ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครแนวสยองขวัญเรื่อง "เงา" ที่บอกเล่าเรื่องราวกฎแห่งกรรม


คืนเดียวกัน เจริญขวัญคุยกับแม่ดวงแก้วด้วยความคิดถึงพ่อเล็กที่จากไป

“คุณพ่อเป็นคนดี แม่เชื่อว่าคุณพ่อต้องไปในทางที่ดี”

“หนูเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ แต่หนูไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีผีมาหลอกคน มาสร้างกรรมเวรอีกทำไม”

“วิญญาณทุกดวงต้องไปตามกรรมก็จริง แต่เพราะกรรมทำให้เขาหาที่เกาะเกี่ยวไปไม่ได้เลยต้องมาพยายามขอส่วนบุญของมนุษย์”

“งั้นถ้าหนูเห็นผี หนูก็ต้องแผ่ส่วนกุศลให้เขาสิจ๊ะแม่”

“ถึงหนูไม่เห็น หนูควรอุทิศส่วนกุศลไว้เรื่อยๆ นั่นแหละ พระท่านว่าคนที่เจริญเมตตาเสมอ ย่อมเป็นที่รักของหมู่มนุษย์และเทวดา ความเมตตากรุณาเป็นเครื่องยังโลก ยังสัตว์ทั้งปวง”

“คุยกับแม่แล้วสบายใจ หนูจะได้ไม่ดิ้นรนทะเยอ ทะยาน ตายไปจะได้ไม่ต้องกลัวยมบาล...เออ...ยมบาลนี่หน้าตาจะเป็นยังไงน้า”

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่วาดไว้ส่วนใหญ่เป็นคนหน้าตาดุ มีเขาบนหัว”

“แล้วต้องทำยังไงคะ ถึงได้ตายไปเป็นยมบาลได้”

“เขาว่าตอนเป็นคนได้ทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่วเท่ากันพอดี และแม้ว่าจะเป็นก่ึงเทพกึ่งสัตว์นรกก็ยังต้องดื่มน้ำทองแดงทุกชั่วโมงตามกรรมชั่วที่ได้ทำมา จนกว่าจะพ้นกรรมเหมือนกัน”

“งั้นยมบาลก็น่าสงสารเหมือนกันสิคะ คืนนี้หนูจะแผ่กุศลให้เผื่อจะได้ไม่ต้องดื่มน้ำทองแดง เผื่อว่าเวลาหนูตายไปแกจะได้เห็นใจมากๆหน่อย”

“แน่ะ จะคอร์รัปชันยมบาล กรรมใครกรรมมันลูก ขอใครช่วยไม่ได้หรอก จงเป็นคนที่พร้อมให้ความรักความเมตตาแก่มนุษย์โดยไม่เลือกหน้าเถอะ สวรรค์นรกจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม ถ้าจิตใจหนูสะอาดบริสุทธิ์ ก็มีความสุขเหมือนขึ้นสวรรค์เหมือนกัน”

“ค่ะแม่” เจริญขวัญหันหน้าไปทางโต๊ะบูชา เริ่มหลับตาสวดมนต์ เสร็จแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ยมบาล

ทันทีที่ท่านชายวสวัตดื่มน้ำทองแดง รู้สึกประหลาดใจ ถามภุมมะว่าทำไมรสชาติเปลี่ยนไป ไม่ทำให้ตนทรมานแม้แต่นิดเดียว

“ภุมมะ ใครที่ช่วยข้า ใครที่ทำให้ข้ามีความสุขขึ้น ข้าต้องการรู้เดี๋ยวนี้”

ครู่ต่อมา ท่านชายก็ไปปรากฏตัวท่ามกลางหมอกควัน ในความฝันของเจริญขวัญ แรกเห็นเธอนึกว่าเป็นพ่อเล็ก แต่พอเพ่งมองกลับตะลึงในความงดงามของร่างนั้น

“ขอบใจสำหรับน้ำใจดีของเธอ แม้กายสังขารเปลี่ยน หากเธอยังคงเปี่ยมไปด้วยกุศลจิตเช่นเดิม เธอเป็นคนดี ขอให้ตั้งมั่นในความดีนี้ให้ตลอด แล้วเราก็จะได้พบกันอีก แม้ว่าฉันจะช่วยอะไรเธอไม่ได้ กรรมย่อมเป็นไปตามกรรม ดุจกระแสน้ำ”

