ตอนที่ 9
เม่นติดตามโจทุกฝีก้าวแถมยังจ้างคนไว้ทุกวงการทั้งนักข่าวและลูกน้องของนายสุรชัยเพื่อให้ได้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของวินกับเอ...
คืนนี้ที่วินนัดพบสุรชัยแน่นอนว่ามีหนอนบ่อนไส้ที่เม่นจ้างเป็นหูเป็นตาอีกทั้งเม่นก็จับตาดูโจทุกฝีก้าวอยู่แล้ว...วินเผชิญหน้ากับสุรชัยและลูกน้องหลายคนที่สนามกอล์ฟต่างฝ่ายต่างดูเชิงกันด้วยท่าทีสุภาพ
“ผมหวังว่าคุณเอาหลักฐานมาด้วย” สุรชัย เปิดฉากนิ่งๆ
“ผมเชื่อว่าระดับคุณคงมีสมาร์ทโฟนหรือไม่ก็ไอแพดผมส่งรูปปืนของนายสมภพมาทางเมลของบริษัทคุณแล้ว”
สุรชัยเดินไปที่โต๊ะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูก่อนหันมาถามวินว่าตนจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นปืนของนายสมภพ
“ผมถ่ายตรงส่วนที่มีเลขทะเบียนตอกไว้ระดับคุณน่าจะเช็กดูได้”
“ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน”
“ได้...แล้วผมจะโทร.มาหลังจากพรุ่งนี้”
วินจบการสนทนาเป็นเวลาที่โจขับรถมารับพอดีไอ้อ๊อดสมุนของสุรชัยได้แต่มองตามด้วยความเสียดายไม่กล้าทำอะไรเกินคำสั่งทั้งที่อยากเล่นงานวินแทบแย่
ขณะนั่งรถไปด้วยกันวินถามโจว่าเอโทร.หาบ้างหรือเปล่าโจปฏิเสธก่อนถามกลับด้วยความสงสัยว่ามีอะไร
“เปล่าตอนฉันออกมาคุณเอไม่ยอมพูดกับฉันฉันเลยสั่งไว้ถ้าฉุกเฉินให้โทร.มาหานาย”
“ฉันว่านายโทร.ไปหาเลยดีที่สุด”
วินรับมือถือจากโจแต่ไม่ทันจะโทร.ก็ชะงัก
เมื่อได้ยินโจบอกว่ามีรถตามเรามา
“นายแน่ใจเหรอ”
“แน่ใจสิเพื่อน ฉันก็ดูหนังเยอะเหมือนนายนั่นแหละเห็นมันตามมาหลายโค้งแล้วฉันบอกแล้วว่านายสุรชัยไว้ใจไม่ได้”
“นายสุรชัยเห็นรูปที่นายส่งไปให้ มันไม่กล้าหรอก”
“มีหนอนบ่อนไส้ในก๊วนของนายสุรชัยชัวร์”
ทันใดนั้น โจเลี้ยวรถไปทางหนึ่ง รถตู้เลี้ยวตามทันที
“ท่าทางมันเอาจริงว่ะ” พูดแล้วโจเร่งเครื่องขึ้นอีกวินแนะให้หาตึกร้างเข้าไปจอด ปรากฏว่ารถตู้ก็ยังไล่บี้ที่แท้พวกมันก็คือทีมของไอ้เม่นนั่นเอง
เกิดการปะทะกันในตึกร้างอย่างช่วยไม่ได้แต่พวกเม่นหลายคนโจเห็นท่าไม่ดีจึงโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากผู้กองวันชาติพวกไอ้เม่นเลยต้องเผ่นหนีไป
ผู้กองวันชาติต้องการคุยกับวินจึงให้โจขับรถตามเขาไปที่บ้านหลังหนึ่งระหว่างทางวินยังกังวลเรื่องเอโทร.หาแต่เธอไม่ยอมรับสาย
“แกทำไมไม่ฝากข้อความ คุณเอไม่รู้จักเบอร์ฉันใครจะไปรับวะ”
“เออว่ะ” วินรีบกดข้อความยิกๆ “คุณเอครับผมเองครับทุกอย่างเรียบร้อยครับผมคงกลับดึกหน่อยนะครับไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
เอรับทราบจากข้อความนั้นด้วยความโล่งใจหายห่วง แต่ไม่วายทำเป็นวางฟอร์มพูดกับตัวเองว่าใครห่วงนาย
เมื่อวินกับโจตามผู้กองวันชาติเข้าไปในบ้าน ผู้กองเอ่ยกับวินอย่างเป็นมิตร
“ผมดีใจที่คุณวินกับคุณเอปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้”
“ทำไงได้ครับตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
“คุณวินไม่น่าโทษทางการคุณวินก็รู้ว่าหลักฐานมันมัดแน่นมีแต่ผมเท่านั้นที่รู้ว่าคุณวินไม่ผิดไม่ใช่เพราะหลักฐานแต่เป็นเพราะคุณช่วยชีวิตผมไว้”
“ผมอาจจะแกล้งช่วยคุณก็ได้”
“เอาเป็นว่าผมจะหาทางช่วยคุณทุกวิถีทาง
อย่างคืนนี้เป็นต้น”
“ขอบคุณครับ”
“แต่ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องให้คุณช่วย”
