ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นอกจากแมวเมี้ยวจะโทร.ถึงปู่เชียรแล้วยังโทร.ถึงอาเป็ดปุ๊กด้วย ร้องไห้ขอให้อามาหาที่โรงเรียน เป็ดปุ๊กยังติดงานบอกหลานว่าขอดูเวลาอีกที ถ้าไปได้จะรีบไป

พอวางสายจากแมวเมี้ยว แก้วก็แสดงน้ำใจถามว่าหลานให้ไปช่วยไม่ใช่หรือ ไม่ต้องห่วง งานทางนี้ตนจะทำต่อให้เอง เป็ดปุ๊กกลัวว่าถ้าพิมพารู้จะต้องไม่พอใจ

“แกไปประชุมกับกรมส่งออก ไม่เลิกง่ายๆหรอก อย่างน้อยก็ห้าโมงเย็น แกคงไม่กลับเข้ามาแล้วละ หรือถ้าจะกลับก็คงเย็น ถ้าแกเข้ามาก่อนแก้วกลับ แก้วจะบอกให้ว่าเป็ดเพิ่งออกไปตะกี้เอง”

“ขอบใจมากนะแก้ว ได้ยินแมวเมี้ยวพูดไปสะอื้นไปแล้วรู้สึกแย่มากๆเลย งั้นเป็ดไปก่อนนะ”

แก้วยิ้มให้อย่างเต็มใจ แต่พอเป็ดปุ๊กลุกไป รอยยิ้มแก้วก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ชิงชังทันที!

ปรากฏว่า เป็ดปุ๊กลุกไปไม่นาน พิมพาก็เข้ามา มองปราดไปที่โต๊ะทำงานของเป็ดปุ๊กเห็นแก้วนั่งแทน แก้วเองก็ตกใจที่พิมพากลับเร็วกว่าที่คิด พิมพาถามว่าเป็ดปุ๊กไปไหน แก้วตอบไม่เต็มเสียงว่ากลับไปแล้ว

“กลับไปแล้ว! เพิ่งจะบ่ายสองเนี่ยนะ” แก้วชี้แจงว่าหลานโทร.มาขอให้ไปหาเป็ดปุ๊กเลยต้องรีบไป “หลาน! หลานอะไร แล้วมีเรื่องรุนแรงขนาดไหนถึงต้องทิ้งงานทิ้งการไปหา”

แก้วก็ไม่ทราบค่ะ แต่พี่พิมไม่ต้องห่วงเรื่องงานหรอกนะคะ แก้วเอามาทำให้แล้ว” พิมพาถามว่าเธอรู้เรื่องด้วยหรือ แก้วตอบอวดๆว่า “รู้ซีคะ แก้วช่วยเป็ดปุ๊กเขาทำบ่อยๆ บางทีแก้วก็รับมาทำทั้งโครงการเลย ก็มีอย่างช่วงที่เป็ดย้ายบ้าน เขายุ่งๆ แก้วก็เลยเอามาทำเอง”

พิมพาพึมพำว่าไม่เคยรู้เลย เตือนให้ระวังอย่าให้อะไรผิดพลาดได้ สั่งว่า “ถ้าเขากลับมาให้ไปหาพี่ทันที” แก้วบอกว่าวันนี้คงไม่กลับแล้ว “งั้นก็พรุ่งนี้ มาถึงก็ให้ไปหาพี่เลย” พิมพาสั่งหน้าตาไม่พอใจแล้วออกไป

แก้วทำเป็นกลัวแทนเป็ดปุ๊ก แต่พริบตาเดียวก็แอบยิ้ม...

ooooooo

ไม้พาเชียรไปถึงโรงเรียน บอกชื่อจริงบอกชั้นเรียนของแมวเมี้ยวแล้ว รปภ.ก็ยังไม่ยอมให้เข้า ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งแมวเมี้ยวเห็นปู่มาจึงขออนุญาตครูออกมารับ รปภ.จึงเปิดประตูให้เข้าไป

แมวเมี้ยวดีใจมากบอกว่านึกว่าปู่จะไม่มาแล้ว เชียรจึงแนะนำให้รู้จักไม้ บอกว่าน้าไม้เขาใจดีช่วยพาปู่มา แมว–เมี้ยว ยกมือไหว้ เชียรถามว่ามีเรื่องอะไรถึงอยากให้ปู่มา

แมวเมี้ยวเล่าเรื่องที่ตนกับนกจิ๊บจับเจ้ายักษ์เบิ้มอาบน้ำ แม่กลับมาเห็นก็ไม่พอใจที่เจ้าเบิ้มยักษ์สะบัดน้ำทำเลอะเทอะขู่ว่าจะให้เขาเอาไปทำลูกชิ้น ตนไม่อยากให้ยักษ์เบิ้มเป็นลูกชิ้น ไม้ถามว่ายักษ์เบิ้มนี่เป็นหมาไหม เชียรบอกว่าเป็นหมาที่บ้านเก่า

เป็ดปุ๊กมาถึงพอดี ถามเชียรว่าพ่อมาได้ยังไง พอเชียรบอกว่าไม้พามา เธอมองขวับไปที่เขา ไม้สบตายักไหล่นิดๆ เธอหมั่นไส้เลยพูดว่า “ไม่ใช่ เป็ดจะถามว่าพ่อมาที่นี่ทำไม” เชียรเล่าให้ฟังแล้วถามว่าเธอมาทำไม จึงรู้ว่าแมวเมี้ยวโทร.ขอให้มา

“แมวเมี้ยวนึกว่าปู่จะไม่มา แมวเมี้ยวกลัวจะไม่มีใครช่วยยักษ์เบิ้ม” พูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ไหนเล่าให้อาฟังหน่อยซิ เรื่องมันเป็นยังไง” เป็ดปุ๊กกอดหลานปลอบใจ

ooooooo

ฟังแมวเมี้ยวเล่าแล้ว ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างไม่พอใจเก็จที่ทำร้ายจิตใจลูก ทั้งที่รู้ว่าลูกผูกพันกับยักษ์เบิ้มมาก

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วพ่อจะทำยังไง เพราะรับปากแมวเมี้ยวไว้ว่าจะช่วย เชียรบอกว่าจะไปคุยกับเก็จดู เธอติงว่าหลานจะได้โดนเล่นงานที่เอาเรื่องมาบอกเรา

“พาหมาออกมาซีครับ” ไม้เสนอ “เอาหมามาเลี้ยงที่บ้านคุณ เท่าที่ฟัง ท่าทางเขาก็ไม่ค่อยอยากเลี้ยงไว้เท่าไหร่ เอาไปไว้ที่โน่นมันน่าจะมีความสุขมากกว่า ช่วยเฝ้าบ้านให้คุณแล้วยังเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ด้วย”

เป็ดปุ๊กทักท้วงว่ามันไม่ง่าย เด็กๆรักมันมาก มาพรากมันไปได้ยังไง “ผมว่าตรงกันข้าม หลานๆจะได้มีข้ออ้างมาเยี่ยมคุณปู่กับคุณอาได้มากขึ้นต่างหาก”

“ดีเหมือนกัน อ้างว่ามาเยี่ยมหมาง่ายกว่าบอกว่ามาหาปู่” เชียรเห็นพ้อง แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่ายังไงเก็จก็ไม่ให้ลูกมา แต่ตอนนี้เราต้องหาทางเอายักษ์เบิ้มออกมาก่อน ถามเชียรว่าจะไปเมื่อไหร่ดี ไม้เสนอว่าไหนๆก็ออกมาแล้วไปตอนนี้เลยดีไหม เชียรเห็นด้วย เป็ดปุ๊กจึงไปบอกแมวเมี้ยวที่สนามเด็กเล่น

แมวเมี้ยวกลัวไม่ได้พบเจ้ายักษ์เบิ้มอีก เชื่อว่าแม่ไม่ให้ไปแน่ๆเพราะขนาดตนอยากไปหาปู่แม่ยังไม่ยอมเลย แต่ก็ตัดใจจะอดทนเอาและจะบอกนกจิ๊บให้อดทนด้วย

