ตอนที่ 12
แม้มีเวลาน้อยมากสำหรับหน้าที่โค้ชให้ทีมบาสเกตบอลโรงเรียน อาจารย์มะปรางแทนโค้ชที่โดนทีมคู่แข่งซื้อตัวไปแต่วินก็มุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่และเด็กๆ
ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีรวมทั้งสาวเอที่ตั้งทีมเชียร์ขึ้นมาได้สมจริงและสวยงามทำให้บรรยากาศในการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นลงตัว
วินและเอทำไปเพราะสงสารเด็กๆและเห็นใจอาจารย์มะปรางแต่ไม่นึกว่าการกระทำครั้งนี้จะกลายเป็นข่าวฮือฮาในสังคมออนไลน์ว่าผู้ต้องหาคดีฆ่านายสุชาติที่กำลังยืดเยื้อรอการตัดสินขณะนี้กลายเป็นโค้ชบาสเกตบอลและหัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ไปแล้ว
เกื้อพรและคนในองค์กรเห็นข่าวนี้แล้วเช่นกันหลายคนแสดงความไม่ไว้ใจวินกลัวจะทำให้องค์กรเสียหายเขาอาจมีแผนอะไรที่เราไม่รู้การไปพัวพันกับโรงเรียนอาจเป็นแค่การบังหน้า
“พวกคุณคิดมากคุณวินก็เหมือนผู้ชายทั่วไป
แค่พาแฟนไปเที่ยว...พวกคุณอย่าลืมว่าผมเป็นหัวหน้าองค์กรนี้ผมย่อมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”
“เราเพียงแต่ทำหน้าที่ที่คุณมอบหมายให้คือการอุดรอยช่องโหว่ที่จะทำให้องค์กรเสียหายอีกประการหนึ่งลูกค้าต่างประเทศสอบถามเรื่องสินค้ามาแล้ว”
“โอเค...จบแค่นี้” เกื้อพรตัดบทด้วยท่าทีหงุดหงิดคนอื่นๆเลยนิ่งเงียบไม่กล้าตอแยอีก
ด้านกลุ่มเพื่อนสาวไฮโซของเอก็ทราบความเคลื่อนไหว นี้แล้วเหมือนกันทุกคนสุมหัวเม้าท์กันไปมาก่อนลงท้ายว่าเอกลายเป็นคนดังอีกแล้วทั้งที่ยังเป็นผู้ต้องหาอยู่แท้ๆ
“ฉันว่าป่านนี้คุณพอลคงนึกเสียดายที่ด่วนสลัดยัยเอไปซะก่อนไม่งั้นป่านนี้คงมีนักข่าวแห่ไปสัมภาษณ์จนดังเปรี้ยงไปแล้ว”
“นั่นสิ...ฉันได้ข่าวว่าตอนนี้เกาะติดยัยเด็กนุจรีไม่ห่าง”
“ท่าทางยัยเด็กนุจรีนั่นจะหลงเอาซะด้วยจะสลัดทิ้งคงไม่ง่าย”
“ฉันสืบมาแล้วพ่อยัยเด็กนั่นเป็นมาเฟียระดับต้นๆขืนทิ้งล่ะก็จากดังจะกลายเป็นดับไม่รู้ตัว”
“อุ๊ย...หวาดเสียวฉันว่าพอเหอะดื่มให้ความรวย ของพวกเราดีกว่า”
สี่สาวหยุดเม้าท์แล้วชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน...
