า พรุ่งนี้เป็ดจะโทร.ไปลางานแล้วไปเอาต้นไม้ให้พ่อเอง”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไม้ตื่นแต่เช้ามาช่วยฝ้ายจัดโน่นจัดนี่ทำไปหาวไป มือทำแต่ตามองไปที่ท้องถนน ฝ้ายรู้ทันทีว่าเขามองหาอะไร แกล้งบอกว่าตื่นไม่ไหวก็ไม่ต้องรีบตื่น หรือว่าจะแอบมารอใคร

ที่แท้ไม้มาดักรอรถของเป็ดปุ๊กที่จะผ่านหน้าร้าน เขาซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งเตรียมไว้ให้เธอด้วย รอจนเห็นรถเป็ดปุ๊กมาใกล้เตรียมจะเอาไปให้ แต่แล้วทั้งสองก็ชะงักเก้อ เมื่อเธอทำเป็นมองไม่เห็นและขับรถผ่านไป ทั้งสองมองตามไป เห็นเธอแวะเข้าไปร้านต้นไม้ถัดไปไม่ไกลนัก

“ไปเข้าร้านอื่นด้วย!! นี่พวกเราถูกเมินงั้นเหรอ” ฝ้ายถามอย่างทำใจไม่ได้

“ก็ช่างเขาสิเขามีสิทธิ์เลือกนี่” ไม้ทำปากแข็งแล้วยื่นถุงหมูปิ้งให้ “เอ้า เอาไปกิน” ฝ้ายให้เขาเก็บไว้กินเอง เลยถูกย้อนถามเสียงขุ่นว่า “เห็นแบบนี้แล้วจะกินลงไหมล่ะ เอาไป” ฝ้ายถามว่าแล้วเขาจะไปไหน “นอน!!!” ตอบห้วนๆ แล้วเดินไปเลย

“เฮ่อ...หมูปิ้งเป็นหมันเสียแล้ว!!” ฝ้ายมองถุงหมูปิ้งถอนหายใจยาว...

ที่แท้เป็ดปุ๊กไปติดต่อร้านต้นไม้ถัดไปว่าจ้างให้เขาไปช่วยล้อมต้นกรรณิการ์ที่บ้านเก่า โดยวาดแผนผังให้ นัดพบกันที่นั่นสิบโมงเช้า

เจ้าของร้านถามขนาดต้นไม้แล้วตีราคาล้อมสองพัน แนะนำว่าซื้อไปปลูกใหม่ถูกกว่าง่ายกว่าอย่างมากก็แค่พันเดียว

“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องเก็บต้นนี้ไว้ พ่อรักมาก”

เป็ดปุ๊กกับเชียรไปถึงที่บ้านเก่า รอครู่หนึ่งกระบะของไม้ก็แล่นมาจอดต่อท้ายรถของเธอ เชียรถามงงๆ ว่า ไหนว่าจะจ้างคนอื่น เธอตอบงงๆ เหมือนกันว่าก็จ้างร้านอื่นแล้ว

ไม้ลงมาบอกว่าป้าศรีให้ตนมาล้อมต้นไม้แทนเพราะไกลเกินไป ป้าศรีบอกว่าเชียรรักต้นไม้นี้มาก ถามว่าต้นไหนเข้าไปเลยได้ไหมเพราะเป็นบ้านของเชียรเอง เป็ดปุ๊กลองเปิดประตูรั้วปรากฏว่าไม่ได้ล็อก บอกให้เข้าไปกันเลย

แต่พอเดินไปหาต้นกรรณิการ์ ปรากฏว่าเหลือแต่หลุม เชียรพึมพำน้ำตาคลอ “ไม่ทันแล้ว...”

ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กเศร้าเสียใจมาก ยืนมองหลุมต้นกรรณิการ์นิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น จนไม้อดสงสารไม่ได้

ไม้เดินเลี่ยงไปดูที่หลุมต้นกรรณิการ์ ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งยองๆ ที่ปากหลุมเหมือนเก็บอะไรตรงนั้น

เก็จกลับมาเห็นคนอยู่ในบ้านก็โวยวาย พอเห็นเชียรก็ถามว่าพ่อมาได้ยังไง เชียรบอกว่าได้ยินว่าจะขายต้นไม้เลยมา เก็จบอกว่าเขามาล้อมไปตั้งแต่เช้าแล้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าตนฝากไก่กุ๊กมาบอกแล้วว่าพ่อจะขอซื้อไว้เอง จึงรู้ว่าเมื่อคืนไก่กุ๊กไม่ได้กลับบ้าน เก็จพูดอย่างไร้ความรู้สึกว่าถือเสียว่าขายไปเป็นค่าขนมหลานก็แล้วกัน

ขณะนั้นเอง ไม้เดินเข้ามาถามเก็จว่าเขาเอาต้นไม้ไปนานหรือยัง เก็จบอกว่าเอาไปตั้งแต่เช้ามืดเห็นว่าจะขนไปลงที่ชลบุรี ถามว่าตนจะตามวุ่นวายทำไม มีขายเยอะแยะซื้อใหม่มาปลูกก็หมดเรื่อง

คนที่มีความผูกพันมีความหลังกับต้นกรรณิการ์ กับคนที่เห็นมันเป็นเพียงต้นไม้ที่ขายแลกเงินได้ พูดกันอย่างไรก็ไม่เข้าใจความรู้สึกกันได้ เป็ดปุ๊กจึงชวนพ่อกลับ แต่บอกเก็จว่า

“พี่เก็จ เป็ดขอร้องนะ ถ้าจะทำอะไรกับบ้านหลังนี้ ช่วยบอกกันก่อน อย่าได้ถือวิสาสะทำแบบนี้อีก เพราะยังไงบ้านนี้ก็ยังเป็นบ้านของพ่อ ไม่ใช่บ้านพี่เก็จ”

“ไปแล้วก็ไปให้พ้นซีเว้ย กลับมาทำไม หน็อย! ทำเป็นสั่ง คอยดูกูจะรื้อให้เหี้ยนเลย ใครจะทำไม!”เก็จจิกตาร้าย พึมพำตามหลัง

เชียรกับเป็ดปุ๊กออกมานั่งในรถกันแล้ว ไม้เดินมาหาคลี่ผ้าเช็ดหน้าให้ดูเมล็ดพันธุ์เล็กๆ บอกว่าเป็นเมล็ดของต้นที่ถูกล้อมไป ตนจะเอาไปเพาะเป็นต้นให้

“จริงเหรอ...ขอบคุณมากนะไม้...ขอบคุณมาก...” เชียรน้ำตาคลอขึ้นมาอีก...เป็ดปุ๊กปลอบใจพ่อขณะขับรถ กลับว่า จะไปหาต้นกรรณิการ์มาปลูกที่สนามหน้าบ้านเรา

“มันไม่เหมือนกันหรอกลูก แม้แต่ที่ไม้เขาจะเพาะใหม่จากเมล็ดของมันก็จะไม่มีวันเหมือน...พ่อไม่เคยคิดว่าเขาจะทำได้ ถ้าพ่อรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ พ่อคงขุดเอาไปลงที่บ้านใหม่ตั้งแต่แรกแล้ว”

“เป็ดว่า แม่รู้ค่ะว่าเราพยายามถึงที่สุดแล้ว” เป็ดปุ๊ก กุมมือพ่อไว้อย่างเข้าใจความรู้สึกกัน...

ooooooo

เช้าตรู่วันนี้ นภมาที่บ้านเป็ดปุ๊ก ถามว่าเมื่อวานเธอวานให้ไม้ไปทำธุระเสร็จหรือเปล่า เสร็จดึกเลยหรือ?