เมื่อแมวเมี้ยวทำใจได้ ผู้ใหญ่ทั้งสามจึงพากันไปที่บ้านเดิมของเชียร แต่ก่อนไปไม้บอกให้เป็ดปุ๊กกับเชียรไปรอที่รถก่อนตนขอคุยอะไรกับแมวเมี้ยวแป๊บเดียว เป็ดปุ๊กมองตามงงๆว่าไม้จะไปคุยอะไร

มาถึงบ้านเก่าของเชียร ไม้ชมว่าบ้านร่มรื่น น่าจะอยู่สบาย เชียรบอกว่ามันเคยเป็นอย่างนั้น

แต่พอจะไขกุญแจเข้าบ้าน เชียรเสียเวลาหาลูกกุญแจพวงใหญ่อยู่นาน พอเจอก็ไขไม่ออกอีกเพราะไม่ได้ใช้นาน จนไม้ช่วยไขได้สำเร็จ ก็พอดีเก็จกลับมาถามอย่างไม่พอใจว่า “ทำอะไรกันน่ะ!” พอเดินมาเห็นเชียรก็ถามว่า “พ่อมาทำอะไร”

“เราจะมาเอาหมา” ไม้ตอบแทนเชียรที่อึกอักอยู่

เก็จไม่พอใจถามว่าจะเอาไปทำไมและเขาเป็นใคร เชียรบอกว่าเป็นคนสวนที่หมู่บ้านมาช่วยพายักษ์เบิ้มไป

ไม้ช่วยชี้แจงว่าเชียรจะเอาไปเฝ้าบ้าน เก็จสวนทันทีว่าแล้วบ้านนี้จะให้อะไรเฝ้า ขโมยยิ่งชุมอยู่ด้วย ให้ไปหาตัวใหม่เอา เป็ดปุ๊กช่วยพูดว่า หาตัวใหม่ก็ต้องฝึกอีกนาน แต่ยักษ์เบิ้มสนิทกับพ่ออยู่แล้ว

“แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของพ่อแล้ว เก็จว่าพ่อไม่ได้คิดจะเอามันไปเฝ้าบ้านหรอก แต่คิดจะมาเอายักษ์เบิ้มไปเพื่อใช้เป็นตัวล่อให้หลานไปหาต่างหาก ใช่ไหมล่ะคะ ลูกไม้ตื้นๆ” เก็จยิ้มเยาะ

เป็ดปุ๊กไม่พอใจปรามว่าอย่ามาว่าพ่อแบบนี้ ไม้ก็ช่วยแก้ต่างว่า เชียรไม่ได้คิดแบบนั้น ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

“นอกจากอยากได้ไปเฝ้าบ้านแล้ว ยังอยากได้เป็นเพื่อนด้วย กลางวันคุณเชียรอยู่บ้านคนเดียวมันเหงามากนะครับ”

“ถ้าเหงาก็ไม่ควรย้ายออกไปแต่แรก” เก็จโต้ไม้แล้วหันบอกเชียร “ขอโทษนะคะ เก็จให้ยักษ์เบิ้มไปไม่ได้หรอก” พูดแล้วปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านไปเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าจะเอายังไงดี เชียรเชื่อว่าเก็จไม่ยอมให้แน่ๆ ไม้เลยเสนอว่า “ไม่ให้ก็ซื้อซิครับ น่าจะยอมนะ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กกับเชียรตามเข้าไปเจรจาอีก เก็จยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมให้ยักษ์เบิ้มไปเด็ดขาดอ้างว่าที่นี่ทุกคนรักและผูกพันกับมัน

เก็จอ้างว่า ทุกวันนี้ตนยอมจ่ายค่าอาหารเดือนละเป็นพันก็เพราะรักมัน แล้วไหนจะค่ายาค่าหมอหมดไปครั้งละพันสองพัน รวมเบ็ดเสร็จต้องหมดเงินไปเป็นหมื่น เชียรรับปากจะจ่ายให้

“ที่ว่าหมื่นนึงน่ะ เก็จพูดแบบรวมๆถ้าจะให้ตรงจริงๆอาจจะเกือบหมื่นห้า” เก็จเพิ่มตัวเลขทันที เมื่อเป็ดปุ๊กติติงว่ามากไป เก็จบอกงั้นก็กลับไปเลย แต่เชียรยังตัดใจไม่ได้ เก็จดูออกบอกเบอร์บัญชีของตนย้ำให้เชียร โอนเย็นนี้เลยก็ได้

ขณะนั้นเองมีโทร.เข้ามือถือเชียร เขารับสายหน้าตาแจ่มใสขึ้นทันที พอคุยเสร็จบอกเก็จว่าตนคงสู้ราคาไม่ไหว บำนาญก็นิดเดียวกลัวจะไม่พอใช้ แล้วเร่งเป็ดปุ๊กให้กลับ ไม่ทันใจก็จับมือจูงออกไปเลย

มาถึงหน้าบ้านเป็ดปุ๊กบอกว่ายังไม่ได้ลายักษ์เบิ้มเลย เชียรเร่งให้รีบไปด่วนเลย

พอรถเป็ดปุ๊กเคลื่อนไป เก็จก็ออกมาร้องเรียกยักษ์เบิ้ม ปรากฏว่าเงียบกริบ ฉุกคิดขึ้นมา เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย “บ้าเอ๊ย!”

กลับมาถึงบ้าน เห็นไม้รออยู่แล้ว เป็ดปุ๊กบอกพ่อว่าเจอตัวก็ดีแล้วจะได้ต่อว่าสักหน่อยที่หนีกลับมาก่อน เชียรบอกว่าไม่เพียงไม่ควรต่อว่าแต่ยังต้องขอบใจเขาด้วย เธอถามว่าขอบใจเรื่องอะไร

ขณะเป็ดปุ๊กลงไปเปิดประตูรั้วนั่นเอง เสียงยักษ์เบิ้มเห่าทักทายมาจากข้างในวิ่งออกมาหา เธอวิ่งไปกอดคอลูบหัวมันด้วยความดีใจ เชียรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกสาวว่า ทีแรกก็ว่าจะบอกแล้วแต่คิดอีกทีรอไว้เซอร์ไพรส์ดีกว่า

“สำเร็จจริงๆด้วย” เป็ดปุ๊กหัวเราะชอบใจ ไม้ไม่เคยเห็นเธอหัวเราะแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกดีที่เห็นเธอมีความสุข พอเชียรขอบใจไม้ เป็ดปุ๊กก็ลุกมาขอบใจด้วย ไม้พยักหน้ายิ้มๆ

“เอ๊ะพ่อ...แล้วเราเอายักษ์เบิ้มมาแบบนี้ พี่เก็จเขาจะหาว่าเราเป็นขโมยหรือเปล่า”

“ก็หมาของคุณไม่ใช่หรือครับ เราเอาหมาของเรามา จะเป็นขโมยได้ยังไง” ไม้ตอบแทน แล้วถามว่าเรามีหลักฐานว่าเป็นเจ้าของไหม เช่นใบจดทะเบียนฝังไมโครชิพ เชียรบอกไม่มี  ไม้จึงแนะนำว่า “งั้นก็ใบฉีดวัคซีนที่มีชื่อคุณกับชื่อหมาก็ได้แค่นั้นก็พอแล้วครับ สบายใจได้”

เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเขาเอาเจ้ายักษ์เบิ้มมาได้ยังไง เพิ่งรู้จักกันแท้ๆทำไมมันถึงตามมาง่ายนัก

นภที่เล่นกับยักษ์เบิ้มอยู่บอกว่าไม้มีของวิเศษ ไม้เห็นเธอทำหน้างง เขาจึงล้วงเอาถุงเท้าเด็กนักเรียนออกมายื่นให้บอกว่า “ฝากคืนแมวเมี้ยวด้วยก็แล้วกัน”

เป็นการเฉลยความสงสัยของเป็ดปุ๊กทั้งตอนที่เขาขอไปคุยกับแมวเมี้ยวก่อนออกจากโรงเรียนและสามารถพายักษ์เบิ้มมาได้โดยง่าย เพราะเจ้าถุงเท้าของแมวเมี้ยวนี่เอง