“งามเหลือเกิน ท่านเป็นใครคะ” สองมือของเธอเอื้อมไขว่คว้า เพียงท่านชายเลื่อนกายมาเหนือศีรษะเธอก็สงบลง หลับตาพริ้มรอยยิ้มผุดพรายมีความสุข เสียงท่านชายดังแว่ว

“หลับให้สบายและผาสุก เพื่อจะได้ลุกขึ้นต่อสู้กับชีวิตในภายหน้า...ลืมเสียให้สิ้นว่าเราได้พบกันในภพภูมิอันเหนือโลก แต่เราจะได้พบกันในไม่ช้า เจ้าหญิงฟ้ารุ่ง...เจริญขวัญ”

ooooooo

เหตุการณ์ในอดีตตามหลอกหลอนตลอดคืนส่งผลให้ย่าอุ่นหลับไม่ลงนอนตาแข็งสีหน้าอิดโรยจนอิศราต้องตามหมอไพโรจน์มาตรวจอาการ

อิศราห่วงคุณย่าที่อาการทรุดลง หมอบอกว่าร่างกาย ท่านไม่ได้พักผ่อน ต้องให้ยานอนหลับอ่อนๆท่านจะได้พัก...แล้วถามอิศราว่าท่านมีเรื่องสะเทือนใจอะไรบ้างหรือเปล่า

“ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะครับ”

“อาจะให้ผู้ช่วยพยาบาลคอยอยู่เฝ้าท่านตลอดเวลาแล้วกัน ถ้ามีอะไรโทร.ตามอาทันทีนะ”

“ขอบคุณครับอาหมอ”

หลังจากหมอกับอิศราออกไปได้สักพัก คุณนมมาเยี่ยมย่าอุ่นในห้อง เห็นท่านมีอาการหวาดผวาพูดจาแปลกๆ

“นม...นรกมันมีจริงใช่ไหม ฉันไม่อยากตกนรก ฉันไม่อยากแพ้มัน ไม่ว่าจะอยู่หรือตายฉันต้องไม่แพ้ ฉันต้องทำยังไง ฉันต้องทำยังไง”

คุณนมมองพินิจพิเคราะห์แล้วถอนหายใจ เวทนาย่าอุ่นว่ามารู้ตัวก็ใกล้ตาย พูดกึ่งสอนกึ่งรำพึงไม่อยากโกหก “พระท่านสอนว่าบาปกรรมมันเหมือนเกลือ กุศลผลบุญความดีเหมือนน้ำ ถ้าความดีมากก็เหมือนมีน้ำมาก เกลือก็เจือจาง...แม้ว่ามันจะไม่หายไป”

“ความดี...ฉัน...ฉันเป็นแบบนี้ฉันจะทำอะไรได้ ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะทำยังไงดี” ย่าอุ่นประสาทเสีย

หวาดกลัวอย่างมาก นึกถึงอดีตที่พี่สาวใกล้สิ้นลมฝากฝังให้ดูแลลูกชาย แล้วต่อมาเขาเติบใหญ่ จนกระทั่งเขาจากไปมีครอบครัว ก็เคยตั้งคำถามว่าน้าอุ่นรักเขาบ้างไหม

นึกถึงคุณเล็กแล้วย่าอุ่นหวาดหวั่น มีอาการเพ้อเรียกหาลูกเลี้ยง “พ่อใหญ่ พ่อใหญ่ใช่ไหม ช่วยแม่ด้วย”

“ไม่ใช่ครับ ผมอิศราครับคุณย่า ไม่ใช่คุณพ่อ” อิศราเข้ามาใกล้ ย่าอุ่นพึมพำชื่อหลานชาย บอกให้ตามทนายวันชัยมาหาย่า...พูดแล้วหลับตาเรียกคุณเล็กซ้ำอยู่ไปมาจนอิศรากับคุณนมสบตากันอย่างเคลือบแคลง

