ตอนที่ 8
ผ่านไปพักใหญ่ สมุนของเฟืองเมาแอ๋...พาเอและ วินขึ้นรถเพื่อกลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางสมองพวกมัน ไม่ทำงานพากันฟุบหลับเป็นไปตามที่วินวางแผนไว้
วินกับเอรีบหนี โดยทิ้งพวกมันไว้ข้างทาง แต่แล้วรถที่ขับไปเกิดน้ำมันหมด ทั้งคู่เลยต้องโบกรถหนี แล้วโชคดีไปเจอนักข่าวที่บังเอิญผ่านมา นักข่าวคนนี้เป็นแฟนคลับของทั้งคู่ เขาพาไปส่งถึงศูนย์การค้าตามที่เอ ต้องการ
หลังจากนั้น วินโทร.หาโจเพื่อบอกกล่าวให้เขาสบายใจว่าพวกตนปลอดภัยแล้ว โจหมดห่วงแต่ไม่ลืมกำชับเพื่อนรักว่าต้องระวังให้มาก อย่าหลับหูหลับตาให้ใครลากไปได้อีก ส่วนสาวเอ พอกลับถึงบ้านพักก็เข้าห้องโทร.หาคุณหญิงอัญชลี
“คุณแม่ได้ไปเยี่ยมคุณพ่อหรือยังคะ”
“ยัง...แต่แม่โทร.ไปคุยกับคุณหมอ พ่อของลูกปลอดภัย มีกิ๊กคอยดูใกล้ๆ รอรับมรดกอยู่แล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
“แล้วเรื่องของลูกเมื่อไหร่จะจบซะที แม่ชักเป็นห่วงแล้วนะ จะให้แม่โทร.หาผู้ใหญ่ให้หรือเปล่า”
“อย่าค่ะคุณแม่ ลูกไม่ต้องการแบบนั้น อีกอย่างหลักฐานมัดเราสองคนแน่นมาก เราต้องจับคนร้ายตัวจริงให้ได้คามือ”
“อู้ฮู...ฟังดูใกล้ชิดดีจัง”
“บ๊ายบายค่ะคุณแม่”
“อย่าให้หนุ่มหล่อนั่นหลุดมือไปได้นะลูก”
เอไม่ตอบ แต่ตัดสายไปด้วยรอยยิ้มบางๆ จากนั้นโทร.หาพอล บอกเขาไม่ต้องเป็นห่วง พอลตอบกลับมาว่า
“ห่วงสิครับ ไม่ห่วงได้ยังไง ผมอยากช่วยคุณเอ”
“ขอบคุณค่ะ เรารู้ตัวคนร้าย ตอนนี้กำลังหาทางจัดการกับมันอยู่...เรื่องจะต้องจบในไม่ช้าค่ะ” เอย้ำหนักแน่น...
เย็นนั้นโจไปพบทอมกับแนนที่บ้าน บอกกล่าวเรื่องราวของวินกับเอให้ทั้งคู่คลายความกังวล แต่ถึงยังไง แนนก็ยังหนักใจ
“เฮ้อ...พี่วินกับพี่เอชักมีเรื่องเข้มข้นขึ้นทุกวัน”
“อย่างน้อยตอนนี้ผู้กองวันชาติกำลังหาหลักฐานเล่นงานนายสมภพอยู่”
“พ่อคิดว่านายสมภพก็กำลังหาทางกำจัดพยานอยู่เหมือนกันนะโจ”
“ทำไมพี่วินไม่โทร.มาหาแนนกับพ่อบ้าง” แนนบ่น
“โทร.หาพี่โจน่ะดีแล้ว คนเดียวจบ”
“พี่วินคงไม่อยากให้เราเป็นห่วงน่ะ อย่าคิดมาก” โจปลอบใจ...ทอมยิ้มรับพร้อมกับตบไหล่ลูกสาวเบาๆ
ooooooo
เช้าวันถัดมา เอแต่งตัวแนวใหม่ล้ำสมัยเดินนวยนาดราวกับนางแบบก็ไม่ปาน วินมองเธออย่างหลงใหล ดูจากสายตาไม่บอกก็รู้ว่าปลื้มเธอมากแค่ไหน
“เป็นไงบ้างลุคนี้ พอไหวมั้ย”
“คุณสวยทุกลุคเลยครับ”
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ วินรับสายจากโจแล้วมีท่าทีตกใจ เอขยับมาใกล้ ถามวินว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีคนโพสต์รูปยัยแนนว่าเป็นน้องสาวของผู้ต้องหาคนดัง...ซึ่งหมายถึงผม”