แต่ในเวลาเดียวกันพอลกำลังหงุดหงิดนุจรีอยู่ที่คอนโดหลังนอนกกกอดกันมาทั้งคืนแล้วเธอยังเกาะติดแจไม่ยอมกลับบ้านพอลพยายามสลัดเธอด้วยการเอางานมาอ้างพร้อมกับแอบโทร.หาพี่ปุ๊กผู้จัดการให้ช่วยแกะยัยตุ๊กแกตัวนี้ให้ตนที
ooooooo
หลังเสร็จสิ้นการสอนเด็กๆในเย็นนั้นวินกับเอพากันไปซื้อข้าวของเพื่อกลับมาปรุงอาหารกินกันที่บ้าน แต่ตอนกลับออกมาที่ลานจอดรถไม่คิดว่าจะเจอชายฉกรรจ์สามสี่คน ซึ่งในจำนวนนี้มีโค้ชทีมบาสคนเก่าที่โดนซื้อตัวไปรวมอยู่ด้วย
ทุกคนจงใจดักหาเรื่องวินกับเอที่เจ๋อเข้ามาช่วยฝึกซ้อมให้เด็กๆแต่ทั้งคู่กลัวซะที่ไหนวินต่อสู้กับอีกฝ่ายเพียงคนเดียวโดยที่เอไม่ต้องทำอะไรเลยแถมเธอยังยืนกินไอศกรีมรออย่างสบายใจเฉิบวินเก่งกาจสามารถใช้เวลาไม่นานก็ทำให้พวกหมาหมู่หนีหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่ผ่านไปพักใหญ่วินกับเอก็ได้รับการติดต่อจากอาจารย์มะปรางว่าเด็กนักเรียนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนของทีมบาสฝ่ายตรงข้ามทั้งคู่รับปากจะไปจัดการให้โดยวินไม่ลืมขอความช่วยเหลือไปทางผู้กองวันชาติด้วย
พอวินกับเอไปถึงสถานีตำรวจก็เจอชายสองคนที่เพิ่งมีเรื่องกับตนมาหยกๆอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยวินนึกรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ไม่อยากพูดมากให้ยืดเยื้อทว่าอีกฝ่ายกลับพยายามหาเรื่องไม่จบสิ้น
“นี่ไงครับคุณตำรวจครูเป็นนักเลงนักเรียนถึงได้เป็นนักเลง”
วินไม่ตอบโต้บอกตำรวจว่าตนมารับเด็กๆกลับ
“คือผมได้รับแจ้งว่าเด็กของคุณหาเรื่องก่อนต้องขอเวลาสอบสวนหน่อยครับ”
“นักเรียนทะเลาะกันตามประสาเด็กๆผมว่าอย่ามีเรื่องเลยครับนึกถึงอนาคตเด็กๆดีกว่าครับ”
“ฉันขอยืนยันว่าฝ่ายที่เป็นนักเลงไม่ใช่เราแน่” เอเสริมคำพูดของวินแล้วกราดสายตาไปยังอีกฝ่าย
“ตำรวจที่นี่รู้จักผมดีแต่ไม่รู้จักพวกคุณคำพูดของพวกคุณไม่มีความหมาย” อาจารย์คนหนึ่งในฝ่ายตรงข้ามคุยโว
พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทุกคนต่างหยุดรอว่าเป็นของใครปรากฏว่าเป็นของตำรวจเขารับสายจากผู้กองวันชาติที่บอกมาว่า
“คุณวินกับคุณเอเป็นกุญแจสำคัญในคดีที่เรากำลังจับตาดูอยู่ถ้ามีเรื่องจะเสียรูปคดีขอความร่วมมือด้วยอย่าให้มีเรื่องครึกโครม”
“ครับ...ได้ครับ” ตำรวจวางสายหันมองวินกับเออึดใจ ก่อนบอกว่า “เห็นแก่อนาคตเด็กคุณรับเด็กของคุณกลับไปได้”
“อะไรกันครับเนี่ย”
“อย่ามีเรื่องเลยครับอาจารย์รับเด็กอาจารย์กลับได้เหมือนกัน”
วินกับเอพอใจอาจารย์คนนั้นได้แต่หันมองกลุ่มคนของตนไปมาอย่างพูดไม่ออกสุดท้ายก็พากันกลับไปอย่างหัวเสียส่วนวินกับเอพาเด็กๆกลับออกมาหน้าสถานีตำรวจแล้วอบรมว่าพวกเราเป็นนักกีฬาไม่ใช่นักเลงควรหลีกเลี่ยงการมีเรื่องทุกอย่างไม่งั้นครูจะไม่ให้ลงแข่งเด็กทุกคนรับปากแข็งขันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