แล้วก็มีเรื่องทำให้เป็ดปุ๊กต้องเครียด เมื่อมีโทรศัพท์จากบ้านเก่าโทร.เข้ามือถือ เธอคิดว่าเก็จคงโทร.มาเล่นงานแน่ๆแต่พอรับสายก็ยิ้มออก กลายเป็นแมวเมี้ยวโทร.มาถามเรื่องยักษ์เบิ้ม แมวเมี้ยวเล่าว่า แม่โกรธใหญ่ บ่นเสียดายเงินหมื่น อาหลานนัดกันว่าจะวางแผนมาเยี่ยมเจ้ายักษ์เบิ้มกันสักวัน เชียรบอกผ่านเป็ดปุ๊กว่ารอให้แม่หายโกรธก่อน พอเป็ดปุ๊กบอกต่อแมวเมี้ยวก็หันบอกนกจิ๊บอีกต่อว่า “ปู่บอกให้แม่หายโกรธก่อน”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเก็จ ซึ่งมีแก้วมาร่วมโต๊ะด้วย เก็จบ่นกับน้องสาวว่าเจ็บใจที่เกือบได้เงินหมื่นอยู่แล้วต้องมาชวดเพราะคนที่มากับเชียรแอบเอายักษ์เบิ้มไปเสียก่อน แก้วเสนอให้แจ้งตำรวจจับเลย

แมวเมี้ยวตกใจบอกไก่กุ๊กว่า “ไม่ได้นะครับ อย่าให้ตำรวจจับปู่นะครับพ่อ” นกจิ๊บก็อ้อนวอนอย่าเอาปู่เข้าคุก

“ไม่หรอกน่า หมาของเขา เขามาเอาคืนไปจะผิดได้ยังไง” ไก่กุ๊กปลอบใจลูก แล้วพูดกับเก็จ “คุณเองก็รำคาญมันจะแย่แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นบ่นทุกวัน พ่อเอามันไปก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยเก็บขี้มัน”

“ฉันไม่พอใจที่คุณพ่อมาใช้เล่ห์กระเท่ห์กับฉันต่างหาก” เก็จโต้แล้วปรามลูก “แล้วสองคนอย่าคิดนะว่าจะใช้เรื่องหมามาอ้างเพื่อจะไปหาปู่กับอา แม่ไม่มีวันให้ไป”

แก้วบอกพี่สาวให้ใจเย็นๆเพราะอีกไม่นานก็จะได้แก้แค้นเป็ดปุ๊กแล้ว พอดีกินข้าวอิ่มแก้วชวน

พี่สาวไปคุยกันข้างนอก เก็จสั่งไก่กุ๊กให้เก็บโต๊ะล้างจานด้วย แล้วเดินออกไปคุยกับแก้วที่หน้าบ้าน

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บอ้อนวอนพ่ออย่าให้แม่ทำอะไรอาเป็ด ไก่กุ๊กหัวเราะ บอกว่าเขาจะทำอะไรได้ นกจิ๊บอ้อนพ่อให้พาไปเยี่ยมยักษ์เบิ้มด้วย ไก่กุ๊กมองหน้าลูกพูดอำว่า

“นี่ถ้าพ่อคิดมากหน่อยนะ พ่อต้องว่าลูกสองคนอยู่เบื้องหลังการพาเจ้ายักษ์เบิ้มไปจากบ้านนี้แน่ๆ”

แมวเมี้ยวปฏิเสธไม่กล้าสบตาพ่อว่าตนไม่เกี่ยว นกจิ๊บก็เสียงอ่อยว่าตนไม่รู้เรื่อง

เก็จกับแก้วไปคุยกันที่หน้าบ้าน แก้วเล่าเรื่องที่เป็ดปุ๊กทิ้งงานให้ตนทำแล้วพิมพามาเจอ พูดอย่างสะใจว่า พิมพาไม่พอใจมาก งานนี้เป็ดปุ๊กต้องถูกว่า โทษฐานไม่ทำงานตามหน้าที่ เก็จถามว่าโทษหนักไหม

“แน่นอน พี่พิมเจ้านายแก้วเกลียดคนที่ไม่ตั้งใจทำงานที่สุด ดีไม่ดีเขาอาจจะปลดยายเป็ดปุ๊ก

ออกจากตำแหน่งแล้วให้แก้วเป็นหัวหน้าแทนก็ได้”

“จริงหรอ!! ถ้าอย่างนั้นก็สะใจสุดๆเลย ที่จริงไม่น่าจะทำแค่ให้มันถูกปลดออกจากตำแหน่งนะ น่าจะทำให้มันถูกไล่ออกไปซะเลย ถ้าได้แบบนั้นจริงๆ นะพี่จะฉลองสามวันสามคืนไม่หยุดเลย”

เก็จพูดอย่างสะใจแววตาร้ายกาจ แก้วแค่ยิ้มร้ายแต่ใจเหี้ยมที่จะทำให้ได้อย่างนั้นจริงๆ!

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนเป็ดปุ๊กไปทำงาน ไม้โดดขึ้นกำแพงมือถือถุงมาสามถุงร้องเรียกเป็ดปุ๊กบอกว่าเอาอาหารหมามาให้ถุงหนึ่ง อีกถุงเป็นแกงส้มสารพัดผัก

ไม้ถามว่าเธอกินข้าวหรือยัง พอรู้ว่ายังก็เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ซื้อมากินเองให้เธอเอาไปกินในรถบอกว่าเจ้านี้อร่อยมากเลย เดี๋ยวตนค่อยไปซื้อใหม่ เตือนว่าขากลับอย่าลืมซื้ออาหารหมามาด้วย พูดเสร็จก็โดดแผล็วลงไปเลย

เมื่อเอาอาหารหมากับแกงส้มสารพัดผักไปให้เชียร เป็ดปุ๊กถามพ่อว่าทำไมเขาต้องทำดีกับเรานัก เชียร บอกว่าคงถูกชะตากระมัง พอเธอบอกว่าไม่อยากคิดแต่ก็อดคิดไม่ได้ เชียรก็พูดต่อให้ยิ้มๆ “...ว่าเขาสนใจลูก”

“บ้าซีพ่อ...หมายถึงเขามีเลศนัยอะไรแฝงอยู่รึเปล่า”

เชียรบอกให้เลิกมองไม้ในแง่ร้ายได้แล้ว เอาเป็นว่าเขาอยากทำดีกับเราเพื่อทดแทนที่ลูกช่วยให้เขาไม่ได้ติดคุกก็แล้วกัน เธอบอกว่าไม่ได้ช่วยแต่พูดในสิ่งที่เห็น แล้วบ่นพลางเดินไป “เบื่อเหมือนกันนะพ่อ ทำไมต้องมาทำให้เราคิดโน่นคิดนี่”

“เบื่อก็เลิกคิด” เชียรพูดตามหลัง เป็ดปุ๊กชะงักฟัง “เวลาคนทำไม่ดีกับเรา เรายังคิดว่าเป็นเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้  ตอนนี้มีคนมาทำดีให้เรา ทำไมไม่คิดเสียว่าเป็นบุญเก่าบ้างล่ะ”

“นายไม้เนี่ยนะบุญ” พูดแล้วเบ้ปากส่ายหน้าเดินออกไป เชียรมองตามลูกสาวไปขำๆ

ไปถึงห้องทำงาน แก้วบอกทันทีว่าพิมพาให้ไปพบ เป็ดปุ๊กสูดลมหายใจเรียกกำลังใจก่อนเดินไปหาพิมพาที่ห้องทันทีที่เป็ดปุ๊กเข้าไปหา พิมพาตำหนิอย่างรุนแรงที่เธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ ตำหนิว่าระยะหลังเธอเปลี่ยนแปลงไปมากงานบกพร่องมากขึ้นเรื่อยๆ รู้ไหมว่าบริษัทต้องเสียหายแค่ไหน

แม้เป็ดปุ๊กจะชี้แจงอ้อนวอนและสัญญาว่าต่อไปจะแก้ไข พิมพาก็ไม่อ่อนข้อให้ สั่งให้เธอหยุดทำงานก่อนที่บริษัทจะเสียหายมากไปกว่านี้