“แบบนี้ไม่ดีใช่ไหมคะ”
“ครับ พวกอยากได้เงินรางวัลหรือแม้กระทั่งนายสมภพอาจใช้ยัยแนนดึงให้ผมเข้าไปหาพวกมัน”
“แย่แล้ว!” เออุทานหน้าตาตื่น
“ครับ เรื่องอาจมาถึงคุณพ่อด้วย”
“ฉันขอโทษที่เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ เป็นความผิดของนายสมภพกับนายสุชาติต่างหาก”
ในเวลาเดียวกันที่มหาวิทยาลัย แนนเพิ่งได้รับการติดต่อจากโจ โดยมีเพื่อนสาวน้ำหวานกับเมจินั่งอยู่ด้วย
“เรื่องแนนเป็นน้องพี่วิน...แนนไม่ทราบค่ะว่าใครเป็นคนโพสต์ ค่ะๆ แนนจะระวังตัว”
“เย็นนี้เราลองคุยกับคุณพ่อดูว่าควรจะทำยังไง”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่โจ” แนนวางสายสีหน้าหนักใจ น้ำหวานเดาว่าต้องเป็นนุจรีคู่กัดตลอดกาลของแนน “แต่เราไม่มีหลักฐานที่จะไปโทษนุจรีนะ”
“ฉันไม่สนหลักฐาน...เราไปลุยก๊วนยัยนุจรีให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า” เมจิเลือดร้อน แต่แนนไม่เล่นด้วย ท้วงเพื่อนสาวว่าเราเป็นนักศึกษาไม่ใช่นักเลง ไม่จำเป็นต้องตบตีกัน...
แท้จริงนุจรีไม่ใช่คนโพสต์ แต่เป็นหลินเพื่อนในกลุ่มที่หมั่นไส้แนนนั่นเอง
“คิดอะไรถึงโพสต์เรื่องของแนน ฉันว่ามันแรงไปนะหลิน”
“นุจรี...เธอนี่กลัวยัยแนนไปได้ ตอนนี้เธอก็รู้จักคุณพอลแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งยัยแนนอีกต่อไป”
“จริงด้วยนุจรี เสียฟอร์มหมด” พีชหนุนอีกคน นุจรีเลยใจชื้น คลี่ยิ้มออกมาอย่างหมดกังวล
ooooooo
เมื่อเรื่องราวชักจะบานปลายไปกันใหญ่ทั้งพ่อและน้องสาวของตนอาจไม่ปลอดภัยวินตัดสินใจบอกเอว่า
“คุณต้องหาทางจบเรื่องคุณพ่อคุณซะทีเราจะได้หาทางเล่นงานนายสมภพก่อนที่ทุกคนจะเดือดร้อน”
“ได้ค่ะ”
วินชะงักนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะตอบรับอย่างง่ายดาย “จริงเหรอครับ”
“จริงสิคะคุณดีกับฉันมาตลอดฉันเต็มใจค่ะ”
“คุณน่ารักแบบนี้ยิ่งทำให้กำแพงอุดมการณ์ของผมสั่นสะเทือน”
“ว่าแต่คุณมีแผนยังไง”
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก...อืม...ผมว่าผมควรจะไปหาอะไรทานข้างนอกให้สมองมันแล่นซะหน่อยดีกว่าคุณช่วยไปเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ”
“คุณแน่ใจเหรอคะฉันไม่อยากก่อเรื่องอีกคุณไม่ต้องทำเพื่อฉันหรอก”
“อย่างที่คุณเคยบอกทีคนเลวใช้ชีวิตอย่างสบายเราคนดีทำไมจะทำไม่ได้”
เอยิ้มรับอย่างถูกใจในถ้อยคำของอีกฝ่าย...