วินแทบไม่เชื่อหูว่าผู้กองวันชาติจะขอความช่วยเหลือจากตน...หลังรับทราบเรื่องราวเรียบร้อยแล้ววินกับโจแยกย้ายกันกลับที่พักวินมาง้องอนเอจนเธอหายขุ่นเคืองดีใจที่เขาปลอดภัยกลับมาแต่ขอร้องว่าทีหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงแบบนี้อีก
“ครับผม...อ้อผมมีข่าวดีจะบอก”
“มีข่าวดีด้วยเหรอ”
“ครับ...คือว่าผู้กองวันชาติบอกว่าเขารู้ว่าเราไม่ผิดแต่ไหนๆเราก็เป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนแล้วช่วยสวมรอยเป็นคนค้ายาเสพติดรายใหญ่ไปเลย”
“หา!! เนี่ยนะข่าวดี”
“อ้าว...ผมนึกว่าคุณจะชอบได้ผจญภัยมากขึ้นไง”
“หนีพวกที่ตามล่าถือว่าเป็นการผจญภัยแต่เดินเข้าไปหาพวกผู้ร้ายถือว่าบ้า”
เอผลักวินลงไปนั่งที่โซฟาแล้วเดินหนีเข้าครัววินสีหน้าไม่สู้ดีรู้ว่าเธอโกรธตนอีกแล้วรีบลุกตามมาอธิบาย
“ฟังก่อนสิครับมันเป็นทางเดียวที่ทั้งคุณกับผมจะพ้นคดีปลอดภัยคุณก็จะได้ช็อปปิ้งอย่างสบายใจไม่ต้องคอยวิ่งหนีใครว่างๆก็ตามหลอนผมเลี้ยงข้าวผมหรือให้ผมเลี้ยงข้าวไงครับ”
“ฉันกลัวว่าจะไม่รอดไปถึงจุดนั้นน่ะสิ”
“ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรหรอกครับ”
“เชอะคุณจะเอาอะไรมารับประกัน”
“ชีวิตผมไงครับ”
“แต่คุณ...เอ่อ...ไม่รู้ล่ะฉันปลอดภัยแล้วคุณเดี้ยงฉันไม่เอา”
เอหงุดหงิดโมโหเดินหนีเข้าห้องปิดประตูโครมทิ้งวินยืนมึนไม่รู้จะอธิบายยังไงดีครั้นเช้าวันรุ่งขึ้นเขาโทร.ไปบอกให้พ่อรับทราบกึ่งปรึกษาหารือทอมตอบกลับมาว่า
“ถ้าลูกคิดว่าเป็นทางเดียวก็ลุยเลยลูกต้องตัดสินใจเอง”
“ผมลุยอยู่แล้วครับแค่บอกให้คุณพ่อเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน เพราะทางตำรวจอาจจะมีแผนบางอย่างที่คุณพ่อคาดไม่ถึง”
“แล้วพ่อจะบอกให้โจกับแนนรู้โชคดีนะลูก”
วินวางสายแล้วหันมาเจอสาวเอยืนกอดอกหน้าตุ่ยอยู่เขาฉีกยิ้มทักทายเธอด้วยภาษาอังกฤษ
“กู๊ดมอร์นิ่งครับ” พูดแล้วเดินนำเธอมาที่โต๊ะอาหารดึงเก้าอี้ให้นั่งอย่างเอาใจเอทำไม่สนใจแต่สายตาชำเลืองมองอาหารฝรั่งที่เตรียมไว้ “อาหารเช้าแบบอินเตอร์ครับทำง่ายดีจะทำข้าวต้มกลัวไม่อร่อยเท่าของคุณ”
“ไม่ต้องมาพูดเอาใจ...เรื่องที่คุยกันเมื่อคืนไหนๆก็ไหนๆแล้วฉันโอเคกับคุณด้วย จบงานนี้เมื่อไหร่ฉันจะอัดคุณให้น่วมเลยคอยดูสิ”
“ด้วยความยินดีคร้าบ...” วินยิ้มทะเล้นแววตาเป็นประกายมีความสุข
ooooooo
ในที่สุดสายวันนี้ก็มีข่าวของเอกับวินนำเสนอทางจอทีวีช่องหนึ่ง
“ไม่น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาคดีฆ่านายสุชาติได้มอบตัวแล้วแต่ปฏิเสธตลอดข้อหาทางการอ้างว่าได้ติดตามสอบสวนเบื้องลึกอยู่ก่อนแล้วและได้พบหลักฐานว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดรวมถึงธุรกิจผิดกฎหมายอีกหลายลักษณะและมีผลประโยชน์ขัดกันจึงเป็นที่มาของการวางแผนสังหารนายสุชาติอย่างเลือดเย็นผู้ต้องหาทั้งสองยืนกรานปฏิเสธทุกกรณี”
ทอมแนนและโจนั่งหน้าจอติดตามข่าวนี้ด้วยท่าทีสบายๆไร้กังวล
“นี่ถ้าคุณพ่อไม่บอกให้รู้ก่อนว่าเป็นแผนการของตำรวจแนนช็อกแน่ๆ”
“หวังว่าคงสำเร็จจะได้หมดเรื่องหมดราวซะที”
“แบบนี้ไม่ยิ่งอันตรายเหรอคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะน้องแนนผู้กองวันชาติมีแผนรองรับไว้แล้วได้ยินว่าจะมีการฝึกสองคนนั่นให้รู้จักการต่อสู้สารพัด”
“ว้าว...เข้มข้นน่าดูอย่างกับหนังสายลับพี่เอเป็น Salt แบบแองเจลีน่าโจลีซีไอเออเมริกันพี่วินเป็นเจมส์บอนด์...”