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อคุณกิตติจากไฮคลาสโทร.มาแจ้งว่า ต้องการให้บัวบูชารับผิดชอบทำโครงการสาขาที่ญี่ปุ่นงบสองร้อยล้านบาท พิมพาบอกว่าบัวบูชากำลังจะไปรับผิดชอบงานด้านอื่น แต่คุณกิตติยืนยันว่างานนี้ต้องเป็นบัวบูชาเท่านั้น พิมพาจึงจำต้องให้เป็ดปุ๊กกลับมาทำงานอีกครั้ง บอกให้เธอโทร.ไปหาคุณกิตติที่ไฮคลาสด้วย

“ขอบคุณพี่พิมมากค่ะ เป็ดจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้มีข้อบกพร่องอีกค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ดีใจจนน้ำตาไหลพราก

ooooooo

ออกจากห้องพิมพาด้วยความรู้สึกสับสนที่เกือบถูกปลดจากตำแหน่งแต่กลับมีคนมาช่วยไว้ เธอเดินไปที่บันไดหนีไฟ ผลักประตูออกไปนั่งที่ขั้นบันได ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

คิดถึงคำพูดของพิมพาเมื่อครู่ที่ตำหนิว่าเธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ แล้วหยิบมือถือมากดถึงพ่อ พอเชียรรับสายได้ยินเสียงพ่อเธอก็สะอื้นฮักๆ ขึ้นมาทันที จนเชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้หรือ เธอบอกว่าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เชียรถามว่าแล้วตอนนี้และต่อไปล่ะ

เป็ดปุ๊กเล่าที่ถูกพิมพาตำหนิให้พ่อฟัง  เชียรติงว่าไร้สาระที่ไหน ถามย้ำว่าแล้วเรื่องจบหรือยัง เป็ดปุ๊กบอกว่าเขาไม่ปลดแล้วและให้โอกาสอีกครั้ง

“งั้นก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ พระคุ้มครองลูก ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ทำใจให้สบายนะลูก ตั้งใจทำงานแล้วเย็นนี้ค่อยมาคุยกัน”

นั่งพักจนทำใจให้สงบได้แล้ว เป็ดปุ๊กกลับไปที่ห้องทำงาน แก้วมองอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเป็ดปุ๊กไม่เล่าเธอลุกไปถามว่าถูกพิมพาว่ายังไงบ้าง เป็ดปุ๊กพูดเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า พูดเรื่องเมื่อวานโดนด่ามาชุดหนึ่ง

แก้วอยากรู้มากกว่านั้น ถามว่าแค่ด่าอย่างเดียวหรือ พอเป็ดปุ๊กถามว่าแล้วจะให้มีอะไรอีกล่ะ

“เปล่า เห็นเมื่อวานเขาโมโหมาก” แก้วพูดหน้าเจื่อนๆ ที่เป็ดปุ๊กไม่พูดอะไรมากกว่านั้นแล้วหันไปหาแฟ้มทำงานต่อ แก้วจึงจำต้องเดินกลับโต๊ะ เห็นบรรดาพนักงานในห้องมองเป็นตาเดียวก็เลิกคิ้วเชิงถามว่ามองอะไร ทำให้พนักงานเหล่านั้นต้องรีบหลบตาแทบไม่ทัน

ooooooo

เย็นนี้ ฝนตกหนักรถติดตั้งแต่เป็ดปุ๊กขับรถออกจากบริษัท ระหว่างนั้นได้ยินวิทยุรายงานสภาพการจราจรว่า กรมอุตุแจ้งว่าฝนอาจตกต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง และน้ำคงจะท่วมถนนเกือบทุกสาย...

ฝนตก รถติด เป็นของคู่กันที่ชีวิตคนในเมืองต้องเผชิญทุกครั้ง เป็ดปุ๊กบ่นอย่างอ่อนใจไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับถึงบ้านและที่ทำให้เธอตกใจ ร้อนใจ จนแทบทนไม่ได้ เมื่อวิทยุรายงานว่า ระหว่างฝนตกมีโจรปีนเข้าบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีชายสูงอายุอยู่บ้านคนเดียว โจรตีหัวคุณลุงจนสลบแล้วขนของไปเกือบเกลี้ยงบ้าน เตือนเพื่อนบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลให้เพื่อนบ้านด้วย

เป็ดปุ๊กพยายามโทร.กลับบ้าน เมื่อไม่มีคนรับสายเธอยิ่งใจเสีย จนเมื่อกลับมาถึงร้านสวนขวัญ เธอทนไม่ได้ลงจากรถไปขอความช่วยเหลือ ไม้ถามว่ามีอะไรหรือ

“ฉันติดต่อพ่อไม่ได้เลย โทร.เข้าบ้านก็ไม่มีคนรับสาย” ไม้สงสัยว่าเชียรคงหลับอยู่ “ฉันโทร.นานมากแล้วนะเกือบชั่วโมงแล้ว ฉันเป็นห่วงน่ะรถก็ติดมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงบ้าน...คืองี้ เมื่อกี้ฟังวิทยุ เขาบอกว่ามีโจรเข้าไปในบ้านหลังนึง แล้วใช้อาวุธตีชายสูงอายุเจ้าของบ้าน...ฉัน...ฉันกลัวจะเป็นพ่อ...”

“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่เห็นได้ข่าวอะไรเลย” เป็ดปุ๊กติงว่าเขาอยู่ตรงนี้จะได้ข่าวยังไง “แล้วคุณอยากให้ผมช่วยยังไง”

“พาฉันปีนกำแพงเข้าไปที่บ้านหน่อย”

ไม้อึ้งไปกับข้อเสนอที่เธอเคยมีความเห็นกับตนตลอดมา

ooooooo

ไม้พาเป็ดปุ๊กเดินกางร่มไปที่กำแพง ตลอดทางเขาคอยดูแลเธออย่างดี คอยเตือนว่าตรงนั้นลื่นตรงนี้ขรุขระเมื่อเธอก้าวพลาดจะล้มเขาก็ประคองไว้ สุดท้าย ก็วางร่มเดินตากฝนบอกให้เธอจูงมือตนไว้จะได้ไม่ล้มอีก

ไม้จูงมือจนเป็ดปุ๊กเขินบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว เดินตัวเปียกปอนมาถึงกำแพง ไม้ใช้สองมือประสานกันให้เธอเหยียบเพื่อปีนขึ้นบ่าและไต่ขึ้นกำแพง เมื่อเธอขึ้นไปบนกำแพงได้แล้ว เขาบอกให้รอก่อน แล้วตัวเองก็ปีนกำแพงโดดข้ามรั้วไปกางมือรอรับบอกให้เธอกระโดดลงมา

เป็ดปุ๊กกระโดดลงไปในอ้อมแขนไม้ เขาอุ้มเธอไว้แล้ววางลงที่พื้น เป็ดปุ๊กลงมาเขินๆ แล้วรีบพากันเดินเข้าไปในบ้าน เจ้ายักษ์เบิ้มวิ่งออกมารับ เชียรได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาร้องถาม

“เป็ดปุ๊กเหรอ? มายังไงเนี่ย รถล่ะ”

“ปีนกำแพงเข้ามาครับ” ไม้ตอบแทน

“อะไรนะ” เชียรถามแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อเป็ดปุ๊กบอกว่าตนโทร.เข้ามาพ่อก็ไม่รับสาย ไม้เสริมว่าเธอได้ยินเรื่องมีโจรเข้าบ้านทำร้ายชายชราที่อยู่บ้านคนเดียวก็ยิ่งเป็นห่วง เชียรเดินไปชี้ให้ดูสายโทรศัพท์ที่หลุดจากปลั๊กที่ผนังฟ้องว่า “เจ้ายักษ์เบิ้มมันเดินไปเตะสายหลุด เมื่อบ่ายมันแอบเข้ามาในบ้าน”

ไม้ถามว่าแล้วจะให้ตนเอารถมาส่งให้ไหม พลางขอกุญแจรถ บอกว่าอีกสักครู่ถนนก็คงโล่งแล้ว ตนจะขับมาให้

เป็ดปุ๊กเอากุญแจรถให้ ขอบคุณเขาแล้วเดินขึ้นบ้านไป ไม้จึงเล่าให้เชียรฟังถึงความห่วงใยพ่อของเธอ

“จิตใจเขาคงยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ” ไม้เอะใจถามว่ามีอะไรหรือ เชียรจึงเล่าเรื่องที่เมื่อวานเป็ดปุ๊กถูกพิมพาเรียกไปตำหนิและจะปลดจากตำแหน่ง แต่มีลูกค้ามาติดต่องานและระบุให้งานนี้ต้องเป็ดปุ๊กทำเท่านั้น ทำให้พิมพาต้องให้เธอทำงานต่อ ไม้ฟังแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อว่ามี
เรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ไม่เห็นพูดให้ฟังกันเลย คงยังไม่ไว้ใจตน

“คงเป็นเพราะเขาเป็นห่วงฉันมากกว่า ลูกสาวคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะคิดถึงตัวเอง เขาเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าเสมอ”

ไม้อึ้ง อดสงสารเธอไม่ได้

ooooooo

วันนี้ หทัยมาหาเชียรที่บ้านแต่เช้า บอกว่าจะมาดูรั้วนั่นหน่อย มองไปแล้วพึมพำว่ายังไม่ยอมรื้ออีก

“มาก็ดีเลยคุณหทัย” เสียงไข่มุกแทรกขึ้นแล้วเปิดประตูเดินเข้ามาหาต่อว่านิดๆ “ไปหาไม่เคยเจอตัวเลย แล้วเมื่อไหร่จะจัดการให้ดิฉัน” พูดแล้วสะบัดหน้าไปทางรั้วสังกะสี

หทัยบอกจริงๆแล้วตนก็มาดูรั้วนี่แหละ ไข่มุกดักคอทันทีว่าแค่ดูหรือ ไม่คิดจะจัดการอะไรเลยหรือ? พอหทัยบอกว่ากำลังพยายาม ก็เล่นแง่เล่นคำอีกว่า

“พยายาม? แล้วจะอีกนานแค่ไหนล่ะคะ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะคุณ หรือต้องให้ฉันไปแถลงข่าวกับสื่อก่อนว่าหมู่บ้านนี้เขาดูแลลูกบ้านแบบไหน”

หทัยติงว่าถ้าเธอไม่เอาขยะไปทิ้งในที่ของเขามันก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ไข่มุกสวนทันทีว่าพูดแบบนี้หาว่าเป็นความผิดของตนหรือ! อ้างว่าที่ตรงนั้นไม่มีคนอยู่ไม่มีใครใช้ทำประโยชน์อะไร เทศบาลก็ไม่มาเก็บขยะแล้วจะให้ตนหมักเชื้อโรคไว้ในบ้านหรือ ค่าเก็บขยะตนก็จ่ายไปทั้งปีแล้ว

“เอางี้นะคะ คุณไข่มุก จริงๆแล้วฉันไปคุยกับเจ้าของที่ดินมาแล้วล่ะ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ทิ้งขยะไปในที่ดินของเขาอีก เขาก็จะรื้อรั้วให้” ไข่มุกสวนทันควันว่าบอกแล้วไงว่าไม่ทำแล้ว หทัยรับปากว่า “งั้นดิฉันก็จะไปพูดขอร้องเขาอีกที” แล้วหันไปทางเชียร “เป็นพยานด้วยนะคะ” เชียรถามว่าเรื่องอะไรหรือ หทัยบอกว่า “เรื่องที่คุณไข่มุกสัญญา”

“ยินดีครับ จะให้ไปศาลไหนก็ได้” เชียรรับปากทันที เลยถูกไข่มุกค้อนใส่เคืองๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะนั่งทานข้าวต้มก่อนเป็ดปุ๊กจะไปทำงานนั้น เชียรบอกว่าเมื่อเช้าหทัยมาดูรั้วและโดนไข่มุกต่อว่า เห็นแล้วก็นึกสงสารเพราะไม่ใช่ความผิดของเธอเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหทัยไม่บอกไข่มุก ถ้าไม่มีใครเอาขยะไปทิ้งที่ของเขาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เชียรพูดอย่างเห็นใจว่าจะให้ทำอย่างไรได้เพราะพูดแรงไปก็เสียลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่ชอบโวยวาย เธอจึงเสนอให้บอกไม้

“จะได้คุยกันไหมล่ะ พอคุณหทัยมานายไม้ก็เป็นต้องหนีหน้า” เป็ดปุ๊กจึงเสนอให้พ่อคุยแทนเพราะเห็นสนิทกัน

“พ่อก็เคยคุยแล้ว แต่เขาก็ยังดื้ออยู่ เหลืออีกคนเดียวเท่านั้นแหละที่เขาอาจจะฟัง เป็ดปุ๊ก พ่อน่ะไม่อยากให้ไม้เขามีปัญหากับคุณไข่มุกอยู่แบบนี้ วันก่อนจะเล่นงานไม้ข้อหาพยายามฆ่าทีแล้ว คราวนี้อาจจะลงทุนยิงหัวแม่เท้าตัวเองแล้วบอกว่าไม้ทำก็ได้”

“พ่อรู้ได้ยังไงว่าเขาจะฟังเป็ด”

“ไม่ลองก็ไม่รู้...แล้วบางทีอาจช่วยพิสูจน์อะไรบางอย่างก็ได้” พูดจนเป็ดปุ๊กระแวงถามว่าพิสูจน์อะไรหรือ? “ก็...เขาจะฟังลูกแค่ไหนไง”
พูดแล้วยิ้มในหน้า เป็ดปุ๊กแอบมองหน้าพ่ออย่างสงสัย

เช้าวันเดียวกัน ไม้ไปหาย่าขวัญ รู้จากย่าว่าเมื่อเช้าหทัยมาหาย่าบอกให้ช่วยพูดกับไม้ให้รื้อรั้วสังกะสีที่กำแพงให้เขาหน่อย ไม้บอกว่าตนทำรั้วเพื่อไม่ให้เขาทิ้งขยะ ย่าเล่าว่าหทัยคุยกับเขาแล้ว เขารับปากจะไม่ทำอีก

“แล้วเชื่อได้ไหมล่ะ รับปากว่าจะไม่ให้ลูกชายมายุ่งกับไม้แล้วเป็นไง มันหาเรื่องให้ไม้ชกได้ตลอด” ย่าไม่สบายใจเตือนไม้ว่าอย่าไปทำอะไรเขานะ “ถ้ามันไม่หยุดกวนไม้ได้ชกแน่”

“แล้วเรื่องรั้วว่ายังไง” ย่าต้องการคำตอบ

“ฝากย่าบอกเขาด้วยก็แล้วกัน พอใจเมื่อไหร่ไม้ก็จะรื้อให้”

ย่าได้แต่บ่นว่าไม้ชอบว่าแตนดื้อแต่ตัวเองก็พอกันนั่นแหละ

ooooooo

พอไม้กลับไปที่ร้านสวนขวัญ เจอเป็ดปุ๊กมาหาแต่เช้า ไม้นึกว่าเธอจะมาคุยเรื่องต้นลั่นทมอีก ถามว่าจะให้ไปลงเมื่อไร วันนี้เลยไหม

“เอาเป็นว่าเอาไปลงหลังจากนายรื้อรั้วสังกะสีนั่นลงก็แล้วกัน” ไม้ถามว่าทำไมต้องรื้อรั้วก่อน “ก็...แบบ...มันบังแดดไง ต้นไม้ไม่ได้แดดเดี๋ยวจะตายเสียก่อน”

“มันไม่บังขนาดนั้นหรอก แล้วถ้าผมไม่รื้อรั้วนั่นล่ะ” ไม้ทำหน้ารั้น พอได้รับคำตอบว่าก็ไม่ต้องปลูก ไม้ไม่พอใจขึ้นมาถามว่า “คุณรับงานใครมา คุณนายขอให้คุณมาพูดใช่ไหม คุณหทัยน่ะ”

“เปล่า ไม่เกี่ยวกับคุณหทัย ส่วนนึงเป็นเพราะพ่อฉันขอให้มาพูดกับนาย” ไม้ถามว่าแล้วอีกส่วนล่ะ “อีกส่วน ...ฉันอยากจะมาเองด้วย นายบอกเองว่า ถ้าเขาไม่ทิ้งขยะมา นายก็จะรื้อรั้วนั่นออก ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทิ้งแล้วนี่”