บ่ายวันเดียวกันผู้กองวันชาติซึ่งพักรักษาตัวจนหายเป็นปกติได้กลับเข้ามาทำงานสานต่อคดีของนายสุชาติถูกยิงตายลูกน้องนำแฟ้มประวัติของสมภพที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ผู้กองประวัติของหมอนี่ไม่ธรรมดาเคยติดต่อกับนายเกื้อพรมาเฟียที่เกี่ยวข้องทั้งบ่อนและยาเสพติดผู้กองจึงสั่งลูกน้องให้แกะรอยคนพวกนี้ต่อไปตนต้องการรายละเอียดให้มากที่สุด
ทางด้านทอมกับแนนที่อยู่ดีๆกลายเป็นคนดังในสังคมออนไลน์แต่ดังในด้านลบเพราะถูกระบุว่าเป็นญาติของวินผู้ต้องหาฆ่านายสุชาติทอมห่วงแนนที่ต้องออกไปเรียนแทบทุกวันโจจึงอาสามารับส่งด้วยความเต็มใจพร้อมกันนี้โจก็พยายามติดต่อวินจนสำเร็จและให้เขาบอกเส้นทางบ้านพักมาเพราะต้องการพบ
วินให้ข้อมูลเสร็จก็กำชับเพื่อนรักว่าระวังให้ดีอย่าให้ใครสะกดรอยตามจนกระทั่งใกล้ค่ำวินและเอกลับเข้าบ้านหลังจากไปหาอาหารอร่อยกินและเดินเล่นกันอย่างสบายใจปรากฏว่าโจมารออยู่แต่ทำลับๆล่อๆจนเกือบโดนวินยิง
“เฮ้ย! เดี๋ยวนี้นายพกปืนแล้วเหรอเพื่อน”
“ใช่เอาไว้ยิงก้างขวางคอ” วินตอบยิ้มๆเพราะเมื่อสักครู่กำลังจะสวีตกับเออยู่พอดี
โจยิ้มล้อเดินตามวินกับเอเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน
“ฉันมาไม่เห็นใครอยู่ก็เลยเดินตรวจรอบๆกำลังจะออกมา...เห็นนายสองคนกำลังจะกุ๊กกิ๊กกันฉันก็เลยยืนหลบซะก่อนไม่อยากขัดจังหวะ”
“คราวหลังนายหลบให้มิดชิดกว่านี้ก็จะดีมาก”
วินทำตลกกลบเกลื่อนความเขินโจกับเอต่างยิ้มขำแล้วโจหยิบไอโฟนออกมาส่งให้วินกับเอคนละเครื่อง
“ต่อไปนี้นาย...ฉัน...คุณพ่อ...น้องแนนติดต่อกันเห็นหน้ากันพูดกันได้ตลอดเวลาเพราะเป็นเบอร์ส่วนกลางที่พนักงานในผับของฉันใช้สำหรับธุรกิจไม่มีใครตรวจสอบได้”
“เจ๋งมากเพื่อน”
“เอาล่ะค่ำแล้วฉันขอตัวดีกว่านายไม่ต้องห่วงน้องแนนกับคุณพ่อนะ”
“ขอบใจเพื่อน...ฝากบอกว่าไม่ต้องห่วงฉันเหมือนกัน” วินโอบไหล่เพื่อนรักเดินออกไปส่งหน้าบ้าน
ooooooo
เช้าตรู่วินตื่นมาเตรียมอาหารฝรั่งสำหรับตนและเอระหว่างกินอาหารมื้อนี้วินบอกเอว่า
“ผมจะติดต่อนายสุรชัยบอกว่านายสมภพเป็นคนยิงนายสุชาติ”
“คุณคิดว่านายสุรชัยจะเชื่อคุณ?”