แนนพูดไม่ทันขาดคำทอมเล่นเปียโนเพลงเจมส์บอนด์ 007 ขึ้นมาแถมวางท่าเท่ระเบิดจนโจกับแนนอดหัวเราะไม่ได้
ooooooo
วินกับเอยอมร่วมมือกับผู้กองวันชาติวางแผนให้สมภพยอมเปิดเผยตัวว่าเป็นคนยิงสุชาติโดยให้ทั้งคู่เข้าไปตีสนิทกับเกื้อพรคู่ค้าที่สมภพคิดอยากจะเข้าร่วมองค์กรด้วย
ดังนั้นงานนี้วินกับเอจึงต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่างเพื่อเข้าไปคลุกวงในกับมาเฟียอย่างนายเกื้อพรให้ได้อย่างแนบเนียนโดยมีผู้กองวันชาติคอยสนับสนุนทั้งเรื่องการแต่งตัวและจัดหาคนมาฝึกสอนวิชาหมัดมวยแต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องหลังจากวินกับเอทำตามแผนเข้าไปมอบตัวกับทางตำรวจตามข่าวแล้วรอนายประสิทธิ์มาประกันตัวออกไป
แน่นอนว่าประสิทธิ์ทราบข่าวลูกสาวมอบตัวเขารีบเดินทางมาประกันด้วยวงเงินก้อนโตแต่ทำท่าจะไม่ประกันวินจึงมีปากเสียงกับเอก่อนที่คุณหญิงอัญชลีจะปรากฏตัวดำเนินการเองทั้งหมดพอเสร็จเรื่องอัญชลีพาเอกับวินออกไปแต่ประสิทธิ์ยังข้องใจรีบเดินตามมาคุยกับเอ
“เรื่องโจรเรียกค่าไถ่มันยังไงกันแน่พ่อจ่ายเงินไปแล้วแต่ทำไมมันถึงหาว่าหักหลังส่งต่างหูเปื้อนเลือดปลอมมาให้พ่อพ่อตกใจจนไม่สบาย”
เอสะดุ้งไม่คิดว่าพ่อจะพูดเรื่องนี้แต่รีบตีหน้าตายยืนยันว่า “มีคนมาแย่งเงินไปจริงๆนะคะมันเล่นงานเอแต่คุณวินมาช่วยไว้ทันแต่ช่างเถอะค่ะตอนนี้หนูปลอดภัยแล้วหนูต้องไปแล้วค่ะ”
เอผละจากพ่อรีบเดินไปหาแม่และวินแล้วพากันออกไปพร้อมทนายของอัญชลีประสิทธิ์ได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจ...พอแยกย้ายจากอัญชลีเอบอกวินว่าพ่อของตนให้เงินค่าไถ่มาแล้วเขาไม่ได้เอาเงินกลับไปอย่างที่ตนคิด
“เป็นไปได้ยังไงครับมีเรากับคุณพ่อคุณเท่านั้นที่รู้เรื่อง”
“อืม...แปลกมากหลังจากคดีของเราจบฉันจะต้องหาตัวให้ได้ว่าใครมาชิงเงินค่าไถ่ตัวฉันไปและพวกมันรู้ได้ยังไง” เอกล่าวจริงจังวินพยักหน้าเห็นด้วย
ooooooo
แผนการของผู้กองวันชาติทำให้วินกับเอได้รับอิสระและไม่ต้องถูกตามล่าหวังเงินค่าหัวเพราะสุรชัยกับประสิทธิ์ต่างแถลงข่าวยกเลิกเงินรางวัลไปแล้วที่สำคัญเวลานี้เขาสองคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะขึ้นศาลแต่ถึงยังไงผู้กองก็กำชับให้ทั้งคู่ระวังตัวไว้เป็นดีที่สุด
“แน่นอนค่ะพวกนักล่าเงินรางวัลอาจจะหยุดแต่นายสมภพไม่หยุดแน่เพราะรู้ตัวดีว่าเป็นคนยิงนายสุชาติ”
“ดีจะได้ตกหลุมพรางตามแผนของเราที่วางไว้เรื่องจะได้จบเร็วๆ” วินสรุป
หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจแผนขั้นต่อไปกันแล้วผู้กองพาทั้งสองคนไปอยู่ที่เซฟเฮาส์แล้วส่งครูฝึกซึ่งเป็นผู้หญิงมาสอนวิชาป้องกันตัวทั้งมือเปล่าและอาวุธปืนรวมถึงวิชาการปลอมตัวให้แนบเนียนซึ่งมีคนระดับมืออาชีพมาดูแลเอชอบมากโดยเฉพาะการยิงปืนที่เธอทำได้ดีเยี่ยมและการปลอมตัวที่ต้องใส่เสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัย
แต่ในระหว่างการฝึกซ้อมวิชาป้องกันตัวซึ่งครูเป็นผู้หญิงแถมสวยเซ็กซี่เสียด้วยทำให้เอแอบหึงวินในยามที่ครูสาวเข้าใกล้เขายิ่งถ้าวินมีท่าทีปลื้มครูด้วยแล้วเอจะงอนใส่เขาร่ำไปแต่สุดท้ายสองคนก็กลับมาคืนดีกันได้เพราะต่างก็รักกันนั่นเอง
เย็นวันหนึ่งผู้กองวันชาตินำรูปถ่ายและข้อมูลของนายเกื้อพรมาให้วินกับเอที่เซฟเฮาส์
“นี่คือนายเกื้อพรมีธุรกิจผิดกฎหมายอยู่ในมือมากมายเราพบว่านายสุชาติเป็นหนึ่งในองค์กรของนายเกื้อพร”
“ผมยังไม่เห็นหนทางเลยว่านายเกื้อพรจะยอมรับผมยังไงถ้าผมเป็นคนยิงนายสุชาติ”
“เพราะว่านายสุชาติโกงเงินของนายเกื้อพรนายเกื้อพรสืบรู้และคิดกำจัดนายสุชาติอยู่แล้วผมคิดว่านายเกื้อพรต้องสนใจคุณแน่ๆ”
“เพราะการที่ผมยิงนายสุชาติตายทำให้นายเกื้อพรอยากรู้ว่าผมเป็นคู่ค้าหรือคู่แข่งของนายสุชาติ?”
