ข่าว

วิดีโอ



ในสวนขวัญ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ภูมินั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านที่เปิดเป็นอู่ เจอโอมมารออยู่แล้ว ภูมิลงจากรถก็บอกโอมว่า ตนกำลังจะโทร.หาอยู่พอดี

โอมเปิดฉากอ่อยก่อนว่างานนี้ทำสำเร็จตนจ่ายให้ไปตั้งตัวได้เลย ภูมิถามว่า “ตกลงจะให้ผมทำอะไร”

“กำจัดไอ้ไม้ให้ฉัน”

ภูมิบอกว่าตนทำไม่ได้ ถ้าแค่ต่อยตีก็ยังพอได้ โอมเสนอตัวเลขทันที “ฉันพร้อมจ่ายแกห้าแสน” เมื่อภูมิปฏิเสธอีกก็เพิ่มให้เป็นหนึ่งล้าน!

“พี่ไม่เข้าใจ เรื่องคราวก่อน ตำรวจก็ยังตามจับผมอยู่เลย พ่อผมต้องล้มป่วยก็เพราะเป็นห่วงเรื่องนั้น ผมตัดสินใจแล้วล่ะครับ ผม...จะกลับตัว”

โอมยังใจเย็นหว่านล้อมภูมิอีก เมื่อไม่สำเร็จก็โมโหด่าก่อนกลับไป “ไอ้ขี้ขลาด อยากจะจมปลักอยู่กับความยากจนข้นแค้นแบบนี้ก็เชิญตามสบายเลย ไอ้โง่เอ๊ย” ด่าแล้วเดินหัวเสียออกจากอู่ โทร.หาศักดิ์ทันทีบอกว่า ถ้าอยากให้งานสำเร็จก็ให้หาคนมาช่วย

ทั้งสองนัดพบกันที่รกร้างข้างแหล่งเสื่อมโทรม

ศักดิ์บอกว่าตนแนะนำคนให้เท่านั้น เรื่องอื่นตกลงกันเอง เพราะตนไม่อยากติดคุกตอนแก่ แล้วชี้ให้ดูบอกว่า “โน่นไงไอ้หมึก มาโน่นแล้ว”

ศักดิ์นั่งดูอยู่ในรถ ส่วนโอมเอาซองเงินและรูป รวมทั้งแผนที่บ้านของไม้ไปให้หมึก พูดกันไม่กี่คำ หมึกก็เก็บทุกอย่างใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินไป โอมกลับมาที่รถยิ้มเหี้ยมบอกศักดิ์ว่า

“อีกไม่นาน เราก็จะได้ข่าวดี คนที่ขวางทางเรา จะไม่มีอีกแล้ว”

ooooooo

ฝ่ายศักดิ์ก็ยังร่วมมือกับโอมและอลงกรณ์เกลี้ยกล่อมจูงใจย่าขวัญต่อไป วันนี้ศักดิ์หลอกย่าให้ไปที่สำนักงานขายเพื่อรุมกันหว่านล้อมแกมบังคับให้ย่าเป็นหุ้นส่วนในโครงการใหม่

ย่ายืนยันไม่ร่วมโครงการ โอมโมโหชักปืนออกมาจะยิงย่า ศักดิ์เข้าแย่งปืนปกป้องแม่ ไม้ได้ข่าวย่ามาที่สำนักงานโครงการจึงรีบตามมา เจอเหตุการณ์พอดีจึงพุ่งเข้าไปเอาตัวบังย่าไว้ เป็นจังหวะที่โอมเหนี่ยวไกพอดี ไม้ถูกยิงที่ต้นแขนอย่างจัง จึงต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนโอมอาศัยความชุลมุนหลบหนีไป

ที่หน้าห้องผ่าตัด...ทั้งย่าขวัญ หทัย เป็ดปุ๊กและเชียร นั่งรอฟังข่าวการผ่าตัดไม้อยู่อย่างห่วงใย

ย่าขวัญนั่งดมยาและให้ปากคำตำรวจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถามว่าศักดิ์จะถูกดำเนินคดีไหม ตำรวจบอกว่าถ้าให้ปากคำเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็คงกันไว้เป็นพยาน ย่าถามอีกว่าตนจะไม่เอาเรื่องอลงกรณ์ได้ไหม เพราะอย่างน้อยเราก็เป็นคนรู้จักมักคุ้นกัน

“คงไม่ได้หรอกครับคุณย่า คดีแบบนี้ยอมความกันไม่ได้”

ฟังตำรวจแล้วย่าหันมองหทัยด้วยความสงสาร เห็นใจ หทัยเข้ากอดย่าอย่างเข้าใจความปรารถนาดี อดที่จะรำพึงไม่ได้ว่า “ทำไมคนในครอบครัวของฉันต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วย”

“ความโลภไงแม่หทัย คนเราพอถูกความโลภเข้าครอบงำ ไอ้ที่เคยทำดีทำชอบก็กลับกลายเป็นคิดผิดทำผิดไปเสียได้ น่าเสียดายอนาคตจริงๆ กำลังจะไปได้ไกลแท้ๆ” ฟังย่าแล้วหทัยร้องไห้อย่างเจ็บปวด “ร้องเถอะหทัย ร้องให้เต็มที่ แล้วก็ร้องให้จบเสียตรงนี้ เพราะต่อไป เธอจะต้องเข้มแข็งมากๆเลย รู้ใช่ไหม”

“ค่ะคุณแม่” หทัยพยักหน้า แต่ยังร้องไห้หนัก

“ผ่าตัดเสร็จแล้วครับ” เชียรบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นหมอเดินออกจากห้องผ่าตัด

ooooooo

ไม้ถูกนำไปในห้องพัก เป็ดปุ๊กช่วยเอาหมอนหนุน หลังและแขนที่ผ่าตัดให้อยู่ในท่าสบาย พลางบอกไม้ว่า