ooooooo
ถึงวันแข่งขันชิงแชมป์ทีมของวินได้รับชัยชนะอย่างขาวสะอาดทุกคนดีใจกันใหญ่โดยเฉพาะเด็กๆและอาจารย์มะปรางพากันชื่นชมโค้ชวินไม่หยุดปากแต่วินก็ถ่อมตัวว่าเด็กๆมีฝีมือเองต่างหาก
“แหม...เก่งแล้วยังถ่อมตัวคุณเอหาเจอได้ยังไงคะเนี่ย”
“ไม่ใช่หาเจออย่างเดียวนะคะอาจารย์ต้องตามขู่ตามฉุดด้วยค่ะ”
อาจารย์และเด็กๆหัวเราะกันครืนส่วนวินยืนอึ้งไม่คิดว่าเอก็มีมุมตลกกับเขาเหมือนกัน
“แน่ใจเหรอคะว่าจะไม่อยู่ต่ออีกสักวันสองวันให้เราได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณ”
“อย่าเลยครับเราสองคนไปเงียบๆดีกว่าลากันไปลากันมาวุ่นวายเปล่าๆ”
“คุณวินกลัวว่าถ้ามีการร่ำลาเดี๋ยวจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่น่ะค่ะ”
“ครับ...ผมดูหนังซึ้งทีไรน้ำตาไหลทุกที”
“งั้นพวกเราส่งตรงนี้เลยนะคะขอให้เดินทางโดยปลอดภัย”
วินกับเอขอบคุณอาจารย์มะปรางและบอกลาเด็กๆทุกคนก่อนผละไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขเดินคุยกันกะหนุงกะหนิง
“คุณเก่งจัง...คุณทำได้สำเร็จเด็กๆมีความสุขกันทุกคน”
“ผมทำเพื่อคุณไงครับท่ามกลางเด็กๆดูคุณมีความสุขมาก”
“ค่ะ...ขอบคุณนะคะ”
หนุ่มสาวสบตาลึกซึ้งใบหน้าเคลื่อนเข้าหากัน... ทันใดนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมปรากฏตัวพร้อมด้วยนักพนันขันต่อตัวฉกาจสีหน้าท่าทางเอาเรื่องมากๆ
“ผมพนันทีมนี้เอาไว้คุณทำให้ผมเสียเงินสองล้าน”
“คุณน่าจะถามผมก่อนผมจะได้บอกให้คุณแทงฝ่ายผม” วินเอ่ยอย่างใจเย็น
“เอ็งมันกวนตามคำเล่าลือจริงๆเฮ้ยพวกเราสั่งสอนมัน”
กลุ่มชายฉกรรจ์ขยับตัววินกับเอตั้งท่าพร้อมสู้แต่แล้วรถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดทุกคนหันมองเป็นตาเดียว
เกื้อพรในมาดมาเฟียก้าวลงมาพร้อมลูกน้องสองคนถืออาวุธปืนเล็งไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์วินกับเอคาดไม่ถึงยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมมีธุระที่จะต้องคุยกับสองคนนี้จะขอบคุณมากถ้าพวกคุณๆทั้งหลายจะกลับไปก่อน” น้ำเสียงเกื้อพรทรงอำนาจจนคนกลุ่มนั้นไม่กล้าต่อกรพากันถอยออกไปแต่โดยดี
“คุณเกื้อพร...ผมนึกไม่ถึงจริงๆ” วินเอ่ยเสียงแผ่ว... เกื้อพรบอกว่าตนแค่จะมาดูว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่นอกจากสอนนักเรียน
“ตายจริงอุตส่าห์ดีใจนึกว่าคุณเกื้อพรคิดถึงเอที่แท้ไม่ไว้ใจเรานี่เอง”
“เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เพิ่งเริ่มธุรกิจด้วยกัน”
“คราวนี้คุณคงเห็นแล้วว่าเรามาสอนนักเรียนจริงๆ”
เกื้อพรยิ้มรับแล้วอธิบายต่อไป “ทางผู้ซื้อถามผมว่าเมื่อไหร่จะได้สินค้าผมก็เลยต้องมาถามคุณ...ไม่ได้เจตนามาขัดจังหวะสำคัญ”
“ไม่เลยครับมาได้จังหวะพอดี”
“ผมแน่ใจว่าพวกมันไม่กล้ามายุ่งกับคุณสองคนอีกคุณสองคนน่าจะ...”