“ถูกต้อง...ถ้าเป็นคู่ค้านายเกื้อพรก็ต้องชวนคุณถ้าเป็นคู่แข่งนายเกื้อพรก็ต้องฆ่าคุณยังไงนายเกื้อพรมาหาคุณตามแผนของเราแน่นอน”
เอฟังมาตั้งแต่ต้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่านายสมภพจะสารภาพผิดได้ยังไงผู้กองจึงขยายความต่อไป
“ได้สิครับเพราะเราสืบรู้มาว่านายสมภพหาทางที่จะเข้าองค์กรของนายเกื้อพรอยู่”
“พอผู้กองปล่อยข่าวว่าผมเป็นคนยิงนายสุชาติจริงนายสมภพต้องสงสัยแล้วจะต้องสาวเรื่องจนพบว่านายเกื้อพรสนใจผม”
“ถูกต้องครับ”
“แต่ฉันก็ยังไม่เห็นอีกนั่นแหละว่าจะทำให้นายสมภพสารภาพได้ยังไง”
วินซึ่งเข้าใจแผนของผู้กองแล้วอธิบายให้เอฟังว่า “นายสมภพต้องหาทางมาบอกนายเกื้อพรว่าตัวเองเป็นคนยิงนายสุชาติไม่ใช่ผมเพื่อให้นายเกื้อพรเชื่อถือยอมรับเข้าองค์กรไงครับ”
“และถ้าพวกคุณสามารถเอาคลิปตรงนี้มาได้นายสมภพก็จบ”
“อืม...เห็นภาพชัดเจนเลยแบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย” เอยิ้มออกพร้อมแล้วสำหรับการเสี่ยงเข้าไปตีสนิทนายเกื้อพร
ooooooo
ไม่ทันข้ามวันไอ้อ๊อดสมุนของสุรชัยก็คาบข่าวไปบอกนายของตนว่า “เรื่องใหญ่ครับท่านคนของผมรายงานว่าคุณสุชาติอยู่ในองค์กรของนายเกื้อพร”
“นายเกื้อพร...มาเฟียใหญ่มีอิทธิพลทางการเมืองลูกข้าไปยุ่งกับมันได้ยังไง”
“โครงการที่คุณสุชาติประมูลได้ก็คงเป็นเพราะอิทธิพลนายเกื้อพรน่ะครับ”
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่หว่าใครๆเขาก็ทำกัน”
“ปัญหาก็คือวิธีที่นายเกื้อพรเรียกคืน...คือให้เป็นตัวแทนระบายยาเสพติดหรือของผิดกฎหมายมีข่าวลือว่าไอ้วินอาจเป็นคนที่นายเกื้อพรส่งมาจัดการกับคุณสุชาติโดยใช้ผู้หญิงก่อการวิวาทบังหน้าครับซึ่งถ้าเป็นจริงการจัดการกับไอ้วินเท่ากับเป็นศัตรูกับนายเกื้อพรนะครับท่าน”
“เอ็งไปสืบมาให้รู้แน่ๆชัดๆ”
“ครับท่าน” อ๊อดรับคำแล้วเดินกระหยิ่มยิ้มย่องจากไป...
ตกเย็นมันทำตัวเป็นนกสองหัวโผล่ไปพบนายสมภพกับไอ้เม่นสมุนคู่ใจของเขาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งสมภพให้ความมั่นใจกับไอ้อ๊อดว่า
“ไม่ต้องห่วงร้านนี้ผมมาเป็นประจำใครแปลกหน้าไม่พ้นสายตาผมมีอะไรว่ามา”
“เรื่องมันแปลกยังไม่ทราบครับ” อ๊อดเปิดฉากเรียกความสนใจจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี “ตอนแรกไอ้วินไปหาเจ้านายผมบอกว่าคุณเป็นคนยิงมีหลักฐานพร้อมคือปืน”
“ใช่...ซึ่งผมแจ้งหายไปแล้วมันทำอะไรผมไม่ได้”
“แล้วอยู่ๆมันก็มอบตัวแต่ตำรวจกลับไม่พบปืนถึงกับปล่อยให้พวกมันประกันตัวออกมา”
“คุณอ๊อดคุณทำให้ผมเสียเวลาเรื่องนี้ผมรู้หมดแล้ว” สมภพเสียงขุ่นลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้
“แต่คุณคงยังไม่รู้ว่าคุณสุชาติทำงานกับนายเกื้อพร”
สมภพชะงักเล็กน้อยนั่งลงตามเดิม “ก็ดีน่ะสินายเกื้อพรจะได้เล่นงานไอ้วินกับนังไฮโซนั่น”
“มันไม่ใช่ยังงั้นครับนายเกื้อพรกำลังจะเก็บคุณสุชาติอยู่แล้วเพราะนายสุชาติยักยอกเงินขององค์กรแต่ถูกไอ้วินตัดหน้าซะก่อนกลับกลายเป็นว่านายเกื้อพรชอบฝีมือสนใจที่จะให้ไอ้วินทำงานด้วย”