“ผมมีปืนของนายสมภพ”
“โธ่เอ๊ย...แล้วคุยว่าดูหนังเยอะฉันฟังดูแล้วไม่เวิร์กคุณอาจจะแย่งปืนนายสมภพมายิงนายสุชาติเองก็ได้”
“แล้วทำไมนายสมภพไม่บอกตำรวจว่าผมแย่งปืนไปยิงนายสุชาติผมคิดว่านายสมภพพลาดตรงนี้ถึงข้อโต้แย้งจะอ่อน อย่างน้อยอาจทำให้นายสมภพเต้นออกมาก็ได้”
เอนิ่งไปอย่างคล้อยตามแล้วยินยอมออกไปกับวินโดยพรางตัวกันเป็นอย่างดีวินใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.หาสุรชัยที่บริษัทโดยบอกผ่านเลขาของเขาว่าตนคือมือปืนที่ยิงสุชาติ
สุรชัยรับสายด้วยน้ำเสียงคาดไม่ถึงวินจึงย้ำชัดอีกทีว่า
“ใช่ผมเอง...คนที่คุณตั้งรางวัลสิบล้าน”
“คุณคิดจะมอบตัวเอาเงินหรือไง”
“ผมไม่ใช่คนยิงลูกชายคุณ...ผมรู้ว่าใครยิง”
“แกจะเล่นตลกอะไรหลักฐานบ่งชัดปืนอยู่ในมือแกกับผู้หญิงของแกพยานทุกคนเห็นหมด”
“ใช่พยานคนแรกที่ตะโกนคือนายสมภพคนที่ยิงลูกชายคุณปืนที่ผมถืออยู่คือปืนของนายสมภพนายสมภพกำลังจะยิงผมเพื่อปิดปากเกิดเหตุชุลมุนปืนหลุดมาอยู่ในมือผมพอดี”
สุรชัยนิ่งคิด...แล้วเจรจาต่อรองกันอีกครู่ก่อนวางสายเอ อยากรู้ว่าฝ่ายนั้นว่ายังไงวินรีบลากเธอออกไปพ้นเขตผู้คนพลุกพล่านแล้วบอกว่า
“นายสุรชัยต้องการขอดูปืนก่อนถ้าปืนเป็นของนายสมภพจริงก็จะจัดการกับนายสมภพ”
“เมื่อไหร่คะ”
“ผมจะโทร.ไปอีกครั้งพรุ่งนี้เพื่อกำหนดที่นัดพบ”
“อืม...ไม่รู้สินะมันง่ายเกินไปไม่เชื่อคุณลองคิดดูอย่างในหนังก็ได้ถ้ามีการตกลงกันง่ายๆต้องมีเรื่องทุกที”
“จริงของคุณแต่ยังไงผมก็ต้องเสี่ยงดูผมอยากให้เรื่องจบเร็วๆชีวิตคุณจะได้กลับเป็นปกติสุขไม่ต้องลำบากไงครับ”
“จริงด้วยฉันก็จะได้ไม่ต้องเจอคุณอีก”
เอน้ำเสียงหงุดหงิดเดินดุ่มออกไปวินรู้ว่าเธองอนจึงหาทางทำให้เธออารมณ์ดีด้วยการชวนไปเยี่ยมนายประสิทธิ์...ปรากฏว่าได้ผลทันใดเอยิ้มตาเป็นประกายหันกลับมาหอมแก้มวินฟอดใหญ่
ooooooo
ที่มหาวิทยาลัยนายเทปเพื่อนคนหนึ่งในแก๊งของแนนมาส่งข่าวว่าตอนนี้จะมีการสมัครเลือกตั้งประธานนักศึกษาของคณะซึ่งเทปให้ทุกคนทายว่าใครสมัครเป็นคนแรก
“นุจรี” เมจิตอบเร็วจี๋
“ถูกต้องครับมีการโปรโมตว่าจะแจกโน่นนี่นั่นเต็มไปหมดแบบนี้ชนะแหงๆ”
“แนน...ฉันขอลงชื่อเธอสมัครเป็นประธานนักศึกษาแข่งกับยัยนุจรี”
แนนนิ่งคิดนิดหน่อยก่อนตอบรับน้ำหวานไปแต่เมจิกลับท้วงว่าเสียเวลาเปล่าไม่มีของแจกต้องแพ้ชัวร์
“ทุกคนที่นี่มีการศึกษาเราเชื่อว่าไม่มีของแจกก็ชนะได้ถ้าทำให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจดี...งานใหญ่รออยู่ข้างหน้าพวกเราต้องวางแผนการหาเสียงให้รัดกุม” แนนสรุปเพื่อนทุกคนเลยเงียบไป
“เอาล่ะเราไปก่อนนะแล้วจะมาส่งข่าว” เทปแยกไปอีกคนละทางกับสามสาวแนนน้ำหวานและเมจิ