“ตอนนี้ตำรวจจัดการทุกอย่างเกือบเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่คุณโอมที่ตำรวจยังตามจับตัวอยู่” ไม้บอกว่าคนอื่นตนไม่สนใจ ห่วงแต่เธอกับคุณย่าเท่านั้น “คุณหมอตรวจแล้วไม่มีรอยขีดข่วนสักนิด ส่วนฉันได้แผลนิดหน่อยถือว่าสบายมาก” พลางถลกแขนเสื้อโชว์รอยถลอกให้ดู

ไม้โน้มตัวเข้าไปเป่าเพี้ยง! ที่รอยถลอกบอกให้หายเร็วๆนะ เขาขอโทษและตำหนิตัวเองว่าไม่น่าชวนเธอไปเจอเรื่องอันตรายแบบนั้นเลย

“จะขอโทษทำไม ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟที่ไหนยังไง ฉันก็ต้องไปกับนายอยู่แล้ว”

ไม้ยิ้มชื่นใจ แล้วอ้อนให้เธอเป่าเพี้ยงให้บ้าง เป็ดปุ๊กเอาใจ ก้มเป่าให้เขินๆ

ขณะบรรยากาศกำลังดีๆนี่เอง ประตูห้องเปิดออก ย่าขวัญเดินนำหทัยเข้ามา พอไม้เห็นหทัยก็ชักสีหน้าใส่ทันที ถามว่ายังกล้ามาอีกหรือ!

แต่ไม่ว่าไม้จะแข็งกร้าวและปฏิเสธหทัยอย่างไร เธอก็ยังใจเย็นพยายามพูดดีด้วยความเป็นห่วงลูก ย่าขวัญก็คอยเตือนสติไม้ว่าหทัยต้องรับเรื่องเลวร้ายมากมายแล้วจะพูดให้แย่ไปกว่านั้นอีกทำไม

ไม้จึงบอกให้หทัยกลับไปเสียตนอยากพักผ่อน หทัยบอกว่าแล้วค่อยมาเยี่ยมใหม่ ไม้ตอบพลางพลิกตัวหันหลังให้ว่า

“ไม่จำเป็น!!”

เมื่อหทัยกลับไปแล้ว เป็ดปุ๊กที่ไม่พอใจท่าทีแข็งกร้าวของไม้ที่มีต่อหทัยก็ติติงเขาว่า รู้ไหมว่าหทัยรอนานแค่ไหนกว่าจะได้เข้ามาพบเขา แล้วไปไล่กันแบบนั้นมันเกินกว่าเหตุไปแล้ว

ไม้ขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้เลยตนยังไม่อยากทะเลาะด้วย เชียรหิ้วถุงอาหารเข้ามาจึงชวนเป็ดปุ๊กไปกินข้าวกัน เชียรเตือนลูกว่าไปพูดอะไรกับไม้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ น้ำกำลังเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง เป็ดปุ๊กพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา ศักดิ์ไปหาย่าที่บ้าน เขากราบย่าแล้วเงยหน้าพูดอ้อนวอนขอความเห็นใจ...

“แม่ครับ...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้จริงๆนะครับ ผมโดนไอ้สองพ่อลูกมันหลอก ผมไม่ได้ตั้งใจจับแม่มาทำอันตรายอะไรเลยจริงๆนะครับ”

ย่าขวัญบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงศักดิ์จะชั่วจะเลวอย่างไรคนเป็นแม่ก็คงปล่อยให้ตำรวจจับเข้าคุกไม่ได้หรอก ศักดิ์โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แล้วรุกคืบอ้อนขอให้ย่าช่วยเรื่องเงินที่ตนเป็นหนี้ให้ด้วย บอกว่าไม่กี่ล้านเอง ทั้งยังสัญญาว่าถ้าได้เงินก้อนนี้แล้วจะเลิกยุ่งกับแม่อีก

“ฉันนี่แหละขอประกาศเลิกยุ่งกับแก ณ บัดนี้! แกจงไปจัดการกับชีวิตของแกเองก็แล้วกัน อย่ามายุ่งกับฉันอีกเลย ฉันทั้งเหนื่อยทั้งหน่ายกับแกมามากพอแล้ว” พูดแล้วย่าลุกขึ้นเดินออกไป ศักดิ์ลุกไปขวางถามว่าจะไปไหนยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย “ฉันไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ถอยไป แม่จะไปหาไม้”

“แม่จะไปหามันทำไม” ศักดิ์เสียงแข็ง

“ก็ไม้มันยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดูแลแม่ แม่ก็ต้องไปดูแลมันสิ” ศักดิ์ตัดพ้อว่าแล้วแม่ไม่คิดจะดูแลตนบ้างหรือ “แล้วที่ผ่านๆมาแกดูแลแม่รึเปล่าล่ะ ถ้าคิดว่าไม่ ก็หลีกไป”

“แม่...นี่แม่จะไม่สนใจ ไม่ให้เงินฉันจริงๆเหรอ”

“ศักดิ์ แม่จะบอกอะไรให้นะ คนที่เป็นแม่เป็นลูก มันมีอะไรมากกว่าเรื่องเงินนะ ถ้าศักดิ์จะโกรธจะเกลียดแม่เพราะแม่ไม่ให้เงินก็ไม่มีปัญหา เพราะแม่มั่นใจว่า ได้ทำหน้าที่แม่ที่ดีที่สุดของศักดิ์แล้ว แต่ศักดิ์ล่ะ ลองถามตัวเองว่าเป็นลูกที่ดีของแม่พอที่จะมาเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้รึยัง” ย่าเดินออกไปอย่างไม่สนใจศักดิ์อีกเลย