“ไอ้บ้าเอ๊ยนายเกื้อพรต้องมาชวนข้าถึงจะถูกข้าเป็นคนส่องไอ้สุชาติเว้ย” สมภพโวยวายเอาแต่อารมณ์จนเผยความจริงออกมาแต่ไอ้อ๊อดไม่มีท่าทีตกใจเหมือนรู้แน่แก่ใจอยู่แล้วถามขึ้นว่า
“ตกลงตอนนี้จะเอายังไงดีขืนเล่นงานไอ้วินก็เท่ากับว่าชนกับนายเกื้อพรผมว่าอย่าเพิ่งเสี่ยงดีกว่า”
“จับตาดูพวกมันแล้วรายงานข้า”
“ได้เลย” ไอ้อ๊อดยิ้มกริ่มมองตามสมภพกับไอ้เม่นเดินออกไปพลางพึมพำกับตัวเองด้วยความเจ้าเล่ห์ “ดีเว้ยรายงานเรื่องเดียวแต่ได้เงินสองทาง”
ooooooo
หลังจากวินกับเอพร้อมปฏิบัติงานสำคัญกันแล้วผู้กองวันชาติส่งทั้งคู่ไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่แถมให้ตำรวจลูกน้องของตนสองคนติดตามดูแลไม่ต่างจากมือปืนประจำตัวเพื่อให้สมฐานะผู้ร้ายพัวพันการค้ายาเสพติด
คืนนั้นโจโทร.มาชวนวินกับเอไปเที่ยวผับของตนเพราะทราบว่านายเกื้อพรจะมาวินตอบตกลงทันทีและเดินทางไปพร้อมเอที่แต่งตัวสวยปิ๊งหวังหว่านเสน่ห์ตีสนิทเป้าหมาย
ปรากฏว่าความสวยของเอโดนใจนายเกื้อพรอย่างแรงวินมองออกจึงอดหวงไม่ได้แต่เพื่องานก็ต้องเปิดโอกาสให้ไอ้หมอนั่นจีบเอโดยวินปลีกออกไปนั่งซุ่มอยู่อีกโต๊ะกับโจ
“คุณเอนี่ร้ายเก่งจริงๆเนียนมาก” โจพูดยิ้มๆ
“นั่นน่ะสิฉันเองยังไม่รู้เรื่องเลยอ่อยนายเกื้อพรซะแล้วฉันไม่ชอบเลย”
“ฮั่นแน่ฉันว่านายหลงคุณเอจนหัวปักหัวปําแล้วเพื่อน”
“ถ้าเป็นจริงฉันคงหัวใจสลาย”
“ทำไมวะเพื่อนคุณเอเขาก็ปลื้มนายนี่หว่า”
“เขาปลื้มฉันเพราะฉันมีอุดมการณ์เขาบอกว่าถ้าฉันล้มเลิกอุดมการณ์เมื่อไหร่เขาคงหมดปลื้มฉันเมื่อนั้น”
“อะไรวะเขาปลื้มนายเพราะนายไม่ปลื้มเขา...และถ้านายกลับไปปลื้มเขาเขาก็จะเลิกปลื้มนาย”
“ใช่แล้ว”
“โอ๊ย...ปวดหัวคิดกันเองก็แล้วกันเพื่อน” โจตัดบทหน้ายุ่ง...วินยิ้มๆไม่พูดอะไรอีกนึกถึงอุดมการณ์ของตนที่เคยประกาศแต่แรกว่าไม่รักไม่ชอบลูกคุณหนูไฮโซที่พ่อแม่หากินไม่โปร่งใสแต่เวลานี้กำแพงอุดมการณ์สั่นคลอนแทบพังทลายลงแล้ว
ooooooo
หลังจากสาวเอส่งสายตาเชิญชวนยั่วยวนอยู่ไม่นานเกื้อพรก็ติดกับดักเธอจนได้เขาเดินเข้ามาชวนเธอคุยด้วยท่าทีสุภาพแต่วางมาดอยู่ในที
“ผมเห็นคุณมองมารู้สึกคุ้นๆ”
“ฉันนึกว่าคนรู้จักแต่ไม่ใช่ก็ขอโทษนะคะ”
“ไหนๆก็ไหนๆแล้วผมชื่อเกื้อพรครับ”
“เอค่ะเชิญนั่งก่อนสิคะ”
“คุณอาจจะไม่รู้จักผมแต่ผมคิดว่าผมรู้จักคุณแน่นอนคุณคือหนึ่งในผู้ต้องหาที่ฆ่านายสุชาติตาย”
หญิงสาวทำไก๋ตกใจจนโอเว่อร์...ฝ่ายวินที่ยังอยู่กับโจอีกมุมถึงเวลาต้องเล่นละครบ้างแล้วเพราะลูกน้องของผู้กองวันชาติในคราบมือปืนประจำตัวเดินเข้ามากระซิบบางอย่างขณะที่เอยังแอ๊บแบ๊วทำหน้าซื่อตาใสใส่เกื้อพร
“คุณแน่ใจเหรอคะ”
“ผมรู้ว่าคุณพยายามเปลี่ยนลุคแต่ผมเป็นคนจำคนได้แม่นยำ”
“โชคดีที่คุณไม่ใช่คนของนายสุชาติคิดเอารางวัลนำจับ”
“คุณเอ...เงินสินบนสิบล้านไม่มีความหมายกับผมหรอกผมจะขอบคุณคุณด้วยซ้ำ”
จังหวะนี้เองวินกลับเข้ามาแทรกตามแผนของผู้กองวันชาติ “ขอโทษนะครับเราต้องไปกันแล้ว”
เอแสร้งชักสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ก็ลุกขึ้นจะเดินออกไปพร้อมวินเกื้อพรรีบดักหน้าทักทายวินดีๆแต่วินทำเป็นไม่สนใจดึงเอออกไปเหมือนจงใจหนีใครพอพวกวินคล้อยหลังผู้กองวันชาติปรากฏตัวพร้อมลูกน้องสามสี่นาย