“ครับ...เราจะเดินทางกลับพรุ่งนี้ เรื่องสินค้าผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด” วินรวบรัดให้คำมั่น เกื้อพรพยักหน้าพอใจ ส่วนสาวเอบอกว่าถึงกรุงเทพฯแล้วตนขออนุญาตเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อ มาเฟียหนุ่มยิ้มตาวาวตอบรับด้วยความยินดี
ooooooo
วินและเอกลับถึงบ้านพักหลังเดิมในกรุงเทพฯอย่างปลอดภัย เพียงเช้าวันใหม่สมภพก็โทร.หาวินราวกับมีตาทิพย์รู้ความเคลื่อนไหวของเขา
สมภพสั่งการบางอย่างซึ่งวินรับปากจะเตรียมไว้ จากนั้นสมภพเรียกอ๊อดเข้ามาพบ สั่งให้เขาช่วยไปเอาแหวนเพชรที่ร้านในศูนย์การค้า ตนจะส่งให้ลูกค้ารายใหญ่ อ๊อดไม่อยากไปแต่ไม่กล้าขัดใจเจ้านายคนใหม่
การไปครั้งนี้ไม่คิดว่าอ๊อดจะได้เจอแซนดี้ภรรยาสาวของนายประสิทธิ์ แซนดี้มาจองแหวนเพชรราคาแพงระยับหวังอ้อนให้สามีรุ่นราวคราวพ่อซื้อให้ อ๊อดดีใจที่เจอเธอ ทั้งคู่ทักทายกันอย่างสนิทสนม โดยไม่รู้ว่ามีสายตาของเอลูกสาวนายประสิทธิ์จับตามองอยู่ด้วยความสงสัย
เอมาช็อปปิ้งคนเดียวแล้วโทร.ตามวินมารับ เธอเล่าเรื่องที่เห็นแซนดี้กับอ๊อดคุยกันให้เขาฟัง อยากรู้ว่าเกี่ยวอะไรกับพ่อของตนด้วยหรือไม่
“ผมว่าปล่อยไปดีกว่า คุณพ่อคุณก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างแซนดี้...เอ่อ...คือ...”
“ไม่มารักอยู่กับคนแก่อย่างคุณพ่อของฉัน”
วินพยักหน้ารับ เอหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาเลยต้องปลอบใจเธอ
“เชื่อเถอะครับ คุณพ่อคุณก็ไม่ได้หลงใหลยัย
แซนดี้อย่างที่คุณคิดหรอกครับ ท่านคงแค่...คือ...แค่ตามประสาผู้ชายน่ะครับ”
“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องมาอึกอักหรอกน่า”
“แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะครับ”
“อ๋อเหรอ” หญิงสาวแกล้งยั่ว วินอมยิ้มและทำท่าจะสวีตใส่ แต่ดันมีมารแทรกเข้ามาจนได้
สมภพโทร.มาย้ำเรื่องงานกับวินอีกครั้ง ให้เขารีบไปตรวจของ วินรับปาก และแน่นอนว่างานนี้เอไม่พลาดแน่!
ooooooo
บ่ายวันเดียวกัน โจมารับแนนแล้วพาไปเลี้ยงขนมร้านใกล้ๆมหาวิทยาลัย ที่ร้านขนมนี่เอง โจบังเอิญได้ยินนักศึกษาชายคนหนึ่งคุยอวดเพื่อนว่าเย็นนี้จะพาสาวไปฟัน ซึ่งสาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือบิวเพื่อนในกลุ่มของนุจรีนั่นเอง
โจมาบอกแนนและคอยจับตาจนรู้เห็นว่าหมอนั่นแอบวางยาบิวในไอศกรีมแล้วพาเธอไปคอนโด โจกับ
แนนสะกดรอยตามไปช่วย แต่มันยังทำไก๋ว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน
“เดี๋ยวตำรวจมาก็รู้” โจขู่ขึงขังจนวัยรุ่นกลัดมันถึงกับหน้าเสีย ยกมือไหว้ขอร้องว่าอย่ามีเรื่องกันเลย “งั้นก็ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วอย่าออกมาจนกว่าจะเรียก”
โจปิดประตูขังมันไว้ในห้องน้ำแล้วให้แนนรีบเข้าไปดูเพื่อนในห้องนอน บิวอยู่ในอาการสะลึมสะลือปรือตามองแนนที่เข้ามาช่วย ตามด้วยน้ำหวาน เมจิ และเทปที่แนนโทร.ไปบอกให้รีบมา...