“แม่!!!” ศักดิ์มองตามย่าขวัญไปด้วยดวงตาแห้งผาก

ooooooo

หทัยมาพบอลงกรณ์ที่ห้องขัง เขาอ้อนวอนให้เธอต้องหาทนายที่เก่งที่สุดมาพาตนออกไป หทัยบอกว่าตนพยายามช่วยเต็มที่ แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายและความผิดที่เขาทำ

อลงกรณ์โวยวายว่าตนทำทุกอย่างเพื่อเธอและลูก หทัยโต้ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อตัวเองมากกว่า ตอนนี้ตำรวจยังตามโอมไม่เจอไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาเคยคิดเป็นห่วงลูกบ้างไหม อลงกรณ์อ้างว่าตนอยู่ในคุกแบบนี้จะให้ทำอะไรได้

“ก็ไม่ต้องทำอะไรค่ะ อยู่นิ่งๆ คิดทบทวนสิ่งที่คุณทำ แล้วปล่อยให้ฉันจัดการทุกอย่างไปตามที่ควรจะเป็น คนผิดยังไงก็ต้องรับโทษนะคะ” หทัยบอกว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกลับไป

อลงกรณ์เปลี่ยนจากอ้อนวอนเป็นโมโหตะโกนโวยวาย ว่าเธอต้องช่วยตน ต้องพาตนออกจากที่นี่!! แต่หทัยไม่สนใจ อลงกรณ์เลยนั่งคอตกอย่างหมดหวัง

ooooooo

ไม้ถูกยิงบาดเจ็บจนต้องอยู่โรงพยาบาล เขางอแง อ้อนเป็ดปุ๊กให้อยู่ดูแลไม่ยอมให้ไปทำงาน จนย่าขวัญบ่นว่าทำตัวเหมือนเด็ก บอกเป็ดปุ๊กให้ไปทำงานเสียเดี๋ยวย่าจะจัดการเอง

เป็ดปุ๊กยังไม่ทันออกไป ก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวจากพิมพาเร่งให้รีบไปที่ออฟฟิศเพราะดนัย นักธุรกิจหนุ่มที่กำลังจะเปิดตลาดจิวเวลรี่ที่เกาหลีมาขอคำปรึกษา ดนัยอ้างว่ากอบกุลแนะนำมาทั้งรับรองว่าเป็ดปุ๊กช่วยเขาได้มากแน่

เมื่อเป็ดปุ๊กไปถึง ดนัยแสดงความดีใจอย่างมาก แนะนำตัวเองว่า

“ผมสนใจธุรกิจนี้มาก และก็ยังใหม่กับมันมากด้วย ยังไงก็คงต้องขอให้คุณบัวบูชาช่วยแนะนำด้วยนะครับ”

“ยินดีค่ะ ถ้ายังไงก่อนจะคุยเรื่องรายละเอียด ดิฉันขอเชิญคุณดนัยไปพบหัวหน้าของดิฉันก่อนนะคะ”

แต่เมื่อเป็ดปุ๊กเข้าไปพบ พิมพาคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวว่า อยากให้เธอดูแลลูกค้ารายนี้เป็นพิเศษหน่อย เพราะท่าทางเขาไม่ธรรมดาเลย ถ้างานนี้สำเร็จ บริษัทอาจจะได้กำไรมากที่สุดในรอบสิบปีก็ได้

เป็ดปุ๊กติงว่าท่าทางเขายังหนุ่มเกินกว่าจะทำธุรกิจขนาดนี้ แต่พิมพาเห็นว่าคนเราตัดสินจากอายุไม่ได้ เพราะนักธุรกิจเดี๋ยวนี้ประสบผลสำเร็จอายุน้อยลงทุกวันเพราะว่า...

“พวกคนรวยมีครอบครัวสนับสนุน แค่คิดจะทำอะไรก็สำเร็จเกินครึ่งแล้ว งานนี้เป็ดต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลยนะ แสดงความสามารถให้ผู้ใหญ่เห็น ไม่แน่ จบงานนี้เป็ดอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกก็ได้” พิมพาอ่อย เพราะหลังจากที่แก้วลาออกแล้ว เป็ดปุ๊กก็ได้กลับมาเป็นหัวหน้าตามเดิม แล้วพิมพาก็ฝากความหวังว่า “อย่าทำให้พี่ผิดหวังนะ”

ooooooo

หลังจากเก็จจะแอบขายบ้านของเชียรล้มเหลว ทุกคนฝันสลายหมด จากความสัมพันธ์ที่ชื่นมื่นกลายเป็นมึนตึง ระแวงและแย่งชิงผลประโยชน์กัน
เก็จบอกกะรัตว่า ตนเลิกหวังจากผู้ชายพวกนั้นแล้ว ต่อไปอยากทำอะไรตนก็จะทำและก็จะทำเองด้วย กะรัตเห็นเก็จมีมือถือเครื่องใหม่ราคาแพง ถามว่าไปล่ำซำมาจากไหน ถ้ามีก็แบ่งกันใช้บ้าง

“ไม่ได้หรอก ถ้าแม่อยากได้ แม่ก็ต้องหาของแม่เอง เงินนี้เป็นเงินของเก็จ เก็จจะเอาไว้ใช้เพื่อความพอใจของเก็จเท่านั้น” พูดแล้วลุกเดินเล่นมือถือเครื่องใหม่ออกไปอย่างมีความสุขและสะใจ