สามสาวเดินมาเจอก๊วนของนุจรีที่กำลังแจกใบปลิวหาเสียงอยู่มุมหนึ่งในมหาวิทยาลัยดักหน้าทุกคนแจกดะไปหมดพร้อมป่าวประกาศ
“ถ้าลงทะเบียนเข้าชมรมนางฟ้าไฮโซจะได้ตั๋วฟรีคอนเสิร์ตและบัตรกำนัลช็อปปิ้ง”
สิ้นเสียงบิวหนึ่งในก๊วนของนุจรีกลุ่มของแนนเดินมาเผชิญหน้าบิวเลยถามกวนๆว่า
“ว่าไงสนใจจะลงทะเบียนรับของแจกมั่งมั้ย”
“นักศึกษาที่คณะมีเกือบสามพันคนมีปัญญาแจกหมดทุกคนก็ให้รู้ไป” แนนตอบนิ่งๆหลินเห็นแล้วหมั่นไส้หันมาขอความมั่นใจจากหัวหน้าแก๊ง
“นักศึกษามาลงเสียงอย่างมากก็แค่พันกว่าคนแจกได้อยู่แล้วใช่ไหมนุจรี”
“แน่นอน”
“พันคนน่ะแจกได้แต่ถ้าพลังเงียบอีกสองพันคนโผล่มาลงคะแนนด้วยเธอก็จบ”
ฟังแนนตอบโต้มานุจรีอารมณ์เสียสะบัดหน้าเดินออกไปเพื่อนในแก๊งต่างก้าวตามกันไปติดๆ
“แนน...เธอคิดว่าสองพันคนที่เหลือจะออกมาลงเสียงเหรอ” น้ำหวานถามหวั่นๆ
“แค่พูดลักไก่ไปเท่านั้นเองหวังอะไรจากพวกพลังเงียบคงยาก”
“ใช่พลังเงียบสนิท” เมจิลอยหน้าลอยตาแต่แล้วนิ่งอึ้งเมื่อแนนพูดต่อไปว่า
“ใครจะไปรู้นุจรีอาจมีเงินพอที่จะแจกหมดทั้งสามพันคนเลยก็ได้”
ooooooo
วินพาเอมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมนายประสิทธิ์แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะเจอนักข่าวตรงหน้าห้องทั้งคู่เลยต้องพากันหนีออกมาเพราะท่าทางนักข่าวคนนั้นพวกเขาจำได้
เอยังไม่ละความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมบิดาเธอชวนวินไปซื้อเสื้อผ้าสไตล์นักข่าวเพื่อเอามาใส่ตบตาใครต่อใครแต่ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปพ้นโรงพยาบาลนึกไม่ถึงนักข่าวคนเดิมจะตรงดิ่งมาต้อนอีกวินกับเอต้องอาศัยไหวพริบหลอกล่อเขาอยู่พักหนึ่งกว่าจะขึ้นรถหนีรอดมาได้
“เฮ้อ...เกือบไปแล้วนึกไม่ถึงว่าไอ้นักข่าวนั่นจะจำเราได้”
“มันจำไม่ได้หรอกมันคงได้ยินตอนที่ฉันบอกพยาบาลว่าเป็นลูกสาวคุณพ่อ”
“ผมว่าเราต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะครับ”
เอได้ทีชี้มือให้วินเลี้ยวรถเข้าไปในศูนย์การค้าเพื่อซื้อเสื้อผ้ามาปลอมตัวแต่พอได้มาสมใจกลับไม่ได้ใส่เพราะอัญชลีโทร.มาบอกเอว่า
“เปิดทีวีเร็วเข้าคุณเอพ่อของคุณเออาการดีขึ้นแล้ว”
เอยังไม่วางสายจากแม่หันไปบอกวินให้รีบเปิดทีวีมีข่าวพ่อของตนชายหนุ่มคว้ารีโมตเปิดปรากฏว่าเป็นภาพนายประสิทธิ์นั่งอยู่บนเตียงมีเมียสาวนั่งอยู่ใกล้ๆและนักข่าวหลายคนรุมล้อมรวมทั้งนักข่าวคนที่จ้องจะจับวินกับเอด้วย
“นั่นไอ้นักข่าวคนที่มาเล่นงานเรา” วินโพล่งขึ้น
“คุณแม่คะแล้วหนูจะโทร.กลับนะคะ” เอตัดสายแล้วจ้องทีวีอย่างจดจ่อฟังพ่อให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างอารมณ์ดี
“ผมดีขึ้นแล้วครับแต่คงตามใจหมอพักที่นี่อีกอาทิตย์หนึ่ง”
“ภรรยาท่านบอกว่าท่านเครียดเรื่องธุรกิจจนเกิดโรคหัวใจฉับพลันใช่ไหมครับ”