ไม่ทันข้ามคืน เหตุการณ์นี้เป็นข่าวเผยแพร่ไปทางสื่อทีวี
“วัยรุ่นชายหลอกเพื่อนหญิงไปคอนโดหมายมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่โชคดีที่มีเพื่อนๆไปห้ามไว้ได้ทัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในยุคสมัยนี้ สมัยที่อิสระและเสรีภาพทางด้านเซ็กซ์กำลังอินเทรนด์ และวัยรุ่นบางกลุ่ม ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา”
ทอมดูข่าวนี้อยู่ในบ้านกับแนนและโจที่กลับมาได้สักพัก โจอธิบายกับทอมว่าตนกับแนนตั้งใจจะให้เรื่องเงียบที่สุดแต่คนในคอนโดเห็นเข้า เลยโทร.ไปบอกเพื่อนที่เป็นนักข่าว กลายเป็นวุ่นกันไปหมด
“อืม...โชคยังดีที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“โชคดีที่พี่โจได้ยินพวกนั้นคุยกันค่ะพ่อ”
“พี่ว่าเป็นโชคของเพื่อนแนนมากกว่าที่แนนอยู่ด้วย ไม่งั้นล่ะก็อนาคตดับแน่ๆ”
“เฮ้อ...เด็กสมัยนี้เผลอไม่ได้ แนนต้องระวังนะลูก” ทอมถือโอกาสดักคอแนนกับโจไปด้วย
“แนนระวังอยู่แล้วค่ะ”
“ผมจะคอยดูน้องแนนไม่ให้เกิดเรื่องแน่นอนครับ”
แนนกับโจรับปากแข็งขัน ทอมคลี่ยิ้มค่อยโล่งใจหายห่วง
ooooooo
ตกเย็น วินกับเอเดินทางไปหาสมภพตามนัดที่โกดังเก็บของ พอทั้งคู่จอดรถหน้าโกดัง เม่นรีบเข้ามารายงานลูกพี่ของมันอย่างว่องไว
“ไอ้วินมาแล้วครับ พี่จะให้ผมเก็บมันหลังจากรับเงินหรือเปล่า”
“ไม่ต้องทำอะไร รับเงินแล้วจบ เก็บมันไว้ก่อน เราต้องการเหยียบมันเพื่อขึ้นไปหานายเกื้อพร เอ็งแค่คอยระวังอย่าให้มันตุกติกก็แล้วกัน”
วินกับเอมาพร้อมมือปืนสองคนซึ่งเป็นลูกน้องของผู้กองวันชาติ มือปืนของวินส่งกระเป๋าเงินให้เม่นเอาไปเปิดให้สมภพตรวจสอบ ก่อนจะถอยออกมาเมื่อเจ้านายส่งซิกว่าโอเค
“นึกไม่ถึงว่าคุณเอจะมาด้วย” สมภพทักทาย
“ไหนๆก็ร่วมงานกันแล้ว ฉันอยากรู้ทุกขั้นตอนเผื่อว่าคุณวินเป็นอะไรไปฉันก็สานต่อได้เลย”
“ดีครับ งานจะได้ไม่สะดุด”
“เตือนไว้ก่อนนะครับ คนนี้ดุกว่าผมหลายเท่า”
สมภพกับเอประสานสายตากันอย่างเยือกเย็นไม่มีใครยอมใคร เอถามเขาว่าของมาครบหรือไม่ สมภพบอกครบและขยายความต่อไปว่าเขาสองคนมีเวลาส่งของภายในหนึ่งอาทิตย์ ช้ากว่านั้นไม่ปลอดภัย
“จากใคร?” วินสวนทันที
“จากเจ้าหน้าที่บ้าง โจรบ้าง ไม่อาจบอกได้”
“อืม...ใครก็แล้วแต่ ก็ต้องวัดกันดู ดวงใครดวงมัน” เอวางมาดเข้มจัดจนวินแอบทึ่ง
“เอาล่ะครับ ผมขอตัวก่อน...อ้อ ถ้าคุณสองคนชอบวัดดวงวันหลังเชิญไปเที่ยวบ่อนผมบ้างก็ได้นะครับ ไม่มีอั้น”