เมื่อรู้ว่าแยกกันตั้งแต่กลางวันแล้ว และไม่ได้ขุดต้นไม้มาปลูกด้วย นภทำหน้างงว่าแล้วไม้หายไปไหนเพราะนัดตนไว้ว่าตอนหัวค่ำจะโทร.นัดกันไปทำกิจกรรมพิเศษแล้วเงียบไปเลย เป็ดปุ๊กสงสัยว่ากิจกรรมพิเศษนั้นคืออะไร

“พี่ไม้เขารวบรวมพวกวัยรุ่นแถวนี้ไปทำกิจกรรมพิเศษกันตอนกลางคืน กลับมาอย่างมากก็ตีหนึ่ง พี่สนใจไหมล่ะครับ ถ้าวันนี้พี่ไม้ไป ไปด้วยกันก็ได้ครับ”
เป็ดปุ๊กถามว่าตนไปได้ด้วยหรือ พอนภบอกว่าได้ ไปสนุกด้วยกัน ทำให้เธออยากไปดูว่ามันคืออะไร

ปรากฏว่าเป็นกิจกรรมที่ไม้ระดมวัยรุ่นในหมู่บ้าน รวมทั้งฝ้ายและแตนด้วยไปช่วยกันขนขยะทิ้ง พัฒนาพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นสวนหย่อม เป็ดปุ๊กทึ่งกับเรื่องใหม่ๆที่เพิ่งรู้ บ่นว่า “ไม่ยักรู้ว่ามีทำแบบนี้กันด้วย” แล้วเธอก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมพิเศษอย่างไม่รังเกียจและไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางเสียงเพลงคึกคักเร้าใจตลอดเวลา

ไม้สนใจดูแลเธอเป็นพิเศษเพราะเป็นสมาชิกใหม่ ฝ้ายกับแตนแอบดูหัวเราะกันคิกคัก ไม้ทำไม่รู้ไม่ชี้ เร่งมือขนขยะเสร็จก็ขุดหลุมลงต้นไม้กันอย่างสนุกสนาน

ไม้เลือกลงต้นหมาก ซึ่งต้องเตรียมดินอย่างละเอียด เป็ดปุ๊กเอาด้วย ทั้งสองจึงช่วยกันเตรียมดินปลูกต้นหมากด้วยกัน เธอบอกไม้ว่า

“ฉันอยากปลูก เพื่อทุกครั้งที่ฉันขับรถผ่าน ฉันจะได้มองดูมันแล้วบอกกับตัวเองว่า นั่นคือต้นไม้ที่ฉันปลูก” แล้วถามไม้ว่า “สวนหย่อมนี่ พอทำเสร็จแล้ว มีใครมาดูแลหรือเปล่า”

ไม้บอกว่าเทศบาลจะมาดูแล เธอเตือนว่าเคยเห็นบางแห่งสวยได้ไม่กี่วัน ต้นไม้ก็ตายหมด

“ผมไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอก ถ้าเขาไม่ดูแล พวกเราก็ต้องดูแลกันเอง ผมไม่เคยปล่อยให้ต้นไม้ที่ผมปลูกต้องตายไปต่อหน้าต่อตา ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อคุณดี”

“คิดแล้วก็น่าอาย เรื่องยักษ์เบิ้มก็ทีนึงแล้ว นี่มาเรื่องต้นกรรณิการ์อีก...นายคงรู้แล้วว่า ทำไมฉันกับพ่อต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ถ้าฉันเอาเรื่องพี่สะใภ้ไปเล่าให้ใครฟัง เขาคงคิดว่าฉันแต่งเรื่องใส่ความเขา”

ไม้พูดเหมือนจะให้กำลังใจเธอว่า คนแบบนี้มีเยอะในโลก เขายกตัวอย่างว่า

“อากับอาสะใภ้ผมงี่เง่ากว่านี้อีก ถ้าฆ่าผมได้เขาคงฆ่าไปแล้วล่ะ” เป็ดปุ๊กถามว่าขนาดนั้นเลยหรือ ไม้หัวเราะบอกว่า ตนคงดูละครมากไป เป็ดปุ๊กนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงเลียบเคียงถาม...