“ยุคนี้ใครไม่เครียดเรื่องธุรกิจก็บ้าแล้วครับ”
“มีข่าวว่าท่านทำธุรกิจแบบไม่โปร่งใสมีรายได้ปีหนึ่งหลายร้อยล้าน”
“ยุคนี้ใครโปร่งใสก็บ้าอีกนั่นละครับ”
บรรดานักข่าวหัวเราะกันครืนประสิทธิ์กับเมียสาวยิ้มอย่างเป็นกันเอง
วินเห็นแล้ววิเคราะห์ว่าพ่อของเออาการดีขึ้นจริงๆเอเลยบอกว่าพรุ่งนี้เราไปโทรศัพท์เรียกเงินตามแผนเดิม
“อ้าวคุณ...”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า...คุณไม่รู้จักคุณพ่อดีเท่าฉัน”
“เฮ้อ...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับปวดท้องฉี่” วินเดินออกไปเอมองตามอย่างหงุดหงิดใจ
วินออกไปที่สวนหลังบ้านคว้าสายยางมาเปิดน้ำรดต้นไม้สักครู่เอตามมาเลียบๆเคียงๆว่า
“คุณโกรธฉันเหรอ”
“เปล่าครับแค่ไม่เข้าใจคุณเป็นบางครั้งเรื่องคุณพ่อของคุณ”
“ฉันขอโทษที่เอาเรื่องคุณพ่อมาให้คุณปวดหัวฉันรับรองว่าเรื่องฉันกับคุณพ่อของฉันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงต่อใครเด็ดขาดเป็นแค่เรื่องเงินและความโลภของคุณพ่อฉันเท่านั้นเอง”
“ก็ได้ครับ”
“งั้นดีกันนะ”
“ยังครับต้องเจอนี่ก่อน”
วินเอาสายยางฉีดน้ำใส่เอสองคนยื้อแย่งสายยางกันจนเปียกปอนงอนกับแป๊บเดียวก็กลับมาหัวเราะหยอกล้อกันได้เหมือนเดิม
ooooooo
โจทำหน้าที่รับส่งแนนทุกวันที่มีเรียนเย็นนี้เขาขับรถมาส่งเธอที่บ้านสังเกตเห็นมีรถจอดซุ่มตรงซอยเข้าบ้านอีกแล้ว
“ตั้งแต่เรื่องของแนนลงเน็ตมีคนมาจอดรถแถวนี้วนเวียนไม่ซ้ำหน้า”
“มันคงคิดว่าพี่วินจะมาหาแนนกับคุณพ่อมั้ง”
“หรือไม่ก็คอยตามแนนกับคุณพ่อเมื่อเช้าตอนพี่ไปส่งแนนที่มหาวิทยาลัยก็มีคนตาม”
“เหรอคะแนนไม่ทันสังเกตเลย”
“ปล่อยให้มันตามไปเถอะเดี๋ยวก็เบื่อไปเอง”
“มันไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้พวกเราสามารถคุยกันได้ตลอดเวลาด้วยโทรศัพท์ที่พี่โจจัดให้”
สองคนยิ้มร่าเดินเข้าบ้านไปคุยกับทอมเรื่องต้องไปพบหมอในวันพรุ่งนี้โจอยากให้ครอบครัวได้เจอกันจึงวางแผนให้วินกับเอมาที่โรงพยาบาล...
เวลาเดียวกันนั้นวินกับเอยังอยู่ที่บ้านอาจารย์มะปรางในกรุงเทพฯเอเพิ่งเห็นความเคลื่อนไหวในไอแพดเกี่ยวกับข้อมูลบางอย่างเธอไม่พอใจถึงกับสบถออกมาขณะจะกินอาหารเย็นกับวิน
“บ้าที่สุด”
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
“คุณพอลโพสต์เรื่องที่ฉันบอกว่ากำลังหาหลักฐานเล่นงานคนร้ายตอนนี้นักข่าวขอนัดสัมภาษณ์เป็นการใหญ่”
“คุณพอลคงเป็นห่วงคุณมากมั้ง”
“นี่คุณไม่ต้องมาประชดหรอกฉันผิดเอง”
วินนิ่งไปเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นโจโทร.มานัดแนะเพื่อนรักให้ไปที่โรงพยาบาลนั่นเอง
ooooooo
เวลาเดียวกันพอลกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างกระแสความดังให้กับตัวเองโดยมีปุ๊กผู้จัดการส่วนตัวคอยยุยงฝ่ายนุจรีที่พึงพอใจพอลก็อยากดังด้วยเหมือนกันจึงพยายามโทร.เจ๊าะแจ๊ะเขาอยู่เรื่อยทำทีเป็นพูดคุยเกี่ยวกับละครของคณะที่เขารับปากมาเล่นเป็นพระเอก
“ใครโทร.มาเหรอ” ปุ๊กถามหลังจากพอลวางสาย
“เด็กที่มหาลัยที่ผมไปอาสาเล่นละครการกุศลไม่น่าเล้ย...นี่ถ้าไม่เกรงใจทางคุณหญิงอัญชลีผมไม่ไปอยู่แล้วไร้สาระจริงๆ”
“คุณหญิงอัญชลีคุณแม่คุณเอน่ะเหรอคะ” พอลพยักหน้าปุ๊กปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที “เราน่าจะเอาเรื่องคุณหญิงอัญชลีสนิทกับคุณในฐานะแม่คุณเอมาเล่นข่าวนะคะ”
“เฮ้ย...ไม่ได้ๆคุณหญิงอัญชลีรู้จักคนเยอะขืนเล่นผมดับแน่ๆ”
“งั้นก็เอาแค่เรื่องเล่นละครนักศึกษาก็พอ”
“คุณช่วยไปเช็กให้ชัวร์หน่อยซิว่ายัยนุจรีเป็นใครเห็นคนบอกว่าเป็นลูกสาวไฮโซเหมือนกันถ้าไม่ใช่จะได้ไล่ไปซะให้พ้น” พอลออกคำสั่งอย่างเห็นแก่ตัวปรากฏปุ๊กรีบเออออ...แบบว่าพอกันจะคบใครต้องหวังผลประโยชน์ให้กับตัวเอง
ooooooo
สมภพมือปืนตัวจริงที่ยิงสุชาติตายเต้นเป็นเจ้าเข้าเมื่อมีการโพสต์ทางสังคมออนไลน์ว่ารู้ตัวฆาตกรเขาสั่งสมุนให้ติดตามจับวินกับเอมาโดยเร็ว
“พวกเราก็ระดมกำลังหาอยู่ครับพี่นักข่าวที่ผมเลี้ยงไว้เกือบได้ตัวมันแล้วแต่มันอัดนักข่าวงอมหนีรอดไปได้ตอนนี้ผมก็ให้คนเฝ้าบ้านมันตลอดน้องสาวหรือพ่อมันไปไหนไม่พ้นพวกเราแน่นอน” เม่นรายงาน
“เอ็งหาทางติดต่อคนของนายสุรชัยซื้อมันด้วยให้ข้าจัดการก่อนแล้วมันค่อยเอาศพไปให้นายสุรชัยงานนี้มันได้สองต่อไม่เอาก็บ้าแล้ว”
“ครับพี่” เม่นรับคำก่อนถอยออกไป...
ด้านวินกับเอที่บ้านพักค่ำนี้ทั้งคู่กลับมามึนตึงกันอีกเอคิดมากที่ตัวเองทำผิดพลาดไปก็เลยหน้าตูมไม่ค่อยพูดค่อยจาในที่สุดวินต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“ไหนคุณเคยบอกว่าเราต่างมีการศึกษาเราพูดกันดีๆก็ได้แล้วทำไมตอนนี้คุณหน้าหงิกใส่ผม”
“ก็คุณว่าฉันนี่จะให้ฉันยิ้มได้ยังไง”
“ก็คุณไปบอกคุณพอลทำไมว่ารู้ตัวคนร้าย”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นความผิดของฉันโอเคไหมล่ะ”
“ผมน่ะโอเคคุณนั่นแหละไม่โอเค”
“แล้วยังไงคุณถึงจะโอเค”
“ต้องยิ้มให้ผม...ถึงจะโอเค”
เอยิ้มแยกเขี้ยวพร้อมพูดลอดไรฟันออกมาว่าพอใจหรือยังวินขานรับและแกล้งแยกเขี้ยวเหมือนกันทำให้เธอกลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้วพอรู้ว่าพรุ่งนี้โจวางแผนให้วินไปพบทอมกับแนนที่โรงพยาบาลเอตื่นเต้นดีใจขอไปด้วย
ooooooo
ก่อนมุ่งหน้าไปหาพวกโจที่โรงพยาบาลวินแวะใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.นัดหมายกับนายสุรชัยคืนนี้สองทุ่มที่สนามกอล์ฟ ทั้งที่เอไม่เห็นด้วยกลัวเขาจะเป็นอันตราย...