วินกับเอยิ้มรับแทนคำตอบ พอสมภพกับสมุนพ้นออกไป วินกระตุ้นเอว่าแผนขั้นต่อไปเธอต้องนัดเกื้อพรส่งของ เอบอกสบายมาก ขอไปคนเดียวด้วย
“จ้า...เชิญเจ้าแม่มาเฟียเลยครับ” วินแกล้งกระเซ้า แต่หญิงสาวยิ้มรับโดยดุษณี
ooooooo
เอแต่งตัวสวยเซ็กซี่นัดพบเกื้อพรในร้านอาหารหรู โดยไม่ยอมให้วินมาด้วย แต่วินก็กำชับมือปืนสองคนให้ดูแลเธอดีๆ มีอะไรไม่ชอบมาพากลให้รีบติดต่อมาด่วน
การเผชิญหน้าระหว่างเอกับเกื้อพรราบรื่นไร้ปัญหา เออยากรู้ว่าลูกค้าของเขาจะมารับของได้เมื่อไหร่
“ไว้ผมจะรีบแจ้งให้ทราบ”
เอพอใจ ยิ้มหวานให้เขาอย่างเป็นกันเอง เกื้อพรได้ใจเอ่ยปากชวนเธอไปเที่ยวต่อที่ผับ เอตอบรับเพราะคิดว่าน่าจะเป็นผลดีถ้าได้สร้างความสนิทสนมกับมาเฟียตัวพ่อตามแผนของตำรวจ แต่ทันใดหญิงสาวกลับเปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อเหลือบไปเห็นแซนดี้ควงบอยเดินออกจากร้านอาหาร
เอแกล้งทำเครื่องดื่มหกรดเสื้อก่อนชิงขอตัวกลับแล้วค่อยนัดกันใหม่ ทิ้งเกื้อพรผิดหวังและงุนงงอยู่ตรงนั้น
บอยพาแซนดี้เข้าบ่อนของสมภพอีกแล้ว ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมาถลุงเงินไปไม่น้อย แซนดี้ท่าทีรำคาญแต่ก็ไม่ขัดใจแฟนหนุ่ม โดยไม่รู้ว่าที่หน้าบ่อนเวลานี้เอสะกดรอยตามมาถึงแล้ว
เธอมาพร้อมมือปืนสองคน แต่บอกให้เขารออยู่ในรถ ไม่ต้องตามเข้าไป ให้คอยรับโทรศัพท์จากตน แล้วก็ไม่ต้องโทร.หาวินด้วย
เอคว้าวิกผมที่มีพร้อมในรถใส่กระเป๋าแล้วเดินฉับๆเข้าไปหน้าบ่อนหรูที่ดูเผินๆเหมือนผับทั่วไป
ชายคุมบ่อนสองคนรีบเดินมาดักด้วยท่าทีสุภาพ
“ขอโทษครับ”
“มีคุณผู้หญิงกับผู้ชายเพิ่งเข้าไปหรือเปล่าคะ”
“ครับ...ผมต้องขอชื่อหรือนามบัตรคนรับรองด้วยครับ”
“ก็สองคนนั่นแหละนัดฉันมา โธ่เอ๊ย บอกให้รอๆ รถมันติด ดันเข้าไปซะก่อน กลับบ้านดีกว่าเรา”
เอแกล้งหันหลัง ลุ้นเต็มที่ว่าเขาต้องเรียก...ได้ผลทันตา! เขาเรียกเธอกลับมาและอนุญาตให้เข้าไปข้างในตามต้องการ
“เชิญครับ คุณสองคนเพิ่งเข้าไป คงไม่เป็นไร”
“ขอบใจนะ” เอตวัดแบงก์พันทิปให้เขาแล้วเดินเชิดหน้าเข้าไปอย่างภูมิใจในฝีมือตนเอง สอดส่ายสายตามองหาแซนดี้กับบอย พอเห็นทั้งคู่กำลังเพลินกับการพนัน เธอรีบหลบเข้าห้องน้ำใส่วิกผมและแต่งหน้าสีสันจัดจ้านพรางสายตาคนรู้จัก ก่อนจะกลับออกมานั่งที่บาร์สั่งน้ำส้มมาดื่ม...
ooooooo
นอกจากปลอมตัวเข้ามาในบ่อนของสมภพเพื่อจับตาดูแซนดี้กับบอยพากันมาถลุงเงินจำนวนมากแล้วเอยังเห็นอ๊อดลูกน้องของสุรชัยมาทำงานให้สมภพด้วย...