“หยุด...นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ขาดคำของผู้กองเสียงนักท่องราตรีกรี๊ดกร๊าดเอะอะด้วยความตกใจเกื้อพรแปลกใจแต่ทำตัวปกติสังเกตการณ์อยู่รอบนอก
ผู้กองวันชาติเข้าไปสอบสวนโจซึ่งเป็นเจ้าของผับบอกว่าตนได้รับรายงานว่ามีการนัดค้ายากันที่นี่โจตอบกลับอย่างไม่ชอบใจนักว่า
“ใครจะนัดใครผมไม่เกี่ยว”
“คุณรู้จักกับผู้ต้องหาคุณต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ”
เกื้อพรอยู่รอบนอกแต่ได้ยินถนัดชัดเจนจับตามองโจด้วยความสนใจได้ยินโจตอบโต้ผู้กองอย่างไม่แคร์
“ผมไม่สนใจคุณไม่มีหลักฐานที่จะเล่นงานผม”
“เพื่อนคุณค้ายากับนายสุชาติคุณถึงร่วมมือกันมาเก็บนายสุชาติที่นี่”
“ผมมีธุระมีอะไรคุยกับทนายผมได้”
เกื้อพรหูผึ่งค่อยๆผละออกไปโจชำเลืองมองแล้วส่งซิกกับผู้กองอย่างรู้กันผู้กองเลยทำทีเป็นขอตรวจค้นในห้องทำงานของเขาพอพ้นสายตาทุกคนเข้ามาในห้องทำงานแล้วโจกับผู้กองวันชาติจับมือกันทันที
“ผมว่าน่าจะได้ผล”
“ผมก็ว่ายังงั้นป่านนี้นายเกื้อพรต้องอยากคุยกับคุณวินและคุณเอจนตัวสั่น”
จริงแท้แน่นอน! แผนของผู้กองวันชาติทำให้เกื้อพรเชื่อว่าวินกับเอพัวพันการค้ายาเสพติดถึงขนาดย้อนกลับมาหาโจที่ผับหลังจากกลุ่มตำรวจออกไปแล้ว
“สวัสดีครับคุณโจ”
“อ้าว...ลืมให้ทิปเด็กหรือครับ”
“ผมขอเวลาคุยกับคุณหน่อย”
“เชิญครับผมยังต้องคอยดูพนักงานปิดร้านพอมีเวลาซักครึ่งชั่วโมง”
โจเดินนำเกื้อพรไปนั่งที่โต๊ะสมุนสองคนทำท่าจะก้าวตามแต่เกื้อพรยกมือส่งสัญญาณให้เฉยไว้
เกื้อพรเผชิญหน้าโจตามลำพังเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมจะไม่อ้อมค้อมผมคิดว่าคุณรู้จักดีกับคุณผู้หญิงคนสวยที่ผมคุยด้วยเมื่อตอนหัวค่ำ”
“คนไหนหรือครับ” โจทำไก๋
“คนที่ตำรวจมาตามจับน่ะครับ”
“เสียใจด้วยครับเวลาผมหมดแล้ว”
“เดี๋ยวครับอย่าเข้าใจผิด...ที่ผมเอ่ยถึงคุณผู้หญิงเพื่อให้คุณจำได้ว่าเป็นใครเท่านั้นเองผมจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือผู้ต้องหาคดีนายสุชาติร่วมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง”
“มันเกี่ยวกับผมตรงไหน”
“ผมไม่ได้ว่าคุณเกี่ยวผมแค่คิดว่าบางทีคุณอาจจะแนะนำสองคนนั่นให้ผมรู้จักเผื่อว่าเราจะทำธุรกิจร่วมกันได้”
“เวลาของคุณหมดพอดี” โจลุกขึ้นผายมือส่งแขกเกื้อพรเหมือนจะพูดอะไรแต่ยั้งไว้พลางล้วงอกเสื้อหยิบเงินปึกใหญ่วางบนโต๊ะบอกว่าฝากทิปให้เด็กด้วย...แล้วเดินยิ้มออกไปโจตีหน้านิ่งแต่ในใจลิงโลดที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ooooooo
เมื่อคืนวินโทร.คุยกับแนนหลายเรื่องจนดึกดื่นเช้านี้แนนเลยตื่นสายพอทอมรู้ว่าวินโทร.มาก็ซักถามลูกสาวว่าสองคนนั้นเป็นยังไงบ้าง
“เฮ้อ...ต่างคนต่างพยายามยึดถือคำพูดของตัวเองมากกว่าคำพูดของหัวใจ”
“แล้วเราล่ะเป็นยังไงบ้างมีพี่เป็นผู้ต้องหาคดีหนักเพิ่มอีกหลายกระทง”
“จะเหลือเหรอคะพ่อมนุษย์บางคนรอที่จะซ้ำเติมคนอื่นอยู่แล้ว”
“มนุษย์พวกนั้นจะโดดเดี่ยวในที่สุดเพราะไม่มีใครอยากคบด้วย”