เก็จหวงมือถือจนแม้แต่แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บแย่งกันจะเอาไปเล่นเกมก็เอ็ดลูกไม่ให้มายุ่ง ดุว่าถ้าแตกไปใครจะรับผิดชอบ ไล่ว่าถ้าอยากเล่นเกมก็ไปเล่นเครื่องจอดำของพ่อ ไก่กุ๊กถามว่าแค่มือถือทำไมต้องโวยวายกับลูกขนาดนั้น เอะใจถามว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อโทรศัพท์ ก็ถูกเก็จตวาดว่า

“ฉันมีเงินของฉันเองก็แล้วกัน คุณไม่ต้องมายุ่ง”

ไก่กุ๊กยังรู้จากลูกๆ ว่าเก็จไม่เพียงมีโทรศัพท์ใหม่เท่านั้นยังมีกระเป๋ากับเสื้อผ้าใหม่ รวมทั้งเครื่องสำอางดีๆด้วย

“เขาไปเอาเงินมาจากไหนมากมายแบบนั้น” ไก่กุ๊กคิดหนักทั้งแปลกใจและกังวลใจกับพฤติการณ์ของเก็จ

ooooooo

ดนัยเกาะชิดติดแจเป็ดปุ๊ก เสนอโน่นตินี่เหมือนจงใจจะเอาเวลาทั้งหมดของเธอให้มาทำงานให้ตนคนเดียว

“ผมยังใหม่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อยากให้คนที่ไว้ใจได้ช่วย ผมลงทุนหมดตัวกับธุรกิจนี้เลยนะครับ ถ้ารวยก็ได้กำไรเป็นพันๆล้าน แต่ถ้าเจ๊งผมก็คงไม่เหลืออะไร คุณเป็ดปุ๊กต้องช่วยผมนะครับ” ดนัยทั้งใช้คำหวานและกุมมือส่งสายตาให้เกินกว่าธุรกิจการงาน เป็ดปุ๊กรับคำดึงมือกลับแม้จะรู้สึกเขิน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

วันนี้ เป็ดปุ๊กลางานเพื่อรับไม้กลับบ้าน พอพากลับถึงบ้าน ก็ได้รับโทรศัพท์จากดนัยโทร.มาคุยเรื่องงานอีก จนแตนบ่นว่าโทร.มาบ่อยมาก ถ้าเป็ดปุ๊กไม่บอกว่าเป็นลูกค้าตนคิดว่าต้องโทร.มาจีบแน่เลย

เมื่อดนัยโทร.มาว่างานมีปัญหา เป็ดปุ๊กจึงไม่ได้กินข้าวกับไม้และย่า บอกว่าคุยงานเสร็จจะกลับมากินที่เหลือก็แล้วกัน แต่เธอก็ไม่ได้กลับมากิน จนกลางคืนกลับถึงบ้าน เชียรเอาปลาทูต้มเค็มมาวางบอกว่าย่าขวัญฝากมาให้ถุงเบ้อเริ่มเลย เธอจึงนึกได้ว่าคุยงานเพลินจนลืมสัญญากับไม้ที่จะกลับไปกินข้าวกับเขา

“พรุ่งนี้ก็ไปขอโทษย่าขวัญเสีย ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดี”

“ย่าขวัญน่ะคงไม่เท่าไหร่ แต่ไม้นี่ซิคะ สงสัยจะงอนน่าดูเลย ต้องไลน์ไปง้อก่อน” แต่ยังไม่ทันไลน์ดนัยก็โทร.เข้ามาคุยเรื่องงานอีก คุยนานจนเชียรค่อยๆถอยออกมาด้วยความรู้สึกเป็นห่วงว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป เป็ดปุ๊กต้องมีปัญหากับไม้แน่

หทัยอยู่ในสภาพที่ตรอมใจจนร่างกายทรุดโทรม พิกุลเป็นห่วงจึงอาสาไปนอนเป็นเพื่อน รุ่งขึ้นพิกุลปรารภให้ย่าขวัญฟังว่าหทัยลุกเดินทั้งคืนคงมีเรื่องกังวลมาก ย่าจึงฝากพิกุลช่วยดูแลหทัยด้วยเพราะย่าเองก็ต้องดูแลไม้อยู่ ย่ายังฝากปลาทูต้มเค็มไปให้หทัย บอกหทัยให้กินข้าวกินปลาบ้าง

ระหว่างคุยกับพิกุลนั้น ไม้แอบได้ยินอยู่นอกหน้าต่าง เขาทนฟังไม่ได้เดินหนีไป ย่าเห็นไม้ ตัดสินใจว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องคุยกับไม้เสียที

ย่าตามไปหาไม้ที่หลบไปนั่งปาหินลงน้ำอย่างครุ่นคิด เมื่อย่าเดินเข้าไปหา ไม้บอกว่าถ้าจะมาคุยเรื่องคนคนนั้นตนไม่อยากฟัง แล้วจะลุกหนี

“ถ้าไม้ยังรักย่า ขอให้ไม้หยุดฟัง เพราะย่าจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” เมื่อไม้หยุดฟังย่าพูดช้าๆอย่างต้องการให้ไม้ฟังได้ทุกถ้อยคำ

“ย่ารู้ว่าไม้โกรธแม่เขามากขนาดไหน แต่เรื่องนั่นมันก็ผ่านมานานแล้วนะ ตอนนี้ไม้โตแล้ว ย่าคิดว่าไม้น่าจะแยกผิดชอบชั่วดีได้ ย่าไม่อยากเห็นไม้ทำกับแม่เหมือนเมื่อวันที่อยู่โรงพยาบาลอีก ไม้คงไม่รู้หรอกว่าแม่เขาเสียใจมากแค่ไหน ไหนจะต้องเสียใจเรื่องย่า เสียใจเรื่องไม้ ยังต้องไปเสียใจเรื่องคุณอลงกรณ์เรื่องโอมอีก ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างแม่เขาจะทนรับไหวไหม”