เธอนำเรื่องนี้กลับไปเล่าให้วินฟังด้วยความสงสัย วินไม่เข้าใจว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไง แต่เตือนเอให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะเรื่องราวเริ่มซับซ้อนซ่อนเงื่อน
สายวันรุ่งขึ้น วินกับเอพร้อมมือปืนติดตามสองคนเดินทางไปที่โกดังเก็บของตามที่นัดกับเกื้อพรไว้ เกื้อพรมากับสมุนหลายคนพร้อมด้วยชายแปลกหน้าอีกหนึ่งคน
“นี่คือมิสเตอร์หยูฟง ตัวแทนผู้ซื้อสินค้าของเรา” เกื้อพรแนะนำ หยูฟงพยักหน้าเป็นเชิงทัก เช่นเดียวกับวินและเอที่พยักหน้ารับนิดๆ “คุณหยูฟงจะใช้เวลาตรวจดูของทั้งหมดประมาณสามวัน เมื่อทุกอย่างครบและตกลงกันเรียบร้อยผมจะโอนเงินเข้าบัญชีของคุณ”
“เชิญเลยครับ เด็กๆของผมพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมที่จะแจ้งให้ผมทราบทันทีที่มีปัญหา”
“ผมเชื่อว่าคงไม่มี”
“แล้วพบกันค่ะ คุณเกื้อพร” เอตัดบทแล้วหมุนตัว จากไปพร้อมวิน เกื้อพรมองตาม สีหน้าเรียบเฉยยากที่จะอ่านความคิดเมื่อกลับมาที่บ้านพัก วินบ่นกับเอว่า “สามวัน เสียเวลาจริงๆ นานเกินไป”
“นายเกื้อพรอาจจะสงสัยอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่น่านะ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น วินกดรับพูดไม่กี่คำก่อนวางสายแล้วบอกต่อให้เอฟัง
“แปลกมาก นายเกื้อพรบอกว่าตรวจสินค้าเสร็จแล้วให้เราไปพบบ่ายนี้เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง”
“คุณต้องระวังตัวนะคะ”
“ผมรู้แล้วว่าจะทำยังไง”
วินกับเอไปหานายสมภพที่ออฟฟิศ แจ้งให้เขาทราบว่าลูกค้าเพิ่งโทร.มาบอกว่าตรวจของเสร็จแล้วไม่ต้องรอถึงสามวัน
“ดีครับ แต่อันที่จริงคุณวินโทร.มาบอกผมก็ได้นี่ครับ”
“ที่ผมมาเพราะจะเชิญให้คุณไปกับผมบ่ายนี้เลย ผมจะแนะนำคุณให้รู้จักคุณเกื้อพร”
สมภพตื่นเต้นแต่รีบกลบเกลื่อน ถามหยั่งเชิงว่าจะดีหรือ?
“คุณทำงานได้ดี คุณเกื้อพรควรจะรู้ว่าคุณเป็นใคร ผมไม่เคยกั๊กใคร”
“ขอบคุณมากครับ”
“งั้นเราเจอกันที่โกดังตอนบ่าย...อ้อ คุณสมภพได้ข่าวนายอ๊อดลูกน้องคุณสุรชัยบ้างหรือเปล่าคะ”
สมภพคาดไม่ถึงและตอบไม่ถูก อึ้งไปครู่หนึ่ง วินกับเอจ้องเขม็งอย่างกดดัน
“ผมไม่ได้ข่าวเลยครับ มันคงกลัวคุณเกื้อพรเล่นงาน เผ่นไปกบดานที่เขมรแล้วมั้งครับ”
วินกับเอไม่แสดงตนว่ารู้เห็นอ๊อดทำงานให้สมภพ แกล้งเออออตามน้ำแล้วกลับออกมาหารือกันในรถ
“นายสมภพโกหกเรื่องนายอ๊อด...ฉันมั่นใจว่าบ่ายนี้นายสมภพจะเขี่ยคุณให้พ้นทาง เปิดโปงคุณเรื่องนายสุชาติชัวร์”
“ดี...ทันทีที่มันบอกนายเกื้อพรว่ามันเป็นคนฆ่านายสุชาติ งานของเราก็จบไปหนึ่งขั้น ถ้านายเกื้อพรคิดจะจัดการกับผมเท่ากับว่างานเราจบสนิท...ทุกอย่างอยู่ที่คุณกับผู้กอง”
“ฉันกับผู้กองไม่พลาดเด็ดขาด” ท่าทีเอมั่นใจมากจนวินคลายความกังวล
ooooooo