“ไม่ทิ้งเพราะทิ้งไม่ได้ต่างหาก”

“มันก็ไม่ทิ้งใช่ไหมล่ะ อย่าโยกโย้เลย ลูกผู้ชายพูดคำไหนต้องคำนั้น” ไม้แย้งว่าตนจะทำแบบนั้นกับคนดีๆเท่านั้น อย่าลืมว่าทีเขาจะเอาตนถึงตายเลย “แต่นายก็รอดมาแล้ว ลืมๆมันไปบ้างไม่ได้เหรอ” ไม้บอกว่าตนไม่ลืมอะไรง่ายๆ “หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกับเขาไปตลอดชาติเลยรึไง”

“อาจไม่ใช่แค่ชาตินี้ชาติเดียว” ไม้ทำหน้ารั้น จนเป็ดปุ๊กมองหน้าเขานิ่งไปอึดใจ พูดตัดบทว่า

“ฉันจะไปหาซื้อที่อื่น กลัวนายจะเอาความแค้นไปฝังไว้ที่บ้านฉันด้วย” พูดแล้วเดินออกไปเลย

เจอไม้นี้ ไม้ก็อึ้ง หันมาคิดทบทวนสิ่งที่เป็ดปุ๊กพูดไปเมื่อครู่นี้...

เพราะแก้วเคยคุยอวดแม่กับเก็จไว้ว่ามีแฟนรวย วันนี้ทั้งกะรัตผู้เป็นแม่และเก็จ จึงมาหาถึงที่ทำงาน ทำทีเป็นห่วงเรื่องแก้วงอนกับแฟน เธอบอกว่ากำลังรอเขาเอาสร้อยอีกเส้นมาง้อค่อยหายโกรธ

ทั้งแม่และพี่สาวเช็กเพื่อความแน่ใจว่าแฟนแก้วรวยจริงหรือเปล่า เธอย้อนถามว่า แม่เขาทำหมู่บ้านเป็นร้อยๆล้านแค่นี้ยังรวยไม่พอหรือ กะรัตยุให้แก้วรวบหัว รวบหางเสียเลย

“แก้วยังไม่อยากคิดถึงขนาดนั้นหรอก แล้วแก้วก็ไม่อยากเหมือนพี่เก็จ”

“ใช่ ฉันมันพลาด แต่ฉันก็พยายามเอาคืนอยู่นี่ไง” เก็จยอมรับ

“บ้านนั้นน่ะเหรอ พ่อเป็ดจะโอนให้พี่แล้วใช่ไหม อ๋อ...เข้าใจแล้ว มานี่เพื่อจะมาบอกข่าวดีนี่เอง”

แก้วทำไขสือ แต่ทั้งแม่และพี่สาวไม่หลงกล เก็จบอกว่าจะมายืมเงินไปจ่ายค่ากระเป๋า เขาทวงมาแล้ว ส่วนกะรัตก็อ้างว่าจะขอเงินไปซื้อกระเช้าให้เสธ.อะไรสักคนนี่แหละ เขาช่วยพ่อยืดเวลาเรื่องหนี้พนันอะไรนั่นไว้ เราต้องตอบแทนบุญคุณเขาสักหน่อย

“แต่แก้วไม่มีหรอกนะ เงินเดือนแก้วก็นิดเดียว” เก็จขอให้ช่วยตนหน่อยเพราะอีกไม่นานแก้วก็จะได้เลื่อนตำแหน่งแทนเป็ดปุ๊กแล้ว แก้วตอบอย่างกระหยิ่มว่า “มันแน่นอนอยู่แล้วรีบไปกันเถอะค่ะแม่”

แก้วยังหาทางเลื่อยขาเก้าอี้เป็ดปุ๊กทุกวิถีทาง เอกสารที่เป็ดปุ๊กให้แก้วไปทำ และต้องใช้วันนี้ ก็แกล้งบอกว่าไม่ได้เอามา ทั้งที่เอกสารอยู่ในลิ้นชักแต่แกล้งเอาซ่อนไว้ใต้เอกสารอื่น อ้อมรู้ทันยืนยันว่าตนเห็นอยู่ในลิ้นชัก เป็ดปุ๊กจึงไปหาจนเจอ พอเป็ดปุ๊กหาเจอแก้วก็ทำเป็นบ่นตัวเองว่าทำไมเมื่อกี๊ตนหาไม่เจอ สงสัยเปิดข้ามไป

ได้เอกสารแล้ว ปรากฏว่าแก้วยังทำไม่เสร็จ เป็ดปุ๊กเร่งให้รีบทำเสีย แก้วก็ทำเป็นขอโทษอีกครั้งแล้วเอางานไปทำที่โต๊ะ แอบค้อนอ้อมอย่างไม่พอใจที่ทำให้ตนเสียแผน

แต่คืนนี้พอกลับถึงบ้าน เชียรบอกว่าหทัยมารอพบอยู่ เป็ดปุ๊กสงสัยว่าไม้ไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว พอคุยกับหทัยจึงรู้ว่าไม้ไปรื้อรั้วสังกะสีนั้นแล้ว บอกเธอว่า

“ฝ้ายเขาไปเล่าให้ฟังว่า คุณเป็ดปุ๊กไปช่วยคุยกับไม้ให้ ต้องขอบคุณมากเลย ดิฉันกำลังจะจนปัญญาอยู่แล้ว ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง”

“ความจริงก็ไม่ได้คุยอะไรหรอกค่ะ แค่ไปถามดูว่าเมื่อไหร่จะรื้อ มันบังแดดต้นไม้ที่บ้านด้วย แล้วตอนนั้นก็ทะเลาะกันด้วย เขาไม่มีท่าทางจะยอมรื้อให้ด้วยซ้ำ”

“ไม้ก็เป็นแบบนี้แหละ ต้องทะเลาะกันก่อน...เอางี้ดีไหมคะ ดิฉันขอเลี้ยงอาหารเย็นคุณเป็ดปุ๊กกับคุณพ่อสักมื้อแทนคำขอบคุณ”

เป็ดปุ๊กบอกไม่ต้อง เชียรก็บอกว่าวันนี้มีอาหารค่ำหลายอย่างแล้วหทัยถามว่าทำเองหรือ เชียรบอกว่าไม้เอาแกงที่ย่าเขาทำมาฝาก หทัยพูดอย่างรู้ดีว่า คุณย่าทำกับข้าวอร่อย เชียรถามว่าเธอรู้จักหรือ?

“ดิฉันเป็นชาวสวนมาก่อนนะคะ งั้นเอาเป็นว่าเราค่อยนัดกันอีกทีก็แล้วกันนะคะ” หทัยกลับไปอย่างสบายใจ

ooooooo

เมื่อเป็ดปุ๊กไปทำงานในวันรุ่งขึ้น อ้อมเอาเอกสารมาให้เป็ดปุ๊กเซ็น เธอพลิกเอกสารแล้วกลับนั่งนิ่ง จนอ้อมสงสัยถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ

“เปล่าหรอก กำลังคิดอะไรอยู่ คนเรานี่ก็แปลกนะ ปากก็เถียงเราฉอดๆถึงเวลากลับทำตามที่เราขอเฉยเลย”

อ้อมถามว่าผู้ชายหรือ พอเป็ดปุ๊กทำเสียงอือในลำคอ อ้อมสาธยายอย่างผู้รู้ว่า

“มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายค่ะ เขาต้องเถียงไว้ก่อน ถึงจะเห็นด้วยกับเราก็เถอะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เป็นคนพิเศษของเขา เขาจะยิ่งไม่ยอมง่ายๆตั้งหน้าตั้งตาเถียงอย่างเดียวเลย” พูดแล้วยิ้มแซวๆถามว่า “ว่าแต่ผู้ชายที่ไหนเหรอคะ ที่ชอบเถียงคุณเป็ด”

“ไม่ได้เถียงเป็ด พระเอกในละครน่ะ ละครเมื่อคืน” เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวไม่เนียน ถูกอ้อมจับได้เพราะตนดูละครทุกช่องเมื่อคืนไม่มีพระเอกอย่างที่ว่านี้เลย พอดีเป็ดปุ๊กเซ็นเอกสารเสร็จ อ้อมรับเอกสารแล้วเดินกลับไป