ย่าเห็นไม้ยืนนิ่ง จึงเดินเข้าไปจับไหล่ไม้ พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“ตอนนี้แม่เขาไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากไม้...รู้ไว้เถอะนะว่าไม้คือสิ่งเดียวที่แม่เขายังเหลืออยู่ ไปดูแลเขาบ้าง ถือว่าย่าขอ...” พูดแล้วย่าเดินออกไป ไม้มองตามย่าอย่างครุ่นคิด ถอนใจยาว เครียด ต่อสู้กับความคิดของตัวเอง

ooooooo

วันต่อมา ไม้ก็ทำทีพาฝ้ายกับดำไปทำงานที่ออฟฟิศ ส่วนตัวเองเดินดุ่มๆไปทางห้องทำงานของหทัย ไม่เห็นหทัยอยู่ในห้องแต่ที่โต๊ะมีถาดอาหารวางอยู่ยังไม่ได้แตะต้องเลย

ไม้มองลงไปที่สระว่ายน้ำเห็นหทัยยืนซึมอยู่ เห็นภาพนั้นแล้วไม้รู้สึกสงสาร ฉุกคิดอะไรได้จึงกลับออกมา เดินมาเจอพิกุลเธอถามว่ามาหาใครหรือ ไม้บอกว่าจะมาถามเรื่องปุ๋ยไม่รู้ว่าดำบอกหรือยัง พอพิกุลบอกว่าบอกแล้วเขาจึงขอตัวกลับ

หลังจากนั้น ไม้โทร.หาเป็ดปุ๊กบอกว่าตนอยู่แถวที่ทำงานของเธอ จะชวนออกมากินข้าวกัน เป็ดปุ๊กนัดร้านแล้วจะรีบออกไป แต่พอดีดนัยโทร.มาบอกว่าอยากคุยด้วย เธอจึงนัดไปพบกันที่ร้านเดียวกับไม้

เมื่อพบกันที่ร้าน ไม้เดินหาซื้อขนม เขาถามเธอว่าแบบไหนที่ผู้ใหญ่เขาชอบทานกัน เธอถามว่าจะซื้อไปฝากใคร ไม้บอกว่าฝากย่ากับแตน ซื้อขนมเสร็จสั่งอาหารแล้ว เป็ดปุ๊กจึงบอกไม้ว่าเดี๋ยวตนมีธุระต้องคุยกับลูกค้าสัก 20 นาที ให้เขาทานไปก่อนเลย พูดอ้อนว่าเขาคงไม่โกรธนะ ไม้บอกว่ามันเป็นเรื่องงานของเธอ

เมื่อดนัยมาถึง เป็ดปุ๊กแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน แล้วแยกไปคุยกับดนัยอีกโต๊ะหนึ่ง ดนัยบอกว่าแบบที่ส่งไปให้ลูกค้าเกาหลีดูมีแก้กลับมานิดหน่อยจึงเอามาให้เธอดู พร้อมทั้งเอาเอกสารของบริษัทให้ดู เป็ดปุ๊กเสนอว่าก่อนวันส่งของคงต้องขอค่ามัดจำสินค้า 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือจ่ายในวันรับของ ดนัยตอบทันทีว่าเรื่องนั้นไม่มีปัญหา

ดนัยถ่วงเวลาจนเป็ดปุ๊กต้องไปบอกให้ไม้กลับก่อน เพราะตนยังคุยงานไม่เสร็จ ไม้จะรอ เธอบอกไม่ต้องเพราะเดี๋ยวต้องกลับไปประชุมที่บริษัทอีก

“ผมบอกตรงๆนะ ผมไม่ค่อยไว้ใจนายดนัยนั่นเลย ดูเขาแปลกๆยังไงไม่รู้ เมื่อกี๊ผมได้ยินเขาพูดโทร...”

“อย่าพาลซิ ฉันรู้นะว่านายไม่ชอบที่ฉันต้องคุยงานกับเขาจนไม่มีเวลาให้นาย”

ไม้ติงเธอว่ามองคนในแง่ดีมากไปหรือเปล่า เพียงแค่เขาจะเอาผลประโยชน์มาให้ และตนก็ไม่เชื่อเลยว่าคนหน้าตาแบบนี้จะกล้าลงทุนซื้อสินค้าจากเธอเป็นร้อยล้าน ตนเตือนได้เพียงเท่านี้ จะฟังหรือตัดสินใจอย่างไรอยู่ที่ตัวเธอเอง

หลังจากไม้กลับไปแล้ว ก็มีเรื่องประหลาดใจแก่หทัย เมื่อมีถุงขนมมาวางไว้ที่โต๊ะโดยไม่มีชื่อผู้ฝาก เป็นอยู่อย่างนี้ถึงสองอาทิตย์ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอามาให้ แต่หทัยก็ไม่กล้ากินทั้งที่ล้วนแต่เป็นขนมดีๆจากร้านอร่อยทั้งนั้น

เป็นปริศนาที่หทัยสงสัยมากจึงขอเทปจากกล้องวงจรปิดมาดู พอเห็นคนเอาขนมมาวางที่โต๊ะ เธอถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะเขาคือไม้นั่นเอง...

ooooooo

เช้าวันนี้ เป็ดปุ๊กได้รับโทรศัพท์จากพิมพาพูดด้วยเสียงตระหนกว่า เครื่องเพชรที่เราเอาไปส่งลูกค้าถูกปล้นระหว่างทาง!