หลังจากทนายวันชัยมาพบย่าอุ่น อิศราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าสองคนคุยกันเรื่องอะไร ซักถามทนายก็ไม่ได้คำตอบ เพราะย่าอุ่นสั่งไม่ต้องบอกให้ใครรู้จนกว่าตนจะตายไปแล้ว

อิศราข้องใจมาก ตั้งใจจะไปเล่าให้คุณหญิงเพ็ญฟังแต่ท่านไม่อยู่บ้าน มีเพียงชาลินีที่นอนอาบแดดอยู่ขอบสระ พอเห็นอิศราก็เรียกให้มาช่วยทาครีมกันแดด

ชายหนุ่มไม่ชอบใจแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ทาครีมไปพูดไป “นี่จะไม่ถามสักคำหรือว่ามาทำไม”

“ก็เล่ามาสิ”

“จะมาเล่าให้อาหญิงฟังว่าคุณย่าเรียกทนายวันชัยมาหา คุยกันเกือบสองชั่วโมง”

“งั้นเชียว คุยเรื่องอะไรกัน”

“ก็นั่นน่ะสิ ยิ่งพักหลังคุณย่าชอบเพ้อถึงอาเล็ก”

“อาเล็กที่ว่าเป็นลูกของคุณยายใหญ่ ที่หนีไปแต่งงานกับสาวชาวไร่ตั้งแต่ก่อนเราเกิดน่ะนะ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“เอ...หรือคุณยายเกิดเปลี่ยนใจแบ่งสมบัติให้อาเล็ก แต่คุณยายบอกไว้แล้วนี่ว่าใครจะได้อะไรบ้าง เธอได้บ้าน ฉันได้เครื่องเพชร”

“แหงล่ะ บ้านนี้ควรเป็นของผมอยู่แล้ว เพราะคุณพ่อผมออกเงินส่วนตัวซ่อมแซมตั้งเป็นล้านๆ เธอก็รู้” น้ำเสียงอิศราเริ่มหงุดหงิด ไม่คุยต่อ ขอตัวกลับไปดื้อๆ

ตกกลางคืนเขาไปที่คลับโลกันต์ เจอขาประจำ นิกรกับเกรียงไกร แต่สองคนนั้นก็เอาแต่ดื่มเหล้าเคล้านารี แล้วอิศราก็ต้องสลดใจเมื่อเห็นเมียเกรียงไกรที่กำลังท้องจูงลูกชายหกขวบมาตามผัวกลับบ้าน

เกรียงไกรไม่พอใจจะทำร้ายเมียต่อหน้าลูก อิศรา ยอมไม่ได้ เข้าห้ามปรามแล้วอาสาไปส่งสองแม่ลูก แต่ ท่านชายวสวัสซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดขอนั่งรถไปด้วย วานอิศราไปส่งตนที่บ้าน อ้างว่าลูกน้องตนมีธุระต้องทำ

ขณะนั่งรถไปด้วยกัน ท่านชายอบรมเด็กชายลูกของเกรียงไกรให้เป็นคนดี ดูแลแม่กับน้องสาวให้ดี

“เอ๊ะ คุณทราบได้ยังไงคะว่าดิฉันจะได้ลูกสาว” เมียเกรียงไกรข้องใจ

“ลูกสาวจริงเหรอครับ โอ้โฮ ท่านชายมีตาเอกซเรย์เหมือนในหนังซุปเปอร์แมนหรือครับนี่”

“ฉันมักเดาแม่น” ท่านชายตอบอิศราแล้วยิ้มบางๆ พอถึงที่พักของสองแม่ลูก ท่านชายหยิบเงินพดด้วงให้เด็กชาย บอกว่าเก็บของของเธอไว้...

ครั้นสองแม่ลูกเข้าที่พักไปแล้ว อิศราถามท่านชายว่า “ไปไหนมาไหนท่านพกของโบราณไว้เสมอเหรอครับ” ท่านชายยิ้มแต่ไม่ตอบ “ต่อไปเด็กชายแจ็คคงจำท่านชายได้แม่นว่าใจดีกับเขามาก”

“ไม่แน่หรอก ถ้าเขารู้ว่าฉันจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง เขาอาจจะเกลียดฉัน”

ท่านชายพูดแปลกๆ ที่แท้เขาให้สิริไปจัดการเกรียงไกรขณะขับรถพาสาวๆออกจากคลับ รถเกิดอุบัติเหตุชนกันเสียงดังโครมใหญ่ก่อนที่เกรียงไกรจะหมดสติไป...