แก้วเข้ามาในห้องทำงาน เห็นเป็ดปุ๊กอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เข้าไปกระแซะถามว่าวันจันทร์เรามีนัดกับคุณกอบกุลที่บริษัทของเขาใช่ไหม  ถามว่าขอเลื่อนเป็นบ่ายวันนี้ได้ไหม เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหรือ

“คือวันนี้แก้วอยากออกเร็วหน่อยน่ะ มีนัดตอนเย็นถ้าไปคุยงานบ่ายนี้เลยแก้วจะได้ไปต่อเลย แต่ถ้าอยู่จนเลิกงานกว่าจะไปถึงมันจะค่ำ”

เป็ดปุ๊กกลัวพิมพามาแล้วไม่เห็นตนอยู่ออฟฟิศจะโดนว่าอีก  แก้วบอกว่าพิมพาจะว่าได้อย่างไรในเมื่อเราออกไปทำงาน ได้งานเร็วกว่ากำหนดด้วยพี่เขาน่าจะชอบ

แก้วเห็นเป็ดปุ๊กลังเลก็ถามอ่อยว่า “เป็ดเองล่ะไม่อยากกลับบ้านเร็วๆหรือ ไหนเคยบ่นว่าเป็นห่วงพ่อ”

“ความจริงก็ดีเหมือนกัน เอางี๋ เดี๋ยวเป็ดไปขออนุญาตพี่พิมเขาก่อนถ้าเขาโอเคเราก็ไปกัน” เป็ดปุ๊กตัดสินใจเช่นนี้เพราะใจรุมๆอยากกลับไปเร็วเหมือนกันแต่คนที่อยากเจอกลับไม่ใช่พ่อ...

พอเป็ดปุ๊กตกลง แก้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดอะไรร้ายๆขึ้นมาอีกแล้ว

ooooooo

คุณกอบกุลตอบรับการเปลี่ยนนัดและรอพบอยู่ที่บริษัท พอเป็ดปุ๊กกับแก้วมาถึง กอบกุลขอเอกสารไปดูเลย

เป็ดปุ๊กหันไปขอเอกสารจากแก้ว แก้วทำเป็นค้นหาเอกสารอยู่นาน เป็ดปุ๊กเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ถามว่ามีอะไรหรือ แก้วบอกว่าไม่ได้เอาเอกสารมา เป็ดปุ๊กตกใจ จำต้องบอกกอบกุลว่า  สงสัยจะมีปัญหาจะขอเลื่อนเป็นวันจันทร์

“ไม่ได้! ดิฉันรับนัดอื่นไปแล้ว นัดข้างนอกด้วย เวลาดิฉันเป็นเงินเป็นทองนะคุณ ถ้าวันนี้ไม่ได้คุยดิฉันก็คงต้องไปหาสินค้าจากเจ้าอื่น ไม่รู้คุณพิมพาให้พวกคุณรับผิดชอบงานเป็นร้อยล้านได้ยังไง”

เป็ดปุ๊กรู้สึกแย่มาก ในขณะที่แก้วแอบยิ้มสะใจ พอออกไปก็ทำเป็นขอโทษ เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี ท่าทางกอบกุลโกรธมากๆด้วย ถามแก้วว่าจะกลับไปเอาเอกสารได้ไหม แก้วอ้างว่ากว่าจะไปกว่าจะมาเขาก็เลิกงานกันแล้ว และวันนี้ตนก็มีนัดด้วย

“แต่ถ้าเขาย้ายไปสั่งสินค้าที่อื่น พี่พิมต้องไล่เป็ดออกแน่ๆ”

“ไม่หรอกน่า สินค้าเรามีคุณภาพมากที่สุด วันหลังค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้ เป็ดลองนัดเขาใหม่ซี แก้วไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวจะสาย ไปก่อนนะ”

แต่พอเป็ดปุ๊กกลับไปขอนัดเวลาใหม่กับเลขา เลขากอบกุลบอกว่าช่วงนี้เจ้านายงานยุ่งมาก อาจต้องเป็นเดือนหน้า

“เดือนหน้า...ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ เร็วที่สุดได้เมื่อไหร่คะ” เป็ดปุ๊กถามใจคอไม่อยู่กับตัว แต่พอหยิบมือถือขึ้นมาจะบันทึกไว้ในปฏิทิน ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ บอกเลขาว่า “เดี๋ยวค่ะ ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องเลื่อนนัดแล้ว ดิฉันเคยส่งเอกสารนี้ทางอีเมล์ไว้ค่ะ มือถือนี่เช็กอีเมล์ได้ ดิฉันจะส่งต่อมาให้คุณ แล้วคุณช่วยปริ๊นต์ออกมาได้ไหมคะ จะได้เอาเข้าไปคุยกับคุณกอบกุล”

“อ๋อ...ได้สิคะ ส่งมาเลย” เลขาของกอบกุลตอบรับด้วยความยินดี  ยังความดีใจแก่เป็ดปุ๊กราวกับรอดตาย

หลังจากเป็ดปุ๊กเข้าไปคุยกับกอบกุลแล้ว กอบกุลพอใจไม่ต่อรองราคาเลย และจะให้ลูกน้องรีบจัดทำรายการสั่งซื้อให้ ไม่เกินอาทิตย์หน้า

กอบกุลยังเล่าถึงความเครียดเมื่อรู้ว่าเป็ดปุ๊กไม่ได้เอาเอกสารมา เพราะถ้าไม่ได้สั่งสินค้าจากที่นี่ตนก็จะต้องเริ่มงานใหม่หมด ชมเป็ดปุ๊กว่า เธอหัวไวรู้จักแก้ปัญหา บอกว่าพิมพาโชคดีที่มีลูกน้องอย่างเธอ เป็ดปุ๊กพูดอย่างถ่อมตัวว่าเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

“ไม่หรอก คุณฉลาดด้วย เป็นคนอื่นกลับบ้านแล้ว ดิฉันจะชมคุณกับคุณพิมพา”

“ขอบพระคุณค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ทั้งซึ้งใจ ดีใจ โล่งใจ จนบอกไม่ถูก

ooooooo

เย็นนี้เป็ดปุ๊กซื้อขนมมา 3 ถุง แวะไปที่ร้านสวนขวัญ ให้ฝ้ายถุงหนึ่ง ฝากให้ไม้อีกถุงหนึ่ง พอดีไม้เดินออกมาเธอจึงให้เขาเองและอีกถุงฝากไม้เอาไปให้เจ้าของที่ดินหลังกำแพง
ฝ้ายได้ยินแล้วแอบหัวเราะขำๆ หลังจากแจกขนมหมดแล้ว เธอถามฝ้ายว่า วันก่อนได้ยินพ่อบอกว่าแถวนี้มีตลาดให้ฝ้ายช่วยบอกทาง ฝ้ายบอกทางอย่างละเอียด แต่ระหว่างนั้นไม้แวบออกไปก่อน พอเป็ดปุ๊กไปที่รถเจอเขานั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วบอกเธอว่า “กำลังจะไปตลาดอยู่เหมือนกัน ขึ้นมาซิ เดี๋ยวจะบอกทางให้”

เป็ดปุ๊กอึ้งๆ แต่ก็ทำตามที่เขาบอก ไม้บอกทางไปทุกระยะถามว่านึกยังไงถึงอยากไปตลาด เพราะที่แล้วมาเห็นซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เกตทั้งนั้น เป็ดปุ๊กหาว่าเขาแอบดูตู้เย็นตน ไม้บอกว่าก็แค่เปิดเอาน้ำเย็นก็เห็นแล้ว ถามว่าแล้วทำไมเธอไม่พาพ่อมาด้วย

“จะพามาทำไมให้พ่อเหนื่อย พ่ออยู่บ้านจะได้พักผ่อน เดี๋ยวฉันซื้อกลับไปให้เอง”

“พามาด้วยก็จะได้มาเดินเล่น ดูนั่นดูนี่เพลินดีออก จะให้นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านทั้งวันเซ็งตาย”