เมื่อทั้งคู่ไปถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าไอ้เม่นกับสมุนซึ่งจับตาโจทอมและแนนทุกฝีก้าวเห็นวินกับเอเข้าจนได้แม้ทั้งคู่อยู่ในคราบของหมอและพยาบาลก็ไม่รอดพ้นสายตาพวกมัน
วินกับเอได้พูดคุยกับพวกทอมครู่เดียวก็มีอันต้องระเห็จออกจากโรงพยาบาลโดยมีพวกไอ้เม่นไล่ล่าแต่เพราะความว่องไวของวินทำให้พวกมันตามไม่ทันหลงทิศทางกันไปอย่างลุ้นระทึก
พ้นจากผู้ตามล่ามาได้นึกว่าวินกับเอจะปลอดโปร่งโล่งใจกลับต้องมาเจอหญิงท้องแก่กำลังจะคลอดลูกคารถแท็กซี่ที่จอดขวางอยู่กลางทางด้วยความที่วินกับเออยู่ในชุดหมอและพยาบาล คนขับแท็กซี่และบรรดาไทยมุงจึงร้องขอให้ช่วยทำคลอดทั้งคู่จำยอมทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่สุดท้ายก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี แต่แล้วหมอกับพยาบาลจำเป็นต้องรีบจรลีเพราะมีนักข่าวคนเดิมที่ตามก่อกวนเมื่อวานโผล่มา
วินกับเอรอดปลอดภัยกลับถึงบ้านด้วยความภูมิใจที่ได้ช่วยเพื่อนมนุษย์นึกถึงตอนทำคลอดแล้วยังตื่นเต้นไม่หายสองคนพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มแต่พอวิน
บอกว่าตนต้องเตรียมตัวไปพบนายสุรชัยเอก็หน้าตึงขึ้นมาทันทีถามเขาว่าไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ
“ครับนัดแล้วก็ต้องไปเรื่องจะได้จบ”
“คุณคงอยากให้เรื่องจบๆใช่ไหม”
“ครับคุณจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าผมอีกไงครับ”
“ดี” เธอกระแทกเสียงแสนขุ่นแล้วลุกพรวดไปจากโต๊ะอาหาร
“เดี๋ยวครับ...ผมพูดเล่น”
เอไม่ฟังเดินลิ่วเข้าห้องปิดประตูดังปังวินตามมาเรียกก็ไม่ยอมเปิดแถมยังตะโกนไล่ไม่ให้มายุ่งจะไปไหนก็ไป
“อะไรของเขาเนี่ย” วินบ่นอุบอิบเดินกลับไปทางห้องครัวแล้วต่อสายหาโจเพื่อนรักบอกว่าตนมีเรื่องให้ช่วยคืนนี้ตนจะไปพบนายสุรชัย
“นายจะบ้าเหรอ” โจสวนกลับมาเสียงเครียด
“ฉันมีปืนของนายสมภพพอจะมีน้ำหนัก”
“ฉันบอกแกแล้วไงผู้กองวันชาติคิดว่าไม่ควร... หลักฐานเรื่องปืนยังอ่อน”
“ฉันนัดไปแล้วยังไงก็ต้องลองดู”
“เอ้าตามสบายเพื่อนระวังตัวหน่อยก็แล้วกันนายสุรชัยอาจยิงนายทิ้งก็ได้”
“ฉันรู้แต่ฉันมีแผนอยู่แล้ว”
“เออ...นายเก่ง...แล้วคุณเอว่าไง”
“ไม่รู้สิอยู่ๆอารมณ์เสียไม่พูดกับฉัน”
“คุณเอก็คงคิดว่านายอยากจบเรื่องเร็วๆจะได้ไม่ต้องยุ่งกับเขาอีกมั้ง”
“เฮ้ย! ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอันตรายเว้ยถึงได้อยากให้จบๆ”
“เอาล่ะๆจะให้ทำอะไรก็บอกมา”
“ฟังให้ดีนะเพื่อน”
หลังจากเจรจากับโจเสร็จเรียบร้อยวินเดินไปหน้าห้องเออีกครั้งเคาะประตูเรียกแต่เธอยังเงียบเหมือนเดิมก็เลยส่งเสียงบอกกล่าว
“ผมจะรีบกลับมานะครับถ้าเกิดว่ามีเหตุฉุกเฉินโทร.หาโจนะครับโจทราบว่าจะทำยังไง”
เอยืนฟังอยู่ตรงประตูอย่างหงุดหงิดใจวินรอครู่หนึ่งในที่สุดก็เดินออกไปเอเปิดประตูออกมาชะเง้อมองตามแต่ด้วยทิฐิไม่ยอมเรียกเขาหันกลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูดังโครม
ooooooo