บนถนนอีกเส้น อิศรากับท่านชายคุยกันเพลิน น้ำเสียงท่านชายแฝงความเหนื่อยล้า บอกอิศราว่าตนกำลังมองหาใครสักคนมาแทนที่

“มีใครแทนที่ใครได้ด้วยเหรอครับ”

“มีสิ...เธออยากแทนที่ฉันไหมล่ะอิศรา”

อิศราทำหน้างง ท่านชายหันมายิ้มให้ก่อนจะเบือนหน้าหันไปทางหน้าต่างกระจกรถ เงาสะท้อนของท่านชายรอยยิ้มหายไปเป็นความขรึม ดวงตาเปล่งแสงสีแดงเพลิงขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่อิศราไม่ทันเห็น

“ถ้าการแทนที่หมายถึงได้เป็นอย่างท่านชาย ด้วยคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติมากมายที่ท่านมี ใครๆก็ต้องอยากเป็นอย่างท่าน”

“ดูเธอจะให้คุณค่ากับทรัพย์สมบัติมาก”

“คนที่บอกว่าเงินไม่มีค่าคือคนโกหกครับ”

“เธอทำงานอะไรหรืออิศรา”

“ผมไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกครับ เล่นหุ้นบ้าง แล้วก็ขอเงินคุณย่าใช้ พอดีคุณย่าท่านเป็นอัมพาตมาหลายปีแล้ว ผมต้องคอยดูแล”

“งั้นเธอก็เป็นหลานกตัญญู”

“ผมกตัญญู...ไม่รู้สิครับว่าผมจะรับคำคำนั้นได้จริงหรือเปล่า เพราะมันเป็นแค่หน้าที่ที่ผมได้รับเงินเดือนตอนสิ้นเดือนเหมือนที่คนอื่นเขาทำงาน ปกติผมไม่ค่อยเล่าเรื่องของผมให้ใครฟังหรอกนะครับ เรื่องของผมมันน่าเบื่อจะตาย แต่ไม่รู้ทำไมถึงกล้าเล่าให้ท่านชายฟัง”

“ฉันเองก็ยังไม่เคยเจอใครที่อยู่ต่อหน้าฉันแล้วโกหกได้สักคน เอาล่ะ เลี้ยวขวาแยกหน้านี่แหละ”

“แถวนี้เปลี่ยวจังนะครับ”

“ทำไม หรือเธอกลัวว่าฉันจะลวงเธอมาชิงทรัพย์”

“ท่านชายมีอารมณ์ขันไม่เบา”

“ข้างหน้านั้นบ้านฉัน”

อิศรามองไปตื่นเต้นกับบ้านหลังใหญ่ พอได้เข้ามาภายในเห็นความหรูหราโอ่อ่าของตัวตึกบวกกับสภาพแวดล้อมสวยงามมลังเมลืองท่ามกลางแสงไฟที่ประดับ- ประดา ยิ่งทำให้อิศราตะลึงพรึงเพริด

“โห...แบบนี้ไม่เรียกว่าแค่บ้านแล้วมั้งครับท่านชาย”

ท่านชายยืนหน้านิ่ง ภุมมะก้าวออกมาก้มคำนับบอกความนัยที่รู้กัน

“ดึกมากแล้ว คืนนี้ฉันทำให้เธอเสียเวลาไปมาก”

“ด้วยความยินดีครับท่านชาย”

“ขอบใจที่พาฉันมาส่ง วันหน้าเราคงได้สนทนากันอีกให้มากกว่านี้ ที่นี่เปิดต้อนรับสำหรับมิตรอย่างเธอเสมอนะอิศรา”

“ขอบพระคุณครับ”

“ราตรีสวัสดิ์...อิศรา”