“รู้ไหม มีคนเขาบอกว่านายชอบออกนอกบ้านตอนกลางคืน กลับบ้านเกือบสว่าง ไม่คิดว่าจริงๆแล้วนายจะมาทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ”

“ผมอยากช่วยเด็กๆ ไม่ให้ไปเที่ยวเตร่เกเรน่ะ ว่าแต่ใครบอกคุณเหรอ”

เป็ดปุ๊กอึ้งไป ไม่ทันตอบเชียรก็โทร.เข้ามือถือถามว่าอยู่ไหน พ่อลงมาไม่เจอ รถก็ไม่อยู่ เธอบอกว่าอยู่ข้างนอกมาทำกิจกรรมพิเศษกับไม้ เชียรแปลกใจถามว่าอยู่กับไม้ทำกิจกรรมพิเศษอะไรหรือ?! พอเธอบอกว่ามาเปลี่ยนกองขยะให้เป็นสวนหย่อม เชียรตัดพ้ออย่างเสียดายว่าแล้วทำไมไม่ชวนพ่อมาด้วย

ขณะที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อนั่นเอง ไม้เดินมาข้างหลังเห็นเธอกำลังคุยติดพันจึงไม่รบกวน หยุดยืนรอ จึงได้ยินเธอคุยกับพ่อ เชียรชมว่า “ไม้เขารู้จักทำนะ เปลี่ยนกองขยะเป็นสวนหย่อมเห็นไหมล่ะว่าเขาเป็นคนดี”

“พ่อเลิกสรรเสริญคุณความดีเขาสักทีได้ไหม มัน เอียน” พอหันมาเห็นไม้ เธอบอกเชียรว่า “แค่นี้ก่อนนะพ่อ เดี๋ยวก็คงจะกลับแล้ว” ปิดเครื่องแล้วถามไม้ว่ามาแอบฟังหรือ ไม้บอกว่าเปล่า เธอจับเท็จว่า “แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้”

“จะมาตามคุณไปดู งานของเราเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

ไม้พาไปดู ปรากฏว่าสวนหย่อมสวยงามมากเป็ดปุ๊กบอกว่าตนชอบมากต้องรักษามันไว้ให้ดีด้วย

“ทุกคนครับ ตบมือดังๆ ให้กับพี่ไม้ของเราด้วยครับ” นภร้องบอกเพื่อนๆ ทุกคนตบมือ ไม้ยิ้มรับแล้วหันมองเป็ดปุ๊ก บอกว่าตบมือให้ตัวเองด้วยทุกคนเลย เสียงตบมือดังยาวนาน ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขมาก

วันรุ่งขึ้น เป็ดปุ๊กขับรถผ่านสวนหย่อม เธอชะลอรถดู เห็นคนที่เดินผ่านไปมาพากันชี้ชวนดูกองขยะที่กลายเป็นสวนหย่อมที่สวยงามอย่างตื่นเต้น มีคนแก่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ มีนักจ๊อกกิ้งมายืดเส้นยืดสาย หลายคนยกมือถือขึ้นถ่ายรูป

เป็ดปุ๊กมองภาพเหล่านั้นอย่างมีความสุข หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ยิ้มอย่างปลื้มใจในผลงานที่ตนมีส่วนร่วม

ooooooo

ไปถึงที่ทำงานแล้วเป็ดปุ๊กยังยิ้มจนอ้อมแซวว่าปลื้มอะไรมาแต่เช้า เธอถามอ้อมว่า

“เคยไหมเวลาที่เราได้ทำอะไรดีๆ มันก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นไปอีก” อ้อมถามว่าเรื่องอะไร เสริมสวย? ขัดหน้า?หรือซื้อกระเป๋าใบใหม่ เป็ดปุ๊กบอกว่า “ไปเก็บขยะ แล้วก็ทำให้ที่ตรงนั้นเป็นสวนหย่อมสวยๆ แบบนี้ไง” ว่าแล้วเปิดมือถือโชว์รูปที่ถ่ายมา อ้อมดูแล้วตื่นเต้นไปด้วย และเมื่อเป็ดปุ๊กแชร์ภาพสวนหย่อมลงในเฟซไทม์พร้อมสเตตัสว่า

“ความสุขเมื่อได้ช่วยสร้าง...สวนหย่อมเล็กๆ จากอดีตที่ทิ้งขยะ”