เป็ดปุ๊กพยายามโทร.หาดนัยแต่ติดต่อไม่ได้ เมื่อเช็กที่ตั้งบริษัท ชื่อบริษัท พบว่าเป็นหลักฐานปลอมทั้งสิ้น! สายๆพนักงานที่เอาเช็คไปเข้า ปรากฏว่าถูกตีกลับเพราะไม่มีเงินในบัญชีเลย

เป็ดปุ๊กชาไปทั้งตัว ยืนแทบไม่ติด เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง

ขณะที่เป็ดปุ๊กว้าวุ่นใจแทบจะคลั่งที่ถูกหลอกลวงไปเป็นเงินนับสิบล้านนั้น ที่คอนโดของแก้ว ทั้งแก้วและดนัยกำลังสำเริงสำราญกันอย่างเต็มที่ พากันดื่มฉลองให้กับแผนการของแก้วที่แก้แค้นเป็ดปุ๊กได้สำเร็จ พอทำงานสำเร็จ ดนัยก็ทวงรางวัลที่จะได้จากแก้ว โน้มตัวไปกอดแก้วลงบนเตียง หัวเราะต่อกระซิกกันระริกระรี้

ส่วนเก็จที่มีเงินซื้อของใช้แต่งตัว กินเที่ยวไม่อั้นนั้น ไม่นานก็ถูกเจ้าหนี้มาทวงเงิน เพราะแม้จะส่งดอกก็ไม่ครบ เมื่อทวงไม่ได้เงิน ขู่ก็ไม่ได้ผล จึงเอาภาพข่าวฆ่าสยดสยองที่มีคำบรรยายว่า “ฆ่าลูกหนี้สยองไม่ส่งเงินตามนัด” มาติดไว้หน้าบ้าน แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บตกใจเอาไปให้แม่ดู เก็จปรามลูกว่า

“คราวหลังถ้ามีอะไรแบบนี้เอามาให้แม่ก่อนนะห้ามเอาไปให้คนอื่นหรือให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด แล้วไม่ต้องไปเล่าให้พ่อแกฟังด้วย!”

ขณะที่ดนัยกับแก้วกำลังอยู่ในรถจะหนีนั้น ถูกไม้นำตำรวจตามจับได้กลางถนน

เมื่อนำผู้ต้องหาทั้งสองไปโรงพัก ไม้ได้รับโทรศัพท์จากเป็ดปุ๊กเธอพูดไปร้องไห้ไปถามว่าเขาอยู่ไหน ไม้จึงบอกให้เขามาที่โรงพักเพื่อดูตัวสองผู้ต้องหาที่ร่วมมือกันปล้นเพชรบริษัท

พอไปเจอไม้ที่โรงพัก เป็ดปุ๊กขอโทษที่ไม่เชื่อคำเตือนของเขา ไม้จึงเล่าให้ฟังว่า เขาเห็นถึงความไม่ชอบ มาพากลของดนัยจึงสะกดรอยตามไปพบว่าแก้วเป็นคนลงมารับเขาที่คอนโดของเธอ จากนั้นพากันไปที่ธนาคารออกมาท่าทางมีพิรุธมาก ตามไปอีกเห็นดนัยไปหาเธอที่ออฟฟิศ เชื่อว่าเขาต้องทำอะไรไม่ดีกับเธอแน่ๆ จนตามจับกุมทั้งสองคนได้

ooooooo

เก็จถูกคุกคามจึงไปหากะรัตให้ช่วย แต่ถูกปฏิเสธว่าชีวิตใครชีวิตมัน ตนช่วยมามากแล้ว แล้วขึ้นรถออก ไปเลย

ไก่กุ๊กอยู่ที่บ้านจึงต้องรับหน้ากับเจ้าหนี้ที่มาทวงหนี้เมื่อไม่ได้ก็ทำร้ายจนบาดเจ็บ ไก่กุ๊กไม่มีทางออก จึง โทร.หาเชียรเล่าเรื่องหนี้สิน และเวลานี้เก็จก็หายไปจากบ้านแล้ว ทั้งหมดจึงพากันออกตามหาเก็จด้วยความเป็นห่วง ไก่กุ๊กกับลูกๆ ไปเจอเก็จกำลังจะปีนราวสะพานโดดน้ำฆ่าตัวตาย จึงพากันวิ่งไปหา

พอเห็นลูกๆ เก็จก็ได้สติ เห็นไก่กุ๊กมีรอยบอบช้ำที่หน้าถามว่าไปโดนอะไรมา พอรู้ว่าถูกลูกน้องเจ้าหนี้ซ้อม เธอเสียใจมาก ร้องไห้และขอโทษเขา

“คุณไม่ต้องขอโทษหรอก เพราะคนที่ผิดที่สุดก็คือผม ผมมันอ่อนแอ ไม่เอาไหน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้คุณกับลูกมีความสุขไม่ได้ ผมผิดเองเก็จ ผมผิดเองคุณไม่ต้องกลัวนะ ผมจะกลับไปจัดการปัญหาทุกอย่างให้คุณเอง เราสองคนจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ผมสัญญาว่าจะพยายามหาเงินมาให้คุณและลูกใช้ให้เยอะที่สุด”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะแค่คุณบอกว่าจะทำให้ฉันกับลูกมีความสุขก็พอแล้ว ถ้าฉันไม่อยากมี ไม่อยากได้ ไม่อยากเป็นเหมือนคนอื่นเรื่องก็ไม่เกิด ไม่ใช่คุณที่ผิดคนเดียวหรอก ฉันเองก็ผิดด้วย”