อิศราพนมมือไหว้ท่านชายแล้วก้าวตามภุมมะที่เดินหน้านิ่งตัวแข็งราวกับไม่ใช่คนมาที่รถ...หลังจากอิศรากลับไปครู่เดียว สิรินำพาวิญญาณเกรียงไกรมาพบท่านชายแล้วให้เขาไปชดใช้กรรมเยี่ยงทาสแทนที่จะถูกลงทัณฑ์ในนรก

ooooooo

อรุณเก็บความรักที่ล้นใจไว้ไม่ไหว เขาจูบแก้มเจริญขวัญขณะช่วยกันสร้างศาลาหนังสือภายในไร่ เจริญขวัญทั้งโกรธและตกใจเดินหนีเขาไปไม่เหลียวหลัง

อรุณใจไม่ดีเดินตามเธอไปอย่างละล้าละลัง เจริญขวัญหลบไปหาแม่ดวงแก้วแล้วเอ่ยปากไล่อรุณทางอ้อม ดวงแก้วมองออกว่าทั้งคู่มีปัญหากันแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร จึงเตือนลูกสาวหลังจากอรุณกลับไปแล้วว่าเพื่อนทำผิดนิดๆหน่อยๆ อย่าถือโทษโกรธเขาเลย

เจริญขวัญรับฟังแต่ไม่อธิบายความ ได้แต่เข้าห้องบ่นอรุณไม่น่าทำแบบนี้กับตนเลย ฝ่ายดวงแก้วเพิ่งได้รับจดหมายส่งจากทนายวันชัยตามคุณเล็กไปพบย่าอุ่นที่ป่วยหนัก เธอคิดไม่ตกว่าควรทำยังไง ถ้าให้เจริญขวัญไปในฐานะทายาทคุณเล็กจะดีไหม

คืนเดียวกันที่กรุงเทพฯ ชาลินีออกงานสังคมแล้วเจอสามเพื่อนคู่อริที่ยังฟาดฟันกันไม่จบ สองฝ่ายทำท่าจะหาเรื่องกันอีกโดยมีนักข่าวร่วมรู้เห็น แต่ชาลินีเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าแถมยังตอกหน้าปวีณาที่หึงหวงสุวิทย์จนแทบกรี๊ด ให้อับอายขายหน้าประชาชี

สะใจแล้วชาลินีก็แยกตัวออกจากห้องจัดงานแต่ไม่ทันไปไหนไกลถูกเอกดนัยดึงแขนเข้ามุมลับตาแล้วออดอ้อนเธออย่างหลงใหล เอกดนัยเป็นน้องชายอรอนงค์ที่หลงรักชาลินีหัวปักหัวปํา แต่เพราะอาชีพสจ๊วตของเขาทำให้นานทีจะมีโอกาสพบกัน

อรอนงค์ไม่ระแคะระคายสักนิด ทั้งที่เวลานี้เธอกับชาลินีแทบเข้าหน้ากันไม่ติด ชาลินีกลับออกจากงานพร้อมนายพลบัญชาที่เบื่อหน่ายงานสังคมที่ชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน ส่วนเอกดนัยตรงไปหาพี่สาวที่ยังอยู่ในงาน กำลังกระดี๊กระด๊าสนใจท่านชายวสวัตที่มากับอิศราตาเป็นมัน

สองหนุ่มรูปหล่อตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครแทบทั้งงาน โดยเฉพาะสาวๆที่ต่างพากันชื่นชมในความหล่อและรวยของท่านชายที่ชอบบริจาคเงินทีละมากๆ คุณหญิงเพ็ญกับหมอไพโรจน์มีโอกาสทักทายพูดคุยกับท่านชาย แต่ไม่คิดว่าอิศราจะรู้จักมักคุ้นกับท่านชายมากขนาดนี้

ความรวยของท่านชายวสวัตทำให้คุณหญิงเพ็ญอยากได้เขาเป็นลูกเขย คืนนั้นกลับถึงบ้านเธอรีบมาคุยกับชาลินี แต่หล่อนฟังบ้างไม่ฟังบ้างแล้วก็แกล้งหลับซะดื้อๆ ทำเหมือนไม่สนใจแต่พอพึมพำชื่อท่านชายวสวัตออกมากลับรู้สึกแปลกๆ ขนลุกเกรียวจนนึกว่าตัวเองจะไม่สบาย

ooooooo

วันต่อมา อิศราแตกตื่นตกใจหลังทราบข่าวเกรียงไกรตายจากนิกร สองหนุ่มนัดไปเจอกันเย็นนี้ที่งานศพ อิศราอยากบอกให้ท่านชายทราบแต่ไม่ทันจะไปท่านก็มาปรากฏตัวถึงหน้าบ้านพร้อมด้วยภุมมะ