คำพูดของไม้ทำให้เป็ดปุ๊กได้คิดในอีกแง่หนึ่งเหมือนกัน

เมื่อไปถึงตลาด ไม้ทำตัวเป็นไกด์นำชมตลาดอย่างชำนาญ ซ้ำยังรู้เรื่องอาหารอย่างดีด้วย เขาพาเธอไปซื้อน้ำพริกบรรยายน้ำพริกแต่ละอย่างและผักจิ้มที่เหมาะกับคนสูงอายุอย่างพ่อเธอ

ซื้อน้ำพริกให้พ่อแล้ว เป็ดปุ๊กไปซื้อหมูปิ้ง ปรากฏว่ามือเปื้อนน้ำมัน ไม้ขอผ้าเช็ด คนขายหยิบผ้าให้ ผ้าก็มันย่องไปหมด เป็ดปุ๊กเลยวานไม้ให้หยิบสตางค์ในกระเป๋าถือให้ กว่าเขาจะหากระเป๋าสตางค์เจอก็แทบต้องรื้อออกมาทั้งกระเป๋าจากนั้นไปซื้อแกงจืดวุ้นเส้นอีกถุงแล้วจึงพากันกลับ”

เพราะมือเป็ดปุ๊กเปื้อนน้ำมัน ไม้จึงอาสาขับรถให้ เขาเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้ เธอตกใจที่เขาโน้มตัวมา แต่พอรู้เจตนาของเขาก็เบาใจบ่นอุบอิบ “แล้วไม่บอก”

ระหว่างนั่งรถกลับ เธอถามเขาว่าทำไมถึงได้ยอมรื้อรั้วออก เขาย้อนถามกวนๆ ว่ารื้อไปแล้วจะถามทำไม

“ฉันก็อยากรู้ วันนั้นฉันขอให้นายไปทำ นายก็เถียงฉันเอาเป็นเอาตาย ไปๆ มาๆ นายก็ยอมรื้อเฉยเลย มีเหตุผลอะไรพิเศษหรือเปล่า” เห็นเขานิ่งก็ย้ำถาม “ว่าไงทำไมนายยอมทำตามที่ฉันขอ”

“ก็เพราะ...” ไม้เขินจนพูดไม่ออก พอถูกรุกก็ยิ่งตื่นเต้น เลยแกล้งบอกว่า “ก็เพราะคุณ...พ่อคุณมาขอน่ะสิ”

“นายนี่มัน...” เป็ดปุ๊กทำเสียงขัดใจที่ไม่ได้ฟังเขาพูดอย่างที่ตัวเองอยากได้ยิน

ooooooo

ไม้ขับรถมาใกล้สำนักงานขาย เป็ดปุ๊กสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในสำนักงาน บอกไม้ให้หยุดแล้วเธอก็เปิดประตูรถตรงไปที่สำนักงานขาย

เป็ดปุ๊กเห็นแก้วอยู่กับโอมในสำนักงานขาย เธอดีใจมากลงไปทัก ถามแก้วว่ามาที่นี่ได้ยังไง แล้วหันไปทักโอมว่า “ท่ีแท้ก็คุณนี่เอง” โอมเองก็พูดอย่างนึกไม่ถึงว่าเธอจะรู้จักกับแก้ว เป็ดปุ๊กบอกแต่เพียงว่าเราทำงานอยู่ด้วยกันเท่านั้น

โอมบอกว่าตนรู้จักกับแก้วมาได้ปีหนึ่งแล้ว ในงานปีใหม่ที่บ้านคุณย่า เป็ดปุ๊กพูดแซวๆ ว่า

“คุณโอมนี่เองที่ทำให้แก้วขอกลับเร็ววันนี้” แก้วเกี้ยวว่าเรานัดกันตั้งแต่เย็นแล้ว โอมก็ทำทีถามว่าคงไม่ได้ทำให้งานเสียใช่ไหม

“จริงๆ ก็เกือบค่ะ ว่าจะโทร.บอกแก้วอยู่ว่างานไม่มีปัญหาแล้ว เป็ดใช้มือถือโหลดเอกสารมาให้คุณกอบกุลเขาได้ เขาตกลงซื้อลอตใหญ่เลย” แก้วทำเป็นดีใจบอกว่าโชคดีจัง ทั้งที่ผิดหวังอย่างแรง “แล้วไงดี ไปบ้านเป็ดกันก่อนไหม จะได้พาชมบ้าน”

แก้วขอตัว เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน ระหว่างนั้นโอมมองไปที่รถ ถามว่าเธอมากับใครหรือ พอรู้ว่ามากับไม้ แก้วทำเสียงสมเพชว่า “คนสวน” เป็ดปุ๊กจึงชี้แจงถึงสาเหตุที่มาด้วยกันให้ฟัง แล้วฝากโอมดูแลแก้วให้ดีด้วย

“ผมดูแลอย่างดีที่สุดแล้วครับ” โอมรับปากรับคำ เป็ดปุ๊กจึงโบกมือลาทั้งสองกลับไปที่รถ บอกไม้ให้กลับได้แล้ว

ขณะนั่งรถกลับนั่นเอง เป็ดปุ๊กเปรยๆว่า “ไม่น่าเชื่อเลย เราก็สงสัยอยู่ตั้งนานว่าใครเป็นแฟนแก้ว ที่ไหนได้ เป็นโอมนี่เอง” ไม้ถามทันทีว่าเขาเป็นแฟนกันหรือ “ก็ใช่น่ะซิคะ แก้วโชคดีมากเลย คุณโอมนี่แกทุ่มมากเลยนะ ซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆ ให้แก้วเป็นประจำ”

“แล้วที่ผมให้คุณเป็นต้นไม้เลยล่ะ ไม่ดีกว่าเหรอ” ไม้แกล้งถาม แล้วทำเฉไฉว่า “พูดเล่นน่ะ ทำไมผู้หญิงถึงชอบดอกไม้” เป็ดปุ๊กบอกว่ามันสวยแล้วก็หอม “มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย มีเงินจะซื้ออะไรก็ได้ เพื่อนคุณก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาจะซื้อ”

“ไม่มั้ง...คุณโอมแกก็ดูเป็นคนดีออก”

“ก็ดูกันไปแล้วกัน เพื่อนคุณอาจจะโชคร้าย ไม่ใช่โชคดี”

เป็ดปุ๊กมองหน้าไม้อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เชียรออกมาเปิดประตูรั้วให้ ถามอย่างสงสัยว่าไม้มาได้ยังไง เป็ดปุ๊กเลยเล่าให้ฟัง เชียรเปลี่ยนเป็นถามว่าไปตลาดได้อะไรมากินบ้าง

พอเป็ดปุ๊กบอก เชียรทำท่าอร่อยบอกว่าน่ากินทั้งนั้น ไม้เห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวกลับ เป็ดปุ๊กชวนกินข้าวด้วยกัน ไม้ขอบคุณที่ชวน แล้วขออนุญาตกลับทางกำแพง พอไม้เดินไปเธอเรียกเขาไว้

“ไม้...เดี๋ยว...ฉันอยากขอโทษ...ที่เคยมองนายในแง่ร้าย คิดว่านายจะหลอกพ่อฉัน นายมีน้ำใจกับพ่อมาก แล้วก็กับ...”

“เอาเป็นว่า ผมรับรู้แล้วว่าคุณไม่ได้มองว่าผมเป็นขโมยขโจรก็แล้วกัน คุณไปกินข้าวเถอะ ผมก็จะกลับแล้ว”

ไม้โดดขึ้นกำแพงแต่อดหันมองเป็ดปุ๊กไม่ได้ เธอโบกมือให้ เขาเลยโบกตอบ ทำให้เสียจังหวะหล่นลงไปดังตุ้บ!

“ไม้...เป็นไรหรือเปล่า” เธอวิ่งไปถามริมกำแพง

“ไม่เป็นไรครับ นิดหน่อยเอง ไปแล้วครับ” พูดแล้วมีเสียงเดินเหยียบใบไม้ใบหญ้าสวบสาบๆ ห่างออกไปไข่มุกค่อยๆ โผล่ลูกตามองทุกอย่างอย่างไม่สะใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ
27 ม.ค. 2563
17:20 น.