“แต่มนุษย์พวกนั้นมีเงินนะคะ”
“อืม...อย่างน้อยก็คงมีพวกขี้ข้าคอยตามเลียก้นอยู่บ้าง”
แนนยิ้มขำเข้ามาหอมแก้มพ่อเป็นจังหวะที่โจเข้ามาเห็นพอดีแซวแนนว่ากำลังปะเหลาะอะไรคุณพ่อ
“อ้าวโจ...พ่อนึกว่าวินกับเออยู่ในระหว่างประกันตัวพวกมันคงไม่มาดักล่ารางวัลแล้วมั้ง โจไม่ต้องเหนื่อยมารับแนนก็ได้นี่”
“โห...คุณพ่อประมาทไม่ได้นะคะ”
“เราจะเอาสบายให้พี่โจลำบากอยู่คนเดียว” ทอมติงลูกสาวแต่โจแทรกขึ้นว่า
“จริงอย่างที่น้องแนนว่าครับตอนนี้วินกำลังอยู่ในปรากฏการณ์ใหม่เป็นผู้ร้ายระดับบิ๊กเลยนะครับ”
“โอเค...เอาไงเอากัน”
“บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ” แนนยิ้มร่า...โจยกมือไหว้ทอมแล้วเดินตามแนนออกไปทำหน้าที่สารถีเหมือนทุกวัน
ระหว่างทางโจถามแนนเรื่องละครการกุศลและเรื่องเลือกตั้งประธานนักศึกษาไปถึงไหนแล้ว
“กำลังคัดตัวแสดงอยู่ค่ะส่วนเรื่องประธานนักศึกษาก็กำลังหาเสียงกันอยู่แต่คงจะแพ้เพราะคู่แข่งเป็นไฮโซมีเงินแจกแถมทุกอย่าง”
“อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆเดี๋ยวนี้คนรู้หมดแล้วว่าคนที่แจกแถมเป็นคนไม่ดีหวังผลตอบแทนสูง”
แนนยิ้มรับกำลังใจจากโจ...ส่วนเพื่อนร่วมก๊วนที่รออยู่ในมหาวิทยาลัยอดรนทนไม่ไหวต้องโทร.ตาม
“ใจเย็น...ใกล้ถึงแล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน” พูดแค่นั้นแนนตัดสายแล้วหันมายิ้มให้โจ...
น้ำหวานกับเมจิยืนรอแนนบริเวณลานจอดรถพอเห็นรถโจเลี้ยวเข้ามาทั้งคู่รีบหลบแอบมองอย่างจับสังเกตแนนกับโจยืนพูดคุยกันคู่หนึ่งพร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำให้กันเหมือนคู่รักทำให้น้ำหวานกับเมจิฟันธงว่าต้องใช่...
โจไปแล้วแนนเดินตามหาเพื่อนสนิทแต่ไปเจอกลุ่มของนุจรีที่กำลังหาเสียงกับนักศึกษาสองสามคน
“พี่ชายยัยแนนเป็นผู้ต้องหาคิดดูแล้วกันว่าน้องสาวจะมาเป็นประธานนักศึกษาได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้” แนนส่งเสียงและตรงดิ่งเข้ามาจ้องหน้าหลินที่เป็นคนพูด
“ไงแนนตำแหน่งน้องสาวผู้ต้องหาเป็นไงมั่ง” บิวเพื่อนในกลุ่มอีกคนของนุจรีทำพูดดีทักทายแนนตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่าก็ดีไปไหนคนก็รู้จักใครๆก็พูดถึง...หลินหมั่นไส้ยิงตรงให้แนนถอนตัวจากการสมัครเลือกประธานนักศึกษาหญิงไปเลยดีกว่ามีพี่ชายประวัติด่างพร้อยเสียชื่อเปล่าๆ
“นั่นมันเรื่องของพี่ชายฉันประวัติฉันไม่ด่างไม่พร้อยเหมือนพวกเธอหรอก”
“พวกเราจะแฉให้ทุกคนรู้ดูซิว่าใครจะเลือกเธอ”
แนนถูกรุมแต่ไม่ถอยพอดีน้ำหวานกับเมจิเข้ามาสมทบประกาศใส่กลุ่มนุจรีว่าไม่ต้องพูดมากยังไงแนนก็ไม่ถอนตัวแน่ๆนุจรีซึ่งหลบอยู่หลังเพื่อนตลอดเห็นท่าไม่ดีรีบชักชวนเพื่อนๆออกไปจากตรงนั้น...
“นี่พวกเธอหายไปไหนมาไหนบอกว่าจะรอตรงลานจอดรถไง” แนนหน้าง้ำต่อว่าเพื่อนแต่สองสาวยิ้มแก้มตุ่ยก่อนที่เมจิจะกดโทรศัพท์โชว์รูปโจกับแนนที่แอบถ่ายไว้เมื่อสักครู่
หลักฐานชัดเจนทำให้แนนจนมุมยอมรับด้วยท่าทีขวยเขินเมื่อถูกเพื่อนสนิทต้อนไปมาว่าเธอเหมือนคนกำลังอินเลิฟแต่สำหรับพี่โจเธอไม่รู้ว่าเขาคิดเหมือนกันหรือเปล่า...