ท่านชายเข้าไปเยี่ยมย่าอุ่นของอิศราแล้วมีเวลานั่งคุยกันตามลำพังอยู่ครู่หนึ่ง ตอนอิศราออกไปเตรียมน้ำมารับแขก

“อิศราพูดถึงคุณหญิงย่าบ่อย เลยคิดว่าสมควรจะมาเยี่ยมท่านบ้าง”

“คนแก่ไม่มีอะไรดี ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งไม่น่าดู”

ท่านชายยิ้มอบอุ่นซ่อนแววตาสมเพช “แต่คุณหญิงยังมีทางออกจากร่างนี้...ผมหมายถึงถ้าคิดถึงคนที่นั่งสมาธิ คนเหล่านั้นก็ละการติดข้องกับสังขารหันมาเพียรพยายามดูจิต”

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก ท่านชายดูหนุ่มแน่นสนใจเรื่องธรรมะด้วยเหรอ”

“ศาสดาแห่งศาสนาพุทธสอนไม่ใช่เหรอว่าธรรมะคือธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ทางวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าความคิดคนแล่นได้เร็วกว่ากระแสไฟฟ้า ยิ่งถ้าคิดเรื่องอดีต ภาพจำก็เรียงกันมาเหมือนดูหนัง”

“แต่ฉัน...ฉัน...เกลียดความคิด ฉันอยากลืม ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น”

“ก็ถูก...ที่ความคิดของคนเราเป็นมิตรหรือศัตรูกับตัวเอง คุณหญิงก็คิดแต่เรื่องที่เป็นสุขสิ ถ้าคิดเรื่องที่ผิด บาป สิ่งนั้นก็จะออกมาให้คุณหญิงเห็นเพื่อระลึกได้ถึงผลของการกระทำของคุณหญิงเอง ทางวิทยาศาสตร์เขาอาจเรียกว่าเป็นเงาสะท้อนความทรงจำจากจิตใต้สำนึกที่ฝังแน่นอยู่ของคนเรา คุณหญิงเชื่อเรื่องพวกนี้ไหม”

ย่าอุ่นเชื่อแน่นอนเพราะเมื่อสักครู่ผีหยกเพิ่งปรากฏตัวให้เห็นครู่หนึ่งก่อนหายไป แต่เธอไม่พูดมันออกมา ได้แต่หลบสายตาท่านชายอย่างหวั่นหวาด

สมควรแก่เวลา ท่านชายขอตัวกลับแล้วจะไปเจออิศราที่งานศพเกรียงไกรในคืนนี้...อิศรากลับเข้ามาในห้อง ย่าอุ่นถามหลานชายทันทีว่าท่านชายเป็นใคร

“เป็นเจ้าชายต่างชาติน่ะครับ แต่อยู่เมืองไทยนานแล้วครับ”

“ทำไมเขาถึงพูดเหมือนรู้...”

“รู้อะไรครับคุณย่า”

ย่าอุ่นไม่ตอบแต่สั่งอิศราตามทนายวันชัยมาพบตนให้เร็วที่สุด

ooooooo

เอกดนัยไม่เชื่อที่อรอนงค์เล่าว่าชาลินีร้ายกาจวางแผนหลอกปั่นหัวสุวิทย์เพื่อแกล้งปวีณา ชายหนุ่มเดินหน้าสานสัมพันธ์กับหญิงสาวรุ่นพี่แต่ไม่ยอมบอกพี่สาวของตนว่าแฟนที่กำลังดูใจนั้นเป็นใคร

ทั้งคู่นัดเจอกันที่โรงแรม ดื่มกินกันพักใหญ่ก่อนที่ชาลินีจะปล่อยกายปล่อยใจเผลอไผลไปกับเอกดนัยจนได้ ฝ่ายชายจริงใจมากแต่ฝ่ายหญิงยังกั๊กความสัมพันธ์ ไม่อยากเปิดตัวเพราะไม่แน่ใจ และส่วนตัวก็มีอดีตที่ยังลืมไม่ได้ อีกทั้งคุณหญิงแม่ก็เพิ่งมายุแหย่แกมบังคับให้จับท่านชายวสวัตเพื่อเรียกสินสอดสักร้อยล้าน