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บช่วยกันจูงมือแม่ไปขึ้นรถ

ระหว่างนั้นไก่กุ๊กโทรศัพท์บอกเชียรกับเป็ดปุ๊กที่ตามหาเก็จอยู่ว่าเจอแล้ว เชียรกับเป็ดปุ๊กดีใจมาก เชียรขอคุยกับเก็จปลอบโยนให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งยังรวบรวมเงินจำนวนห้าหมื่นเศษให้ไปใช้หนี้ บอกเก็จว่า

“ไม่มีอะไรที่พ่อจะดีใจมากกว่านี้อีกแล้ว เมื่อคนเราพร้อมเปิดรับและเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาด อีกไม่นานหรอกลูกความสุขที่แท้จริงก็จะเกิดกับพวกลูกๆ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กคิดจะตอบแทนไม้ที่อยู่เคียงข้างและช่วยตนตลอดมา จึงปรึกษาย่าว่าอยากทำอะไรเพื่อขอบคุณเขา ย่าเสนอให้จัดงานวันเกิดให้ เพราะนับแต่เกิดจนโตขนาดนี้ยังไม่เคยจัดเลย

เป็ดปุ๊กเห็นด้วย ดำริจะเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญคนที่รักไม้มาร่วมงานด้วย ย่าเห็นด้วยบอกว่า

“ย่าชวน ‘คนที่รักไม้’ เพิ่มมาอีกคนด้วย รับรองงานนี้สมบูรณ์เพอร์เฟกต์” ถูกเป็ดปุ๊กแซวว่าย่ากะยิงปืนนัดเดียวเราจะได้นกสองตัวเลยใช่ไหม “อันนี้ย่าก็รู้หรอก คงต้องฝากหนูเป็ดที่เป็นคนยิง แต่ย่ามั่นใจนะ ถ้าหนูเป็ดยิงดี รับรองไม่พลาดแน่” ย่ายิ้มอย่างมีเลศนัย เป็ดปุ๊กยิ้มดีใจที่จะได้จัดงานใหญ่ที่มีความหมายสำคัญนี้

หทัยเองก็เตรียมของขวัญให้ไม้ในวันเกิดของเขา นั่งดูของขวัญยิ้มปลื้มพึมพำ

“ไม้...ถ้าลูกได้เห็นของขวัญสิ่งนี้แล้ว ลูกจะรู้ว่าแม่รักลูกมากขนาดไหน”

หทัยหยิบกล่องของขวัญลุกเดินออกจากห้องไปด้วยหัวใจอิ่มเอิบ...

ooooooo

แล้วงานวันเกิดของไม้ก็จัดขึ้นโดยไม่ให้ไม้รู้ตัว จู่ๆ เป็ดปุ๊กก็ไปจูงมือไม้จากงานที่กำลังทำชวนไปกินข้าวบ้านย่ากัน

ไปถึงไม่เห็นย่า ไม้ตะโกนเรียกมองหา ย่าเดินมาจากข้างหลังบอกเบาๆ “เป่าเทียนสิลูก” ไม้หันมาเห็นย่าถือเค้กวันเกิดจุดเทียนแล้ว ไม้ถามอย่างตื่นเต้นว่า “จะเซอร์ไพรส์ผมกันเหรอ?” ย่าบอกให้เป่าเทียนแล้วอธิษฐานสิ่งที่ไม้ปรารถนา ไม้ถามว่าจะให้ตนขออะไรในเมื่อเวลานี้ตนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ย่าให้ลองคิดสิ่งที่ต้องการแล้วยังไม่ได้ ก็ให้ขอสิ่งนั้น

หลังจากเป่าเทียนแล้ว เป็ดปุ๊กผูกตาไม้พาไปยังอีกมุมหนึ่งในสวนย่า พอไปถึงจึงเปิดตาพร้อมกับเสียงทุกคนที่รออยู่ที่นั่น “สุขสันต์วันเกิดไม้!!” ยังความปลื้มปีติแก่ไม้มากบอกว่าเป็นวันเกิดที่ดีที่สุดของตน เป็ดปุ๊ก

บอกว่ายังมีที่ดีกว่านี้อีก ไม้ติงว่าตนยังไม่ได้รับของขวัญจากเธอเลย เป็ดปุ๊กบอกว่ามี แต่ต้องหลังจากผู้หญิงคนหนึ่งก่อน

“สุขสันต์วันเกิดนะลูก” เสียงหทัยอวยพรพร้อมกับถือกล่องของขวัญมาให้ ไม้มองงัน

พริบตานั้น บรรยากาศที่สุขสดชื่นก็ตึงเครียดทันทีเมื่อโอมโผล่มาพร้อมปืนในมือตะโกนกร้าว

“พวกมึงทุกคนมีความสุขกันมากใช่ไหม ถ้ากูไม่ได้อะไร กูก็ไม่ยอมให้มึงได้เหมือนกันไอ้ไม้!!”

โอมยกปืนยิงไม้ หทัยพุ่งเข้าเอาตัวปกป้อง ถูกยิงทรุดลงแทบเท้าไม้ ทั้งไม้และโอมต่างอุทานพร้อมกัน

“แม่!!!” ไม้ถามโอมว่าทำอย่างนี้ได้ยังไง ส่วนโอมยืนช็อกตัวสั่นถามหทัยว่า “แม่ปกป้องมันทำไม! ทำไม!!”

ooooooo

ย่าเอากล่องของขวัญไปให้ไม้ที่เฝ้าหทัยที่โรง-พยาบาล บอกว่าหทัยตั้งใจเอามาให้ เก็บไว้เสีย เอ่ยกับไม้ว่า

“ไม้...คนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องมีแม่ด้วยกันทั้งนั้น นี่เป็นสิ่งที่เราหนีความจริงไม่พ้นนะลูก ย่ารู้...ที่ผ่านมา ไม้คิดว่าแม่เขาไม่รักไม้ เขาไม่สนใจไม้ ทิ้งไม้เอาไว้กับย่าใช่ไหมลูก แต่ย่าจะบอกให้ไม้รู้ไว้เลยนะลูก ว่านั่นเป็นสิ่งที่แม่เขาเสียใจมากที่สุดในชีวิต แล้ววันนี้ แม่เขาก็ได้ทำหน้าที่ของคนที่เป็นแม่ที่รักลูกอย่างสุดหัวใจแล้ว ไม้รับรู้ได้ใช่ไหมลูก”

มอบกล่องของขวัญให้แล้ว ย่าบอกไม้ก่อนเดินออกไปว่า “อยู่กับแม่เขานะลูก...”