อ้อมเห็นแล้วกด like ให้เป็ดปุ๊กทันที ที่น่าปลื้มกว่านั้นคือ ผ่านไปถึงเที่ยงก็มีคนกดแชร์ออกไปมากมาย พร้อมคอมเมนต์ดีๆ เช่น “ขอบคุณนะคะที่ทำให้โลกนี้สวยขึ้นอีกนิด”... “คุณคือแรงบันดาลใจของผม”... “ขออนุญาตไปทำที่ชุมชนบ้างนะคะ”... “เยี่ยมมากเลยค่ะ กระทืบไลค์ให้เลย”

เป็ดปุ๊กอ่านคอมเมนต์เหล่านั้นแล้วพึมพำอย่างคิดไม่ถึง “จริงเหรอเนี่ย...” นึกขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ พิมพ์ไปยิ้มไป

“ขอบคุณมากสำหรับเรื่องเมื่อคืน นายทำให้ฉัน รู้สึกดีที่ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่น ทำให้ฉันรู้สึกว่าโลก ใบนี้ยังสวยขึ้นได้อีกนิด ถ้าเราไม่หยุดคิดที่จะพยายาม ฉันแชร์รูปสวนเมื่อคืนลงในเฟซบุ๊ก คนมาไลค์เกือบร้อยแล้วนะ เยอะที่สุดตั้งแต่ฉันมีเฟซบุ๊กเลย นี่ถ้ายอดไลค์ถึงห้าร้อยเมื่อไหร่ ฉันจะพานายไปฉลอง อิอิ...”

ไม้ได้ยินเสียงข้อความเข้า เขาเปิดดูเห็นภาพ สัญลักษณ์ข้อความจากเป็ดปุ๊ก รีบเปิดดูอย่างตื่นเต้น อ่านเสร็จแล้ววางมือถือลงบ่นงงๆ “อะไรคือห้าร้อยไลค์??? ผู้หญิงนี่จริงเล้ย...ชอบมีอะไรงงๆ” แต่พอกดอ่านอีกครั้งก็ยิ้มสดชื่น พูดกับข้อความในมืิอถือ “ขอบคุณนะคุณเป็ด คุณมาถูกที่ถูกเวลาพอดี...” แล้วตะโกนร้องเพลงอย่างมีความสุข...

ooooooo

เลิกงานแล้วเป็ดปุ๊กไปที่ตลาด ตรงไปที่แผงขายน้ำพริกที่ไม้พามาซื้อวันก่อน แต่ไม่เห็นคนขาย ครู่หนึ่งไม้โผล่มาจากหลังแผง ทำเอาเธอสะดุ้งถามว่ามาทำอะไรตรงนี้

ไม้บอกว่าป้าคนขายไปธุระเลยฝากร้านไว้ ถามว่าวันนี้จะรับอะไรดี เธอบอกว่าจะซื้อน้ำพริกไปฝากพ่อแต่ยังเลือกไม่ถูก ไม้ถามว่าคุณพ่อเธอดีขึ้นหรือยัง

“ก็ดีขึ้น แต่ฉันรู้ว่าพ่อพยายามทำให้ฉันสบายใจมากกว่า” พูดแล้วนิ่งไป ไม้เข้าใจความรู้สึกของเธอเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าวันนี้ลองซื้อน้ำพริกปลาร้าไปฝากพ่อดีไหม เผื่อจะชอบ เธอบอกว่าพ่อชอบแต่เพราะคนที่บ้านเก่าไม่ชอบพ่อเลยไม่ได้กินมานานแล้ว พอดีป้าเจ้าของแผงมาถึง ถามว่ารับน้ำพริกอะไรดี ไม้ตอบแทนทันทีว่า

“น้ำพริกปลาร้าป้า แถมให้เยอะๆเลยนะจ๊ะพ่อของคุณเป็ดเขาชอบ”

เป็ดปุ๊กเหลือบมองไม้ยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ ไม้ยิ้มตอบ ทำให้ใบหน้าคมเข้มของเขาดูเท่สะดุดตา