ในงานศพเกรียงไกร...ท่านชายสนทนากับเมียของเขาด้วยดีครู่หนึ่งก่อนจะยกหนี้สินให้คนตายทั้งหมด ที่เหลือให้เธอเอาไว้ใช้จ่าย เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี สอนเขาให้ดำเนินชีวิตที่ถูกที่ควร...

ด้านทนายวันชัยที่ถูกย่าอุ่นเรียกตัวมาพบเมื่อตอนเย็น พอรุ่งขึ้นเขารีบเดินทางไปไร่เจริญขวัญด้วยตัวเอง รับฟังดวงแก้วเล่าเรื่องคุณเล็กจากไปอย่างกะทันหันด้วยความตกใจ

“แล้วอาการของคุณหญิงเป็นยังไงบ้างคะ”

“ท่านอายุมากแล้ว ท่านก็อ่อนแรงลงทุกวันล่ะครับ ท่านถึงเร่งให้ผมมาตามคุณเล็กหรือครอบครัว”

“คงจะดีกว่านี้ถ้าคุณหญิงท่านคิดได้เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่คุณเล็กยังมีชีวิตอยู่”

“คุณหญิงท่านเป็นคนใจแข็ง แต่ตอนนี้ท่านคงรู้ตัวอยู่ว่ากำลังจะจากโลกนี้ไปแล้ว ท่านคงอยากจะพบเป็นครั้งสุดท้าย”

ดวงแก้วนิ่งอึ้ง หันมองไปทางรูปถ่ายครอบครัวแสนอบอุ่นสามคนพ่อแม่ลูกยิ้มแย้มมีความสุข

“คุณเล็กคือคนที่ควรพบคุณหญิงมากที่สุด เพื่อแก้ปมที่กัดกร่อนหัวใจคุณเล็กมานานแสนนาน มาถึง ตอนนี้แล้วถึงท่านจะพบฉันหรือลูกก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ป่วยการจะรื้อฟื้นความหลังให้ลูกฉันรับรู้ ฝากเรียนท่านว่าฉันขอกราบท่านแทนคุณเล็ก และเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นขอให้ท่านอโหสิกรรมให้พวกเราด้วย”

ทนายวันชัยลำบากใจจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเนิบช้า...เวลาเดียวกันที่ศาลากลางไร่ อรุณพยายามง้องอนขอโทษเจริญขวัญเรื่องเมื่อวานที่เขาหอมแก้มเธอ

เจริญขวัญยังไม่หายเคือง ไม่ยอมพูดกับอรุณสักคำ ปั่นจักรยานหนีไปทางต้นไม้ใหญ่ที่พ่อถูกรถคนงานชนตาย เธอเร่งความเร็วจนเหนื่อยหอบ ลงนั่งพิงต้นไม้สูดลมหายใจลึกพร้อมเสียงพึมพำอย่างหวาดกลัวเมื่อรู้ว่าอาการของโรคประจำตัวกำเริบ

“ไม่นะ เรายังตายไม่ได้...คุณพระคุณเจ้าอย่าเพิ่งให้ลูกจากแม่ของลูกไป...ท่านยมบาลได้โปรดรอก่อน อย่าเพิ่งเอาลูกไป”

เจริญขวัญหลับตาภาวนา สองมือสั่นระริก...ท่านชายวสวัตหยั่งรู้ ปรากฏกายในชุดขาวเบื้องหน้า

“หากเวลาของเธอมาถึง เธอจะร่ำร้องอย่างไรก็ไม่มีใครช่วยเธอได้ แต่เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาของเธอ...แต่อีกไม่นานนี้แล้วที่เราจะได้พบกัน”

เสียงท่านชายดังกังวานและแผ่วบางหายไป...เจริญขวัญลืมตาสูดลมหายใจ อาการติดขัดหายไปเป็นปลิดทิ้ง

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:25 น.