ไม้มองกล่องของขวัญ หันไปจับมือหทัยที่ยังไม่รู้สึกตัว พรั่งพรูความรู้สึกจากหัวใจ...

“แม่ครับ...ผมขอโทษที่ทำร้ายจิตใจของแม่มาตลอด ผมขอโทษที่เคยทำเคยคิดว่าแม่ไม่รักผม ผมรู้แล้วครับว่าแม่รักผมมากแค่ไหน ยกโทษให้ลูกคนนี้ด้วยนะครับแม่” ไม้ไหว้ลงที่มือแม่ หทัยน้ำตาไหลทั้งที่ยังหลับตาอยู่...

เมื่อหทัยรู้สึกตัว โอมยังตัดพ้อต่อว่าหทัยว่ารักไม้มากกว่าตน ปกป้องไม้ทำให้ตนรู้สึกผิดซ้ำอีก! เวลานี้ตนไม่เหลืออะไรแล้วไม่เหลือใครแล้ว...

“โอมก็เหลือแม่ไง แม่รักโอมเสมอนะลูก...ถ้าเขาให้แม่ติดคุกแทนโอมได้ แม่ก็จะทำ แต่ไม่มีใครยอม แม่ถึงทำให้ลูกไม่ได้ แม่ถึงได้แต่คอยสอนคอยเตือนไม่ให้โอมเดินมาถึงสิ่งนี้ แต่แม่ทำไม่สำเร็จ แม่ปกป้องโอมไม่ได้ แต่ไม่ใช่เพราะแม่ไม่รักโอมนะลูก แล้วที่แม่ต้องปกป้องไม้ เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกได้ชื่อว่าฆ่าคนตาย...ทั้งสองคนเป็นลูกที่เกิดด้วยความรักของแม่ แม้จะต่างพ่อกัน แต่ก็เป็นแก้วตาดวงใจของแม่ทั้งคู่ แม่จะไม่มีวันมีความสุขถ้าโอมยังรู้สึกโกรธและเกลียดอยู่อย่างนี้”

โอมสะเทือนใจบอกหทัยว่าถึงตนจะทำอะไรตอนนี้ก็สายไปแล้ว ไม้บอกว่าจะหาทนายที่ดีที่สุดช่วยเขา โอมถามว่าทำแบบนี้ทำไม “ก็เพราะฉันเป็นพี่นายไง แล้วถ้านายเป็นทุกข์แม่ก็ไม่มีวันมีความสุข ช่วยนายก็เท่ากับช่วยแม่”

“โอม เชื่อแม่เถอะ ปล่อยวางความโกรธ เกลียดทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรสายเกินไป พวกเราทุกคนยังรอโอมอยู่นะลูก” หทัยลุกขึ้นกอดโอม โอมร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น ไม้เดินเข้าไปกอดทั้งแม่และโอมไว้อีกคน...

ooooooo

เมื่อทุกอย่างลงเอยด้วยดีแล้ว วันนี้ไม้เอาผ้าผูกตาเป็ดปุ๊ก พาไปยังที่ในฝันของตัวเองแล้วจึงเปิดตาให้ดูผืนแผ่นดินที่สวยงามที่ย่ามอบให้เขา เขาบอกว่าเมื่อก่อนคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร แต่นาทีนี้คิดได้แล้วว่า

“เมื่อได้รู้จักคุณ และได้รักคุณผมก็รู้แล้วว่าผมจะทำอะไรกับมัน ผมอยากปลูกรีสอร์ตที่นี่แล้วก็ชวนคุณทำด้วย”

ไม้ขอเป็ดปุ๊กแต่งงาน เธอเล่นแง่ว่าขอแต่งงานทั้งที่แหวนสักวงก็ไม่มีให้หรือ เขาจึงเอาแหวนออกมาจับมือหมับ สวมแหวนให้ทันที ให้สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอตลอดไป กระซิบว่า “ผมรักคุณนะคุณเป็ด” ได้รับคำตอบที่ชื่นใจว่า “ฉันก็รักนาย...นายไม้”

พลันเป็ดปุ๊กก็ผละตัวออกเสนอเงื่อนไขมากมายสรุปแล้วคือตนต้องควบคุมเขาอย่างเข้มงวด ทุกอย่างต้อง เป็นของตน ไม้ยอมทุกอย่าง แต่พอจะขอหอมสักครั้ง กลับถูกบ่ายเบี่ยงดิ้นไปมา พยศสุดฤทธิ์...

เป็นความวุ่นวายที่น่ารักในวันขอแต่งงานของนายตฤณ หรือไม้ กับนางสาวบัวบูชา หรือเป็ดปุ๊กที่ฟันฝ่ากันมายาวนาน...

ooooooo

–อวสาน–


ละครในสวนขวัญ ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านในสวนขวัญ ติดตามในสวนขวัญ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 ม.ค. 2557 08:25 2014-01-29T01:27:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