ความรู้สึกดีๆที่เริ่มมีต่อกัน ทำให้เป็ดปุ๊กไว้ใจ เชื่อใจชวนเขาไปกินข้าวที่บ้าน ไม้พูดหน้าตาเฉยว่าตนจะขออนุญาตเธออยู่แล้ว เผื่อจะทำอะไรให้พ่อเธอหายเศร้าได้บ้าง ทำให้เป็ดปุ๊กยิ่งรู้สึกขอบคุณน้ำใจเขา

ไม้อาสาขับรถให้ เป็ดปุ๊กส่งกุญแจรถให้แล้วขึ้นนั่งข้างคนขับ ท่าทางสบายๆด้วยกันทั้งคู่

โอมออกจากร้านค้ามาเห็นพอดี เขามองตามรถไปอย่างไม่พอใจ

เชียรยิ้มแย้มดีใจ นั่งกินข้าวกับเป็ดปุ๊กและไม้อย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข บนโต๊ะอาหารทุกคนต่างดูแลเอาใจใส่กันอย่างอบอุ่นอย่างคนในครอบครัว กินอิ่มแล้วเชียรบอกว่า “อร่อยจริงๆอดมาหลายเดือนแล้ว”

เป็ดปุ๊กจะขับรถไปส่งไม้ เขาขอปีนข้ามกำแพงไปเอง เธอเป็นห่วงเพราะมืดแล้วเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ ก่อนไปไม้ขอบคุณที่ชวนกินข้าว บอกว่าถ้ามีอะไรที่จะตอบแทนได้ก็ยินดี เป็ดปุ๊กบอกว่า

“พอฉันได้ไปช่วยนายจัดสวนหย่อม มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันชักจะชอบต้นไม้ขึ้นมาแล้วสิ ฉันก็เลยอยากได้ต้นไม้มาประดับในห้องน้ำหน่อย บ้านจะได้มีสีเขียวๆทั่วๆ”

“ได้ครับ ผมจะเลือกไว้ให้ แล้ววันหยุดจะมาจัดให้นะครับ” เธอบอกว่าไม่ต้องรอวันหยุดหรอก “แต่ผมอยากเจอคุณ” พูดแล้วก็เขิน แก้เป็นว่า “หมายถึงคุณควรอยู่ด้วยจะได้บอกได้ว่าอยากให้จัดยังไง ตรงไหน”

เป็ดปุ๊กจึงนัดวันเสาร์ ไม้รับปากอย่างยินดี บอกว่าตนจะเตรียมต้นไม้ไว้ให้ก่อนเลยแล้วลากลับ เธอเตือนเขาให้ระวังด้วย ไม้กระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปนั่งคร่อมแล้วหันมาโบกมือบ๊ายบายก่อนโดดตุ้บลงไป เป็ดปุ๊กยืนรอ ได้ยินเสียงเขาเดินสวบสาบๆไกล ออกไปจนเงียบ เธอยิ้มอย่างหายห่วงแล้วเดินกลับเข้าบ้าน

กลับมาเจอเชียรกำลังล้างจาน เธอรีบเข้าไปช่วยบ่นพ่อว่าบอกแล้วว่าเดี๋ยวจะมาล้างเอง

“ไม่เป็นไรหรอก พ่ออยากทำ กำลังมีความสุข” เธอถามว่ามีความสุขเรื่องอะไร “ไม่รู้ซิ...เพราะได้กินน้ำพริกปลาร้ามั้ง” พูดแล้วแอบยิ้ม

“จะว่าไป เป็ดก็มีความสุขเหมือนกัน” เชียร

มองหน้าทำเสียงล้อๆว่า เหรอ...เรื่องอะไรล่ะ “วันนี้ได้ทำอะไรดีๆ ได้เลี้ยงข้าวขอบคุณนายไม้เขา” แล้วเข้าช่วยพ่อล้างจาน เชียรถามว่า แค่นั้นเหรอ เรื่องที่ทำให้มีความสุขน่ะ เธอตอบไม่ลังเลว่า “ก็...แค่นั้นล่ะค่ะ”

สองพ่อลูกช่วยกันล้างจาน ต่างคนต่างคิดและ... ต่างคนต่างยิ้มไปกับความนึกคิดของตัวเอง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.