ooooooo
ขณะเดียวกันนั้นหนุ่มโจกำลังขับรถกลับที่พักจู่ๆมีรถอีกคันแซงขึ้นมาแล้วปาดหน้าจนโจต้องเบรกกะทันหัน
โจเตรียมพร้อมสอดมือไปใต้เบาะที่ซ่อนปืนไว้แต่ยังทำใจเย็นลดกระจกรถถามชายสองคนที่ลงจากรถคันนั้นเดินตรงมา
“หลงทางหรือไง”
“คุณเกื้อพรขอเชิญพบครับ”
โจเห็นสถานการณ์ไม่เลวร้ายชักมือออกจากใต้เบาะลงจากรถเดินตามชายสองคนไปยังรถตู้ที่นายเกื้อพรนั่งอยู่ด้านใน
“ขอโทษครับคุณโจที่รบกวน...คุณเป็นคนดีมากที่คอยดูแลครอบครัวของเพื่อน”
“ผมมีเวลาไม่มากมีอะไรก็รีบหน่อย” โจเล่นแง่อีกเหมือนเคย
“ผมแค่อยากจะเชิญคุณกับเพื่อนสองคนของคุณไปงานวันเกิดผมหน่อยครับ” พูดแล้วเกื้อพรส่งสายตาให้ลูกน้องทันใดซองในมือลูกน้องก็ยื่นมาตรงหน้าโจแต่โจนิ่งไม่รับ “แค่บัตรเชิญครับหวังว่าคงให้เกียรติ”
“ได้...ผมจะบอกเพื่อนผมเขาจะไปหรือไม่ไปผมไม่เกี่ยวส่วนผมงานยุ่งคงไปไม่ได้”
“ผมเข้าใจขอบคุณมากครับ”
โจรับซองบัตรเชิญนั้นมาพร้อมกับก้มศีรษะให้เกื้อพรเล็กน้อยพอรถตู้พวกเขาแล่นจากไปโจยิ้มกริ่มสมใจแผนการที่จะให้วินกับเอเข้าคลุกวงในพวกขบวนการค้ายาเสพติดใกล้เป็นจริง
ooooooo
วินกับเอเตรียมพร้อมหลังจากโจส่งข่าวมาว่าเกื้อพรเชิญไปงานวันเกิดสองคนเดินทางโดยไม่มีผู้ติดตามซึ่งเกื้อพรต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีหวังตีสนิททั้งคู่เพื่อให้เข้าร่วมเครือข่ายค้ายาเสพติด
แต่แล้วการมาครั้งนี้ของวินและเอกลับทำให้เกื้อ-พรต้องสูญเงินเป็นจำนวนมากในวงเล่นไพ่ที่เอเอาชนะคนของเขาด้วยฝีมือที่เหนือกว่าแถมเรื่องที่หวังจะตีสนิทก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
วินและเอเดินทางกลับด้วยความสะใจพร้อมเงินก้อนโตตรงข้ามกับเกื้อพรที่หัวเสียเป็นการใหญ่เล่นงานคนของตนที่นั่งก้มหน้าเงียบกริบ
“ผมอุตส่าห์วางกับดักไว้ให้พวกคุณเล่นชนะสองคนนั่นผมจะได้บีบมันให้ทำตามคำสั่งขององค์กรกลับเป็นว่าพวกคุณเสียเงินขององค์กรไปจำนวนมากเอาเป็นว่าพวกคุณลงขันกันเอาเงินมาใช้องค์กรก็แล้วกัน”
ขณะที่เกื้อพรหงุดหงิดหัวเสียวินกับเอเบิกบานใจไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เงินมากมายมาอย่างง่ายดายวินบอกเอว่าเงินที่ได้มาเธอมีสิทธิ์ที่จะใช้ได้อย่างเต็มที่
“เงินของนายเกื้อพรเท่ากับเป็นเงินผิดกฎหมายทางการจะให้เราเก็บไว้ได้เหรอคะ”
“ผมถามผู้กองวันชาติแล้วเรามีสิทธิ์ที่จะเก็บไว้ใช้จ่ายจนงานจบเหลือเท่าไหร่เป็นของรัฐ”
“งั้นก่อนจบเราก็บริจาคให้หมดผู้กองคงไม่ว่า”
“ตราบใดที่ไม่มุบมิบหรือโอนให้บุคคลที่สาม”
“กลัวฉันจะโอนให้คุณล่ะสิ” เอหยอกล้อวินยิ้มขำแล้วแยกตัวไปนอนได้ยินเสียงเอร้องบอกไล่หลังว่าพรุ่งนี้ตนจะตื่นสายห้ามก่อกวนเพราะบ่ายๆตนจะไปช็อปปิ้งใช้เงินให้เต็มที่...
เช้าขึ้นวินจึงไม่มาปลุกเธอแต่ออกไปปั่นจักรยานออกกำลังกายในหมู่บ้านโดยไม่ให้ลูกน้องของผู้กอง
วันชาติที่คอยดูแลความปลอดภัยติดตามไปด้วย...
เช้าวันเดียวกันทอมสังเกตแนนที่อยู่ในชุดนักศึกษาสีหน้าแจ่มใสและดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษแต่พอโจมารับแนนกลับมีท่าทีเขินๆไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมาพูดจาระรัวมีพิรุธชวนสงสัย
ทอมยังไม่ทราบว่าแนนปิ๊งโจและโจก็ปลื้ม
แนนอยู่เหมือนกันแต่เพื่อนๆของแนนที่เฝ้าสังเกตมาหลายครั้งฟันธงกันแล้วว่าโจมีใจให้แนนแน่ๆเหตุนี้เองทำให้แนนเริ่มมีอาการขวยเขินเวลาเจอโจ...
ส่วนวินเจอดีเข้าจนได้ขณะออกไปปั่นจักรยานในหมู่บ้านเขาโดนคนร้ายซึ่งไม่รู้ว่าพวกไหนไล่ยิงแต่เพราะสติและไหวพริบทำให้เขาหนีรอดมาได้รีบกลับเข้าบ้านบอกเล่าให้คนของวันชาติฟังก่อนถามหาเอ
“คุณเอออกไปข้างนอกครับบอกให้รอคุณก็ไม่ยอมครับ”
“บ้าจริงพวกมันโผล่มาเล่นงานผมมันไม่ปล่อยคุณเอแน่เช็กดูซิว่าอยู่ไหนแต่ไม่ต้องบอกอะไรเดี๋ยวจะตกใจวุ่นวายกันไปใหญ่...อ้อผมต้องการให้รถพร้อมภายในสิบนาที”
สองคนรับคำแล้วรีบไปจัดการ
ooooooo










